<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Triple Planetary Crisis &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/triple-planetary-crisis/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 12 Dec 2025 07:27:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Triple Planetary Crisis &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>TEI ผนึก กรมบัญชีกลาง อบก. กรมควบคุมมลพิษ เซ็น MOU ดัน &#8216;จัดซื้อจัดจ้างสีเขียว&#8217; ปั้นตลาดภาครัฐสู่ Net Zero   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/tei-mou-signing-green-public-procurement-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 07:27:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[GPP]]></category>
		<category><![CDATA[Green Procurement]]></category>
		<category><![CDATA[Green Public Procurement]]></category>
		<category><![CDATA[Green Public Procurement Framework]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[Triple Planetary Crisis]]></category>
		<category><![CDATA[กรมบัญชีกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[จัดซื้อจัดจ้างสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ถนอมลาภ รัชวัตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิจารย์ สิมาฉายา]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ภาครัฐสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38697</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เดินหน้าภารกิจสำคัญ จับมือ กรมบัญชีกลาง และพันธมิตรองค์กรชั้นนำ ร่วมลงนามแสดงเจตจำนงเพื่อส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มุ่งยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการไทยสู่ &#8216;ตลาดสีเขียว&#8216; ขานรับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในงานเปิดตัวแผนยุทธศาสตร์การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Public Procurement Framework) ซึ่งจัดโดย กรมบัญชีกลาง ร่วมกับ องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO)  สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) นำโดย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย พร้อมด้วย ดร.ถนอมลาภ รัชวัตร์ รักษาการผู้จัดการฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม ได้เข้าร่วมแสดงพลังและลงนามในบันทึกแสดงเจตจำนงร่วมกับหน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมบัญชีกลาง กรมควบคุมมลพิษ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) กล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินการครั้งนี้ว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ 3 ด้าน (Triple Planetary Crisis) คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งส่งผลกระทบชัดเจนทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ของไทย เรื่องสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นทางรอดที่ทุกภาคส่วนต้องทำทันที [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/tei-mou-signing-green-public-procurement-in-thailand/">TEI ผนึก กรมบัญชีกลาง อบก. กรมควบคุมมลพิษ เซ็น MOU ดัน &#8216;จัดซื้อจัดจ้างสีเขียว&#8217; ปั้นตลาดภาครัฐสู่ Net Zero   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)</strong> เดินหน้าภารกิจสำคัญ จับมือ <strong>กรมบัญชีกลาง</strong> และพันธมิตรองค์กรชั้นนำ ร่วมลงนามแสดงเจตจำนงเพื่อส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มุ่งยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการไทยสู่ &#8216;<strong>ตลาดสีเขียว</strong>&#8216; ขานรับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์</p>
<p><span id="more-38697"></span></p>
<p>ในงานเปิดตัวแผนยุทธศาสตร์การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Public Procurement Framework) ซึ่งจัดโดย กรมบัญชีกลาง ร่วมกับ องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO)  สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) นำโดย <strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong> พร้อมด้วย <strong>ดร.ถนอมลาภ รัชวัตร์</strong> รักษาการผู้จัดการฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม ได้เข้าร่วมแสดงพลังและลงนามในบันทึกแสดงเจตจำนงร่วมกับหน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมบัญชีกลาง กรมควบคุมมลพิษ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38700 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ภาพประกอบ-8-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (</strong><strong>TEI)</strong> กล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินการครั้งนี้ว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ 3 ด้าน (Triple Planetary Crisis) คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งส่งผลกระทบชัดเจนทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ของไทย เรื่องสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นทางรอดที่ทุกภาคส่วนต้องทำทันที</p>
<p><em>“สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในฐานะหน่วยงานที่ขับเคลื่อนเรื่อง </em><em>&#8216;</em><strong><em>ฉลากเขียว</em></strong><em><strong>&#8216;</strong> </em><em>มาอย่างยาวนาน พร้อมสนับสนุนนโยบายนี้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในกลุ่มวัสดุก่อสร้างและซีเมนต์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง การผลักดันให้ภาครัฐซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ หันมาเลือกใช้สินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อม จะเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นให้ภาคเอกชนปรับตัว สร้างนวัตกรรมสีเขียว และขยายตลาดสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้เติบโตเทียบเท่ามาตรฐานสากล”</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38698 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ภาพประกอบ-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง</strong> ประธานในพิธีเปิดงาน กล่าวถึงบทบาทของภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวว่า โลกปัจจุบันให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างมาก การจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกกำลังมุ่งไป การที่รัฐบาลไทยประกาศเป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 จะสำเร็จได้ต้องเริ่มจากการปฏิบัติจริงแผนยุทธศาสตร์การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เพียงแค่การรณรงค์ตามความสมัครใจแบบเดิม แต่เป็นการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อให้เม็ดเงินมหาศาลจากการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ กลายเป็นแรงขับเคลื่อน (Demand Driven) ในการสร้างตลาดสีเขียวให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว</p>
<p>ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้แทนระดับสูงจากองค์กรระหว่างประเทศร่วมเป็นสักขีพยานและสนับสนุน อาทิ <strong>นางสาวปิง กิดนิกร</strong> เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย และ <strong>นายมาร์ค กูดดิ้ง</strong> เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย รวมถึงผู้แทนจากธนาคารโลก (The World Bank) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านานาชาติให้ความสำคัญและพร้อมสนับสนุนประเทศไทยในการก้าวสู่การบริหารจัดการภาครัฐที่ยั่งยืน ขณะเดียวกัน ดร.ถนอมลาภ รัชวัตร์ ได้บรรยายแนวทางสำหรับข้อกำหนดและการรายงานที่จำเป็นในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสีเขียวภาคบังคับ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38701 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ภาพประกอบ-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับการลงนามบันทึกแสดงเจตจำนงในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเชื่อมโยงภารกิจของ TEI ในการรับรองมาตรฐานฉลากเขียว เข้ากับระบบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การใช้งบประมาณแผ่นดินเกิดความคุ้มค่า ควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อคนรุ่นหลังต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/tei-mou-signing-green-public-procurement-in-thailand/">TEI ผนึก กรมบัญชีกลาง อบก. กรมควบคุมมลพิษ เซ็น MOU ดัน &#8216;จัดซื้อจัดจ้างสีเขียว&#8217; ปั้นตลาดภาครัฐสู่ Net Zero   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดเวที &#8216;TBCSD Sustainable Business Forum 2025&#8217; หนุนระบบนิเวศ &#8216;อุตสาหกรรมยั่งยืน&#8217; ยกมาตรฐานภาค​​ธุรกิจไทยสู่ &#8216;องค์กรต้นแบบ​ธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/tbcsd-sustainable-business-forum-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Dec 2025 15:12:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[pollution]]></category>
		<category><![CDATA[Quick Big Win]]></category>
		<category><![CDATA[TBCSD]]></category>
		<category><![CDATA[TBCSD Sustainable Business Forum 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Business Council for Sustainable Development]]></category>
		<category><![CDATA[Triple Planetary Crisis]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ธนิต ชังถาวร]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิจารย์ สิมาฉายา]]></category>
		<category><![CDATA[ประเสริฐ บุญสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38449</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิกฤติปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นับเป็น​โจทย์สำคัญและเร่งด่วนที่​ทุกประเทศทั่วโลกต้องหันมาให้ความสำคัญ รวมทั้งต้องอาศัยความร่วมมือแบบบูรณาการจากทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับประเทศไทยที่มี &#8216;องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน&#8217; หรือ TBCSD (Thailand Business Council for Sustainable Development​) ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้นำในภาคธุรกิจเพื่อผนึกกำลัง​ขับเคลื่อนการทำงานด้านความยั่งยืนมากว่า 32 ปี  ​​ถือเป็นหนึ่งในเครือข่ายภาคธุรกิจที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดเครือข่ายหนึ่งของประเทศ ​พร้อ​มการผนึกกำลัง​จากภาคีทุกภาคส่วนเพื่อ​จัดงานประจำปี ‘TBCSD Sustainable Business Forum 2025’ ​ร่วมบูรณาการความร่วมมือและแสดงจุดยืนในการเปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจไทยไปสู่สังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง ESG ที่สอดคล้องต่อเป้าหมายของประเทศและเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลก โดยได้รับเกียรติจาก คุณประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย​ คุณอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมเป็นองค์ปาฐกพิเศษ รวมทั้งผู้บริหารจากองค์กรพันธมิตร​ 6 หน่วยงานหลักของประเทศ ได้แก่ 1. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 2. หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย 3.สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ 4. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  5. องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และ 6. สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/tbcsd-sustainable-business-forum-2025/">เปิดเวที &#8216;TBCSD Sustainable Business Forum 2025&#8217; หนุนระบบนิเวศ &#8216;อุตสาหกรรมยั่งยืน&#8217; ยกมาตรฐานภาค​​ธุรกิจไทยสู่ &#8216;องค์กรต้นแบบ​ธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วิกฤติปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นับเป็น​โจทย์สำคัญและเร่งด่วนที่​ทุกประเทศทั่วโลกต้องหันมาให้ความสำคัญ รวมทั้งต้องอาศัยความร่วมมือแบบบูรณาการจากทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><span id="more-38449"></span></p>
<p>เช่นเดียวกับประเทศไทยที่มี &#8216;<strong>องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน&#8217;</strong> หรือ <strong>TBCSD</strong> (Thailand Business Council for Sustainable Development​) ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้นำในภาคธุรกิจเพื่อผนึกกำลัง​ขับเคลื่อนการทำงานด้านความยั่งยืนมากว่า 32 ปี  ​​ถือเป็นหนึ่งในเครือข่ายภาคธุรกิจที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดเครือข่ายหนึ่งของประเทศ</p>
<p>​พร้อ​มการผนึกกำลัง​จากภาคีทุกภาคส่วนเพื่อ​จัดงานประจำปี <strong>‘TBCSD Sustainable Business Forum </strong><strong>2025</strong><strong>’ ​</strong>ร่วมบูรณาการความร่วมมือและแสดงจุดยืนในการเปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจไทยไปสู่สังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง ESG ที่สอดคล้องต่อเป้าหมายของประเทศและเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38457 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ภาพประกอบ-3.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>โดยได้รับเกียรติจาก <strong>คุณประเสริฐ บุญสัมพันธ์</strong> ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย​ <strong>คุณอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</strong> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมเป็นองค์ปาฐกพิเศษ รวมทั้งผู้บริหารจากองค์กรพันธมิตร​ 6 หน่วยงานหลักของประเทศ ได้แก่ 1. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 2. หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย 3.สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ 4. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  5. องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และ 6. สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน)</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารจากองค์กรสมาชิก TBCSD จำนวน 47 องค์กร ซึ่งครอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น​กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มการเงิน กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง กลุ่มทรัพยากร กลุ่มบริการ กลุ่มเทคโนโลยี และอื่นๆ โดยมีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้นกว่า 400 คน  ร่วมกันแสดงเจตนารมณ์เพื่อ​เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับนโยบาย​​ประเทศ รวมทั้งร่วมแสดงจุดยืนในฐานะผู้​​นำภาคธุรกิจไทยด้านความยั่งยืนที่ทันต่อกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกและตอบโจทย์ทิศทางการพัฒนาของประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38456 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ภาพประกอบ-8.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>​TBCSD เดินหน้าสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมยั่งยืน​</strong></p>
<p><strong>คุณประเสริฐ บุญสัมพันธ์</strong> ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) ​กล่าวว่า ก้าวต่อไปของ TBCSD ยังคง​มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานองค์กรภาคธุรกิจไทย​สู่การเป็น <strong>&#8216;องค์กรต้นแบบธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน&#8217;</strong> เพื่อร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติต่างๆ ที่สอดคล้องกับนโยบายประเทศและทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก​ พร้อมวางโครงสร้าง​เครือข่าย &#8216;<strong>ระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน&#8217; </strong>เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้ประเทศไทย และสร้างโอกาสใหม่ๆ ได้ในเวทีโลก</p>
<p><em>&#8220;แม้ประเทศไทยจะปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) เพียง 1% ของ​ทั่วโลก แต่ถือเป็นประเทศ TOP10 ที่มีความเสี่ยงจากปัญหาวิกฤตสภาพอากาศในลำดับต้นๆ ของโลก จึงมีความจำเป็นที่ต้อง​เร่งผลักดันแผนงานด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Reduction) รวมทั้งแผนในการปรับตัวเพื่อรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Adaptation) ซึ่ง​ปัจจุบัน​อุณหภูมิโลกได้พุ่งสูงเกิน 1.75 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ประเทศไทยต้องเผชิญทั้งปัญหาคลื่นความร้อนสูง น้ำท่วม สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะวิกฤตการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในหาดใหญ่ เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่าวิกฤตสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน และความมั่นคงของประเทศ ซึ่งในอนาคตจะมีความรุนแรง​​ และมีความถี่มากขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญและเร่งเครื่อง เพื่อสามารถยกระดับในการต่อสู้ และรับมือต่อปัญหาสภาพอากาศที่เกิดขึ้น โดยทุกฝ่ายอาจต้องทำงาน​หนักมากขึ้นเพื่อสามารถช่วยลดอุณหภูมิของโลกได้มากขึ้นและรวดเร็วขึ้น&#8221;</em></p>
<figure id="attachment_38451" aria-describedby="caption-attachment-38451" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-38451 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/นายประเสริฐ-บุญสัมพันธ์-ประธานTBCSD.jpg" alt="" width="1200" height="799" /><figcaption id="caption-attachment-38451" class="wp-caption-text">คุณประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD)</figcaption></figure>
<p><strong>เสนอ Quick Big Win หนุนเปลี่ยนผ่าน &#8216;พลังงานยั่งยืน&#8217;</strong></p>
<p><strong>คุณอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</strong> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ<strong> &#8216;อนาคตไทยในการเปลี่ยนผ่านพลังงานสู่ความยั่งยืน&#8217;</strong> ​ให้ข้อมูลว่า การที่ประเทศไทยประกาศเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 กระทบโดยตรงต่อภาคพลังงานเนื่องจากเป็นหนึ่ง​ภาคส่วนหลักที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ​​ จึง​จำเป็นต้องมีการปรับตัวอย่างมากเพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยเฉพาะการประกาศเจตนารมณ์ครั้งล่าสุด​​ในเวที <strong>COP30</strong> เมืองเบเลง ประเทศบราซิล <em><strong>โดย​เป้าหมายประเทศไทยคือการลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้​​ 47% ภายในปี 2030 จากฐานในปี 2019  หรือต้องลดได้ราว 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 ของประเทศไทย </strong></em></p>
<p>ดังนั้น <strong>จำเป็นต้อง​ยกระดับความพร้อม​การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม</strong> ​ผ่า​นนโยบายด้านพลังงานแห่งอนาคตที่ต้อง​พัฒนาให้เท่าทันต่อความท้าทายที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งสามารถรักษาความ​สมดุลใน 3 ปัจจัยสำคัญ ของการบริหารจัดการพลังงานทั้งเรื่องความมั่นคง (Security) ความยั่งยืน (Sustainability) และต้นทุนทางเศรษฐกิจ​ (Economy) โดยสิ่งภาคพลังงานไทยต้องเร่งขับเคลื่อน มี 4 ด้าน ได้แก่ 1. การเร่งจัดทำแผนด้านพลังงาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่าน 2. เร่งการลงทุนพลังงานสีเขียว และเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต 3. เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน รองรับพลังงานรูปแบบใหม่  และ 4. เร่งปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน</p>
<figure id="attachment_38452" aria-describedby="caption-attachment-38452" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-38452 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/นายอรรถพล-ฤกษ์พิบูลย์-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน-2.jpg" alt="" width="1200" height="799" /><figcaption id="caption-attachment-38452" class="wp-caption-text">คุณอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</figcaption></figure>
<p>ขณะที่การจัดอันดับ<strong> Energy Transition Index (ETI)</strong> ในปี 2024 โดย World Economic Forum (WEF) พบว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในอันดับ 60 จาก 120 ประเทศ หรืออันดับ 4 ของอาเซียน​ โดยเวียดนาม​ถือเป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภูมิภาคอาเซียน โดยพบว่าประเทศไทยยังคงเป็นรองเวียดนามในหลายมิติ อาทิ การเข้าถึง ความมั่นคง การลงทุน กฎระเบียบและแผน และโครงสร้างพื้นฐานทางด้านพลังงาน</p>
<p>ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน​ได้เสนอนโยบาย <strong>Quick Big Win</strong> ด้านพลังงานผ่านโครงการต่างๆ ที่มากกว่า​ส่งเสริมหรือขับเคลื่อนนโยบายแต่​มุ่งพัฒนาตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ​รวมทั้ง​กฎหมายและกฎระเบียบที่มารองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อ​สร้างความยั่งยืนในระยะยาว และ<em>​นำไปสู่การลงทุนขนาดใหญ่มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่สนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero​ 2050 ​อย่างยั่งยืน </em></p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบันนโยบาย Quick Big Win ด้านพลังงาน หลายมาตรการเริ่ม Kick off แล้ว อาทิ <strong>โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน เป้าหมาย 1</strong><strong>,</strong><strong>500 </strong><strong>MW ทั่วประเทศ</strong> โดย กพช. เห็นชอบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ ซึ่งคาดว่าจะสร้างประโยชน์จากการกระตุ้นการลงทุน และ​ประชาชนรอบโรงไฟฟ้าได้รับส่วนลดค่าไฟฟ้าจากโครงการดังกล่าว นอกจากนี้ ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา <strong>เพื่อ</strong><strong>ส่งเสริมการติดตั้ง </strong><strong>Solar Rooftop </strong><strong>ในบ้านอยู่อาศัยด้วยมาตรการทางภาษี</strong> ​สนับสนุนให้ประชาชนสามารถนำค่าใช้จ่ายการติดตั้ง Solar Rooftop มาลดหย่อนภาษี  รวมถึง <strong>การจัดทำแผนพัฒนากำลัง</strong><strong>การผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ </strong><strong>PDP </strong><strong>ฉบับใหม่</strong> โดย กบง. มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพยากรณ์และจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ เพื่อจัดทำแผน PDP ซึ่งถือเป็นแผนพลังงานฉบับแรกที่เกิดขึ้นภายใต้เป้าหมาย Net Zero 2050 ​เห็นได้ว่า​นโยบายที่เริ่ม Kick off ​แล้ว มีส่วน​สร้างแรงกระตุ้น​สำคัญต่อการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดอย่างมีนัยสำคัญ และสนับสนุนการบรรลุ​ Net Zero Emission ของประเทศในอนาคต”</em></p>
<p><strong>Triple Planetary Crisis : ร่วมหาทางรอดจาก 3 วิกฤตโลก ​</strong></p>
<p>เวทีครั้งนี้ ยังได้ฉายภาพถึง 3 วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม หรือ  <strong>Triple Planetary Crisis</strong> ซึ่งประกอบด้วย <strong>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ​​ (Climate Change), การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Loss)</strong> และ<strong> ปัญหาเรื่องมลพิษ (Pollution)</strong> ซึ่งเป็นวิกฤตที่ทั้งประเทศไทยและทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญ รวมทั้งได้ส่งผลกระทบ​ทั้งต่อด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ​​​ซึ่ง​ปัญหาทั้งหมดเหล่านี้ต่างมีความเชื่อมโยงกันในทุกมิติ</p>
<figure id="attachment_38453" aria-describedby="caption-attachment-38453" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-38453 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ดร.วิจารย์-สิมาฉายา-ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมและเลขาธิการ-TBCSD-2.jpg" alt="" width="1200" height="799" /><figcaption id="caption-attachment-38453" class="wp-caption-text">ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และเลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน</figcaption></figure>
<p><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong> ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และเลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวว่า​​ หนึ่งในปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความท้าทายทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลกในการหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ได้แก่ ปัญหามลพิษทางอากาศจาก PM2.5 ปัญหามลพิษขยะและขยะพลาสติก โดยปัจจุบันภาคธุรกิจไทยได้มีการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีทุกภาคส่วนในการร่วมแก้ไขปัญหาขยะและการจัดการขยะพลาสติก ทั้ง​ในเชิงระดับนโยบายและการปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circularity Ecosystem) ในการจัดการปัญหาขยะพลาสติกและขยะอื่นๆ อย่างเป็นรูปธรรม บนพื้นฐานของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<p><em>“เพื่อช่วยการขับเคลื่อนและลดผลกระทบจากวิกฤตที่เกิดขึ้น ประเทศไทยเริ่มมีความพยายามในการผลักดันข้อกฎหมายต่างๆ เข้ามาใช้ อาทิ พ.ร.บ. อากาศสะอาด, พ.ร.บ. ลดโลกร้อน และแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับปรับปรุง หรือแผน PDP2025 รวมทั้งการผลักดันกฎหมาย EPR ในการเรียกคืนซากผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อช่วยแก้ปัญหาขยะให้สามารถนำกลับไปสร้างประโยชน์และลดปริมาณสู่หลุมฝังกลบ เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการหมุนเวียนวัสดุและการจัดการขยะอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายในการลดปริมาณขยะ เพิ่มอัตราการรีไซเคิล และสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุใช้แล้วเพื่อให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย”</em></p>
<figure id="attachment_38454" aria-describedby="caption-attachment-38454" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-38454 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ดร.ธนิต-ชังถาวร-ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ.jpg" alt="" width="1200" height="799" /><figcaption id="caption-attachment-38454" class="wp-caption-text">ดร.ธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภา</figcaption></figure>
<p><strong>ดร.ธนิต ชังถาวร</strong> ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ กล่าวว่า ​การแก้ปัญหา Triple Planetary Crisis  ซึ่ง​เป็นวิกฤติที่เชื่อมโยงและส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน ​จำเป็นต้องบูรณาการมาตรการเพื่อรับมือกับวิกฤติทั้งสามพร้อมกันอย่างเป็นระบบ โดยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ชัดว่าโลก​ก้าวข้าม Planetary Boundaries ทางสิ่งแวดล้อมไปแล้ว 7 ด้านจาก 9 ด้าน ซึ่ง 1 ในนั้น คือ Biodiversity Loss ​สะท้อนถึงความเปราะบางของระบบนิเวศซึ่งเป็นรากฐานของเศรษฐกิจ การเสื่อมถอยของความหลากหลายทางชีวภาพส่งผลต่อความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรที่ธุรกิจพึ่งพา ขณะที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมลพิษเพิ่มความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนทางการเงิน</p>
<p><em>&#8220;วิกฤตสิ่งแวดล้อมจึงมิใช่เพียงประเด็นด้านความยั่งยืน แต่เป็นความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ที่อาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและความน่าเชื่อถือขององค์กร พร้อมกันนี้ วิกฤตดังกล่าวยังถือเป็นโอกาสให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจที่มีการคำนึงถึงการฟื้นฟูธรรมชาติและการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ที่จะเป็นการดำเนินงานเชิงระบบเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Nature Positive ภายในปี 2030 และสามารถ Full Recovery รวมทั้งบรรลุ Net Zero ได้ภายในปี 2050 ต่อไป”</em></p>
<figure id="attachment_38455" aria-describedby="caption-attachment-38455" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-38455 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ดร.กิตติศักดิ์-พฤกษ์กานนท์-ผู้แทน-DCCE.jpg" alt="" width="1200" height="799" /><figcaption id="caption-attachment-38455" class="wp-caption-text">ดร. กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้แทนกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</figcaption></figure>
<p><strong>ดร. กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์</strong> ผู้แทนกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ​การที่ ครม. ได้ผ่านร่างพระราช​บัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้ประเทศไทยมีเครื่องมือในการประกอบธุรกิจยุคใหม่ ที่สอดคล้องไปกับทั่วโลก ​ประกอบกับการขยับเป้าหมาย <strong>Net Zero 2050</strong> ซึ่งไวขึ้น 15 ปี ทำให้ภาคธุรกิจและประชาชนต้องตื่นตัว และมีการวางแผนในการลงทุน โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนด้านเทคโนโลยีหรือการสร้างนวัตกรรม รวมทั้งการปรับพฤติกรรมในการทำงานหรือการประกอบธุรกิจให้สอดคล้องไปกับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศที่จะเกิดขึ้นในอนาคต</p>
<p><em>&#8220;ประเทศไทยวางยุทธศาสตร์และทิศทางนโยบายสำคัญเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วน เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) ​ทั้ง​การลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation) รวมทั้งการพัฒนาและดำเนินมาตรการ กลไก/เครื่องมือที่จำเป็น เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานจากนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การตราพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. &#8230; และกฎหมายลำดับรอง การจัดตั้งกองทุนภูมิอากาศ (Climate Fund) เพื่อให้การดำเนินงานสามารถสะท้อนเทคโนโลยีใหม่และสถานการณ์เศรษฐกิจ-สังคมที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง ​ซึ่งปัจจุบันกรมฯ อยู่ระหว่างปรับปรุงแผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดทำแผนระยะสั้นที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศ (Thailand’s Long-Term Low Greenhouse Gas Emission Development Strategy : LT-LEDS) การพัฒนาระบบติดตามและประเมินผล การส่งเสริมองค์ความรู้ การวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนาขีดความสามารถ ตลอดจนการสื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน และมีแผนจะดำเนินโครงการศึกษาแนวทางการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม (Just Transition) สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และผลักดันสังคมคาร์บอนต่ำของประเทศไทยต่อไป”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38458 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ประกาศเจตนารมณ์-3.jpg" alt="" width="1200" height="704" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/tbcsd-sustainable-business-forum-2025/">เปิดเวที &#8216;TBCSD Sustainable Business Forum 2025&#8217; หนุนระบบนิเวศ &#8216;อุตสาหกรรมยั่งยืน&#8217; ยกมาตรฐานภาค​​ธุรกิจไทยสู่ &#8216;องค์กรต้นแบบ​ธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
