<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Zero Carbon &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/zero-carbon/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Jul 2024 11:50:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.8</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Zero Carbon &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ราช กรุ๊ป ขยายเฟส 3 โครงการการศึกษาพร้อมเสริมทักษะ​อาชีพในลาว เพิ่มโฟกัสกลุ่ม​พลังงานทดแทน รับบริบทโลกใหม่ยุคเปลี่ยนผ่านสู่ Zero Carbon</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/ratch-group-mou-phase3-empowerment-project-in-laos/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jul 2024 13:28:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Career Empowerment]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Security]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[Productivity]]></category>
		<category><![CDATA[Ratch Group]]></category>
		<category><![CDATA[Ratch Laos]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[UN SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ราช กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[ราช ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมทักษะอาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพ สปป.ลาว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27502</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในฐานะองค์กรที่มีส่วนร่วมพัฒนาสังคมให้ สปป. ลาว มาอย่างต่อเนื่องกว่าทศวรรษ ทำให้กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป.ลาว ได้มอบเหรียญตราพัฒนา (Cross of Development) ให้แก่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด​ (มหาชน)​ ซึ่งได้รับมอบให้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว  หลังจากได้รับครั้งแรกเมื่อปี 2018 ทั้งนี้ ราช กรุ๊ป  เข้ามาดำเนินธุรกิจใน สปป. ลาว ​ตั้งแต่ปี 2011 หรือกว่า 13 ปี ​​พร้อม​เข้าไปส่งเสริมการ​พัฒนาทั้งความรู้และทักษะฝีมือแรงงานชั้นสูงให้แก่ครูและนักเรียนอาชีวศึกษา ผ่าน &#8220;โครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพ สปป.ลาว&#8221; ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้ว 2 เฟส ภายใต้ความร่วมมือกับรัฐบาลลาว โดยกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา​ เพื่อร่วมพัฒนาทั้งความรู้และทักษะฝีมือให้แก่ครูและนักเรียนอาชีวะศึกษา โดยเฉพาะในสาขาเชื่อมโลหะ ซ่อมบำรุงทั่วไป เครื่องกล ไฟฟ้าควบคุม และพลังงานทดแทน ให้มีความทันสมัยและสอดรับกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการขับเคลื่อน ในเฟสที่ 1 และเฟส 2 ที่ผ่านมานั้น ทางโครงการได้ผลิตครูที่มีศักยภาพให้กรมอาชีวศึกษาแล้วกว่า 118 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/ratch-group-mou-phase3-empowerment-project-in-laos/">ราช กรุ๊ป ขยายเฟส 3 โครงการการศึกษาพร้อมเสริมทักษะ​อาชีพในลาว เพิ่มโฟกัสกลุ่ม​พลังงานทดแทน รับบริบทโลกใหม่ยุคเปลี่ยนผ่านสู่ Zero Carbon</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในฐานะองค์กรที่มีส่วนร่วมพัฒนาสังคมให้ สปป. ลาว มาอย่างต่อเนื่องกว่าทศวรรษ ทำให้กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป.ลาว ได้มอบเหรียญตราพัฒนา (Cross of Development) ให้แก่<strong> บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด​ (มหาชน)​ </strong>ซึ่งได้รับมอบให้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว  หลังจากได้รับครั้งแรกเมื่อปี 2018</p>
<p><span id="more-27502"></span></p>
<p>ทั้งนี้ <strong>ราช กรุ๊ป</strong>  เข้ามาดำเนินธุรกิจใน สปป. ลาว ​ตั้งแต่ปี 2011 หรือกว่า 13 ปี ​​พร้อม​เข้าไปส่งเสริมการ​พัฒนาทั้งความรู้และทักษะฝีมือแรงงานชั้นสูงให้แก่ครูและนักเรียนอาชีวศึกษา ผ่าน &#8220;<strong>โครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพ สปป.ลาว&#8221;</strong> ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้ว 2 เฟส ภายใต้ความร่วมมือกับรัฐบาลลาว โดยกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา​ เพื่อร่วมพัฒนาทั้งความรู้และทักษะฝีมือให้แก่ครูและนักเรียนอาชีวะศึกษา โดยเฉพาะในสาขาเชื่อมโลหะ ซ่อมบำรุงทั่วไป เครื่องกล ไฟฟ้าควบคุม และพลังงานทดแทน ให้มีความทันสมัยและสอดรับกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้ดียิ่งขึ้น</p>
<p>ซึ่งการขับเคลื่อน ในเฟสที่ 1 และเฟส 2 ที่ผ่านมานั้น ทางโครงการได้ผลิตครูที่มีศักยภาพให้กรมอาชีวศึกษาแล้วกว่า 118 คน พร้อมให้การสนับสนุนในรูปแบบทุน สำหรับครูและนักเรียน สำหรับการศึกษาต่อรวม 51 ทุน พร้อมทั้งพัฒนา​ ปรับปรุงห้องฝึกปฏิบัติการของโรงเรียนเทคนิคให้ทันสมัยรวม 7 แห่ง และมีนักเรียนชั้นปีสุดท้ายจากวิทยาลัยเทคนิค 7 แห่ง ที่ได้รับการฝึกอบรมพัฒนาทักษะฝีมือก่อนจบการศึกษาเพื่อออกไปประกอบอาชีพในสาขาเป้าหมายรวม 1,646 คน ภายใต้งบประมาณในการขับเคลื่อนแต่ละเฟสไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27507 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/1-3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ที่สำคัญคือ นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ หลังจบการศึกษาได้งานทำ ได้ศึกษาต่อ รวมทั้งมีทักษะที่สามารถต่อยอดไปสู่การเป็นผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SME ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของลาว ​รวมทั้งมีจำนวนนักเรียนที่มีงานทำ และศึกษาต่อรวม 88.15% นับเป็นการผลิคบุคลากรเข้มแข็งเพื่อไปเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้​​ สปป. ลาว มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>ต่อยอด​เฟส 3 ​เพิ่มแรงงานเทคนิค และพลังงานทดแทน</strong></p>
<p>จากความสำเร็จใน 2 โครงการ นำมาสู่การต่อยอดความร่วมมือในระยะที่ 3 เพื่อเสริมให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ สปป.ลาว โดยเฉพาะในมิติการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ด้วยการ​​ขยายการพัฒนามาสู่แรงงานด้านเทคนิคและพลังงานทดแทนเพิ่มมากขึ้น เพื่อสอดคล้องกับทั้งบริบทในการขับเคลื่อนประเทศที่มีเป้าหมายหลุดจากการเป็นประเทศด้อยพัฒนาภายใน 2 ปีนับจากนี้ รวมทั้งบริบทของโลกโดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 2050</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-27506 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/MOU.jpg" alt="" width="1200" height="803" /></p>
<p>โดยมี <strong>ท่านสุลิอุดง สูนดารา</strong> รัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป.ลาว ​​ร่วมลงนามกับ<strong> คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เพื่อ​ขับเคลื่อนความร่วมมือในเฟสที่ 3​ ร่วมกัน ซึ่งได้ปรับแผนให้สอดคล้องกับดีมานด์ของภาคอุตสาหกรรมและตลาดแรงงานในปัจจุบัน โดยเฉพาะการยกระดับความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคนิค และทักษะต่างๆ ตลอดจนทัศนคติการทำงาน​ที่เน้นการเพิ่ม Productivity ได้มากขึ้น</p>
<p>โดยเฉพาะ​การพัฒนาความรู้และทักษะด้านพลังงานทดแทน พร้อม​สร้างเครือข่ายผ่านวิทยาลัยอาชีวศึกษา ซึ่งนำร่องด้วยวิทยาลัยอาชีวศึกษาแขวงคำม่วน สปป.ลาว เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้และต้นแบบการเรียนการสอน สาขาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ทั้งจากพืชพลังงาน พลังงานจากขยะ และพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะการติดตั้งและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์  และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน​ซึ่งมีความจำเป็นต่อการพัฒนาหลักสูตรสาขาพลังงานทดแทน  ​</p>
<p>พร้อมท้ังการขยายโอกาสการฝึกทักษะฝีมือไปยังกลุ่มเปราะบางและที่อยู่นอกภาคการศึกษา ผ่านการจัดฝึกอบรมระยะสั้นด้านเกษตรกรรม หัตถกรรม เช่น นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ผู้พิการ ผู้ต้องหาชั้นดีที่ใกล้พ้นโทษ เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพที่จะมาสร้างสรรค์สังคมและขับเคลื่อนประเทศร่วมกัน ​​</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-27508 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/4-2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ท่านหนูพัน อุดสา</strong> อธิบดีกรมอาชีวะศึกษา กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป.ลาว กล่าวว่า การยกระดับศักยภาพบุคลากรในประเทศของ สปป.ลาว มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะหากประเทศพ้นจากการเป็นประเทศด้อยพัฒนาแล้ว จำเป็นต้องขับเคลื่อนการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งด้วยตัวเอง เพราะอาจจะถูกตัดความเช่วยเหลือต่างๆ จากนานาประเทศที่เคยได้รับอุดหนุนในฐานะประเทศด้อยพัฒนา การเพิ่มความรู้ทั้งการทำให้คนในชาติทั้ง 6-7 ล้านคน ต้องได้รับการศึกษาตามเกณฑ์บังคับในระดับมัธยมปลายทั้งหมด รวมทั้งการเพิ่มทักษะทางด้านอาชีวะ หรือเทคนิคมาช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ประเทศจึงมีความสำคัญอย่างมาก รวมทั้งการพัฒนาให้ได้ตามมาตรฐาน​ของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เข้ามาลงทุนในลาว เพื่อสามารถขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งโครงการที่ร่วมขับเคลื่อนกับราช กรุ๊ป สามารถตอบโจทย์ในมิติเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี</p>
<p><strong>มุ่งขับเคลื่อน​ Energy Transition​​ ตามกรอบ ESG ​</strong></p>
<p><strong> คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นโยบายของราช กรุ๊ป ให้ความสำคัญทั้งการพัฒนาให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าทางสังคมและการดูแลสิ่งแวดล้อมในทุกพื้นที่ที่ได้ขยายธุรกิจเข้าไป ​(ESG) ซึ่ง สปป.ลาว ก็ถือเป็นอีกหนึ่งฐานธุรกิจที่สำคัญของราช กรุ๊ป เช่นเดียวกัน โดยจะ​​​ใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของบริษัทด้านการพัฒนาและผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนทั้ง พลังงานแสงอาทิตย์​ และพลังงานลม มาช่วยเพิ่มทักษะและพัฒนาทั้งหลักสูตรรวมทั้งคุณภาพของบุคลากรในสายงานด้านนี้ให้กับประชาชนใน สปป.ลาว ตลอดการดำเนินงานทั้ง 7 ปี (2024-2030) พร้อมการสนับสนุนงบประมาณรวม 23.8 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27504 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/Re-LAOS3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​สำหรับเป้าหมายในการขับเคลื่อนโครงการยังสอดคล้องไปกับแนวทางการพัฒนาตาม UN SDGs ในเป้าหมายที่ 4 ที่มุ่งสร้างความเท่าเทียมในการศึกษาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งเป้าหมายข้อ 8 ที่ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุม ต่อเนื่อง และยั่งยืน พร้อมขยายโอกาสในการสร้างงานที่เหมาะสมและมีผลิตภาพสำหรับทุกคน พร้อมทั้งคำนึงถึงการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่จะไม่นำมาซึ่งความเสื่อมโทรมหรือผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ​</p>
<p>ขณะที่ราช กรุ้ป เองได้วางเป้าหมายให้ทั้งองค์กรมีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 โดยการขับเคลื่อนในแต่ละพื้นที่จะสอดคล้องไปกับนโยบายและทิศทางของแต่ละประเทศ โดยจะพยามยามลดพอร์ตฟอสซิลให้ลดลง และเพิ่มการลงทุนในกลุ่มพลังงานทดแทน ด้านพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม รวมทั้งการลงทุน​กลุ่มแบตเตอรี่ เพื่อเพิ่มศักยภาพ Storage System เพื่อลดความผันผวนด้านความมั่นคงทางพลังงาน จากแหล่งพลังงานจากธรรมชาติที่มีความไม่แน่นอนสูง ภายใต้เม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท สำหรับทุกประเทศทั้งในไทย ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย โดยตั้งเป้าเพิ่มพอร์ตในกลุ่มพลังงานทดแทน​ (Renewable) ประมาณ 70% ​ และกลุ่มฟอสซิลเหลือ 30% ภายในอีก 3-4 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีสัดส่วน Renewable ในพอร์ตธุรกิจประมาณ 20%</p>
<p><em>&#8220;การลงทุนในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของกรุ๊ป จะสอดคล้องกับทิศทาง นโยบาย และความเร่งด่วนของแต่ละประเทศที่เข้าไปลงทุน แต่เชื่อว่าโดยภาพรวมจะลดพอร์ตในกลุ่มฟอสซิลลงได้ตามโรดแม็พ จากการประเมินตามระยะสัญญาสัมปทานที่เหลืออยู่ ขณะที่การลงทุนโครงการใหม่ๆ จะมุ่งที่การใช้พลังงานสะอาด​ และแบตเตอรี่ ​​โดยคาดว่าประเทศที่จะขับเคลื่อนได้เร็วที่สุดจะเป็นออสเตรเลีย ตามเป้าหมายของประเทศที่ตั้งเป้าเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2030 รวมท้ังต้องการเป็น Hydrogen Hub ​ส่วนพื้นที่อื่นๆ จะมีระยะการเปลี่ยนผ่านแตกต่างไปตามศักยภาพ​ทั้งเรื่อง​เทคโนโลยีและเม็ดเงินที่ต้องลงทุนในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดสำคัญในการขับเคลื่อนช่วง Energy Transition ส่วนทางราช กรุ๊ป มีเป้าหมายแน่นอนวางไว้ในปี 2050 เพื่อให้ธุรกิจทุกประเทศเป็นพลังงานสะอาดทั้งหมด ขณะที่วิธีการในการขับเคลื่อน จะค่อยๆ พิจารณาทั้งเทคโนโลยี ที่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและการคุ้มค่าในการลงทุนเป็นเรื่องสำคัญด้วย&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27505 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/Re-Windy-Hill-Australia.jpg" alt="" width="1200" height="694" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อน Energy Transition มี 3 pillars ที่ต้องคำนึงถึง ทั้งเรื่องของความมั่นคงทางพลังงาน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต้นทุนในการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งต้องมีความสมดุลกันทั้ง 3 ด้าน จึงจะสามารถขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหากจะคำนึงถึงแต่ประเด็นสิ่งแวดล้อม แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาดทั้งหมด แต่ไฟติดๆ ดับๆ หรือต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่ราคาแพงมาก ก็ไม่สามารถมีใครพร้อมที่จะลงทุนได้  โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความมั่นคง หรือ Energy Security ถือว่ามีความสำคัญมากที่สุด เพราะถือเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศ และยังเป็นอีกหนึ่งจุดที่ช่วยดึงดูดการลงทุน ดึงดูดเม็ดเงินเข้ามาพัฒนาประเทศ และสะท้อนความสามารถทางการแข่งขันของประเทศนั้นๆ ด้วยเช่นกัน</p>
<p><em>&#8220;ก่อนหน้านี้บริบทในเรื่องของสิ่งแวดล้อม อยู่ที่การไม่สร้างมลภาวะมากเ​กินมาตรฐาน แต่เมื่อบริบทในปัจจุบันและมาตรฐานได้ถูกยกระดับมากขึ้น การปล่อย Carbon Emission ซึ่งเป็นเรื่องที่มาคู่กับการผลิตไฟฟ้ากลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกมีความกังวล และมีการยกระดับเพื่อควบคุมปริมาณการปลดปล่อยซึ่งกระทบต่อ​อุตสาหกรรม​ แต่ก็ถือเป็น​ความท้าทายใหม่ที่ผู้อยู่ในอุตสาหกรรมทุกรายต้องสามารถสร้างให้เกิดความสมดุลขึ้นมาให้ได้ในสุด&#8221;​​ </em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/ratch-group-mou-phase3-empowerment-project-in-laos/">ราช กรุ๊ป ขยายเฟส 3 โครงการการศึกษาพร้อมเสริมทักษะ​อาชีพในลาว เพิ่มโฟกัสกลุ่ม​พลังงานทดแทน รับบริบทโลกใหม่ยุคเปลี่ยนผ่านสู่ Zero Carbon</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เส้นทางสู่ “เน็ต ซีโร่” ของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/01/road-to-net-zero-of-healthcare-industry/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jan 2024 08:14:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Healthcare]]></category>
		<category><![CDATA[Healthcare Without Harm]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider Electric]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[ขอบเขตความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ชไนเดอร์ อิเล็คทริค]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การอนามัยโลก]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เฮลธ์แคร์]]></category>
		<category><![CDATA[แดเนียล การ์เซียร์ กิล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23317</guid>

					<description><![CDATA[<p>อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ หรือ เฮลธ์แคร์ คือหนึ่งในภาคส่วนที่มีการใช้พลังงานมากที่สุด คิดเป็น 7% ของการปล่อยคาร์บอนทั้งหมด ซึ่งโรงพยาบาลมีการใช้พลังงานและน้ำในปริมาณมาก อีกทั้งยังสร้างของเสียจำนวนมากเช่นกัน สอดคล้องกับการศึกษาจาก Healthcare Without Harm ที่ชี้ว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเฮลธ์แคร์ เทียบเท่าอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิทั่วโลกที่ 4.4% โดยสหรัฐอเมริกา จีน และยุโรป คิดเป็น 56% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ทั้งหมดทั่วโลก องค์การอนามัยโลก ประเมินว่าค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการใช้พลังงานตามสถานพยาบาลต่างๆ มีแต่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ภายในห้าปีข้างหน้า เมื่อพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโรงพยาบาลพบว่า 25% เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน ฉะนั้นการลดพลังงานจึงช่วยสร้างประสิทธิภาพด้านการเงินที่ดีขึ้นได้ทันที สิ่งสำคัญสำหรับองค์กรด้านการดูแลสุขภาพ คือการพัฒนาและนำกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาใช้ นอกจากจะช่วยให้บรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงปารีสแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานได้ นอกเหนือจากคำมั่นสัญญาเหล่านี้ องค์กรทางคลินิกบางแห่งอย่าง Doctors for the Environment Australia ยังสนับสนุนความมุ่งมั่นเหล่านี้อย่างจริงจัง อีกทั้งเรียกร้องให้หลายองค์กรออกมาแสดงความมุ่งมั่นเรื่องการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ให้ได้ภายในปี 2040 โดยมีเป้าหมายตามระยะเวลาที่กำหนด คือการลดคาร์บอนให้ได้ 80% ภายในปี 2030 ทำความเข้าใจเกี่ยวกับขอบเขตของความยั่งยืน Greenhouse Gas [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/road-to-net-zero-of-healthcare-industry/">เส้นทางสู่ “เน็ต ซีโร่” ของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><em>อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ หรือ เฮลธ์แคร์ คือหนึ่งในภาคส่วนที่มีการใช้พลังงานมากที่สุด คิดเป็น </em></strong><strong><em>7% </em></strong><strong><em>ของการปล่อยคาร์บอนทั้งหมด ซึ่งโรงพยาบาลมีการใช้พลังงานและน้ำในปริมาณมาก อีกทั้งยังสร้างของเสียจำนวนมากเช่นกัน </em></strong></p>
<p><span id="more-23317"></span></p>
<p><strong><em>สอดคล้องกับการศึกษาจาก </em></strong><strong><em>Healthcare Without Harm </em></strong><strong><em>ที่ชี้ว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเฮลธ์แคร์ เทียบเท่าอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิทั่วโลกที่ </em></strong><strong><em>4.4% </em></strong><strong><em>โดยสหรัฐอเมริกา จีน และยุโรป คิดเป็น </em></strong><strong><em>56% </em></strong><strong><em>ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ทั้งหมดทั่วโลก</em></strong></p>
<p>องค์การอนามัยโลก ประเมินว่าค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการใช้พลังงานตามสถานพยาบาลต่างๆ มีแต่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ภายในห้าปีข้างหน้า</p>
<p><strong>เมื่อพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโรงพยาบาลพบว่า 25% เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน</strong> ฉะนั้นการลดพลังงานจึงช่วยสร้างประสิทธิภาพด้านการเงินที่ดีขึ้นได้ทันที</p>
<p>สิ่งสำคัญสำหรับองค์กรด้านการดูแลสุขภาพ คือการพัฒนาและนำกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาใช้ นอกจากจะช่วยให้บรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงปารีสแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานได้</p>
<p>นอกเหนือจากคำมั่นสัญญาเหล่านี้ องค์กรทางคลินิกบางแห่งอย่าง Doctors for the Environment Australia ยังสนับสนุนความมุ่งมั่นเหล่านี้อย่างจริงจัง อีกทั้งเรียกร้องให้หลายองค์กรออกมาแสดงความมุ่งมั่นเรื่องการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ให้ได้ภายในปี 2040 โดยมีเป้าหมายตามระยะเวลาที่กำหนด คือการลดคาร์บอนให้ได้ 80% ภายในปี 2030</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23340 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Pic_Healthcare_TH-2.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>ทำความเข้าใจเกี่ยวกับขอบเขตของความยั่งยืน</strong></p>
<p><strong>Greenhouse Gas Protocol</strong> ซึ่งเป็นมาตรฐานการทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกสำหรับทั้งภาครัฐและเอกชน ได้นิยามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน 3 ขอบเขต (Scope) ด้วยกัน โดยอิงจากความเป็นเจ้าของและระดับของการควบคุมการปล่อยก๊าซ</p>
<p>สำหรับอุตสาหกรรมภาคการดูแลสุขภาพ สอดคล้องตาม <strong>Healthcare Without Harm</strong> การกระจายการปล่อยก๊าซคาร์บอนในขอบเขตความยั่งยืนทั้งหมดได้แก่</p>
<p><strong>Scope 1</strong> คือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการเผาไหม้ฟอสซิลโดยตรง (เช่นก๊าซธรรมชาติหรือเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะตัวเอง) คิดเป็น 17% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเฮลธ์แคร์ทั่วโลก</p>
<p><strong>Scope 2</strong> การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากแหล่งพลังงานที่ซื้อมา (ไฟฟ้า ระบบทำความร้อนและทำความเย็นส่วนกลาง ไอน้ำ และ ฯลฯ) คิดเป็นอีก 12% ขึ้นอยู่กับการสร้างไฟฟ้าจากกริด</p>
<p><strong>Scope 3</strong> การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากซัพพลายเชนในภาคอุตสาหกรรมดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนที่มีนัยสำคัญที่สุดของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดอยู่ที่ 71% ซึ่งการปล่อยก๊าซใน Scope 3 ยังเป็นส่วนที่ติดตาม ตรวจสอบและกำจัดได้ยากที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับ scope ย่อยต่างๆ เช่นการเดินทางเพื่อธุรกิจ การขนส่งพนักงานและผู้เยี่ยมชม รวมถึงการปล่อยก๊าซจากการลงทุน ซื้อหรือเช่าอุปกรณ์ต่างๆ</p>
<p>องค์กรภาคอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ทั้งหมด กำลังพัฒนาและนำแผนงานมาใช้ในการบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดใน 3 scope ที่ว่า โดยกลยุทธ์เหล่านี้ประกอบด้วยการดำเนินงานโดยตรงในส่วนของกิจกรรมที่ช่วยสร้างประสิทธิภาพด้านพลังงานในระยะสั้น ถึงระยะกลาง ตลอดจนระยะยาว เช่นการจัดการวงจรของสินทรัพย์ แผนการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และแผนจัดซื้อพลังงาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23341 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Pic_Healthcare_TH-1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>บรรลุ “เน็ต ซีโร่” ด้วยการบริหารจัดการพลังงานเชิงรุก</strong></p>
<p><strong>กลยุทธ์การบริหารจัดการพลังงานในเชิงรุก</strong> ให้แนวทางในการรับมือกับความท้าทายในการบริหารจัดการพลังงาน และเป็นหัวใจหลักของเส้นทางสู่ความยั่งยืนในองค์กร การบริหารจัดการพลังงานในเชิงรุก คือแนวทางที่ใช้นวัตกรรมสร้างความยั่งยืนโดยเน้นถึงความจำเป็นด้านการดำเนินการและการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง และประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักด้วยกัน</p>
<p><strong>การจัดซื้อและจัดหา</strong> ได้แก่องค์ประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพด้านภาษี การพัฒนางบประมาณ และการคาดการณ์เกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ โดยการดำเนินงานด้านเฮลธ์แคร์ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง การบริหารความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยมุ่งเน้นเพื่อให้บรรลุความยืดหยุ่นด้านโครงสร้างพื้นฐานและประสิทธิภาพด้านการดำเนินงาน</p>
<p><strong>ประสิทธิภาพและการวิเคราะห์</strong> ได้แก่การดำเนินงานหลักที่เกี่ยวกับการประเมินการใช้พลังงาน การวัดปริมาณและการวิเคราะห์พลังงาน การผสานรวมระบบควบคุมและระบบอัตโนมัติ รวมถึงการให้การรับรองด้านประสิทธิภาพพลังงาน ซึ่งนับเป็นเรื่องปกติมากขึ้นที่สถานพยาบาลทั่วไปต่างมองหาแนวทางเพื่อให้ได้รับการรับรองด้านประสิทธิภาพผ่านเครื่องมือต่างๆ เช่น Green Star และ NABERS สำหรับโรงพยาบาล นอกจากนี้ ยังมีการนำระบบวิเคราะห์ข้อมูล และ AI มาใช้ในการระบุเพื่อดูว่าการดำเนินงานส่วนใดที่ยังไม่ได้ประสิทธิภาพเพียงพอ รวมถึงใช้ออกแบบกลยุทธ์ด้านระบบอัตโนมัติ เพื่อให้ระบบโครงสร้างมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p><strong>ความยั่งยืน</strong> ยังรวมถึงกิจกรรมหลักอื่นๆ อย่าง การออกรายงานเกี่ยวกับคาร์บอน การใช้เทคโนโลยีสะอาด การติดตั้งแหล่งพลังงานหมุนเวียน แหล่งผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ (DER) และการบริหารจัดการทรัพยากรจากแหล่งที่มาทั้งหมด เช่น พลังงาน น้ำ หรือวัสดุก่อสร้าง ซึ่งองค์กรภาคการดูแลสุขภาพมีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสร้างแหล่งพลังงานหมุนเวียน และแนวทางในด้านไมโครกริด เพื่อช่วยลดคาร์บอนและสนับสนุนการใช้ไฟฟ้าในระบบโครงสร้าง โดยส่วนอื่นๆ ที่ต้องมุ่งเน้นคือการติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกครอบคลุมทั้ง 3 scope เริ่มจากการวิเคราะห์การใช้พลังงานโดยตรง ตามด้วยการวิเคราะห์ผลกระทบด้านความยั่งยืนของซัพพลายเชนอย่างละเอียด</p>
<p>การบริหารจัดการพลังงานเชิงรุก ไม่ใช่กระบวนการที่ทำครั้งเดียวจบ แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำตลอดและต้องอาศัยความมีส่วนร่วมและการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง องค์กรด้านเฮลธ์แคร์สามารถส่งเสริมเรื่องความยั่งยืนได้ด้วยการปรับปรุงแนวทางการบริหารจัดการพลังงานในองค์กรให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องได้เช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23339 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Pic_Healthcare_TH-3.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ในฐานะผู้นำที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในเรื่องการสร้างความยั่งยืน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จึงอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการช่วยให้องค์กรด้านการดูแลสุขภาพ บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ด้วย<a href="https://www.se.com/th/th/work/campaign/innovation/overview.jsp" target="_blank" rel="noopener">แพลตฟอร์ม EcoStruxure™</a> และ<a href="https://www.se.com/th/th/work/services/field-services/" target="_blank" rel="noopener">การบริการจาก ชไนเดอร์ อิเล็คทริค</a> ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตร ทั้งการประสานงานและการให้บริการด้านคำปรึกษา ซึ่งสามารถออกแบบกลยุทธ์ด้านการบริหารจัดการพลังงานในเชิงรุกได้อย่างเหมาะสม เพื่อแก้ปัญหาด้วยการลดการปล่อยคาร์บอนในองค์กรเฮลธ์แคร์ ครอบคลุมทั้ง 3 ขอบเขต<a href="https://www.se.com/th/th/work/services/sustainability-business/energy-management-sustainability-services.jsp" target="_blank" rel="noopener">เพื่อความยั่งยืน</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>บทความโดย : แดเนียล การ์เซียร์ กิล ดูแลด้านสถาปัตยกรรม IoT โซลูชั่น ชไนเดอร์ อิเล็คทริค</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/road-to-net-zero-of-healthcare-industry/">เส้นทางสู่ “เน็ต ซีโร่” ของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>EA ทดลองวิ่งหัวรถจักรไฟฟ้าระบบแบตเตอรี่ ‘MINE Locomotive’ ​เร่งเปลี่ยนผ่านขนส่งทางราง​ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/01/ea-test-mine-locomotive-drive-ev-on-train-policy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2023 07:30:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Economy]]></category>
		<category><![CDATA[CRRC Dalian]]></category>
		<category><![CDATA[EA]]></category>
		<category><![CDATA[EA Anywhere]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EV on Train]]></category>
		<category><![CDATA[KMITL]]></category>
		<category><![CDATA[MINE Locomotive]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Transportation]]></category>
		<category><![CDATA[Ultra-Fast Charge]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[การรถไฟแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ขนส่ง]]></category>
		<category><![CDATA[คมนาคม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[รฟท.]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบราง]]></category>
		<category><![CDATA[ลดมลพิษ​]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง]]></category>
		<category><![CDATA[หัวรถจักรไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อมร ทรัพย์ทวีกุล]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนผ่าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16638</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ร่วมกับ CRRC Dalian ผู้ผลิตรถไฟรายใหญ่จากประเทศจีน ได้รับโอกาสจากกระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผลักดันนโยบาย EV on Train พร้อมร่วมมือกับภาควิชาการ เริ่มทดสอบระบบสับเปลี่ยนขบวน (Shunting) ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยหัวรถจักรไฟฟ้า (EV) หรือ “MINE Locomotive” แบตเตอรี่ขนาด 4.1 MWh สามารถวิ่งได้ระยะกว่า 300 กิโลเมตร ผสานเทคโนโลยีการอัดประจุ Ultra-Fast Charge ของ EA Anywhere ใช้เวลาชาร์จเพียง1 ชั่วโมง และประหยัดต้นทุนพลังงานได้กว่า 40% เมื่อเปรียบเทียบกับหัวรถจักรดีเซล คุณอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นับเป็นโอกาสสำคัญในการพลิกโฉมประวัติศาสตร์การคมนาคมทางราง ที่จะขับเคลื่อนประเทศให้เข้าสู่สังคมปลอดคาร์บอนได้เร็วยิ่งขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/ea-test-mine-locomotive-drive-ev-on-train-policy/">EA ทดลองวิ่งหัวรถจักรไฟฟ้าระบบแบตเตอรี่ ‘MINE Locomotive’ ​เร่งเปลี่ยนผ่านขนส่งทางราง​ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ<strong> EA</strong> ร่วมกับ<strong> CRRC Dalian</strong> ผู้ผลิตรถไฟรายใหญ่จากประเทศจีน ได้รับโอกาสจากกระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผลักดันนโยบาย <strong>EV on Train</strong></p>
<p><span id="more-16638"></span></p>
<p>พร้อมร่วมมือกับภาควิชาการ เริ่มทดสอบระบบสับเปลี่ยนขบวน (Shunting) ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยหัวรถจักรไฟฟ้า (EV) หรือ <strong>“MINE Locomotive”</strong> แบตเตอรี่ขนาด 4.1 MWh สามารถวิ่งได้ระยะกว่า 300 กิโลเมตร ผสานเทคโนโลยีการอัดประจุ Ultra-Fast Charge ของ EA Anywhere ใช้เวลาชาร์จเพียง1 ชั่วโมง และประหยัดต้นทุนพลังงานได้กว่า 40% เมื่อเปรียบเทียบกับหัวรถจักรดีเซล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16642 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/EA3.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณอมร ทรัพย์ทวีกุล</strong> รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นับเป็นโอกาสสำคัญในการพลิกโฉมประวัติศาสตร์การคมนาคมทางราง ที่จะขับเคลื่อนประเทศให้เข้าสู่สังคมปลอดคาร์บอนได้เร็วยิ่งขึ้น โดย EA ได้นำนวัตกรรมหัวรถจักรไฟฟ้า <strong>“MINE Locomotive”</strong> สู่เมืองไทยภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อสร้างประโยชน์ในทุกมิติและพร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐ เพื่อความมั่นคงทางด้านพลังงานและการคมนาคมของประเทศชาติ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16640 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/EA5.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>สำหรับ MINE Locomotive หัวรถจักรไฟฟ้าพร้อมตู้แบตเตอรี่แยก (Power Car) เพื่อเพิ่มระยะทางการวิ่ง รวมแบตเตอรี่ขนาด 4.1 MWh สามารถชาร์จเต็มภายใน 1 ชั่วโมง ออกแบบตามมาตรฐานการรถไฟไทยเพื่อการใช้งานหลากหลาย ทั้งการสับเปลี่ยนขบวน (Shunting) เข้าชานชาลาสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อลดมลพิษในอาคารผู้โดยสารและสามารถลากขบวนสินค้า (Cargo train) จาก ICD ลาดกระบังถึงแหลมฉบัง และขบวนโดยสาร (Passenger Train) ในเขตเมืองและระหว่างจังหวัด ด้วยความเร็วสูงสุด (Max Operating Speed) 120 km/h  พร้อม Regenerative Braking ที่สามารถชาร์จไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่จากการเบรค</p>
<p>โดยจากการทดสอบประเมินว่าสามารถวิ่งได้ระยะกว่า 300 กิโลเมตร ตามแต่การใช้งาน ซึ่งจะประหยัดต้นทุนพลังงานได้ถึง​ 40% เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันดีเซล ​รวมถึงการวัดผลกระทบด้านคุณภาพอากาศของหัวรถจักร EV อยู่ในระดับ 27 AQI. ซึ่งยังอยู่ในระดับคุณภาพอากาศที่ดี ตามดัชนีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ หากเทียบกับผลกระทบของรถจักรดีเซลที่สูงถึงในระดับ 181 AQI. รวมทั้งในแง่การลงทุนขยายระบบเพื่อรองรับการใช้งานทั่วประเทศ ก็มีอัตราการลงทุนต่ำกว่าระบบการจ่ายไฟฟ้าแบบเดิม โดยเมื่อเทียบกับระบบการจ่ายไฟแบบเหนือหัวจะลดการลงทุนลงได้มากกว่าครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16641 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/EA8.jpg" alt="" width="1200" height="629" /></p>
<p><em>&#8220;EA เล็งเห็นว่า เทรนด์โลกกำลังเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานไฟฟ้า นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของประเทศไทย ที่จะส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่ยกระดับผลิตภัณฑ์โดยฝีมือของคนไทยให้ทัดเทียมกับนานาชาติ​อย่างก้าวกระโดด EA จึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ <strong>“Green Product”</strong> โดยยกระดับการขนส่งด้วยยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั้งรถโดยสารไฟฟ้า (<strong>MINE Bus</strong>) รถกระบะไฟฟ้า (<strong>MINE MT30</strong>) เรือโดยสารไฟฟ้า (<strong>MINE Smart Ferry</strong>) และ หัวรถจักรไฟฟ้า <strong>(MINE Locomotive</strong>) เพื่อตอบโจทย์การคมนาคมด้าน รถ-เรือ-ราง ​​ช่วยพัฒนานวัตกรรมด้านความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ​ เพื่อร่วมพัฒนาสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อม  ตามแนวทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต (New S-curves) เพื่อพัฒนาประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตามนโยบายภาครัฐที่มุ่งส่งเสริมโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (BCG Economy)​&#8221; </em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/ea-test-mine-locomotive-drive-ev-on-train-policy/">EA ทดลองวิ่งหัวรถจักรไฟฟ้าระบบแบตเตอรี่ ‘MINE Locomotive’ ​เร่งเปลี่ยนผ่านขนส่งทางราง​ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อาลีบาบา คลาวด์  ได้ฤกษ์อัพสเกล Energy Expert สู่แพลตฟอร์มจัดการคาร์บอนครบวงจร หลังซุ่มพัฒนาระบบ Carbon Tracking มาตั้งแต่ต้นปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/07/alibaba-cloud-launch-energy-expert-carbon-management-solution/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Jul 2022 13:00:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[(deep learning]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Alibaba]]></category>
		<category><![CDATA[Alibaba Cloud]]></category>
		<category><![CDATA[carbon accounting]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutral]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Tracking]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Expert]]></category>
		<category><![CDATA[Personalize]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดทำบัญชีคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพรินต์]]></category>
		<category><![CDATA[อาลีบาบา]]></category>
		<category><![CDATA[อาลีบาบา กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[อาลีบาบา คลาวด์]]></category>
		<category><![CDATA[เฉิน ลี่จวน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=12661</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วงเดือนกุมภาพันธ์​ที่ผ่านมา อาลีบาบา คลาวด์ ธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของอาลีบาบา กรุ๊ป ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม &#8220;Energy Expert&#8221; ในฐานะแอปฯ ตรวจจับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Tracking) แบบเฉพาะบุคคล เพื่อติดตามและบันทึกการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อประเมินการสร้างคาร์บอนของเจ้าของบัญชีในแต่ละวัน โดยระบบ Carbon Tracking ​จะทำการประเมินปริมาณคาร์บอนจากกิจกรรมต่างๆ ที่ทำ พร้อมมอบคาร์บอนเครดิตที่มีค่าเทียบเท่ากับเงินเมื่อทำกิจกรรมใดๆ ที่สร้างปริมาณคาร์บอนในระดับต่ำ เช่น จะได้รับ 200 คาร์บอนเครดิตเมื่อรับประทานอาหารหมดจาน​ หรือได้รับ 554 เครดิตหากผู้ใช้ขึ้นรถไฟใต้ดินแทนการใช้รถยนต์ส่วนตัว โดยให้เหตุผลในการพัฒนาแพลตฟอร์ม เพื่อสนับสนุนให้ผู้คนปรับตัวและคุ้นชินกับกิจกรรมที่ปล่อยคาร์บอนน้อยลง และช่วยปลูกฝังพฤติกรรมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะทุกคนจะสามารถตระหนักได้ว่าการกระทำต่างๆ ของตัวเองมีผลต่อการสร้างก๊าซคาร์บอน และจะคำนึงเรื่องการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนมากขึ้น เป็นอีกหนึ่งแนวทางสนับสนุนเป้าหมายของประเทศจีน ที่ต้องการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี พ.ศ.​ 2603 รวมทั้งเป้าหมายของทางอาลีบาบากรุ๊ปเองด้วย ที่ประกาศจะลดการปล่อยคาร์บอน 1.5 กิกะตัน จากทั้งอีโคซิสเต็ม ภายในปี  2578 เช่นเดียวกัน ซึ่งการนำร่องดังกล่าว ​อาลีบาบา คลาวด์ ให้ข้อมูลว่า มีบริษัทและชุมชนมากกว่า 1,492 แห่ง เข้ามาใช้แพลตฟอร์ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/alibaba-cloud-launch-energy-expert-carbon-management-solution/">อาลีบาบา คลาวด์  ได้ฤกษ์อัพสเกล Energy Expert สู่แพลตฟอร์มจัดการคาร์บอนครบวงจร หลังซุ่มพัฒนาระบบ Carbon Tracking มาตั้งแต่ต้นปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงเดือนกุมภาพันธ์​ที่ผ่านมา อาลีบาบา คลาวด์ ธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของอาลีบาบา กรุ๊ป ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม <strong>&#8220;Energy Expert&#8221; </strong>ในฐานะแอปฯ ตรวจจับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Tracking) แบบเฉพาะบุคคล เพื่อติดตามและบันทึกการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อประเมินการสร้างคาร์บอนของเจ้าของบัญชีในแต่ละวัน</p>
<p><span id="more-12661"></span></p>
<p>โดยระบบ Carbon Tracking ​จะทำการประเมินปริมาณคาร์บอนจากกิจกรรมต่างๆ ที่ทำ พร้อมมอบคาร์บอนเครดิตที่มีค่าเทียบเท่ากับเงินเมื่อทำกิจกรรมใดๆ ที่สร้างปริมาณคาร์บอนในระดับต่ำ เช่น จะได้รับ 200 คาร์บอนเครดิตเมื่อรับประทานอาหารหมดจาน​ หรือได้รับ 554 เครดิตหากผู้ใช้ขึ้นรถไฟใต้ดินแทนการใช้รถยนต์ส่วนตัว</p>
<p>โดยให้เหตุผลในการพัฒนาแพลตฟอร์ม เพื่อสนับสนุนให้ผู้คนปรับตัวและคุ้นชินกับกิจกรรมที่ปล่อยคาร์บอนน้อยลง และช่วยปลูกฝังพฤติกรรมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะทุกคนจะสามารถตระหนักได้ว่าการกระทำต่างๆ ของตัวเองมีผลต่อการสร้างก๊าซคาร์บอน และจะคำนึงเรื่องการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนมากขึ้น เป็นอีกหนึ่งแนวทางสนับสนุนเป้าหมายของประเทศจีน ที่ต้องการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี พ.ศ.​ 2603 รวมทั้งเป้าหมายของทางอาลีบาบากรุ๊ปเองด้วย ที่ประกาศจะลดการปล่อยคาร์บอน 1.5 กิกะตัน จากทั้งอีโคซิสเต็ม ภายในปี  2578 เช่นเดียวกัน</p>
<p>ซึ่งการนำร่องดังกล่าว ​อาลีบาบา คลาวด์ ให้ข้อมูลว่า มีบริษัทและชุมชนมากกว่า 1,492 แห่ง เข้ามาใช้แพลตฟอร์ม และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 394,000 ตัน  ขณะที่โรงเรียนและชุมชนต่างๆ ในประเทศจีน เริ่มนำแพลตฟอร์มนี้ไปสร้างบัญชีคาร์บอนส่วนบุคคลกันมากขึ้น โดย​เฉพาะย่านซินเฉียวชื่อจู (Xinqiao Shiju) ​ทางตอนใต้ของเซินเจิ้น เป็นย่านแรกๆ ที่นำร่องการใช้​แพลตฟอร์ม และ​นับตั้งแต่เปิดโปรเจ็กต์เมื่อปลายปีที่แล้ว คนในชุมชนกว่า 589 คน สามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 37.77 ตัน โดยทุกคนในย่านนี้มีบัญชีการใช้คาร์บอนแบบส่วนตัว เพื่อควบคุมการใช้พลังงานและการปล่อยคาร์บอนของตัวเอง</p>
<figure id="attachment_12668" aria-describedby="caption-attachment-12668" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-12668 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/Alibaba1.jpg" alt="" width="1200" height="752" /><figcaption id="caption-attachment-12668" class="wp-caption-text">Energy Expert ในช่วงนำร่องกับแคมเปญลดการปล่อยคาร์บอนแบบรายบุคคล (Credit: อาลีบาบา)</figcaption></figure>
<p>นอกจากรายบุคคล แพลตฟอร์ม Energy Expert ยังมีบัญชีแบบครอบครัว ที่สามารถรวมยอดการปล่อยคาร์บอนของคนที่อาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกันได้อีกด้วย ซึ่งนอกจากการตรวจจับและการคำนวณผลการใช้พลังงานของผู้ใช้แต่ละคน​ ยังสามารถให้คำแนะนำเพื่อลดการใช้พลังงาน​ซึ่งปรับแต่งตามพฤติกรรมของแต่ละบุคคล เช่น แนะนำให้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อชดเชยราคาค่าไฟที่สูง หรือแนะนำให้เก็บน้ำฝนเพื่อลดการใช้น้ำ ได้อีกด้วย</p>
<p><strong>ได้ฤกษ์อัพสเกลสู่ภาคธุรกิจ</strong></p>
<p>ล่าสุด อาลีบาบา คลาวด์ ได้อัพเกรด​ Energy Expert สู่แพลตฟอร์มด้านความยั่งยืนสำหรับลูกค้าทั่วโลก ในการจัดทำบัญชีก๊าซคาร์บอน (carbon accounting) เพื่อทำการวัดปริมาณ วิเคราะห์ และบริหารจัดการการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการทำกิจกรรมทางธุรกิจและจากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ​พร้อมเสนอข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้ได้จริง และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน เพื่อช่วยกระบวนการทำให้การทำธุรกิจบนเส้นทางแห่งความยั่งยืนเกิดได้เร็วขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ ลูกค้าธุรกิจสามารถจัดทำบัญชีคาร์บอน (carbon accounting) และกระบวนการทำรายงานได้อย่างอัตโนมัติ ทั้งในส่วนขององค์กรและผลิตภัณฑ์ พร้อมแสดงผลสถิติต่างๆ ที่กระทบต่อความยั่งยืนแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถตัดสินใจ โดยใช้ข้อมูลประกอบการพิจารณา ​เพื่อทราบถึงแหล่งที่มาของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกิจกรรมทางธุรกิจในแต่ละวัน ตลอดจนจากไลฟ์ไซเคิลทั้งหมดของผลิตภัณฑ์ทั้งหมด โดยอิงตามมาตรฐาน PAS 2060 และ ISO 14064 เกี่ยวกับความเป็นกลางทางคาร์บอน</p>
<figure id="attachment_12666" aria-describedby="caption-attachment-12666" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-12666 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/Alibab3.jpg" alt="" width="1200" height="666" /><figcaption id="caption-attachment-12666" class="wp-caption-text">Energy Expert ​กับการรายงานการปล่อยก๊าซคาร์บอนแบบออนไลน์โดยอัตโนมัติ ​(Credit: อาลีบาบา)</figcaption></figure>
<p><strong>นายเฉิน ลี่จวน ผู้จัดการทั่วไปด้านผลิตภัณฑ์และโซลูชัน อาลีบาบา คลาวด์</strong> กล่าวว่า “Energy Expert ออกแบบมาเพื่อช่วยให้บริษัทต่างๆ บรรลุเป้าหมายด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน ด้วยการใช้เทคโนโลยีและโซลูชันที่ทันสมัย และได้ประโยชน์จากนวัตกรรมที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว​ จากวิธีการดำเนินการ​และแนวทางปฏิบัติเพื่อความยั่งยืนต่างๆ ที่โซลูชันนี้แนะนำ ​เพื่อช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมาย net zero ที่วางไว้ได้”</p>
<p>โซลูชันนี้ยังมอบการวิเคราะห์ที่ล้ำสมัยต่าง ๆ เกี่ยวกับประสิทธิภาพของการใช้พลังงาน และคาดการณ์การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่เรียนรู้โดยอัตโนมัติผ่านการเลียนแบบการทำงานของระบบโครงข่ายประสาทในสมองมนุษย์ (deep learning-based AI) ​ที่โฮสต์อยู่บนอาลีบาบา คลาวด์ ​พร้อมทั้งยังได้นำเสนอแผนการเพิ่มประสิทธิภาพที่นำไปใช้งานได้จริง เพื่อช่วยให้ลูกค้าลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในภาพรวมได้มากที่สุด เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ​ เช่น ​การนำพลังงานสะอาดมาใช้มากขึ้น ลดการใช้ไฟฟ้าที่มากเกินไปในช่วงที่มีความต้องการใช้สูง และเพิ่มประสิทธิภาพให้ซัพพลายเชน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบไปจนถึงการจัดส่งสินค้าและผลิตภัณฑ์  ซึ่งได้รับการยอมรับทั่วโลก เช่น TÜV Rheinland ผู้จัดทำบบัญชีและให้การรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ออนไลน์ที่เชื่อถือได้</p>
<p>ปัจจุบันนวัตกรรมนี้ได้ให้บริการกับบริษัทมากกว่า 2,000 แห่งในประเทศจีน ช่วยประหยัดพลังงานมากกว่า 2 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อวัน หรือเป็นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 400,000 ตันจากช่วงเวลาเดียวกัน รวมทั้ง Energy Exper ยังมีบทบาทสำคัญด้านความยั่งยืน ที่สำนักงานใหญ่ XiXi ของอาลีบาบา ที่เมืองหางโจว จากแนวคิดการประหยัดพลังงานที่โซลูชันนี้นำเสนอให้ ​เช่น การควบคุมระบบปรับอากาศที่ชาญฉลาด และการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาซึ่งผลิตไฟฟ้าได้ 1.2 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงานที่สำนักงานใหญ่ของอาลีบาบา ลดการใช้พลังงานลง 30% ในช่วงที่ไม่มีความต้องการใช้สูง และประหยัดพลังงานจากการใช้ระบบปรับอากาศในฤดูร้อนลงได้ 17%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12665 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/Alibaba4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/alibaba-cloud-launch-energy-expert-carbon-management-solution/">อาลีบาบา คลาวด์  ได้ฤกษ์อัพสเกล Energy Expert สู่แพลตฟอร์มจัดการคาร์บอนครบวงจร หลังซุ่มพัฒนาระบบ Carbon Tracking มาตั้งแต่ต้นปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตุรกีสร้างโรงกลั่นเชื้อเพลิงชีวภาพจากสาหร่าย หวังใช้เป็นเชื้อเพลิงเครื่องบินในอนาคต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/05/turkey-use-biofuels-from-algae-to-fly/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 22 May 2022 07:21:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[algae]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutral]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable fuel]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable aviation]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตปรินท์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงจากสาหร่าย]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นเชื้อเพลิงชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11691</guid>

					<description><![CDATA[<p>การนำเชื้อเพลิงทางเลือกมาใช้กับยานพาหนะคงไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป เพราะเรากำลังก้าวสู่โลกที่กำลังจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและพลังงานทางเลือกอื่นๆ ในการทดแทนพลังงานฟอสซิล เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนซึ่งเป็นสาเหตุของวิกฤติโลกร้อน สาหร่ายคงเป็นอีกหนึ่งแหล่งพลังงานที่ดีที่นอกจากจะมีประโยชน์ในเชิงการบริโภคเป็นอาหารแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ผลิตเป็นปุ๋ยชีวภาพหรือเชื้อเพลิงเครื่องบินได้อีกด้วย ด้วยเหตุนี้นี่เอง ตุรกีจึงได้จับมือกับสหภาพยุโรปในการจัดตั้งโรงกลั่นเชื้อเพลิงชีวภาพจากสาหร่ายในกรุงอิสตันบูล ซึ่งนับเป็นโรงกลั่นแห่งแรกในยุโรปที่เป็นกลางทางคาร์บอน และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการอิสระของตุรกีที่วางแผนจะผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อลดการพึ่งพิงเชื้อเพลิงฟอสซิล โดย Mustafa Varank รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติแห่งตุรกี  ได้กล่าวในพิธีเปิดว่า “การนำประโยชน์จากเชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตโดย Turkish Airlines อยู่ระหว่างการดำเนินการ เราต้องการทำการบินไฟลท์แรกโดยใช้เชื้อเพลิงชีวภาพจากที่นี่ให้ได้ก่อนหมดปี 2022” สาหร่าย (Algae) คืออะไร และสำคัญอย่างไร สาหร่ายเป็นกลุ่มสิ่งมีชีวิตหลากหลายในน้ำที่สังเคราะห์แสงได้ โดยการสังเคราะห์แสงเป็นกระบวนการที่พืชและสิ่งมีชีวิตบางชนิดเปลี่ยนแสงอาทิตย์เป็นพลังงานเคมี คนทั่วไปอาจรู้จักสาหร่ายเพียงบางชนิด แต่รู้หรือไม่ว่าสาหร่ายมีหลากหลายชนิดมากที่เป็นประโยชน์ โดยสาหร่ายผลิตออกซิเจนได้เกือบครึ่งหนึ่งของออกซิเจนในโลกเลยทีเดียว โรงกลั่นเชื้อเพลิงชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โรงกลั่นเชื้อเพลิงชีวภาพแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นภายในมหาวิทยาลัย Boğaziçi ซึ่งเชื่อมต่อกับทะเลดำ มีพื้นที่ทำวิจัยและพัฒนาขนาดใหญ่ถึง 2,500 ตารางเมตร (27,000 ตารางฟุต) โดยสามารถรองรับสาหร่ายจำนวนมากถึง 1,200 ตันต่อปี โรงกลั่นแห่งนี้จะทำหน้าที่ในการผลิตสินค้าที่หลากหลาย เช่น อาหารเสริม อาหารสัตว์ รวมถึงเชื้อเพลิงเครื่องบิน ที่สามารถนำไปผสมกับเชื้อเพลิงเครื่องบินมาตรฐาน โดยการผลิตเชื้อเพลิงดังกล่าวยังช่วยลดการพึ่งพิงการนำเข้าพลังงานและลดการปล่อยคาร์บอนได้อีกด้วย นอกจากนี้ ภายในโรงกลั่นยังใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานลม และยังมีเป้าในการผลิตขยะเป็นศูนย์เพื่อมุ่งสู่การปล่อยคาร์บอนเป็นลบนั่นเอง อย่างไรก็ดี Turkish Airlines [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/05/turkey-use-biofuels-from-algae-to-fly/">ตุรกีสร้างโรงกลั่นเชื้อเพลิงชีวภาพจากสาหร่าย หวังใช้เป็นเชื้อเพลิงเครื่องบินในอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">การนำเชื้อเพลิงทางเลือกมาใช้กับยานพาหนะคงไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป เพราะเรากำลังก้าวสู่โลกที่กำลังจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและพลังงานทางเลือกอื่นๆ ในการทดแทนพลังงานฟอสซิล เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนซึ่งเป็นสาเหตุของวิกฤติโลกร้อน</span></p>
<p><span id="more-11691"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาหร่ายคงเป็นอีกหนึ่งแหล่งพลังงานที่ดีที่นอกจากจะมีประโยชน์ในเชิงการบริโภคเป็นอาหารแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ผลิตเป็นปุ๋ยชีวภาพหรือเชื้อเพลิงเครื่องบินได้อีกด้วย ด้วยเหตุนี้นี่เอง ตุรกีจึงได้จับมือกับสหภาพยุโรปในการจัดตั้งโรงกลั่นเชื้อเพลิงชีวภาพจากสาหร่ายในกรุงอิสตันบูล ซึ่งนับเป็นโรงกลั่นแห่งแรกในยุโรปที่เป็นกลางทางคาร์บอน และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการอิสระของตุรกีที่วางแผนจะผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อลดการพึ่งพิงเชื้อเพลิงฟอสซิล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย Mustafa Varank รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติแห่งตุรกี  ได้กล่าวในพิธีเปิดว่า <em>“การนำประโยชน์จากเชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตโดย Turkish Airlines อยู่ระหว่างการดำเนินการ เราต้องการทำการบินไฟลท์แรกโดยใช้เชื้อเพลิงชีวภาพจากที่นี่ให้ได้ก่อนหมดปี 2022”</em></span></p>
<p><b>สาหร่าย (Algae) คืออะไร และสำคัญอย่างไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาหร่ายเป็นกลุ่มสิ่งมีชีวิตหลากหลายในน้ำที่สังเคราะห์แสงได้ โดยการสังเคราะห์แสงเป็นกระบวนการที่พืชและสิ่งมีชีวิตบางชนิดเปลี่ยนแสงอาทิตย์เป็นพลังงานเคมี คนทั่วไปอาจรู้จักสาหร่ายเพียงบางชนิด แต่รู้หรือไม่ว่าสาหร่ายมีหลากหลายชนิดมากที่เป็นประโยชน์ โดยสาหร่ายผลิตออกซิเจนได้เกือบครึ่งหนึ่งของออกซิเจนในโลกเลยทีเดียว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11692 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/Algae-.jpg" alt="" width="1200" height="797" /></p>
<p><b>โรงกลั่นเชื้อเพลิงชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โรงกลั่นเชื้อเพลิงชีวภาพแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นภายในมหาวิทยาลัย Boğaziçi ซึ่งเชื่อมต่อกับทะเลดำ มีพื้นที่ทำวิจัยและพัฒนาขนาดใหญ่ถึง 2,500 ตารางเมตร (27,000 ตารางฟุต) โดยสามารถรองรับสาหร่ายจำนวนมากถึง 1,200 ตันต่อปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โรงกลั่นแห่งนี้จะทำหน้าที่ในการผลิตสินค้าที่หลากหลาย เช่น อาหารเสริม อาหารสัตว์ รวมถึงเชื้อเพลิงเครื่องบิน ที่สามารถนำไปผสมกับเชื้อเพลิงเครื่องบินมาตรฐาน โดยการผลิตเชื้อเพลิงดังกล่าวยังช่วยลดการพึ่งพิงการนำเข้าพลังงานและลดการปล่อยคาร์บอนได้อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ภายในโรงกลั่นยังใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานลม และยังมีเป้าในการผลิตขยะเป็นศูนย์เพื่อมุ่งสู่การปล่อยคาร์บอนเป็นลบนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี Turkish Airlines คงไม่ใช่สายการบินแห่งแรกที่นำเชื้อเพลิงพลังงานทางเลือกมาใช้ทำการบิน เนื่องจากก่อนหน้านี้<a href="https://sdthailand.com/2022/03/swiss-airlines-first-use-solar-aviation-fuel/" target="_blank" rel="noopener noreferrer"> SWISS Air ก็ได้ประกาศความร่วมมือกับ Synhelion</a> ในการนำเชื้อเพลิงพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้กับเครื่องบินเช่นกัน</span></p>
<p><a href="https://www.goodnet.org/articles/airplanes-may-soon-be-using-algae-to-fly" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Source  </a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/05/turkey-use-biofuels-from-algae-to-fly/">ตุรกีสร้างโรงกลั่นเชื้อเพลิงชีวภาพจากสาหร่าย หวังใช้เป็นเชื้อเพลิงเครื่องบินในอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แอลจีประกาศลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกครั้งใหญ่ที่สุด ปี 2573 ต้องลด 1.5°C</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/10/lg-promote-to-net-zero/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Oct 2021 03:54:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[environmemt]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Paris Agreement]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[UN Global Compact]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แอลจี อีเลคทรอนิคส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=10025</guid>

					<description><![CDATA[<p>แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (แอลจี) ประกาศความมุ่งมั่นในการตั้งเป้าหมายตามหลักวิทยาศาสตร์เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขั้นตอนการใช้งานของผลิตภัณฑ์แอลจีภายในปี พ.ศ. 2573 ทำให้แอลจีเป็นบริษัทสัญชาติเกาหลีแห่งแรกที่เข้าร่วมแคมเปญระดับโลก “Business Ambition for 1.5°C” เพื่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero) นำโดยองค์กรอิสระ Science Based Targets initiative หรือ SBTi ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากซีดีพี (CDP) ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact หรือ UNGC) สถาบันทรัพยากรโลก (World Resources Institute หรือ WRI) และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wide Fund for Nature หรือ WWF) โดยได้รับการตอบรับเข้าร่วมแคมเปญจากบริษัททั่วโลกราว 700 ราย เมื่อปี 2562 แอลจีได้ประกาศเปิดตัวโครงการ Zero Carbon 2030 โดยมีความมุ่งมั่นที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั้งทางตรงและทางอ้อมที่เกิดจากกระบวนการผลิตให้ได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/10/lg-promote-to-net-zero/">แอลจีประกาศลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกครั้งใหญ่ที่สุด ปี 2573 ต้องลด 1.5°C</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (แอลจี) ประกาศความมุ่งมั่นในการตั้งเป้าหมายตามหลักวิทยาศาสตร์เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขั้นตอนการใช้งานของผลิตภัณฑ์แอลจีภายในปี พ.ศ. 2573 ทำให้แอลจีเป็นบริษัทสัญชาติเกาหลีแห่งแรกที่เข้าร่วมแคมเปญระดับโลก “Business Ambition for 1.5°C” เพื่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero)</span></h4>
<p><span id="more-10025"></span><br />
นำโดยองค์กรอิสระ Science Based Targets initiative หรือ SBTi ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากซีดีพี (CDP) ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact หรือ UNGC) สถาบันทรัพยากรโลก (World Resources Institute หรือ WRI) และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wide Fund for Nature หรือ WWF) โดยได้รับการตอบรับเข้าร่วมแคมเปญจากบริษัททั่วโลกราว 700 ราย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10026 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/1-2.jpg" alt="" width="607" height="371" /></p>
<p>เมื่อปี 2562 แอลจีได้ประกาศเปิดตัวโครงการ Zero Carbon 2030 โดยมีความมุ่งมั่นที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั้งทางตรงและทางอ้อมที่เกิดจากกระบวนการผลิตให้ได้ 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2560 และด้วยการเข้าร่วมแคมเปญ Business Ambition for 1.5°C แอลจีได้ตั้งเป้าหมายครั้งใหม่ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขั้นตอนการใช้งานผลิตภัณฑ์ เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน ซึ่งเพิ่มความท้าทายไปอีกขั้น ในความเป็นจริงแล้ว การรายงานของแอลจีต่อซีดีพีในปีนี้ได้แสดงให้เห็นว่าขั้นตอนการใช้งานผลิตภัณฑ์หลักเป็นที่มาของกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของบริษัท</p>
<p>เป้าหมายตามหลักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการสนับสนุนโดย SBTi สอดคล้องกับการวิจัยครั้งล่าสุด และสิ่งที่ได้รับการพิจารณาว่าจำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายที่ถูกขยายเพิ่มเติมของความตกลงปารีส (Paris Agreement) ในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิที่ 1.5 องศาเซลเซียส โดยเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตไปจนถึงขั้นตอนการใช้งานผลิตภัณฑ์ของแอลจีภายในปี พ.ศ. 2573 จะได้รับการตรวจสอบและอนุมัติโดย SBTi โดยผ่านการอ้างอิงจากข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10027 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/2-2.jpg" alt="" width="623" height="372" /></p>
<p>มร.คิม จุนโฮ รองกรรมการผู้จัดการบริหารและผู้อำนวยการศูนย์บริหารคุณภาพ (Quality Management Center) แอลจี อีเลคทรอนิคส์ กล่าวว่า “กิจกรรมของแอลจีในปัจจุบันมีความสอดคล้องกับกลยุทธ์ระยะกลางและระยะยาวของการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social, and Governance หรือ ESG) เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับคนรุ่นใหม่ในอนาคต โดยแอลจีกำลังดำเนินงานอย่างเต็มที่ในการพัฒนาโซลูชันด้านสิ่งแวดล้อมที่ให้ความสำคัญกับประเด็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero) และหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) เพื่อให้คนรุ่นใหม่มีชีวิตที่ดีกว่าเดิม และร่วมสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้น”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/10/lg-promote-to-net-zero/">แอลจีประกาศลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกครั้งใหญ่ที่สุด ปี 2573 ต้องลด 1.5°C</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจาะ Sustainable Development for Goal ของไมโครซอฟท์ท่ามกลางการขับเคลื่อนสู่วิถีใหม่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/08/microsoft-sustainable-development-for-goal/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Aug 2021 03:50:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[AI for Earth]]></category>
		<category><![CDATA[Built the Planetary Computer]]></category>
		<category><![CDATA[carbon negative]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[environmemt]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft Cloud for Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปีแห่งการเดินทาง Year of Powerment]]></category>
		<category><![CDATA[แผนด้านความยั่งยืนของไมโครซอฟท์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=9778</guid>

					<description><![CDATA[<p>“วันนี้ sustainability ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกแล้ว แต่เป็นหัวข้อที่ทุกองค์กรกำลังพูดถึง เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมมีโอกาสได้คุยกับผู้บริหารระดับสูงของ PTTOR เราแชร์mission และ vision กัน ซึ่งน่าสนใจมาก ตอนนี้เขาจะโฟกัสที่ 3 P คือ People , Profit และPlanet ซึ่งผมเชื่อว่ายังมีอีกหลาย ๆ องค์กรที่ไม่ได้สนใจเฉพาะเรื่องของธุรกิจของตัวเองอีกต่อไปแล้ว แต่จะ support โลกใบนี้ให้สามารถเดินต่อไปด้วยกันได้อย่างไร” ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กล่าวไว้ในช่วงเปิดเวทีพูคุยกับสื่อมวลชนทางออนไลน์. การบริหารธุรกิจท่ามกลางวิกฤติของโรคระบาดครั้งใหญ่ของศตวรรษนี้กลายเป็นโจทย์ยากสำหรับผู้นำองค์กรทุกคน แต่ท่ามกลางวิกฤติกลับสร้างโอกาสให้สามารถนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ได้มากขึ้น ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ได้เปิดเวทีออนไลน์เพื่อพูดคุยกับสื่อมวลชนถึงการปรับตัวท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของโควิด-19  ซึ่งปีนี้จะเป็น “ปีแห่งการเดินทาง Year of Powerment ” สำหรับไมโครซอฟท์ไทย ที่เน้นสร้างความร่วมมือกับทุกพันธมิตรธุรกิจ เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการ ให้ตอบโจทย์สังคมมากขึ้น การเดินทางของไมโครซอฟต์จากนี้จะปรับตัวสร้างมาตรฐานใหม่ เพื่อเข้าสู่ 8 วิถีใหม่กับ Micresoft Innovation ที่จะขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรม จากมุมมองของไมโครซอฟท์ในด้านองค์กรธุรกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/08/microsoft-sustainable-development-for-goal/">เจาะ Sustainable Development for Goal ของไมโครซอฟท์ท่ามกลางการขับเคลื่อนสู่วิถีใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">“วันนี้ sustainability ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกแล้ว แต่เป็นหัวข้อที่ทุกองค์กรกำลังพูดถึง เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมมีโอกาสได้คุยกับผู้บริหารระดับสูงของ PTTOR เราแชร์mission และ vision กัน ซึ่งน่าสนใจมาก ตอนนี้เขาจะโฟกัสที่ 3 P คือ People , Profit และPlanet ซึ่งผมเชื่อว่ายังมีอีกหลาย ๆ องค์กรที่ไม่ได้สนใจเฉพาะเรื่องของธุรกิจของตัวเองอีกต่อไปแล้ว แต่จะ support โลกใบนี้ให้สามารถเดินต่อไปด้วยกันได้อย่างไร” ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กล่าวไว้ในช่วงเปิดเวทีพูคุยกับสื่อมวลชนทางออนไลน์.</span></h4>
<p><span id="more-9778"></span></p>
<p>การบริหารธุรกิจท่ามกลางวิกฤติของโรคระบาดครั้งใหญ่ของศตวรรษนี้กลายเป็นโจทย์ยากสำหรับผู้นำองค์กรทุกคน แต่ท่ามกลางวิกฤติกลับสร้างโอกาสให้สามารถนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ได้มากขึ้น</p>
<p><strong>ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย</strong> ได้เปิดเวทีออนไลน์เพื่อพูดคุยกับสื่อมวลชนถึงการปรับตัวท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของโควิด-19  ซึ่งปีนี้จะเป็น “ปีแห่งการเดินทาง Year of Powerment ” สำหรับไมโครซอฟท์ไทย ที่เน้นสร้างความร่วมมือกับทุกพันธมิตรธุรกิจ เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการ ให้ตอบโจทย์สังคมมากขึ้น</p>
<p>การเดินทางของไมโครซอฟต์จากนี้จะปรับตัวสร้างมาตรฐานใหม่ เพื่อเข้าสู่ 8 วิถีใหม่กับ Micresoft Innovation ที่จะขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรม จากมุมมองของไมโครซอฟท์ในด้านองค์กรธุรกิจ และหนึ่งในนั้นคือเรื่อง Sustainable Development for Goal เพื่อบรรลุเป้าหมายในด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจแบบยั่งยืน โดยธนวัฒน์ได้กล่าวในมุมของ &#8221; ความยั่งยืน&#8221; ไว้อย่างน่าสนใจว่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9780 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Slide30.jpg" alt="" width="633" height="356" /></p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>Q : ในเรื่องเป้าหมายของ Sustainable นั้น ไมโครซอฟท์ ได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว</strong></span></p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>A :</strong> </span>เมื่อปี 2020 เราประกาศ 4 พันธสัญญาด้าน sustainability สำหรับทศวรรษหน้า ไว้ว่า ในปี Carbon Negative ปี 2030 zero carbon ปี 2030 zero carbon 2050 และ Built the Planetary Computer   ซึ่งหลังจากที่ประกาศไป 2 แล้วที่ผ่านมา เรานำสิ่งที่เราเรียนรู้จากการเก็บข้อมูลที่สร้างขึ้นมาเป็น Bussiness Model เพื่อไปจัดการกับ Carbon Negative ขนาดไหนได้บ้าง การที่เรานำอากาศที่ดีเข้าไปทดแทนต้องทำอย่างไรบ้าง</p>
<p>สิ่งเหล่านี้ไมโครซอฟทดลองทำเอง และนำความรู้เหล่านี้มาทำเป็น Microsoft Cloud for Sustainability ให้กับลูกค้า เพราะในส่วนนี้กลายป็น service หรือมี model ที่ไมโครซอฟท์ได้ผ่านการทดลองใช้มาแล้ว สามารถนำมาแชร์กับลูกค้า ดังนั้นลูกค้าไม่ต้องมาเริ่มต้นทำใหม่ แต่สามารถนำโมเดลนี้ไปปรับใช้เพิ่มเติมกับการบริหารจัดการขององค์กรได้ทุกธุรกิจ อาทิ ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจรถยนต์ ธุรกิจด้านการผลิต ธุรกิจการเงินและไฟแนนซ์ ฯลฯ.เป็นเรื่องใหม่ของแพลนปีนี้ที่เราจะนำมาให้บริการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9784 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Microsoft-3-1-1.jpg" alt="" width="638" height="359" /></p>
<p>วันนี้ไมโครซอฟท์ประกาศเรื่อง AI for Earth มีกว่า 700 องค์กรที่จะเข้ามาสนับสนุน จาก 100 ประเทศ ซึ่งรวมถึงคณะวิศวกรรมจุฬา AI for Earth คือการนำคลาวด์และ AI มาเติมเต็มศักยภาพการทำงานให้ทีมวิจัยและผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยีเพื่อปกป้องโลกของเรา โดย Sensor for All เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของงานวิจัยและพัฒนาที่มีประโยชน์อย่างแท้จริงกับทั้งสิ่งแวดล้อมและชีวิตประจำวัน<br />
โดยระบบคลาวด์ของไมโครซอฟท์จะเข้ามาช่วยขยายความสามารถของโครงการ Sensor for All ในหลายๆ ด้าน นอกเหนือจากการรายงานการวัดค่า AQI PM 2.5 และ PM 10 แบบเรียลไทม์แล้ว เรากำลังคิดค้นวิธีที่แม่นยำมากขึ้นในการประเมินระดับมล ภาวะทางอากาศที่ผู้ใช้งานแอปพลิเคชันแต่ละรายได้สัมผัสจริง และเรายังจะใช้ความสามารถของ AI ในการคาดการณ์ระดับมลพิษทางอากาศล่วงหน้า เพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถเตรียมตัวและป้องกันตนเองได้ดีขึ้น</p>
<p><strong>“นี่คือเรื่องที่เราต้องการเข้าไปช่วยเรื่อง sustainability &#8220;</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9781 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Microsoft-1.jpg" alt="" width="606" height="341" /></p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>Q : ไมโครซอฟ มีส่วนเข้าไปช่วยรัฐในเรื่องโควิดอย่างไรบ้าง</strong></span></p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>A :</strong></span> เรื่องโควิดถือว่าเป็นภารกิจสำคัญของเราในตอนนี้ ซึ่งมีทั้งภาครัฐ ไมโครซอฟท์ และสตาร์ทอัพไปเข้าไปช่วยแก้ปัญหาวิด-19 เท่าที่ผมจำได้ ตอนโควิดเริ่มระบาดใหม่ ๆ เราให้ทุกคนใช้ Microsoft E1 Trial ฟรี 6 เดือน เพราะเรารู้ว่าทุกคนต้องทำงานไม่ว่าจะwork from home หรือทุกสถานที่เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าได้</p>
<p>ที่ผ่านมาเราร่วมมือกับกระทรวงศึกษาเพื่อนำ Microsoft Teams นำไปใช้ในการศึกษาออนไลน์เพื่อให้สามารถเข้าถึงนักเรียนที่เรียนตามบ้านได้ถึง 6 ล้านคน นอกจากนี้เรายังนำ Microsoft Cloud เข้าไป support ในหลายหน่วยงานมาก ล่าสุด ไมโครซอฟท์ จับมือกับสภากาชาดไทย นำ Microsoft Surface Device ไปช่วยโรงพยาบาลจุฬา เนื่องจากวันนั้นมีคนเข้ามาลงทะเบียนเรื่องโควิดจำนวนมาก จำเป็นต้องทำงานให้เร็วที่สุด เราจึงต้องนำ Microsoft Surface Device บริจาคให้สภากาชาดไทย</p>
<p>หรือเรานำChat Board ไปช่วยสนับสนุน Call Center เองจากทุกวันนี้มีสายเข้ามาจำนวนมาก ซึ่ง Call Center รับสายไม่ทัน และคำถามที่ถามเข้ามาก็คล้าย ๆ กัน เราสามารถนำ Chat Board เข้าไปช่วยได้ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดการอยู่ ภายใน 2 สัปดาห์ก็น่าจะใช้งานได้</p>
<p>อีกเรื่องคือเราพาร์ทเนอร์กับสตาร์ทอัพ ซึ่งเยอะมาก เช่น Hack Vac เป็นกลุ่มสตาร์ทอัพ ที่นำโนว์ฮาวด์ของ MIT ที่ซัพพอร์ทในเรื่องโลจิสติกนำมาของบริหารจัดการสถานที่ฉีดโควิดให้มีศักยภาพและโฟล์วได้ไม่ติดขัด Hack Vac เริ่มจากนำเครื่องมือเทคโนโลยี่ไปซัพพอร์ทที่โคราช จากนั้นเรานำโซลูชั่นของ Hack Vac มาซัพพอร์ทที่สถานีบางซื่อ ซึ่งเป็นสถานที่ใหญ่มาก</p>
<p>วิธีการบริหารจัดการที่บางซื่อ เช่น คนที่เข้ามาใช้บริการมักจะไปออกัน GATE 1 ขณะที่บาง GATE ไม่มีคนเลย เรานำเทคโนโลยี่นี้เข้าไป ดูว่าส่วนไหนมีคนมากหรือน้อย ถ้าตรงไหนคนมากโปรแกรมก็จะเตือนเข้ามา เพื่อให้ส่วนกลางสามารถกระจายtraffic ออกจากจุดที่หนาแน่น ไปอยู่ในจุดที่คนน้อย ข้อดีที่เกิดขึ้นคือ 1 ปลอดภัยกับการติดเชื้อโควิด 1 เกิดความรวดเร็ว เพราะฉะนั้น เมื่อเข้ามาในศูนย์บางซื่อแพลตฟอร์มนี้เป็นสตาร์ทอัพของไทยทำขึ้นมา โดยให้ไมโครซอฟท์เข้าไปซัพพอร์ท</p>
<p>ทั้งหมดนี้คือกิจกรรม CSR ของไมโครซอฟท์ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ เราเข้าไปเพื่อนำคอนเท้นต์ที่เป็นเรื่องของดิจิตอลที่เรามี วันนี้เรายินดีมากที่จะเข้าไปช่วยวิกฤติโควิดครั้งนี้ก้าวข้ามผ่านไปได้ทุกคน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9782 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Microsoft-2-.jpg" alt="" width="639" height="360" /></p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>Q : ไมโครซฟท์ดูแลพนักงานอย่างไรในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19</strong></span><br />
<span style="color: #993366;"><strong>A :</strong> </span>เราเตรียม antigen tast kit สำหรับพนักงานตรวจวัดเชื้อโควิด-19 เราเตรียมถังออกซิเจนไว้สำหรับพนักงานที่ติดโควิด และเรายังร่วมมือกับโรงพยาบาลเพื่อนำวัคซีนมาให้พนักงานและครอบครัวของพนักงานได้ฉีดเพื่อป้องกันโควิด-19 นอกจากความช่วยเหลือเหล่านี้แล้ว เราพยายามบอกพนักงานว่าช่วงนี้เป็นช่วงยากลำบากของชีวิต เราต้องเข้าไปใกล้ชิดลูกค้าให้มากที่สุดและพยายามเข้าช่วยเหลือลูกค้าให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน นี่คือภาระหน้าที่สำคัญของพวกเราที่จะต้องเสนอตัวเข้าไปช่วยดูแลลูกค้าทั้งรายเล็กหรือรายใหญ่ รวมถึงภาครัฐด้วย</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>ทั้งหมดนี้คือบทสนทนาบนออนลน์กับมุมมองของธนวัฒน์ หัวเรือใหญ่ไมโครซอฟท์ที่ยอมรับว่าการทำธุรกิจในยุคนี้ต้องไปพร้อม ๆ กับความรับผิดชอบต่อสังคมและโลกใบนี้ด้วย</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/08/microsoft-sustainable-development-for-goal/">เจาะ Sustainable Development for Goal ของไมโครซอฟท์ท่ามกลางการขับเคลื่อนสู่วิถีใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สุดยอด!!Tokyo 2020 Olympics ก้าวสู่ยุคมหกรรมกีฬาเพื่อสิ่งแวดล้อม ของทุกชิ้นทำจากขยะรีไซเคิล</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/07/tokyo-2020-move-to-sustainable-1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 25 Jul 2021 09:05:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Tokyo 2020 Olympiv]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[มหกรรมกีฬาเพื่อความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[มหกรรมกีฬาเพื่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[มหกรรมกีฬาโอลิมปิค โตเกียว 2020]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=9615</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหกรรมกีฬาโอลิมปิก หรือ Tokyo 2020 Olympicsได้เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้วในคืนวันศุกร์ ที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ด้วยแสงสีและการแสดงที่เจ้าภาพได้เตรียมไว้เพื่อให้ชาวโลกได้เห็นความเป็นญี่ปุ่นในมุมมองต่างๆด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีและความครีเอทีฟผ่านการแสดงต่างๆ เพื่อให้ผู้มาเยือนและผู้ชมทั่วโลกประทับใจ Tokyo 2020 Olympics ยังถือว่าเป็นมหกรรมกีฬาที่เจ้าภาพให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ และต้องการให้การแข่งขันในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดเพื่อให้สอดคล้องกับ “แผนความยั่งยืนของมหกรรมกีฬา Tokyo 2020 Olympic and Paralympic Games” ดังนั้น เราลองมาดูกันว่าเจ้าภาพได้ทำอะไรคูลๆให้เราได้ร้องว้าวกันบ้าง 1. คบเพลิง Tokujin Yoshioka ได้ออกแบบคบเพลิงขนาดความยาว 71 เซนติเมตร สีโรสโกลด์ ลักษณะคล้ายดอกซากุระ ที่ผลิตจากเศษวัสดุก่อสร้างรีไซเคิลที่ใช้ในการสร้างที่พักชั่วคราวให้กับเหยื่อผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในปี 2011 นอกจากนี้ พลังงานที่ใช้ในการจุดเพลิงทั้งในคบเพลิงและกระถางคบเพลิงยังใช้ไฮโดรเจนแทนการใช้ก๊าซจากฟอสซิลอีกด้วย 2. รถยนต์ไฟฟ้า e-Palette รถยนต์ไฟฟ้าอัตโนมัติ e-Palette ได้รับการออกแบบเพื่อการขนส่งนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกและพาราลิมปิก ภายในหมู่บ้านนักกีฬาโดยไม่ปล่อยคาร์บอนเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจาก Toyota ที่มีการออกแบบให้รถยนต์ดังกล่าวมีขนาดประตูที่กว้าง พื้นรถต่ำ และมีทางลาดเพื่อรองรับนักกีฬาที่ใช้วีลแชร์สามารถขึ้นลงรถได้อย่างสะดวก 3. เหรียญรางวัล เหรียญรางวัลผลิตขึ้นจากโลหะมีค่าที่ได้จากโทรศัพท์เครื่องเก่าและขยะอิเล็กทรอนิคส์อื่นๆที่ได้รับบริจาคจากชาวญี่ปุ่น ออกแบบโดย Junichi Kawanishi [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/07/tokyo-2020-move-to-sustainable-1/">สุดยอด!!Tokyo 2020 Olympics ก้าวสู่ยุคมหกรรมกีฬาเพื่อสิ่งแวดล้อม ของทุกชิ้นทำจากขยะรีไซเคิล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">มหกรรมกีฬาโอลิมปิก หรือ Tokyo 2020 Olympicsได้เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้วในคืนวันศุกร์ ที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ด้วยแสงสีและการแสดงที่เจ้าภาพได้เตรียมไว้เพื่อให้ชาวโลกได้เห็นความเป็นญี่ปุ่นในมุมมองต่างๆด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีและความครีเอทีฟผ่านการแสดงต่างๆ เพื่อให้ผู้มาเยือนและผู้ชมทั่วโลกประทับใจ</span></h4>
<p><span id="more-9615"></span></p>
<p>Tokyo 2020 Olympics ยังถือว่าเป็นมหกรรมกีฬาที่เจ้าภาพให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ และต้องการให้การแข่งขันในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดเพื่อให้สอดคล้องกับ “แผนความยั่งยืนของมหกรรมกีฬา Tokyo 2020 Olympic and Paralympic Games” ดังนั้น เราลองมาดูกันว่าเจ้าภาพได้ทำอะไรคูลๆให้เราได้ร้องว้าวกันบ้าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9617 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/OLYMPIC-2-.jpg" alt="" width="628" height="624" /></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>1. คบเพลิง</strong></span></p>
<p><strong>Tokujin Yoshioka</strong> ได้ออกแบบคบเพลิงขนาดความยาว 71 เซนติเมตร สีโรสโกลด์ ลักษณะคล้ายดอกซากุระ ที่ผลิตจากเศษวัสดุก่อสร้างรีไซเคิลที่ใช้ในการสร้างที่พักชั่วคราวให้กับเหยื่อผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในปี 2011 นอกจากนี้ พลังงานที่ใช้ในการจุดเพลิงทั้งในคบเพลิงและกระถางคบเพลิงยังใช้ไฮโดรเจนแทนการใช้ก๊าซจากฟอสซิลอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9618 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/OLYMPIC3-.jpg" alt="" width="663" height="452" /></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>2. รถยนต์ไฟฟ้า e-Palette</strong></span></p>
<p>รถยนต์ไฟฟ้าอัตโนมัติ e-Palette ได้รับการออกแบบเพื่อการขนส่งนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกและพาราลิมปิก ภายในหมู่บ้านนักกีฬาโดยไม่ปล่อยคาร์บอนเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจาก Toyota ที่มีการออกแบบให้รถยนต์ดังกล่าวมีขนาดประตูที่กว้าง พื้นรถต่ำ และมีทางลาดเพื่อรองรับนักกีฬาที่ใช้วีลแชร์สามารถขึ้นลงรถได้อย่างสะดวก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9619 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/OLYMPIC-4-.jpg" alt="" width="537" height="302" /></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>3. เหรียญรางวัล</strong></span></p>
<p>เหรียญรางวัลผลิตขึ้นจากโลหะมีค่าที่ได้จากโทรศัพท์เครื่องเก่าและขยะอิเล็กทรอนิคส์อื่นๆที่ได้รับบริจาคจากชาวญี่ปุ่น ออกแบบโดย Junichi Kawanishi นอกจากนี้ กล่องใส่เหรียญยังได้รับการผลิตจากขี้เถ้าไม้ญี่ปุ่น ออกแบบโดย Shinya Yoshida</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9620 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/OLYMPIC-5-.jpg" alt="" width="644" height="531" /></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>4. เตียงและเบาะที่นอน</strong></span></p>
<p>บริษัท Airweave ได้รังสรรค์เตียงนอนจากกระดาษแข็งรีไซเคิลขนาดเบาที่มาพร้อมกับเบาะที่นอนที่ผลิตจากเส้นไยโพลีเอทิลีน ซึ่งเป็นวัสดุที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้นับครั้งไม่ถ้วน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9622 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/OLYMPIC11.jpg" alt="" width="606" height="340" /><br />
<span style="color: #993366;"><strong>5. สนามกีฬาแห่งชาติญี่ปุ่น</strong></span></p>
<p>สถาปนิกอย่าง Kengo Kuma ได้ออกแบบโครงตาข่ายโดยใช้ไม้ให้กับสนามกีฬาแห่งชาติญี่ปุ่นแห่งนี้ เนื่องจากไม้เป็นวัสดุก่อสร้างที่มีความสามารถในการกักเก็บคาร์บอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9623 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/OLYMPIC-7.jpg" alt="" width="558" height="529" /></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>6. ชุดสำหรับผู้วิ่งคบเพลิง</strong></span></p>
<p>นับเป็นอีกหนึ่งการสร้างสรรค์ที่ต้องพูดถึงเมื่อดีไซเนอร์อย่าง Daisuke Obana ได้นำขวดพลาสติกรีไซเคิลที่รวบรวมโดย Coca-Cola มาผลิตเป็นชุดสำหรับผู้วิ่งคบเพลิงทั้งชายและหญิงสวมใส่ โดยชุดดังกล่าวได้รับการออกแบบให้สามารถสวมใส่ได้ทั้งชายและหญิง (Unisex) ภายใต้แนวคิด “hope lights our way”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9624 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/OLYMPIC-9.jpg" alt="" width="526" height="454" /></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>8. แท่นรับเหรียญรางวัล</strong></span></p>
<p>แท่นรับเหรียญรางวัลนับเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่เจ้าภาพภูมิใจนำเสนอเนื่องจากแท่นรับเหรียญจำนวน 98 แท่นผลิตขึ้นมาจากขยะพลาสติกที่ทิ้งจากบ้านเรือนปริมาณ 24.5 ตัน หรือเทียบเท่าขวดน้ำยาซักผ้า 400,000 ขวด ที่ได้รับการออกแบบโดย Asao Tokolo</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9625 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/OLYMPIC10.jpg" alt="" width="551" height="356" /></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>9. Olympic Village Plaza</strong></span></p>
<p>Olympic Village Plaza ถูกสร้างขึ้นมาชั่วคราวเฉพาะช่วงที่มีการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก สร้างโดยใช้ไม้ญี่ปุ่นจำนวน 40,000 ชิ้น โดยไม้บางชนิดอย่างไม้ไซปรัส ไม้สนซีดาร์ และไม้สนลาร์ช ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็งที่ทางผู้จัดจำเป็นต้องยืมจากทางการเพื่อมาใช้งาน สถานที่แห่งนี้ได้รับการออกแบบโดย Nikken Sekkei ซึ่งใช้เป็นศูนย์นัดพบและที่รับประทานอาหารของเหล่านักกีฬา เจ้าหน้าที่ แขกผู้มาเยือน และสื่อ ตลอดการแข่งขัน</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>นับเป็นการเข้าสู่ยุคใหม่ของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ และเราหวังว่าเจ้าภาพประเทศถัดไปจะนำแนวทางความยั่งยืนดังกล่าวไปใช้กับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปีต่อๆไป</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>credit : </strong><br />
<strong>https://www.dezeen.com/2021/07/23/ten-sustainable-designs-tokyo-2020-olympics/?utm_medium=email&amp;utm_campaign=Daily%20Dezeen&amp;utm_content=Daily%20Dezeen+CID_768c50583e817060da2350c20deee8e7&amp;utm_source=Dezeen%20Mail&amp;utm_term=Ten%20Tokyo%202020%20Olympics%20designs%20that%20help%20the%20games%20move</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/07/tokyo-2020-move-to-sustainable-1/">สุดยอด!!Tokyo 2020 Olympics ก้าวสู่ยุคมหกรรมกีฬาเพื่อสิ่งแวดล้อม ของทุกชิ้นทำจากขยะรีไซเคิล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วันสิ่งแวดล้อมโลก “ศุภชัย”ประกาศนำทัพเครือซีพีสู่องค์กร Zero Wasteและ Zero Carbon</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2020/06/cp-announce-strategic-zero-waste-zero-carbon-environment/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Jun 2020 06:46:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[environment day2020]]></category>
		<category><![CDATA[NO ONE IS TOO SMALL TO MAKE A CHANGE]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[วันสิ่งแวดล้อมโลก2563]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภชัย เจียรวนนท์]]></category>
		<category><![CDATA[เครือซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญโภคภัณฑ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=7699</guid>

					<description><![CDATA[<p>ซีอีโอเครือซีพี “ศุภชัย เจียรวนนท์” Shape อนาคตประเทศไทยรับวันสิ่งแวดล้อมโลก ประกาศ 2 เป้าหมายท้าทายระดับโลก นำทัพทุกกลุ่มธุรกิจในเครือมุ่งสู่การเป็นองค์กร Zero Waste และ Zero Carbon พร้อมปลุกพลังคนไทยร่วมเปลี่ยนโลก สร้างหนังสั้นชูเด็กน้อยกับปลาวาฬเป็นตัวอย่างสร้างการเปลี่ยนแปลง ภายใต้แนวคิด “NO ONE IS TOO SMALL TO MAKE A CHANGE” ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้ วันที่ 5 มิถุนายน 2563 เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด นำทัพกลุ่มธุรกิจในเครือซีพี ประกาศ 2 เป้าหมายท้าทายระดับโลก “Zero Waste” และ “Zero Carbon” ชูบทบาทความรับผิดชอบของภาคเอกชนที่มีต่อสังคมโลกและสิ่งแวดล้อม โดยศุภชัย เจียรวนนท์ เปิดเผยว่า ขณะที่เรามองว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19เป็นปัญหาใหญ่ แต่ปัญหาของโลกที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือปัญหาเรื่องโลกร้อน และปัญหาเรื่องมลภาวะทั้งในอากาศ ในน้ำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2020/06/cp-announce-strategic-zero-waste-zero-carbon-environment/">วันสิ่งแวดล้อมโลก “ศุภชัย”ประกาศนำทัพเครือซีพีสู่องค์กร Zero Wasteและ Zero Carbon</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">ซีอีโอเครือซีพี “ศุภชัย เจียรวนนท์” Shape อนาคตประเทศไทยรับวันสิ่งแวดล้อมโลก ประกาศ 2 เป้าหมายท้าทายระดับโลก นำทัพทุกกลุ่มธุรกิจในเครือมุ่งสู่การเป็นองค์กร Zero Waste และ Zero Carbon พร้อมปลุกพลังคนไทยร่วมเปลี่ยนโลก สร้างหนังสั้นชูเด็กน้อยกับปลาวาฬเป็นตัวอย่างสร้างการเปลี่ยนแปลง ภายใต้แนวคิด “NO ONE IS TOO SMALL TO MAKE A CHANGE” ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้ </span></h4>
<p><span id="more-7699"></span><br />
วันที่ 5 มิถุนายน 2563 เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก<strong> ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด</strong> นำทัพกลุ่มธุรกิจในเครือซีพี ประกาศ 2 เป้าหมายท้าทายระดับโลก <strong>“Zero Waste”</strong> และ<strong> “Zero Carbon”</strong> ชูบทบาทความรับผิดชอบของภาคเอกชนที่มีต่อสังคมโลกและสิ่งแวดล้อม โดยศุภชัย เจียรวนนท์ เปิดเผยว่า ขณะที่เรามองว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19เป็นปัญหาใหญ่ แต่ปัญหาของโลกที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือปัญหาเรื่องโลกร้อน และปัญหาเรื่องมลภาวะทั้งในอากาศ ในน้ำ และบนดิน ด้วยเหตุนี้เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงกำหนดทิศทางและเป้าหมายความยั่งยืนปี 2030 สู่การเป็นหนึ่งในผู้นำของโลกด้านความยั่งยืน ถือเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ โดยประกาศ 2 เป้าหมายความยั่งยืนใหม่ที่ท้าทายและต้องทำให้สำเร็จภายในปี 2030 คือ 1.การมุ่งสู่การเป็นองค์กร Zero Waste ลดขยะและของเสียให้เป็นศูนย์ 2.การมุ่งสู่การเป็นองค์กร Zero Carbon หรือองค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-7700 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/06/ZERO-WASTE.jpg" alt="" width="576" height="384" /></p>
<p>“เครือซีพีมุ่งมั่นจะขับเคลื่อน คือ เรื่อง Zero Waste และ Zero Carbon ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ต้องเร่งแก้ปัญหา เพราะถ้ามนุษย์ไม่ช่วยกันรักษาสมดุลของโลก วันหนึ่งมนุษย์อาจสูญพันธุ์โดยไม่รู้ตัว” ซีอีโอ เครือซีพี กล่าว พร้อมคาดการณ์ว่าในปี 2030 อุณหภูมิโลกจะสูงขึ้นอีก 1.5 องศาเซลเซียส และภายในปี 2050 จะสูงขึ้นถึง 2 องศาเซลเซียส จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องให้ความสำคัญกับปัญหาโลกร้อน เร่งสร้างการตระหนักรู้ถึงสิ่งเหล่านี้ และนำมาซึ่งความพยายามรักษาและบำบัดทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะเรื่อง “Zero Waste” และ“Zero Carbon” ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญระดับโลก และเป็นความท้าทายที่ต้องเร่งแก้ปัญหา หากบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ไม่เพียงแต่จะสามารถแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่จะทำให้เศรษฐกิจมีความยั่งยืน ประเทศชาติและประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p>
<p>ในการนี้ ซีอีโอ เครือซีพี มีความเห็นว่าการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นบนโลกของเรา ทุกคนสามารถทำได้ โดยเฉพาะปัญหาโลกร้อนที่ยิ่งใหญ่ร้ายแรงนี้ ในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลกประจำปีนี้ จึงสร้างภาพยนตร์สั้นเพื่อรณรงค์ปลุกพลังคนไทยร่วมเปลี่ยนโลก กระตุ้นทุกภาคส่วนร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิด“NO ONE IS TOO SMALL TO MAKE A CHANGE” หรือ “ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้” นำเสนอให้เห็นถึงเรื่องราวของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง กับ ปลาวาฬที่เกยตื้นตายเพราะขยะพลาสติกในทะเล ซึ่งเป็นภาพจำที่ทุกคนทั่วโลกเห็นและรับรู้ผ่านข่าวสารมาโดยตลอด แต่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้ได้นำจินตนาการของตนเองมาสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อช่วยปลาวาฬ ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยหวังจะช่วยไม่ให้ปลาวาฬและสัตว์ทะเลอื่นต้องจบชีวิตลงเช่นนี้อีก</p>
<p>“ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ก็สามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้ เริ่มจากสิ่งเล็กๆ จากความคิดและพลังสร้างสรรค์ของเราทุกคน ร่วมกันส่งพลังของคุณออกไป ช่วยกันเปลี่ยนโลกของเราให้ดีขึ้น” ซีอีโอ เครือซีพี กล่าว</p>
<p><iframe loading="lazy" title="CP innovation for sustainability เด็กน้อยกับปลาวาฬ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ก็สามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้" width="1170" height="658" src="https://www.youtube.com/embed/s2aQDid-TVs?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe></p>
<p>ทั้งนี้ ภาพยนตร์สั้นเด็กน้อยกับปลาวาฬ #“CP INNOVATION FOR SUSTAINABILITY” มีกำหนดเผยแพร่บนสื่อออนไลน์และเผยแพร่ตามสถานีโทรทัศน์ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563 นี้ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก เป็นต้นไป เพื่อให้สังคมไทยตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและขยะพลาสติก ไม่ใช่หน้าที่ใครคนใดคนหนึ่ง ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุกคน ทุกภาคส่วน ทุกคนเป็นหนึ่งแรงสำคัญที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้ด้วยสำนึกและความรับผิดชอบต่อส่วนรวมและโลกใบนี้ของเราจะสวยงามและปลอดภัยกับทุกสิ่งมีชีวิตตลอดไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2020/06/cp-announce-strategic-zero-waste-zero-carbon-environment/">วันสิ่งแวดล้อมโลก “ศุภชัย”ประกาศนำทัพเครือซีพีสู่องค์กร Zero Wasteและ Zero Carbon</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
