<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Up skill &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/up-skill/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 18 Sep 2024 03:45:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Up skill &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เดล คาร์เนกี ประเทศไทย ชี้ “องค์กรไทยโฉมใหม่” หนุนพัฒนาผู้นำเพื่อขับเคลื่อนแผน ESG สู่ความยั่งยืน เดินหน้าส่งเสริมภาคการศึกษาเสริมทักษะทางสังคมปรับ mindset ให้พร้อมรับโลกยุคใหม่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/dale-carnegie-empower-people-to-create-value-for-society/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Sep 2024 03:45:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Empower People to create value for society]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Leadership เ]]></category>
		<category><![CDATA[mindset ด้านความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[SI]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[UN Global Compact]]></category>
		<category><![CDATA[UNGC]]></category>
		<category><![CDATA[Up skill]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ปรียกร มิมะพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะ]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเอ็นโกลบอลคอมแพ็ก]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรไทยโฉมใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เดล คาร์เนกี ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพระดาบส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28959</guid>

					<description><![CDATA[<p>เดล คาร์เนกี ประเทศไทย นำโดย ดร.ปรียกร มิมะพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ ผู้เชี่ยวชาญในการเสริมสร้างศักยภาพของคนและองค์กร ด้วยการพัฒนาทักษะที่สำคัญต่างๆ ในด้าน Soft Skills ที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก ได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในสถาบันชั้นนำระดับโลกในการพัฒนากลยุทธ์เพื่อเพิ่มศักยภาพองค์กรและบุคลากร เดล คาร์เนกี มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาทักษะทางสังคม ทักษะในการบริหารจัดการ และ ทักษะที่จำเป็นต่างๆ ที่ช่วยให้คนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิต โดยการเน้นความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางสังคม กระบวนการคิด และการจัดการทัศนคติของตน เพื่อสร้างความสำเร็จให้แก่องค์กรและการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างยั่งยืน นอกจากการพัฒนาหลักสูตรสำหรับองค์กรแล้ว ยังมุ่งเน้นการนำหลักสูตรมาใช้พัฒนาศักยภาพให้กับบุคคลทั่วไป เพื่อนำความรู้นี้ไปสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับตนเองและสังคม โดยกำหนดกลยุทธ์การพัฒนาทักษะไปพร้อมกับการพัฒนาความยั่งยืน ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกในปัจจุบัน เดล คาร์เนกี ประเทศไทย จึงได้กำหนดนโยบายด้าน ESG ในขอบข่ายด้านต่างๆ อาทิ การสนับสนุนโอกาสทางการศึกษา ตามปรัชญาการดำเนินงานที่ว่า เราสร้างคน เพื่อให้พวกเขาไปสร้างสังคมที่ดี Empower People to create value for society ส่งเสริมการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยที่ผ่านมาได้เข้าไปสอนทักษะชีวิตกับน้องๆ ในชุมชนคลองเตย นอกจากนี้ ยังร่วมส่งเสริมด้านความใส่ใจสิ่งแวดล้อม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/dale-carnegie-empower-people-to-create-value-for-society/">เดล คาร์เนกี ประเทศไทย ชี้ “องค์กรไทยโฉมใหม่” หนุนพัฒนาผู้นำเพื่อขับเคลื่อนแผน ESG สู่ความยั่งยืน เดินหน้าส่งเสริมภาคการศึกษาเสริมทักษะทางสังคมปรับ mindset ให้พร้อมรับโลกยุคใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เดล คาร์เนกี ประเทศไทย นำโดย ดร.ปรียกร มิมะพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ ผู้เชี่ยวชาญในการเสริมสร้างศักยภาพของคนและองค์กร</strong> ด้วยการพัฒนาทักษะที่สำคัญต่างๆ ในด้าน Soft Skills ที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก ได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในสถาบันชั้นนำระดับโลกในการพัฒนากลยุทธ์เพื่อเพิ่มศักยภาพองค์กรและบุคลากร</p>
<p><span id="more-28959"></span></p>
<p><strong> เดล คาร์เนกี</strong> มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาทักษะทางสังคม ทักษะในการบริหารจัดการ และ ทักษะที่จำเป็นต่างๆ ที่ช่วยให้คนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิต โดยการเน้นความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางสังคม กระบวนการคิด และการจัดการทัศนคติของตน เพื่อสร้างความสำเร็จให้แก่องค์กรและการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างยั่งยืน นอกจากการพัฒนาหลักสูตรสำหรับองค์กรแล้ว ยังมุ่งเน้นการนำหลักสูตรมาใช้พัฒนาศักยภาพให้กับบุคคลทั่วไป เพื่อนำความรู้นี้ไปสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับตนเองและสังคม โดยกำหนดกลยุทธ์การพัฒนาทักษะไปพร้อมกับการพัฒนาความยั่งยืน ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกในปัจจุบัน</p>
<p><strong>เดล คาร์เนกี ประเทศไทย จึงได้กำหนดนโยบายด้าน </strong><strong>ESG </strong><strong>ในขอบข่ายด้านต่างๆ</strong> อาทิ <strong>การสนับสนุนโอกาสทางการศึกษา</strong> ตามปรัชญาการดำเนินงานที่ว่า <strong><em>เราสร้างคน เพื่อให้พวกเขาไปสร้างสังคมที่ดี</em></strong> <em><strong>Empower People to create value for society</strong></em> <strong>ส่งเสริมการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม</strong> โดยที่ผ่านมาได้เข้าไปสอนทักษะชีวิตกับน้องๆ ในชุมชนคลองเตย นอกจากนี้ ยังร่วม<strong>ส่งเสริมด้านความใส่ใจสิ่งแวดล้อม</strong> <strong>เสริมสร้างให้พนักงานมีสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดี</strong> และ<strong>การส่งเสริมด้าน </strong><strong>DEI</strong> ที่สร้างความเข้าใจด้านความหลากหลาย ความเสมอภาค และการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อทะลายกำแพงความแตกต่างและเพิ่มความหลากหลายทางความคิดและการแสดงออกในตัวตนของบุคคล</p>
<p>ในการพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะทางสังคม และความฉลาดทางอารมณ์นั้น  ตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน เดล คาร์เนกี ได้รับเกียรติจาก<strong>โรงเรียนพระดาบส ซึ่งเป็นโครงการตามกระแสพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา </strong>เข้าอบรมคณะครู บุคลากร และนักเรียน กว่า 1,000 คน ให้ได้เรียนรู้ ฝึกฝน และพัฒนาทักษะที่จำเป็นโดยผ่านหลักสูตร The Dale Carnegie Course ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พัฒนาผู้นำ และบุคคลที่ประสบความสำเร็จมากว่า 100 ปี ด้วยความเชื่อที่ว่า การให้ความรู้และสอนให้เขาจับปลา ยั่งยืนกว่าการให้สิ่งของ เพราะความรู้นี้จะอยู่ติดตัวเขาไป และต่อยอดได้ในอนาคต</p>
<p>นอกจากนี้ เดล คาร์เนกี ยังได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของ <strong>ยูเอ็นโกลบอลคอมแพ็ก (</strong><strong>UN Global Compact : UNGC)</strong> โดยมุ่งให้กลยุทธ์และการดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับหลักการสากล 10 ประการ (Ten Principles) ในด้านสิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านคอรัปชั่น ซึ่งรวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม ให้มีความสมดุล <strong>ในปี </strong><strong>2567 </strong><strong>เดล คาร์เนกี ได้เข้าร่วมโครงการ </strong><strong>SI “Sustainable Intelligence” </strong><strong>ที่จัดโดย </strong><strong>UNGC </strong><strong>เพื่อเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีส่วนร่วมในการมอบทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนไทยรวม </strong><strong>100,000 </strong><strong>คน เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับศาสตร์ด้าน </strong><strong>ESG</strong></p>
<p>“ปัจจุบัน เดล คาร์เนกี ประเทศไทย ได้ปลูกฝัง mindset ด้านความยั่งยืนให้แก่บุคลากรภายในองค์กร โดยเริ่มจากความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม ขยะ และพลังงาน ที่เริ่มจากเรื่องใกล้ตัว เช่น ลดการเกิดคาร์บอนด้วยการเปลี่ยนจากใช้รถยนต์ส่วนตัวมาใช้บริการขนส่งสาธารณะแทน  การเปิดโลกทัศน์ด้านการบริหารจัดการขยะด้วยการนำไปสัมผัสประสบการณ์จริงที่โครงการดอยตุง เพื่อศึกษาเกี่ยวกับ ดอยตุง โมเดล เพื่อศึกษาด้านการจัดการขยะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ” <strong>ดร.ปรียกร กล่าวเสริม</strong></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28960 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/PLE1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>หากพิจารณาถึงบทบาทของ เดล คาร์เนกี ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านส่งเสริมความยั่งยืนนั้น ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเนื้อหาหลักสูตรจะมุ่งเน้นการพัฒนาภาวะผู้นำแห่งอนาคต หรือการสร้างวัฒนธรรมที่ยั่งยืน เพื่อให้คนในองค์กรมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กรตามนโยบาย </strong><strong>ESG</strong> <strong>ให้ประสบความสำเร็จ</strong> <strong>เพราะงานด้าน </strong><strong>ESG </strong><strong>จะสำเร็จได้นั้นต้องมี </strong><strong>“</strong><strong>คน</strong><strong>” </strong><strong>เป็นแรงผลักดันที่สำคัญ</strong> ดังนั้น การสร้างความรู้ความเข้าใจ และผลักดันให้เกิดการกระทำด้วยความเต็มใจและเห็นประโยชน์สูงสุดของความยั่งยืน ผู้นำต้องชี้นำ เป็นแบบอย่างและสนับสนุนการมีส่วนร่วม เพื่อสานความร่วมมือของบุคลากรทั้งองค์กร ให้สร้างวัฒนธรรมธรรมที่แข็งแรง</p>
<p>“ปัจจุบันเทรนด์การพัฒนา Leadership เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการด้าน ESG ในไทย ได้รับการยอมรับและเล็งเห็นความสำคัญว่าเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับองค์กรเพิ่มมากขึ้นจากในอดีตที่จะสร้างผู้นำในส่วนงานต่างๆ โดยทั่วไป แต่ระยะหลังๆ หลายองค์กรได้มีการปรับ core value ให้เน้นความสำคัญด้าน ESG ซึ่งงานในส่วนดังกล่าวก็จะมีหน่วยงานภายในที่ดูแล โดย เดล คาร์เนกี จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะรายบุคคล ผ่านการสร้างสรรค์หลักสูตรที่ส่งเสริมทักษะเพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายด้าน ESG อย่างมีประสิทธิภาพ”</p>
<p><strong>ดร.ปรียกร ชี้ให้เห็นถึงงานวิจัยของ เดล คาร์เนกี ในการมีส่วนร่วมพัฒนาความยั่งยืนว่า</strong> การพัฒนาองค์กรในอนาคตที่สอดรับกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจและของโลก ผู้นำต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาคนโดยเฉพาะระดับหัวหน้างานขึ้นไปที่ต้องบริหารทีม การพัฒนากระบวนการภายในที่ตอบรับกับความยั่งยืน การกำหนดตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับเป้าหมายในระยะยาว และการสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยทางจิตใจเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในองค์กร เพื่อให้องค์กรสามารถก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่ง และเติบโตได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/dale-carnegie-empower-people-to-create-value-for-society/">เดล คาร์เนกี ประเทศไทย ชี้ “องค์กรไทยโฉมใหม่” หนุนพัฒนาผู้นำเพื่อขับเคลื่อนแผน ESG สู่ความยั่งยืน เดินหน้าส่งเสริมภาคการศึกษาเสริมทักษะทางสังคมปรับ mindset ให้พร้อมรับโลกยุคใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถอดบทเรียนการศึกษาไทย สู่การยกระดับคุณภาพการศึกษา เตรียมความพร้อมให้เด็กไทยในศตวรรษที่ 21</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/10/moe-support-skill-and-learning-in-21th-century/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Oct 2022 14:25:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Re Skill]]></category>
		<category><![CDATA[Up skill]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ขับเคลื่อนการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ตรีนุช เทียนทอง]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพาน้องกลับมาเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14945</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบกับแวดวงการศึกษาไทยและทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นักเรียนในปัจจุบันต้องปรับตัวกับรูปแบบการเรียนใหม่ๆ และบางส่วนที่ปรับตัวไม่ทันก็อาจหลุดออกจากระบบการศึกษาหรือเกิดปัญหาความรู้ถดถอย (Learning loss) ไป โดยปัญหานี้ได้ส่งผลกระทบกับเด็กทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีปัญหาสุขภาพจิต เพราะการเรียนหนังสือผ่านหน้าจอมากเกินไป ทำให้เด็กทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะความเครียดสูงอยู่อีกด้วย กระทรวงศึกษาธิการมองเห็นความสำคัญของปัญหานี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุด โดยเฉพาะปัญหาเด็กไทยที่หลุดออกจากระบบการศึกษา เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ต้องดึงกลับมาและป้องกันไม่ให้หลุดซ้ำ จึงเกิด “โครงการพาน้องกลับมาเรียน” เพื่อช่วยเหลือเด็กตกหล่นและหลุดออกกลางคันได้กลับมาเรียนอีกครั้ง พร้อมผลักดันโครงการโรงเรียนคุณภาพ ซึ่งเป็นอีกแนวทางการแก้ไขที่ยั่งยืน เพราะมีการจัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ และช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า “3 ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกเจอกับสถานการณ์โควิด-19 ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมของเด็กและผู้ปกครองได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างรวดเร็ว ตรงนี้เป็นความท้าทายของกระทรวงศึกษาธิการที่จะต้องเข้ามาแก้ไขปัญหา ทั้งในส่วนของปัญหาเดิมที่มีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และปัญหาเร่งด่วนที่เราพบตั้งแต่เริ่มกลับมาเปิดเรียนหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คือปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาไป ซึ่งอาจเกิดจากความเดือนร้อนทางครอบครัวหรือการโยกย้ายถิ่นฐาน โดยเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในทั่วโลกเช่นกัน เพราะฉะนั้น กระทรวงศึกษาธิการจึงประกาศปักหมุดเพื่อที่จะดึงเด็กกลับมาสู่ระบบการศึกษา โดยเตรียมทางเลือกรองรับไว้ทั้งสายสามัญศึกษา สายอาชีวศึกษา รวมถึงการศึกษานอกระบบ ซึ่งตอนนี้เราสามารถดึงกลับมาได้กว่า 95% โดยเฉพาะอาชีวศึกษา เราได้เตรียมโครงการอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ ที่มีการให้การศึกษาแบบไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมหอพักและอาหาร 3 มื้อ และยังมีรายได้ระหว่างเรียนด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/moe-support-skill-and-learning-in-21th-century/">ถอดบทเรียนการศึกษาไทย สู่การยกระดับคุณภาพการศึกษา เตรียมความพร้อมให้เด็กไทยในศตวรรษที่ 21</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบกับแวดวงการศึกษาไทยและทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นักเรียนในปัจจุบันต้องปรับตัวกับรูปแบบการเรียนใหม่ๆ และบางส่วนที่ปรับตัวไม่ทันก็อาจหลุดออกจากระบบการศึกษาหรือเกิดปัญหาความรู้ถดถอย (Learning loss) ไป</p>
<p><span id="more-14945"></span></p>
<p>โดยปัญหานี้ได้ส่งผลกระทบกับเด็กทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีปัญหาสุขภาพจิต เพราะการเรียนหนังสือผ่านหน้าจอมากเกินไป ทำให้เด็กทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะความเครียดสูงอยู่อีกด้วย</p>
<p>กระทรวงศึกษาธิการมองเห็นความสำคัญของปัญหานี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุด โดยเฉพาะปัญหาเด็กไทยที่หลุดออกจากระบบการศึกษา เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ต้องดึงกลับมาและป้องกันไม่ให้หลุดซ้ำ จึงเกิด “<strong>โครงการพาน้องกลับมาเรียน</strong>” เพื่อช่วยเหลือเด็กตกหล่นและหลุดออกกลางคันได้กลับมาเรียนอีกครั้ง พร้อมผลักดันโครงการโรงเรียนคุณภาพ ซึ่งเป็นอีกแนวทางการแก้ไขที่ยั่งยืน เพราะมีการจัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ และช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง</p>
<p><strong>นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</strong> กล่าวว่า <em>“</em><em>3 </em><em>ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกเจอกับสถานการณ์โควิด</em><em>-19 </em><em>ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมของเด็กและผู้ปกครองได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างรวดเร็ว ตรงนี้เป็นความท้าทายของกระทรวงศึกษาธิการที่จะต้องเข้ามาแก้ไขปัญหา ทั้งในส่วนของปัญหาเดิมที่มีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และปัญหาเร่งด่วนที่เราพบตั้งแต่เริ่มกลับมาเปิดเรียนหลังจากสถานการณ์โควิด</em><em>-19 </em><em>คือปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาไป ซึ่งอาจเกิดจากความเดือนร้อนทางครอบครัวหรือการโยกย้ายถิ่นฐาน โดยเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในทั่วโลกเช่นกัน เพราะฉะนั้น กระทรวงศึกษาธิการจึงประกาศปักหมุดเพื่อที่จะดึงเด็กกลับมาสู่ระบบการศึกษา โดยเตรียมทางเลือกรองรับไว้ทั้งสายสามัญศึกษา สายอาชีวศึกษา รวมถึงการศึกษานอกระบบ ซึ่งตอนนี้เราสามารถดึงกลับมาได้กว่า</em><em> 95% </em><em>โดยเฉพาะอาชีวศึกษา เราได้เตรียมโครงการอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ ที่มีการให้การศึกษาแบบไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมหอพักและอาหาร </em><em>3 </em><em>มื้อ และยังมีรายได้ระหว่างเรียนด้วย เพื่อรองรับเด็กกลุ่มเสี่ยงต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษาโดยเชื่อมโยงการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวะร่วมกัน ซึ่งตอนนี้สามารถรองรับเด็กได้กว่า</em><em> 4,000 </em><em>คนแล้ว </em></p>
<p><em>การแก้ไขปัญหานี้จำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรหรือหน่วยงานต่างประเทศ รวมไปถึงชุมชนในแต่ละท้องที่ ในการพาเด็กตกหล่นและหลุดออกจากระบบการศึกษาได้กลับมามีโอกาสเรียนอีกครั้ง กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ทำ </em><em>MOU </em><em>กับ </em><em>8 </em><em>กระทรวง </em><em>3  </em><em>หน่วยงาน ภายใต้นโยบายสำคัญของรัฐบาล คือ จะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (</em><em>No one left behind) </em><em>และนอกจากผลกระทบกับเด็กนักเรียนแล้ว ครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงโรงเรียน ก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน ดังนั้น ทั้งครู นักเรียน ผู้ปกครอง โรงเรียน และชุมชน ต่างต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อช่วยยกระดับการศึกษาไทยให้ครอบคลุมทุกมิติ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นและทำให้การศึกษามีความพร้อมและก้าวไปพร้อมเศรษฐกิจ</em><em>”</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-14947 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/MOE.jpg" alt="" width="1200" height="528" /></p>
<p>ในปี 2565 กระทรวงศึกษาธิการได้ปรับทิศทางการศึกษาไทย โดยมุ่งเน้นพัฒนาโครงสร้างการศึกษาไปที่การออกแบบการศึกษาให้ยืดหยุ่น ซึ่งทางด้าน สพฐ. ได้มีการพัฒนาหลักสูตรห้องเรียนอาชีพ เพื่อให้ทุกคนสามารถค้นหาความถนัดความชอบของตนเอง ซึ่งเชื่อว่าหากเด็กไทยได้เรียนในสิ่งที่ชอบแล้ว ก็จะประกอบอาชีพได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้ ยังทำแผนพัฒนาหลักสูตรความเป็นเลิศของอาชีวศึกษา ในโครงการศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) และโครงการ CVM ให้รองรับการขยายตัวของอาชีพในกลุ่มอุตสาหกรรม S-CURVE และ NEW S-CURVE และยังมีการทำ MOU ส่งเสริมการมีงานทำร่วมกับกระทรวงแรงงาน เพื่อจับคู่ความต้องการของตลาดแรงงานกับการผลิตคนอาชีวะให้สอดคล้องกัน นอกจากนี้ ยังผลักดัน การศึกษาแบบอาชีวะทวิภาคี จับมือกับภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมและสร้างโอกาสให้นักศึกษาอาชีวะได้เข้าไปเรียนรู้การทำงานจริง และในส่วนของนักเรียนสายสามัญ ก็ได้มีการริเริ่มห้องเรียนอาชีพ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนมัธยมต้นได้ลองไปเรียนรู้ในสายอาชีวะเพื่อค้นหาตัวตนก่อนตัดสินใจหลังจบ มัธยมศึกษาปีที่ 3 รวมไปถึงกลุ่มคนที่จบการศึกษาแล้ว กระทรวงศึกษาธิการยังจัดให้มีการ up skill / re skill เพื่อให้ทุกช่วงวัยได้มีโอกาสได้เรียนรู้และสร้างเสริมทักษะเพิ่มเติมสำหรับการประกอบอาชีพเพิ่มอีกด้วย</p>
<p><em>“การศึกษาและเศรษฐกิจไทยในอนาคต เป็นสิ่งที่ต้องเดินไปคู่กัน เราจึงผลักดันให้คนไทยเข้าถึงการศึกษาได้ทุกช่วงวัย โดยเปิดโอกาสให้คนไทยสามารถเข้าถึงการศึกษาและการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลและแผนยุทธศาสตร์ชาติ </em><em>20 </em><em>ปี นอกจากนี้ เราต้องปรับรูปแบบการเรียนในปัจจุบันให้เป็น </em><em>Active Learning </em><em>โดยให้เด็กมีกระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบผ่านการลงมือปฏิบัติ และนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการจัดหาอุปกรณ์การสื่อสารและอินเตอร์เน็ต เพื่อให้เหมาะกับการศึกษาในยุคหลังโควิด</em><em>-19 </em><em>ซึ่งนักเรียนจะสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ไม่จำเป็นต้องอยู่แต่ในโรงเรียน และสิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าการพัฒนาเด็กไทย คือการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมุ่งเน้นเปลี่ยนบทบาทให้ครูเป็น </em><em>Facilitator</em><em> พร้อมทั้งเพิ่มศักยภาพครูให้สามารถจัดการเรียนการสอนให้เด็กไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เมื่อเด็กไทยได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา และพัฒนาความรู้ความสามารถได้เท่าเทียมกันทั้งประเทศ ก็เป็นเหมือนขุมพลังและกำลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้พัฒนาอย่างยั่งยืน”</em> นางสาวตรีนุช เทียนทอง กล่าว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/moe-support-skill-and-learning-in-21th-century/">ถอดบทเรียนการศึกษาไทย สู่การยกระดับคุณภาพการศึกษา เตรียมความพร้อมให้เด็กไทยในศตวรรษที่ 21</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
