<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Well being &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/well-being/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 13 Jan 2026 01:43:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Well being &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อายิโนะโมะโต๊ะ ขึ้นแท่น “50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด 2569” เป็นครั้งแรก ตอกย้ำการดูแล Well-being พนักงาน ผ่านแนวคิด “กินดี มีสุข”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/ajinomoto-ranked-top50-companies-in-thailand-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Jan 2026 01:43:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Ajinomoto]]></category>
		<category><![CDATA[Ajinomoto Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Eat Well Live Well]]></category>
		<category><![CDATA[Leading in Creation of Well-Being]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Top50 Companies in Thailand 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Well being]]></category>
		<category><![CDATA[Workplace]]></category>
		<category><![CDATA[WorkVenture]]></category>
		<category><![CDATA[กินดี มีสุข]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วย]]></category>
		<category><![CDATA[อายิโนะโมะโต๊ะ]]></category>
		<category><![CDATA[อิชิโระ ซะกะกุระ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39389</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด องค์กรชั้นนำระดับโลกด้านอาหารและโภชนาการ ภายใต้ปรัชญา “กินดี มีสุข (Eat Well, Live Well.)” สร้างอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ ด้วยการคว้ารางวัล “Top50 Companies in Thailand 2026™” ติดอันดับที่ 40 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด โดย WorkVenture จากกว่า 720 องค์กรชั้นนำ ผ่านการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 22–35 ปี ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล นับเป็นปีแรกที่อายิโนะโมะโต๊ะได้รับรางวัลอันทรงคุณค่านี้ สะท้อนถึงความสำเร็จในการปรับตัวขององค์กรให้สอดรับกับโลกการทำงานยุคใหม่ โดยให้ความสำคัญกับ Well-being ของพนักงานอย่างรอบด้าน ควบคู่ไปกับโอกาสในการเติบโตในสายอาชีพ และการสร้างประสบการณ์การทำงานที่มีความหมาย มร. อิชิโระ ซะกะกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร คือการเติบโตไปพร้อมกับพนักงาน หรือ Co-Growth ซึ่งเกิดขึ้นได้เมื่อทิศทางขององค์กรและเป้าหมายของพนักงานสอดคล้องกัน เราเชื่อว่าการเติบโตต้องมาพร้อมกับการกล้ารับความท้าทาย และการเรียนรู้จากความผิดพลาด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/ajinomoto-ranked-top50-companies-in-thailand-2026/">อายิโนะโมะโต๊ะ ขึ้นแท่น “50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด 2569” เป็นครั้งแรก ตอกย้ำการดูแล Well-being พนักงาน ผ่านแนวคิด “กินดี มีสุข”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> องค์กรชั้นนำระดับโลกด้านอาหารและโภชนาการ ภายใต้ปรัชญา “<strong>กินดี มีสุข (Eat Well, Live Well.)</strong>” สร้างอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ ด้วยการคว้ารางวัล <strong>“Top50 Companies in Thailand 2026™”</strong> ติดอันดับที่ 40 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด โดย WorkVenture</p>
<p><span id="more-39389"></span></p>
<p>จากกว่า 720 องค์กรชั้นนำ ผ่านการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 22–35 ปี ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล นับเป็นปีแรกที่อายิโนะโมะโต๊ะได้รับรางวัลอันทรงคุณค่านี้ สะท้อนถึงความสำเร็จในการปรับตัวขององค์กรให้สอดรับกับโลกการทำงานยุคใหม่ โดยให้ความสำคัญกับ Well-being ของพนักงานอย่างรอบด้าน ควบคู่ไปกับโอกาสในการเติบโตในสายอาชีพ และการสร้างประสบการณ์การทำงานที่มีความหมาย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39391 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Mr.Ichiro-Sakakura-.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>มร. อิชิโระ ซะกะกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร คือการเติบโตไปพร้อมกับพนักงาน หรือ Co-Growth ซึ่งเกิดขึ้นได้เมื่อทิศทางขององค์กรและเป้าหมายของพนักงานสอดคล้องกัน เราเชื่อว่าการเติบโตต้องมาพร้อมกับการกล้ารับความท้าทาย และการเรียนรู้จากความผิดพลาด ดังนั้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานรู้สึกปลอดภัยทางความคิด (Psychological Safety) จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ทุกคนกล้าคิด กล้าลอง และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>อายิโนะโมะโต๊ะให้ความสำคัญกับการดูแล Well-being ของพนักงานในทุกมิติ ทั้งกาย ใจ และการทำงาน ควบคู่ไปกับการเปิดโอกาสให้พนักงานได้เรียนรู้และเติบโตจากประสบการณ์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะการทำงานในระดับภูมิภาคอาเซียน ซึ่งช่วยเสริมมุมมอง ความเข้าใจในวัฒนธรรมอาหาร และการทำงานข้ามพรมแดน เรามุ่งขับเคลื่อนองค์กรภายใต้วิสัยทัศน์ <strong>‘Leading in Creation of Well-Being’</strong> โดยให้ความสำคัญกับ People เป็นศูนย์กลาง เชื่อมั่นในศักยภาพของพนักงาน และสร้างรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น ทันสมัย และมีความหมาย ด้วยความเชื่อที่ว่าเมื่อพนักงานมีความสุข กล้าเติบโต และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ องค์กรก็จะสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรงและยั่งยืนในระยะยาว”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39392 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/บรรยากาศการทำงาน-2.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อายิโนะโมะโต๊ะให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาพนักงานอย่างรอบด้าน ครอบคลุม 4 มิติหลัก ได้แก่ คุณลักษณะงาน (Job Attributes), ค่าตอบแทนและความก้าวหน้า (Reward &amp; Career), การดูแลพนักงานและวัฒนธรรมองค์กร (People &amp; Culture) และ ภาพลักษณ์องค์กร (Corporate Image) ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนภายใต้ค่านิยมเดียวกันทั่วโลก ผ่าน Ajinomoto Group Way (AGW) ที่ยึดมั่นในการเคารพคุณค่าของความเป็นมนุษย์ และแนวคิด Ajinomoto Group Creating Shared Value (ASV) ที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมกันทั้งภายในองค์กรและต่อสังคมในวงกว้าง</p>
<p>“รางวัลนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าแนวทางการบริหารที่ให้ความสำคัญกับ Well-being ของพนักงาน ความปลอดภัยทางความคิด และการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วม ได้รับการยอมรับจากคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง <strong>สำหรับอายิโนะโมะโต๊ะ การดูแลคนให้มีความสุขในการทำงาน คือจุดเริ่มต้นของการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับองค์กรและสังคม</strong>” มร. อิชิโระ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39393 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Ajinomoto-Ranks-Among-Top50-Companies-in-Thailand-2026™-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/ajinomoto-ranked-top50-companies-in-thailand-2026/">อายิโนะโมะโต๊ะ ขึ้นแท่น “50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด 2569” เป็นครั้งแรก ตอกย้ำการดูแล Well-being พนักงาน ผ่านแนวคิด “กินดี มีสุข”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>3 ไฮไลท์​ &#8216;เซ็นทรัล พาร์ค&#8217; แลนด์มาร์กใหม่ใจกลางเมือง พื้นที่สีเขียว 7 ไร่ ดูดซับคาร์บอนได้ 11 ตันต่อปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/3-hilights-dusit-central-park/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Sep 2025 13:01:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Central Pattana]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Diversity]]></category>
		<category><![CDATA[Dusit Central Park]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[The Future of Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[Well being]]></category>
		<category><![CDATA[ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่สีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การค้าเพื่อความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล พาร์ค]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัลพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[แลนด์มาร์ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36220</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน ตอกย้ำ “Imagining Better Futures for All” เดินหน้าสร้างเมืองแห่งอนาคตที่เติบโตไปพร้อมกับชุมชน เปิดตัว “เซ็นทรัล พาร์ค” ส่วนหนึ่งของโครงการมิกซ์ยูสระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ สะท้อนวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนที่จับต้องได้จริง และเตรียมต่อยอดความสำเร็จสู่ โมเดลศูนย์การค้าเพื่อความยั่งยืนที่ เซ็นทรัล กระบี่ ตุลาคมนี้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค สร้างอนาคตของชีวิตเมือง ด้วยการเป็น “พื้นที่ที่เข้าใจคนเมือง” มอบ The Future of Lifestyle ที่หลากหลายและให้ความสำคัญกับ Well-being, Diversity, Community และ Sustainability ให้เกิดขึ้นจริงกับคนกรุงเทพฯ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองรอบด้าน ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ สะท้อนแนวคิดการออกแบบเพื่อความยั่งยืนผ่าน 3 ไฮไลท์สำคัญ ได้แก่ พื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองเพื่อชุมชน แลนด์มาร์กที่เป็นหัวใจใหม่ของกรุงเทพฯ และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero 2050 ขององค์กร 3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/3-hilights-dusit-central-park/">3 ไฮไลท์​ &#8216;เซ็นทรัล พาร์ค&#8217; แลนด์มาร์กใหม่ใจกลางเมือง พื้นที่สีเขียว 7 ไร่ ดูดซับคาร์บอนได้ 11 ตันต่อปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน ตอกย้ำ <strong>“Imagining Better Futures for All</strong>” เดินหน้าสร้างเมืองแห่งอนาคตที่เติบโตไปพร้อมกับชุมชน เปิดตัว “<strong>เซ็นทรัล พาร์ค”</strong> ส่วนหนึ่งของโครงการมิกซ์ยูสระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ สะท้อนวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนที่จับต้องได้จริง และเตรียมต่อยอดความสำเร็จสู่ โมเดลศูนย์การค้าเพื่อความยั่งยืนที่ เซ็นทรัล กระบี่ ตุลาคมนี้</p>
<p><span id="more-36220"></span></p>
<p><strong>ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค</strong> สร้างอนาคตของชีวิตเมือง ด้วยการเป็น <strong>“พื้นที่ที่เข้าใจคนเมือง”</strong> มอบ The Future of Lifestyle ที่หลากหลายและให้ความสำคัญกับ<strong> Well-being, Diversity, Community</strong> และ<strong> Sustainability</strong> ให้เกิดขึ้นจริงกับคนกรุงเทพฯ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองรอบด้าน ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ สะท้อนแนวคิดการออกแบบเพื่อความยั่งยืนผ่าน 3 ไฮไลท์สำคัญ ได้แก่ พื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองเพื่อชุมชน แลนด์มาร์กที่เป็นหัวใจใหม่ของกรุงเทพฯ และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero 2050 ขององค์กร</p>
<p><strong>3 ไฮไลต์ เซ็นทรัล พาร์ค ปักหมุดอนาคตเมืองอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><strong>1. Roof Park 7 ไร่ &#8211; หัวใจสีเขียวใจกลางเมือง </strong>: เชื่อมต่อสวนลุมพินีอย่างไร้รอยต่อ ทำหน้าที่เป็น “ปอดใหม่ของคนเมือง” ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 11 ตันต่อปี เทียบเท่าต้นไม้ใหญ่กว่า 900 ต้น ออกแบบด้วย Biophilic Design เชื่อมธรรมชาติเข้ากับไลฟ์สไตล์ โดยใช้ พืชพรรณท้องถิ่น เช่น เตย แว่นแก้ว เดหลี หญ้าถอดปล้อง และกกอเมซอน เพื่อช่วยฟอกอากาศและดักจับฝุ่น PM2.5 เสริมความหลากหลายทางชีวภาพในเมือง พร้อมเปิดพื้นที่กิจกรรมสุขภาพและคอมมูนิตี้ อาทิ Run Club, Sunrise Coffee &amp; Tea Rave และ Wellness Experiences ที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตยุคใหม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36221 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/2-Re-Central-Park.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>2. New Landmark of Sustainable Living </strong>: ผสานชีวิตเมืองกับธรรมชาติอย่างกลมกลืนนี้ สะท้อน The Future of Lifestyle ที่ครบมิติ สมดุลและยั่งยืน โดยมี People of Central Park เป็นแรงบันดาลใจ ทำให้เราสร้างพื้นที่ที่เชื่อมต่อชีวิตทุกช่วงเวลา ตั้งแต่เช้าวิ่งที่สวนลุม แวะจิบกาแฟบน Roof Park พักกลางวันกับ Michelin Guide ช่วงบ่ายที่ Take Home Zone และปิดท้ายด้วย Rooftop Bar กับเพื่อน ทั้งหมดนี้คือวิสัยทัศน์ในการสร้างศูนย์การค้าที่เติบโตไปพร้อมกับเมือง และเป็นต้นแบบของชีวิตเมืองในอนาคต รวมทั้ง Central Park Offices อาคารสำนักงานที่ออกแบบตามมาตรฐานระดับโลก LEED, WELL และ WiredScore</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36222 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/3-Re-Central-Park.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>3. Circular Economy – ก้าวสู่ Net Zero 2050 </strong>: เซ็นทรัลพัฒนาเดินหน้าแผนลดขยะและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร เช่น Nestlé (Thailand) ในโครงการ “<strong>คืนชีวิตให้ขวดพลาสติ</strong>ก” รีไซเคิลขวด PET ได้กว่า 200 ตันต่อปี รวมถึงริเริ่มใช้ ผ้ากันเปื้อนจากขวดพลาสติกใช้แล้ว, จำหน่ายน้ำดื่มในบรรจุภัณฑ์ rPET, และส่งเสริมการ แยกขยะ–จัดการเศษอาหาร ภายใน Parkside Market ตามแนวทางของ กทม และ แยกขวดน้ำพลาสติก จากการบริโภค ทุกครั้งที่ศูนย์อาหาร รวมถึงการมอบส่วนลดพิเศษให้กับลูกค้าที่นำแก้วส่วนตัวมาซื้อเครื่องดื่มและเลือกไม่รับหลอดพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นทั้งหมดสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero 2050 ขององค์กร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36223 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/4-Re-Central-Park.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>เซ็นทรัล พาร์ค</strong> จึงเป็นทั้งสัญลักษณ์ใหม่ของชีวิตเมือง ที่ผสานความยั่งยืนที่จับต้องได้จริง พร้อมต่อยอดสู่เซ็นทรัล กระบี่ The First Sustainable-Lifestyle Shopping Centre ในเดือนตุลาคมนี้ ตอกย้ำบทบาทผู้นำในการสร้างเมืองและพื้นที่ใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/3-hilights-dusit-central-park/">3 ไฮไลท์​ &#8216;เซ็นทรัล พาร์ค&#8217; แลนด์มาร์กใหม่ใจกลางเมือง พื้นที่สีเขียว 7 ไร่ ดูดซับคาร์บอนได้ 11 ตันต่อปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัญญาณเตือน &#8216;สุขภาวะแรงงานไทย&#8217; 50% ป่วยกาย , 65% ป่วยใจ สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก ต้องเร่งสร้าง Well-being ก่อนฉุดศักยภาพองค์ก​ร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/well-being-and-high-performance-for-workplace/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 13 Jul 2025 10:02:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CMMU]]></category>
		<category><![CDATA[Corporate]]></category>
		<category><![CDATA[ESGNIVERSE 2025]]></category>
		<category><![CDATA[From Reports to REAL IMPACT]]></category>
		<category><![CDATA[Holistic  Well-being]]></category>
		<category><![CDATA[Performance]]></category>
		<category><![CDATA[Productive & Aging Well Society]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Well-being]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Health]]></category>
		<category><![CDATA[Well being]]></category>
		<category><![CDATA[workforce]]></category>
		<category><![CDATA[Workplace]]></category>
		<category><![CDATA[มหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.​ดร.สุภรักษ์ สุริยันเกียรติแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาวะแรงงานไทย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงานไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34657</guid>

					<description><![CDATA[<p>อีกหนึ่งมิติของการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามกรอบ ESG  ที่โฟกัสในมุม Social หรือผลกระทบด้านสังคม จาก​เวทีสัมมนา ESGNIVERSE 2025: Real – World of Sustainability : From Reports to REAL IMPACT  ​ ผ่านการบรรยายหัวข้อ  &#8216;SUSTAINABLE WELL-BEING &#38; HIGH PERFORMANCE FOR WORKPLACE (or corporate) SUSTAINABILITY&#8217; โดย รศ.​ดร.สุภรักษ์ สุริยันเกียรติแก้ว ผู้ช่วยคณบดีหน่วยธุรกิจและสังคมสัมพันธ์ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล  ที่มองว่า การส่งเสริมสุขภาวะที่ดี หรือ  Well-being ภายในองค์กร ไม่เพียงสามารถยกระดับ​ศักยภาพ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับแต่ละองค์กรเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความแข็งแรงให้สังคม รวมท้ังช่วยยกระดับ Productivity ระดับชาติได้​ด้วย ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ จำเป็นต้องมองในมิติ Social ควบคู่ไปกับมิติทางเศรษฐกิจด้วย โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพของคน ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของทุกการพัฒนา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/well-being-and-high-performance-for-workplace/">สัญญาณเตือน &#8216;สุขภาวะแรงงานไทย&#8217; 50% ป่วยกาย , 65% ป่วยใจ สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก ต้องเร่งสร้าง Well-being ก่อนฉุดศักยภาพองค์ก​ร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อีกหนึ่งมิติของการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามกรอบ ESG  ที่โฟกัสในมุม Social หรือผลกระทบด้านสังคม จาก​เวทีสัมมนา<strong> ESGNIVERSE 2025: Real – World of Sustainability : From Reports to REAL IMPACT</strong>  ​</p>
<p><span id="more-34657"></span></p>
<p>ผ่านการบรรยายหัวข้อ  &#8216;<strong>SUSTAINABLE WELL-BEING &amp; HIGH PERFORMANCE FOR WORKPLACE (or corporate) SUSTAINABILITY&#8217; </strong>โดย <strong>รศ.​ดร.สุภรักษ์ สุริยันเกียรติแก้ว </strong>ผู้ช่วยคณบดีหน่วยธุรกิจและสังคมสัมพันธ์ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล  ที่มองว่า การส่งเสริมสุขภาวะที่ดี หรือ  <strong>Well-being</strong> ภายในองค์กร ไม่เพียงสามารถยกระดับ​ศักยภาพ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับแต่ละองค์กรเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความแข็งแรงให้สังคม รวมท้ังช่วยยกระดับ Productivity ระดับชาติได้​ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34660 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_1303.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ จำเป็นต้องมองในมิติ Social ควบคู่ไปกับมิติทางเศรษฐกิจด้วย โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพของคน ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของทุกการพัฒนา โดยเฉพาะโครงสร้างประชากรไทยที่เข้าสู่ Aging Society หรือสังคมสูงอายุ จากสัดส่วนประชากรที่​อายุมากกว่า 60 ปี ขึ้นไป เพิ่มเป็น 20% หรือราว 1 ใน 5  และจะยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นในอนาคต​</p>
<p>ส่วน 71% หรือราว 40 ล้านคน ที่ยังอยู่ในวัยทำงาน จะเป็นกลุ่มหลักที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบ ขณะที่โครงสร้างแรงงานกำลังเปลี่ยน <strong>จากการเติบโตของ Aging Society ทำให้จำเป็นต้อง​สร้างการเปลี่ยนผ่านไปสู่การมีสังคมสูงวัยที่แข็งแรง เพื่อสามารถกลับเข้าสู่ระบบแรงงานได้อีกครั้ง  ผ่าน​การส่งเสริม​ Well-being</strong> ที่กำลังได้รับความสนใจในระดับโลก และจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างให้เกิดสุขภาวะที่ดีของคนไทย โดยเฉพาะในวัยแรงงานได้อย่างยั่งยืน <strong>เพื่อเปลี่ยนจากการเป็นสังคมผู้สูงอายุ สู่การเป็นสังคมแห่ง</strong> <strong>Productive &amp; Aging Well Society </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34662 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_1346.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ​​ข้อมูลวิจัยสุขภาพของคนไทย (Thai Health ) โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม (IPSR) มหาวิทยาลัยมหิดล พบข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับปัญหาด้าน​ Well-being ของประชากรไทยในวัยแรงงาน โดยพบว่ามากกว่า 50% หรือราว 20 ล้านคน มีปัญหาด้าน​การเจ็บป่วยในกลุ่มโรค NCDs หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง​ เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ  หลอดเลือด หรือโรคอ้วน ขณะเดียวกัน ยังมีสัดส่วนมากถึง  65% ที่มีปัญหาเรื่องสุขภาวะทางด้านจิตใจ (Mental Well-being)  โดยเฉพาะเรื่องของความเครียด ทั้งจากปัญหาเศรษฐกิจ สังคม หรือภาระทางครอบครัว</p>
<p><em>&#8220;ข้อมูลพบว่า <strong>50% ของแรงงานไทยมีปัญหา​ Physical Well-being หรือโรคทางกาย ขณะที่ 65% มีปัญหาทางใจ และเป็นค่าเฉลี่ยที่สูงมากกว่าค่าเฉลี่ยของโลก สะท้อนว่า ประเทศไทยกำลังมีการเจ็บป่วย มีสุขภาวะที่ไม่ดี และเมื่อ Workforce ไม่แข็งแรง ก็จะเพิ่มทั้งต้นทุนในการบริหารจัดการ รวม​ถึง​สูญเสียโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพ​</strong> ขณะที่ในองค์การหากพนักงาน​เจ็บป่วย และต้อง​ขาด ลา มาสาย บ่อยๆ ก็กระทบต่อ Performance องค์กรเช่นเดียวกัน โดยพบว่าประเทศไทยมี Loss จากการเจ็บป่วย ขาด ลา ของพนักงานรวมทั้งปีราว 73 วัน ซึ่งยังไม่ร่วมวันหยุดประจำปี​  ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง  40% และยังส่งผลให้ Performance ในการทำงานลดลงถึง 22%  ขณะที่ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาอีกราว 2แสนบาทต่อคนต่อปี สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงผลลัพธ์และความสัมพันธ์ระหว่าง Well-being และ Performance ภายในองค์กรได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังกระทบให้มีต้นทุน​​การดำเนินงานที่เพิ่มมากขึ้นด้วย เพราะพนักงาน หรือทรัพยากรบุคคลคือต้นทุนสำคัญที่สุดของทุกบริษัท&#8221;   </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34664 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_1398.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังพบความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระดับโลก และเติบโตเป็นอีกหนึ่ง Global Workplace Trend ในเรื่องของความต้องการสมดุลระหว่าง Well Being และ High Performance ขององค์กร ซึ่งสอดคล้องกับ UN SDG ข้อ 3 เรื่องของการส่งเสริมการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่​ดี ผ่านเทรนด์ <strong>Sustainable Well-being &amp; High Performance  </strong>โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่มีภาวะทั้ง Burnout หรือ  Brownout  ไม่ว่าจะเป็นการหมดไฟในการทำงาน รู้สึกเบื่อหรือเหนื่อยหน่ายต่อองค์กร จนมีอาการ Monday Morning Sickness หรือหดหู่ ซึมเศร้าไม่อยากไปทำงาน ทำให้ขาดการมีปฏิสัมพันธ์และอยากลาออกในที่สุด ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้น นับเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนว่า​องค์กรจำเป็นเข้าไปดูแลการสร้างสมดุลในเรื่องของ Well-being ให้กับพนักงานอย่างเร่งด่วน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34666 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_1403.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;แรงงานไทยครึ่งหนึ่ง หรือ 50% มองว่า ความสบายใจ หรือ Mental Well-being ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชียที่อยู่ในระดับ 45% รวมทั้งสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการทำงานส่งผลให้ศักยภาพทำงานลดลง 10-60% สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุให้องค์กรสูญเสียโอกาสด้านศักยภาพในการทำงาน  องค์กรจึงต้องหันมาให้ความสำคัญในการสร้าง<strong> Holistic Well-being</strong>ในที่ทำงาน เพื่อสร้างสมดุลทั้งการดูแลด้านร่างกาย จิตใจ สังคม สิ่งแวดล้อม รวมทั้งปัญญาให้แก่พนักงาน รวมทั้งการสร้าง Ecosystem ให้เป็นระบบที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน หรือ Supportive Workplace Environment รวมทั้งการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรง รวมไปถึงการมีเครื่องมือภายในองค์กร เพื่อวัดระดับหรือสร้างให้เกิด Well -being เพื่อส่งเสริมการดูแลบุคลากรและช่วยขับเคลื่อนให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืน&#8221; </em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/well-being-and-high-performance-for-workplace/">สัญญาณเตือน &#8216;สุขภาวะแรงงานไทย&#8217; 50% ป่วยกาย , 65% ป่วยใจ สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก ต้องเร่งสร้าง Well-being ก่อนฉุดศักยภาพองค์ก​ร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถอดรหัส &#8216;NEO Well-Being&#8217; เมื่อองค์กรเลือกลงทุนใน &#8216;ความสุขของคนทำงาน&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/neo-corporate-well-being/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Jun 2025 16:06:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Employee]]></category>
		<category><![CDATA[Happy Workplace]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Lovli Tails]]></category>
		<category><![CDATA[LovliTails]]></category>
		<category><![CDATA[NEO]]></category>
		<category><![CDATA[Neo Corporate]]></category>
		<category><![CDATA[NEO Well Being]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Pet-Friendly Day]]></category>
		<category><![CDATA[The Most Attractive Employer]]></category>
		<category><![CDATA[Well being]]></category>
		<category><![CDATA[คนคือหัวใจขององค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุขของคนทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ณิศรา ถกลศรี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34260</guid>

					<description><![CDATA[<p>เบื้องหลังรางวัล “HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2024” ปีที่ 5 และรางวัล “The Most Attractive Employer” 2 ปีซ้อน คือแนวคิดที่มอง ‘คน’ เป็นหัวใจของความสำเร็จ ไม่ใช่แค่ฟันเฟืองในระบบงาน ยุคนี้&#8230;เราทุกคนต่างวิ่งอยู่บนโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวันและเต็มไปด้วยแรงกดดันจากงาน ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ และการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่ง จนละเลยการดูแลสุขภาพกายและจิตใจ ทำให้คนยุคใหม่มองว่าความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน หรือ Work-Life Balance เป็นเรื่องสำคัญ เส้นแบ่งระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวต้องถูกแยกกันชัดเจน องค์กรที่ใส่ใจเรื่องนี้จึงกลายเป็นองค์กรในฝันของใครหลายๆ คน สอดคล้องกับงานวิจัยของ Deloitte ที่ชี้ว่า องค์กรที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะของพนักงานอย่างรอบด้าน จะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงาน และเพิ่มระดับความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรได้ ที่ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO ผู้นำด้าน FMCG ของไทยที่มุ่งมั่นในการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้บริโภค เราเชื่อว่าสองสิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้อย่างลงตัว งานจะเวิร์ก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/neo-corporate-well-being/">ถอดรหัส &#8216;NEO Well-Being&#8217; เมื่อองค์กรเลือกลงทุนใน &#8216;ความสุขของคนทำงาน&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>เบื้องหลัง</em><em>รางวัล </em><em>“<strong>HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2024</strong>”</em><em> ปีที่ </em><em>5</em> <em>และรางวัล “<strong>The Most Attractive Employer</strong>” 2 ปีซ้อน คือแนวคิดที่มอง ‘คน’ เป็นหัวใจของความสำเร็จ ไม่ใช่แค่ฟันเฟืองในระบบงาน</em></p>
<p><span id="more-34260"></span></p>
<p>ยุคนี้&#8230;เราทุกคนต่างวิ่งอยู่บนโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวันและเต็มไปด้วยแรงกดดันจากงาน ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ และการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่ง จนละเลยการดูแลสุขภาพกายและจิตใจ ทำให้คนยุคใหม่มองว่าความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน หรือ Work-Life Balance เป็นเรื่องสำคัญ เส้นแบ่งระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวต้องถูกแยกกันชัดเจน องค์กรที่ใส่ใจเรื่องนี้จึงกลายเป็นองค์กรในฝันของใครหลายๆ คน สอดคล้องกับงานวิจัยของ Deloitte ที่ชี้ว่า องค์กรที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะของพนักงานอย่างรอบด้าน จะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงาน และเพิ่มระดับความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรได้</p>
<p>ที่ <strong>บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ <strong>NEO </strong>ผู้นำด้าน FMCG ของไทยที่มุ่งมั่นในการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้บริโภค เราเชื่อว่าสองสิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้อย่างลงตัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34265 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/11-Happy-Workplace-ของคนทำงาน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>งานจะเวิร์ก “ชีวิตต้องบาลานซ์” ที่ </strong><strong>NEO </strong><strong>เราให้คุณได้ทั้งสอง</strong></p>
<p><strong>นางสาวณิศรา ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน)</strong> เผยว่า “เรามองว่าความสำเร็จขององค์กร ‘<em>เริ่มต้นจากความสุขของผู้ร่วมงาน</em><em>’</em> เพราะถ้าคนของเราไม่มีสมดุลในชีวิต เราจะสร้างนวัตกรรมที่เปลี่ยนชีวิตผู้บริโภคได้อย่างไร?&#8221; จากความเชื่อนั้น กลายมาเป็น <strong>“</strong><strong>NEO Well-Being Way”</strong> &#8211; วิถีการทำงาน ที่ก้าวข้ามแนวคิดเรื่อง “สวัสดิการ” แต่สร้าง ‘ประสบการณ์ชีวิต’ ให้กับผู้ร่วมงานอย่างแท้จริง”</p>
<p>“เราต้องการให้คนทำงานรู้สึกว่าเขามีคุณค่า ไม่ใช่แค่ในฐานะพนักงาน แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่มีความฝัน มีครอบครัว มีเป้าหมายชีวิต จากความเชื่อนั้น เราลงมือเปลี่ยนพื้นที่ทำงานให้เป็นมากกว่าออฟฟิศ มี <u>Flexi-Hour </u><u>เลือกเวลาเริ่ม-เลิกงานตามจังหวะชีวิต และ </u><u>Hybrid Working </u><u>ทำงานจากที่ไหนก็ได้ 3 วันต่อสัปดาห์ ช่วยให้ทุกคนจัดสมดุลชีวิตได้ดีขึ้นโดยไม่ลดทอน </u><u>Productivity </u><u>ภายใต้คอนเซ็ปต์ของ &#8220;</u><u>Happy Workplace&#8221;</u> – ออฟฟิศแห่งความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคนทำงานในยุคใหม่ นอกจากนั้น ยังมุ่งสร้างสรรค์สังคมการทำงานภายใต้แนวคิด &#8216;Outward Mindset&#8217; เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ตระหนักถึงการทำงานที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ โดยให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คู่ค้า หรือเพื่อนร่วมงาน และส่งเสริมการทำงานเป็นทีมเพื่อสร้างคุณค่าและประโยชน์ร่วมกัน”</p>
<p><strong> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34268 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/12-Happy-Workplace-ของคนทำงาน.jpg" alt="" width="1200" height="725" /></strong></p>
<p><strong>Well-Being </strong><strong>มากกว่าแนวคิด แต่เป็น “ประสบการณ์จริง”</strong></p>
<p><em>“เราเชื่อว่า </em><em>‘</em><em>ความมั่นคง</em><em>’</em><em> ของชีวิตไม่จำกัดแค่รายได้จากงานประจำ”</em> NEO จึงจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะและเวิร์กช็อป เช่น D.I.Y. ยาดม เทียนหอม กระเป๋า หรืองานคราฟต์ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองเป็นเจ้าของธุรกิจเล็กๆ หรือหารายได้เสริมในเวลาว่าง พร้อมสร้างวัฒนธรรมแบบ Inclusive ที่เปิดรับความหลากหลายทั้งเพศ วัย และสไตล์ ผ่านกิจกรรม Casual Friday ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนแต่งตัวเป็นตัวเองได้เต็มที่</p>
<p><em>เราไม่มอง </em><em>Well-Being </em><em>เป็นแค่แนวคิดลอยๆ แต่คือประสบการณ์จริง”</em> ที่ NEO ทุกคนได้สัมผัสผ่านกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อดูแลทั้งกายและใจอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม Mindfulness อย่าง Sound Bath, Mandala Art และ Sand Tray เวิร์กช็อปค้นหาตัวเองและดูแลเป้าหมายชีวิต เช่น Personal Color และการวางแผนการเงินส่วนบุคคล โครงการดูแลครอบครัวของผู้ร่วมงาน ไปจนถึงพื้นที่สีเขียวบนดาดฟ้าและโรงงานที่เต็มไปด้วยผัก ผลไม้ และเลี้ยงผึ้งชันโรง ซึ่งช่วยเติมเต็มความสุขเล็กๆ เหล่านี้หล่อเลี้ยงใจให้ชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34264 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/7-NEO_Pet-Friendly-Day.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Pet-Friendly Day : Magic Moment </strong><strong>ที่เชื่อมต่อ “ทุกความสุข” </strong></p>
<p>หนึ่งในกิจกรรมที่ได้เสียงตอบรับดีเกินคาด จนกลายเป็น Magic Moment ของ NEO คือ Pet-Friendly Day วันที่ให้ผู้ร่วมงานนำสัตว์เลี้ยงมาทำงานด้วย ไม่ใช่แค่น้องหมาน้องแมว แต่ยังรวมถึงสัตว์เลี้ยงตัวโปรดอื่นๆ ที่สร้างสีสันให้กับวันทำงานได้อย่างพิเศษ ซึ่งทำให้บรรยากาศในออฟฟิศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ผ่อนคลาย และบทสนทนาใหม่ๆ ที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างทีมได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเหล่านี้เป็นเสียงสะท้อนจากผู้ร่วมงานจริงๆ ซึ่งเรามองว่านี่คือจุดตั้งต้นของผลงานที่ดี และเป็นพลังสำคัญในการจุดประกาย passion เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อย่างเต็มที่ นอกจากนั้น กิจกรรมนี้ยังเชื่อมต่อกับแบรนด์น้องใหม่อย่าง <strong>LovliTails </strong>แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยงที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในไลฟ์สไตล์ของคนรักสัตว์</p>
<p>สำหรับ LovliTails สัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่เพื่อน แต่คือ “สมาชิกในครอบครัว” ที่เติมเต็มชีวิตในทุกวันไปจนถึงความสุขทางใจ และ Pet-Friendly Day ก็คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่สะท้อนให้เห็นว่า NEO ไม่เพียงสร้างแบรนด์เพื่อคนรักสัตว์เท่านั้น แต่ยัง ใช้หัวใจเข้าไปเชื่อมต่อกับพวกเขาอย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34266 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/10-NEO_Pet-Friendly-Day.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดูแลคนทำงาน </strong><strong>= </strong><strong>การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด</strong></p>
<p><em>“ที่ </em><em>NEO</em><em> เราเชื่อว่าการดูแลคนทำงานอย่างจริงใจคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด” </em>จึงมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เชื่อมโยงชีวิตและงานเข้าด้วยกันอย่างสมดุล ตอกย้ำด้วยรางวัล รางวัล <strong>“</strong><strong>HR Asia Best Companies to Work for in Asia </strong><strong>2024” </strong>จากเวที HR Asia เป็นปีที่ 5 และรางวัล <strong>“</strong><strong>The Most Attractive Employer</strong>” จาก Future Trend Award ที่เราได้รับถึง 2 ปีซ้อน และยังเป็น 1 ใน 32 องค์กรนำร่องเพื่อพัฒนามาตรฐาน ‘สถานที่ทำงานเป็นมิตรกับครอบครัว’ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว (สสส.) <u>เพราะที่นี่ไม่ได้มอง “คนทำงาน” เป็นเพียงฟันเฟืองขององค์กร แต่คือ </u><u>‘</u><u>หัวใจ</u><u>’</u><u> ของทุกกลยุทธ์การเติบโต”</u></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34267 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/15-NEO_Pet-Friendly-Day.jpg" alt="" width="1200" height="757" /></p>
<p><em>“</em><em>NEO Well-Being </em><em>ไม่ใช่แค่แนวทางการบริหารคน แต่คือคำมั่นสัญญาในการดูแลผู้ร่วมงานอย่างรอบด้าน ทั้งร่างกาย จิตใจ และเป้าหมายชีวิต วิถีในแบบ </em><em>NEO Well-Being </em><em>นี้ไม่เพียงสร้างความสุขให้ผู้ร่วมงาน แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างขีดความสามารถและศักยภาพของบุคลากร เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำในระดับสากล”</em> <strong>คุณณิศรา</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวกิจกรรมของนีโอ คอร์ปอเรท ได้ที่เว็บไซต์ <a href="http://www.neo-corporate.com" target="_blank" rel="noopener">www.neo-corporate.com</a> และเฟซบุ๊กแฟนเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100057112885282" target="_blank" rel="noopener">NEO Corporate</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/neo-corporate-well-being/">ถอดรหัส &#8216;NEO Well-Being&#8217; เมื่อองค์กรเลือกลงทุนใน &#8216;ความสุขของคนทำงาน&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ALive Powered by AIA” เปิดแผนเตรียมอัปเกรดแอปพลิเคชัน เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำแอปพลิเคชันด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีเพื่อคนไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/alive-powered-by-aia/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 10 May 2025 06:28:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI Life Coach]]></category>
		<category><![CDATA[AIA Wellness]]></category>
		<category><![CDATA[AIA+]]></category>
		<category><![CDATA[ALive Powered by AIA]]></category>
		<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[Well being]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเจเผือก]]></category>
		<category><![CDATA[เผือก พงศธร จงวิลาส]]></category>
		<category><![CDATA[เอ ไลฟ์]]></category>
		<category><![CDATA[เอ ไลฟ์ พาวเวอร์ บาย เอไอเอ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33412</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ALive Powered by AIA” เปิดแผนเตรียมอัปเกรดแอปพลิเคชัน เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำแอปพลิเคชันด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีเพื่อคนไทย พร้อมชวน &#8220;เผือก พงศธร&#8221; เจาะอินไซต์แคมเปญ “เปลี่ยนตัวเองเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุด” ALive Powered by AIA (เอ ไลฟ์ พาวเวอร์ บาย เอไอเอ) แอปพลิเคชัน ครบวงจรด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน ชวนดีเจอารมณ์ดี “เผือก” พงศธร จงวิลาส แชร์ไอเดียสานต่อแคมเปญ “อัปชีวิตดี ๆ ที่ เอ ไลฟ์” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในทุกสเต็ปของการใช้ชีวิต ผ่านฟีเจอร์ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ง่ายสำหรับทุกคนในทุกช่วงอายุ นอกจากนี้ เอ ไลฟ์ เปิดแผนปี 2568 ที่จะใช้เทคโนโลยีทันสมัย หรือ Mar-Tech มาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนแผนการตลาดเต็มรูปแบบเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างครอบคลุม นอกจากนี้ยังเตรียมอัปเกรดแอปพลิเคชัน เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ชาญฉลาดเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ และพร้อมเป็น “AI Life Coach” ส่วนตัวที่จะสร้างแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นเวอร์ชันที่ดีขึ้นในทุกวัน “ดีเจเผือก” แชร์ไอเดียสานต่อแคมเปญ “เปลี่ยนตัวเองเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุด”  พงศธร จงวิลาส [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/alive-powered-by-aia/">“ALive Powered by AIA” เปิดแผนเตรียมอัปเกรดแอปพลิเคชัน เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำแอปพลิเคชันด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีเพื่อคนไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“ALive Powered by AIA</strong><strong>” </strong><strong>เปิดแผนเตรียมอัปเกรดแอปพลิเคชัน </strong><strong>เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำแอปพลิเคชันด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีเพื่อคนไทย </strong><em>พร้อมชวน &#8220;เผือก พงศธร&#8221; เจาะอินไซต์แคมเปญ “เปลี่ยนตัวเองเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุด</em><em>”</em><span id="more-33412"></span></p>
<p><strong>ALive Powered by AIA (</strong><strong>เอ ไลฟ์ พาวเวอร์ บาย เอไอเอ)</strong> แอปพลิเคชัน ครบวงจรด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน ชวนดีเจอารมณ์ดี <strong>“</strong><strong>เผือก</strong><strong>”</strong><strong> พงศธร จงวิลาส </strong>แชร์ไอเดียสานต่อแคมเปญ <strong>“</strong><strong>อัปชีวิตดี ๆ ที่ เอ ไลฟ์</strong><strong>”</strong> เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในทุกสเต็ปของการใช้ชีวิต ผ่านฟีเจอร์ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ง่ายสำหรับทุกคนในทุกช่วงอายุ นอกจากนี้ เอ ไลฟ์ เปิดแผนปี 2568 ที่จะใช้เทคโนโลยีทันสมัย หรือ Mar-Tech มาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนแผนการตลาดเต็มรูปแบบเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างครอบคลุม นอกจากนี้ยังเตรียมอัปเกรดแอปพลิเคชัน เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ชาญฉลาดเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ และพร้อมเป็น <strong>“AI Life Coach”</strong> ส่วนตัวที่จะสร้างแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นเวอร์ชันที่ดีขึ้นในทุกวัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33416 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Alive4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>“</strong><strong>ดีเจเผือก</strong><strong>” </strong><strong>แชร์ไอเดียสานต่อแคมเปญ “เปลี่ยนตัวเองเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุด</strong><strong>”</strong></p>
<p><em> </em><strong>พงศธร จงวิลาส </strong>หรือ<strong> “ดีเจเผือก”</strong> ที่ทุกคนรู้จักกันดีในบทบาทของการเป็นดีเจและนักแสดง เล่าถึงความเป็นตัวเองว่าตั้งแต่เด็กชอบสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนรอบข้าง “รอยยิ้มและเสียงหัวเราะทำให้ผมมีความสุข และไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนเราสามารถเปลี่ยน Bad Day ให้เป็น Best Day ได้เสมอแค่เราคิดบวก”</p>
<p><em>“</em><em>แม้ว่าบทบาทของผมจะเป็นผู้สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้คนดู แต่ผมก็เคยมีช่วงเวลาที่แย่ ในช่วงเวลานั้นๆ ผมจะให้เวลากับตัวเองสักพัก ให้เวลานั่งคิดและประเมินสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และค่อย ๆ แก้ปัญหาไปทีละเรื่อง อาจจะแก้ปัญหาทั้งหมดในคราวเดียวไม่ได้ แต่การคิดบวกช่วยเปลี่ยนมุมมองได้ อย่างน้อยก็ทำให้เรามีความสุขทางใจได้ทีละนิดๆ เปลี่ยน </em><em>Bad Day </em><em>ให้เป็น </em><em>Best Day </em><em>ได้ เรื่องราวในวันไม่ดีจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นวันที่ดี ซึ่ง เอ ไลฟ์ แอปพลิเคชัน มีฟีเจอร์ที่ทำให้เราได้รู้จักตัวเอง บันทึกความรู้สึกความคิดในแต่ละวัน ผมว่าอันนี้ช่วยทำให้ทุกคนสามารถเห็นตัวเอง และเมื่อพอเห็นตัวเอง เห็นอารมณ์ตัวเอง จะช่วยให้เราค่อย ๆ คิดเพื่อที่จะพาตัวเองออกจากสถานการณ์ที่ไม่ดี</em><em>… </em><em>ไม่มีใครที่อยากจะไม่มีความสุข แต่แค่พยายามเปลี่ยนมุมมอง เพื่อให้ใจเราสบายขึ้น</em><em>”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33415 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Alive3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เจาะอินไซต์แอปพลิเคชัน </strong><strong>“</strong><strong>เอ ไลฟ์</strong><strong>”</strong><strong> มุ่งสู่การเป็น </strong><strong>“AI Life Coach”</strong><strong> ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์</strong></p>
<p>ปัจจุบันมีผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน เอ ไลฟ์ แล้วกว่า 2 ล้านคน โดยแอปพลิเคชันและฟีเจอร์ต่าง ๆ ถูกพัฒนาและออกแบบเพื่อตอบโจทย์เทรนด์ยุคใหม่ที่ผู้คนต่างให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ครอบคลุมทั้งการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพการเงิน ผ่านฟีเจอร์อัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI โดยมีเป้าหมายให้ทุกคนสามารถ <strong>“</strong><strong>เปลี่ยนตัวเองเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุด </strong><strong>(Be the Best Version of Yourself)</strong><strong>”</strong></p>
<p><strong>ทอม </strong><strong>มิดซิค ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ด้านการตลาด เอไอเอ เวลเนส</strong> (Tom Midzic, Associate Director, Marketing, AIA Wellness) ระบุว่าแอปพลิเคชัน เอ ไลฟ์ พัฒนาขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (<strong>Health &amp; Wellness</strong>) ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่รวมถึงเทคโนโลยี AI ทำให้สามารถเข้าใจไลฟ์สไตล์และวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งานในทุกเพศทุกวัยวัยได้อย่างแม่นยำ ภายใต้สโลแกน <strong>“</strong><strong>แอปสายซัปที่ช่วยอัปชีวิตดี ๆ ในทุกด้าน</strong><strong>”</strong></p>
<p><em>“</em><em>เอ ไลฟ์ เชื่อว่าทุกคนสามารถเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเองได้ และด้วยการผสานเทคโนโลยี </em><em>AI </em><em>ทำให้สามารถจัดการข้อมูลแบบครบวงจร ทั้งรวบรวมข้อมูล</em><em> </em><em>จัดเก็บ</em><em> </em><em>วิเคราะห์เชิงลึก การติดตามแบบเรียลไทม์</em><em> </em><strong><em>(Real-Time Tracking) </em></strong><strong><em>นำไปสู่การมอบคำแนะนำเพื่อพัฒนาตัวเองในด้านต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเฉพาะบุคคลอย่างแม่นยำ โดย เอ ไลฟ์ จะทำหน้าที่เป็น </em></strong><strong><em>“AI Life Coach”</em></strong><strong><em> ที่ช่วย</em></strong><em>สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นเวอร์ชันที่ดีขึ้น ผ่านสมาร์ตฟีเจอร์และคอนเทนต์ที่มีความหลากหลาย รวมไว้ทั้งสาระ ความสนุก ความเพลิดเพลิน ไว้ในแอปพลิเคชันเดียว”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33414 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Alive2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เอ ไลฟ์ เตรียมอัปเกรดสู่เวอร์ชันที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าเคย</strong></p>
<p>แอปพลิเคชัน เอ ไลฟ์ มีความโดดเด่นด้านการใช้งานที่ง่ายและสะดวก ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพและการเปลี่ยนแปลงตัวเองตอบโจทย์การดูแลสุขภาพด้วยตนเองอย่างครบถ้วนในยุคดิจิทัล ด้วยฟีเจอร์ที่หลากหลายตอบโจทย์ในการอัปชีวิตดี ๆ ไม่ว่าจะเป็นการรู้จักตัวเองและคนรอบข้างผ่านฟีเจอร์ “Personality Test” แบบทดสอบบุคลิกภาพตามหลักจิตวิทยา การบันทึกอารมณ์ของตัวเองในแต่ละวันด้วยฟีเจอร์ “Mood Diary” การเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าเพื่อดูแลสุขภาพเพียงแค่สแกนรูปอาหารด้วยฟีเจอร์ “Food Tracker” นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ “ALive Show (เอ ไลฟ์ โชว์)” ที่นำเสนอเรื่องสุขภาพกายใจ การเงิน ความสัมพันธ์ การทำงานและไลฟ์สไตล์ โดยโค้ชผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและที่สำคัญคือฟีเจอร์มอบสิทธิพิเศษ (Rewards) เช่น ส่วนลดการเดินทางและการท่องเที่ยว อาหารและเครื่องดื่ม โปรแกรมตรวจสุขภาพ อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์ประกันภัย โดยฟีเจอร์ต่างๆ เหล่านี้ทำให้ผู้ใช้งานสามารถดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Health) ครบจบได้ในแอปฯ เดียว และเอ ไลฟ์ ยังคงพัฒนาแอปพลิเคชันและฟีเจอร์อย่างต่อเนื่อง โดยภายในปีนี้คาดว่าจะสามารถปล่อยเวอร์ชันที่จะอัปเกรดการดูแลสุขภาพตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่มีความเฉพาะตัวมากขึ้น</p>
<p><strong>บิ</strong><strong>๊</strong><strong>ก</strong><strong>เวิน เตรือง ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ด้านผลิตภัณฑ์และการสร้างประสบการณ์ลูกค้า เอไอเอ เวลเนส</strong> (Bichvan Truong, Associate Director, Product &amp; Customer Experience, AIA Wellness) กล่าวว่ากำลังเตรียมอัปเกรดแอปพลิเคชัน เอ ไลฟ์ ที่จะสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ชาญฉลาดเติมเต็มอินสไปร์ให้กับทุกไลฟ์สไตล์เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นเวอร์ชันที่ดีขึ้นในทุกวันด้วยการสร้างนิสัยที่ดี หรือ <strong>“</strong><strong>Good Habit”</strong> โดย เอ ไลฟ์ ได้นำข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้ใช้งาน ที่ เอไอเอ ประเทศไทย สำรวจพบว่าด้วยการใช้แรงจูงใจจะช่วยสนับสนุนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ดีขึ้น จึงใช้แนวคิดนี้ในการอัปเกรดฟีเจอร์รวมถึงการใช้ Gamification มาเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการสร้างนิสัยที่ดี</p>
<p><em>&#8220;</em><em>สำหรับ เอ ไลฟ์ เวอร์ชันใหม่นี้ ไม่เพียงแต่อัปเกรดประสิทธิภาพการใช้งาน แต่ยังถูกออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์ใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน จากข้อมูลเชิงลึกของ เอไอเอ ประเทศไทย การสร้างแรงจูงใจในรูปแบบต่าง ๆ จะช่วยปรับเปลี่ยนและสร้างนิสัยที่ดีหรือ </em><em>“Good Habit” </em><em>ได้ ซึ่ง เอ ไลฟ์ ได้นำรูปแบบของเกม</em><em> (Gamification) </em><em>มาผสานเพื่อช่วยเสริมการสร้างนิสัยที่ดี ทั้งด้าน</em><em> Physical, Mental </em><em>และ </em><em>Financial </em><em>ที่มีความสนุกสนาน ไม่สร้างความกดดันให้กับผู้ใช้งานมากเกินไป</em><em>”</em></p>
<p><em>บิ๊กเวิน ย้ำด้วยว่าภารกิจของ เอ ไลฟ์ นอกจากจะช่วยให้ทุกคนเข้าถึงการดูแลสุขภาพและเวลเนสแล้ว ในทุกสเต็ปของการใช้งานทุกคนต้องสนุกและเพลิดเพลินไปกับฟีเจอร์และคอนเทนต์ต่าง ๆ ด้วย ซึ่งนี่คือหัวใจของ เอ ไลฟ์</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33417 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Alive5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em><strong>เป้าหมาย</strong></em><strong>ที่หนึ่งด้านสุขภาพและเวลเนสในใจคนไทย</strong></p>
<p><em>ทอมกล่าวว่าในปี </em><em>2568 </em><em>นี้ จะเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่สำคัญของแอปพลิเคชัน เอ ไลฟ์ ที่พัฒนาโดย เอไอเอ เวลเนส ด้วยการผสานเทคโนโลยี </em><em>AI </em><em>สร้างประสบการณ์ไร้ขอบเขตให้กับผู้ใช้งาน พร้อมรุกการทำการตลาดอย่างเข้มข้นและมีประสิทธิภาพด้วยการนำกลยุทธ์ </em><em>Marketing Technology </em><em>หรือ </em>Mar-Tech <em>มาใช้ในการวางแผนการตลาด </em></p>
<p><em>“</em><em>ในปีนี้ เอ ไลฟ์ จะเพิ่มความเข้มข้นในการทำแคมเปญและกิจกรรมสื่อสารการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเราจะใช้</em><em> Mar-Tech</em><em>ขับเคลื่อนกลยุทธ์ทางการตลาดผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาเป็นเครื่องสำคัญ หรือ </em><em>TOOLS </em><em>ในการวิเคราะห์ข้อมูล วางกลยุทธ์ในการดำเนินแคมเปญการตลาด ไปจนถึงการวัดผลและปรับปรุงประสิทธิภาพของแคมเปญให้ดียิ่งขึ้น เราเชื่อมั่นว่าจะทำให้เราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างครอบคลุม ซึ่งทั้งแผนการตลาดและการอัปเกรด เอ ไลฟ์ จะทำให้เราก้าวสู่อีกระดับของการเป็นผู้นำแอปพลิเคชันด้านสุขภาพและเวลเนสเพื่อคนไทยอย่างแท้จริง</em><em>” </em></p>
<p><strong>ALive Powered by AIA</strong><strong> มุ่งมั่นที่จะเป็น &#8220;แอปสายซัปที่ช่วยอัปชีวิตดี ๆ ในทุกด้าน&#8221; <em>และมุ่งหวังว่าจะผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเป็น </em></strong><em><strong>3 </strong></em><em><strong>ล้านคน ภายในกลางปี </strong></em><em><strong>2569 </strong></em><em><strong>พร้อมตั้งเป้าเป็นผู้นำแพลตฟอร์มสุขภาพแบบครบวงจรของไทยที่ผสาน </strong></em><em><strong>AI, Community </strong></em><em><strong>และ </strong></em><em><strong>Personalized Wellness </strong></em><em><strong>เข้าด้วยกัน</strong></em><em> <strong>เพื่อตอกย้ำ</strong></em><strong>ผู้นำด้านสุขภาพในใจทุกคนและสร้างแรงบันดาลใจในทุกสเต็ปของการใช้ชีวิต </strong><strong>“</strong><strong>เปลี่ยนตนเองเป็นเวอร์ชันที่ดีขึ้น</strong><strong>”</strong><strong> สอดคล้องกับภารกิจของ เอไอเอ </strong><strong>ที่หวังให้คนไทยมีสุขภาพดี ได้ง่าย ๆ ตอกย้ำคำมั่นสัญญา </strong><strong>“Healthier, Longer, Better Lives &#8211; เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น” </strong></p>
<p>ดาวน์โหลดแอป เอ ไลฟ์ (ALive Powered by AIA) ผ่านสมาร์ตดีไวซ์บนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่ออัปชีวิตดีๆ และอัปเดตเทรนด์การดูแลตัวเอง ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพการเงิน ครบจบภายในแอปเดียว และสามารถติดตามแคมเปญดีๆ ทั้งบนแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ <a href="https://www.aia.co.th/th/health-wellness/alive" target="_blank" rel="noopener">https://www.aia.co.th/th/health-wellness/alive</a> และเฟซบุ๊ก ALive Powered By AIA</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/alive-powered-by-aia/">“ALive Powered by AIA” เปิดแผนเตรียมอัปเกรดแอปพลิเคชัน เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำแอปพลิเคชันด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีเพื่อคนไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>WHA Group: เคียงข้างการเติบโตของ &#8216;คน&#8217; สร้างโอกาสทางการศึกษา ควบคู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/wha-group-human-progress-empowering-people/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Apr 2025 10:07:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Accessibility]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Empowering]]></category>
		<category><![CDATA[Human Progress]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[We Shape The Future]]></category>
		<category><![CDATA[Well being]]></category>
		<category><![CDATA[WHA]]></category>
		<category><![CDATA[WHA Group]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[คน]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ดับบลิวเอชเอ]]></category>
		<category><![CDATA[ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[ดับบลิวเอชเอ ปันกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32996</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในบริบทของโลกธุรกิจยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างรอบด้าน WHA Group มีความมุ่งหวังที่จะส่งมอบความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ภายใต้กลยุทธ์ WHA : WE SHAPE THE FUTURE ด้วยความมุ่งมั่น 3 ด้าน คือ W- Well Being การมุ่งสู่ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของทุกชีวิต และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน H-Human Progress การพัฒนาในทุกภาคส่วนให้มีความก้าวหน้า และ A- Accessibility สร้างโอกาสการเข้าถึงปัจจัยและคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การพัฒนาศักยภาพของ &#8220;คน&#8221; โซลูชัน H – Human Progress จึงถูกวางไว้เป็นหัวใจสำคัญ มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกภาคส่วนในสังคมให้เติบโต และก้าวหน้าไปพร้อมกัน ความมุ่งมั่นนี้มิได้เป็นเพียงวาทกรรม แต่ได้รับการขับเคลื่อนผ่านโครงการที่เป็นรูปธรรมและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนอย่างแท้จริง โดยมีสามโครงการสำคัญที่สะท้อนเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group ในการมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนที่อยู่ในพื้นที่อย่างเด่นชัด ได้แก่ โครงการสนับสนุนด้านการศึกษาและพัฒนาทักษะ การสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพเยาวชนผ่านกีฬาฟุตบอล และ โครงการดับบลิวเอชเอ ปันกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/wha-group-human-progress-empowering-people/">WHA Group: เคียงข้างการเติบโตของ &#8216;คน&#8217; สร้างโอกาสทางการศึกษา ควบคู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในบริบทของโลกธุรกิจยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างรอบด้าน <strong>WHA Group</strong> มีความมุ่งหวังที่จะส่งมอบความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ภายใต้กลยุทธ์ <strong>WHA : WE SHAPE THE FUTURE</strong> ด้วยความมุ่งมั่น 3 ด้าน คือ</p>
<p><span id="more-32996"></span></p>
<p><strong>W- Well Being</strong> การมุ่งสู่ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของทุกชีวิต และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน <strong>H-Human Progress</strong> การพัฒนาในทุกภาคส่วนให้มีความก้าวหน้า และ <strong>A- Accessibility</strong> สร้างโอกาสการเข้าถึงปัจจัยและคุณภาพชีวิตที่ดี</p>
<p>ซึ่งรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การพัฒนาศักยภาพของ &#8220;คน&#8221; โซลูชัน <strong>H – Human Progress</strong> จึงถูกวางไว้เป็นหัวใจสำคัญ มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกภาคส่วนในสังคมให้เติบโต และก้าวหน้าไปพร้อมกัน</p>
<p>ความมุ่งมั่นนี้มิได้เป็นเพียงวาทกรรม แต่ได้รับการขับเคลื่อนผ่านโครงการที่เป็นรูปธรรมและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนอย่างแท้จริง โดยมีสามโครงการสำคัญที่สะท้อนเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของ <strong>บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group</strong> ในการมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนที่อยู่ในพื้นที่อย่างเด่นชัด ได้แก่ <strong>โครงการสนับสนุนด้านการศึกษาและพัฒนาทักษะ การสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพเยาวชนผ่านกีฬาฟุตบอล</strong> <strong>และ โครงการดับบลิวเอชเอ ปันกัน</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33007 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Re1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>เติมเต็มโอกาสทางการศึกษา: </strong><strong>WHA Group </strong><strong>ลงทุนเพื่ออนาคตของเยาวชน</strong></p>
<p>WHA Group ตระหนักดีว่าการศึกษาคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาศักยภาพมนุษย์อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเยาวชนที่อาจขาดแคลนทุนทรัพย์แต่มีความมุ่งมั่นและมีศักยภาพ การสนับสนุนด้านการศึกษาและพัฒนาทักษะ จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญภายใต้เสาหลัก Human Progress ที่ WHA Group ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง</p>
<p>ตลอดระยะเวลา 27 ปีที่ผ่านมา WHA Group ได้สนับสนุนอุปกรณ์การศึกษา โดยมอบกระเป๋านักเรียนและอุปกรณ์การเรียนให้กับนักเรียนในพื้นที่รอบนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอไปแล้วกว่า 370,000 คน และสนับสนุนทุนการศึกษาให้นักเรียนที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาเป็นประจำทุกปี เพื่อให้พวกเขาสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ</p>
<p>นอกจากนี้ WHA Group ยังร่วมมือกับสถานศึกษาวิทยาลัยเทคนิคบ้านค่าย จังหวัดระยอง ในการสนับสนุน โครงการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี โดยการมอบทุนการศึกษาเต็มจำนวน และประสานงานกับบริษัทคู่ค้าในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติงานจริง ควบคู่ไปกับการเรียนภาคทฤษฎี เป็นการ <strong>&#8220;สร้างทักษะที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน&#8221;</strong> และเพิ่มโอกาสในการมีงานทำหลังสำเร็จการศึกษา</p>
<p>โดย WHA Group สนับสนุนโครงการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 15 ปี ตั้งแต่การดำเนินโครงการในปี 2553 จนถึงปี 2568 มีนักศึกษาเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น จำนวน 135 คน และในปี 2568 นี้ กลุ่มบริษัทฯ ได้มอบทุนการศึกษาเต็มจำนวนให้แก่นักศึกษาจำนวน 11 คน และ 100% ของนักศึกษาที่จบจากโครงการนี้ สามารถเข้าทำงานกับลูกค้าของกลุ่มบริษัทฯ  นอกจากนี้ ในปี 2568 กลุ่มบริษัทฯ ยังได้มอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีจำนวน 1 ทุน โดยมีเงื่อนไขว่านักศึกษาที่ได้รับทุนจะต้องกลับมาเป็นครูที่วิทยาลัยเทคนิคบ้านค่าย ตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อสนับสนุนให้วิทยาลัยมีบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพ และสามารถผลิตนักศึกษาที่มีทักษะและศักยภาพสูงต่อไป</p>
<p>การสนับสนุนด้านการศึกษาของ WHA Group ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การมอบทุนทรัพย์ แต่ยังรวมถึงการ สนับสนุนให้เด็กๆ มีสถานการศึกษาที่สนับสนุนด้านการเรียน เช่น ในปี 2566-2567 ให้มีการติดตั้งโซล่าเซลล์บนหลังคาโรงเรียนในพื้นที่รอบนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอจำนวน 3 โรงเรียน ได้แก่  <strong>โรงเรียนนิคมสร้างตนเองจังหวัดระยอง 9</strong> โดยมีกำลังการผลิตไฟฟ้า อยู่ที่ 10.45 กิโลวัตต์สูงสุด (kWp) ซึ่งมีนักเรียนทั้งหมด 319 คน สามารถช่วยโรงเรียนประหยัดค่าไฟฟ้าได้ถึง 72,0000 บาทต่อปี หรือคิดเป็น 67% ต่อปี  <strong>โรงเรียนนิคมสร้างตนเองจังหวัดระยอง 3 </strong>โดยมีกำลังการผลิตไฟฟ้า อยู่ที่ 18.75 กิโลวัตต์สูงสุด (kWp) ซึ่งมีนักเรียนทั้งหมด 838 คน สามารถช่วยโรงเรียนประหยัดค่าไฟฟ้าได้ถึง 120,0000 บาทต่อปี หรือคิดเป็น 40% ต่อปี  และ<strong>โรงเรียนบ้านหนองละลอก</strong> โดยกำลังการผลิตไฟฟ้า อยู่ที่ 11.25 กิโลวัตต์สูงสุด (kWp)  ซึ่งมีนักเรียนทั้งหมด 160 คน สามารถช่วยโรงเรียนประหยัดค่าไฟฟ้าได้ถึง 60,000 บาทต่อปี หรือคิดเป็น 56% ต่อปี เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคของโรงเรียน และส่งเสริมให้โรงเรียนสามารถใช้ไฟฟ้าสำหรับห้องเรียนคอมพิวเตอร์และห้องเรียนอื่นๆ ภายในโรงเรียนได้ประหยัดขึ้น ช่วยให้โรงเรียนสามาถนำค่าไฟที่ประหยัดได้ นำไปพัฒนาในด้านอื่นของการเรียน</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีโครงการสนับสนุนครูอัตราจ้างให้กับโรงเรียนที่มีคุณครูไม่เพียงพอจำนวน 7 โรงเรียนอย่างต่อเนื่อง มาเป็นเวลา 7 ปี  และมีการส่งเสริมการพัฒนาทักษะสำหรับยุค AI และการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี เช่น ทักษะด้านเทคโนโลยี ทักษะการคิดวิเคราะห์ และทักษะด้านภาษา เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนเหล่านี้สามารถเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33008 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Re3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>สนับสนุนเยาวชน ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และทักษะชีวิต : </strong><strong>WHA </strong><strong>สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพเยาวชนผ่านกีฬาฟุตบอล</strong></p>
<p>การสนับสนุนสโมสรฟุตบอลระยอง เอฟซี สโมสรชลบุรี เอฟซี สโมสรฟุตบอลบ้านค่าย ยูไนเต็ด และสโมสรปลวกแดงเอฟซี ตลอดจนการพัฒนาสนามฟุตบอล <strong>WHA ระยอง สเตเดียม</strong> ก็เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน Human Progress ของ WHA Group</p>
<p>การสนับสนุนในด้านกีฬาฟุตบอลมิได้มุ่งเน้นเพียงแค่การสร้างความบันเทิง แต่เป็นการสนับสนุนกีฬาฟุตบอลในเขตพื้นที่จังหวัดระยองและชลบุรี  เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในการเล่นกีฬา และเป็นการสร้างโอกาสในการพัฒนาเยาวชน ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม การฝึกฝนกีฬาช่วยเสริมสร้างวินัย ความมุ่งมั่น ความสามัคคี และน้ำใจนักกีฬา ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต</p>
<p>WHA Group เล็งเห็นว่า เยาวชนคือกลุ่มพลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศในอนาคต การสนับสนุนให้พวกเขามีโอกาสพัฒนาตนเองในทุกด้าน จึงเป็นการ &#8220;สร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง&#8221; ให้กับสังคมในวันหน้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33117 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/WHA-Community-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8220;ดับบลิวเอชเอ ปันกัน&#8221; : พื้นที่แห่งโอกาส สร้างการเติบโตที่ยั่งยืนจากภายในชุมชน</strong></p>
<p>WHA Group เล็งเห็นถึงศักยภาพและภูมิปัญญาอันล้ำค่าของชุมชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรม จึงได้ริเริ่ม <strong>โครงการดับบลิวเอชเอ ปันกัน</strong> ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2563 เพื่อเป็น <strong>&#8220;พื้นที่แห่งโอกาส</strong>&#8221; ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การซื้อขาย แต่เป็นการ &#8220;สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน&#8221; ให้กับผู้คนในชุมชนอย่างแท้จริง ผ่านการสนับสนุนช่องทางการตลาดออนไลน์บนเว็บไซต์ <a href="https://pangan.wha-industrialestate.com/th/home" target="_blank" rel="noopener">https://pangan.wha-industrialestate.com/th/home</a> แพลตฟอร์มนี้เป็นมากกว่าตลาดออนไลน์ แต่เป็น &#8220;เวทีแห่งการเรียนรู้และพัฒนา&#8221; ที่เปิดโอกาสให้ชาวชุมชนได้นำเสนอผลิตภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ ผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานจากผักตบชวา ผลิตภัณฑ์ผ้าทอท้องถิ่นจากเส้นใยสับปะรด ซึ่งเป็นผลไม้ท้องถิ่นของพื้นที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง น้ำผึ้งจากสวนผลไม้ในชุมชน สินค้าจากไม้หอมกฤษณาและสมุนไพรไทยจากธรรมชาติ อาหารรสชาติต้นตำรับ รวมกว่า 70 ร้านค้าในโครงการ ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างรายได้ แต่ยัง &#8220;เสริมสร้างความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น&#8221; และ &#8220;ยกระดับคุณภาพชีวิต&#8221; ของพวกเขาอย่างแท้จริง</p>
<p>โครงการ &#8220;<strong>ดับบลิวเอชเอ ปันกัน</strong>&#8221; สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ WHA Group ในการขับเคลื่อนเสาหลัก Human Progress อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการสร้างโอกาสในการเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับร้านค้าชุมชน โดยการช่วยประชาสัมพันธ์ร้านค้าและนำร้านค้าในโครงการร่วมจำหน่ายสินค้าในกิจกรรมตลาดของดับบลิวเอชเอและในพื้นที่ของบริษัทลูกค้าของดับบลิวเอชเอ และยังสนับสนุนสินค้าชุมชนในเทศกาลต่างๆ รวมทั้งจัดทำกระเช้าปีใหม่จากสินค้าชุมชน ไม่เพียงแต่เป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจในระดับฐานราก แต่ยังเป็นการ &#8220;พัฒนาศักยภาพของร้านค้าชุมชน&#8221; ให้มีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด ที่สามารถสร้างรายได้และเลี้ยงดูครอบครัวได้จากการจำหน่ายสินค้าชุมชนผ่าน &#8220;โครงการดับบลิวเอชเอปันกัน&#8221; ทำให้สินค้าของพวกเขาสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าได้มากขึ้น ทำให้ร้านค้าชุมชนเหล่านั้นมีรายได้จากการเข้าร่วมโครงการดับบลิวเอชเอ ปันกัน มากขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ การสนับสนุนให้เกิดการ &#8220;<strong>สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น</strong>&#8221; ยังเป็นการรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรมและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในระยะยาว โครงการนี้เป็นเสมือนสะพานเชื่อมโยงความรู้และความเชี่ยวชาญจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชนยังคงอยู่และเป็นที่รู้จักในวงกว้าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33010 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Re2.jpg" alt="" width="1100" height="733" /></p>
<p><strong>Human Progress: </strong><strong>รากฐานแห่งการเติบโตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง</strong></p>
<p>โครงการสนับสนุนด้านการศึกษาและพัฒนาทักษะ การสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพเยาวชนผ่านกีฬาฟุตบอล และโครงการ &#8220;ดับบลิวเอชเอ ปันกัน&#8221; เป็นเพียงตัวอย่างของสามโครงการที่ได้สะท้อนความมุ่งมั่นของ WHA Group ในการขับเคลื่อนโซลูชัน H – Human Progress ภายใต้กลยุทธ์<strong> WHA: WE SHAPE THE FUTURE</strong> ด้วยความเชื่อมั่นว่าการพัฒนาศักยภาพของ &#8220;คน&#8221; ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม  ภูมิปัญญา สุขภาพ และการศึกษา คือรากฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งองค์กร ชุมชน และประเทศชาติโดยรวม</p>
<p>WHA Group จะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์และสนับสนุนโครงการต่างๆ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็ง มีความก้าวหน้า และเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน สมดังเจตนารมณ์<strong> WE SHAPE THE FUTURE</strong> อย่างแท้จริง เพราะเราเชื่อว่า <strong>การลงทุนใน &#8220;คน&#8221; คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของทุกคน</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/wha-group-human-progress-empowering-people/">WHA Group: เคียงข้างการเติบโตของ &#8216;คน&#8217; สร้างโอกาสทางการศึกษา ควบคู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค &#8216;3 เซฟ&#8217; ​ช่วย &#8216;เซฟธุรกิจ&#8217; ปิด Pain Point แม้เผชิญหลากหลายความเสี่ยง​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/cmmu-mahidol-share-consumer-trends-to-save-business/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Apr 2025 10:37:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Business Management]]></category>
		<category><![CDATA[CMMU]]></category>
		<category><![CDATA[CMMU Mahidol]]></category>
		<category><![CDATA[Consumer Trends]]></category>
		<category><![CDATA[GO GREEN]]></category>
		<category><![CDATA[Holistic Wellbeing]]></category>
		<category><![CDATA[Safe Health & Mental Health ​]]></category>
		<category><![CDATA[Save Earth]]></category>
		<category><![CDATA[Save Money]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Well being]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเอ็มเอ็มยู]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.สุเทพ นิ่มสาย]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[พชรณัชช์ เอกวุฒิ]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรมผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33025</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2568 เป็นอีกหนึ่งปีที่ยากลำบากของเศรษฐกิจทั่วโลกและไทย แม้ดูเหมือนจะมีสัญญาณการฟื้นตัวจากภาคการท่องเที่ยวที่มีการคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาแตะ 40 ล้านคนในปี 2568 รวมทั้งการลงทุนจากในประเทศและต่างประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงบีบคั้นอยู่รอบด้าน ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก สินค้าจีนที่ทะลักเข้ามาตีตลาดไทย มาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกาซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ อีกทั้งราคาสินค้าและบริการที่ขยับตัวสูงตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว กำลังซื้อถดถอย ทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยจึงยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ท่ามกลางความท้าทาย ยังมีเทรนด์ผู้บริโภคที่น่าสนใจ ที่หากทำความเข้าใจและตอบสนองได้​ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจเติบโต​ ได้แก่ พฤติกรรม 3 เซฟ ประกอบด้วย  Save Money, Save Earth, Safe Health &#38; Mental Health ​สะท้อนให้เห็นแนวทางการใช้ชีวิต และปัจจัยการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภคคนไทยในปัจจุบันได้เป็นอ ผศ.ดร.สุเทพ นิ่มสาย หัวหน้าสาขาการจัดการและกลยุทธ์ (Management and Strategy) วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ​อธิบายว่า  ​พฤติกรรม &#8216;3 เซฟ &#8216; ​จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้​หลายธุรกิจ แต่ขณะเดียวกันก็จะไปกระตุ้นให้บางธุรกิจต้องเร่งปรับตัว หากต้องการอยู่รอดและเติบโต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/cmmu-mahidol-share-consumer-trends-to-save-business/">เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค &#8216;3 เซฟ&#8217; ​ช่วย &#8216;เซฟธุรกิจ&#8217; ปิด Pain Point แม้เผชิญหลากหลายความเสี่ยง​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปี 2568 เป็นอีกหนึ่งปีที่ยากลำบากของเศรษฐกิจทั่วโลกและไทย แม้ดูเหมือนจะมีสัญญาณการฟื้นตัวจากภาคการท่องเที่ยวที่มีการคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาแตะ 40 ล้านคนในปี 2568 รวมทั้งการลงทุนจากในประเทศและต่างประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ</p>
<p><span id="more-33025"></span></p>
<p>แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงบีบคั้นอยู่รอบด้าน ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก สินค้าจีนที่ทะลักเข้ามาตีตลาดไทย มาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกาซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ อีกทั้งราคาสินค้าและบริการที่ขยับตัวสูงตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว กำลังซื้อถดถอย ทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยจึงยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน</p>
<p>ท่ามกลางความท้าทาย ยังมีเทรนด์ผู้บริโภคที่น่าสนใจ ที่หากทำความเข้าใจและตอบสนองได้​ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจเติบโต​ ได้แก่ <strong>พฤติกรรม 3 เซฟ </strong>ประกอบด้วย  <strong>Save Money, Save Earth, Safe Health &amp; Mental Health </strong>​สะท้อนให้เห็นแนวทางการใช้ชีวิต และปัจจัยการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภคคนไทยในปัจจุบันได้เป็นอ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33026" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/ผศ.ดร.สุเทพ-นิ่มสาย-หัวหน้าสาขาการจัดการและกลยุทธ์-CMMU.jpg" alt="" width="467" height="700" /></p>
<p><strong>ผศ.ดร.สุเทพ นิ่มสาย หัวหน้าสาขาการจัดการและกลยุทธ์ (</strong><strong>Management and Strategy) </strong><strong>วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (</strong><strong>CMMU) </strong>​อธิบายว่า  ​พฤติกรรม <strong>&#8216;3 เซฟ &#8216; </strong>​จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้​หลายธุรกิจ แต่ขณะเดียวกันก็จะไปกระตุ้นให้บางธุรกิจต้องเร่งปรับตัว หากต้องการอยู่รอดและเติบโต ธุรกิจที่ตอบโจทย์เทรนด์นี้ได้ และเข้าใจว่าผู้บริโภคต้องการอะไร จะสามารถขยายฐานลูกค้าและเติบโตได้ แม้อยู่ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจผันผวน ขณะที่ธุรกิจที่ยังปรับตัวตามไม่ทันอาจต้องเผชิญกับความท้าทายที่รุนแรงกว่าเดิม โดยพฤติกรรม 3 เซฟ ​ประกอบไปด้วย</p>
<p><strong>1. Save Money :</strong><strong> ฉลาดช้อป ฉลาดใช้  ไม่ต้องถูกที่สุด แต่ต้องคุ้มที่สุด </strong></p>
<p>จากภาวะค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงขึ้น​ บีบคั้นให้ผู้บริโภคต้องใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าหรือบริการที่ &#8220;<strong>ถูกที่สุด</strong>&#8221; เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ​แต่กลับมองหา​​ความคุ้มค่าในระยะยาว</p>
<p><strong>พฤติกรรม :</strong> ผู้บริโภคจะ​คิดก่อนจ่ายและวางแผนก่อนใช้เงินมากขึ้น นิยมซื้อสินค้าจากโปรโมชั่นล่วงหน้า หรือเลือกซื้อของที่สามารถใช้ได้นานๆ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว และชอบเปรียบเทียบราคา ตรวจสอบโปรโมชั่น และหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ</p>
<p><strong>ธุรกิจที่ได้รับอานิสสงส์ :  </strong>ธุรกิจค้าปลีกที่เน้นขายสินค้าราคาประหยัดหรือเน้นขายทีละมากๆ  ทำให้มีราคาต่อหน่วยลดลง แพลตฟอร์ม e-Commerce ที่มีโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม หรือมีระบบ Subscription ที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว ตลาดสินค้ามือสองและธุรกิจให้เช่าสินค้า ​​ขณะที่แบรนด์พรีเมียมที่ขายสินค้าในราคาที่สูงกว่าอาจยอดขายลดลง หากไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33029 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Re-CMMU-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>กลยุทธ์ : เมื่อผู้บริโภคฉลาดใช้ ธุรกิจต้องฉลาดขาย</strong></p>
<p>ธุรกิจต้องปรับกลยุทธ์การขายให้สอดคล้องพฤติกรรม Save Money เพื่อรักษาฐานลูกค้าและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ​ผ่านแนวทางสำคัญ ดังนี้</p>
<p><strong>&#8211; ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า คุ้มค่าทุกครั้งที่ใช้จ่าย &#8211; </strong>ปรับกลยุทธ์ด้านราคาและโปรโมชั่น ที่ไม่ใช่แค่ลดราคา แต่ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าทุกครั้งที่ใช้จ่าย เช่น แคมเปญลดราคาตามเทศกาล โปรโมชั่นสุดพิเศษในวันดีลใหญ่อย่าง 11.11, 12.12 โปรโมชั่นผ่อน 0% คูปองส่วนลดพิเศษ การขายแบบ Flash Sale หรือดีลสุดคุ้มที่ช่วยกระตุ้นให้ต้องรีบซื้อ Cashback หรือส่วนลดในการซื้อครั้งถัดไป ทำให้ลูกค้ารู้สึกยิ่งจ่ายยิ่งได้และจูงใจให้เกิดการซื้อซ้ำ</p>
<p><strong>&#8211; ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า &#8220;ได้กำไร&#8221; ทุกครั้งที่ซื้อ</strong> – มอบข้อเสนอดึงดูดใจที่ไม่ว่าใครก็ไม่อยากปฏิเสธ ซึ่งไม่ใช่แค่การลดราคาที่อาจช่วยดึงดูดลูกค้าได้เป็นครั้งคราว แต่เป็นการสร้าง <strong>&#8220;คุณค่า&#8221;</strong> ให้สินค้าที่จะช่วยให้ขายได้ในระยะยาว เช่น ทนทาน ใช้งานได้นาน มีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์มากกว่าแบรนด์คู่แข่ง มี Loyalty Program เช่น โปรแกรมสะสมแต้มที่สามารถแลกเป็นส่วนลดหรือของรางวัล ช่วยให้เกิดการซื้อซ้ำ นำเสนอแพ็กเกจ Subscription หรือระบบ Membership ที่ช่วยให้จ่ายน้อยลงแต่ได้สิทธิพิเศษมากขึ้น สามารถซื้อสินค้าในราคาพิเศษ หรือได้รับบริการหลังการขายที่ดีกว่า เช่น รับประกันสินค้านานขึ้น บริการส่งฟรี หรือรับคืนสินค้าฟรี ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกว่าทุกบาททุกสตางค์ที่เสียไปนั้นคุ้มเกินคุ้ม</p>
<p><strong>&#8211; เพิ่มความพิเศษให้ทุกข้อเสนอ &#8211; </strong>ใช้เทคโนโลยีอย่าง <strong>AI </strong><strong>และ </strong><strong>Big Data</strong> วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพื่อเสนอโปรโมชั่นเฉพาะบุคคล เช่น ส่งโค้ดส่วนลดให้ลูกค้าประจำ นำเสนอสินค้าที่ตรงกับความสนใจของลูกค้า หรือเพิ่มบริการเปรียบเทียบราคา เพื่อให้ลูกค้าเห็นว่าแบรนด์ใดมีข้อเสนอที่ดีที่สุด</p>
<p><strong>&#8211; เพิ่มทางเลือก ที่ตอบโจทย์ตรงใจ &#8211; </strong>เพิ่มช่องทางขายสินค้ามือสอง (Certified Pre-Owned) ที่ผ่านการรับรองคุณภาพ สำหรับลูกค้าที่มองหาทางเลือกที่ประหยัดแต่ยังได้รับสินค้าที่คุณภาพดี หรือเพิ่มไลน์การผลิตสินค้าแบบ Refill เพื่อเพิ่มทางเลือกที่ประหยัดและคุ้มค่ามากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33030 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Re-CMMU-1.jpg" alt="" width="1200" height="649" /></p>
<p><strong>2. Save Earth</strong><strong> : ลด ละ เลิก เลือกใช้ เพื่อโลกที่สดใสกว่าเดิม</strong></p>
<p><strong>พฤติกรรม :</strong> ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ทำให้คนทั่วโลกรวมถึงคนไทยตื่นตัว เกิดกระแสรักษ์โลกและหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลดขยะ ลดพลาสติก ลดการใช้พลังงาน ผู้บริโภคยุคนี้จึงไม่ได้ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าแค่คุณภาพและราคาเท่านั้น แต่มีแนวโน้มที่จะเลือกสนับสนุนแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากกว่าและกลายเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ</p>
<p><strong>ธุรกิจที่ได้รับอานิสสงส์ :  </strong> ธุรกิจที่มีนโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนชัดเจนจะได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค และเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้น ​ขณะที่​ธุรกิจ​ Fast Fashion อุตสาหกรรมที่ปล่อยคาร์บอนสูง เพิ่มขยะ หรือธุรกิจที่ยังคงเพิกเฉยต่อประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ไม่มีนโยบายลดคาร์บอนฟุตพรินต์ อาจเผชิญแรงกดดันจากภาพลักษณ์ไม่รักษ์โลก และจะค่อยๆ ถูกแย่งส่วนแบ่งในตลาดไป</p>
<p><strong> กลยุทธ์ : เมื่อผู้บริโภค Save Earth ธุรกิจที่อยากโตต้อง </strong><strong>Go green</strong></p>
<p>การปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวโน้มนี้ ธุรกิจต้องมีความจริงใจและโปร่งใส ไม่ใช่แค่สร้างภาพว่ารักษ์โลกแบบ Greenwashing แต่ต้องมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็น</p>
<p><strong>&#8211; ลดของเสียให้เป็นศูนย์ </strong><strong>(Zero Waste)</strong> <strong>&#8211; </strong>ออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ด้วยวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ รีไซเคิล หรือย่อยสลายได้ หรือใช้วัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตมาสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น การนำพลาสติกใช้แล้วกลับมารีไซเคิลเป็นสินค้าใหม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33031 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Re-CMMU-7.jpg" alt="" width="1200" height="640" /></p>
<p><strong>&#8211; ลดคาร์บอนทุกขั้นตอนการผลิต </strong><strong>&#8211;</strong> ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่ใช้พลังงานสะอาด และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพรินต์ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ</p>
<p><strong>&#8211; หมุนเวียนครบวงจร ใช้ซ้ำอย่างยั่งยืน </strong><strong>&#8211; </strong>พัฒนาโมเดลธุรกิจตามแนวคิด Circular Economy สนับสนุนให้สินค้าถูกนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น โครงการรับคืนสินค้าเก่าแลกสินค้าใหม่ เพิ่มไลน์ธุรกิจสินค้ามือสอง หรือสร้างแพลตฟอร์มให้ลูกค้านำสินค้ามาขายต่อ ธุรกิจค้าปลีกสามารถเพิ่มบริการ Refill Station สำหรับให้ลูกค้านำภาชนะมาเติมสินค้า เช่น แชมพู สบู่ น้ำยาทำความสะอาดต่างๆ เพื่อลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก</p>
<p><strong>&#8211; ตอกย้ำภาพ </strong><strong>Green Branding​</strong><strong> ชูจุดยืนรักษ์โลก &#8211; </strong>ใช้ Storytelling บอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์กับแนวคิดเรื่องความยั่งยืน ความใส่ใจสิ่งแวดล้อม กระบวนการผลิตที่รักษ์โลก พร้อมสร้างคอนเทนต์ให้ความรู้เรื่องการบริโภคอย่างยั่งยืน และแนะนำการเลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>&#8211;  </strong><strong>จับมือพันธมิตร​ รวมพลังสร้างโลกสวย &#8211; </strong> เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึก​มีส่วนร่วมสร้างโลกที่ดีกว่าเดิม เช่น การบริจาคส่วนหนึ่งของยอดขายให้โครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม ร่วมมือกับหน่วยงานที่ส่งเสริม Circular Economy พัฒนาโครงการด้านความยั่งยืน เช่น รับซื้อสินค้าเก่าคืนเพื่อซ่อมแซมและนำมาขายต่อในราคาย่อมเยา สนับสนุนการใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก หรือส่งเสริมให้ลูกค้านำภาชนะมาเองเพื่อลดขยะจากบรรจุภัณฑ์</p>
<p><strong>3. Safe Health &amp; Mental Health : </strong><strong>สุขภาพกาย สุขภาพใจ ต้องมาก่อน</strong></p>
<p><strong>พฤติกรรม :</strong> ผู้บริโภค​จะให้ความสนใจดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellbeing) ทั้งร่างกายและจิตใจ ตั้งแต่การเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ฉีดวัคซีน เสริมภูมิคุ้มกันป้องกันโรค ออกกำลังกาย ท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ และให้ความสำคัญกับ <strong>Work-Life Balance </strong> และมุ่งเน้นไปที่การป้องกันมากกว่าการรักษา</p>
<p><strong>ธุรกิจที่ได้รับอานิสสงส์ :  </strong>อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม ฟิตเนส เทคโนโลยีด้านสุขภาพ บริการ Health&amp;Wellness สินค้าและบริการฮีลใจต่างๆ เช่น ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ สินค้าออร์แกนิก ฟิตเนสออนไลน์ รวมทั้งแพลตฟอร์มเพื่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต ​ เช่น MyFitnessPal, Doctor A to Z, Headspace, Ooca รวมไปถึงเครื่องติดตามสุขภาพต่างๆ Wearable Tech และ Smart Health Devices เช่น Apple Watch, Fitbit เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33027 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/นายพชรณัชช์-เอกวุฒิ-ศิษย์เก่าสาขาการจัดการธุรกิจสุขภาพ-HBMCMMU.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณพชรณัชช์ เอกวุฒิ </strong>ผู้จัดการศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ศิษย์เก่าสาขาการจัดการธุรกิจสุขภาพ (HBM) CMMU ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า <em>ผู้บริโภคในปัจจุบันเริ่มตระหนักว่า การดูแลตัวเองคือการลงทุนที่คุ้มค่าและช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคต ทำให้เทรนด์รักสุขภาพเป็นเทรนด์ที่ยังคงมาแรง ทำให้ธุรกิจที่สามารถนำเสนอทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจและทำให้การมีสุขภาพดีเป็นเรื่องง่าย จะมีโอกาสเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน​ ​ขณะเดียวกัน ธุรกิจที่ขายสินค้าหรือบริการที่ส่งผลลบต่อสุขภาพ เช่น อาหารจานด่วนที่มีแคลอรีสูง เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมาก รวมถึงสินค้าและบริการที่สวนทางกับแนวคิด Well-being หรือไม่มีทางเลือกเพื่อสุขภาพอาจต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาฐานลูกค้า</em></p>
<p><strong>กลยุทธ์ : อยากได้​ใจสาย </strong><strong>Healthy  ธุรกิจยุคใหม่ต้องดีต่อกาย ดีต่อใจ </strong></p>
<p>ธุรกิจต้องสามารถนำเสนอทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจ เพื่อสร้างพื้นฐานการมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน​ ตามแนวทางต่อไปนี้</p>
<p><strong>&#8211; สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ</strong> &#8211; แบรนด์อาหารและเครื่องดื่มควรเพิ่มทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสุขภาพมากขึ้น เช่น เปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบออร์แกนิก ลดการใช้สารปรุงแต่ง เพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ Low Sugar, Low Sodium, Plant-Based หรือปรับสูตรเพิ่ม Functional Ingredients, <strong>Nutraceuticals</strong> ที่ช่วยดูแลสุขภาพเฉพาะจุด เช่น อาหารเสริมบำรุงสมอง ชะลอวัย สร้างภูมิคุ้มกัน หรือเพิ่มส่วนผสมที่ช่วยผ่อนคลาย ลดความเครียด เช่น ชาที่ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น เครื่องดื่มสมุนไพรที่ช่วยปรับสมดุลอารมณ์ ทำให้รู้สึกสงบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33032 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Re-CMMU-4.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>&#8211; เพิ่มบริการ </strong><strong>Health &amp; Wellness </strong>– ธุรกิจโรงแรมและที่พัก หรือสถานที่ต่างๆ ควรเพิ่มบริการ Wellness Retreat ที่เน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เช่น Meditation Programs, Wellness Spa, Yoga Retreat, เก้าอี้นวดไฟฟ้า ฯลฯ เป็นส่วนหนึ่งของบริการหลัก เพื่อเพิ่มยอดขายหรือเพิ่มทางเลือกในการตัดสินใจเลือกใช้บริการ</p>
<p><strong>&#8211; ใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยให้การดูแลสุขภาพกาย-ใจ เป็นเรื่องง่าย &#8211; </strong>ธุรกิจสุขภาพต่างๆ สามารถเพิ่มบริการพบแพทย์ออนไลน์ Telemedicine เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้ง่ายยิ่งขึ้นสนับสนุนการใช้ Wearable Tech เพื่อให้ลูกค้าติดตามสุขภาพของตัวเองได้แบบเรียลไทม์ เพิ่มบริการ Health Coaching และ AI Health Assistant วิเคราะห์สุขภาพและแนะนำแนวทางการดูแลตัวเองแบบเฉพาะบุคคล หรือพัฒนาแอปพลิเคชันที่สามารถแนะนำการดูแลสุขภาพเป็นรายบุคคล (Customization &amp; Personalization) เช่น แนะนำอาหารเสริมหรือออกแบบโปรแกรมออกกำลังกายที่เหมาะสมกับของไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคล</p>
<p><strong>&#8211; สร้างคอนเทนต์ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ</strong> – ใช้ Content Marketing เพื่อให้ความรู้และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า เช่น บทความสุขภาพ คลิปสั้นให้ความรู้ด้านสุขภาพ วิดีโอออกกำลังกาย หรือ Live Talk กับแพทย์ โดยใช้ Health Influencer หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและไว้วางใจในแบรนด์</p>
<p><em>&#8220;พฤติกรรม 3 เซฟ สะท้อนให้เห็นว่า แม้เศรษฐกิจจะผันผวนหรือผู้บริโภคมีกำลังซื้อลดลง แต่ผู้บริโภคยังพร้อมจับจ่ายเพียงแต่จะเลือกสรรสิ่งที่คุ้มค่าและมีคุณค่ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น <strong>Save Money </strong>ที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวทางการเงิน <strong>Save Earth </strong>ที่ช่วยเปลี่ยนโลกให้ดีกว่าเดิม และ <strong>Safe Health &amp; Mental Health </strong>ที่ช่วยให้ผู้บริโภคมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งถ้าธุรกิจตอบโจทย์เหล่านี้ได้จะสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ไม่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร&#8221;</em> ผศ.ดร.สุเทพ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33033 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Re-CMMU-3.jpg" alt="" width="1200" height="672" /></p>
<p>สามารถติดตามกลยุทธ์ เทคนิค ความรู้ดีๆ เพื่อริเริ่มธุรกิจ เจาะตลาดใหม่ หรือต่อยอดขยายผลจากธุรกิจที่มีอยู่แล้ว ได้ที่ วิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล หรือ ซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) สถาบันการศึกษาด้านการจัดการธุรกิจชั้นนำซึ่งเปิดสอนหลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต ครอบคลุมทุกด้านของการบริหารจัดการธุรกิจและการตลาด ทั้งหลักสูตรไทย หลักสูตรนานาชาติ และหลักสูตรออนไลน์นานาชาติ</p>
<p>ทุกหลักสูตรได้รับการรับรองมาตรฐานจาก AACSB ซึ่งมีมหาวิทยาลัยเพียง 5% ของโลกที่ได้รับการรับรองนี้ โทรศัพท์ 02-206-2000 หรือเพจเฟซบุ๊ก CMMU Mahidol (<a href="https://www.facebook.com/CMMUMAHIDOL" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/CMMUMAHIDOL</a>)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/cmmu-mahidol-share-consumer-trends-to-save-business/">เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค &#8216;3 เซฟ&#8217; ​ช่วย &#8216;เซฟธุรกิจ&#8217; ปิด Pain Point แม้เผชิญหลากหลายความเสี่ยง​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;อายิโนะโมะโต๊ะ&#8217; สานต่อ Biocycle พิชิตเป้าหมายความยั่งยืนปี 68 พร้อมขับเคลื่อน Thai Farmer Better Life Partner ดูแลวัตถุดิบตลอดห่วงโซ่ ทั้งมันสำปะหลัง และกาแฟ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/ajinomoto-drive-biocycle-to-achieve-sustainability-goals-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 02 Mar 2025 12:16:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[AFDG]]></category>
		<category><![CDATA[Ajinomoto Biocycle]]></category>
		<category><![CDATA[Ajinomoto​ FD Green]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-cycle]]></category>
		<category><![CDATA[Birdy]]></category>
		<category><![CDATA[By Product]]></category>
		<category><![CDATA[GCB]]></category>
		<category><![CDATA[Green Coffee Bean]]></category>
		<category><![CDATA[Green Coffee Bean Farmer Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Food System]]></category>
		<category><![CDATA[TFBLP]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Farmer Better Life Partner]]></category>
		<category><![CDATA[Too Good To Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Too Good To Waste กินหมดลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[Well being]]></category>
		<category><![CDATA[กินดี มีสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[นพดล จิตรมั่น]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เอฟ ดี กรีน (ประเทศไทย)​ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[มันสำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[รสดี]]></category>
		<category><![CDATA[วัฏจักรอาหารยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สมิชฌน์ เพ็ชร์ดี]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[อายิโนะโมะโต๊ะ]]></category>
		<category><![CDATA[อายิโนะโมะโต๊ะ เอฟ ดี กรีน]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[เบอร์ดี้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32165</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทด้านอาหารชั้นนำ ประกาศแผนงานด้านความยั่งยืนประจำปี 68 ชูหลัก “วัฏจักรอาหารยั่งยืน”  สร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนใน 4 มิติ  สอดคล้องเมกะเทรนด์ด้านอาหารที่ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มจะต้องมีแนวทางที่ชัดเจนด้านการดำเนินงาน เพื่อสร้างความยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมเดินหน้าเต็มสปีดในการลดคาร์บอนและการตรวจสอบได้อย่างเป็นระบบ ยกระดับโครงการ “Thai Farmer Better Life Partner” ด้วยการสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่กาแฟ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความ “กินดี มีสุข” แก่สังคมและเกษตรกรไทย คุณสมิชฌน์ เพ็ชร์ดี ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมความยั่งยืน บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของอายิโนะโมะโต๊ะ คือ “การสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจอาหาร” โดยเรามีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจให้เติบโต ผ่านการใช้องค์ความรู้ด้าน “AminoScience” อันเป็นความเชี่ยวชาญหลักของบริษัทฯ มาสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านอาหาร ที่โดดเด่นด้วยรสชาติอร่อย มีโภชนาการที่ดี ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบ พร้อมช่วยฟื้นฟูดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเป้าหมายหลักของอายิโนะโมะโต๊ะในปี 2568 จะโฟกัสไปที่การสร้าง “วัฏจักรอาหารยั่งยืน”  (Sustainable Food System) ​ที่มุ่งเน้นไปที่ 4 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/ajinomoto-drive-biocycle-to-achieve-sustainability-goals-2025/">&#8216;อายิโนะโมะโต๊ะ&#8217; สานต่อ Biocycle พิชิตเป้าหมายความยั่งยืนปี 68 พร้อมขับเคลื่อน Thai Farmer Better Life Partner ดูแลวัตถุดิบตลอดห่วงโซ่ ทั้งมันสำปะหลัง และกาแฟ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> บริษัทด้านอาหารชั้นนำ ประกาศแผนงานด้านความยั่งยืนประจำปี 68 ชูหลัก <strong>“วัฏจักรอาหารยั่งยืน”  </strong>สร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนใน 4 มิติ  สอดคล้องเมกะเทรนด์ด้านอาหารที่ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มจะต้องมีแนวทางที่ชัดเจนด้านการดำเนินงาน เพื่อสร้างความยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ</p>
<p><span id="more-32165"></span></p>
<p>พร้อมเดินหน้าเต็มสปีดในการลดคาร์บอนและการตรวจสอบได้อย่างเป็นระบบ ยกระดับโครงการ <strong>“</strong><strong>Thai Farmer Better Life Partner”</strong> ด้วยการสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่กาแฟ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความ <strong>“กินดี มีสุข”</strong> แก่สังคมและเกษตรกรไทย</p>
<p><strong>คุณสมิชฌน์ เพ็ชร์ดี ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมความยั่งยืน บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า <em>“หัวใจสำคัญของอายิโนะโมะโต๊ะ คือ <strong>“การสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจอาหาร” </strong>โดยเรามีความมุ่งมั่นในการ<strong>ดำเนินธุรกิจให้เติบโต</strong> ผ่านการใช้องค์ความรู้ด้าน <strong>“AminoScience”</strong> อันเป็นความเชี่ยวชาญหลักของบริษัทฯ มาสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านอาหาร ที่โดดเด่นด้วยรสชาติอร่อย มีโภชนาการที่ดี ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบ พร้อมช่วยฟื้นฟูดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเป้าหมายหลักของอายิโนะโมะโต๊ะในปี 2568 จะโฟกัสไปที่การสร้าง <strong>“วัฏจักรอาหารยั่งยืน”  (Sustainable Food System) ​</strong>ที่มุ่งเน้นไปที่ 4 มิติหลัก ได้แก่ </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32168 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/77201.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>1)</strong><strong> จัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน : </strong>เพื่อสร้างให้เกิดระบบการจัดซื้อวัตถุดิบแบบหมุนเวียนและยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายบรรลุผลสำเร็จได้ 75% ภายในปี 2568 โดยมุ่งเน้นเรื่องการติดตามและทำการตรวจสอบกลับได้ ​รวมถึงการจัดหาวัตถุดิบที่ยั่งยืน ​ไม่​รุกล้ำระบบนิเวศหรือรบกวนสิ่งแวดล้อม ​ส่วนของเมล็ดกาแฟ ​จะรับซื้อเมล็ดกาแฟจากไร่ที่มีคุณภาพตาม “หลักปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP)” กับกรมส่งเสริมการเกษตร</p>
<p><strong>2) ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก : </strong> ตามแนวทาง <strong>Ajinomoto Bio-cycle </strong>ที่เป็นกลไกความร่วมมือกับภูมิภาคท้องถิ่นเพื่อสร้างกระบวนการจัดการการผลิตและการเกษตรอย่างยั่งยืน ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้โรงงานการผลิตทั้งหมด 7 แห่ง เป็นโรงงานสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยนำหลัก 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) มาใช้ในการจัดการภายในโรงงาน ซึ่งปีนี้ อายิโนะโมะโต๊ ​ตั้งเป้าหมาย​ตรวจสอบ carbon footprint ​ทั้งหมด พร้อมทั้งร่วมมือกับพันธมิตรคู่ค้าเพื่อการดำเนินงานลดคาร์บอนอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>3) การลดพลาสติก : </strong>มุ่งเน้นการลดพลาสติกในบรรจุภัณฑ์ ด้วยการลดการใช้พลาสติกใหม่ และเลือกใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้ อีกทั้งยังส่งเสริมการรีไซเคิลอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><strong>4) การลดขยะอาหาร : </strong>ปัจจุบัน 6 โรงงานของอายิโนะโมะโต๊ะ สามารถพิชิตเป้าหมาย​ลดขยะอาหารได้ 100% ส่วนโรงงานเบอร์ดี้สามารถลดขยะอาหารได้สำเร็จ 82% ซึ่ง​ก้าวกระโดดจากปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ​ยังร่วมมือกับชุมชน​รอบ​โรงงาน เพื่อส่งเสริม​การลดขยะอาหาร ด้วยการนำ​วัตถุดิบที่เหลือจากการผลิต “<strong>รสดี</strong>” และ “<strong>เบอร์ดี้</strong>” ไปทำอาหารสัตว์หรือปุ๋ยแจกจ่ายตามชุมชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32170 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/77205.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการเพื่อช่วยลดขยะอาหารใน​​ครัวเรือน​ ได้​ผลักดันผ่านโครงการ <strong>“Too Good To Waste กินหมดลดโลกร้อน</strong>” ​รณรงค์ให้ผู้บริโภคร่วมลดขยะอาหารผ่าน “สูตรอาหารรักษ์โลก” ที่อร่อยแล้วยังดีต่อโลก ซึ่งในปีที่ผ่านมา อายิโนะโมะโต๊ะมีแคมเปญการครีเอทเมนู “Too Good To Waste” ร่วมกับร้านอาหารชื่อดัง อาทิ ร้านเป็นลาว และร้านจิรกาล เพื่อหวังจุดประกายการลดขยะอาหารให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคไปพร้อม ๆ กัน</p>
<p><em>“นอกจากการขับเคลื่อนผ่าน 4 แนวทางหลักข้างต้นแล้ว บริษัทฯ ยังศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ​มาช่วยผลักดันให้เกิดความความยั่งยืนมากยิ่งขึ้นควบคู่ไปด้วย เพื่อสร้างวัฏจักรอาหารยั่งยืนในอนาคตต่อไป”</em>  <strong>คุณสมิชฌน์</strong> กล่าวเสริม</p>
<p><strong>คุณนพดล จิตรมั่น</strong> <strong>ผู้จัดการหน่วยงานผลิตและพัฒนา บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เอฟ ดี กรีน (ประเทศไทย) จำกัด</strong> เปิดเผยว่า ​​บริษัทยังขับเคลื่อนเพื่อเป็นต้นแบบ​ธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวทาง Biocycle ผ่าน​การดำเนินงานหลัก 2 ส่วนด้วยกัน คือ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32169 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/77203.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>1) การเป็นผู้ผลิต <strong>ผลิตภัณฑ์การเกษตร</strong> โดยพัฒนา <strong>ผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้ (By product) </strong>ที่ได้จากกระบวนการผลิตมาพัฒนาเป็นปุ๋ยชีวภาพทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์สำหรับพืช และอาหารสำหรับสัตว์ <strong>โดยปีที่ผ่านมา สามารถสร้างการเติบโตของยอดขายได้ถึง </strong><strong>30%</strong> ​​</p>
<p>2) การสานต่อ <strong>โครงการ &#8220;</strong><strong>Thai Farmer Better Life Partner&#8221; </strong>เป็นปีที่ 5 เพื่อยกระดับผลผลิตและความรู้แก่เกษตรกรไทย ปัจจุบันมีพี่น้องเกษตรกรเข้าร่วมทั้งหมด 1,300 ครัวเรือน โครงการนี้ช่วยให้ผลผลิตมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น 30% โดย <strong>เป้าหมายในปี </strong><strong>2573</strong><strong> บริษัทฯ</strong> <strong>มุ่งดำเนินธุรกิจแบบ</strong> <strong>Net Zero </strong><strong>พร้อมขยายวัตถุดิบทางการเกษตร</strong><strong>ที่ตรวจสอบกลับได้</strong><strong>เพิ่มมากขึ้น ทั้งในส่วนของมันสำปะหลังรวมทั้งในกลุ่มเมล็ดกาแฟ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบต้นน้ำสำคัญของอายิโนะโมะโต๊ะ </strong>ตั้งแต่ขั้นตอนเพาะปลูกไปจนถึงหลังเสร็จสิ้นกระบวนการผลิต เพื่อให้สามารถดำเนินการลด CO<sub>2</sub> scope 3 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ<strong>​​</strong></p>
<p>สำหรับการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ ในกลุ่มวัตถุดิบหลักสำคัญทั้ง มันสำปะหลัง และเมล็ดกาแฟนั้น ได้ขับเคลื่อน​ ดังนี้</p>
<p><strong>&#8211; โครงการมันสำปะหลังสู่ความยั่งยืน</strong></p>
<p>ขับเคลื่อน​แผนการดำเนินงาน ผ่าน 5 กิจกรรมหลัก คือ</p>
<p><strong>1) AFDG one-stop service </strong>ครบวงจรทั้งแบบออนไซต์และออนไลน์ด้วยการสร้างเครือข่ายเพื่อการเกษตรกับพาร์ตเนอร์ เช่น คูโบต้าในเรื่องการเตรียมดิน เก็บเกี่ยว และสตาร์ตอัพการเกษตร ListenField พัฒนาแอปพลิเคชั่นการเกษตรที่มีการพยากรณ์อากาศ การเจริญเติบโต การเก็บเกี่ยว และการตรวจสอบกลับได้</p>
<p><strong>2) </strong><strong>นำระบบ</strong> <strong>AI </strong><strong>มาสร้าง </strong><strong>supply chain</strong> เพื่อช่วยในการจับคู่โรงงานแป้งและเกษตรกร</p>
<p><strong>3) </strong><strong>ร่วมมือกับโรงแป้ง </strong>ในการรับมันสำปะหลังของโครงการ &#8220;Thai Farmer Better Life Partner&#8221;</p>
<p><strong>4) </strong><strong>พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่</strong> เช่น ปุ๋ยชีวภาพ/สารกระตุ้นชีวภาพเพื่อเสริมการเจริญเติบโตของพืช และการจัดการน้ำ</p>
<p><strong>5)</strong>  <strong>Farm School </strong>สานต่อโครงการร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร มุ่งเน้นการให้ความรู้และเทคนิคการเพาะปลูกที่ทันสมัยแก่เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังและกาแฟเพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32171 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/77210.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&#8211; <strong>โครงการ</strong> <strong>Green Coffee Bean (GCB) Farmer Sustainability </strong>ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกเมล็ดกาแฟ</p>
<p>ในฐานะที่อายิโนะโมะโต๊ะ เป็นผู้ผลิตกาแฟ “<strong>เบอร์ดี้</strong>” ที่เป็นกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มเจ้าตลาดในประเทศไทย ​จึงพร้อมสนับสนุนการเติบโตของเกษตรกรไทยอย่างครบวงจร เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตาม <strong>“หลักปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (</strong><strong>GAP)” </strong>กับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีตรงตามมาตรฐานที่กำหนด ควบคู่ไปกับการไม่ทำให้เกิดมลพิษ และเกิดความยั่งยืนทางการเกษตรในระยะยาว <strong> </strong></p>
<p><strong> </strong><em>“บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เอฟดี กรีน (ประเทศไทย) จำกัด มีความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า roadmap สู่ความยั่งยืนนี้จะช่วยสร้างความเติบโตให้กับธุรกิจด้านการเกษตรของไทย พร้อมช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องเกษตรกรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน สู่อนาคตที่สดใสไปด้วยกัน”</em> คุณนพดล กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32172 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/77209.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ​อายิโนะโมะโต๊ะ ยังฉายภาพ​เมกะเทรนด์อาหารและเครื่องดื่มทั่วโลกประจำปี 2568 โดยพบว่า  อุตสาหกรรมอาหารท้องถิ่นและทั่วโลกจะต้องปรับตัวเพื่อความยั่งยืน<sup>​ </sup>เพื่อรับมือกับอุปสรรคจากสภาพอากาศรุนแรง และนวัตกรรมเทคโนโลยี โดยพบว่า<strong>ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับธุรกิจหรือแบรนด์ที่ใส่ใจเรื่องความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม </strong>ส่วนผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มจะต้องมี<strong>แนวทางที่ชัดเจนด้านการดำเนินงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีเกษตรที่สร้างความยั่งยืน</strong>ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ นอกจากนี้ <strong>ผู้บริโภคจะให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพและความสุขของตัวเอง พร้อมกับใส่ใจอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเป็นหลัก </strong></p>
<p>รวมทั้ง​ 5 ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ ที่จะมีผลต่อการขับเคลื่อนธุรกิจ​​อาหารและเครื่องดื่ม ในปี  2568 นี้ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1)</strong> <strong>เซียนเทค </strong>ผู้บริโภคใช้เทคโนโลยีได้อย่างคล่องแคล่ว ช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น ทั้งการทำอาหารหรือสั่ง Food Delivery</p>
<p><strong>2)</strong> <strong>คุณภาพและความซื่อสัตย์</strong> ผู้บริโภคจะให้คุณค่ากับแบรนด์หรือสินค้า โดยพิจารณาจากคุณภาพและความโปร่งใส</p>
<p><strong>3)</strong> <strong>เชื่อมโยงกับธรรมชาติ </strong>ผู้บริโภคจะรู้สึกดีกับความเป็นธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับการสร้างประสบการณ์จริง</p>
<p><strong>4)</strong> <strong>พลังบวก </strong>ทั้งร่างกายและจิตใจ ช่วยสร้างสรรค์สุขภาพที่ดี เพราะการได้กินอาหารอร่อย สุขภาพใจก็ดีขึ้น</p>
<p><strong>5) </strong><strong>โมเม้นต์</strong><strong>เป็นสุข </strong>ผู้บริโภคจะชอบช่วงเวลาแห่งความสุขและความบันเทิงที่สัมผัสได้ หรือการสร้างเซอร์ไพรส์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32173 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/77274.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/ajinomoto-drive-biocycle-to-achieve-sustainability-goals-2025/">&#8216;อายิโนะโมะโต๊ะ&#8217; สานต่อ Biocycle พิชิตเป้าหมายความยั่งยืนปี 68 พร้อมขับเคลื่อน Thai Farmer Better Life Partner ดูแลวัตถุดิบตลอดห่วงโซ่ ทั้งมันสำปะหลัง และกาแฟ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บีเจซี เฮลท์แคร์ ผนึก DK Medical Systems พันธมิตรเกาหลีใต้ ตั้งศูนย์ฝึกอบรมเทคโนโลยีทางการแพทย์แห่งใหม่ มุ่งยกระดับมาตรฐานดูแลสุขภาพ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/bjc-healthcare-join-dk-medical-systems/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 01 Mar 2025 07:06:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[BJC Healthcare]]></category>
		<category><![CDATA[DK Medical Systems]]></category>
		<category><![CDATA[Elin T7]]></category>
		<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[INNOVISION Elin-T7 wide]]></category>
		<category><![CDATA[Medical Hub]]></category>
		<category><![CDATA[New Southern Policy]]></category>
		<category><![CDATA[Well being]]></category>
		<category><![CDATA[X-Cellence Training Center]]></category>
		<category><![CDATA[การดูแลสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การวินิจฉัยโรค]]></category>
		<category><![CDATA[ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดเครื่องมือแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บีเจซี]]></category>
		<category><![CDATA[บีเจซี เฮลท์แคร์]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาทักษะของบุคลากรทางการแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์กลางทางการแพทย์ของภูมิภาค]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี AI ทางการแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีการแพทย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32137</guid>

					<description><![CDATA[<p>บีเจซี เฮลท์แคร์ จับมือ DK Medical Systems เปิดตัวศูนย์ฝึกอบรมเทคโนโลยีการแพทย์ หวังกระชับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการแพทย์ ยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพผ่านปัญญาประดิษฐ์ พร้อมประยุกต์ AI ใช้กับเครื่องเอกซเรย์รุ่นล่าสุด สนับสนุนการวินิจฉัยโรคแม่นยำสูงขึ้น เพิ่มโอกาสตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี ผู้ดำเนินธุรกิจพาณิชยกรรม ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าและบริการครบวงจร เปิดเผยว่า บีเจซี เฮลท์แคร์ กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ด้านเวชภัณฑ์และเภสัชภัณฑ์ ภายใต้การบริหารงานของ บีเจซี ร่วมกับ DK Medical Systems ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ชั้นนำของเกาหลีใต้ จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเทคโนโลยีทางการแพทย์แห่งใหม่ X-Cellence Training Center  ณ อาคารบีเจซี 2 เพื่อกระชับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการแพทย์ รวมถึงยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ท่ามกลางกระแสการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชีย สำหรับจุดเด่นของความร่วมมือครั้งนี้อยู่ที่การนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในระบบเครื่องเอกซเรย์รุ่นล่าสุด Elin T7 ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับการวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/bjc-healthcare-join-dk-medical-systems/">บีเจซี เฮลท์แคร์ ผนึก DK Medical Systems พันธมิตรเกาหลีใต้ ตั้งศูนย์ฝึกอบรมเทคโนโลยีทางการแพทย์แห่งใหม่ มุ่งยกระดับมาตรฐานดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บีเจซี เฮลท์แคร์</strong> จับมือ <strong>DK Medical Systems เ</strong>ปิดตัวศูนย์ฝึกอบรมเทคโนโลยีการแพทย์ หวังกระชับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการแพทย์ ยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพผ่านปัญญาประดิษฐ์ พร้อมประยุกต์ AI ใช้กับเครื่องเอกซเรย์รุ่นล่าสุด สนับสนุนการวินิจฉัยโรคแม่นยำสูงขึ้น เพิ่มโอกาสตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น</p>
<p><span id="more-32137"></span></p>
<p><strong>นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ<strong> บีเจซี </strong>ผู้ดำเนินธุรกิจพาณิชยกรรม ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าและบริการครบวงจร เปิดเผยว่า <strong>บีเจซี เฮลท์แคร์</strong> กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ด้านเวชภัณฑ์และเภสัชภัณฑ์ ภายใต้การบริหารงานของ บีเจซี ร่วมกับ <strong>DK Medical Systems</strong> ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ชั้นนำของเกาหลีใต้ จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเทคโนโลยีทางการแพทย์แห่งใหม่ <strong>X-Cellence Training Center</strong>  ณ อาคารบีเจซี 2 เพื่อกระชับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการแพทย์ รวมถึงยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ท่ามกลางกระแสการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชีย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32138 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/BJH_01.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับจุดเด่นของความร่วมมือครั้งนี้อยู่ที่การนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในระบบเครื่องเอกซเรย์รุ่นล่าสุด Elin T7 ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับการวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงขึ้น โดย AI จะทำหน้าที่วิเคราะห์ภาพถ่ายทางการแพทย์และช่วยระบุตำแหน่งของรอยโรคที่สำคัญ ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเทคโนโลยี AI ที่อยู่ในระบบยังสามารถเรียนรู้และพัฒนาความแม่นยำในการวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง ผ่านการประมวลผลข้อมูลภาพถ่ายจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยลดความผิดพลาดในการวินิจฉัย และเพิ่มโอกาสในการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น</p>
<p>ขณะเดียวกัน ศูนย์ฝึกอบรมแห่งใหม่นี้จะเป็นฐานสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยี AI ในทางการแพทย์ระหว่างผู้เชี่ยวชาญของทั้งสองประเทศ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะของบุคลากรทางการแพทย์ในการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อการวินิจฉัยโรค นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของภูมิภาค (Medical Hub) และนโยบาย New Southern Policy ของเกาหลีใต้ ที่มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและนวัตกรรมกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p><strong>นางฐาปณี </strong>กล่าวว่า การผสานความร่วมมือด้านเทคโนโลยี AI ทางการแพทย์ระหว่างไทยและเกาหลีใต้ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ร่วมกันในอนาคต ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาระบบสาธารณสุขที่ยั่งยืนในภูมิภาคต่อไป</p>
<p><em><strong>ในปี 2023 &#8211; 2025 ตลาดเครื่องมือแพทย์ของไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่ามูลค่าตลาดรวมการจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ในประเทศจะเติบโตเฉลี่ย 5.5 – 7% ต่อปี ขณะที่ภาพรวมกลุ่มธุรกิจ บีเจซี เฮลท์แคร์ ในปีนี้ ยังอยู่ในทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงตั้งเป้าหมายการเติบโตจากปีก่อน ประมาณ 8% ซึ่งเติบโตกว่าอัตราการเติบโตของตลาดโดยรวมในปีที่ผ่านมา</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32140 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/BJH_03_R.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ภาพรวมอุตสาหกรรมเครื่องมือด้านเวชภัณฑ์และเภสัชภัณฑ์ในปีนี้ ยังมองว่าตลาดนี้ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยสนับสนุนหลัก อย่างเทรนด์การรักษาสุขภาพของผู้คนในยุคนี้ ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลใส่ใจสุขภาพร่างกายกันอย่างมาก รวมถึงมองหาการบริการหรือตัวช่วยที่จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง การตรวจสุขภาพต่างๆ เพื่อป้องกันการเกิดโรคภัย การรักษาโรคอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการพยายามเข้าถึงการบริการที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ให้ดูดี สวยงามมากขึ้น</p>
<p>ข้อมูลเกี่ยวกับ <strong>DK Medical Systems </strong>ผู้นำด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1992 ได้สร้างความก้าวหน้าในวงการแพทย์ด้วยการนำเข้าเทคโนโลยีการวินิจฉัยด้วยภาพที่ทันสมัย และเป็นผู้นำตลาดเอกซเรย์ดิจิทัลในเกาหลี และล่าสุดบริษัทได้ขยายขอบเขตการดำเนินงานสู่ความร่วมมือด้านการรักษาด้วยเทคโนโลยี Heavy Ion Therapy พร้อมทั้งให้การสนับสนุนด้านการศึกษา การวิจัย และการประยุกต์ใช้ทางคลินิกอย่างต่อเนื่อง โดยประสบความสำเร็จในการเปิดตัวนวัตกรรมล่าสุด<strong> &#8216;INNOVISION Elin-T7 wide&#8217;</strong> เครื่องเอกซเรย์ดิจิทัลระดับพรีเมียมที่ได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมดีเทคเตอร์ ขนาด 47&#215;47 เซนติเมตร นับเป็นครั้งแรกของโลก ที่สามารถครอบคลุมพื้นที่การตรวจวินิจฉัยได้กว้างขึ้น โดยเฉพาะในการถ่ายภาพรังสีบริเวณช่องท้องที่สามารถบันทึกภาพได้ครบถ้วนในครั้งเดียว ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยทางคลินิก และช่วยลดความจำเป็นในการถ่ายภาพซ้ำถือเป็นการลดการได้รับรังสีที่ไม่จำเป็นของผู้ป่วยอีกด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/bjc-healthcare-join-dk-medical-systems/">บีเจซี เฮลท์แคร์ ผนึก DK Medical Systems พันธมิตรเกาหลีใต้ ตั้งศูนย์ฝึกอบรมเทคโนโลยีทางการแพทย์แห่งใหม่ มุ่งยกระดับมาตรฐานดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มเซ็นทรัล เดินหน้าพัฒนาสังคม สนับสนุนการปรับปรุง หอผู้ป่วยและห้องตรวจจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/central-group-collab-depress-we-care/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Dec 2024 10:37:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[central]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[Depress We Care]]></category>
		<category><![CDATA[Mental Health]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[Well being]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาสุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล ทำ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการปรับปรุงห้องตรวจรักษาและหอผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดโรงพยาบาลตำรวจ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลตำรวจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30810</guid>

					<description><![CDATA[<p>สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความเป็นอยู่ในปัจจุบันเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาวะความเครียด ซึมเศร้า และความผิดปกติทางอารมณ์ซึ่งนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตของคนไทย ที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น โดยจากสถิติของกรมสุขภาพจิตในปี 2566 ผู้ทำแบบประเมินสุขภาพจิต จำนวน 1.2 ล้านราย พบว่ามีปัญหาสุขภาพจิตถึง 29.9% นับเป็นภัยเงียบที่ต้องให้ความใส่ใจและร่วมกันแก้ไขอย่างทันท่วงที พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลในฐานะองค์กรที่มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม ภายใต้โครงการเพื่อความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล “เซ็นทรัล ทำ” – ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ เล็งเห็นถึงความสำคัญของ ปัญหาด้านสุขภาพจิตที่นำไปสู่การเกิดภาวะโรคซึมเศร้า, การทำร้ายร่างกายตัวเอง และปัญหายาเสพติด โดยในปี 2566 พบว่ามีจำนวนผู้เข้ารับบริการด้านสุขภาพจิตและยาเสพติดในโรงพยาบาลตำรวจมากกว่า 14,000 คน และคาดว่าจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอีกเรื่อยๆ ส่งให้จำนวนห้องตรวจรักษาและหอผู้ป่วยไม่เพียงพอต่อการให้บริการ ประกอบกับตัวอาคารมีพื้นที่คับแคบไม่สามารถปรับปรุงพื้นที่ เพื่อสร้างความปลอดภัยตามมาตรฐานของห้องตรวจและหอผู้ป่วยได้ กลุ่มเซ็นทรัลจึงได้ให้การสนับสนุน โครงการปรับปรุงห้องตรวจรักษาและหอผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดโรงพยาบาลตำรวจ โดยร่วมสมทบทุนเป็นจำนวนเงิน 3,000,000 บาท (สามล้านบาท) เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงหน่วยงานที่ให้บริการตรวจวินิจฉัย บำบัดรักษาและฟื้นฟูแก่ผู้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพจิตและผู้ป่วยยาเสพติด รวมถึงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคทางจิตเวชแก่ข้าราชการตำรวจ ครอบครัวตำรวจและประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรองรับผู้เข้ารับบริการได้เป็นอย่างดี&#8221; พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/central-group-collab-depress-we-care/">กลุ่มเซ็นทรัล เดินหน้าพัฒนาสังคม สนับสนุนการปรับปรุง หอผู้ป่วยและห้องตรวจจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความเป็นอยู่ในปัจจุบันเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาวะความเครียด ซึมเศร้า และความผิดปกติทางอารมณ์ซึ่งนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตของคนไทย ที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น โดยจากสถิติของกรมสุขภาพจิตในปี 2566 ผู้ทำแบบประเมินสุขภาพจิต จำนวน 1.2 ล้านราย พบว่ามีปัญหาสุขภาพจิตถึง 29.9% นับเป็นภัยเงียบที่ต้องให้ความใส่ใจและร่วมกันแก้ไขอย่างทันท่วงที</p>
<p><span id="more-30810"></span></p>
<p><strong>พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล</strong> กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลในฐานะองค์กรที่มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม ภายใต้โครงการเพื่อความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล <strong>“เซ็นทรัล ทำ” </strong><strong>– </strong><strong>ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ </strong>เล็งเห็นถึงความสำคัญของ <strong>ปัญหาด้านสุขภาพจิตที่นำไปสู่การเกิดภาวะโรคซึมเศร้า</strong><strong>, </strong><strong>การทำร้ายร่างกายตัวเอง และปัญหายาเสพติด </strong>โดยในปี 2566 พบว่ามีจำนวนผู้เข้ารับบริการด้านสุขภาพจิตและยาเสพติดในโรงพยาบาลตำรวจมากกว่า 14,000 คน และคาดว่าจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอีกเรื่อยๆ ส่งให้จำนวนห้องตรวจรักษาและหอผู้ป่วยไม่เพียงพอต่อการให้บริการ ประกอบกับตัวอาคารมีพื้นที่คับแคบไม่สามารถปรับปรุงพื้นที่ เพื่อสร้างความปลอดภัยตามมาตรฐานของห้องตรวจและหอผู้ป่วยได้ กลุ่มเซ็นทรัลจึงได้ให้การสนับสนุน <strong>โครงการปรับปรุงห้องตรวจรักษาและหอผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดโรงพยาบาลตำรวจ โดยร่วมสมทบทุนเป็นจำนวนเงิน</strong><strong> 3,000,000</strong><strong> บาท (สามล้านบาท) </strong>เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงหน่วยงานที่ให้บริการตรวจวินิจฉัย บำบัดรักษาและฟื้นฟูแก่ผู้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพจิตและผู้ป่วยยาเสพติด รวมถึงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคทางจิตเวชแก่ข้าราชการตำรวจ ครอบครัวตำรวจและประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรองรับผู้เข้ารับบริการได้เป็นอย่างดี&#8221;</p>
<p><strong>พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ8)</strong> กล่าวว่า “โรงพยาบาลตำรวจมีภารกิจหลักในการช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยทั้งข้าราชการตำรวจครอบครัวและประชาชนทั่วไป ซึ่งปัจจุบันนี้พบว่าผู้ป่วยที่มีภาวะทางด้านจิตเวชมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทางโรงพยาบาลตำรวจต้องดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นอย่างดี หอผู้ป่วยและห้องตรวจจิตเวชและยาเสพติดของโรงพยาบาลตำรวจ แม้จะรองรับผู้ป่วยจิตเวชได้แต่จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดความแออัด <strong>การได้รับบริจาคเงินจากกลุ่มเซ็นทรัล ที่มอบให้ทางโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำมาใช้ปรับปรุงหอผู้ป่วยและห้องตรวจจิตเวชและยาเสพติด จะช่วยให้การบริการดูแลผู้ป่วยได้ดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น</strong> โรงพยาบาลตำรวจขอขอบคุณกลุ่มเซ็นทรัลที่เล็งเห็นความสำคัญของการบริการและดูแลผู้ป่วยจิตเวช โดยทางโรงพยาบาลจะนำเงินจำนวนนี้ไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ป่วยต่อไป”</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจได้ให้บริการปรึกษาด้านสุขภาพจิตและยาเสพติด ทางสายด่วน Depress We Care หมายเลข 081-932-0000 และ inbox ของ Facebook Page: Depress We Care แก่ข้าราชการตำรวจ ครอบครัวและประชาชนทั่วไปโดยนักจิตวิทยาคลินิกตลอด 24 ชั่วโมง อีกด้วย</p>
<p><strong>กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ด้วยการพัฒนาสังคมให้น่าอยู่ ยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างมีศักยภาพและยั่งยืน</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/central-group-collab-depress-we-care/">กลุ่มเซ็นทรัล เดินหน้าพัฒนาสังคม สนับสนุนการปรับปรุง หอผู้ป่วยและห้องตรวจจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
