<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Tops &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/tops/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 12 Apr 2026 11:31:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Tops &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;ผลไม้ไทย&#8217; วนลูป &#8216;ราคาตก-ล้นตลาด&#8217; กลุ่มเซ็นทรัล หนุนเกษตรกร แก้ปัญหาทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาว เน้นเข้าใจกลไกตลาด พร้อมหาโซลูชันสร้างมูลค่าเพิ่ม มุ่งยกระดับทั้งระบบนิเวศอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/central-group-support-coconut-farmer-ecosystem/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 12 Apr 2026 10:43:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Centara]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[Central Tham]]></category>
		<category><![CDATA[Coconut]]></category>
		<category><![CDATA[CRG]]></category>
		<category><![CDATA[GO Wholesale]]></category>
		<category><![CDATA[good goods]]></category>
		<category><![CDATA[Tops]]></category>
		<category><![CDATA[Value Creation]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[กุ๊ด กุ๊ดส์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[มะพร้าว]]></category>
		<category><![CDATA[มะพร้าวน้ำหอม]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างมูลค่าเพิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล ทำ]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา]]></category>
		<category><![CDATA[โก โฮเซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41100</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อการเกษตรเป็น​หนึ่งภาคส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับ​ประเทศไทย และถือเป็นหนึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมที่โดดเด่นในการสร้างอัตลักษณ์ให้ประเทศไทย โดยเฉพาะ &#8216;ผลไม้ไทย&#8217; ซึ่งมีความหลากหลาย และ​รสชาติที่​อร่อย เป็นที่ติดใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติจนกลายเป็นอีกหนึ่ง Soft Power อันดับต้นๆ ของประเทศไทย แต่ขณะเดียวกัน หนึ่ง​ในปัญหาที่เกษตรกรไทยผู้ปลูกพืชผักผลไม้ต้องเผชิญอยู่บ่อยครั้งคือ ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ และสินค้าล้นตลาด ทั้งที่ต้นทุนในการปลูก การเก็บผลผลิต ไปจนถึงการขนส่ง ล้วนปรับตัวสูงขึ้นโดยเฉพาะในสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจและผลกระทบจากความขัดแย้งส่งผลให้ทั้งราคาน้ำมัน ปุ๋ย หรือบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ซ้ำเติมภาระ​เกษตรกรไทยเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะหนึ่งวิกฤตที่เห็นผลกระทบได้ชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา สำหรับกลุ่มผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งปีนี้ราคาตกลงหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าและถือว่าตกต่ำมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา กลายเป็นหนึ่งวาระสำคัญที่หลายภาคส่วนให้ความสนใจและเข้ามาร่วมมือเพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน เช่นเดียวกับ กลุ่มเซ็นทรัล ที่ให้ความสำคัญในการทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกรกลุ่มต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ได้ผนึกกำลังกับบริษัทในเครือเพื่อร่วมช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ผ่านการสนับสนุนการบริโภค รวมทั้งการร่วมแก้ปัญหาในระยะยาวเพื่อยกระดับห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง และการบริหารกลไกการผลิตและการตลาดได้อย่างสมดุล ช่วยป้องกันราคาที่ผันผวนมากจนเกินไป และเป็นการช่วยแก้ปัญหาให้กลุ่มเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า มะพร้าวน้ำหอมไทยเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่มีศักยภาพในระดับสากล การเติบโตอย่างยั่งยืนจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้บริโภค เพื่อร่วมกันมองเห็นคุณค่าและสนับสนุนสินค้าไทย นอกเหนือจากการขยายช่องทางการจำหน่าย การพัฒนามะพร้าวสู่รูปแบบการบริโภคที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อ​เป็นปัจจัยสำคัญในการเปิดโอกาสทางการตลาด และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร รวมทั้งการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับเศรษฐกิจในกลุ่มผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมได้ทั้งระบบนิเวศ ทั้งนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/central-group-support-coconut-farmer-ecosystem/">&#8216;ผลไม้ไทย&#8217; วนลูป &#8216;ราคาตก-ล้นตลาด&#8217; กลุ่มเซ็นทรัล หนุนเกษตรกร แก้ปัญหาทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาว เน้นเข้าใจกลไกตลาด พร้อมหาโซลูชันสร้างมูลค่าเพิ่ม มุ่งยกระดับทั้งระบบนิเวศอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อการเกษตรเป็น​หนึ่งภาคส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับ​ประเทศไทย และถือเป็นหนึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมที่โดดเด่นในการสร้างอัตลักษณ์ให้ประเทศไทย โดยเฉพาะ <strong>&#8216;ผลไม้ไทย&#8217;</strong> ซึ่งมีความหลากหลาย และ​รสชาติที่​อร่อย เป็นที่ติดใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติจนกลายเป็นอีกหนึ่ง Soft Power อันดับต้นๆ ของประเทศไทย</p>
<p><span id="more-41100"></span></p>
<p>แต่ขณะเดียวกัน หนึ่ง​ในปัญหาที่เกษตรกรไทยผู้ปลูกพืชผักผลไม้ต้องเผชิญอยู่บ่อยครั้งคือ ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ และสินค้าล้นตลาด ทั้งที่ต้นทุนในการปลูก การเก็บผลผลิต ไปจนถึงการขนส่ง ล้วนปรับตัวสูงขึ้นโดยเฉพาะในสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจและผลกระทบจากความขัดแย้งส่งผลให้ทั้งราคาน้ำมัน ปุ๋ย หรือบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ซ้ำเติมภาระ​เกษตรกรไทยเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน</p>
<p>โดยเฉพาะหนึ่งวิกฤตที่เห็นผลกระทบได้ชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา สำหรับกลุ่มผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งปีนี้ราคาตกลงหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าและถือว่าตกต่ำมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา กลายเป็นหนึ่งวาระสำคัญที่หลายภาคส่วนให้ความสนใจและเข้ามาร่วมมือเพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41106 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Coconut1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เช่นเดียวกับ <strong>กลุ่มเซ็นทรัล </strong>ที่ให้ความสำคัญในการทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกรกลุ่มต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ได้ผนึกกำลังกับบริษัทในเครือเพื่อร่วมช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ผ่านการสนับสนุนการบริโภค รวมทั้งการร่วมแก้ปัญหาในระยะยาวเพื่อยกระดับห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง และการบริหารกลไกการผลิตและการตลาดได้อย่างสมดุล ช่วยป้องกันราคาที่ผันผวนมากจนเกินไป และเป็นการช่วยแก้ปัญหาให้กลุ่มเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41107 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/01.คุณพิชัย-จิราธิวัฒน์-กรรมการบริหาร-กลุ่ม.jpg" alt="" width="467" height="700" /></p>
<p><strong>คุณพิชัย จิราธิวัฒน์</strong> กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า มะพร้าวน้ำหอมไทยเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่มีศักยภาพในระดับสากล การเติบโตอย่างยั่งยืนจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้บริโภค เพื่อร่วมกันมองเห็นคุณค่าและสนับสนุนสินค้าไทย นอกเหนือจากการขยายช่องทางการจำหน่าย การพัฒนามะพร้าวสู่รูปแบบการบริโภคที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อ​เป็นปัจจัยสำคัญในการเปิดโอกาสทางการตลาด และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร รวมทั้งการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับเศรษฐกิจในกลุ่มผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมได้ทั้งระบบนิเวศ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41111 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/17.สนับสนุนเกษตรกรไทย-ชวนอุดหนุนมะพร้าวน้ำ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือมุ่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกร​อย่างครอบคลุมทั้งการรับซื้อและเป็นช่องทางสำคัญในการกระจายผลผลิต​ โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดวิกฤตด้านราคา ได้เพิ่มปริมาณการรับซื้อมากขึ้นจากช่วงปกติ 2-3 เท่า เพื่อให้เกษตรยังคงมีรายได้อย่างต่อเนื่อง และนำผลผลิตไปพัฒนาเป็นสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจในแต่ละช่องทาง ทั้งการรับประทานสด ไม่ว่าจะเป็นน้ำมะพร้าว หรือเนื้อมะพร้าว การเสิร์ฟในรูปแบบเมนู​เครื่องดื่มหรืออาหาร รวมทั้งการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายในแต่ละช่องทางที่นำไปจำหน่าย ประกอบด้วย​​</p>
<p><strong>ท็อปส์ : </strong>คัดสรรมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องมาจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41104 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/TOPS1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>โก โฮเซลล์ :  </strong>พัฒนาเป็นสินค้าแปรรูปภายใต้แบรนด์ a choice เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภครวมทั้งกลุ่มผู้ประกอบการต่างๆ ​เช่น  น้ำมะพร้าว, มะพร้าวเส้น, มะพร้าวขูด และมะพร้าวแผ่นแช่แข็ง เพื่อเพิ่มทางเลือกสินค้าและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบภายในประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41105 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Go-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG)</strong> : ร่วมสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม โดยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายในร้านอาหารเครือซีอาร์จี  และมีแผนพัฒนาต่อยอดวัตถุดิบดังกล่าวมาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าและกระจายรายได้สู่เกษตรกรในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41108 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Coconut2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>โรงแรมเซ็นทารา</strong> : ได้นำมะพร้าวน้ำหอมไปจำหน่ายในโรงแรมทั้งในกรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติได้สัมผัสคุณภาพและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของมะพร้าวน้ำหอมไทย พร้อมทั้งยกระดับภาพลักษณ์สินค้าเกษตรไทยสู่เวทีสากล และสร้างการรับรู้ในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41103 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Good-goods.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>กุ๊ด กุ๊ดส์</strong> : ร่วมสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม โดยจัดจำหน่ายมะพร้าวน้ำหอมผ่านร้านกุ๊ด กุ๊ดส์ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ และสาขาจริงใจเชียงใหม่ รวมทั้งการใช้มะพร้าวเป็นส่วนผสมสำหรับเมนูเครื่องดื่มภายในร้าน และเตรียมจำหน่ายน้ำมะพร้าวบรรจุกระป๋องราว 5 หมื่นกระป๋อง ​เพื่อเป็นเครื่องดื่มพิเศษเพิ่มเติมในช่วงเทศกาล และช่วยให้บริโภคได้สะดวกมากยิ่งขึ้น</p>
<p><em>&#8220;ทางกลุ่มยังมีแผนพัฒนาต่อยอดวัตถุดิบจากมะพร้าวไปสู่การผลิตสินค้าต่างๆ ที่หลากหลาย เพื่อสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ในระยะยาว ​สร้างดีมานด์ได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแก้ปัญหาราคาสินค้าตกต่ำและผลผลิตล้นตลาด  ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มพร้อมดื่ม อาหารแปรรูป หรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ซึ่งจะช่วยยกระดับสินค้าเกษตรไทย และเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมะพร้าวน้ำหอมไทยจากสินค้าเกษตรพื้นฐาน สู่สินค้ามูลค่าสูงที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกอย่างยั่งยืน”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41109 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/18.สนับสนุนเกษตรกรไทย-ชวนอุดหนุนมะพร้าวน้ำ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ไม่เพียงการสร้างมูลค่าเพิ่มในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ทางกลุ่มเซ็นทรัล ยังมองต่อยอดไปถึงมิติในการบริหารจัดการขยะที่เกิดจากการบริโภคมะพร้าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะผลมะพร้าวที่มักจะถูกนำไปฝังกลบหลังจากบริโภคแล้ว และจะกลายเป็นหนึ่งในปัญหาขยะเศษอาหาร แต่ทางกลุ่มเซ็นทรัลได้ทำการรวบรวมเพื่อส่งต่อให้พันธมิตรอย่าง IBAP เพื่อนำไปเข้าสู่กระบวนการ Pyrolysis ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเพื่อแปรรูปเป็น<strong> &#8216;ไบโอชาร์&#8217; (Biochar)</strong> หรือถ่านชีวภาพที่ช่วยปรับปรุงและฟื้นฟูดิน ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในงานด้านภูมิทัศน์ การเกษตร และโครงการวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยังสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมทั้งเพิ่มโซลูชันในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทุกส่วนของมะพร้าวได้เพิ่มมากขึ้น​ด้วย​</p>
<p>เห็นได้ว่า การขับเคลื่อนของกลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือไม่ได้มองเพียงกระตุ้นการบริโภค​เฉพาะหน้าแบบครั้งคราว แต่ที่ผ่านมา​กลุ่มเซ็นทรัลทำงานใกล้ชิดเกษตรกรกลุ่มต่างๆ อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องผ่านโครงการ <strong>&#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217;</strong> โดยเฉพาะการมอบองค์ความรู้เพื่อให้เกษตรกรสามารถสร้างคุณค่าเพิ่มให้ผลผลิตทั้งรสชาติ สายพันธุ์ ​รวมทั้งมีความเข้าใจกลไกตลาด และความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะการรู้จักแปรรูปและต่อยอดผลผลิตเพื่อให้มีความหลากหลาย เก็บไว้ได้นาน และเพิ่มโอกาสทางการตลาดได้มากขึ้น  สะท้อนให้เห็นบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมขับเคลื่อนสินค้าเกษตรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างมูลค่าเพิ่มและพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจอย่างครบวงจร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41110 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/14.สนับสนุนเกษตรกรไทย-ชวนอุดหนุนมะพร้าวน้ำ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/central-group-support-coconut-farmer-ecosystem/">&#8216;ผลไม้ไทย&#8217; วนลูป &#8216;ราคาตก-ล้นตลาด&#8217; กลุ่มเซ็นทรัล หนุนเกษตรกร แก้ปัญหาทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาว เน้นเข้าใจกลไกตลาด พร้อมหาโซลูชันสร้างมูลค่าเพิ่ม มุ่งยกระดับทั้งระบบนิเวศอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มเซ็นทรัล ตอกย้ำผู้นำด้าน ESG ยกระดับ Green Transportation ขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยี สู่เป้าหมาย Net Zero 2050</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/central-group-focus-green-transportation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Feb 2026 11:42:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CENTEL]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[CPN]]></category>
		<category><![CDATA[CRC]]></category>
		<category><![CDATA[CRL]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[GO Wholesale]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transportation]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Tops]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[การขนส่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ขนส่งสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล รีเทล]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล รีเทล โลจิสติกส์]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัลพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โรบินสันไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[โลจิสติกส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40111</guid>

					<description><![CDATA[<p>การขนส่งและโลจิสติกส์ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจ และเปรียบเสมือน &#8216;เส้นเลือดหลัก&#8216; ของธุรกิจค้าปลีกและบริการ ขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มีการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสัดส่วนสูงของภาคธุรกิจ ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนผ่านระบบการขนส่งจึงไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นโจทย์เชิงโครงสร้างที่ภาคธุรกิจต้องร่วมรับผิดชอบอย่างจริงจัง ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกและบริการที่มีเครือข่ายการดำเนินงานครอบคลุมทั่วประเทศ กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN และ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL / เซ็นทารา ตระหนักดีว่ากระบวนการขนส่งสินค้าเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มีการใช้พลังงานและการปล่อยคาร์บอนในสัดส่วนสูงของภาคธุรกิจ การยกระดับระบบโลจิสติกส์จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน แต่เป็นการลงทุนเชิงโครงสร้างที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว จากแนวคิดดังกล่าว กลุ่มเซ็นทรัลจึงกำหนดให้การขับเคลื่อน Green Transportation เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญขององค์กร ผ่านการส่งเสริมนวัตกรรม การใช้พลังงานสะอาด เทคโนโลยีที่เป็นมิตรและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการนำนวัตกรรมด้านข้อมูล (Data) และเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ในการบริหารจัดการระบบขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการสูญเสีย และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/central-group-focus-green-transportation/">กลุ่มเซ็นทรัล ตอกย้ำผู้นำด้าน ESG ยกระดับ Green Transportation ขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยี สู่เป้าหมาย Net Zero 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การขนส่งและโลจิสติกส์ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจ และเปรียบเสมือน<strong> &#8216;เส้นเลือดหลัก</strong>&#8216; ของธุรกิจค้าปลีกและบริการ ขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มีการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสัดส่วนสูงของภาคธุรกิจ</p>
<p><span id="more-40111"></span></p>
<p>ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนผ่านระบบการขนส่งจึงไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นโจทย์เชิงโครงสร้างที่ภาคธุรกิจต้องร่วมรับผิดชอบอย่างจริงจัง</p>
<p>ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกและบริการที่มีเครือข่ายการดำเนินงานครอบคลุมทั่วประเทศ<strong> กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ</strong> ได้แก่ <strong>บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>CRC, </strong><strong>บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>CPN </strong><strong>และ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>CENTEL / </strong><strong>เซ็นทารา </strong>ตระหนักดีว่ากระบวนการขนส่งสินค้าเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มีการใช้พลังงานและการปล่อยคาร์บอนในสัดส่วนสูงของภาคธุรกิจ การยกระดับระบบโลจิสติกส์จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน แต่เป็นการลงทุนเชิงโครงสร้างที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p>จากแนวคิดดังกล่าว กลุ่มเซ็นทรัลจึงกำหนดให้การขับเคลื่อน <em><strong>Green Transportation เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญขององค์กร ผ่านการส่งเสริมนวัตกรรม การใช้พลังงานสะอาด เทคโนโลยีที่เป็นมิตรและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการนำนวัตกรรมด้านข้อมูล (Data) และเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ในการบริหารจัดการระบบขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการสูญเสีย และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม</strong> </em>สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40113 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/K-Pichai.jpg" alt="" width="400" height="600" /></p>
<p><strong>คุณพิชัย  จิราธิวัฒน์</strong> กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ มุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ Green Transportation ร่วมกับพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ที่มีแนวทางด้านความยั่งยืนสอดคล้องกัน พร้อมส่งเสริมมาตรฐานการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ การบำรุงรักษายานพาหนะอย่างเหมาะสม และการพัฒนาทักษะพนักงานขับรถให้ขับขี่อย่างปลอดภัย ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงาน</p>
<p><b> </b> <em>“สำหรับกลุ่มเซ็นทรัล ความยั่งยืนไม่ใช่โครงการระยะสั้น แต่เป็นกรอบความคิดในการดำเนินธุรกิจระยะยาว เราเชื่อว่าการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันไม่อาจแยกออกจากความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ และบทบาทขององค์กรขนาดใหญ่ คือการใช้ขนาดและเครือข่ายที่เรามี <strong>เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่เกิดขึ้นได้จริง</strong> และการขับเคลื่อน <strong>Green Transportation</strong> สะท้อนแนวคิดดังกล่าวอย่างชัดเจน เพราะเป็นเรื่องที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในวงกว้าง ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้คน เรามุ่งเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้องค์กรเติบโตควบคู่กับสังคมและโลกอย่างยั่งยืนในระยะยาว”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40117 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/TOPS.jpg" alt="" width="1200" height="862" /></p>
<p><strong><u>บริษัทในเครือกับการขับเคลื่อนด้าน </u></strong><strong><u>Green Transportation</u></strong></p>
<p><strong>เซ็นทรัล รีเทล โลจิสติกส์ (</strong><strong>CRL)</strong> เดินหน้าปรับเปลี่ยนระบบขนส่งและโลจิสติกส์สู่การใช้รถพลังงานไฟฟ้า (EV) อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยได้เริ่มนำรถ EV มาใช้ในการขนส่งสินค้าไปยังสาขาในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลตั้งแต่ปี 2565 และมีแผนขยายการใช้งานครอบคลุมรถจักรยานยนต์ และรถบรรทุกขนาด 4 ล้อ 6 ล้อ และ 14 ล้อ เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการขนส่งในระยะยาว</p>
<p><strong>Tops </strong><strong>ธุรกิจกลุ่ม </strong><strong>Food </strong><strong>ในเครือเซ็นทรัล รีเทล</strong> เดินหน้าสู่อนาคตแห่งความยั่งยืน ผนึกกำลัง FLS Group ผู้นำด้านโซลูชันซัพพลายเชนระดับโลก เปิดตัวรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) ขนาด 10 ล้อควบคุมอุณหภูมิ และ 18 ล้ออุณหภูมิปกติ เพื่อใช้กระจายสินค้าสู่ร้าน Tops ในพื้นที่ต่างจังหวัด ภายใต้ภารกิจ <strong>&#8217;12 Missions to Sustainable Retail&#8217;</strong> และแนวคิด <strong>&#8216;Small Acts Together&#8217;</strong> พร้อมตอกย้ำบทบาทผู้นำ Food Retail ในการยกระดับกรีนโลจิสติกส์ของไทย โดยเริ่มนำร่องในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 13,335 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าภายใน 5 ปี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40120 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/TOPS2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ไทวัสดุ :</strong>ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม โดยริเริ่มนำรถบรรทุกพลังงานสะอาด (EV Truck) มาใช้ในการขนส่งสินค้าจากคลังไปยังสาขาทั่วประเทศ เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและยกระดับโลจิสติกส์สีเขียวของไทย การปรับตัวดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นในการเป็นธุรกิจค้าปลีกสีเขียว และการรับผิดชอบต่อสังคมในทุกมิติ</p>
<p>ในปี 2568 ไทวัสดุได้เพิ่มรถบรรทุกพลังงานสะอาดอีก 10 คัน ส่งผลให้ปัจจุบันมีรถ EV Truck ประเภทรถพ่วงแม่ลูก รวมทั้งสิ้น 22 คัน พร้อมขยายเส้นทางการขนส่งจาก 21 สาขา เป็น 60 สาขา ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือตอนล่าง โดยสามารถลดการใช้น้ำมันได้ 588,157 ลิตร และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 1,611,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในปีเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40119 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/ThaiWassadu.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ไทวัสดุมีแผนขยายสถานีชาร์จไฟฟ้าไปยังพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและภาคใต้ภายในปี 2569 เพื่อให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดครอบคลุมทุกภูมิภาค และสนับสนุนการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>GO Wholesale</strong> : ดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยนำยานพาหนะไฟฟ้า (EV) ทั้งรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและรถสามล้อไฟฟ้า มาใช้ในการขนส่งสินค้าแบบ Last Mile Delivery เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการใช้พลังงานฟอสซิล และลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40115 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Go-WS.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ปัจจุบัน GO Wholesale ใช้ยานพาหนะไฟฟ้าในการขนส่งครอบคลุมทุกสาขาทั่วประเทศ โดยมีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 86 คัน และรถสามล้อไฟฟ้า 1 คัน พร้อมมีแผนขยายการใช้งานยานพาหนะไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงศึกษาการนำยานพาหนะไฟฟ้าขนาดใหญ่ขึ้นมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและยกระดับการให้บริการในอนาคต</p>
<p><strong>โรบินสันไลฟ์สไตล์</strong> : ส่งเสริมการใช้ยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า (EV) เพื่อเป็นทางเลือกการเดินทางอย่างยั่งยืน มุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดต้นทุนเชื้อเพลิง และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยนำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในการตรวจการณ์ความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมกำหนดเป็นมาตรฐานการจัดซื้อทดแทนในทุกสาขา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40118 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/RBS3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ขณะเดียวกัน ยังมีการใช้รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (รถกอล์ฟ EV) เพื่อให้บริการลูกค้าในลานจอดรถ โดยปัจจุบันมีการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 5 คัน ใน 5 สาขา ได้แก่ ภูเก็ต (ฉลอง) ฉะเชิงเทรา สระบุรี ราชบุรี และท็อปส์พลาซ่าพะเยา และรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า 2 คัน ใน 2 สาขา ได้แก่ ฉะเชิงเทรา และสุพรรณบุรี</p>
<p><strong>เซ็นทรัลพัฒนา :</strong> จัดงานกรีนเอ็กซ์โปแห่งปี &#8216;The Better Futures Project 2025 RE-lifestyle Roadshow&#8217; ผนึกกำลัง RIDDARA เปิดตัวรถกระบะไฟฟ้าพุ่มพวงในรูปแบบ &#8216;อีเวนต์เคลื่อนที่ รักโลก รักชุมชน&#8217; เดินทางจากเหนือจรดใต้ เพื่อส่งต่อความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนสู่ชุมชนทั่วประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40121 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/RBS.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>แนวคิดการจัดอีเวนต์เคลื่อนที่ด้วยรถกระบะไฟฟ้าถือเป็นรูปแบบใหม่ของการจัดงานที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 355 กิโลกรัม เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 16 ต้น เมื่อเทียบกับการใช้รถบรรทุก 6 ล้อ โดยรถ 1 คัน เดินทางรวมระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร พร้อมแวะชาร์จไฟฟ้าที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลกว่า 40 สาขา และจุดชาร์จมากกว่า 600 จุดทั่วประเทศ เพื่อจัดกิจกรรมด้านความยั่งยืนที่สนุก เข้าใจง่าย และเข้าถึงผู้คนในหลากหลายพื้นที่</p>
<p><strong>โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา</strong> : ให้บริการรถรับส่งภายในพื้นที่ด้วยรถบั๊กกี้พลังงานไฟฟ้า (Buggy) เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดต้นทุนเชื้อเพลิง และไม่ก่อมลพิษในบริเวณที่พักลูกค้า ปัจจุบันมีการใช้งานรถบั๊กกี้ไฟฟ้ามากกว่า 60 คัน ครอบคลุมหลายแห่ง อาทิ เซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ท ภูเก็ต, เซ็นทารา ซันไรซ่า เรสซิเดนซ์และสวีท ศรีราชา, เซ็นทารา ชานทะเล รีสอร์ทและวิลลา ตราด, เซ็นทาราพัทยา รวมถึงรีสอร์ทในต่างประเทศ เช่น เวียดนาม และมัลดีฟส์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40114 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Centara.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>นอกจากนี้ <strong>โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ บางกอก พระนคร</strong> ยังให้บริการรถตุ๊กตุ๊กพลังงานไฟฟ้า สำหรับการเดินทางในเส้นทางถนนข้าวสารและรอบเขตพระนคร พร้อมทั้งมีบริการจักรยานสำหรับลูกค้าในหลายสาขาและจัดสรรพื้นที่สำหรับจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าร่วมกับพันธมิตร เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับลูกค้าและสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40116 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/TUK-TUK.jpg" alt="" width="600" height="600" /></p>
<p><strong>ชู Data &amp; Technology เพิ่มประสิทธิภาพ</strong></p>
<p>การขับเคลื่อน Green Transportation ของกลุ่มเซ็นทรัลสะท้อนการปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ในทุกมิติของธุรกิจ ตั้งแต่การบริหารจัดการคลังสินค้า ระบบกระจายสินค้า ไปจนถึงการขนส่งปลายทาง โดยอาศัยการนำนวัตกรรมด้านข้อมูล (Data) และเทคโนโลยีอัจฉริยะมาเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์ความต้องการ เพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการจัดส่ง ลดของเสียจากกระบวนการโลจิสติกส์ ควบคู่กับการส่งเสริมการคัดแยกขยะและการรีไซเคิลวัสดุจากการดำเนินงาน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>ความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านสู่ Green Transportation เกิดขึ้นจากความร่วมมือของบริษัทในเครือและพันธมิตรในห่วงโซ่คุณค่าเดียวกัน เพื่อยกระดับมาตรฐานการขนส่งให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กรในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยมุ่งสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อชุมชน เมือง และคุณภาพชีวิตของผู้คน พร้อมมีส่วนร่วมในการยกระดับมาตรฐานของภาคธุรกิจไทยในการปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40122 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/RBS2.jpg" alt="" width="1200" height="600" /></p>
<p>ในอนาคต <strong>กลุ่มเซ็นทรัล</strong> มีแผนเดินหน้าขยายการใช้ยานยนต์พลังงานสะอาด เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนในศูนย์กระจายสินค้า และพัฒนาโซลูชันโลจิสติกส์สีเขียวรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและโลกอย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/central-group-focus-green-transportation/">กลุ่มเซ็นทรัล ตอกย้ำผู้นำด้าน ESG ยกระดับ Green Transportation ขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยี สู่เป้าหมาย Net Zero 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ท็อปส์ เปิดอินไซต์ &#8216;ไหว้ตรุษจีน&#8217; แบบพอดี พร้อม 4 ไอเดีย จัดการ &#8216;อาหารส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; ได้ทั้งสิริมงคล ​สร้างประโยชน์ชุมชน และไม่เป็นภาระสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/tops-the-great-chinese-new-year-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Feb 2026 22:16:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[chinese new year]]></category>
		<category><![CDATA[Every Day DISCOVERY]]></category>
		<category><![CDATA[Food Discovery & Destination]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Grocery]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[My Choice]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[The Great Chinese New Year 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Tops]]></category>
		<category><![CDATA[Tops Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ของไหว้ตรุษจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ซูเปอร์มาร์เก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ตรุษจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ท็อปส์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[หมอช้าง–ทศพร ศรีตุลา]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล รีเทล]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลตรุษจีน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39996</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;เทศกาลตรุษจีน&#8217; หรือปีใหม่ของชาวจีน (Chinese New Year) ​​เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญของหลายครอบครัว โดยเฉพาะ​คนไทยเชื้อสายจีน ที่จะได้มีโอกาสเดินทางพบปะ​ พูดคุย และร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ กับสมาชิก​ในครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลในการก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ​รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งเทศกาลเพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ซึ่งถือปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น สำหรับ &#8216;เทศกาลตรุษจีน 2569&#8217;​ ปีนี้ตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งถือเป็น &#8216;วันเที่ยว&#8217; โดยมี &#8216;วันจ่าย&#8217; 15 กุมภาพันธ์ 2569 และ &#8216;วันไหว้&#8217; 16 กุมภาพันธ์​ 2569 ​ภายใต้บรรยากาศโดยรวมที่ค่อนข้าง​คึกคัก เนื่องจาก​เป็นช่วงเทศกาลประจำปีที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ ทั้งเพื่อการเฉลิมฉลองและเสริมความเป็นสิริมงคลให้ชีวิต เข้าใจ​ &#8216;Conscious Consumption&#8217; ​เฉลิมฉลองแบบไม่สร้างภาระให้โลก  อีกหนึ่งสถานการณ์ที่มักจะเกิดขึ้นพร้อมกับเทศกาลตรุษจีนอยู่เสมอ ก็คือ &#8216;ปริมาณอาหารที่เกินพอดี&#8217; ทั้งจากปริมาณของไหว้ที่จัดเตรียมไว้ รวมไปถึงอาหารเพิ่มเติมจากสมาชิกในครอบครัวที่ถือติดมือมารับประทานร่วมกัน ทำให้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี มักจะมีปริมาณอาหารส่วนเกินเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก  ซึ่งหากไม่สามารถบริหารจัดการให้ดี ก็อาจจะเป็นการเพิ่มปัญหาเรื่องขยะอาหาร (Food Waste) ที่สร้างผลกระทบทั้งต่อโลกและสิ่งแวดล้อมตามมาได้  ข้อมูลนี้สอดคล้องกับอินไซต์ที่ทางท็อปส์ค้นพบ จากการสำรวจ &#8216;แนวโน้มการจับจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/tops-the-great-chinese-new-year-2026/">ท็อปส์ เปิดอินไซต์ &#8216;ไหว้ตรุษจีน&#8217; แบบพอดี พร้อม 4 ไอเดีย จัดการ &#8216;อาหารส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; ได้ทั้งสิริมงคล ​สร้างประโยชน์ชุมชน และไม่เป็นภาระสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;เทศกาลตรุษจีน&#8217;</strong> หรือปีใหม่ของชาวจีน (Chinese New Year) ​​เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญของหลายครอบครัว โดยเฉพาะ​คนไทยเชื้อสายจีน ที่จะได้มีโอกาสเดินทางพบปะ​ พูดคุย และร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ กับสมาชิก​ในครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลในการก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ​รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งเทศกาลเพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ซึ่งถือปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น</p>
<p><span id="more-39996"></span></p>
<p>สำหรับ<strong> &#8216;เทศกาลตรุษจีน 2569&#8217;​</strong> ปีนี้ตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งถือเป็น <strong>&#8216;วันเที่ยว&#8217;</strong> โดยมี &#8216;<strong>วันจ่าย&#8217;</strong> 15 กุมภาพันธ์ 2569 และ &#8216;<strong>วันไหว้&#8217;</strong> 16 กุมภาพันธ์​ 2569 ​ภายใต้บรรยากาศโดยรวมที่ค่อนข้าง​คึกคัก เนื่องจาก​เป็นช่วงเทศกาลประจำปีที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ ทั้งเพื่อการเฉลิมฉลองและเสริมความเป็นสิริมงคลให้ชีวิต</p>
<p><strong>เข้าใจ​ &#8216;Conscious Consumption&#8217; ​เฉลิมฉลองแบบไม่สร้างภาระให้โลก </strong></p>
<p>อีกหนึ่งสถานการณ์ที่มักจะเกิดขึ้นพร้อมกับเทศกาลตรุษจีนอยู่เสมอ ก็คือ <strong>&#8216;ปริมาณอาหารที่เกินพอดี&#8217;</strong> ทั้งจากปริมาณของไหว้ที่จัดเตรียมไว้ รวมไปถึงอาหารเพิ่มเติมจากสมาชิกในครอบครัวที่ถือติดมือมารับประทานร่วมกัน ทำให้<em><strong>ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี มักจะมีปริมาณอาหารส่วนเกินเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก  ซึ่งหากไม่สามารถบริหารจัดการให้ดี ก็อาจจะเป็นการเพิ่มปัญหาเรื่องขยะอาหาร (Food Waste) ที่สร้างผลกระทบทั้งต่อโลกและสิ่งแวดล้อมตามมาได้ </strong></em></p>
<p>ข้อมูลนี้สอดคล้องกับอินไซต์ที่ทางท็อปส์ค้นพบ จากการสำรวจ &#8216;<strong>แนวโน้มการจับจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2569 ของลูกค้าท็อปส์&#8217;</strong> ผ่าน​ช่องทาง<strong> LINE TOPS Thailand</strong> และ <strong>Personal Shopper</strong> และสะท้อนถึงพฤติกรรมลูกค้าที่น่าสนใจ โดยเฉพาะความใส่ใจต่อโลกและสิ่งแวดล้อม ทำให้​กลุ่ม <strong>&#8216;Conscious Consumption&#8217;</strong> ที่​มีสัดส่วนถึง 63% ตั้งใจ​​​เฉลิมฉลองแบบรักษ์โลก ด้วยการบริหารจัดการปริมาณของไหว้ในปีนี้อย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดปัญหาอาหารเหลือทิ้ง อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของการเกิดปัญหา Food Waste</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40022 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/15_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ กลุ่ม Conscious Consumption จะเน้น​การ​เฉลิมฉลองอย่างมีสติและใส่ใจสิ่งแวดล้อม ถือ​เป็นเทรนด์ใหม่ที่น่าจับตาในกลุ่มคนเมือง ​รวมทั้ง​ยังพบ <em><strong>ผู้บริโภค 18% ที่กังวลในเรื่องของอาหารเหลือจนสร้าง Food Waste ในช่วงตรุษจีน</strong></em> และอีกกว่า<em><strong> 15% ที่มองหาชุดของไหว้ที่ช่วยลดพลาสติก</strong></em> ซึ่งผลสำรวจที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นการเติบโตของเทรนด์ Sustainability หรือความยั่งยืนที่เพิ่มมากขึ้นได้อย่างชัดเจน</p>
<p>ผลสำรวจที่เกิดขึ้น​ นำมาสู่การถอดรหัสเพื่อทำความเข้าใจอินไซต์​ลูกค้าในกลุ่มนี้ได้อย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญต่อการบริโภคอย่างมีจิตสำนึก​ตามวิถี <strong>&#8216;กินเพื่ออยู่</strong>&#8216; (Eat to Live) ที่เน้นความพอดี พอประมาณ และไม่เหลือทิ้งขว้าง (Zero Waste) เพื่อมีส่วนช่วยรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเริ่มต้นได้ตั้งแต่การวางแผนซื้อวัตถุดิบ หรือสั่งอาหารในปริมาณที่เหมาะสม ไปจนถึงการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี ซึ่งล้วนมีส่วนสำคัญในการช่วยลดปริมาณ Food Waste ได้ในที่สุด</p>
<p><strong>ท็อปส์ ต่อยอด​ &#8216;ชุดของไหว้&#8217; แบบพอดี &#8216;คุ้มค่า คุ้มราคา แต่ความหมายครบ&#8217;</strong></p>
<p>หลังถอดรหัสความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มสำคัญ​ในช่วงเทศกาลตรุษจีนอย่าง <strong>Conscious Consumption </strong>ได้แล้ว <strong>​&#8217;ท็อปส์&#8217;</strong> ได้ต่อยอด​อินไซต์ดังกล่าว มาสู่การจัดแคมเปญเทศกาลตรุษจีน &#8216;<strong>The Great Chinese New Year 2026&#8242; </strong>ให้​ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างตรงจุดมากขึ้น</p>
<p>โดยเฉพาะ​แนวคิดการจัด <strong>ชุดของไหว้แบบ &#8216;พอดี&#8217;</strong> เพื่อให้แต่ละครอบครัวสามารถเลือกซื้อเพื่อนำไปใช้ในการไหว้ได้อย่างเหมาะสมกับรูปแบบและขนาดของครอบครัวตัวเอง โดยแบ่งเป็น 3 ขนาด ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; ชุดของไหว้ขนาดเล็ก (</strong><strong>Minimal) </strong><strong>สำหรับมือใหม่ – ไหว้ให้ถูกหลัก ตั้งต้นมงคล </strong>แบบเบสิค ขนาดเล็ก แต่ของครบ ราคาประหยัด : My Choice ชุดซาแซอุดมสมบูรณ์ M, Set Lucky Fruit Gift ชุดผลไม้มงคล ชุดสุดคุ้ม, ชุดไหว้ไฉ่ซิงเอี้ยะ และ ชุดไหว้บรรพบุรุษ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40007 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/12_ชุดไหว้ขนาดกลาง.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ชุดของไหว้ขนาดกลาง</strong><strong> – </strong><strong>พอดีครบ เสริมสมดุลทุกพลังมงคล </strong>: My Choice ชุดซาแซเสริมสุข, Set Lucky Fruit Gift ชุดผลไม้มงคลประหยัด, ชุดไหว้ไฉ่ซิงเอี้ยะใหญ่ และชุดไหว้บรรพบุรุษ</p>
<p><strong>&#8211; ชุดของไหว้ขนาดใหญ่ &#8211;</strong> <strong>สำหรับครอบครัวใหญ่ :</strong> My Choice ชุดโหงวแซรับความมั่งคั่ง, Set Lucky Premium Fruit Gift, ชุดโหงวแซซีฟู้ด, ชุดไหว้เทพเจ้าพิเศษ (ไฉ่ซิงเอี้ยะ) และ ชุดไหว้บรรพบุรุษใหญ่พิเศษ</p>
<p>นอกจากนี้ ยังจัดตัวเลือกของไหว้เพิ่มเติมสำหรับลูกค้า ทั้งของคาว–หวาน กระดาษเงินกระดาษทอง และของประดับมงคลเพื่อช่วยให้การจัดโต๊ะไหว้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น อาทิ My Choice ชุดหัวหมูครบเซต, ชุดไหว้เจ้าที่ , My Choice ขนมไหว้ และ My Choice พุ่มซิ่วท้อไส้ถั่วแดง พร้อมของประดับมงคลต่างๆ เพื่อให้แต่ละครอบครัวสามารถเลือกซื้อของไหว้ได้อย่างครบถ้วนและสะดวกได้ภายในจุดเดียว รวมท้ังสามารถเลือกซื้อให้ตอบโจทย์รูปแบบ​การไหว้ของตัวเองได้อย่างเหมาะสมและพอดีภายในครอบครัว โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดของเหลือจน​กลายเป็นสร้างภาระให้สิ่งแวดล้อมตามมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40011 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/18_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>แนะ 4 แนวทาง จัดการ &#8216;อาหาร​ส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; </strong></p>
<p>​​ ไม่เพียงให้ความสำคัญในการออกแบบชุดของไหว้ตั้งแต่ต้นทางอย่างพอดีเท่านั้น แต่ท็อปส์ยังได้นำเสนอแนวทางเพื่อช่วยบริหาร​​จัดการ ​&#8217;อาหารส่วนเกิน&#8217; ได้อย่างยั่งยืน เพื่อรองรับในกรณียังคงมีอาหารที่เหลือจากการบริโภคในช่วงเทศกาลอยู่  เพื่อสามารถสร้างให้เกิดคุณค่าเพิ่ม รวมทั้ง​ช่วยลดปริมาณขยะอาหาร สาเหตุของการเกิดก๊าซเรือนกระจกซึ่งนำไปสู่ปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ผ่าน 4 แนวทาง ได้แก่ <strong>Eat – Share – Feed </strong>และ<strong> Return to Earth​ </strong>โดยแต่ละแนวทางสามารถปฏิบัติได้จริงและไม่ยุ่งยาก  ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. Eat : กินให้หมดอย่างมีแผน</strong></p>
<p><strong>ความยั่งยืนที่ดีที่สุด คือ การไม่สร้างของเสียตั้งแต่ต้น</strong> ดังน้ัน ​​อาหารจากการไหว้ที่ยังอยู่ในสภาพดีควรถูกนำกลับมาใช้เพื่อการบริโภคได้ใหม่ ทั้งการแปรรูปหลากหลายเมนู รวมทั้งการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยยืดอายุ และนำกลับมาเป็นวัตถุดิบเพื่อทำเป็นเมนูต่างๆ ได้ใหม่อีกครั้ง เพื่อลดปริมาณ Food Waste ได้จริง ซึ่งการ<strong> &#8216;กินให้หมด&#8217;</strong> ในที่นี้ไม่ใช่การฝืนกิน แต่เป็นการออกแบบเพื่อนำอาหารจากเทศกาลไปทำเป็นอาหารมื้อใหม่ในชีวิตประจำวันได้อีกครั้งอย่างมีคุณภาพและสมดุล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40006 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/7X0A4307.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2. Share : แบ่งปันเพื่อขยายคุณค่า</strong></p>
<p>เมื่อมีปริมาณอาหารมากเกินความต้องการ <strong>&#8216;การแบ่งปัน​&#8217;</strong> จะช่วย​ต่ออายุและสร้างคุณค่าเพิ่มให้​ทรัพยากร การส่งต่ออาหารที่ยังรับประทานได้อย่างปลอดภัย​ให้แก่เพื่อนบ้าน ชุมชน หรือองค์กรเพื่อสังคม จึงเป็นอีกหนึ่งทางออกที่สร้างสรรค์ เพราะไม่เพียงช่วยลดโอกาสและปริมาณการเกิดของเสีย แต่ยัง <em><strong>เพิ่มการมีส่วนร่วมและส่งต่อความสุขในช่วงเทศกาลจากแค่ภายในครอบครัว ไปสู่การสร้างความเอื้อเฟื้อระหว่างกันภายในชุมชน</strong> </em>เพิ่มผลกระทบเชิงบวกไปสู่สังคมวงกว้าง ​สร้าง Social Impact ที่จับต้องได้มากกว่าการบริจาคเชิงสัญลักษณ์</p>
<p><strong>3. Feed :  เลี้ยงสิ่งมีชีวิตอื่น​ในระบบนิเวศ </strong></p>
<p>สำหรับอาหารที่เหลือช่วงเทศกาล แต่​​​อาจจะไม่เหมาะสำหรับการนำไปบริโภคต่อแล้ว สามารถนำไปเป็นทรัพยากรอาหารเพื่อเลี้ยง​สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในระบบนิเวศได้ต่อ เช่น การนำเศษอาหารไปเป็นอาหารสัตว์ สำหรับฟาร์มต่างๆ ที่อยู่ภายใน​ชุมชน หรือส่งต่อให้ระบบที่ได้รับการจัดการอย่างถูกลักษณะ เพื่อลดปริมาณขยะอินทรีย์ เพราะ <strong>ถึงแม้จะเป็นเศษอาหารแล้ว แต่ก็ยังไม่หมดคุณค่า</strong> สามารถเปลี่ยนบทบาทจากการหล่อเลี้ยงผู้คน ไปสู่การเลี้ยงชีวิตอื่นๆ ที่อยู่ภายในระบบนิเวศเดียวกันได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40028 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/08.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4. Return to Earth : คืนสู่ธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ</strong></p>
<p>สำหรับเศษอาหารที่จำเป็นต้องทิ้งจริงๆ เช่น เศษผัก ผลไม้ หรือเปลือกของผัก​​ผลไม้ รวมทั้งเศษอาหารที่ไม่สามารถนำ​ไปใช้  (Reuse) ต่อได้  ก็ยังมีแนวทางเพื่อส่งกลับสู่ธรรมชาติอย่างถูกวิธี ด้วยการนำไป <strong>เข้าสู่กระบวนการเพื่อทำเป็นปุ๋ยหมัก หรือฝังกลบขยะอินทรีย์ในดินอย่างถูกวิธีและเหมาะสม</strong> เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขยะอาหาร ซึ่งการแยกจัดการขยะอินทรีย์ตั้งแต่ต้นทาง คือ จุดเล็กๆ ที่ช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ต่อสิ่งแวดล้อมได้ในระยะยาว</p>
<p><strong>&#8216;ซูเปอร์มาร์เก็ตสู่ชุมชน&#8217; ​ลดขยะ &#8211; ความเหลื่อมล้ำทางอาหาร </strong></p>
<p>ท็อปส์ มีนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อน <strong>&#8216;Zero Food Waste to Landfill&#8217;</strong> โดยไม่ได้มองเพียงการจัดการเริ่มต้นจากปลายทางของ <strong>&#8216;ขยะ&#8217;</strong> แต่เห็นได้ว่าได้ให้ความสำคัญมาต้ังแต่ <strong>&#8216;ต้นน้ำ&#8217;</strong> ของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ผ่านการ​บริหารจัดการสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่การคัดเลือก การจัดเก็บ การควบคุมอายุสินค้า ไปจนถึงการบริการจัดการที่หน้าร้าน เพื่อให้ทรัพยากรถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าสูงสุด ก่อนจะกลายเป็นอาหารส่วนเกินเสียด้วยซ้ำ</p>
<p>และเมื่อผ่านการบริหารจัดการอย่างเต็มที่แล้ว แต่ยังคงมีอาหารที่มีคุณภาพเหลืออยู่ ท็อปส์จึงเดินหน้าส่งต่อ ตามแนวทาง <strong>&#8216;จากซูเปอร์มาร์เก็ตสู่ชุมชน&#8217;</strong> ผ่านความร่วมมือกับมูลนิธิ <strong>Scholars of Sustenance Thailand (SOS Thailand)</strong> ภายใต้กิจกรรม <strong>‘Food for Good Deed’ (อาหารปันสุข)</strong> รวมถึงการทำงานร่วมกับเกษตรกรและพันธมิตรในพื้นที่ เพื่อกระจายอาหารส่วนเกินและวัตถุดิบที่ยังใช้ประโยชน์ได้ ไปยังกลุ่มชุมชนที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40020 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2O4A9798.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ อาหารที่ส่งต่อจะผ่านกระบวนการจัดการที่สะอาด ปลอดภัย และคงคุณค่าทางโภชนาการ ก่อนแปรรูปหรือกระจายสู่ผู้บริโภคในรูปแบบที่เหมาะสม ซึ่งตลอดความร่วมมือกับทาง SOS Thailand  (ข้อมูลสะสม ณ ธันวาคม 2568)  ได้มีการส่งต่อมื้ออาหารรวมแล้วมากกว่า 8.6 ล้านมื้ออาหาร คิดเป็นปริมาณอาหารที่ช่วยลดการเกิด Food Waste ​ลงได้กว่า 2,039,934 กิโลกรัม ซึ่งช่วยลดการปล่อย​ก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 5,161 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ครอบคลุม 109 สาขาทั่วประเทศ</p>
<p>โครงการนี้สะท้อนบทบาทของท็อปส์ในฐานะผู้ประกอบการค้าปลีกที่มุ่งลดปัญหา Food Waste ควบคู่ไปกับการลดความเหลื่อมล้ำทางอาหาร (Food Inequality) อย่างเป็นรูปธรรม เพราะอาหารที่มีคุณค่า ไม่ควรถูกทิ้งให้สูญเปล่าและซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่ได้เป็นเพียงปลายทางของการซื้อขายแต่สามารถเป็น <strong>&#8216;จุดเชื่อมต่อ&#8217;</strong> ที่เปลี่ยนทรัพยากรส่วนเกิน ให้กลายเป็นคุณค่าต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ในเวลาเดียวกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40004 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/07.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากการสร้างผลเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม โครงการยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับชุมชน (Employee–Community Engagement) จากส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างองค์กรและสังคม ภายใต้กลยุทธ์ ‘12 Missions to Sustainable Retail’ ตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า ความยั่งยืนสามารถเกิดขึ้นได้จากพลังของการมีส่วนร่วมในทุกระดับ ตามแนวคิด ‘<strong>Small Acts Together</strong>’ และปรัชญา <strong>CRC Care</strong> ของเซ็นทรัล รีเทล</p>
<p><strong>ตอกย้ำผู้นำ Food Discovery &amp; Destination </strong></p>
<p>การออกแบบชุดของไหว้ในปีนี้ของท็อปส์ นอกจากสะท้อนความเข้าใจกลุ่ม <strong>Conscious Consumption</strong> ได้อย่างถ่องแท้แล้ว ในขณะเดียวกัน​ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำในฐานะ<strong> Food Discovery &amp; Destination</strong> ที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่มได้แบบครบ จบในที่เดียว</p>
<p>เพราะไม่เพียง​การเป็นผู้นำการเฉลิมฉลอง​เทศกาลตรุษจีน 2569 แบบใส่ใจสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มอื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น​กลุ่ม <strong>Smart Planner</strong> ที่ยังกังวลเรื่องของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ​ทำให้ต้องวางแผนการซื้ออย่าง &#8216;<strong>ฉลาดเลือก</strong>&#8216;​ เน้นซื้อของมีคุณภาพ แต่ก็ยังต้องการโปรโมชันที่ช่วยเพิ่ม​ความคุ้มค่าในการใช้จ่ายได้มากขึ้น</p>
<p>​รวมทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง <strong>GenX , GenY</strong> ที่เริ่มก้าวเข้ามาเป็นกำลังหลักของครอบครัวในการจัดการเรื่องของไหว้ ซึ่งจัดเป็นผู้บริโภคสายโมเดิร์น ที่แม้จะให้ความสำคัญกับการสืบทอดประเพณีแต่ก็ยังต้องการความสะดวกสบาย ​ไปที่เดียวสามารถซื้อของได้ครบถ้วนแบบ One-stop Service และด้วยความที่เป็น​​คนรุ่นใหม่ ทำให้มี Painpoint เรื่องความกลัวในการจัดของไหว้ที่ผิดไปจากประพณีหรือความเชื่อ จึงต้องการตัวช่วยจาก​ชุดของไหว้ที่จัดมาแบบสำเร็จรูปและถูกต้อง ซึ่งทั้งหมดนี้ท็อปส์ได้ถอดรหัสเพื่อ​นำเสนอให้ลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างครบถ้วน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40008 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/19_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พร้อมทั้ง​เพิ่มความเป็นสิริมงคลมากขึ้น ด้วยการมีที่ปรึกษาอย่าง <strong>&#8216;หมอช้าง–ทศพร ศรีตุลา&#8217; </strong>เพื่อให้ของไหว้ทุกชุดไม่ว่าจะเป็นชุดเล็ก กลาง หรือใหญ่ แต่มาพร้อม <strong>4 พลังแห่งความเป็นมงคล</strong> ทั้งพลังแห่งโชคลาภ <strong>(Luck)</strong> พลังแห่งสุขภาพที่ดี <strong>(Health)</strong> พลังแห่งความมั่งคั่ง <strong>(Wealth)</strong> และพลังแห่งความรัก <strong>(Love) </strong> อีกด้วย</p>
<p>​สำหรับผู้ที่กำลังมองหาของไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเสริมความเฮง ต้อนรับปีใหม่จีน ท็อปส์ยังมีโปรโมชันสุดคุ้มมาฝากกับ<strong> &#8216;ท็อปส์แจก 3 เฮง รับตรุษจีน&#8217;</strong> เพื่อช่วยผู้บริโภควางแผนการใช้จ่ายได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่าอีกด้วย</p>
<p><strong>เฮงที่ 1 :</strong> รับคูปองส่วนลด <strong>The Great Chinese New Year 2026</strong> ​สูงสุด 15% สำหรับสมาชิกเดอะวัน ที่​ซื้อสินค้าครบ​ 600 บาท ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ดส์​ สาขาที่ร่วมรายการ และท็อปส์ ออนไลน์,  ซื้อสินค้าครบ 400 บาท ที่ท็อปส์ สาขาที่ร่วมรายการ, ท็อปส์แคร์​, เพ็ตแอนด์มี ที่เข้าร่วมรายการ รวมถึงร้านมัทสึคิโยะ และเมื่อซื้อสินค้าครบ 150 บาท ที่ท็อปส์ เดลี่ทุกสาขา โดยมีสิทธิ์ลุ้นได้ถึง 12 สิทธิ์ต่อหมายเลขสมาชิก ตลอดแคมเปญ</p>
<p><strong>เฮงที่ 2</strong> : แลกคะแนน The1 เท่ายอดซื้อ รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 20% (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด)</p>
<p><strong>เฮงที่ 3 :</strong> รับหรือแลกคะแนน เพื่อรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 20% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด)</p>
<p>พิเศษ! สำหรับลูกค้า The1 ยังมี​โปรโมชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Super Burn ลด on-top ทั้งตะกร้า เพียงแลกคะแนน The 1 ตามยอดซื้อ รับส่วนลดเพิ่มทันที 20% โดยมียอดแลกขั้นต่ำ 800 คะแนนต่อใบเสร็จ ที่ท็อปส์ ทุกสาขา และ ท็อปส์ ออนไลน์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40003 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/14_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พบแคมเปญ <strong>&#8216;The Great Chinese New Year 2026&#8217; </strong> ที่ท็อปส์คัดสรรสินค้าและโซลูชันสำหรับเทศกาลตรุษจีนมาอย่างครบถ้วน เพื่อรับทั้งความเฮงและ ความปัง ตลอดเทศกาลจนถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ดส์ และท็อปส์ เดลี่ ทุกสาขา รวมถึงช่องทางออนไลน์</p>
<p>พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและโปรโมชันต่างๆ ได้ที่ https://www.tops.co.th/th, เฟซบุ๊ก TOPS Thailand หรือ LINE @TOPSThailand</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/tops-the-great-chinese-new-year-2026/">ท็อปส์ เปิดอินไซต์ &#8216;ไหว้ตรุษจีน&#8217; แบบพอดี พร้อม 4 ไอเดีย จัดการ &#8216;อาหารส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; ได้ทั้งสิริมงคล ​สร้างประโยชน์ชุมชน และไม่เป็นภาระสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยูนิลีเวอร์ ร่วมงาน “TOPS HOME &#038; BABY FAIR 2026” ที่เซ็นทรัล เวสต์เกต ส่งตรงสินค้าใหม่ บรีส-คอมฟอร์ท คอตตอน แคนดี้ พร้อมกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟกับ Fort Peat</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/unilever-tops-home-baby-fair-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Feb 2026 11:59:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[FMCG]]></category>
		<category><![CDATA[HELLO KITTY]]></category>
		<category><![CDATA[Tops]]></category>
		<category><![CDATA[Unilever]]></category>
		<category><![CDATA[คอมฟอร์ท]]></category>
		<category><![CDATA[ท็อปส์]]></category>
		<category><![CDATA[ธัญวรัตม์ ชนกานต์กุล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บรีส]]></category>
		<category><![CDATA[บรีส คอตตอน แคนดี้ ดีไลท์]]></category>
		<category><![CDATA[ประธรรม กระแสโสม]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิลีเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภชัย รัตนชินกร]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล รีเทล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39969</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในครัวเรือนชั้นนำ เข้าร่วมงาน &#8220;TOPS HOME &#38; BABY FAIR 2026&#8243; ที่จัดโดย ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล  ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ของปี 2026 &#8220;บรีส คอตตอน แคนดี้ ดีไลท์&#8221; ผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำสูตรเข้มข้น และ &#8220;คอมฟอร์ท คอตตอน แคนดี้ ดีไลท์&#8221; ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม มาโปรโมทให้ผู้บริโภคได้รู้จักและสัมผัสประสบการณ์ใหม่แห่งการซักผ้าแบบ 2026 หอมหวานคาวาอี้ พร้อมสร้างความสนุกสนานด้วยการแสดงเชิดสิงโตและกิจกรรมพิเศษโดย Fort Peat ณ เซ็นทรัล เวสต์เกต ภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและบรรยากาศแห่งความมงคล มีทั้งการจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษ การแสดงเชิดสิงโตฉลองเทศกาลตรุษจีน และกิจกรรมสุดพิเศษที่มี Fort Peat มาโปรโมทสินค้า บรีส สูตรซักด่วน ที่ซักผ้าเสร็จภายใน 15 นาที พร้อมกิจกรรม Lucky Fans ที่แฟนๆ ได้ร่วมทำกิจกรรมกับ Fort Peat อย่างใกล้ชิด สร้างความประทับใจตลอดงาน สำหรับสินค้าใหม่ปี 2026 &#8220;บรีส และ คอมฟอร์ท คอตตอน แคนดี้ ดีไลท์&#8221; มาพร้อมคอนเซ็ปต์ &#8220;ซักผ้าแบบ 2026 หอมหวานคาวาอี้&#8221; ที่มากกว่าแค่ประสิทธิภาพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/unilever-tops-home-baby-fair-2026/">ยูนิลีเวอร์ ร่วมงาน “TOPS HOME &#038; BABY FAIR 2026” ที่เซ็นทรัล เวสต์เกต ส่งตรงสินค้าใหม่ บรีส-คอมฟอร์ท คอตตอน แคนดี้ พร้อมกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟกับ Fort Peat</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด</span></b><span lang="TH"> ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในครัวเรือนชั้นนำ เข้าร่วมงาน <b>&#8220;</b></span><b>TOPS HOME &amp; BABY FAIR <span lang="TH">2026&#8243;</span></b><span lang="TH"> ที่จัดโดย <b>ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล</b> </span></p>
<p><span id="more-39969"></span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ของปี 2026 <b>&#8220;บรีส คอตตอน แคนดี้ ดีไลท์&#8221;</b> ผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำสูตรเข้มข้น และ <b>&#8220;คอมฟอร์ท คอตตอน แคนดี้ ดีไลท์&#8221;</b> ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม มาโปรโมทให้ผู้บริโภคได้รู้จักและสัมผัสประสบการณ์ใหม่แห่งการซักผ้าแบบ 2026 หอมหวานคาวาอี้ พร้อมสร้างความสนุกสนานด้วยการแสดงเชิดสิงโตและกิจกรรมพิเศษโดย </span>Fort Peat <span lang="TH">ณ เซ็นทรัล เวสต์เกต</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและบรรยากาศแห่งความมงคล มีทั้งการจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษ การแสดงเชิดสิงโตฉลองเทศกาลตรุษจีน และ<b>กิจกรรมสุดพิเศษที่มี </b></span><b>Fort Peat <span lang="TH">มาโปรโมทสินค้า บรีส สูตรซักด่วน </span></b><span lang="TH">ที่ซักผ้าเสร็จภายใน 15 นาที พร้อมกิจกรรม </span>Lucky Fan<span lang="EN-US">s</span><span lang="EN-US"> </span><span lang="TH">ที่แฟนๆ ได้ร่วมทำกิจกรรมกับ </span>Fort Peat <span lang="TH">อย่างใกล้ชิด สร้างความประทับใจตลอดงาน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39973 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Uni-Tops3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">สำหรับสินค้าใหม่ปี 2026 <b>&#8220;บรีส และ คอมฟอร์ท คอตตอน แคนดี้ ดีไลท์&#8221;</b> มาพร้อมคอนเซ็ปต์ &#8220;ซักผ้าแบบ 2026 หอมหวานคาวาอี้&#8221; ที่มากกว่าแค่ประสิทธิภาพ โดย บรีส คอตตอน แคนดี้ ดีไลท์ เป็นผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำสูตรเข้มข้น ที่มาพร้อมเทคโนโลยี </span>VivaScentz <span lang="TH">บูสต์อารมณ์สดใส สลายคราบหนัก ลดกลิ่นอับ หอมอ่อนโยน หวานละมุน ไม่แสบจมูก อัพเกรดความหอม ติดทนนาน 45 วัน ส่วน คอมฟอร์ท คอตตอน แคนดี้ ดีไลท์ เป็นน้ำยาปรับผ้านุ่ม กลิ่นแป้งแบบครีมมี่ หอมละมุนแบบ </span>yummy <span lang="TH">ด้วยเทคโนโลยี </span>ENCAP <span lang="TH">จากบ้านปรุงน้ำหอมระดับโลก มีเฉพาะในปรับผ้านุ่มคอมฟอร์ท หอมนาน 45 วัน ผสานเทคโนโลยี </span>VivaScentz <span lang="TH">บูสต์ให้รู้สึกสดใส ปกป้องผ้าจากกลิ่นอับ เมื่อใช้ทั้งสองผลิตภัณฑ์คู่กัน จะได้รับกลิ่นหอมหวานละมุนยาวนานถึง 45 วัน หอม </span>x <span lang="TH">2 เท่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39972 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Uni-Tops2.jpg" alt="" width="1200" height="700" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ความพิเศษของงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากตัวแทนผู้บริหารทั้งสององค์กร <b>โดยฝ่ายเซ็นทรัล รีเทล</b> นำโดย <b>คุณณิศรา ชัยตันติพงศ์</b> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ </span>FMCG <span lang="TH">และ <b>คุณประธรรม กระแสโสม</b> ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในครัวเรือน <b>ในส่วนของยูนิลีเวอร์ </b>นำทีมโดย <b>คุณศุภชัย รัตนชินกร </b>ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ กลุ่มน้ำยาซักผ้า แบรนด์ บรีส และ <b>คุณธัญวรัตม์ ชนกานต์กุล</b> ผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้า </span>TOPS <span lang="TH">ภายใต้ผลิตภัณฑ์ แบรนด์ บรีส ร่วมงานอย่างเป็นทางการ</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">คุณธัญวรัตม์ ชนกานต์กุล </span></b><span lang="TH">ผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้า </span>TOPS <span lang="TH">ภายใต้ผลิตภัณฑ์ แบรนด์ บรีส กล่าวว่า &#8220;บรีส และ คอมฟอร์ท คอตตอน แคนดี้ ดีไลท์ เป็นนวัตกรรมใหม่ปี 2026 ที่พัฒนาขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์ซักผ้าที่ดีต่อใจให้กับผู้บริโภค ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ต้องการ </span>&#8216;<span lang="TH">ซักผ้าแบบ 2026 หอมหวานคาวาอี้</span>&#8216; <span lang="TH">เมื่อใช้ทั้งสองผลิตภัณฑ์คู่กัน จะได้รับกลิ่นหอมหวานละมุนยาวนานถึง 45 วัน หอม </span>x <span lang="TH">2 เท่า การมาร่วมงานในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการให้ผู้บริโภคได้รู้จักและสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ใหม่ของเราในช่วงเทศกาลตรุษจีน&#8221;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39970 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Tops-Uni4.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">อีกหนึ่งไฮไลท์พิเศษคือ การทำ </span></b><b>Collaboration <span lang="TH">กับ </span>Hello Kitty <span lang="TH">ออกพรีเมี่ยม </span>Collection <span lang="TH">สุดพิเศษในช่วงเทศกาลตรุษจีน</span></b><span lang="TH"> ที่จะทำให้การซักผ้าน่ารักและสนุกสนานมากยิ่งขึ้น พร้อมให้ผู้บริโภคได้สะสมไปจนถึงวันที่ 3 มีนาคม 2569</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ของ บรีส และ คอมฟอร์ท พร้อมของพรีเมี่ยมคอลเลคชั่น </span></b><b>Hello Kitty <span lang="TH">สามารถหาซื้อได้ที่ห้าง </span>TOPS Supermarket <span lang="TH">ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ </span>– <span lang="TH">3 มีนาคม 2569</span></b></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/unilever-tops-home-baby-fair-2026/">ยูนิลีเวอร์ ร่วมงาน “TOPS HOME &#038; BABY FAIR 2026” ที่เซ็นทรัล เวสต์เกต ส่งตรงสินค้าใหม่ บรีส-คอมฟอร์ท คอตตอน แคนดี้ พร้อมกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟกับ Fort Peat</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่อง 8 ไอเดียสินค้า &#8216;ไม่สวย แต่ช่วยโลกได้&#8217; เปลี่ยน Waste สู่ Value พร้อม​อิมแพ็คเชิงบวกที่มากกว่าแค่ &#8216;ลดขยะ&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/ugly-products-turn-waste-into-value-and-impact/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Sep 2025 07:13:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[creativity]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[idea]]></category>
		<category><![CDATA[Mi Terro]]></category>
		<category><![CDATA[PRETTY UGLY BAG]]></category>
		<category><![CDATA[Qualy]]></category>
		<category><![CDATA[Qualy Design]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Tlejourn]]></category>
		<category><![CDATA[Tops]]></category>
		<category><![CDATA[Tops Daily]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[กระเป๋ารักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเลจร]]></category>
		<category><![CDATA[นกหวีดพารอด]]></category>
		<category><![CDATA[พระสติ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36089</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อนึกถึงคำว่า &#8216;ขยะ&#8217; ภาพในหัวของใครหลายคน​คงสะท้อนออกมา​ในมิติเชิงลบแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพกองขยะที่มีแต่ความสกปรก กลิ่นเหม็น แหล่งกำเนิดของเชื้อโรค และยังเป็นต้นตอของหลายๆ ปัญหา ทั้งสุขภาพ คุณภาพชีวิต  แหล่งเสื่อมโทรมในสังคม รวมไปถึงวาระสำคัญระดับโลกอย่างปัญหาโลกร้อนและผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่ทุกฝ่ายกำลังพยายามแก้ไขกันอย่างเร่งด่วน แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง สิ่งที่หลายคนเคย​มองว่าเป็น &#8216;ขยะ&#8217; หาก​แต่ในความเป็นจริงอาจเป็นเพียง​การมองไม่รอบด้านมากพอ เพราะเมื่อเปลี่ยนมามุมมองใหม่ เราอาจจะพบแค่ &#8216;กองวัสดุ&#8217; ที่ยังไม่ได้มีการหยิบมาต่อยอดเพื่อสร้างให้เกิดประโยชน์ในรูปแบบใหม่ๆ หรือตัดสินจากวิธีการเดิมๆ ความคิดเดิมๆ นึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของเสีย ของไม่มีประโยชน์ หรือ​หน้าตาที่ไม่สวยงาม ไม่ตรง​ Beauty Standard ตามมาตรฐานเดิมๆ จึง​ถูกจัดกลุ่ม จัดประเภทว่าเป็นของเสีย ​ของตกเกรด ​​ขายไม่ได้ จนต้องทิ้งไป และสุดท้ายก็จะไปกองรวมกันที่หลุมฝังกลบ หรือ​เผาทำลาย  กลายเป็นการเพิ่ม​ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซ้ำเติมโลกมากเข้าไปอีก ขณะที่ความเชื่อใหม่ของโลก ใน​ยุคที่มุ่ง​ขับเคลื่อนสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน กลับมองว่า​ &#8216;ไม่ควรมีอะไรในโลกที่ต้องกลายเป็นขยะ&#8217; เพียงแค่การให้ความสำคัญเข้าไปบริหารจัดการ ตามแนวคิด &#8216;Waste to Value&#8217; เพื่อเปลี่ยนจากขยะ​ เปลี่ยนจากความน่ารังเกียจ ความไม่สวยงาม มาสู่การสร้างให้เกิดคุณค่าใหม่ ทำให้ของทุกชิ้นกลับมามีประโยชน์ได้อีกครั้ง เช่นเดียวกับ 8 ไอเดียสร้างสรรค์ ต่อไปนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/ugly-products-turn-waste-into-value-and-impact/">ส่อง 8 ไอเดียสินค้า &#8216;ไม่สวย แต่ช่วยโลกได้&#8217; เปลี่ยน Waste สู่ Value พร้อม​อิมแพ็คเชิงบวกที่มากกว่าแค่ &#8216;ลดขยะ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อนึกถึงคำว่า<strong> &#8216;ขยะ&#8217;</strong> ภาพในหัวของใครหลายคน​คงสะท้อนออกมา​ในมิติเชิงลบแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพกองขยะที่มีแต่ความสกปรก กลิ่นเหม็น แหล่งกำเนิดของเชื้อโรค และยังเป็นต้นตอของหลายๆ ปัญหา ทั้งสุขภาพ คุณภาพชีวิต  แหล่งเสื่อมโทรมในสังคม รวมไปถึงวาระสำคัญระดับโลกอย่างปัญหาโลกร้อนและผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่ทุกฝ่ายกำลังพยายามแก้ไขกันอย่างเร่งด่วน</p>
<p><span id="more-36089"></span></p>
<p>แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง สิ่งที่หลายคนเคย​มองว่าเป็น <strong>&#8216;ขยะ&#8217;</strong> หาก​แต่ในความเป็นจริงอาจเป็นเพียง​การมองไม่รอบด้านมากพอ เพราะเมื่อเปลี่ยนมามุมมองใหม่ เราอาจจะพบแค่ <strong>&#8216;กองวัสดุ&#8217;</strong> ที่ยังไม่ได้มีการหยิบมาต่อยอดเพื่อสร้างให้เกิดประโยชน์ในรูปแบบใหม่ๆ หรือตัดสินจากวิธีการเดิมๆ ความคิดเดิมๆ นึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของเสีย ของไม่มีประโยชน์ หรือ​หน้าตาที่ไม่สวยงาม ไม่ตรง​ Beauty Standard ตามมาตรฐานเดิมๆ จึง​ถูกจัดกลุ่ม จัดประเภทว่าเป็นของเสีย ​ของตกเกรด ​​ขายไม่ได้ จนต้องทิ้งไป และสุดท้ายก็จะไปกองรวมกันที่หลุมฝังกลบ หรือ​เผาทำลาย  กลายเป็นการเพิ่ม​ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซ้ำเติมโลกมากเข้าไปอีก</p>
<p>ขณะที่ความเชื่อใหม่ของโลก ใน​ยุคที่มุ่ง​ขับเคลื่อนสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน กลับมองว่า​ <em><strong>&#8216;ไม่ควรมีอะไรในโลกที่ต้องกลายเป็นขยะ&#8217;</strong> </em>เพียงแค่การให้ความสำคัญเข้าไปบริหารจัดการ ตามแนวคิด <strong>&#8216;Waste to Value&#8217; </strong>เพื่อเปลี่ยนจากขยะ​ เปลี่ยนจากความน่ารังเกียจ ความไม่สวยงาม มาสู่การสร้างให้เกิดคุณค่าใหม่ ทำให้ของทุกชิ้นกลับมามีประโยชน์ได้อีกครั้ง</p>
<p>เช่นเดียวกับ <strong>8 ไอเดียสร้างสรรค์</strong> ต่อไปนี้ ​ที่ทำให้สิ่งที่เคยเข้าใจว่าเป็น &#8216;ขยะ&#8217; กลับมาสร้างคุณค่าและเกิดประโยชน์ ผ่านการ​​ต่อยอดแนวคิด พัฒนาโมเดลธุรกิจหรือมุมมองใหม่ๆ ไปจนถึงการนำนวัตกรรมต่างๆ ม​าช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับคุณภาพชีวิต และเพิ่มโอกาสให้ผู้คนและสังคมโดยรอบ​ พร้อมส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปพร้อมกัน​ โดยไม่ได้มองแค่การทำให้โลก Zero Waste หรือปลอดขยะเท่านั้น แต่ยังขับเคลื่อนผลกระทบเชิงบวกในหลากหลายมิติ​ตามมาด้วย​</p>
<p><strong>1. ทะเลจร : ​รองเท้าคู่ใหม่ จาก​ขยะทะเล</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36092 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Tlejorn5.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>การเปลี่ยนทัศนคติและมุมมอง เพื่อเปลี่ยน​<strong> &#8216;ขยะ&#8217;</strong> ​เป็น <strong>&#8216;วัตถุดิบ&#8217;</strong> ​​นำไปสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ให้เกิดประโยชน์ได้อีกครั้ง ภายใต้ความร่วมมือ​ขององค์กรไม่แสวงหากำไรในพื้นที่ปัตตานีอย่าง <strong>กลุ่มทะเลจร </strong>และ <strong>Trash Hero Thailand </strong>เพื่อช่วยกัน​​ลด​​ขยะ​​ทะเล ซึ่งประเทศไทยได้ชื่อว่ามีปริมาณขยะทะเลสูงสุดเป็นอันดับ 6 ของโลก​ ไม่ว่าจะเป็นขวดพลาสติก ถุงพลาสติก แห อวน ไฟแช็ค รวมทั้งรองเท้า​ที่มักลอยมาตามทะเลเช่นกัน</p>
<p>นำมาสู่ไอเดียในการนำขยะรองเท้าจากทะเล มาอัพไซเคิลเป็นรองเท้าแตะคู่ใหม่ในชื่อ <strong><em>&#8216;ทะเลจร&#8217; </em></strong>เพื่อช่วยลดปริมาณขยะในทะเลพร้อมทั้งการสื่อสารและสร้างความตระหนักต่อปัญหาขยะทะเลไปพร้อมกัน​<strong><em>โดยขยะรองเท้าจากทะเล 10 ข้าง จะนำมาผลิตเป็นรองเท้าทะเลจรคู่ใหม่ได้ 1 คู่</em></strong> ด้วยดีไซน์แบบ Mosaic Color สร้างอัตลักษณ์สะท้อนความเป็น Circular Product พร้อมเครื่องหมายรับรองการสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่าง Circular Mark ซึ่งประโยชน์ของทะเลจร นอกจากช่วยลดปริมาณขยะในทะเลแล้ว ยังช่วยสร้างงาน สร้างทักษะอาชีพ พร้อมแบ่งปันรายได้จากการจำหน่ายให้แก่​ชาวบ้านในพื้นที่ รวมทั้งนำไปสนับสนุนกิจกรรมเก็บขยะทะเลของ Trash Hero  และกิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆ ต่อไป</p>
<p><strong>2. Pretty Ugly Bag : ​​​กระเป๋าช้อปปิ้งรักษ์โลก จากป้ายไวนิลเก่า </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36100 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Re3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>จาก​ป้ายไวนิลสื่อสารแคมเปญการตลาดของ <strong>ท็อปส์ (Tops) </strong>ที่หน้าร้าน <strong>&#8216;ท็อปส์ เดลี่&#8217;</strong> ของ​เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทลในเครือเซ็นทรัล รีเทล ซึ่งปกติจะถูกปลดออก และไม่ได้มีหน้าที่ใดๆ ให้ต้องใช้งานอีกต่อไป​หลังแคมเปญต่างๆ สิ้นสุดลง ซึ่งในแต่ละปีจะมีปริมาณป้ายไวนิลเก่าไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นชิ้นต่อปี​ กลายเป็นโจทย์สำคัญให้​เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ในการเปลี่ยนจากสิ่งที่กำลังจะกลายเป็นขยะพลาสติก ที่​ไปซ้ำเติมปัญหาสภาพอากาศของโลก ให้กลับมามีประโยชน์และดีต่อโลกได้ใหม่อีกครั้ง</p>
<p>กระเป๋าช้อปปิ้งรักษ์โลก <strong>&#8216;Pretty Ugly Bag&#8217;</strong> จึงเป็นคำตอบที่ลงตัว ด้วยการอัพไซเคิลจากขยะ ที่หลายคนอาจมองว่าไม่สวย ไม่มีประโยชน์ และถูกเก็บไว้แบบทิ้งขว้าง​ บางชิ้นเก่า สกปรก เปรอะเปื้อน เพราะไม่ได้รับการดูแล และรอเวลาในการนำไปทำลาย มาสู่การเป็นไอเท็มคู่กายนักช้อปยุคใหม่ ในคอนเซ็ปต์ <em><strong>&#8216;ไม่สวย แต่ช่วยโลกได้&#8217; </strong></em>พร้อมดีไซน์แบบหนึ่งเดียวในโลก ที่ไม่มีใครเหมือน และยังเป็นไอคอนิก​สะท้อนความรักษ์โลก พร้อมคุณสมบัติที่แข็งแรง ทนทาน และความเป็นเอกลักษณ์  ที่สำคัญคือ การได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมไปได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อซื้อกระเป๋าใบนี้เพียงครั้งเดียว​ และใช้งานจนกระเป๋า​ชำรุด​ ทางท็อปส์ยังเปิดโอกาสให้นำกระเป๋าไปเปลี่ยน​ใหม่ แบบฟรีๆ ได้ตลอดชีวิต เท่ากับเพิ่มการมีส่วนร่วมจากลูกค้าและผู้บริโภคให้ช่วยกันลดขยะพลาสติกเพื่อสร้างผลกระทบได้มากขึ้นแบบทวีคูณ</p>
<p><strong>3. </strong><strong>Ugly Veggies Thailand : ผักออแกนิกส์ตกเกรด แต่ประโยชน์เต็มเปี่ยม </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36094 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/vgly-veggies6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การต่อยอดเทคโนโลยี เพื่อช่วยแก้ปัญหา พร้อม​เพิ่มโอกาสและช่องทางสร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรกร​ เมื่อโครงการ <strong>Ugly Veggies Thailand</strong> ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้าไปสนับสนุนและยกระดับสู่ <strong>Smart Farming</strong> ให้กลุ่มชุมชนเกษตรกรอำเภอกระนวน จ.ขอนแก่น และพบ Pain point ในการผลิตพืชผักออแกนิกส์เพื่อจำหน่าย แต่สามารถส่งขายให้ตลาดได้เพียง 50-70% ​ส่วนที่เหลืออีกกว่า 30% จะถูกคัดออก เพราะไม่ได้มาตรฐานที่ตลาดต้องการ ไม่ว่าจะเป็นจากขนาด หรืออาจจะมีรูปร่างไม่สวยงาม เพราะเป็นการปลูกตามธรรมชาติ และไม่ได้ใช้สารเคมี ​ซึ่งผลผลิตที่ไม่สามารถขายได้ เป็นโอกาสในการนำไปสู่การเกิดขยะอาหาร หรือ Food Waste ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญของโลกเช่นกัน</p>
<p>Ugly Veggies Thailand ได้พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเป็น <strong>Online Marketplace</strong> และรวบรวมผักออแกนิกส์ตกเกรดจากกลุ่มเกษตรกรที่มี Certificate หรือใบรับรอง Organic เพื่อการันตีความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัย นำ <strong>&#8216;ผักไม่สวย แต่มีคุณภาพ&#8217;</strong> มาสร้างตลาดผักออแกนิกส์ออนไลน์ เป็น Community ให้​เกษตรกร​​และลูกค้า​ สามารถหาซื้อผักคุณภาพดี ราคาประหยัด​ และเต็มไปด้วยคุณภาพไม่ต่างจากที่ขายในห้าง เพียงแต่อาจจะมีรูปร่างไม่สวยงาม ​รวมทั้งยังมีผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากผักออแกนิกส์ที่ให้คุณประโยชน์ต่างๆ เช่น ไฟเบอร์ โพรไบโอติค หรือพรีไบโอติก เพื่อขับเคลื่อนสู่​ <strong>Zero Food Waste</strong> ด้วยการต่อยอดผักที่เหลือจากการขายและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กลุ่มเกษตรกรได้มากขึ้น ซึ่งหากขับเคลื่อนได้ตามเป้าหมาย 100% จะสามารถลดขยะ​ทางการเกษตรจากครัวเรือนให้ลดลงได้ถึง 5.6 ตันต่อปี</p>
<p><strong>4.  Mi Terro : ​ Limitless Milk Shirt &#8216;เสื้อยืด&#8217; จากนมหมดอายุ </strong></p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36112 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Mi-terro4.jpg" alt="" width="1200" height="786" /></strong></p>
<p><strong>Mi Terro (มีเทอร์โร)</strong> เป็นธุรกิจสตาร์ทอัพด้านไบโอเทคโนโลยี จากสหรัฐอเมริกา พัฒนานวัตกรรม​การสกัดเส้นใยชีวภาพ จากนมหมดอายุ เพื่อผลิต เสื้อยืด <strong>Limitless Milk Shirt</strong> โดยรวบรวมนม​จากฟาร์มปศุสัตว์รวมทั้งจากร้านขายของชำต่างๆ  เพื่อนำมาผลิตเป็นเสื้อยืดแฟชั่นรักษ์โลก ซึ่งถือเป็นความสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่ ทั้งการ​ช่วยลดปริมาณขยะอาหารที่มีอยู่ทั่วโลกกว่า 1, 300 ล้านตันต่อปี โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมนม ที่มีปริมาณ​กว่า 128 ล้านตันต่อปี และเป็นสาเหตุของการเกิดก๊าซเรือนกระจกแต่ละปีกว่า 3,300 ล้านตัน รวมทั้งยังเพิ่มทางเลือกในการมีวัสดุสิ่งทอที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>Limitless Milk Shirt ใช้นวัตกรรม &#8216;Pro-Act&#8217; (Protein Activation) เพื่อสกัดให้ได้โปรตีนเคซีนออกมา และนำมาเข้ากระบวนการ​ Dynamic Flow Shear Spinning เพื่อปั่นให้เป็นเส้นใยสำหรับต่อยอดใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยเส้นใยที่ได้จะมีความนุ่มกว่าผ้าฝ้ายถึง 3 เท่า ป้องกันแบคทีเรีย ระบายอากาศ​ ​​สวมใส่สบาย ​และยังใช้น้ำในกระบวนการผลิตน้อยกว่าผ้าฝ้ายทั่วไปถึง 60% รวมทั้งยังมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ​เพราะเส้นใยที่ได้สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดไมโครพลาสติกสะสมอยู่ในสภาพแวดล้อม</p>
<p><strong>5. Nike Grind Dumbbells : ดัมเบล​จาก Footwear Waste ของไนกี้ </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36096 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Dumbell1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ดัมเบลออกกำลังกายรุ่นพิเศษของไนกี้ ที่เกิดจากการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ในกระบวนการผลิตรองเท้าของไนกี้ โดยผลิต​จากแผ่นยางไนกี้กรายด์ ‘<strong>Nike Grind Rubbe</strong>&#8216; ที่เกิดจากการอัพไซเคิลแผ่นยาง หนัง โฟม ผ้า และเทอร์โมพลาสติก หรือการรับคืนรองเท้าเก่าเพื่อมาแยกชิ้นส่วนและนำเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นแผ่น​ Nike Grind และต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลกในหลากหลายกลุ่ม ทั้งอุปกรณ์กีฬา แฟชั่น หรือแม้แต่เฟอร์จิเนอร์ต่างๆ ร่วมกับ​พันธมิตรของ​ไนกี้</p>
<p>โดย Nike Grind Dumbbells มีส่วนผสมจาก Footwear Waste อย่างน้อย 20% ตามขนาดแต่ละชิ้น รวมทั้งวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทาน แต่ปลอดภัยเพราะทำจากยาง พร้อมดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ในแต่ละชิ้น แต่มีความสดใสตามกลิ่นอายคอลเลกชั่นของไนกี้ พร้อม​​ตอกย้ำสโลแกน<strong> Just Do It​​​</strong> สะท้อน​เอกลักษณ์​ในการ<strong>ก้าวข้ามขีดจำกัด จากเรื่องของกีฬา และไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงการตอบโจทย์ในเรื่องของความยั่งยืนได้ด้วย</strong> จึงไม่เพียงแค่การพัฒนา​ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการ​ออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ และยังสร้างความแตกต่างผ่านการมีส่วนช่วยลดขยะให้โลกใบนี้ไปพร้อมกันด้วย ​</p>
<p><strong>6. KUBOTA x GREYHOUND ORIGINAL สตรีทแฟชั่นจากฟางข้าว</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36097 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Kubota-Greyhound-.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p>ราว 20% ของพื้นที่เพาะปลูกในไทย หรือกว่า 65 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ปลูกข้าว ทำให้ประเทศไทยมีปริมาณ &#8216;ฟางข้าว&#8217; เหลือหลังเก็บเกี่ยวจำนวนมาก ขณะที่กระบวนการกำจัดมักใช้วิธีเผา สร้างมลภาวะทางอากาศ ฝุ่นPM2.5 รวมทั้งยังสร้างก๊าซเรือนกระจก สาเหตุของปัญหาโลกร้อน</p>
<p>นำมาสู่ความร่วมมือของ 2 ผู้นำใน 2 อุตสาหกรรม อย่างสยามคูโบต้า และเกรฮาวด์ ในโปรเจ็กต์ <strong>KUBOTA x GREYHOUND ORIGINAL &#8216;Turn waste to Agri-Wear&#8217; </strong>​ซึ่งเป็นครั้งแรกในวงการแฟชั่น ที่นำ Agri-Waste หรือวัสดุเหลือใช้​ ทั้งฟางข้าว 20% ​รังไหม​ 20% และ​ผ้าฝ้าย​ 60% มาทอเป็นผ้าสำหรับ​ออกแบบในคอลเล็กชั่นใหม่ ​ดีไซน์แบบสตรีทแฟชั่น ที่เป็น Unisex และ​เป็น Eco Fashion เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดทั้งวงจรชีวิตของสินค้า ตามแนวทาง Sustainable Fashion</p>
<p><strong>7. พระสติ -นกหวีดพารอด ผนวก &#8216;ศรัทธา&#8217; และ &#8216;ความยั่งยืน&#8217;</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36099 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Qualy-.jpg" alt="" width="1200" height="635" /></p>
<p><strong>Qualy (ควอลี่)​</strong> แบรนด์ที่มุ่งมั่นในการขับเคลื่อน Circular Economy โดยใช้พลังของความคิดสร้างสรรค์ ​ต่อยอดการลดวัสดุเหลือใช้ โดยเฉพาะขยะพลาสติก พัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์ต่างๆที่แปลกใหม่ เพื่อกระตุ้นแนวคิดเรื่อง​ความยั่งยืน โดยเฉพาะการนำเรื่องของ <strong>&#8216;ความศรัทธา&#8217;</strong> ​มาช่วยขับเคลื่อน ผ่านการจัดสร้าง <strong>&#8216;พระสติ&#8217; พระเครื่องจากมวลสารรีไซเคิล</strong> ด้วยคำจำกัดความว่า <strong>&#8216;มวลสารแห่งความยั่งยืน</strong>&#8216; เพื่อเป็นกุศโลบาย ผนวกกลยุทธ์ Story Telling เพื่อสื่อสารเรื่องการ &#8216;แยกขยะ&#8217; ให้ช่วยเพิ่มการรับรู้ในวงกว้าง และเปิดตัวในงาน Bangkok Design Week 2022 ​โดย TCDC ซึ่งประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะ​การได้รับความสนใจและถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมจากการมีผู้นำขยะพลาสติกมาบริจาค ซึ่งเป็นการส่งเสริมความเข้าใจในการแยกประเภทขยะได้อีกทางหนึ่งด้วย</p>
<p>ซึ่งปีนี้ทาง Qualy ได้ต่อยอดแนวความสำเร็จผ่านการดีไซน์ <strong>&#8216;นกหวีดพารอด&#8217;</strong> ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก &#8216;<strong>พระรอด&#8217; </strong>ซึ่งมีพุทธคุณเรื่องความแคล้วคลาดปลอดภัย เช่นเดียวกับนกหวีดซึ่งเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ช่วยเหลือ ​กลายเป็น​ &#8216;นกหวีดพารอด&#8217; <strong>เครื่องรางแห่งความรอดปลอดภัย</strong> ที่มาพร้อมเสียงเตือนภัย และแรงศรัทธาแห่งความยั่งยืน รวมทั้งวัสดุจากต้นทางที่มีส่วนช่วยปกป้องโลกจาก​ปริมาณขยะพลาสติกต่างๆ ด้วย</p>
<p><strong>8. เฟอร์นิเจอร์จากซากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ช่วยลดขยะอิเล็กทรอนิกส์</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36098 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Scooter.jpg" alt="" width="1200" height="671" /></p>
<p><strong>สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า</strong> หนึ่งในพาหนะที่กลุ่มประเทศนอร์ดิกส์นิยม เพราะความสะดวกและมีมุมมองว่าดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อไม่ได้ใช้งานแล้ว ซากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ จัดเป็นหนึ่งกลุ่ม<strong> &#8216;ขยะอิเล็กทรอนิกส์&#8217;</strong> เพราะมีแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งานและไม่สามารถเปลี่ยนใหม่ได้ จึงถูกทิ้งเป็นเศษขยะและกลายเป็นปัญหาของสังคมในเมือง</p>
<p>กลุ่มนักออกแบบชาวสวีเดน​ จึงสร้างสรรค์คอลเลคชั่น <strong>E-metabolism</strong> นำเอาชิ้นส่วนซากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่เก็บได้จากคลองในเมืองท่าสำคัญอย่าง Malmö  และนำชิ้นส่วนมาสร้างประโยชน์ใหม่ เพื่อเป็นการกำจัดขยะในแม่น้ำสายสำคัญ และ​<strong>นำวัสดุกลับเข้าสู่วงจร​​การสร้างประโยชน์ใช้สอยใหม่ ด้วยการนำมาทำเป็น​เครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ</strong> เช่น โคมไฟ แจกัน เตาย่างบาร์บีคิว เก้าอี้ หรือกระถางต้นไม้ โดยเชื่อมโยงชิ้นส่วนต่างๆ เข้ากับเทคโนโลยีการพิมพ์  3 มิติ และ​​ได้นำไปจัดแสดงในงาน<strong> Southern Sweden Design Days</strong> ​นอกจากนำเสนอไอเดียยัง​ช่วยกระตุ้นความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมได้ด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/ugly-products-turn-waste-into-value-and-impact/">ส่อง 8 ไอเดียสินค้า &#8216;ไม่สวย แต่ช่วยโลกได้&#8217; เปลี่ยน Waste สู่ Value พร้อม​อิมแพ็คเชิงบวกที่มากกว่าแค่ &#8216;ลดขยะ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ท็อปส์ เปิดแคมเปญ &#8216;Pretty Ugly Bag&#8217; กระเป๋าไม่สวยแต่ช่วยโลกได้ อัพไซเคิลป้ายไวนิลเก่าสู่กระเป๋าช้อปปิ้ง พร้อมสิทธิ์เปลี่ยนใบใหม่ฟรีตลอดชีวิต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/tops-pretty-ugly-bag-campaign/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Aug 2025 06:48:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[12 Missions to Sustainable Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Central Retail]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic Bag]]></category>
		<category><![CDATA[PRETTY UGLY BAG]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Reduce]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Reuse]]></category>
		<category><![CDATA[shopping bag]]></category>
		<category><![CDATA[Small Acts Together]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Tops]]></category>
		<category><![CDATA[Tops Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Ugly Bag Pretty World]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycle]]></category>
		<category><![CDATA[กระเป๋าอัพไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[กระเป๋าไม่สวยแต่ช่วยโลกได้]]></category>
		<category><![CDATA[จักรกฤษณ์  จตุปัญญาโชติกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ท็อปส์]]></category>
		<category><![CDATA[ท็อปส์ เดลี่]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ป้ายไวนิลเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อัปไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล รีเทล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35481</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ต่อยอดแนวคิดรักษ์โลกอย่างยั่งยืน เปิดตัวแคมเปญ Pretty Ugly Bag กระเป๋าไม่สวยแต่ช่วยโลกได้ หนุนเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด ด้วยการอัพไซเคิลป้ายไวนิลเก่าใช้แล้วจากร้านท็อปส์ เดลี่ สู่กระเป๋าช้อปปิ้งใบใหม่ที่สื่อสารความตั้งใจของการช่วยโลก พร้อมสิทธิ์เปลี่ยนใบใหม่ฟรีตลอดชีวิต เมื่อชำรุดจากการใช้งานจริง โดยตั้งเป้าเฟสแรกผลิตกระเป๋าจากไวนิลเก่าที่ใช้งานแล้วบริเวณหน้าร้านท็อปส์ เดลี่ จำนวนกว่า 20,400 ใบ ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 2.87 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืนของ ท็อปส์ในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และสร้างคุณค่าใหม่จากวัสดุเหลือใช้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฟสแรกจะเริ่มจำหน่ายที่ท็อปส์ เดลี่ ใน 10 สาขา ในกรุงเทพฯ และนนทบุรี ในราคาเพียง 89 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2568 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด และคาดว่าจะจำหน่ายต่อเนื่องในเฟสที่สองตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เป็นต้นไป คุณจักรกฤษณ์  จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/tops-pretty-ugly-bag-campaign/">ท็อปส์ เปิดแคมเปญ &#8216;Pretty Ugly Bag&#8217; กระเป๋าไม่สวยแต่ช่วยโลกได้ อัพไซเคิลป้ายไวนิลเก่าสู่กระเป๋าช้อปปิ้ง พร้อมสิทธิ์เปลี่ยนใบใหม่ฟรีตลอดชีวิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em><strong>ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล</strong></em><em> ต่อยอดแนวคิดรักษ์โลกอย่างยั่งยืน เปิดตัวแคมเปญ </em><em><strong>Pretty Ugly Bag</strong></em><em> </em><em>กระเป๋าไม่สวยแต่ช่วยโลกได้ หนุนเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด ด้วยการอัพไซเคิลป้ายไวนิลเก่าใช้แล้วจากร้านท็อปส์ เดลี่ สู่กระเป๋าช้อปปิ้งใบใหม่ที่สื่อสารความตั้งใจของการช่วยโลก พร้อมสิทธิ์เปลี่ยนใบใหม่ฟรีตลอดชีวิต </em>เมื่อชำรุดจากการใช้งานจริง</p>
<p><span id="more-35481"></span></p>
<p><em>โดยตั้งเป้าเฟสแรกผลิตกระเป๋าจากไวนิลเก่าที่ใช้งานแล้วบริเวณหน้าร้านท็อปส์ เดลี่ จำนวนกว่า </em><em>20,400 </em><em>ใบ ช่วยลด</em>ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์<em>ได้ </em><em>2.87 </em><em>ตัน</em>คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า <em>ตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืนของ ท็อปส์ในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และสร้างคุณค่าใหม่จากวัสดุเหลือใช้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฟสแรกจะเริ่มจำหน่ายที่ท็อปส์ เดลี่ ใน 10 สาขา ในกรุงเทพฯ และนนทบุรี ในราคาเพียง 89 บาท ตั้งแต่วันนี้ – </em><em>30 </em><em>กันยายน 2568 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด และคาดว่าจะจำหน่ายต่อเนื่องในเฟสที่สองตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เป็นต้นไป</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35482 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/S__59678935.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณจักรกฤษณ์  จตุปัญญาโชติกุล</strong> รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ปัจจุบันขยะพลาสติกยังคงเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย โดยรายงานจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุว่าในปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีปริมาณขยะพลาสติกสูงกว่า 2.88 ล้านตัน ท็อปส์ ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกด้านอาหารของไทยที่ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ โดยมีนโยบายการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการลดใช้ทรัพยากร (Reduce) การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ที่ถูกพัฒนาขึ้นเป็นโครงการด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ มากมาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35485 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/S__59678975.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ล่าสุด ได้จัดแคมเปญพิเศษขึ้นเพื่อรณรงค์ให้ทุกคนหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยนำวัสดุจากป้ายไวนิลโฆษณาหน้าร้านท็อปส์ เดลี่ ภายหลังจากใช้งานแล้วซึ่งมีจำนวนถึง 10,248 ชิ้นต่อปี มาอัพไซเคิลใหม่เพิ่มมูลค่าให้กับไวนิลที่ใช้แล้วเป็นกระเป๋าสำหรับใส่ของ ภายใต้ชื่อ <strong>‘Pretty Ugly Bag : กระเป๋า ไม่สวย แต่ช่วยโลกได้&#8217;</strong> โดยตั้งเป้าในเฟสแรกจะนำร่องนำไวนิลที่ใช้แล้วจำนวนประมาณ 50% จากไวนิลทั้งหมดมาทำเป็นกระเป๋ากว่า 20,400 ใบ พร้อมสื่อสารแนวคิดของกระเป๋าที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความรักษ์โลกที่ถึงแม้ว่าจะทำจากวัสดุที่ใช้แล้วและอยู่ในสภาพที่ไม่สวยและเก่า แต่ก็แข็งแรง ทนทาน และมีเอกลักษณ์เฉพาะในแต่ละใบที่ต่างกัน สร้างความภาคภูมิใจให้ผู้ที่ถือกระเป๋าดังกล่าวว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างโลกใบนี้ให้ยั่งยืน</p>
<p><em><strong>สำหรับ  &#8216;Pretty Ugly Bag : กระเป๋าไม่สวยแต่ช่วยโลกได้&#8217; ภายใต้คอนเซ็ปต์  Ugly Bag, Pretty World กระเป๋าที่ทำจากป้ายไวนิลโฆษณาที่เลิกใช้งานแล้ว จัดวางจำหน่ายในราคา 89 บาท พร้อมสิทธิ์เปลี่ยนใบใหม่  เมื่อชำรุดจากการใช้งานจริงได้</strong><strong>ฟรีตลอดชีวิต</strong> ที่ท็อปส์ เดลี่ จำนวน 10 สาขา ในกรุงเทพฯ และนนทบุรี ได้แก่ สาขาเดอะซีซัน พหลโยธิน 1</em><em>, </em><em>สาขาสำนักงานเซ็นทรัลเวิลด์</em><em>, </em><em>สาขาสุขุมวิท 33</em><em>, </em><em>สาขาซันพลาซ่า</em><em>, </em><em>สาขาซัมเมอร์ฮิลล์</em><em>, </em><em>สาขาเคแอล วิลลา ลาดกระบัง</em><em>, </em><em>สาขาศูนย์ราชการ</em><em>, </em><em>สาขาเดอะไลท์เฮ้าส์</em><em>, </em><em>สาขาเรสซิเดนท์ ทองหล่อ และสาขาสำนักงานใหญ่  เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล (เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ชั้น 17)</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35490 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Re1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โครงการ <strong><em>Pretty Ugly Bag </em></strong><em>กระเป๋าไม่สวยแต่ช่วยโลกได้ เป็นหนึ่งในโครงการด้านสิ่งแวดล้อมของท็อปส์  ดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์  ‘<strong>12 </strong></em><strong><em>Missions to Sustainable Retail’ </em></strong><em>เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593 มีแนวทางที่กระตุ้นให้ทุกคนมีส่วนร่วม เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลกตามแนวคิด </em><em><strong>Small Acts Together</strong> </em>ทั้งนี้ <em><strong>การนำไวนิลเก่ามาอัพไซเคิลเป็นกระเป๋าในโครงการนี้ จะสามารถช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 2.87 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</strong></em> ​สอดคล้องกับข้อมูลจาก ResearchGate<em>  </em>ที่ระบุว่าการอัปไซเคิลป้ายไวนิลสามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้มากถึง 78% เมื่อเทียบกับการผลิตจากวัสดุใหม่</p>
<p>“ท็อปส์มุ่งมั่นขับเคลื่อนความยั่งยืนในธุรกิจทุกมิติ ทั้งการสรรหาสินค้าด้วยความรับผิดชอบ การสร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภค และการดูแล<em>สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนผ่านโครงการด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ มากมาย โดยก่อนหน้านี้ ในปี </em><em>2561</em><em> ท็อปส์ ได้มีการประกาศงดให้ถุงหูหิ้วพลาสติกสำหรับใส่สินค้า นับเป็นค้าปลีกรายแรกที่ริเริ่มการขับเคลื่อนเรื่องการลดการใช้ถุงพลาสติกในร้านค้าปลีกอย่างจริงจัง อีกทั้งยังติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในสาขา สแตนด์อโลน การใช้ตู้เย็นประหยัดพลังงานที่ลดการใช้ไฟได้ถึง 35% การใช้รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า การปรับบรรจุภัณฑ์เบียร์จากขวดแก้วสู่กระป๋องอะลูมิเนียมบนเกาะพะงัน รวมถึงโครงการส่งต่ออาหารส่วนเกินสู่ชุมชน ที่ต้องการ</em>ทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกก้าวที่เราทำเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้คนและโลกอย่างแท้จริง” <em><strong>คุณจักรกฤษณ์ </strong></em><em>กล่าวสรุป</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35484 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/S__59679033.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ร่วมรักษ์โลกไปกับท็อปส์ได้แล้ววันนี้! ช้อปกระเป๋า Pretty Ugly Bag ได้ที่ท็อปส์ เดลี่ ทั้ง 10 สาขา ในราคาเพียง 89 บาท สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก Tops Thailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/tops-pretty-ugly-bag-campaign/">ท็อปส์ เปิดแคมเปญ &#8216;Pretty Ugly Bag&#8217; กระเป๋าไม่สวยแต่ช่วยโลกได้ อัพไซเคิลป้ายไวนิลเก่าสู่กระเป๋าช้อปปิ้ง พร้อมสิทธิ์เปลี่ยนใบใหม่ฟรีตลอดชีวิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โครงการจริงใจมาร์เก็ต ต้นแบบ &#8216;ตลาดสีเขียวคาร์บอนต่ำ&#8217; ส่งเสริมชุมชน และสร้างเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/jing-jai-market-best-practice-sustainability-projects/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 23 Mar 2025 10:25:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Green Store]]></category>
		<category><![CDATA[Jing Jai Market]]></category>
		<category><![CDATA[Landmark]]></category>
		<category><![CDATA[Tops]]></category>
		<category><![CDATA[Tops Green]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[จริงใจมาร์เก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[จริงใจวิลเลจ]]></category>
		<category><![CDATA[จริงใจแกลเลอรี]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดจริงใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ปักหมุด]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล ทำ]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัลกรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการต้นแบบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32541</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มเซ็นทรัล ขับเคลื่อน “โครงการจริงใจมาร์เก็ต – ในย่านจริงใจเซ็นทรัล” ต้นแบบตลาดสีเขียวคาร์บอนต่ำ ส่งเสริมชุมชน และสร้างเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เชียงใหม่ เมืองแห่งวัฒนธรรมที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ ได้ต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลกมายาวนาน และหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบคือ “โครงการจริงใจมาร์เก็ต – ในย่านจริงใจเซ็นทรัล” ที่ตั้งอยู่บน พื้นที่ 28 ไร่ ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2549 โดยเป็นตลาดชุมชนที่พลิกโฉมตลาดแบบดั้งเดิม สู่พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและเศรษฐกิจยั่งยืน สะท้อนความสุขในการอยู่ร่วมกัน โครงการนี้เป็นมากกว่าตลาดทั่วไป แต่คือ &#8216;ชุมชนรักษ์โลก&#8217; ที่รวบรวมที่สุดของผลผลิตเกษตรอินทรีย์, หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน, ร้านไอเดียสร้างสรรค์, ร้านอาหารประจำถิ่น พร้อมขับเคลื่อนแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อมทุกมิติ ครอบคลุมทั้งบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก, สินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และจัดการขยะอย่างถูกวิธี ตอบโจทย์ท่องเที่ยววิถีชุมชนยั่งยืน ปี 2567 ที่ผ่านมา โครงการจริงใจมาร์เก็ต – ในย่านจริงใจเซ็นทรัล ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 1.6 ล้านคน และช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนผ่านร้านค้ากว่า 390 ร้าน ก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดตลอดปีมากกว่า 500 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีคณะเยี่ยมชมและศึกษาดูงานรวม 45 คณะ ซึ่งตลอดทั้งปีที่ผ่านมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/jing-jai-market-best-practice-sustainability-projects/">โครงการจริงใจมาร์เก็ต ต้นแบบ &#8216;ตลาดสีเขียวคาร์บอนต่ำ&#8217; ส่งเสริมชุมชน และสร้างเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กลุ่มเซ็นทรัล ขับเคลื่อน </strong><strong>“โครงการจริงใจมาร์เก็ต</strong><strong> – </strong><strong>ในย่านจริงใจเซ็นทรัล” </strong><strong>ต้นแบบตลาดสีเขียวคาร์บอนต่ำ ส่งเสริมชุมชน และสร้างเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-32541"></span></p>
<p>เชียงใหม่ เมืองแห่งวัฒนธรรมที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ ได้ต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลกมายาวนาน และหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบคือ <strong>“โครงการจริงใจมาร์เก็ต – ในย่านจริงใจเซ็นทรัล”</strong> ที่ตั้งอยู่บน <strong>พื้นที่ 28 ไร่ ใจกลางเมืองเชียงใหม่</strong> <strong>ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2549</strong> โดยเป็นตลาดชุมชนที่พลิกโฉมตลาดแบบดั้งเดิม สู่พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและเศรษฐกิจยั่งยืน สะท้อนความสุขในการอยู่ร่วมกัน</p>
<p><strong>โครงการนี้เป็นมากกว่าตลาดทั่วไป แต่คือ &#8216;ชุมชนรักษ์โลก&#8217; ที่รวบรวมที่สุดของผลผลิตเกษตรอินทรีย์</strong><strong>, </strong><strong>หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน</strong><strong>, </strong><strong>ร้านไอเดียสร้างสรรค์</strong><strong>, </strong><strong>ร้านอาหารประจำถิ่น พร้อมขับเคลื่อนแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อมทุกมิติ ครอบคลุมทั้งบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก</strong><strong>, </strong><strong>สินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และจัดการขยะอย่างถูกวิธี ตอบโจทย์ท่องเที่ยววิถีชุมชนยั่งยืน</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32547 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/04.โซนรัสติคมาร์เก็ต.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ปี 2567 ที่ผ่านมา <strong>โครงการจริงใจมาร์เก็ต – ในย่านจริงใจเซ็นทรัล</strong> ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า <strong>1.6 </strong><strong>ล้านคน</strong> และช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนผ่านร้านค้ากว่า <strong>390 </strong><strong>ร้าน</strong> ก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดตลอดปีมากกว่า <strong>500 </strong><strong>ล้านบาท</strong></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีคณะเยี่ยมชมและศึกษาดูงานรวม 45 คณะ ซึ่งตลอดทั้งปีที่ผ่านมา <strong>สามารถจัดการขยะอย่างถูกต้องได้ถึง </strong><strong>17,087 </strong><strong>กิโลกรัม</strong> <strong>ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง </strong><strong>32,727.42 </strong><strong>กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ​เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า </strong><strong>2,618 </strong><strong>ต้น</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32545" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/01.พิชัย-จิราธิวัฒน์-กรรมการบริหาร-กลุ่มเซ็.jpg" alt="" width="467" height="700" /></p>
<p><strong>คุณพิชัย  จิราธิวัฒน์ </strong>กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า โครงการ &#8216;จริงใจมาร์เก็ต – ในย่านจริงใจเซ็นทรัล&#8217; ภายใต้โครงการ  &#8216;<strong>เซ็นทรัล ทำ</strong> <strong>ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ</strong>&#8216; เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของกลุ่มเซ็นทรัลในการสร้างพื้นที่ที่มากกว่าตลาดทั่วไป แต่เป็นศูนย์กลางในการสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายย่อยและเกษตรกรไทย พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและความยั่งยืน</p>
<p><em>&#8220;ตลาดแห่งนี้ไม่เพียงเป็นจุดหมายสำคัญของคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสอัตลักษณ์สินค้าไทยจากเกษตรกรตัวจริงที่มาจำหน่ายด้วยตนเอง แต่ยังเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชาวเชียงใหม่ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะกลุ่มเซ็นทรัลเชื่อมั่นว่า การสนับสนุนสินค้าจากชุมชน ไม่เพียงช่วยให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโต แต่ยังเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ต่อไป&#8221;</em></p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32546 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/02.โครงการจริงใจมาร์เก็ต-ในย่านจริงในเซ็นท.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></strong></p>
<p><strong>โครงการจริงใจ มาร์เก็ต </strong>ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ <strong>จริงใจมาร์เก็ต</strong> , <strong>จริงใจวิลเลจ</strong> และ <strong>จริงใจแกลลอรี่</strong></p>
<p><strong>1. จริงใจมาร์เก็ต </strong><strong>:  </strong><strong>ศูนย์รวมเกษตรอินทรีย์ หัตถกรรม และร้านค้าสร้างสรรค์</strong> โดยมีไฮไลต์ ดังนี้</p>
<p><strong>1.1 </strong><strong>ตลาดจริงใจ  </strong>พื้นที่รวบรวมอาหาร, ศิลปะ, งานออกแบบ งานฝีมือ ภายใต้แนวคิดรักษ์โลก ให้เลือกชม ชิม ช้อปอย่างเพลิดเพลิน ตั้งแต่เช้าถึงบ่าย เปิดบริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 6.30-15.00 น. แบ่งออกเป็น 2 โซน คือ</p>
<p><strong>โซนจริงใจ ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต เชียงใหม่ :  </strong>โซนตลาดผัก-ผลไม้เกษตรอินทรีย์และปลอดสารพิษ จากเกษตรกร​ในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียงแห่งแรกของกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อส่งเสริมการบริโภคผลผลิตและอาหารที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ สนับสนุนรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่  และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยว​คุณภาพ จากรางวัลต่างๆ ​​เช่น <strong>รางวัลตลาดต้องชม</strong> จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่, <strong>รางวัล &#8220;องค์กรปลอดภาชนะโฟมบรรจุอาหาร 100%&#8221;</strong> ระดับทอง จากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งได้รับการยกย่องให้เป็น <strong>ตลาดสีเขียว</strong> ที่รณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และยังมีการตรวจ​สอบ <strong>“น้ำมันทอดปลอดภัย”</strong> จากเทศบาลนครเชียงใหม่ ล่าสุด จริงใจ Farmers Market เชียงใหม่ ยังคว้ารางวัลความเป็นเลิศทางความคิดสร้างสรรค์ <strong>Creative Excellence Awards </strong><strong>2023 (</strong><strong>CE Awards)</strong> ประเภท Creative City Awards จัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) ซึ่งสะท้อนถึงการพัฒนาพื้นที่ให้เชื่อมโยงกับเรื่องราวท้องถิ่นผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างกลมกลืนอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32551 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/06.โซนจริงใจ-ฟาร์มเมอร์-มาร์เก็ต-เชียงใหม่-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>โซนรัสติคมาร์เก็ต :</strong>  โซน​สินค้าแฮนด์เมดที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ จุดนัดพบของคนรักงานศิลป์, งานประดิษฐ์ DIY, สินค้าแฮนด์เมด อาทิ งานฝีมือ ของแต่งบ้าน โดยช่างฝีมือคนท้องถิ่นซึ่งออกแบบและจำหน่ายด้วยตัวเอง รวมทั้งของสะสมหลากสไตล์ ของใช้แนววินเทจ พร้อมจิบกาแฟและเครื่องดื่มสไตล์โลคอลเพิ่มความสดชื่น</p>
<p><strong>1.</strong><strong>2 คาเฟ่</strong><strong>, </strong><strong>ร้านอาหารโฮมเมด</strong><strong>, </strong><strong>ร้านค้าไอเดีย และชุมชนงานคราฟต์ ​ </strong>คอมมูนิตี้ของผู้มีใจรักงานคราฟต์อันอบอุ่น รวมทั้งลานกิจกรรมของครอบครัวให้มาใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น เวิร์คช้อปงานประดิษฐ์  เปิดให้บริการ จันทร์- ศุกร์ เวลา 30-21.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 6.30-22.00 น. (เวลาเปิด-ปิดแตกต่างกันในแต่ละร้านค้า)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32550 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/08.จริงใจวิลเลจ-คอมมูนิตี้สเปซแห่งศิลปะและ-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>พร้อมร้านค้าแม่เหล็กภายในโครงการ</strong> เช่น <strong>Tops Green</strong> สโตร์สีเขียวแห่งแรกในไทย  ด้วยแนวคิด “ร้านค้าสีเขียวเพื่อชาวเชียงใหม่ ชีวิต และโลกที่ดีขึ้น” จำหน่ายสินค้าอาหาร-เครื่องดื่มที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มากกว่า 1,000 รายการ ถูกใจสายสุขภาพ, <strong>Good Goods</strong> ร้านสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ผ่านการออกแบบให้มีความร่วมสมัย พร้อมบาร์กาแฟอันโดดเด่นที่เสิร์ฟกาแฟภูชี้เดือนกลิ่นหอมกรุ่น ภายใต้วิสาหกิจเพื่อสังคม <strong>“เซ็นทรัล ทำ”</strong> โดยรายได้กลับคืนสู่ชุมชน, <strong>Be ALLA </strong><strong>(บีอัลล่า)</strong> ร้านผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสกัดออร์แกนิค, <strong>Norapao </strong><strong>(โนราห์เป่า) </strong>ร้านเครื่องแต่งกายจากเส้นใยธรรมชาติ และ <strong>ร้าน</strong><strong> Slow Stitch Studio </strong><strong>(สโลว์ สติทช์ สตูดิโอ)</strong> ที่โดดเด่นผ้าย้อมครามและสีธรรมชาติที่สร้างลายด้วยเทคนิค “ชิโบริ” เป็นต้น</p>
<p><strong>คาเฟ่</strong> เช่น <strong>Roastniyom ECO</strong> ร้านกาแฟรักษ์โลกชื่อดังของเชียงใหม่ที่ใช้แก้วและหลอดจากเส้นใยธรรมชาติ</p>
<p><strong>ร้านอาหารโฮมเมด </strong>เช่น <strong>เขียวไข่กาจริงใจ </strong>นำเสนออาหารไทยวิถีออร์แกนิค กลิ่นอายชาวเหนือ ด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ ที่คนรักอาหารไทยโฮมเมดต้องไม่พลาดมาลิ้มลอง, <strong>แกงจริงใจ </strong>ร้านอาหารพื้นบ้านชื่อดังที่ต่อยอดมาจากร้านแกงเวฬา และ <strong>Il-gus-to</strong><strong> (อิล กัส โต้)</strong> ร้านอาหารอิตาเลียน โดยใช้วัตถุดิบโลคอลเป็นหลัก</p>
<p><strong>ชุมชนงานคราฟต์</strong> ร้านสินค้าแฮนด์เมดสุดชิคดีไซน์สวยและสตูดิโองานศิลป์ อาทิ ร้านเครื่องประดับแฮนด์เมด <strong>Saprang </strong><strong>(สะพรั่ง)</strong> ร้านเซรามิคปั้นมือ <strong>Pachana Studio</strong> <strong>(</strong><strong>ภาชานะสตูดิโอ)</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32549 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/07.จริงใจวิลเลจ-คอมมูนิตี้สเปซแห่งศิลปะและ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2. จริงใจวิลเลจ</strong><strong> : </strong><strong>คอมมูนิตี้สเปซแห่งศิลปะและไลฟ์สไตล์</strong></p>
<p>จริงใจวิลเลจ คือ คอมมูนิตี้สเปซที่ยังคงเอกลักษณ์บางส่วนของสถาปัตยกรรมล้านนา รวบรวมร้านค้าและบริการมากมาย เช่น ร้านอาหารและคาเฟ่แนวสุดชิคที่มีรูปแบบการตกแต่งเฉพาะตัว อาทิ The Baristro at Jing Jai Market, ร้านส้มตำเฮ้าส์  หรือ ร้านขายสินค้ากรีนไอเดียอย่าง Box Journey ซึ่งเป็นร้านบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก, บ้านเล็กลมัย ร้านกระเป๋าสานทำมือ เป็นต้น รวมถึงการสนับสนุนให้ศิลปินกราฟฟิตี้ (Graffiti) ชื่อดังทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้ใช้พื้นที่ในการสร้างสรรค์งานศิลปะในเทศกาล Style Walls ครั้งแรกของไทย</p>
<p><strong>3. จริงใจแกลเลอรี</strong><strong> : </strong><strong>เวทีศิลปะเพื่อทุกคน</strong></p>
<p>พื้นที่จัดแสดงงานศิลป์ที่นำเสนอผลงานศิลปะหลากหลายแขนง ทั้งศิลปะ ดนตรี ภาพยนตร์ โดยมีการจัดนิทรรศการหมุนเวียนให้ผู้มาเยือนได้ชมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ในการสนับสนุนและส่งเสริมศิลปินไทยคลื่นลูกใหม่สู่เวทีโลก ที่ทุกเพศทุกวัยสามารถเข้าถึงและสัมผัสได้ พร้อมเป็นพื้นที่ในการให้ความรู้และเปิดประสบการณ์ศิลปะเพื่อทุกคน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32542 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/10.จริงใจแกลเลอรี-เวทีศิลปะเพื่อทุกคน.jpg" alt="" width="1200" height="729" /></p>
<p><strong>ต้นแบบตลาดสีเขียวคาร์บอนต่ำ</strong></p>
<p>ภายในโครงการจริงใจมาร์เก็ต-ในย่านจริงใจเซ็นทรัล ยังบริหารจัดการขยะแบบเต็มรูปแบบ ในฐานะ <strong>โครงการศูนย์การเรียนรู้การบริหารจัดการขยะและแปรรูปชุมชน จริงใจมาร์เก็ต จ.เชียงใหม่</strong> ​​ ที่มุ่งหวังให้เป็นสถานที่เรียนรู้และโมเดลการจัดการขยะเหลือศูนย์ (Zero Waste ) ของตลาดจริงใจ  <strong>เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ตลาดจริงใจก้าวสู่การเป็นตลาดชุมชนเมืองท่องเที่ยวสีเขียวแบบคาร์บอนต่ำ ภายใต้แนวคิดรักษ์โลก (Eco-Friendly) </strong> ด้วยการนำหลักระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)  การจัดการขยะให้เหลือศูนย์ (Zero waste) และปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action)  มาเป็นยุทธศาสตร์พัฒนาตลาดจริงใจ</p>
<p>ทั้งนี้ ขยะจะถูกแยกออกเป็น 7 ประเภท ได้แก่ ขยะอาหาร ขยะรีไซเคิล ภาชนะกระดาษเปื้อน ขยะทั่วไป ขยะติดเชื้อ ขยะอันตราย และขยะอิเล็กทรอนิกส์   (E-Waste ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก AIS ในการจัดการขยะอย่างถูกวิธี)  ที่เกิดขึ้นในตลาดจริงใจทั้งหมด รวมถึงที่นำมาส่งโดยประชาชนทั่วไป ร้านค้าจากภายนอก ซึ่งจะถูกนำไปจัดการอย่างถูกวิธี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32543 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/12.จุดคัดแยกขยะ-ตลาดจริงใจมาร์เชียงใหม่1-re.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>&#8211; การจัดการ <strong>ขยะอินทรีย์หรือขยะอาหาร​</strong>​ คือขยะที่เน่าเสียและย่อยสลายได้เร็ว สามารถนํามาหมักทําปุ๋ยได้ ซึ่งในปี 2567 จริงใจมาร์เก็ต ได้มีการนำเศษผักและเศษอาหารเข้าเครื่องย่อยขยะอาหาร ได้มากถึง 20.6 กิโลกรัมต่อวัน สามารถผลิตเป็นก๊าซชีวภาพได้ประมาณ  376.50 กิโลกรัมต่อปี (ทดแทน LPG 31 ถัง) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 10,542.03 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี</p>
<p><strong>&#8211; ขยะรีไซเคิลสู่ผลิตภัณฑ์ </strong><strong>Upcycled</strong> : ขยะรีไซเคิลที่รวบรวมได้ในตลาดจริงใจทั้งหมด <strong>9,562.67 </strong><strong>กิโลกรัม</strong> จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล และบางส่วนอาจนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ Upcycled แทนการรีไซเคิล ซึ่งได้มีการส่งมอบถุงพลาสติกและพลาสติกที่เหลือจากการ Recycle ไปแล้วทั้งหมด <strong>391.37</strong> กิโลกรัม เพื่อนำไปแปรรูปเป็นบล็อกปูพื้นถนน และสินค้าแปรรูปต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่า และส่งมอบหลอดพลาสติก ณ สำนักงานเทศบาลเชียงใหม่สำหรับผลิตเป็นหมอนให้แก่ผู้ป่วยติดเตียง กว่า 12.17 กิโลกรัม ซึ่งสามารถลดการปล่อย<strong>ก๊าซเรือนกระจกได้ถึง </strong><strong>22,185.39 </strong><strong>กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (</strong><strong>kgCO2e</strong><strong>) เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ได้กว่า </strong><strong>1,775 </strong><strong> ต้น</strong></p>
<p><strong>&#8211; ขยะทั่วไปสู่เชื้อเพลิงขยะ</strong> คือส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่เป็นขยะปนเปื้อนเศษอาหาร ขยะกำพร้า (วัสดุไม่สามารถรีไซเคิลได้)  ทางตลาดจริงใจ ได้กำลังผลักดันส่งเสริมให้มีการแยกเศษอาหารออกทั้งหมดและล้างภาชนะ บรรจุภัณฑ์ เพื่อที่ขยะส่วนนี้จะลดปริมาณลง และสามารถส่งไปเป็นเชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel: RDF) แทนการไปสู่บ่อฝังกลบ  และบรรลุเป้าหมายขยะเหลือศูนย์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32544 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/13.เครื่องย่อยขยะอาหาร.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>กลุ่มเซ็นทรัล</strong> มุ่งหวังให้ <strong>โครงการจริงใจมาร์เก็ต​ </strong>เป็นเวทีสำคัญที่สามารถช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยเติบโตอย่างมั่นคง ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านธุรกิจและการพัฒนาสินค้า ตลอดจนเปิดโอกาสให้เกษตรกรและช่างฝีมือรุ่นใหม่ได้มีพื้นที่แสดงศักยภาพ ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นให้เศรษฐกิจชุมชนเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ตลาดแห่งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงที่ดีในสังคมไทยอย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/jing-jai-market-best-practice-sustainability-projects/">โครงการจริงใจมาร์เก็ต ต้นแบบ &#8216;ตลาดสีเขียวคาร์บอนต่ำ&#8217; ส่งเสริมชุมชน และสร้างเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;มีมากจนจำไม่ได้&#8217; กลุ่มเซ็นทรัล จับมือ หอการค้า แก้ Painpoint &#8216;ฉลากสินค้ารักษ์โลก&#8217; ผ่านโครงการ &#8216;ฮักโลก&#8217; (Hug The Earth) พร้อมร่วมกระตุ้นตลาดสินค้า Eco-product ทั้งจากฟากผู้ผลิตและฟากผู้บริโภค</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/tcc-hands-central-group-drive-hug-the-earth-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Jan 2025 09:46:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[Centara]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[Central Pattana]]></category>
		<category><![CDATA[Central Retail]]></category>
		<category><![CDATA[CMG]]></category>
		<category><![CDATA[CPN]]></category>
		<category><![CDATA[CRC]]></category>
		<category><![CDATA[CRC ReNEW]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-friendly Label]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly Materials]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly Product]]></category>
		<category><![CDATA[Navigate Environmental Responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Reduce Greenhouse Gas Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[ReNEW Data Platform]]></category>
		<category><![CDATA[Responsible Sourcing]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Chamber of Commerce]]></category>
		<category><![CDATA[The Thai Chamber of Commerce and Board of Trade of Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Tops]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[ค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้ารักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[หอการค้าไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ฮักโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล รีเทล]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31571</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการเติบโตของกระแสรักษ์โลก ความกังวลต่อปัญหาสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งเงื่อนไขและมาตรฐานการค้าต่างๆ ทำให้มีการนำเกณฑ์ชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมมาเป็นปัจจัย​ในการขับเคลื่อนธุรกิจมากขึ้น ส่งผลให้กลุ่มผู้ผลิต โรงงาน แบรนด์สินค้า หรือหน่วยงานต่างๆ ​นำมาตรฐานเพื่อ​รับรองความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด เช่น การใช้ &#8216;ฉลากรักษ์โลก&#8217; มาสร้างความมั่นใจให้กลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และอาจเป็นปัจจัยที่ช่วยในการตัดสินใจซื้อได้เพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน ประเทศไทยมีมาตรฐานการรับรอง Eco-friendly Product โดยเฉพาะ &#8216;ฉลากรักษ์โลก&#8217; ​ที่มีหลากหลายประเภท และหลากหลายมาตรฐานในการรับรอง ขณะที่การรับรู้ของผู้บริโภคต่อมาตรฐานต่างๆ ยังไม่ทั่วถึง ประกอบกับตำแหน่งการแสดงมาตรฐานบนสินค้า หรือบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้เด่นชัด หรือเป็นที่สังเกตุ ทำให้​ที่ผ่านมาอาจไม่สามารถสร้างการรับรู้หรือสร้างการจดจำได้ดีมากนัก นำมาสู่ความร่วมมือของสองผู้นำในภาคธุรกิจและค้าปลีกของประเทศไทยอย่าง &#8216;หอการค้าไทย&#8217; และ &#8216;กลุ่มเซ็นทรัล&#8217; นำร่องโดย เซ็นทรัล รีเทล (CRC) และกลุ่มธุรกิจในเครือ พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายทั้งจากภาครัฐและเอกชน แบรนด์สินค้ากว่า 60 แบรนด์ ในการนำสินค้าต่างๆ ที่ได้รับการรับรองฉลากรักษ์โลกประเภทต่างๆ กว่า 3,000 รายการ ซึ่งถือเป็น Key Partners ของกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อร่วมขับเคลื่อนโครงการ &#8216;ฮักโลก&#8217; (Hug The Earth) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/tcc-hands-central-group-drive-hug-the-earth-project/">&#8216;มีมากจนจำไม่ได้&#8217; กลุ่มเซ็นทรัล จับมือ หอการค้า แก้ Painpoint &#8216;ฉลากสินค้ารักษ์โลก&#8217; ผ่านโครงการ &#8216;ฮักโลก&#8217; (Hug The Earth) พร้อมร่วมกระตุ้นตลาดสินค้า Eco-product ทั้งจากฟากผู้ผลิตและฟากผู้บริโภค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากการเติบโตของกระแสรักษ์โลก ความกังวลต่อปัญหาสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งเงื่อนไขและมาตรฐานการค้าต่างๆ ทำให้มีการนำเกณฑ์ชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมมาเป็นปัจจัย​ในการขับเคลื่อนธุรกิจมากขึ้น ส่งผลให้กลุ่มผู้ผลิต โรงงาน แบรนด์สินค้า หรือหน่วยงานต่างๆ ​นำมาตรฐานเพื่อ​รับรองความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด เช่น การใช้ &#8216;ฉลากรักษ์โลก&#8217; มาสร้างความมั่นใจให้กลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และอาจเป็นปัจจัยที่ช่วยในการตัดสินใจซื้อได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><span id="more-31571"></span></p>
<p>ขณะเดียวกัน ประเทศไทยมีมาตรฐานการรับรอง Eco-friendly Product โดยเฉพาะ &#8216;<strong>ฉลากรักษ์โลก&#8217;</strong> ​ที่มีหลากหลายประเภท และหลากหลายมาตรฐานในการรับรอง ขณะที่การรับรู้ของผู้บริโภคต่อมาตรฐานต่างๆ ยังไม่ทั่วถึง ประกอบกับตำแหน่งการแสดงมาตรฐานบนสินค้า หรือบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้เด่นชัด หรือเป็นที่สังเกตุ ทำให้​ที่ผ่านมาอาจไม่สามารถสร้างการรับรู้หรือสร้างการจดจำได้ดีมากนัก</p>
<p>นำมาสู่ความร่วมมือของสองผู้นำในภาคธุรกิจและค้าปลีกของประเทศไทยอย่าง<strong> &#8216;หอการค้าไทย&#8217;</strong> และ<strong> &#8216;กลุ่มเซ็นทรัล&#8217; </strong>นำร่องโดย <strong>เซ็นทรัล รีเทล</strong> (CRC) และกลุ่มธุรกิจในเครือ พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายทั้งจากภาครัฐและเอกชน แบรนด์สินค้ากว่า 60 แบรนด์ ในการนำสินค้าต่างๆ ที่ได้รับการรับรองฉลากรักษ์โลกประเภทต่างๆ กว่า 3,000 รายการ ซึ่งถือเป็น Key Partners ของกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อร่วมขับเคลื่อนโครงการ <strong>&#8216;ฮักโลก&#8217; (Hug The Earth) </strong>​พื้นที่​แสดงสินค้าที่รวบรวมและคัดสรรสินค้าต่างๆ ที่มีฉลากสิ่งแวดล้อมหรือฉลากรักษ์โลก​ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงและสังเกตุเห็นได้ง่ายยิ่งขึ้น​ และเพิ่มโอกาส​ในการสนับสนุนสินค้ารักษ์โลกได้​สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยมีสัญลักษณ์ <strong>&#8216;ฮักโลก&#8217;</strong> หรือ <strong>Hug The Earth</strong>​ ซึ่งเป็นรูปมือกำลังโอบกอดโลก สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจโลกอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31588 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/7-ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายร่วมเปิดโครงการฮั.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ กลุ่มเซ็นทรัล โดยเซ็นทรัล รีเทล ถือเป็นรีเทลรายแรกของประเทศไทย ที่เข้าร่วม​นำร่องโครงการ​ฮักโลกโดยจัดสรรพื้นที่จำหน่ายหรือแสดงสินค้าที่มีฉลากรักษ์โลกภายในห้างสรรพสินค้า และร้านค้าในเครือ อาทิ ไทวัสดุ เพาเวอร์บาย เซ็นทรัล โรบินสัน ท็อปส์ โกโฮลเซลล์ บีทูเอส ออฟฟิศเมท ซูเปอร์สปอร์ต ซีเอ็มจี เป็นต้น โดยมีแผน​เดินหน้าขยายผลผ่านเครือข่ายสมาชิกหอการค้า รวมทั้งเครือข่ายค้าปลีกทั่วประเทศ เพื่อร่วมขับเคลื่อนและกระตุ้นการซื้อสินค้ารักษ์โลก​ให้กลายเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานใหม่ของสังคมไทยในอนาคต</p>
<p><em><strong>โดยในช่วงคิกออฟโครงการได้มีการจัดโปรโมชั่นเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นยอดขายสินค้ากลุ่มรักษ์โลก ผ่านการมอบส่วนลดพิเศษ รวมทั้งการแจกคะแนน The1 เพิ่มเติม สำหรับการซื้อสินค้ารักษ์โลกตามเงื่อนไข เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าและลดอีกหนึ่ง Painpoint สำคัญของผู้บริโภคที่มองว่าสินค้ารักษ์โลกจะต้องมีราคาแพงทำให้จับต้องได้ยาก</strong></em> เนื่องจาก สินค้าที่ได้รับฉลากด้านสิ่งแวดล้อมหลายรายการในปัจจุบันไม่ได้มีราคาที่แตกต่างไปจากสินค้าทั่วไปแบบมุมมองหรือทัศนคติแบบเดิมๆ ที่ลูกค้าเคยเข้าใจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31586 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/2-สนั่น-อังอุบลกุล.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณสนั่น อังอุบลกุล </strong>ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคประชาสังคม เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิด “<strong>Connect-Competitive-Sustainable”</strong>  โดยเฉพาะ​มิติ​ Sustainable เพื่อยกระดับมาตรฐานใหม่สำหรับผู้ประกอบการผ่านโมเดลเศรษฐกิจ <strong>B</strong>CG (Bio-Circular-Green Economy) ประกอบด้วย เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และ เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) โดยมีเป้าหมาย​​เปลี่ยนผ่านสู่ <strong>ระบบเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ (</strong><strong>Nature Positive Economy) </strong>ซึ่งการริเริ่มโครงการฮักโลก เป็นการขับเคลื่อนไปสู่จุดหมายที่วางไว้ ผ่านการกระตุ้นความตระหนักรู้แก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการถึงความสำคัญของสินค้ารักษ์โลก รวมทั้งเพิ่มความสะดวกสบายโดยให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมรักษ์โลกได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งช่วยเพิ่มการเลือกซื้อสินค้าฉลากรักษ์โลกอย่างเข้มข้นและเป็นรูปธรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31587 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/3-พิชัย-จิราธิวัฒน์_0.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัล และ กรรมการและกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด </strong>กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ตั้งแต่ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจโรงแรม อสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงธุรกิจบริการ โดยมีเป้าหมายในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในกลุ่มค้าปลีกอย่าง CRC ที่มีปรัชญาสำคัญ​ในการดำเนินธุรกิจอย่าง CRC Care เพื่อมุ่งสู่ Green &amp; Sustainable Retail and Wholesale อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการ​ยกระดับทุกภาคส่วนให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืนทั้งอีโคซิสเต็ม และพิชิตเป้าหมายสู่ Net Zero ภายในปี 2050 ผ่าน กลยุทธ์<strong> CRC ‘ReNEW’</strong> ภายใต้ 4 ทิศทางการขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็น ​<strong>Reduce Greenhouse Gas Emissions </strong>การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  <strong>Navigate Environmental Responsibility </strong>สร้างทักษะและปลูกฝังความรับผิดชอบด้าน ESG ให้กับพนักงานทุกระดับ <strong>Eco-Friendly Materials</strong> การส่งเสริมสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม <strong>Waste Management Solutions </strong>การบริหารจัดการขยะมูลฝอย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31590 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/4.ตัวอย่างสินค้ารักษ์โลก.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การขับเคลื่อนโครงการฮักโลก ถือเป็น<strong>​</strong>อีกหนึ่งการขับเคลื่อนตามกลยุทธ์ ReNEWโดยเฉพาะในมิติ<strong> ​Responsible Sourcing</strong> หรือการจัดหาสินค้าเพื่อมาจำหน่ายอย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบทั้งในฟากผู้บริโภคที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงสินค้ารักษ์โลกได้ง่ายขึ้น ทำให้ช่วยกระตุ้นยอดขายกลุ่มสินค้ารักษ์โลก ซึ่งจะเพิ่มการสร้าง Positive Impact ให้โลกได้อีกทางหนึ่ง ขณะเดียวกันยังเป็นการผลักดันให้ฟากผู้ผลิตให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบโจทย์ดีมานด์ในตลาด รวมทั้งสอดคล้องกับทิศทางของธุรกิจในอนาคตที่จะมีการคำนึงถึงการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emission) เพิ่มมากขึ้น และเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ทางกลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญ โดย<strong>ได้เริ่มพัฒนาและใช้งานแพลตฟอร์ม ReNEW Data Platform เพื่อจัดเก็บข้อมูลทั้งการใช้พลังงาน การจัดการขยะ รวมทั้งการปลดปล่อย Carbon Emission ภายในธุรกิจทั้งหมดของกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อทราบปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ของทั้งองค์กร (CFO) เพื่อนำมาใช้ในการวางแผนและขับเคลื่อนกลยุทธ์ Decarbonization เพื่อให้ธุรกิจภายในเครือมุ่งสู่ Net Zero ได้ตามเป้าหมาย&#8221;​</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31589 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/19.ตัวอย่างสินค้ารักษ์โลก.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​เห็นได้ว่าโครงการฮักโลก​ หรือ Hug The Earth  นับ​เป็นจุดเริ่มต้นและการสร้างโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการค้าปลีกในการแสดงความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนด้วยการส่งเสริมและจัดจำหน่ายสินค้าฉลากรักษ์โลก ซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ แต่ยังช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมใส่ใจโลกอย่างยั่งยืนระหว่างผู้ประกอบการและผู้บริโภคทุกคน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31596 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/9-Key-Visual-แนวนอน_0.jpg" alt="" width="1200" height="848" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/tcc-hands-central-group-drive-hug-the-earth-project/">&#8216;มีมากจนจำไม่ได้&#8217; กลุ่มเซ็นทรัล จับมือ หอการค้า แก้ Painpoint &#8216;ฉลากสินค้ารักษ์โลก&#8217; ผ่านโครงการ &#8216;ฮักโลก&#8217; (Hug The Earth) พร้อมร่วมกระตุ้นตลาดสินค้า Eco-product ทั้งจากฟากผู้ผลิตและฟากผู้บริโภค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ท็อปส์ เปิดแคมเปญ &#8216;Food Hero, Taste not Waste&#8217; ​ชวนคนไทยเปลี่ยนมุมมอง ไม่ตั้งแง่สินค้าใกล้หมดอายุ พร้อมจัดโปรป้ายเหลืองลด 30-50% เร่งเป้าลดขยะอาหาร 30 % ในปี 2573</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/tops-luanch-food-hero-taste-not-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 30 Nov 2024 10:27:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[12 Journeys to Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[CRC Care]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste Index 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Green & Sustainable Retail & Wholesale]]></category>
		<category><![CDATA[ReNEW]]></category>
		<category><![CDATA[Small Act Together]]></category>
		<category><![CDATA[Tops]]></category>
		<category><![CDATA[Tops Food Hero]]></category>
		<category><![CDATA[UNEP]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ท็อปส์]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าป้ายเหลือง]]></category>
		<category><![CDATA[สเตฟาน คูม]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล รีเทล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30585</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท็อปส์ ผู้นำธุรกิจเชนซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศไทย ภายใต้เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้ายกระดับแผนความยั่งยืน เปิดแคมเปญรณรงค์ “Food Hero, Taste not Waste” ชวนผู้บริโภคเป็นฮีโร่ ร่วมลด Food Waste ด้วยการเปลี่ยนมุมมองใหม่ในการซื้อสินค้า  ที่ใกล้หมดอายุ แต่ยังคงคุณภาพดี ในราคาลดพิเศษ เพื่อลดการเหลือทิ้งสินค้าใกล้หมดอายุโดยเปล่าประโยชน์ ต่อยอดสู่การลดปริมาณขยะอาหารในประเทศไทยที่มีมากกว่า 9.68 ล้านตันต่อปี ชวนผู้บริโภคร่วมซื้อสินค้าใกล้หมดอายุที่ติดสติกเกอร์ลดราคาป้ายเหลืองในราคาที่คุ้มค่าลดสูงสุด 30-50% สำหรับสมาชิก The1 รับคะแนนสะสมพิเศษ X2 ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2567 ที่ร้านท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ทุกสาขา พร้อมเปิดตัวคลิป  ‘Tops Food Hero’ สื่อสารพฤติกรรมอินไซต์ผู้บริโภคในการซื้อสินค้าที่ใกล้หมดอายุ สะท้อนข้อมูลความเป็นจริงเกี่ยวกับสินค้าสติกเกอร์ลดราคาราคาป้ายเหลือง ​ตั้งเป้าให้แคมเปญ สามารถสร้างการตระหนักรู้และมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะอาหาร 30% ภายในปี 2573 ตอกย้ำการเป็นผู้นำองค์กรค้าปลีก-ค้าส่งต้นแบบด้านความยั่งยืนแห่งเอเชีย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/tops-luanch-food-hero-taste-not-waste/">ท็อปส์ เปิดแคมเปญ &#8216;Food Hero, Taste not Waste&#8217; ​ชวนคนไทยเปลี่ยนมุมมอง ไม่ตั้งแง่สินค้าใกล้หมดอายุ พร้อมจัดโปรป้ายเหลืองลด 30-50% เร่งเป้าลดขยะอาหาร 30 % ในปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท็อปส์ ผู้นำธุรกิจเชนซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศไทย ภายใต้เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้ายกระดับแผนความยั่งยืน เปิดแคมเปญรณรงค์ <strong>“Food Hero, Taste not Waste” </strong>ชวนผู้บริโภคเป็นฮีโร่ ร่วมลด Food Waste ด้วยการเปลี่ยนมุมมองใหม่ในการซื้อสินค้า  ที่ใกล้หมดอายุ แต่ยังคงคุณภาพดี ในราคาลดพิเศษ เพื่อลดการเหลือทิ้งสินค้าใกล้หมดอายุโดยเปล่าประโยชน์</p>
<p><span id="more-30585"></span></p>
<p>ต่อยอดสู่การลดปริมาณขยะอาหารในประเทศไทยที่มีมากกว่า 9.68 ล้านตันต่อปี ชวนผู้บริโภคร่วมซื้อสินค้าใกล้หมดอายุที่ติดสติกเกอร์ลดราคาป้ายเหลืองในราคาที่คุ้มค่าลดสูงสุด 30-50% สำหรับสมาชิก The1 รับคะแนนสะสมพิเศษ X2 ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2567 ที่ร้านท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ทุกสาขา</p>
<p>พร้อมเปิดตัวคลิป <strong> ‘Tops Food Hero’</strong> สื่อสารพฤติกรรมอินไซต์ผู้บริโภคในการซื้อสินค้าที่ใกล้หมดอายุ สะท้อนข้อมูลความเป็นจริงเกี่ยวกับสินค้าสติกเกอร์ลดราคาราคาป้ายเหลือง ​ตั้งเป้าให้แคมเปญ สามารถสร้างการตระหนักรู้และมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะอาหาร 30% ภายในปี 2573 ตอกย้ำการเป็นผู้นำองค์กรค้าปลีก-ค้าส่งต้นแบบด้านความยั่งยืนแห่งเอเชีย <strong>Green &amp; Sustainable Retail &amp; Wholesale </strong>ของเซ็นทรัล รีเทล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30586 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Tops_Mr-Stephane-Coum.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>มร.สเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล</strong> เปิดเผยว่า สถานการณ์ปัญหาขยะอาหาร (Food Waste) จากทั่วโลกยังคงมีความท้าทาย รายงานจาก Food Waste Index 2024 ของ UNEP พบว่าในปี 2565 มีปริมาณขยะอาหารทั่วโลกสูงถึง 1.05 พันล้านตัน ส่วนหนึ่งมีแหล่งกำเนิดมาจากการบริโภค กว่า 60% และ 12% จากกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ก่อให้เกิดปริมาณก๊าซเรือนกระจกอันเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนในปัจจุบันสูงถึง 8-10%</p>
<p>ขณะที่ประเทศไทยยังคงเผชิญกับปริมาณขยะอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมี​ปริมาณถึง 9.68 ล้านตันต่อปี ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ที่ส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน</p>
<p>ท็อปส์ ในฐานะผู้นำธุรกิจเชนซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศไทยที่ดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติภายใต้เจตนารมณ์ <strong>Green &amp; Sustainable Retail &amp; Wholesale </strong>ของเซ็นทรัล รีเทล คำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน ผ่านการดึงให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมในการลดปริมาณอาหารส่วนเกิน ผ่าน <strong>แคมเปญ “Food Hero, Taste not Waste” รณรงค์และสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคเป็นเสมือนฮีโร่ที่ร่วมกันหันมาตระหนักและเห็นคุณค่าของอาหาร รวมถึงมุมมองที่มีต่อสินค้าลดราคาป้ายเหลือง หรือสินค้าที่ใกล้หมดอายุ ว่าเป็นสินค้าที่ยังคงคุณภาพและมีรสชาติที่ดี สามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัยเหมือนสินค้าปกติ</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30589 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Tops_Food-Hero-7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การที่ทุกคนช่วยกันซื้อสินค้าลดราคาป้ายเหลือง นอกจากจะได้สินค้าที่ราคาถูกกว่าปกติ คุณภาพดีแล้ว ยังเท่ากับได้ช่วยลด Food Waste เราจึงเปรียบคนเหล่านี้ว่าเสมือนเป็น Food Hero อันเป็นที่มาของชื่อแคมเปญนี้ โดยวางเป้าหมายให้แคมเปญดังกล่าวได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดขยะปริมาณอาหารลง 30% ภายในปี 2573”</em></p>
<p>แคมเปญ <strong>“</strong><strong>Food Hero, Taste not Waste</strong><strong>” </strong>เป็นหนึ่งในแผนงาน 12 Journeys to Net Zero เพื่อเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายใต้โครงการ <strong>Small Act Together </strong>ซึ่งเป็นกลยุทธ์การขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนของท็อปส์ รวมถึงสอดคล้องกับกลยุทธ์ <strong>“ReNEW”</strong> ของเซ็นทรัล รีเทล ที่มุ่งสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสะท้อนปรัชญาในการดำเนินธุรกิจ <strong>“CRC Care” </strong>​โดยวางเป้าหมายลดปริมาณอาหารส่วนเกินจากการจำหน่าย ด้วยการลดราคาสินค้าอาหารและวัตถุดิบสูงสุด 30-50% ที่ใกล้หมดอายุแต่ยังคงสภาพและรสชาติที่ดี ได้แก่ เบเกอรี่ เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์จากนม ผักและผลไม้ เนื้อสัตว์ อาหารสำเร็จรูป ขนม เป็นต้น วางจำหน่ายอยู่ในโซนสินค้าโดยเฉพาะ พร้อมกับมอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้าโดยจ่ายน้อยลงแต่ได้ความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น <strong>เมื่อซื้อสินค้าที่ “</strong><strong>ติดสติกเกอร์ ลดราคาป้ายเหลือง” </strong><strong>สมาชิก </strong><strong>The1 </strong><strong>รับคะแนนสะสมพิเศษ X</strong><strong>2</strong><strong> ตั้งแต่วันนี้</strong><strong> – 31 </strong><strong>ธันวาคม</strong><strong> 2567</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30591 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Re-Tops_Food-Hero-9.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ <strong>ท็อปส์ได้เปิดตัวคลิป​​ </strong><strong>Tops Food Hero</strong> ความยาว 1.55 นาที เพื่อสร้างการรับรู้และส่งต่อแนวคิดของแคมเปญไปในวงกว้าง พร้อมชวนให้ทุกคนร่วม​เป็น Food Hero ​โดยนำ​อินไซต์ของผู้บริโภคที่มีต่อซื้อการสินค้าใกล้หมดอายุมาเป็นตัวดำเนินเรื่อง พร้อม​เรื่องราวผ่านคู่สามีภรรยา ที่มาช้อปปิ้งในท็อปส์ และตัดสินใจเลือกซื้อสตอเบอร์รี่ที่กำลังจะหมดอายุ โดยมีสตอเบอร์รี่ ทำหน้าที่เป็นผู้สื่อสารเรื่องราวความเป็นจริงเกี่ยวกับสินค้าที่ใกล้หมดอายุ ​ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวให้ดูไม่เครียด อมยิ้ม แต่แฝงไปด้วยข้อมูลความเป็นจริงเกี่ยวกับสินค้าลดราคา ส่งต่อและถ่ายทอดมุมมองใหม่ต่อสินค้าใกล้หมดอายุ​ไปยังผู้ชม เพื่อกระตุ้นการเป็น Food Hero ร่วมกัน จาการ​ช่วยลดโอกาสในการเกิดขยะอาหารลงได้</p>
<p>“ท็อปส์มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจพร้อมสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ซึ่งการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว​ไม่สามารถดำเนินการได้เพียงลำพัง ต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรทุกภาคส่วน โดยเชื่อว่าทุกคนมี​พลังฮีโร่อยู่ในตัว และเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่จะช่วยกอบกู้โลกใบนี้จากสถานการณ์ขยะอาหารล้นโลกที่กำลังเผชิญ เพื่อส่งต่อโลกที่น่าอยู่ขึ้นและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนในเจเนอเรชันถัดไป” <strong>มร. สเตฟาน คูม </strong>กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><iframe loading="lazy" title="มาเป็น Food Hero ช่วยลด Food Waste กัน ที่ Tops ทุกสาขา" src="https://www.youtube.com/embed/EoAsuCnzdrE" width="853" height="480" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/tops-luanch-food-hero-taste-not-waste/">ท็อปส์ เปิดแคมเปญ &#8216;Food Hero, Taste not Waste&#8217; ​ชวนคนไทยเปลี่ยนมุมมอง ไม่ตั้งแง่สินค้าใกล้หมดอายุ พร้อมจัดโปรป้ายเหลืองลด 30-50% เร่งเป้าลดขยะอาหาร 30 % ในปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เซ็นทรัล ฟู้ด กรุ๊ป นำร่องดึง AI ลดปริมาณอาหารเหลือทิ้งในร้านค้าของท็อปส์  ผ่านระบบ SmartWay</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/central-food-group-hands-smartway-food-waste-management/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Jun 2024 10:46:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Central Food Group]]></category>
		<category><![CDATA[Every Day DISCOVERY]]></category>
		<category><![CDATA[Food For Good Deed อาหารปันสุข]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste Management System]]></category>
		<category><![CDATA[Green & Sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[Jaikla]]></category>
		<category><![CDATA[Operation]]></category>
		<category><![CDATA[Smartway]]></category>
		<category><![CDATA[Tops]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[คริสโตฟ เมเนซ]]></category>
		<category><![CDATA[ซูเปอร์มาร์เก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[พอล-อาดริยอง]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทเวย์]]></category>
		<category><![CDATA[สเตฟาน คูม]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล ฟู้ด กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชั่นการจัดการอาหารเหลือทิ้ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26277</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศไทยเผชิญปัญหาร้ายแรงจากอาหารเหลือทิ้ง คิดเป็น 64% ของขยะทั้งหมด โดยคนไทยทิ้งอาหารเฉลี่ย 254 กิโลกรัมต่อคนต่อปี เซ็นทรัล ฟู้ด กรุ๊ป (Central Food Group) ผู้นำธุรกิจเชนซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ของไทย ให้ความสำคัญและเดินหน้าแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยจับมือกับสมาร์ทเวย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการอาหารเหลือทิ้ง นำร่องทดสอบโซลูชั่นการจัดการอาหารเหลือทิ้งด้วยระบบดิจิทัลที่ร้านท็อปส์ 5 สาขา ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โครงการนำร่องนี้มีกำหนดเริ่มในไตรมาสที่สองของปี 2567 โซลูชันของสมาร์ทเวย์ (Smartway) ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการขับเคลื่อน ช่วยให้ทีมงานในร้านสามารถระบุสินค้าใกล้หมดอายุ กำหนดกลยุทธ์การลดราคา 20-40% และวางแผนการสั่งซื้อสินค้าได้อย่างแม่นยำ ซึ่งส่งผลดีต่อลูกค้า ช่วยเพิ่มกำลังซื้อ และลดปริมาณอาหารเหลือทิ้ง ถือเป็นโครงการริเริ่มครั้งแรกในประเทศไทย การใช้ AI ในการแก้ปัญหาปัญหาอาหารเหลือทิ้ง ในขณะที่เราต้องเผชิญกับปัญหาของสินค้าในร้านค้าที่เหลือทิ้งจำนวนมาก ยังมีประชาชนอีกนับล้านคนเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหาร เซ็นทรัล ฟู้ด กรุ๊ป จึงผนึกกำลังกับสมาร์ทเวย์ บริษัทที่มีประสบการณ์การในการจัดการกับอาหารเหลือทิ้งร่วมกับธุรกิจค้าปลีกชั้นนำมากกว่า 12 ปี เพื่อจัดการปัญหาดังกล่าว ปัจจุบันมีร้านค้าปลีกกว่า 2,000 แห่งทั่วโลกที่นำระบบจัดการอาหารเหลือทิ้ง (Food Waste [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/central-food-group-hands-smartway-food-waste-management/">เซ็นทรัล ฟู้ด กรุ๊ป นำร่องดึง AI ลดปริมาณอาหารเหลือทิ้งในร้านค้าของท็อปส์  ผ่านระบบ SmartWay</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประเทศไทยเผชิญปัญหาร้ายแรงจากอาหารเหลือทิ้ง คิดเป็น 64% ของขยะทั้งหมด โดยคนไทยทิ้งอาหารเฉลี่ย 254 กิโลกรัมต่อคนต่อปี<strong> เซ็นทรัล ฟู้ด กรุ๊ป (Central Food Group)</strong> ผู้นำธุรกิจเชนซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ของไทย ให้ความสำคัญและเดินหน้าแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง</p>
<p><span id="more-26277"></span></p>
<p>โดยจับมือกับสมาร์ทเวย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการอาหารเหลือทิ้ง นำร่องทดสอบโซลูชั่นการจัดการอาหารเหลือทิ้งด้วยระบบดิจิทัลที่ร้านท็อปส์ 5 สาขา ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล</p>
<p>โครงการนำร่องนี้มีกำหนดเริ่มในไตรมาสที่สองของปี 2567 โซลูชันของสมาร์ทเวย์ (Smartway) ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการขับเคลื่อน ช่วยให้ทีมงานในร้านสามารถระบุสินค้าใกล้หมดอายุ กำหนดกลยุทธ์การลดราคา 20-40% และวางแผนการสั่งซื้อสินค้าได้อย่างแม่นยำ ซึ่งส่งผลดีต่อลูกค้า ช่วยเพิ่มกำลังซื้อ และลดปริมาณอาหารเหลือทิ้ง ถือเป็นโครงการริเริ่มครั้งแรกในประเทศไทย</p>
<p><strong><u>การใช้ </u></strong><strong><u>AI </u></strong><strong><u>ในการแก้ปัญหาปัญหาอาหารเหลือทิ้ง</u></strong></p>
<p>ในขณะที่เราต้องเผชิญกับปัญหาของสินค้าในร้านค้าที่เหลือทิ้งจำนวนมาก ยังมีประชาชนอีกนับล้านคนเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหาร <strong>เซ็นทรัล ฟู้ด กรุ๊ป</strong> จึงผนึกกำลังกับสมาร์ทเวย์ บริษัทที่มีประสบการณ์การในการจัดการกับอาหารเหลือทิ้งร่วมกับธุรกิจค้าปลีกชั้นนำมากกว่า 12 ปี เพื่อจัดการปัญหาดังกล่าว</p>
<p>ปัจจุบันมีร้านค้าปลีกกว่า 2,000 แห่งทั่วโลกที่นำระบบจัดการอาหารเหลือทิ้ง (Food Waste Management System) ของสมาร์ทเวย์ไปใช้ ระบบนี้ใช้ปัญญาประดิษฐ์รูปแบบเฉพาะ ช่วยให้ทีมงานในร้านสามารถบริหารจัดการอาหารเหลือทิ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์คือสามารถป้องกัน<br />
การสูญเปล่าของสินค้าไปแล้วกว่า 250 ล้านรายการ</p>
<p>ระบบโซลูชันจากสมาร์ทเวย์ถูกนำไปใช้งานในร้านค้าของ เซ็นทรัล ฟู้ด กรุ๊ป ระบบนี้ทำงานโดย</p>
<p>&#8211; ตรวจจับสินค้าที่ใกล้หมดอายุโดยอัตโนมัติด้วยระบบ “GPS Short Date”</p>
<p>&#8211; กำหนดช่องทางการรีไซเคิลที่ดีและเหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละสินค้า</p>
<p>&#8211; ลดราคาสินค้าผ่านการพิมพ์ฉลากเฉพาะสำหรับแต่ละสินค้าโดยอัตโนมัติ</p>
<p>&#8211; เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการสั่งซื้อผ่านการนำระบบดิจิทัลมาใช้</p>
<p>โซลูชัน AI จะทำให้ทุกภาคส่วนได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน ร้านค้าปลีกได้ลดปริมาณอาหารเหลือทิ้ง เพิ่มรายได้ให้กับร้านค้า พนักงานจะสามารถทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นถึง 4 เท่า ด้วยคำแนะนำในการจัดการสินค้าใกล้หมดอายุ ส่วนลูกค้าก็จะได้รับประโยชน์ด้วยทางเลือกในการซื้อสินค้าลดราคาที่หลากหลายมากขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มกำลังซื้อ</p>
<figure id="attachment_26281" aria-describedby="caption-attachment-26281" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-26281 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/นายสเตฟาน-คูม-ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-กลุ่มฟู้ด-เซ็นทรัล-รีเทล.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-26281" class="wp-caption-text"><em>มร.สเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล</em></figcaption></figure>
<p><strong><u>ลดปัญหาขยะอาหารลง 30%</u></strong></p>
<p>เซ็นทรัล ฟู้ด กรุ๊ป มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามเจตนารมย์การเป็น “<strong>Green &amp; Sustainable</strong>” และตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำในการสร้างความยั่งยืนแห่งอุตสาหกรรมค้าปลีกในภูมิภาคเอเชีย โดยมีเป้าหมายอันท้าทาย ได้แก่ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 30% ภายในปี 2573 สนับสนุนผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงนำระบบการจัดการขยะมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าหมายลดปริมาณขยะอาหารลง 30% ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา</p>
<p>บริษัทได้ดำเนินโครงการ “<strong>Food For Good Deed อาหารปันสุข</strong>” เพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและลดปริมาณอาหารส่วนเกิน โครงการนี้ได้แจกจ่ายอาหารส่วนเกินที่ยังคงคุณภาพจากร้านค้า 129 สาขาของท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ เดลี่ รวมถึงจากศูนย์กระจายสินค้าสดของบริษัท ให้แก่ผู้ที่ขาดแคลน ปัจจุบันโครงการนี้ได้แจกจ่ายอาหารกว่า 5 ล้านมื้อให้แก่ชุมชนกว่า 700 แห่งทั่วประเทศ</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทยังได้ร่วมมือกับสตาร์ทอัพ Jaikla ในการนำอาหารที่ไม่สามารถจำหน่ายได้ เพื่อนำไปเป็นอาหารสำหรับแมลง และนำมาแปรรูปต่อเป็นอาหารสัตว์เลี้ยง จำหน่ายในร้านท๊อปส์ อีกทั้งยังนำระบบสมาร์ทเวย์มาใช้เพื่อจัดการขยะอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ และนำอาหารส่วนเกินมาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ ด้วยความร่วมมือกับสมาร์ทเวย์ เซ็นทรัล ฟู้ด กรุ๊ป ได้สร้างมิติใหม่ในการต่อสู้กับปัญหาขยะอย่างจริงจัง</p>
<p><strong>มร.สเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล</strong> กล่าวว่า “ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจเชนซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เราตระหนักถึงความรับผิดชอบ ในการเป็นแบบอย่างที่ดีในด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการต่อสู้กับปัญหาขยะอาหาร ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของแนวทางด้านสิ่งแวดล้อม เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะเป็นเชนซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งแรกในประเทศไทยที่นำโซลูชันจากสมาร์ทเวย์มาใช้ ซึ่งจะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายที่ท้าทายตามวิสัยทัศน์  &#8216;<strong>Green &amp; Sustainable Retail</strong>&#8216; ซึ่งมุ่งสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593”</p>
<figure id="attachment_26280" aria-describedby="caption-attachment-26280" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-26280 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/นายพอล-อาดริยอง-และ-นายคริสโตฟ-เมเนซ-ผู้ร่วมก่อตั้ง-Smartway.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-26280" class="wp-caption-text"><em>มร.พอล-อาดริยอง และ มร.คริสโตฟ เมเนซ ผู้ร่วมก่อตั้ง Smartway</em></figcaption></figure>
<p>ด้าน<strong> มร.พอล-อาดริยอง และ มร.คริสโตฟ เมเนซ ผู้ร่วมก่อตั้ง </strong><strong>Smartway </strong>กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเลือกจาก Central Food Group ให้เป็นพันธมิตรในการต่อสู้กับปัญหาอาหารเหลือทิ้ง ความร่วมมือครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเปิดตัวโซลูชันของเราสู่ตลาดเอเชีย หลังจากประสบความสำเร็จในทวีปยุโรปเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการเติบโตของบริษัทฯ อีกด้วย บริษัทสมาร์ทเวย์ รู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมของห้างสรรพสินค้าชั้นนำแห่งนี้”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/central-food-group-hands-smartway-food-waste-management/">เซ็นทรัล ฟู้ด กรุ๊ป นำร่องดึง AI ลดปริมาณอาหารเหลือทิ้งในร้านค้าของท็อปส์  ผ่านระบบ SmartWay</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
