<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>sustainable &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/sustainable/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 13 May 2026 06:51:31 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.10</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>sustainable &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>โฮมโปร คว้าอันดับ Top 5% โลก ด้านความยั่งยืนปี 2026 จาก S&#038;P Global และได้รับรองเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืน Dow Jones Best-in-Class Indices (DJBIC) ​ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/homepro-ranked-top5-sp-globally/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2026 06:50:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Better Living เพื่อชีวิตที่ดีกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[DJBIC]]></category>
		<category><![CDATA[DJSI]]></category>
		<category><![CDATA[Dow Jones Best-in-Class Indices]]></category>
		<category><![CDATA[Dow Jones Sustainability Indices]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Home Lifetime Companion]]></category>
		<category><![CDATA[HomePro]]></category>
		<category><![CDATA[HomePro ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Homepro pr]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[S&P Global]]></category>
		<category><![CDATA[S&P Global Sustainability Yearbook 2026]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[TOP5]]></category>
		<category><![CDATA[We Make a Better Living]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[โฮมโปร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41773</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (โฮมโปร) ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้านของไทย สร้างความภาคภูมิใจให้วงการธุรกิจไทย หลังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม Top 5% ของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีก จากการประเมินโดย S&#38;P Global Corporate Sustainability Assessment และได้รับคัดเลือกอยู่ใน S&#38;P Global Sustainability Yearbook 2026 สะท้อนศักยภาพขององค์กรไทยในการยกระดับการดำเนินธุรกิจสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว พร้อมกันนี้ โฮมโปรยังได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืน Dow Jones Best-in-Class Indices (DJBIC) ประเภท กลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ตอกย้ำความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ ESG ที่บูรณาการอย่างเป็นระบบในทุกมิติขององค์กร ขับเคลื่อน ESG สู่ Core Business Strategy โฮมโปรวาง ESG เป็นแกนหลักของยุทธศาสตร์และกรอบการตัดสินใจทางธุรกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/homepro-ranked-top5-sp-globally/">โฮมโปร คว้าอันดับ Top 5% โลก ด้านความยั่งยืนปี 2026 จาก S&#038;P Global และได้รับรองเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืน Dow Jones Best-in-Class Indices (DJBIC) ​ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (โฮมโปร) ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้านของไทย สร้างความภาคภูมิใจให้วงการธุรกิจไทย หลังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม </strong><strong>Top 5</strong><strong>% ของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีก จากการประเมินโดย </strong><strong>S&amp;P Global Corporate Sustainability Assessment </strong><strong>และได้รับคัดเลือกอยู่ใน </strong><strong>S&amp;P Global Sustainability Yearbook 2026 </strong></p>
<p><span id="more-41773"></span></p>
<p><strong>สะท้อนศักยภาพขององค์กรไทยในการยกระดับการดำเนินธุรกิจสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย </strong><strong>Net Zero </strong><strong>และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว</strong></p>
<p><strong>พร้อมกันนี้ โฮมโปรยังได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืน </strong><strong>Dow Jones Best-in-Class Indices (DJBIC) </strong><strong>ประเภท กลุ่มตลาดเกิดใหม่ (</strong><strong>Emerging Markets) </strong><strong>ต่อเนื่องเป็นปีที่ </strong><strong>9 </strong><strong>ตอกย้ำความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ </strong><strong>ESG </strong><strong>ที่บูรณาการอย่างเป็นระบบในทุกมิติขององค์กร</strong></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41776 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/HP-3-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ขับเคลื่อน </strong><strong>ESG </strong><strong>สู่ </strong><strong>Core Business Strategy</strong></p>
<p>โฮมโปรวาง ESG เป็นแกนหลักของยุทธศาสตร์และกรอบการตัดสินใจทางธุรกิจ โดยผสานแนวคิดความยั่งยืนอย่างเป็นระบบเข้ากับทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่การพัฒนาสินค้า การบริหารซัพพลายเชน ไปจนถึงการส่งมอบประสบการณ์ให้ลูกค้า ภายใต้เป้าหมาย “We Make a Better Living”</p>
<p><strong>มิติด้านสิ่งแวดล้อม</strong> <strong>(</strong><strong>Environmental)</strong> โฮมโปรขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการพัฒนาสินค้ากลุ่ม ECO Product, ECO Choice และ Circular Products หรือสินค้ารักษ์โลกที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล รวมถึงโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” ที่นำเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่ากลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี ช่วยลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งมีการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนผ่านการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) ในสาขาและศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงการนำรถบรรทุกEV มาใช้ในกระบวนการขนส่ง เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ สอดรับกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41777 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/HP-4-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>มิติด้านสังคม</strong> <strong>(</strong><strong>Social)</strong> โฮมโปรมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า และชุมชน โดยเริ่มจากการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสในการเติบโตอย่างมั่นคงในสายอาชีพ ขณะเดียวกันเดินหน้าพัฒนาสินค้าและบริการที่ครอบคลุมทุกเรื่องบ้านแบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของลูกค้าในระยะยาว</p>
<p><strong>มิติด้านธรรมาภิบาล (</strong><strong>Governance)</strong> โฮมโปรดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ด้วยความโปร่งใสและมีความรับผิดชอบ โดยให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง การต่อต้านคอร์รัปชัน และการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีจริยธรรม ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรองรับการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>การประเมินของ </strong><strong>S&amp;P Global </strong><strong>ในปีที่ผ่านมา ครอบคลุมบริษัทชั้นนำกว่า </strong><strong>9,200 </strong><strong>แห่งทั่ว</strong><strong>โลก โดยการที่โฮมโปรก้าวขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม </strong><strong>Top 5% </strong><strong>ของโลก และคงสถานะสมาชิก </strong><strong>DJBIC </strong><strong>(เดิมชื่อ </strong><strong>Dow Jones Sustainability Indices &#8211; DJSI</strong><strong>) ต่อเนื่องเป็นปีที่ </strong><strong>9 </strong><strong>สะท้อนถึงการบูรณาการแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจอย่างแท้จริง ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ และเป็นเครื่องหมายยืนยันบทบาทโฮมโปร ที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีคุณภาพภายใต้เป้าหมาย “</strong><strong>We Make a Better Living”</strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41778 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/HP-5-re.jpg" alt="" width="1200" height="786" /></p>
<p>ทั้งนี้ โฮมโปรขับเคลื่อนธุรกิจโดยเชื่อว่า ความยั่งยืนเป็นแนวทางที่องค์กรต้องยึดถือ​อย่างต่อเนื่อง ​ความสำเร็จในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ แต่เป็นบทพิสูจน์ว่าองค์กรได้ดำเนินกลยุทธ์มาถูกทาง ทั้ง​ด้านสร้างการเติบโตที่มั่นคงควบคู่กับการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน โฮมโปรเชื่อว่าธุรกิจที่ยั่งยืน คือธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และความสำเร็จในวันนี้จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้องค์กรเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยความมุ่งมั่นมากยิ่งขึ้น​</p>
<p>ดังนั้น การได้รับการยอมรับในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความตั้งใจและความสม่ำเสมอของโฮมโปรในการสร้างการเติบโตที่สมดุลระหว่างธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยโฮมโปรยังเดินหน้าดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้าง <strong>Better Environment, Better Society </strong><strong>และ </strong><strong>Better Business</strong> พร้อมส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับทุกคนอย่างยั่งยืน และก้าวสู่การเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างผู้คนในทุกช่วงชีวิต ในฐานะ <strong>Home Lifetime Companion</strong> เพื่อร่วมสร้าง Better Living อย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/homepro-ranked-top5-sp-globally/">โฮมโปร คว้าอันดับ Top 5% โลก ด้านความยั่งยืนปี 2026 จาก S&#038;P Global และได้รับรองเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืน Dow Jones Best-in-Class Indices (DJBIC) ​ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พรุ่งนี้โลกจะร้อนกว่านรก อุณหภูมิ New High ใน 5 ปีข้างหน้า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/new-high-global-warming/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 13:55:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Bangchak]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Bleaching]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonMarket]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[CMC]]></category>
		<category><![CDATA[coral]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[GlobalBoiling]]></category>
		<category><![CDATA[GlobalWarming]]></category>
		<category><![CDATA[LowCarbon]]></category>
		<category><![CDATA[Marine]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[NewHigh]]></category>
		<category><![CDATA[Quotes]]></category>
		<category><![CDATA[Science]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[ThonThamrongnawasawat]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ธรณ์ธำรงนาวาสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปะการัง]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอกขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อนธรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[โลกเดือด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39501</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; “ผมทำงานด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลมาตลอดชีวิต ​ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะต้องมาเจอปะการัง 99% ฟอกขาวและกำลังจะตาย อุณหภูมิในทะเลที่สูงเกือบ​ 40 องศาฯ ไม่ต่างจากอยู่ในบ่อออนเซ็น ทำให้ปะการังทนไม่ไหวจนฟอกขาวและค่อยๆ ตายไปจนหมด และเร็วเกินกว่าที่คาดคิดไว้&#8221; คำกล่าวของ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์  นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ และอาจารย์ภาควิชา วิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บรรยายพิเศษหัวข้อ &#8216;Warmer Than in Hell พรุ่งนี้โลกจะร้อนยิ่งกว่านรก&#8217; ในงาน READY, SET, NET, ZERO with Carbon Markets Club ​อ.ธรณ์ มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ เลยจุดของการกลับไปแก้ไขแล้ว ​ทั้งอุณหภูมิโลกที่สูงเป็นประวัติการณ์ จนเลยเส้นความกังวลของคนทั้งโลกมาแล้ว และคาดว่าภายใน 5 ปีข้างหน้านี้จะเกิดอุณหภูมิ New High ได้อีกอย่างน้อย 1 ปีเป็นอย่างต่ำปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากมายด์เซ็ตรวมทั้งการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจแบบผิดๆ รวมทั้​งการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น​การขับเคลื่อนกิจกรรม CSR ต่างๆ หรือความพยายามในการสร้างจิตสำนึก การรณรงค์ดูแลสิ่งแวดล้อมต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/new-high-global-warming/">พรุ่งนี้โลกจะร้อนกว่านรก อุณหภูมิ New High ใน 5 ปีข้างหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><em>“ผมทำงานด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลมาตลอดชีวิต ​ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะต้องมาเจอปะการัง 99% ฟอกขาวและกำลังจะตาย อุณหภูมิในทะเลที่สูงเกือบ​ 40 องศาฯ ไม่ต่างจากอยู่ในบ่อออนเซ็น ทำให้ปะการังทนไม่ไหวจนฟอกขาวและค่อยๆ ตายไปจนหมด และเร็วเกินกว่าที่คาดคิดไว้&#8221;</em></p>
<p><span id="more-39501"></span><br class="html-br" />คำกล่าวของ <strong>ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์</strong>  นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ และอาจารย์ภาควิชา วิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บรรยายพิเศษหัวข้อ &#8216;Warmer Than in Hell พรุ่งนี้โลกจะร้อนยิ่งกว่านรก&#8217; ในงาน READY, SET, NET, ZERO with Carbon Markets Club ​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>อ.ธรณ์</strong> มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ เลยจุดของการกลับไปแก้ไขแล้ว ​ทั้งอุณหภูมิโลกที่สูงเป็นประวัติการณ์ จนเลยเส้นความกังวลของคนทั้งโลกมาแล้ว และคาดว่าภายใน 5 ปีข้างหน้านี้จะเกิดอุณหภูมิ <strong>New High</strong> ได้อีกอย่างน้อย 1 ปีเป็นอย่างต่ำ<br class="html-br" /><br class="html-br" />ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากมายด์เซ็ตรวมทั้งการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจแบบผิดๆ รวมทั้​งการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น​การขับเคลื่อนกิจกรรม CSR ต่างๆ หรือความพยายามในการสร้างจิตสำนึก การรณรงค์ดูแลสิ่งแวดล้อมต่างๆ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นในวันนี้สะท้อนถึงความล้มเหลวที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่ความพยายามเปลี่ยนผ่านมาสู่ระบบเศรษฐกิจที่เป็น Low Carbon หากทำอย่างจริงจังก็อาจจะเริ่มส่งผลในอีก 30-40 ปีข้างหน้า ซึ่งอาจจะช้าเกินไปแล้ว ​​<br class="html-br" /><br class="html-br" />ส่วนการขับเคลื่อนเพื่อ​แก้ปัญหาสภาพอากาศในปัจจุบันว่า ​​​ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี หรือการวางกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนต่างๆ ที่เชื่อว่าจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจต่างๆ ​ให้ความสำคัญกับการวางแผน​ วางนโนบายหรือ​กลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อน และ​สร้างตัวชี้วัด สร้าง KPI เพื่อเช็คว่าทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ โดยลืมคิดไปว่าการดูแลรักษาโลกไม่ใช่การทำขัอสอบให้ผ่าน ไม่เหมือนการเรียนในระบบที่เรียนไปแล้ว สอบผ่านจะได้เลื่อนชั้นจนจบและรับปริญญาตามสเตป แต่ปัญหามีความซับซ้อนและผลกระทบที่เกิดขึ้นตลอดทั้งห่วงโซ่ และต้องเข้าไป​ดูแลมากกว่าแค่เรื่องการลดคาร์บอน การลดก๊าซเรือนกระจก ​<br class="html-br" /><br class="html-br" />เพราะอากาศร้อน โลกที่ร้อนขึ้น​ ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องทั้ง​ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัญหาการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งในแต่ละประเทศ หรือระหว่างประเทศ ความอดอยาก ทำให้เกิดการต่อสู้ดิ้นรนพยายามเอาชีวิตรอด ซึ่งคนอาจไม่ได้ตายจากการที่โลกร้อน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือสาเหตุสำคัญของความไม่ปกติที่จะเกิดขึ้นไปทั่วทั้งโลก​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;ตอนนี้เหมือนเราตกกระทะทองแดงแล้ว แต่อาจจะยังไม่มิดหัว และเลือกที่จะไม่มองปัญหาที่เกิดขึ้นรอบตัว แต่​หันไปมองสิ่งสวยงามอย่างกระต่ายในดวงจันทร์แทน เป็นเหมือนการปลอบใจตัวเอง ว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าเราเดินตามแผน เดินตามไทม์ไลน์ ทำตามโพรเซสต่างๆ แล้ว จะช่วยให้โลกดีขึ้น ​แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่ภาคธุรกิจทำ แม้จะ​เป็นสิ่งที่ดี ที่ควรทำ​​ แต่การทำช่วยแก้ปัญหาได้รอบด้านจริงหรือไม่ หรือทำแค่ต้องการเพียงรายงาน​ SD Report เท่านั้น เพราะแม้ว่าทุกบริษัทจะมีคะแนนความยั่งยืนในระดับสูง ได้เรตติ้งแบบ AAA แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะมาการันตีว่าโลกจะดีขึ้น หรือชีวิตในอนาคตของลูกหลานจะดีขึ้นได้จริง&#8221;​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/new-high-global-warming/">พรุ่งนี้โลกจะร้อนกว่านรก อุณหภูมิ New High ใน 5 ปีข้างหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จับตา 6 เทรนด์ &#8216;ธุรกิจยั่งยืน&#8217; 2026</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/6-sustainability-trends-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 03 Jan 2026 08:39:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[BusinessTrends]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Green Mandate]]></category>
		<category><![CDATA[Green Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Longevity Economy]]></category>
		<category><![CDATA[MegaTrends]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Mobility]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[sustainability Trends]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[SustainableGrowth]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Trends]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39200</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2026 เป็นหนึ่ง จุดเปลี่ยน สำคัญของภาคธุรกิจ เพื่อสอดคล้องเป้าหมายประเทศไทยในการบรรลุ Net zero 2050 การดำเนินธุรกิจของทุกองค์กร จากนี้ จำเป็นต้องปรับตัว สู่ความยั่งยืน อย่างฉลาดขึ้น เขียวขึ้น และ เข้าใจมนุษย์มากขึ้น ผ่านการวางแผนและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน พร้อมจับตา 6 เทรนด์ ธุรกิจที่เข้ามามีบทบาทในการช่วยองค์กรขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืน ในปี 20261. SmartMobility / Green Solutions ใช้ดิจิทัลวิเคราะห์ ปรับปรุง ติดตามการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ เพิ่มการใช้รถ EV พัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะ สนับสนุนเส้นทางสีเขียว ช่วยธุรกิจลดต้นทุน ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม / ได้ประโยชน์ด้านภาษี 2. Green Mandate ESG ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็น ‘เงื่อนไขการค้า’ และเพิ่มโอกาสเข้าถึง GreenFinance ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวตามเป้าหมาย Net Zero 2050 เตรียมรับระบบ Emissions Trading System [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/6-sustainability-trends-2026/">จับตา 6 เทรนด์ &#8216;ธุรกิจยั่งยืน&#8217; 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปี 2026 เป็นหนึ่ง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">จุดเปลี่ยน</span> สำคัญของภาค<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ธุรกิจ</span> เพื่อสอดคล้องเป้าหมายประเทศไทยในการบรรลุ <strong>Net zero 2050</strong> การดำเนินธุรกิจของทุก<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">องค์กร</span> จากนี้ จำเป็นต้อง<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ปรับตัว</span> สู่<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> อย่างฉลาดขึ้น เขียวขึ้น และ เข้าใจมนุษย์มากขึ้น ผ่านการวางแผนและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน</p>
<p><span id="more-39200"></span></p>
<p>พร้อมจับตา <strong>6 เทรนด์ </strong>ธุรกิจที่เข้ามามีบทบาทในการช่วยองค์กรขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืน ในปี 2026<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>1. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">SmartMobility</span> / Green Solutions</strong></p>
<ul>
<li>ใช้ดิจิทัลวิเคราะห์ ปรับปรุง ติดตามการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ</li>
<li>เพิ่มการใช้รถ EV พัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะ สนับสนุนเส้นทางสีเขียว</li>
<li>ช่วยธุรกิจลดต้นทุน ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม / ได้ประโยชน์ด้านภาษี</li>
</ul>
<p><strong>2. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Green</span> Mandate</strong></p>
<ul>
<li><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ESG</span> ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็น ‘เงื่อนไขการค้า’ และเพิ่มโอกาสเข้าถึง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">GreenFinance</span></li>
<li>ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวตามเป้าหมาย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Net Zero 2050</span></li>
<li>เตรียมรับระบบ Emissions Trading System และภาษีคาร์บอน</li>
</ul>
<p><strong>3. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พลังงานสะอาด</span> และพลังงานหมุนเวียน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Renewable</span></strong></p>
<ul>
<li>การลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์ ลม และพลังงานทดแทนอื่น ๆ</li>
<li>ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarbonization</span></li>
</ul>
<p><strong>4. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ZeroWaste</span> &amp; <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Circular</span> Economy</strong></p>
<ul>
<li>ลดขยะและส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรในทุกขั้นตอน</li>
<li>ครอบคลุมตลอดการผลิตและการดำเนินงาน</li>
</ul>
<p><strong>5. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Longevity</span> Economy</strong></p>
<ul>
<li>อัตราการเกิดลดลง สัดส่วนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง</li>
<li>พัฒนาเทคโนโลยีด้านสุขภาพ และความปลอดภัย</li>
<li>ออกแบบสินค้า/บริการ เพื่อดูแลสุขภาพ และเพิ่มคุณภาพชีวิต</li>
</ul>
<p><strong>6. การมีส่วนร่วมของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พนักงาน</span> และ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ชุมชน</span></strong></p>
<ul>
<li>ส่งเสริมพฤติกรรมที่ยั่งยืน แยกขยะ ลดใช้พลาสติก</li>
<li>รณรงค์การใช้พลังงานสะอาด</li>
<li>จัดกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว</li>
</ul>
<p><strong>องค์กรควรเตรียมตัวอย่างไร ?</strong></p>
<p>แนวทางในการปรับตัวของภาคธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสเติบโตได้ในปี 2026 นี้ ประกอบด้วย</p>
<ul>
<li>วางแผนกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน พร้อมกำหนดเป้าหมายแต่ละมิติอย่างชัดเจน</li>
<li>สร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนการทำงานอย่างต่อเนื่อง</li>
<li>สื่อสาร สร้างความรับผิดชอบต่อสังคมให้แก่พนักงานและประชาชน</li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/6-sustainability-trends-2026/">จับตา 6 เทรนด์ &#8216;ธุรกิจยั่งยืน&#8217; 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องเทรนด์ &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ปี 2025</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/sustainability-trends-in-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 13 Sep 2025 04:50:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Literacy]]></category>
		<category><![CDATA[Climate resilience]]></category>
		<category><![CDATA[ClimateAction]]></category>
		<category><![CDATA[ClimateResilience]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[Green Building]]></category>
		<category><![CDATA[MegaTrends]]></category>
		<category><![CDATA[Plant-based]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[sustainability Trends]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Trend2025]]></category>
		<category><![CDATA[Trends]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์2025]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36249</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2025 การตื่นตัวและปรับตัวสู่ &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ยังคงเป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วน​ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ อย่างต่อเนื่อง ​จากวิกฤต สภาพอากาศ ในปี 2024 ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ และอุณหภูมิของโลกพุ่งขึ้นทะลุเกินเส้น 1.5 องศา ที่ทั่วโลกพยายามรักษาระดับไว้ และเข้าสู่ภาวะ โลกเดือด เป็นที่เรียบร้อย ประกอบกับ ผลกระทบ​วิกฤตสภาพอากาศสุดขั้ว นำมาสู่ภัยธรรมชาติทั้งในประเทศไทยรวมทั้ง​ต่างประเทศที่เกิด​บ่อยและรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความแห้งแล้ง การเกิดพายุ ​​น้ำท่วมในหลายพื้นที่ และหลายรอบตลอดทั้ง​ปีที่ผ่านมา ​รวมทั้งไฟป่า แผ่นดินไหว ไปจนถึงปัญหาด้านเศรษฐกิจและปากท้อง จากการปรับตัวขึ้นของราคาเชื้อเพลิง และพลังงานต่างๆความสำคัญเรื่อง Climate Literacy หรือการมีความตระหนักรู้ และความรู้ความเข้าใจถึงปัญหาสภาพอากาศ เพื่อร่วม Action ในการขับเคลื่อนความยั่งยืน เพื่อมีส่วนบรรเทา หรือช่วยลดผลกระทบ​ที่เกิดขึ้น ​​ทั้งจากการขับเคลื่อนในฟากธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีเทรนด์ความยั่งยืน หรือ Sustainability Trend ที่น่าสนใจในปี 2025 ต่อไปนี้1. พลังงานสะอาด-การเดินหน้าปฏิรูปพลังงานสะอาดทั่วโลกมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นใน​ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ครองอันดับ 1 พลังงานสะอาด และมีการลงทุนในอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์มีการลงทุนอย่างหนัก และถือเป็นแหล่งพลังงานที่เติบโตมากที่สุดติดต่อกันกว่า 20 ปี&#8211; ปัจจุบัน จีน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/sustainability-trends-in-2025/">ส่องเทรนด์ &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ปี 2025</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปี 2025 การตื่นตัวและปรับตัวสู่ <strong>&#8216;<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน&#8217;</span></strong> ยังคงเป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วน​ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ อย่างต่อเนื่อง ​จากวิกฤต <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สภาพอากาศ</span> ในปี 2024 ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ และอุณหภูมิของโลกพุ่งขึ้นทะลุเกินเส้น 1.5 องศา ที่ทั่วโลกพยายามรักษาระดับไว้ และเข้าสู่ภาวะ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">โลกเดือด</span> เป็นที่เรียบร้อย</p>
<p><span id="more-36249"></span></p>
<p>ประกอบกับ ผลกระทบ​วิกฤตสภาพอากาศสุดขั้ว นำมาสู่ภัยธรรมชาติทั้งในประเทศไทยรวมทั้ง​ต่างประเทศที่เกิด​บ่อยและรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความแห้งแล้ง การเกิดพายุ ​​น้ำท่วมในหลายพื้นที่ และหลายรอบตลอดทั้ง​ปีที่ผ่านมา ​รวมทั้งไฟป่า แผ่นดินไหว ไปจนถึงปัญหาด้านเศรษฐกิจและปากท้อง จากการปรับตัวขึ้นของราคาเชื้อเพลิง และพลังงานต่างๆ<br class="html-br" /><br class="html-br" />ความสำคัญเรื่อง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Climate Literacy</span> หรือการมีความตระหนักรู้ และความรู้ความเข้าใจถึงปัญหาสภาพอากาศ เพื่อร่วม <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Action</span> ในการขับเคลื่อนความยั่งยืน เพื่อมีส่วนบรรเทา หรือช่วยลดผลกระทบ​ที่เกิดขึ้น ​​ทั้งจากการขับเคลื่อนในฟากธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีเทรนด์ความยั่งยืน หรือ Sustainability Trend ที่น่าสนใจในปี 2025 ต่อไปนี้<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>1. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พลังงานสะอาด</span></strong><br class="html-br" />-การเดินหน้าปฏิรูปพลังงานสะอาดทั่วโลกมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นใน​ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ครองอันดับ 1 พลังงานสะอาด และมีการลงทุนในอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์มีการลงทุนอย่างหนัก และถือเป็นแหล่งพลังงานที่เติบโตมากที่สุดติดต่อกันกว่า 20 ปี<br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; ปัจจุบัน จีน ครองอันดับ 1 ประเทศที่ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์สูงสุดของโลก รองลงมาเป็นสหรัฐอเมริกา อินเดีย ญี่ปุ่น และเยอรมนีตามลำดับ โดยเฉพาะในปี 2023 จีนมีกำลังผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เพิ่มขึ้น 55.2% แซงหน้ายุโรปที่ทำไว้ 14%<br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; คาดการณ์แนวโน้มการเติบโตของ Solar Power ทั่วโล​ก ดังนี้<br class="html-br" />• ปี 2026 กำลังการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์แซงหน้าพลังงานโรงงานนิวเคลียร์<br class="html-br" />• ปี 2028 อาจมากกว่าพลังงานไฟฟ้าจากเขื่อน<br class="html-br" />• ปี 2032 มีโอกาสแซงพลังงานจากก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน<br class="html-br" />• ปี 2040 อุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ มุ่งผลักดันพลังงานแสงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>2. การ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ปรับตัว</span> ของภาคธุรกิจ</strong><br class="html-br" />&#8211; ผู้บริโภคกว่า 68% ทั่วโลก คาดหวังให้ภาคธุรกิจและแบรนด์ เป็นผู้นำขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นโมเดลธุรกิจใหม่ ที่ให้โลกและธรรมชาติเป็นศูนย์กลาง (Planet-Centric Model) เพิ่มความเห็นอกเห็นใจต่อโลก เป็นแนวคิดที่ช่วยให้ธุรกิจเคารพต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ควบคู่การเพิ่มความสามารถในการดึงดูดลูกค้าและสร้างผลกำไรระยะยาว ผ่านนวัตกรรมที่นำไปสู่ทางออกใหม่ๆ ได้มากขึ้น<br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; มีการคำนึงถึงบทบาทของภาคธุรกิจและสิ่งแวดล้อมรวมทั้งทรัพยากรต่างๆ มากขึ้น เพื่อบรรเทาความเสี่ยงจากวิกฤตสภาพอากาศ ขณะที่ผู้บริโภคคาดหวังการแสดงความรับผิดชอบของภาคธุรกิจมากขึ้น ทำให้ต้องเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ใช้ มาเป็นผู้ช่วยฟื้นฟู และการเป็นผู้นำในการ Action เพื่อทำให้คนมี Planet Empathy มากขึ้น<br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; การออกแบบสินค้าหรือบริการ เพื่อให้ผู้บริโภคอยู่รอดและทนต่อสภาพภูมิอากาศ เนื่องจาก คนรุ่นใหม่อายุ 16-24 ปี กว่า 84% มีภาวะวิตกกังวลต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม (Eco-Anxiety) รวมทั้งคนเจนซีและอัลฟ่า 71% ก็รู้สึกกังวลต่อโลกใบนี้ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความอยู่รอด</span> จึงเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ต่างๆ<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>3. การออกแบบอาคาร /เมือง (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Green Building)</span></strong><br class="html-br" />-เมืองต่างๆ ทั่วโลกต้องเตรียมรับมือสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป จากการเติบโตของเมืองทำให้มีการปล่อย CO2 มากขึ้น ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งปัญหาความแห้งแล้งและวิกฤตต่างๆ ทำให้เมืองต้องพัฒนานวัตกรรมและวางแผนระยะยาว เพื่อดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน<br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; การออกแบบเชิงชีวภูมิภาค เพื่อศึกษาทั้งลักษณะของพื้นที่และการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจผสมผสานระบบห่วงโซ่การผลิตหมุนเวียนและการฟื้นฟูเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างบูรณาการ เพื่อเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานของเมืองเข้ากับระบบธรรมชาติ และสร้างเมืองที่ใช้ทรัยากรหมุนเวียนครบวงจรและฟื้นฟูตัวเองได้<br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; การสร้างเมืองใหม่ จะต้องคำนึงถึงหลักเมืองสีเขียว เมืองอัจฉริยะ หรือเมืองเพื่อความยั่งยืน เพื่อแก้ปัญหาจากความแตกต่างระหว่างระบบธรรมชาติกับวิธีคิดของผู้คน<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>4. เทรนด์<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">อาหารยั่งยืน</span></strong><br class="html-br" />&#8211; ตลาดผลิตภัณฑ์จากพืช <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Plant based</span> เติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง​ 23% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ​ขณะที่เทรนด์​การพัฒนารสชาติและเนื้อสัมผัสของ Plant-based มุ่งเน้นให้มีความใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์จากสัตว์​ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภคอีกด้วย</p>
<p><strong>&#8211; ผลิตภัณฑ์จากพืช </strong><br class="html-br" />• เติบโตเฉลี่ยสูงถึง 23% ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา<br class="html-br" />• การพัฒนารสชาติ เนื้อสัมผัสให้ใกล้เคียงผลิตภัณฑ์จากสัตว์<br class="html-br" />• ให้ความสำคัญกับการผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>&#8211; <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Food Security</span> </strong>เพิ่มความ​สามารถในการปรับตัวต่อสภาพอากาศ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Climate Resilience</span> เพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตสภาพอากาศในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง​ราคาอาหารและความไม่แน่นอนของผลผลิต ทำให้ผู้บริโภคทั่วโลก​มีความกังวลเกี่ยวกับปัญหา Food Security<br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; หนึ่งในแนวทางที่น่าสนใจคือ การพัฒนาทางเลือกที่ยืดหยุ่นและทนทานต่อสภาพอากาศที่แปรปรวนมากขึ้น, การค้นหาวัตถุดิบทางเลือกสำหรับพืชผลที่ไวต่อสภาพอากาศ เช่น โกโก้ กาแฟ และน้ำมันมะกอก , การเร่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน เพื่อรับมือต่อความท้าทายด้านสภาพอากาศที่เกิดขึ้น เป็นต้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/sustainability-trends-in-2025/">ส่องเทรนด์ &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ปี 2025</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมืองไทยประกันชีวิต จับมือ asava แบรนด์แฟชั่นชั้นนำ ปรับโฉม “ชุดพนักงานบริการสาขา” ทำจากขวดพลาสติก Upcycling</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/muang-thai-life-x-asava-launch-upcycling-uniform/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 26 Apr 2025 11:25:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Asava]]></category>
		<category><![CDATA[CSC]]></category>
		<category><![CDATA[Muang Thai Life]]></category>
		<category><![CDATA[Sharp  Modern]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycling]]></category>
		<category><![CDATA[พลพัฒน์ อัศวะประภา]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิฟอร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[สาระ ล่ำซำ]]></category>
		<category><![CDATA[หมู ASAVA]]></category>
		<category><![CDATA[อาซาวา]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองไทยประกันชีวิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33177</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมืองไทยประกันชีวิต จับมือ asava แบรนด์แฟชั่นชั้นนำ ปรับโฉม “ชุดพนักงานบริการสาขา” ทำจากขวดพลาสติก Upcycling พร้อมเปิดตัว “ชุดสูทเชิดชูเกียรติยศสุดยอดตัวแทนประกันชีวิต” เสริมภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพ ความน่าเชื่อถือ และใส่ใจความยั่งยืน เมืองไทยประกันชีวิต จับมือ asava แบรนด์แฟชั่นชื่อดังของประเทศไทย ร่วมยกระดับภาพลักษณ์ “แบรนด์แห่งความสุขและรอยยิ้ม” ปรับโฉมชุดพนักงานบริการสาขา (CSC) ทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด  Sharp  Modern และ Sustainable พร้อมใส่ใจความยั่งยืนด้วยการเลือกใช้ใยผ้ารีไซเคิลจากขวดพลาสติกที่ผ่านกระบวนการ Upcycling  และได้เปิดตัว “ชุดสูทเชิดชูเกียรติยศสุดยอดตัวแทนประกันชีวิต” เสริมภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพ ความน่าเชื่อถือ พร้อมดูแลและเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง คุณสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต ตอกย้ำตัวตนในการเป็นแบรนด์แห่งการสร้างความสุขและรอยยิ้มที่ยั่งยืน ภายใต้กลยุทธ์ “Boost Your Happiness by Our People” บูสท์ความสุขของคุณด้วยคนของเมืองไทยประกันชีวิต ด้วยการเดินหน้าพัฒนาองค์กรในทุกภาคส่วน  เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันคือ “การส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าคนสำคัญ” ล่าสุด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/muang-thai-life-x-asava-launch-upcycling-uniform/">เมืองไทยประกันชีวิต จับมือ asava แบรนด์แฟชั่นชั้นนำ ปรับโฉม “ชุดพนักงานบริการสาขา” ทำจากขวดพลาสติก Upcycling</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมืองไทยประกันชีวิต จับมือ asava แบรนด์แฟชั่นชั้นนำ ปรับโฉม “ชุดพนักงานบริการสาขา” ทำจากขวดพลาสติก Upcycling พร้อมเปิดตัว “ชุดสูทเชิดชูเกียรติยศสุดยอดตัวแทนประกันชีวิต” </strong><strong>เสริมภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพ ความน่าเชื่อถือ และใส่ใจความยั่งยืน</strong><span id="more-33177"></span></p>
<p><strong>เมืองไทยประกันชีวิต จับมือ </strong><strong>asava</strong> <strong>แบรนด์แฟชั่นชื่อดังของประเทศไทย ร่วมยกระดับภาพลักษณ์ “แบรนด์แห่งความสุขและรอยยิ้ม” ปรับโฉมชุดพนักงานบริการสาขา (</strong><strong>CSC) </strong><strong>ทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด  </strong><strong>Sharp  Modern </strong><strong>และ </strong><strong>Sustainable </strong><strong>พร้อมใส่ใจความยั่งยืนด้วยการเลือกใช้ใยผ้ารีไซเคิลจากขวดพลาสติกที่ผ่านกระบวนการ </strong><strong>Upcycling  </strong><strong>และได้เปิดตัว “ชุดสูทเชิดชูเกียรติยศสุดยอดตัวแทนประกันชีวิต” เสริมภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพ ความน่าเชื่อถือ พร้อมดูแลและเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33179 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/S__8405343.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า</strong> เมืองไทยประกันชีวิต ตอกย้ำตัวตนในการเป็นแบรนด์แห่งการสร้างความสุขและรอยยิ้มที่ยั่งยืน ภายใต้กลยุทธ์ <strong>“Boost Your Happiness by Our People” </strong><strong>บูสท์ความสุขของคุณด้วยคนของเมืองไทยประกันชีวิต</strong> ด้วยการเดินหน้าพัฒนาองค์กรในทุกภาคส่วน  เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันคือ <strong>“</strong><strong>การส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าคนสำคัญ</strong><strong>”</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33183 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/S__8405345.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ล่าสุด บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับ  <strong>asava</strong>  แบรนด์แฟชั่นดีไซเนอร์ชั้นนำของประเทศไทย โดย <strong>คุณหมู พลพัฒน์ อัศวะประภา</strong> ปรับโฉมภาพลักษณ์ “พนักงานบริการสาขา (Customer Service Center หรือ CSC)” ของเมืองไทยประกันชีวิตทั่วประเทศ ด้วยยูนิฟอร์มใหม่ที่ออกแบบภายใต้แนวคิด “<strong>Sharp  Modern </strong><strong>และ </strong><strong>Sustainable</strong><strong>”</strong> สะท้อนถึงความน่าเชื่อถือ ความมั่นคง ร่วมสมัย ใส่ใจต่อการสร้างความยั่งยืน และดูสดใส เข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น  โดดเด่นด้วยการเลือกวัสดุจากใยผ้ารีไซเคิล ซึ่งนำมาจากขวดพลาสติก PET ที่ผ่านกระบวนการ Upcycling มาเป็นองค์ประกอบสำคัญ  เส้นใยผ้ารีไซเคิลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมช่วยลดปริมาณขยะขวดพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติ ตอกย้ำนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงานของบริษัท    พร้อมให้ความใส่ใจต่อพนักงาน ด้วยการให้อิสระในการเลือกสวมใส่ชุดยูนิฟอร์มใหม่ โดยสามารถมิกซ์ แอนด์ แมทซ์ ชุดได้ในสไตล์ตัวเอง ให้มีความสุขและพร้อมให้บริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33180 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/S__8405346.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ เมืองไทยประกันชีวิต ยังได้เดินหน้ายกระดับและพัฒนาตัวแทนประกันชีวิตทั่วประเทศสู่การเป็นที่ปรึกษาประกันชีวิตที่ลูกค้าไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง โดย asava ได้รังสรรค์ <strong>“ชุดสูทเชิดชูเกียรติยศแห่งความสำเร็จ”</strong>  ภายใต้แนวคิด <strong>“</strong><strong>Reflection of Success</strong><strong>”</strong>  ซึ่งจะมอบให้กับตัวแทนประกันชีวิตที่สามารถพิชิตเป้าหมายที่กำหนด  เพื่อเชิดชูความสำเร็จ และเสริมภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพ ความน่าเชื่อถือ ความน่าไว้วางใจ และยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตัวแทนประกันชีวิตและลูกค้าได้เป็นอย่างดี  ซึ่งชุดนี้ถูกออกแบบด้วยเทคนิคชั้นสูงของการตัดสูท เพื่อสร้างความพรีเมี่ยม และความภาคภูมิใจแก่ผู้สวมใส่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33182 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/S__8405348.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>บริษัทฯ ในฐานะผู้นำ <strong>“แบรนด์แห่งความสุขและรอยยิ้ม”</strong> ที่มีความแข็งแกร่งทั้งด้านธุรกิจและภาพลักษณ์อย่างต่อเนื่อง ยังคงเดินหน้าพัฒนาองค์กรให้ทันสมัยสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอด โดยเชื่อมั่นว่า “ภาพลักษณ์” คือกุญแจสำคัญที่จะสร้าง “ความเชื่อมั่น” ให้เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกองค์กร การเปิดตัว  ยูนิฟอร์มใหม่นี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนรูปลักษณ์เท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงถึงตัวตนของบริษัทที่ก้าวสู่ยุคใหม่ทั้งพนักงานและตัวแทนประกันชีวิตที่ไม่ใช่เพียงผู้ขายประกัน แต่คือ <strong>“ที่ปรึกษาการประกันชีวิต”</strong> ที่เปี่ยมด้วยพลัง ความรู้ ความมั่นใจ และเข้าใจความต้องการของผู้คนในทุกช่วงของชีวิต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33181 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/S__8405349.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong><em>“ความร่วมมือในครั้งนี้ระหว่างเมืองไทยประกันชีวิตและ </em></strong><strong><em>asava </em></strong><strong><em>คือการก้าวข้ามกรอบเดิมของคำว่า   “ยูนิฟอร์ม” ไปสู่การสร้างภาพลักษณ์ใหม่ที่ทรงพลังจากภายในสู่ภายนอก ไม่เพียงเพื่อปรับรูปลักษณ์ของตัวแทนและพนักงานให้ทันสมัย สะท้อนความเป็นมืออาชีพ และใกล้ชิดกับผู้คนมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความภาคภูมิใจในบทบาทของตนเอง และปลุกพลังแห่งความมั่นใจให้พร้อมรับบทบาทสำคัญในการดูแลชีวิตและความมั่นคงของลูกค้าอย่างแท้จริง” คุณสาระ กล่าวสรุป</em></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/muang-thai-life-x-asava-launch-upcycling-uniform/">เมืองไทยประกันชีวิต จับมือ asava แบรนด์แฟชั่นชั้นนำ ปรับโฉม “ชุดพนักงานบริการสาขา” ทำจากขวดพลาสติก Upcycling</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทรูมันนี่ และ แอสเซนด์ บิท เผยมีผู้ใช้ซื้อคาร์บอนเครดิตผ่านแอปทรูมันนี่ เทียบเท่าปลูกต้นไม้แล้ว 100,000 ต้น หลังเปิดให้บริการแค่ 1 เดือน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/carbon-offset-on-true-money-application/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Jan 2025 16:31:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Offset]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Removal]]></category>
		<category><![CDATA[CF]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Payment]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[True Money]]></category>
		<category><![CDATA[Wallet]]></category>
		<category><![CDATA[กระเป๋าเงินดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพรินต์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิทัลเพย์เมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ทรูมันนี่]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บล็อกเชน]]></category>
		<category><![CDATA[มนสินี นาคปนันท์]]></category>
		<category><![CDATA[อภินันท์ ดาบเพ็ชร]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[แอปพลิเคชัน]]></category>
		<category><![CDATA[แอสเซนด์ บิท]]></category>
		<category><![CDATA[โทเคนดิจิทัล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31561</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทรูมันนี่ และ แอสเซนด์ บิท เผยมีผู้ใช้ซื้อคาร์บอนเครดิตผ่านแอปทรูมันนี่ เทียบเท่าปลูกต้นไม้แล้ว 100,000 ต้น หลังเปิดให้บริการแค่ 1 เดือน ชวนผู้สนใจซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนและช่วยโลกในแบบง่าย ๆ โปร่งใส และยั่งยืน ผ่านแอปทรูมันนี่   &#8220;ทรูมันนี่ หนึ่งในผู้นำด้านแพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับ บริษัท แอสเซนด์ บิท จำกัด ผู้ให้บริการเทคโนโลยีบล็อกเชน เผยความสำเร็จหลังเปิดให้บริการซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนว่าในช่วงเวลาเพียง 1 เดือน หลังเปิดให้บริการ มีผู้ใช้งานแอปทรูมันนี่ซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นจำนวนแล้วกว่า 1,500 ตันคาร์บอน หรือเทียบเท่ากับใช้ต้นไม้กว่า 100,000 ต้น ในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ซึ่งการตอบรับที่ดีดังกล่าวสะท้อนเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่มีความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และอยากมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม&#8221;  ทรูมันนี่ หนึ่งในผู้นำด้านแพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยความสำเร็จหลังเปิดให้บริการซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนร่วมกับ บริษัท แอสเซนด์ บิท จำกัด ผู้ให้บริการเทคโนโลยีบล็อกเชน ว่าในช่วงเวลาเพียง 1 เดือนหลังเปิดให้บริการ มีผู้ใช้งานแอปทรูมันนี่ซื้อคอร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นจำนวนแล้วกว่า 1,500 ตันคาร์บอน หรือเทียบเท่ากับใช้ต้นไม้กว่า 100,000 ต้นในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ซึ่งการตอบรับที่ดีดังกล่าวสะท้อนเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่มีความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/carbon-offset-on-true-money-application/">ทรูมันนี่ และ แอสเซนด์ บิท เผยมีผู้ใช้ซื้อคาร์บอนเครดิตผ่านแอปทรูมันนี่ เทียบเท่าปลูกต้นไม้แล้ว 100,000 ต้น หลังเปิดให้บริการแค่ 1 เดือน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทรูมันนี่ และ แอสเซนด์ บิท เผยมีผู้ใช้ซื้อคาร์บอนเครดิตผ่านแอปทรูมันนี่ </strong><strong>เทียบเท่าปลูกต้นไม้แล้ว </strong><strong>100,000 </strong><strong>ต้น หลังเปิดให้บริการแค่ </strong><strong>1 </strong><strong>เดือน </strong><em>ชวนผู้สนใจซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนและช่วยโลก</em><em>ในแบบง่าย ๆ โปร่งใส และยั่งยืน ผ่านแอปทรูมันนี่  </em></p>
<p><span id="more-31561"></span></p>
<p><em>&#8220;ทรูมันนี่ หนึ่งในผู้นำด้านแพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับ บริษัท แอสเซนด์ บิท จำกัด ผู้ให้บริการเทคโนโลยีบล็อกเชน เผยความสำเร็จหลังเปิดให้บริการซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนว่าในช่วงเวลาเพียง 1 เดือน หลังเปิดให้บริการ มีผู้ใช้งานแอปทรูมันนี่ซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นจำนวนแล้วกว่า 1,500 ตันคาร์บอน หรือเทียบเท่ากับใช้ต้นไม้กว่า 100,000 ต้น ในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ซึ่งการตอบรับที่ดีดังกล่าวสะท้อนเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่มีความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และอยากมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม&#8221; </em></p>
<p><strong>ทรูมันนี่ หนึ่งในผู้นำด้านแพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยความสำเร็จหลังเปิดให้บริการซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนร่วมกับ บริษัท แอสเซนด์ บิท จำกัด ผู้ให้บริการเทคโนโลยีบล็อกเชน ว่าในช่วงเวลาเพียง </strong><strong>1 </strong><strong>เดือนหลังเปิดให้บริการ มีผู้ใช้งานแอปทรูมันนี่ซื้อคอร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นจำนวนแล้วกว่า </strong><strong>1,500 </strong><strong>ตันคาร์บอน หรือเทียบเท่ากับใช้ต้นไม้กว่า </strong><strong>100,000 </strong><strong>ต้นในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ซึ่งการตอบรับที่ดีดังกล่าวสะท้อนเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่มีความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และอยากมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31563 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Carbon-Credit-TrueMoney-LOGO.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ การซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยคาร์บอนผ่านแอปทรูมันนี่ ได้ถูกออกแบบให้เข้าถึงง่ายและมีความโปร่งใส  สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชนสาธารณะ (Polygon) โดยการซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนในแต่ละครั้งจะถูกแปลงเป็นโทเคนดิจิทัลและบันทึกการรีไทร์คาร์บอน หรือ Carbon Offset ซึ่งหมายถึงการลดผลกระทบจากการปล่อยคาร์บอนฯ ไว้ในรูปแบบ NFT บนบล็อกเชน ผู้ใช้งานสามารถเลือกแพ็กเกจชดเชยคาร์บอนได้ตามระยะเวลาที่ต้องการ (7, 30 หรือ 90 วัน) โดยระบบจะตัดเงินจากบัญชีทรูมันนี่ เพื่อซื้อและเบิร์นโทเคนคาร์บอนเครดิตที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล การทำธุรกรรมทั้งหมดจึงรวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีต้นทุนที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าบริการชดเชยคาร์บอนรูปแบบเดิมที่เห็นในประเทศไทยหลายเท่าตัว</p>
<p><strong>คุณมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด</strong><strong> </strong>กล่าวว่า “ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้คนในปัจจุบันโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก การได้เห็นคนไทยหลายหมื่นคนร่วมกันซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนผ่านแอปทรูมันนี่ เป็นสัญญาณที่ดีของการตื่นตัวต่อการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยการให้บริการนี้ไม่เพียงแค่อำนวยความสะดวกให้ทุกคนมีส่วนร่วมลดผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศได้อย่างง่าย ๆ แต่ยังแสดงถึงศักยภาพของเทคโนโลยีในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแบบยั่งยืนใหักับชุมชน”</p>
<p><strong>คุณอภินันท์ ดาบเพ็ชร กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสเซนด์ บิท จำกัด และผู้อำนวยการฝ่ายการเติบโตของวอลเล็ทแพลตฟอร์ม บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด</strong> กล่าวว่า “แอสเซนด์ บิท มุ่งมั่นที่จะเชื่อมโยงคนไทยเข้าสู่โลกบล็อกเชนสาธารณะ และมอบโอกาสในการเข้าถึงและให้การสนับสนุนทรัพยากรของโลกผ่านการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน โดยคาร์บอนเครดิตเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญที่ทำให้ผู้คนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการลดโลกร้อน ลดคาร์บอนฟุตพรินต์ และทำให้สังคมเห็นภาพชัดเจนถึงประโยชน์ที่แท้จริงจากการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ทางด้านการเงินในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31565 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/วิธีซื้อคาร์บอนเครดิตผ่านแอปทรูมันนี่.jpg" alt="" width="1200" height="677" /></p>
<p>ทั้งนี้ ความสำเร็จในช่วงแรกของบริการดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายบทบาทของเทคโนโลยี และการผนึกกำลังของพาร์ทเนอร์ในระบบนิเวศด้านความยั่งยืน โดย ทรูมันนี่ และ แอสเซนด์ บิท มุ่งหวังที่จะส่งเสริมการรับรู้และการมีส่วนร่วมของคนไทยในทุกระดับ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่เป็นกลางทางคาร์บอนอย่างแท้จริง และก้าวสู่อนาคตที่สดใสกว่าร่วมกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/carbon-offset-on-true-money-application/">ทรูมันนี่ และ แอสเซนด์ บิท เผยมีผู้ใช้ซื้อคาร์บอนเครดิตผ่านแอปทรูมันนี่ เทียบเท่าปลูกต้นไม้แล้ว 100,000 ต้น หลังเปิดให้บริการแค่ 1 เดือน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุณจุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์ เผยภารกิจ ESG ของ “AIA+” ซูเปอร์แอปที่ช่วยลดการใช้กระดาษมหาศาล  จากการชวนลูกค้าเปลี่ยนมาทำธุรกรรมผ่านแอป</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/aia-plus-go-green-paperless-transactions/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Nov 2024 02:55:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AIA+]]></category>
		<category><![CDATA[AIA+ Go Green]]></category>
		<category><![CDATA[Customer-Centric]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Insurance]]></category>
		<category><![CDATA[Paperless Transactions]]></category>
		<category><![CDATA[Super App]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[จุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เอไอเอ พลัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30301</guid>

					<description><![CDATA[<p>นับเป็นเวลากว่า 86 ปีแล้ว ที่ เอไอเอ ประเทศไทย ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนในสังคมไทย พร้อมมุ่งมั่นสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives โดยปัจจุบันมีผู้ถือกรมธรรม์ เอไอเอ กว่า 8 ล้านกรมธรรม์ในประเทศไทย วันนี้ คุณจุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนา ดิจิทัล โซลูชันส์ แอนด์ ดีไซน์ จะมาเล่าให้ฟังถึงภารกิจการปั้นแอปพลิเคชัน AIA+ (เอไอเอ พลัส) ให้เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลครบวงจรสำหรับผู้ถือกรมธรรม์ ครบจบด้วยบริการด้านการจัดการกรมธรรม์ การดูแลสุขภาพ และการแลกรับสิทธิประโยชน์ไว้ในแอปเดียว ภายใต้โจทย์ใหญ่ในการดูแลรักษาข้อมูลลูกค้าให้ปลอดภัย และตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ผ่านการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาสร้างประสบการณ์ที่ลื่นไหลและตรงใจมากที่สุด พร้อมเผยเป้าหมายด้านความยั่งยืนกับแคมเปญ AIA+ Go Green ที่ AIA+ ชวนลูกค้าเปลี่ยนมาทำธุรกรรมผ่านแอปเพื่อลดการใช้กระดาษและต่อยอดเป็นการปลูกต้นไม้รวม 10,000 ต้น ในปี 2568 เปิดภารกิจ ESG ของดิจิทัลแพลตฟอร์มยุคใหม่หัวใจสีเขียว เอไอเอ ประเทศไทย เดินหน้านำเทคโนโลยียุคดิจิทัลเข้ามาใช้ในธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกสบายแล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/aia-plus-go-green-paperless-transactions/">คุณจุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์ เผยภารกิจ ESG ของ “AIA+” ซูเปอร์แอปที่ช่วยลดการใช้กระดาษมหาศาล  จากการชวนลูกค้าเปลี่ยนมาทำธุรกรรมผ่านแอป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นับเป็นเวลากว่า </strong><strong>86 </strong><strong>ปีแล้ว</strong> ที่ เอไอเอ ประเทศไทย ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนในสังคมไทย พร้อมมุ่งมั่นสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives โดยปัจจุบันมีผู้ถือกรมธรรม์ เอไอเอ กว่า 8 ล้านกรมธรรม์ในประเทศไทย</p>
<p><span id="more-30301"></span></p>
<p>วันนี้ <strong>คุณจุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนา ดิจิทัล โซลูชันส์ แอนด์ ดีไซน์ </strong>จะมาเล่าให้ฟังถึงภารกิจการปั้นแอปพลิเคชัน AIA+ (เอไอเอ พลัส) ให้เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลครบวงจรสำหรับผู้ถือกรมธรรม์ ครบจบด้วยบริการด้านการจัดการกรมธรรม์ การดูแลสุขภาพ และการแลกรับสิทธิประโยชน์ไว้ในแอปเดียว ภายใต้<strong>โจทย์ใหญ่ในการดูแลรักษาข้อมูลลูกค้าให้ปลอดภัย และตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ผ่านการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาสร้างประสบการณ์ที่ลื่นไหลและตรงใจมากที่สุด</strong> พร้อมเผยเป้าหมายด้านความยั่งยืนกับแคมเปญ AIA+ Go Green ที่ AIA+ ชวนลูกค้าเปลี่ยนมาทำธุรกรรมผ่านแอปเพื่อลดการใช้กระดาษและต่อยอดเป็นการปลูกต้นไม้รวม 10,000 ต้น ในปี 2568</p>
<p><strong>เปิดภารกิจ </strong><strong>ESG </strong><strong>ของดิจิทัลแพลตฟอร์มยุคใหม่หัวใจสีเขียว</strong></p>
<p>เอไอเอ ประเทศไทย เดินหน้านำเทคโนโลยียุคดิจิทัลเข้ามาใช้ในธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกสบายแล้ว อีกมิติที่สำคัญคือ การลดการใช้ทรัพยากรในทุกกระบวนการดำเนินงานของบริษัท โดย เอไอเอ ตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกเดือด (Global Boiling) ที่ส่งผลกระทบต่อทุกชีวิตบนโลก ทั้งยังตระหนักถึงปริมาณเอกสารจำนวนมหาศาลที่ธุรกิจประกันต้องพิมพ์เพื่อส่งมอบให้ลูกค้าในทุก ๆ ปี บริษัทจึงเล็งเห็นถึงความจำเป็นใน<strong>การรณรงค์ลดการใช้กระดาษภายใต้แนวคิดธุรกรรมไร้กระดาษ</strong> (Paperless Transactions) “เมื่อกลางปี 2567 ที่ผ่านมา AIA+ ได้ประกาศแคมเปญครั้งใหญ่ <strong>AIA+ Go Green</strong> ซึ่งช่วยขับเคลื่อนแนวปฏิบัติ ESG ของ เอไอเอ เราเชิญชวนลูกค้าให้เปลี่ยนมาใช้ e-Document และ e-Receipt ผ่านแอป AIA+ ซึ่งจะช่วยลดการใช้กระดาษได้เป็นจำนวนมาก แคมเปญนี้จะช่วยสร้างพลังการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถเชิญชวนให้ลูกค้ามีส่วนร่วมได้เป็นอย่างดี” <strong>คุณจุฑาภัทร </strong>กล่าว</p>
<p><strong>นอกจากนี้ เพื่อขยายความสำเร็จของโครงการ คุณจุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์ และทีมผู้บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย พร้อมด้วยพนักงานอาสาสมัคร จะร่วมกันปลูกต้นไม้ 10</strong><strong>,</strong><strong>000 ต้น ในช่วงต้นปี 2568</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30304 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/AIA3.jpg" alt="" width="1200" height="630" /></p>
<p><strong>ความท้าทายในการสร้างซูเปอร์แอปที่รองรับทุกมิติของการจัดการสุขภาพ</strong></p>
<p>ในปี 2565 เอไอเอ ประเทศไทย ได้สร้างการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญกับเปิดตัวซูเปอร์แอป “AIA+” (เอไอเอ พลัส) ที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงบริการและสิทธิประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดการกรมธรรม์และการดูแลสุขภาพที่สะดวกขึ้นภายในแอปเดียว นับเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านประกันชีวิตในเมืองไทยของ เอไอเอ โดยนอกจากผู้ถือกรมธรรม์แล้ว บุคคลทั่วไปยังสามารถลงทะเบียนเข้าอ่านบทความเพื่อสุขภาพได้เช่นเดียวกัน</p>
<p>“<strong>AIA+ </strong><strong>ไม่ใช่แค่แอปที่ลูกค้าไว้ใช้จัดการกรมธรรม์อย่างเดียว เราสร้าง </strong><strong>AIA+ </strong><strong>ให้เป็นแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมทุกมิติด้านสุขภาพ</strong> ตั้งแต่ธุรกรรมประกัน การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการให้บริการที่ปรับให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละคน เพื่อมอบความสะดวกในการดูแลสุขภาพให้ลูกค้าในทุกช่วงจังหวะชีวิต <strong>เรานำเทคโนโลยี </strong><strong>AI </strong><strong>และการวิเคราะห์เชิงลึกมาใช้พัฒนาฟีเจอร์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า</strong>และสอดรับกับเทรนด์ยุคใหม่ เช่น การให้คำปรึกษาทางการแพทย์ผ่านระบบออนไลน์ ที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่มีเวลาจำกัด AIA+ ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์สแกนใบหน้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI เช่นกัน สามารถวัดและติดตามดัชนีมวลกาย (BMI) ความดันโลหิต ชีพจร และระดับความเครียดได้ง่าย ๆ โดยทุกบริการที่เราพัฒนาขึ้น <strong>เรายึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (</strong><strong>Customer Centric)</strong> โจทย์หลักคือทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา” <strong>คุณจุฑาภัทร </strong>อธิบาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30302 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/AIA1.jpg" alt="" width="1200" height="630" /></p>
<p><strong>ความปลอดภัยของลูกค้าสำคัญที่สุด</strong></p>
<p><strong>คุณจุฑาภัทร </strong>เล่าถึงมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดของแอป AIA+ ว่า “<strong>เราตระหนักดีว่าลูกค้าได้มอบความไว้วางใจให้เราเก็บรักษาข้อมูลละเอียดอ่อน โดยเฉพาะข้อมูลด้านสุขภาพ</strong> เราจึงให้ความสำคัญสูงสุดกับระบบความปลอดภัยด้านข้อมูล เช่น การเข้ารหัสข้อมูล การจัดตั้งทีมด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security Incident Response Team) โดยเราได้กำจัดทุกช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในทุกขั้นตอนการพัฒนาซอฟต์แวร์ พร้อมกับการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน (Multi-Factor Authentication) และการยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลทางชีวภาพเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการเข้าสู่ระบบขึ้นไปอีกขั้น”</p>
<p>คุณจุฑาภัทร ทิ้งท้ายว่า “เราพัฒนา AIA+ ขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและเทรนด์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ ดังนั้น ในอนาคต เ<strong>ราพร้อมที่จะเติบโตและเสริมแกร่งอีโคซิสเต็มนี้ให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น </strong>โดยคำนึงถึงความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมในทุกมิติของการพัฒนา <strong>เรามุ่งหวังที่จะเป็นซูเปอร์แอปที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพอย่างครอบคลุมและร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่คนไทยและสังคมต่อไป</strong>&#8220;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/aia-plus-go-green-paperless-transactions/">คุณจุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์ เผยภารกิจ ESG ของ “AIA+” ซูเปอร์แอปที่ช่วยลดการใช้กระดาษมหาศาล  จากการชวนลูกค้าเปลี่ยนมาทำธุรกรรมผ่านแอป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ความยั่งยืน” ในการใช้ชีวิตบน “ความหลากหลายทางเพศ”​ เรื่องโชคดีของ “เอกภพ พันธุรัตน์” ที่ควรเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับทุกคน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/pride-month-2024-princess-of-pr-story/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 01 Jun 2024 09:05:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[3 สมดุล]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQ]]></category>
		<category><![CDATA[Pride Month 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Princess of PR]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางเพศ]]></category>
		<category><![CDATA[เวลา  สุขภาพ  ความสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[เอกภพ พันธุรัตน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26174</guid>

					<description><![CDATA[<p>นาทีนี้คงยากจะปฏิเสธว่า กระแส &#8220;ความยั่งยืน หรือ Sustainable&#8221; ได้ถูกกล่าวถึงในแทบจะทุกเวที ​​ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ หรือกระทั่งในแวดวงสังคม เนื่องจากท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เติบโตอย่างรวดเร็วแบบอย่างก้าวกระโดด ผู้คนต่างต่อสู้ แข่งขัน จนต่างต้องก้าวมาสู่ในจุดที่ทุกการแข่งขัน ทุกกิจกรรมในโลกธุรกิจต้องปรับบริบทของตนมาโฟกัสที่ &#8220;ความยั่งยืน&#8221; นอกจากในแวดวงธุรกิจแล้ว &#8220;ความยั่งยืน&#8221; ยังกลายเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลบ่งชี้ถึงความเป็นปัจเจกบุคคล ด้วยเหตุนี้ ในเดือนแห่งการเฉลิมฉลองความภาคภูมิใจ หรือ Pride Month 2024  จึงทำให้พลาดไม่ได้ที่จะหยิบยกกระแสความยั่งยืน ที่ถ่ายทอดผ่านมุมมองความหลากหลายทางเพศอย่างน่าสนใจ ผ่านเลนส์ตาของ &#8216;Princess of PR&#8217; หรือ &#8216;เอกภพ พันธุรัตน์&#8216; นักประชาสัมพันธ์ที่โลดแล่นและคร่ำหวอดอยู่ในโลกธุรกิจวงการพีอาร์ และยังเป็นผู้ที่ตอกย้ำให้เห็นว่า &#8216;ความยั่งยืน&#8216; ไม่ใช่เป็นเพียงแค่กระแสอีกต่อไป แต่จะถูกตีความอย่างครอบคลุมในทุกอณูของความเป็นมนุษย์และบริบทของความหลากหลายทางเพศ  ที่เป็นแรงบันดาลใจ และแรงขับเคลื่อนให้เห็นถึงพลังของการบริหารจัดการชีวิต ที่สามารถต่อยอดสู่เป้าหมายแห่งความยั่งยืน โดยไร้ข้อจำกัดของเพศ ความต่างของไลฟสไตล์ และเส้นทางการทำงานบนโลกธุรกิจ &#8220;ความหลากหลายทางเพศแม้จะมียาวนาน แต่การดำรงอยู่อย่างชัดเจนโดยไร้ความแตกต่าง แปลกแยกเป็นที่ยอมรับยังถือเป็นสิ่งใหม่ของโลก การใช้ชีวิตบนความหลากหลายทางเพศให้ยั่งยืน จึงเป็นสิ่งที่มีความท้าทาย และยังน้อยนักที่จะถูกพูดถึง ในขณะที่เสียงสะท้อนและภาพจำในสังคมนับจากอดีต ได้คุ้นชินกับการเป็นอยู่บนความเป็นหญิงชายมาอย่างยาวนาน แต่ปัจจุบัน ต้องยอมรับว่ากระแสสังคมได้เปิดกว้างสำหรับความหลากหลายทางเพศ จนแทบจะไม่ต้องต่อสู้ ถกเถียงถึงความมีตัวตน หรือเรียกร้องที่ยืนและการยอมรับอย่างในอดีต หากแต่เมื่อบุคคลกล้าที่จะเปิดเผย และแสดงออกอย่างชัดเจนถึงการเป็น LGBTQ+  ทำให้เริ่มสนุกกับความสุขและสีสันในการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย บนความแตกต่าง จนส่งผลให้บางครั้งถูกสังคมมองในภาพของความสนุกสนาน หรรษาแต่เพียงอย่างเดียว บ้างอาจตีความของความสนุกสนานเป็นความไร้แก่นสาร ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป เราจึงมาถึงในจุดหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญกับการสร้างต้นแบบการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนบนความหลากหลายทางเพศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/pride-month-2024-princess-of-pr-story/">“ความยั่งยืน” ในการใช้ชีวิตบน “ความหลากหลายทางเพศ”​ เรื่องโชคดีของ “เอกภพ พันธุรัตน์” ที่ควรเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับทุกคน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;" align="center"><span lang="TH">นาทีนี้คงยากจะปฏิเสธว่า กระแส <b>&#8220;ความยั่งยืน หรือ </b></span><b>Sustainable&#8221;</b> <span lang="TH">ได้ถูกกล่าวถึงในแทบจะทุกเวที ​​ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ หรือกระทั่งในแวดวงสังคม เนื่องจากท่ามกลางความเปลี่<wbr />ยนแปลงของโลกที่เติบโตอย่<wbr />างรวดเร็วแบบอย่างก้าวกระโดด </span><span lang="TH">ผู้คนต่างต่อสู้ แข่งขัน จนต่างต้องก้าวมาสู่ในจุดที่ทุ<wbr />กการแข่งขัน ทุกกิจกรรมในโลกธุรกิจต้<wbr />องปรับบริบทของตนมาโฟกัสที่ <strong>&#8220;ความยั่งยืน&#8221;</strong> </span></p>
<p align="center"><span id="more-26174"></span></p>
<p style="text-align: left;" align="center"><span lang="TH">นอกจากในแวดวงธุรกิจแล้ว &#8220;ความยั่งยืน&#8221; ยังกลายเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลบ่<wbr />งชี้ถึงความเป็นปัจเจกบุคคล ด้วยเหตุนี้ ในเดือนแห่งการเฉลิ<wbr />มฉลองความภาคภูมิใจ หรือ </span><b>Pride Month 2024</b><span lang="TH">  จึงทำให้พลาดไม่ได้ที่จะหยิ<wbr />บยกกระแสความยั่งยืน ที่ถ่ายทอดผ่านมุ<wbr />มมองความหลากหลายทางเพศอย่างน่<wbr />าสนใจ ผ่านเลนส์ตาของ </span><b>&#8216;Princess of PR&#8217;</b> <span lang="TH">หรือ </span><b>&#8216;<span lang="TH">เอกภพ พันธุรัตน์</span>&#8216;</b> <span lang="TH">นักประชาสัมพันธ์ที่โลดแล่<wbr />นและคร่ำหวอดอยู่ในโลกธุรกิ<wbr />จวงการพีอาร์ และยังเป็นผู้ที่ตอกย้ำให้เห็<wbr />นว่า </span>&#8216;<span lang="TH">ความยั่งยืน</span>&#8216; <span lang="TH">ไม่ใช่เป็นเพียงแค่กระแสอีกต่<wbr />อไป แต่จะถูกตีความอย่างครอบคลุ<wbr />มในทุกอณูของความเป็นมนุษย์<wbr />และบริบทของความหลากหลายทางเพศ  ที่เป็นแรงบันดาลใจ และแรงขับเคลื่อนให้เห็นถึงพลั<wbr />งของการบริหารจัดการชีวิต ที่สามารถต่อยอดสู่เป้าหมายแห่งความยั่งยืน โดยไร้ข้อจำกัดของเพศ ความต่างของไลฟสไตล์ และเส้นทางการทำงานบนโลกธุรกิจ</span></p>
<p style="text-align: left;" align="center">&#8220;<span lang="TH">ความหลากหลายทางเพศแม้จะมี<wbr />ยาวนาน แต่การดำรงอยู่อย่างชั<wbr />ดเจนโดยไร้ความแตกต่าง แปลกแยกเป็นที่ยอมรับยังถือเป็<wbr />นสิ่งใหม่ของโลก การใช้ชีวิ<wbr />ตบนความหลากหลายทางเพศให้ยั่งยื<wbr />น จึงเป็นสิ่งที่มีความท้าทาย และยังน้อยนักที่จะถูกพูดถึง ในขณะที่เสียงสะท้<wbr />อนและภาพจำในสังคมนับจากอดีต ได้คุ้นชินกับการเป็นอยู่<wbr />บนความเป็นหญิงชายมาอย่างยาวนาน แต่ปัจจุบัน ต้องยอมรับว่ากระแสสังคมได้เปิ<wbr />ดกว้างสำหรับความหลากหลายทางเพศ จนแทบจะไม่ต้องต่อสู้ ถกเถียงถึงความมีตัวตน หรือเรียกร้องที่ยืนและการยอมรั<wbr />บอย่างในอดีต หากแต่เมื่อบุคคลกล้าที่จะเปิ<wbr />ดเผย และแสดงออกอย่างชัดเจนถึงการเป็<wbr />น </span><b>LGBTQ+</b>  <span lang="TH">ทำให้เริ่มสนุกกับความสุขและสี<wbr />สันในการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้<wbr />วยความหลากหลาย บนความแตกต่าง จนส่งผลให้บางครั้งถูกสั<wbr />งคมมองในภาพของความสนุกสนาน หรรษาแต่เพียงอย่างเดียว บ้างอาจตีความของความสนุ<wbr />กสนานเป็นความไร้แก่นสาร ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป เราจึงมาถึงในจุดหนึ่งที่ต้<wbr />องให้ความสำคัญกับการสร้างต้<wbr />นแบบการใช้ชีวิตอย่างยั่งยื<wbr />นบนความหลากหลายทางเพศ และความหลากหลายของความคิดให้<wbr />มากขึ้น&#8221; เอกภพกล่าว</span></p>
<p><span lang="TH">ในความเป็นจริง ผู้คนส่วนใหญ่อาจโฟกัสความยั่<wbr />งยืนไปที่การมุ่งมั่นทำงาน เก็บเงิน การสร้างความมั่นคงในอาชีพ หรือการปล่อยวาง ลด ละ เพื่อก้าวสู่หนทางแห่งวิถีชีวิ<wbr />ตที่ยั่งยืน แต่สำหรับเอกภพ เล็งเห็นว่า ความยั่งยืนในชีวิตเกิดขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องตึงเครียด หรือ ละ วาง จนเกินพอดี เพราะไม่มีใครที่อยากทำงานด้<wbr />วยจิตใจที่  ห่อเหี่ยว  การคร่ำหวอดอยู่ในวงการเอเจนซี่<wbr />นานนับ </span>20<span lang="TH"> ปี  ได้เห็นว่าในโลกของธุรกิจต่<wbr />างเต็มไปด้วยการแข่งขัน ความท้าทาย การหาผลกำไร ร่วมถึงสีสัน ความสนุก ความสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจ สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ &#8220;เอกภพ&#8221; จึงได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่<wbr />ใช้ชีวิตได้อย่างสนุกสนานและมี<wbr />สีสันมาโดยตลอด ไม่ว่าจะในแง่มุมที่เกี่ยวข้<wbr />องกับการงานหรือแม้แต่ชีวิตส่<wbr />วนตัว และแน่นอนเธอผู้นี้มีไลฟ์สไตล์<wbr />การใช้ชีวิตที่สุดเหวี่ยงในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น   การที่เธอรักการสังสรรค์ จนอาจเรียกว่าเป็นนักปาร์ตี้ตั<wbr />วแม่เลยก็ว่าได้ แต่นี่เป็นเพราะส่วนหนึ่<wbr />งในการเรียนรู้      สัจจธรรม  ที่ทำให้เธอได้เห็นถึงความไม่<wbr />จีรังของชีวิต ความเสื่อมถอยของสุขภาพ และการลาจากของผู้คน      นำมาสู่การได้เห็นวิถี<wbr />ทางใหม่ๆ ที่เธอเลือกจะมอบความสุข หรรษาอย่างปลอดภัย และพอเหมาะพอดี เพื่อเป็นกำไรชีวิตให้กับตัวเอง เราจึงเห็นความหลากหลายของกิ<wbr />จกรรมที่แสนสนุกแบบมีความสุ<wbr />ขในการใช้ชีวิตผ่านโซเชียลมีเดี<wbr />ยของเธอ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span lang="TH">โดยเอกภพกล่าวว่า “จริงๆ แล้วเอกมองเรื่องความยั่งยืนก่<wbr />อนจะมีกระแส </span>Sustainable <span lang="TH">ในแทบจะทุกวงการ เอกมองว่าชีวิตของคนที่มี<wbr />ความหลากหลายทางเพศ เราไปสู่ในจุดที่มีชีวิ<wbr />ตบนความยั่งยืนได้ เพียงแค่เราต้องรู้จัก สร้างสมดุล บาล๊านซ์ชีวิตให้เป็น จนที่สุดแล้วเราจะหาสมดุ<wbr />ลและความพอดีเจอ ซึ่งเอกมองความยั่งยืนต้<wbr />องมาจากความสมดุลใน </span>3<span lang="TH"> ด้าน คือ  “<b>เวลา  สุขภาพ  ความสัมพันธ์</b>”<b></b></span></p>
<p>1.<span lang="TH">  บริหารเวลาให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเวลางาน ความสนุก ปาร์ตี้ หรือการจัดสรรเวลาที่เต็มที่<wbr />ของชีวิต</span></p>
<p>2.<span lang="TH">  ใส่ใจกับสุขภาพกายใจให้มากขึ้น กินแล้ว เที่ยวแล้ว ต้องนอนให้พอ พักให้พอดี </span><span lang="TH">ออกกำลังกายเติมพลังดีๆ ให้ชีวิต</span></p>
<p>3. <span lang="TH"> ความสัมพันธ์ให้ลงตัว ไม่ว่าจะเป็นคนรัก ครอบครัว หรือเพื่อน ซึ่งในส่วนของเอกครอบครัวจะไม่<wbr />เคยต้องร่ำร้อง รอคอยเลยว่าเอกหายหน้าหายตาไป คุณพ่อ คุณแม่ หรือแม้แต่น้องสาวจะรู้ดีว่า เอกคือศูนย์รวมของครอบครัว</span></p>
<p><span lang="TH">เพียง </span>3<span lang="TH"> สมดุล เหล่านี้ที่นำมาสู่เส้<wbr />นทางของความยั่งยืนในการใช้ชีวิ<wbr />ตของผู้มีความหลากหลายทางเพศอย่<wbr />างเอก และเชื่อว่าหลายๆ คนก็อาจมีวิถีชีวิตคล้ายคลึงไม่<wbr />แตกต่างกัน ส่วนตัวเอกมีความโชคดีในหลายด้<wbr />าน ไม่ว่าจะเป็นการเป็นผู้มี<wbr />ความหลากหลายทางเพศที่ได้รั<wbr />บการยอมรับจากครอบครัว และยังโชคดีที่มีโอกาสได้เข้<wbr />ามาทำงานในบริษัท    เอเจนซี่ที่มีชื่อเสียงชั้<wbr />นนำระดับโลก และที่ทำงานก็เปิดกว้าง และให้โอกาสเอกได้<wbr />ฉายแสงในวงการพีอาร์ จนมีฉายา <b>&#8220;</b></span><b>Princess of PR&#8221;</b> <span lang="TH">อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยสังคมที่<wbr />เห็นอกเห็นใจ จริงๆ เอกขอบคุณโชคชะตาของตัวเองใน   ทุกๆ วัน แต่ในขณะเดียวกันก็มองว่าสิ่<wbr />งเหล่านี้ไม่ควรเป็นแค่<wbr />ความโชคดี แต่มันควรเป็นสิ่งพื้นฐานสำหรั<wbr />บทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มที่มี<wbr />ความหลากหลายทางเพศ หรือ </span><b>LGBTQ+</b> <span lang="TH">ที่ควรได้รับโอกาส สร้างสมดุลในชีวิต และก้าวสู่ความยั่งยืนได้เช่<wbr />นเดียวกัน”</span></p>
<p><span lang="TH">ทั้งนี้ เอกภพยังได้แสดงความคิ<wbr />ดเห็นเพิ่มเติมว่า “เป็นเรื่องน่ายินดีที่วันนี้<wbr />ได้เห็นถึงการยอมรับที่ชั<wbr />ดเจนมากขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะการเปิดกว้างให้มี<wbr />การสมรสเท่าเทียม ซึ่งถือเป็นกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่<wbr />อกลุ่<wbr />มความหลากหลายทางเพศโดยเฉพาะ ขณะที่ภาคธุรกิจก็เริ่มมีสินค้า บริการและแคมเปญ ที่ตอบโจทย์ครอบคลุมมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังอยากให้มองเห็นถึง </span>Pain points <span lang="TH">ที่การเปิดกว้างของภาคธุรกิจที่<wbr />จะเอื้อต่อกลุ่มความหลากหลาย รวมไปถึงครอบครัวที่เปิดใจ ยอมรับ ซึ่งจุดนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่<wbr />นำไปสู่การสร้างสมดุลของวิถีชี<wbr />วิตในกลุ่<wbr />มความหลากหลากหลายทางเพศ ซึ่งจะเป็นหนทางสำคัญนำไป <b>“ความยั่งยืน”</b> ที่ไร้ซึ่งความแปลกแยกแตกต่<wbr />างได้ในที่สุด”</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/pride-month-2024-princess-of-pr-story/">“ความยั่งยืน” ในการใช้ชีวิตบน “ความหลากหลายทางเพศ”​ เรื่องโชคดีของ “เอกภพ พันธุรัตน์” ที่ควรเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับทุกคน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สตาร์บัคส์ ประเทศไทย เปิดแคมเปญ LITTLE CHOICES. BIG CHANGES. ชวนลูกค้าใช้แก้วส่วนตัว เร่งแผน​ลดขยะ 50% ตามเป้าหมายในปี 2573</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/starbucks-launch-little-choices-big-changes-campaign/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Mar 2024 11:28:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ForHere Cup]]></category>
		<category><![CDATA[Greener Stores]]></category>
		<category><![CDATA[Grounds for Your Garden]]></category>
		<category><![CDATA[LITTLE CHOICES. BIG CHANGES.]]></category>
		<category><![CDATA[Personal Cup]]></category>
		<category><![CDATA[single-use plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Starbucks]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[จุฑาทิพย์ เก่งมานะ]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวไร่กาแฟและชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์สตาร์บัคส์]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์บั๊คส์]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์บัคส์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เนตรนภา ศรีสมัย]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ว ForHere]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการเพื่อความยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24717</guid>

					<description><![CDATA[<p>สตาร์บัคส์ ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ LITTLE CHOICES. BIG CHANGES. สนับสนุนให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับแบรนด์ในด้านความยั่งยืน ด้วยการนำแก้วส่วนตัวมาใช้ที่ร้านสตาร์บัคส์ทั่วประเทศ เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของสตาร์บัคส์ที่จะลดขยะลงครึ่งหนึ่งภายในปีพ.ศ. 2573 สตาร์บัคส์มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินงานตาม คำมั่นสัญญาของแบรนด์ ต่อพาร์ทเนอร์ (พนักงาน) ลูกค้า ชุมชน ชาวไร่กาแฟ และโลกของเรา ผ่านกาแฟทุกๆ แก้ว หรือ​ใน 3 มิติ ทั้ง Coffee People และ planet ผ่านการขับเคลื่อนแคมเปญ LITTLE CHOICES. BIG CHANGES. ถือเป็นวาระที่สำคัญเพื่อขับเคลื่อนให้สามารถบรรลุ​เป้าหมายด้านความยั่งยืนของสตาร์บัคส์ที่ตั้งไว้ ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การใช้น้ำ และขยะลง 50% ภายในปี 2573 คุณเนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า  ปีนี้ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ตั้งเป้าลดขยะใช้ครั้งเดียวทิ้ง (เช่น แก้วพลาสติก) ลง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/starbucks-launch-little-choices-big-changes-campaign/">สตาร์บัคส์ ประเทศไทย เปิดแคมเปญ LITTLE CHOICES. BIG CHANGES. ชวนลูกค้าใช้แก้วส่วนตัว เร่งแผน​ลดขยะ 50% ตามเป้าหมายในปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สตาร์บัคส์ ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ <strong>LITTLE CHOICES. BIG CHANGES. </strong>สนับสนุนให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับแบรนด์ในด้านความยั่งยืน ด้วยการนำแก้วส่วนตัวมาใช้ที่ร้านสตาร์บัคส์ทั่วประเทศ เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของสตาร์บัคส์ที่จะลดขยะลงครึ่งหนึ่งภายในปีพ.ศ. 2573</p>
<p><span id="more-24717"></span></p>
<p>สตาร์บัคส์มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินงานตาม <strong>คำมั่นสัญญาของแบรนด์ </strong>ต่อพาร์ทเนอร์ (พนักงาน) ลูกค้า ชุมชน ชาวไร่กาแฟ และโลกของเรา ผ่านกาแฟทุกๆ แก้ว หรือ​ใน 3 มิติ ทั้ง Coffee People และ planet ผ่านการขับเคลื่อนแคมเปญ <strong>LITTLE CHOICES. BIG CHANGES.</strong> ถือเป็นวาระที่สำคัญเพื่อขับเคลื่อนให้สามารถบรรลุ​เป้าหมายด้านความยั่งยืนของสตาร์บัคส์ที่ตั้งไว้ ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การใช้น้ำ และขยะลง 50% ภายในปี 2573</p>
<p><strong>คุณเนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า  ปีนี้ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ตั้งเป้าลดขยะใช้ครั้งเดียวทิ้ง (เช่น แก้วพลาสติก) ลง 50% ผ่านการใช้แก้วส่วนตัว (Personal Cup) หรือใช้แก้วสำหรับรับประทานในร้าน (For Here Cup) ที่สามารถนำมาล้างเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งมีให้บริการครบทุกสาขาแล้ว โดยทางร้านจะมอบส่วนลด​ 10 บาท สำหรับลูกค้าที่นำแก้วส่วนตัวมาใช้ที่ร้านสตาร์บัคส์ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยคาดว่าจะลดปริมาณขยะจากแก้วพลาสติกลงได้กว่า 3 ล้านใบ ในสิ้นปีนี้ เพิ่มจาก 2 ล้านใบในปีก่อนหน้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24723 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Starbucks_LITTLE-CHOICES.-BIG-CHANGES.04.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ <strong>ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 ที่สตาร์บัคส์ได้เปิดตัวในประเทศไทย ลูกค้าสตาร์บัคส์มีส่วนร่วมในการลดขยะแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งไปแล้วกว่า 29 ล้านใบ จากการใช้แก้วส่วนตัว</strong></p>
<p>“เราทุ่มเทให้กับการดำเนินการตาม <strong>คำมั่นสัญญาด้านสิ่งแวดล้อม</strong> ที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสิ่งแวดล้อมและโลกของเรา เรามุ่งมั่นที่จะ <em>ให้คืนกลับ</em> ได้มากกว่าที่เรารับมา ตามเป้าหมายที่ตั้งใจ​จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การใช้น้ำ และขยะลง 50% ภายในปี พ.ศ. 2573 ซึ่งแคมเปญ LITTLE CHOICES. BIG CHANGES. เพื่อแสดงให้​เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากทุกคนในการเดินทางครั้งนี้ ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จากพวกเราทุกคน เราจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลกของเราได้อย่างแน่นอน ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24720 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Starbucks_LITTLE-CHOICES.-BIG-CHANGES.01.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ สตาร์บัคส์ได้เปิดตัวโปรแกรม <strong>Grounds for Your Garden </strong>เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำกากกาแฟที่สตาร์บัคส์กลับไปผสมดินเพื่อปลูกต้นไม้หรือทำสวนที่บ้านได้ <strong>โดยในปี พ.ศ. 2566 สตาร์บัคส์ได้แจกกากกาแฟไปแล้วกว่า 4,000 กิโลกรัมทั่วประเทศ</strong> และจนถึงปัจจุบัน ร้านกาแฟของสตาร์บัคส์ในประเทศไทยยังได้รับการรับรองเป็นร้านกาแฟสีเขียว หรือ <strong>Greener Stores</strong> จำนวน 12 สาขา โดยจะเพิ่มเป็น 20 สาขาในสิ้นปีนี้ และในอนาคตตจะทำให้สาขาร้านสตาร์บัคส์ทุกแห่งเป็น Greener Store ได้ทั้งหมด</p>
<p>สำหรับ​ Greener Stores คือร้านกาแฟของสตาร์บัคส์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ควบคุมด้วยระบบการบริหารจัดการพลังงานที่จัดเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อการคงสถานะการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด รวมไปถึงการระบุการใช้พลังงานที่บกพร่อง เพื่อปรับปรุงการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นในครั้งต่อไป</p>
<p><strong>ก้าวสู่ขั้นใหม่ของความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p>สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ยังได้แต่งตั้ง <strong>คุณจุฑาทิพย์ เก่งมานะ</strong> ให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการด้านผลกระทบทางสังคมและความยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนสตาร์บัคส์ในการผลักดันเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมด้วยกลยุทธ์ที่ออกแบบสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24718 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Starbucks_LITTLE-CHOICES.-BIG-CHANGES.05.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; พาร์ทเนอร์และโครงการเพื่อความยั่งยืนของสตาร์บัคส์</strong><strong>: </strong>สตาร์บัคส์ ประเทศไทย มุ่งมั่นผลักดันเป้าหมายที่จะลดการใช้พลาสติกในการดำเนินงานประจำวันภายในร้าน โดยสนับสนุนให้ลูกค้าและพาร์ทเนอร์มีส่วนร่วมในหลักปฏิบัติความยั่งยืน ซึ่งรวมถึงการเลือกใช้ถุงกระดาษและทิชชู่ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล ตลอดจนการรณรงค์ไม่รับมีดส้อมพลาสติก นอกจากนี้ยังได้ทำงานร่วมกับ <strong>รศ.ดร. สิงห์ อินทรชูโต</strong> ในการเปลี่ยนกากกาแฟให้เป็นสิ่งของและเฟอร์นิเจอร์สำหรับใช้งานภายในร้าน เช่น ที่รองแก้ว ถาดและโต๊ะกาแฟ เพื่อเน้นย้ำประสบการณ์ ร้านกาแฟที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (eco-friendly) นอกจากนี้ ทีมงานของสตาร์บัคส์ยังได้ร่วมกิจกรรม World Water Day เป็นประจำทุกปี และได้สร้าง Aqua Towers ไปแล้วถึง 5 โครงการ เพื่อส่งมอบน้ำสะอาดให้ชุมชนที่ต้องการ</p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24722 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Resize-Starbucks_LITTLE-CHOICES.-BIG-CHANGES.07.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></strong></p>
<p><strong>&#8211; การสนับสนุนชาวไร่กาแฟและชุมชน</strong><strong>: </strong>สตาร์บัคส์ ช่วยดูแลและพัฒนาชุมชนชาวไร่กาแฟทั่วโลก โดยในประเทศไทย สตาร์บัคส์ได้ทำงานร่วมกับมูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน (Integrated Tribal Development Foundation หรือ ITDF) เพื่อสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือแบบรอบด้านกับชุมชนชาวไร่กาแฟทางภาคเหนือของไทยตามปณิธานของแบรนด์ ด้วยการพัฒนาด้านต่างๆ อาทิ การสร้างโรงเรียน การดูแลด้านสาธารณสุขและความเป็นอยู่ที่ดี รวมไปถึงการจัดอบรมเรื่องกาแฟให้กับผู้เกี่ยวข้องเพื่อการเพาะปลูกเมล็ดกาแฟคุณภาพตามมาตรฐาน และการรับซื้อกาแฟตามหลักการ <strong>A.F.E. Practices</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24719 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Starbucks_LITTLE-CHOICES.-BIG-CHANGES.02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ <em>ประสบการณ์สตาร์บัคส์ </em>ไปพร้อมกันเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง</strong>: สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ขอเชิญชวนให้ลูกค้าทุกท่านเข้าร่วมในแคมเปญ <strong>LITTLE CHOICES. BIG CHANGES.</strong> ด้วยการเลือกทำสิ่งเล็กๆ ที่จะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ เช่น การเลือกใช้แก้ว ForHere เมื่อสั่งเครื่องดื่มเพื่อดื่มในร้าน หรือใช้แก้วส่วนตัว (Personal Cup) เมื่อสั่งเครื่องดื่มกลับบ้าน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญให้กับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ลูกค้าจะได้รับส่วนลด 10 บาท เมื่อนำแก้วส่วนตัวมาใช้ที่ร้าน <strong>โดยแบรนด์ได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตของการใช้แก้วส่วนตัวกว่า 50% หรือกว่า  3 ล้านแก้ว ภายในปี พ.ศ. 2567 นี้  </strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/starbucks-launch-little-choices-big-changes-campaign/">สตาร์บัคส์ ประเทศไทย เปิดแคมเปญ LITTLE CHOICES. BIG CHANGES. ชวนลูกค้าใช้แก้วส่วนตัว เร่งแผน​ลดขยะ 50% ตามเป้าหมายในปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AIS ก้าวสู่การวิวัฒน์ครั้งใหม่ของโลกดิจิทัล THE NEXT EVOLUTION มุ่งสร้าง Sustainable Nation ส่งเสริมการเติบโตของประเทศอย่างยั่งยืน เป็นต้นแบบให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยในฐานะผู้นำตัวจริง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/11/ais-the-next-evolution-drive-sustainable-nation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Nov 2023 12:07:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[AIS]]></category>
		<category><![CDATA[Cognitive Tech-Co]]></category>
		<category><![CDATA[Cross Industry Collaboration]]></category>
		<category><![CDATA[ECOSYSTEM ECONOMY]]></category>
		<category><![CDATA[Green Network]]></category>
		<category><![CDATA[Intelligence Infrastructure]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Nation]]></category>
		<category><![CDATA[THE NEXT EVOLUTION]]></category>
		<category><![CDATA[สมชัย เลิศสุทธิวงค์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงข่ายเน็ตเวิร์คและนวัตกรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22187</guid>

					<description><![CDATA[<p>AIS ประกาศเดินหน้าสร้างก้าวสู่การวิวัฒน์ครั้งใหม่ของโลกดิจิทัล THE NEXT EVOLUTION ด้วยการยกระดับขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะและ AI สู่การส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลสุดล้ำให้กับคนไทยและองค์กรธุรกิจในทุกภาคส่วน  สอดรับการเป็นองค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมอัจฉริยะ หรือ Cognitive Tech-Co ภายใต้แนวคิด Sustainable Nation ที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทยบน ECOSYSTEM ECONOMY ทั้ง ผู้คน สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ในโลกดิจิทัล 1. การวิวัฒน์ของ Intelligence Infrastructure สู่โครงข่ายเน็ตเวิร์คและนวัตกรรม &#8211; 5G Living Network ล้ำหน้าขั้นสุด ด้วยความร่วมมือกับ NT ที่จะทำให้ลูกค้าของ NT และ AIS รวมถึงคนไทยได้รับประสบการณ์ดิจิทัลที่เหนือกว่า &#8211; โครงข่าย Fibre ที่จะร่วมกับ 3BB ยกระดับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมกว่า 13 ล้านครัวเรือน &#8211; Enterprise Platform &#8211; CPaaS (Communication Platform as a Service) และ AIS Paragon ที่เชื่อมต่อเครือข่าย 5G, Fibre, Edge Computing, Cloud, และ Software Application เพิ่มศักยภาพให้อุตสาหกรรมหลักของประเทศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/ais-the-next-evolution-drive-sustainable-nation/">AIS ก้าวสู่การวิวัฒน์ครั้งใหม่ของโลกดิจิทัล THE NEXT EVOLUTION มุ่งสร้าง Sustainable Nation ส่งเสริมการเติบโตของประเทศอย่างยั่งยืน เป็นต้นแบบให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยในฐานะผู้นำตัวจริง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;">AIS ประกาศเดินหน้าสร้างก้าวสู่การวิวัฒน์ครั้งใหม่ของโลกดิจิทัล THE NEXT EVOLUTION ด้วยการยกระดับขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะและ AI สู่การส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลสุดล้ำให้กับคนไทยและองค์กรธุรกิจในทุกภาคส่วน</p>
<p><span id="more-22187"></span></p>
<p style="font-weight: 400;"> สอดรับการเป็นองค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมอัจฉริยะ หรือ <strong>Cognitive Tech-Co </strong>ภายใต้แนวคิด Sustainable Nation ที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทยบน ECOSYSTEM ECONOMY ทั้ง ผู้คน สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ในโลกดิจิทัล</p>
<p><strong>1. การวิวัฒน์ของ Intelligence Infrastructure</strong> สู่โครงข่ายเน็ตเวิร์คและนวัตกรรม</p>
<p>&#8211; 5G Living Network ล้ำหน้าขั้นสุด ด้วยความร่วมมือกับ NT ที่จะทำให้ลูกค้าของ NT และ AIS รวมถึงคนไทยได้รับประสบการณ์ดิจิทัลที่เหนือกว่า</p>
<p>&#8211; โครงข่าย Fibre ที่จะร่วมกับ 3BB ยกระดับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมกว่า 13 ล้านครัวเรือน</p>
<p>&#8211; Enterprise Platform &#8211; CPaaS (Communication Platform as a Service) และ AIS Paragon ที่เชื่อมต่อเครือข่าย 5G, Fibre, Edge Computing, Cloud, และ Software Application เพิ่มศักยภาพให้อุตสาหกรรมหลักของประเทศ</p>
<p><strong>2. การวิวัฒน์ของ Cross Industry Collaboration</strong> อีกก้าวสำคัญของการร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม</p>
<p>&#8211; ยกระดับ Software และ Hardware ด้วยการนำ Generative AI และ Cloud PC มาเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน</p>
<p>&#8211; ธนาคาร และ ร้านค้าปลีก ผ่าน Point Platform เชื่อมผู้ประกอบการรายย่อยร้านค้าถุงเงิน 1.8 ล้านร้านค้า และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ รวมถึงร้านค้าพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศกว่า 30,000 แห่ง</p>
<p><strong> 3. การวิวัฒน์ของ Sustainable เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อม</strong> ผ่านการขยายความร่วมมือสร้าง Green Partnership และทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยให้เข้าถึงความรู้ สร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัล และทักษะเพื่ออนาคต ผ่าน Academy for Thais</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22189 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Pic1-AIS-THE-Next-Evolution-Resize-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>คุณสมชัย</strong><strong> </strong><strong>เลิศสุทธิวงค์</strong><strong> </strong><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร</strong><strong> </strong><strong>AIS</strong> กล่าวว่า “เราเดินหน้าทำงานอย่างมุ่งมั่นตั้งใจด้วยแนวคิด ECOSYSTEM ECONOMY หรือ <strong>เศรษฐกิจแบบแบ่งปัน</strong> จากภารกิจทั้ง 3 ส่วน คือ<strong> การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอัจฉริยะ การเชื่อมต่อธุรกิจข้ามอุตสาหกรรม และการดำเนินงานอย่างยั่งยืนพร้อมกับการพัฒนาความสามารถของบุคลากร</strong> เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมอัจฉริยะ อันจะนำไปเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทย หรือ Sustainable Nation”</p>
<p style="font-weight: 400;">“เพราะวันนี้สถานการณ์โลกอยู่ท่ามกลางความท้าทายที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงจากสงครามที่เกิดจากภูมิรัฐศาสตร์, การปิดกั้นทางการค้าระหว่างประเทศ, ปัญหาพลังงาน, ภาวะเงินเฟ้อ, ปัญหาสภาพแวดล้อม เป็นต้น ดังนั้น AIS จึงพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืนของประเทศไทย ผ่านการวิวัฒน์ครั้งสำคัญของโลกดิจิทัลและอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย THE NEXT EVOLUTION ที่จะก้าวสู่การพลิกโฉมประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าในทุกมิติ</p>
<p style="font-weight: 400;">จากโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอัจฉริยะทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่ เน็ตบ้าน บริการลูกค้าองค์กร และ Digital Service โดยวันนี้ AIS ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลให้มีความล้ำหน้าไปอีกขั้น ตั้งแต่โครงข่าย 5G  ที่ ยังคงความเป็นอันดับ 1 ในทุกด้านทั้งคุณภาพ และความเร็วของเครือข่ายสัญญาณ ที่ได้รับการรับรองจาก Ookla® รวมถึงการ <strong>ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ</strong><strong> </strong><strong>NT</strong><strong>บนคลื่น</strong><strong> </strong><strong>700</strong><strong> </strong><strong>MHz</strong><strong> </strong>ที่นอกจากจะทำให้ลูกค้า NT และ AIS ได้รับคุณภาพการใช้งานที่เป็นเลิศแล้ว ยังเท่ากับเสริมความแข็งแกร่งและยั่งยืนให้แก่องค์กรโทรคมนาคมแห่งชาติอีกด้วย”</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>นายสมชัย</strong><strong> </strong>เสริมต่อไปอีกว่า<strong> </strong>“สิ่งที่ AIS เชื่อมั่นเสมอมาก็คือ โครงข่ายโทรคมนาคมไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียง Dumb Pipe หรือท่อส่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่สามารถยกระดับเพิ่มความอัจฉริยะและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ใช้งานได้อย่างไม่มีขีดจำกัด  โดยวันนี้เราได้เตรียมทำการวิวัฒน์ครั้งใหม่ให้กับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ด้วย <strong>Living Network</strong><strong> </strong><strong>หรือ</strong><strong> </strong><strong>เครือข่ายที่มีชีวิตซึ่งทำได้มากกว่าการสื่อสาร</strong> เพราะลูกค้าสามารถเป็นผู้ควบคุม สามารถเลือกและออกแบบการใช้งานบน Data  ได้เองตามไลฟ์สไตล์ ซึ่งจะพร้อมให้บริการในเดือนธันวาคม 2566”</p>
<p style="font-weight: 400;">ในส่วนของ<strong>โครงข่ายเน็ตบ้านนั้น</strong><strong> </strong><strong>ความร่วมมือกับ</strong><strong> </strong><strong>3BB </strong><strong>จะทำให้เกิดประโยชน์กับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของคนไทยในวงกว้างมากยิ่งขึ้น</strong><strong> </strong><strong>ถึงกว่า</strong><strong> </strong><strong>13 </strong><strong>ล้านครัวเรือน</strong> และธุรกิจเน็ตบ้านของ AIS จะก้าวสู่การเป็นผู้เล่นหลักของตลาด ที่พร้อมมอบนวัตกรรม และ ความเป็นเลิศด้านบริการอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดกับความพร้อมในการเปิดตัวเทคโนโลยีล่าสุด  WiFi 7 เป็นรายแรกในไทย ร่วมกับ TP-Link ที่มาพร้อมเราน์เตอร์มาตรฐาน WiFi 7 ในการรองรับดีไวซ์ Device ให้เชื่อมต่อได้ ลดปัญหาเกี่ยวกับช่องสัญญาณที่แออัด ทำให้ใช้งานได้ไหลลื่น รองรับการสตรีมแบบวีดีโอแบบ 8K การใช้งาน VR ที่ตอบโจทย์ทุกคนในบ้านได้อย่างครบถ้วน</p>
<p style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ AIS ยัง<strong>ยกระดับ</strong><strong> </strong><strong>Enterprise Infrastructure </strong><strong>และแพลตฟอร์ม</strong> ที่จะมาพลิกโฉมการทำงานขององค์กรภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมให้สามารถนำดิจิทัลเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในอนาคต ผ่านการทำงานร่วมกับเครือข่ายพาร์ทเนอร์ชั้นนำระดับโลกที่ครบและใหญ่ที่สุดในไทย ไม่ว่าจะเป็น Data Center, Bridge Alliance ,AIS PARAGON รวมถึง Communications Platform-as-a-Service หรือ CPaaS ที่เชื่อมตอบโจทย์ทุกการสื่อสารขององค์กรในรูปแบบของ Cloud-based</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22188 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/2-Resize-.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>CEO AIS</strong> ย้ำเพิ่มว่า “นอกจากนี้เรายังเชื่อมต่อพลังของพาร์ทเนอร์ อาทิ ความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย นำแพลตฟอร์มเชื่อมโยงร้านค้าถุงเงิน ร้านธงฟ้า ร้านค้ารายย่อย โชว์ห่วย ร้านสตรีทฟู้ด รวมกว่า 1.8 ล้านร้านค้า และจับมือห้างสรรพสินค้าชั้นนำ รวมถึงร้านค้าพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศกว่า 30,000 แห่ง ทั่วประเทศ ผ่านความแข็งแกร่งของ ECOSYSTEM ที่มุ่งสร้างทั้งประโยชน์ แบ่งเบาภาระ และมอบความพิเศษให้แก่ลูกค้า พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและภาพรวมให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”</p>
<p style="font-weight: 400;">สำหรับในส่วนของประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นแก่องค์กรจากความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์นั้น เราได้ทำงานร่วมกับ ZTE เพื่อเตรียมเปิดตัวบริการ Cloud PC for Enterprise ให้องค์กรสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในรูปแบบ Desktop as a Service (DaaS) บนระบบคลาวด์ที่จัดสรรได้ตามความเหมาะสมบนความปลอดภัยสูงสุดในการเก็บข้อมูล</p>
<p style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เรายังมีความร่วมมือกับไมโครซอฟต์ ครั้งแรกใน South East Asia ที่พร้อมให้บริการ Microsoft Teams Phone ที่ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการระบบสื่อสารได้อย่างสะดวก ปลอดภัย ประหยัดต้นทุน เพราะพนักงานสามารถโทรออกไปยังเบอร์ภายนอกและรับสายได้ผ่าน Microsoft Teams ที่คุ้นเคย รวมไปถึงการนำสุดยอดนวัตกรรม genAI ที่จะมาช่วยยกระดับการทำงานของโลกยุคใหม่อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกับ Microsoft 365 Copilot for Enterprise</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>นายสมชัย</strong> อธิบายต่อถึงความตั้งใจในการสร้างการวิวัฒน์เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนของประเทศว่า “เพราะโลกในยุคปัจจุบันธุรกิจไม่สามารถใช้ตัวชี้วัดด้านผลกำไรมาบอกถึงความสำเร็จได้แต่เพียงด้านเดียว แต่องค์กรต้องมีส่วนร่วมในการดูแล เศรษฐกิจ ผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่กัน ตามหลักของ SDGs ดังนั้นนอกเหนือจากการนำดิจิทัลเข้ามาสร้างการเข้าถึงอย่างเท่าเทียมแล้ว เรายังส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์และปลอดภัยให้มีทักษะและเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพผ่านภารกิจ AIS อุ่นใจ CYBER นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบจากภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบในปัจจุบัน ผ่านหลักสูตรการเรียนรู้อุ่นใจไซเบอร์ 4P ที่มีผู้เรียนแล้วกว่า 300,000 ราย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22190 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Pic3-AIS-THE-Next-Evolution-Resize-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p style="font-weight: 400;">“สำหรับด้านสิ่งแวดล้อม เรามุ่งสร้าง Green Network  ผ่านการบริหารจัดการด้วยนวัตกรรม อย่างการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในสถานีฐานเพื่อบริหารจัดการพลังงานให้เหมาะสมกับปริมาณการใช้งานของลูกค้า หรือแม้แต่การเพิ่มสัดส่วนของการใช้พลังงานหมุนเวียนจากทั้งพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม และในอีกด้านที่ดำเนินการควบคู่กันอย่างเข้มข้นคือ ชวนให้คนไทยมีส่วนร่วมในภารกิจนี้ด้วยการปลูกจิตสำนึกและการตระหนักถึงความสำคัญของการแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Waste ตามเป้าหมายในการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธีแบบปราศจากการฝังกลบหรือ Zero e-waste to landfill  โดยเราพร้อมเป็น HUB of e-waste ที่จะเป็นแกนกลางรวมทุกภาคส่วนมาร่วมกัน ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างยั่งยืน”</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>นายสมชัย</strong> กล่าวย้ำในช่วงท้ายว่า <strong>“</strong><strong>เราตระหนักดีว่า</strong><strong> </strong><strong>บทบาทหลักของ</strong><strong> </strong><strong>AIS</strong><strong> </strong><strong>นอกจากสร้างมาตรฐานทั้งมิติของสินค้า</strong><strong> </strong><strong>บริการ</strong><strong> </strong><strong>นวัตกรรม</strong><strong> </strong><strong>และการดูแลลูกค้าอย่างเป็นเลิศแล้ว</strong><strong> </strong><strong>เรายังมีภารกิจในการสนับสนุนการเดินหน้าของประเทศ</strong><strong> </strong><strong>สู่การเป็น</strong><strong> </strong><strong>Sustainable Nation </strong><strong>ซึ่งพนักงาน</strong><strong> </strong><strong>AIS </strong><strong>ทุกคน</strong><strong> </strong><strong>พร้อมอย่างยิ่งที่จะทุ่มเทและทำให้ภารกิจนี้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน</strong><strong>”</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/ais-the-next-evolution-drive-sustainable-nation/">AIS ก้าวสู่การวิวัฒน์ครั้งใหม่ของโลกดิจิทัล THE NEXT EVOLUTION มุ่งสร้าง Sustainable Nation ส่งเสริมการเติบโตของประเทศอย่างยั่งยืน เป็นต้นแบบให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยในฐานะผู้นำตัวจริง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
