<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Tencent &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/tencent/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 26 Jun 2023 14:36:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Tencent &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เทนเซ็นต์ เปิดตัวโครงการ “คาร์บอนเอ็กซ์” ขับเคลื่อนนวัตกรรมคาร์บอนต่ำแห่งอนาคต มุ่งลดปัญหาสภาพภูมิอากาศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/tencent-launches-carbonx-program/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Jun 2023 14:36:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbfix]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonX Accelerator]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonX Infrastructure]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonX Lab]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonX Program]]></category>
		<category><![CDATA[CCUS]]></category>
		<category><![CDATA[IPCC]]></category>
		<category><![CDATA[Tencent]]></category>
		<category><![CDATA[TencentTH]]></category>
		<category><![CDATA[การกักเก็บคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเอ็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ทอัพ]]></category>
		<category><![CDATA[หยงผิง ไจ๋]]></category>
		<category><![CDATA[เดวิส ลิน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เทนเซ็นต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19409</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากรายงานฉบับล่าสุดของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ได้ตอกย้ำว่า เป้าหมายการควบคุมอุณหภูมิโลกในปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้า โดย IPCC ระบุว่า โอกาสที่จะจำกัดอุณหภูมิโลกให้เพิ่มไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียสนั้นมีความเป็นไปได้เพียง 50% เท่านั้น ในขณะที่จะต้องลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ลงให้ได้ครึ่งหนึ่งภายใน 10 ปี ซึ่งในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดนี้ มีความจำเป็นที่จะต้องนำเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปล่อย CO2 ต่ำมาประยุกต์ใช้อย่างหลากหลาย โดยหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญก็คือ การดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจสีเขียวได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้น เทนเซ็นต์ จึงเปิดตัวโครงการแฟล็กชิพ “คาร์บอนเอ็กซ์” (CarbonX Program) เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำแห่งอนาคต รวมถึงส่งเสริมการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยต่างๆ ไปประยุกต์ใช้งานในสเกลระดับใหญ่ภายในปี 2030 โดยในระยะแรกของโครงการฯ จะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี CCUS นายเดวิส ลิน รองประธานอาวุโส เทนเซ็นต์ กล่าวว่า “นวัตกรรมเทคโนโลยีจะเป็นตัวแปรสำคัญในการเร่งขับเคลื่อนความเป็นกลางทางคาร์บอน เราจึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำล้ำสมัยเหล่านี้ไปใช้ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและผลักดันการนำไปประยุกต์ใช้กับงานขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวให้มากยิ่งขึ้น” โซลูชันการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) CCUS ไม่ใช่เรื่องใหม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/tencent-launches-carbonx-program/">เทนเซ็นต์ เปิดตัวโครงการ “คาร์บอนเอ็กซ์” ขับเคลื่อนนวัตกรรมคาร์บอนต่ำแห่งอนาคต มุ่งลดปัญหาสภาพภูมิอากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากรายงานฉบับล่าสุดของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ได้ตอกย้ำว่า เป้าหมายการควบคุมอุณหภูมิโลกในปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้า โดย IPCC ระบุว่า โอกาสที่จะจำกัดอุณหภูมิโลกให้เพิ่มไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียสนั้นมีความเป็นไปได้เพียง 50% เท่านั้น</p>
<p><span id="more-19409"></span></p>
<p>ในขณะที่จะต้องลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ลงให้ได้ครึ่งหนึ่งภายใน 10 ปี ซึ่งในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดนี้ มีความจำเป็นที่จะต้องนำเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปล่อย CO2 ต่ำมาประยุกต์ใช้อย่างหลากหลาย โดยหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญก็คือ การดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจสีเขียวได้มากยิ่งขึ้น</p>
<p>ดังนั้น เ<strong>ทนเซ็นต์ จึงเปิดตัวโครงการแฟล็กชิพ “คาร์บอนเอ็กซ์” (CarbonX Program) เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำแห่งอนาคต รวมถึงส่งเสริมการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยต่างๆ ไปประยุกต์ใช้งานในสเกลระดับใหญ่ภายในปี 2030 โดยในระยะแรกของโครงการฯ จะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี CCUS</strong></p>
<p><strong>นายเดวิส ลิน รองประธานอาวุโส เทนเซ็นต์</strong> กล่าวว่า “นวัตกรรมเทคโนโลยีจะเป็นตัวแปรสำคัญในการเร่งขับเคลื่อนความเป็นกลางทางคาร์บอน เราจึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำล้ำสมัยเหล่านี้ไปใช้ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและผลักดันการนำไปประยุกต์ใช้กับงานขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวให้มากยิ่งขึ้น”</p>
<p><strong>โซลูชันการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (</strong><strong>CCUS)</strong></p>
<p>CCUS ไม่ใช่เรื่องใหม่ อีกทั้งยังเป็นเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษ เพื่อดักจับ CO2 ที่ถูกปล่อยออกมาจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมทั้งในระยะก่อนหน้า หรือหลังจากเข้าสู่ชั้นบรรยากาศแล้ว และนำมาอัดฉีดลงไปกักเก็บในโพรงทางธรณีวิทยา (Geological Formation) ที่อยู่ลึกลงไปใต้ดิน เพื่อป้องกันไม่ให้สามารถกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศได้ หรือนำมาแปรสภาพเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าในเชิงพาณิชย์ เช่น เคมีภัณฑ์ เชื้อเพลิง ปูนซีเมนต์ และพลาสติก</p>
<p><strong>นายหยงผิง ไจ๋ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านกลยุทธ์ความเป็นกลางทางคาร์บอนของเทนเซ็นต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า </strong>“เทคโนโลยี CCUS จะมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนในอนาคต แต่จะต้องได้รับการสนับสนุนตั้งแต่แรกเริ่ม เช่นเดียวกับที่เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมเคยได้รับ”</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้การพัฒนา CCUS จะมีความซับซ้อนและใช้ต้นทุนสูง แต่ก็ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายขีดความสามารถในการประยุกต์ใช้และเพิ่มศักยภาพทางการตลาด โดยภาคเอกชนและภาครัฐทั่วโลกกำลังทุ่มทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อพัฒนาและเตรียมนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์</p>
<p>เทนเซ็นต์มุ่งมั่นที่จะร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ โดยเราจะใช้ความชำนาญเพื่อเร่งสร้างสรรค์โซลูชันล้ำสมัยเพื่อที่จะแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในพันธสัญญาที่จะสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนในการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทานภายในปี 2573 โดยเราเล็งเห็นว่า CCUS จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนให้เป็นผลสำเร็จ และปัจจุบันเรากำลังทำงานร่วมกับ Carbfix ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติไอซ์แลนด์ที่สามารถแปลง CO2 ให้กลายเป็นหินได้ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน โดยเรารู้สึกตื่นเต้นกับการเปิดตัวโครงการคาร์บอนเอ็กซ์ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรต่าง ๆ ที่มีวิสัยทัศน์เช่นเดียวกัน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19410 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Tencent2.jpg" alt="" width="586" height="586" /></p>
<p><strong>การดำเนินงานของโครงการ “คาร์บอนเอ็กซ์” </strong></p>
<p>คาร์บอนเอ็กซ์ เป็นโครงการที่ผสานทั้งการเร่งขับเคลื่อนพัฒนาการและการสร้างขีดความสามารถทางดิจิทัล เพื่อค้นหาเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำแห่งอนาคต และส่งเสริมการประยุกต์ใช้งานในระดับใหญ่ภายในปี 2030 ด้วยการเร่งระดมเงินทุนและทรัพยากร โดยระยะแรกเริ่มของโครงการจะมุ่งเน้นไปที่โซลูชันและโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ CCUS เป็นหลัก โดยโครงการมี 3 ระดับหลักด้วยกัน ซึ่งเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัย สถาบัน องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และบริษัทสตาร์ทอัปสามารถส่งแผนงานธุรกิจเข้าร่วมโครงการได้</p>
<p><strong>1. CarbonX Lab:</strong> ค้นหาและบ่มเพาะสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย หรือห้องปฏิบัติการที่มีศักยภาพในการสร้างเทคโนโลยีใหม่ที่จะเป็นตัวพลิกเกมในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและช่วยสนับสนุนให้สามารถเปิดตัวโครงการนำร่องเพื่อสาธิตการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม</p>
<p><strong>2. CarbonX Accelerator:</strong> เร่งขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทสตาร์ทอัปที่มีศักยภาพในการนำเทคโนโลยีที่มีอยู่มาใช้ในเชิงพาณิชย์</p>
<p><strong>3. CarbonX Infrastructure:</strong> สนับสนุนการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ฐานข้อมูลและเครื่องมือเพื่อการติดตามการแยกคาร์บอน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทางอุตสาหกรรม</p>
<p><strong> </strong>ตามรายงานของสหประชาชาติ หน้าต่างแห่งโอกาสในการรักษาอุณหภูมิ 1.5°C กำลังปิดลงอย่างรวดเร็ว โดยเทนเซ็นต์ จะมุ่งมั่นใช้ทักษะ ความเชี่ยวชาญ และทรัพยากรของเราเพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาความท้าทายระดับโลกนี้ต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/tencent-launches-carbonx-program/">เทนเซ็นต์ เปิดตัวโครงการ “คาร์บอนเอ็กซ์” ขับเคลื่อนนวัตกรรมคาร์บอนต่ำแห่งอนาคต มุ่งลดปัญหาสภาพภูมิอากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>10 ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีในจีน ร่วมแบ่งปันสิทธิบัตรด้าน Climate Tech จำนวน 189​ ฉบับ ให้เข้าถึงฟรี ดันประเทศพิชิตเป้าหมาย Net Zero ในปี 2060</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/08/big-tech-corp-of-china-shared-patents-for-achieved-net-zero-goal/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Aug 2022 23:43:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Big Tech]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutral]]></category>
		<category><![CDATA[China]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Tech]]></category>
		<category><![CDATA[Global Carbon Neutral Technology Alliance]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Patents]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[Tencent]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิบัตร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=13616</guid>

					<description><![CDATA[<p>10 บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน นำโดย​ Tencent จับมือกับ Microsoft China, Alibaba Group Holding, Baidu, JD.com, Kuaishou, Ant Group, Meituan, Vanke และ Willfar Information Tech เพื่อจัดตั้ง  Global Carbon Neutral Technology Alliance  ได้แบ่งปันสิทธิบัตร 189 ฉบับฟรี เพื่อทลายข้อจำกัดทางเทคโนโลยี และร่วมมือกันพัฒนาการจัดการกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งได้จัดตั้งกลุ่มสิทธิบัตรเพื่อสาธารณประโยชน์ และแบ่งปันสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอนให้แก่องค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาความเป็นกลางของคาร์บอน เพื่อผลักดันประเทศสู่เป้าหมายพิชิต Net Zero ได้ภายในปี 2060 สิทธิบัตรด้าน Climate Tech ที่ให้เข้าถึงได้ ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยีซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน เช่น การปรับอัลกอริธึมให้เหมาะสม การตรวจสอบและการอนุรักษ์พลังงาน และลดการปล่อยมลพิษในการขนส่งและอาคาร ​หลังจากปักกิ่งประกาศ 2 เป้าหมายทางคาร์บอน ทั้งการเร่งรับรู้ระดับสูงสุดทางคาร์บอนหรือจุด Peak  ภายในปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/big-tech-corp-of-china-shared-patents-for-achieved-net-zero-goal/">10 ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีในจีน ร่วมแบ่งปันสิทธิบัตรด้าน Climate Tech จำนวน 189​ ฉบับ ให้เข้าถึงฟรี ดันประเทศพิชิตเป้าหมาย Net Zero ในปี 2060</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>10 บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน นำโดย​ Tencent จับมือกับ Microsoft China, Alibaba Group Holding, Baidu, JD.com, Kuaishou, Ant Group, Meituan, Vanke และ Willfar Information Tech เพื่อจัดตั้ง  Global Carbon Neutral Technology Alliance  ได้แบ่งปันสิทธิบัตร 189 ฉบับฟรี เพื่อทลายข้อจำกัดทางเทคโนโลยี และร่วมมือกันพัฒนาการจัดการกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ</p>
<p><span id="more-13616"></span></p>
<p>พร้อมทั้งได้จัดตั้งกลุ่มสิทธิบัตรเพื่อสาธารณประโยชน์ และแบ่งปันสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอนให้แก่องค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาความเป็นกลางของคาร์บอน เพื่อผลักดันประเทศสู่เป้าหมายพิชิต Net Zero ได้ภายในปี 2060</p>
<p>สิทธิบัตรด้าน Climate Tech ที่ให้เข้าถึงได้ ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยีซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน เช่น การปรับอัลกอริธึมให้เหมาะสม การตรวจสอบและการอนุรักษ์พลังงาน และลดการปล่อยมลพิษในการขนส่งและอาคาร</p>
<div class="inlineAd">
<div class="teads-inread sm-screen">
<div class="teads-ui-components-adchoices">
<p>​หลังจากปักกิ่งประกาศ 2 เป้าหมายทางคาร์บอน ทั้งการเร่งรับรู้ระดับสูงสุดทางคาร์บอนหรือจุด Peak  ภายในปี 2030 เพื่อพิชิตเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2060 บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีน ซึ่งมีการใช้พลังงานและสร้างคาร์บอนจำนวนมาก ก็ได้ทยอยประกาศเป้าหมายความเป็นกลางของคาร์บอนเพื่อสนับสนุนเป้าหมายระดับชาติ</p>
<p>ทั้งนี้ Tencent ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเซินเจิ้น ได้เป้าหมายที่จะสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน ตลอดการดำเนินงานทั้งซัพพลายเชน ภายในปี 2030 รวมทั้งยังวางแผนการใช้พลังงานหมุนเวียนสำหรับการผลิตไฟฟ้าทั้ง 100%  อีกด้วย เช่นเดียวกับ อาลีบาบา คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน และไป่ตู้ ยักษ์ใหญ่ทางด้านอินเตอร์เน็ตของจีน ก็ประกาศการบรรลุความเป็นกลางของคาร์บอนจากกระบวนการการดำเนินงานภายในปี 2573</p>
<p>ปีที่ผ่านมา Tencent ระบุข้อมูลการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 5.1 ล้านตัน พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และไมโครกริด เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พร้อมทั้งการใช้เทคโนโลยีใหม่ เช่น การดักจับ การใช้และการจัดเก็บคาร์บอน ตลอดจนเซลล์เชื้อเพลิงเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน</p>
</div>
<p>“การพัฒนาและความร่วมมือทางด้านดิจิทัล สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของบริษัทเหล่านี้ และส่งผลต่อประสิทธิภาพด้านพลังงานให้ดีขึ้นและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ”  Xu Hao หัวหน้าห้องปฏิบัติการ Carbon Neutrality Lab ของ Tencent</p>
<p>ขณะเดียวกันก็คาดหวังว่า การรวมตัวเป็นพันธมิตรครั้งนี้ จะสามารถ​ดึงดูดผู้สนใจเข้ามาร่วมด้วยเพิ่มมากขึ้น ทั้งสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์ องค์กรต่างๆ และองค์กรระหว่างประเทศ ให้ร่วมกันสร้างสรรค์และพัฒนาเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ และเร่งการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศดิจิทัล เพื่อช่วยให้สังคมจีนบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนได้ตามที่ตั้งใจไว้</p>
<p><a href="https://www.scmp.com/business/china-business/article/3190123/alibaba-microsoft-join-tencent-led-alliance-wechat-operator" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/big-tech-corp-of-china-shared-patents-for-achieved-net-zero-goal/">10 ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีในจีน ร่วมแบ่งปันสิทธิบัตรด้าน Climate Tech จำนวน 189​ ฉบับ ให้เข้าถึงฟรี ดันประเทศพิชิตเป้าหมาย Net Zero ในปี 2060</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
