<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Strategy &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/strategy/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 09 Feb 2026 12:06:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Strategy &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เดอะมอลล์ ฝ่าวิกฤตผันผวนรอบด้าน กำลังซื้อซบ มุ่ง​ครีเอทอีเวนท์สร้างอิมแพ็ค​ นำร่อง &#8216;JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026&#8217; ตั้งเป้า Chinese Festive  Destination</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/the-mall-group-strategy-to-growth-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Feb 2026 11:58:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[chinese new year]]></category>
		<category><![CDATA[Chinese New Year 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Lifestyle Destination]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเดอะมอลล์]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์]]></category>
		<category><![CDATA[มะเมียทะยานไกล ม้าไฟมหาเฮง]]></category>
		<category><![CDATA[วรลักษณ์ ตุลาภรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เดอะมอลล์]]></category>
		<category><![CDATA[เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลตรุษจีน]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็มควอเทียร์]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็มสเฟียร์]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็มโพเรียม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39943</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยมุมมองภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้ ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ไม่แน่นอน และผันผวนต่อเนื่อง ทำให้กลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มเดอะมอลล์จากนี้  จะเน้นไปที่การรักษาทราฟฟิกและกระตุ้นยอดขาย ด้วยการตลาดที่แม่นยำ ทั้งการตีโจทย์จากอินไซต์ลูกค้า รวมทั้งการครีเอทอีเวนท์ที่สร้างสรรค์และแม่นยำเพื่อและสร้างอิมแพ็คได้เพิ่มมากขึ้น คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหาร เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์, เอ็มควอเทียร์ เอ็มสเฟียร์ เอ็มโพเรียม และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ กล่าวว่า​ ปี 2026 นี้ ยังเต็มไปด้วยความท้าทาย และไม่แน่นอนรอบด้าน ทั้งสถานการณ์และภาวะเศรษฐกิจโลก รวมทั้งปัจจัยภายในประเทศทั้งเศรษฐกิจ และการเมือง ไปจนถึงพฤติกรรม​ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและคาดเดาได้ยาก ประกอบกับกำลังซื้อโดยภาพรวมที่ลดลง ทำให้การทำธุรกิจในไตรมาสแรกค่อนข้างยากและเหนื่อยเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ในส่วนของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ​จะเน้นการเพิ่มทราฟฟิคหรือจำนวนผู้เข้ามาใช้บริการ และการใช้เวลาภายในศูนย์ให้เพิ่มมากขึ้น ผ่านการทำความเข้าใจอินไซต์กลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างแม็กเน็ตในการดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ทั้งจากร้านค้าที่ได้รับความนิยม  หรือการจัดอีเวนท์ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำและสร้างอิมแพ็คได้มากขึ้น รวมทั้งการมีโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจ เพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อได้เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ หนึ่งเทรนด์สำคัญของผู้บริโภคที่ช่วยขับเคลื่อนกำลังซื้อในธุรกิจค้าปลีกได้ดี ได้แก่ เทรนด์ด้านสุขภาพ ​(Health &#38; Longevity) ​ทำให้ผู้บริโภคให้ความสนใจในการดูแลตัวเอง การออกกำลังกาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/the-mall-group-strategy-to-growth-2026/">เดอะมอลล์ ฝ่าวิกฤตผันผวนรอบด้าน กำลังซื้อซบ มุ่ง​ครีเอทอีเวนท์สร้างอิมแพ็ค​ นำร่อง &#8216;JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026&#8217; ตั้งเป้า Chinese Festive  Destination</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยมุมมองภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้ ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ไม่แน่นอน และผันผวนต่อเนื่อง ทำให้กลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มเดอะมอลล์จากนี้  จะเน้นไปที่การรักษาทราฟฟิกและกระตุ้นยอดขาย ด้วยการตลาดที่แม่นยำ ทั้งการตีโจทย์จากอินไซต์ลูกค้า รวมทั้งการครีเอทอีเวนท์ที่สร้างสรรค์และแม่นยำเพื่อและสร้างอิมแพ็คได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><span id="more-39943"></span></p>
<p><strong>คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหาร เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์, เอ็มควอเทียร์ เอ็มสเฟียร์ เอ็มโพเรียม และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ กล่าวว่า​ ปี 2026 นี้ ยังเต็มไปด้วยความท้าทาย และไม่แน่นอนรอบด้าน ทั้งสถานการณ์และภาวะเศรษฐกิจโลก รวมทั้งปัจจัยภายในประเทศทั้งเศรษฐกิจ และการเมือง ไปจนถึงพฤติกรรม​ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและคาดเดาได้ยาก ประกอบกับกำลังซื้อโดยภาพรวมที่ลดลง ทำให้การทำธุรกิจในไตรมาสแรกค่อนข้างยากและเหนื่อยเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>ขณะที่ในส่วนของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ​จะเน้นการเพิ่มทราฟฟิคหรือจำนวนผู้เข้ามาใช้บริการ และการใช้เวลาภายในศูนย์ให้เพิ่มมากขึ้น ผ่านการทำความเข้าใจอินไซต์กลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างแม็กเน็ตในการดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ทั้งจากร้านค้าที่ได้รับความนิยม  หรือการจัดอีเวนท์ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำและสร้างอิมแพ็คได้มากขึ้น รวมทั้งการมีโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจ เพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39930 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ หนึ่งเทรนด์สำคัญของผู้บริโภคที่ช่วยขับเคลื่อนกำลังซื้อในธุรกิจค้าปลีกได้ดี ได้แก่ เทรนด์ด้านสุขภาพ ​(Health &amp; Longevity) ​ทำให้ผู้บริโภคให้ความสนใจในการดูแลตัวเอง การออกกำลังกาย ​​เพื่อตอบโจทย์การมีสุขภาพที่ดีและมีชีวิตที่ยืนยาว ส่งผลให้สินค้าในกลุ่มกีฬา ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์ออกกำลังกาย สมาร์ทวอช  ไปจนถึงร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ยังคงเติบโต​ ​และส่งผลต่อการคัดเลือกร้านค้าหรือแบรนด์เพื่อสามารถตอบโจทย์อินไซต์ผู้บริโภคได้ตรงจุด</p>
<p>ขณะที่แนวทางในการจัดอีเวนท์ของกลุ่มเดอะมอลล์ในปีนี้ จะเน้นรูปแบบกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่มากขึ้น ทั้งการผนึกกำลังกับพันธมิตร รวมทั้งการให้ความสำคัญกับ Story หรือเรื่องราวในการขับเคลื่อนแคมเปญ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อตอกย้ำการเป็น Lifestyle Destination ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างโมเมนต์ ทั้งความตื่นเต้น ความประทับใจ สัมผัสได้ถึงความผูกพัน การเป็น​สถานที่ที่มีความคุ้นเคย เต็มไปด้วยความรัก และสร้างความสุขให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการได้เสมอ ​โดย​จำนวนอีเวนท์ที่มีอาจจะไม่ได้เพิ่มมากขึ้น แต่ให้ความสำคัญกับคอนเซ็ปต์ การสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย และการสร้างผลลัพธ์​ได้อย่างมีกลยุทธ์ เพื่อ​รับมือกับภาวะกำลังซื้อหดตัวซึ่งถือ​เป็นปัจจัยสำคัญที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39934 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/9.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;โดยอีเวนท์สำคัญของกลุ่มเดอะมอลล์ในช่วงไตรมาสแรกนี้ คือ กิจกรรมในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งถือเป็นเทศกาลสำคัญของกลุ่มครอบครัว ซึ่งเป็นทาร์เก็ต​สำคัญของกลุ่มเดอะมอลล์ และเป็นหนึ่งอีเวนท์สำคัญช่วงเฉลิมฉลองในเทศกาลสำคัญเช่นเดียวกับช่วงปีใหม่ โดยในปีนี้จัดขึ้นระหว่าง 30 มกราคม &#8211; 4 มีนาคม 2569 ภายใต้คอนเซ็ปต์  &#8216;<strong>JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026 : มะเมียทะยานไกล ม้าไฟมหาเฮง</strong>&#8216; เพื่อสร้างโมเมนต์ความอบอุ่นระหว่างครอบครัว ช่วงเวลาในการพบปะญาติมิตร การเตรียมของไหว้ รับประทานอาหารร่วมกัน ใช้ชีวิต ท่องเที่ยวและเฉลิมฉลองร่วมกัน โดยมีศูนย์การค้าของกลุ่มเดอะมอลล์ เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว พร้อมสินค้าไหว้ และอาหารมงคล รวมทั้ง​กิจกรรมที่ครบถ้วน สำหรับรองรับช่วงเทศกาล โดยชูความโดดเด่นและผสมผสานทั้งวัฒนธรรม ความเชื่อ การท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ​ ซึ่งนอกจากกลุ่มคนไทยเชื้อสายจีนในประเทศแล้ว ยังยกระดับการจัดอีเวนท์เพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเฉลิมฉลองในช่วงเวลาดังกล่าว โดยตั้งเป้าเป็น <strong>Chinese Festive Destination</strong>ที่สามารถมอบประสบการณ์ให้ผู้มาเยือนได้อย่างครบถ้วนและมีความหมายทั้งวัฒนธรรม ความเชื่อ และการท่องเที่ยว เพื่อให้เทศกาลตรุษจีนเป็นมากกว่าเทศกาลการค้า แต่เป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวกลับมาใช้ชีวิตร่วมกัน โดย​คาดว่าจะช่วยเพิ่มคนเข้ามาใช้บริการได้ไม่ต่ำกว่า 15%​&#8221;</em> คุณวรลักษณ์​ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39935 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/13.jpg" alt="" width="1200" height="563" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/the-mall-group-strategy-to-growth-2026/">เดอะมอลล์ ฝ่าวิกฤตผันผวนรอบด้าน กำลังซื้อซบ มุ่ง​ครีเอทอีเวนท์สร้างอิมแพ็ค​ นำร่อง &#8216;JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026&#8217; ตั้งเป้า Chinese Festive  Destination</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรุงศรี ชูกลยุทธ์ &#8216;ONE Krungsri ผนึกกำลังเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน&#8217; แนะ 5 วาระกระตุ้นเศรษฐกิจจากโครงสร้าง​ พร้อมขยายพอร์ตการเงินยั่งยืน 3.5 แสนล้านบาท   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/one-krungsri-for-a-sustainable-future/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Feb 2026 09:40:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Finance & Invest]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Green Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Krungsri]]></category>
		<category><![CDATA[MUFG]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[ONE Krungsri]]></category>
		<category><![CDATA[ONE Krungsri for a Sustainable Future]]></category>
		<category><![CDATA[ONE Krungsri in Action]]></category>
		<category><![CDATA[Social and Sustainable Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Finance]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงศรี]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงศรีอยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[เคนอิจิ ยามาโตะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39913</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ประกาศเดินหน้าแผนธุรกิจปี 2569 ภายใต้กลยุทธ์ “ONE Krungsri ผนึกกำลังเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” (ONE Krungsri for a Sustainable Future) โดยมุ่งเน้นการผสานศักยภาพความแข็งแกร่งทั้งในประเทศและเครือข่ายต่างประเทศ ขับเคลื่อนองค์กรด้วยพลังแห่งข้อมูล (Data) และเทคโนโลยี AI เพื่อสนับสนุนลูกค้าให้ก้าวผ่านความท้าทาย และเติบโตได้อย่างมั่นคง พร้อมร่วมสร้างสังคมที่ยั่งยืนในระยะยาว ด้วยการปรับเพิ่มเป้าหมายพอร์ตการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืนสู่ 350,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 คุณเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า​ท่ามกลางความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ ในฐานะสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) กรุงศรีตระหนักดีว่าบทบาทของเราต้องเป็นมากกว่าผู้ให้สินเชื่อ กล่าวคือ เรามุ่งมั่นเป็นพันธมิตรที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ พร้อมเคียงข้างภาคครัวเรือนและผู้ประกอบการ SME ให้ก้าวต่อไปได้ สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจของกรุงศรีในปี 2569 เรายังคงเดินหน้าเสริมสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ มุ่งเน้นกลยุทธ์ ONE Krungsri ผนึกกำลังเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน โดยผสานพลังของทุกกลุ่มธุรกิจของกรุงศรีทั้งในไทยและเครือข่ายในอาเซียนรวมถึง MUFG เพื่อส่งมอบประสบการณ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/one-krungsri-for-a-sustainable-future/">กรุงศรี ชูกลยุทธ์ &#8216;ONE Krungsri ผนึกกำลังเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน&#8217; แนะ 5 วาระกระตุ้นเศรษฐกิจจากโครงสร้าง​ พร้อมขยายพอร์ตการเงินยั่งยืน 3.5 แสนล้านบาท   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงศรี</strong> (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ประกาศเดินหน้าแผนธุรกิจปี 2569 ภายใต้กลยุทธ์ <strong>“</strong><strong>ONE Krungsri </strong><strong>ผนึกกำลังเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” (</strong><strong>ONE Krungsri for </strong><strong>a Sustainable Future)</strong></p>
<p><span id="more-39913"></span></p>
<p>โดยมุ่งเน้นการผสานศักยภาพความแข็งแกร่งทั้งในประเทศและเครือข่ายต่างประเทศ ขับเคลื่อนองค์กรด้วยพลังแห่งข้อมูล (Data) และเทคโนโลยี AI เพื่อสนับสนุนลูกค้าให้ก้าวผ่านความท้าทาย และเติบโตได้อย่างมั่นคง พร้อมร่วมสร้างสังคมที่ยั่งยืนในระยะยาว ด้วยการปรับเพิ่มเป้าหมายพอร์ตการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืนสู่ 350,000 ล้านบาท ภายในปี 2573</p>
<p><strong>คุณเคนอิจิ ยามาโตะ</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า​ท่ามกลางความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ ในฐานะสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) กรุงศรีตระหนักดีว่าบทบาทของเราต้องเป็นมากกว่าผู้ให้สินเชื่อ กล่าวคือ เรามุ่งมั่นเป็นพันธมิตรที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ พร้อมเคียงข้างภาคครัวเรือนและผู้ประกอบการ SME ให้ก้าวต่อไปได้</p>
<p>สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจของกรุงศรีในปี 2569 เรายังคงเดินหน้าเสริมสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ มุ่งเน้นกลยุทธ์ <strong>ONE Krungsri </strong><strong>ผนึกกำลังเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน </strong>โดยผสานพลังของทุกกลุ่มธุรกิจของกรุงศรีทั้งในไทยและเครือข่ายในอาเซียนรวมถึง MUFG เพื่อส่งมอบประสบการณ์ และโซลูชันที่ไร้รอยต่อให้กับลูกค้า เป้าหมายสูงสุดของเราไม่ใช่เพียงการเติบโตของธนาคาร แต่คือการสร้างรากฐานความมั่นคงในระยะยาวให้กับลูกค้า ภาคธุรกิจ และระบบเศรษฐกิจไทยโดยรวม</p>
<p>“ทั้งนี้ กรุงศรีได้กำหนด 5 วาระเร่งด่วนเชิงโครงสร้าง เพื่อวางรากฐานให้ลูกค้า ภาคธุรกิจ และเศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน ประการแรก  <strong>การผ่อนคลายปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทย</strong> ให้ประชาชนกลับมามีเสถียรภาพทางการเงิน ผ่านแนวทาง 3 ระดับ ได้แก่ <em>การช่วยเหลือ</em><em>เร่งด่วน</em> เพื่อเสริมสภาพคล่องในยามวิกฤต <em>การร่วมมือกับภาครัฐ</em> ในการส่งมาตรการแก้หนี้ต่าง ๆ ให้ถึงครัวเรือนที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง และ<em>การแก้ไข</em><em>ปัญหาหนี้ครัวเรือน</em><em>อย่างยั่งยืน</em> ด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับศักยภาพรายบุคคล ควบคู่ไปกับการสนับสนุนความรู้ทางการเงิน ประการที่สอง <strong>การเสริมแกร่งผู้ประกอบการ </strong><strong>SME</strong> ซึ่งเป็นกำลังหลักของเศรษฐกิจไทย ให้สามารถอยู่รอด ปรับตัว และเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ประการที่สาม <strong>การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ</strong> ขับเคลื่อนนวัตกรรมและการลงทุน เชื่อมโยงโอกาสระดับภูมิภาค ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา ประการที่สี่ <strong>การเร่งขับเคลื่อนด้านสภาพภูมิอากาศ</strong> ผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรมและครอบคลุมทุกภาคส่วน และสุดท้าย <strong>การสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงิน</strong> ยึดมั่นในความโปร่งใสและเสถียรภาพ เพื่อสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นในระบบการเงินไทยอย่างยั่งยืน”</p>
<figure id="attachment_39914" aria-describedby="caption-attachment-39914" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-39914 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Kenichi-re.jpg" alt="" width="1200" height="801" /><figcaption id="caption-attachment-39914" class="wp-caption-text">คุณเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)</figcaption></figure>
<p><strong>กลยุทธ์หลักปี </strong><strong>2569</strong></p>
<p>กรุงศรีกำหนด 3 แกนกลยุทธ์หลัก (Strategic Pillars) เพื่อใช้เป็นเข็มทิศในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>Customer First :</strong> ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร ด้วยโซลูชันทางการเงินที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เชื่อมต่อบริการอย่างไร้รอยต่อ เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งสำหรับลูกค้ารายย่อย ลูกค้าธุรกิจ และนักลงทุน</li>
<li><strong>Transform with AI &amp; Technology :</strong> เร่งการนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเสริมความแข็งแกร่งด้านการบริหารความเสี่ยง ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT และระบบ Core Banking เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต</li>
<li><strong>ONE Krungsri Collaboration :</strong> ผสานพลังความร่วมมือภายในกลุ่มกรุงศรี เพื่อส่งมอบโซลูชันทางการเงินแบบบูรณาการ ครอบคลุมทั้งลูกค้ารายย่อยและลูกค้าองค์กร พร้อมใช้จุดแข็งจากเครือข่ายระดับโลกของ MUFG เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระดับภูมิภาค</li>
</ul>
<p><strong>ONE Krungsri in Action : </strong><strong>จากกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ</strong></p>
<p>กรุงศรีเดินหน้าขับเคลื่อนวิสัยทัศน์สู่การลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการสำคัญที่มุ่งยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ด้วยการพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ออกแบบจากความเข้าใจเชิงลึกในแต่ละช่วงชีวิต และตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลที่หลากหลายและแตกต่างของกลุ่มลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล อาทิ การยกระดับบริการสู่รูปแบบ One Stop Service  ที่เชื่อมโยงช่องทางต่าง ๆ ทั้งแอปพลิเคชัน สาขา และศูนย์บริการลูกค้า (Contact Center) เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ควบคู่ไปกับการพัฒนาโซลูชันด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนและการเสริมสร้างองค์ความรู้ (Sustainable Finance &amp; Capacity Building) ตลอดจนการสร้างคุณค่าแบบองค์รวมผ่านบริการที่ปรึกษาวาณิชธนกิจ และโซลูชันการบริหารความเสี่ยงอย่างครบวงจร รวมถึงการผนึกกำลังเครือข่าย MUFG และพันธมิตรระดับโลก ผสานกับนวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเพื่อยกระดับศักยภาพการให้บริการและมอบโอกาสทางธุรกิจที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า</p>
<p><strong>มุมมองปี </strong><strong>2569</strong> <strong>และเป้าหมายระยะยาว</strong></p>
<p>สำหรับปี 2569 <strong>กรุงศรีตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อไว้ที่ 2–4%</strong> และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) โดยรวมที่<br />
4.0–4.3% โดยที่ NIM ในประเทศอยู่ที่ 3.25–3.50% และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ระดับ Mid-40s% ควบคู่ไปกับ<strong>การเดินหน้าพันธกิจด้านความยั่งยืนสู่เป้าหมาย Net Zero</strong> อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการ <em><strong>ปรับเพิ่มเป้าหมายพอร์ตการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน (Social and Sustainable Finance) เป็น 350,000 ล้านบาท</strong>  </em>พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันทางการเงินเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งตลอดห่วงโซ่คุณค่าให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p><em>“เป้าหมายของกรุงศรีคือการสร้างการเติบโตที่สมดุล ทั้งในด้านผลประกอบการ นวัตกรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม เรากำลังขับเคลื่อนองค์กรสู่ภูมิทัศน์ทางการเงินแห่งอนาคต ที่บริการทางการเงินได้รับการบูรณาการอย่างไร้รอยต่อ ขับเคลื่อนด้วยพลังของเทคโนโลยี และความร่วมมือ เพื่อปลดล็อกศักยภาพการเติบโตให้แก่ลูกค้า พันธมิตร และสังคม”</em><strong> คุณเคนอิจิ กล่าวสรุป</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/one-krungsri-for-a-sustainable-future/">กรุงศรี ชูกลยุทธ์ &#8216;ONE Krungsri ผนึกกำลังเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน&#8217; แนะ 5 วาระกระตุ้นเศรษฐกิจจากโครงสร้าง​ พร้อมขยายพอร์ตการเงินยั่งยืน 3.5 แสนล้านบาท   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>DRT ปรับกลยุทธ์รับมือผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เตรียมความพร้อมสินค้าและบริการขยายตลาดรีโนเวท   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/drt-strategic-move-to-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Dec 2025 02:54:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[DRT]]></category>
		<category><![CDATA[SPC Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ตราเพชร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์ตราเพชร]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[สาธิต สุดบรรทัด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38850</guid>

					<description><![CDATA[<p>“บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร หรือ DRT” ปรับกลยุทธ์รับมือผลกระทบจากปัจจัยภายนอกทั้งภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัวและเหตุอุทกภัยในหลายพื้นที่ ประเมินระยะสั้นจะเกิดการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและอาจมีความต้องการบ้านใหม่จากการย้ายถิ่นที่อยู่เพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในอนาคต หนุนความต้องการใช้วัสดุก่อสร้าง ชูความพร้อมด้านสินค้าที่หลากหลายพร้อมบริการติดตั้งขยายตลาดปรับปรุงและซ่อมแซม รุกพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมวางแผนจัดกิจกรรมการตลาดในพื้นที่ภาคต่างๆ นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์และบอร์ดไฟเบอร์ซีเมนต์ บอร์ดตกแต่งผนัง อิฐมวลเบา บริการติดตั้งโครงหลังคาสำเร็จรูปและกระเบื้องหลังคา พื้น บันได และผนังพร้อมบริการติดตั้ง &#8216;SPC Solutions&#8217; แบบครบวงจร ภายใต้เครื่องหมายการค้า ‘ตราเพชร’ เปิดเผยว่า จากภาพรวมเศรษฐกิจนับจากต้นปีถึงปัจจุบันที่ยังคงชะลอตัวและการเกิดเหตุอุทกภัยในหลายพื้นที่ ล่าสุดคือเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ที่ส่งผลกระทบต่อที่อยู่อาศัยเกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก ในระยะสั้นจึงจำเป็นต้องมีการซ่อมแซมและปรับปรุงที่อยู่อาศัย ส่วนระยะกลางและระยะยาวอาจมีความต้องการบ้านใหม่รองรับการย้ายถิ่นที่อยู่เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดเหตุอุทกภัยในอนาคต โดยหลังจากรัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การออกมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรม เป็นต้น รวมถึงมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย คาดว่าจะส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและการจับจ่ายใช้สอยค่อยๆ ฟื้นตัว ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบกับบริษัทฯ และกำลังซื้อของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม  บริษัทฯ ยังคงมีความพร้อมด้านสินค้าวัสดุก่อสร้างที่หลากหลายพร้อมบริการติดตั้ง สามารถตอบสนองความต้องการใช้งานและรองรับการก่อสร้างบ้านได้ทั้งหลัง บริษัทฯ จึงปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและความต้องการใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างเพื่อการปรับปรุงและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องและร่วมกับร้านค้าผู้แทนจำหน่ายนำเสนอสินค้าในพื้นที่ อาทิ ผลิตภัณฑ์หลังคาเซรามิก, [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/drt-strategic-move-to-growth/">DRT ปรับกลยุทธ์รับมือผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เตรียมความพร้อมสินค้าและบริการขยายตลาดรีโนเวท   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร หรือ </strong><strong>DRT</strong><strong>” ปรับกลยุทธ์รับมือผลกระทบจากปัจจัยภายนอกทั้งภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัวและเหตุอุทกภัยในหลายพื้นที่ ประเมินระยะสั้นจะเกิดการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและอาจมีความต้องการบ้านใหม่จากการย้ายถิ่นที่อยู่เพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในอนาคต หนุนความต้องการใช้วัสดุก่อสร้าง ชูความพร้อมด้านสินค้าที่หลากหลายพร้อมบริการติดตั้งขยายตลาดปรับปรุงและซ่อมแซม รุกพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมวางแผนจัดกิจกรรมการตลาดในพื้นที่ภาคต่างๆ</strong></p>
<p><span id="more-38850"></span></p>
<p><strong> นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>DRT</strong> ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์และบอร์ดไฟเบอร์ซีเมนต์ บอร์ดตกแต่งผนัง อิฐมวลเบา บริการติดตั้งโครงหลังคาสำเร็จรูปและกระเบื้องหลังคา พื้น บันได และผนังพร้อมบริการติดตั้ง &#8216;SPC Solutions&#8217; แบบครบวงจร ภายใต้เครื่องหมายการค้า <strong>‘</strong><strong>ตราเพชร</strong><strong>’</strong> เปิดเผยว่า จากภาพรวมเศรษฐกิจนับจากต้นปีถึงปัจจุบันที่ยังคงชะลอตัวและการเกิดเหตุอุทกภัยในหลายพื้นที่ ล่าสุดคือเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ที่ส่งผลกระทบต่อที่อยู่อาศัยเกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก ในระยะสั้นจึงจำเป็นต้องมีการซ่อมแซมและปรับปรุงที่อยู่อาศัย ส่วนระยะกลางและระยะยาวอาจมีความต้องการบ้านใหม่รองรับการย้ายถิ่นที่อยู่เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดเหตุอุทกภัยในอนาคต โดยหลังจากรัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การออกมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรม เป็นต้น รวมถึงมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย คาดว่าจะส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและการจับจ่ายใช้สอยค่อยๆ ฟื้นตัว</p>
<p>ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบกับบริษัทฯ และกำลังซื้อของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม  บริษัทฯ ยังคงมีความพร้อมด้านสินค้าวัสดุก่อสร้างที่หลากหลายพร้อมบริการติดตั้ง สามารถตอบสนองความต้องการใช้งานและรองรับการก่อสร้างบ้านได้ทั้งหลัง บริษัทฯ จึงปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและความต้องการใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างเพื่อการปรับปรุงและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องและร่วมกับร้านค้าผู้แทนจำหน่ายนำเสนอสินค้าในพื้นที่ อาทิ ผลิตภัณฑ์หลังคาเซรามิก, ฝ้าระบายอากาศ, ผลิตภัณฑ์พื้นและบันได SPC ที่มีความแข็งแรงทนทาน ทนน้ำและความชื้น ติดตั้งง่ายและรวดเร็ว, ผลิตภัณฑ์ไม้สังเคราะห์ WPC สำหรับงานตกแต่งภายนอก ฯลฯ และล่าสุดได้พัฒนาอิฐมวลเบา MAX BLOCK ขนาดใหญ่ 60x60x7.5 เซนติเมตร สามารถก่อผนังเร็วขึ้น 3 เท่าช่วยลดต้นทุนและค่าแรง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38852 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/DRT2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทฯ เตรียมแผนเชิงรุกผ่านการจัดกิจกรรมการตลาดในพื้นที่ภาคต่างๆ เพื่อแนะนำสินค้าใหม่แก่ร้านค้าผู้แทนจำหน่าย บริษัทรับสร้างบ้าน ผู้รับเหมาก่อสร้างและต่อเติม รองรับการขยายตลาดรีโนเวทและงานก่อสร้างบ้านและโครงการที่อยู่ในพื้นที่ ทั้งในจังหวัดหลักและหัวเมืองรอง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นยอดขายของบริษัทฯ  ส่วนช่องทางตลาดต่างประเทศที่มีสัดส่วน 13-15% ของรายได้รวม บริษัทฯ วางแผนรุกตลาดประเทศอื่นๆ นอกจากกัมพูชาให้มากขึ้น อาทิ  สปป.ลาว, มาเลเซีย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์ ฯลฯ ส่วนเมียนมาแม้มีเหตุการณ์การเมืองภายในประเทศ แต่ยังคงมีความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างในระดับสูง โดยจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสการขายสินค้ามากยิ่งขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/drt-strategic-move-to-growth/">DRT ปรับกลยุทธ์รับมือผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เตรียมความพร้อมสินค้าและบริการขยายตลาดรีโนเวท   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยุทธศาสตร์ &#8216;ชาบูชิ&#8217; เสิร์ฟสิ่งใหม่อยู่เสมอ​ ยกระดับ &#8216;New Design&#8217; ตอบโจทย์โมเมนต์คนรุ่นใหม่ ย้ำเป้าหมาย &#8216;Shabu-Shabu Sushi Destination&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/shabusi-emphasize-destination-of-shabu-shabu-and-sushi/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Sep 2025 02:43:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Japanese Food]]></category>
		<category><![CDATA[Oishi]]></category>
		<category><![CDATA[Oishi Holding]]></category>
		<category><![CDATA[Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[Shabu-shabu]]></category>
		<category><![CDATA[Shabu-Shabu Sushi Destination]]></category>
		<category><![CDATA[SHABUSHI]]></category>
		<category><![CDATA[Sky -Nani]]></category>
		<category><![CDATA[Social Bonding Platform]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Sushi]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[ชาบู – ชาบู]]></category>
		<category><![CDATA[ชาบูชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ซูชิ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ศสัย ตังเดชะหิรัญ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36564</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นหนึ่งแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการทำความเข้าใจอินไซต์ และมุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดเส้นทางกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา นับจากเริ่มแนะนำตัวต่อผู้บริโภค ผ่านการให้บริการสาขาแรกมาตั้งแต่ปี 2544 มาถึงวันนี้ โมเมนตัมของ &#8216;ชาบูชิ&#8217; ยังคงไม่เคยหยุดนิ่ง และ​สามารถเสิร์ฟสิ่งใหม่ให้ตลาดและผู้บริโภคได้อยู่ตลอดเวลา นับตั้งแต่เริ่มทักทายตลาดด้วยคอนเซ็ปต์แปลกใหม่ในรูปแบบ &#8216;บุฟเฟต์บนสายพาน&#8216; ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ตอบโจทย์ได้​​ทั้งความคุ้มค่าและประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ รวมทั้งการเฟ้นหาวัตถุดิบคุณภาพจากทุกมุมโลก จนถึงการพัฒนาแคมเปญการตลาด รวมทั้งโปรโมชั่นเด็ดๆ ​ที่ตกผลึกจากการทำความเข้าใจอินไซต์ผู้บริโภคอย่างถ่องแท้ จึงเป็นเหตุผล​ให้ &#8216;ชาบูชิ&#8217; ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน Beyond Restaurant สู่ Social Bonding Platform  ปฏิเสธไม่ได้ว่ากาลเวลาที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ผู้บริโภคในตลาดเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่มหลักในปัจจุบันอย่าง GenZ ที่มีความ​แตกต่างไปจากเจนเนอเรชั่นก่อนหน้า ทั้งวิธีคิด ความชื่นชอบ ไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรม ​โดยจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ​และ​ให้ความสำคัญกับเพื่อน รวมทั้งชื่นชอบ​การค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ  จึงเป็นโจทย์สำคัญของแบรนด์ที่ต้องปรับตัว ปรับวิธีคิด เพื่อสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้ นำมาสู่การขยับครั้งสำคัญในรอบ 20 ปี ของชาบูชิ​ช่วงกลางปีที่ผ่านมา กับการรีเฟรชแบรนด์ พร้อมเปิดตัว &#8216;สกาย วงศ์รวี นทีธร – [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/shabusi-emphasize-destination-of-shabu-shabu-and-sushi/">ยุทธศาสตร์ &#8216;ชาบูชิ&#8217; เสิร์ฟสิ่งใหม่อยู่เสมอ​ ยกระดับ &#8216;New Design&#8217; ตอบโจทย์โมเมนต์คนรุ่นใหม่ ย้ำเป้าหมาย &#8216;Shabu-Shabu Sushi Destination&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นหนึ่งแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการทำความเข้าใจอินไซต์ และมุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดเส้นทางกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา นับจากเริ่มแนะนำตัวต่อผู้บริโภค ผ่านการให้บริการสาขาแรกมาตั้งแต่ปี 2544</p>
<p><span id="more-36564"></span></p>
<p>มาถึงวันนี้ โมเมนตัมของ<strong> &#8216;ชาบูชิ&#8217;</strong> ยังคงไม่เคยหยุดนิ่ง และ​สามารถเสิร์ฟสิ่งใหม่ให้ตลาดและผู้บริโภคได้อยู่ตลอดเวลา นับตั้งแต่เริ่มทักทายตลาดด้วยคอนเซ็ปต์แปลกใหม่ในรูปแบบ &#8216;<strong>บุฟเฟต์บนสายพาน</strong>&#8216; ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ตอบโจทย์ได้​​ทั้งความคุ้มค่าและประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ รวมทั้งการเฟ้นหาวัตถุดิบคุณภาพจากทุกมุมโลก จนถึงการพัฒนาแคมเปญการตลาด รวมทั้งโปรโมชั่นเด็ดๆ ​ที่ตกผลึกจากการทำความเข้าใจอินไซต์ผู้บริโภคอย่างถ่องแท้ จึงเป็นเหตุผล​ให้ &#8216;ชาบูชิ&#8217; ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36576 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/13_Menu.jpg" alt="" width="711" height="800" /></p>
<p><strong>Beyond Restaurant สู่ Social Bonding Platform </strong></p>
<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่ากาลเวลาที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ผู้บริโภคในตลาดเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่มหลักในปัจจุบันอย่าง GenZ ที่มีความ​แตกต่างไปจากเจนเนอเรชั่นก่อนหน้า ทั้งวิธีคิด ความชื่นชอบ ไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรม ​โดยจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ​และ​ให้ความสำคัญกับเพื่อน รวมทั้งชื่นชอบ​การค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ  จึงเป็นโจทย์สำคัญของแบรนด์ที่ต้องปรับตัว ปรับวิธีคิด เพื่อสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้</p>
<p>นำมาสู่การขยับครั้งสำคัญในรอบ 20 ปี ของชาบูชิ​ช่วงกลางปีที่ผ่านมา กับการรีเฟรชแบรนด์ พร้อมเปิดตัว<strong> &#8216;สกาย วงศ์รวี นทีธร – นานิ หิรัญกฤษฎิ์ ช่างคำ&#8217; </strong>ซึ่งถือเป็นการใช้พรีเซ็นเตอร์คู่แรกของแบรนด์  สะท้อนความเป็น <strong>&#8216;เพื่อน</strong>&#8216; ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค โดยเฉพาะการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วย​ Emotional Experience  ช่วยตอกย้ำจุดแข็งและแนวคิดหลักของแบรนด์ <strong> &#8216;รสชาติความสุขไม่สิ้นสุด&#8217;</strong> (Good Taste Great Time Never End) รวมทั้งสะท้อนถึง 2 ส่วนผสมสำคัญ​​ที่เข้ากันได้อย่างลงตัวของชาบูชิ ทั้ง ชาบู-ชาบู และซูชิ ​พร้อมด้วยแคมเปญ <strong>&#8216;ชาบูชิ x สกาย – นานิ: ALL YOU CAN กรี๊ด ฟินสุดกรี๊ด ยิ่งอีทยิ่งฟิน&#8217;</strong> มาช่วยเติมเต็มประสบการณ์มากกว่าความอิ่มอร่อย ซึ่งได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายอย่างดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36578 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/05_Design-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​ถือเป็นการเปลี่ยนวิธีคิดจากการมองแบรนด์ชาบูชิมุมใหม่ ที่ไม่ใช่เพียงแค่ร้านอาหาร แต่เป็นพื้นที่ในการเชื่อมต่อกับคนรุ่นใหม่ และเสิร์ฟได้มากกว่าแค่ความอิ่มอร่อย แต่สามารถแชร์​ความสุข ประสบการณ์ร่วม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในทุกโมเมนต์ของลูกค้า สะท้อนมุมมองของแบรนด์ที่​​​คิดมากกว่าแค่ในระดับทางการตลาด แต่เป็นการเข้าใจไปถึงเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก พร้อมการออกแบบประสบการณ์เพื่อส่งมอบให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ และอยากกลับมาใช้บริการได้อีกครั้ง</p>
<p><strong>เสิร์ฟดีไซน์ใหม่ ตอกย้ำ &#8216;จุดหมายปลายทาง&#8217; ชาบู-ชาบู และซูชิ </strong></p>
<p>นอกจากความแข็งแรง​ในการตอบโจทย์ <strong>Emotional Experience</strong> ในเชิงวิธีคิดและกลยุทธ์ของแบรนด์แล้ว ชาบูชิ ยังไม่ลืมที่จะตอบโจทย์ประสบการณ์​​ด้าน<strong>​ Physical Experience</strong> ที่สามารถจับต้องได้ผ่านการยกระดับดีไซน์ร้านในรูปแบบใหม่ เน้นความ​ทันสมัยและเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคปัจจุบัน โดยออกแบบ​ในโทนสีขาว เน้นความโปร่งโล่ง สะอาด พร้อมกราฟิกแนวญี่ปุ่นร่วมสมัย ให้ความรู้สึกสนุก สดใส และทันสมัย สอดคล้องบุคลิกแบรนด์ที่มีความสดใส มีชีวิตชีวา และพร้อมที่จะสร้างแรงบันดาลใจในทุกโมเมนต์ของการใช้เวลาในร้าน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36579 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/07_Sasai-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณ​ศสัย ตังเดชะหิรัญ </strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ชาบูชิได้นำร่องเผยโฉมดีไซน์ใหม่สาขาแรกให้เห็นไปแล้วที่  &#8216;ชาบูชิ สาขาซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์&#8217; ​​​รวมทั้งทยอยเปิดตัวดีไซน์ใหม่เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ทั้ง กทม. และหัวเมืองหลักใน​ต่าง​จังหวัด ประกอบด้วย ​สาขาเซ็นทรัล ขอนแก่น,  สาขามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน, สาขาเกทเวย์ เอกมัย, ​​สาขาเซ็นทรัล พัทยา และสาขาเซ็นทรัล ศาลายา ​ทำให้​ปัจจุบันมีชาบูชิ​สาขาที่เป็นดีไซน์ใหม่ให้บริการแล้วรวม 6 สาขา</p>
<p>พร้อมตั้งเป้าจะขยายเพิ่มเติมให้ครบ 10 สาขา ภายในปีนี้ โดยอีก 4 สาขาที่เตรียมเปิดให้บริการเพิ่มเติม ได้แก่  สาขา​เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า,​ สาขาเซ็นทรัล นครศรีธรรม, สาขาจังซีลอน ภูเก็ต และ​สาขาโลตัส บ้านบึง ซึ่งโลเกชั่นที่จะขยายเพิ่มเติม จะเน้นขยายในศูนย์การค้า และห้างสรรพสินค้าชั้นนำขนาดใหญ่ของแต่ละพื้นที่  เพื่อเข้าถึงฐานลูกค้าได้หลากหลาย เพิ่มการช่วย​สร้างภาพจำใหม่ของแบรนด์​ให้มีความชัดเจนได้ในระดับประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36580 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/06_Design.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36588 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/14_เมนูชาบูชิซีคอนฯศรีนครินทร์ชั้น-G.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การปรับ​ร้านสู่ดีไซน์ใหม่ของชาบูชิ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมากกว่าความอร่อย ​พร้อมย้ำภาพความตั้งใจในการเสิร์ฟ ‘รสชาติความสุขไม่สิ้นสุด’ โดย​ไฮไลท์ที่ทำให้รู้สึกถึงความแตกต่างได้มากขึ้น คือ การนำเสนอ <strong>Sushi-Master Station </strong>ในรูปแบบครัวเปิด ด้วยการปั้นซูชิสดใหม่ แบบคำต่อคำ พร้อมช่วยเพิ่มมิติของประสบกาณณ์ (Visual Experience) ที่สามารถแชร์ความประทับใจผ่านโซเชียล และสร้างคอนเทนต์ใน​ระหว่างมื้ออาหาร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์พิเศษร่วมกับคนพิเศษ ทั้งเพื่อน และครอบครัว (Great Moment)&#8221;</em></p>
<p><strong>การปรับตัวอย่างต่อเนื่องของชาบูชิ ตอกย้ำการเป็น Social Bonding และจุดแข็งในการเป็น Destination สำหรับนักกินที่ชื่นชอบชาบู-ชาบู และซูชิ</strong> โดยเฉพาะซูชิ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งพระเอกของร้านชาบูชิให้เข้ามามีบทบาทในการสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้มากยิ่งขี้น ​ผ่านการเสิร์ฟซูชิคุณภาพเยี่ยมและหลากหลาย​​รวมกว่า 30 รายการ ช่วยยกระดับประสบการณ์ซูชิเพิ่มขึ้นในอีกระดับ รวมทั้ง​การเพิ่มทางเลือกจากองค์ประกอบอื่นๆ ภายในร้าน ทั้งสเตชั่นซอส ที่สามารถผสมสูตรได้ตามชอบ สเตชั่นอาหารทานเล่น ที่วางไว้ในตู้อุ่นเพื่อคงความสดใหม่พร้อมเสิร์ฟ และสเตชั่นของหวาน ที่เพิ่มเมนูใหม่อย่างคากิโกริ หรือน้ำแข็งใสสไตล์ญี่ปุ่น และทอปปิ้งหลากหลาย พร้อมเมนูเครื่องดื่มที่หมุนเวียนไปตามฤดูกาล เพื่อเพิ่มประสบการณ์ใหม่ได้ทุกครั้งที่กลับเขามาใช้บริการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36583 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/11_Design.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36581 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/03_Design-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การปรับตัวอย่างต่อเนื่องของชาบูชิ ​​เพื่อขับเคลื่อนแบรนด์สู่​​การเติบโตได้อย่างยั่งยืน​ ผ่านการส่งมอบความสุข และประสบการณ์ที่ดีร่วมไปกับผู้บริโภค​ในทุกช่วงเวลา  ตอกย้ำถึงความเป็นมิตรที่พร้อมอยู่เคียงข้างทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความคุ้นเคยกันแล้ว หรือกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำความรู้จักกับแบรนด์ ​​​<strong>การขับเคลื่อนสู่ภาพลักษณ์ใหม่ของชาบูชิในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่​หนึ่งหมุดหมายของการรีเฟรชแบรนด์ครั้งนี้ แต่ยังเป็นการวางกลยุทธ์เพื่อเพิ่มพลังให้แบรนด์สามารถ Next Step สู่การพัฒนาแบรนด์ในยุคใหม่ และ​บรรลุเป้าหมายในการเป็นแบรนด์อันดับแรกในใจ (Top of Mind)</strong> เมื่อผู้บริโภคนึกถึงร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ชาบู -ชาบู และซูชิ (Shabu-Shabu Sushi Destination) ที่สามารถเสิร์ฟได้มากกว่าแค่ความอร่อย แต่สามารถมอบ <strong>&#8216;รสชาติแห่งความสุขที่ไม่มีวันสิ้นสุด&#8217;</strong> ไปได้พร้อมกัน เพราะใน</em><em>โลกที่ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แบรนด์ที่อยู่ได้อย่างยั่งยืนคือแบรนด์ที่กล้าก้าวไปพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ</em><em>&#8220;</em> คุณศสัย กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36584 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/01_Design.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/shabusi-emphasize-destination-of-shabu-shabu-and-sushi/">ยุทธศาสตร์ &#8216;ชาบูชิ&#8217; เสิร์ฟสิ่งใหม่อยู่เสมอ​ ยกระดับ &#8216;New Design&#8217; ตอบโจทย์โมเมนต์คนรุ่นใหม่ ย้ำเป้าหมาย &#8216;Shabu-Shabu Sushi Destination&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มธุรกิจ TCP ​แนะขับเคลื่อน &#8216;E+ESG&#8217; แม้วิกฤตรอบด้าน แต่ธุรกิจยังต้อง &#8216;ยั่งยืน&#8217; เพราะคือพื้นฐานของ​การเติบโต ในยุคที่ทุกคนต้อง​ปรับตัวเพื่อรอด</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/tcp-sustainable-growth-beyond-business-as-usual/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 Aug 2025 12:05:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[E+ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Future Ready]]></category>
		<category><![CDATA[Growth Diversification]]></category>
		<category><![CDATA[Re-balancing]]></category>
		<category><![CDATA[Re-Invention]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth The Future of Growth]]></category>
		<category><![CDATA[TCP]]></category>
		<category><![CDATA[TCP Sustainability Forum 2025]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ TCP]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ทีซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[สราวุฒิ อยู่วิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35749</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปีนี้ถือเป็นปีที่ธุรกิจต้องเผชิญ​หลากหลายความเสี่ยงที่หนักและมากกว่าที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดการชะลอตัวของตลาดทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น​เงื่อนไขจากภาษีการค้าระหว่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและระมัดระวังการใช้จ่ายของผู้บริโภค รวมทั้งปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ และการพัฒนาของเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ที่เข้ามาดิสรัปธุรกิจเพิ่มมากขึ้น กลุ่มธุรกิจ TCP ​ผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ที่แม้จะได้ชื่อว่าเป็นบริษัทใหญ่ระดับประเทศ และทำตลาดอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก ก็ต้องมีการปรับตัว ทั้งการ Re-balancing และ Re-Invention เพื่อสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน คุณสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวบนเวที  ‘TCP Sustainability Forum 2025: Sustainable Growth The Future of Growth&#8217; ในหัวข้อ ‘การก้าวข้ามธุรกิจแบบเดิม : สู่กลยุทธ์ใหม่เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน’ ถึงการปรับตัวของ TCP ในยุคที่ไม่สามารถเติบโตแบบเดิมๆ ได้อีกต่อไป ​ผ่านการขับเคลื่อน 2 แนวทางหลัก คือ &#8211; Re-balancing : ผ่านการปรับสมดุลใหม่ในธุรกิจ เพราะบริบทที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ธุรกิจที่เคยวางแผนการขับเคลื่อนในระยะยาว ต้องกลับมาทบทวน​ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/tcp-sustainable-growth-beyond-business-as-usual/">กลุ่มธุรกิจ TCP ​แนะขับเคลื่อน &#8216;E+ESG&#8217; แม้วิกฤตรอบด้าน แต่ธุรกิจยังต้อง &#8216;ยั่งยืน&#8217; เพราะคือพื้นฐานของ​การเติบโต ในยุคที่ทุกคนต้อง​ปรับตัวเพื่อรอด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปีนี้ถือเป็นปีที่ธุรกิจต้องเผชิญ​หลากหลายความเสี่ยงที่หนักและมากกว่าที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดการชะลอตัวของตลาดทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น​เงื่อนไขจากภาษีการค้าระหว่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและระมัดระวังการใช้จ่ายของผู้บริโภค รวมทั้งปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ และการพัฒนาของเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ที่เข้ามาดิสรัปธุรกิจเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><span id="more-35749"></span></p>
<p>กลุ่มธุรกิจ TCP ​ผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ที่แม้จะได้ชื่อว่าเป็นบริษัทใหญ่ระดับประเทศ และทำตลาดอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก ก็ต้องมีการปรับตัว ทั้งการ<strong> Re-balancing</strong> และ<strong> Re-Invention</strong> เพื่อสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35751 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Re-TCP-Sustainability-Forum-2025_002.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณสราวุฒิ อยู่วิทยา</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวบนเวที<strong>  ‘TCP Sustainability Forum 2025: Sustainable Growth The Future of Growth&#8217;</strong> ในหัวข้อ <strong>‘การก้าวข้ามธุรกิจแบบเดิม : สู่กลยุทธ์ใหม่เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน</strong>’ ถึงการปรับตัวของ TCP ในยุคที่ไม่สามารถเติบโตแบบเดิมๆ ได้อีกต่อไป ​ผ่านการขับเคลื่อน 2 แนวทางหลัก คือ</p>
<p><strong>&#8211; Re-balancing : </strong>ผ่านการปรับสมดุลใหม่ในธุรกิจ เพราะบริบทที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ธุรกิจที่เคยวางแผนการขับเคลื่อนในระยะยาว ต้องกลับมาทบทวน​ พร้อมทั้งการประเมินและจัดลำดับความสำคัญใหม่ แผนต่างๆ ที่เคยวางไว้อาจไม่ตอบโจทย์ หรือสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าต้องทำ อาจกลับกลายมาเป็นสิ่งจำเป็นและต้องเร่งทำโดยเร็ว เป็นต้น</p>
<p><strong>&#8211; Re -Invention :</strong> การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เช่น การปรับวิธีการทำงาน กระบวนการต่างๆ วิธีคิด วิธีการสื่อสาร หรือช่องทางในการสื่อสาร เพื่อให้ตอบโจทย์บริบท และพฤติกรรมของธุรกิจ และผู้บริโภคในปัจจุบันได้มากขึ้น</p>
<p>และแม้ธุรกิจจะต้องปรับตัวเพื่อรับมือต่อความผันผวน และท้าทายอย่างไร แต่การขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืน ​โดยเฉพาะการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม (ESG) ยังถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทุกธุรกิจไม่ควรทิ้ง เพราะเรื่องของความยั่งยืนไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่ถือเป็นพื้นฐาน และกลไกสำคัญในการเติบโตของโลกธุรกิจยุคใหม่ แต่ต้องขับเคลื่อนตามแนวคิด <strong>E+ESG</strong>  ทำตามกำลังที่มี และต้องมองผลกระทบต่อธุรกิจด้วย รวมทั้งอิมแพ็คที่เกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนนั้นคืออะไร</p>
<p><em>&#8220;เรายังมองว่า ESG หรือเรื่องของความยั่งยืนยังคงเป็นสิ่งสำคัญ และไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเลือกว่าควรทำหรือไม่ควรทำ เพราะถ้าหากไม่ทำ โลกใบนี้ก็จะอยู่ไม่ได้ ดังน้ัน เรื่องนี้ยังเป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะต้องทำ แต่ต้องยึดหลัก E+ESG โดยต้องคำนึงถึง​ E ในมิติ Economic เข้ามาด้วย เพราะผลตอบแทนทางธุรกิจ ​การเติบโตขององค์กรและ​คนในองค์กร ยังถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเช่นกัน หากแลกทุกอย่างที่มีเพื่อการทำเรื่องของความยั่งยืน ก็ไม่สามารถเรียกว่าเป็นการเติบโตแบบยั่งยืนได้ จึงควรเลือกขับเคลื่อนรูปแบบที่ตอบโจทย์กับกำลังและทรัพยากรที่มี ทำแล้วไม่กระทบธุรกิจ รวมทั้งให้ความสำคัญต่อ Impact ที่จะเกิดขึ้นจากสิ่งที่ทำนั้น ทั้งในแง่การเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่สุดท้ายแล้วธุรกิจเองก็ต้องไปต่อได้ด้วยเช่นกัน จึงต้องเพิ่มมุมมองให้การขับเคลื่อนให้กว้างขึ้นตามแนวทาง E+ESG&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35752 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/E-ESG.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>วาง 3 กลยุทธ์ &#8216;เติบโตอย่างยั่งยืน&#8217;</strong></p>
<p>สำหรับกลุ่มธุรกิจ TCP  มีความเชื่อว่า <strong>​Sustainable Growth</strong>​  ไม่ใช่เพียงแค่กลยุทธ์ แต่​เป็นหลักปฏิบัติ เพื่อเพิ่มความ​สามารถในการแข่งขันได้ดีขึ้น ปรับตัวได้ดีขึ้น ตอบสนองผู้บริโภคยุคใหม่ และขยายขอบเขตงานด้านความยั่งยืน ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นในอนาคต พร้อมทั้งวาง 3 กลยุทธ์ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในปีนี้ ท่ามกลางความท้าทายและผันผวนรอบด้าน  พร้อมสะท้อนวิสัยทัศน์เชิงรุกของกลุ่มธุรกิจ TCP ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเติบโตอย่างรวดเร็ว ​แต่เป็นการคิดใหม่​ เพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ซึ่งประกอบไปด้วย</p>
<p><strong>1. การขยายการเติบโตอย่างหลากหลาย (Growth Diversification) </strong>ผ่านการศึกษาและวิเคราะห์แนวโน้มการตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่ง​ขยายพอร์ตเครื่องดื่มให้มีความหลากหลาย ​เพื่อสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้หลากหลายกลุ่มมากขึ้น จากปัจจุบันพอร์ตส่วนใหญ่ 80-85% เป็นกลุ่ม  Energy Drink ซึ่งยังคงให้ความสำคัญ เพราะยังเป็นตลาด Top3 ที่มีแนวโน้ม​​เติบโตได้ดีในตลาดโลก ควบคู่กับการขยายสู่เทรนด์ตลาดเครื่องดื่มใหม่ๆ ที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ ​รวมทั้งการขยายไปสู่​ตลาดในหลากหลายประเทศมากขึ้น จากปัจจุบัน ฐานในประเทศไทยยังเป็นหลักที่ราว 70% ส่วนต่างประเทศ 30% ซึ่งในอีก 5 ปี คาดว่าจะเพิ่มตลาดในต่างประเทศให้ได้ 70% ภายใต้การลงทุนอย่างระมัดระวัง ​วิเคราะห์แต่ละตลาดอย่​างรอบด้าน เพื่อสร้างโอกาสในตลาดที่มีการเติบโตในระดับสูง</p>
<p><strong>2. การยกระดับประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขัน (Operational Efficiency &amp; Competitive Excellence) </strong>ด้วยการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาเสริมทั้งกระบวนการดำเนินธุรกิจและการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะการส่งเสริมการปรับใช้เทคโนโลยีภายในองค์กร เช่น AI ที่เข้ามามีบทบาทในธุรกิจมากขึ้น ทำให้จำบุคลากรจำเป็นต้องเรียนรู้ เพื่อนำมาช่วยในการทำงานให้เร็วและเพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้น เพราะแม้เทคโนโลยีจะสำคัญ แต่คนยังคงมีความจำเป็นในขั้นตอนสุดท้าย ขณะที่การเพิ่ม​ศักยภาพ​ด้านการผลิต เพื่อปรับสู่การเป็น Smart Manufacturing เพื่อช่วยลดการใช้พลังงาน และมีระบบการผลิตที่เพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้น  ไปจนถึงการส่งเสริมการใช้พลังงานสีเขียว ทั้งในการผลิตหรือในการขนส่ง ที่เริ่มใช้ EV ในรถขนาดเล็กแล้ว เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35753 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/TCP-Sustainability-Forum-2025_004.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3. การสร้างรากฐานเพื่ออนาคต (Future-Ready Foundation) </strong>ด้วยการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและฝังแนวคิด ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) เพื่อทำให้ความยั่งยืนเป็นแนวคิดหลักในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และเป็นรากฐานของการเติบโตในระยะยาว โดย​ตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้มุ่งขับเคลื่อนการบูรณาการแนวคิดความยั่งยืนเข้ากับทุกมิติของธุรกิจ ตั้งแต่ห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการทรัพยากร และการมีส่วนร่วมกับชุมชน ในหลากหลายโครงกร และมีผลการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้  พร้อมทั้งมีเป้าหมาย​ยกระดับจากการพัฒนา มาเป็นการฟื้นฟู (Regenerative) ผ่าน 2 โครงการใหม่ เพื่อเป็นการพัฒนาในเชิงพื้นที่ เพื่อดูแลทั้งระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างความแข็งแกร่งในชุมชน รวมทั้งยังสามารถสร้างคาร์บอนเครดิต เพื่อนำมาใช้ในการชดเชยคาร์บอน สนับสนุนการบรรลุเป้าหมายเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050</p>
<p><em>&#8220;สำหรับการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนของกลุ่ม TCP ถือว่ายังทำไปได้ตามแผน ทั้ง 4 มิติ ตามที่ประกาศไว้ ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาผลิตภัณฑ์​หรือเพิ่มสูตรทางเลือกให้ตอบโจทย์เรื่องของสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี การส่งเสริม Circular Economy ที่บรรจุภัณฑ์ทั้ง 100% มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถรีไซเคิลได้ ขณะที่การชดเชยน้ำ สามารถบรรลุเป้าหมายในการคืนน้ำสู่ธรรมชาติให้ได้มากกว่าปริมาณน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตแล้ว ​ส่วนการมุ่งมั่นเพื่อลดคาร์บอนในธุรกิจ ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และอาจยังคงเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่บริษัทยังให้ความสำคัญในการเดินหน้าศึกษาและร่วมมือกันพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านให้ทั้งคู่ค้า โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้สามารถขับเคลื่อนไปได้พร้อมกัน ได้ทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ&#8221;</em>​ คุณสราวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/tcp-sustainable-growth-beyond-business-as-usual/">กลุ่มธุรกิจ TCP ​แนะขับเคลื่อน &#8216;E+ESG&#8217; แม้วิกฤตรอบด้าน แต่ธุรกิจยังต้อง &#8216;ยั่งยืน&#8217; เพราะคือพื้นฐานของ​การเติบโต ในยุคที่ทุกคนต้อง​ปรับตัวเพื่อรอด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มธุรกิจ TCP เปิดเวทีประชุมความยั่งยืน ชูแนวคิด &#8216;Sustainable Growth: The Future of Growth&#8217; ชี้การเติบโตที่ยั่งยืนคือทางรอดของธุรกิจในโลกยุคใหม่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/tcp-sustainability-forum-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 Aug 2025 05:43:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[TCP GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[TCP Sustainability Forum 2025]]></category>
		<category><![CDATA[The Future of Growth]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ TCP]]></category>
		<category><![CDATA[สราวุฒิ อยู่วิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35736</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มธุรกิจ TCP จัดงาน &#8216;TCP Sustainability Forum 2025&#8242; ปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด &#8216;Sustainable Growth: The Future of Growth&#8217; (การเติบโตที่ยั่งยืน: สู่อนาคตใหม่ของการเติบโต) สะท้อนวิสัยทัศน์เชิงรุกของกลุ่มธุรกิจ TCP ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเติบโตอย่างรวดเร็ว หากแต่เป็นการ คิดใหม่ เพื่อการเติบโตที่ ดีขึ้น และ ยั่งยืนจริง ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้จากผู้นำทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะและมุมมองเชิงลึกในแนวคิด “การเติบโตที่ยั่งยืน” (Sustainable Growth) ที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย เน้นสมดุลระหว่างผลประกอบการ ความมั่นคงของระบบนิเวศ และการสร้างความเสมอภาคทางสังคม ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตที่สร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับทั้งธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า “โลกในวันนี้กำลังบอกเราว่า การเติบโตแบบเดิมไม่ใช่คำตอบอีกต่อไปเพราะการเติบโตอย่างรวดเร็วทางตัวเลขที่ปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม อาจทิ้งภาระให้คนรุ่นต่อไปต้องแบกรับ ดังนั้นนี่คือ ช่วงเวลาแห่งการปรับสมดุลและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ กลุ่มธุรกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/tcp-sustainability-forum-2025/">กลุ่มธุรกิจ TCP เปิดเวทีประชุมความยั่งยืน ชูแนวคิด &#8216;Sustainable Growth: The Future of Growth&#8217; ชี้การเติบโตที่ยั่งยืนคือทางรอดของธุรกิจในโลกยุคใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กลุ่มธุรกิจ TCP จัดงาน &#8216;<strong>TCP Sustainability Forum 2025&#8242; </strong>ปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด <strong>&#8216;Sustainable Growth: The Future of Growth&#8217;</strong> <strong>(การเติบโตที่ยั่งยืน: สู่อนาคตใหม่ของการเติบโต)</strong> สะท้อนวิสัยทัศน์เชิงรุกของกลุ่มธุรกิจ TCP</p>
<p><span id="more-35736"></span></p>
<p>ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเติบโตอย่างรวดเร็ว หากแต่เป็นการ <strong>คิดใหม่</strong> เพื่อการเติบโตที่ <strong>ดีขึ้น</strong> และ <strong>ยั่งยืนจริง</strong> ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้จากผู้นำทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะและมุมมองเชิงลึกในแนวคิด<strong> “การเติบโตที่ยั่งยืน” (Sustainable Growth)</strong> ที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย เน้นสมดุลระหว่างผลประกอบการ ความมั่นคงของระบบนิเวศ และการสร้างความเสมอภาคทางสังคม ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตที่สร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับทั้งธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง</p>
<p><strong>นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า</strong> “โลกในวันนี้กำลังบอกเราว่า การเติบโตแบบเดิมไม่ใช่คำตอบอีกต่อไปเพราะการเติบโตอย่างรวดเร็วทางตัวเลขที่ปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม อาจทิ้งภาระให้คนรุ่นต่อไปต้องแบกรับ ดังนั้นนี่คือ ช่วงเวลาแห่งการปรับสมดุลและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ กลุ่มธุรกิจ TCP จึงเชื่อว่า ‘Sustainable Growth’ (การเติบโตที่ยั่งยืน) ไม่ใช่เพียงเป้าหมาย แต่คือหนทางที่จะพาเราก้าวข้ามวิกฤต คือรากฐานของการเติบโตที่ยั่งยืนแท้จริง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเราได้ลงมือทำจริงในการบูรณาการแนวคิดความยั่งยืนเข้ากับทุกมิติของธุรกิจ ตั้งแต่ห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการทรัพยากร และการมีส่วนร่วมกับชุมชน เวที TCP Sustainability Forum เกิดขึ้นจากความเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงไม่อาจทำได้เพียงลำพัง เราต้องรวมพลังของภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างแนวทางของการเติบโตที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และสามารถส่งต่อโลกที่ดีกว่าให้คนรุ่นถัดไป”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35739 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/TCP-Sustainability-Forum-2025_024-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>โลกยุคใหม่ที่ไม่หยุดนิ่ง สัญญาณความท้าทายใหม่ของการเติบโต</strong></p>
<p>ปัจจุบัน เศรษฐกิจโลกยังคงเติบโตอย่างชะลอตัว โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าปีนี้จะขยายตัวอยู่ที่ 3% เพิ่มขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนเม.ย.ที่ 2.8% และคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะขยายตัวที่ 2% ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการฟื้นตัวหลังภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนไป ตั้งแต่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ วิกฤตโลกร้อนที่ยังไร้ซึ่งทางออก ความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ทวีความรุนแรง ไปจนถึงความกังวลของแรงงานทั่วโลกที่เสี่ยงถูกแทนที่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ภาคธุรกิจทุกขนาด เริ่มหันมาตั้งคำถามว่า “เราจะก้าวข้ามความท้าทายเหล่านี้ไปได้อย่างไร” นำไปสู่จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านจากการเติบโตรูปแบบเดิม ไปเป็นการเติบโตที่สร้างคุณค่าและความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35741 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Re-TCP-Sustainability-Forum-2025_007-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ฝ่ามรสุมความท้าทายโลกสู่ความหวังแห่งอนาคต ด้วยแนวคิดการเติบโตที่ยั่งยืนจากกลุ่มธุรกิจ TCP<br />
</strong>จากสถานการณ์ของประเทศไทยและทั่วโลกที่เผชิญกับความท้าทายรอบด้าน กลุ่มธุรกิจ TCP จึงได้ทำการประเมินและทบทวน จัดลำดับความสำคัญของงานใหม่ และหาโอกาสในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน จนกำหนดแนวคิดหลักของเวทีในปีนี้ภายใต้หัวข้อ <strong>“Sustainable Growth: The Future of Growth”</strong> พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนตามแนวคิด <strong>“การเติบโตที่ยั่งยืน” (Sustainable Growth)</strong> ผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่</p>
<p><strong>1. การขยายการเติบโตอย่างหลากหลาย (Growth Diversification) </strong>ผ่านการศึกษาและวิเคราะห์แนวโน้มการตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>2. การยกระดับประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขัน (Operational Efficiency &amp; Competitive Excellence) </strong>ด้วยการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาเสริมทั้งกระบวนการดำเนินธุรกิจและการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน</p>
<p><strong>3. การสร้างรากฐานเพื่ออนาคต (Future-Ready Foundation) </strong>ด้วยการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและฝังแนวคิด ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) เพื่อทำให้ความยั่งยืนเป็นแนวคิดหลักในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และเป็นรากฐานของการเติบโตในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35742 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/TCP-Sustainability-Forum-2025_009-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>รวมพลังความคิดจากผู้นำหลากหลายธุรกิจ ร่วมขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืน<br />
</strong>เวทีประชุมด้านความยั่งยืน <strong>“TCP Sustainability Forum 2025” </strong>ภายใต้แนวคิด<strong> “Sustainable Growth: The Future of Growth” </strong>ที่ออกแบบให้สะท้อนมุมมองจากหลากหลายระดับ ตั้งแต่ระดับประเทศ องค์กร ไปจนถึงธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ร่วมแสดงวิสัยทัศน์เชิงนโยบาย กลยุทธ์องค์กร ตลอดจนแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจไทยให้เดินหน้าได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต นำเสนอผ่าน 4 ช่วงสำคัญ ได้แก่</p>
<p>1. ปาฐกถาพิเศษและกล่าวเปิดในหัวข้อ<strong> &#8220;สู่อนาคตร่วมกันอย่างยั่งยืน: ความร่วมมือจีน-ไทยในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน&#8221; </strong>โดย <strong>นายเจียง เหว่ย ท่านอัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35744 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Re-TCP-Sustainability-Forum-2025_012.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2. การเติบโตอย่างยั่งยืน: ประเทศไทย อนาคตของการเติบโต </strong>และ<strong> การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวในฐานะกลไกทางเศรษฐกิจ: โอกาสใหม่สำหรับการเติบโตทางธุรกิจ </strong>นำโดย <strong>นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร </strong>และ <strong>ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่และเลขานุการ บริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเวทีด้วยวิสัยทัศน์ระดับประเทศและเศรษฐกิจโลก รวมถึงชี้แนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว และบทบาทของ “การเติบโตที่ยั่งยืน” ในการขับเคลื่อนอนาคตเศรษฐกิจไทย</p>
<p><strong>3. การก้าวข้ามธุรกิจแบบเดิม: สู่กลยุทธ์ใหม่เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน</strong> นำโดย <strong>นายสราวุฒิ อยู่วิทยา<br />
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP</strong> และ <strong>นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> ผู้นำจากต่างอุตสาหกรรมร่วมถ่ายทอดมุมมองด้านความยั่งยืน พร้อมเจาะลึกกลยุทธ์ “<strong>การก้าวข้ามธุรกิจแบบเดิม</strong>” และแนวทางเสริมความยืดหยุ่นและศักยภาพการแข่งขันขององค์กรในยุคใหม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35743 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/TCP-Sustainability-Forum-2025_015-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4. การนำการเติบโตที่ยั่งยืนไปปฏิบัติจริง – การเปลี่ยนแปลงและการสร้างโอกาสสำหรับทุกภาคส่วน</strong> โดยเหล่าผู้ประกอบการจากธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน ได้แก่ บริษัท เพนนิน เพนนี พาทิซเซอรี่ จำกัด, บริษัท ไทยนำโพลีแพค จำกัด, บริษัท คอมม่อน ฟู้ด โซลูชั่น จำกัด และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature: IUCN) ร่วมถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสจากการปรับตัวสู่ธุรกิจยั่งยืน เพื่อนำเสนอแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริง พร้อมกรณีศึกษาที่แม้ไม่ใช่ธุรกิจขนาดใหญ่ แต่สามารถบูรณาการแนวคิดความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>&#8220;TCP Sustainability Forum&#8221; นับว่าเป็นเวทีความยั่งยืนที่นำแนวคิดสู่กลไกปฏิบัติจริงมาสู่ห่วงโซ่ธุรกิจ และส่งเสริมความร่วมมือของพันธมิตรในกลุ่มอุตสาหกรรมและเครื่องดื่ม เพื่อร่วมรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของโลกรอบด้าน นอกจากนี้ ภายในงานยังเป็นปีแรกที่มอบรางวัล TCP Outstanding Sustainability Supplier Award จำนวน 6 รางวัล แก่คู่ค้าที่มีผลงานดีเด่น และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนอย่างโดดเด่น ตอกย้ำความมุ่งมั่นของกลุ่มธุรกิจ TCP ในการขับเคลื่อนธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตร่วมกันอย่างสมดุลและยั่งยืน ภายใต้เป้าหมาย &#8220;ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35738 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/TCP-Sustainability-Forum-2025_017-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/tcp-sustainability-forum-2025/">กลุ่มธุรกิจ TCP เปิดเวทีประชุมความยั่งยืน ชูแนวคิด &#8216;Sustainable Growth: The Future of Growth&#8217; ชี้การเติบโตที่ยั่งยืนคือทางรอดของธุรกิจในโลกยุคใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปู แนะ 5 ทางรอดกิจการเพื่อสังคม ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจชะลอตัว</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/5-ways-se-to-survive/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Aug 2025 13:07:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[Banpu Champions for Change]]></category>
		<category><![CDATA[BC4C]]></category>
		<category><![CDATA[ChangeFusion]]></category>
		<category><![CDATA[SE]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Survive]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐพล สุคันธี]]></category>
		<category><![CDATA[สุนิตย์ เชรษฐา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35227</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจทุกระดับ โครงการ Banpu Champions for Change โดย บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และ สถาบัน ChangeFusion แนะ 5 แนวทางช่วยกิจการเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise (SE) ไทยให้อยู่รอดและเติบโต​ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและเศรษฐกิจไทยต่อไปได้ คุณสุนิตย์ เชรษฐา ผู้อำนวยการสถาบัน ChangeFusion เปิดเผยว่า SE กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนที่สูงขึ้น กำลังซื้อที่หดตัว และความท้าทายในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะโมเดลธุรกิจที่พึ่งพารายได้จากการขายสินค้าและบริการเป็นหลัก  BC4C จึงขอเสนอ 5 แนวทางเชิงกลยุทธ์ ที่จะช่วยให้ SE ไทย ปรับมุมมองธุรกิจ ให้ทันกับบริบทเศรษฐกิจปัจจุบัน และมองเห็นโอกาสใหม่ ซึ่งอาจกลายเป็นจุดตั้งต้นของการเติบโตครั้งใหม่ได้ หากรู้จักพลิกเกมให้เป็น 1. ใช้ &#8216;จุดแข็ง&#8217; ของโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์สังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อพลิกวิกฤตเศรษฐกิจ SE หลายรายสามารถฝ่าวิกฤตได้ด้วยโมเดลรายได้และตัวชี้วัดทางสังคมที่ชัดเจน โดยมักจะดึงดูดการลงทุนและสร้างโอกาสในการขยายความร่วมมือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/5-ways-se-to-survive/">บ้านปู แนะ 5 ทางรอดกิจการเพื่อสังคม ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจชะลอตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจทุกระดับ โครงการ <strong>Banpu Champions for Change</strong> <strong>โดย บริษัท บ้านปู จำกัด </strong><strong>(</strong><strong>มหาชน</strong><strong>)</strong> และ <strong>สถาบัน </strong><strong>ChangeFusion</strong> แนะ 5 แนวทางช่วยกิจการเพื่อสังคม หรือ <strong>Social Enterprise (SE)</strong> ไทยให้อยู่รอดและเติบโต​ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและเศรษฐกิจไทยต่อไปได้</p>
<p><span id="more-35227"></span></p>
<p><strong>คุณสุนิตย์ เชรษฐา ผู้อำนวยการสถาบัน </strong><strong>ChangeFusion </strong>เปิดเผยว่า SE กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนที่สูงขึ้น กำลังซื้อที่หดตัว และความท้าทายในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะโมเดลธุรกิจที่พึ่งพารายได้จากการขายสินค้าและบริการเป็นหลัก  BC4C จึงขอเสนอ <strong>5 </strong><strong>แนวทางเชิงกลยุทธ์</strong> ที่จะช่วยให้ SE ไทย <strong>ปรับมุมมองธุรกิจ</strong> ให้ทันกับบริบทเศรษฐกิจปัจจุบัน และมองเห็นโอกาสใหม่ ซึ่งอาจกลายเป็นจุดตั้งต้นของการเติบโตครั้งใหม่ได้ หากรู้จักพลิกเกมให้เป็น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35231 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/นายสุนิตย์-เชรษฐา-ผู้อำนวยการสถาบัน-ChangeFusion-แนวนอน.jpg" alt="" width="1200" height="960" /></p>
<p><strong>1. ใช้ &#8216;</strong><strong>จุดแข็ง&#8217; ของโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์สังคมและสิ่งแวดล้อม </strong><strong>เพื่อพลิกวิกฤตเศรษฐกิจ</strong> SE หลายรายสามารถฝ่าวิกฤตได้ด้วยโมเดลรายได้และตัวชี้วัดทางสังคมที่ชัดเจน โดยมักจะดึงดูดการลงทุนและสร้างโอกาสในการขยายความร่วมมือ เช่น YoungHappy (BC4C รุ่นที่ 8) ที่มีฐานสมาชิกผู้สูงวัยเป็นจุดแข็ง และในช่วง COVID-19 สามารถปรับโมเดลกิจกรรมเป็นรูปแบบออนไลน์ พร้อมขายโปรแกรมดูแลสุขภาพทางไกล ช่วยรักษารายได้ ขยายฐานลูกค้า และลดภาวะเหงา-ซึมเศร้าในผู้สูงวัยกว่า 10,000 คนทั่วประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35233 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/1.-ใช้-จุดแข็งของโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์สังคม_YoungHappy-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2. กระจายความเสี่ยงด้วยการ &#8216;ไม่พึ่งรายได้ทางเดียว&#8217; </strong>รู้จักวางแผนรับมือความไม่แน่นอนด้วยการสร้างรายได้จากหลายช่องทาง เช่น Local Alike (BC4C รุ่นที่ 2) ที่เคยพึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวชุมชนอย่างเดียว แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ก็พลิกไปพัฒนาแบรนด์สินค้าชุมชนแทน จนกลายเป็นอีกโมเดลที่สร้างรายได้ใหม่ให้กับทั้งตนเองและชุมชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35234 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/2.-กระจายความเสี่ยงด้วยการ-ไม่พึ่งรายได้ทางเดียว_LocalAlike-2.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p><strong>3. ใช้พลังเครือข่าย &#8216;ชุมชน–พาร์ตเนอร์&#8217; เป็นเครื่องมือรับมือวิกฤต </strong>SE มักจะทำงานใกล้ชิดกับชุมชน ซัพพลายเออร์ ความสัมพันธ์แน่นแฟ้น คือแต้มต่อของ SE ในการปรับตัว ทั้งการต่อรองเงื่อนไข การปรับรูปแบบการผลิต หรือแม้แต่ร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกันในยามเกิดวิกฤต เช่น Banana Leoi (BC4C รุ่น 10) (เดิมชื่อ Banana Land) ได้พัฒนาการท่องเที่ยวร่วมกับคนในพื้นที่ในช่วงที่การท่องเที่ยวต้องหยุดชะงัก ด้วยการดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มรูปแบบ โดยร่วมกันจัดสรรพื้นที่ปลูกข้าวของหมู่บ้านให้กลายเป็น “ทุ่งนาออนไลน์” เปิดให้ผู้คนในเมืองจับจองพื้นที่ปลูกข้าว พร้อมติดตามการเติบโตผ่านช่องทางดิจิทัล และได้รับผลผลิตข้าวออร์แกนิกส่งถึงบ้าน โมเดลนี้ไม่เพียงสร้างรายได้ทดแทนจากการท่องเที่ยวที่หายไป แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ชุมชนมีบทบาทหลักทั้งในแง่การออกแบบ การดำเนินการ และการส่งมอบคุณค่า ทำให้การปรับตัวเกิดขึ้นจากฐานรากของความร่วมมืออย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35235 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/3.-ใช้พลังเครือข่าย-ชุมชน–พาร์ตเนอร์-เป็นเครื่องมือรับมือวิกฤต_Banana-Loei-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4. ต่อยอดธุรกิจจาก &#8216;กระแสเศรษฐกิจมหภาค&#8217;</strong> ด้วยเทรนด์ท่องเที่ยวเมืองรอง และกระแสคนรุ่นใหม่คืนถิ่น ที่ส่งเสริมให้เกิดธุรกิจที่ตอบสนองความต้องการในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าออร์แกนิก ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้น รวมถึงเทรนด์การท่องเที่ยวแบบ Eco-Luxury และ Nature Positive Tourism ที่เน้นสร้างประสบการณ์พิเศษและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ธรรมชาติ ก็ตอบโจทย์ตลาดศักยภาพสูงด้วยเช่นกัน ซึ่งตลาด Luxury นี้ส่วนมากจะมีกำลังซื้อต่อเนื่องแม้ในยามวิกฤตเศรษฐกิจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35236 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/4.-ต่อยอดธุรกิจจาก-กระแสเศรษฐกิจมหภาค_Nature-Positive-Tourism-.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>5. พัฒนาต่อเนื่อง &#8216;บ่มเพาะ-ต่อยอด&#8217; </strong>SE ควรหาความรู้ เชื่อมโยงเครือข่าย แม้ในช่วงเจอวิกฤตเพื่อพัฒนาศักยภาพและอัปเดตตัวเองอย่างต่อเนื่อง โครงการ &#8216;<strong>พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม&#8217;</strong> หรือ BC4C ของบ้านปู ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ไม่ได้แค่ช่วยให้ SE ให้อยู่รอด แต่ช่วยให้ SE เติบโตได้แม้เศรษฐกิจจะไม่เอื้อ ผ่านการเปิดพื้นที่พัฒนาและเชื่อมโยงหน่วยงานพันธมิตรที่พร้อมช่วยต่อยอดศักยภาพให้ไปต่อได้”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35237 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/5.-พัฒนาต่อเนื่อง-บ่มเพาะ-ต่อยอด_โครงการ-BC4C-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน SE ที่อยู่รอดได้อย่างยั่งยืนไม่ใช่แค่ที่มีความแข็งแรงทางการเงิน แต่คือธุรกิจที่มีเป้าหมายชัด SE ที่มีแรงขับเคลื่อนจากเป้าหมายเหล่านี้มักพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน ด้วยการผสมผสานรายได้จากหลากหลายช่องทาง ใช้จุดแข็งในท้องถิ่นสร้างนวัตกรรม และเปิดรับโอกาสใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่ง BC4C ในฐานะโครงการบ่มเพาะ SE ไทย ได้พัฒนาทักษะเหล่านี้ตั้งแต่รากฐาน ผ่านกระบวนการคิดแบบผู้ประกอบการ สนับสนุนทุน ทดลองตลาดจริง ให้คำปรึกษาเชิงลึก และเชื่อมต่อ SE เข้ากับระบบนิเวศที่แข็งแรง เพื่อให้ธุรกิจที่เกิดจากความตั้งใจดี กลายเป็นโมเดลธุรกิจที่ไปต่อได้ในโลกความเป็นจริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35232 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/นายรัฐพล-สุคนธี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณรัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส – สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า SE ก็เหมือนกับธุรกิจอื่นๆ เมื่อเจอกับวิกฤตเศรษฐกิจ หนึ่งในสิ่งสำคัญที่จะทำให้อยู่รอดได้คือธุรกิจต้องมีความยืดหยุ่น (Resilience) พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง หาโอกาสในวิกฤตและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เพื่อพลิกฟื้นธุรกิจกลับมาได้เร็ว</p>
<p><em>&#8220;บ้านปูเชื่อว่า นอกจากการที่ SE จะพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว หาก SE ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นระบบจากภาครัฐ และผู้บริโภคที่เข้าใจศักยภาพของพวกเขา และพวกเขาจะไม่ใช่แค่กลุ่มทางเลือกอีกต่อไป แต่จะกลายเป็น กลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยั่งยืนที่จับต้องได้จริงในระยะยาว” </em></p>
<p>ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวกิจกรรมภายใต้โครงการ &#8216;พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม&#8217; (BC4C) ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก <a href="https://www.facebook.com/banpuchampions" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/banpuchampions</a> โทร. 087-075-4815 และอีเมล <a href="mailto:banpuchampions@gmail.com">banpuchampions@gmail.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/5-ways-se-to-survive/">บ้านปู แนะ 5 ทางรอดกิจการเพื่อสังคม ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจชะลอตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>S&#038;P แต่งตั้ง &#8216;กำธร ศิลาอ่อน&#8217; ดำรงตำแหน่ง CEO ​คนใหม่ ​​​เผชิญทุกความท้าท้าย เดินหน้าเติบโตอย่างยั่งยืน​ ทั้งในไทยและต่างประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/snp-appoint-kamtorn-silaon-to-new-ceo/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Jun 2025 20:40:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Leadership]]></category>
		<category><![CDATA[Management]]></category>
		<category><![CDATA[Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[S&P]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Vision]]></category>
		<category><![CDATA[กำธร ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทรา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหารไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เบเกอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[เอส แอนด์ พี]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34383</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ของไทย ประกาศแต่งตั้ง  &#8216;คุณกำธร ศิลาอ่อน&#8216; ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer) โดยมีผลตั้งแต่วันที่  1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง ยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และการบริการ พร้อมเดินหน้าสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ คุณกำธร ศิลาอ่อน เป็นทายาทคนกลาง ของคุณภัทรา ศิลาอ่อน ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) (S&#38;P) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจจาก MIT Sloan School of Management   และปริญญาโทสาขาวิศวกรรมเคมี จาก Imperial College London และเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาทางด้านการเงินและการลงทุนให้กับองค์กรใหญ่ทั้งในและต่างประเทศมานานกว่า 20 ปี ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่ง รองประธานคณะกรรมการอาหารและคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/snp-appoint-kamtorn-silaon-to-new-ceo/">S&#038;P แต่งตั้ง &#8216;กำธร ศิลาอ่อน&#8217; ดำรงตำแหน่ง CEO ​คนใหม่ ​​​เผชิญทุกความท้าท้าย เดินหน้าเติบโตอย่างยั่งยืน​ ทั้งในไทยและต่างประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) </strong>ผู้นำธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ของไทย ประกาศแต่งตั้ง  &#8216;<strong>คุณกำธร ศิลาอ่อน</strong><strong>&#8216;</strong> ขึ้นดำรงตำแหน่ง <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (</strong><strong>Chief Executive Officer</strong><strong>)</strong> โดยมีผลตั้งแต่วันที่  1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง ยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และการบริการ พร้อมเดินหน้าสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ</p>
<p><span id="more-34383"></span></p>
<p><strong>คุณกำธร ศิลาอ่อน</strong> เป็นทายาทคนกลาง ของคุณภัทรา ศิลาอ่อน ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) (S&amp;P) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจจาก MIT Sloan School of Management   และปริญญาโทสาขาวิศวกรรมเคมี จาก Imperial College London และเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาทางด้านการเงินและการลงทุนให้กับองค์กรใหญ่ทั้งในและต่างประเทศมานานกว่า 20 ปี</p>
<p>ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่ง รองประธานคณะกรรมการอาหารและคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ยังดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการตรวจสอบ การกำกับดูแลกิจการ และบริหารความเสี่ยง ให้กับอีกหลายบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์</p>
<p>สำหรับการเข้ามาบริหารงานในบริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) คุณกำธรเข้ามาช่วยขับเคลื่อนองค์กรอย่างเต็มตัว ตั้งแต่ปี 2557 โดยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในสายการเงิน การผลิต และซัพพลายเชน และดำรงตำแหน่งสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ กรรมการบริหาร ประธานคณะกรรมการความยั่งยืนและบริหารความเสี่ยง ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารในครั้งนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34384 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/K-Kamthorn-SNP.jpg" alt="" width="600" height="900" /></p>
<p><strong>“<em>ผมรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับบทบาทสำคัญในการสานต่อธุรกิจของครอบครัว และขอขอบคุณคณะกรรมการที่ให้ความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งผู้นำคนใหม่ของ </em><em>“</em><em>เอส แอนด์ พี</em><em>” </em><em>ผม</em><em>จะกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์</em> <em>และขับเคลื่อน</em><em>เอส แอนด์ พี</em><em> ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจรูปแบบใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่</em><em> รวมทั้งสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม</em><em> ตลอดจนพัฒนาองค์กรไปสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน</em></strong><em><strong>”</strong>  คุณกำธร กล่าวถึงความรู้สึกในฐานะผู้นำทัพองค์กรคนใหม่ พร้อมเป้าหมายที่ต้องการขับเคลื่อนการเติบโต ให้แก่  S&amp;P </em></p>
<p>ทั้งนี้ คุณกำธร เป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และเป็นบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายตลอดจนมีผลงานที่โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับตลอดหลายปีที่ผ่านมา</p>
<p>นอกจากนี้ คุณกำธร มักจะพูดอยู่เสมอว่า S&amp;P เป็นแบรนด์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก และ Passion และพร้อมที่จะส่งมอบความสุขให้ลูกค้าและคนไทยทุกคน ผ่านความใส่ใจในคุณภาพ ความสะอาด และมาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูงสุดในการผลิตสินค้าและการให้บริการลูกค้ามาโดยตลอด ทำให้เป็นหนึ่งในแบรนด์แรกๆ ที่คนไทยมักจะนึกถึงเมื่อต้องการมองหาร้านอาหารไทยหรือเบเกอรี่ ทำให้แบรนด์แข็งแรงและเติบโตมาได้กว่า 50 ปี</p>
<p>ขณะที่ความตั้งใจในการขับเคลื่อนแบรนด์ S&amp;P ไปในอนาคต คือ ความสามารถในการรักษาคุณภาพและมาตรฐานสูงสุดไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงหรือความท้าทายอย่างรอบด้าน ​และไม่ลืมที่จะสร้างการเติบโตควบคู่ไปกับการดูแลช่วยเหลือ​​สังคม และคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบแทนและส่งต่อความรักคืนให้กับลูกค้าทุกคนไม่ต่างจากการดูแลคนในครอบครัว</p>
<p>การประกาศแต่งตั้งผู้นำองค์กรคนใหม่ของ &#8216;<strong>เอส แอนด์ พี&#8217;</strong> ในครั้งนี้  จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปรับตัวและเติบโตของธุรกิจท่ามกลางช่วงเวลาแห่งความท้าทาย และ การเปลี่ยนแปลง ​ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างทีมผู้บริหารที่มีศักยภาพและมีวิสัยทัศน์ที่ทันสมัย เพื่อนำพาองค์กรให้เติบโตและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายได้ไนอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/snp-appoint-kamtorn-silaon-to-new-ceo/">S&#038;P แต่งตั้ง &#8216;กำธร ศิลาอ่อน&#8217; ดำรงตำแหน่ง CEO ​คนใหม่ ​​​เผชิญทุกความท้าท้าย เดินหน้าเติบโตอย่างยั่งยืน​ ทั้งในไทยและต่างประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;สุทธิสาร จิราธิวัฒน์&#8217; CEO ใหม่ &#8216;เซ็นทรัล รีเทล&#8217; วางโรดแม็พ 3 ปี ลงทุน​ 4.5-4.7 หมื่นล้าน สร้าง &#8216;New Heights, Next Growth&#8217; พร้อมกระจายเม็ดเงินลงชุมชนได้แล้ว​ 814 ล้านบาท ​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/crc-new-ceo-forum-strategic-to-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Jun 2025 12:43:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[Central Retail]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[CRC]]></category>
		<category><![CDATA[CRC Care]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[New Heights Next Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Roadmap]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[วิสัยทัศน์]]></category>
		<category><![CDATA[สุทธิสาร จิราธิวัฒน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34325</guid>

					<description><![CDATA[<p>ออกมาประกาศวิสัยทัศน์อย่างเป็นทางการ หลังรับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ล่าสุดของ &#8216;เซ็นทรัล รีเทล&#8217;  ไปเมื่อ 1 พฤษภาคม 2568  สำหรับ &#8216;คุณสุทธิสาร จิราธิวัฒน์&#8217;  CEO บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC การขึ้นตำแหน่งแม่ทัพ ท่ามกลางหลายปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่โลกกำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และความขัดแย้งระหว่างประเทศ ที่ส่งผลกระทบทั้งต่อความเชื่อมั่น รวมไปถึงต้นทุนการดำเนินงานที่อาจปรับตัวขึ้น ไปจนถึงความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี ​แลนด์สเคปทางธุรกิจที่เปลี่ยนข้างกลับขั้ว รวมทั้งความท้าทายทั้งจากโครงสร้างประชากรโลก และ​พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คุณสิทธิสาร จิราธิวัฒน์ กล่าวถึงกลยุทธ์เพื่อก้าวข้ามความท้าทาย  เพื่อนำพา CRC เติบโตได้อย่างแข็งแรง พร้อมเดินหน้าลงทุนตามเป้าหมายที่วางไว้ผ่านโรดแม็พ 3 ปี ภายใต้เม็ดเงินลงทุนรวม 4.5-4.7 หมื่นล้านบาท เพื่อผลักดันธุรกิจเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 5% ตลอด 3 ปี ภายใต้กลยุทธ์ &#8216;New Heights, Next Growth&#8217; เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/crc-new-ceo-forum-strategic-to-growth/">&#8216;สุทธิสาร จิราธิวัฒน์&#8217; CEO ใหม่ &#8216;เซ็นทรัล รีเทล&#8217; วางโรดแม็พ 3 ปี ลงทุน​ 4.5-4.7 หมื่นล้าน สร้าง &#8216;New Heights, Next Growth&#8217; พร้อมกระจายเม็ดเงินลงชุมชนได้แล้ว​ 814 ล้านบาท ​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ออกมาประกาศวิสัยทัศน์อย่างเป็นทางการ หลังรับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ล่าสุดของ<strong> &#8216;เซ็นทรัล รีเทล&#8217;</strong>  ไปเมื่อ 1 พฤษภาคม 2568  สำหรับ &#8216;<strong>คุณสุทธิสาร จิราธิวัฒน์&#8217; </strong> CEO บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC</p>
<p><span id="more-34325"></span></p>
<p>การขึ้นตำแหน่งแม่ทัพ ท่ามกลางหลายปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่โลกกำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และความขัดแย้งระหว่างประเทศ ที่ส่งผลกระทบทั้งต่อความเชื่อมั่น รวมไปถึงต้นทุนการดำเนินงานที่อาจปรับตัวขึ้น ไปจนถึงความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี ​แลนด์สเคปทางธุรกิจที่เปลี่ยนข้างกลับขั้ว รวมทั้งความท้าทายทั้งจากโครงสร้างประชากรโลก และ​พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34333 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Re-10.ภาพประกอบข่าวเซ็นทรัล-รีเทล.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณสิทธิสาร จิราธิวัฒน์</strong> กล่าวถึงกลยุทธ์เพื่อก้าวข้ามความท้าทาย  เพื่อนำพา CRC เติบโตได้อย่างแข็งแรง พร้อมเดินหน้าลงทุนตามเป้าหมายที่วางไว้ผ่านโรดแม็พ 3 ปี ภายใต้เม็ดเงินลงทุนรวม 4.5-4.7 หมื่นล้านบาท เพื่อผลักดันธุรกิจเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 5% ตลอด 3 ปี</p>
<p>ภายใต้กลยุทธ์ <strong>&#8216;New Heights, Next Growth&#8217;</strong> เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน 5 แนวทาง ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. การเข้าใจและเข้าถึงลูกค้าได้ลึกซึ้งมากขึ้น</strong> <strong>(Reinforce Customer Focus)</strong> : เพื่อรับมือความท้าทายเรื่องพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง โดยอาศัยความแข็งแกร่งด้านข้อมูลจากแพลตฟอร์ม The 1 Loyalty Program ทั้งในไทยและเวียดนาม ที่มีสมาชิกรวมกันกว่า 26 ล้านราย โดยสามารถครอบคลุมประชากรในไทยได้กว่า 33% หรือราว 20 ล้านคน ขณะที่ในเวียดนาม 4%  และหากสามารถต่อยอดการวิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจและหาอินไซต์มาตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น จะเป็นโอกาสเติบโตได้มากขึ้น<em><strong> โดยเฉพาะการขยายฐานสู่กลุ่ม B2B และกลุ่ม Young &amp; Mainstream ในประเทศไทย ที่มีฐานข้อมูลราวครึ่งหนึ่ง แต่ยอดการใช้จ่ายยังน้อยอยู่ หากสามารถตอบโจทย์เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายจากกลุ่มนี้ได้มากขึ้น</strong></em> ทั้งการจัดหาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ รวมทั้งการมีโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อได้มากขึ้น ก็จะเป็นโอกาสเพิ่มสัดส่วนการใช้จ่ายจากผู้บริโภคในกลุ่มนี้ได้เพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกับในเวียดนาม ที่มีช่องว่างเป็นโอกาสให้เติบโตได้อีกมาก จากจำนวนประชากรที่มีถึงกว่าร้อยล้านคน ขณะที่การเข้าถึงยังไม่มากนัก หากวางกลยุทธ์ให้เข้าถึงเพิ่มขึ้น ก็จะเพิ่มโอกาสการ​เติบโตในอนาคตได้อีกหลายเท่าตัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34330 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/2.-ภาพ-5-กลยุทธ์ของ-CRC.jpg" alt="" width="1200" height="598" /></p>
<p><strong>2. การเสริมความแข็งแกร่งองค์กรจากธุรกิจหลัก</strong> ​​<strong>(Strengthen CRC Foundation)</strong> :  การผลักดันทั้งยอดขายและกำไรให้เติบโตได้ในภาพรวม ผ่านการเพิ่ม​ Traffic , การพัฒนาสินค้าบริการให้ตรงใจลูกค้ามากขึ้น (Assortment) , การเดินหน้าขยายสาขาใหม่ และปรับปรุงสาขาที่มีอยู่ ​ไปจนถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ ให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อต่อยอดประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบ Omnichannel ได้แบบไร้รอยต่อ พร้อมเพิ่มขีดความสามารถและสร้างรากฐานทางเทคโนโลยี โดยใช้ AI เข้ามาช่วย​​ผลักดันยอดขายออนไลน์ให้เติบโต โดยคำนึงถึงประเด็น PDPA และ Data Security เป็นสำคัญ พร้อมทั้งพัฒนาคอนเซ็ปต์สโตร์รูปแบบใหม่ เข้ามาเติมในพอร์ตโฟลิโอ ไปจนถึงตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้อย่างครอบคลุม พร้อมเร่งขยายธุรกิจ Food และ Mall ในเวียดนาม รวมถึงนำเสนอ Store Format ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายเชิงลึกในแต่ละพื้นที่</p>
<p><em>&#8220;สำหรับแผนการขยายสาขาที่วางไว้ทั้งในไทย และเวียดนาม ตั้งเป้าไว้ราว 55- 59 สาขา โดยขยายในกลุ่มดีพาร์ทเม้นสโตร์ 1-2 แห่ง ,​ กลุ่มฟู้ด (Tops) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูง 25 -30 แห่ง , กลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์ (ไทวัสดุ) 13 -16 แห่ง ,​ การพัฒนาโรบินสันไลฟ์สไตล์ เพื่อให้ตอบโจทย์ตลาด Localize และขยายกลุ่มเป้าหมายมาสู่ Young &amp; Mainstream ได้มากขึ้น รวมทั้งการบริหารจัดการตามแนวทาง Localize ที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์กับชุมชนในแต่ละโลเกชั่นมากขึ้น  เช่นมีการรับสินค้าของผู้ประกอบการหรือ SME ในชุมชนเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่มากขึ้น</em><em>โดยมีแผนขยายเพิ่ม 2-3 แห่ง รวมทั้งการขยายมอลล์ GO 4-6 แห่ง และมินิโก​ 12-15 แห่ง&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34331 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/3.-ภาพ-Strengthen-CRC-Foundation-.jpg" alt="" width="1200" height="581" /></p>
<p><strong>3. การสร้าง New Growth Engine  เพื่อเพิ่มโอกาสเติบโตใหม่ๆ (Expedite New Growth) :</strong> โดยจะเดินหน้า​​ขยาย GO WHOLESALE ด้วย 5 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ การขยาย Private Labels, ก้าวสู่การเป็น HORECA Destination สำหรับกลุ่มธุรกิจอาหาร, เป็นผู้นำเรื่องของสด (Always Fresh-Forward), ขยายสาขาอีกกว่า 12-18 สาขา ภายใน 3 ปี และการพัฒนา New Store Concept และ Fulfillment Store ให้เหมาะกับกลุ่ม HORECA และค้าปลีกอาหาร นอกจากนี้ยังเดินหน้าขยายเครือข่ายธุรกิจของ Auto1 ศูนย์บริการและจำหน่ายอุปกรณ์รถยนต์ครบวงจร ด้วยการเร่งเปิดสาขาเพิ่มไม่ต่ำกว่า 10 สาขาต่อปี ให้ครอบคลุมในทำเลศักยภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34329 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/11.ภาพประกอบข่าวเซ็นทรัล-รีเทล.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4. เดินหน้าสร้างความร่วมมือทั้งจากภายในและภายนอก​องค์กร (Scale Synergy)</strong> :  ​มุ่งเน้นการทำงานร่วมกับธุรกิจภายในเครือเซ็นทรัล รีเทล และเซ็นทรัลกรุ๊ป ทั้งเพื่อเพิ่มยอดขาย และผลักดันการทำงานร่วมกันของพนักงานในกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน ตลอดจนการบริหารพื้นที่ขายให้ตอบโจทย์ลูกค้า พร้อมเพิ่มผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ด้วยโมเดล Mix-used และ Hybrid Retail Store</p>
<p><strong>5. บริหารการเงินอย่างรอบคอบ (Disciplined Financial Management)</strong> :  เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน โดยควบคุมค่าใช้จ่าย เน้นลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ ปรับแผนการลงทุนให้สอดคล้องและยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ พร้อมบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินและสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้น</p>
<p><strong>ผสานปรัชญา CRC  Care โฟกัส &#8216;เติบโตอย่างยั่งยืน&#8217;</strong></p>
<p>นอกจากการขับเคลื่อน 5 กลยุทธ์หลัก เพื่อเติบโต​ตามเป้าหมายโรดแม็พ 3 ปี แล้ว ทาง CRC ยังให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนปรัชญา<strong> &#8216;CRC Care&#8217;</strong> เพื่อมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในระยะยาว และตอบโจทย์การขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34328 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/9.ภาพประกอบข่าวเซ็นทรัล-รีเทล.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยมุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจที่คำนึงถึงการผนึกกำลังและสร้างผลกระทบเชิงบวกให้ Stakeholders ​ทั้ง 7 มิติ อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า (Customer) คู่ค้า (Partner) ชุมชน (Community) ส่ิงแวดล้อม (Environment) ธรรมาภิบาล (Governance) ผู้คนและสังคม (People) และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโต (Economy) ซึ่งถือเป็นการโฟกัสรากฐานที่แข็งแรงเพื่อเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว โดยมีเป้าหมายสู่การบรรลุ Net zero ในปี 2593 ​</p>
<p><em>&#8220;การขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนเป็นอีกหนึ่งมิติที่ CRC ให้ความสำคัญ และจะมุ่งมั่นขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขับเคลื่อนผ่าน​ 3 มิติหลัก ที่สามารถวัดผลและจับต้องผลกระทบเชิงบวกออกมาเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย ด้านพลังงาน (Energy) <strong>สามารถเพิ่มสัดส่วน​การใช้ Renewable ​จากการใช้พลังงานทั้งหมดได้แล้ว 16% จากการติดตั้งโซลาร์เซลล์รวมกว่า 160 แห่ง</strong> ​สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ 1.67 แสนเมกะวัตต์ รวมทั้งการหันมาใช้รถขนส่งไฟฟ้าในกระบวนการโลจิสติกส์รวม 76 คัน เทียบเท่าการใช้ระกระบะเล็กในการขนส่งกว่า 500 คัน นอกจากนี้ยังมีกระบวนการ ​Waste Management ที่สามารถ<strong>ช่วยบริหารจัดการและแยกขยะเพื่อนำไปรีไซเคิลได้รวมกว่า 9.2 ตัน ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะที่จะไปสู่หลุมฝังกลบได้ราว 19% </strong>รวมทั้งมิติ Social &amp; Suppliers ที่สามารถสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย SME หรือรัฐวิสาหกิจชุมชนต่างๆ เพื่อนำมาสินค้ามาจำหน่ายผ่านช่องทางในเครือเซ็นทรัล <strong>โดยในปีที่ผ่านมา มีการส่งเสริมเพื่อกระจายรายได้ให้กลุ่มธุรกิจชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศรวมแล้วกว่า 814 ล้านบาท พร้อมส่งเสริมให้พาร์ทเนอร์ขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน</strong> และจะเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสามารถขยายการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้ครอบคลุมทุกมิติได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน พนักงาน และลูกค้าให้เติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืนไปพร้อมกัน&#8221; ​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/crc-new-ceo-forum-strategic-to-growth/">&#8216;สุทธิสาร จิราธิวัฒน์&#8217; CEO ใหม่ &#8216;เซ็นทรัล รีเทล&#8217; วางโรดแม็พ 3 ปี ลงทุน​ 4.5-4.7 หมื่นล้าน สร้าง &#8216;New Heights, Next Growth&#8217; พร้อมกระจายเม็ดเงินลงชุมชนได้แล้ว​ 814 ล้านบาท ​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี ไตรมาสแรก​ กำไรทุกธุรกิจ​ พร้อมเดินต่อ 4 กลยุทธ์ สู้สงครามการค้าโลก ทั้งลดต้นทุน ขยายพอร์ตสินค้า ​บุกตลาดใหม่ และสร้างความได้เปรียบจากการมีหลายฐานผลิตในอาเซียน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/scg-first-quarter-2025-and-move-forward-strategy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 May 2025 08:54:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Green Products]]></category>
		<category><![CDATA[High-Value Added Products]]></category>
		<category><![CDATA[HVA Products]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusive Green Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[NZAP]]></category>
		<category><![CDATA[QAP]]></category>
		<category><![CDATA[Quality Affordable Products]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[Strategic move]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กำแพงภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามการค้าโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33212</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 ดีขึ้นกว่าไตรมาส 4 ปี 2567 กระแสเงินสด (EBITDA) แข็งแกร่งต่อเนื่อง 12,889 ล้านบาท กำไร 1,099 ล้านบาท จากการเร่งปรับตัวสู้ความท้าทายในทุกธุรกิจ และมาตรการเสริมความเข้มแข็งการเงินต่อเนื่อง พร้อมยกระดับ ​4 กลยุทธ์  ทั้งลดต้นทุน  ขยายพอร์ตสินค้า ​บุกตลาดใหม่ และสร้างความได้เปรียบจากฐานการผลิตที่หลากหลายในภูมิภาคอาเซียน สู้ศึกสงครามการค้าโลก  คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ไตรมาส 1 ปี 2568 เอสซีจี มีกำไรสำหรับงวด 1,099 ล้านบาท เนื่องจากทุกธุรกิจปรับตัวดีขึ้น ตามมาตรการเสริมความเข้มแข็งทางการเงินที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน ด้วยการลดต้นทุนการผลิตและการบริหารจัดการ รวมทั้งการขยายตลาดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และการก่อสร้างมีความต้องการเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลก่อสร้างและงบประมาณภาครัฐที่เบิกจ่ายต่อเนื่อง ขณะที่เอสซีจี เคมิคอลส์ (เอสซีจีซี) ปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารต้นทุนและปรับพอร์ตสินค้า รวมถึงเอสซีจีพี ที่ยังคงแข็งแกร่งจากการมุ่งเน้นการเติบโตเพื่อรองรับอุปสงค์ของผู้บริโภคภายในประเทศของกลุ่มอาเซียน เสริมพอร์ตสินค้าสำหรับผู้บริโภค (Consumer Packaging) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/scg-first-quarter-2025-and-move-forward-strategy/">เอสซีจี ไตรมาสแรก​ กำไรทุกธุรกิจ​ พร้อมเดินต่อ 4 กลยุทธ์ สู้สงครามการค้าโลก ทั้งลดต้นทุน ขยายพอร์ตสินค้า ​บุกตลาดใหม่ และสร้างความได้เปรียบจากการมีหลายฐานผลิตในอาเซียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอสซีจี เผยผลประกอบการไตรมาส </strong><strong>1 </strong><strong>ปี </strong><strong>2568 </strong><strong>ดีขึ้นกว่าไตรมาส </strong><strong>4 </strong><strong>ปี </strong><strong>2567 </strong><strong>กระแสเงินสด </strong><strong>(EBITDA)</strong><strong> แข็งแกร่งต่อเนื่อง</strong><strong> 12,889 </strong><strong>ล้านบาท กำไร </strong><strong>1,099 </strong><strong>ล้านบาท จากการเร่งปรับตัวสู้ความท้าทายในทุกธุรกิจ และมาตรการเสริมความเข้มแข็งการเงินต่อเนื่อง</strong></p>
<p><span id="more-33212"></span></p>
<p><strong> พร้อมยกระดับ </strong><strong>​4 </strong><strong>กลยุทธ์  ทั้ง</strong><strong>ลดต้นทุน  </strong><strong>ขยายพอร์ตสินค้า </strong><strong>​บุกตลาดใหม่ และ</strong><strong>สร้างความได้เปรียบจากฐานการผลิตที่หลากหลายในภูมิภาคอาเซียน</strong><strong> สู้ศึกสงครามการค้าโลก </strong></p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี</strong> กล่าวว่า <strong>ไตรมาส </strong><strong>1 </strong><strong>ปี </strong><strong>2568 </strong><strong>เอสซีจี </strong><strong>มีกำไรสำหรับงวด </strong><strong>1,099 </strong><strong>ล้านบาท</strong> เนื่องจากทุกธุรกิจปรับตัวดีขึ้น ตามมาตรการเสริมความเข้มแข็งทางการเงินที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน ด้วยการลดต้นทุนการผลิตและการบริหารจัดการ รวมทั้งการขยายตลาดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ประกอบกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และการก่อสร้างมีความต้องการเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลก่อสร้างและงบประมาณภาครัฐที่เบิกจ่ายต่อเนื่อง ขณะที่เอสซีจี เคมิคอลส์ (เอสซีจีซี) ปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารต้นทุนและปรับพอร์ตสินค้า รวมถึงเอสซีจีพี ที่ยังคงแข็งแกร่งจากการมุ่งเน้นการเติบโตเพื่อรองรับอุปสงค์ของผู้บริโภคภายในประเทศของกลุ่มอาเซียน เสริมพอร์ตสินค้าสำหรับผู้บริโภค (Consumer Packaging) ควบคู่กับการบริหารต้นทุน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33214 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/2_Re-ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;แม้สถานการณ์ในไตรมาส 1 ยอดขายจะลดลง แต่ยังสามารถรักษากำไรไว้ได้ในทุกธุรกิจ รวมทั้งการรักษากระแสเงินสด <strong> (</strong><strong>EBITDA)  </strong>ที่เป็นส่วนสำคัญในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนและผันผวนเช่นนี้ ก็ยังสามารถเพิ่มขึ้นมาได้ถึง 22% โดยมีกระแสเงินสดหมุนเวียน​ <strong>12,889 </strong><strong>ล้านบาท</strong> สะท้อนความแข็งแรงในการดำเนินงานให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น ทั้งการบริหารจัดการกระแสเงินสด ​​และเงินทุนหมุนเวียนอย่างระมัดระวัง  รวมทั้ง​​การลดต้นทุนในแต่ละธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทำให้เอสซีจีมีความเข้มแข็งมากขึ้น ​จากการปรับตัวฉับไวของธุรกิจเพื่อคงศักยภาพการแข่งขันท่ามกลางความท้าทาย&#8221;</em></p>
<p><strong>ประเมินผลกระทบสงครามการค้าโลก </strong></p>
<p>สำหรับ <strong>สถานการณ์สงครามการค้าโลกจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ</strong> ที่รุนแรง ล่าสุด “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) ได้ปรับลดประมาณการการเติบโตเศรษฐกิจโลกปีนี้เหลือเพียง 2.8% ปัจจัยสำคัญมาจากการลดประมาณการ GDP ลงเกือบทุกประเทศ สำหรับ GDP ประเทศไทย ปรับลดลงเหลือ 1.8%</p>
<p><strong>ทั้งนี้ เอสซีจี ได้ประเมินสถานการณ์และผลกระทบจากสงครามการค้าโลก</strong> พบว่า</p>
<p><strong>1.) </strong><strong>ผลกระทบทางตรง</strong>  ต่อเอสซีจี มีเล็กน้อย เนื่องจากในปี 2567 มีการส่งออกไปสหรัฐฯ เพียง 1% จากยอดขายรวมของเอสซีจี</p>
<p><strong>2.) </strong><strong>ผลกระทบทางอ้อม</strong> หากพ้นระยะที่สหรัฐฯ ประกาศชะลอการจัดเก็บภาษีนำเข้า 90 วัน กลุ่มประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ อาจถูกเก็บอัตราภาษีที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะในประเทศไทยที่อาจถูกเก็บอัตราภาษีนำเข้าสูงถึง 36% ตามที่สหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 2 เมษายน 2568 จึงคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจทั้งในระดับภูมิภาคและโลกจะชะลอตัวรุนแรง การส่งออกระหว่างประเทศ รวมถึงการทะลักของสินค้าจากประเทศอื่นเข้ามาในประเทศไทย จะส่งผลให้การแข่งขันรุนแรงยิ่งขึ้น”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33218 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/6_Re-Infographic_ผลประกอบการ-SCG-ไตรมาส-1-ปี-68-กำไรดีขึ้น.jpg" alt="" width="800" height="1000" /></p>
<p><em>“สงครามการค้าได้สร้างแรงกดดันทั่วโลก แต่ยังมีโอกาสที่ซ่อนอยู่ เช่น แนวโน้มราคาน้ำมันโลกที่ลดลง ผู้ผลิตปิโตรเคมีในจีนประสบปัญหาการจัดหาวัตถุดิบจากสหรัฐฯ ตลอดจนบางตลาดยังมีกำลังซื้อสูงสำหรับสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (High-Value Added Products &#8211; HVA Products) สินค้ากรีน (Green Products) และสินค้าคุณภาพ ราคาจับต้องได้ (Quality Affordable Products) <strong>เอสซีจี จึงยกระดับการปรับตัวให้เข้มข้นรับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ด้วย </strong><strong>4 </strong><strong>กลยุทธ์</strong><strong>สำคัญ ได้แก่ </strong><strong>1.) </strong><strong>ลดต้นทุน</strong> <strong>แข่งขันกับผู้ผลิตระดับโลก </strong><strong>2.</strong><strong>) </strong><strong>ขยายพอร์ตสินค้าให้รองรับความต้องการตลาดทุกระดับ </strong><strong>ทั้ง </strong><strong>“</strong><strong>สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง สินค้ากรีน </strong><strong>และ</strong><strong>สินค้าคุณภาพ </strong><strong>ราคาจับต้องได้​ </strong><strong>3.</strong><strong>) </strong><strong>บุกตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง และ</strong><strong> 4.</strong><strong>) </strong><strong>สร้างความได้เปรียบโดยส่งออกจากฐานการผลิตที่หลากหลายในภูมิภาคอาเซียน </strong><strong>ประกอบกับ</strong><strong>มาตรการเสริมความเข้มแข็งทางการเงิน</strong><strong>ที่ทำต่อเนื่องอย่างได้ผล</strong> ทำให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจจะสามารถฝ่าความท้าทายจากสงครามการค้าโลกได้อย่างทันท่วงที” คุณธรรมศักดิ์ กล่าว </em></p>
<p><strong>วาง 4 </strong><strong>กลยุทธ์ </strong><strong>รับมือสงครามการค้าโลก </strong></p>
<p>ผลกระทบจากการปะทุของสงครามการค้า ที่ทำให้เศรษกิจหดตัว กำลังผลิตลดลง และมีสินค้าทะลักเข้ามาในตลาดมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันในวิกฤตที่เกิดขึ้น ยังมองเห็น​โอกาส ทั้งจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง  ทำให้ส่วนต่าง​ราคาในกลุ่มเคมิคัลขยับตัวดีขึ้น เช่นเดียวกัน ในสถานการณ์นี้ จะสร้างโอกาสให้สินค้าที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ เป็นโอกาสของสินค้าที่เป็น Specialty มีความต่าง มีคุณภาพ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องสามารถจับต้องได้ง่ายขึ้น เป็นโอกาสในการขยายเซ็กเม้นต์ใหม่ในตลาดที่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งคุณภาพ และราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ขณะที่สินค้าในกลุ่ม Mass หรือ  Commodity ที่สามารถถูกทดแทนได้ อาจต้องมีการปรับตัวเพื่อสร้างความแตกต่างได้มากขึ้น</p>
<p><strong>สำหรับการปรับตัวของทุกกลุ่มธุรกิจในเอสซีจี เพื่อรับมือภาวะส​งครามการค้า ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบได้ชัดเจนมากขึ้น ในช่วงไตรมาส 3 หรือ ไตรมาส 4  มีการยกระดับกลยุทธ์ที่ได้ขับเคลื่อนมาก่อนหน้าทั้งการลดต้นทุน การขยายพอร์ตสินค้า การหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูงเพิ่มเติม รวมทั้งการสร้างโอกาสจากความหลากหลายของฐานผลิตทที่กระจายอยู่ทั่วอาเซียน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากกำแพงภาษี โดยมีรายละเอียดในแต่ละกลยุทธ์ ดังต่อไปนี้  </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33216 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/9_Robotic-กลับโครงสร้างเพื่อติดตั้งฝ้า-พื้น.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>1. </strong><strong>ลดต้นทุน แข่งขันกับผู้ผลิตระดับโลก</strong> เพื่อรับมือสินค้าราคาถูกจากประเทศอื่นที่อาจเข้ามาแข่งขัน โดยเฉพาะในจีน ทำให้เราต้องสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก โดยเฉพาะการนำหุ่นยนต์มาช่วยและขยายสเกลเพื่อให้สามารถต้านทานการค้าโลกได้​ คนที่สามารถควบคุมต้นทุนได้ จึงจะสามารถแข่งขันได้ โดยเอสซีจีมีการปรับตัวด้วยวิธีการ ดังนี้</p>
<p><strong>&#8211; ลดต้นทุนการผลิต </strong><strong>(Operation Cost) </strong><strong>โดยควบรวมไลน์การผลิต ปรับปรุงประสิทธิภาพ ลดขั้นตอน โดย</strong><strong>เพิ่มการ</strong><strong>ใช้ </strong><strong>Robotic </strong><strong>Automation</strong> เช่น <strong>เอสซีจี ไฮม์</strong> <strong>ใช้หุ่นยนต์อัจฉริยะ</strong>ประกอบบ้านโมดูลาร์ทนแผ่นดินไหวอย่างแม่นยำ และ <strong>เอสซีจี เดคคอร์</strong> ผลิตสุขภัณฑ์ COTTO <strong>ใช้เครื่องหล่อแรงดันสูงและระบบพ่นสีเคลือบอัตโนมัติด้วยหุ่นยนต์</strong> <strong>ให้ขึ้นรูปสุขภัณฑ์ได้รวดเร็ว </strong>สีเรียบเนียนสม่ำเสมอ<strong> และใช้เทคโนโลยีการประมวลภาพ</strong><strong>(</strong><strong>Image Processing</strong><strong>)</strong> ช่วยตรวจวิเคราะห์คุณภาพสินค้าอย่างแม่นยำ เพื่อความมั่นใจในมาตรฐานก่อนส่งถึงมือลูกค้า</p>
<p><strong>&#8211; ลดต้นทุนการบริหารจัดการ (</strong><strong>Admin Cost) โดยเพิ่มการใช้ </strong><strong>AI</strong> <strong>ปรับปรุงประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร</strong> เช่น ใช้ AI ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการคาดการณ์ความผิดปกติของเครื่องจักรก่อนเกิดความเสียหาย (Predictive Maintenance)</p>
<p><strong>&#8211; ปรับลดเงินทุนหมุนเวียน </strong><strong>(Working Capital) </strong><strong>ตลอดห่วงโซ่อุปทาน</strong> ส่งผลให้สามารถลดหนี้สินสุทธิลงเหลือ 290,504 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568 และเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ</p>
<p><strong>&#8211; เพิ่มการใช้พลังงานสะอาด </strong>โดยใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานชีวมวล (Biomass) และพลังงานทางเลือก (Alternative Fuel) <strong>ในกระบวนการผลิต เพื่อเสริมประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มความได้เปรียบด้านการแข่งขัน และรักษ์โลก โดย</strong>ในไตรมาส 1 ปี 2568 <strong>เอสซีจี ใช้</strong>พลังงานทางเลือก<strong>ในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น </strong><strong>44%</strong> ของเชื้อเพลิงทั้งหมด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33217 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/10_SCG-Solar-Roof-Solutions.jpg" alt="" width="1200" height="899" /></p>
<p><strong>2. </strong><strong>ขยายพอร์ตสินค้าให้รองรับความต้องการตลาดทุกระดับ </strong></p>
<p>&#8211; พัฒนา <strong>“</strong><strong>สินค้ามูลค่าเพิ่มสูงและสินค้ากรีน</strong><strong>” (HVA Products &amp; Green Products)</strong> ให้ตอบโจทย์ตลาด เช่น <strong>กระเบื้องเกรซพอร์ซเลนขนาดใหญ่</strong><strong>,</strong> <strong>ปูนเอสซีจีคาร์บอนต่ำ</strong> ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาเป็น Gen 3 ที่สามารถลดการปล่อยคาร์บอนฯ ได้ประมาณ 40% ตั้งเป้าจำหน่ายในกลุ่มสินค้าปูนตกแต่งในไตรมาสที่ 4 ปี 2568, <strong>กลุ่มสินค้าหลังคา ผนังและพื้นตกแต่ง </strong>ที่ใช้เทคโนโลยี Digital Printing พร้อม UV Coating เคลือบผิวทนทาน กันเชื้อรา และ<strong>หลอดฉีดยาและเข็มฉีดยา</strong> ที่เอสซีจีพี ผสานความร่วมมือกับ Once Medical Company Limited</p>
<p>&#8211; เพิ่ม <strong>“</strong><strong>สินค้า</strong><strong>คุณภาพ ราคาจับต้องได้</strong><strong>” (Quality Affordable Products)</strong> ที่มีความต้องการสูง ทำกำไรทันที เช่น <strong>เอสซีจี โซลาร์รูฟ</strong> ที่ผลิตไฟฟ้าได้เต็มประสิทธิภาพ และมีหลายแพ็กเกจราคาให้เลือก, <strong>หลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่น </strong><strong>Celica Curve</strong> ที่คุ้มค่า ทนทาน สีสวยติดทนกว่าด้วยเนื้อเซรามิก, <strong>กระเบื้องคอนกรีตปูพื้นทางเดิน เอสซีจี</strong> ที่มีดีไซน์และลายยอดนิยม แข็งแรงทนทาน ใช้ในงานออกแบบได้หลากหลาย และ <strong>ท่อ</strong><strong> PVC </strong><strong>เกษตร </strong>ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับความต้องการของเกษตรกร</p>
<p><strong>3. </strong><strong>บุกตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง </strong>โดยขยายการส่งออกสินค้า เช่น ปูนเอสซีจีคาร์บอนต่ำ กระเบื้องคอนกรีตสมาร์ทบอร์ด กระดาษบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์อาหาร ไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพและความต้องการ เช่นประเทศที่ปรับตัวและได้ประโยชน์จากสงครามการค้า โดยใช้เครือข่ายของธุรกิจต่าง ๆ ของเอสซีจีที่มีอยู่ทั่วโลก</p>
<p><strong>4. </strong><strong>สร้างความได้เปรียบโดยส่งออกจากฐานการผลิตที่หลากหลายในภูมิภาคอาเซียน </strong>โดยสลับฐานการผลิตและส่งออกจากประเทศที่มีอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ต่ำกว่า ฐานการผลิตที่หลากหลายซึ่งเป็นจุดแข็งของเอสซีจีจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทันท่วงที <strong>เช่น </strong><strong>บรรจุภัณฑ์ของเอสซีจีพี ที่มีฐาน</strong><strong>การผลิตและส่งออกได้จากทั้งไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ส่วน</strong><strong>ปูนเอสซีจีคาร์บอนต่ำ และ</strong><strong>กระเบื้อง</strong><strong>เกรซพอร์ซเลน </strong><strong>สามารถผลิตและส่งออกได้จากทั้งไทย และเวียดนาม</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33219 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/7_Re-Infographic_4-กลยุทธ์-SCG-สู้ศึกสงครามการค้า.jpg" alt="" width="960" height="1200" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้สงครามการค้ายังมีความไม่แน่นอน และอุปสงค์เคมีภัณฑ์ชะลอตัว แต่ <strong>เอสซีจีซี</strong> คาดว่าจะได้รับอานิสงส์บวกจากราคาน้ำมันโลกที่มีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเคมีภัณฑ์ลดลง เอสซีจีซี จึงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินการเชิงรุก ได้แก่ 1.) ลดต้นทุนบริหารอย่างต่อเนื่อง 2.) เพิ่มความยืดหยุ่นของซัพพลายเชนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมทั้งเตรียมความพร้อมของโครงการลองเซินปิโตรเคมิคอลส์ ที่ประเทศเวียดนาม (LSP) ให้กลับมาเดินเครื่องได้เมื่อสถานการณ์เหมาะสม และ 3.) เร่งพัฒนาสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง พร้อมขยายธุรกิจสินค้ากรีน และดิจิทัล โซลูชัน เช่น DRS by Repco NEX</p>
<p><strong><em>คุณธรรมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า </em></strong>“เอสซีจีเล็งเห็นถึงความท้าทายที่ภาคอุตสาหกรรมกำลังเผชิญ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งเป็นหัวใจของเศรษฐกิจฐานราก และได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์สงครามการค้าโลก จึงพร้อมเปิดบ้านสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ถ่ายทอดความรู้ เสริมศักยภาพ และช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัวและแข่งขันได้ ผ่านโครงการ ‘<strong>Go Together’</strong> ที่เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง และจะครบเป้าหมายเฟสแรก 1,200 คนในเดือนพฤษภาคมนี้ รวมถึงโครงการ ‘NZAP’ ที่มีผู้เข้าร่วมแล้ว 106 ราย ด้วยความร่วมมือและการสนับสนุนซึ่งกันและกันนี้ เราจะสามารถก้าวข้ามความท้าทายครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน”</p>
<div class="" data-block="true" data-editor="53nt1" data-offset-key="6vqg7-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="6vqg7-0-0"><span data-offset-key="6vqg7-0-0">อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการขับเคลื่อนธุรกิจผ่านแนวคิด <strong>Inclusive Green Growth</strong> ของเอสซีจี จะไม่เป็นอุปสรรคในการเติบโต รวมทั้งเป้าหมายในการบรรลุ Net Zero ​ที่ได้วางไว้ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนแบบ Practical เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพได้จริง และยิ่งเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจของเอสซีจี​เพิ่มมากขึ้น เนื่องจาก เป็นการทำให้ธุรกิจมีความแตกต่าง ขณะที่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ หรือสินค้ารีไซเคิล เป็นที่ต้องการในหลายประเทศ และเป็นตลาดที่เอสซีจี​​เข้มแข็ง </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="53nt1" data-offset-key="3a0qu-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="3a0qu-0-0"><span data-offset-key="3a0qu-0-0"> </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="53nt1" data-offset-key="606i9-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="606i9-0-0"><span data-offset-key="606i9-0-0">&#8220;การที่เรามุ่งขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนเป็นสิ่งที่เราต้องทำ และเราทำด้วยเหตุผล ทำด้วยสติ เพราะเป็นจุดที่ทำให้เรามีความแตกต่าง ซึ่งเราจะยังมุ่งมั่นทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพื่อถ้วยรางวัล แต่เป็นการทำเพื่อความยั่งยืน&#8221; คุณธรรมศักดิ์ ​กล่าวทิ้งท้าย </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="53nt1" data-offset-key="91l7u-0-0"></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/scg-first-quarter-2025-and-move-forward-strategy/">เอสซีจี ไตรมาสแรก​ กำไรทุกธุรกิจ​ พร้อมเดินต่อ 4 กลยุทธ์ สู้สงครามการค้าโลก ทั้งลดต้นทุน ขยายพอร์ตสินค้า ​บุกตลาดใหม่ และสร้างความได้เปรียบจากการมีหลายฐานผลิตในอาเซียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
