<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Triple Bottom Line &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/triple-bottom-line/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 22 Mar 2024 05:44:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Triple Bottom Line &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” กางแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี  ยืนหนึ่งผู้นำธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ของประเทศไทย ขับเคลื่อนกลยุทธ์ “INDEX NEXTPERIENCE &#038; BEYOND +SUSTAINABLE FUTURE”  </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/index-nextperience-beyond-sustainable-future/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Mar 2024 05:44:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ILM]]></category>
		<category><![CDATA[Index Mall]]></category>
		<category><![CDATA[INDEX NEXTPERIENCE & BEYOND + SUSTAINABLE FUTURE]]></category>
		<category><![CDATA[Little Walk]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Performance - People - Planet]]></category>
		<category><![CDATA[The Walk]]></category>
		<category><![CDATA[Triple Bottom Line]]></category>
		<category><![CDATA[ZEB]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Energy Building]]></category>
		<category><![CDATA[กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เอกลักษณ์ ปัทมสัตยาสนธิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24661</guid>

					<description><![CDATA[<p>“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” กางแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี  ยืนหนึ่งผู้นำธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ของประเทศไทย ขับเคลื่อนกลยุทธ์ “INDEX NEXTPERIENCE &#38; BEYOND +SUSTAINABLE FUTURE”  มุ่งสู่การเติบโตที่แข็งแกร่งเคียงคู่การสร้างคุณค่าให้สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน บมจ.อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (ILM) แถลงผลสำเร็จการดำเนินธุรกิจบนหลักแนวคิด “การพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืน (Sustainability)” ผ่านความสำเร็จ 5 ประการ รวดเร็วว่องไว ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ตัดสินใจด้วยข้อมูล จัดสรรพื้นที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ และนำเทคโนโลยีเข้าช่วยส่งเสริมการขาย พิสูจน์ด้วยรายได้รวม 9,416 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา รุกวางเป้าขยายผลต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์ “INDEX NEXTPERIENCE &#38; BEYOND +SUSTAINABLE FUTURE” ชูกรอบแนวคิด Triple Bottom Line  สูตร 3P (Performance&#8211; People&#8211; Planet)  สร้างการตลาดในใจคนสู่ความยั่งยืน  เตรียมขยายสาขาใหม่ต้นแบบอาคารประหยัดพลังงานรายแรกของธุรกิจค้าปลีกไทย และรายแรกในภูมิภาคอาเซียน พร้อมปรับผังรีโนเวทสาขาเดิมเพิ่มศักยภาพรองรับทุกไลฟ์สไตล์ คาดปี 2567 เติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก (Double&#8211;Digit [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/index-nextperience-beyond-sustainable-future/">“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” กางแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี  ยืนหนึ่งผู้นำธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ของประเทศไทย ขับเคลื่อนกลยุทธ์ “INDEX NEXTPERIENCE &#038; BEYOND +SUSTAINABLE FUTURE”  </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” กางแผนยุทธศาสตร์ </strong><strong>3</strong><strong> ปี  ยืนหนึ่งผู้นำธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ของประเทศไทย </strong><strong>ขับเคลื่อนกลยุทธ์ “</strong><strong>INDEX NEXTPERIENCE &amp; BEYOND </strong><strong>+</strong><strong>SUSTAINABLE FUTURE</strong><strong>”  </strong><strong>มุ่งสู่การเติบโตที่แข็งแกร่งเคียงคู่การสร้างคุณค่าให้สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</strong><span id="more-24661"></span></p>
<p><strong>บมจ.อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (</strong><strong>ILM</strong><strong>) แถลงผลสำเร็จการดำเนินธุรกิจบนหลักแนวคิด “การพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืน (</strong><strong>Sustainability</strong><strong>)” ผ่านความสำเร็จ </strong><strong>5 </strong><strong>ประการ รวดเร็วว่องไว ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ตัดสินใจด้วยข้อมูล จัดสรรพื้นที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ และนำเทคโนโลยีเข้าช่วยส่งเสริมการขาย พิสูจน์ด้วยรายได้รวม 9</strong><strong>,</strong><strong>416 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา รุกวางเป้าขยายผลต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์ “</strong><strong>INDEX NEXTPERIENCE &amp; BEYOND </strong><strong>+</strong><strong>SUSTAINABLE FUTURE</strong><strong>”</strong><strong> ชูกรอบแนวคิด</strong><strong> Triple Bottom Line </strong><strong> สูตร 3</strong><strong>P </strong><strong>(</strong><strong>Performance</strong><strong>&#8211;</strong><strong> People</strong><strong>&#8211;</strong><strong> Planet</strong><strong>) </strong><strong> สร้างการตลาดในใจคนสู่ความยั่งยืน </strong><strong> </strong><strong>เตรียมขยายสาขาใหม่ต้นแบบอาคารประหยัดพลังงานรายแรกของธุรกิจค้าปลีกไทย และรายแรกในภูมิภาคอาเซียน พร้อมปรับผังรีโนเวทสาขาเดิมเพิ่มศักยภาพรองรับทุกไลฟ์สไตล์ คาดปี 2567 เติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก (</strong><strong>Double</strong><strong>&#8211;</strong><strong>Digit growth</strong><strong>)</strong></p>
<p><strong>นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>ILM </strong>ผู้นำธุรกิจร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ภายในบ้าน และของตกแต่งบ้าน รวมถึงผู้ให้บริการพื้นที่เช่า ภายใต้โครงการ The Walk, Little Walk และ Index Mall เปิดเผยว่า อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ตระหนักถึงความสำคัญของการกำหนดทิศทาง<strong>ธุรกิจบน “ความยั่งยืน” หรือ </strong><strong>Sustainability</strong> อย่างจริงจังในทุกกระบวนการและทุกมิติขององค์กร ส่งผลให้การดำเนินงานในปี 2566 ที่ผ่านมาเติบโตก้าวกระโดดและแข็งแกร่งกว่าก่อนช่วงการระบาดโควิด-19  อีกด้วย สามารถแซงหน้าคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน  โดยมีรายได้รวม 9,416 ล้านบาท เติบโต 4.5% จากปี 2565 ด้านกำไรอยู่ที่ 726  ล้านบาท  เติบโต 10.2% คาดปี 2567 จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ายอดขายเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก (Double-Digit growth)</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24665 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/I4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“การดำเนินธุรกิจของ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ไม่ได้วัดผลกำไรเพียงอย่างเดียว  องค์กรให้ความใส่ใจกับ<strong>การสร้างความยั่งยืน</strong>ให้กับธุรกิจ เกิดการ<strong>ต่อยอด เติบโต ขยายผล </strong>ผ่านการดำเนินงานใน 5 แกนหลักคือ <strong>Speed to Market </strong><strong>กลยุทธ์ความรวดเร็วและว่องไว</strong> รุกไวและปรับตัวเร็ว หัวใจสำคัญที่ได้เปรียบคู่แข่งขัน <strong>Customer Centric </strong><strong> ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง </strong>สร้างประสบการณ์ที่ดี รับฟังและเข้าใจลูกค้า <strong>Data Driven </strong><strong>ตัดสินด้วยข้อมูลเป็นหลัก</strong> นำมาซึ่งถูกทาง ถูกใจ ถูกต้อง <strong>Space Optimization</strong> <strong>การจัดสรรพื้นที่</strong> การขยายสาขาใหม่ การปรับปรุงสาขาเดิมให้เหมาะสมกับวิถีชีวิต พฤติกรรมความชื่นชอบของลูกค้า และ <strong>Automation         </strong><strong>การนำเทคโนโลยีมาบูรณาการ </strong>เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล ดังนั้นการสร้างความยั่งยืนให้กับแบรนด์ จึงเป็นกลยุทธ์หลักและพลังขับเคลื่อนสู่การเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์”</p>
<p><strong>เปิดแผนบุกปี 2567 อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทิศทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ วางเป้าขยายผลความสำเร็จอย่างต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์ <strong>“</strong><strong>INDEX NEXTPERIENCE &amp; BEYOND </strong><strong>+ </strong><strong>SUSTAINABLE FUTURE</strong><strong>” </strong><strong> </strong>เป็นนโยบายและกรอบแผนงานภายใน 3 ปีนี้ โดยยึดแนวคิด Triple Bottom Line สูตร 3P <strong>Performance </strong><strong>&#8211; </strong><strong>People </strong><strong>&#8211; </strong><strong>Planet</strong> เพื่อสร้างการตลาดในใจคนสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง ในด้าน “<strong><u>Performance</u></strong><strong><u>”</u></strong> การดำเนินธุรกิจเพื่อให้เกิดผล<strong>การดำเนินงานอย่างยั่งยืน (</strong><strong>Sustainable Growth</strong><strong>)</strong> มุ่งเน้นที่การขยายขอบเขตธุรกิจ</p>
<p>โดยคาดเปิด <strong>อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ สาขาใหม่</strong> 1-2 สาขา/ปี พร้อมเผย New Store Model ต้นแบบอาคารประหยัดพลังงานรายแรกของธุรกิจค้าปลีกไทยและรายแรกในภูมิภาคอาเซียน ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ สาขาสระบุรี บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ ทุ่มงบกว่า 170 ล้านบาท (คาดเปิดบริการ Q1/2025) เตรียมขยาย Little Walk อีก 1-2 สาขา ได้แก่ สาขารัตนาธิเบศร์ ด้วยทุ่มงบ 550 ล้านบาท บนพื้นที่ขนาด 12ไร่ ประกอบด้วย อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ขนาด 6,340 ตร.ม. และพื้นที่ร้านค้าเช่า 10,100 ตรม. (พร้อมให้บริการ Q4/2024)  นอกจากนี้มีแผน <strong>รีโนเวทสาขาเดิมด้วยดีไซน์ใหม่ </strong>1-2 สาขา อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ สาขาเชียงใหม่ และอุดรธานี พร้อมเปิด <strong>“</strong><strong>DecorScape</strong><strong>”</strong> แหล่งช้อปแห่งใหม่ใจกลางทองหล่อ โดยทุ่มงบร่วม 150 ล้านบาท ปั้นเป็น Lifestyle Mall ดีไซน์ Modern Luxury รูปแบบอาคาร 3 ชั้น  บนพื้นที่ขนาด 3,000 ตร.ม.</p>
<p>ด้านต่างประเทศปัจจุบันขยายไปแล้ว 12 สาขา ใน 6 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม 2, เมียนมาร์ 4, ลาว 1, กัมพูชา 2,  เนปาล 2 และ มัลดีฟส์ 1 สาขา และปี 2024 เตรียมขยายเพิ่มอีก 4 สาขา ที่เวียดนาม 2 สาขา (เมืองโฮจิมินห์) และเมียนมาร์ 1 สาขา (เมืองมัณฑะเลย์) และประเดิมการขยายตลาดไปยังอินเดีย ที่เมืองปุเณ (Pune) พร้อมกันนี้ยังมองโอกาสขยายขอบข่ายการจัดจำหน่ายสินค้าไปยังกลุ่มค้าปลีกรายใหญ่โซนตะวันออกกลาง เช่น ดูไบ, ซาอุดิอาระเบีย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-24663 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/I2.jpg" alt="" width="647" height="863" /></p>
<p>นอกจากการขยายสาขาแล้วยัง<strong>พัฒนาช่องทางการขายออนไลน์ </strong>ให้เติบโต 20% สร้างประสบการณ์ที่ดีรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคในทุกช่องทาง โดยในปีที่ผ่านมา TikTok เป็น Mega trend ใหม่ของปี ทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสเติบโต และเพิ่ม TikTok Shop เป็นช่องทางในการทำตลาดและจัดจำหน่ายสินค้า โดยมีทีมงาน LIVE Streaming โดยเฉพาะ และผลการดำเนินงานของ TikTok Shop จากปี 2566 ส่งผลให้ Index Living Mall เป็นหนึ่งใน Top Sellers หมวดสินค้าเฟอร์นิเจอร์  ด้าน<strong>การขยายฐานลูกค้าใหม่</strong> บริษัทฯ ได้พัฒนาสินค้าอย่างหลากหลายทั้งดีไซน์และฟังก์ชันตอบโจทย์ความต้องการกลุ่ม New Gen เน้นการสร้าง Digital Experience และ Pop Display ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ เชื่อมไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้ง ควบคู่การรักษาฐานลูกค้าเดิม  โดย <strong>ขยายไลน์สินค้า</strong>แบรนด์ Furinbox  จากออนไลน์สู่ออฟไลน์วางจำหน่าย 22 สาขา ทั่วประเทศ โดยจับกลุ่มลูกค้า C ที่มีฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่ในประเทศ รวมถึงการ<strong>ขยายสินค้าในกลุ่ม </strong><strong>Customized</strong> ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ในด้าน “<strong><u>People</u></strong><strong><u>”</u></strong> <strong>มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ให้เหนือกว่า (</strong><strong>Beyond Experience</strong><strong>)</strong> โดยการสร้างกลยุทธ์ให้เหมาะกับพฤติกรรมและความต้องการเฉพาะของลูกค้า เช่น การนำเทคโนโลยีมาช่วยด้านการส่งเสริมการขายและบริการ เห็นได้ในไตรมาสแรกที่ ILM พัทยา ด้วย <strong>Generative AI for interior design</strong> นำเทคโนโลยี AI ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ  สำหรับงานดีไซน์ ช่วยลดขั้นตอนให้ง่ายและรวดเร็วต่อการทำงานของดีไซน์เนอร์ ขณะเดียวกันเพิ่มความสะดวกสบาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด หรือแม้แต่ <strong>การพัฒนาโปรแกรมเพื่อการออกแบบ </strong>เพิ่มประสิทธิภาพบริการด้านดีไซน์ ส่งเสริมการขายในกลุ่มสินค้า Customized Furniture และ เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ให้จบครบลูป ตลอดจน <strong>Index Mobile App</strong><strong> บริการแอปพลิเคชั่นของคนรักการแต่งบ้าน</strong> ที่เตรียมเปิดตัวในไตรมาส 2 / 2667 รวมถึงบริการต่างๆ ที่สร้างประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้า ขณะที่พนักงานก็ได้รับประสบการณ์ความสุขเช่นกัน ILM มุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำด้วยการดึงคนรุ่นใหม่มาขับเคลื่อนองค์กร อีกหนึ่งส่วนสำคัญ <strong><u>“</u></strong><strong><u>Planet</u></strong><strong><u>”</u></strong> <strong>แนวปฏิบัติที่ยั่งยืนและมีจริยธรรม (</strong><strong>Sustainable and Ethical Practices</strong><strong>)</strong> การผลิตและพัฒนาสินค้าเพื่อความยั่งยืน ได้แก่ Eco Product เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, พัฒนาสินค้าที่สร้างคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดี, พัฒนาสังคมที่แข็งแกร่ง ส่งเสริมและร่วมพัฒนาสินค้ากับกลุ่มรัฐวิสาหกิจและชุมชน ชูอัตลักษณ์-ภูมิปัญญาท้องถิ่น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-24666 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/I5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ มุ่งสู่การสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน</strong></p>
<p><strong>นายเอกลักษณ์ ปัทมสัตยาสนธิ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายพัฒนาธุรกิจกลุ่มธุรกิจยูนีค และบริหารพื้นที่ศูนย์เดอะวอล์ค </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า “อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ใส่ใจกับ <strong>Environmental Sustainability</strong> ที่มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero สร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยประเดิมเปิดอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ New Store Model ที่สาขาสระบุรี    ด้วยการออกแบบโครงสร้างอาคารประหยัดพลังงาน “<strong>Zero Energy Building</strong>” (ZEB) รูปแบบ ECO Store In Thailand  <strong>รายแรกของธุรกิจร้านค้าปลีกไทยและรายแรกในภูมิภาคอาเซียน </strong>โดยร่วมกับ คอรัล ไลฟ์ (CORAL LIFE)  ผู้ให้บริการออกแบบสภาพแวดล้อม   ซึ่งคุณภาพอากาศภายในอาคารประหยัดพลังงานดีเทียบเท่าอากาศในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ค่าฝุ่น PM2.5 ใกล้เคียงระดับ 0 ซึ่งจะสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับลูกค้าและพนักงาน อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ <strong>ตั้งใจพัฒนาอาคารแห่งนี้เป็นเครื่องกรองอากาศของเมือง</strong> ด้วยความเชื่อที่ว่า ‘อากาศสะอาดควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานเปรียบเสมือนกับโครงสร้างพื้นฐานของเมืองสำหรับทุกคน’ ดังนั้น New Store Model  อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ สาขาสระบุรี  จึงเป็นศูนย์การค้าต้นแบบแห่งแรกในอาเซียน  ที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามเป้าหมายที่ประชาคมโลกต่างให้ความสำคัญ และนี่จึงเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการพัฒนาองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะการลงมือทำในปัจจุบันอย่างต่อเนื่องเท่านั้นจะเป็นกุญแจสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว</p>
<p>ขณะเดียวกัน ภายในปีนี้เตรียมเปิด <strong>“</strong><strong>DecorScape</strong><strong>” </strong><strong>Modern Luxury </strong><strong>มอลล์รูปแบบใหม่ใจกลางทองหล่อ</strong> ภายในประกอบด้วยเฟอร์นิเจอร์ ‘BoConcept’ Flagship Store และ Lifestyle Lux Shop ชั้นนำ เจาะกลุ่มลูกค้า Premium Lifestyle ซึ่งจากการสำรวจพื้นที่โซนทองหล่อ  เรียกได้ว่าเป็น Iconic ของกรุงเทพฯ ที่มีศักยภาพครบเครื่องขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราไลฟ์สไตล์  ตอบโจทย์คนเมือง โดยผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เข้ามาทำงานในเมืองไทย  มีไลฟ์สไตล์  ช้อปปิ้ง กิน ดื่ม ครบในที่เดียว ซึ่งภายในโครงการจะมีแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านนำเข้าหลากสไตล์ รวมถึงร้านอาหารและคาเฟ่  โดยทุ่มงบกว่า 150 ล้านบาท ภายใต้คอนเซ็ปการดีไซน์รูปแบบอาคาร 3 ชั้น  คาดว่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าในย่านดังกล่าวได้เป็นอย่างดี</p>
<p>นอกจากนี้ยังส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดย<strong>พัฒนาสินค้า </strong><strong>ECO PRODUCT </strong>ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมใน Portfolio ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันภาพรวมสินค้าใหม่ของเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านในกลุ่ม ECO PRODUCT อยู่ที่ 10% และในปี 2024 จะเพิ่มสัดส่วนสินค้าใหม่ทุกกลุ่มให้เป็น 20%  เช่น กลุ่มสินค้า <strong>Recycled</strong> <strong>materials</strong> ที่ทำจากเส้นใยและพลาสติกรีไซเคิล ตลอดจนการนำไม้สักเก่ามา Upcycling เป็นเฟอร์ฯ ชิ้นใหม่, กลุ่มสินค้า <strong>Energy saving</strong> ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าและน้ำ เช่น หมอน ผ้าห่ม (Cooling Pillow &amp; Blanket) และผ้าม่านกันแสงที่ไม่อมฝุ่น, กลุ่มสินค้า <strong>Biodegradable</strong> ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ อาทิ วัสดุจากฟางข้าวสาลี, กลุ่มสินค้า <strong>Eco Friendly product</strong> ที่ผลิตด้วยวัสดุธรรมชาติ และปรับแพ็กเกจสินค้าจากพลาสติก มาเป็นกระดาษ-พลาสติกที่รีไซเคิลได้ และถุงผ้า เริ่มจากสินค้า House brand และปรับบรรจุภัณฑ์ที่นอนรูปแบบ Compress Rolling ม้วนที่นอนให้เล็กกระทัดรัดง่ายต่อการขนส่ง  ให้สามารถเพิ่มจำนวนการบรรจุสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์มากขึ้นถึง 5 เท่า และการปรับป้ายราคาสินค้าจากกระดาษมันพิมพ์สีมาเป็นกระดาษคราฟท์รีไซเคิล เพื่อลดปริมาณขยะและลดมลพิษจากสารเคมีจากหมึกพิมพ์ ทั้งยังงดการผลิตคู่มือประกอบติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ (Assemble Instruction) จากเดิมที่เป็นกระดาษ ปรับมาเป็นคู่มือทางออนไลน์ โดยสแกนผ่าน QR Code ข้างกล่องสินค้าแทน</p>
<p>การพัฒนาสังคมที่แข็งแกร่ง โดยร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กับภาครัฐและกลุ่มรัฐวิสาหกิจชุมชนอย่างต่อเนื่อง      ปีที่ผ่านมาได้ร่วมกับกลุ่มใบไม้ ชุมชนบ้านคีรีวง จ.นครศรีธรรมราช นำงานคราฟท์ผ้ามัดย้อมมาพัฒนาเฟอร์นิเจอร์กลุ่ม  <em>Bedroom</em> คอลเล็คชั่น ‘Happy vacation’ และยังร่วมกับ ‘กรมส่งเสริมอุุตสาหกรรม’ พัฒนาไอเดียงานออกแบบรูปแบบอินโนเวทีฟเฟอร์ฯ ดีไซน์ “โต๊ะขนมชั้น” จากแนวคิด ‘WORK TO DINE” Work hard, Eat harder เพื่อเพิ่มประสบการณ์ช้อปให้ลูกค้า โดยในปี 2024 เตรียมพัฒนาเฟอร์นิเจอร์ <em>Living</em> จากงานคราฟท์ไม้แกะสลักสไตล์ล้านนา ร่วมกับกลุ่มชุมชน<em>บ้าน</em>กิ่ว<em>แลน้อย จ.เชียงใหม่ รวมถึงสนับสนุน</em>รัฐวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเย็บผ้าเครื่องนอนยางพาราเขาคีริส จ.กำแพงเพชร  ทั้งนี้เพื่อคงคุณค่างานหัตถศิลป์ควบคู่การกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24664 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/I3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ยังต่อยอดนโยบายที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างรอบด้าน  ทั้งการติดตั้ง Solar Rooftop อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันติดตั้งไปแล้ว รวม 28 แห่ง ทั้ง อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์, ศูนย์การค้าเดอะวอล์ค, ศูนย์กระจายสินค้า และโรงงาน ด้วยงบลงทุน 383 ล้านบาท ซึ่งปี 2566 สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 14,950.87 mWh คาดว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 7,261.64 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tonCO<sub>2</sub>eq)  และตลอด 6 ปีที่ผ่านมา สามารถช่วยประหยัดไฟไปมากถึง 300 ล้านบาท  และยังจะขยายการติดตั้ง Solar Rooftop ไปยังสาขาที่เปิดใหม่ตามลำดับ  อีกทั้งจะเพิ่มสัดส่วนการขนส่งพลังงานสะอาด (EV Truck) อีก 20% ปี 2024 ซึ่งปีที่ผ่านมาการขนส่งด้วยรถ EV ทั้ง 7 คัน รวม 5 จังหวัด เช่น จ.นครสวรรค์ พิษณุโลก นครราชสีมา ขอนแก่น เชียงใหม่  สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ราว 5 ล้านบาท / ปี เทียบกับอัตราการเดินรถระหว่างเครื่องยนต์สันดาปกับรถ EV และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 878.59 (tonCO<sub>2</sub> eq) (*จำนวน CO<sub>2</sub> อ้างอิงจำนวนการขนส่ง) เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 106,000 ต้น  ควบคู่กับการจัดการขยะ 3Rs  Reduce Reuse Recycle ร่วมกับภาคีภาครัฐและเอกชน ซึ่งในปีที่ผ่านมามีปริมาณการรีไซเคิลขยะและของเสียได้ถึง 8,284.37 ตัน และจากการใช้พลังงานทดแทนและการจัดการขยะ ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 14,160.68 tonCO<sub>2</sub>eq  อีกทั้งยังต่อยอดการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยเข้าร่วมโครงการ Care The Wild “ปลูกป่า กับ SET”  เพิ่มพื้นที่สีเขียวในท้องที่แห้งแล้ง นำร่องที่ป่าชุมชนบ้านโคกโสกขี้หนู  อ.ลำทะเมนชัย  จ.นครราชสีมา จำนวน 2,000 ต้น บนพื้นที่ 10 ไร่ จะช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 18 tonCO<sub>2</sub> eq/ปี</p>
<p>ทั้งนี้ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เชื่อว่าธุรกิจที่สามารถชนะใจผู้บริโภคในโลกยุคใหม่ต้องไม่แสวงหากำไรเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงสังคม สิ่งแวดล้อม และโลก เพื่อสนับสนุนให้เกิดความยั่งยืนระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/index-nextperience-beyond-sustainable-future/">“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” กางแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี  ยืนหนึ่งผู้นำธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ของประเทศไทย ขับเคลื่อนกลยุทธ์ “INDEX NEXTPERIENCE &#038; BEYOND +SUSTAINABLE FUTURE”  </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดตัว &#8216;Grab EV&#8217; เร่งเครื่อง &#8216;ฟลีทพลังงานสะอาด&#8217; ผนึก 7 พันธมิตร ช่วยคนขับเป็นเจ้าของ​ EV ได้ง่ายขึ้น ตั้งเป้าเฟสแรก 8 พันคัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/grab-thailand-launch-grab-ev-lution-expand-clean-energy-fleet/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Oct 2023 13:53:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Auto Drive EV]]></category>
		<category><![CDATA[BYD]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EV Bike]]></category>
		<category><![CDATA[EV Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[EV Station PluZ]]></category>
		<category><![CDATA[Grab EV-LUTION]]></category>
		<category><![CDATA[Grab Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[H SEM Motor]]></category>
		<category><![CDATA[Ladi Delano]]></category>
		<category><![CDATA[Moove]]></category>
		<category><![CDATA[Rever Automotive]]></category>
		<category><![CDATA[STROM]]></category>
		<category><![CDATA[Swap & Go]]></category>
		<category><![CDATA[Triple Bottom Line]]></category>
		<category><![CDATA[มร. ลาดี เดอลาโน่]]></category>
		<category><![CDATA[รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[วรฉัตร ลักขณาโรจน์]]></category>
		<category><![CDATA[วิศิษฎ์ พิทยะวิริยากุล]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อาวีมาศ สิริแสงทักษิณ]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยน…เพื่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตที่ดีกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[เมธิณี อนวัชกุล]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22049</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกร็บ ผนึก 7 พันธมิตร เดินหน้าโครงการ &#8216;Grab EV&#8217; ขยายโอกาสคนขับเป็นเจ้าของ EV ป้ายแดง BYD และ EV Bike ได้ง่ายขึ้น ตั้งเป้าหมายเฟสแรก จะเพิ่มรถ EV ในฟลีท 8,000 คัน ภายในปี 2568 พร้อมเร่งแผน 5 ปี (2565-2569) ขยายฟลีทพลังงานสะอาดให้มีสัดส่วน 10% ของจำนวนพาร์ทเนอร์คนขับทั้งหมด ผ่าน 2 โปรแกรม คือ ‘ผ่อนขับรับรถ’ และ ‘เช่าครบจบบนแอป’  แกร็บ ประเทศไทย จัดงาน &#8216;Grab EV-LUTION เปลี่ยน…เพื่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตที่ดีกว่า&#8216; ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ 7 พันธมิตรชั้นนำใน EV Ecosystem ได้แก่ Rever Automotive, Moove, Swap &#38; Go, [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/grab-thailand-launch-grab-ev-lution-expand-clean-energy-fleet/">เปิดตัว &#8216;Grab EV&#8217; เร่งเครื่อง &#8216;ฟลีทพลังงานสะอาด&#8217; ผนึก 7 พันธมิตร ช่วยคนขับเป็นเจ้าของ​ EV ได้ง่ายขึ้น ตั้งเป้าเฟสแรก 8 พันคัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b> <strong>แกร็บ ผนึก 7 พันธมิตร เดินหน้าโครงการ </strong><strong>&#8216;Grab EV&#8217; ขยายโอกาส</strong><strong>คนขับเป็นเจ้าของ </strong><strong>EV ป้ายแดง BYD และ EV Bike ได้ง่ายขึ้น ตั้งเป้าหมายเฟสแรก จะเพิ่มรถ EV ในฟลีท </strong><strong>8</strong><strong>,</strong><strong>000 คัน ภายในปี 2568 พร้อมเร่งแผน 5 ปี (2565-2569) ขยายฟลีทพลังงานสะอาดให้มีสัดส่วน 10% ของจำนวนพาร์ทเนอร์คนขับทั้งหมด ผ่าน 2 </strong></b><strong>โปรแกรม คือ</strong><strong> ‘</strong><strong>ผ่อนขับรับรถ</strong><strong>’ </strong><strong>และ</strong><strong> ‘</strong><strong>เช่าครบจบบนแอป</strong><strong>’ </strong></p>
<p><span id="more-22049"></span></p>
<p><strong>แกร็บ ประเทศไทย</strong> จัดงาน <strong>&#8216;Grab EV-LUTION เปลี่ยน…เพื่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตที่ดีกว่า</strong>&#8216; ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ 7 พันธมิตรชั้นนำใน EV Ecosystem ได้แก่ <strong>Rever Automotive, Moove, Swap &amp; Go, EV Station PluZ, H SEM Motor, STROM </strong>และ<strong> Auto Drive EV </strong>เดินหน้าโครงการ “<strong>Grab EV”</strong> เพื่อผลักดันเป้าหมายในการเพิ่มจำนวนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในกลุ่มพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บให้ได้ 10% ภายในปี 2569 ​</p>
<p><strong>คุณวรฉัตร ลักขณาโรจน์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า  ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและขนส่ง แกร็บตระหนักถึงบทบาทในการป้องกันและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจในทุกประเทศ รวมถึงส่งเสริมให้ภายใน Ecosystem ของธุรกิจ​ มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาและบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อม จึงได้​​ประกาศเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายด้านความยั่งยืนภายใต้แนวคิด <strong>Triple Bottom Line</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22052 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Grab-EV-01.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับในประเทศไทย แกร็บได้ส่งเสริมและผลักดันประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการ <strong>‘Grab EV</strong>’ ที่มุ่งส่งเสริมให้พาร์ทเนอร์คนขับ-ผู้จัดส่งอาหารหันมาใช้รถ EV เพื่อให้บริการ โดยตั้งเป้าตามแผน 5 ปี จะสามารถเพิ่ม​​จำนวนผู้ใช้รถ EV ภายในฟลีทขนส่งโดยรวมให้ได้ 10% ของพาร์ทเนอร์ทั้งหมดภายในปี 2569</p>
<p>“แม้ปัจจุบันจะมีพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บให้ความสนใจและต้องการเปลี่ยนมาใช้ EV สูงถึง 85%  แต่ยังคงมีหลายปัจจัยที่ถือเป็นข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็น ราคารถที่ค่อนข้างสูง สมรรถนะของรถที่ไม่ตอบโจทย์การให้บริการ รวมถึงระบบโครงสร้างและสถานีชาร์จที่อาจยังมีไม่เพียงพอ ดังนั้น แกร็บจึงได้ผนึกความร่วมมือกับ 7 พันธมิตรในแวดวง EV ทั้ง Rever Automotive, H SEM Motor, STROM, Swap &amp; Go, Auto Drive EV, EV Station PluZ, และ Moove ​ซึ่งเป็น Ecosystem ที่ครอบคลุมแบรนด์รถยนต์ EV อย่าง BYD รวมทั้งรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ผู้ให้บริการสถานีชาร์จ ผู้ให้บริการเปลี่ยนแบตสำหรับ EV BIKE  รวมไปถึงผู้ให้บริการด้านสินเชื่อด้วย เพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการลด Painpoint ในการเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าของคนขับ พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นฟลีทพลังงานสะอาดได้​ตามเป้าหมายของแกร็บในที่สุด&#8221;</p>
<p>นอกจากนี้ แกร็บ ประเทศไทย ยังได้เปิดตัว 2 โปรแกรมใหม่​ที่จะช่วยปลดล็อก พร้อมช่วยแบ่งเบาภาระ เพื่อทำให้พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บสามารถเข้าถึง EV ได้ง่ายขึ้น  ได้แก่<strong> ‘ผ่อนขับรับรถ’ (Drive-to-Own)</strong> โปรแกรมสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้าแบบผ่อนจ่ายรายวัน สำหรับรถยนต์ EV และ  <strong>‘เช่าครบจบบนแอป’ (End-to-End EV Bike Rental)</strong> โปรแกรมเช่ารถ EV Bike ราคาเริ่มต้นเพียง 125 บาทต่อวัน เจาะกลุ่มไรเดอร์ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในการให้บริการเดลิเวอรีหรือรับ-ส่งผู้โดยสาร โดยคาดว่าจะช่วยให้คนขับเข้าถึง EV ได้ไม่ต่ำกว่า 8,000 คันภายในปี 2568 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า พร้อมชวนผู้ใช้บริการร่วมรักษ์โลกผ่านฟีเจอร์ <strong> ‘Grab EV rides’</strong> ที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสค้นหารถ EV ในพื้นที่และช่วงเวลานั้นๆ มาให้บริการเป็นตัวเลือกแรก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22056 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/3-10.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณเมธิณี อนวัชกุล</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารพาร์ทเนอร์คนขับ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า  แกร็บเริ่มทดลองทำโครงการนำร่องเพื่อส่งเสริมการใช้ EV ในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2563 โดยได้ศึกษาพฤติกรรมการใช้งานและความต้องการของพาร์ทเนอร์คนขับมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราเข้าใจอินไซต์ของผู้ใช้งานจริง ตลอดจนปัญหาและข้อจำกัดต่างๆ และพยายามใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้ในการพัฒนาโครงการ Grab EV เพื่อส่งเสริมการเข้าถึง EV ในกลุ่มพาร์ทเนอร์คนขับให้มากขึ้น</p>
<p>&#8220;ปัจจุบันแกร็บทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่าย EV  ผู้ให้บริการสถานีชาร์จและระบบบริหารจัดการชาร์จแบตเตอรี ตลอดจนสถาบันการเงิน เพื่อแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาโซลูชันที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของพาร์ทเนอร์คนขับให้เหมาะสมที่สุด อาทิ  การพัฒนาฟังก์ชันและคุณสมบัติของ EV ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าให้เหมาะกับรูปแบบการให้บริการ การระบุตำแหน่งสถานีชาร์จหรือจุดสลับแบตเตอรีในบริเวณที่มีผู้ใช้บริการหรือพาร์ทเนอร์คนขับหนาแน่น เป็นต้น”</p>
<p>สำหรับรายละเอียดของ 2 โปรแกรมใหม่ ที่จะเข้ามาช่วย​ทลายข้อจำกัดในด้านการเงินซึ่งถือเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงรถ EV ได้มากขึ้น ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. โปรแกรม “ผ่อนขับรับรถ” (Drive-to-Own):</strong>  ภายใต้ความร่วมมือกับ Moove ผู้ให้บริการด้านสินเชื่อยานยนต์ และ Rever Automotive ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD เพื่อเปิดโอกาสให้พาร์ทเนอร์คนขับรายเดิมที่ขับรถในแพลตฟอร์มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อใช้ให้บริการรับส่งผู้โดยสารได้โดยไม่ต้องใช้ประวัติทางการเงิน แต่จะพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจากประวัติในการให้บริการกับแกร็บ โดยความพิเศษของโปรแกรมสินเชื่อที่มีระยะเวลาผ่อนนานสูงสุด 72 เดือนนี้คือ พาร์ทเนอร์คนขับไม่ต้องวางเงินดาวน์ และสามารถผ่อนจ่ายได้แบบรายวันผ่านการหักรายได้จากการให้บริการในแต่ละวัน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีสิทธิประโยชน์เสริมอื่นๆ อาทิ ฟรีค่าซ่อมบำรุงรถ รวมถึงครอบคลุมการทำประกันรถยนต์ ประกันสุขภาพและประกันชีวิตให้กับพาร์ทเนอร์คนขับ ทั้งนี้ โปรแกรมดังกล่าวจะเริ่มเปิดให้พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บสามารถจองรถยนต์ไฟฟ้าจาก BYD ได้ในได้ในช่วงต้นปี 2567 และคาดว่าจะทำให้พาร์ทเนอร์คนขับสามารถเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าได้ทั้งสิ้น 5,000 คันภายในปี 2568</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22057 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/4-14.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2. โปรแกรม “เช่าครบจบบนแอป” (End-to-end EV Bike rental):</strong>  ผ่านการ​ผนึกความร่วมมือกับ 3 ผู้ผลิต EV Bike และผู้นำแพลตฟอร์มสลับแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ​ได้แก่ STROM, H SEM Motor และ Swap &amp; Go เพื่อให้บริการเช่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับพาร์ทเนอร์คนขับที่ให้บริการจัดส่งอาหารผ่าน GrabFood จัดส่งพัสดุผ่าน GrabExpress หรือรับส่งผู้โดยสารผ่าน GrabBike</p>
<p>โดยมีอัตราค่าเช่าเริ่มต้นเพียง 125 บาทต่อวัน พร้อมด้วยสิทธิประโยชน์ต่างๆ อาทิ การสลับแบตเตอรีได้ไม่จำกัดรอบตลอด 24 ชั่วโมง การจัดหาอุปกรณ์เสริมให้ เช่น ตะแกรงท้าย ที่วางโทรศัพท์มือถือ และสายชาร์จแบตเตอรีสำหรับชาร์จไฟที่บ้านหรือที่สถานี การจัดหารถสำรองให้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงสนับสนุนค่าบำรุงรักษารถ การทำประกันรถยนต์ชั้น 3+ พร้อมมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้คำแนะนำตลอดการใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยคาดว่าโปรแกรมนี้จะช่วยให้พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บสามารถเข้าถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของทั้งสามพันธมิตรหลักได้กว่า 3,000 คัน ภายในปี 2567</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22055 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/2-10.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ภาคเอกชนร่วมส่งเสริมการใช้ EV ในไทย</strong></p>
<p>ภายในงานยังมีการจัดเสวนาพิเศษในหัวข้อ <strong>“บทบาทของภาคเอกชนในการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย”</strong> โดยได้รับเกียรติจาก 3 ผู้บริหารของบริษัทพันธมิตร ซึ่งประกอบด้วย <strong>คุณวิศิษฎ์ พิทยะวิริยากุล</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด <strong>คุณอาวีมาศ สิริแสงทักษิณ</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวอพ แอนด์ โก จำกัด<strong> มร. ลาดี เดอลาโน่</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Moove พร้อมด้วย <strong>คุณเมธิณี อนวัชกุล</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารพาร์ทเนอร์คนขับ แกร็บ ประเทศไทย ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และทรรศนะในการผลักดันการใช้ EV ในประเทศไทย พร้อมหาแนวทางในการสนับสนุนพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บให้สามารถเข้าถึง EV ได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><strong>คุณอาวีมาศ สิริแสงทักษิณ</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวอพ แอนด์ โก จำกัด กล่าวว่า “บริษัท สวอพแอนด์โก จำกัด ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพของ ปตท. มีเป้าหมายที่จะเร่งเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ร่วมขับเคลื่อนการใช้พลังงานสะอาด โดยได้พัฒนาแพลตฟอร์มสลับแบตเตอรี่สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใ้ห้กับผู้บริโภคในการร่วมผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งความร่วมมือกับแกรปในครั้งนี้ จะเป็นการส่งเสริมระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร ตอบสนองให้ทันต่อการเปลี่ยนผ่านตามทิศทางการใช้พลังงานของประเทศ  พรัอมทั้งร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนต่อไป”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22053 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Grab-EV-03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ฝั่งของพาร์ทเนอร์ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์ไฟฟ้า BYD อย่างเป็นทางการในประเทศไทย <strong>คุณวิศิษฎ์ พิทยะวิริยากุล</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด เล่าว่า “Rever Automotive มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำเพื่อลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม ผ่านการนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BYD หลากหลายรุ่นสู่ตลาดไทย โดยเราได้ส่งนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของ BYD มาทั้ง 3 รุ่นเพื่อผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บภายใต้โครงการ Grab EV ทั้งนี้ เราเชื่อว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ช่วยส่งเสริมให้คนไทยเห็นความสำคัญของการใช้รถ EV และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคกล้าที่เปลี่ยนเพื่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตที่ดีกว่า”</p>
<p><strong>มร. ลาดี เดอลาโน่ (Ladi Delano)</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม และผู้ร่วมก่อตั้ง MOOVE กล่าวว่า “การเข้าถึงสินเชื่อรถยนต์ถือเป็นหนึ่งในอุปสรรคของพาร์ทเนอร์ในการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า ดังนั้น เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ Moove ได้ผนึกกำลังกับ Grab เพื่อเปิดโอกาสให้พาร์ทเนอร์คนขับสามารถเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าผ่านผลิตภัณฑ์ <strong>Drive To Own</strong> ของเราได้  โดยเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์ต่อพาร์ทเนอร์คนขับของ Grab เท่านั้น แต่ยังจะช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับคนไทย และยังขยายไปในระดับภูมิภาคอีกด้วย”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/grab-thailand-launch-grab-ev-lution-expand-clean-energy-fleet/">เปิดตัว &#8216;Grab EV&#8217; เร่งเครื่อง &#8216;ฟลีทพลังงานสะอาด&#8217; ผนึก 7 พันธมิตร ช่วยคนขับเป็นเจ้าของ​ EV ได้ง่ายขึ้น ตั้งเป้าเฟสแรก 8 พันคัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BRANDi แนะธุรกิจ โฟกัสกลยุทธ์ 5 Right สร้างภูมิต้านความเสี่ยงธุรกิจ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนแบบองค์รวม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/09/brandi-5-right-strategy-for-future-ready/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 17 Sep 2023 09:19:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[3P]]></category>
		<category><![CDATA[HLPF]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Planet]]></category>
		<category><![CDATA[Profit]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[str]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Development Goals]]></category>
		<category><![CDATA[Triple Bottom Line]]></category>
		<category><![CDATA[UN High-Level Political Forum on Sustainable Development 2023]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยะชาติ อิศรภักดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21079</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลัง​การแพร่ระบาดของโควิด-19 ​​โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายมิติ ​โดยเฉพาะโจทย์​การเติบโตในโลกเศรษฐกิจใหม่ ที่​ผู้รอดจำเป็นต้องมีทักษะในการเตรียมความพร้อมและมีความสามารถ​จัดการกับอนาคตที่ไม่แน่นอน หรือ Future-ready ​รวมทั้งสามารถปรับเปลี่ยนจากวิกฤตให้กลายมาเป็นโอกาส​​ได้    คุณปิยะชาติ อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ระดับองค์กร กล่าวว่า อายุเฉลี่ยของธุรกิจในปัจจุบันลดน้อยลงจากเดิมอย่างมาก โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 15 ปีเท่านั้น หรืออาจกล่าวได้ว่า ​ธุรกิจจะหายไปจากตลาดเร็วขึ้นกว่าในอดีต เนื่องจากหลายธุรกิจไม่มีความพร้อมในการรับมือกับปัญหาที่คาดไม่ถึง ประกอบกับระบบเศรษฐกิจในวันนี้ ไม่สามารถวัดผลแพ้ชนะจากแค่ผลกำไร​เท่านั้น ​แต่​ต้อง​สร้างให้เกิด​ความสมดุลและแข็งแกร่งได้ครบทุกมิติของธุรกิจทั้ง Triple Bottom Line หรือ 3P ซึ่งประกอบด้วย Profit People และ Planet ​ ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการ​​เดินหน้า​สร้าง Partnership หรือพันธมิตร โดยเฉพาะความร่วมมือกันระหว่างภาคธุรกิจและรัฐบาล ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกและนำมาสู่​การเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นระบบ พร้อ​มทั้งสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนของเศรษฐกิจโดยภาพรวมทั้งการสร้างผลกำไรของธุรกิจ รวมทั้งมีส่วนได้ดูแลผู้คนในสังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน ผ่านการโฟกัสตามแนวทาง 5 Rights เพื่อสร้าง​การพัฒนาให้ยั่งยืนได้แบบองค์รวม ซึ่งประกอบด้วย Right [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/brandi-5-right-strategy-for-future-ready/">BRANDi แนะธุรกิจ โฟกัสกลยุทธ์ 5 Right สร้างภูมิต้านความเสี่ยงธุรกิจ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนแบบองค์รวม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลัง​การแพร่ระบาดของโควิด-19 ​​โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายมิติ ​โดยเฉพาะโจทย์​การเติบโตในโลกเศรษฐกิจใหม่ ที่​ผู้รอดจำเป็นต้องมีทักษะในการเตรียมความพร้อมและมีความสามารถ​จัดการกับอนาคตที่ไม่แน่นอน หรือ Future-ready ​รวมทั้งสามารถปรับเปลี่ยนจากวิกฤตให้กลายมาเป็นโอกาส​​ได้   <span id="more-21079"></span></p>
<p><strong>คุณปิยะชาติ อิศรภักดี</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ระดับองค์กร กล่าวว่า อายุเฉลี่ยของธุรกิจในปัจจุบันลดน้อยลงจากเดิมอย่างมาก โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 15 ปีเท่านั้น หรืออาจกล่าวได้ว่า ​ธุรกิจจะหายไปจากตลาดเร็วขึ้นกว่าในอดีต เนื่องจากหลายธุรกิจไม่มีความพร้อมในการรับมือกับปัญหาที่คาดไม่ถึง ประกอบกับระบบเศรษฐกิจในวันนี้ ไม่สามารถวัดผลแพ้ชนะจากแค่ผลกำไร​เท่านั้น ​แต่​ต้อง​สร้างให้เกิด​ความสมดุลและแข็งแกร่งได้ครบทุกมิติของธุรกิจทั้ง <strong>Triple Bottom Line</strong> หรือ 3P ซึ่งประกอบด้วย Profit People และ Planet ​</p>
<p>ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการ​​เดินหน้า​สร้าง Partnership หรือพันธมิตร โดยเฉพาะความร่วมมือกันระหว่างภาคธุรกิจและรัฐบาล ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกและนำมาสู่​การเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นระบบ พร้อ​มทั้งสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนของเศรษฐกิจโดยภาพรวมทั้งการสร้างผลกำไรของธุรกิจ รวมทั้งมีส่วนได้ดูแลผู้คนในสังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน ผ่านการโฟกัสตามแนวทาง<strong> 5 Rights</strong> เพื่อสร้าง​การพัฒนาให้ยั่งยืนได้แบบองค์รวม ซึ่งประกอบด้วย</p>
<p><strong>Right Policy </strong>: การมีนโยบายที่ถูกต้อง​</p>
<p><strong>Right Technology :</strong> การมีเทคโนโลยีที่ถูกต้อง</p>
<p><strong>Right Data : </strong>การมีข้อมูลที่ถูกต้อง</p>
<p><strong>Right Investment :</strong> การลงทุนอย่างถูกต้อง</p>
<p><strong>Right Behavior :</strong> การมีพฤติกรรมที่ถูกต้อง ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21080 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Piyachart-02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ คุณปิยะชาติ ยังได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นในประเด็นของการขับเคลื่อนความยั่งยืน บนเวทีสำคัญระดับโลกในงาน UN High-Level Political Forum on Sustainable Development 2023 (HLPF) ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ซึ่งได้มีการติดตามผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับ SDGs ของหลายภาคส่วนทั่วโลก พร้อมได้แสดงบทบาทในฐานะตัวแทนกลุ่มภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม (Business &amp; Industry Major Group) เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนดิในการขับเคลื่อนความเชื่อและพันธกิจ​ที่ต้องการเปลี่ยนวิธีคิดโลก เพื่อทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น ​ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น​ รวมทั้งผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตไปในทิศทางที่ถูกต้อง</p>
<p><em>“ภาคเอกชน คือ กลไกที่สำคัญและแข็งแรงที่สุดในโลกทุนนิยม เป็นไปไม่ได้เลย ที่เราจะขับเคลื่อนเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยที่เอกชนรู้สึกว่ากิจกรรมเหล่าเป็นแค่การคืนกำไรสู่สังคม โดยที่ไม่ได้มองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นโจทย์หลักทางธุรกิจของพวกเขา แบรนดิจึงมุ่งมั่นในการสื่อสารและส่งต่อแนวคิดในการสร้างความยั่งยืนตลอดทั้งระบบนิเวศ​ และเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญในการบรรลุการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวทางของ Sustainable Development Goals (SDGs) เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นระบบ&#8221; </em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/brandi-5-right-strategy-for-future-ready/">BRANDi แนะธุรกิจ โฟกัสกลยุทธ์ 5 Right สร้างภูมิต้านความเสี่ยงธุรกิจ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนแบบองค์รวม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
