<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Story Telling &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/story-telling/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 23 Oct 2025 08:12:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Story Telling &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จับมือ เป๊ปซี่โค เปิดตัวโครงการ “Food for Tomorrow” ขับเคลื่อนเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/national-geographic-pepsico-launch-food-for-tomorrow/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Oct 2025 08:12:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Food for Tomorrow]]></category>
		<category><![CDATA[Food Security]]></category>
		<category><![CDATA[Jill Tiefenthaler]]></category>
		<category><![CDATA[National Geographic]]></category>
		<category><![CDATA[Pablo Albarenga]]></category>
		<category><![CDATA[PepsiCo]]></category>
		<category><![CDATA[Ramon Laguarta]]></category>
		<category><![CDATA[Regenerative Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[Story Telling]]></category>
		<category><![CDATA[The National Geographic Society]]></category>
		<category><![CDATA[การทำเกษตรที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[จิล ทีเฟนธาลเลอร์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เป๊ปซี่โค]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[รามอน ลากัวร์ตา]]></category>
		<category><![CDATA[วิสา หลักคำปา]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู]]></category>
		<category><![CDATA[เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[เป๊ปซี่โค]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Food for Tomorrow]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37509</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก (The National Geographic Society) และ บริษัท เป๊ปซี่โค (PepsiCo) ประกาศความร่วมมือระดับโลก เพื่อใช้พลังของวิทยาศาสตร์ เรื่องเล่า และการศึกษา เป็นแรงขับเคลื่อนในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับระบบอาหารของโลก โดยมีแนวทาง เกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) เป็นหัวใจสำคัญของ โครงการ “Food for Tomorrow” จะสนับสนุนการถ่ายทอดเรื่องราวโดยนักสำรวจ (Explorer) ของ National Geographic และนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก ถ่ายทอดภาพอนาคตของระบบอาหารผ่านภาพถ่าย เรื่องเล่าที่ทรงพลัง โครงการที่ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และแผนที่ข้อมูลเชิงลึก ภายในปี 2050 ประชากรโลกมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 10,000 ล้านคน ขณะที่รายงานขององค์การยูเนสโก (UNESCO) คาดการณ์ว่า หากแนวโน้มปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป พื้นที่ดินกว่า 90% ทั่วโลกอาจเสื่อมโทรมลงในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อรองรับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นและลดความเสี่ยงจากปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น การเสื่อมโทรมของดินและการสูญเสียถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิต โลกจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตอาหาร เกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู ซึ่งเป็นแนวทางการทำเกษตรที่มุ่งฟื้นฟูสุขภาพของดินและทรัพยากรธรรมชาติ แทนที่จะใช้จนหมดไป จึงถูกมองว่าเป็น กุญแจสำคัญ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/national-geographic-pepsico-launch-food-for-tomorrow/">เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จับมือ เป๊ปซี่โค เปิดตัวโครงการ “Food for Tomorrow” ขับเคลื่อนเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก (The National Geographic Society</strong>) และ <strong>บริษัท เป๊ปซี่โค (PepsiCo)</strong> ประกาศความร่วมมือระดับโลก เพื่อใช้พลังของวิทยาศาสตร์ เรื่องเล่า และการศึกษา เป็นแรงขับเคลื่อนในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับระบบอาหารของโลก</p>
<p><span id="more-37509"></span></p>
<p>โดยมีแนวทาง เกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) เป็นหัวใจสำคัญของ <a href="https://www.nationalgeographic.org/society/our-programs/food-for-tomorrow/" target="_blank" rel="noopener">โครงการ “Food for Tomorrow”</a> จะสนับสนุนการถ่ายทอดเรื่องราวโดยนักสำรวจ (Explorer) ของ National Geographic และนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก ถ่ายทอดภาพอนาคตของระบบอาหารผ่านภาพถ่าย เรื่องเล่าที่ทรงพลัง โครงการที่ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และแผนที่ข้อมูลเชิงลึก</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37557 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/NGS_photo-5-re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ภายในปี 2050 ประชากรโลกมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 10,000 ล้านคน ขณะที่รายงานขององค์การยูเนสโก (UNESCO) คาดการณ์ว่า หากแนวโน้มปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป <a href="https://www.unesco.org/en/articles/unesco-raises-global-alarm-rapid-degradation-soils#:~:text=UNESCO%20is%20warning%20that%2090,for%20biodiversity%20and%20human%20life." target="_blank" rel="noopener">พื้นที่ดินกว่า 90%</a> ทั่วโลกอาจเสื่อมโทรมลงในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อรองรับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นและลดความเสี่ยงจากปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น การเสื่อมโทรมของดินและการสูญเสียถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิต โลกจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตอาหาร เกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู ซึ่งเป็นแนวทางการทำเกษตรที่มุ่งฟื้นฟูสุขภาพของดินและทรัพยากรธรรมชาติ แทนที่จะใช้จนหมดไป จึงถูกมองว่าเป็น กุญแจสำคัญ ในการผลิตอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการของโลก โดยเป็นการทำงานสอดคล้องกับธรรมชาติ ไม่ใช่สวนทางธรรมชาติ</p>
<p><strong>จิล ทีเฟนธาลเลอร์ (</strong><strong>Jill Tiefenthaler) </strong><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก</strong> กล่าวว่า ​อนาคตของเราจะถูกกำหนดด้วยวิธีการผลิตอาหารในวันนี้ และเรากำลังเปิดมุมมองใหม่สู่โอกาสครั้งสำคัญ เมื่อระบบอาหารสามารถหล่อเลี้ยงทั้งผู้คนและโลกได้อย่างสมดุล ความร่วมมือกับเป๊ปซี่โคครั้งนี้ ถือเป็นการลงทุนในแนวทางแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์และมีวิสัยทัศน์ เพื่อสนับสนุนเกษตรกร นักวิทยาศาสตร์ และผู้ถ่ายทอดเรื่องราว ผู้ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภารกิจนี้ เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงในระดับโลก ที่ตั้งอยู่บนรากฐานของวิทยาศาสตร์และความหวัง เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไป</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-37558 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/NGS_photo3-.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ในระยะแรก โครงการนี้จะให้การสนับสนุนนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก (National Geographic Explorers) จำนวน 5 คน ในการถ่ายทอดเรื่องราวของผู้คน เกษตรกร และชุมชนท้องถิ่นจากทั่วโลก เพื่อสะท้อนแนวทางการทำเกษตรที่ยั่งยืน และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ในเดือนพฤศจิกายนนี้ <strong>Pablo Albarenga</strong> นักสำรวจจากโครงการ Food for Tomorrow จะเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของเกษตรกรสวนมะพร้าวที่ลุกขึ้นมาฟื้นฟูสุขภาพของดินและความหลากหลายทางชีวภาพบนพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ระดับโลกที่มุ่งเล่าเรื่องราวของเกษตรกรรายย่อยและชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเปรียบเสมือน “<strong>ผู้พิทักษ์ผืนดิน</strong>” และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนแนวทางการฟื้นฟูเกษตรทั่วโลก</p>
<p><strong>เป๊ปซี่โค ร่วมมือกับ National Geographic CreativeWorks</strong> สร้างภาพยนตร์สั้น 3 เรื่อง ถ่ายทอดเรื่องราวของเกษตรกรที่นำแนวทาง “<strong>เกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู</strong>” มาปรับใช้ในการทำเกษตร เพื่อฟื้นฟูผืนดินและสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนของตนเอง หนึ่งในภาพยนตร์ถ่ายทอดเรื่องราวของ <strong>วิสา หลักคำปา เกษตรกรจากจังหวัดขอนแก่น</strong> ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานนี้ ถ่ายทอดให้เห็นถึงวิธีที่แนวทางเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟูช่วยเสริมความยืดหยุ่นให้กับผืนดิน ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของคุณวิสาในการแบ่งปันความรู้สู่เกษตรกรรายอื่น ๆ ทั่วประเทศ สามารถติดตามชมเรื่องราวของเธอได้<a href="https://players.brightcove.net/6415862108001/yfhWmOEslh_default/index.html?videoId=6382303272112" target="_blank" rel="noopener">ที่นี่</a></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-37559 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/วิสา-หลักคำปา-re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลกและเกษตรกร ถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนให้ องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่ สามารถผสานเข้ากับ ภูมิปัญญาดั้งเดิมด้านการเกษตร ได้อย่างลงตัว เพื่อขยายแนวทาง <strong>“เกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู”</strong> และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับทั้งผู้คนและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก เป๊ปซี่โค ได้ตั้งเป้าหมายที่จะขยายการนำแนวทางเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู ฟื้นฟูระบบนิเวศ และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ครอบคลุมพื้นที่ 10 ล้านเอเคอร์ทั่วโลกภายในปี 2030</p>
<p><strong>รามอน ลากัวร์ตา (</strong><strong>Ramon Laguarta) </strong><strong>ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เป๊ปซี่โค</strong> กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังกดดันระบบอาหารของโลกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเกษตรกรคือกลุ่มแรกที่ต้องรับแรงกระทบเหล่านี้ในทุกๆ วัน ในฐานะบริษัทที่มีรากฐานมาจากภาคการเกษตร เราเข้าใจถึงทั้งความเปราะบางและความสำคัญของระบบนี้ แต่เรายังมีหนทางที่จะทำให้ระบบนี้แข็งแกร่งขึ้น โครงการ Food for Tomorrow ผสานความเชี่ยวชาญด้านระบบอาหารของเป๊ปซี่โค เข้ากับพลังของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการลงมือทำ เรามีเป้าหมายเดียวกันในการสนับสนุนเกษตรกร ปกป้องสิ่งแวดล้อม และร่วมสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนสำหรับทุกคน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37560 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/ครอบครัว-คุณวิสา-หลักคำปา-re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>โครงการเตรียมประกาศมอบทุนวิจัยด้านวิทยาศาสตร์จำนวน 5 ทุน ให้กับผลงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถนำไปใช้ได้จริง และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายเพื่อค้นหาแนวทางแก้ปัญหาที่จะช่วยขยายการประยุกต์ใช้แนวทางเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟูในระดับโลก ขณะเดียวกัน <em><strong>ในปีหน้า โครงการยังมีแผนพัฒนาเครื่องมือแสดงข้อมูลเชิงภาพ (Dynamic Data Visualization Map) เพื่อสื่อสารบทบาทของเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟูในการเสริมความยืดหยุ่นของระบบอาหารและการเกษตร เครื่องมือนี้จะกลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับเกษตรกร นักวิทยาศาสตร์ และประชาชนทั่วไป โดยมีกำหนดเปิดให้เข้าถึงผ่านเว็บไซต์ของสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ภายในปี 2026 </strong></em></p>
<p>หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู ติดตามผลงานของนักสำรวจและนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก รวมถึงชมเรื่องราวที่จะเปิดเผยในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ สามารถเยี่ยมชมได้<a href="https://www.pepsico.co.th/th-th/our-stories/press-release/%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA-%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97-%E0%B8%97-%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%97-%E0%B8%A2-%E0%B8%87%E0%B8%A2-%E0%B8%99-%E0%B9%80%E0%B8%A3-%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84-%E0%B8%93%E0%B8%A7-%E0%B8%AA%E0%B8%B2-%E0%B8%AB%E0%B8%A5-%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%A0%E0%B8%B2-%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9C-%E0%B8%AA%E0%B8%A3-%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5-%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%A1-%E0%B8%99%E0%B8%9D%E0%B8%A3-%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" target="_blank" rel="noopener">ที่นี่</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/national-geographic-pepsico-launch-food-for-tomorrow/">เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จับมือ เป๊ปซี่โค เปิดตัวโครงการ “Food for Tomorrow” ขับเคลื่อนเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากนิวยอร์กสู่กรุงเทพ กลยุทธ์ Local Marketing ของอินเตอร์แบรนด์อย่าง เชค แช็ค (Shake Shack) กับการสร้าง Brand Love ให้ได้ใจคนไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/03/from-new-york-to-bangkok-with-local-marketing-by-shake-shack/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Mar 2023 12:01:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Brand Love]]></category>
		<category><![CDATA[Branding]]></category>
		<category><![CDATA[Growth]]></category>
		<category><![CDATA[I Heart Taxi]]></category>
		<category><![CDATA[License to Operate ​]]></category>
		<category><![CDATA[Local Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Shake Shack]]></category>
		<category><![CDATA[Shake Shack Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Story Telling]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[TAXIMAN]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[นาวิน ลาวัลย์ชัยกุล]]></category>
		<category><![CDATA[วิสาหกิจชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[เชค แช็ค]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17889</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นแบรนด์ดังที่หลายคนอาจจะต้ังตารอและอยากให้เข้ามาเปิดในไทยอยู่แล้ว ที่แม้ว่าจะมาแบบนิวยอร์กสไตล์ ขายความเป็นอินเตอร์แบรนด์ก็น่าจะมีกลุ่มแฟนพันธุ์แท้ให้การตอบรับที่แบรนด์น่าจะพอใจในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่อินเตอร์แบรนด์อย่างเบอร์เกอร์ชื่อดังสัญชาติอเมริกา เชค แช็ค (Shake Shack) ที่ได้ขยายสาขาส่งตรงจากนิวยอร์กเพื่อแลนดิ้งสู่ประเทศไทย เป็นสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ ในวันที่ 30 มีนาคมนี้ ก็เลือกที่จะทำ Local Marketing เพื่อขอผูกมิตรก่อนเปิดประตูเข้าบ้าน เพื่อให้ได้ใจคนไทยและอาจจะตั้งตารอวันที่แบรนด์จะเข้ามาเปิดอย่างใจจดใจจ่อเพิ่มมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การเริ่มปักหมุดสาขาแรกที่ CentralWorld  กรุงเทพ โดย​มีสตอรี่เชื่อมโยง ระหว่างมหานครนิวยอร์กกับกรุงเทพมหานคร​ ผ่านธีม Taximan ซึ่งมีผู้ออกแบบคือ คุณนาวิน ลาวัลย์ชัยกุล ศิลปินไทยเชื้อสายอินเดีย เจ้าของผลงานการออกแบบงานกราฟิกบนรถเข็นฮอตดอกของ เชค แช็ค ที่เคยฝากผลงานการแสดงงานศิลปะครั้งแรกในชื่อ “I Heart Taxi” และหลังจากนั้นก็ได้มาออกแบบลายกราฟิกให้กับรถเข็นฮอตดอกของ เชค แช็ค ที่เมดิสันสแควร์พาร์ค ในมหานครนิวยอร์ก เมื่อ 22 ปีก่อน กลายเป็นความสัมพันธ์อันแนบแน่น สานต่อยาวนานจนมาถึงวันที่ เชค แช็ค ปักหมุดสาขาแรกที่ประเทศไทย ณ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ เรื่องราวของ Taximan จึงได้รับการนำกลับมาเล่าอีกครั้งเพื่อเชื่อมต่อสตอรี่จากเมืองสู่เมือง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/from-new-york-to-bangkok-with-local-marketing-by-shake-shack/">จากนิวยอร์กสู่กรุงเทพ กลยุทธ์ Local Marketing ของอินเตอร์แบรนด์อย่าง เชค แช็ค (Shake Shack) กับการสร้าง Brand Love ให้ได้ใจคนไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นแบรนด์ดังที่หลายคนอาจจะต้ังตารอและอยากให้เข้ามาเปิดในไทยอยู่แล้ว ที่แม้ว่าจะมาแบบนิวยอร์กสไตล์ ขายความเป็นอินเตอร์แบรนด์ก็น่าจะมีกลุ่มแฟนพันธุ์แท้ให้การตอบรับที่แบรนด์น่าจะพอใจในระดับหนึ่งอยู่แล้ว</p>
<p><span id="more-17889"></span></p>
<p>แต่อินเตอร์แบรนด์อย่างเบอร์เกอร์ชื่อดังสัญชาติอเมริกา เชค แช็ค (Shake Shack) ที่ได้ขยายสาขาส่งตรงจากนิวยอร์กเพื่อแลนดิ้งสู่ประเทศไทย เป็นสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ ในวันที่ 30 มีนาคมนี้ ก็เลือกที่จะทำ Local Marketing เพื่อขอผูกมิตรก่อนเปิดประตูเข้าบ้าน เพื่อให้ได้ใจคนไทยและอาจจะตั้งตารอวันที่แบรนด์จะเข้ามาเปิดอย่างใจจดใจจ่อเพิ่มมากยิ่งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17898 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Menu2.jpg" alt="" width="613" height="517" /></p>
<p>ตั้งแต่การเริ่มปักหมุดสาขาแรกที่ CentralWorld  กรุงเทพ โดย​มีสตอรี่เชื่อมโยง ระหว่างมหานครนิวยอร์กกับกรุงเทพมหานคร​ ผ่านธีม <strong>Taximan</strong> ซึ่งมีผู้ออกแบบคือ <strong>คุณนาวิน ลาวัลย์ชัยกุล</strong> ศิลปินไทยเชื้อสายอินเดีย เจ้าของผลงานการออกแบบงานกราฟิกบนรถเข็นฮอตดอกของ เชค แช็ค ที่เคยฝากผลงานการแสดงงานศิลปะครั้งแรกในชื่อ <strong>“I Heart Taxi</strong>”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17897 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Art3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>และหลังจากนั้นก็ได้มาออกแบบลายกราฟิกให้กับรถเข็นฮอตดอกของ เชค แช็ค ที่เมดิสันสแควร์พาร์ค ในมหานครนิวยอร์ก เมื่อ 22 ปีก่อน กลายเป็นความสัมพันธ์อันแนบแน่น สานต่อยาวนานจนมาถึงวันที่ เชค แช็ค ปักหมุดสาขาแรกที่ประเทศไทย ณ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ เรื่องราวของ Taximan จึงได้รับการนำกลับมาเล่าอีกครั้งเพื่อเชื่อมต่อสตอรี่จากเมืองสู่เมือง จากภาพแท็กซี่ในมหานครนิวยอร์กสู่กรุงเทพมหานคร</p>
<p>ขณะที่องค์ประกอบต่างๆ ของสาขาแรกในประเทศไทยนี้ ต่างก็สอดแทรกเรื่องราวความเป็นไทยเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น การตกแต่งในคอนเซ็ปต์ <strong>Urban Oasis</strong> ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก เชค แช็ค สาขาแรกที่มหานครนิวยอร์ก ผสานเข้ากับพลังความคึกคักไม่หลับใหลของกรุงเทพฯ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17891 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/decorate1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>หรือจะเป็นการครีเอทเมนูพิเศษสำหรับประเทศไทยอย่าง City Shack เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของอาหารไทยสไตล์กรุงเทพ เช่น มิลค์เชคข้าวเหนียวเจลลีใบเตย (Pandan Sticky Rice Shake), วานิลลา โฟรเซ่น คัสตาร์ดผสมคาราเมลน้ำปลาหวาน (Shack Attack) หรือการ Collab กับแบรนด์ไทยอย่างอาฟเตอร์ยู ในการครีเอทบราวนี่ให้เชค แช็ค โดยเฉพาะในเมนู ช็อกโกแลตคอนกรีตรสเข้มข้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17892 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Menu.jpg" alt="" width="562" height="703" /><br />
โดยเฉพาะเมนูพิเศษอย่างวานิลลา โฟรเซ่น คัสตาร์ด ผสมเนื้อมะพร้าวน้ำกะทิหอม (Coconuts About You) ที่ทางร้านจะแบ่งสัดส่วน 5% จากยอดขายของเมนูนี้ เพื่อนำ​ไปสนับสนุนกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ) อีกด้วย</p>
<p>นอกจากนี้ ในอีเวนท์วันเปิดร้านทางแบรนด์ ยังได้นำสินค้าจากชุมชนของไทย อย่างพัดสานด้วยมือ งานแฮนด์เมดจากชุมชนบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในของที่ระลึกเพื่อแจกให้กับผู้มาร่วมงานในวันเปิดร้านด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17893 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/3-7.jpg" alt="" width="1200" height="905" /></p>
<p>โดยทาง Shake Shack ได้ทำงานร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับผู้นำกิจกรรมของชุมชน ในการออกแบบลวดลาย ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของแบรนด์ผสมผสานเข้ากับผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่เป็นการสนับสนุนแ ละเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยรักษางานหัตถกรรมอันทรงคุณค่านี้ไว้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17894 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/2-7.jpg" alt="" width="1200" height="904" /></p>
<p>ซึ่งพัดแฮนด์เมด สานด้วยมือจากชุมชนบ้านแพรก จังหวัดอยุธยา นี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในกิฟต์เซ็ต ซึ่งประกอบด้วย กระเป๋าผ้า เสื้อทีเชิ้ต และพัดสานด้วยมือ เพื่อแจกให้ลูกค้า 100 คนแรก ในวันเปิดร้านอย่างเป็นทางการ ส่วนอีก 400 คนถัดมา ก็จะได้รับพัดลิมิเต็ด อิดิชั่นนี้ นี้ด้วยเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17895 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/1-8.jpg" alt="" width="1200" height="899" /></p>
<p>การผูกมิตรเพื่อขอเปิดประตูเข้าไปในประเทศต่างๆ ที่ต้องการขยายธุรกิจถือเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่อาจจะบอกได้เลยว่าธุรกิจนั้นๆ จะสำเร็จหรือล้มเหลว ซึ่งการที่เชค แช็ค พยายามแสดงถึงการให้ความสำคัญกับประเทศไทย รวมทั้งการเรียนรู้ และปรับตัวเพื่อเข้าให้ได้กับผู้คนและวัฒนธรรมของประเทศไทย ก็เชื่อว่า​ เชค แช็ค จะไม่ได้เพียงแค่ License to Operate ​เท่านั้น แต่จะสามารถสร้าง Brand Love และเพิ่มโอกาสใน​การได้ใจคนไทยเพิ่มมากยิ่งขึ้น​ไปด้วยอีกอย่างแน่นอน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/from-new-york-to-bangkok-with-local-marketing-by-shake-shack/">จากนิวยอร์กสู่กรุงเทพ กลยุทธ์ Local Marketing ของอินเตอร์แบรนด์อย่าง เชค แช็ค (Shake Shack) กับการสร้าง Brand Love ให้ได้ใจคนไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
