<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Sustainable Fashion &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/sustainable-fashion/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 09 Dec 2025 12:31:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Sustainable Fashion &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;ครั้งแรกในไทย&#8217; จากเปลือกทุเรียนเหลือทิ้ง สู่นวัตกรรมแห่งความยั่งยืน &#8216;เส้นใยผ้าทอจากเปลือกทุเรียน&#8217; ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริม Soft Power ไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/circular-textile-innovation-from-durian-peel/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Dec 2025 12:31:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Agri Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Bio Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Chula]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[Durian Peel]]></category>
		<category><![CDATA[From Waste to Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[MUW.OFFICIAL]]></category>
		<category><![CDATA[Soft Power]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[Textile]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อุษา ประชากุล]]></category>
		<category><![CDATA[ทุเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งทอหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เปลือกทุเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นใยจากพืชเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นใยเปลือกทุเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่นและสิ่งทอ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38573</guid>

					<description><![CDATA[<p>MUW.OFFICIAL โดยดุษฎีบัณฑิตจุฬาฯ พัฒนาผลิตภัณฑ์แฟชั่นจากเปลือกทุเรียนเหลือทิ้ง คุณสมบัติระบายอากาศได้ดีกว่าผ้าไหมล้วน และต้านเชื้อแบคทีเรียได้เกือบ 100 % หวังสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ หนุน Soft Power ไทยสู่เวทีโลกด้วยแบรนด์ MUW เสื้อผ้าแฟชั่นที่ผสานธรรมชาติ ศิลปะ และความเชื่อสายมูอย่างลงตัว นวัตกรรมคว้ารางวัลดีเด่นจากงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567 ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิต &#8216;ทุเรียน&#8217; อันดับหนึ่งของโลก ด้วยอัตราการส่งออกที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 488% ทั้งในรูปแบบผลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูป อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จทางเศรษฐกิจกลับนำมาซึ่งปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ท้าทาย เมื่อข้อมูลระหว่างปี 2560-2564 เผยว่ามีเศษเหลือทิ้งจากเปลือกทุเรียนสูงถึง 146 ล้านกิโลกรัมต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันการจัดการเศษเหลือทิ้งเหล่านี้ใช้วิธีการฝังกลบหรือเผาทำลาย ซึ่งไม่เพียงเป็นภาระของเกษตรกร แต่ยังสร้างมลพิษที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพของผู้คนในระยะยาวด้วย ถ้าไม่เผาทำลายหรือฝังกลบ จะมีวิธีจัดการเศษเหลือทิ้งจากเปลือกทุเรียนได้อย่างไรอีกบ้าง? ในฐานะผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นและสิ่งทอ และใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อม ดร.อุษา ประชากุล ดุษฎีบัณฑิตจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาวิชานฤมิตศิลป์ (แฟชั่นและสิ่งทอ) หาทางออกด้วยการสร้างสรรค์ &#8220;สิ่งทอหมุนเวียนจากเศษเหลือทิ้งเปลือกทุเรียน&#8221; (Circular Textile Innovation from Durian Peel Waste to [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/circular-textile-innovation-from-durian-peel/">&#8216;ครั้งแรกในไทย&#8217; จากเปลือกทุเรียนเหลือทิ้ง สู่นวัตกรรมแห่งความยั่งยืน &#8216;เส้นใยผ้าทอจากเปลือกทุเรียน&#8217; ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริม Soft Power ไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><em>MUW.OFFICIAL โดยดุษฎีบัณฑิตจุฬาฯ พัฒนาผลิตภัณฑ์แฟชั่นจากเปลือกทุเรียนเหลือทิ้ง คุณสมบัติระบายอากาศได้ดีกว่าผ้าไหมล้วน และต้านเชื้อแบคทีเรียได้เกือบ </em></strong><strong><em>100 </em></strong><strong><em>% หวังสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ หนุน </em></strong><strong><em>Soft Power </em></strong><strong><em>ไทยสู่เวทีโลกด้วยแบรนด์ </em></strong><strong>MUW </strong><strong><em>เสื้อผ้าแฟชั่นที่ผสานธรรมชาติ ศิลปะ และความเชื่อสายมูอย่างลงตัว นวัตกรรมคว้ารางวัลดีเด่นจากงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567</em></strong></p>
<p><span id="more-38573"></span></p>
<p>ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิต <strong>&#8216;ทุเรียน&#8217; </strong>อันดับหนึ่งของโลก ด้วยอัตราการส่งออกที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 488% ทั้งในรูปแบบผลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูป อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จทางเศรษฐกิจกลับนำมาซึ่งปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ท้าทาย เมื่อข้อมูลระหว่างปี 2560-2564 เผยว่ามีเศษเหลือทิ้งจากเปลือกทุเรียนสูงถึง 146 ล้านกิโลกรัมต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันการจัดการเศษเหลือทิ้งเหล่านี้ใช้วิธีการฝังกลบหรือเผาทำลาย ซึ่งไม่เพียงเป็นภาระของเกษตรกร แต่ยังสร้างมลพิษที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพของผู้คนในระยะยาวด้วย</p>
<p><strong>ถ้าไม่เผาทำลายหรือฝังกลบ จะมีวิธีจัดการเศษเหลือทิ้งจากเปลือกทุเรียนได้อย่างไรอีกบ้าง</strong><strong>?</strong></p>
<p>ในฐานะผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นและสิ่งทอ และใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อม <strong>ดร.อุษา ประชากุล ดุษฎีบัณฑิตจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาวิชานฤมิตศิลป์ (แฟชั่นและสิ่งทอ)</strong> หาทางออกด้วยการสร้างสรรค์ <strong>&#8220;สิ่งทอหมุนเวียนจากเศษเหลือทิ้งเปลือกทุเรียน&#8221; (</strong><strong>Circular Textile Innovation from Durian Peel Waste to Anti-bacterial Clothing)</strong> นับเป็นครั้งแรกในไทยที่มีการนำเปลือกทุเรียนมาพัฒนาเป็นนวัตกรรมสิ่งทอด้านเครื่องแต่งกาย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38575 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ดร.อุษา-ประชากุล-ดุษฎีบัณฑิตจากคณะศิลปกรรมศาสตร์-จุฬาฯ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การวิจัยครั้งนี้เริ่มต้นจากการตั้งคำถามและศึกษาแนวทางการใช้ประโยชน์จากเปลือกทุเรียนเหลือทิ้งตั้งแต่ช่วง ปีที่ 1 เทอม 2 ของการศึกษาระดับปริญญาเอก ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาและทดลองอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 3 ปี จนสำเร็จสมบูรณ์เป็นชิ้นงานและผลิตภัณฑ์ที่พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์ภายใต้<strong>แบรนด์ </strong><strong>MUW.OFFICIAL</strong> ในปีสุดท้ายของหลักสูตร</p>
<p>นวัตกรรมนี้ไม่เพียงช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ หนุนเศรษฐกิจชุมชนและส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ของไทยไปสู่เวทีโลกด้วย จนได้รับ<strong>รางวัลดีเด่นการประกวดผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษาประจำปี </strong><strong>2567 </strong><strong>ด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และ </strong><strong>BCG Economy Model </strong><strong>ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ </strong><strong>2567  </strong><strong>และได้รับรางวัล </strong><strong>Excellence Award </strong><strong>ในงาน </strong><strong>The 24th International FABI Fashion Exhibition 2024</strong><strong> จาก </strong><strong>Korean Society of Fashion Business </strong><strong>ประเทศเกาหลีใต้ </strong>รวมถึงยังได้รับทุนสนับสนุนต่อยอดวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกในการขยายฐานการผลิตเส้นใยและผืนผ้าทอฯ ในทุน Innovation to Business จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)</p>
<p><strong>การเดินทางของเส้นใย แรงบันดาลใจจากสับปะรดสู่เปลือกทุเรียน</strong></p>
<p>ก่อนจะมาถึงนวัตกรรม &#8216;<em><strong>สิ่งทอหมุนเวียนจากเศษเหลือทิ้งเปลือกทุเรียน</strong></em>&#8216; ดร.อุษา มีประสบการณ์และความคุ้นเคยในการพัฒนาเส้นใยจากพืชเศรษฐกิจมาก่อน ในการศึกษาระดับปริญญาโท ดร.อุษา พัฒนาเส้นใยจากเปลือกสับปะรดที่เหลือทิ้งในภาคการเกษตร แล้วนำมาสร้างสรรค์เป็นคอลเลกชันกระเป๋า</p>
<p>ต่อมา เมื่อศึกษาในระดับปริญญาเอก ดร.อุษา จึงต่อยอดความสนใจของตัวเอง โดยสำรวจพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่มีศักยภาพในการนำมาทำเส้นใย แล้วก็ได้ข้อสรุปที่ &#8216;<strong>ทุเรียน&#8217; &#8211; พืชเศรษฐกิจที่มีเปลือกเหลือทิ้งเป็นจำนวนมากในแต่ละปี และยังมีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการนำมาทำเป็นเส้นใยอีกด้วย</strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38576 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Durain1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;เปลือกทุเรียนมีเซลลูโลสธรรมชาติสูงถึง 30 % มีคุณสมบัติเชิงกลคล้ายคลึงกับเส้นใยฝ้ายและป่าน จึงสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมสิ่งทอได้&#8221;</em></p>
<p>อย่างไรก็ตาม การสกัดเปลือกทุเรียนให้เป็นเส้นใยที่มีคุณภาพนั้นเป็นขั้นตอนที่ยากและท้าทาย ดร.อุษา เล่าว่า ช่วงแรกต้องนำ​เปลือกทุเรียนมาตากแห้ง แล้วนำมาต้มและอบจนได้เส้นใย แต่เส้นใยที่ได้กรอบและแข็งกระด้าง ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้​</p>
<p><strong>ความล้มเหลวคือจุดเริ่มต้นของการแสวงหาความรู้เพิ่มเติม</strong> พื้นที่วิจัยในจังหวัดจันทบุรีเป็นแหล่งปลูกทุเรียนที่สำคัญและมีเศษเหลือทิ้งจากเปลือกทุเรียนจำนวนมาก ที่นั่น ดร.อุษา ได้พบและได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จันทบุรี ผู้มีประสบการณ์ในการสกัดเส้นใยจากเปลือกทุเรียนเพื่อทำกระดาษบรรจุภัณฑ์</p>
<p><em>&#8220;วิธีการที่ได้เรียนรู้และนำมาทดลองก็คือการแช่ดองเปลือกทุเรียนในน้ำเปล่า วิธีนี้จะไม่ทำให้เส้นใยทุเรียนเสียสภาพ จากนั้นก็นำมาแยกเส้นใยที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้&#8221;</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38577 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/2147237.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>สิ่งทอหมุนเวียน คุณภาพเหนือชั้น ระบายอากาศดี ต้านแบคทีเรียได้</strong></p>
<p>เมื่อได้แนวทางสกัดเปลือกทุเรียนเป็นเส้นใยที่มีคุณภาพแล้ว ขั้นตอนสำคัญต่อไปคือการทดลองทอเส้นใยเป็นผืนผ้า ซึ่งในขั้นตอนนี้ ดร.อุษาได้ทำงานร่วมกับชุมชนโดยเน้นใช้ทักษะองค์ความรู้ทางภูมิปัญญาในการปั่นเส้นด้ายด้วยมือ (หรือการเข็นเส้นด้าย) แบบชุมชน</p>
<p>&#8220;การทดลองทอผืนผ้าเริ่มจากต้นแบบเส้นด้ายเบอร์ NE12 ในอัตราส่วนไหม 80% ผสมใยทุเรียน 20% จากนั้นทดลองทอผืนผ้าในอัตราส่วนต่างๆ ตั้งแต่ 50:50, 60:40, 70:30, 80:20 และ 90:10 ของเส้นไหม ต่อเส้นไหมผสมใยทุเรียน โดยกำหนดให้เส้นด้ายไหมเป็นเส้นยืนและเส้นด้ายไหมผสมใยทุเรียนเป็นเส้นพุ่ง&#8221; ดร.อุษา อธิบายแนวทางการทดลอง</p>
<p>ผืนผ้าทุกอัตราส่วนจะได้รับการทดสอบประสิทธิภาพอย่างละเอียดถี่ถ้วนจากสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอประเทศไทย ครอบคลุมทั้งด้านเคมีและกายภาพ รวมถึงการทดสอบกรด-เบส การซัก/ปั่น การส่องกล้องจุลทรรศน์ทั้งก่อนและหลังซัก การทดสอบความแข็งแรง (Tensile Strength) การระบายอากาศ (Air Permeability) และการต้านเชื้อแบคทีเรีย</p>
<p><em>&#8220;จากการทดสอบประสิทธิภาพทั้งทางด้านเคมีและทางกายภาพ พบว่าผ้าไหมผสมใยทุเรียนในอัตราส่วน 50:50 สามารถระบายอากาศได้ดีกว่าผืนผ้าไหม 100 % เกือบเท่าตัว เพราะผืนผ้าไหมผสมใยทุเรียนมีค่าการระบายอากาศสูงถึง 59.46 ลูกบาศก์เซนติเมตรต่อตารางเซนติเมตรต่อวินาที ในขณะที่ผ้าไหม 100 % มีค่าการระบายอากาศเพียง 39.68 ลูกบาศก์เซนติเมตรต่อตารางเซนติเมตรต่อวินาที นอกจากนี้ ผืนผ้าที่พัฒนาขึ้นนั้นยังมีประสิทธิภาพในการต้านเชื้อแบคทีเรียได้สูงถึง 99.92% &#8220;</em></p>
<p>ด้วยคุณสมบัติการระบายอากาศและการต้านเชื้อแบคทีเรียที่ดีเยี่ยม ดร.อุษาเชื่อมั่นว่าผืนผ้าไหมผสมใยทุเรียนจะตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขอนามัยและความรู้สึกสบายในการสวมใส่เสื้อผ้า</p>
<p><strong>ปัจจุบันนวัตกรรมนี้ได้จดอนุสิทธิบัตรแล้ว และอยู่ระหว่างการนำไปขยายผลในเชิงพาณิชย์ต่อไป</strong></p>
<p><em><strong>&#8220;นวัตกรรมนี้สามารถพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงได้&#8221;</strong> </em>ดร.อุษา กล่าวและเสนอแนวทางการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ไว้ 2 แบบด้วยกัน โดยแนวทางแรกเป็นการร่วมมือกับชุมชน อาศัยองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและฝีมือของคนชุมชนในการทอผืนผ้า (ปั่นด้ายด้วยมือหรือการเข็นเส้นด้าย) ส่วนอีกแนวทางเป็นการทำงานกับโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งใช้วิธีการปั่นด้ายแบบวงแหวน (Ring Spinning) เพื่อผลิตเส้นด้ายในเชิงพาณิชย์</p>
<p>ซึ่งในช่วงเริ่มต้น กระบวนการผลิตผ้าจากเส้นใยทุเรียนจะใช้วิธีการแบบชุมชนทั้งหมด 100% ตั้งแต่การเข็นเส้นใย การย้อมสีเส้นใย ไปจนถึงการทอผืนผ้า อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงความต้องการของตลาดและระยะเวลาในการผลิต ดร.อุษาจึงได้ปรับกระบวนการโดยนำเส้นใยทุเรียนผสมกับไหมไปผลิตผ่านเครื่องจักรในโรงงาน ซึ่งช่วยให้กระบวนการเข็นเส้นใยเร็วขึ้นและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดีขึ้น ขณะที่กระบวนการย้อมสีเส้นใยและการทอผืนผ้ายังคงใช้ภูมิปัญญาของชุมชน 100% เหมือนเดิม เพื่อรักษาคุณค่าและเอกลักษณ์ของงานฝีมือดั้งเดิมเอาไว้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38578 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/2147205.jpg" alt="" width="1200" height="913" /></p>
<p><strong>MUW </strong><strong>แบรนด์สิ่งทอเปลือกทุเรียน โดนใจ </strong><strong>Gen Y </strong><strong>สายมู</strong></p>
<p>งานวิจัยนวัตกรรม <strong>&#8220;สิ่งทอหมุนเวียนจากเศษเหลือทิ้งเปลือกทุเรียน&#8221;</strong> ไม่ได้จบลงที่เส้นด้าย ด้วยคุณสมบัติเหนือชั้นของผืนผ้า ดร.อุษา ต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ภายใต้แบรนด์ <strong>MUW.OFFICIAL</strong> (มูวว์ ออฟฟิเชียล) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของผลผลิตจากงานวิจัยชุดนี้ ด้วยแนวคิดการออกแบบที่ทันสมัย</p>
<p><strong>ดร.อุษา</strong> กล่าวว่าแบรนด์ดังกล่าวใช้แนวคิดสิ่งทอเคลื่อนไหว (Kinetic Textiles) และโครงสร้างเคลื่อนไหว (Kinetic Structures) ในลักษณะการเคลื่อนไหวของลายเส้นผ่านทัศนธาตุ สร้างให้เกิดมิติความลวงตา เพื่อสร้างรูปทรงที่สอดรับกับสรีระของผู้หญิง ช่วยเสริมความมั่นใจและบุคลิกภาพที่ดีของผู้ที่สวมใส่ โดยจุดเด่นที่โดดเด่นของแบรนด์คือการนำภูมิปัญญาการทอมือของชุมชนที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาสร้างสรรค์ลวดลายสัตว์มงคล 9 ลวดลาย ได้แก่ <strong>กวาง (มั่งมีศรีสุข) เสือ (ผู้นำ) สิงโต (อำนาจ) มังกร (โชคลาภ) นกยูง (มงคล) หงส์ (เจริญรุ่งเรือง) กบสามขา (เพิ่มพูนเงินทอง) ม้า (พลังความสำเร็จ) และปลา (มั่งคั่งร่ำรวย)</strong></p>
<p>&#8220;ใยทุเรียนยังถือเป็นเส้นใยจากไม้มงคลประเภทหนึ่ง เมื่อนำมาทอผ่านลวดลายสัตว์มงคล ซึ่งเป็นการถอดสัญลักษณ์ตามทฤษฎีสัญวิทยา นี่คือการผสมผสานระหว่างความเชื่อทางวัฒนธรรมกับนวัตกรรมสมัยใหม่ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ในมิติที่ลึกซึ้งกว่าแค่การใช้งาน แต่ยังเป็นการยึดเหนี่ยวจิตใจและส่งเสริมความเชื่อเรื่องสิริมงคล&#8221; ดร.อุษา กล่าวถึงจุดเด่นของแบรนด์</p>
<p><strong>MUW.OFFICIAL</strong> มีผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทและรูปแบบ ตั้งแต่เครื่องแต่งกาย กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้าน ทั้งหมดผลิตผ่านกรรมวิธีทางธรรมชาติและภูมิปัญญาการทอมือ</p>
<p>แบรนด์<strong> MUW.OFFICIAL</strong> เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปีที่แล้ว (2567) โดยใช้ช่องทางออนไลน์ในการสื่อสารการตลาดและขายผลิตภัณฑ์ ดร.อุษา กล่าวว่ากลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์คือ Generation Y อายุ 27-42 ปี ซึ่งคนกลุ่มนี้มีทั้งคนที่ทำงานประจำและต้องการประสบความสำเร็จ กับกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ที่อยากจะประสบความสำเร็จทางธุรกิจ</p>
<p>จากการสัมภาษณ์ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายจะพบว่า ทั้งสองกลุ่มนี้มีลักษณะร่วมกันคือความปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานตั้งแต่อายุยังน้อย และในขณะเดียวกัน ก็ตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม สนใจผลิตภัณฑ์ที่มาจากวัสดุธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน และที่ขาดไม่ได้คือคนกลุ่มนี้สนใจผลิตภัณฑ์เสริมสิริมงคล ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจ หนุนนำไปสู่ความสำเร็จ&#8221; ดร.อุษา กล่าว</p>
<p>การผสานระหว่างความเชื่อเรื่องมงคลกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมนี้ทำให้ผลิตภัณฑ์จากเส้นใยทุเรียนตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้า Gen Y ได้อย่างลงตัว ซึ่งเมื่อนำผลิตภัณฑ์ลงสู่ตลาดจริงผ่านการทดสอบออกบูธ    ก็ได้ผลตอบรับที่เกินความคาดหมาย ผู้บริโภคให้ความสนใจและกระแสตอบรับเป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มตลาดเป้าหมายที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้นนั้นถูกต้องและตรงกับความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38579 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Re1.jpg" alt="" width="400" height="600" /></p>
<p><strong>เศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อความยั่งยืน</strong></p>
<p>ดร.อุษา กล่าวว่าการมีทางเลือกใหม่ในการจัดการเศษเหลือทิ้งไม่เพียงแต่แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างห่วงโซ่คุณค่าใหม่ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ</p>
<p>ชุมชนในจังหวัดจันทบุรีและพื้นที่อื่น ๆ ที่มีเศษเหลือทิ้งจากทุเรียนสามารถสร้างรายได้เสริม ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และยกระดับทักษะของช่างทอผ้าในชุมชน สำหรับภาครัฐก็ได้รับองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถนำไปต่อยอดและขยายผลสู่ชุมชนอื่น ๆ และภาคเอกชนได้รับการสนับสนุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเส้นใยธรรมชาติ นำไปสู่การปรับตัวลดต้นทุนการผลิตในอนาคต โดยเฉพาะการลดการนำเข้าเส้นใยจากต่างประเทศ</p>
<p>&#8220;การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้เป็นการต่อยอดสู่การเป็น Soft Power ของไทยเพราะเป็นการผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับนวัตกรรมสมัยใหม่ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ ผ่านการเล่าเรื่องของวัฒนธรรม ความเชื่อ และความคิดสร้างสรรค์ที่หยั่งรากลึกในสังคมไทย ซึ่งแนวทางนี้จะนำไปต่อการยอดพัฒนา โดยสามารถปรับใช้ในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศไทยที่มีเหลือทิ้งจากพืชเศรษฐกิจ รวมถึงการพัฒนาปรับใช้กับวัสดุอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันได้ เพราะสิ่งนี้ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเศษเหลือทิ้ง แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศใหม่ที่ยั่งยืน เชื่อมโยงตั้งแต่เกษตรกร ชุมชน อุตสาหกรรม ไปจนถึงผู้บริโภค&#8221; ดร.อุษา กล่าวปิดท้าย</p>
<p>นวัตกรรมเส้นใยจากเปลือกทุเรียนนับเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากเศษเหลือทิ้งในภาคการเกษตร และยังเป็นการสร้างวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเสริมสร้างคุณค่าให้กับเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy Model) อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นการเชื่อมระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และเป็นเส้นทางสู่การสร้างมูลค่าจากสิ่งที่เคยถือว่าไร้ค่า จึงพิสูจน์ให้เห็นว่า ด้วยความคิดสร้างสรรค์และความมุ่งมั่น สิ่งที่ดูเหมือนเป็นปัญหาก็สามารถกลายเป็นโอกาสทองที่นำพาสังคมไปสู่อนาคตที่สดใสและยั่งยืนได้</p>
<p><strong>สำหรับผู้ที่สนใจแบรนด์ </strong><strong>MUW.OFFICIAL </strong><strong>สามารถติดต่อและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ได้แก่ </strong><strong>Facebook, LINE OA, TikTok : muw.official </strong><strong>และ </strong><strong>Instagram : muw official_</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/circular-textile-innovation-from-durian-peel/">&#8216;ครั้งแรกในไทย&#8217; จากเปลือกทุเรียนเหลือทิ้ง สู่นวัตกรรมแห่งความยั่งยืน &#8216;เส้นใยผ้าทอจากเปลือกทุเรียน&#8217; ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริม Soft Power ไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>RECO Collective 2025 เปิดตัว​ 6 แบรนด์​น้องใหม่ &#8216;Circular Design&#8217; โดดเด่น ทั้ง &#8216;สร้างสรรค์&#8217; และ &#8216;ยั่งยืน&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/reco-collective-2025-final-show/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Mar 2025 11:50:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Anew.Craft.Studio]]></category>
		<category><![CDATA[Circularity]]></category>
		<category><![CDATA[Daybreak]]></category>
		<category><![CDATA[Endless Holiday]]></category>
		<category><![CDATA[INDORAMA]]></category>
		<category><![CDATA[Indorama Ventures]]></category>
		<category><![CDATA[KH EDITIONS]]></category>
		<category><![CDATA[Mobella]]></category>
		<category><![CDATA[RECO Collective]]></category>
		<category><![CDATA[RECO Collective 2025]]></category>
		<category><![CDATA[RECO Incubation Lab]]></category>
		<category><![CDATA[rPET]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Material]]></category>
		<category><![CDATA[TISI]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อัพไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[อาราธนา โลเฮีย ชาร์มา]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดรามา เวนเจอร์ส]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่นยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32514</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) บริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ประกาศความสำเร็จ โครงการ RECO Collective 2025 ที่ปิดฉากอย่างสวยงาม ด้วยการจัดงาน Final Show ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ณ Gaysorn Urban Resort กรุงเทพฯ พร้อมความสำเร็จของ 6 แบรนด์ SME ที่เข้าร่วมโครงการ  RECO Collective 2025 ในปีนี้ เป็นเวลากว่า 5 เดือน รวมทั้ง​การยกระดับ​เพื่อขยายสู่เชิงพาณิชย์ ภายใต้การผสานหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์  และแนะนำตัวผ่านเวที  RECO Collective 2025 Final Show ซึ่งแต่ละแบรนด์มีความโดดเด่นในการต่อยอดวัสดุรีไซเคิลจากเส้นใยพลาสติก rPET มาผสมผสานกับดีไซน์ที่สร้างสรรค์จากเหล่าดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ เพื่อสร้างตัวตนที่โดดเด่นและแตกต่างให้กับแบรนด์ของตัวเอง และสอดคล้องกับแนวคิด Sustainable Fashion ได้อย่างลงต้ว โดยทั้ง 6 แบรนด์ จากโคงการ RECO Collective 2025 ในปีนี้ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์จากแฟชั่น มาสู่กลุ่มเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเติมด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/reco-collective-2025-final-show/">RECO Collective 2025 เปิดตัว​ 6 แบรนด์​น้องใหม่ &#8216;Circular Design&#8217; โดดเด่น ทั้ง &#8216;สร้างสรรค์&#8217; และ &#8216;ยั่งยืน&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน)</strong> บริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ประกาศความสำเร็จ <strong>โครงการ</strong><strong> RECO Collective 2025</strong> ที่ปิดฉากอย่างสวยงาม ด้วยการจัดงาน <strong>Final Show</strong> ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ณ Gaysorn Urban Resort กรุงเทพฯ</p>
<p><span id="more-32514"></span></p>
<p>พร้อมความสำเร็จของ 6 แบรนด์ SME ที่เข้าร่วมโครงการ  <strong>RECO Collective 2025 </strong>ในปีนี้ เป็นเวลากว่า 5 เดือน รวมทั้ง​การยกระดับ​เพื่อขยายสู่เชิงพาณิชย์ ภายใต้การผสานหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์  และแนะนำตัวผ่านเวที  <strong>RECO Collective 2025 Final Show </strong>ซึ่งแต่ละแบรนด์มีความโดดเด่นในการต่อยอดวัสดุรีไซเคิลจากเส้นใยพลาสติก rPET มาผสมผสานกับดีไซน์ที่สร้างสรรค์จากเหล่าดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ เพื่อสร้างตัวตนที่โดดเด่นและแตกต่างให้กับแบรนด์ของตัวเอง และสอดคล้องกับแนวคิด Sustainable Fashion ได้อย่างลงต้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32516 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/RECO-Collective-2025_1.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>โดยทั้ง 6 แบรนด์ จากโคงการ RECO Collective 2025 ในปีนี้ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์จากแฟชั่น มาสู่กลุ่มเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเติมด้วย เพื่อเป็นต้นแบบและสร้างแรงบันดาลใจ ในการต่อยอดการใช้วัสดุยั่งยืน ไปยังผลิตภัณฑ์ที่ในวงกว้างและหลากหลายมากขึ้น และเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการผลักดันการเติบโตของ Circular Economy ​ โดยทั้ง 6 แบรนด์ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; Mobella </strong>– แบรนด์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความเป็นไทย นำเสนอคอลเลคชัน <strong>‘ZERO’</strong> ซึ่งเป็นนิยามใหม่ของเฟอร์นิเจอร์แบบ <strong>zero-waste</strong> ที่ผลิตมาจากวัสดุรีไซเคิล PET (<strong>rPET) 100%</strong> โดยผสานงานหัตถศิลป์ไทยแบบดั้งเดิม เข้ากับแนวคิดความยั่งยืนสมัยใหม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32520 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Anew.Craft_.Studio_4.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><strong>&#8211; Anew.Craft.Studio </strong>– ด้วยการผสานงานฝีมือไม้สักแบบดั้งเดิมเข้ากับดีไซน์สมัยใหม่ แบรนด์นี้ใช้เทคนิค Shou Sugi Ban ในการสร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์ด้วยดีไซน์เฉพาะตัว มีความทนทาน โดยใช้วัสดุเหลือทิ้งน้อยที่สุด</p>
<p><strong>&#8211; Daybreak </strong>– การนำเสนอรองเท้าไลฟ์สไตล์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งที่มีน้ำหนักเบา ซึ่งผลิตจากเส้นใยป่านธรรมชาติ แบรนด์นี้ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งผสมผสานเส้นทางมรดกของการเดินป่าเข้ากับความอเนกประสงค์ที่ทันสมัย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32521 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Daybreak4.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><strong>&#8211; Endless Holiday</strong> – คอลเลคชัน ‘Very Endless Holiday’ สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการแฟชั่นที่ยั่งยืน โดยผสมผสานลายพิมพ์ที่เป็นเอกลักษณ์ โทนสีสันที่สดใส และวัสดุที่เป็นนวัตกรรม</p>
<p><strong>&#8211; tISI</strong> – คอลเลคชัน ‘VANCANS’ ของแบรนด์นี้ ผสมผสานผ้าจากเส้นใย rPET เข้ากับงานทอผ้าพื้นเมือง ช่วยให้มั่นใจว่า ความยั่งยืนนั้นทั้งมีสไตล์และใช้งานได้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32517 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tISI_6.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><strong>&#8211; KH EDITIONS</strong> – ด้วยคอลเลคชัน ‘SIAM ISLAND’ แบรนด์นี้ได้ผสมผสานเทคนิคงานฝีมือและอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสรรค์การผสมผสานระหว่างศิลปะและแฟชั่น ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากทิวทัศน์ชายฝั่งของประเทศไทย</p>
<p><strong>สร้างโอกาสให้ธุรกิจด้วย &#8216;ความยั่งยืน&#8217;</strong></p>
<p>เป้าหมายสำคัญของโครงการ <strong>RECO Collective 2025</strong> มาจากความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนความยั่งยืนให้กลายเป็นความได้เปรียบทางธุรกิจ ทั้งจากการเลือกใช้วัสดุยั่งยืนตั้งแต่ต้นทางของการออกแบบ การผลิต ส่งเสริมให้เกิดห่วงโซ่อุปทานที่ยั่ง​ยืน และเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการนำผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น</p>
<p>ขณะที่ อินโดรามา เวนเจอร์ส ในฐานะผู้ผลักดันโครงการจะให้การสนับสนุน​​แบรนด์น้องใหม่เหล่านี้ ด้วยแหล่งทรัพยากร  การให้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ และการสร้างเครือข่ายในอุตสาหกรรม โครงการนี้ส่งเสริมให้บริษัทแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และของตกแต่งบ้าน นำวัสดุรีไซเคิลมาใช้ โดยเฉพาะเส้นใย PET รีไซเคิล (rPET) ที่มาจากขวด PET  เพื่อแสดงพลังของการออกแบบหมุนเวียน (circular design) การผสมผสานความยั่งยืนเข้ากับความสามารถในการสร้างผลกำไร และการวางตำแหน่งให้ SMEs เป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32519 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Endless_3.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>นอกจากนี้ แบรนด์ที่เข้าร่วม​โคงรการจะได้เวิร์กช็อปในโปรแกรม <strong>RECO Incubation Lab</strong> ​ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของ RECO Collective ​ผ่านาการฝึกอบรมและให้คำปรึกษาแบบเข้มข้นเป็นเวลา 2 วัน  พร้อมข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจ​  และกรณีศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม โดยมีพันธมิตรอย่างเป็นทางการของ RECO Collective อาทิ <strong>Jaspal Group </strong>และ <strong>Ecotopia</strong> ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์การขยายธุรกิจค้าปลีก <strong>Thai Taffeta</strong> แบ่งปันความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการจัดหาวัสดุที่ยั่งยืน <strong>Dapper</strong> นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลยุทธ์อีคอมเมิร์ซ และ <strong>Gaysorn Amarin</strong> ให้คำแนะนำแบรนด์ต่างๆ เกี่ยวกับการวางตำแหน่งแบรนด์ลักชัวรี</p>
<p><strong>คุณอาราธนา โลเฮีย ชาร์มา </strong>รองประธานบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าวว่า <em>&#8220;โครงการ RECO Collective ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแสดงผลงานเท่านั้น แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการลงมือทำ โดยการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับพลังของการรีไซเคิลและการเปลี่ยนแปลง เรากำลังทำให้ความทะเยอทะยานนี้กลายเป็นความจริง ภารกิจของเราคือการส่งเสริมให้ SMEs ในท้องถิ่นสามารถนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้ในผลิตภัณฑ์ของตนเองได้ ช่วยให้พวกเขาขยายธุรกิจได้ ขณะเดียวกันก็ผนวกความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์การเติบโตของตนเอง&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32518 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tISI_10.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><strong>RECO Collective 2025</strong> กำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในภูมิทัศน์ทางธุรกิจ โดยทำให้แนวคิดการหมุนเวียน (circularity) ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกอีกต่อไป แต่กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม ผ่านการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ ความร่วมมือด้านค้าปลีก และการมุ่งเน้นความยั่งยืนที่ขับเคลื่อนด้วยธุรกิจ ทั้งนี้ อินโดรามา เวนเจอร์ส กำลังส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมกับผลักดันการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน PET และโพลีเอสเตอร์ที่ยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/reco-collective-2025-final-show/">RECO Collective 2025 เปิดตัว​ 6 แบรนด์​น้องใหม่ &#8216;Circular Design&#8217; โดดเด่น ทั้ง &#8216;สร้างสรรค์&#8217; และ &#8216;ยั่งยืน&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การบินไทย จับมือ CIRCULAR ผนึก 10 แบรนด์แฟชั่น เปลี่ยนยูนิฟอร์มที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว เป็นแฟชั่นรักษ์โลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/thai-collaborate-with-circular-and-10-thai-designer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Oct 2024 11:16:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[@zwl.life]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[EV girls]]></category>
		<category><![CDATA[FROM PLANE TO PLANET]]></category>
		<category><![CDATA[FROM PURPLE TO PURPOSE]]></category>
		<category><![CDATA[FROM WASTE TO WEALTH]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Hamburger studio]]></category>
		<category><![CDATA[Hangles]]></category>
		<category><![CDATA[JUN]]></category>
		<category><![CDATA[Khaki bros]]></category>
		<category><![CDATA[Limited Edition]]></category>
		<category><![CDATA[Mr.Big]]></category>
		<category><![CDATA[ready to wear]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Rough cut]]></category>
		<category><![CDATA[SHE KNOWS]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[textile waste]]></category>
		<category><![CDATA[TG]]></category>
		<category><![CDATA[THAI]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Designer]]></category>
		<category><![CDATA[THAI Shop]]></category>
		<category><![CDATA[Uniform]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycle]]></category>
		<category><![CDATA[Waste to Wardrobe]]></category>
		<category><![CDATA[Youngfolks]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste Living]]></category>
		<category><![CDATA[Zero waste living by THAI]]></category>
		<category><![CDATA[การบินไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสงเจริญแกรนด์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อัพไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29558</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท แสงเจริญแกรนด์ จำกัด ภายใต้แบรนด์ CIRCULAR และ Thai Designer จาก 10 แบรนด์สินค้าแฟชั่นและไลฟสไตล์ ได้แก่ She knows, Rough cut, JUN, Youngfolks, Hangles, Khaki bros, Hamburger studio, Mr.Big, EV girls และ CIRCULAR สร้างสรรค์สินค้าแฟชั่นและไลฟสไตล์ ใน Collection พิเศษ เป็น Limited edition เพื่อต่อยอดโครงการ Zero waste living by THAI โดยมีแนวคิดการจัดการวัสดุเหลือใช้จากการดำเนินธุรกิจการบินนำมาหมุนเวียนให้เกิดประโยชน์สูงสุด มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบและสร้างสรรค์อย่างมีคุณภาพให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานในชีวิตประจำวัน โดยผ่านกระบวนการผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากล ความร่วมมือครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เห็นคุณค่าของการนำวัสดุที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้วกลับมารีไซเคิลและเพิ่มมูลค่าอีกครั้ง โดยนำยูนิฟอร์มของการบินไทยที่ไม่ได้ใช้งานแล้วมาสร้างสรรค์เป็นแฟชั่นไอเท็มใหม่ นำเสนอไอเดียใหม่ๆ และออกแบบเป็นสินค้าแฟชั่นไลฟสไตล์ที่มีเสน่ห์ แตกต่างจากสินค้าทั่วไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/thai-collaborate-with-circular-and-10-thai-designer/">การบินไทย จับมือ CIRCULAR ผนึก 10 แบรนด์แฟชั่น เปลี่ยนยูนิฟอร์มที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว เป็นแฟชั่นรักษ์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)</strong> ร่วมกับ <strong>บริษัท แสงเจริญแกรนด์ จำกัด</strong> ภายใต้แบรนด์<strong> CIRCULAR </strong>และ <strong>Thai Designer</strong> จาก 10 แบรนด์สินค้าแฟชั่นและไลฟสไตล์ ได้แก่ She knows, Rough cut, JUN, Youngfolks, Hangles, Khaki bros, Hamburger studio, Mr.Big, EV girls และ CIRCULAR สร้างสรรค์สินค้าแฟชั่นและไลฟสไตล์ ใน Collection พิเศษ เป็น Limited edition เพื่อต่อยอดโครงการ <strong>Zero waste living by THAI</strong></p>
<p><span id="more-29558"></span></p>
<p>โดยมีแนวคิดการจัดการวัสดุเหลือใช้จากการดำเนินธุรกิจการบินนำมาหมุนเวียนให้เกิดประโยชน์สูงสุด มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบและสร้างสรรค์อย่างมีคุณภาพให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานในชีวิตประจำวัน โดยผ่านกระบวนการผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29564 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/2-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เห็นคุณค่าของการนำวัสดุที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้วกลับมารีไซเคิลและเพิ่มมูลค่าอีกครั้ง โดยนำยูนิฟอร์มของการบินไทยที่ไม่ได้ใช้งานแล้วมาสร้างสรรค์เป็นแฟชั่นไอเท็มใหม่ นำเสนอไอเดียใหม่ๆ และออกแบบเป็นสินค้าแฟชั่นไลฟสไตล์ที่มีเสน่ห์ แตกต่างจากสินค้าทั่วไป โดยมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ Ready-to-wear อุปกรณ์การเดินทาง และกระเป๋า ที่ผสมผสานระหว่างอัตลักษณ์ของการบินไทยและของแต่ละแบรนด์ อาทิ Knitwear จาก She knows, Sweater จาก Rough cut, เสื้อผ้าทอมือ Asian Styles จาก JUN, กระเป๋าผ้าแคนวาสและรองเท้า จาก Youngfolks, เสื้อครอปจาก Hangles, เสื้อทรง Loose fit จาก Khaki bros, เสื้อที่เปลี่ยนเป็นกระเป๋าได้ จาก Hamburger studio, หมอนรองคอผ้ายืดเพื่อสุขภาพ จาก Mr.Big, ชุด Travel Case และผ้าปิดตา จาก EV girls และกางเกง Cargo Pants จาก CIRCULAR</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29568 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/11-1.jpg" alt="" width="510" height="764" /></p>
<p>นอกจากนี้ สินค้าทุกชิ้นจะมี QR Code ที่สามารถสแกนข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม หรือจำนวนการปล่อยน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์ และนับว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบสิ่งทอที่มาจากการรีไซเคิล 100% ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นเศษผ้าที่ไม่ใช้แล้วและไม่ผ่านการฟอกย้อม ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่ร้าน <strong>THAI Shop</strong> สำนักงานใหญ่ การบินไทย ถนนวิภาวดีรังสิต หรือสั่งซื้อผ่าน Line Official : @zwl.life ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29565 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/1-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การบินไทยดำเนินธุรกิจโดยตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากอุตสาหกรรมการบินมาอย่างต่อเนื่อง มีการปรับปรุงกระบวนการทำงานด้านต่างๆ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านกิจกรรมและโครงการริเริ่มต่างๆ ทั้งในรูปแบบการลดการใช้ทรัพยากร ลดปริมาณขยะด้วยการนำวัสดุที่ไม่ใช้งานแล้วกลับมาพัฒนาสร้างคุณค่าให้เกิดประโยชน์เพื่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด <strong>Zero Waste Living</strong> ซึ่งประกอบด้วยหลักการหลัก 3 ประการ ได้แก่ FROM PLANE TO PLANET-การบินเพื่อสิ่งแวดล้อม FROM WASTE TO WEALTH-การพัฒนาเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และ FROM PURPLE TO PURPOSE-จากใจสู่เป้าหมายเพื่อความยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29566 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/6-1.jpg" alt="" width="481" height="720" /></p>
<p>นโยบายหลักของแบรนด์ CIRCULAR คือ มุ่งเน้นในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดผลกระทบที่ไม่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด Waste to Wardrobe ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยน textile waste ให้กลายเป็นเสื้อผ้าและสินค้าใหม่ ๆ โดยอาจมีการนำวัสดุจากเสื้อผ้าเก่า ยูนิฟอร์มเก่าที่ใช้งานไม่ได้แล้ว มาผ่านกระบวนการรีไซเคิลและแปรรูปใหม่ เพื่อลดปริมาณขยะและลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ลดการใช้สารเคมีในการฟอกย้อม ลดการใช้น้ำจำนวนมหาศาล ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการใช้วัสดุที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมแฟชั่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29570 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/8.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29569 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/9.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/thai-collaborate-with-circular-and-10-thai-designer/">การบินไทย จับมือ CIRCULAR ผนึก 10 แบรนด์แฟชั่น เปลี่ยนยูนิฟอร์มที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว เป็นแฟชั่นรักษ์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>KUBOTA x GREYHOUND ORIGINAL ครั้งแรกวงการแฟชั่นไทย ต่อยอดวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร จากเส้นใยฟางข้าว สู่สตรีทแฟชั่นรักษ์โลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/kubota-join-greyhound-turn-waste-to-ari-wear/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Jun 2024 13:15:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Agri Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Agri Wear]]></category>
		<category><![CDATA[Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[GREYHOUND]]></category>
		<category><![CDATA[GREYHOUND ORIGINAL]]></category>
		<category><![CDATA[KUBOTA]]></category>
		<category><![CDATA[KUBOTA x GREYHOUND ORIGINAL]]></category>
		<category><![CDATA[Street Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[Turn waste to Agri-Wear”]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[คูโบต้า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท มัด แอนด์ ฮาวด์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พิษณุ มิลินทานุช]]></category>
		<category><![CDATA[ฟางข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคิน เพ็ญภาคกุล]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[สตรีทแฟชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[สยามคูโบต้า]]></category>
		<category><![CDATA[อัพไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เกรฮาวด์ ออริจินัล]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่นยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26844</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในฐานะประเทศเกษตรกรรม และพื้นที่การเกษตรกว่า 65 ล้านไร่ หรือราว 20% ของพื้นที่เพาะปลูกในไทย เป็นพื้นที่สำหรับใช้ปลูกข้าว ทำให้​มีปริมาณ​ &#8216;ฟางข้าว&#8217; เหลือทิ้งหลังการเก็บเกี่ยวในปริมาณค่อนข้างมาก โดยวิธีการกำจัดที่นิยมก่อนหน้าคือ การเผา ซึ่งนำมาทั้งมลภาวะทางอากาศ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และยังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และภาวะโลกร้อน ทำให้มีความพยายามในการนำฟางข้าวไปต่อยอดเพื่อใช้ประโยชน์ ตามแนวทาง Zero Waste ซึ่งที่ผ่านมาส่วนใหญ่มักนำไปต่อยอดในฟากของการทำเกษตร หรือปศุสัตว์ เช่น นำไปทำปุ๋ยหมัก นำไปใช้เลี้ยงสัตว์ หรือนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงอุตสาหกรรมชีวมวล​ Biomass ต่างๆ ขณะที่ความร่วมมือครั้งล่าสุดระหว่างผู้นำจาก 2 อุตสาหกรรม อย่างสยามคูโบต้า ผู้นำในกลุ่มเทคโนโลยีด้านการเกษตร และเกรฮาวด์ ออริจินัล ผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่นของไทย ในการต่อยอดงานวิจัย &#8216;นวัตกรรมเส้นใยฟางข้าวผสมเส้นใยจากรังไหม สู่การพัฒนาสิ่งทอเพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์​&#8217; โดยคณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ และกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและเลี้ยงไหม และกลุ่มสตรีทอผ้าฝ้าย จ.สุรินทร์ นับเป็นครั้งแรกของการ Collaboration ระหว่าง 2 กลุ่มดังกล่าว เพื่อต่อยอด​วัสดุเหลือทิ้งจากแปลงนาอย่างฟางข้าวให้กลายมาเป็นเสื้อผ้าสตรีทแฟชั่น ในคอลเลกชันพิเศษ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/kubota-join-greyhound-turn-waste-to-ari-wear/">KUBOTA x GREYHOUND ORIGINAL ครั้งแรกวงการแฟชั่นไทย ต่อยอดวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร จากเส้นใยฟางข้าว สู่สตรีทแฟชั่นรักษ์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในฐานะประเทศเกษตรกรรม และพื้นที่การเกษตรกว่า 65 ล้านไร่ หรือราว 20% ของพื้นที่เพาะปลูกในไทย เป็นพื้นที่สำหรับใช้ปลูกข้าว ทำให้​มีปริมาณ​ &#8216;ฟางข้าว&#8217; เหลือทิ้งหลังการเก็บเกี่ยวในปริมาณค่อนข้างมาก</p>
<p><span id="more-26844"></span></p>
<p>โดยวิธีการกำจัดที่นิยมก่อนหน้าคือ การเผา ซึ่งนำมาทั้งมลภาวะทางอากาศ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และยังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และภาวะโลกร้อน ทำให้มีความพยายามในการนำฟางข้าวไปต่อยอดเพื่อใช้ประโยชน์ ตามแนวทาง Zero Waste ซึ่งที่ผ่านมาส่วนใหญ่มักนำไปต่อยอดในฟากของการทำเกษตร หรือปศุสัตว์ เช่น นำไปทำปุ๋ยหมัก นำไปใช้เลี้ยงสัตว์ หรือนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงอุตสาหกรรมชีวมวล​ Biomass ต่างๆ</p>
<p>ขณะที่ความร่วมมือครั้งล่าสุดระหว่างผู้นำจาก 2 อุตสาหกรรม อย่างสยามคูโบต้า ผู้นำในกลุ่มเทคโนโลยีด้านการเกษตร และเกรฮาวด์ ออริจินัล ผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่นของไทย ในการต่อยอดงานวิจัย &#8216;นวัตกรรมเส้นใยฟางข้าวผสมเส้นใยจากรังไหม สู่การพัฒนาสิ่งทอเพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์​&#8217; โดยคณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ และกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและเลี้ยงไหม และกลุ่มสตรีทอผ้าฝ้าย จ.สุรินทร์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26846 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/10.-ชุมชนทอผ้า.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>นับเป็นครั้งแรกของการ Collaboration ระหว่าง 2 กลุ่มดังกล่าว เพื่อต่อยอด​วัสดุเหลือทิ้งจากแปลงนาอย่างฟางข้าวให้กลายมาเป็นเสื้อผ้าสตรีทแฟชั่น ในคอลเลกชันพิเศษ &#8216;<strong>Turn waste to Agri-Wear</strong>&#8216; เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความยั่งยืนให้แก่โลก จากที่ก่อนหน้าเรามักจะเห็นการขับเคลื่อนเสื้อผ้ารักษ์โลก ที่อัพไซเคิลมาจาก​เส้นใยพลาสติกเป็นส่วนใหญ่</p>
<p><strong>คุณพิษณุ มิลินทานุช</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย การตลาดและบริการ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด และ <strong>คุณภาคิน เพ็ญภาคกุล</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มัด แอนด์ ฮาวด์ จำกัด (มหาชน)​ กล่าวถึงความร่วมมือ​โปรเจ็กต์ <strong>KUBOTA x GREYHOUND ORIGINAL PRESENT “Turn waste to Agri-Wear”  </strong>ช่วย​เพิ่มแนวทาง​ต่อยอดด้านความยั่งยืน​รูปแบบใหม่ เพราะถือเป็นครั้งแรกในวงการแฟชั่น ที่นำวัสดุเหลือใช้ทั้งฟางข้าวในสัดส่วน 20% และรังไหมเหลือใช้ 20% มาผสมกับผ้าฝ้ายในสัดส่วน 60% เพื่อทอเป็นผ้าสำหรับมาออกแบบในคอลเล็กชั่นใหม่นี้ ผ่านดีไซน์แบบสตรีทแฟชั่น ที่เป็น Unisex และ​เรียบง่ายที่สามารถสวมใส่ได้ทุกวัน ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26847 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/2-10.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ความร่วมมือดังกล่าวตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสองแบรนด์ในการขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน โดยเฉพาะความพยายามลดขยะจากการดำเนินงานให้กลับมาสร้างคุณค่าใหม่ได้  ซึ่งไอเท็มในคอลเล็กชั่นนี้มีราว 20 SKU ทั้งในกลุ่มเสื้อยืด เสื้อเชิ้ตแขนสั้น แขนยาว กางเกงขาสั้น ​ขายาว หมวก กระเป๋า โดยจำหน่ายในราคาที่ไม่แตกต่างจากสินค้าในกลุ่ม GREYHOUND ORIGINAL ทั่วไป เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถจับต้องได้ง่าย รวมทั้งเพิ่มการมีส่วนร่วมและเข้าถึงได้ง่าย ขณะที่รายได้จากการจำหน่ายส่วนหนึ่งหลังจากหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสนับสนุนสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อเปิดโอกาสให้​ลูกค้าทุกคนที่ซื้อสินค้าในคอลเลกชั่นนี้มีโอกาสช่วยฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ</p>
<p>สำหรับในอนาคตสยามคูโบต้าจะยังต่อยอดแนวคิดที่ให้ความสำคัญต่อความยั่งยืน และส่งเสริมการนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรทั้งฟางข้าว หรือในกลุ่มพืชชนิดอื่นๆ มาสร้างไอเดียด้วยวิธี upcycling ให้เกิดมูลค่าเพิ่มในหลากหลายสินค้าเพื่อช่วยลดปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อมจากการกำจัดเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรด้วยวิธีการเผา ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือ Circular Economy พร้อมมุ่งมั่นเป็นองค์กรที่ตอบแทนสังคมและสานต่อความยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26848 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/1-13.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ขณะที่เกรฮาวด์ก็มุ่งส่งเสริม Eco Fashion เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายในอุตสาหกรรมแฟชั่น​ในตลอดทั้งวงจรชีวิตของสินค้า ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบ การผลิต การจำหน่าย การออกแบบเพื่อสวมใส่ได้บ่อยๆ ไปจนถึงการพยายามจำหน่ายสินค้าที่ผลิตออกมาให้หมด รวมทั้งการนำไปทำลาย เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนตามแนวทาง Sustainable Fashion ​ โดยเฉพาะการเพิ่มไลน์สินค้ากลุ่ม Green Label หรือป้ายแท็กเขียวที่เกืดจากกระบวนการรีไซเคิล เช่น ผ้าจากเส้นใยพลาสติก ผ้าคอตตอนออแกนิก หรือการนำผ้าในสต็อกมาใช้เพื่อลดการผลิตผ้าใหม่ เพื่อลดทั้งปริมาณขยะ ลดการใช้สารเคมี และเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยปัจจุบันมีสินค้าในกลุ่ม Green Label ราว 20% ของสินค้าที่จำหน่ายภายในร้าน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26849 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/4-9.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>คอลเลกชัน <strong>KUBOTA x GREYHOUND ORIGINAL PRESENT &#8216;Turn waste to Agri-Wear&#8217; </strong>มีจำหน่ายแล้ว​ที่ GREYHOUND STORE สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว  และ EVERYTHINGHOUND STORE สาขาสยามพารากอน สาขาเมกาบางนา และเว็บไซต์ www.greyhound.co.th</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/kubota-join-greyhound-turn-waste-to-ari-wear/">KUBOTA x GREYHOUND ORIGINAL ครั้งแรกวงการแฟชั่นไทย ต่อยอดวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร จากเส้นใยฟางข้าว สู่สตรีทแฟชั่นรักษ์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;แฟชั่นถุงปูน&#8217; ยกระดับสู่รันเวย์ BIFW2023 SCG X FRI27NOV. ชูแนวคิด Sustainable Fashion</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/bifw2023-scg-x-fri27nov-by-scg-circular-way-in/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Oct 2023 07:25:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok International Fashion Week 2023]]></category>
		<category><![CDATA[BIFW2023]]></category>
		<category><![CDATA[Brand Commerce]]></category>
		<category><![CDATA[FRI27NOV.]]></category>
		<category><![CDATA[Lifestyle Items]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Circular Way]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[The Day Yester Tomorrow]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycle]]></category>
		<category><![CDATA[คิด-จาก-ถุง]]></category>
		<category><![CDATA[ถุงบรรจุปูนซีเมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[นพพร กีรติบรรหาร]]></category>
		<category><![CDATA[สิท ชนะชัย จรียะธนา]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าแฟชั่น Upcycle จากถุงปูน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21524</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี ร่วมมือดีไซเนอร์ไทยชื่อดัง คุณสิท ชนะชัย จรียะธนา จากแบรนด์ FRI27NOV. นำถุงปูนซีเมนต์รอการทำลาย มา Upcycle เพิ่มมูลค่า สร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด Sustainable Fashion ในคอลเลกชัน The Day Yester Tomorrow อวดโฉมในงาน Bangkok International Fashion Week 2023 ณ สยามพารากอน คุณนพพร กีรติบรรหาร Deputy Chief Marketing Officer &#8211; Marketing and Branding Cement and Green Solution Business &#8211; เอสซีจี กล่าวว่า “เอสซีจีให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ด้วยแนวคิด SCG Circular way เพื่อหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด &#8220;เอสซีจีมีถุงบรรจุปูนซีเมนต์รอการทำลาย เพราะไม่สามารถนำมาบรรจุปูนซีเมนต์ได้อีก เนื่องจากการปรับข้อมูลผลิตภัณฑ์จากการพัฒนาคุณภาพสินค้าอย่างต่อเนื่อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/bifw2023-scg-x-fri27nov-by-scg-circular-way-in/">&#8216;แฟชั่นถุงปูน&#8217; ยกระดับสู่รันเวย์ BIFW2023 SCG X FRI27NOV. ชูแนวคิด Sustainable Fashion</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอสซีจี</strong> <strong>ร่วมมือดีไซเนอร์ไทยชื่อดัง คุณสิท ชนะชัย จรียะธนา จากแบรนด์ </strong><strong>FRI27NOV</strong><strong>. </strong><strong>นำถุงปูนซีเมนต์</strong><strong>รอการทำลาย</strong><strong> มา </strong><strong>Upcycle </strong><strong>เพิ่มมูลค่า สร้างสรรค์</strong> <strong>ภายใต้แนวคิด </strong><strong>Sustainable Fashion</strong> <strong>ในคอลเลกชัน</strong> <strong>The Day Yester Tomorrow</strong> <strong>อวดโฉมในงาน</strong> <strong>Bangkok International Fashion Week 2023 </strong><strong>ณ สยามพารากอน</strong></p>
<p><span id="more-21524"></span></p>
<p><strong>คุณนพพร กีรติบรรหาร </strong><strong>Deputy Chief Marketing Officer &#8211; Marketing and Branding Cement and Green Solution Business &#8211; </strong><strong>เอสซีจี</strong> กล่าวว่า “เอสซีจีให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ด้วยแนวคิด <strong>SCG Circular way</strong> เพื่อหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด</p>
<p><em>&#8220;เอสซีจีมีถุงบรรจุปูนซีเมนต์รอการทำลาย เพราะไม่สามารถนำมาบรรจุปูนซีเมนต์ได้อีก เนื่องจากการปรับข้อมูลผลิตภัณฑ์จากการพัฒนาคุณภาพสินค้าอย่างต่อเนื่อง หรือข้อกำหนดว่าด้วยฉลากบรรจุภัณฑ์หรือจากกระบวนการพิมพ์ จึงหาทางต่อยอด สร้างสรรค์ และเพิ่มมูลค่าให้กับถุงปูนซีเมนต์เหล่านี้&#8221;</em></p>
<p>โดยล่าสุดร่วมมือกับ <strong>คุณสิท ชนะชัย จรียะธนา จากแบรนด์ </strong><strong>FRI27NOV</strong><strong>.</strong> นำถุงปูนซีเมนต์ มา Upcycle เป็นแฟชั่นแนว Sustain และเปิดตัวในงาน<strong> Bangkok International Fashion Week 2023</strong> ณ สยามพารากอน ภายใต้คอลเลกชัน <strong>The Day Yester Tomorrow</strong> ด้วยแนวคิด การย้อนกลับไปหาสิ่งที่เรามี ผสมผสานเทคนิคและวัสดุใหม่ แล้วนำกลับมาใช้ในวันนี้ อาทิ การใช้เทคนิคการตัดเย็บถุงปูนกับเสื้อยีนส์เก่า ปรับรูปโฉมให้ทันสมัย ให้กลายเป็น Lifestyle Items ที่สามารถสื่อสารแบรนด์ให้เข้ากับวิถีชีวิตของลูกค้าได้ทุกเพศ ทุกวัย อีกทั้งเป็นแนวทางต่อยอดการทำ Brand Commerce ในอนาคตอีกด้วย และนี่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างในการนำทรัพยากรกลับมาใช้และเพิ่มคุณค่าได้อย่างมีชั้นเชิง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สนใจ คิด-จาก-ถุง สินค้าแฟชั่น Upcycle จากถุงปูน:</p>
<p><a href="https://www.lazada.co.th/shop/tiger-cement-shop/" target="_blank" rel="noopener">https://www.lazada.co.th/shop/tiger-cement-shop/</a></p>
<p><a href="https://shopee.co.th/tigerbrand_shop?smtt=0.0.9" target="_blank" rel="noopener">https://shopee.co.th/tigerbrand_shop</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/bifw2023-scg-x-fri27nov-by-scg-circular-way-in/">&#8216;แฟชั่นถุงปูน&#8217; ยกระดับสู่รันเวย์ BIFW2023 SCG X FRI27NOV. ชูแนวคิด Sustainable Fashion</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลีวายส์ เปิดตัว &#8216;Levi&#8217;s Plant Based 501&#8217; ฉลอง 150 ปี รุ่นไอคอนิก พร้อมสร้างรากฐานการผลิตที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/levis-unveil-501-plant-based-edition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Jul 2023 10:26:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular 501]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Garment]]></category>
		<category><![CDATA[Jeans]]></category>
		<category><![CDATA[Levi's Plant Based 501 Jeans]]></category>
		<category><![CDATA[Levi’s]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[Textile]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลีวายส์]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่นยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20151</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลีวายส์ (Levi&#8217;s) เปิดตัวกางเกงยีนส์คอลเลคชันใหม่ &#8216;Levi&#8217;s Plant Based 501&#8242; ในโอกาสฉลอง 150 ปี Levi&#8217;s 501 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรุ่นไอคอนิกของแบรนด์ลีวายส์ ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยลีวายส์ Plant-Based 501 นี้ ใช้วัสดุที่ทำมาจากพืชถึง 97%  ไม่ว่าจะเป็น ผ้าเดนิมที่ใช้ฝ้ายที่ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ออแกนิกส์ OCS ที่ไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลงและปุ๋ย การใช้สีย้อมด้วยครามจากธรรมชาติ โดย Stony Creek Colours ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านสีย้อมจากพืช ป้ายหนังสัญลักษณ์ด้านหลังกางเกงเป็นวัสดุชีวภาพ Bio-based และใช้หมึกพิมพ์ทั้งหมดมาจากพืช โดยมีเพียง 3% เท่านั้น ​​ได้แก่ หมุดโลหะ ป้ายการดูแล และด้ายเย็บ​ที่ยังใช้โพลีเอสเตอร์ โดยกางเกงรุ่นพิเศษนี้ ผลิตขึ้นทั้งสำหรับผู้ชาย และผู้หญิง มีแผนเริ่มทำตลาดในปลายเดือน ก.ค. 2566 นี้ การออกคอลเลคชันนี้ เป็นการต่อยอดโครงการ Circular 501 ที่เปิดตัวไปเมื่อปีก่อนหน้า​ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมแฟชันสามารถมีส่วนแสดงความรับผิดชอบต่อโลก ด้วยการลดใช้วัสดุสังเคราะห์ต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/levis-unveil-501-plant-based-edition/">ลีวายส์ เปิดตัว &#8216;Levi&#8217;s Plant Based 501&#8217; ฉลอง 150 ปี รุ่นไอคอนิก พร้อมสร้างรากฐานการผลิตที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ลีวายส์ (Levi&#8217;s) เปิดตัวกางเกงยีนส์คอลเลคชันใหม่ &#8216;<strong>Levi&#8217;s Plant Based 501&#8242;</strong> ในโอกาสฉลอง 150 ปี Levi&#8217;s 501 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรุ่นไอคอนิกของแบรนด์ลีวายส์ ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก</p>
<p><span id="more-20151"></span></p>
<p>โดยลีวายส์ Plant-Based 501 นี้ ใช้วัสดุที่ทำมาจากพืชถึง 97%  ไม่ว่าจะเป็น ผ้าเดนิมที่ใช้ฝ้ายที่ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ออแกนิกส์ OCS ที่ไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลงและปุ๋ย การใช้สีย้อมด้วยครามจากธรรมชาติ โดย Stony Creek Colours ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านสีย้อมจากพืช ป้ายหนังสัญลักษณ์ด้านหลังกางเกงเป็นวัสดุชีวภาพ Bio-based และใช้หมึกพิมพ์ทั้งหมดมาจากพืช โดยมีเพียง 3% เท่านั้น ​​ได้แก่ หมุดโลหะ ป้ายการดูแล และด้ายเย็บ​ที่ยังใช้โพลีเอสเตอร์ โดยกางเกงรุ่นพิเศษนี้ ผลิตขึ้นทั้งสำหรับผู้ชาย และผู้หญิง มีแผนเริ่มทำตลาดในปลายเดือน ก.ค. 2566 นี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20152 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/501-levi2.jpg" alt="" width="1200" height="845" /></p>
<p>การออกคอลเลคชันนี้ เป็นการต่อยอดโครงการ <strong>Circular 501</strong> ที่เปิดตัวไปเมื่อปีก่อนหน้า​ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมแฟชันสามารถมีส่วนแสดงความรับผิดชอบต่อโลก ด้วยการลดใช้วัสดุสังเคราะห์ต่างๆ ที่ต้องพึ่งพาพลังงานฟอสซิลในการผลิต และพยายามทำให้ทุกองค์ประกอบของกางเกงยีนส์เหล่านี้มีความยั่งยืนมากขึ้น พร้อมทั้งเป็นการวางรากฐานในกระบวนการผลิตที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม​​ในอนาคต ​โดยเฉพาะการใช้เส้นใยออแกนิกส์ หรือการใช้เส้นใยรีไซเคิลเพื่อลดการเกิดขยะจากอุตสาหกรรมสิ่งทอ</p>
<p>นอกจากนี้  ลีวายส์ยังพัฒนา Selvedge 501 นวัตกรรมเส้นใยจากคอตตอนหรือผ้าฝ้ายผสมกับใยกัญชง สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Wellthread ที่จะมีการจำหน่ายตลอดท้ังปี พร้อมทั้งใช้สีย้อมจากธรรมชาติ ซึ่งสามารถผลิตได้หลากหลายสีสัน และมีสินค้าสำหรับทั้งชายและหญิง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งการพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยให้สามารถดำเนินธุรกิจได้โดยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20153 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/501-levi1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><a href="https://insideretail.asia/2023/07/17/levis-unveils-plant-based-edition-of-its-501-jeans/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://www.numeromag.nl/levis-introduces-the-new-plant-based-501-jeans/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://esgnews.com/levis-unveils-sustainable-suite-of-classic-501-jeans-for-150th-anniversary/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/levis-unveil-501-plant-based-edition/">ลีวายส์ เปิดตัว &#8216;Levi&#8217;s Plant Based 501&#8217; ฉลอง 150 ปี รุ่นไอคอนิก พร้อมสร้างรากฐานการผลิตที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CC DOUBLE O เปิดคอลเลกชั่น “Sustainable” เปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นเสื้อผ้าสุดคูล ด้วยแฟชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/cc-double-o-the-power-of-sustainability/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Apr 2023 03:17:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CC DOUBLE O]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[fashion]]></category>
		<category><![CDATA[Jaspal Group]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle Fabric]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[คอลเลกชั่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ซีซี ดับเบิลโอ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ยัสปาล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ยัสปาล กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่นยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18331</guid>

					<description><![CDATA[<p>CC DOUBLE O (ซีซี ดับเบิลโอ) เพิ่มทางเลือกสินค้าแฟชั่นให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่ห่วงใยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงความเป็นแฟชั่นอเมริกันแคชชวล ที่เน้นความเรียบง่าย สวมใส่สบายและสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทซ์ได้อย่างลงตัว โดยได้จัดทำคอลเลกชั่นพิเศษ “Sustainable” ซึ่งผลิตจากเส้นใยวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้ง Recycle Fabric การนำเส้นด้ายมาหมุนเวียนและทอขึ้นใหม่ และเส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่ผลิตจากกระบวนการ Recycle ขวดพลาสติก ออกมาเป็นคอลเลกชั่นเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย สีสันสดใส ใส่ได้ในทุกโอกาส คอลเลกชั่น “Sustainable” ของแบรนด์ CC DOUBLE O ในครั้งนี้ ได้จัดทำขึ้นตามแนวคิด “The Power of Sustainability” ซึ่งเป็นแนวทางการสร้างความยั่งยืนของ ยัสปาล กรุ๊ป (บริษัท ยัสปาล จำกัด) ที่เชื่อมั่นในการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการดำเนินงานธุรกิจเพื่อให้องค์กร ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เติบโตและพัฒนาร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ในคอลเลกชั่นนี้ CC DOUBLE O ได้ใช้วัตถุดิบรีไซเคิลถึง 2 ประเภท คือ 1) เส้นใย Recycle Fabric การนำเส้นด้ายมาหมุนเวียนและทอขึ้นใหม่เป็นผ้า French Terry ที่มีความนุ่มฟู ในโทนสีพาสเทล สะท้อนความสดใสสำหรับช่วงซัมเมอร์นี้ และ 2) เส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่ผลิตมาจากกระบวนการ Recycle ขวดพลาสติก ซึ่งเป็นการช่วยลดปริมาณขยะขวดพลาสติก ซึ่งขวดพลาสติก 8 ขวดสามารถรีไซเคิลให้เส้นใยโพลีเอสเตอร์นำมาตัดเย็บเป็นเสื้อยืดได้ 1 ตัว โดยเสื้อยืดที่ได้จะเป็นเนื้อผิวสัมผัสแบบคอตตอนที่สวมใส่สบาย สำหรับคอลเลกชั่น “Sustainable” ของทางแบรนด์ CC DOUBLE O ครอบคลุมสินค้าถึง 48 รายการ ตอบโจทย์ทั้งสำหรับคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายให้ได้ช้อปกันตั้งแต่ T-Shirt, Pullover, Hoodie, Tank, กางเกงขาสั้นและกางเกงยีนส์ ด้วยการออกแบบและกระบวนการผลิตที่ใส่ใจทุกรายละเอียดจึงออกมาเป็นคอลเลคชั่นแฟชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  สินค้ามีจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน CC DOUBLE [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/cc-double-o-the-power-of-sustainability/">CC DOUBLE O เปิดคอลเลกชั่น “Sustainable” เปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นเสื้อผ้าสุดคูล ด้วยแฟชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="x_MsoNormal"><b>CC DOUBLE O (</b><b><span lang="TH">ซีซี ดับเบิลโอ) </span></b><span lang="TH">เพิ่มทางเลือกสินค้าแฟชั่นให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่ห่วงใยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม </span><span lang="TH">แต่ยังคงความเป็นแฟชั่นอเมริกันแคชชวล ที่เน้นความเรียบง่าย สวมใส่สบายและสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทซ์ได้อย่างลงตัว </span></p>
<p><span id="more-18331"></span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">โดยได้จัดทำคอลเลกชั่นพิเศษ <b>“</b></span><b>Sustainable”</b><span lang="TH"> ซึ่งผลิตจากเส้นใยวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม </span><span lang="TH">ทั้ง </span>Recycle Fabric<span lang="TH"> การนำเส้นด้ายมาหมุนเวียนและทอขึ้นใหม่ และเส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่ผลิตจากกระบวนการ </span>Recycle <span lang="TH">ขวดพลาสติก ออกมาเป็นคอลเลกชั่นเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย สีสันสดใส ใส่ได้ในทุกโอกาส</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;"><span lang="TH">คอลเลกชั่น “</span>Sustainable”<span lang="TH"> ของแบรนด์</span> CC DOUBLE O <span lang="TH">ในครั้งนี้ ได้จัดทำขึ้นตามแนวคิด “</span>The Power of Sustainability”<span lang="TH"> ซึ่งเป็นแนวทางการสร้างความยั่งยืนของ ยัสปาล กรุ๊ป (บริษัท ยัสปาล จำกัด) ที่เชื่อมั่นในการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการดำเนินงานธุรกิจเพื่อให้องค์กร ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เติบโตและพัฒนาร่วมกันได้อย่างยั่งยืน</span></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18335 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/CC-OO4.jpg" alt="" width="509" height="636" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;"><span lang="TH">ในคอลเลกชั่นนี้ </span>CC DOUBLE O<span lang="TH"> ได้ใช้วัตถุดิบรีไซเคิลถึง </span>2<span lang="TH"> ประเภท คือ </span>1) <b><span lang="TH">เส้นใย</span></b><span lang="TH"> </span><b>Recycle Fabric</b><span lang="TH"> การนำเส้นด้ายมาหมุนเวียนและทอขึ้นใหม่เป็นผ้า</span> French Terry <span lang="TH">ที่มีความนุ่มฟู ในโทนสีพาสเทล สะท้อนความสดใสสำหรับ</span><span lang="TH">ช่วงซัมเมอร์นี้ และ </span>2)<span lang="TH"> <b>เส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่ผลิตมาจากกระบวนการ</b></span><b> Recycle <span lang="TH">ขวดพลาสติก ซึ่งเป็นการช่วยลดปริมาณขยะขวดพลาสติก ซึ่งขวดพลาสติก </span>8 <span lang="TH">ขวดสามารถรีไซเคิลให้เส้นใยโพลีเอสเตอร์นำมาตัดเย็บเป็นเสื้อยืดได้ </span>1 <span lang="TH">ตัว โดยเสื้อยืดที่ได้จะเป็นเนื้อผิวสัมผัสแบบคอตตอนที่สวมใส่สบาย</span></b></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18332 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/CCOO2.jpg" alt="" width="516" height="516" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;"><span lang="TH">สำหรับคอลเลกชั่น </span>“<b>Sustainable</b><b>”<span lang="TH"> </span></b><span lang="TH">ของทางแบรนด์ </span>CC DOUBLE O<b> </b><span lang="TH">ครอบคลุมสินค้าถึง </span>48<span lang="TH"> รายการ ตอบโจทย์</span><span lang="TH">ทั้งสำหรับคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายให้ได้ช้อปกันตั้งแต่ </span>T-Shirt,<span lang="TH"> </span>Pullover, Hoodie, Tank<span lang="TH">,</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">กางเกงขาสั้นและกางเกงยีนส์ ด้วยการออกแบบและกระบวนการผลิตที่ใส่ใจทุกรายละเอียดจึงออกมาเป็นคอลเลคชั่นแฟชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  สินค้ามีจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน </span>CC DOUBLE O <span lang="TH">ทุกสาขาและทางออนไลน์ </span><a title="ได้รับการป้องกันโดย Outlook: http://www.ccdoubleo.com/ คลิกหรือแตะเพื่อติดตามลิงก์" href="https://na01.safelinks.protection.outlook.com/?url=http%3A%2F%2Fwww.ccdoubleo.com%2F&amp;data=05%7C01%7C%7C34bb2c9459d74171dbbb08db462df157%7C84df9e7fe9f640afb435aaaaaaaaaaaa%7C1%7C0%7C638180937181672503%7CUnknown%7CTWFpbGZsb3d8eyJWIjoiMC4wLjAwMDAiLCJQIjoiV2luMzIiLCJBTiI6Ik1haWwiLCJXVCI6Mn0%3D%7C3000%7C%7C%7C&amp;sdata=vZxtTgwQO51qcvZ4%2BA5vwovdWf1hnm7Gpq7x%2FnCVgV8%3D&amp;reserved=0" target="_blank" rel="noopener noreferrer" data-auth="Verified" data-linkindex="0">www.ccdoubleo.com</a></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/cc-double-o-the-power-of-sustainability/">CC DOUBLE O เปิดคอลเลกชั่น “Sustainable” เปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นเสื้อผ้าสุดคูล ด้วยแฟชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อังกฤษคิดค้นวัสดุทางเลือกจากแบคทีเรีย เพื่อนำมาผลิตรองเท้าแทนวัสดุดั้งเดิมที่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/microbial-textiles-from-plant-waste-to-sustainable-meterial/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Apr 2023 08:29:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Biotechnology]]></category>
		<category><![CDATA[footwear]]></category>
		<category><![CDATA[microbial textiles]]></category>
		<category><![CDATA[Modern Synthesis]]></category>
		<category><![CDATA[Sneaker]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Material]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะทางการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[นาโนเซลลูโลส]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้ายั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18184</guid>

					<description><![CDATA[<p>นับเป็นความก้าวล้ำด้านเทคโนโลยีในการผลิตรองเท้าที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมก็ว่าได้ เมื่อบริษัท Modern Synthesis ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพในลอนดอน ได้เปิดห้องแล็บเพื่อทำการทดลองนำประโยชน์ของน้ำตาลจากซากพืชและจุลินทรีย์มาใช้เพาะ “microbial textiles” หรือ “วัตถุดิบสำหรับสิ่งทอที่ได้จากจุลินทรีย์” เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตรองเท้า สาเหตุของการคิดค้นดังกล่าว ก็เนื่องจากวัสดุส่วนใหญ่ที่ใช้ผลิตรองเท้านั้น เป็นพลาสติกโพลีเอสเตอร์และไนลอน ซึ่งเป็นวัสดุที่มีราคาเข้าถึงได้ ใช้งานได้หลากหลาย และทนทาน แต่วัสดุเหล่านี้ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากปิโตรเลียมทั้งสิ้น ทำให้การผลิตและทำลายมักจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงกลายเป็นที่มาของความพยายามในการคิดค้นหาโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมดังกล่าว สำหรับกระบวนการผลิตนั้น Modern Synthesis นำวัตถุดิบตั้งต้นอย่างซากผลไม้และขยะทางการเกษตรที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบมาหมักทำให้เกิดแบคทีเรียเพาะน้ำตาล ซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้เกิดวัสดุน้ำหนักเบาอย่าง นาโนเซลลูโลส ที่สามารถเติบโตได้บนโครงของด้ายเพื่อผลิตเป็นวัสดุทางเลือกสำหรับนำมาใช้ผลิตรองเท้า “นาโนเซลลูโลส” ที่ได้มีความคล้ายคลึงกับไนลอนแต่ให้ความรู้สึกเหมือนกระดาษ โดย Modern Synthesis ได้อ้างว่า วัสดุดังกล่าวมีความแข็งแกร่งกว่าเหล็กและแข็งกว่าเส้นใยสังเคราะห์เคฟลาร์ (Kevlar) ถึง 8 เท่าเลยทีเดียว เรียกได้ว่า วัสดุที่ได้จากการเพาะแบคทีเรียครั้งนี้เป็นวัสดุทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่ยังสามารถนำไปย้อมสีและเคลือบผิวได้หลากหลาย ทำให้ใช้งานได้หลากหลาย สำหรับรองเท้าที่ผลิตจากวัสดุดังกล่าวยังไม่มีวางขายในตลาด แต่ทาง Modern Synthesis ก็ได้เปิดแล็บแห่งใหม่ใน South London เพื่อผลิตรองเท้าต้นแบบ และคาดว่าจะผลิตเพื่อจำหน่ายในอีกไม่ช้านี้ source source  &#160;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/microbial-textiles-from-plant-waste-to-sustainable-meterial/">อังกฤษคิดค้นวัสดุทางเลือกจากแบคทีเรีย เพื่อนำมาผลิตรองเท้าแทนวัสดุดั้งเดิมที่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นับเป็นความก้าวล้ำด้านเทคโนโลยีในการผลิตรองเท้าที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมก็ว่าได้ เมื่อบริษัท <strong>Modern Synthesis</strong> ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพในลอนดอน ได้เปิดห้องแล็บเพื่อทำการทดลองนำประโยชน์ของน้ำตาลจากซากพืชและจุลินทรีย์มาใช้เพาะ “<strong>microbial textiles</strong>” หรือ “วัตถุดิบสำหรับสิ่งทอที่ได้จากจุลินทรีย์” เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตรองเท้า</p>
<p><span id="more-18184"></span></p>
<p>สาเหตุของการคิดค้นดังกล่าว ก็เนื่องจากวัสดุส่วนใหญ่ที่ใช้ผลิตรองเท้านั้น เป็นพลาสติกโพลีเอสเตอร์และไนลอน ซึ่งเป็นวัสดุที่มีราคาเข้าถึงได้ ใช้งานได้หลากหลาย และทนทาน แต่วัสดุเหล่านี้ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากปิโตรเลียมทั้งสิ้น ทำให้การผลิตและทำลายมักจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงกลายเป็นที่มาของความพยายามในการคิดค้นหาโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมดังกล่าว</p>
<p>สำหรับกระบวนการผลิตนั้น Modern Synthesis นำวัตถุดิบตั้งต้นอย่างซากผลไม้และขยะทางการเกษตรที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบมาหมักทำให้เกิดแบคทีเรียเพาะน้ำตาล ซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้เกิดวัสดุน้ำหนักเบาอย่าง นาโนเซลลูโลส ที่สามารถเติบโตได้บนโครงของด้ายเพื่อผลิตเป็นวัสดุทางเลือกสำหรับนำมาใช้ผลิตรองเท้า</p>
<p>“นาโนเซลลูโลส” ที่ได้มีความคล้ายคลึงกับไนลอนแต่ให้ความรู้สึกเหมือนกระดาษ โดย Modern Synthesis ได้อ้างว่า วัสดุดังกล่าวมีความแข็งแกร่งกว่าเหล็กและแข็งกว่าเส้นใยสังเคราะห์เคฟลาร์ (Kevlar) ถึง 8 เท่าเลยทีเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18188 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Shoes1.jpg" alt="" width="1200" height="804" /></p>
<p>เรียกได้ว่า วัสดุที่ได้จากการเพาะแบคทีเรียครั้งนี้เป็นวัสดุทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่ยังสามารถนำไปย้อมสีและเคลือบผิวได้หลากหลาย ทำให้ใช้งานได้หลากหลาย</p>
<p>สำหรับรองเท้าที่ผลิตจากวัสดุดังกล่าวยังไม่มีวางขายในตลาด แต่ทาง Modern Synthesis ก็ได้เปิดแล็บแห่งใหม่ใน South London เพื่อผลิตรองเท้าต้นแบบ และคาดว่าจะผลิตเพื่อจำหน่ายในอีกไม่ช้านี้</p>
<p><a href="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fdesigntaxi.com%2Fnews%2F422966%2FLab-Grown-Shoe-Material-Stitched-From-Bacteria-Steps-Toward-A-Greener-Future%2F%3Ffbclid%3DIwAR06dSpLUNMHoeAVKdNZMHmQG-nl-Sar1SaPgmYbMkjbMljRo5tyZTCiIcg&amp;h=AT3tYVDSUdAXgpBQhNFGAE4LMI2FucXC-BFqSR2kvo9khB394x-Psa793dNZ82e6CV6XkbDlTyKFiCUE063HHvhqrDM6mDlDLS8EWp8FPaaoWI1f8fliv1K4xirE1xS8PU_IIb4e86N1WGq58ANMtJ7P" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://www.trendhunter.com/trends/modern-synthesis-1?fbclid=IwAR0kaAariFkD_L436VQN_rymBMt1f7PztMVtxb5WQPOMYh0RHnd89mcz0bU" target="_blank" rel="noopener">source </a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/microbial-textiles-from-plant-waste-to-sustainable-meterial/">อังกฤษคิดค้นวัสดุทางเลือกจากแบคทีเรีย เพื่อนำมาผลิตรองเท้าแทนวัสดุดั้งเดิมที่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มูจิ ประเทศไทย ชูทางเลือกแฟชั่นยั่งยืน เปิดตัวคอลเลคชันเส้นใยกัญชง ​ใช้ทรัพยากรน้อยลง พร้อมย้ำความ minimalist ช่วยลดขยะแฟชั่น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/03/muji-launch-hemp-collection-materail-of-future/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Mar 2023 06:42:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[fashion]]></category>
		<category><![CDATA[hemp]]></category>
		<category><![CDATA[MUJI]]></category>
		<category><![CDATA[MUJI Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[MUJIHEMP]]></category>
		<category><![CDATA[MUJIHempCollection]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[Textile]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[มูจิ]]></category>
		<category><![CDATA[มูจิ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มูจิ เส้นใยกัญชง]]></category>
		<category><![CDATA[อกิฮิโร่ คาโมการิ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องแต่งกาย]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นใยกัญชง]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่นยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17591</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูจิ ประเทศไทย (MUJI) ย้ำจุดยืนความยั่งยืนกลุ่มสินค้าแฟชั่น ใช้ “เส้นใยกัญชง” (Hemp) วัสดุสิ่งทอแห่งอนาคต ถักทอความยั่งยืน จากกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำที่รักษ์โลกมากกว่า ด้วยต้นใยกัญชงมีวงจรการเพาะปลูกที่สั้น เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ไว ใช้ทรัพยากรในการดูแลน้อยกว่า และไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยหรือสารเคมีเร่ง ก็เจริญเติบโตได้ดี อีกทั้งเป็นเส้นใยที่มีคุณสมบัติตามธรรมชาติที่เหมาะกับการทำเป็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ตอบรับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาสินค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมประเดิมเปิดตัว MUJI HEMP Collection เครื่องแต่งกายคอลเลคชันใหม่ล่าสุดจากเส้นใยป่าน หรือใยกัญชง โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ สัมผัสบางเบา สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับอากาศร้อน พร้อมกับดีไซน์ซิกเนเจอร์สไตล์ MUJI ที่ใส่ได้ทุกโอกาส ต้อนรับซัมเมอร์นี้ วางจำหน่ายแล้วที่ร้าน MUJI ทุกสาขา นายอกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า สินค้าเครื่องแต่งกายและแฟชั่นเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่นับเป็นซิกเนเจอร์โปรดักส์ของร้าน MUJI และครองใจผู้บริโภคมาโดยตลอด ด้วยเอกลักษณ์ของการดีไซน์ที่กลายเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่นสไตล์มินิมอล ด้วยความเรียบง่าย แต่ดูทันสมัย สามารถหยิบมาสวมใส่ได้ในทุกโอกาส ทั้งนี้ MUJI ได้วางจำหน่ายกลุ่มสินค้าเครื่องแต่งกายในมูจิประเทศไทยตั้งแต่เริ่มเปิดสาขาแรกเมื่อปี 2549 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/muji-launch-hemp-collection-materail-of-future/">มูจิ ประเทศไทย ชูทางเลือกแฟชั่นยั่งยืน เปิดตัวคอลเลคชันเส้นใยกัญชง ​ใช้ทรัพยากรน้อยลง พร้อมย้ำความ minimalist ช่วยลดขยะแฟชั่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มูจิ ประเทศไทย (</strong><strong>MUJI) </strong><strong>ย้ำจุดยืนความยั่งยืนกลุ่มสินค้าแฟชั่น ใช้ </strong><strong>“</strong><strong>เส้นใยกัญชง” </strong><strong>(Hemp) </strong><strong>วัสดุสิ่งทอแห่งอนาคต ถักทอความยั่งยืน จากกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำที่รักษ์โลกมากกว่า</strong></p>
<p><span id="more-17591"></span></p>
<p><b> <strong>ด้วยต้นใยกัญชงมีวงจรการเพาะปลูกที่สั้น เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ไว ใช้ทรัพยากรในการดูแลน้อยกว่า และไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยหรือสารเคมีเร่ง ก็เจริญเติบโตได้ดี </strong></b><strong>อีกทั้งเป็นเส้นใยที่มีคุณสมบัติตามธรรมชาติที่เหมาะกับการทำเป็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ตอบรับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาสินค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม </strong></p>
<p><strong>พร้อมประเดิมเปิดตัว </strong><strong>MUJI HEMP Collection </strong><strong>เครื่องแต่งกายคอลเลคชันใหม่ล่าสุดจากเส้นใยป่าน หรือใยกัญชง โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ สัมผัสบางเบา สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับอากาศร้อน พร้อมกับดีไซน์ซิกเนเจอร์สไตล์ </strong><strong>MUJI </strong><strong>ที่ใส่ได้ทุกโอกาส ต้อนรับซัมเมอร์นี้ วางจำหน่ายแล้วที่ร้าน </strong><strong>MUJI </strong><strong>ทุกสาขา</strong></p>
<p><strong>นายอกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด</strong> เปิดเผยว่า สินค้าเครื่องแต่งกายและแฟชั่นเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่นับเป็นซิกเนเจอร์โปรดักส์ของร้าน MUJI และครองใจผู้บริโภคมาโดยตลอด ด้วยเอกลักษณ์ของการดีไซน์ที่กลายเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่นสไตล์มินิมอล ด้วยความเรียบง่าย แต่ดูทันสมัย สามารถหยิบมาสวมใส่ได้ในทุกโอกาส ทั้งนี้ MUJI ได้วางจำหน่ายกลุ่มสินค้าเครื่องแต่งกายในมูจิประเทศไทยตั้งแต่เริ่มเปิดสาขาแรกเมื่อปี 2549 ปัจจุบันสินค้าเครื่องแต่งกายมีสัดส่วนประมาณ 50 % ของกลุ่มสินค้าทั้งหมดที่มีจำหน่ายใน MUJI โดยมียอดขายเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเทียบกับกลุ่มสินค้าอื่น ๆ ผนวกกับการที่ MUJI ได้เปิดตัวสินค้าและแคมเปญต่าง ๆ ที่ตอกย้ำด้านความยั่งยืน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีมาโดยตลอด เนื่องจากปัจจุบันเป็นหนึ่งในเทรนด์ของการเลือกสินค้าหรือ Core Value ของผู้บริโภคที่คาดหวังจากแบรนด์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17592 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/3-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“จากเทรนด์ดังกล่าว รวมกับพันธกิจหลักของ MUJI ในการดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืนที่ยึดถือ และพิสูจน์มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด MUJI ได้นำ <strong>“เส้นใยกัญชง” (</strong><strong>Hemp) </strong>มาใช้เป็นวัสดุหลักในคอลเลคชันนี้ และจะเป็นอีกหนึ่งวัสดุหลักในการผลิตสินค้าเครื่องกาย MUJI โดยถือเป็นวัสดุทางเลือกเพื่อความยั่งยืน เพราะกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำสะท้อนคุณค่าการผลิตอย่างยั่งยืน เนื่องจากเส้นใยป่านเป็นผลผลิตจากพืชกัญชงที่มีวงจรการเพาะปลูกสั้น และเจริญเติบโตได้ดีโดยไม่ต้องใช้การดูแลมากเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่น ๆ เมื่อเริ่มเพาะปลูกจะใช้เวลาเพียงประมาณ 100 วันหรือประมาณ 3 เดือน ให้เจริญเติบโตเต็มวัย มีขนาดของลำต้นสูงได้มากสุดถึง 3 เมตร  ก็เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เลย นอกจากนี้ ในการดูแลถือว่าใช้ทรัพยากรน้อยกว่า เมื่อเทียบกับเส้นใยวัสดุที่ทำจากผลผลิตของพืชชนิดอื่น ๆ และใช้น้ำในการเพาะปลูกน้อยกว่า รวมถึงไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยหรือสารเคมีเร่งก็สามารถเจริญเติบโตได้ดี อีกทั้งมีความคงทนต่อสภาพอากาศและโรคทางการเกษตร และอายุวงจรของพืชมีระยะสั้นเพียง 1 ปี จึงทำให้สามารถเพาะปลูกใหม่ในพื้นที่เดิมได้ โดยไม่ทำลายพื้นที่ป่าหรือสิ่งแวดล้อมโดยรวม และยังเป็นพืชที่ช่วยบำรุงหน้าดิน สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นดินอีกด้วย” นายคาโมการิ กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17594 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/7-1.jpg" alt="" width="1000" height="1000" /></p>
<p>นอกจากนี้ คุณสมบัติตามธรรมชาติของเส้นใยกัญชงเหมาะสำหรับการนำมาเป็นวัสดุในการผลิตสิ่งทอ เครื่องแต่งกาย โดยเฉพาะการสวมใส่ในประเทศที่มีสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น เนื่องจากเป็นเส้นใยที่ถึงแม้ว่าจะมีความคงทนในการใช้งาน แต่มีสัมผัสที่นุ่มเบา ระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้ดี รวมถึงมีคุณสมบัติตามธรรมชาติในการช่วยปกป้องรังสียูวี ดังนั้นเมื่อนำเส้นใยป่านมาผลิตเป็นสิ่งทอเครื่องแต่งกาย จึงช่วยปกป้องสีของเนื้อผ้าที่อาจจะจางลงจากแสงแดด ด้วยเหตุดังกล่าว ในฤดูกาล Spring/Summer นี้ MUJI จึงได้เปิดตัว  <strong>MUJI HEMP Collection</strong> เครื่องแต่งกายคอลเลคชันใหม่ล่าสุดจากเส้นใยป่าน หรือใยกัญชง นับว่าเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์บนเส้นทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของ MUJI</p>
<p><strong>MUJI HEMP Collection</strong> เครื่องแต่งกายคอลเลคชันใหม่ล่าสุดจากเส้นใยกัญชง ออกแบบภายใต้แนวคิด Cool, Soft to the skin, Natural Fabric for sustainability โดดเด่นด้วยคุณสมบัติพิเศษของใยกัญชง ที่สวมใส่เย็นสบาย ระบายอากาศได้ดี และเนื้อผ้าแห้งเร็ว เหมาะสำหรับฤดูร้อน รวมถึงสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย ผสานกับดีไซน์ซิกเนเจอร์สไตล์ MUJI ที่มีความเรียบแต่สุภาพ นำไปมิกซ์แอนด์แมทช์ได้ง่าย สวมใส่ได้ทุกโอกาส เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนไทย และคนเมืองวัยทำงานที่สามารถสวมใส่เป็นชุดทำงานหรือใส่ออกไปทำกิจกรรมอื่นๆ นอกบ้านได้คล่องตัว คอลเลคชันเครื่องแต่งกายออกแบบมาในโทนสีดีไซน์แบบร่วมสมัย และไทม์เลส (Timeless) ผลิตด้วยวัสดุเส้นใยมีคุณสมบัติที่ทนทาน มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน จึงทำให้เป็นคอลเลคชันที่สามารถหยิบมาสวมใส่ได้ตลอดบ่อยครั้ง ซึ่งนับว่าช่วยลดปัญหาขยะจากเครื่องแต่งกายได้อีกด้วย โดย <strong>MUJI HEMP Collection </strong>ประกอบไปด้วยหลากหลายดีไซน์  ทั้งเครื่องแต่งกายผู้หญิง อาทิ เสื้อเชิ้ตทูนิคเสื้อเบลาส์ เดรส กางเกงขายาวและขาสั้น และกระโปรง เครื่องแต่งกายผู้ชาย อาทิ เสื้อแจ็คเก็ต กางเกงขายาวและขาสั้น และเสื้อเชิ๊ตทรงเบสิค หลายสีสัน อีกทั้งยังมีสินค้าสำหรับเด็กอีกด้วย (ตรวจสอบสินค้าได้ ณ จุดขาย)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17593 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/4.jpg" alt="" width="1200" height="554" /></p>
<p>สัมผัสการสวมใส่เสื้อผ้าเย็นสบาย สัมผัสบางเบา แห้งไว จาก <strong>MUJI HEMP Collection</strong> ทางเลือกใหม่ของแฟชั่น ถักทอจากเส้นใยที่ยั่งยืน วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ร้าน MUJI ทุกสาขาทั่วประเทศ ดูรายละเอียด Facebook: MUJI Thailand และ Instagram: MUJI_Thailand / LINE Official Account : @MUJIThailand</p>
<p>@MUJI_THAILAND #MUJI #MUJIThailand #มูจิ # MUJIHEMP #MUJIHempCollection</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/muji-launch-hemp-collection-materail-of-future/">มูจิ ประเทศไทย ชูทางเลือกแฟชั่นยั่งยืน เปิดตัวคอลเลคชันเส้นใยกัญชง ​ใช้ทรัพยากรน้อยลง พร้อมย้ำความ minimalist ช่วยลดขยะแฟชั่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>H&#038;M จับมือ Remondis ยักษ์ใหญ่รีไซเคิลเยอรมัน ตั้ง Looper Textile สร้างต้นน้ำ Sustainable Fashion หวังช่วย​ลดคาร์บอนกลุ่มธุรกิจสิ่งทอ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/02/hm-and-remondis-jv-textiles-recycling-venture-looper-textile/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 Feb 2023 06:38:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Fast Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[H&M]]></category>
		<category><![CDATA[join venture]]></category>
		<category><![CDATA[Looper Textile]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle Textile]]></category>
		<category><![CDATA[Remondis]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[textiles recycling venture]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจสิ่งทอ]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่นยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17367</guid>

					<description><![CDATA[<p>แบรนด์แฟชั่นรีเทลยักษ์ใหญ่อันดับสองของโลกอย่าง H&#38;M ​ประกาศจับมือกับกลุ่ม Remondis บริษัทสัญชาติเยอรมันซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิล เพื่อร่วมกันจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ที่ชื่อว่า Looper Textile เพื่อทำการเก็บรวบรวม คัดแยก และจำหน่าย เครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอที่ไม่ใช้แล้ว และไม่เป็นที่ต้องการ การจับมือครั้งนี้ เป็นไปตามความตั้งใจของ H&#38;M ที่กำลังมองหาวิธีในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในกลุ่ม Fast Fashion เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการเห็นอุตสาหกรรมนี้มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้งนี้ Looper Textile เป็นรูปแบการร่วมทุนจากทั้ง 2 กลุ่ม ในสัดส่วน 50:50 ซึ่งกำลังเริ่มดำเนินกิจการในยุโรปและคาดจะช่วยยืดอายุของเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มได้กว่า 40 ล้านชิ้น ตลอดทั้งปี 2023 นี้ โดย H&#38;M ได้กล่าวว่า &#8220;Looper หวังที่จะเป็นผู้ให้บริการวัตถุดิบตั้งต้น สำหรับบริษัทและนักประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับการรีเซลและรีไซเคิลสิ่งทอ พร้อมวางแผนที่จะทดสอบรูปแบบการเก็บรวบรวมเครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอด้วยระบบใหม่ ​โดยเฉพาะการนำระบบเทคโนโลยีอัตโนมัติมาใช้ภายในบริษัท เช่น ระบบการคัดแยกที่ใช้คลื่นแม่เหล็กอย่าง near-infrared sorting เพื่อนำมาใช้ในการประเมินและคัดแยกเกรดและคุณภาพของเสื้อผ้า ก่อนจะนำไปส่งต่อ เป็นต้น&#8221; source</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/hm-and-remondis-jv-textiles-recycling-venture-looper-textile/">H&#038;M จับมือ Remondis ยักษ์ใหญ่รีไซเคิลเยอรมัน ตั้ง Looper Textile สร้างต้นน้ำ Sustainable Fashion หวังช่วย​ลดคาร์บอนกลุ่มธุรกิจสิ่งทอ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แบรนด์แฟชั่นรีเทลยักษ์ใหญ่อันดับสองของโลกอย่าง <strong>H&amp;M</strong> ​ประกาศจับมือกับกลุ่ม <strong>Remondis</strong> บริษัทสัญชาติเยอรมันซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิล เพื่อร่วมกันจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ที่ชื่อว่า <strong>Looper Textile</strong> เพื่อทำการเก็บรวบรวม คัดแยก และจำหน่าย เครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอที่ไม่ใช้แล้ว และไม่เป็นที่ต้องการ</p>
<p><span id="more-17367"></span></p>
<p>การจับมือครั้งนี้ เป็นไปตามความตั้งใจของ H&amp;M ที่กำลังมองหาวิธีในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในกลุ่ม Fast Fashion เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการเห็นอุตสาหกรรมนี้มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ Looper Textile เป็นรูปแบการร่วมทุนจากทั้ง 2 กลุ่ม ในสัดส่วน 50:50 ซึ่งกำลังเริ่มดำเนินกิจการในยุโรปและคาดจะช่วยยืดอายุของเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มได้กว่า 40 ล้านชิ้น ตลอดทั้งปี 2023 นี้</p>
<p>โดย H&amp;M ได้กล่าวว่า <em>&#8220;Looper หวังที่จะเป็นผู้ให้บริการวัตถุดิบตั้งต้น สำหรับบริษัทและนักประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับการรีเซลและรีไซเคิลสิ่งทอ พร้อมวางแผนที่จะทดสอบรูปแบบการเก็บรวบรวมเครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอด้วยระบบใหม่ ​โดยเฉพาะการนำระบบเทคโนโลยีอัตโนมัติมาใช้ภายในบริษัท เช่น ระบบการคัดแยกที่ใช้คลื่นแม่เหล็กอย่าง near-infrared sorting เพื่อนำมาใช้ในการประเมินและคัดแยกเกรดและคุณภาพของเสื้อผ้า ก่อนจะนำไปส่งต่อ เป็นต้น&#8221;</em></p>
<p><a href="https://www.reuters.com/markets/deals/hm-remondis-form-textiles-recycling-venture-2023-02-15/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/hm-and-remondis-jv-textiles-recycling-venture-looper-textile/">H&#038;M จับมือ Remondis ยักษ์ใหญ่รีไซเคิลเยอรมัน ตั้ง Looper Textile สร้างต้นน้ำ Sustainable Fashion หวังช่วย​ลดคาร์บอนกลุ่มธุรกิจสิ่งทอ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
