<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Thai ESG &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/thai-esg/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 29 Jun 2024 11:22:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Thai ESG &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การมี ​Thailand ESG Fund ช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจไทย เปิดเผยข้อมูลและเร่งปรับตัวเพื่อ​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/forcast-new-thailand-esg-fund-raise-set-esg-company/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 29 Jun 2024 10:06:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Financial]]></category>
		<category><![CDATA[Financial Tool]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Emission]]></category>
		<category><![CDATA[KResearch]]></category>
		<category><![CDATA[KResearch Center]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Thai ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Thai ESG Fund]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนรวม]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ระดมทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยกสิกรไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26997</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังมีการประกาศเตรียมปรับเงื่อนไข &#8216;กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน&#8216; หรือ Thai ESG Fund (TESG Fund) โดยเตรียมนำเสนอ ครม. เพื่อสามารถเปิดโอกาสให้เริ่มลงทุนครั้งใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ โดยเงื่อนไขของ Thai ESG Fund ในรอบใหม่นี้ ได้ขยับทั้งวงเงินให้เพิ่มสูงขึ้นจาก 1 แสน เป็น 3 แสนบาท และลดระยะเวลาในการถือครองจาก 8 ปี เหลือ 5 ปี โดยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้ 3-4 หมื่นล้านบาท เพิ่มมากขึ้นจากรอบก่อนหน้าที่เปิดโอกาสให้ลงทุนระยะสั้นๆ เพียงแค่ 1 เดือน แต่มีเม็ดเงินลงทุนเข้ามาราว 6 พันล้านบาท เครื่องมือทางการเงินเร่งธุรกิจปรับตัว นอกจากมิติของการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนแล้ว อีกหนึ่งเอฟเฟ็กต์สำคัญของการปรับเงื่อนไข Thai ESG Fund ครั้งนี้ คือ จะมีภาคธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (บจ.) เร่งปรับตัวและให้ความสำคัญในการ​รายงานข้อมูลด้านความยั่งยืน ทั้ง​นโยบายด้านการกำกับกิจการที่ดี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/forcast-new-thailand-esg-fund-raise-set-esg-company/">การมี ​Thailand ESG Fund ช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจไทย เปิดเผยข้อมูลและเร่งปรับตัวเพื่อ​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังมีการประกาศเตรียมปรับเงื่อนไข <strong>&#8216;กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน</strong>&#8216; หรือ <strong>Thai ESG Fund</strong> (TESG Fund) โดยเตรียมนำเสนอ ครม. เพื่อสามารถเปิดโอกาสให้เริ่มลงทุนครั้งใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังนี้</p>
<p><span id="more-26997"></span></p>
<p>โดยเงื่อนไขของ <strong>Thai ESG Fund </strong>ในรอบใหม่นี้ ได้ขยับทั้งวงเงินให้เพิ่มสูงขึ้นจาก 1 แสน เป็น 3 แสนบาท และลดระยะเวลาในการถือครองจาก 8 ปี เหลือ 5 ปี โดยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้ 3-4 หมื่นล้านบาท เพิ่มมากขึ้นจากรอบก่อนหน้าที่เปิดโอกาสให้ลงทุนระยะสั้นๆ เพียงแค่ 1 เดือน แต่มีเม็ดเงินลงทุนเข้ามาราว 6 พันล้านบาท</p>
<p><strong>เครื่องมือทางการเงินเร่งธุรกิจปรับตัว</strong></p>
<p>นอกจากมิติของการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนแล้ว อีกหนึ่งเอฟเฟ็กต์สำคัญของการปรับเงื่อนไข <strong>Thai ESG Fund </strong>ครั้งนี้ คือ จะมีภาคธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (บจ.) เร่งปรับตัวและให้ความสำคัญในการ​รายงานข้อมูลด้านความยั่งยืน ทั้ง​นโยบายด้านการกำกับกิจการที่ดี และผลการดำเนินธุรกิจที่จะส่งผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ ESG ​ได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p>เนื่องจาก เงื่อนไขสำคัญของกองทุนนี้คือ การนำเงินจากองทุนไปสนับสนุนการลงทุนที่ส่งเสริมการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนของประเทศไทยให้สามารถบรรลุเป้าหมาย​​ลดก๊าซเรือนกระจกได้ตามข้อตกลงใน COP 26 เพื่อมีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ​​ในปี 2050 และ​ก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ใ​นปี 2065 ซึ่งการจะบรรลุ​เป้าหมายดังกล่าว ต้องเพิ่มศักยภาพในการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emission) ในภาพรวม​ช่วงปี 2021 -2030 ต้องลดก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ถึง 115.6 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</p>
<p>ดังนั้น กองทุน Thai ESG จึงถือเป็นอีกหนึ่งกลไกในการผลักดันและขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมาย ผ่านเครื่องมือทางการเงินในรูปแบบการออมระยะยาว โดยจ​ะนำเงิน ไปลงทุนผ่านหุ้นใน​ SET และ mai ที่สามารถเปิดเผยข้อมูลการปล่อย GHG แผนการจัดการ พร้อมทั้ง​ตั้งเป้าหมายในการลด ​​GHG Emission และผ่านการทวนสอบ หรือได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้จะทำให้ภาคธุรกิจที่อยากได้รับการสนับสนุนจากกองทุน ต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้เข้าเกณฑ์ในการได้รับการสนับสนุนได้</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27001 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GHG-3Scope.jpg" alt="" width="1200" height="754" /></p>
<p>ทั้งนี้ ข้อมูลจาก SET ระบุว่า การเกิดข้ึนของ Thai ESG Fund ส่งสัญญาณความ​เคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เพราะทำให้​กลุ่ม บจ. ที่ยังไม่ได้อยู่ใน SET ESG หรือยังไม่ได้จัดทำรายงานด้านความยั่งยืน มีแรงจูงใจในการเปิดเผยข้อมูลการปล่อย GHG มากขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 43% ​</p>
<p>โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนดให้ บจ. ต้องเปิดเผยข้อมูลตามเกณฑ์ 56-1 One Report ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวครอบคลุมการเปิดเผยข้อมูลการปล่อย GHG Scope 1 และ Scope 2 แต่​ยังเป็นแบบ comply or explain คือ มีเกณฑ์ให้ต้องเปิดเผยข้อมูล แต่หากไม่เปิดเผยสามารถชี้แจงเหตุผลได้  เนื่องจาก การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ยังเป็นความท้าทายของ บจ. หลายๆ แห่ง​ เนื่องจากต้องเผชิญกับอุปสรรคและความซับซ้อนหลายประการ เช่น การเก็บรวบรวมข้อมูลการปล่อย  GHG จากแหล่งต่างๆ ในบริษัทและซัพพลายเชนต้องใช้ทรัพยากรและเวลามาก การติดตามและรวบรวมข้อมูลจากกระบวนการผลิต การขนส่ง และการใช้พลังงานในกิจกรรมต่างๆ ของบริษัทอาจซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบริษัทที่มีขนาดเล็ก และหลายแห่งขาดความเชี่ยวชาญ รวมทั้ง​ทรัพยากรที่เพียงพอในการดำเนินการเก็บรวบรวม วิเคราะห์  หรือขาดทีมงานที่มีความรู้ความเข้าใจด้านนี้ ​ทำให้การรายงานเป็นเรื่องยาก</p>
<p>อีกทั้งการรายงานการปล่อย GHG ใน Scope 3 ต้องพึ่งพาข้อมูลจากผู้ขาย ผู้ผลิต และผู้ให้บริการในซัพพลายเชน การขาดความโปร่งใสและการไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เชื่อถือได้จากบุคคลภายนอกเป็นอุปสรรคสำคัญในการรายงานข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้อง การทำให้ระบบการจัดการข้อมูลมีประสิทธิภาพและการตรวจสอบข้อมูลโดยบุคคลที่สามอาจมีต้นทุนสูง อีกทั้งข้อมูลที่จัดเก็บไว้อาจพบว่าไม่ตรงหรือไม่ครอบคลุมกับมาตรฐานในประเทศหรือในระดับสากลที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น และยังมีพลวัตการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-26998 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GAP-GHG-Report.jpg" alt="" width="1200" height="659" /></p>
<p>แต่อย่างไรก็ดี ยังพบว่าบริษัทจดทะเบียนใน SET และ mai  มีการตั้งเป้าหมายระยะสั้นเพื่อ​บรรลุ GHG Emission ​คิดเป็น 24% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด ​โดยมีส่วนต่างระหว่าง เป้าหมายที่ตั้งไว้​ กับ​ปริมาณที่มีการปล่อย GHG จริง ในปี 2023 อยู่ที่ 2.1 เท่า โดยกลุ่มอุตสาหกรรมมีจำนวนบริษัทที่มีการตั้งเป้าควบคุมการปล่อย GHG มากที่สุดได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี คิดเป็น 41% ของจำนวนบริษัทในกลุ่ม อีกทั้งหากพิจารณาส่วนต่างระหว่างเป้าหมายและปริมาณการปล่อย GHG ในปี 2023 ของกลุ่มเทคโนโลยีอยู่ที่ 0.9% เท่านั้น ​โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่​ปล่อย GHG สูง​เช่น กลุ่มพลังงาน กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง รวมถึงกลุ่มบริการ มีการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะสั้นค่อนข้างท้าทาย แสดงให้เห็นว่าบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวตระหนักถึงความสำคัญ และจำเป็นต้องเร่งจัดทำแผนงานการติดตามความคืบหน้าที่ชัดเจนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ</p>
<p>สำหรับปี 2023 มีบริษัทจดทะเบียนไทย​​เปิดเผยข้อมูลการปล่อย Scope 1, Scope 2 และ Scope 3 อยู่ที่ 56% 57% และ 39% ตามลำดับ ​โดยพบว่า มีกลุ่ม บจ. เปิดเผยข้อมูล GHG Emission เพื่อให้เข้าเกณฑ์ Thai ESG Fund ​เพิ่ม​ขึ้นในภาพรวม 30% ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ใน SET ESG อยู่แล้ว 1% และกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ใน SET ESG มากถึง 43%</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-26999 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Thai-ESG.jpg" alt="" width="1200" height="669" /></p>
<p>โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ​ เชื่อว่า การเพิ่มความสามารถในการเปิดเผยข้อมูลการปล่อย GHG ให้มากขึ้น จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์​ รวมท้ังต่อยอดไปถึงธุรกิจใหม่ๆ เช่น ตลาดคาร์บอนเครดิต ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งที่จะทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการการปล่อยมลพิษให้เหมาะสมกับแผนและมาตรการที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ดียิ่งขึ้น  เป็นต้น</p>
<p><strong>กสิกรไทยคาด ช่วยหนุนตลาดทุนในระยะยาว </strong></p>
<p>ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าการปรับเงื่อนไขใหม่ของกองทุน Thai ESG จะช่วยหนุนตลาดทุนไทยในระยะยาวได้ จากการเติบโตของกองทุนตามหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น หลังการประกาศมาตรการ​ลด GHG Emission ของภาครัฐในอนาคต เช่น มาตรการภาษีคาร์บอน, พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ Thailand Taxonomy ระยะที่ 2</p>
<p>รวมทั้งการศึกษากรณีศึกษาต่างๆ จากต่างประเทศ​ เช่น จีน และญี่ปุ่น ที่พบว่า การส่งเสริมงานด้าน ESG จะส่งผลบวกต่อผลตอบแทนหุ้น หรือตลาดหุ้น</p>
<p>ขณะที่​สินทรัพย์รวม (Total Net Assets) ของกองทุน Thai ESG เมื่อเดือน พ.ค. 2567 อยู่ที่ 6.8 พันล้านบาท  หรือคิดเป็น 0.9% ของมูลค่าสินทรัพย์รวมของกองทุนที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีทั้งหมด  ขณะที่จำนวนหลักทรัพย์ในตลาดทุนไทย (SET ESG) ปัจจุบันมี 209 บริษัทคิดเป็นมูลค่าหลักทรัพย์ (Market Capitalization) รวมกันกว่า 10.87 ล้านล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27000 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/INFO-Kresearch.jpg" alt="" width="1040" height="1300" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/forcast-new-thailand-esg-fund-raise-set-esg-company/">การมี ​Thailand ESG Fund ช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจไทย เปิดเผยข้อมูลและเร่งปรับตัวเพื่อ​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCB WEALTH เร่งเครื่องขยายการลงทุน ESG มุ่งสร้างผลตอบแทนเชิงบวก​​ คาดแนวโน้มทั่วโลกลงทุนพลังงานสะอาดเพิ่มเป็น 3.2 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ ในปี 2573</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/12/scb-wealth-net-zero-2050-with-wealth-management/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 24 Dec 2023 09:56:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Amundi]]></category>
		<category><![CDATA[BlackRock]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero 2050 กับธุรกิจ Wealth ในประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[SCB Investment Forum for Wealth 2024]]></category>
		<category><![CDATA[SCB WEALTH]]></category>
		<category><![CDATA[Schroders]]></category>
		<category><![CDATA[Thai ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Wealth Management]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารความมั่งคั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธณาพล อิทธินิธิภัค]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลตอบแทน]]></category>
		<category><![CDATA[วีรวัฒน์ คิรินทร์รัตนะ]]></category>
		<category><![CDATA[ศรชัย สุเนต์ตา]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล]]></category>
		<category><![CDATA[อาทิตย์ ทองเจริญ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23100</guid>

					<description><![CDATA[<p>SCB WEALTH เดินหน้าขยายการลงทุนเพิ่มด้าน ESG มุ่งสร้างผลตอบแทนเชิงบวกให้ลูกค้า พร้อมนำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจทั้งการคัดเลือกผลิตภัณฑ์  และการให้คำแนะนำการลงทุนกับลูกค้า ยกระดับเรื่อง ESG เข้มข้นขึ้นต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่มาตรฐานระดับสูง ในด้านการระดมเงินลงทุนในกิจการที่คำนึงถึง ESG  ด้าน Blackrock คาดการลงทุนในพลังงานสะอาดทั่วโลก มีแนวโน้มเพิ่มเป็น 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2573 ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี การใช้พลังงานสะอาดมีต้นทุนต่ำลง น่าสนใจ   ส่วน Amundi  เผยผลวิเคราะพบว่า ในปี 2565 มากกว่า 60% ของเงินลงทุนในกองทุน ETF จะคำนึงถึงประเด็น ESG ส่วนผลิตภัณฑ์ ETF ใหม่ๆ จะเป็น ETF ด้าน ESG ถึง 77% ขณะที่ Schroders มองอนาคตรายงานทางการเงิน และ Fund Fact Sheet มีแนวโน้มต้องเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและ ESG เพิ่มขึ้น ส่วนการจัดพอร์ตลงทุน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/scb-wealth-net-zero-2050-with-wealth-management/">SCB WEALTH เร่งเครื่องขยายการลงทุน ESG มุ่งสร้างผลตอบแทนเชิงบวก​​ คาดแนวโน้มทั่วโลกลงทุนพลังงานสะอาดเพิ่มเป็น 3.2 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ ในปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SCB WEALTH </strong><strong>เดินหน้าขยายการลงทุนเพิ่มด้าน </strong><strong>ESG </strong><strong>มุ่งสร้างผลตอบแทนเชิงบวกให้ลูกค้า พร้อมนำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจทั้งการคัดเลือกผลิตภัณฑ์  และการให้คำแนะนำการลงทุนกับลูกค้า ยกระดับเรื่อง </strong><strong>ESG </strong><strong>เข้มข้นขึ้นต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่มาตรฐานระดับสูง ในด้านการระดมเงินลงทุนในกิจการที่คำนึงถึง </strong><strong>ESG</strong></p>
<p><span id="more-23100"></span></p>
<p><strong>  </strong><strong>ด้าน</strong><strong> Blackrock </strong><strong>คาดการลงทุนในพลังงานสะอาดทั่วโลก มีแนวโน้มเพิ่มเป็น 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2573 ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี การใช้พลังงานสะอาดมีต้นทุนต่ำลง น่าสนใจ  </strong></p>
<p><strong>ส่วน </strong><strong>Amundi</strong><strong>  เผยผลวิเคราะพบว่า ในปี </strong><strong>2565 </strong><strong>มากกว่า </strong><strong>60% </strong><strong>ของเงินลงทุนในกองทุน </strong><strong>ETF </strong><strong>จะคำนึงถึงประเด็น </strong><strong>ESG </strong><strong>ส่วนผลิตภัณฑ์ </strong><strong>ETF </strong><strong>ใหม่ๆ จะเป็น</strong><strong> ETF</strong><strong> ด้าน </strong><strong>ESG </strong><strong>ถึง </strong><strong>77% ขณะที่</strong><strong> </strong><strong>Schroders </strong><strong>มองอนาคต</strong><strong>รายงานทางการเงิน และ </strong><strong>Fund Fact Sheet </strong><strong>มีแนวโน้มต้องเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและ</strong><strong> ESG </strong><strong>เพิ่มขึ้น</strong> <strong>ส่วนการจัดพอร์ตลงทุน ควรเน้นผสมผสานบริษัทที่ดำเนินการได้ดีด้าน</strong><strong> ESG </strong><strong>และบริษัทที่กำลังดำเนินการปรับตัวสู่ </strong><strong>Net Zero </strong><strong> เพื่อสร้างความสมดุลของพอร์ตให้ยังคงมีผลการดำเนินงานที่ดี</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23101 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Photo-SCB-CIO-Forum-2024-.jpg" alt="" width="1200" height="690" /></p>
<p><strong>คุณศรชัย สุเนต์ตา</strong><strong>, </strong>CFA SCB Wealth Chief Investment Officer ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารฝ่าย Investment Office and Product Function กลุ่มธุรกิจ Wealth ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า SCB WEALTH จัดงานสัมมนา <strong>SCB Investment Forum For Wealth 2024</strong> โดยได้รับเกียรติจากพันธมิตรทางธุรกิจบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ระดับโลก ได้แก่  Blackrock, Amundi และ Schroders มาร่วมเปิด มุมมองการลงทุน ในหัวข้อ ‘<strong>Net Zero 2050 กับธุรกิจ Wealth ในประเทศไทย&#8217;</strong> เพื่อสะท้อนให้เห็นพัฒนาการด้านการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ แผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net Zero)  ที่ประเทศไทยประกาศเจตนารมณ์ที่จะบรรลุเป้าหมายภายในปี  2050 ควบคู่กับการให้ความสำคัญ ในเรื่อง สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยมองว่า<strong><em> การลงทุนที่ให้ความสำคัญกับ ESG จะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นอย่างเด่นชัดในทุกๆปี เพราะทั้งผู้ประกอบการและนักลงทุนต่างตระหนักให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างจริงจังกันมากขึ้น</em></strong></p>
<p>ทั้งนี้ SCB WEALTH  มีการนำเรื่อง ESG มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ ทั้งด้านการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ และการให้คำแนะนำการลงทุนกับลูกค้า โดยเรามุ่งมั่น​ยกระดับการใช้ประเด็น ESG เข้มข้นขึ้นต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่มาตรฐานระดับสูง ในด้านการระดมเงินลงทุนในกิจการที่คำนึงถึงเรื่อง ESG  เรามีแผนขยายการลงทุนทางด้านนี้เพิ่มขึ้น ผ่านการนำเสนอกองทุนรวมที่มุ่งสร้างผลตอบแทนเชิงบวก สำหรับการลงทุนสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ ESG</p>
<p>ล่าสุด ได้สนับสนุนการจำหน่ายกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด ที่คัดสรรให้นักลงทุนได้เลือก 3 กองทุน ได้แก่<strong> 1) กองทุน SCBTM (Thai ESG)</strong> ลงทุนแบบผสมหุ้นไทยและตราสารหนี้ <strong> 2) กองทุน SCBTA (Thai ESG)</strong> ลงทุนหุ้นไทยแบบ Active และ<strong> 3) กองทุน SCBTP (Thai ESG)</strong> ลงทุนหุ้นไทยแบบ Passive ซึ่งเราเชื่อว่า กองทุน Thai ESG นี้ จะเป็นทางเลือกที่ดีที่ช่วยให้ผู้ลงทุนได้มีส่วนร่วมสร้างผลเชิงบวกต่อโลก ทั้งยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีอย่างยั่งยืนในระยะยาว จากการลดความเสี่ยงจากประเด็นเชิงลบที่เกี่ยวข้องกับ ESG ได้อีกด้วย</p>
<p><strong>คุณธณาพล อิทธินิธิภัค</strong> Director and Head of Thai Business, Blackrock กล่าวว่า  บริษัทให้ความสำคัญกับการลงทุนยั่งยืน โดย​​มีระบบช่วย​วิเคราะห์ความเสี่ยงบริหารพอร์ตการลงทุนและเทรดสินทรัพย์ต่างๆ (Aladdin)  ซึ่งสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์และติดตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของบริษัทต่างๆ โดย​พบว่า <em><strong>ในระยะข้างหน้า บริษัทที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อยอดขายในระดับสูง จะมีแนวโน้มในการทำกำไรที่ต่ำเมื่อเทียบกับปริษัทที่มีการปล่อยก๊าซฯที่น้อยกว่า</strong></em> ทั้งจากเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและผลกระทบจากนโยบายของภาครัฐ ดังนั้น การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด จึงเป็นแนวโน้มที่จะได้เห็นในทศวรรษต่อจากนี้</p>
<p>ทั้งนี้ คาดว่า การลงทุนในพลังงานสะอาดทั่วโลก มีแนวโน้มเพิ่มเป็น 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2573 จากสิ้นปี 2565 มีการลงทุน 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ที่ทำให้การใช้พลังงานสะอาดมีต้นทุนต่ำลงและน่าสนใจ ซึ่งในเอเชียมีบริษัทที่ทำธุรกิจนี้ค่อนข้างมากและเติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น จีน มีบริษัทผลิตแผงโซลาร์ใหญ่ที่สุดในโลก และมีแหล่งผลิตนิกเกิลและลิเธียม ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในห่วงโซ่อุปทานพลังงานสะอาด คิดเป็นสัดส่วนเกินครึ่งนึงของโลก  ​เกาหลีที่มีแหล่งผลิตพลังงานลมขนาดใหญ่ หรือออสเตรเลียที่มีการมุ่งเน้นพัฒนา Battery storage เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23103 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/5-7.jpg" alt="" width="1200" height="769" /></p>
<p><strong>คุณวีรวัฒน์ คิรินทร์รัตนะ</strong> Head of Distribution Sales Thailand, Amundi กล่าวว่า ​​ทุกภาคส่วนของไทยทั้งรัฐบาลและเอกชน เริ่มตื่นตัวกับกระแสการดำเนินงานที่มุ่งสู่ Net Zero มากขึ้น โดยในส่วนของ Amundi มองว่า การดำเนินการตามเป้าหมาย Net Zero ต้องใช้ความพยายามเปลี่ยนแปลงในทันที ซึ่งเราได้ดำเนินการผ่าน 3 ด้าน คือ<strong> 1) ผลิตภัณฑ์</strong> ผ่านการนำเสนอทางเลือกลงทุนที่มุ่งสู่ Net Zero ที่สอดคล้องกับนักลงทุนทุกประเภท <strong>2) การเข้าไปมีส่วนร่วมและให้คำแนะนำแก่ลูกค้า</strong> การดำเนินการที่สอดคล้องกับ Net Zero และ <strong>3) บริษัทที่เราเข้าไปลงทุน</strong> โดยมีส่วนร่วมส่งเสริมการปรับใช้และดำเนินการตามแผนการเปลี่ยนแปลงที่น่าเชื่อถือเพื่อมุ่งสู่ Net Zero</p>
<p>นอกจากนี้ เรายังใช้แนวทางที่ดีที่สุดเพื่อคัดกรองบริษัททั้งหมดที่ไม่ตรงตามเกณฑ์ ESG ของเราออกไป จากนั้นก็จะประเมินบริษัทที่เข้าเกณฑ์ ESG เป็นรายบริษัท เพื่อให้คะแนน ESG และวิเคราะห์ด้านอื่นๆ เพื่อประเมินความเหมาะสม สำหรับพอร์ตโฟลิโอ โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์การลงทุนที่วางไว้</p>
<p>สำหรับ กระแสการลงทุนใน ESG  เราพบว่า ในปี 2565 มากกว่า 60% ของเงินลงทุนในกองทุนรวมดัชนี (ETF) จะอยู่ในกองทุนที่คำนึงถึงประเด็น ESG ส่วนผลิตภัณฑ์ ETF ใหม่ๆ ที่ออกมาในปี 2565 เป็น ETF ด้าน ESG ถึง 77%  พร้อมมีมุมมองว่าการลงทุนผ่านกองทุนที่คำนึงถึงเรื่อง ESG จะทำให้นักลงทุนคาดหวังผลตอบแทนพร้อมกับการสร้างความยั่งยืนให้กับโลกได้  ขณะที่การลงทุนบนธีม ESG ควรกลายเป็นเงินลงทุนส่วนหลักของพอร์ต (Core Portfolio) ไม่ใช่เพียงการลงทุนในธีมเฉพาะทางที่เป็นส่วนเสริมของพอร์ต (Satellite Portfolio) อีกต่อไป</p>
<p><strong>คุณอาทิตย์ ทองเจริญ</strong> Head of Thailand Business, Schroders กล่าวว่า Schroders ​จัดตั้งหน่วยงานเกี่ยวกับ ESG โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2541 เพื่อกำหนดนโยบายด้านความยั่งยืน นำประเด็น ESG มาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการลงทุน โดยปัจจุบัน มีการนำกระบวนการพิจารณาด้านความยั่งยืนและ ESG มาใช้ในการพิจารณาการลงทุนในสินทรัพย์ทั้งหมดของ Schroders โดยเรามองว่า นับจากนี้จะได้เห็นบริษัทต่างๆ เปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนมากขึ้น เช่น ผลกระทบในเชิงบวกที่กองทุนมีต่อสังคม ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุน  ประเด็นเรื่องความหลากหลายและการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม (diversity &amp; inclusion) ของบริษัทที่ลงทุน ประเด็นเรื่องความโปร่งใสในการเปิดเผยรายงาน เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23107 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/3-10.jpg" alt="" width="1200" height="734" /></p>
<p>นอกจากนี้ เรามองว่า ในอนาคต Fund Fact Sheet ของกองทุนรวมต่างๆ ในไทย ต้องนำประเด็น ESG มาเผยแพร่เพิ่มเติม จากปัจจุบันเผยแพร่เพียงลงทุนอะไร มีสินทรัพย์ประเภทไหนบ้าง ลงทุนประเทศต่างๆ สัดส่วนเท่าไหร่ และผลการดำเนินงานเป็นอย่างไร เพราะประเด็น ESG เป็นสิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มาพร้อมโอกาสและความเสี่ยงในการลงทุน นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง 4 ด้านที่มีผลต่อมูลค่า (Valuation) ธุรกิจ ได้แก่<strong>  </strong><strong>การกำกับ</strong> หากบริษัทใดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มากกว่าที่ดูดซับได้ อาจจะต้องชดเชยด้วยคาร์บอนเครดิต ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัท <strong>ด้านเทคโนโลยี</strong> ที่บริษัทต้องลงทุนเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงาน</p>
<p><strong>ด้านเชื้อเพลิงฟอสซิล</strong> ซึ่งบริษัทที่ธุรกิจด้านพลังงานดั้งเดิม เช่นพลังงานจากฟอสซิส ก็ต้องมีการปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจเพื่อเข้าสู่พลังงานสะอาดมากขึ้น มิฉะนั้นก็จะกระทบกับ Valuation และ  <strong>ด้านความเสี่ยงทางกายภาพ</strong> กรณีที่ปรับตัวช้าทำให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกระทบเชิงกายภาพ บริษัทก็ได้รับผลกระทบตามด้วย</p>
<p>ในส่วนของนักลงทุน แม้การลงทุนโดยพิจารณาถึงสิ่งแวดล้อมจะมีความสำคัญมากขึ้น แต่จำนวนบริษัทที่มุ่งเน้นไปสู่ง Net Zero ปัจจุบันอาจจะมีสัดส่วนหรือจำนวนที่ยังไม่มากนักเพียงพอให้เลือกลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม หากมีการลงทุนโดยมุ่งเน้นเรื่องของสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อผลตอบแทน และความเสี่ยงของการลงทุนที่กระจุกตัวจนเกินไป จึงควรมีการปรับพอร์ตแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยควรผสมผสานลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินการที่ดีด้านนี้ และบริษัทที่แม้ว่ายังมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่อยู่ในขั้นปรับตัว เพื่อลดการปล่อยก๊าซ เพื่อให้มีจำนวนบริษัทที่ลงทุนได้มากขึ้น ทั้งยังเกิดประโยชน์ ด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับด้านเม็ดเงินลงทุนเพื่อพัฒนาปรับปรุงบริษัทไปสู่ Net Zero ด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/scb-wealth-net-zero-2050-with-wealth-management/">SCB WEALTH เร่งเครื่องขยายการลงทุน ESG มุ่งสร้างผลตอบแทนเชิงบวก​​ คาดแนวโน้มทั่วโลกลงทุนพลังงานสะอาดเพิ่มเป็น 3.2 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ ในปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
