<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Thai Union &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/thai-union/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 19 Jun 2026 11:12:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Thai Union &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไทยยูเนี่ยน เปิดรายงานความยั่งยืน ยกระดับ &#8216;มาตรฐานห่วงโซ่อาหารทะเล&#8217; บทพิสูจน์ความสำเร็จตลอดทศวรรษของกลยุทธ์ &#8216;SeaChange 2030&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/thai-union-10-yrs-seachange-and-sustainability-report/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jun 2026 10:15:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[10 ปี SeaChange]]></category>
		<category><![CDATA[Responsible Sourcing]]></category>
		<category><![CDATA[SD Report]]></category>
		<category><![CDATA[SEA the CHANGE. Be the CHANGE.]]></category>
		<category><![CDATA[Seachange®]]></category>
		<category><![CDATA[SeaChange® 2030]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[sustainability report]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Union]]></category>
		<category><![CDATA[TU]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดหาทูน่าอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ประมง]]></category>
		<category><![CDATA[พรภัสรา เอกกุล]]></category>
		<category><![CDATA[รายงานความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อดัม เบรนนัน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42552</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TU) เปิดรายงานความยั่งยืนประจำปี 2568  สะท้อนความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลที่มีความซับซ้อนเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ SeaChnage  มาตลอดทศวรรษ พร้อมปักหมุดความสำเร็จ จากการขับเคลื่อนกลยุทธ์ความยั่งยืน &#8216;SeaChange2030&#8216; ที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ การดูแลสวัสดิภาพแรงงาน การดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ การช่วยลดขยะพลาสติกในทะเล ตลอดจนการลงทุนเพื่อสังคม ยกระดับมาตรฐาน ตลอด &#8216;ห่วงโซ่อุปทาน&#8217; โดยเฉพาะการดำเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนาปรับปรุงการประมง ตามที่ได้มีการประกาศเจตนารมณ์ในการจัดหาปลาทูน่าอย่างยั่งยืน มาตั้งแต่ปี 2558 ทั้งการยกระดับมาตรฐานแรงงานบนเรือประมง ตลอดจนการเสริมสร้างความรับผิดชอบและความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่าในระยะยาว ซึ่งไทยยูเนี่ยนมีความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลอย่างมีนัยสำคัญ  ดังต่อไปนี้ &#8211; 99% ของปลาทูน่าที่ไทยยูเนี่ยนจัดหานั้นมาจากแหล่งที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานของ Marine Stewardship Council (MSC) อยู่ระหว่างการประเมิน หรือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาการประมง &#8211; 99% ของปริมาณวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่าของไทยยูเนี่ยน อยู่ภายใต้โครงการพัฒนาการทำงานและสวัสดิการแรงงานประมง (Fisher Work &#38; Welfare) การตรวจประเมินตามแนวปฏิบัติด้านแรงงานบนเรือประมง (Vessel Code of Conduct) หรือโครงการอื่นๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/thai-union-10-yrs-seachange-and-sustainability-report/">ไทยยูเนี่ยน เปิดรายงานความยั่งยืน ยกระดับ &#8216;มาตรฐานห่วงโซ่อาหารทะเล&#8217; บทพิสูจน์ความสำเร็จตลอดทศวรรษของกลยุทธ์ &#8216;SeaChange 2030&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TU) </strong>เปิดรายงานความยั่งยืนประจำปี 2568  สะท้อนความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลที่มีความซับซ้อนเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ <strong>SeaChnage </strong> มาตลอดทศวรรษ</p>
<p><span id="more-42552"></span></p>
<p>พร้อมปักหมุดความสำเร็จ จากการขับเคลื่อนกลยุทธ์ความยั่งยืน &#8216;<strong>SeaChange2030</strong>&#8216; ที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ การดูแลสวัสดิภาพแรงงาน การดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ การช่วยลดขยะพลาสติกในทะเล ตลอดจนการลงทุนเพื่อสังคม</p>
<p><strong>ยกระดับมาตรฐาน ตลอด &#8216;ห่วงโซ่อุปทาน&#8217;</strong></p>
<p>โดยเฉพาะการดำเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนาปรับปรุงการประมง ตามที่ได้มีการประกาศเจตนารมณ์ในการจัดหาปลาทูน่าอย่างยั่งยืน มาตั้งแต่ปี 2558 ทั้งการยกระดับมาตรฐานแรงงานบนเรือประมง ตลอดจนการเสริมสร้างความรับผิดชอบและความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่าในระยะยาว ซึ่งไทยยูเนี่ยนมีความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลอย่างมีนัยสำคัญ  ดังต่อไปนี้</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42555 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/K-Teerapong-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; 99%</strong> ของปลาทูน่าที่ไทยยูเนี่ยนจัดหานั้นมาจากแหล่งที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานของ Marine Stewardship Council (MSC) อยู่ระหว่างการประเมิน หรือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาการประมง</p>
<p><strong>&#8211; 99% </strong>ของปริมาณวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่าของไทยยูเนี่ยน อยู่ภายใต้โครงการพัฒนาการทำงานและสวัสดิการแรงงานประมง (Fisher Work &amp; Welfare) การตรวจประเมินตามแนวปฏิบัติด้านแรงงานบนเรือประมง (Vessel Code of Conduct) หรือโครงการอื่นๆ ที่เทียบเท่า</p>
<p><strong>&#8211; 100% </strong>ของปลาทูน่าที่จัดหาภายในห่วงโซ่อุปทาน สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงเรือประมงหรือกลุ่มเรือประมง ทั้งในรูปแบบดิจิทัลและรูปแบบเอกสาร</p>
<p><strong>&#8211; 95%</strong> ของห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่ามีการติดตามตรวจสอบขณะออกเดินเรือในทะเล ซึ่งช่วยให้สามารถตรวจสอบการดำเนินงานบนเรือประมงได้อย่างโปร่งใสและเป็นอิสระ</p>
<p>&#8211; การปฏิบัติตามมาตรการของมูลนิธิเพื่อความยั่งยืนของอาหารทะเลสากล (International Seafood Sustainability Foundation: ISSF) ได้ครบถ้วน <strong>100%</strong> โดยได้รับการยืนยันผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระ</p>
<p>&#8211; การปฏิบัติตามข้อกำหนดขององค์การบริหารจัดการประมงระดับภูมิภาค (Regional Fisheries Management Organizations: RFMO) ได้ครบถ้วน <strong>100%</strong> โดยไม่มีการจัดหาปลาทูน่าจากเรือที่อยู่ในบัญชีดำด้านการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42556 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ADAM.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณอดัม เบรนนัน </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสื่อสาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อาหารทะเลถือเป็นแหล่งอาหารสำคัญที่หล่อเลี้ยงประชากรโลกกว่า 3,100 ล้านคน ขณะที่ในอุตสาหกรรมอาหารทะเลยังเผชิญกับหลายปัจจัยความท้าทาย ทั้งจากสภาพอากาศที่ทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น การทำประมงเกินขนาด และความคาดหวังต่อความโปร่งใสและสวัสดิภาพแรงงาน ​การดูแลท้องทะเลให้ยังคงความอุดมสมบูรณ์และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีความรับผิดชอบ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารทะเลสู่อนาคตที่ยั่งยืน</p>
<p><em>&#8220;การดำเนินงานในห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่าของไทยยูเนี่ยนตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน การส่งเสริมความร่วมมือกับพันธมิตร ตลอดจนความมุ่งมั่นในการเดินหน้าสู่เป้าหมายอย่างต่อเนื่องแม้ต้องเผชิญกับความท้าทาย ​​นำมาสู่ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น และยังคงมุ่งยกระดับการดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบในห่วงโซ่อุปทาน ภายใต้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพราะทุกรายละเอียดล้วนมีความสำคัญ ตั้งแต่กระบวนการพัฒนาปรับปรุงการประมง การตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบ หน่วยงานที่ทำหน้าที่ทวนสอบมาตรฐาน ตลอดจนการดูแลสวัสดิภาพของแรงงานบนเรือประมง ซึ่งไทยยูเนี่ยน​ขับเคลื่อนให้เกิดความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในมิติดังกล่าว และเรายังคงมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมปกป้องมหาสมุทร ส่งเสริมให้ผู้คนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และดูแลให้ปลาทูน่ายังคงเป็นแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์สำหรับคนรุ่นถัดไป”</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42558 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/11.-กิจกรรมเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติ-1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>นอกจากการขับเคลื่อนผ่านห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่าแล้ว ไทยยูเนี่ยนยังให้ความสำคัญในการทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายในมิติอื่น ภายใต้กลยุทธ์ ​SeaChange โดยมีความคืบหน้าสำคัญเพิ่มเติม เช่น ​</p>
<p><strong>&#8211; การลดคาร์บอนภายในธุรกิจ (สโคป 1 และ 2) ลงได้แล้ว 29%</strong> จากเป้าหมาย​ 50% ภายในปี 2030 ทั้งจากการใช้พลังงานหมุนเวียนและเพิ่มประสิทธิภ่พการใช้พลังงาน รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ</p>
<p><strong>&#8211; การเก็บขยะในทะเลโดยรวมได้ 512 ตัน คิดเป็น 34%  หรือขับเคลื่อนได้ราว 1 ใน 3</strong> ของเป้าหมายที่วางไว้ ​1,500 ตัน</p>
<p><strong>&#8211; การเปิดตัวโครงการกุ้งคาร์บอนต่ำ เพื่อลดคาร์บอนจากฟาร์มกุ้งลงได้ 30%</strong> จากแนวทางเดิม ​รวมทั้ง​สามารถ<strong>จัดหากุ้งจากแหล่งเพาะเลี้ยงที่มีความรับผิดชอบได้แล้วกว่า 68%</strong></p>
<p><em>&#8220;ความท้าทายสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนตามกลยุทธ์ SeaChange 2030 คือ การลดคาร์บอนภายในธุรกิจ โดยเฉพาะการดำเนินงานในสโคป 3 หรือส่วนที่เกิดภายในห่วงโซ่ ซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ถึงกว่า 85% ซึ่งที่ผ่านมาพยายามทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์เพื่อขับเคลื่อนการลด Carbon Emission ได้เพิ่มมากขึ้น อาทิ ​​การจัดหากุ้งอย่างมีความรับผิดชอบ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบคาร์บอนต่ำ รวมทั้งความร่วมมือในมิติอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บกู้อุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในทะเล (ghost gear) การมีนโยบายการเงินเพื่อความยั่งยืน การฟื้นฟูระบบนิเวศ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งบนบกและในทะเล การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การยกระดับสวัสดิภาพแรงงาน ตลอดจนการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของชุมชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า เป็นต้น&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42559 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/35.-ร่วมกันเก็บขยะชายหาด-2.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>10 ปี SeaChange 2030 &#8216;Vision to Action&#8217;</strong></p>
<p>ด้าน <strong>คุณพรภัสรา เอกกุล</strong> ผู้จัดการแผนกฝ่ายการพัฒนาที่ยั่งยืนและกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การขับเคลื่อนกลยุทธ์ความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยน ภายใต้แผนงาน &#8216;SeaChnage 2030&#8217; ​เป็นโรดแม็พสำคัญในการดำเนินธุรกิ​จอย่างยั่งยืน ผ่านการขับเคลื่อนผ่าน 11 พันธกิจ เพื่อเชื่อมโยงสู่การปฏิบัติงานจริง ที่ครอบคลุมทั้งการดูแลสังคม ส่ิงแวดล้อม และธรรมาภิบาลในธุรกิจ โดยมีเป้าหมายสำคัญผ่าน 2 แกนหลัก คือ<strong> Healthy Living, Healthy Oceans    </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42564 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/55.-เด็ก-ๆ-สนุกกับการ-Workshop-พวงกุญแจจากขยะรีไซเคิล-2.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><em>&#8220;ปี 2569 ​เป็นโอกาสสำคัญที่ไทยยูเนี่ยน ขับเคลื่อนกลยุทธ์ SeaChange ครบรอบ 10 ปี หลังเปิดตัวในปี 2559 ก่อนจะต่อ​ยอดสู่ SeaChange 2030 จนถึงปัจจุบันเพื่อเป็นกรอบดำเนินงานด้านความยั่งยืนขององค์กร ​พร้อมจัดกิจกรรม <strong> &#8216;SeaChange Day&#8217;</strong> ภายใต้แนวคิด <strong>&#8216;SEA the CHANGE. Be the CHANGE.&#8217;</strong> เพื่อเชื่อมโยงพันธกิจ SeaChange2030 สู่ความร่วมมือในการลงมือปฏิบัติจริง ผ่านการให้ความรู้ แนวทางการฟื้นฟูระบบนิเวศ การส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และการผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรในภาคส่วนต่างๆ เพื่อมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารทะเลโลก ควบคู่ไปกับการปกป้องทรัพยากรทางทะเล ระบบนิเวศ และชุมชน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืนของอาหารทะเล&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42561 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/42.-เด็ก-ๆ-และพนักงานร่วมกันคัดแยกขยะ-1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>สำหรับกิจกรรม​ในโอกาสครบรอบ 10 ปี กลยุทธ์ SeaChange<sup>​</sup> ขับเคลื่อนผ่าน  4 กิจกรรมหลัก ประกอบด้วย<strong> Shape the Shore</strong> ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศป่าชายเลน ปลูกต้นโกงกาง และดูแลเรือนเพาะชำกล้าไม้ร่วมกับนักเรียนและครูในท้องถิ่น,<strong> Sea Scan</strong> ซึ่งเป็นกิจกรรมทำความสะอาดชายหาด คัดแยกขยะ และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาขยะทะเล ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีโดรนบินสำรวจเพื่อตรวจจับอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหาย (ghost gear) ตามแนวชายฝั่ง โดยร่วมมือกับ, <strong>ReLoop ReUse</strong> ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านการนำอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือหมดสภาพ มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ใช้งานได้จริง ปิดท้ายด้วยกิจกรรม และ​<strong> Tuna Lab</strong> ซึ่งแสดงให้เห็นการใช้ประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรอาหารทะเล นับตั้งแต่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและโภชนาการ การสกัดแคลเซียมจากกระดูกปลา ไปจนถึงการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42563 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/62.-กิจกรรม-Fish-Lab-3.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ทั้งนี้ ได้ผนึกกำลังพันธมิตรสำคัญ เพื่อสามารถขับเคลื่อนการปฏิบัติงานในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษาประเทศไทย (</strong><strong>EEC):</strong> ขับเคลื่อนการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมผ่านการลงมือปฏิบัติจริง นับตั้งแต่การศึกษาเกี่ยวกับระบบนิเวศป่าชายเลนและท้องทะเล ไปจนถึงกิจกรรมปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ในกลุ่มเยาวชน</p>
<p><strong>&#8211; ARRI (Aerial Recon &amp; Recovery Initiative):</strong> สาธิตการใช้โดรนและเทคโนโลยี AI เพื่อตรวจจับและระบุพิกัดอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหาย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเภทขยะทะเลที่อันตรายที่สุด และการนำขยะทะเลกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่</p>
<p><strong>&#8211; Second Life:</strong> นำเสนอแนวทางการคัดแยกและจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อแสดงให้เห็นถึงกระบวนการเก็บกู้ คัดแยกประเภท และส่งต่อขยะที่มีความเสี่ยงไหลลงสู่ทะเล (Ocean-Bound Plastic) ไปบริหารจัดการอย่างเหมาะสม</p>
<p><strong>&#8211; Seven Clean Seas:</strong> สนับสนุนภารกิจลดขยะพลาสติกในทะเลของไทยยูเนี่ยน ผ่านโครงการ HIPPO ระบบเก็บขยะในแม่น้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ช่วยดักจับขยะพลาสติกในแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนไหลลงสู่ทะเล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42567 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/3.-ภาพหมู่ผู้บริหาร-พันธมิตร-ที่ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้-2.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ผลสำเร็จที่ได้รับการยอมรับของไทยยูเนี่ยน สามารถพิสูจน์ได้จากความสามารถในการ​รักษาความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนบนเวทีโลก ในปี 2568 ที่ผ่านมา โดยได้รับคะแนน 89 จาก 100 ในการประเมิน Corporate Sustainability Assessment ของ S&amp;P Global และครองอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารของโลก จากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับผลการประเมินดัชนีชี้วัดความยั่งยืนด้านการบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ CDP ประจำปี 2568 ในระดับ A- ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มผู้นำ (Leadership) สะท้อนมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่แข็งแกร่ง ทั้งในด้านการกำหนดกลยุทธ์และเป้าหมายที่ท้าทาย ความก้าวหน้าที่เห็นผลเป็นรูปธรรม และการดำเนินงานที่โดดเด่นในอุตสาหกรรม</p>
<p>ส่วนในปี 2569 นี้ ได้รับการจัดอันดับในกลุ่ม Top 1% จาก S&amp;P Global Sustainability Yearbook ในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร ด้วยคะแนนรวม 89 จาก 100 คะแนน ความสำเร็จนี้ต่อยอดจากผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในช่วงที่ผ่านมา อาทิ การได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมอาหารของโลก จากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ ประจำปี 2561 2562 2565 และ 2567 การได้รับการปรับเพิ่มคะแนน ESG จาก FTSE Russell เป็น 4.3 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 การได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน หุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ AA</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42569 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1.-ภาพหมู่ผู้บริหาร-พันธมิตร-เด็กนักเรียน-ที่ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/thai-union-10-yrs-seachange-and-sustainability-report/">ไทยยูเนี่ยน เปิดรายงานความยั่งยืน ยกระดับ &#8216;มาตรฐานห่วงโซ่อาหารทะเล&#8217; บทพิสูจน์ความสำเร็จตลอดทศวรรษของกลยุทธ์ &#8216;SeaChange 2030&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยยูเนี่ยนจับมือสหพันธ์แรงงานขนส่งระหว่างประเทศ ยกระดับการสรรหาแรงงานอย่างมีจริยธรรมและการคุ้มครองแรงงานประมงข้ามชาติ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/tu-itf-ethical-recruitment-partnership/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 May 2026 05:32:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[International Transport Workers’ Federation]]></category>
		<category><![CDATA[ITF]]></category>
		<category><![CDATA[SeaChange® 2030]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Union]]></category>
		<category><![CDATA[TU]]></category>
		<category><![CDATA[จอห์นนี ฮานเซน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[สหพันธ์แรงงานขนส่งระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[อดัม เบรนนัน]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงานประมง]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41567</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ประกาศความร่วมมือกับสหพันธ์แรงงานขนส่งระหว่างประเทศ (International Transport Workers’ Federation หรือ ITF) เป็นระยะเวลาโครงการ 3 ปี เพื่อส่งเสริมแนวทางการสรรหาแรงงานอย่างมีจริยธรรม การคุ้มครองแรงงาน และการพัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียนและการเยียวยาแรงงานประมงข้ามชาติในห่วงโซ่อุปทานของบริษัท เนื่องในวันแรงงานสากล การดำเนินงานในระยะแรกจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มแรงงานประมงชาวอินโดนีเซีย บนเรือประมงสัญชาติไต้หวันในห่วงโซ่อุปทานของไทยยูเนี่ยน โดยบูรณาการแนวทางการบริหารจัดการคู่ค้าของไทยยูเนี่ยน เข้ากับประสบการณ์ความเชี่ยวชาญของ ITF ในการยกระดับสิทธิ สวัสดิภาพความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมการทำงานของแรงงานบนเรือประมง ทั้งนี้ ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว จะมีการแบ่งการดำเนินงานออกเป็นระยะ เริ่มต้นตั้งแต่การเตรียมความพร้อมให้แก่แรงงานประมงข้ามชาติผ่านการจัดฝึกอบรมก่อนออกเดินทางจากประเทศต้นทางและลงนามในสัญญาจ้าง การตรวจสอบรายละเอียดสัญญาจ้างและค่าบริการจัดหางาน การให้ความรู้ทางการเงิน ความปลอดภัย และอาชีวอนามัย ตลอดจนข้อมูลสิทธิแรงงานและการเข้าถึงกลไกการร้องเรียนต่างๆ&#8221; นายอดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสื่อสาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ไทยยูเนี่ยนให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย และการดูแลให้แรงงานได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ภายใต้ความร่วมมือกับ ITF ในครั้งนี้ เรามุ่งเน้นการทำงานที่เป็นระบบและยึดแรงงานเป็นศูนย์กลาง เพื่อยกระดับกระบวนการสรรหาแรงงานอย่างมีจริยธรรม พร้อมผลักดันกลไกการรับเรื่องร้องเรียนและการเยียวยาให้เกิดผลจริงในทางปฏิบัติ ซึ่งเราตั้งเป้าหมายให้ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นต้นแบบในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของอุตสาหกรรมโดยรวมต่อไป” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/tu-itf-ethical-recruitment-partnership/">ไทยยูเนี่ยนจับมือสหพันธ์แรงงานขนส่งระหว่างประเทศ ยกระดับการสรรหาแรงงานอย่างมีจริยธรรมและการคุ้มครองแรงงานประมงข้ามชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ประกาศความร่วมมือกับสหพันธ์แรงงานขนส่งระหว่างประเทศ (International Transport Workers’ Federation หรือ ITF) เป็นระยะเวลาโครงการ 3 ปี เพื่อส่งเสริมแนวทางการสรรหาแรงงานอย่างมีจริยธรรม การคุ้มครองแรงงาน และการพัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียนและการเยียวยาแรงงานประมงข้ามชาติในห่วงโซ่อุปทานของบริษัท เนื่องในวันแรงงานสากล</p>
<p><span id="more-41567"></span></p>
<p>การดำเนินงานในระยะแรกจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มแรงงานประมงชาวอินโดนีเซีย บนเรือประมงสัญชาติไต้หวันในห่วงโซ่อุปทานของไทยยูเนี่ยน โดยบูรณาการแนวทางการบริหารจัดการคู่ค้าของไทยยูเนี่ยน เข้ากับประสบการณ์ความเชี่ยวชาญของ ITF ในการยกระดับสิทธิ สวัสดิภาพความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมการทำงานของแรงงานบนเรือประมง</p>
<p>ทั้งนี้ ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว จะมีการแบ่งการดำเนินงานออกเป็นระยะ เริ่มต้นตั้งแต่การเตรียมความพร้อมให้แก่แรงงานประมงข้ามชาติผ่านการจัดฝึกอบรมก่อนออกเดินทางจากประเทศต้นทางและลงนามในสัญญาจ้าง การตรวจสอบรายละเอียดสัญญาจ้างและค่าบริการจัดหางาน การให้ความรู้ทางการเงิน ความปลอดภัย และอาชีวอนามัย ตลอดจนข้อมูลสิทธิแรงงานและการเข้าถึงกลไกการร้องเรียนต่างๆ&#8221;</p>
<p><strong>นายอดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสื่อสาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า “ไทยยูเนี่ยนให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย และการดูแลให้แรงงานได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ภายใต้ความร่วมมือกับ ITF ในครั้งนี้ เรามุ่งเน้นการทำงานที่เป็นระบบและยึดแรงงานเป็นศูนย์กลาง เพื่อยกระดับกระบวนการสรรหาแรงงานอย่างมีจริยธรรม พร้อมผลักดันกลไกการรับเรื่องร้องเรียนและการเยียวยาให้เกิดผลจริงในทางปฏิบัติ ซึ่งเราตั้งเป้าหมายให้ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นต้นแบบในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของอุตสาหกรรมโดยรวมต่อไป”</p>
<p><strong>นายจอห์นนี ฮานเซน ประธานภาคการประมง สหพันธ์แรงงานขนส่งระหว่างประเทศ (</strong><strong>ITF)</strong> กล่าวว่า “เป็นที่ทราบกันดีว่าอุตสาหกรรมประมงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงและอันตรายมากที่สุดในโลก ทว่าความเสี่ยงเหล่านี้สามารถบริหารจัดการและป้องกันได้ ความร่วมมือระหว่าง ITF และไทยยูเนี่ยนในครั้งนี้จึงเป็นต้นแบบสำคัญของการประสานพลังระหว่างองค์กรธุรกิจและสหภาพแรงงาน เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติต่อแรงงานในภาคประมงอย่างเป็นธรรมและการเคารพสิทธิมนุษยชน”</p>
<p>ความร่วมมือในครั้งนี้ยังส่งเสริมการนำเครื่องมือดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ โดยถอดบทเรียนความสำเร็จจากอุตสาหกรรมอื่นๆ เพื่อยกระดับความโปร่งใสและการตรวจสอบข้อมูลด้านแรงงานอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการออกแบบกรอบการดำเนินงานในการรับเรื่องร้องเรียนและเยียวยาที่เปิดโอกาสให้ทั้งไทยยูเนี่ยน ITF และเจ้าของเรือประมงได้ทำงานร่วมกัน ซึ่งนับเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างพลังเสียงของแรงงาน ทำให้สามารถระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมศักยภาพในการขยายผลความร่วมมือในอนาคต</p>
<p>โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ <strong>SeaChange<sup>®</sup> 2030</strong> ของไทยยูเนี่ยน ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืนระดับโลกของบริษัท ในการสร้างอุตสาหกรรมอาหารทะเลที่แข็งแกร่ง ผ่านการจัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ การเสริมสร้างการคุ้มครองทางสังคมที่เข้มแข็งตลอดห่วงโซ่อุปทาน และการดูแลสุขภาพของท้องทะเลในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/tu-itf-ethical-recruitment-partnership/">ไทยยูเนี่ยนจับมือสหพันธ์แรงงานขนส่งระหว่างประเทศ ยกระดับการสรรหาแรงงานอย่างมีจริยธรรมและการคุ้มครองแรงงานประมงข้ามชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยยูเนี่ยน เดินหน้ายกระดับสวัสดิภาพลูกเรือประมง นำร่องติดตั้ง Wi‑Fi บนเรือประมงพันธมิตร ตอบโจทย์กลยุทธ์ยั่งยืน SeaChange® 2030</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/thai-union-commits-to-free-wi-fi-for-fishers/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Mar 2026 12:59:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Fair trade]]></category>
		<category><![CDATA[Seachange®]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Union]]></category>
		<category><![CDATA[TU]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ติดตั้ง Wi‑Fi บนเรือประมง]]></category>
		<category><![CDATA[ทูน่า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[อดัม เบรนนัน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[เรือประมง]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40467</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ประกาศพันธกิจสำคัญในการยกระดับสวัสดิภาพแรงงานบนเรือประมง ซึ่งเป็นกลุ่มคนผู้เป็นหัวใจสำคัญของภาคอุตสาหกรรมอาหารทะเล ผ่านนโยบายติดตั้ง Wi‑Fi บนเรือประมง พันธกิจนี้ถือเป็นเสาหลักสำคัญภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® ซึ่งดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 โดยไทยยูเนี่ยนตั้งเป้าให้ 50% ของเรือทูน่าในน่านน้ำสากลซึ่งเป็นคู่ค้าของเรา มีการติดตั้ง Wi-Fi บนเรือภายในสิ้นปี 2569 และจะเพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็น 75% ภายในปี 2571 โครงการริเริ่มดังกล่าวสะท้อนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่เป็นรูปธรรม และตอกย้ำแนวคิดของไทยยูเนี่ยนที่ว่าหัวใจสำคัญของวัตถุดิบอาหารทะเลคุณภาพนั้น เริ่มต้นจากการให้ความสำคัญกับผู้คนที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ของเรา โดยพันธกิจดังกล่าวมุ่งยกระดับสภาพการทำงานบนเรือประมง ผ่านการส่งเสริมการเข้าถึงระบบการสื่อสารที่มีความเสถียรและต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเรือประมงที่ต้องออกปฏิบัติงานกลางทะเลเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากการต้องอยู่ห่างจากครอบครัวหรือชุมชน อาจสร้างผลกระทบต่อแรงงานอย่างมีนัยสำคัญ ไทยยูเนี่ยนตระหนักดีว่ามีผู้คนนับล้านชีวิตที่พึ่งพาอุตสาหกรรมอาหารทะเลในการดำรงชีพ บริษัทจึงยึดมั่นในมาตรฐานจริยธรรมและความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด รวมทั้งการส่งเสริมสิทธิในการเข้าถึงบริการการเชื่อมต่อ อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน นายอดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในโอกาสครบรอบ 10 ปีกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® เราเชื่อว่า ‘ผู้คน’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/thai-union-commits-to-free-wi-fi-for-fishers/">ไทยยูเนี่ยน เดินหน้ายกระดับสวัสดิภาพลูกเรือประมง นำร่องติดตั้ง Wi‑Fi บนเรือประมงพันธมิตร ตอบโจทย์กลยุทธ์ยั่งยืน SeaChange® 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ประกาศพันธกิจสำคัญในการยกระดับสวัสดิภาพแรงงานบนเรือประมง ซึ่งเป็นกลุ่มคนผู้เป็นหัวใจสำคัญของภาคอุตสาหกรรมอาหารทะเล ผ่านนโยบายติดตั้ง Wi‑Fi บนเรือประมง</p>
<p><span id="more-40467"></span></p>
<p>พันธกิจนี้ถือเป็นเสาหลักสำคัญภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange<sup>®</sup> ซึ่งดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 โดยไทยยูเนี่ยน<strong>ตั้งเป้าให้ </strong><strong>50% </strong><strong>ของเรือทูน่าในน่านน้ำสากลซึ่งเป็นคู่ค้าของเรา มีการติดตั้ง </strong><strong>Wi-Fi </strong><strong>บนเรือ</strong><strong>ภายในสิ้นปี 2569 และจะเพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็น 75% ภายในปี 2571</strong> โครงการริเริ่มดังกล่าวสะท้อนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่เป็นรูปธรรม และตอกย้ำแนวคิดของไทยยูเนี่ยนที่ว่าหัวใจสำคัญของวัตถุดิบอาหารทะเลคุณภาพนั้น เริ่มต้นจากการให้ความสำคัญกับผู้คนที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ของเรา โดยพันธกิจดังกล่าวมุ่งยกระดับสภาพการทำงานบนเรือประมง ผ่านการส่งเสริมการเข้าถึงระบบการสื่อสารที่มีความเสถียรและต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเรือประมงที่ต้องออกปฏิบัติงานกลางทะเลเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากการต้องอยู่ห่างจากครอบครัวหรือชุมชน อาจสร้างผลกระทบต่อแรงงานอย่างมีนัยสำคัญ ไทยยูเนี่ยนตระหนักดีว่ามีผู้คนนับล้านชีวิตที่พึ่งพาอุตสาหกรรมอาหารทะเลในการดำรงชีพ บริษัทจึงยึดมั่นในมาตรฐานจริยธรรมและความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด รวมทั้งการส่งเสริมสิทธิในการเข้าถึงบริการการเชื่อมต่อ อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน</p>
<p><strong>นายอดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “ในโอกาสครบรอบ 10 ปีกลยุทธ์ความยั่งยืน<strong> SeaChange<sup>®</sup></strong> เราเชื่อว่า ‘<strong>ผู้คน’</strong> คือหัวใจสำคัญผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเรา พันธกิจในครั้งนี้นับเป็นการขับเคลื่อนกลยุทธ์ความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยนให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น ผ่านการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อสนับสนุนแรงงานที่ปฏิบัติงานอยู่กลางทะเล การติดตั้งอินเทอร์เน็ต Wi‑Fi บนเรือประมงถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงาน ช่วยให้พวกเขาสามารถติดต่อกับครอบครัวและคนที่รัก ติดตามข้อมูลข่าวสารที่สำคัญ และเข้าถึงช่องทางร้องเรียนได้สะดวกยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำความเชื่อของเราที่ว่า การเข้าถึงบริการการสื่อสารคือกลไกสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพของแรงงาน เพิ่มความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทาน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตและอนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นสำหรับผู้คนในชุมชน นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับข้อเสนอแนะจากองค์กรภาคประชาสังคม ซึ่งมีส่วนสำคัญในการต่อยอดแนวคิดของเรา โดยไทยยูเนี่ยนมุ่งหวังให้โครงการนี้เป็นตัวกำหนดมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม และแสดงให้เห็นถึงประโยชน์จากการเข้าถึงบริการการสื่อสารได้อย่างไร้รอยต่อ ผ่านแนวปฏิบัติที่สามารถนำไปขยายผลได้จริง”</p>
<p>นโยบายติดตั้ง Wi‑Fi บนเรือประมงถือเป็นมาตรการที่สำคัญในการยกระดับสภาพแวดล้อมการทำงานของแรงงานบนเรือทูน่าในน่านน้ำสากล โดยไทยยูเนี่ยนจะเริ่มดำเนินการในกลุ่มเรือประมงที่ต้องออกปฎิบัติงานกลางทะเลเป็นระยะเวลานานที่สุดก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถติดต่อสื่อสารกับครอบครัวและชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของไทยยูเนี่ยนในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของกลุ่มคนผู้อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ของเรา และการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและตั้งอยู่บนหลักจริยธรรม</p>
<p>ทั้งนี้  ไทยยูเนี่ยนตั้งเป้าขยายขอบเขตการติดตั้ง Wi-Fi ให้ครอบคลุมเรือประมงจำนวน 50% ภายในปี 2569 โดยยึดแนวทางการดำเนินงานที่เป็นไปได้จริงตามแผนที่วางไว้ในแต่ละระยะ เพื่อมุ่งสู่การยกระดับการเข้าถึงบริการการเชื่อมต่อสำหรับเรือประมงทั้งหมดในอนาคต</p>
<p><strong>คุณอดัม อธิบาย </strong>เพิ่มเติมว่า “เป้าหมายดังกล่าวสะท้อนแนวทางการทำงานที่สอดคล้องกับบริบทการดำเนินงานจริง เมื่อคำนึงถึงความซับซ้อนด้านเทคนิค ความหลากหลายของประเภทเรือ และข้อจำกัดด้านความครอบคลุมของสัญญาณดาวเทียมที่ยังไม่ทั่วถึง ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญในการวางระบบโครงข่ายที่มีเสถียรภาพในทะเล เป้าหมายในระยะแรกของเราจึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินงานจริง และสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม”</p>
<p>ไทยยูเนี่ยนตั้งเป้าขยายขอบเขตการดำเนินงานให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เมื่อโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าและเอื้อต่อการเข้าถึงมากขึ้น ควบคู่ไปกับการสั่งสมประสบการณ์และองค์ความรู้จากการปฏิบัติงานจริง เพื่อเป็นต้นแบบให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถนำไปขยายผลในวงกว้าง ความพยายามนี้สะท้อนถึงแนวคิดแบบองค์รวมของไทยยูเนี่ยนที่ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้าง ‘ระบบนิเวศชุมชน’ ไปพร้อมกับการดูแลระบบนิเวศทางทะเล เพื่อร่วมกันปกป้องความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลไว้ให้คนรุ่นหลัง ในฐานะผู้ผลิตและแปรรูปอาหารทะเลชั้นนำระดับโลกรายแรกที่ประกาศพันธกิจดังกล่าว ไทยยูเนี่ยนมุ่งมั่นสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม พร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่าพลังแห่งการเชื่อมต่อสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกได้อย่างแท้จริง</p>
<p>ตลอดระยะเวลา 10 ปีของกลยุทธ์ <strong>SeaChange<sup>®</sup></strong> สะท้อนให้เห็นว่าหัวใจของความสำเร็จนั้นคือ ‘ผู้คน’ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้แรงงานบนเรือประมงสามารถเข้าถึง Wi-Fi แม้ขณะปฏิบัติงานอยู่กลางทะเล การเสริมสร้างรายได้ของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งภายใต้หลักการแฟร์เทรด (Fair Trade) และการเลี้ยงกุ้งทะเลคาร์บอนต่ำ ไปจนถึงการยึดมั่นในหลักการสรรหาแรงงานอย่างมีจริยธรรมและการปฏิบัติต่อแรงงานด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพื่อให้ไทยยูเนี่ยนเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับชุมชนในทุกพื้นที่ที่บริษัทเข้าไปดำเนินธุรกิจ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/thai-union-commits-to-free-wi-fi-for-fishers/">ไทยยูเนี่ยน เดินหน้ายกระดับสวัสดิภาพลูกเรือประมง นำร่องติดตั้ง Wi‑Fi บนเรือประมงพันธมิตร ตอบโจทย์กลยุทธ์ยั่งยืน SeaChange® 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยยูเนี่ยนยืนหนึ่ง Top 1% ผู้นำความยั่งยืนอุตสาหกรรมอาหาร จาก S&#038;P Global Sustainability Yearbook ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/tu-top-leader-sp-global-sustainability-yearbook-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 01 Mar 2026 06:33:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Assessment]]></category>
		<category><![CDATA[CSA]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[FTSE Russell ESG]]></category>
		<category><![CDATA[S&P Global Sustainability Yearbook]]></category>
		<category><![CDATA[S&P Global Sustainability Yearbook 2026]]></category>
		<category><![CDATA[SeaChange® 2030]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Union]]></category>
		<category><![CDATA[Top 1%]]></category>
		<category><![CDATA[TU]]></category>
		<category><![CDATA[การประเมิน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[อดัม เบรนนัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40278</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ได้รับรางวัล &#8216;S&#38;P Global Sustainability Yearbook 2026&#8217; โดยผลคะแนนของบริษัทอยู่ในระดับ Top 1% ของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร ด้วยคะแนนรวม 89 จาก 100 คะแนน ซึ่งนับเป็นคะแนนที่เพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนหน้า และนับเป็นคะแนนสูงที่สุดในบรรดาสมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันที่ได้รับการจัดอันดับในปีนี้ ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของไทยยูเนี่ยนจากการประเมินความยั่งยืนระดับองค์กรโดย S&#38;P Global ประจำปี 2568 (Corporate Sustainability Assessment หรือ CSA) ซึ่งเป็นหนึ่งในเกณฑ์มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG) ที่มีความครอบคลุมและได้รับการยอมรับสูงสุดในระดับสากล โดยผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่โดดเด่นในระดับผู้นำอุตสาหกรรมของไทยยูเนี่ยนนั้น ครอบคลุมตั้งแต่การยกระดับการกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทานและการตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงโครงการต่าง ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (human rights due diligence) และการสรรหาแรงงานอย่างมีจริยธรรม คุณอดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและสื่อสารองค์กร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/tu-top-leader-sp-global-sustainability-yearbook-2026/">ไทยยูเนี่ยนยืนหนึ่ง Top 1% ผู้นำความยั่งยืนอุตสาหกรรมอาหาร จาก S&#038;P Global Sustainability Yearbook ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ<strong> TU</strong> ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ได้รับรางวัล <strong>&#8216;S&amp;P Global Sustainability Yearbook 2026&#8217;</strong> โดยผลคะแนนของบริษัทอยู่ในระดับ Top 1% ของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร ด้วยคะแนนรวม 89 จาก 100 คะแนน</p>
<p><span id="more-40278"></span></p>
<p>ซึ่งนับเป็นคะแนนที่เพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนหน้า และนับเป็นคะแนนสูงที่สุดในบรรดาสมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันที่ได้รับการจัดอันดับในปีนี้</p>
<p>ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของไทยยูเนี่ยนจากการประเมินความยั่งยืนระดับองค์กรโดย <strong>S&amp;P Global ประจำปี 2568</strong> (Corporate Sustainability Assessment หรือ CSA) ซึ่งเป็นหนึ่งในเกณฑ์มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG) ที่มีความครอบคลุมและได้รับการยอมรับสูงสุดในระดับสากล</p>
<p>โดยผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่โดดเด่นในระดับผู้นำอุตสาหกรรมของไทยยูเนี่ยนนั้น ครอบคลุมตั้งแต่การยกระดับการกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทานและการตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงโครงการต่าง ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (human rights due diligence) และการสรรหาแรงงานอย่างมีจริยธรรม</p>
<p><strong>คุณอดัม เบรนนัน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่ม Top 1% ของกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารใน S&amp;P Global Sustainability Yearbook ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของเราภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน <strong>SeaChange® 2030</strong> ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความยั่งยืนได้ถูกบูรณาการอยู่ในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจและห่วงโซ่คุณค่า นับตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน”</p>
<p>ทั้งนี้ มีบริษัทมากกว่า 9,200 แห่งทั่วโลกที่ได้รับเชิญให้เข้ารับการประเมิน และมีบริษัทที่ได้รับคัดเลือกให้ลงในรายงานจำนวน 848 แห่ง สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร มีบริษัทที่ได้รับคัดเลือกจำนวน 30 แห่ง จากบริษัทที่เข้ารับการประเมินทั้งสิ้น 241 แห่ง ซึ่งรางวัลในครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการที่ไทยยูเนี่ยนได้รับการจัดอันดับใน S&amp;P Global Sustainability Yearbook มาอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40279" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/S__19841115.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 ได้วางกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจนเพื่อขับเคลื่อนการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการคุ้มครองทางสังคมตลอดห่วงโซ่อุปทาน และการสนับสนุนความสมบูรณ์ของมหาสมุทรในระยะยาว เพื่อช่วยสร้างอุตสาหกรรมอาหารทะเลที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวของธุรกิจและส่งมอบคุณค่าในระยะยาว&#8221;</em></p>
<p>ความสำเร็จในครั้งนี้ยังสอดคล้องกับผลการประเมินด้าน ESG และมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลอื่นๆ ที่บริษัทได้รับเมื่อเร็วๆ นี้ อาทิ คะแนน FTSE Russell ESG ที่ 4.3 จาก 5 คะแนน ผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Rating ระดับ AA และคะแนนการเปิดเผยข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศจาก CDP ประจำปี 2568 ในระดับ A-</p>
<p>ทั้งนี้ ไทยยูเนี่ยนเคยได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร (Food Products Industry Index) ของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ หรือ DJSI มาแล้วถึง 4 ครั้ง ในปี 2561, 2562, 2565 และ 2567<br />
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์ความยั่งยืน <strong>SeaChange® 2030</strong> ได้ที่ seachangesustainability.org</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/tu-top-leader-sp-global-sustainability-yearbook-2026/">ไทยยูเนี่ยนยืนหนึ่ง Top 1% ผู้นำความยั่งยืนอุตสาหกรรมอาหาร จาก S&#038;P Global Sustainability Yearbook ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยยูเนี่ยน ได้รับผลการประเมินดัชนีชี้วัดด้านการบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ CDP ระดับ A- ตอกย้ำความก้าวหน้าภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/thai-union-achieves-aminus-rating-from-cdp/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Dec 2025 03:28:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Assessment]]></category>
		<category><![CDATA[CDP]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Leadership]]></category>
		<category><![CDATA[SeaChange® 2030]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Union]]></category>
		<category><![CDATA[TU]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[อดัม เบรนนัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38858</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้รับผลการประเมินดัชนีชี้วัดความยั่งยืนด้านการบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ CDP ประจำปี 2025 ในระดับ A- ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มผู้นำ (Leadership) สะท้อนมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่แข็งแกร่ง ทั้งในด้านการกำหนดกลยุทธ์และเป้าหมายที่ท้าทาย ความก้าวหน้าที่เห็นผลเป็นรูปธรรม และการดำเนินงานที่โดดเด่นในอุตสาหกรรม โดย CDP เป็นองค์กรเพื่อสาธารณประโยชน์ด้านการบริหารการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทำหน้าที่ประเมินบริษัทมากกว่า 22,000 แห่งทั่วโลกจากข้อมูลที่รายงานผ่านแบบสอบถามด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การตัดไม้ทำลายป่า และความมั่นคงของน้ำ ผลการประเมินที่ขยับขึ้นจากระดับ B ในปีก่อนหน้า สะท้อนความพยายามของไทยยูเนี่ยนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการดำเนินงาน การสร้างห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลที่มีความรับผิดชอบ และการปกป้องรักษาระบบนิเวศทางทะเล ภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 ซึ่งขับเคลื่อนผ่านการจัดสรรงบประมาณเฉพาะด้าน และการเดินหน้าพันธกิจต่างๆ ได้แก่ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ การส่งเสริมการทำเกษตรกรรมที่ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า การปรับปรุงการดำเนินงานภายในโรงงานเพื่อลดการปล่อยน้ำเสียให้เป็นศูนย์ ลดของเสียฝังกลบเป็นศูนย์ และลดการสูญเสียอาหารเป็นศูนย์ ในโรงงานหลักห้าแห่งทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งช่วยสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับทั้งผู้คน โลก และสัตว์เลี้ยง นายอดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/thai-union-achieves-aminus-rating-from-cdp/">ไทยยูเนี่ยน ได้รับผลการประเมินดัชนีชี้วัดด้านการบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ CDP ระดับ A- ตอกย้ำความก้าวหน้าภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> ได้รับผลการประเมินดัชนีชี้วัดความยั่งยืนด้านการบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ CDP ประจำปี 2025 ในระดับ A- ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มผู้นำ (Leadership)</p>
<p><span id="more-38858"></span></p>
<p>สะท้อนมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่แข็งแกร่ง ทั้งในด้านการกำหนดกลยุทธ์และเป้าหมายที่ท้าทาย ความก้าวหน้าที่เห็นผลเป็นรูปธรรม และการดำเนินงานที่โดดเด่นในอุตสาหกรรม โดย CDP เป็นองค์กรเพื่อสาธารณประโยชน์ด้านการบริหารการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทำหน้าที่ประเมินบริษัทมากกว่า 22,000 แห่งทั่วโลกจากข้อมูลที่รายงานผ่านแบบสอบถามด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การตัดไม้ทำลายป่า และความมั่นคงของน้ำ</p>
<p>ผลการประเมินที่ขยับขึ้นจากระดับ B ในปีก่อนหน้า สะท้อนความพยายามของไทยยูเนี่ยนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการดำเนินงาน การสร้างห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลที่มีความรับผิดชอบ และการปกป้องรักษาระบบนิเวศทางทะเล ภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน <strong>SeaChange® 2030</strong> ซึ่งขับเคลื่อนผ่านการจัดสรรงบประมาณเฉพาะด้าน และการเดินหน้าพันธกิจต่างๆ ได้แก่ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ การส่งเสริมการทำเกษตรกรรมที่ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า การปรับปรุงการดำเนินงานภายในโรงงานเพื่อลดการปล่อยน้ำเสียให้เป็นศูนย์ ลดของเสียฝังกลบเป็นศูนย์ และลดการสูญเสียอาหารเป็นศูนย์ ในโรงงานหลักห้าแห่งทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งช่วยสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับทั้งผู้คน โลก และสัตว์เลี้ยง</p>
<p><strong>นายอดัม เบรนนัน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “CDP เป็นดัชนีชี้วัดความยั่งยืนที่สำคัญซึ่งสะท้อนระดับการเปิดเผยข้อมูลและความสามารถขององค์กรในการเปลี่ยนคำมั่นสัญญาสู่การดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศที่เป็นรูปธรรม ซึ่งกลยุทธ์ <strong>SeaChange® 2030</strong> ของไทยยูเนี่ยนนั้นขับเคลื่อนให้เกิดความก้าวหน้าในด้านการดำเนินงาน การจัดสรรเงินทุน และความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทาน นับตั้งแต่การผลิตอาหารทะเลคาร์บอนต่ำ ไปจนถึงการยกระดับความโปร่งใสในกระบวนการผลิตและส่งมอบอาหารทะเลสู่ผู้บริโภค”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38859 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/CDP-TU1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ตลอดปีที่ผ่านมา ไทยยูเนี่ยนยังคงเดินหน้าตามพันธสัญญาด้านสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศ ซึ่งรวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเดินหน้าบริหารจัดการผลกระทบในขอบเขตที่ 3 ผ่านโครงการต่างๆ เช่น โครงการกุ้งคาร์บอนต่ำ นอกจากนี้ บริษัทยังมีความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนเป้าหมายการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าภายใต้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนและการปกป้องระบบนิเวศ โดยมีโรงงานจำนวนเพิ่มขึ้นเดินหน้าสู่เป้าหมายของเสียฝังกลบเป็นศูนย์ รวมทั้งการเดินหน้าสู่เป้าหมายน้ำเสียเป็นศูนย์และการสูญเสียอาหารเป็นศูนย์ในโรงงานหลักของไทยยูเนี่ยน และการมุ่งยกระดับห่วงโซ่อุปทานให้ปลอดจากกิจกรรมที่นำไปสู่การตัดไม้ทำลายป่า”</p>
<p>ท่ามกลางผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งสร้างแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมอาหารทะเลทั่วโลก ไทยยูเนี่ยนเล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการขับเคลื่อนมาตรการด้านความยั่งยืนที่วัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรมตลอดทั่วทั้งอุตสาหกรรม</p>
<p>“ผลการประเมินจาก CDP ในครั้งนี้สะท้อนความก้าวหน้าของไทยยูเนี่ยน ภายใต้กลยุทธ์ SeaChange® 2030 ซึ่งเป็นกรอบการทำงานเพื่อมุ่งสู่อนาคต หน้าที่ของเราคือการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนของระบบนิเวศท้องทะเล สนับสนุนการผลิตอาหารทะเลคาร์บอนต่ำ และมุ่งยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมโดยรวม” นายอดัม กล่าว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/thai-union-achieves-aminus-rating-from-cdp/">ไทยยูเนี่ยน ได้รับผลการประเมินดัชนีชี้วัดด้านการบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ CDP ระดับ A- ตอกย้ำความก้าวหน้าภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยยูเนี่ยน จับมือพันธมิตรใช้โดรนและ AI แก้ปัญหาขยะพลาสติกและอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งในท้องทะเล</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/tu-collab-arri-to-recover-ghost-gear/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Nov 2025 14:07:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Aerial Recon & Recovery Initiative]]></category>
		<category><![CDATA[ARRI]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Ocean Clean Up]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Responsible Sourcing]]></category>
		<category><![CDATA[Sea Change 2030]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Union]]></category>
		<category><![CDATA[TU]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ธันยา กาญจนรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ประมง]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[อดัม เบรนนัน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[อุปกรณ์ประมง]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37877</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ผลิตอาหารทะเลชั้นนำของโลก ได้ร่วมมือกับโครงการ Aerial Recon &#38; Recovery Initiative (ARRI) เพื่อใช้เทคโนโลยีโดรนและปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอในการค้นหาและกำจัดขยะพลาสติกทางทะเลที่อันตรายที่สุดประเภทหนึ่ง ได้แก่ อุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในทะเล (Ghost Gear) จากน่านน้ำชายฝั่งบริเวณเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจระดับโลกของไทยยูเนี่ยน ภายใต้กลยุทธ์ SeaChange® 2030 ที่ตั้งเป้าในการลดการรั่วไหลของพลาสติกลงสู่มหาสมุทรให้ได้ 1,500 ตัน ภายในปี พ.ศ. 2573 โดยผสานความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยนเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยของ ARRI เพื่อช่วยปกป้องระบบนิเวศทางทะเลที่เปราะบาง ความร่วมมือนี้ต่อยอดจากโครงการต่าง ๆ ของไทยยูเนี่ยนที่มุ่งจัดการปัญหามลพิษจากขยะพลาสติกในหลายพื้นที่ เช่น การร่วมมือกับ Second Life องค์กรเพื่อสังคมที่มีเป้าหมายในการสร้างกลุ่มคนที่เก็บรวบรวมและรีไซเคิลขยะพลาสติกในชุมชนภาคใต้ของประเทศไทย การทำงานร่วมกับ Seven Clean Seas ผ่านโครงการ HIPPO (High Impact Plastic Pollution remOver) ให้การสนับสนุนการดำเนินงานเรือเก็บขยะพลังงานแสงอาทิตย์ ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณวัดจากแดง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/tu-collab-arri-to-recover-ghost-gear/">ไทยยูเนี่ยน จับมือพันธมิตรใช้โดรนและ AI แก้ปัญหาขยะพลาสติกและอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งในท้องทะเล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> หนึ่งในผู้ผลิตอาหารทะเลชั้นนำของโลก ได้ร่วมมือกับโครงการ <strong>Aerial Recon &amp; Recovery Initiative (ARRI)</strong> เพื่อใช้เทคโนโลยีโดรนและปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอในการค้นหาและกำจัดขยะพลาสติกทางทะเลที่อันตรายที่สุดประเภทหนึ่ง ได้แก่ อุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในทะเล (Ghost Gear) จากน่านน้ำชายฝั่งบริเวณเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี</p>
<p><span id="more-37877"></span></p>
<p>ความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจระดับโลกของไทยยูเนี่ยน ภายใต้กลยุทธ์<strong> SeaChange® 2030</strong> ที่ตั้งเป้าในการลดการรั่วไหลของพลาสติกลงสู่มหาสมุทรให้ได้ 1,500 ตัน ภายในปี พ.ศ. 2573 โดยผสานความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยนเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยของ ARRI เพื่อช่วยปกป้องระบบนิเวศทางทะเลที่เปราะบาง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37879 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TU-x-WPN-1-Re.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p>ความร่วมมือนี้ต่อยอดจากโครงการต่าง ๆ ของไทยยูเนี่ยนที่มุ่งจัดการปัญหามลพิษจากขยะพลาสติกในหลายพื้นที่ เช่น การร่วมมือกับ Second Life องค์กรเพื่อสังคมที่มีเป้าหมายในการสร้างกลุ่มคนที่เก็บรวบรวมและรีไซเคิลขยะพลาสติกในชุมชนภาคใต้ของประเทศไทย การทำงานร่วมกับ Seven Clean Seas ผ่านโครงการ HIPPO (High Impact Plastic Pollution remOver) ให้การสนับสนุนการดำเนินงานเรือเก็บขยะพลังงานแสงอาทิตย์ ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณวัดจากแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อดักจับขยะในแม่น้ำ ช่วยลดปริมาณขยะในบริเวณดังกล่าว และร่วมป้องกันปัญหาขยะไหลออกสู่ท้องทะเลรวมถึงการจัดกิจกรรมเก็บขยะทั่วโลกที่ระดมพนักงานและพันธมิตรของไทยยูเนี่ยนให้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>มร.อดัม เบรนนัน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มลพิษทางทะเลจากขยะพลาสติกมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะใช้แนวทางเดิม ๆ รับมือได้ ด้วยการผสานเทคโนโลยีโดรนและเอไออันล้ำสมัยของ ARRI เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนของไทยยูเนี่ยน เรากำลังลงมือแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อลดภัยคุกคามที่คงอยู่ยาวนานที่สุดในมหาสมุทร และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกเพื่อมุ่งฟื้นฟูสุขภาพของมหาสมุทร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37880 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TU-x-ARRI-2.jpg" alt="" width="1200" height="901" /><br />
<strong>ใช้เทคโนโลยีเพื่อค้นหาและกำจัดอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในทะเล</strong></p>
<p>อุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในทะเล (Ghost Gear) ถือเป็นขยะทางทะเลที่สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง เพราะเป็นกับดักของสัตว์น้ำ ทำลายแนวปะการัง และคุกคามทรัพยากรประมงและวิถีชีวิตชายฝั่ง เนื่องจากขยะประเภทนี้สามารถลอยอยู่ในทะเลโดยไม่ถูกพบเห็นเป็นเวลาหลายปี การค้นหาและเก็บกู้จึงเป็นเรื่องท้าทายมาโดยตลอด โครงการระยะเวลา 6 เดือนระหว่างไทยยูเนี่ยนและ ARRI นี้จะใช้เทคโนโลยีโดรนและเอไอเพื่อตรวจสอบและระบุพิกัดของเครื่องมือเหล่านี้ ตลอดพื้นที่กว่า 12 ตารางกิโลเมตรรอบเกาะพะงัน ซึ่งเป็นพื้นที่อุดมไปด้วยแนวปะการังและหญ้าทะเล เพื่อทำการเก็บและนำไปรีไซเคิลต่อไป</p>
<p>ARRI ใช้โดรนติดกล้องที่สามารถบันทึกภาพทุก 2 วินาที ทำให้ได้ภาพถ่ายความละเอียดสูงนับพันภาพ จากนั้นจะนำภาพเหล่านี้เข้าสู่ระบบเอไอที่พัฒนาโดย ARRI ซึ่งถูกฝึกให้สามารถระบุอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในทะเลได้โดยเฉพาะ ช่วยให้สามารถระบุตำแหน่งขยะและดำเนินการเก็บกู้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37881 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TU-x-ARRI-24.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p>วัสดุที่เก็บได้จะถูกชั่งน้ำหนัก คัดแยก และนำไปรีไซเคิลอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนและฟื้นฟูถิ่นอาศัยทางทะเลที่สำคัญ ในระหว่างโครงการนี้ ARRI และไทยยูเนี่ยนคาดว่าจะสามารถเก็บขยะได้ไม่น้อยกว่า 3,230 กิโลกรัม ซึ่งจะช่วยปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศชายฝั่งโดยตรง</p>
<p><strong>ดร. ธันยา กาญจนรักษ์</strong> ผู้อำนวยการโครงการ ARRI กล่าวว่า เทคโนโลยีของเราช่วยให้สามารถตรวจสอบพื้นที่มหาสมุทรขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำสูงสุด ทำให้ทีมสามารถกำหนดเป้าหมายในการเก็บกู้ในจุดที่มีผลกระทบมากที่สุด การร่วมมือกับไทยยูเนี่ยนทำให้เราสามารถขยายขอบเขตการทำงาน มีส่วนร่วมกับชุมชนมากขึ้น และสร้างวิธีแก้ปัญหาระยะยาวต่อวิกฤตอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในท้องทะเลได้​</p>
<p>โครงการนี้ยังมุ่งเน้นการป้องกัน โดย ARRI ทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นและชาวประมงเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในท้องทะเล ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการให้ความรู้และการร่วมมือกัน เพื่อให้ชาวประมงทิ้งอุปกรณ์ที่ชำรุดอย่างถูกวิธีป้องกันการปล่อยลงสู่ทะเล ซึ่งจะช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องเก็บกู้ในอนาคตและเสริมสร้างท้องทะเลที่อุดมสมบูรณ์ในระยะยาว โครงการนี้ยังสนับสนุนพันธกิจของไทยยูเนี่ยนที่มุ่งสร้าง “การมีสุขภาพที่ดีและท้องทะเลที่อุดมสมบูรณ์” (Healthy Living, Healthy Oceans) เพื่อให้ระบบนิเวศทางทะเลสามารถคงอยู่เพื่อผู้คนและโลกของเรา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37882 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TU-x-ARRI-20-Re.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p>ในภาคใต้ของประเทศไทย ไทยยูเนี่ยนยังร่วมมือกับ Second Life เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับชุมชนเกาะและชายฝั่งในการเก็บและรีไซเคิลพลาสติก เพื่อเปลี่ยนของเสียให้เป็นรายได้และวัสดุที่กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง</p>
<p>ในกรุงเทพฯ ไทยยูเนี่ยนร่วมมือกับ Seven Clean Seas เพื่อเก็บขยะพลาสติกจากแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนที่จะไหลลงสู่อ่าวไทย<br />
ไทยยูเนี่ยนยังคงระดมพนักงานและพันธมิตรทั่วโลก ทั้งในทวีปเอเชีย ยุโรป แอฟริกา และอเมริกาเหนือ เพื่อร่วมกันรับผิดชอบในการปกป้องมหาสมุทร</p>
<p>นอกจากนี้ ไทยยูเนี่ยนยังทำงานผ่านพันธมิตรระดับโลก เช่น Global Ghost Gear Initiative (GGGI) และ International Seafood Sustainability Foundation (ISSF) เพื่อสร้างความรับผิดชอบและนวัตกรรมของอุตสาหกรรมในการลดขยะทางทะเลและการประมงอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37883 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TU-x-SecondLife-1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>“ความท้าทายนี้ยิ่งใหญ่มาก แต่ความก้าวหน้ามาจากการร่วมมือกัน นับตั้งแต่โดรนและเอไอ ไปจนถึงการเก็บขยะจากแม่น้ำและการรีไซเคิลแบบหมุนเวียน โครงการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงพลังของการทำงานร่วมกันระหว่างภาคอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ และชุมชนในการแก้ปัญหาขยะพลาสติกในมหาสมุทร”</em> มร.​เบรนนัน กล่าวเพิ่มเติม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/tu-collab-arri-to-recover-ghost-gear/">ไทยยูเนี่ยน จับมือพันธมิตรใช้โดรนและ AI แก้ปัญหาขยะพลาสติกและอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งในท้องทะเล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TU ผนึกพันธมิตรจัดกิจกรรม &#8216;เก็บขยะป่าชายเลน&#8217; พร้อมขยายการขับเคลื่อนเชิงรุก เร่งเป้าหมาย &#8216;ลดปริมาณขยะทะเล&#8217; 1,500 ตัน ภายในปี 2030</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/thai-union-mission-ocean-plastic-reduction/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 28 Sep 2025 03:52:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ICC]]></category>
		<category><![CDATA[International Coastal Cleanup]]></category>
		<category><![CDATA[International Coastal Cleanup Day]]></category>
		<category><![CDATA[Ocean Plastic Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[SeaChange® 2030]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Union]]></category>
		<category><![CDATA[TU]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญจพร คู่สามารถ]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชายเลน]]></category>
		<category><![CDATA[พรภัสรา เอกกุล]]></category>
		<category><![CDATA[วันเก็บขยะชายหาดสากล]]></category>
		<category><![CDATA[อดัม เบรนนัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36770</guid>

					<description><![CDATA[<p>การลดปริมาณ​ขยะพลาสติกในทะเล (Ocean Plastic Reduction) ให้ได้ 1,500 ตัน ภายในปี 2030 เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ Thai Union ตามกลยุทธ์ SeaChange 2030 เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมายความยั่งยืนในทุกมิติ พร้อมตอกย้ำบทบาทในฐานะ​ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ล่าสุด กลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยน (Thai Union : TU) ได้ผนึกกำลังทั้งภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่น จ.สมุทรสาคร จัดกิจกรรมเก็บขยะในพื้นที่ป่าชายเลน เนื่องในวันเก็บขยะชายหาดสากล (International Coastal Cleanup Day) ณ ศูนย์เรียนรู้และปฏิบัติการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมหาชัยฝั่งตะวันออก ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อตอกย้ำการขับเคลื่อนภารกิจลดปริมาณขยะพลาสติกที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำและทะเล ​ กิจกรรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 200 คน ทั้งพนักงานของกลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยนที่มาจาก 11 ประเทศ ใน 4 ทวีป และพันธมิตรจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สมุทรสาครพัฒนาเมือง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง องค์การบริหารส่วนตำบลโคกขาม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/thai-union-mission-ocean-plastic-reduction/">TU ผนึกพันธมิตรจัดกิจกรรม &#8216;เก็บขยะป่าชายเลน&#8217; พร้อมขยายการขับเคลื่อนเชิงรุก เร่งเป้าหมาย &#8216;ลดปริมาณขยะทะเล&#8217; 1,500 ตัน ภายในปี 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การลดปริมาณ​ขยะพลาสติกในทะเล (Ocean Plastic Reduction) ให้ได้ 1,500 ตัน ภายในปี 2030 เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ Thai Union ตามกลยุทธ์ <strong>SeaChange 2030 </strong>เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมายความยั่งยืนในทุกมิติ พร้อมตอกย้ำบทบาทในฐานะ​ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก</p>
<p><span id="more-36770"></span></p>
<p>ล่าสุด <strong>กลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยน (Thai Union : TU)</strong> ได้ผนึกกำลังทั้งภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่น จ.สมุทรสาคร จัดกิจกรรมเก็บขยะในพื้นที่ป่าชายเลน เนื่องในวันเก็บขยะชายหาดสากล (International Coastal Cleanup Day) ณ ศูนย์เรียนรู้และปฏิบัติการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมหาชัยฝั่งตะวันออก ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อตอกย้ำการขับเคลื่อนภารกิจลดปริมาณขยะพลาสติกที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำและทะเล ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36774 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/GFP04642.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>กิจกรรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 200 คน ทั้งพนักงานของกลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยนที่มาจาก 11 ประเทศ ใน 4 ทวีป และพันธมิตรจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สมุทรสาครพัฒนาเมือง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง องค์การบริหารส่วนตำบลโคกขาม สำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสาคร สํานักงานวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสาคร และวงษ์พาณิชย์อำเภอบ้านแพ้ว พร้อมทั้งอาสาสมัครจากชุมชน โรงเรียน และกลุ่มอาสาในจังหวัดสมุทรสาคร โดยสามารถเก็บขยะได้ทั้งสิ้น 755 กิโลกรัม แบ่งออกเป็น ขยะพลาสติกกว่า 500 กิโลกรัม  ทั้ง​ถุงพลาสติก 302​ กก. ขวดพลาสติก 212  กก. ​โฟม​ 65​ กก. ขวดแก้ว 58 กก. ยางรถยนต์  30 กก. และ รองเท้า 26 กก. เป็นต้น</p>
<p>ทั้งนี้ ขยะที่เก็บได้จะถูกคัดแยกและจดบันทึกโดยเหล่าอาสาสมัครจากไทยยูเนี่ยนตามแนวทางของ International Coastal Cleanup (ICC) อันเป็นมาตรฐานสากลในการเก็บข้อมูลขยะทะเล ขยะที่สามารถรีไซเคิลได้และคัดแยกแล้ว จะนำไปแปรรูปโดย วงษ์พาณิชย์อำเภอบ้านแพ้ว ส่วนขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้จะถูกหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องนำไปแปรสภาพเป็นเชื้อเพลิง ภายใต้กระบวนการที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36775 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/GFP04644.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ยกระดับการทำงาน</strong><strong>เชิงรุก &#8216;ลดขยะพลาสติกในทะเล&#8217;</strong></p>
<p><strong>คุณอดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสื่อสารองค์กร</strong><strong> </strong><strong>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า​ ปัจจุบันมีขยะพลาสติกราว 200 ล้านตันลอยอยู่ในมหาสมุทร ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลและระบบนิเวศชายฝั่ง แต่เราเชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นได้ ภายใต้พันธกิจของไทยยูเนี่ยนในการลดขยะพลาสติกในทะเล ในปีที่ผ่านมาเราสามารถลดขยะพลาสติกจำนวน 234 ตันไม่ให้ปนเปื้อนสู่แม่น้ำลำคลองและมหาสมุทร กิจกรรมเก็บขยะป่าชายเลนในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงพลังของพนักงาน พันธมิตร และชุมชน ในการร่วมสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36772 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/0O6A1624.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน​ <strong>คุณปัญจพร คู่สามารถ</strong> Head of Corporate Communications และ <strong>คุณพรภัสรา เอกกุล</strong> ผู้จัดการแผนกฝ่ายการพัฒนาที่ยั่งยืนและกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า ​จัดกิจกรรมในปีนี้​ได้ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยขับเคลื่อนการ​บรรลุเป้าหมาย 1,500 ตัน ซึ่งหลังประกาศกลยุทธ์ SeaChange ในปี 2023 ที่ผ่านมา ปัจจุบันสามารถเก็บขยะทะเลได้รวมกันแล้ว 436 ตัน หรือราว 1 ใน 3 จากเป้าหมาย ซึ่งการขับเคลื่อนจากนี้ TU จะเพิ่มการขับเคลื่อนเชิงรุกมากขึ้น ทั้งการขยายพันธมิตร ขยายพื้นที่การดำเนินการ รวมทั้งการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บขยะได้มากยิ่งขึ้น</p>
<p><em>&#8220;ไทยยูเนี่ยนมุ่งมั่นการทำงานร่วมกับพันธมิตร เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกในทะเลมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจับมือกับกลุ่ม <strong>Second Life</strong> เพื่อทำงานร่วมกับคนในท้องถิ่นในการจัดเก็บขยะพลาสติกในทะเล โดยนำร่องพื้นที่ระนอง กระบี่ และพังงา และตั้งเป้าเก็บขยะพลาสติกในทะเลปีละ 220 ตัน โดยปีที่ผ่านมาสามารถจัดเก็บได้รวมกันกว่า 100 ตัน นอกจากนี้ ยังเป็นภาคเอกชนไทยรายแรกที่จับมือกับ <strong>Seven Clean Seas ​ส</strong>นับสนุนการติดตั้งเรือดักจับขยะ &#8216;ฮิปโป&#8217;ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณวัดจากแดง จ.สมุทรปราการ เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกก่อนที่จะ​​ไหลลงสู่ทะเล ซึ่งปีที่ผ่านมาสามารถเก็บขยะได้ 200 กิโลกรัม โดยในปีนี้มีแผนยกระดับมาสู่ปฏิบัติการ River Barier เพื่อวางแนวเก็บขยะบริเวณริมตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มเติม เพื่อสามารถเก็บขยะได้เพิ่มมากขึ้น&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36777 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/GFP04668.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ส่วน​​​ในปีนี้ TU เพิ่มแผน​ยกระดับการทำงานร่วมกับพันธมิตรเพิ่มเติม เพื่อเก็บขยะพลาสติกได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยร่วมมือกับ ARRI (Aerial Recon &amp; Recovery Initiative) ในการ​นำโดรนมาช่วยบินสำรวจเพื่อเข้าไปจัดเก็บขยะพลาสติกที่เกิดจากการทำประมง</strong> เช่น แห อวน หรืออุปกรณ์ประมงต่างๆ  ซึ่งเป็นขยะอีกหนึ่งประเภทที่มักจะถูกทิ้งไว้ในทะเล โดยนำร่องใน จ.สุราษฎร์ธานี พื้นที่เกาะพะงัน และเกาะพลวย พื้นที่ประมาณ 12 ตารางกิโลเมตร โดยใช้เวลาในการปฏิบัติการราว 6 เดือน พร้อม​​ตั้งเป้าเก็บกู้ขยะทะเลในกลุ่มอุปกรณ์ประมงจากโครงการได้ราว 3,000 กิโลกรัม หรือประมาณ 3 ตัน ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการจัดเก็บขยะพลาสติกในทะเลให้ถึง 1,500 ตัน ได้ตามเป้าหมาย</p>
<p><strong>ประกาศ Milestones ​ขับเคลื่อน SeaChange 2030</strong></p>
<p>นอกจาก ภารกิจในการลดปริมาณขยะทะเล 1,500 ตันแล้ว ภายใต้กลยุทธ์ SeaChange 2030  ยังมีอีก 2 เป้าหมายสำคัญทั้ง Ecosystem Restoration และ Corporate Citizenship โดยมุ่งขับเคลื่อนผ่าน​ระบบ​การจัดหาวัตถุดิบ รวมทั้งการผลิตและการกระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภคและชุมชนตลอดห่วงโซ่ ​แบ่งเป็น 11 ภารกิจ ตั้งแต่การมุ่งสู่ Net zero, การทำงานอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์, การทำประมงอย่างรับผิดชอบ,  เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างรับผิดชอบ, ทำเกษตรอย่างรับผิดชอบ, ฟื้นฟูระบบนิเวศ,  การมีระบบการผลิตที่เป็นเลิศ, พัฒนาบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน, ลดปริมาณขยะพลาสติกในทะเล, การดูแลโภชนาการและสุขภาพ และการเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36778 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/GFP04481.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยในปีที่ผ่านมา สามารถขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนในแต่ละมิติได้อย่างมีพัฒนาการที่ดี​ เช่น</p>
<p>&#8211; การทำประมงอย่างรับผิดชอบ โดย 98.9% ของปลาทูน่าที่จัดซื้อ ได้รับการันตีว่ามาจากการแหล่งประมงตามมาตรฐาน MSC หรือโครงการพัฒนาประมง (Fishery Improvement Program; FIPs) ซึ่งเพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อนหน้า</p>
<p>&#8211; 97% ของห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่าของบริษัท สามารถตรวจสอบ on-the-water monitoring ได้ และคาดว่าจะสามารถตรวจสอบได้ทั้ง 100% ​​ภายในสิ้น​ปีนี้ ​โดย​ปีที่ผ่านมาสามารถขับเคลื่อน​เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า  7%</p>
<p>&#8211; ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 ลง 21%</p>
<p>&#8211; โรงงานและศูนย์กระจายสินค้าของไทยยูเนี่ยนจำนวน 23 แห่ง จากทั้งหมด 32 แห่ง สามารถบรรลุเป้าหมายเรื่องการทำขยะฝังกลบเป็นศูนย์</p>
<p>&#8211; เปิดตัว &#8220;โครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในฟาร์มกุ้ง&#8221; (Lower Carbon Shrimp Program) ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตกุ้ง ในขอบเขตที่ 3</p>
<p>&#8211; ลดปริมาณขยะพลาสติกในแม่น้ำและมหาสมุทรได้ 234 ตัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36773 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/13586.jpg" alt="" width="1200" height="813" /></p>
<p>ยังมีความสำเร็จอื่นๆ ​จาก​การพัฒนาศักยภาพในการกระบวนการผลิต เพื่อสร้างอิมแพ็คที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน ที่ตั้งเป้าให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดสามารถรีไซเคิลได้ 100% โดยการออกแบบบรรจุภัณฑ์กระป๋อง ECOTWIST ที่ใช้นวัตกรรม SmartStrip ด้วยการนำ​กระป๋องมาวางต่อกันในแนวสูงและสามารถบิดออกจากกันได้ โดยไม่ต้องใช้พลาสติก (Shrink Wrap) ทำให้ลดปริมาณการใช้ลงได้มากถึง 65 ตันต่อปี รวมทั้งลดการใช้บรรจุภัณฑ์ลังกระดาษ 300 ตันต่อปี</p>
<p>ขณะที่น้ำหนักกระป๋องดีไซน์ใหม่ที่เล็กและเบาลง​ แต่บรรจุได้ในปริมาณเท่าเดิม ทำให้ลดการใช้​เหล็กได้กว่า 400 ตันต่อปี รวมทั้งช่วยลดปริมาณการใช้วัตถุดิบในส่วนประกอบในกระป๋อง เช่น น้ำมันทานะวัน น้ำแร่ น้ำเกลือ ซึ่งผู้บริโภคไม่นิยมรับประทานอยู่แล้ว​ ทำให้ลดการใช้ทรัพยากรลงได้กว่า 1,500 ตันต่อปี และกระป๋องสามารถนำไปรีไซเคิลได้ง่าย โดยไม่ต้องแยก​ SmartStrip® ออกจากกระป๋อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36779 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/S__16900155-Re.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>ความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน รวมทั้งการขยายความร่วมมือกับพันธมมิตรอย่างต่อเนื่อง ​ไม่เพียงตอกย้ำความมุ่งมั่นของไทยยูเนี่ยนในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อดูแลปกป้องแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลก</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/thai-union-mission-ocean-plastic-reduction/">TU ผนึกพันธมิตรจัดกิจกรรม &#8216;เก็บขยะป่าชายเลน&#8217; พร้อมขยายการขับเคลื่อนเชิงรุก เร่งเป้าหมาย &#8216;ลดปริมาณขยะทะเล&#8217; 1,500 ตัน ภายในปี 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยยูเนี่ยนจัดเต็ม โชว์ GPM สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 19.7% ดัน EPS เติบโต 18% ไตรมาส 2 เคาะจ่ายปันผลครึ่งปี 0.35 บาท/หุ้น พร้อมประกาศผนึกกำลังสองบิ๊กคอร์ป TU x มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น มั่นใจสามารถสร้างการเติบโตอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลกอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/q2-2025-thai-union-group/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 09 Aug 2025 07:38:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Union]]></category>
		<category><![CDATA[TU]]></category>
		<category><![CDATA[ธีรพงศ์ จันศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35352</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ประกาศผลประกอบการไตรมาสสองด้วยยอดขายรวมกว่า 33,389 ล้านบาท กำไรสุทธิปรับปรุงอยู่ที่ 1,506 ล้านบาท (ไม่รวม transformation costs) เพิ่มขึ้น 13.2 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน สะท้อนความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจและการเติบโตของกำไรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับแรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงเป็นประวัติการณ์ และการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ดันกำไรสุทธิต่อหุ้นเติบโต 18 เปอร์เซนต์ โดยบริษัทฯ ได้อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ในอัตรา 0.35 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลที่ 59 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น ตอกย้ำทิศทางการดำเนินกลยุทธ์ในระยะยาวของไทยยูเนี่ยน ในฐานะผู้นำโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและโภชนาการเพื่อ สุขภาพจากท้องทะเล ทั้งนี้ การที่บริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 19.7 เปอร์เซ็นต์ ในไตรมาส 2 นั้นได้ปัจจัยสนับสนุนจากการบริหารพอร์ตผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ และต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ในขณะที่กำไร สุทธิตามที่ประกาศอยู่ที่ 1,273 ล้านบาท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/q2-2025-thai-union-group/">ไทยยูเนี่ยนจัดเต็ม โชว์ GPM สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 19.7% ดัน EPS เติบโต 18% ไตรมาส 2 เคาะจ่ายปันผลครึ่งปี 0.35 บาท/หุ้น พร้อมประกาศผนึกกำลังสองบิ๊กคอร์ป TU x มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น มั่นใจสามารถสร้างการเติบโตอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลกอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ TU ประกาศผลประกอบการไตรมาสสองด้วยยอดขายรวมกว่า 33,389 ล้านบาท กำไรสุทธิปรับปรุงอยู่ที่ 1,506 ล้านบาท (ไม่รวม transformation costs) เพิ่มขึ้น 13.2 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน สะท้อนความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจและการเติบโตของกำไรอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-35352"></span></p>
<p>ซึ่งได้รับแรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงเป็นประวัติการณ์ และการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ดันกำไรสุทธิต่อหุ้นเติบโต 18 เปอร์เซนต์ โดยบริษัทฯ ได้อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ในอัตรา 0.35 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลที่ 59 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น ตอกย้ำทิศทางการดำเนินกลยุทธ์ในระยะยาวของไทยยูเนี่ยน ในฐานะผู้นำโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและโภชนาการเพื่อ สุขภาพจากท้องทะเล</p>
<p>ทั้งนี้ การที่บริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 19.7 เปอร์เซ็นต์ ในไตรมาส 2 นั้นได้ปัจจัยสนับสนุนจากการบริหารพอร์ตผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ และต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ในขณะที่กำไร สุทธิตามที่ประกาศอยู่ที่ 1,273 ล้านบาท</p>
<p>สำหรับครึ่งแรกของปี 2568 กำไรสุทธิตามที่ปรับปรุงเพิ่มขึ้น 11.2 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 2,823 ล้านบาท และกำไรสุทธิตามที่ประกาศอยู่ที่ 2,292 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นในครึ่งปีแรกอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 19.3 เปอร์เซ็นต์</p>
<p><strong>นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจโลก และการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โปรเจกต์ทรานส์ฟอร์มเมชั่นของเรากำลังแสดงผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม เราได้ปรับเปลี่ยนองค์กรให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การมุ่งเน้นเสริมศักยภาพให้กับธุรกิจหลักของเรา ช่วยสร้างการเติบโตของอัตรากำไรขั้นต้นได้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างองค์กรที่แข็งแกร่งเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตที่คาดเดาได้ยาก”</p>
<p>สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาสสอง พบว่ายอดขายขยายตัวลดลง 0.7 เปอร์เซ็นต์  เมื่อเทียบกับปีก่อน จากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยน 4.7 เปอร์เซ็นต์ และการชะลอตัวของยอดขายผลิตภัณฑ์แช่แข็งในสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ยอดขายในกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป อาหารสัตว์ และกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง นั้นยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย <strong>กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป </strong>มียอดขายรวม 16,597 ล้านบาท และปริมาณการขายยังคงทรงตัว อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้น 22 เปอร์เซ็นต์ จากราคาวัตถุดิบปลาที่ลดลง และความสำเร็จจากแคมเปญส่งเสริมการตลาดของแบรนด์ต่าง ๆ ของบริษัท</p>
<p><strong>ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็ง </strong>มียอดขายรวม 10,034 ล้านบาท สืบเนื่องจากความต้องการกุ้งในตลาดสหรัฐฯ ที่ลดลง อย่างไรก็ดี กลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์ยังคงสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ในระดับที่น่าพอใจที่ 11.7 เปอร์เซ็นต์ <strong>ส่วน</strong><strong>กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง </strong>มียอดขายรวม 4,387 ล้านบาท โดยปริมาณการขายเติบโต 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อน จากความต้องการของลูกค้ารายสำคัญในสหรัฐฯ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับที่ดีที่ 25.6 เปอร์เซ็นต์ <strong>และ</strong><strong>กลุ่มผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า </strong>มียอดขายรวม 2,371 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้นยังคงความแข็งแกร่งที่ 26.3 เปอร์เซ็นต์ จากอัตรากำไรที่สูงขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพและผลิตภัณฑ์ที่มาจากการสร้างมูลค่าเพิ่มให้วัตถุดิบเหลือใช้จากการผลิต</p>
<p>ส่วนกรณีที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยในอัตรา 19 เปอร์เซ็นต์ สำหรับสินค้าที่จัดส่งหลังวันที่ 7 สิงหาคม บริษัทได้เตรียมมาตรการรับมือภาษีดังกล่าว โดยมุ่งใช้ประโยชน์จากเครือข่ายการผลิตที่กระจายอยู่ทั่วโลก ซึ่งครอบคลุมฐานการผลิตใน 14 ประเทศ รวมทั้งสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของห่วงโซ่การผลิต และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากมาตรการทางภาษี ซึ่งโรงงานของไทยยูเนี่ยนในประเทศไทย กานา และเซเชลส์ นั้นได้รับอัตราภาษีนำเข้าสินค้าไปยังสหรัฐฯ 19, 15 และ 10 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ทำให้มีความ สามารถในการแข่งขันที่ทัดเทียมหรือเหนือกว่าผู้ส่งออกรายใหญ่อื่น ๆ เช่น อินโดนีเซีย (19 เปอร์เซ็นต์) และ เวียดนาม (20 เปอร์เซ็นต์)</p>
<p>ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 บริษัทฯ ยังได้ดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนเป็นครั้งที่ 4 เสร็จสมบูรณ์ โดยซื้อคืนหุ้นคิดเป็น 8.98 เปอร์เซ็นต์ของทุนชำระแล้ว สะท้อนเจตนารมณ์ของบริษัทในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว</p>
<p>นอกจากนี้ <strong>สองผู้นำอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก </strong><strong>TU </strong><strong>และ มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น</strong> ได้มีการเข้าลงนามในสัญญาความร่วมมือทางธุรกิจ ซึ่งเป็นการต่อยอดความร่วมมือที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2534 เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรม ความยั่งยืน และความเป็นเลิศในระดับโลก ภายใต้สัญญาความร่วมมือดังกล่าว มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่นจะเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน TU จาก 6.19 เปอร์เซ็นต์ เป็น 20 เปอร์เซ็นต์ (ไม่นับรวมหุ้นซื้อคืน) ผ่านการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั่วไป</p>
<p>นายธีรพงศ์ กล่าวว่า “การจับมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระหว่างไทยยูเนี่ยนและมิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น ตั้งอยู่บนรากฐานของความไว้วางใจที่สั่งสมมายาวนานหลายทศวรรษ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางธุรกิจและวิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้งสองบริษัท ในการขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมอาหารทะเลของโลก เราจะร่วมกันเร่งสร้างการเติบโต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพและยั่งยืนให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก เราเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้จะสามารถสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย และตอกย้ำสถานะของไทยยูเนี่ยนในฐานะผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมอาหารทะเล”</p>
<p>ทั้งนี้ การจับมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้จะไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของไทยยูเนี่ยน โดย<br />
มิตซูบิชิยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่สี่ มีตัวแทนนั่งในคณะกรรมการบริษัทตามเดิม และไม่มีผลต่อโครงสร้างทีมผู้บริหารระดับสูงของไทยยูเนี่ยน</p>
<p><strong>สำหรับการประสานความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยขับเคลื่อนใน </strong><strong>3 </strong><strong>ปัจจัยหลัก คือ</strong></p>
<p>1. การคว้าโอกาสในการสร้างการเติบโตจากความต้องการอาหารทะเลและโซลูชันด้านโภชนาการที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก การผสานจุดแข็งของไทยยูเนี่ยนในฐานะผู้ผลิตอาหารทะเลแปรรูประดับโลก เข้ากับเครือข่ายการจัดหาและกระจายสินค้าที่แข็งแกร่งของมิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงวัตถุดิบในต้นทุนที่แข่งขันได้ และเสริมความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน</p>
<p>2. สร้างการเติบโตอย่างเป็นรูปธรรมในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่ตลาดมีความต้องการสูง รวมทั้งการต่อยอดธุรกิจที่มีศักยภาพสูง เช่น อาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งล้วนสอดคล้องกับเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป</p>
<p>และ 3. ร่วมกันผลักดันเป้าหมายด้านความยั่งยืน ด้วยการประสานกลยุทธ์ SeaChange<sup>®</sup> 2030 ของไทยยูเนี่ยน เข้ากับมาตรฐานด้านความยั่งยืนระดับโลกของมิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น เพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จร่วมกัน ทั้งในด้านการจัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ สวัสดิภาพแรงงาน และการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อผู้คนและโลก</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/q2-2025-thai-union-group/">ไทยยูเนี่ยนจัดเต็ม โชว์ GPM สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 19.7% ดัน EPS เติบโต 18% ไตรมาส 2 เคาะจ่ายปันผลครึ่งปี 0.35 บาท/หุ้น พร้อมประกาศผนึกกำลังสองบิ๊กคอร์ป TU x มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น มั่นใจสามารถสร้างการเติบโตอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลกอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยยูเนี่ยน ผนึก​ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เร่งสร้างความยั่งยืนทางทะเล ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยตลอด Supply Chain เทียบชั้นเกณฑ์โลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/adb-approved-blue-finance-solutions-to-tu/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Jun 2025 12:14:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ADB]]></category>
		<category><![CDATA[Aquaculture Stewardship Council]]></category>
		<category><![CDATA[ASC]]></category>
		<category><![CDATA[BAP]]></category>
		<category><![CDATA[Best Aquaculture Practices]]></category>
		<category><![CDATA[Blue Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Blue Finance Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Financing]]></category>
		<category><![CDATA[Global Sustainable Seafood Initiative ​]]></category>
		<category><![CDATA[GSSI]]></category>
		<category><![CDATA[Sea Change 2030]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Financing]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Union]]></category>
		<category><![CDATA[TU]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืนทางทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารพัฒนาเอเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมทางการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ลูโดวิค การ์นิเย่]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[อดัม เบรนนัน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหารทะเลไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33996</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU จับมือ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) นำ Blue Finance Solutions พลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยสู่ความยั่งยืน ตอกย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ ปัจจุบันเศรษฐกิจที่พึ่งพาทรัพยากรทางทะเลของไทยมีสัดส่วนประมาณ 30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งสูงเป็นอันดับสองในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก และเป็นแหล่งเลี้ยงชีพของประชากรเกือบ 1 ใน 4 ของ 23 จังหวัดชายฝั่งทะเลของไทย ด้วยอุตสาหกรรมหลักอย่างท่าเรือ การเดินเรือ และการท่องเที่ยวชายฝั่ง ที่มีการพึ่งพาทรัพยากรทางทะเล ดังนั้น การบริหารจัดการเพื่อดูแลท้องทะเลอย่างยั่งยืน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศ และการบรรลุเป้าหมายการก้าวสู่ประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2580 ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของความยั่งยืนทางทะเล ADB จึงได้สนับสนุนเงินกู้ Blue Loan วงเงินรวม 150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 5,000 ล้านบาท แก่ไทยยูเนี่ยน ซึ่งเป็นบริษัทแรกของอุตสาหกรรมอาหารทะเลในประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับการผลิตอาหารทะเลอย่างยั่งยืน การยกระดับการเพาะเลี้ยงกุ้งอย่างยั่งยืนจะช่วยยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านอาหารทะเลระดับโลก และยังสอดคล้องกับทิศทางของประเทศที่กำลังปรับตัวและมุ่งสู่ศรษฐกิจทางทะเลที่ยั่งยืน หรือ Blue [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/adb-approved-blue-finance-solutions-to-tu/">ไทยยูเนี่ยน ผนึก​ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เร่งสร้างความยั่งยืนทางทะเล ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยตลอด Supply Chain เทียบชั้นเกณฑ์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ<strong> TU</strong> จับมือ <strong>ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB)</strong> นำ Blue Finance Solutions พลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยสู่ความยั่งยืน ตอกย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ</p>
<p><span id="more-33996"></span></p>
<p>ปัจจุบันเศรษฐกิจที่พึ่งพาทรัพยากรทางทะเลของไทยมีสัดส่วนประมาณ 30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งสูงเป็นอันดับสองในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก และเป็นแหล่งเลี้ยงชีพของประชากรเกือบ 1 ใน 4 ของ 23 จังหวัดชายฝั่งทะเลของไทย ด้วยอุตสาหกรรมหลักอย่างท่าเรือ การเดินเรือ และการท่องเที่ยวชายฝั่ง ที่มีการพึ่งพาทรัพยากรทางทะเล</p>
<p>ดังนั้น การบริหารจัดการเพื่อดูแลท้องทะเลอย่างยั่งยืน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศ และการบรรลุเป้าหมายการก้าวสู่ประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2580</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34005 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/TU-x-ADB-Token-Re.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><em><strong>ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของความยั่งยืนทางทะเล ADB จึงได้สนับสนุนเงินกู้ Blue Loan วงเงินรวม 150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 5,000 ล้านบาท แก่ไทยยูเนี่ยน ซึ่งเป็นบริษัทแรกของอุตสาหกรรมอาหารทะเลในประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับการผลิตอาหารทะเลอย่างยั่งยืน การยกระดับการเพาะเลี้ยงกุ้งอย่างยั่งยืนจะช่วยยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านอาหารทะเลระดับโลก และยังสอดคล้องกับทิศทางของประเทศที่กำลังปรับตัวและมุ่งสู่ศรษฐกิจทางทะเลที่ยั่งยืน หรือ Blue Economy</strong></em></p>
<p><strong>เดินหน้าส่งเสริม Blue Economy ในไทย</strong></p>
<p><strong>มร.ลูโดวิค การ์นิเย่ </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงานการเงิน บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  ความร่วมมือกับ ADB  ครั้งนี้ตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลอย่างยั่งยืน และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยยูเนี่ยนในการขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ผ่านกระบวนการผลิตอาหารทะเล จัดหาวัตถุดิบ และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนา Blue Economy ของประเทศไทยให้เติบโตต่อเนื่อง</p>
<p>การผนึกกำลังความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆในการสร้างความยั่งยืนให้อุตสาหกรรมผลิตอาหารทะเล ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นแบบอย่างที่ดีในการการนำนวัตกรรมทางการเงินมาเป็นเครื่องมือในการปกป้องดูแลทรัพยากรทางทะเล พร้อมดูแลความเป็นอยู่ของผู้คน และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34001 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Mr.-Anouj-ADB-.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณอานุช เมธา </strong>ผู้อำนวยการสำนักงานผู้แทน ธนาคารพัฒนาเอเชีย กล่าวว่า ปัจจุบันการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ผลผลิตอาหารทะเลมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก โดยแหล่งผลิตหลักอยู่ในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ความร่วมมือกันในครั้งนี้ จึงสะท้อนให้เห็นว่า Blue Finance สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้กับอุตสาหกรรมอาหารทะเลให้สามารถปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ควบคู่ไปกับการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดย <em><strong>การออกวงเงินกู้ดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกของ ADB ที่จัดสรรให้กับภาคเอกชนในอุตสาหกรรมอาหารทะเลของประเทศไทย ซึ่งจะช่วยให้การกระบวนการผลิตกุ้งของประเทศมีความยั่งยืนและเข้มแข็งยิ่งขึ้น</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34002 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Mr.Martin-ADB-Re.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ภ<em><strong>ายใต้วงเงินกู้ด้านความยั่งยืนทางทะเลที่ได้รับในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับขีดความสามารถด้านการจัดหาวัตถุดิบกุ้งที่เพาะเลี้ยงอย่างยั่งยืนที่ได้การยอมรับในระดับโลก</strong><strong>จาก Global Sustainable Seafood Initiative หรือ GSSI</strong></em> เช่น มาตรฐาน Aquaculture Stewardship Council หรือ ASC และมาตรฐาน Best Aquaculture Practices หรือ BAP หรือจัดซื้อจากฟาร์มที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีความน่าเชื่อถือ (Aquaculture Improvement Projects หรือ AIPs)</p>
<p>ทั้งนี้ การขับเคลื่อนตามแนวทางดังกล่าว มุ่งให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคมโดยตลอดทั้ง Supply Chain  ได้แก่ การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ การตรวจสอบแหล่งที่มาของอาหารกุ้ง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานหมุนเวียน ปรับปรุงประสิทธิภาพอัตราแลกเนื้อ (FCR) รวมถึงการป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า ตลอดจนส่งเสริมการใช้แรงงานที่เป็นธรรมและการทำงานร่วมกับชุมชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33999 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Mr.-Adam-Brennan-Thai-Union-.JPG-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>มร.​อดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความยั่งยืนและการสื่อสาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า &#8220;ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความตั้งใจ ของเราที่มุ่งผลิตอาหารทะเลด้วยความรับผิดชอบ และยังสอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน SeaChange® 2030 ของไทยยูเนี่ยน และด้วยวงเงินสนับสนุนทางการเงินจาก ADB ในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่ช่วยให้เราก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและโภชนาการเพื่อสุขภาพจากท้องทะเล ที่ได้รับการยอมรับว่าดำเนินธุรกิจโปร่งใสตรวจสอบได้ มีนวัตกรรม และให้ความสำคัญต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33998 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Group-Photo-.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/adb-approved-blue-finance-solutions-to-tu/">ไทยยูเนี่ยน ผนึก​ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เร่งสร้างความยั่งยืนทางทะเล ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยตลอด Supply Chain เทียบชั้นเกณฑ์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยยูเนี่ยนเปิดโครงการ Management Associate 2025 ปีที่ 11 เดินหน้าปั้นผู้นำรุ่นใหม่ ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและโภชนาการเพื่อสุขภาพจากท้องทะเล</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/thai-union-management-associate-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Dec 2024 06:27:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Future Leader]]></category>
		<category><![CDATA[Management Associate 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Talent]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Union]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Union Careers]]></category>
		<category><![CDATA[TU]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วรรัตน์ เลิศอนันต์ตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Management Associate]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31028</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ Management Associate 2025 โอกาสแห่งการเรียนรู้เพื่อเติบโตเป็นผู้นำองค์กรยุคใหม่ผ่านประสบการณ์จริงจากแบรนด์ชั้นนำกว่า 10 แบรนด์ระดับโลก โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2568 นางวรรัตน์ เลิศอนันต์ตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการ Management Associate ของไทยยูเนี่ยนดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี โดยเรามุ่งเน้นการสร้างผู้นำที่เข้าใจธุรกิจในหลากหลายมิติ ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงและการทำงานร่วมกับผู้บริหารระดับสูงทั้งในไทยและต่างประเทศ เรามีความเชื่อมั่นว่าคนรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นจะสามารถเติบโตและขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับอุตสาหกรรมอาหารระดับโลกได้ ในปีนี้ไทยยูเนี่ยนได้ขยายโอกาสให้กับผู้สมัครใน 7 สายงานหลัก ครอบคลุมทั้งด้านการพัฒนาธุรกิจ การตลาด การเงิน และการผลิต เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจและก้าวสู่การเป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและโภชนาการเพื่อสุขภาพจากท้องทะเลอย่างยั่งยืน เป้าหมายของเราคือการเฟ้นหาคนที่ใช่ ให้โอกาส และพัฒนาศักยภาพเต็มที่ มาร่วมกันเปิดมุมมองทางธุรกิจ และเสริมทักษะที่จำเป็นในการเป็นผู้นำยุคใหม่ พร้อมคำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้บริหารระดับสูงเพื่อก้าวไปสู่ความเป็น Future Leader ในอนาคต สำหรับโครงการ Management Associate พัฒนาขึ้นเพื่อสร้างและดึงดูด Talent ที่มีศักยภาพสูง มาร่วมขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จ โดยเปิดรับสมัคร ได้แก่ ฝ่ายขายและการตลาด, ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ,  ฝ่ายบัญชีและการเงิน, ฝ่ายไอที, ฝ่ายจัดซื้อจัดจ้าง, [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/thai-union-management-associate-2025/">ไทยยูเนี่ยนเปิดโครงการ Management Associate 2025 ปีที่ 11 เดินหน้าปั้นผู้นำรุ่นใหม่ ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและโภชนาการเพื่อสุขภาพจากท้องทะเล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ Management Associate 2025 โอกาสแห่งการเรียนรู้เพื่อเติบโตเป็นผู้นำองค์กรยุคใหม่ผ่านประสบการณ์จริงจากแบรนด์ชั้นนำกว่า 10 แบรนด์ระดับโลก โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2568</p>
<p><span id="more-31028"></span></p>
<p><strong>นางวรรัตน์</strong><strong> </strong><strong>เลิศอนันต์ตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล</strong><strong> </strong><strong>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า โครงการ Management Associate ของไทยยูเนี่ยนดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี โดยเรามุ่งเน้นการสร้างผู้นำที่เข้าใจธุรกิจในหลากหลายมิติ ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงและการทำงานร่วมกับผู้บริหารระดับสูงทั้งในไทยและต่างประเทศ เรามีความเชื่อมั่นว่าคนรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นจะสามารถเติบโตและขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับอุตสาหกรรมอาหารระดับโลกได้</p>
<p>ในปีนี้ไทยยูเนี่ยนได้ขยายโอกาสให้กับผู้สมัครใน 7 สายงานหลัก ครอบคลุมทั้งด้านการพัฒนาธุรกิจ การตลาด การเงิน และการผลิต เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจและก้าวสู่การเป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและโภชนาการเพื่อสุขภาพจากท้องทะเลอย่างยั่งยืน เป้าหมายของเราคือการเฟ้นหาคนที่ใช่ ให้โอกาส และพัฒนาศักยภาพเต็มที่ มาร่วมกันเปิดมุมมองทางธุรกิจ และเสริมทักษะที่จำเป็นในการเป็นผู้นำยุคใหม่ พร้อมคำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้บริหารระดับสูงเพื่อก้าวไปสู่ความเป็น Future Leader ในอนาคต</p>
<p>สำหรับโครงการ <strong>Management Associate</strong> พัฒนาขึ้นเพื่อสร้างและดึงดูด Talent ที่มีศักยภาพสูง มาร่วมขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จ โดยเปิดรับสมัคร ได้แก่ ฝ่ายขายและการตลาด, ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ,  ฝ่ายบัญชีและการเงิน, ฝ่ายไอที, ฝ่ายจัดซื้อจัดจ้าง, ฝ่ายวิศวกรรม และฝ่ายการผลิต ผู้ที่สนใจจะต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโท มีประสบการณ์ทำงาน 0-2 ปี และสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับที่ดี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทั้งนี้ โครงการ Management Associate เป็นหลักสูตรเร่งรัด 3 ปี โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับมอบหมายให้ทำงานหมุนเวียนในฝ่ายงานที่เกี่ยวข้องทุก ๆ 6 เดือน หลังจากเสร็จสิ้นการหมุนเวียนงาน 18 เดือนในประเทศไทยแล้ว ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้แลกเปลี่ยนไปทำงานในต่างประเทศอีกหนึ่งปีครึ่งหรือสองปี ในแผนกที่เกี่ยวข้อง</p>
<p>ร่วมเป็น Future Leader กับไทยยูเนี่ยนในโครงการ Management Associate 2025 ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 29 กุมภาพันธ์ 2568 และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://www.thaiuniongroupcareer.com/ma" target="_blank" rel="noopener">https://www.thaiuniongroupcareer.com/ma</a> และ <a href="https://www.facebook.com/ThaiUnionCareers" target="_blank" rel="noopener">facebook.com/ThaiUnionCareers</a> หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ 063-0792802  ทั้งนี้ จะมีขั้นตอนการคัดเลือกพร้อมสัมภาษณ์ จากนั้นจะพร้อมเริ่มงานในเดือนพฤษภาคม 2568</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/thai-union-management-associate-2025/">ไทยยูเนี่ยนเปิดโครงการ Management Associate 2025 ปีที่ 11 เดินหน้าปั้นผู้นำรุ่นใหม่ ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและโภชนาการเพื่อสุขภาพจากท้องทะเล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
