<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Sustainability Spark by PTT Group 2026 &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/sustainability-spark-by-ptt-group-2026/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 25 Jan 2026 22:52:38 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Sustainability Spark by PTT Group 2026 &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘From Kitchen to Creation’ น้ำมันพืชใช้แล้ว ไม่ใช่ ‘ผู้ร้าย’ GC x HMC Polymers เปลี่ยน Waste สู่ Value จุดประกาย ‘เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ’ ประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/gc-standout-from-kitchen-to-creation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 25 Jan 2026 22:52:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Chemicals]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Circular PP]]></category>
		<category><![CDATA[Bioplastics]]></category>
		<category><![CDATA[Chemical]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[From Kitchen to Creation]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC StandOut]]></category>
		<category><![CDATA[GC x HMC Polymers]]></category>
		<category><![CDATA[High Value]]></category>
		<category><![CDATA[HMC Polymers]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Spark Exhibition]]></category>
		<category><![CDATA[Spark Market]]></category>
		<category><![CDATA[Spark Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Sparking the Future]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Spark by PTT Group 2026]]></category>
		<category><![CDATA[The Biorefinery]]></category>
		<category><![CDATA[The Biorefinery Journey of Tomorrow]]></category>
		<category><![CDATA[UCO]]></category>
		<category><![CDATA[Used Cooking Oil]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Waste to Value]]></category>
		<category><![CDATA[คอร์โซ อูซีลลี่]]></category>
		<category><![CDATA[จากครัว สู่เครื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันพืชใช้แล้ว]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พรรคพงษ์ วังรัตนโสภณ]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีภัณฑ์ชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แตกต่างอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39600</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงาน ‘Sustainability Spark by PTT Group 2026 : Sparking the Future พลังจุดประกายอนาคต’ เวทีความร่วมมือด้านความยั่งยืนระดับประเทศ โดย กลุ่ม ปตท. เพื่อร่วมจุดประกายการออกแบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมจุดประกายพลังความร่วมมือเพื่อขยายผลจากแนวคิดสู่การลงมือทำ เพราะ ‘ความยั่งยืน’ ไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่คือโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายในงานครั้งนี้ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ได้ร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืน ทั้งการนำเสนอองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชน ตลอดจนการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและเศรษฐกิจหมุนเวียน สะท้อนบทบาทของ GC ในฐานะบริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับสากล ที่มุ่งสร้างความแตกต่าง เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่สิ่งแวดล้อมและสังคม ทั้งการร่วมนิทรรศการ Spark Exhibition ภายใต้แนวคิด GC StandOut #แตกต่างอย่างยั่งยืน นำเสนอนวัตกรรมพลาสติกและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และต่อยอดสู่ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างลงตัว ทั้งผลิตภัณฑ์พลาสติกซึ่งออกแบบให้ง่ายต่อการรีไซเคิล หรือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/gc-standout-from-kitchen-to-creation/">‘From Kitchen to Creation’ น้ำมันพืชใช้แล้ว ไม่ใช่ ‘ผู้ร้าย’ GC x HMC Polymers เปลี่ยน Waste สู่ Value จุดประกาย ‘เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ’ ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงาน <strong>‘Sustainability Spark by PTT Group 2026 : Sparking the Future พลังจุดประกายอนาคต’</strong> เวทีความร่วมมือด้านความยั่งยืนระดับประเทศ โดย กลุ่ม ปตท. เพื่อร่วมจุดประกายการออกแบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><span id="more-39600"></span></p>
<p>พร้อมจุดประกายพลังความร่วมมือเพื่อขยายผลจากแนวคิดสู่การลงมือทำ เพราะ<strong> ‘ความยั่งยืน’</strong> ไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่คือโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ภายในงานครั้งนี้<strong> บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ<strong> GC</strong> ได้ร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืน ทั้งการนำเสนอองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชน ตลอดจนการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและเศรษฐกิจหมุนเวียน สะท้อนบทบาทของ GC ในฐานะบริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับสากล ที่มุ่งสร้างความแตกต่าง เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่สิ่งแวดล้อมและสังคม</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39602 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Spark2.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>ทั้งการร่วมนิทรรศการ <strong>Spark Exhibition</strong> ภายใต้แนวคิด <strong>GC StandOut #แตกต่างอย่างยั่งยืน</strong> นำเสนอนวัตกรรมพลาสติกและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และต่อยอดสู่ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างลงตัว ทั้งผลิตภัณฑ์พลาสติกซึ่งออกแบบให้ง่ายต่อการรีไซเคิล หรือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพต่างๆ รวมทั้งนวัตกรรมการผลิตคุณภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>นอกจากนี้ ยังเพิ่มการมีส่วนร่วมให้ภาคชุมชนในโซน <strong>Spark Market</strong> จากร้านค้ารักษ์โลกอย่าง<strong> UPTOYOU ร้านรักระยอง </strong>และ<strong> ร้านวิสาหกิจชุมชนสวนผึ้งปลวกแดง</strong> และกิจกรรมในโซน <strong>Spark Activities</strong> สร้างการมีส่วนร่วมและความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมกับกิจกรรม <strong>Plastic Funtastic by GC</strong> สร้างสรรค์ <strong>พวงกุญแจ DIY จากพลาสติกใช้แล้ว</strong> ภายใต้แนวคิด <strong>GC StandOut </strong>ร่วมสื่อสารการคัดแยก การรีไซเคิล และการให้คุณค่าใหม่กับพลาสติกแบบเข้าใจง่าย จับต้องได้ รวมทั้งยังติดตั้งจุดรับคืนพลาสติกใช้แล้วภายในงานทั้งพลาสติกใส (PET) และพลาสติกขุ่น (HDPE) โดย GC YOUเทิร์น เพื่อนำไปบริหารจัดการตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39601 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Spark1.jpg" alt="" width="1200" height="636" /></p>
<p><strong>From Kitchen to Creation ลบภาพ ‘ผู้ร้าย’ น้ำมันใช้แล้ว</strong></p>
<p>GC ได้ร่วมปลดล็อกศักยภาพประเทศไทยสู่เป้าหมาย <strong>Net Zero 2050</strong> บนเวที <strong>Spark Talk</strong> ผ่านเสวนาพิเศษ หัวข้อ<strong> ‘From Kitchen to Creation : The Biorefinery Journey of Tomorrow’</strong> สะท้อนความร่วมมือของ <strong>GC</strong> และพันธมิตรในธุรกิจพลาสติกชีวภาพอย่าง <strong>HMC Polymers</strong> ต่อยอดเทคโนโลยีโรงกลั่นชีวภาพ หรือ <strong>Biorefinery</strong> เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้ของเสียจากครัวเรือนอย่างน้ำมันพืชใช้แล้ว (UCO : Used Cooking Oil) กลายเป็นพลังงานสะอาด เคมีภัณฑ์ชีวภาพ และพลาสติกชีวภาพ ผลิตภัณฑ์แห่งอนาคตมูลค่าสูง ที่สามารถต่อยอดสู่นวัตกรรมใกล้ตัวอีกมากมาย</p>
<p><strong>คุณพรรคพงษ์ วังรัตนโสภณ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีขั้นต้นและขั้นกลาง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคิล จำกัด (มหาชน) (GC) กล่าวว่า หลายคนอาจมองว่า <strong>‘น้ำมันพืชใช้แล้วเป็นผู้ร้าย’ </strong>เพราะเป็นสาเหตุของปัญหาทั้งต่อสุขภาพ หากผู้ประกอบการนำน้ำมันพืชใช้แล้ว (UCO) ไปใช้ทอดซ้ำ รวมทั้งยังสร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม จากการที่มีคราบไขมันจาก UCO ที่ถูกปล่อยทิ้งจากบ้านเรือน ร้านอาหาร หรือสถานประกอบการต่างๆ เข้าไปอุดตันตามท่อระบายน้ำจากการทิ้งอย่างไม่ถูกต้อง แต่ในทางกลับกันด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี Co-processing ในโรงกลั่นชีวภาพแบบครบวงจรของ GC ทำให้สามารถนำ UCO กลับมาสร้างคุณค่าใหม่ในห่วงโซ่ได้อีกครั้ง ทั้งในมิติด้านสิ่งแวดล้อมและมิติทางเศรษฐกิจ ผ่านการขับเคลื่อนร่วมกับพันธมิตรในทุกภาคส่วน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39603 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/GC-at-Sustainability-Spark_Talk_03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“ด้วยความมุ่งมั่นในการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจ ทำให้ GC สามารถเข้าไปช่วยแก้ไขผลกระทบเชิงลบที่เกิดจาก UCO ได้อย่างสิ้นเชิง ด้วยการยกระดับความสามารถในการผลิตจากโรงกลั่นเดิมของบริษัทที่มีอยู่แล้ว มาสู่การนำ UCO ไปเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตน้ำมันอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) หรือน้ำมันเครื่องบิน ซึ่งถือเป็นผู้ผลิตเชิงพาณิชย์รายแรกในประเทศไทย และใช้งบประมาณเพียง 1.5% เมื่อเทียบกับการต้องสร้างโรงงานแห่งใหม่ รวมทั้งยังช่วยแก้ปัญหาในการเปลี่ยนของเสีย (Waste) ที่ไม่มีมูลค่าให้กลายเป็นของที่มีมูลค่าได้ใหม่อีกครั้ง ประกอบกับการใช้ระยะเวลาในการดำเนินการได้อย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่เดือน ทำให้ทาง GC ร่วมกับพันธมิตรในกลุ่ม ปตท. อย่าง OR สามารถนำร่องทำตลาดให้บริการ SAF เชิงพาณิชย์ให้กับสายการบินต่างๆ ได้อย่างเป็นทางการตั้งแต่ในปีที่ผ่านมา”</em></p>
<p>สำหรับ SAF ที่ผลิตจากโรงกลั่นชีวภาพครบวงจรของ GC นอกจากช่วยลดผลกระทบจากการทิ้งหรือการใช้น้ำมันเก่าอย่างไม่ถูกต้อง และสามารถผลิตได้ตามมาตรฐาน ISCC CORSIA ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมการบิน ด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนแล้ว น้ำมัน SAF ที่ผลิตขึ้นยังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้กว่า 85% เมื่อเทียบกับน้ำมันอากาศยานทั่วไป ทำให้ธุรกิจการบินซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง มีส่วนช่วยลดผลกระทบด้านสภาพอากาศตามแนวทางการบินยั่งยืนได้ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39604 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/GC-6-Refinery_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>GC x HMC Polymers ต่อยอด Bio-Circular PP</strong></p>
<p>ขณะเดียวกัน โรงกลั่นชีวภาพแบบครบวงจรของ GC ยังถือเป็นโรงกลั่นเพียงแห่งเดียว ที่สามารถต่อยอดสู่การผลิตได้ทั้ง SAF เคมีภัณฑ์ชีวภาพ และพลาสติกชีวภาพ โดยทุกผลิตภัณฑ์ที่โรงกลั่นแห่งนี้ผลิตได้นั้น จัดเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและยั่งยืน ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมากเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) ภายใต้ความร่วมมือของ <strong>GC</strong> และ<strong> HMC Polymers</strong> เพื่อต่อยอดการพัฒนา <strong>ผลิตภัณฑ์พลาสติกโพลีโพรพิลีนชีวภาพ</strong> หรือ <strong>Bio-Circular PP</strong> ร่วมกัน</p>
<p><strong>คุณคอร์โซ อูซีลลี่</strong> ประธาน บริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ จำกัด หรือ<strong> HMC Polymers</strong> ผู้นำด้านการผลิตเม็ดพลาสติกโพลีโพรพิลีน หรือ PP ระดับภูมิภาค กล่าวว่า กลุ่มพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) เป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคต และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ประจำวันของเราทุกคน <strong>(Bioplastics that Touch Everyday Life)</strong> ในฐานะวัตถุดิบต้นทางของหลากหลายผลิตภัณฑ์ ทั้งบรรจุภัณฑ์ต่างๆ อุปกรณ์รถยนต์ อุปกรณ์การแพทย์ ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก หรือแม้แต่หน้ากากอนามัยที่เราใช้เพื่อป้องกันฝุ่น PM2.5 อีกหนึ่งปัญหามลพิษทางอากาศที่ส่งผลต่อสุขภาพของใครหลายคนในปัจจุบัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39605 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/GC-at-Sustainability-Spark_Talk_05.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“ความร่วมมือสำคัญของ GC และ HMC Polymers มุ่งส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติก Bio-Circular PP จาก UCO เพื่อส่งต่อแนวคิดคาร์บอนต่ำให้เชื่อมโยงมาสู่การใช้งานจริง และต่อยอดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบชีวภาพเพื่อลดการใช้ฟอสซิล การผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพ ไปจนถึงการออกแบบให้สามารถนำวัสดุหลังการใช้งานแล้วกลับไปรีไซเคิลได้ใหม่ (<strong>Designed for Circularity</strong>) สะท้อนให้เห็นการเชื่อมโยงและสามารถหมุนเวียน ได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยทาง GC จะส่งมอบวัตถุดิบชีวภาพจากเทคโนโลยี Co-processing เพื่อต่อยอดเป็น Bio-Circular PP ภายใต้การผลิตของ HMC Polymers ตามมาตรฐาน ISCC ที่ได้รับรองการผลิตที่ยั่งยืนภายในห่วงโซ่อุปทานเช่นเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดไม่สามารถเกิดได้จากการขับเคลื่อนเพียงคนเดียว แต่มาจากความร่วมมือกันของพันธมิตรภายในห่วงโซ่ และเกิดจากจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลงจากเรื่องเล็กๆ ที่สามารถสร้างผลกระทบและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญตามมาได้”</em></p>
<p><strong>คุณพรรคพงษ์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้ ไม่สามารถขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นได้เพียงคนเดียว แต่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างคุณค่านี้ร่วมกัน เพื่อเปลี่ยน UCO จากที่เคยเป็น Waste และสร้างผลกระทบทั้งปัญหาสุขภาพและปัญหาสิ่งแวดล้อม สามารถนำมาผลิต SAF และ Bio-Circular PP รวมทั้งกลุ่มเคมีภัณฑ์และวัสดุชีวภาพมูลค่าสูงอื่นๆ ได้อีกกว่า 10 ชนิด ด้วยนวัตกรรมจาก GC ผ่านโครงการ<strong> ‘จากครัว&#8230;สู่เครื่อง’</strong> ที่ GC ได้ร่วมกับพันธมิตรหลายภาคส่วนเพื่อเปลี่ยน Waste เป็น Value สร้างคุณค่าร่วมในทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน อุตสาหกรรม การศึกษา และชุมชน ขยายจุดรับ UCO ที่ปัจจุบันมีรวมกันกว่า 40 จุดทั่วประเทศ ในการนำไปบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ นอกจากช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ยังสร้างรายได้ให้ชุมชน สร้างผลกระทบเชิงบวกและขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทยให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมช่วยขับเคลื่นประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ได้อย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-39606 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/GC-at-Sustainability-Spark_15.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ความสำเร็จในการพัฒนาโรงกลั่นชีวภาพแบบครบวงจรพร้อมทั้งการขับเคลื่อนเพื่อเติมเต็มระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างครบวงจร สะท้อนบทบาทสำคัญของ GC ในฐานะบริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับสากล ที่ไม่ได้มองเพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขั้นปลายน้ำ หรือต้นน้ำเท่านั้น แต่มุ่งออกแบบให้เชื่อมโยงกันได้ตลอดทั้งห่วงโซ่ รวมทั้งสามารถต่อยอดไปสู่การนำกลับมารีไซเคิล หรือต่อยอดจาก Waste ที่มีอยู่เพื่อนำกลับมาสร้างให้เกิดคุณค่าได้ใหม่อีกครั้ง ตอกย้ำความเป็นผู้นำของ GC ที่มองเห็นโอกาสเติบโตจากการสร้างนวัตกรรมที่แตกต่าง พร้อมสร้างสรรค์โลกอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืนสำหรับทุกคนได้อย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/gc-standout-from-kitchen-to-creation/">‘From Kitchen to Creation’ น้ำมันพืชใช้แล้ว ไม่ใช่ ‘ผู้ร้าย’ GC x HMC Polymers เปลี่ยน Waste สู่ Value จุดประกาย ‘เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ’ ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอกนิติ ​แนะใช้ ‘กลไกราคาภาคบังคับ’ เพิ่มแรงจูงใจขับเคลื่อน​ Decarbonization พร้อมเปิดทางภาคเอกชน ชุมชน ร่วมขับเคลื่อน Net zero2050 ในงาน &#8216;Sustainability Spark by PTT Group 2026&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/sustainability-spark-by-ptt-group-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Jan 2026 04:46:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[5P]]></category>
		<category><![CDATA[C3 : Decarbonization Pathway]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Capture Utilization and Storage]]></category>
		<category><![CDATA[CCS]]></category>
		<category><![CDATA[CCUS]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Direct PPA]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Green Finance]]></category>
		<category><![CDATA[LOW CARBON CITY]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[PTT]]></category>
		<category><![CDATA[PTT Group]]></category>
		<category><![CDATA[Sparking the Future]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Spark by PTT Group 2026]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่ม ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. คงกระพัน อินทรแจ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39489</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่ม ปตท. จัดงาน &#8216;Sustainability Spark by PTT Group 2026 : Sparking the Future พลังจุดประกายอนาคต&#8217; ผนึกความร่วมมือด้านความยั่งยืนระดับประเทศ รวบรวมผู้นำนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ และภาคธุรกิจจากทั่วโลก ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และนวัตกรรมเพื่อการออกแบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมจุดประกายพลังความร่วมมือเพื่อขยายผลจากแนวคิดสู่การลงมือทำ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมปาฐกถาพิเศษ &#8216;Thailand’s New Horizon : ประเทศไทยแข็งแกร่งและยั่งยืนท่ามกลางโลกผันผวนและความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ&#8217;  กล่าวถึงการขับเคลื่อนอนาคตเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยและโลกที่ดีขึ้น จำเป็น​ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน โดย​ปัจจุบันภาครัฐได้วางเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อผลักดันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2050 ​รวมทั้ง​มีมติเห็นชอบหลักการร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการวางกรอบกฎหมายที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล แต่จำเป็นต้องรอ​การขับเคลื่อนเพื่อให้นโยบายสามารถประกาศเป็นกฎหมายออกมาบังคับใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรมจากรัฐบาลชุดใหม่ ทั้งนี้ การ​จะขับเคลื่อนกฎระเบียบต่างๆ ​อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีกลไ​กราคาภาคบังคับมาช่วย เพื่อช่วยในการ​เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม​​ เช่น การมี Carbon Tax หรือ ETS [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/sustainability-spark-by-ptt-group-2026/">เอกนิติ ​แนะใช้ ‘กลไกราคาภาคบังคับ’ เพิ่มแรงจูงใจขับเคลื่อน​ Decarbonization พร้อมเปิดทางภาคเอกชน ชุมชน ร่วมขับเคลื่อน Net zero2050 ในงาน &#8216;Sustainability Spark by PTT Group 2026&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กลุ่ม ปตท.</strong> จัดงาน <strong>&#8216;Sustainability Spark by PTT Group 2026 : Sparking the Future พลังจุดประกายอนาคต&#8217;</strong> ผนึกความร่วมมือด้านความยั่งยืนระดับประเทศ รวบรวมผู้นำนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ และภาคธุรกิจจากทั่วโลก ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และนวัตกรรมเพื่อการออกแบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมจุดประกายพลังความร่วมมือเพื่อขยายผลจากแนวคิดสู่การลงมือทำ</p>
<p><span id="more-39489"></span></p>
<p><strong>ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ</strong> รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมปาฐกถาพิเศษ <strong>&#8216;Thailand’s New Horizon : ประเทศไทยแข็งแกร่งและยั่งยืนท่ามกลางโลกผันผวนและความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ&#8217;  </strong>กล่าวถึงการขับเคลื่อนอนาคตเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยและโลกที่ดีขึ้น จำเป็น​ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน โดย​ปัจจุบันภาครัฐได้วางเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อผลักดันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2050 ​รวมทั้ง​มีมติเห็นชอบหลักการร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการวางกรอบกฎหมายที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล แต่จำเป็นต้องรอ​การขับเคลื่อนเพื่อให้นโยบายสามารถประกาศเป็นกฎหมายออกมาบังคับใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรมจากรัฐบาลชุดใหม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39513 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/338136.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ การ​จะขับเคลื่อนกฎระเบียบต่างๆ ​อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีกลไ​กราคาภาคบังคับมาช่วย เพื่อช่วยในการ​เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม​​ เช่น การมี <strong>Carbon Tax </strong>หรือ<strong> ETS</strong> (Emission Trading System) ซึ่งมีการวิจัยและเห็นตัวอย่าง​จากทั่วโลกว่า ประเทศที่นำกลไกราคาภาคบังคับมาใช้ จะสามารถลดคาร์บอนได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่นในยุโรป ที่มีกลไกราคา มีการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิต (Carbon Caredit Market) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ​ และระดับราคาที่เป็นไปตามกลไกตลาดที่แท้จริง ซึ่งมักจะมีระดับราคาที่สูงกว่าในตลาดที่ยังเป็นภาคสมัครใจ และรายได้จากการดำเนินการเหล่านี้ สามารถนำไปจัดตั้งเป็นกองทุน เพื่อช่วยสนับสนุนประชาชนในการปรับเปลียนพฤติกรรมทั้งในการผลิต เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตที่เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม ท้ังธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก เพื่อสามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียวได้ รวมทั้งการสนับสนุน​ <strong>นโยบายการเงินสีเขียว </strong>​ทั้ง​การออก Green Bond , Sustainability-link Bond ​เพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจในการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งประเทศไทยได้เริ่มมีการขับเคลื่อนแล้ว ผ่านการขับเคลื่อนนโยบาย Reinvent Thailand</p>
<p><em>&#8220;การมีกลไกด้านราคามาบังคับใช้ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม และต้องสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง (High GHG Emission) เช่น ในกลุ่มพลังงานและขนส่งที่มีสัดส่วน GHG Emission สูงถึง 65% พร้อมทั้ง</em><em>​เร่งพัฒนาเทคโนโลยีการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture Utilization and Storage: CCUS) ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก และเห็นถึงความมุ่งมั่นของ กลุ่ม ปตท. ในการผลักดันเทคโนโลยีนี้ให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งต้องมีแรงจูงใจจากภาครัฐ และการเข้ามามีส่วนร่วมของภาคเอกชน ขณะเดียวกัน ต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนความยั่งยืนและได้ประโยชน์อย่างแท้จริง เป็นการรวมพลังทุกภาคส่วนทั้ง Public Private People และPartnership for Planet (5P) เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในประเทศไทย”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39509 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/338142.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>รวมทั้งในส่วนภาคขนส่ง ​ที่ต้องสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้รถไฟฟ้า ซึ่งมีความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนจนทำให้อุตสาหกรรมรถไฟฟ้าเริ่มมีศักยภาพในการผลิตเพื่อส่งออกแล้ว ​รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านของประเทศจากการใช้รถสันดาป ไปสู่รถยนต์ไฮบริดหรือรถไฟฟ้า เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ ซึ่งเริ่มเห็นการเปลี่ยนผ่านได้ชัดเจนมากขึ้น</p>
<p>สำหรับภาคพลังงาน ต้องเปิดโอกาสให้เอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดให้ได้ เพราะโลกในอนาคตเป็นโลกที่ทุกคนเห็นความสำค้ญของไฟฟ้าพลังงานสะอาด  ขณะที่ในอดีตประเทศไทยเคยเป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจของภูมิภาค  จากการมีไฟที่ดี น้ำที่ดี ท่าเรือ สนามบินที่ดี แต่วันนี้โครงสร้างพื้นฐานสำคัญคือ การมีพลังงานสะอาด  พลังงานสีเขียว ซึ่งประเทศไทยยังมีไม่พอ ดังนั้น ​จึงต้องผลักดันเรื่อง <strong>Direct PPA</strong> ​ให้​ขับเคลื่อนได้จริง</p>
<p><em>&#8220;ภาครัฐคนเดียวไม่สามารถผลิตพลังงานสะอาดได้เพียงพอ เพราะภาครัฐยังต้องลงทุนในเรื่องสายส่ง ประกอบกับยังมีหนี้สาธารณะในระดับสูง ทำให้ไม่มีกำลังมากพอเพื่อนำไปลงทุนสายส่ง จึงต้องมีกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน<strong> Infrastrcture Fund</strong> เพื่อนำมาส่งเสริมการลงทุนสายส่งและนโยบายพลังงานสะอาด ซึ่งเชื่อว่ามีคนสนใจเข้ามาลงทุนมาก  รวมทั้งต้องเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา ทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่สีเขียว เพื่อให้ชุมชนได้ประโยชน์  ซึ่งที่ผ่านมา​กระทรวงการคลังได้ร่วมผลักดันโครงการ <strong>Low Carbon ​​City</strong> ​ร่วมกับ กทม. เพื่อติดโซลาร์ ที่โรงเรียน โรงพยาบาล ​ร่วมกับเอ็กซิมแบงก์ และการนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.) เพื่อสร้าง​ต้นแบบ​การทำงานร่วมกับชุมชนและท้องถิ่น เพื่อขยายพลังงานสีเขียวให้ลงไปได้ถึงในระดับชุมชน และมีแผน​ขยายความร่วมมือกับภาคท้องถิ่นไปในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศในอนาคต&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39508 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/338138.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ​การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายในการผนึกความร่วมมือด้านความยั่งยืนระดับประเทศ ที่รวบรวมผู้นำนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ และภาคธุรกิจจากทั่วโลก ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และนวัตกรรมเพื่อการออกแบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมจุดประกายพลังความร่วมมือเพื่อขยายผลจากแนวคิดสู่การลงมือทำ พร้อมสะท้อนความมุ่งมั่นของกลุ่ม ปตท. ในการเป็นแรงขับเคลื่อนที่ผนึกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน การศึกษา และภาคประชาชน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เสริมศักยภาพในการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ไปพร้อมกัน</p>
<p><em>&#8220;การขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนของกลุ่ม ปตท. จะสอดคล้องไปกับพันธกิจสำคัญในการรักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน โดยคำนึงถึงเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการที่ดีไปพร้อมกัน เพื่อสร้าง<strong> &#8216;ความ​ยั่งยืนอย่างสมดุล&#8217; </strong>ที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ผ่านกลยุทธ์  <strong>&#8216;C3 : Decarbonization Pathway&#8217; </strong>ได้แก่ <strong>Climate-Resilience Business</strong> เพื่อปรับพอร์ตธุรกิจให้มีคาร์บอนต่ำลงราว 20% , <strong>Carbon Conscious Asset</strong> การปรับปรุงประสิทธิการในกระบวนการผลิตในโรงงานต่างๆ ทั้งโรงงานอุตสาหกรรมการผลิต โรงงานปิโตรเคมี โรงแยกก๊าซ และโรงกลั่น รวมทั้งการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น โดยเชื่อว่าจะช่วยลดคาร์บอนลงได้ราว 20-30% และ <strong>Co-Creation, and Collective Efforts for All</strong> เพื่อผนึกพันธมิตรในการลดคาร์บอนอีกราว 50% ท้ังการใช้กระบวนการทางธรรมชาติ ผ่านโครงการปลูกป่าที่มีเป้าหมาย 2 ล้านไร่ รวมทั้งการเร่งพัฒนาเทคโนโลยี CCUS ที่มีการลงทุนเพิ่มเติมในโครงการอาทิตย์แซนด์บ็อกซ์ เพื่อนำร่องในการเก็บและต่อยอดคาร์บอนไปใช้ประโยชน์ โดยมีเป้าหมาย 1 ล้านตันต่อปี รวมทั้งโครงการหลักที่ดำเนินการอยู่ในอีสเทิร์นอย่าง CCS Hub ซึ่งเป็นโครงการที่มีศักบภาพสูงในการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ภาคตะวันออกได้ถึงราว 10 ล้านตัน&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39514 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/338137.jpg" alt="" width="1200" height="664" /></p>
<p>สำหรับงาน &#8216;<strong>Sustainability Spark by PTT Group 2026 : Sparking the Future พลังจุดประกายอนาคต&#8217; </strong>จัดขึ้นระหว่างวันที่​ 16 – 17 มกราคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน โดยมี​ไฮไลท์ภายในงานประกอบด้วย</p>
<p><strong>1) เวทีสัมมนา</strong> ตลอด 2 วัน ที่ผนึกพลังจากผู้นำและผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขากว่า 40 ท่าน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต อาทิ การยกกรณีศึกษาจากประเทศสหราชอาณาจักรที่ใช้กลไกเชิงนโยบายขับเคลื่อนให้การเดินหน้าสู่ Net Zero กลายเป็นพลังเศรษฐกิจใหม่, การวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืนและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในภาคพลังงาน อุตสาหกรรม คมนาคม และเกษตรกรรม ภายหลังการบรรลุข้อตกลงต่างๆ จากการประชุม COP30 โดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจาก S&amp;P Global, Bloomberg และ McKinsey &amp; Company</p>
<p>รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้ขับเคลื่อนนโยบาย ผู้นำธุรกิจ และภาคส่วนต่างๆ เพื่อหาแนวทางร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ตลอดจนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคส่วนต่างๆ ให้สามารถเกิดขึ้นได้จริงและขยายผลสู่วงกว้างอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><strong>2) บูธนิทรรศการ</strong> ถ่ายทอดการดำเนินงานจริงของกลุ่ม ปตท. ที่มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างสมดุล ผ่านการลงทุนในพลังงานและผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ การขับเคลื่อนโครงการและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ภาคส่วนต่างๆ ของประเทศไทย พร้อมด้วยกิจกรรมร่วมสนุกของกลุ่ม ปตท. อาทิ Harumiki Immersive Zone บอกเล่าเรื่องราวการเติบโตของสตรอว์เบอร์รี Harumiki และไม้เมืองหนาวจากพลังความเย็นจาก LNG รวมไปถึง Plastic Funtastic by GC เปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วให้กลับมามีคุณค่าอย่างสร้างสรรค์</p>
<p><strong>3) Spark Lab</strong> เวทีแลกเปลี่ยนมุมมองด้านความยั่งยืนระหว่างองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน และเรียนรู้ธรรมชาติผ่านเวิร์กช็อปจัดสวนขวดแก้ว</p>
<p><strong>4) Spark Hack</strong> เวทีเฟ้นหาไอเดียของคนรุ่นใหม่ ในการออกแบบนวัตกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39510 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/338146.jpg" alt="" width="1200" height="634" /></p>
<p><strong>5) Spark Market</strong> ชิม ชม ช็อป อาหารและสินค้าโดนใจสายรักษ์โลกจากกลุ่ม ปตท. และเครือข่ายพันธมิตร อาทิ ผลิตภัณฑ์ Upcycling เพื่อสิ่งแวดล้อม สินค้าจากวิสาหกิจชุมชน โครงการชุมชนยิ้มได้ และไทยเด็ด</p>
<p><strong>6) Business Matching</strong> โอกาสครั้งสำคัญในการผนึกพลังสร้างการเติบโตทางธุรกิจเพื่อร่วมขับเคลื่อน Thailand&#8217;s Sustainability Ecosystem พบกับผู้ประกอบการกลุ่ม ปตท. และเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจด้านความยั่งยืน 4 กลุ่มศักยภาพ ประกอบก้วย Low Carbon Solutions, Circular &amp; Clean Tech, Social Innovation และ Green Investment &amp; ESG Funding</p>
<p>กลุ่ม ปตท. ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจุดประกายอนาคตที่ยั่งยืน ในงาน<strong> &#8216;Sustainability Spark by PTT Group 2026: Sparking the Future พลังจุดประกายอนาคต&#8217;</strong> ระหว่างวันที่ 16-17 มกราคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 และ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน สามารถลงทะเบียนร่วมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่ https://www.sustainabilityspark.com</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/sustainability-spark-by-ptt-group-2026/">เอกนิติ ​แนะใช้ ‘กลไกราคาภาคบังคับ’ เพิ่มแรงจูงใจขับเคลื่อน​ Decarbonization พร้อมเปิดทางภาคเอกชน ชุมชน ร่วมขับเคลื่อน Net zero2050 ในงาน &#8216;Sustainability Spark by PTT Group 2026&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
