<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>TIPMSE &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/tipmse/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 03 Oct 2025 08:39:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>TIPMSE &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>TIPMSE ผนึกกำลัง 16,000 สมาชิก เดินหน้า EPR in Action &#8216;เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วเป็นวัตถุดิบ&#8217; สร้างมูลค่า-ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/tipmse-go-forward-epr-in-action/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Oct 2025 08:39:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[D4R]]></category>
		<category><![CDATA[Design for Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[EPR Network]]></category>
		<category><![CDATA[extended producer responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[FTI]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[TIPMSE]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรีญาพร สุวรรณเกษ]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ร.บ.การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ส.อ.ท.]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เกรียงไกร เธียรนุกุล]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษิต สุขสิงห์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36876</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) ระดมพลังภาคีเครือข่ายกว่า 149 องค์กร และสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  กว่า 16,000 ราย ร่วมขับเคลื่อน EPR in Action เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วให้กลับมาเป็นวัตถุดิบตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนสร้างมูลค่าเพิ่ม ผลักดันมาตรการจูงใจ ด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษี สร้างกลไกตลาด การส่งเสริม Design for Recycle (D4R) การใช้เม็ดพลาสติกรีไซเคิล (PCR) ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม TIPMSE  เปิดเวทีแสดงพลังในหัวข้อ &#8216;รวมพลังขับเคลื่อน EPR เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นวัตถุดิบ&#8217;  เดินหน้าขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนด้วยหลัก EPR (Extended Producer Responsibility) ภายใต้ พ.ร.บ.การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก คุณปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พร้อมด้วย คุณเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ​คุณโฆษิต สุขสิงห์ รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/tipmse-go-forward-epr-in-action/">TIPMSE ผนึกกำลัง 16,000 สมาชิก เดินหน้า EPR in Action &#8216;เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วเป็นวัตถุดิบ&#8217; สร้างมูลค่า-ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (</strong><strong>TIPMSE)</strong> <strong>ระดมพลังภาคีเครือข่ายกว่า 149 องค์กร </strong><strong>และสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  กว่า </strong><strong>16,000</strong><strong> ราย </strong><strong>ร่วมขับเคลื่อน </strong><strong>EPR in Action </strong><strong>เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วให้กลับมาเป็นวัตถุดิบตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนสร้างมูลค่าเพิ่ม ผลักดันมาตรการจูงใจ ด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษี สร้างกลไกตลาด การส่งเสริม </strong><strong>Design for Recycle (D4R) </strong><strong>การใช้เม็ดพลาสติกรีไซเคิล </strong><strong>(PCR) </strong><strong>ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม</strong><span id="more-36876"></span></p>
<p><strong>TIPMSE </strong> เปิดเวทีแสดงพลังในหัวข้อ &#8216;<strong>รวมพลังขับเคลื่อน </strong><strong>EPR </strong><strong>เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นวัตถุดิบ&#8217;  </strong>เดินหน้าขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนด้วยหลัก <strong>EPR</strong> (Extended Producer Responsibility) ภายใต้ พ.ร.บ.การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36881 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Big-Group.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยได้รับเกียรติจาก <strong>คุณปรีญาพร สุวรรณเกษ </strong>อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พร้อมด้วย<strong> คุณ</strong><strong>เ</strong><strong>กรียงไกร เธียรนุกุล</strong> ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) <strong>​คุณโฆษิต สุขสิงห์<br />
</strong>รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ TIPMSE ผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา องค์กรอิสระ ร่วมสานต่อภาคีเครือข่ายสู่การผนึกกำลังกับองค์กรต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ที่เป็นศูนย์กลางผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้บริโภค ผู้รวบรวม และโรงงานรีไซเคิล</p>
<p>ในรูปแบบของสมาคม กลุ่มอุตสาหกรรม เครือข่ายพันธมิตร และสภาองค์กรต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับหน้าที่จัดการบรรจุภัณฑ์ที่มุ่งนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล รวมถึงจับมือกับองค์กรสนับสนุน อย่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม องค์กรอิสระ องค์กรระหว่างประเทศ เพื่อระดมความคิดเห็น แบ่งปันองค์ความรู้ และทรัพยากรต่างๆ ตามบทบาทที่สอดคล้องกับหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต ภายใต้ความร่วมมือของ <strong>เครือข่ายการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน หรือ EPR Network</strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-36878 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/คุณเกรียงไกร-02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>​คุณเกรียงไกร เธียรนุกุล </strong>ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวในเวทีสัมมนา รวมพลังขับเคลื่อน EPR เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นวัตถุดิบ ว่า ส.อ.ท. มีเป้าหมายในการเร่งยกระดับอุตสาหกรรมเดิมและพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable  Development Goals: SDGs) สอดรับกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความท้าทายระดับโลก (Global Challenges) โดยไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)</p>
<p>สำหรับกลไก EPR ของไทย ขณะนี้มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ TIPMSE ภายใต้ ส.อ.ท. ได้เตรียมความพร้อมให้กับสมาชิกที่มีอยู่กว่า 16,000 ราย เข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-36880 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Re-Kthongchai.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ <strong>TIPMSE</strong> ได้วางแผนดำเนินการใน 4 ด้าน เพื่อพัฒนาการเก็บคืนบรรจุภัณฑ์เข้าสู่ระบบรีไซเคิล  ประกอบด้วย</p>
<p><strong> 1. พัฒนากลไก EPR ที่เหมาะสมกับประเทศไทย</strong> เพื่อพัฒนาร่างกฎหมาย รวมถึงร่วมกับองค์กรในและต่างประเทศ ทำระบบจัดการข้อมูล EPR รวมถึงซากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และคำนวณค่าธรรมเนียม (EPR Fee) และโครงสร้างขององค์กรรับผิดชอบการจัดการบรรจุภัณฑ์ (Producer Responsibility Organization : PRO)</p>
<p><strong>2. พัฒนาระบบเก็บกลับ เพื่อให้เกิดต้นแบบการจัดเก็บตามหลักการ EPR</strong> โดยได้นำร่องในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ในโครงการ Packback: Chonburi CE City Model และถอดบทเรียน โดยปีนี้มีแผนยกระดับความร่วมมือในการทดลอง Voluntary PRO และศึกษาวิธีทำงานร่วมกันของ PRO หน่วยงานท้องถิ่น และภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</p>
<p><strong>3. สร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โ</strong>ดยขยายความร่วมมือกับองค์กรที่เป็นศูนย์รวมของกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง รวมถึงองค์กรต่างๆ ที่จะมาสนับสนุนตลอดเส้นทางห่วงโซ่คุณค่าของบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้เป็นกลไกเครือข่ายการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน” หรือ EPR Network</p>
<p><strong>4. พัฒนาองค์ประกอบอื่นๆ ผลักดันให้เกิดแนวคิดการออกแบบเพื่อการรีไซเคิล (Design for Recycle)</strong> ที่จะช่วยให้บรรจุภัณฑ์กลับมาเป็นวัตถุดิบได้ รวมถึงการพัฒนามาตรการจูงใจเพื่อสนับสนุน EPR เช่น ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อดึงดูดให้ใช้ PCR จากแหล่งที่มาภายในประเทศมาใช้ การออกใบรับรองหน่วยงานร่วมขับเคลื่อน (EPR Certification) ที่จะเข้ามาช่วยให้ทุกฝ่ายที่เข้ามามีส่วนร่วมได้รับประโยชน์จากการทำงาน เพื่อใช้ในการสื่อสารและสร้างภาพลักษณ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36877 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/คุณโฆษิต-01.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณโฆษิต สุขสิงห์ </strong>รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธาน TIPMSE กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญ เนื่องจาก TIPMSE ดำเนินงานมาจะครบ 20 ปี ของการก่อตั้งสถาบันฯ ในเดือนธันวาคมนี้ โดยสถาบันฯ มีเป้าหมายผลักดันให้เกิดการ &#8216;<strong>เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เป็นวัตถุดิบ&#8217; </strong>ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สามารถทำได้จริง ภายใต้ความร่วมมือของภาคีเครือข่าย EPR Network ที่ขยายจากเดิมกว่า 149 หน่วยงาน มาสู่องค์กรศูนย์กลาง ที่ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนทั้งการกระจายข่าวสาร ข้อมูลและความรู้ และผลักดันให้บรรจุภัณฑ์ใช้แล้วกลับมาเป็นวัตถุดิบในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<p>แนวทางดังกล่าว มุ่งเน้นการส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ควบคู่กับการสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจแก่สังคม อันเป็นผลจากความร่วมมือที่เข้มแข็งของหลายภาคส่วน ซึ่งได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม เครือข่ายยังต้องทำงานอย่างต่อเนื่องและขยายการสื่อสารเรื่อง EPR ไปยังองค์กรสมาชิกให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36879 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Jpg-52.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อน EPR เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นวัตถุดิบ (EPR in Action) ในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่างกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ TIPMSE สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  ซึ่งจัดขึ้นในงาน Sustainable Expo หรือ SX2025  โดยในแต่ละปีจะมีการขยายความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ เพื่อให้การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/tipmse-go-forward-epr-in-action/">TIPMSE ผนึกกำลัง 16,000 สมาชิก เดินหน้า EPR in Action &#8216;เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วเป็นวัตถุดิบ&#8217; สร้างมูลค่า-ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“TIPMSE” รวมพลัง 149 องค์กร ปลดล็อก กม. EPR ปูทางเรียกคืนบรรจุภัณฑ์สู่วงจรรีไซเคิล ก่อนเข้าสู่ภาคบังคับใน 3 ปีข้างหน้า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/tipmse-3rd-packback-in-action-drive-epr-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Oct 2024 06:40:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Circular-Green Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Call to Action]]></category>
		<category><![CDATA[D4R]]></category>
		<category><![CDATA[Design-for- recycling]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[extended producer responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[PackBack in action]]></category>
		<category><![CDATA[PackBack in Action ปี 3 รวมพลังเดินหน้า: The Drive for EPR in Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[TIPMSE]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการบรรจุภัณฑ์และรึไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ส.อ.ท.]]></category>
		<category><![CDATA[เกรียงไกร เธียรนุกุล]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษิต สุขสิงห์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29538</guid>

					<description><![CDATA[<p>ส.อ.ท. หนุน &#8216;TIPMSE&#8216; เดินหน้ารวมพลังขยายเครือข่าย เปิดทางผู้ผลิตทุกขนาด พร้อมสมาชิกใหม่อีก 48 ราย ขับเคลื่อน EPR กฎเกณฑ์การค้าโลกใหม่ปี 70 เน้นใช้ทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุด ส่งคืนบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่ สร้างวงจรการใช้ทรัพยากรที่ยั่งยืน ลดปล่อยคาร์บอนสู่เป้าหมาย Net Zero องค์กรภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมขับเคลื่อนแนวทางการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต ครอบคลุมตลอดทั้งวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ หรือ Extended Producer Responsibility: EPR ในงาน “PackBack in Action ปี 3 รวมพลังเดินหน้า : The Drive for EPR in Thailand” เพื่อประกาศเจตจำนงผลักดันการใช้ทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุด และการส่งคืนบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อน EPR กล่าวเปิดงาน สะท้อนความก้าวหน้า ทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของกระทรวงฯ ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ และความร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/tipmse-3rd-packback-in-action-drive-epr-in-thailand/">“TIPMSE” รวมพลัง 149 องค์กร ปลดล็อก กม. EPR ปูทางเรียกคืนบรรจุภัณฑ์สู่วงจรรีไซเคิล ก่อนเข้าสู่ภาคบังคับใน 3 ปีข้างหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ส.อ.ท.</strong> หนุน &#8216;<strong>TIPMSE</strong>&#8216; เดินหน้ารวมพลังขยายเครือข่าย เปิดทางผู้ผลิตทุกขนาด พร้อมสมาชิกใหม่อีก 48 ราย ขับเคลื่อน EPR กฎเกณฑ์การค้าโลกใหม่ปี 70 เน้นใช้ทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุด ส่งคืนบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่ สร้างวงจรการใช้ทรัพยากรที่ยั่งยืน ลดปล่อยคาร์บอนสู่เป้าหมาย Net Zero</p>
<p><span id="more-29538"></span></p>
<p>องค์กรภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมขับเคลื่อนแนวทางการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต ครอบคลุมตลอดทั้งวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ หรือ Extended Producer Responsibility: EPR ในงาน “<strong>PackBack in Action ปี 3 รวมพลังเดินหน้า : The Drive for EPR in Thailand”</strong> เพื่อประกาศเจตจำนงผลักดันการใช้ทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุด และการส่งคืนบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจาก <strong>ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ </strong>รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อน EPR กล่าวเปิดงาน สะท้อนความก้าวหน้า ทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของกระทรวงฯ ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ และความร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในการพัฒนาระบบ EPR ด้านบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29544 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณเกรียงไกร เธียรนุกุล</strong> ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า​ ส.อ.ท. ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน จัดงาน “<strong>PackBack in Action ปี 3 รวมพลังเดินหน้า: The Drive for EPR in Thailand</strong>” แสดงเจตจำนงการใช้ทรัพยากรและวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความยั่งยืน โดยผู้ประกอบการไทยไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่หรือ SMEs ต้องมีความตื่นตัว เนื่องจากหลายมาตรการในต่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อการส่งออก รวมถึงหาก พรบ.การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนประกาศใช้ ทุกบริษัทก็จะต้องเข้าร่วมและดำเนินการตาม ซึ่งปัจจุบัน <strong>สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) ภายใต้การดำเนินงานของ ส.อ.ท. ได้ประสานกับเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ในการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ภาคบังคับ โดยคาดว่าจะเริ่มประกาศเป็นกฎหมายบังคับใช้ในปี 2570 นี้</strong>”</p>
<p><strong>คุณโฆษิต สุขสิงห์</strong> รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรึไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) กล่าวย้ำถึงบทบาทภาคเอกชนในการขับเคลื่อน EPR ร่วมกับภาครัฐในครั้งนี้ว่า เป็นการเปลี่ยนโฉมกลยุทธ์การพัฒนาสิ่งแวดล้อมของประเทศซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยให้ภาคอุตสาหกรรมเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29541 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/5-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ซึ่งที่ผ่านมา TIPMSE ทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการเตรียมความพร้อม ทั้งในแง่ของการให้ความเห็นต่อการพัฒนาร่างกฎหมาย EPR การพัฒนามาตรการจูงใจ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อรองรับระบบ EPR การส่งเสริมการออกแบบตามหลักการการออกแบบเพื่อการรีไซเคิล (Design-for- recycling หรือ D4R) การสื่อสารเพื่อกระตุ้นให้เกิดการดำเนินการ (Call to Action) ในห่วงโซ่ความรับผิดชอบ</p>
<p>พร้อมทั้ง​นำหลักการ EPR มาสู่การทดลองทั้งโมเดลเก็บกลับในพื้นที่เป้าหมายใน <strong>โครงการ Pack Back จังหวัดชลบุรี</strong> โดยนำร่องใน 3 เทศบาลประกอบด้วยเทศบาลเมืองแสนสุข เทศบาลเมืองบ้านบึง และเทศบาลตำบลเกาะสีชัง และจะขยายไปอีก 9 เทศบาลในปี 2567 เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบเก็บขนของท้องถิ่น และยกระดับสู่การออกเทศบัญญัติหรือข้อบัญญัติท้องถิ่น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดต้นแบบการสนับสนุนท้องถิ่นที่แตกต่างกันตามบริบทของพื้นที่ซึ่งความท้าทาย อยู่ที่การทำอย่างไรให้ทั้งผู้ผลิตรายใหญ่ รายกลาง และรายเล็กเข้าใจและเข้าร่วมเพื่อเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับ EPR ภาคบังคับในอนาคตได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29543 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/10.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ การพัฒนากลไก EPR โดยใช้ระบบภาคการผลิต จะเป็นเครื่องมือและกลยุทธ์ที่สำคัญในการเดินหน้าสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาทิ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน หรือ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ อย่างมีนัยสำคัญภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) สอดรับนโยบายภาครัฐในการนำโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า &#8220;<strong>BCG&#8221; (Bio-Circular-Green Economy)</strong> หรือเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว ที่นำเอาจุดแข็งของประเทศไทยมาพัฒนา โดยเฉพาะการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy หรือ CE) มาเป็นแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นความยั่งยืน ซึ่งภาคอุตสาหกรรมกำลังนำมาพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กฎเกณฑ์การค้าโลกใหม่ที่คำนึงถึงปัญหาโลกร้อนซึ่งเป็นภาวการณ์ที่ทุกประเทศต่างให้ความสำคัญ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29547 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/11.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การเกิดระบบ EPR ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นกลไกในการจัดการอย่างเป็นระบบครบวงจร เนื่องจากกฎหมายขยะปัจจุบันยังมีช่องโหว่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่เพียงเก็บขนกำจัดอย่างเดียว แต่ไม่มีบทบัญญัติเรื่องการคัดแยกและรีไซเคิล</p>
<p>ดังนั้น การประกาศ EPR เป็นกฎหมายบังคับใช้ในปี 2570 ​​จึงเป็นเหมือนสัญญาณให้ทุกภาคส่วนเตรียมความพร้อมในการนำบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วนำกลับมาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29539 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/1-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/tipmse-3rd-packback-in-action-drive-epr-in-thailand/">“TIPMSE” รวมพลัง 149 องค์กร ปลดล็อก กม. EPR ปูทางเรียกคืนบรรจุภัณฑ์สู่วงจรรีไซเคิล ก่อนเข้าสู่ภาคบังคับใน 3 ปีข้างหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TIPMSE เร่งปลดล็อค ​EPR Thailand ผนึกผู้ผลิต​​ตั้ง​ &#8216;​PROVE&#8217;​ สร้างระบบจัดการบรรจุภัณฑ์​ใช้แล้ว ​​ถอดบทเรียนโมเดลภาคสมัครใจ ก่อนบังคับใช้กฎหมายในปี 2570</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/tipmse-unlock-epr-thailand-lesson-learned-voluntary-to-mandatory/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 31 Jul 2024 14:23:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[extended producer responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[Network]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[PRO]]></category>
		<category><![CDATA[Producer Responsibility Organization]]></category>
		<category><![CDATA[PROVE: The Journey to EPR Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable packaging management]]></category>
		<category><![CDATA[TIPMSE]]></category>
		<category><![CDATA[V-EPR]]></category>
		<category><![CDATA[Voluntary EPR]]></category>
		<category><![CDATA[กรมควบคุมมลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[กองจัดการกากของเสียและสารอันตราย]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรับผิดชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[ทวีชัย เจียรนัยขจร]]></category>
		<category><![CDATA[ธงชัย ศิริธร]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ร.บ.การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ส.อ.ท.]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าและบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่าย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27747</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทบาทของ “ผู้ผลิต” ในโลกยุคใหม่ ไม่ใช่แค่ผลิตสินค้า แต่ต้องขยายความรับผิดชอบ​ไปจนถึงการจัดการสินค้าหลังบริโภคด้วย เพื่อไม่ให้​กลายเป็น “ขยะ” ตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อม ตามหลักการ EPR  (Extended Producer Responsibility) ซึ่งกำลังกลายเป็นกฎกติกาการค้ายุคใหม่ในประชาคมโลก EPR  หรือ “หลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต” ​เป็นการ​ขยายความ​รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของผู้ผลิตในทุกกลุ่ม​ ตั้งแต่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ไปจนถึง วิสาหกิจขนาดกลางย่อม (SMEs ) ​​ที่ต้องบริหารจัดการให้ครอบคลุม​วงจรชีวิตของสินค้ารวมทั้ง​บรรจุภัณฑ์  ตั้งแต่การออกแบบการผลิต ไปจนถึงการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วให้ถูกต้องตามหลักการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับประเทศไทยอยู่ระหว่างผลักดัน พ.ร.บ.การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน ​โดยนำหลักการ EPR มาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย และกำลังเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ​เพื่อ​เริ่มนำหลัก EPR มาใช้ในภาคการผลิตของประเทศ และวางเป็นกฎหมายใหม่ได้ตามเป้าหมายในปี 2570 ซึ่งนอกจากการดูแลผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วย​รักษาขีดความสามารถการแข่งขันของไทย โดยเฉพาะสินค้าที่มีเป้าหมายขยายไปสู่ตลาดส่งออก ล่าสุด สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อมงาน (TIPMSE ) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เป็นแกนกลางร่วมกับเครือข่าย ภาครัฐ และเอกชน ในการเตรียมความพร้อมพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการเก็บบรรจุภัณฑ์เข้าสู่วงจรรีไซเคิล ผ่านการ​จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “PROVE: The [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/tipmse-unlock-epr-thailand-lesson-learned-voluntary-to-mandatory/">TIPMSE เร่งปลดล็อค ​EPR Thailand ผนึกผู้ผลิต​​ตั้ง​ &#8216;​PROVE&#8217;​ สร้างระบบจัดการบรรจุภัณฑ์​ใช้แล้ว ​​ถอดบทเรียนโมเดลภาคสมัครใจ ก่อนบังคับใช้กฎหมายในปี 2570</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บทบาทของ<strong> “ผู้ผลิต”</strong> ในโลกยุคใหม่ ไม่ใช่แค่ผลิตสินค้า แต่ต้องขยายความรับผิดชอบ​ไปจนถึงการจัดการสินค้าหลังบริโภคด้วย เพื่อไม่ให้​กลายเป็น “ขยะ” ตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อม ตามหลักการ <strong>EPR  (Extended Producer Responsibility)</strong> ซึ่งกำลังกลายเป็นกฎกติกาการค้ายุคใหม่ในประชาคมโลก</p>
<p><span id="more-27747"></span></p>
<p><strong>EPR  </strong>หรือ “<strong>หลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต</strong>” ​เป็นการ​ขยายความ​รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของผู้ผลิตในทุกกลุ่ม​ ตั้งแต่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ไปจนถึง วิสาหกิจขนาดกลางย่อม (SMEs ) ​​ที่ต้องบริหารจัดการให้ครอบคลุม​วงจรชีวิตของสินค้ารวมทั้ง​บรรจุภัณฑ์  ตั้งแต่การออกแบบการผลิต ไปจนถึงการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วให้ถูกต้องตามหลักการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>สำหรับประเทศไทยอยู่ระหว่างผลักดัน <strong>พ.ร.บ.การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน </strong>​โดยนำหลักการ EPR มาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย และกำลังเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ​เพื่อ​เริ่มนำหลัก EPR มาใช้ในภาคการผลิตของประเทศ และวางเป็นกฎหมายใหม่ได้ตามเป้าหมายในปี 2570 ซึ่งนอกจากการดูแลผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วย​รักษาขีดความสามารถการแข่งขันของไทย โดยเฉพาะสินค้าที่มีเป้าหมายขยายไปสู่ตลาดส่งออก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27753 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/4-4.jpg" alt="" width="1200" height="687" /></p>
<p>ล่าสุด <strong>สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อมงาน (TIPMSE )</strong> <strong>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong> ได้เป็นแกนกลางร่วมกับเครือข่าย ภาครัฐ และเอกชน ในการเตรียมความพร้อมพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการเก็บบรรจุภัณฑ์เข้าสู่วงจรรีไซเคิล ผ่านการ​จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “<strong>PROVE: The Journey to EPR Thailand</strong>” เพื่อสื่อสารและสร้างโอกาสในการเข้าร่วมขับเคลื่อน EPR  ภาคสมัครใจ  เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ภาคบังคับ โดยมีผู้เข้าร่วมจากทั้ง​ภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้รวบรวม โรงงานรีไซเคิลจาก 60 องค์กร​ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  เพื่อปูทางการพัฒนาระบบขององค์กร ให้สามารถนำหลัก EPR ไปใช้โดยไม่เกิดอุปสรรคและปัญหาในการบริหารจัดบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>คุณทวีชัย เจียรนัยขจร ผู้อำนวยการส่วนลดและใช้ประโยชน์ของเสีย กองจัดการกากของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ</strong> กล่าวว่า ​ทุกภาคส่วนต้องมีส่วนร่วม และเดินหน้า​ในการนำบรรจุภัณฑ์กลับเข้าสู่ระบบมากที่สุด ​รวมทั้งการขับเคลื่อนระบบ EPR ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างกลไก​การจัดการอย่างเป็นระบบครบวงจร <em><strong>เนื่องจากกฎหมายขยะปัจจุบันยังมีช่องโหว่ โดยกำหนดบทบาทให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่เพียงเก็บขนกำจัดอย่างเดียว แต่ไม่มีบทบัญญัติเรื่องการคัดแยกและรีไซเคิล​ที่มีประสิทธิภาพ</strong></em></p>
<p>ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการลงมือปฏิบัติ และอุดช่องว่าง​​การใช้ระบบ EPR ในอนาคต ทางเครือข่าย​ได้​จัดตั้ง <strong>คณะกรรมการขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยหลักการ EPR ​</strong>​ซึ่งประกอบไปด้วยทั้ง​ภาครัฐและเอกชนในการร่วมขับเคลื่อน​ 7 แผนงาน ได้แก่ 1 .การสนับสนุนการดำเนินงาน V-EPR หรือ EPR ภาคสมัครใจของเอกชน 2. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น 3. การพัฒนาแนวทางการดำเนินงานตามหลัก EPR ในอนาคต (ถอดบทเรียนจากการนำร่อง) 4. การจัดทำข้อมูลและฐานข้อมูลบรรจุภัณฑ์  5. การพัฒนาข้อเสนอแรงจูงใจเพื่อสนับสนุนภาคเอกชน กรณีจัดการบรรจุภัณฑ์ตามหลักการ EPR 6. การสร้างการรับรู้ความเข้าใจ เพื่อสร้างความร่วมมือกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และ​ 7. การพัฒนากฎหมาย EPR</p>
<p><em>&#8220;แรงกดดันของประชาคมโลกในการจัดการปัญหามลพิษจากพลาสติก และการนำของเสียกลับมาเป็นทรัพยากรเพื่อลดคาร์บอนฟรุตพรินท์ที่กลายเป็นกระแสโลก จึงจำเป็นต้องมีการขับเคลื่อน EPR ที่เหมาะสมกับบริบทประเทศไทย เพื่อนำบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์ตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน&#8221; คุณทวีชัย กล่าว</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27750 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/1-5.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ด้าน<strong> คุณธงชัย ศิริธร รองประธานสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (</strong><strong>TIPMSE ) </strong><strong>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) </strong>ในฐานะองค์กรหลักของภาคเอกชนในการขับเคลื่อน EPR​ กล่าวว่า เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตทุกกลุ่มอุตสาหกรรมสามารถเข้าสู่ระบบ EPR ได้ง่ายขึ้น และมีต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้ จึงพัฒนากลไก <strong>PRO</strong> (Producer Responsibility Organization) เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการ รับผิดชอบด้านการเรียกกลับบรรจุภัณฑ์ ​เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการบังคับใช้กฎหมายใหม่ ซึ่ง โดย <em><strong>มีแผนร่วมกันจัดตั้งองค์กรตัวแทนในนาม PROVE​​ (Producer Responsibility Organization Voluntary Effort) เพื่อร่วมทดลองการดำเนินงาน EPR ภาคสมัครใจในการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว เพื่อถอดบทเรียนการดำเนินงานและนำเสนอภาครัฐ เพื่อหาบริบทที่เหมาะสมกับประเทศไทย</strong> โ<strong>ดยคาดว่าจะมีการเปิดตัวองค์กร PROVE ในงาน SUSTAINABILITY EXPO 2024 ช่วงเดือน ต.ค.นี้</strong> </em>  โดย​​มุ่งหวังว่าผู้ประกอบ SME จะเข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น และ​ยังนำมาซึ่งความได้เปรียบทางการค้าของไทยในระยะยาว</p>
<p>สำหรับการ​​นำร่องขับเคลื่อนโครงการ EPR ภาคสมัครใจ (Voluntary EPR ) ในช่วงที่ผ่านมา มีการดำเนินโครงการ &#8216;<strong>PackBack เก็บกลับบรรจุภัณฑ์เพื่อวันที่ยั่งยืน&#8217;</strong> ตั้งแต่ปี 2564 ในพื้นที่ 3 เทศบาล จ.ชลบุรี ได้แก่ เทศบาลเมืองแสนสุข เทศบาลเมืองบ้านบึง และเทศบาลตำบลเกาะสีชัง และเตรียมขยายผลไปสู่ 11 เทศบาล ในปี 2567 โดยทดลองเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยหลัก EPR ​โดยปัจจุบันมี 100 องค์กร​แสดงเจตจำนงความร่วมมือแล้วในงาน SUSTAINABILITY EXPO 2023 ที่ผ่านมา พร้อม 4 องค์กรภาคี ได้แก่ PPP Plastics, PRO Thailand Network, Aluminium Closed Loop Packaging System (Al Loop) และ TIPMSE PackBack  รวมถึง Collector รายใหญ่ที่พร้อมสนับสนุนอย่าง TBR หรือ SCGP เพื่อร่วมสร้างกลไก EPR ให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27752 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/3-6.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ปัจจุบันประเทศไทย​มีเอกชนรายใหญ่ รวมตัวกันภายใต้ <strong>PRO-Thailand Network</strong> ​ โดยมี 7  บริษัทนำร่อง ร่วม​ทำการวบรวมบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว 3 ประเภท ทั้งขวดพลาสติกใส (PET Bottle) กล่องเครื่องดื่ม และพลาสติกหลายชั้น (เช่น ซองขนม ถุงน้ำยาปรับผ้านุ่ม เป็นต้น) ​นอกจากนี้ ยังมี<strong> Aluminium Loop</strong> ที่ทดลองนำร่องศึกษาเครื่องมือเก็บกลับในพื้นที่พิเศษ เช่น พื้นที่เกาะต่างๆ ​รวมทั้ง<strong> PPP Plastic</strong> ที่กำลังผลักดันการพัฒนาโครงสร้างรองรับการคัดแยก ซึ่งที่ผ่านมา ทุกหน่วยงานได้ขับเคลื่อนอย่างเข้มข้นภายใต้ความเชี่ยวชาญของแต่ละแห่ง</p>
<p>ทั้งนี การจัดตั้ง ​PROVE จะช่วย​​​พัฒนาระบบในการเชื่อมโยงองค์กรที่มี​จัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน ช่วย​เพิ่มประสิทธิภาพ​การจัดการบรรจุภัณฑ์ให้​ครอบคลุม​​​​และบรรลุเป้าหมาย​การสร้างเครือข่าย EPR​ ที่สมบูรณ์มากขึ้น ​พร้อมทั้งเดินหน้าจัดเวที​รับฟัง แนะนำ และแลกเปลี่ยนความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสะท้อนปัญหาและและอุปสรรคของผู้ประกอบการ รวมทั้งทำความเข้าใจกระบวนการทำงาน​ในมิติต่างๆ เพื่อสนับสนุนกลไก EPR เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโมเดลนำร่อง PROVE  ผ่าน 4 เวทีสัมมนากลุ่มย่อย ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. </strong><strong>Recap EPR Policy : </strong><strong>จับประเด็นกฎหมาย </strong><strong>EPR  </strong></p>
<p>เพื่อทำความเข้าใจกฎหมาย EPR  ที่จะเป็นแม่บทของการกำกหนดกลไกการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน ​​สู่​การกำหนดนโยบายระดับประเทศ ผ่านคณะกรรมการนโยบายการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน ที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ร่วมด้วยผู้แทนจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง​ รวมทั้งคณะกรรมการผู้ชำนาญการ ขณะที่​ภาคปฏิบัติจะมีกลไกการจัดการบรรจุภัณฑ์ครอบคลุมตลอด​วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำ, ผู้ผลิต, ผู้จัดจำหน่าย, ผู้บริโภค, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น,ผู้เก็บรวบรวมบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว (ซาเล้งและร้านรับซื้อ ตลอดจนสถานที่กำจัด สถานที่แปรใช้ใหม่บรรจุภัณฑ์)</p>
<p>ส่วนสาระสำคัญใน กม. EPR  เป็นการกำหนดบทบาทองค์กร​ความรับผิดชอบการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน (PRO : Producer Responsibility Organization) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวแทน​ผู้ประกอบการ ในการเก็บรวบรวมและคัดแยกบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว เพื่อนำกลับไปใช้ใหม่ โดยเรียกเก็บค่าบริการในการจัดการบรรจุภัณฑ์ (EPR Fees) จากผู้ประกอบการ รวมถึงจัดทำแผนจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน  เพื่อเสนอต่อกรมควบคุมมลพิษ ขณะที่ในส่วนของบรรจุภัณฑ์ที่ไม่สามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้ ผู้ประกอบการจะต้องมีการจ่ายค่าธรรมเนียม Damage Fee เข้ากองทุนสิ่งแวดล้อม เพื่อเยียวยาและฟื้นฟูบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27755 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/6-2.jpg" alt="" width="1200" height="644" /></p>
<p><strong>2. </strong><strong>Reset Infrastructure : </strong><strong>ปรับโครงสร้างขับเคลื่อน </strong><strong>EPR </strong></p>
<p>​การนำเสนอระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อจัดการขยะอย่างยั่งยืน ภายใต้โครการ Smart Recycling Hub ​เป็นโมเดลต้นแบบนำร่องการจัดการและแปรรูปวัสดุรีไซเคิลครบวงจรในพื้นที่ กทม. ​ผ่านการ​พัฒนาระบบ Ecosystem และเชื่อมโยงให้มีระบบจัดการวัสดุใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการผลิต ครอบคลุมตั้งแต่การแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ไม่ว่าจะเป็นกลไก Waste Collection System ที่รองรับการจัดการขยะแห้ง ขยะรีไซเคิล ขยะเปียก การจัดตั้งจุดรับบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว (drop off point), ระบบขนส่งและจัดเก็บ และการจัดตั้งศูนย์คัดแยกและแปรรูปวัสดุรีไซเคิล (Material Recovery Facility : MRF) เพื่อคัดแยกขยะตามประเภทของวัสดุ นำกลับมาใช้ประโยชน์ ผ่าน 3 ช่องทาง ​ทั้งการส่งเข้าโรงงานรีไซเคิล (Mechanical Recycler)  ​การนำ​​ขยะพลาสติก​ไปทำให้เป็นน้ำมันหรือปิโตรเลียม (Chemical Recycler) และการใช้เป็นเชื้อเพลิง ผลิตพลังงานจากขยะ (Waste To Energy)</p>
<p><strong>3. </strong><strong>Reinvent with Recycle : </strong><strong>เปลี่ยนดีไซน์สู่ความยั่งยืน  </strong></p>
<p>การแสดงความ​รับผิดชอบตั้งแต่ต้นทางผ่านขั้นตอนการออกแบบดีไซน์ โดยนำหลัก Eco-design ตามแนวคิด Design for Recycle (D4R ) เพื่อสามารถเก็บกลับบรรจุภัณฑ์​​เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้มากที่สุด ตาม​หลักการ Eco-modulation fees ที่กำหนดให้การออกแบบดีไซน์​เป็นปัจจัยหนึ่งที่ใช้​​พิจารณาปรับลดค่าธรรมเนียม เพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำ eco-design ​​นำบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ซ้ำได้อย่างเหมาะสม ​ลดการใช้​บรรจุภัณฑ์ให้​มากที่สุด ​หรือการใช้วัสดุ​รีไซเคิลได้/วัสดุรีไซเคิลแล้ว, สนับสนุนการใช้วัสดุชนิดเดี่ยว (mono-materials) ใช้ส่วนประกอบของวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ และใช้สีให้น้อยที่สุด, พร้อมทั้งใช้สารยึดติดหรือกาวที่ไม่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการคัดแยกและรีไซเคิล, ตัวช่วยหมุนปิด/ฝาปิดที่ติดกับบรรจุภัณฑ์ให้หนาแน่น หลีกเลี่ยงการมีชิ้นส่วนขนาดเล็กที่หลุดลอดสู่ธรมชาติได้ง่าย ​​รวมทั้งการออกแบบให้บรรจุภัณฑ์สามารถเททิ้งของเหลือภายในออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้</p>
<p>ความหมายของการออกแบบเพื่อการรีไซเคิล บรรจุภัณฑ์ควรได้รับการออกแบบให้สามารถแยกส่วนประกอบบรรจุภัณฑ์ (packaging components) ​​ออกจากกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องให้ผู้บริโภคขั้นสุดท้ายมีส่วนร่วมในขั้นตอนการกำจัด เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27754 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/5-2.jpg" alt="" width="1200" height="661" /></p>
<p><strong>4. </strong><strong>Reignite EPR Voluntary Action : </strong><strong>จับมือรวมพลังผลักดัน </strong><strong>EPR</strong></p>
<p>การเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วจำเป็นต้อง เกิดจากความรับผิดชอบทุกภาคส่วน  ทั้งผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้บริโภค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งโรงงานรีไซเคิล เพื่อให้เกิดการเก็บกลับครบวงจร (Closed Loop Packaging) ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ. EPR ได้กำหนดแนวทางจัดการบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนไว้ 2 รูปแบบ ​คือ ผู้ประกอบการรับผิดชอบจัดการเอง (Individual Producer Responsibility: IPR) และการจัดตั้งองค์กรกลาง​อย่าง PRO เข้ามารับผิดชอบ ซึ่งการระดมความคิดเห็น ผู้ประกอบส่วนใหญ่เห็นพ้องไปในแนวทางจัดตั้งองค์กร PRO ร่วมกัน มากกว่าต่างคนต่างจัดการกันเอง ​ซึ่งใน​ปัจจุบัน ภาคเอกชนได้มีการรวมตัวกันเพื่อทดลองจัดตั้งองค์กรรับผิดชอบการจัดการบรรจุภัณฑ์ในชื่อ PROVE : Producer Responsibility Organization  Voluntary EFFORT เพื่อดำเนินงานในช่วงเตรียมความพร้อมสู่การดำเนินงานภาคบังคับต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/tipmse-unlock-epr-thailand-lesson-learned-voluntary-to-mandatory/">TIPMSE เร่งปลดล็อค ​EPR Thailand ผนึกผู้ผลิต​​ตั้ง​ &#8216;​PROVE&#8217;​ สร้างระบบจัดการบรรจุภัณฑ์​ใช้แล้ว ​​ถอดบทเรียนโมเดลภาคสมัครใจ ก่อนบังคับใช้กฎหมายในปี 2570</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส.อ.ท. โดย TIPMSE กระตุ้นผู้ประกอบการต่อเนื่อง เร่งปรับตัวสู่ EPR ขยายความรับผิดชอบผู้ผลิต รับมือยุโรปวางกฏเข้มด้านบรรจุภัณฑ์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/11/tipmse-drive-awareness-extended-producer-responsibility/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 12 Nov 2023 13:43:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Al Loop]]></category>
		<category><![CDATA[Aluminium Closed Loop Packaging System]]></category>
		<category><![CDATA[CE]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[eco-design]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[extended producer responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[PackBack in action]]></category>
		<category><![CDATA[PPP Plastics]]></category>
		<category><![CDATA[PRO-Thailand Network]]></category>
		<category><![CDATA[Propak Asia 2023]]></category>
		<category><![CDATA[SMEs]]></category>
		<category><![CDATA[SX2023]]></category>
		<category><![CDATA[TIPMSE]]></category>
		<category><![CDATA[Voluntary EPR]]></category>
		<category><![CDATA[การขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ส.อ.ท.]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ PackBack]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษิต สุขสิงห์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22289</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อความยั่งยืน (Sustainability) กลายเป็นโจทย์สำคัญให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวให้ทันตามกระแสของโลกที่กำลังเปลี่ยนไป โดยเฉพาะปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate change ที่รุนแรงขึ้นและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง การเติบโตโดยเน้นกำไร จึงไม่ใช่คำตอบของธุรกิจในอนาคต ​แต่ต้องมองถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วย ​ธุรกิจจึงต้องปรับกลยุทธ์และทิศทางให้มองความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น ขณะที่ต่างประเทศเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและปรับนโยบายเพื่อ​มุ่ง Net Zero ส่งผลให้หลายประเทศประกาศกฎระเบียบใหม่ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจหรือผู้ส่งออก โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs ที่ต้องใช้เวลาในการปรับตัว ด้านประเทศไทยเองก็เริ่มพัฒนาแผนและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยใช้แนวทางการมีส่วนร่วมของทั้งภาคเอกชนและภาคประชาชน ดังเช่นกรณีการแก้ไขปัญหาขยะ ด้วยการนำหลักการ Extended Producer Responsibility (EPR) หรือ การขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต มาเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์และสินค้าเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว นำมาหมุนเวียนใช้ใหม่หรือผลิตใหม่ได้ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy(CE) ซึ่งเป็นหนึ่งในโมเดลเศรษฐกิจ BCG สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) นับเป็นเครือข่ายเอกชนสำคัญของไทยที่อาสาเป็นตัวกลางในการทำงานร่วมกับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ธุรกิจไทยปรับตัวรองรับกับกติกาสากล โดยเฉพาะ กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป(อียู) ที่กำหนดเป้าหมายภายในปี ค.ศ.2030 หรือปี พ.ศ. 2573 บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดในตลาดอียูต้องสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำหรือรีไซเคิล พร้อมกันนี้ ยังกำหนดปี พ.ศ. 2567 ประเทศสมาชิกจะต้องเข้าร่วม “โครงการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/tipmse-drive-awareness-extended-producer-responsibility/">ส.อ.ท. โดย TIPMSE กระตุ้นผู้ประกอบการต่อเนื่อง เร่งปรับตัวสู่ EPR ขยายความรับผิดชอบผู้ผลิต รับมือยุโรปวางกฏเข้มด้านบรรจุภัณฑ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อความยั่งยืน (Sustainability) กลายเป็นโจทย์สำคัญให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวให้ทันตามกระแสของโลกที่กำลังเปลี่ยนไป โดยเฉพาะปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate change ที่รุนแรงขึ้นและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง</p>
<p><span id="more-22289"></span></p>
<p>การเติบโตโดยเน้นกำไร จึงไม่ใช่คำตอบของธุรกิจในอนาคต ​แต่ต้องมองถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วย ​ธุรกิจจึงต้องปรับกลยุทธ์และทิศทางให้มองความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น</p>
<p>ขณะที่ต่างประเทศเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและปรับนโยบายเพื่อ​มุ่ง Net Zero ส่งผลให้หลายประเทศประกาศกฎระเบียบใหม่ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจหรือผู้ส่งออก โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs ที่ต้องใช้เวลาในการปรับตัว</p>
<p>ด้านประเทศไทยเองก็เริ่มพัฒนาแผนและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยใช้แนวทางการมีส่วนร่วมของทั้งภาคเอกชนและภาคประชาชน ดังเช่นกรณีการแก้ไขปัญหาขยะ ด้วยการนำหลักการ <strong>Extended Producer Responsibility (EPR)</strong> หรือ การขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต มาเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์และสินค้าเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว นำมาหมุนเวียนใช้ใหม่หรือผลิตใหม่ได้ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy(CE) ซึ่งเป็นหนึ่งในโมเดลเศรษฐกิจ BCG</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22294 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/EPR3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) นับเป็นเครือข่ายเอกชนสำคัญของไทยที่อาสาเป็นตัวกลางในการทำงานร่วมกับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ธุรกิจไทยปรับตัวรองรับกับกติกาสากล โดยเฉพาะ <strong>กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป(อียู) ที่กำหนดเป้าหมายภายในปี ค.ศ.2030 หรือปี พ.ศ. 2573 บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดในตลาดอียูต้องสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำหรือรีไซเคิล </strong></p>
<p>พร้อมกันนี้ ยังกำหนดปี<strong> พ.ศ. 2567 ประเทศสมาชิกจะต้องเข้าร่วม “โครงการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR)” </strong>เพื่อให้ผู้ผลิตรับผิดชอบตลอดช่วงชีวิตของบรรจุภัณฑ์ โดยทยอยเพิ่มสัดส่วนการนำกลับมารีไซเคิลของบรรจุภัณฑ์แต่ละประเภทเพิ่มขึ้นทุกๆ 5 ปี แม้ว่าอียูยังไม่บังคับใช้กฏหมายนี้กับประเทศที่ 3 ที่เป็นคู่ค้าส่งออกไปยังยุโรป แต่อนาคตเชื่อว่าจะมีการใช้อย่างแน่นอน</p>
<p>ทั้งนี้ ที่ผ่านมา TIPMSE ได้จัดเวทีสัมมนาทั้งในช่องทางออนไซต์ และออนไลน์ตั้งแต่ปี 2564 เพื่อสื่อสารสร้างความเข้าใจต่อผู้ผลิตและเชิญชวนเข้าร่วมขับเคลื่อนและกำหนดรูปแบบ EPR ที่เหมาะสมกับประเทศไทย รวมถึงล่าสุดในงานสัมมนา <strong>&#8220;ผู้ประกอบการแบรนด์สินค้ากับการเตรียมตัวสู่ EPR&#8221;</strong> ในงาน<strong> Propak Asia 2023</strong> เมื่อ 29 ก.ย.2565 มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเตรียมความพร้อมของผู้ผลิต ผู้ประกอบการในการขับเคลื่อน EPR เพื่อผลักดันให้ผู้ผลิตเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ในขั้นของภาคสมัครใจผ่าน &#8216;<strong>โครงการ PackBack</strong> <strong>เก็บกลับบรรจุภัณฑ์เพื่อวันที่ยั่งยืน&#8217;</strong> เพื่อเรียนรู้และเตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่ภาคบังคับต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22293 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/EPR6.jpg" alt="" width="1200" height="834" /></p>
<p><strong>โครงการ PackBack เก็บกลับบรรจุภัณฑ์เพื่อวันที่ยั่งยืน</strong> มีการดำเนินงานใน 4 ด้านสำคัญ ประกอบด้วย</p>
<p>1) การพัฒนากลไกด้านนโยบายของประเทศ ตลอดจนการจัดทำระบบฐานข้อมูล</p>
<p>2) การทดลองดำเนินการเก็บกลับโดยภาคเอกชนในพื้นที่นำร่อง 3 เทศบาล จ.ชลบุรี (แสนสุข บ้านบึงและสีชัง) ที่เน้นการนำมาตรการสนับสนุนต่างๆ ตามหลัก EPR ไปทดลองดำเนินการในพื้นที่</p>
<p>3) การสื่อสารและสร้างความเข้าใจเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนอื่นๆ</p>
<p>4) การขยายความร่วมมือกับผู้ผลิต โดยเมื่อวันที่  6 ตุลาคม 2566 ในงาน SX2023 ได้จัดกิจกรรม<strong> PackBack in action</strong> รวมพลังขับเคลื่อน Voluntary EPR โดยมีองค์กรเข้าร่วมแสดงเจตจำนงเพิ่มเติมรวมทั้งสิ้น 98 องค์กร และมีการประกาศความร่วมมือของ 4 องค์กรภาคี ได้แก่ PPP Plastics, PRO Thailand Network , Aluminium Closed Loop Packaging System (Al Loop) และ TIPMSE PackBack ซึ่งต่างมีโครงการที่ช่วยหนุนเสริมกลไก EPR ได้มาจับมือร่วมกันดำเนินโครงการ EPR ภาคสมัครใจอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22291 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/EPR1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ผู้ประกอบการหรือองค์กรที่สนใจเข้ามาร่วมโครงการ EPR ภาคสมัครใจ สามารถเข้าร่วมได้ตามระดับความพร้อมของตนเอง ดังนี้  1) การเรียนรู้และเริ่มพัฒนาบรรจุภัณฑ์ตามหลัก Eco-design กับ “คลินิก Eco-Design”  2) การร่วมเรียนรู้ หลักการและกลไก EPR ผ่านการร่วมกิจกรรมโครงการนำร่อง PackBack ที่จังหวัดชลบุรี  และ 3) การเริ่มดำเนินการ EPR ภาคสมัครใจแบบเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-3451293</p>
<p>“การนำหลัก EPR หรือการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตสู่การขยายเครือข่ายร่วมรับผิดชอบต่อการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วหลังการบริโภคกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ จะตอบสนองเป้าหมายในการป้องกันผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม และคำนึงถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)”<strong> นายโฆษิต สุขสิงห์</strong> รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธาน TIPMSE ได้กล่าวไว้ในงาน PackBack in action รวมพลังขับเคลื่อน Voluntary EPR (6 ต.ค.66)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22292 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/EPR4.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>เครือข่ายความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นความร่วมมือที่จะเป็นแกนหลักที่สำคัญต่อขับเคลื่อนความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ที่ไม่ใช่แค่การเพิ่มขีดความสามารถให้กับระดับองค์กร หากแต่จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ เพื่อก้าวผ่านกติกาของโลก อันจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงให้กับระบบเศรษฐกิจที่จะเติบโตแบบยั่งยืนที่แท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/tipmse-drive-awareness-extended-producer-responsibility/">ส.อ.ท. โดย TIPMSE กระตุ้นผู้ประกอบการต่อเนื่อง เร่งปรับตัวสู่ EPR ขยายความรับผิดชอบผู้ผลิต รับมือยุโรปวางกฏเข้มด้านบรรจุภัณฑ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
