<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Zero Waste to Landfill &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/zero-waste-to-landfill/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Apr 2026 12:25:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Zero Waste to Landfill &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>​ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ &#8216;ซีพี แอ็กซ์ตร้า&#8217; ผสาน ESG ​ขับเคลื่อน​ธุรกิจจริงทุกวันทั้งห่วงโซ่ เพิ่มโอกาสเติบโตลดความเสี่ยงระยะยาว </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/cp-axtra-integrated-esg-with-the-business/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Apr 2026 11:23:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Black Soldier Fly]]></category>
		<category><![CDATA[BSF]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[CP AXTRA]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[RDF]]></category>
		<category><![CDATA[Risk Management]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[กินได้ไม่ทิ้งกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสี่ยงองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี แอ็กซ์ตร้า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าป้ายเหลือง]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แม็คโคร]]></category>
		<category><![CDATA[แมลงโปรตีน BSF]]></category>
		<category><![CDATA[โลตัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41215</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนอาจเคยมองว่า ESG เป็นเพียงเรื่องของการรายงาน ภาพลักษณ์ หรือกิจกรรม CSR ที่ทำแล้วจบไป แต่ในความเป็นจริง ESG คือกรอบการดำเนินธุรกิจที่ตั้งอยู่บนคำถามสำคัญว่า &#8216;องค์กรของเราดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อทุกคนที่เกี่ยวข้องหรือไม่&#8217; เพราะธุรกิจไม่ได้เติบโตอย่างโดดเดี่ยว หากแต่ขับเคลื่อนด้วยความไว้วางใจของผู้ถือหุ้น แรงของพนักงาน ความร่วมมือจากคู่ค้า พันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนความสัมพันธ์กับชุมชน และทรัพยากรจากสิ่งแวดล้อม เมื่อทุกองค์ประกอบนี้ได้รับการดูแลอย่างสมดุล ESG จึงไม่ใช่เพียง &#8216;ความรับผิดชอบ&#8217; แต่คือรากฐานของการเติบโตอย่างมั่นคงและการลดความเสี่ยงขององค์กรในระยะยาว เวที World Economic Forum ปี 2026 ได้สะท้อนภาพชัดเจนว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่อาจแยกออกจากความยั่งยืนอีกต่อไป ทั้งสองต้องดำเนินไปพร้อมกันในฐานะกลไกเดียวกันของธุรกิจยุคใหม่ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า &#8216;จะทำ ESG หรือไม่&#8217; แต่คือ &#8216;จะผนวก ESG เข้ากับการดำเนินธุรกิจจริงได้อย่างไร&#8217; CP AXTRA : เมื่อ ESG เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนธุรกิจในทุกวัน บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP AXTRA ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกภายใต้แบรนด์แม็คโครและโลตัส เป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่สะท้อนการนำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/cp-axtra-integrated-esg-with-the-business/">​ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ &#8216;ซีพี แอ็กซ์ตร้า&#8217; ผสาน ESG ​ขับเคลื่อน​ธุรกิจจริงทุกวันทั้งห่วงโซ่ เพิ่มโอกาสเติบโตลดความเสี่ยงระยะยาว </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลายคนอาจเคยมองว่า ESG เป็นเพียงเรื่องของการรายงาน ภาพลักษณ์ หรือกิจกรรม CSR ที่ทำแล้วจบไป แต่ในความเป็นจริง ESG คือกรอบการดำเนินธุรกิจที่ตั้งอยู่บนคำถามสำคัญว่า <strong>&#8216;องค์กรของเราดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อทุกคนที่เกี่ยวข้องหรือไม่&#8217;</strong></p>
<p><span id="more-41215"></span></p>
<p>เพราะธุรกิจไม่ได้เติบโตอย่างโดดเดี่ยว หากแต่ขับเคลื่อนด้วยความไว้วางใจของผู้ถือหุ้น แรงของพนักงาน ความร่วมมือจากคู่ค้า พันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนความสัมพันธ์กับชุมชน และทรัพยากรจากสิ่งแวดล้อม</p>
<p>เมื่อทุกองค์ประกอบนี้ได้รับการดูแลอย่างสมดุล <em><strong>ESG จึงไม่ใช่เพียง &#8216;ความรับผิดชอบ&#8217; แต่คือรากฐานของการเติบโตอย่างมั่นคงและการลดความเสี่ยงขององค์กรในระยะยาว</strong> </em></p>
<p>เวที World Economic Forum ปี 2026 ได้สะท้อนภาพชัดเจนว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่อาจแยกออกจากความยั่งยืนอีกต่อไป ทั้งสองต้องดำเนินไปพร้อมกันในฐานะกลไกเดียวกันของธุรกิจยุคใหม่ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า &#8216;<em><strong>จะทำ ESG หรือไม่&#8217; แต่คือ &#8216;จะผนวก ESG เข้ากับการดำเนินธุรกิจจริงได้อย่างไร&#8217;</strong></em></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41220 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ESG1.jpg" alt="" width="1200" height="810" /></p>
<p><strong>CP AXTRA : </strong><strong>เมื่อ </strong><strong>ESG </strong><strong>เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนธุรกิจในทุกวัน</strong></p>
<p><strong>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>CP AXTRA </strong>ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกภายใต้แบรนด์แม็คโครและโลตัส เป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่สะท้อนการนำ ESG มาผสานเข้ากับโมเดลธุรกิจอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การประกาศเจตนารมณ์ แต่คือการลงมือทำให้เป็นเนื้อเดียวกับธุรกิจ ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ</p>
<p><strong>ต้นน้ำ : ป้องกันไม่ให้ขยะเกิดขึ้นตั้งแต่แรก และลดต้นทุนที่ซ่อนอยู่</strong></p>
<p>แทนที่จะรอจัดการขยะที่ปลายทาง ซีพี แอ็กซ์ตร้า เริ่มต้นที่การออกแบบ โดยมองว่าสินค้าที่สูญเสียก่อนถึงมือลูกค้า ไม่ใช่แค่ขยะ แต่คือต้นทุนที่ไม่สร้างมูลค่า จึงร่วมมือกับผู้ผลิตเพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยืดอายุสินค้า พร้อมนำระบบ Demand Forecast มาคาดการณ์ความต้องการสั่งสินค้าในแต่ละสาขา อย่างแม่นยำ ลดการสต็อกเกินความจำเป็น ควบคู่กับระบบควบคุมอุณหภูมิและการแพคสินค้าที่รักษาคุณภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน ผลลัพธ์คือการลดของเสีย ควบคุมต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพของ Supply Chain ซึ่งสะท้อนโดยตรงต่อผลประกอบการในระยะสั้นและระยะยาว และท้ายที่สุดก็คือผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นนั่นเอง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41218 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ESG6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>กลางน้ำ : เปลี่ยนของที่ &#8216;เหลือ&#8217; ให้กลับมามีคุณค่า</strong></p>
<p>การใช้ระบบลดราคาป้ายเหลืองเพื่อช่วยเร่งการขาย และลดโอกาสเกิดขยะอาหารในสาขา ควบคู่ไปกับการจัดการอาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพดี ที่เหลือจากการจำหน่ายในแต่ละวัน ให้เป็นประโยชน์กับชุมชน โดยในช่วงบ่ายของทุกวัน อาหารส่วนเกินจะถูกคัดกรองคุณภาพอย่างละเอียด เพื่อส่งต่อผ่านโครงการ <strong>&#8216;กินได้ไม่ทิ้งกัน&#8217;</strong> ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของกลุ่มเปราะบาง และเพิ่มการเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพในสังคม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41222 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ESG7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ปลายน้ำ : ขยะทุกชิ้นมีปลายทางที่มีคุณค่า ไม่ใช่หลุมฝังกลบ</strong></p>
<p>ภายใต้โครงการ<strong> &#8216;ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน&#8217;</strong> บริษัทตั้งเป้าให้ของเสียทุกประเภทถูกจัดการอย่างเป็นระบบ โดยไม่จบที่หลุมฝังกลบ วัสดุรีไซเคิลได้ เช่น พลาสติกและลังกระดาษ ถูกนำกลับมาแปรรูปเป็นสินค้าที่มีประโยชน์ใหม่ เช่น ถุงขยะจากพลาสติกรีไซเคิล และกล่องพัสดุ ด้านขวดพลาสติกถูกพัฒนาเป็นเสื้อนักเรียนส่งต่อให้เด็กที่ขาดแคลนปีละกว่า 10,000 คน ส่วนขยะอาหารถูกนำไปใช้เลี้ยงสัตว์และต่อยอดด้วยนวัตกรรม <strong>แมลงโปรตีน BSF (Black Soldier Fly)</strong> เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ส่วนขณะที่ขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้จะถูกแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง<strong> RDF</strong> สำหรับภาคอุตสาหกรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41221 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ESG3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ปรัชญาที่อยู่เบื้องหลังทุกโครงการของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า คือการมองผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเป็นหุ้นส่วนของการเติบโต เมื่อสิ่งแวดล้อมและสังคมได้รับการดูแล นั่นคือ ความไว้วางใจจากทุกฝ่าย ที่เป็นรากฐานให้ธุรกิจอยู่ได้อย่างยาวนาน ซึ่งตลอดปีที่ผ่านมา ซีพี แอ็กซ์ตร้า ได้บริหารจัดการของเสียอย่างเป็นระบบตลอดห่วงโซ่ <em><strong>ทำให้สามารถลดปริมาณขยะที่นำไปฝังกลบได้กว่า 31,700 ตัน อีกทั้งยังสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนจากอาหารส่วนเกินและวัสดุรีไซเคิล คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจในการสนับสนุนเกษตรกรและชุมชน กว่า 65 ล้านบาท</strong> </em>ทั้งหมดนี้คือการสร้าง Circular Economy อย่างแท้จริง โดยซีพี แอ็กซ์ตร้า ตั้งเป้าที่จะบรรลุ Zero Waste to Landfill ภายในปี 2030</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41217 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ESG5.jpg" alt="" width="1200" height="807" /></p>
<p>สิ่งที่ทำให้แนวทางของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า โดดเด่น ไม่ใช่เพียงการดำเนินโครงการ แต่คือผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้และได้รับการยอมรับในระดับสากล ทั้งคะแนน S&amp;P Global CSA ที่ 88/100 อยู่ใน Top 5% ของโลกในกลุ่ม Food &amp; Staples Retailing และ SET ESG Ratings ระดับ AAA ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารความเสี่ยงและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p>สำหรับ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ESG จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่กิจกรรมสร้างภาพลักษณ์องค์กร แต่คือเนื้อเดียวกับการดำเนินธุรกิจในทุกวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมดูแลทั้งสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และความไว้วางใจนั่นเอง คือรากฐานของการเติบโตที่ยั่งยืน และหัวใจของธุรกิจที่สามารถเติบโตได้ในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/cp-axtra-integrated-esg-with-the-business/">​ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ &#8216;ซีพี แอ็กซ์ตร้า&#8217; ผสาน ESG ​ขับเคลื่อน​ธุรกิจจริงทุกวันทั้งห่วงโซ่ เพิ่มโอกาสเติบโตลดความเสี่ยงระยะยาว </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธนาคารกรุงเทพ โชว์ผลสำเร็จ Zero Waste to Landfill @ BBL Rama 3 ลดขยะฝังกลบ 81% พร้อมเดินหน้าขยายภารกิจ Zero Waste to Landfill Next ก้าวต่อไปสู่สังคมไร้ขยะฝังกลบ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/bbl-zero-waste-to-landfill-next/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Feb 2026 13:47:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[3R+ Reduce]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Bank]]></category>
		<category><![CDATA[BBL]]></category>
		<category><![CDATA[BBL Rama 3]]></category>
		<category><![CDATA[Bualuang Save the Earth]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Reuse]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill Next]]></category>
		<category><![CDATA[กอบศักดิ์ ภูตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะฝังกลบ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมไร้ขยะฝังกลบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39791</guid>

					<description><![CDATA[<p> ธนาคารกรุงเทพ ประกาศผลภารกิจพิชิตเป้าหมาย Zero Waste to Landfill @ BBL Rama 3 ลดขยะฝังกลบได้ 81% พร้อมเดินหน้าต่อในภารกิจ Zero Waste to Landfill Next  ก้าวต่อไปสู่สังคมไร้ขยะฝังกลบ ขยายโมเดลจัดการขยะสู่หน่วยงานธนาคารที่ได้รับคัดเลือกทั่วประเทศ สะท้อนความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ และร่วมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภารกิจพิชิตเป้าหมาย Zero Waste to Landfill @ BBL Rama 3 ภายใต้โครงการ Bualuang Save the Earth: 3R+ (Reduce Reuse Recycle Plus) ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2567 ที่ผ่านมา สามารถลดปริมาณขยะทั่วไปที่ต้องนำไปฝังกลบได้กว่า 58.5 ตัน เมื่อเทียบกับปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/bbl-zero-waste-to-landfill-next/">ธนาคารกรุงเทพ โชว์ผลสำเร็จ Zero Waste to Landfill @ BBL Rama 3 ลดขยะฝังกลบ 81% พร้อมเดินหน้าขยายภารกิจ Zero Waste to Landfill Next ก้าวต่อไปสู่สังคมไร้ขยะฝังกลบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong> ธนาคารกรุงเทพ ประกาศผลภารกิจพิชิตเป้าหมาย Zero Waste to Landfill @ BBL Rama 3 ลดขยะฝังกลบได้ 81% พร้อมเดินหน้าต่อในภารกิจ Zero Waste to Landfill Next  ก้าวต่อไปสู่สังคมไร้ขยะฝังกลบ ขยายโมเดลจัดการขยะสู่หน่วยงานธนาคารที่ได้รับคัดเลือกทั่วประเทศ สะท้อนความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ และร่วมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-39791"></span></p>
<p><strong>นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า ภารกิจพิชิตเป้าหมาย Zero Waste to Landfill @ BBL Rama 3 ภายใต้โครงการ <strong>Bualuang Save the Earth: 3R+ (Reduce Reuse Recycle Plus)</strong> ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2567 ที่ผ่านมา สามารถลดปริมาณขยะทั่วไปที่ต้องนำไปฝังกลบได้กว่า 58.5 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2566 คิดเป็นปริมาณที่ลดลงถึง 81% ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 204.75 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และจากความร่วมมือร่วมใจของพนักงานทุกคนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ทำให้ปัจจุบันอาคารพระราม 3 มีขยะที่ถูกนำส่งเข้ากระบวนการรีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้กว่า 22.86 ตัน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. ขยะรีไซเคิล (พลาสติก ขวดน้ำ แก้วน้ำ) จำนวน 12.69 ตัน 2. ขยะเศษอาหาร 8.35 ตัน ที่สามารถนำไปแปรรูปเป็นสารบำรุงดิน  และ 3. ขยะกำพร้า1.82 ตัน ที่สามารถนำไปแปรรูปเป็นก้อนเชื้อเพลิงพลังงาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39795 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/BBL_06.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>“จากภารกิจที่ดำเนินการมาประมาณ1ปีกว่า ๆ ปัจจุบันเราสามารถช่วยลดปริมาณขยะทั่วไปที่ต้องส่งไปฝังกลบจากเดิม 71 ตันต่อปี หรือประมาณ 5-6 ตันต่อเดือน เหลือเพียง 13.3 ตันต่อปี หรือเฉลี่ย 1 ตันต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งอาคารนี้เรามีพนักงานนั่งประจำอยู่ที่นี่มากกว่า 1,600 คน ไม่รวมพนักงานที่เข้ามาเป็นครั้งคราวเท่ากับว่าปริมาณขยะทั่วไปที่เกิดในแต่ละเดือนเหลือไม่ถึงคนละ 1 กิโลกรัม นั่นหมายถึงเรากำลังเดินมาถูกทาง และมีแนวทางที่ชัดเจนมากกว่าเดิม ถ้าหากทุกฝ่ายช่วยกันลดการเกิดขยะและคัดแยกอย่างต่อเนื่อง เป้าหมาย Zero Waste to Landfill ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม และธนาคารในฐานะ <strong>‘เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน’</strong> พร้อมเดินหน้าร่วมกับพนักงานทุกคนเพื่อสร้างการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของปัญหาขยะยิ่งขึ้น และพนักงานของเราจะต่อยอดไปสู่ครอบครัวและชุมชนต่อไป” <strong>นายกอบศักดิ์กล่าว</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39794 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/BBL_04.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับก้าวต่อไปในปี 2569 ธนาคารกรุงเทพ พร้อมเดินหน้าภารกิจ <strong>Zero Waste to Landfill Next ก้าวต่อไปสู่สังคมไร้ขยะฝังกลบ</strong> จากอาคารสำนักงานพระราม 3 ไปยังกลุ่มอาคารสำนักงานใหญ่ ศูนย์ปฏิบัติการสนับสนุน และสาขาที่ได้รับคัดเลือกทั่วประเทศ พร้อมทั้งเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้กับ Bualuang Green Team ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกต้นแบบรุ่นแรกกว่า170 คน และจะเปิดรับเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน</p>
<p>กิจกรรม <strong>Zero Waste to Landfill Next ก้าวต่อไปสู่สังคมไร้ขยะฝังกลบ</strong> เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Bualuang Save the Earth: 3R+ (Reduce, Reuse, Recycle Plus) ซึ่งธนาคารเริ่มนำร่องที่อาคารสำนักงานพระราม 3 ตั้งแต่ปี 2567 ครอบคลุมการบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร อาทิ การอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการคัดแยกขยะให้แก่ทีมแม่บ้านและพนักงานโดยผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) การใช้ภาชนะย่อยสลายได้ในโรงอาหาร การติดตั้งเครื่องกำจัดขยะเศษอาหารด้วยเทคโนโลยี Food Waste Processor เพื่อแปรรูปเป็นสารบำรุงดิน รวมถึงความร่วมมือกับบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด ในโครงการ “ส่งขยะกลับบ้าน” รับบริจาคขยะกำพร้าหลากหลายชนิด เช่น เสื้อผ้าเก่าพลาสติก โฟม ซองขนม กล่องนม หลอด เพื่อนำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงพลังงานทดแทน RDF (Refuse Derived Fuel) สำหรับใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าหรือความร้อน แทนเชื้อเพลิงฟอสซิล หรือนำไปใช้ประโยชน์อื่นต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39792 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/BBL-03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/bbl-zero-waste-to-landfill-next/">ธนาคารกรุงเทพ โชว์ผลสำเร็จ Zero Waste to Landfill @ BBL Rama 3 ลดขยะฝังกลบ 81% พร้อมเดินหน้าขยายภารกิจ Zero Waste to Landfill Next ก้าวต่อไปสู่สังคมไร้ขยะฝังกลบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วม ‘สระบุรีแซนด์บ็อกซ์’ โชว์ผู้นำด้านจัดการอาหารส่วนเกินและขยะ ร่วมสร้างต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/cp-axtra-join-saraburi-sandbox/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Jan 2026 05:06:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CP AXTRA]]></category>
		<category><![CDATA[Food Surplus]]></category>
		<category><![CDATA[Makro X Lotuss]]></category>
		<category><![CDATA[Saraburi Sandbox]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการอาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[กินได้ไม่ทิ้งกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี แอ็กซ์ตร้า]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีแอ็กซ์ตร้า เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ลดทิ้งสร้างค่า Axtra Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร เดชสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[สระบุรี เมืองคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สระบุรีแซนด์บ็อกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[แม็คโคร-โลตัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39651</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อ “อาหารส่วนเกิน” ไม่ใช่ขยะ แต่เป็นส่วนเติมเต็มที่ช่วยลดปัญหาการเข้าถึงอาหารคุณภาพ และช่วยขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร–โลตัส” เดินหน้าร่วมขับเคลื่อนโครงการ “สระบุรี เมืองคาร์บอนต่ำ” (Saraburi Sandbox) ผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน และชุมชน สร้างต้นแบบการจัดการอาหารส่วนเกินอย่างเป็นระบบ พร้อมโชว์ผลงานโครงการ Food Surplus (การจัดการอาหารส่วนเกิน) ที่สร้างคุณค่าทั้งต่อผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้เป้าหมายการลดขยะสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) ตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยนำองค์ความรู้ด้านค้าปลีกและโลจิสติกส์มาบริหารจัดการอาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพดีจากทุกสาขาของแม็คโคร-โลตัสในสระบุรี ส่งต่อสู่กลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาส สร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชนในพื้นที่ ควบคู่กับการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อม คุณศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การดำเนินโครงการ Food Surplus ภายใต้แนวคิด ‘สระบุรี เมืองคาร์บอนต่ำ (Saraburi [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/cp-axtra-join-saraburi-sandbox/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วม ‘สระบุรีแซนด์บ็อกซ์’ โชว์ผู้นำด้านจัดการอาหารส่วนเกินและขยะ ร่วมสร้างต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อ <strong>“อาหารส่วนเกิน”</strong> ไม่ใช่ขยะ แต่เป็นส่วนเติมเต็มที่ช่วยลดปัญหาการเข้าถึงอาหารคุณภาพ และช่วยขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน <strong>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “<strong>แม็คโคร–โลตัส</strong>” เดินหน้าร่วมขับเคลื่อนโครงการ “<strong>สระบุรี เมืองคาร์บอนต่ำ</strong>” (Saraburi Sandbox) ผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน และชุมชน สร้างต้นแบบการจัดการอาหารส่วนเกินอย่างเป็นระบบ</p>
<p><span id="more-39651"></span></p>
<p>พร้อมโชว์ผลงานโครงการ<strong> Food Surplus </strong>(การจัดการอาหารส่วนเกิน) ที่สร้างคุณค่าทั้งต่อผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้เป้าหมายการลดขยะสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) ตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยนำองค์ความรู้ด้านค้าปลีกและโลจิสติกส์มาบริหารจัดการอาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพดีจากทุกสาขาของแม็คโคร-โลตัสในสระบุรี ส่งต่อสู่กลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาส สร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชนในพื้นที่ ควบคู่กับการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39654 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/คุณศิริพร-เดชสิงห์.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณศิริพร เดชสิงห์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การดำเนินโครงการ Food Surplus ภายใต้แนวคิด ‘สระบุรี เมืองคาร์บอนต่ำ (Saraburi Sandbox)’ เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างซีพี แอ็กซ์ตร้า หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนในจังหวัดสระบุรี ขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ตามแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (NDC 3.0) ของประเทศไทย โดยซีพี แอ็กซ์ตร้าในฐานะผู้ส่งมอบอาหารส่วนเกิน ได้ส่งต่อวัตถุดิบอาหารที่ยังมีคุณภาพไปยังกลุ่มเปราะบางในความดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผ่านหน่วยงานในจังหวัดสระบุรีอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าวัตถุดิบอาหารยังคงคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค”</p>
<p>โดยตลอดระยะเวลา 6 เดือนของการดำเนินงานโครงการ <strong>Food Surplus</strong> ภายใต้สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ สามารถส่งต่ออาหารส่วนเกินจากสาขาจำนวน 38 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ 11 อำเภอของจังหวัดสระบุรี เฉลี่ยในแต่ละวันได้สาขาละ 84.5 กิโลกรัม หรือรวมปริมาณอาหารกว่า 15,643.80 กิโลกรัม ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้ถึง 3,760 คน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 8,909.60 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และคิดเป็นมูลค่าอาหารที่ส่งต่อกว่า 3.71 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39653 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/02-ซีพี-แอ็กซ์ตร้า-ร่วม-‘สระบุรีแซนด์บ็อกซ์.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในอนาคต ซีพี แอ็กซ์ตร้า มีแผนต่อยอดความสำเร็จของ “<strong>สระบุรีแซนด์บ็อกซ์</strong>” ขยายโมเดลการจัดการอาหารส่วนเกินไปยังจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ ลพบุรี นครนายก สระแก้ว และปราจีนบุรี เพื่อสร้างเครือข่าย Food Surplus ระดับภูมิภาค และร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตามแนวคิด “สระบุรี กินได้” นอกจากนี้ ยังนำอาหารส่วนเกินไปสนับสนุนเกษตรกรเพื่อนำไปเลี้ยงสัตว์และทำปุ๋ย ลดภาระค่าใช้จ่าย และยังลดการทิ้งขยะ (Non Food Waste) เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล เพื่อเข้าสู่เป้าหมายขยะสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ (<strong>Zero Waste to Landfill</strong>) ภายในปี 2030 และ Net Zero ภายในปี 2050 ภายใต้โครงการ “<strong>ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste</strong>”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/cp-axtra-join-saraburi-sandbox/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วม ‘สระบุรีแซนด์บ็อกซ์’ โชว์ผู้นำด้านจัดการอาหารส่วนเกินและขยะ ร่วมสร้างต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;จาก 2 หมื่นตันต่อปีเป็นศูนย์&#8217; กลุ่มซีคอนฯ ปักหมุดศูนย์การค้า Zero Waste แห่งแรกของประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/seacon-group-thailand-first-zero-waste-retail/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 01 Nov 2025 10:46:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[RDF]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Seacon Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มศูนย์การค้าซีคอนฯ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะฝังกลบเป็นศูนย์]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ซีคอน บางแค]]></category>
		<category><![CDATA[ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พรต ซอโสตถิกุล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37633</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประกาศความสำเร็จการเป็น​ &#8216;ศูนย์การค้าแห่งแรกของประเทศไทย&#8217; ที่สามารถลดปริมาณขยะฝังกลบจากกว่า 2 หมื่นตันต่อปีให้กลายเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) ผ่านการจับมือร่วมกับพันธมิตรขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เพื่อส่งต่อขยะแต่ละประเภทให้นำไปสร้างประโยชน์ต่อแบบจับต้องได้ จนสามารถปักหมุดความสำเร็จในฐานะ &#8216;ศูนย์การค้า Zero Waste&#8217; ได้อย่างแท้จริง ดร.พรต ซอโสตถิกุล รองกรรมการผู้จัดการ สำนักปฏิบัติการ บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และซีคอน บางแค กล่าวถึงความสำเร็จครั้งสำคัญของโครงการ &#8216;Seacon Zero Waste : จากขยะ สู่พลังงาน สร้างอนาคตสะอาด&#8217; ในฐานะ &#8216;ศูนย์การค้าไทยรายแรก&#8217; ที่สามารถบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร ได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หลัง​เริ่มต้น​คัดแยกขยะอย่างจริงจังเมื่อราว 3 ปีก่อน สู่การเป็นต้นแบบด้านความยั่งยืน​ให้ทั้งกลุ่มศูนย์การค้า ภาครัฐ เอกชน ไปจนถึงภายในองค์กรและชุมชนต่างๆ พร้อมช่วยยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมให้อุตสาหกรรมค้าปลีกไทย โครงการ Seacon Zero Waste ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมค้าปลีก​ เพื่อลดขยะฝังกลบให้เหลือศูนย์อย่างยั่งยืนได้ทั้งระบบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/seacon-group-thailand-first-zero-waste-retail/">&#8216;จาก 2 หมื่นตันต่อปีเป็นศูนย์&#8217; กลุ่มซีคอนฯ ปักหมุดศูนย์การค้า Zero Waste แห่งแรกของประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประกาศความสำเร็จการเป็น​ <strong>&#8216;ศูนย์การค้าแห่งแรกของประเทศไทย&#8217;</strong> ที่สามารถลดปริมาณขยะฝังกลบจากกว่า 2 หมื่นตันต่อปีให้กลายเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) ผ่านการจับมือร่วมกับพันธมิตรขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เพื่อส่งต่อขยะแต่ละประเภทให้นำไปสร้างประโยชน์ต่อแบบจับต้องได้ จนสามารถปักหมุดความสำเร็จในฐานะ <strong>&#8216;ศูนย์การค้า Zero Waste&#8217;</strong> ได้อย่างแท้จริง</p>
<p><span id="more-37633"></span></p>
<p><strong>ดร.พรต ซอโสตถิกุล</strong> รองกรรมการผู้จัดการ สำนักปฏิบัติการ บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และซีคอน บางแค กล่าวถึงความสำเร็จครั้งสำคัญของโครงการ <strong>&#8216;Seacon Zero Waste : จากขยะ สู่พลังงาน สร้างอนาคตสะอาด&#8217; </strong>ในฐานะ <strong>&#8216;ศูนย์การค้าไทยรายแรก&#8217; ที่สามารถบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร ได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ</strong> หลัง​เริ่มต้น​คัดแยกขยะอย่างจริงจังเมื่อราว 3 ปีก่อน สู่การเป็นต้นแบบด้านความยั่งยืน​ให้ทั้งกลุ่มศูนย์การค้า ภาครัฐ เอกชน ไปจนถึงภายในองค์กรและชุมชนต่างๆ พร้อมช่วยยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมให้อุตสาหกรรมค้าปลีกไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37717 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/DSC06675.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p>โครงการ <strong>Seacon Zero Waste</strong> ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมค้าปลีก​ เพื่อลดขยะฝังกลบให้เหลือศูนย์อย่างยั่งยืนได้ทั้งระบบ ตั้งแต่การปลูกฝังค่านิยมให้พนักงาน – ร้านค้า การออกแบบพื้นที่แยกขยะที่ใช้งานง่ายสำหรับลูกค้า ไปจนถึงการแปรรูปขยะกลับมาเป็นทรัพยากรและพลังงาน ซึ่งไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยสร้างพฤติกรรมใหม่ให้สังคมเดินหน้าไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างแท้จริง และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)</p>
<p><em>&#8220;กลุ่มซีคอนฯ ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด โดย​​เป็นศูนย์การค้าที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ที่ผลิตจากแผงโซลาร์มากที่สุดในประเทศไทย ด้วยปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้รวมกันราว 10 .5 เมกะวัตต์ จากซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ราว 7 เมกะวัตต์ และซีคอน บางแคประมาณ 3.5 เมกะวัตต์​​ หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% จากปริมาณ​​ไฟฟ้าทั้งหมดที่ใช้ภายในศูนย์​ ​ช่วยลดค่าไฟฟ้าลงได้กว่า 40 ล้านบาทต่อปี ก่อนจะต่อยอดมาสู่การแยกขยะภายในศูนย์ เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องทิ้ง​สู่หลุมฝังกลบจากทั้ง 2 ศูนย์ ที่มีปริมาณรวมกัน​กว่า 2 หมื่นตันต่อปี แต่ปัจจุบันไม่มีปริมาณขยะที่ต้องทิ้งลงบ่อฝังกลบแล้ว ซึ่งนอกจากลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะของศูนย์แล้ว ยังสามารถช่วย กทม. ประหยัดงบประมาณ​​ในการจัดการขยะลงได้กว่า 20 ล้านบาทอีกด้วย&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37718 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/4-seacon-zero-waste.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p><strong>ปักหมุดศูนย์การค้า Zero Waste แห่งแรกของประเทศ</strong></p>
<p>ปัจจุบันทั้ง 2 ศูนย์ของกลุ่มซีคอนฯ ทั้งซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และซีคอน บางแค สามารถปักหมุดสู่ <strong>ศูนย์การค้า Zero Waste ได้อย่างเต็มรูปแบบ</strong> ผ่านการแยกและจัดการขยะ 3 ประเภทหลัก ร่วมกับพันธมิตรที่เชี่ยวชาญการ​จัดการขยะแต่ละประเภท ​โดยขยะส่วนใหญ่ราว <strong>50% เป็นกลุ่มขยะอินทรีย์และขยะอาหาร</strong> ได้ส่งมอบให้ทาง​มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ หรือ SOS Thailand เพื่อส่งต่อ​อาหารส่วนเกินให้ผู้ที่มีความต้องการนำไปใช้ประโยชน์ต่อ  ส่วนที่เป็นขยะเศษอาหาร ผักผลไม้ ได้ประสานงานผ่านเครือข่ายชุมชนโดยรอบ เพื่อนำไปให้เกษตรกรสำหรับเลี้ยงปลา หรือนำไปทำน้ำหมัก และปุ๋ยอินทรีย์เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์ในการทำเกษตร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37723 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/MG_0070.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมี <strong>ขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ เช่น พลาสติก ​กระดาษ ขวดแก้ว เหล็ก มีสัดส่วนประมาณ 10%</strong> ได้แยกประเภทและนำไปขายให้กับกลุ่มพันธมิตรที่เข้ามารับซื้อ เพื่อนำ​กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลตามระบบ ช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่ในการผลิตวัสดุแต่ละประเภทลงได้​​ <strong>ส่วนอีก 40% จะถูก​ส่งไปเป็นพลังงานเชื้อเพลิงอุตสาหกรรม (RDF)</strong> ​เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับโรงงานที่ต้องการเชื้อเพลิงพลังงานสูง</p>
<p>ทำให้ <strong>ขยะทั้งหมดของซีคอนฯ มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบทุกประเภท และไม่เหลือปริมาณที่ต้องนำไปฝังกลบโดยสมบูรณ์</strong> รวมทั้งยังสามารถลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บขยะจากเดิมที่มีค่าใช้จ่ายต่อเดือนประมาณ 6 หมื่น​บาท ซึ่งหากไม่มีการแยกขยะอาจจะต้องเสียในอัตราใหม่ตามที่ กทม. ปรับเพิ่มมาอยู่ที่ราวกว่า 2 แสนบาทต่อเดือน แต่ปัจจุบันซีคอนเสียค่า​จัดการขยะให้ กทม. ​ราว 5,000 บาทเท่านั้น สำหรับการจัดการขยะอันตรายต่างๆ เช่น หลอดไฟ หรือกระป๋องสี ซึ่งเป็นกลุ่มที่จำเป็นต้องมีการกำจัดอย่างปลอดภัยตามระบบ เพื่อป้องกันสารเคมี หรือสารพิษต่างๆ ​หลุดรอดปะปนไปใน​ธรรมชาติและเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37721 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/12-seacon-zero-waste.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p><em><strong>&#8220;การขับเคลื่อนโครงการมาตลอด 3 ปี ทำให้ซีคอนฯ สามารถลดปริมาณขยะฝังกลบได้มากกว่าปีละ 2 หมื่นตัน พร้อม​​ลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนลงได้ 2.4 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ถึง 2.5 แสนต้น</strong> ​​รวมทั้งสามารถต่อยอดการนำปริมาณขยะประเภทต่างๆ ไปใช้ประโยชน์ทดแทนการฝังกลบ ทั้งขยะอินทรีย์ 3.6 ล้านกิโลกรัม (หลังคัดแยกน้ำ และส่วนของอาหารที่ยังรับประทานได้) ขยะรีไซเคิล 1.7 แสนกิโลกรัม และขยะเชื้อเพลิง RDF 2.7 แสนกิโลกรัม ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวมาจากความร่วมมือของผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งร้านค้าและพนักงานภายในศูนย์ รวมทั้งลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ​ที่ให้ความร่วมมือคัดแยก​ขยะก่อนทิ้งตั้งแต่ต้นทาง&#8221;​ </em></p>
<p>ความสำเร็จในการดำเนินโครงการ​ เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน รวมถึงพันธมิตรด้านการจัดการขยะ อาทิ กรุงเทพมหานคร, กลุ่มบริษัท เบตเตอร์ กรุ๊ป, บริษัท อินโนเวสท์ จำกัด, บริษัท ส.พัฒนา เปเปอร์ จำกัด, บริษัท เวสท์บาย เดลิเวอรี่ จำกัด, มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ ตลอดจนเครือข่ายชุมชนโดยรอบ รวมถึงร้านค้าภายในศูนย์ฯ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37722 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/MG_0056.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p><strong>ดร. พรต</strong> เล่าถึงความท้าทายในการขับเคลื่อนโครงการช่วงแรก อยู่ที่การปรับ MIndset ของร้านค้าต่างๆ ให้เห็นถึงความสำคัญของการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง พร้อมทั้งจูงใจด้วยการจัดกิจกรรมสะสมแต้มเพื่อแลกของรางวัลพิเศษ รวมทั้งการมอบใบประกาศ ให้ทางร้านค้าต่างๆ ที่เข้าร่วมโปรแกรมคัดแยกขยะ ซึ่งเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ ให้ร้านได้อีกทางหนึ่ง เพื่อสร้างความร่วมมือและสร้างความต่อเนื่องในการปฏิบัติ จนนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ในที่สุด</p>
<p>ขณะที่ในส่วนของศูนย์เอง ก็มีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ต่างๆ ภายในศูนย์เพื่อรองรับการขับเคลื่อน เช่น เปลี่ยนถังขยะภายในศูนย์ ให้สามารถ​แยกประเภทของขยะที่จะทิ้ง​ รวมทั้งการเปลี่ยนกระดาษชำระภายในห้องน้ำให้​เป็นแบบย่อยสลายได้เพื่อสามารถทิ้งลงไปในชักโครก ​ช่วยลดปริมาณขยะ​กระดาษชำระที่มีกว่าวันละ 700- 800 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นขยะติดเชื้อ และไม่สามารถส่งไปผลิตเชื้อเพลิง RDF ได้ รวมไปถึงการมีนโยบายให้ร้านค้าภายในศูนย์ที่มีรวมกันกว่า 400 ร้าน ต้องมีการคัดแยกขยะและบริหารจัดการขยะภายในร้านได้อย่างเป็นระบบ เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37719 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/10-seacon-zero-waste.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เดินหน้าทำงานเชิงรุก มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก​​​</strong></p>
<p>หลังบรรลุ Milestones สำคัญ ทั้งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และลดปริมาณขยะฝังกลบเป็นศูนย์ <strong>การขับเคลื่อนของซีคอนฯ จากนี้ จะเน้นทำงานเชิงรุกมากขึ้น เพื่อเพิ่มการสร้างผลกระทบเชิงบวกจากการดำเนินธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น</strong> โดยในส่วนของ<strong>พลังงานสะอาดจะเพิ่มการลงทุนราว 50 ล้านบาท เพื่อติดตั้งแผงโซลาร์เพิ่มเติม </strong>ที่ซีคอน บางแคในปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่มการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดได้อีกราว 1-2 เมกะวัตต์</p>
<p><strong>รวมทั้งในอนาคต มีแผนลงทุนเพื่ออัพเกรด​ประสิทธิภาพของแผงโซลาร์ในการผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มมากขึ้น</strong> หลังใช้งานได้ราว 15 ปี เนื่องจากการพัฒนาของเทคโนโลยีในอนาคตที่ทำให้ต้นทุนการติดตั้งถูกลง และประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น เพื่อสามารถเพิ่มปริมาณการใช้พลังงานสะอาดภายในศูนย์ได้มากขึ้น ส่วนแผงที่ปลดระวางซึ่งยังมีความสามารถในการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดได้เป็นอย่างดี ก็สามารถนำไปสร้างประโยชน์ให้พื้นที่ห่างไกลอื่นๆ ที่มีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้า​เพื่อสร้างประโยชน์ได้อีกทางหนึ่ง ทั้งในมิติของการ​ส่งเสริมด้านการศึกษา หรือการส่งเสริมอาชีพให้คนในท้องถิ่น เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37720 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/DSC06594.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p>ขณะที่การพัฒนาด้านการจัดการขยะภายในศูนย์ <strong>จะเพิ่มประสิทธิภาพในการแยกขยะให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อสามารถเพิ่มสัดส่วนปริมาณขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้เพิ่มขึ้น</strong> และลดสัดส่วนขยะที่จะนำส่งไปเผาเป็นเชื้อเพลิง RDF ให้ลดน้อยลง เพื่อสร้างประโยชน์และสนับสนุน​​การขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนได้มากขึ้น พร้อมทั้งเดินหน้าขยายผลโครงการ Zero Waste ไปยังมิติอื่นในอนาคต เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ด้านความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมค้าปลีกไทย พร้อมบทพิสูจน์ความสำเร็จที่สามารถจับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการลดต้นทุนด้านพลังงานและการบริหารจัดการต่างๆ ภายในศูนย์ รวมทั้ง​ผลกระทบเชิงบวกจากการขับเคลื่อนโครงการ​ที่ถูกส่งต่อไปยังชุมชนรอบข้าง และผู้คนในสังคม</p>
<p>การขับเคลื่อนของกลุ่มศูนย์การค้าซีคอนฯ และพันธมิตรทุกฝ่าย สะท้อนให้เห็นว่า <em><strong> การขับเคลื่อนสู่ธุรกิจ &#8216;Zero Waste&#8217; นั้น ไม่ใช่เพียงแค่การมีนโยบายที่สวยหรู แต่ไม่สามารถขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นจริงได้ เพราะหากมีความุ่งมั่น และได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง</strong><strong>ในการดำเนินการอย่างจริงจังและเป็นระบบ ก็สามารถขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายและสามารถจับต้องผลลัพธ์และความสำเร็จที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม  </strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37724 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/2-seacon-zero-waste.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/seacon-group-thailand-first-zero-waste-retail/">&#8216;จาก 2 หมื่นตันต่อปีเป็นศูนย์&#8217; กลุ่มซีคอนฯ ปักหมุดศูนย์การค้า Zero Waste แห่งแรกของประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มเซ็นทรัล เร่งเป้า &#8216;​ขยะฝังกลบเป็นศูนย์&#8217; พร้อมผนึกพันธมิตร สร้าง &#8216;Zero Waste Ecosystem&#8217; วางระบบ &#8216;ลด -แยก- จัดการ&#8217; ​​ครบวงจร เล็งขยายโมเดลทั่วประเทศ​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/central-group-build-zero-waste-ecosystem/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 26 Jul 2025 09:10:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Best Practice]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[Central Tham]]></category>
		<category><![CDATA[Circularity]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Love the Earth]]></category>
		<category><![CDATA[Love the Earth : Zero Waste รักโลกต้องเริ่มเลย]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste Model]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[จัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ฝังกลบ]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การเรียนรู้ด้านการจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล ทำ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34975</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคที่โลกต้องเผชิญกับปัญหาขยะล้นเมืองและวิกฤติสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง &#8216;ขยะ&#8217; ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นหนึ่งในวิกฤติที่กระทบต่อ คุณภาพชีวิต และความสมดุลของระบบนิเวศอย่างลึกซึ้ง ขยะจำนวนมหาศาลยังคงถูกส่งไปฝังกลบในแต่ละวัน โดยมีเพียงส่วนน้อยที่ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธีและนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างแท้จริง หากไม่เร่งแก้ไขตั้งแต่วันนี้ ปัญหานี้จะยิ่งสะสมและยากต่อการเยียวยาในอนาคต กลุ่มเซ็นทรัล ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกและบริการของไทย ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงกับผู้บริโภคและชุมชนทั่วประเทศ เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน คู่ค้า ลูกค้า และประชาชนทั่วไป ภายใต้แคมเปญ &#8216;Love the Earth : Zero Waste รักโลกต้องเริ่มเลย&#8217; โดยมุ่งพัฒนา &#8216;โมเดล Zero Waste แบบครบวงจร&#8217; ​เชื่อมโยงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่มีประสิทธิภาพในการ ลด&#8211;แยก&#8211;จัดการขยะ และส่งเสริมพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า พร้อมประกาศความเป็นผู้นำองค์กรค้าปลีกที่มีระบบจัดการขยะครบวงจร ผลักดันภาคธุรกิจเข้าสู่แนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน และยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน มุ่งสร้าง Zero Waste Ecosystem ทั่วประเทศ โมเดล Zero Waste แบบครบวงจร​ เริ่มต้นนำร่องที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นแห่งแรก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/central-group-build-zero-waste-ecosystem/">กลุ่มเซ็นทรัล เร่งเป้า &#8216;​ขยะฝังกลบเป็นศูนย์&#8217; พร้อมผนึกพันธมิตร สร้าง &#8216;Zero Waste Ecosystem&#8217; วางระบบ &#8216;ลด -แยก- จัดการ&#8217; ​​ครบวงจร เล็งขยายโมเดลทั่วประเทศ​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในยุคที่โลกต้องเผชิญกับปัญหาขยะล้นเมืองและวิกฤติสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง <strong>&#8216;ขยะ&#8217;</strong> ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นหนึ่งในวิกฤติที่กระทบต่อ คุณภาพชีวิต และความสมดุลของระบบนิเวศอย่างลึกซึ้ง</p>
<p><span id="more-34975"></span></p>
<p>ขยะจำนวนมหาศาลยังคงถูกส่งไปฝังกลบในแต่ละวัน โดยมีเพียงส่วนน้อยที่ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธีและนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างแท้จริง หากไม่เร่งแก้ไขตั้งแต่วันนี้ ปัญหานี้จะยิ่งสะสมและยากต่อการเยียวยาในอนาคต</p>
<p>กลุ่มเซ็นทรัล ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกและบริการของไทย <strong>ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงกับผู้บริโภคและชุมชนทั่วประเทศ เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง</strong> ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน คู่ค้า ลูกค้า และประชาชนทั่วไป ภายใต้แคมเปญ <strong>&#8216;Love the Earth : Zero Waste </strong><strong>รักโลกต้องเริ่มเลย&#8217;</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34982 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/08.บรรยากาศภายในงาน-Love-the-Earth-Zero-Waste.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยมุ่งพัฒนา &#8216;<strong>โมเดล </strong><strong>Zero Waste </strong><strong>แบบครบวงจร&#8217;</strong> ​เชื่อมโยงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่มีประสิทธิภาพในการ <strong>ลด</strong><strong>&#8211;</strong><strong>แยก</strong><strong>&#8211;</strong><strong>จัดการขยะ</strong> และส่งเสริมพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า พร้อมประกาศความเป็นผู้นำองค์กรค้าปลีกที่มีระบบจัดการขยะครบวงจร ผลักดันภาคธุรกิจเข้าสู่แนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน และยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน</p>
<p><strong>มุ่งสร้าง Zero Waste Ecosystem ทั่วประเทศ</strong></p>
<p><strong>โมเดล </strong><strong>Zero Waste </strong><strong>แบบครบวงจร​</strong> เริ่มต้นนำร่องที่ <strong>ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์</strong> เป็นแห่งแรก โดยมุ่งลดตั้งแต่ต้นทาง ผ่านการสร้างศูนย์คัดแยกขยะระดับมาตรฐานสากล และร่วมมือกับหน่วยงานที่รับจัดการขยะ เพื่อนำขยะไปจัดการอย่างถูกวิธี​ลดปริมาณ​ขยะไปสู่หลุมฝังกลบ</p>
<p>ซึ่ง​เฟสแรกนี้ มีร้านค้าภายในศูนย์เข้าร่วมแล้วมากกว่า <strong>200 </strong><strong>ร้านค้า</strong> ครอบคลุมหลากหลายหมวดหมู่ อาทิ แฟชั่น อาหาร และเครื่องดื่ม โดยกลุ่มเซ็นทรัลจะ​มอบ <strong>ตราสัญลักษณ์ &#8216;</strong><strong>Love the Earth: Zero Waste&#8217;</strong> เพื่อเชิดชูร้านค้าที่ร่วมปฏิบัติตามแนวทางของโครงการอย่างจริงจัง  <strong>และในเฟสถัดไป กลุ่มเซ็นทรัลจะขยายผลโครงการสู่ ศูนย์การค้าทั่วประเทศ</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34985 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/01.คุณพิชัย-จิราธิวัฒน์-กรรมการบริหาร-กลุ่ม.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณพิชัย  จิราธิวัฒน์</strong>  กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัล มุ่งสร้างความตระหนักรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่คู่ค้า ลูกค้า และประชาชนทั่วไป เพื่อ​มีส่วนร่วม​สร้างระบบนิเวศที่​ทุกฝ่ายสามารถมีส่วนร่วมขับเคลื่อน Zero Waste Ecosystem ​ไปด้วยกัน เพราะความยั่งยืนนับเป็นภารกิจร่วมกันของทุกคนในสังคม ไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง</p>
<p>ทั้งนี้ ปี 2567 ที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัล สามารถลด​ขยะสู่หลุมฝังกลบได้​ 43,600 ตัน พร้อมให้ความรู้และขยายโมเดลส่งเสริมการคัดแยกขยะไปสู่ 190 ชุมชนที่อยู่ภายใต้โครงการ <strong>&#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217;</strong> เพื่อมุ่งขับเคลื่อนสู่ <em><strong>เป้าหมาย</strong> <strong>ลดปริมาณขยะสู่หลุมฝังกลบให้เหลือ </strong><strong>30% </strong><strong>ภายในปี </strong><strong>2573</strong> <strong>และเดินหน้าสู่การเป็นองค์กร Net Zero </strong><strong>ในปี 2593 </strong></em>ซึ่งการแยกขยะอย่างถูกวิธี ​นับเป็จุดเริ่ม​ต้นสำคัญเพื่อสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ในที่สุด</p>
<p><em><b> &#8220;</b>หากทุกคนเห็นคุณค่าของการจัดการขยะอย่างถูกต้องและเข้ามามีส่วนร่วมในแคมเปญ &#8216;<strong>Love The Earth: Zero Waste </strong><strong>รักโลกต้องเริ่มเลย&#8217;</strong> จะเป็นการสร้างกระแสการเปลี่ยนแปลงที่แผ่ขยายไปสู่ครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวม และในฐานะโมเดลต้นแบบ   เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับร้านค้าทุกร้านในศูนย์การค้า อาทิ <strong>บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป</strong><strong>, </strong><strong>บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong><strong>, </strong><strong>บริษัท</strong><strong> </strong><strong>เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong><strong>, </strong><strong>บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong><strong>, </strong><strong>บริษัท คอฟฟี่ คอนเซ็ปต์ รีเทล จำกัด</strong><strong>, </strong><strong>บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด และพันธมิตรอื่น ๆ </strong>ที่ไม่เพียงยกระดับวิธีการทำงาน แต่ยังช่วยสร้างความตระหนักให้กับลูกค้า การที่ทุกคนมีจิตสำนึกร่วมกันลงมือทำนี้จะทำให้โครงการประสบความสำเร็จ&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34983 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/10.Love-the-Earth-Zero-Waste.jpg" alt="" width="1200" height="925" /></p>
<p><strong>วางระบบ &#8216;ลด -แยก- จัดการขยะ&#8217; ​3 แนวทางสู่เป้าหมาย</strong></p>
<p>สำหรับแนวทางเพื่อบรรลุเป้าหมาย <strong>Zero Waste​ to Landfill </strong>ทางกลุ่มเซ็นทรัลออกแบบวิธีดำเนินการ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม และลงมือทำจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง โดยมุ่งหวังสามารถลดปริมาณขยะให้เหลือน้อยที่สุด สอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่าน 3 ขั้นตอน คือ <strong>ลด แยก จัดการ</strong> ​ ได้แก่</p>
<p><strong>1.  </strong><strong>‘</strong><strong>ลด</strong><strong>’ </strong><strong>ตั้งแต่เลือก :  </strong> ปฏิเสธการรับสิ่งของที่ไม่จำเป็น หรือก่อให้เกิดขยะและหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ลดการใช้วัสดุที่ไม่จำเป็น  ผ่านการขับเคลื่อนโครงการต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง เช่น</p>
<p><strong>&#8211; โครงการ </strong><strong>Say No To Plastic Bags</strong>  &#8211; ตั้งแต่ปี 2561 กลุ่มเซ็นทรัล ประกาศ &#8216;ปฏิเสธการใช้ถุงพลาสติก&#8217; Say No to Plastic Bag โดยทุกกลุ่มธุรกิจในเครือ ได้เข้าร่วมขับเคลื่อนการแก้ปัญหาขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง เพื่อ​ช่วยลดการเกิดขยะ พร้อมเชิญชวนลูกค้าปฏิเสธถุงพลาสติก และต่อยอดสู่กิจกรรม <strong>Bring Your Own Bag</strong> เพื่อส่งเสริมการใช้ซ้ำ หันมาใช้ถุงผ้า เพื่อลดขยะ สร้างพฤติกรรมรักษ์โลกอย่างยั่งยืน ซึ่งรณรงค์ในห้างทั่วประเทศและได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม  ซึ่งข้อมูล ปี 2567 ​<strong>มีสมาชิกเข้าร่วมกว่า 3 ล้านราย คิดเป็น 12 ล้านครั้งของการปฏิเสธถุง</strong> พร้อมมอบคะแนน The 1 รวมกว่า 130 ล้านคะแนน ตอกย้ำความมุ่งมั่นของกลุ่มเซ็นทรัลในการส่งเสริมไลฟ์สไตล์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการมอบสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้า</p>
<p><strong>&#8211; CRG Say No to Plastic – </strong><strong>รักษ์โลก เลิกพลาสติก &#8211; </strong>เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกในธุรกิจอาหาร โดยเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ 100% ไม่มีสารตกค้าง และสามารถกำจัดได้โดยการฝังกลบภายในระยะเวลา <strong>180 วัน </strong>ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกรวม​​ <strong>16</strong><strong>.5 </strong><strong>ล้านชิ้น</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34984 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/14.-Eco-Monster.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; โครงการจัดการอาหารส่วนเกิน </strong><strong>(Surplus Food) &#8211; </strong>บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด, โก โฮลเซลล์, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน), และบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด  ร่วมมือกับภาคี มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS) และมูลนิธิ วีวี แชร์ (VV Share Foundation)  ทำโครงการมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 กว่า 200 สาขา เพื่อลดการเกิดขยะอาหาร  ส่งมอบอาหารส่วนเกินที่มีคุณภาพให้แก่ชุมชนขาดแคลนและกลุ่มเปราะบางกว่า 807 ชุมชน ลดปริมาณขยะอาหารไปสู่หลุมฝังกลบน้ำหนักรวมกว่า 568 ตัน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1,438 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e)</p>
<p><strong>&#8211; ไทวัสดุ ลดใช้บรรจุภัณฑ์ในการขนส่ง &#8211; </strong>ศูนย์กระจายสินค้า ไทวัสดุ กลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์ ร่วมกับ บริษัท ไอสเทรด <strong>พัฒนาตาข่ายสำหรับคลุมสินค้า และ </strong><strong>Extra Roll Cage</strong> เพื่อลดการใช้ฟิล์มห่อหุ้มพลาสติก และลดการใช้พาเลท โดยสามารถลดการใช้ฟิล์มหุ้มได้​ 10.54 ตัน รวมทั้งลดพื้นที่สำหรับขนส่ง​​ 2 เท่า ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายการขนส่ง  20.4 ล้านบาทต่อปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34987 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/22.โครงการจัดการบรรจุภัณฑ์ของไทวัสดุ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2. ‘</strong><strong>แยก</strong><strong>’ </strong><strong>ขยะที่ต้นทาง</strong> – คัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงการเปื้อนของขยะที่ยังสามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้ ทำให้ปริมาณขยะที่ต้องส่งไปกำจัดน้อยลง อาทิ</p>
<p><strong>&#8211; โครงการขวดเปล่าไม่สูญเปล่า &#8211; </strong>ผ่านตู้ Better Bottle ที่ตระหนักถึงปัญหาขยะ และปลูกจิตสำนึกในการบริจาคขวดน้ำพลาสติก PET เพื่อนำขวดพลาสติกจากโครงการไปรีไซเคิล เพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ ชุด PPE สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ผ้าห่ม และเสื้อกันหนาว ส่งต่อให้แก่ผู้ประสบภัยหนาวพื้นที่ทุรกันดารอีกด้วย</p>
<p><strong>&#8211; ปลา P.</strong><strong>O.P. &#8216;Plastic Only Please!&#8217; &#8211;  </strong>สร้างความตระหนักรู้และให้ความสำคัญการจัดการขยะพลาสติก โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราทั้ง 28 แห่ง ​สร้างรูปปั้นปลา P.O.P.  สัญลักษณ์การแยกขยะพลาสติก โดยปี 2567 สามารถนำขยะพลาสติก​ 743.62 กิโลกรัม เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ​ลดปริมาณขยะ​​​ฝังกลบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34979 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/23.-โรงแรมเซ็นทาราและรีสอรท์สร้างรูปปั้นปล.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>&#8211; กิจกรรม ทิ้งดี โร้ดโชว์ กับ </strong><strong>Recycle Day &#8211; </strong>เปลี่ยนขยะไร้ค่าให้มีมูลค่า ร่วมกับ​ Recycle Day  รณรงค์ และสร้างพฤติกรรม​คัดแยกขยะจากบ้าน และมาส่งมอบเพื่อแลกรับคะแนนและของรางวัล เน้นกลุ่มเป้าหมายจากผู้เช่าอาคารสำนักงาน​เซ็นทรัลเวิลด์ ออฟฟิศเซส ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยล่าสุดมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม​ 836 ราย เพิ่มขึ้น​ 35% จากปีก่อนหน้า รับขยะรีไซเคิล​ 7.98 กิโลกรัม ลดก๊าซเรือนกระจก 27,055.33 กิโลกรัม CO2e เทียบเท่าการปลูกต้นไม้  2,842 ต้น ​</p>
<p>พร้อมส่งเสริมมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม 6 Actions for ONE Planet ผ่านแคมเปญ One Recycling Drop a Month ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้พนักงานและ​ผู้เช่า​มีส่วนร่วม​แยกขยะรีไซเคิล เดือนละ 1 ครั้ง ทุกพุธ-พฤหัสบดี สุดท้ายของเดือน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับคะแนน The 1 Point ผ่าน Application Central X ซึ่ง​ปี 2567 มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 2,245 คน คัดแยกขยะได้ 49.689 ตัน ส่วนปี 2658  ถึง​เดือนพฤษภาคม มีผู้เข้าร่วม​ 2,820 คน คัดแยกขยะได้ 39.94 ตัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34986 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/03.-6-Partner-ร่วมพูดคุย.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3. ‘</strong><strong>จัดการ</strong><strong>’</strong><strong> อย่างถูกวิธี</strong> –  รวบรวมขยะที่แบ่งตามประเภทโดยใช้สัญลักษณ์ เช่น สีถุง เชือก ริบบิ้น เป็นต้น ในห้องพักขยะ เพื่อให้หน่วยงานที่เชี่ยวชาญรับไปกำจัดอย่างถูกวิธี เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีภารกิจ เช่น</p>
<p><strong>&#8211; การปรับปรุงห้องพักขยะ </strong>เพื่อคัดแยกและรวบรวมขยะอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัย และเหมาะสมกับการใช้งาน ทั้งขยะจากลูกค้า พนักงานออฟฟิศ ผู้ประกอบการร้านค้า หรือร้านอาหาร โดยมีการจัดการอย่างเคร่งครัดตามประเภทของขยะ เพื่อ​นำไปใช้ประโยชน์หรือเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งได้ยกระดับห้องพักขยะในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ให้เป็น <strong>ศูนย์การเรียนรู้ด้านการจัดการขยะ</strong> เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมแก่ผู้เกี่ยวข้อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34990 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/16.ห้องพักขยะ-ณ-ชั้น-B2-ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเว.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ติดตั้ง Recycle Station ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์​</strong><strong> ชั้น </strong><strong>B1 </strong>ซึ่งเป็นจุดรับขยะแยกประเภทแบบไดรฟ์ทรู ที่มีระบบการจัดการอย่างถูกวิธี ด้วยความร่วมมือกับหลากหลายพันธมิตร เพื่อให้ขยะทุกชิ้นถูกส่งต่อสู่ปลายทางที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนให้ประชาชนคัดแยกขยะ นำมาส่งมอบ ณ จุดรับ​​ ​ร่วมกับ Recycle Day สร้างแรงจูงใจให้เกิดการคัดแยกขยะ สะสมคะแนนแลกของรางวัล เปิดรับขยะที่คัดแยกแล้วทั้งจากลูกค้าที่คัดแยกขยะจากที่บ้าน และขยะที่แยกจากร้านค้าในพื้นที่  โดยหลังเริ่ม​​สาขาแรกในปี 2564 ​ปัจจุบัน​จัดตั้งแล้ว 10 สาขา ได้แก่ ​อีสต์วิลล์ ​ศรีราชา ​อยุธยา ​​ระยอง ​ลาดพร้าว เวสต์วิลล์ ​​นครสวรรค์​ สมุย เชียงใหม่ และ​เซ็นทรัลเวิลด์ <strong>โดยปี 2567 คัดแยกขยะรีไซเคิล  801.31 ตัน ​ลด​คาร์บอนไดออกไซด์ 3</strong><strong>,</strong><strong>471 ตัน เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 365</strong><strong>,</strong><strong>368 ต้น และมีจำนวนสมาชิก 3</strong><strong>,</strong><strong>550 คน</strong></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมขยะกำพร้าสัญจร ตั้งจุดรับขยะกำพร้า หรือขยะเชื้อเพลิง (RDF) โดยเป็นพาร์ทเนอร์กับ<strong> N15 Technology</strong> ​ผู้ผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงขยะ RDF จากขยะชุมชนและขยะอุตสาหกรรมที่ไม่เป็นอันตราย นำมาผ่านกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย จนได้เชื้อเพลิง​ RDF ที่มีคุณภาพ ​จำหน่ายให้​กลุ่มลูกค้าหลัก​ คือ กลุ่มโรงปูนซีเมนต์และโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ โดย <strong>ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อีสต์วิลล์</strong> จะจัดตั้งจุดรับขยะกำพร้าสัญจร ไตรมาสละครั้ง ปี 2567 รับขยะทั้งสิ้น 11,850 กิโลกรัม มีรถเข้าร่วมกิจกรรม 806 คัน รวม​ทั้ง ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชา จัดโครงการ &#8216;ขยะซาเล้งเมินส่งขยะกำพร้ากลับบ้าน&#8217; รับขยะกำพร้า (RDF) รวม 5,490 กิโลกรัม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34988 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/17.ห้องพักขยะ-ณ-ชั้น-B2-ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเว.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์ </strong>บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)  นำขยะอินทรีย์ประเภทเศษอาหารมาเลี้ยงเชื้อในเครื่องย่อยขยะอาหาร เปลี่ยนขยะเศษอาหารให้เป็นก๊าซชีวภาพ โดย​นำพลังงานที่ได้ไปใช้ในห้องครัวของห้องอาหารพนักงาน ปัจจุบัน​ติดตั้ง 3 โรงแรม คือ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ มารีส รีสอร์ทจอมเทียน พัทยา, โรงแรมเซ็นทารา รีเซิร์ฟ สมุย และโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์บีชรีสอร์ท ภูเก็ต สามารถผลิตก๊าซชีวภาพ​ 7,87 กิโลวัตต์ชั่วโมง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ​3,024 กิโลกรัมCO2e  นอกจากนี้ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลล่า หัวหิน ยัง​มีการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลที่ผลิตจากเศษไม้ เพื่อนำมาใช้กับเตาอบพิซซ่าอีกด้วย</p>
<p><strong>กลุ่มเซ็นทรัล</strong> เชื่อมั่นว่าการเดินหน้าขับเคลื่อน Zero Waste อย่างเป็นรูปธรรม ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของภาครัฐ เอกชน พันธมิตรทางธุรกิจ และประชาชนในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคและการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพราะทุกขยะที่จัดการอย่างถูกวิธี คือก้าวสำคัญสู่อนาคตที่ดีกว่าของโลกใบนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34980 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/05.Sustainable-Development-Goals.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/central-group-build-zero-waste-ecosystem/">กลุ่มเซ็นทรัล เร่งเป้า &#8216;​ขยะฝังกลบเป็นศูนย์&#8217; พร้อมผนึกพันธมิตร สร้าง &#8216;Zero Waste Ecosystem&#8217; วางระบบ &#8216;ลด -แยก- จัดการ&#8217; ​​ครบวงจร เล็งขยายโมเดลทั่วประเทศ​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;ไลอ้อน ประเทศไทย&#8217; กางแผนลดคาร์บอน ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ตั้ง​เป้าหมาย Net Zero ปี 2050</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/lion-thailand-drive-decarbonization-plan-to-net-zero-2050/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Feb 2025 13:24:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[Cascade Water Management]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Technology]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Production]]></category>
		<category><![CDATA[Lion]]></category>
		<category><![CDATA[Lion Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[PDP]]></category>
		<category><![CDATA[Power Development Plan]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Technology For Health in All Policies]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Decarbonization Plan]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. กิตติวัตร โสมวดี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[วัตถุดิบคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพในทุกมิติ]]></category>
		<category><![CDATA[ไลอ้อน ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32001</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไลอ้อน (ประเทศไทย) เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทาง ESG สอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัล และ AI มาผสานกับ Energy Technology เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในโรงงานผลิตสินค้า มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน พร้อมสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050    ดร.กิตติวัตร โสมวดี รองผู้จัดการบริหารการผลิต บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อคนไทย มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจพัฒนาสินค้านวัตกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม มาตลอดระยะเวลา 56 ปี กล่าวว่า ไลอ้อนเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทาง ESG (Environment, Social, Governance) และ Sustainable Development Goals (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินกลยุทธ์การลดคาร์บอนแบบองค์รวม ครอบคลุมทุกกระบวนการผลิตและซัพพลายเชน จัดทำแผนการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน ตามแผนงานระดับประเทศ ​Thailand Decarbonization Plan [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/lion-thailand-drive-decarbonization-plan-to-net-zero-2050/">&#8216;ไลอ้อน ประเทศไทย&#8217; กางแผนลดคาร์บอน ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ตั้ง​เป้าหมาย Net Zero ปี 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ไลอ้อน (ประเทศไทย) เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทาง </strong><strong>ESG </strong><strong>สอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน </strong><strong>(SDGs) </strong><strong>พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัล และ </strong><strong>AI </strong><strong>มาผสานกับ </strong><strong>Energy Technology </strong><strong>เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในโรงงานผลิตสินค้า มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (</strong><strong>GHG) </strong><strong>ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน พร้อมสู่เป้าหมาย </strong><strong>Net Zero </strong><strong>ภายในปี 2050  </strong><strong> </strong><span id="more-32001"></span></p>
<p><strong>ดร.กิตติวัตร โสมวดี รองผู้จัดการบริหารการผลิต บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด</strong> ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อคนไทย มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจพัฒนาสินค้านวัตกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม มาตลอดระยะเวลา 56 ปี กล่าวว่า ไลอ้อนเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทาง ESG (Environment, Social, Governance) และ Sustainable Development Goals (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินกลยุทธ์การลดคาร์บอนแบบองค์รวม ครอบคลุมทุกกระบวนการผลิตและซัพพลายเชน จัดทำแผนการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน ตามแผนงานระดับประเทศ ​Thailand Decarbonization Plan และแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan : PDP) มาจัดทำเป็นแผนเส้นทางการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Pathway Plan)</p>
<p><em>&#8220;ไลอ้อนวางกลยุทธ์สู่ Net Zero ​ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านการนำทรัพยากรและพลังงานกลับมาใช้ใหม่ การดำเนินการด้าน Zero Waste ลดของเสียฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) นำน้ำกลับมาใช้ใหม่ผ่านระบบ Cascade Water Management การพัฒนาน้ำเสียให้เป็นวัตถุดิบคาร์บอนต่ำ การใช้พลังงานสะอาด ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเชื่อมต่อระบบการผลิตทั้งหมด​ให้อยู่บน Digital Platform ​พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและ​​ AI อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรใน​การผลิตได้อย่าง​สูงสุด เพื่อให้ทุกผลิตภัณฑ์เป็นผลิตภัณฑ์​คาร์บอนต่ำ ส่งเสริมการคิดเชิงนวัตกรรม Think Better Kaizen เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด ตามแนวทางการพัฒนาธุรกิจ <strong>&#8216;เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพในทุกมิติ :Technology For Health in All Policies&#8217;</strong> จุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีของพนักงาน ผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม&#8221;</em></p>
<p>ทั้งนี้ บริษัทได้พัฒนาระบบ AI มาใช้ในคาดการณ์และประเมินผลด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตรูปแบบต่าง ๆ แบบ Real-time เพื่อให้การใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มีการตรวจสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์พลังงาน (Energy Equipment) ตามหลักวิศวกรรมอย่างต่อเนื่อง <em><strong>รวมถึงการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาปรับใช้งาน เช่น Electrification และมีทีมงานศึกษาด้าน Climate Tech ที่จะเข้ามาในอนาคต </strong></em>เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างต่อเนื่อง​สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32004 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/02_ภาพประกอบข่าว_0.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ไลอ้อน ประเทศไทย ยังเป็นผู้ผลิตน้ำยาล้างจานรายแรกของไทยที่ได้รับการรับรอง <strong>ฉลากลดโลกร้อน</strong> (Carbon Footprint Reduction: CFR) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งทุกผลิตภัณฑ์ของไลอ้อนถูกพัฒนาตามแนวทางสู่<strong> &#8216;ผลิตภัณฑ์ลดโลกร้อน&#8217;</strong> ที่มุ่งลดการปล่อยคาร์บอนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การผลิตจนถึงผู้บริโภค อาทิ ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ไลปอนเอฟ สูตรอนามัย, ไลปอนกลิ่นชามะนาว, ผลิตภัณฑ์ซักผ้าโปร เปาวินวอซ เปาซิลเวอร์นาโน เปาเอ็มวอซ ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย ซอลส์ และโชกุบุสซึ</p>
<p><b>​</b>นอกจากนี้ <em><strong>ยังสามารถลดคาร์บอนฟุตพริ้นขององค์กร (CFO) ได้เฉลี่ย 66,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO<sub>2</sub>e) ต่อปี ตั้งแต่ปี 2022 &#8211; 2024 เทียบกับปีฐาน 2021 ​เท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 7 ล้านต้น และจากแผนงานการขับเคลื่อนธุรกิจที่ยั่งยืน ไลอ้อน ได้กำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใน Scope 1 และ 2 ลดลง 55% ภายในปี 2030 และก้าวสู่ Net Zero ภายในปี 2050 ส่วน Scope 3 ตั้งเป้าหมายลดลด 30 % ในปี 2030 และลดลง 50% ในปี 2050 ผ่านโครงการบริหารจัดการซัพพลายเชนที่ยั่งยืน</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32003 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/03_ภาพประกอบข่าว_0.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>นอกจากการพัฒนาด้านกระบวนการผลิตแล้ว บริษัทยัง​​ให้ความสำคัญต่อนโยบาย BCG (Bio-Circular-Green Economy Model) และการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและวิสาหกิจชุมชน พัฒนาการใช้ วัตถุดิบประจำท้องถิ่นมาเพิ่มคุณค่า นำเอาสมุนไพรไทย ได้แก่ สมอพิเภก สมอไทย มะขามป้อม ผักโมโรเฮยะ มาใช้ในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เช่น ยาสีฟันซอลส์ ตรีผลา ซอล์ส คิงเฮิร์บ เจลอาบน้ำโชกุบุสซึ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้กับชุมชน ช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) และประเมินเป็นคาร์บอนเครดิตมุ่งสู่อนาคตสีเขียว ทำให้ทุกการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของไลอ้อน คือการร่วมลดโลกร้อน ร่วมสร้างโลกที่ยั่งยืนไปด้วยกัน</p>
<p>ด้านการสร้างสุขภาวะที่ดีให้สังคม ได้ดำเนินโครงการต่างๆ ปันสุขสู่สังคม มาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมและเสริมสร้างการมีสุขภาพที่ดี เพื่อให้เกิดความตระหนักด้านการดูแลสุภาพเชิงป้องกัน อาทิ โครงการส่งเสริมทันตกรรมป้องกัน โครงการ Happy Life &amp; Happy Home ส่งเสริมสุขอนามัยที่ดีในชุมชน และยังดำเนินโครงการเกี่ยวกับคุณภาพการศึกษาที่ยั่งยืน ผ่านโครงการโครงการอาชีวะศึกษาระบบทวิภาคี มีการเรียนการสอนในโรงงานจากผู้มีประสบการณ์ทำงาน  มอบทุนการศึกษาหลักสูตรแมคคาทรอนิกส์ ให้โอกาสการศึกษาสายอาชีพ เพื่อเป็นคนดีและคนเก่ง เป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/lion-thailand-drive-decarbonization-plan-to-net-zero-2050/">&#8216;ไลอ้อน ประเทศไทย&#8217; กางแผนลดคาร์บอน ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ตั้ง​เป้าหมาย Net Zero ปี 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เตรียมพบ &#8216;น้องกะหล่ำ&#8217; ผู้ช่วย &#8216;พี่ก้อน&#8217; พร้อมภารกิจสื่อสารเรื่อง Food Waste และความยั่งยืนของร้านบาร์บีคิวพลาซ่า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/bar-b-q-plaza-launch-cabbage-mascot-communicate-to-zero-food-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 13 Oct 2024 10:05:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bar B GON]]></category>
		<category><![CDATA[Bar B Q Plaza]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Green Store]]></category>
		<category><![CDATA[Mascot]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[กินเกลี้ยงเลี่ยง Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะเป็นศูนย์]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[น้องกะหล่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บาร์บีก้อน]]></category>
		<category><![CDATA[บาร์บีคิวพลาซ่า]]></category>
		<category><![CDATA[พี่ก้อน]]></category>
		<category><![CDATA[มาสค็อต]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสารแบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนดิ้ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29621</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;บาร์บีคิวพลาซ่า&#8217; เตรียมเปิดตัวมาสคอตใหม่ล่าสุด &#8216;น้องกะหล่ำ&#8217; ผู้ช่วย &#8216;พี่ก้อน&#8217; ​(บาร์บีก้อน) สื่อสารในมิติด้านความยั่งยืนของร้านบาร์บีคิวพลาซ่า พร้อมนำร่อง​แคมเปญเปิดตัว &#8216;กินเกลี้ยงเลี่ยง Food Waste&#8217; ขับเคลื่อนภารกิจ Zero Food Waste และการเปลี่ยนผ่านสู่ Green Store หลังประกาศขับเคลื่อน​ภารกิจ​ ‘ส่งมอบความสุข​ผ่านมื้ออาหารเพื่อความยั่งยืน’ (Delivery Sustainable Happiness) ​​​​เพื่อมุ่งสู่​ธุรกิจที่มีความแข็งแกร่ง และยั่งยืน พร้อม​​​​มีส่วนในการดูแล ผู้คนใน​สังคม ไปจนถึง​การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและโลกใบนี้ ภายใต้กลยุทธ์  ‘From Cabbage Farm to Table’ เพื่อสามารถบริหารจัดการทั้งการใช้ทรัพยากรและพลังงานภายใน Supply Chain ​ให้เกิดประสิทธิภาพรวมทั้งสร้างคุณค่าได้สูงสุดตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ล่าสุด บาร์บีคิวพลาซ่า เปิดตัว &#8216;น้องกะหล่ำ&#8217; ผู้ช่วยสื่อสารด้านความยั่งยืนให้แบรนด์ ​คู่กับ &#8216;บาร์บีก้อน&#8217; หรือ &#8216;พี่ก้อน&#8217; ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของแบรนด์เพื่อสื่อสารแคมเปญด้านการตลาด จนได้รับความรักจากผู้คนจำนวนมากไปก่อนหน้านี้ โดยน้องกะหล่ำมาพร้อมภารกิจแรกกับแคมเปญ &#8216;กินเกลี้ยงเลี่ยง Food Waste&#8217; แค่กินหมดจาน เท่ากับการช่วยโลก เชิญชวนให้ทุกคนร่วมทำชาเลนจ์กับน้องกะหล่ำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/bar-b-q-plaza-launch-cabbage-mascot-communicate-to-zero-food-waste/">เตรียมพบ &#8216;น้องกะหล่ำ&#8217; ผู้ช่วย &#8216;พี่ก้อน&#8217; พร้อมภารกิจสื่อสารเรื่อง Food Waste และความยั่งยืนของร้านบาร์บีคิวพลาซ่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;บาร์บีคิวพลาซ่า&#8217;</strong> เตรียมเปิดตัวมาสคอตใหม่ล่าสุด<strong> &#8216;น้องกะหล่ำ&#8217;</strong> ผู้ช่วย &#8216;พี่ก้อน&#8217; ​(บาร์บีก้อน) สื่อสารในมิติด้านความยั่งยืนของร้านบาร์บีคิวพลาซ่า พร้อมนำร่อง​แคมเปญเปิดตัว <strong>&#8216;กินเกลี้ยงเลี่ยง Food Waste&#8217;</strong> ขับเคลื่อนภารกิจ Zero Food Waste และการเปลี่ยนผ่านสู่ Green Store</p>
<p><span id="more-29621"></span></p>
<p>หลังประกาศขับเคลื่อน​ภารกิจ​ ‘<strong>ส่งมอบความสุข​ผ่านมื้ออาหารเพื่อความยั่งยืน</strong><strong>’</strong> <strong>(</strong><strong>Delivery Sustainable Happiness</strong><strong>)</strong> ​​​​เพื่อมุ่งสู่​ธุรกิจที่มีความแข็งแกร่ง และยั่งยืน พร้อม​​​​มีส่วนในการดูแล ผู้คนใน​สังคม ไปจนถึง​การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและโลกใบนี้ ภายใต้กลยุทธ์  <strong>‘From Cabbage Farm to Table’</strong> เพื่อสามารถบริหารจัดการทั้งการใช้ทรัพยากรและพลังงานภายใน Supply Chain ​ให้เกิดประสิทธิภาพรวมทั้งสร้างคุณค่าได้สูงสุดตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29668 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Resize-3.jpg" alt="" width="441" height="682" /></p>
<p>ล่าสุด บาร์บีคิวพลาซ่า เปิดตัว <strong>&#8216;น้องกะหล่ำ&#8217;</strong> ผู้ช่วยสื่อสารด้านความยั่งยืนให้แบรนด์ ​คู่กับ<strong> &#8216;บาร์บีก้อน&#8217; </strong>หรือ<strong> &#8216;พี่ก้อน&#8217;</strong> ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของแบรนด์เพื่อสื่อสารแคมเปญด้านการตลาด จนได้รับความรักจากผู้คนจำนวนมากไปก่อนหน้านี้</p>
<p>โดยน้องกะหล่ำมาพร้อมภารกิจแรกกับแคมเปญ <strong>&#8216;กินเกลี้ยงเลี่ยง Food Waste&#8217; </strong>แค่กินหมดจาน เท่ากับการช่วยโลก เชิญชวนให้ทุกคนร่วมทำชาเลนจ์กับน้องกะหล่ำ ด้วยการรับประทานอาหารให้หมด โดยเริ่มต้นง่ายๆ ได้ที่จาน ที่บ้าน และที่ร้านบาร์บีคิวพล่าซ่า พร้อมถ่ายภาพและติดแฮชแทก <strong>#กินเกลี้ยงเลี่ยงFoodWaste </strong> เพื่อสร้างความตระหนักและการมีส่วนร่วมในการช่วยลดขยะอาหาร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการเกิดก๊าซเรือน​กระจก และปัญหาโลกร้อน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29663 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Challenge1.png" alt="" width="1200" height="713" /></p>
<p><strong>ทำไมต้องเป็น &#8216;น้องกะหล่ำ&#8217;?</strong></p>
<p>สำหรับการใช้ <strong>&#8216;น้องกะหล่ำ&#8217; </strong>มาเป็นอีกหนึ่ง Symbolic เพื่อเป็นตัวแทนแบรนด์ แม้ว่าบาร์บีคิวพลาซ่า จะมีบาร์บีก้อน ซึ่งมีความแข็งแรงทั้งในการเชื่อมโยงมาสู่แบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่าและได้รับความรักจากลูกค้า​เป็นอย่างดีแล้วนั้น เนื่องจาก <strong>&#8216;กะหล่ำปลี&#8217;</strong> ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่ทำให้คนสามารถนึกถึงร้านบาร์บีคิวพลาซ่าได้ในอีกหนึ่งมิติ เพราะทุกโต๊ะภายในร้านจะมี <strong>&#8216;จานกะหล่ำปลีฝอย&#8217;</strong> ตั้งไว้ เพื่อให้ทุกคนสามารถรับประทานได้ฟรี และเติมได้ไม่อั้น</p>
<p>ขณะที่ Journey ของกะหล่ำปลี ก็มีความน่าสนใจมากเช่นกัน เพราะสามารถเชื่อมโยงภาพของบาร์บีคิวพลาซ่าในการ​สร้าง Positive Impact ได้ตั้งแต่ต้นน้ำหรือจากไร่ของเกษตรกร มาจนถึงปลายน้ำที่โต๊ะของผู้บริโภคทุกคน ตามแผนกลยุทธ์การขับเคลื่อน <strong>&#8216;From Cabbage Farm to Table&#8217;</strong>  ตั้งแต่การเข้าไปส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำปลีในหลายพื้นที่ ซึ่งนอกจากการรับซื้อแบบประกันราคาแล้ว ยังเข้าไปปลูกฝังองค์ความรู้ในการปลูกแบบ GAP ที่ลดการใช้สารเคมีลงได้กว่า 50% ซึ่งดีต่อสุขภาพเกษตรกรมากกว่าด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29664 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Cabbage-Farm1.jpg" alt="" width="438" height="628" /></p>
<p>ส่วนมิติภายในร้าน​<strong> &#8216;กะหล่ำปลี&#8217; ถือว่าเป็นวัตถุดิบสำคัญของบาร์บีคิวพลาซ่า และยังถือว่าเป็นแบรนด์​ที่ใช้กะหล่ำปลีมากที่สุดในประเทศไทย ด้วยปริมาณถึง 5 ตันต่อวัน หรือไม่ต่ำกว่า 2 ล้านกิโลกรัมต่อปี</strong> ​ขณะที่การควบคุมปริมาณการใช้กะหล่ำปลีอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้เหลือเป็น Food Waste ในปริมาณมาก ​ทางร้านได้ออกแบบการเสิร์ฟที่สอดคล้องกับพฤติกรรมในการรับประทานของลูกค้าที่จะทานน้อยลงในจานถัดไป โดย​<strong><em>​</em></strong>เสิร์ฟปริมาณกะหล่ำถ้วยแรกที่ 125 กรัม และถ้วยต่อๆ ไปที่ 80 กรัม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29665 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/2-8.jpg" alt="" width="1200" height="616" /></p>
<p>ทำให้สามารถลดการทิ้งกะหล่ำจากการรับประทานเหลือของลูกค้าลงได้กว่า 10% หรือกว่า 2 แสนกิโลกรัมต่อปี เทียบเท่าปริมาณคาร์บอนที่ลดลงได้ถึง 82 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และยังช่วยลดปริมาณการเกิดขยะอาหารไปยังบ่อฝังกลบ สาเหตุสำคัญของการเกิดมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกประเภทหนึ่งที่สร้างผลกระทบมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่า สอดคล้องกับทิศทางในการมุ่งสู่<strong> Zero Waste to Landfill</strong> และการเปลี่ยนผ่านสู่ <strong>Green Store</strong> ของบาร์บีคิวพลาซ่าในทุกสาขา ภายในปี 2030 อีกด้วย</p>
<p>ดังนั้น ​เรื่องราวและเส้นทางของ<strong> &#8216;กะหล่ำ​&#8217;</strong> จึงสามารถสะท้อนภารกิจในการขับเคลื่อนความยั่งยืนของบาร์บีคิวพลาซ่าได้เป็นอย่างดี​ ​​</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/bar-b-q-plaza-launch-cabbage-mascot-communicate-to-zero-food-waste/">เตรียมพบ &#8216;น้องกะหล่ำ&#8217; ผู้ช่วย &#8216;พี่ก้อน&#8217; พร้อมภารกิจสื่อสารเรื่อง Food Waste และความยั่งยืนของร้านบาร์บีคิวพลาซ่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘From Cabbage Farm to Table’ ถอดรหัส ‘บาร์บีคิวพลาซ่า’ ภารกิจขับเคลื่อน​ ‘ความสุข’ และ ‘ความยั่งยืน’ ผ่านมื้ออาหาร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/barbq-plaza-from-cabbage-farm-to-table/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Oct 2024 08:36:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[3P]]></category>
		<category><![CDATA[Bar B GON]]></category>
		<category><![CDATA[Bar B Q Plaza]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[From Cabbage Farm to Table]]></category>
		<category><![CDATA[G-Green]]></category>
		<category><![CDATA[GON ORDER-TO-PAY]]></category>
		<category><![CDATA[Green Procurement]]></category>
		<category><![CDATA[Green Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Planet]]></category>
		<category><![CDATA[Profit]]></category>
		<category><![CDATA[Responsible Sourcing]]></category>
		<category><![CDATA[Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[กะหล่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[จรูญโรจน์ เทพที]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บาร์บีก้อน]]></category>
		<category><![CDATA[บาร์บีคิวพลาซ่า]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์อบรมฟู้ดแพชชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[เก่ง ดี สุข]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29403</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป้าหมายสำคัญของ ‘บาร์บีคิวพลาซ่า’​​ คือ ​ขับเคลื่อน ภารกิจ​ ‘ส่งมอบความสุข​ผ่านมื้ออาหารเพื่อความยั่งยืน’ (Delivery Sustainable Happiness) ให้ลูกค้า และโลกใบนี้อย่างต่อเนื่อง ​​​​ผ่าน​การบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อมุ่งสู่​ธุรกิจที่มีความแข็งแกร่ง และยั่งยืน พร้อม​​​​มีส่วนในการดูแล ผู้คนใน​สังคม ไปจนถึง​การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และโลกใบนี้ ผ่านการขับเคลื่อน​กลยุทธ์สู่การลงมือทำตามแนวทาง ‘From Cabbage Farm to Table’ เพื่อสามารถบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพรวมทั้งสร้างคุณค่าได้ตลอดทั้ง Supply Chain ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จ มาจากการให้ความสำคัญกับ Stakeholders ทุกมิติ ​ทั้งแกนหลักอย่าง Tripple Bottom Line หรือ 3P ที่ประกอบด้วย People Planet และ Profit รวมทั้งการเติมเต็มอีก 2P เพื่อช่วยขับเคลื่อนสู่​​เป้าหมายได้รวดเร็ว และลดความเสี่ยงได้มากขึ้น คือ Peaceful หรือการขับเคลื่อนธุรกิจตามกรอบของจริยธรรม คุณธรรม และธรรมาภิบาลที่ดี​ รวมทั้ง Partnership เพราะการขับเคลื่อนความยั่งยืน ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้โดยลำพัง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/barbq-plaza-from-cabbage-farm-to-table/">‘From Cabbage Farm to Table’ ถอดรหัส ‘บาร์บีคิวพลาซ่า’ ภารกิจขับเคลื่อน​ ‘ความสุข’ และ ‘ความยั่งยืน’ ผ่านมื้ออาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป้าหมายสำคัญของ ‘<strong>บาร์บีคิวพลาซ่า</strong><strong>’</strong><strong>​​</strong> คือ ​ขับเคลื่อน ภารกิจ​ ‘<strong>ส่งมอบความสุข​ผ่านมื้ออาหารเพื่อความยั่งยืน</strong><strong>’</strong> <strong>(</strong><strong>Delivery Sustainable Happiness</strong><strong>)</strong> ให้ลูกค้า และโลกใบนี้อย่างต่อเนื่อง ​​​​ผ่าน​การบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อมุ่งสู่​ธุรกิจที่มีความแข็งแกร่ง และยั่งยืน พร้อม​​​​มีส่วนในการดูแล ผู้คนใน​สังคม ไปจนถึง​การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และโลกใบนี้</p>
<p><span id="more-29403"></span></p>
<p>ผ่านการขับเคลื่อน​กลยุทธ์สู่การลงมือทำตามแนวทาง <strong>‘From Cabbage Farm to Table’</strong> เพื่อสามารถบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพรวมทั้งสร้างคุณค่าได้ตลอดทั้ง Supply Chain ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จ มาจากการให้ความสำคัญกับ Stakeholders ทุกมิติ ​ทั้งแกนหลักอย่าง Tripple Bottom Line หรือ <strong>3P</strong> ที่ประกอบด้วย <strong>People Planet </strong>และ <strong>Profit </strong>รวมทั้งการเติมเต็มอีก <strong>2P</strong> เพื่อช่วยขับเคลื่อนสู่​​เป้าหมายได้รวดเร็ว และลดความเสี่ยงได้มากขึ้น คือ <strong>Peaceful</strong> หรือการขับเคลื่อนธุรกิจตามกรอบของจริยธรรม คุณธรรม และธรรมาภิบาลที่ดี​ รวมทั้ง <strong>Partnership</strong> เพราะการขับเคลื่อนความยั่งยืน ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้โดยลำพัง การมีพันธมิตรช่วยขับเคลื่อนจะทำให้​ไปถึงเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่ม Positive Impact ​ระหว่างทางในการขับเคลื่อนได้มากขึ้นด้วย</p>
<p><strong>From Cabbage Farm </strong><strong>จากฟาร์มสู่ชุมชน</strong></p>
<p><strong>คุณจรูญโรจน์ เทพที</strong> ประธานบริหารสายงาน-ซัพพลายเชน บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด กล่าวถึงแผนขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนของบาร์บีคิวพลาซ่า โดยมี <strong>‘</strong><strong>กะหล่ำ</strong><strong>’</strong> (Cabbage) เป็นสัญลักษณ์สำคัญในการเดินทาง เพราะถือเป็นหนึ่งใน Signature ​ที่ทุกโต๊ะในร้านต้องมีถ้วยกะหล่ำวางไว้ และยังเป็นวัตถุดิบสำคัญของ​​บาร์บีคิวพลาซ่าด้วยเช่นกัน ในฐานะแบรนด์ที่ใช้กะหล่ำมากที่สุดในประเทศก็ว่าได้ ด้วยปริมาณถึง 5 ตันต่อวัน หรือไม่ต่ำกว่า 2 ล้านกิโลกรัมต่อปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29405 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/1-Pic-คุณจรูญโรจน์-เทพที-ประธานบริหารสายงาน-ซัพพลายเซน-บริษัท-ฟู้ดแพชชั่น-จำกัด.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ดังนั้น <strong>‘</strong><strong>กะหล่ำ</strong><strong>’ </strong>จึงเป็นเสมือนตัวแทนและจุดเชื่อมโยงการส่งมอบประโยชน์ คุณค่า ความสุข และความยั่งยืนไปยังทุกมิติภายใน Ecosystem​ จากการขับเคลื่อนธุรกิจของบาร์บีคิวพลาซ่า ​ตั้งแต่ต้นทางจากฟาร์มไปจนถึงโต๊ะผู้บริโภค รวมทั้งผู้คนและสังคมโดยรอบได้</p>
<p>เส้นทาง <strong>From Cabbage Farm </strong>ยัง​สอดคล้องกับมิติ​ <strong>People</strong> ของบาร์บีคิวพลาซ่าที่ให้ความสำคัญเรื่อง <strong>‘</strong><strong>คน</strong><strong>’</strong> เป็นอันดับแรก​ ทั้งพนักงานในองค์กร และ​คน​ที่อยู่ในห่วงโซ่ธุรกิจอย่างกลุ่มเกษตรกร ด้วยการ​​เข้าไปรับซื้อกะหล่ำโดยตรงจากฟาร์มโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ช่วยให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาที่ดี​ จากการรับประกันราคา และการวางแผนปริมาณการซื้อวัตถุดิบไว้ล่วงหน้าเพื่อช่วยเกษตรกรวางแผนการปลูกอย่าง​เหมาะสม และยังลดปริมาณการสูญเสียในธุรกิจได้ด้วย​ รวม​ถึง​เข้าไปส่งเสริมการปลูกแบบ GAP ที่ลดการใช้สารเคมีลงถึง 50% เพื่อได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ และมีความปลอดภัยทั้งต่อผู้บริโภครวมทั้งเกษตรกรผู้ปลูกด้วย ซึ่งปัจจุบัน​ได้เข้าไปสนับสนุน และส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรผ่านรัฐวิสาหกิจ 3 แห่ง คือ วิสาหกิจชุมชนผักแปลงใหญ่ อ.พบพระ จ.ตาก,​ ชุมชนบ้านนาป่าแปก จ.แม่ฮ่องสอน และ ชุมชนเกษตรกร อ.หางดง จ.เชียงใหม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29406 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/10-Pic-บาร์บีคิวพลาซ่า-ชูแนวคิด-Triple-Bottom-Line-สร้างความสุขให้ลูกค้าและโลก.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>“บาร์บีคิวพลาซ่า</em> ยังมุ่งส่งเสริมการศึกษาให้ลูกหลานเกษตรกรในพื้นที่และชุมชนใกล้เคียงผ่าน<strong> ศูนย์อบรมฟู้ดแพชชั่น</strong> ที่ต่อยอดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของบาร์บีคิวพลาซ่า มาพัฒนาเป็นหลักสูตรด้านสุขาภิบาลอาหารและการจัดการร้านอาหาร สามารถเทียบวุฒิระดับ ปวช. รวมทั้งเพิ่มรายได้จากการทำงานระหว่างเรียน โดย​ส่งเสริมมาตั้งแต่ปี 2561​ มีผู้ผ่านหลักสูตรแล้วกว่า 300 คน และยังเป็นหลักสูตรพัฒนา​เสริมสร้างศักยภาพบุคลากร เพื่อสร้างคนที่ทั้ง <strong>‘</strong><strong>เก่ง ดี สุข</strong><strong>’</strong> รวมทั้งแบ่งปันความรู้ให้​องค์กรหรือผู้ต้องการพัฒนาตนเองในธุรกิจร้านอาหาร<em>​ โดยมีเป้าหมายเพิ่มโอกาสให้ผู้คนไม่ต่ำกว่า </em><em>30,000</em><em> คน ในการพัฒนาศักยภาพ ความสามารถ พร้อมเพิ่มทักษะให้บุคลากร​ สร้าง​ความเท่าเทียมด้านการเข้าถึงการศึกษาและ​​พัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างเป็นวงจรแห่งความสุขได้อย่างยั่งยืน”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29407 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/4-Pic-บาร์บีคิวพลาซ่า-ชูแนวคิด-Triple-Bottom-Line-สร้างความสุขให้ลูกค้าและโลก.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>From Table to Sustainability </strong><strong>ขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน </strong></p>
<p>เมื่อโฟกัสภาพจากฟาร์มมาสู่ <strong>Table</strong> หรือการจัดการภายในร้านและธุรกิจภาพรวม จะเน้นขับเคลื่อนธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่ <strong>Green Restaurant</strong> ในแบบฉบับ <strong>Non-Green Premium</strong> ฉีกภาพการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจรักษ์โลกที่มักจะต้องมาพร้อมงบประมาณก้อนใหญ่ในการดำเนินการ</p>
<p>ขณะที่บาร์บีคิวพลาซ่า เน้นขับเคลื่อนแบบ <strong>Small But Meaningful</strong> หรือการเปลี่ยนพฤติกรรม (Behavior Change) รวมทั้งใช้จุดแข็งจาก <strong>Data Driven</strong> ด้วยการนำข้อมูลทางธุรกิจมาวิเคราะห์​เพื่อลดความสูญเสียต่างๆ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพจากทรัพยากรเดิมที่ร้านมีอยู่ โดยเป้าหมายสำคัญคือ การลดปริมาณขยะฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) โดยเริ่มคำนวณความสูญเสียต่างๆ ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงหลุมฝังกลบ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการวัตถุดิบ การใช้พลังงาน ไปจนถึงการจัดการด้าน Waste Management ภายในร้าน โดยมีความร่วมมือร่วมใจของพนักงานในร้านเป็นสำคัญ ทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน​ของบาร์บีคิวพลาซ่าไม่ได้ทำให้ต้นทุนของร้านเพิ่มขึ้น ธุรกิจจึงยังคงสามารถรักษาความแข็งแกร่งไว้ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29408 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/3-Pic-บาร์บีคิวพลาซ่า-ชูแนวคิด-Triple-Bottom-Line-สร้างความสุขให้ลูกค้าและโลก.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><em>“แต่ละวันมีปริมาณขยะภายในร้านราว </em><em>30 </em><em>กิโลกรัมต่อสาขา โดย </em><em>30% </em><em>มาจากกระบวนการต่างๆ ของร้าน และ </em><em>70% </em><em>มาจากการให้บริการลูกค้า <strong>เราจึง​ให้ความสำคัญตั้งแต่​การจัดการวัตถุดิบเพื่อลดโอกาสเกิด</strong></em><strong><em> Waste </em></strong><strong><em>ตั้งแต่ต้นทาง (</em></strong><strong><em>Reduce</em></strong><strong><em>) ทั้งการคัดเลือกประเมินผู้ขายตามแนวทาง </em></strong><strong><em>Green Procurement มีการประเมินปริมาณการสั่งซื้อที่เหมาะสม </em></strong><strong><em>​พร้อมบริหาร​ </em></strong><strong><em>Food Loss </em></strong><strong><em>เพื่อนำวัตถุดิบที่ไม่ได้ใช้ภายในร้าน เช่น เศษเนื้อตัดแต่งต่างๆ </em></strong><strong><em>มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆที่เพิ่มคุณค่า เพื่อส่งมอบให้กับพันธมิตรอื่นๆ</em></strong> <strong><em>ซึ่งช่วยลดการทิ้ง​เศษเนื้อตัดแต่ง​ได้ถึง </em></strong><strong><em>1</em></strong><strong><em>.</em></strong><strong><em>8</em></strong><strong><em> ตัน หรือคิดเป็น </em></strong><strong><em>918 kgCO</em></strong><strong><em><sub>2</sub></em></strong><strong><em>e </em></strong><strong><em>​ไปจนถึงอออกแบบการเสิร์ฟกะหล่ำเพื่อช่วยลดปริมาณ </em></strong><strong><em>Food Waste </em></strong><strong><em>จากการรับประทานเหลือของลูกค้า โดยเสิร์ฟปริมาณกะหล่ำถ้วยแรกที่ </em></strong><strong><em>125 </em></strong><strong><em>กรัม และถ้วยต่อๆ ไปอยู่ที่ </em></strong><strong><em>80 </em></strong><strong><em>กรัม ทำให้ลดการทิ้งกะหล่ำลงได้ถึง </em></strong><strong><em>10% </em></strong><strong><em>หรือกว่า </em></strong><strong><em>2 </em></strong><strong><em>แสนกิโลกรัม เทียบเท่าปริมาณคาร์บอนที่ลดลงได้ถึง </em></strong><strong><em>82 tCO</em></strong><strong><em><sub>2</sub></em></strong><strong><em>e </em></strong><em> </em><em>รวมทั้งมีอุปกรณ์ </em><strong><em>‘</em></strong><strong><em>ม้าเหล็ก</em></strong><em>’ </em><em>ที่ตอบโจทย์การแยกขยะได้ตั้งแต่​​การเข้าไปเก็บโต๊ะลูกค้า ทั้งส่วนที่เป็น </em><em>Food Waste </em><em>และขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ ​เพื่อสามารถบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม โดยมีการจดบันทึกปริมาณและประเภทขยะที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เพื่อประสานงานในการส่งต่อพันธมิตร ทำให้สามารถแยกขยะเพื่อนำกลับไปรีไซเคิลได้ราว </em><em>3 </em><em>กิโลกรัมต่อวันต่อสาขา ช่วยลดคาร์บอนลงได้ </em><em>533 tCO</em><em><sub>2</sub></em><em>e </em><em>ต่อปี”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29409 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/5-Pic-บาร์บีคิวพลาซ่า-ชูแนวคิด-Triple-Bottom-Line-สร้างความสุขให้ลูกค้าและโลก.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญใน​การบริหารจัดการด้านพลังงานภายในร้าน ด้วยการ​ปลูกฝังพฤติกรรมพนักงานใน​การปรับเวลาเปิด – ปิดไฟ โดยเปิดให้ช้าลงและปิดให้เร็วขึ้นวันละ 1 ชั่วโมง พร้อม​พัฒนาระบบ IoT เพื่อควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ภายในร้าน เพื่อสามารถประหยัดพลังงานได้มากขึ้น ​ส่วนการจัดการด้านพลังงานที่อยู่ภายนอกร้าน ได้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่สำนักงาน และครัวกลาง โดยปัจจุบันสามารถผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดมาทดแทนปริมาณไฟฟ้าในกระบวนการได้ถึง 30% ​ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก 400 tCO<sub>2</sub>e ต่อปี ​ซึ่งช่วยทั้งลดต้นทุนด้านพลังงาน รวมทั้งลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมด้วย</p>
<p>บาร์บีคิวพลาซ่า ยังได้วางแนวทาง​ออกแบบร้านใหม่ หรือการปรับปรุงร้านเดิม​​ด้วยคอนเซ็ปต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Restaurant ​​ทั้ง​ส่งเสริมการใช้วัสดุอัพไซเคิล​ เช่น ​ใช้หนังสังเคราะห์ Bio-Material จากเปลือก​มะนาว ใยสับประรด หรือกากมะพร้าวมาต่อยอด รวมทั้ง​ใช้กระดุมเก่ามาตกแต่งผนังร้านเป็นสัญลักษณ์ ‘บาร์บีก้อน’ การเลือกใช้สารเคมีสำหรับทำความสะอาดต่างๆ ที่เป็น Biodegradable ทั้งเพื่อความปลอดภัย และยังประหยัดการใช้น้ำทำความสะอาดลงได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง ​แม้แต่ในมิติของการทำโปรโมชั่นหรือแคมเปญส่งเสริมการขายต่างๆ ที่จะเน้นจัดในกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าอยู่แล้ว เพื่อประเมินข้อมูล​การบริหารจัดการทั้งด้านวัตถุดิบได้อย่างแม่นยำมาก​ขึ้น รวมทั้งยังตอบโจทย์ทั้งการดูแลต้นทุน และในมิติด้านความยั่งยืนได้ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29404 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/8-Pic-บาร์บีคิวพลาซ่า-ชูแนวคิด-Triple-Bottom-Line-สร้างความสุขให้ลูกค้าและโลก.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมุ่ง​​ส่งเสริมให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนความยั่งยืนร่วมกัน ทั้งการปิดเตาเมื่อเลิกใช้ หรือเปลี่ยนวิธีเสิร์ฟหลอด​โดยไม่ใส่มาในแก้วน้ำ เพื่อช่วยลดปริมาณขยะพลาสติก​ รวมทั้งพัฒนาระบบ<strong>​ </strong><strong>GON ORDER-TO-PAY </strong>สั่ง-จ่าย-จบ ทำเองได้ในมือถือ และ​ยกเลิกการใช้แผ่นรองจาน เพื่อลดปริมาณการใช้กระดาษให้น้อยลง ซึ่งในอนาคตทางร้านเตรียมแนวทาง​เพื่อเพิ่ม Engagement ในการให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น</p>
<p><em>“ปัจจุบันบาร์บีคิวพลาซ่า ได้รับตราสัญลักษณ์ </em><em>G-Green </em><em>รับรองการเป็น </em><em>Green Restaurant </em><em>แล้ว </em><em>11 </em><em>สาขา โดยในปี </em><em>2568</em><em> มีแผนจะส่งร้านเพื่อรับรองเพิ่มเติมอีก </em><em>11 </em><em>สาขา โดยมีเป้าหมายให้ทั้ง </em><em>150 </em><em>สาขาที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งสาขาใหม่ๆ ที่จะมีเพิ่มเติมในอนาคตได้รับการรับรองให้เป็น </em><em>Green Restaurant </em><em>ได้ทั้งหมด​ รวมทั้งการขับเคลื่อนเป้าหมายเพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจลง </em><em>30% </em><em>ภายในปี </em><em>2573 </em><em>ตามแนวทาง </em><em>SBTi </em><em>พร้อมขยับสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ ภายในปี </em><em>2583</em><em> และ</em><em> 2593</em><em> ตามลำดับ รวมทั้ง​เป้าหมายลดปริมาณขยะฝังกลบจากกระบวนการทำงาน​ </em><em>10%</em><em> ผ่านการใช้วัตถุดิบที่ยั่งยืนและลดการใช้ทรัพยากร เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ และส่งมอบความสุขและประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ เพื่อนำมาซึ่งความแข็งแกร่ง​เติบโตได้อย่างยั่งยืนของธุรกิจได้ในอนาคต” </em>คุณจรูญโรจน์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/barbq-plaza-from-cabbage-farm-to-table/">‘From Cabbage Farm to Table’ ถอดรหัส ‘บาร์บีคิวพลาซ่า’ ภารกิจขับเคลื่อน​ ‘ความสุข’ และ ‘ความยั่งยืน’ ผ่านมื้ออาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อินทรี อีโคไซเคิล สานต่อ &#8216;Energy Recovery&#8217; ทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำความเป็นผู้นำจัดการของเสียอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/insee-ecocycle-energy-recovery-zero-waste-to-landfill/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Sep 2024 05:15:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Recovery]]></category>
		<category><![CDATA[Industry Waste]]></category>
		<category><![CDATA[insee ecocycle]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการของเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะฝังกลบ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[คดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[บรูโน ฟ๊อกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[อินทรี อีโคไซเคิล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28611</guid>

					<description><![CDATA[<p>อินทรี อีโคไซเคิล สานต่อภารกิจ “ทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้ว” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5  ด้วยกระบวนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีของเสียสู่หลุมฝังกลบ (Zero Waste to Landfill)  ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการจัดการของเสียและดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยอินทรี อีโคไซเคิลได้รับความไว้วางใจจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ให้ดำเนินการจัดการทั้งหมด ครอบคลุมตั้งแต่ การรับมอบ ขนย้าย ทำลาย รวมทั้งดำเนินการจัดพิธีทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยการทำลายของกลางดำเนินการที่จังหวัดสระบุรีและชลบุรี ส่วนพิธีทำลายของกลางจัดขึ้นที่ ณ กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 7 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธี นายบรูโน ฟ๊อกซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทรี อีโคไซเคิล จำกัด บริษัทในกลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง กล่าวว่า “อินทรี อีโคไซเคิลมุ่งมั่นที่จะให้บริการด้านการจัดการของเสียและการบริการภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน เรามีความเชี่ยวชาญในการการเปลี่ยนของเสียให้เป็นพลังงานความร้อนกลับมาใช้ใหม่หรือเชื้อเพลิงทดแทน หรือที่เรียกว่า &#8216;Energy Recovery&#8216; เป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับองค์กรภาครัฐและเอกชน เพื่อให้บริหารการจัดการของเสียที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” สำหรับขั้นตอนการทำลายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญานั้น รถบรรทุกซึ่งติดตั้งระบบติดตาม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/insee-ecocycle-energy-recovery-zero-waste-to-landfill/">อินทรี อีโคไซเคิล สานต่อ &#8216;Energy Recovery&#8217; ทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำความเป็นผู้นำจัดการของเสียอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อินทรี อีโคไซเคิล</strong> สานต่อภารกิจ <strong>“ทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้ว”</strong> ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5  ด้วยกระบวนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีของเสียสู่หลุมฝังกลบ (Zero Waste to Landfill)  ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการจัดการของเสียและดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-28611"></span></p>
<p>โดยอินทรี อีโคไซเคิลได้รับความไว้วางใจจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ให้ดำเนินการจัดการทั้งหมด ครอบคลุมตั้งแต่ การรับมอบ ขนย้าย ทำลาย รวมทั้งดำเนินการจัดพิธีทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยการทำลายของกลางดำเนินการที่จังหวัดสระบุรีและชลบุรี ส่วนพิธีทำลายของกลางจัดขึ้นที่ ณ กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 7 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28612 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายบรูโน ฟ๊อกซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทรี อีโคไซเคิล จำกัด บริษัท</strong><strong>ในกลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง</strong> กล่าวว่า “อินทรี อีโคไซเคิลมุ่งมั่นที่จะให้บริการด้านการจัดการของเสียและการบริการภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน เรามีความเชี่ยวชาญในการการเปลี่ยนของเสียให้เป็นพลังงานความร้อนกลับมาใช้ใหม่หรือเชื้อเพลิงทดแทน หรือที่เรียกว่า &#8216;<strong>Energy Recovery</strong>&#8216; เป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับองค์กรภาครัฐและเอกชน เพื่อให้บริหารการจัดการของเสียที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28613 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับขั้นตอนการทำลายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญานั้น รถบรรทุกซึ่งติดตั้งระบบติดตาม GPS และซีลนิรภัยจะทำการขนย้ายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาไปยังสถานที่ทำลาย ของกลางเหล่านี้จะถูกคัดแยกและบดย่อยให้สิ้นสภาพ  ก่อนที่จะนำไปเผาร่วมกับเชื้อเพลิงหลักในเตาเผาปูนซีเมนต์ที่อุณหภูมิสูงกว่า 1,800 องศาเซลเซียส เทคโนโลยีนี้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน สามารถนำพลังงานความร้อนกลับมาใช้ใหม่ได้ พร้อมช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพของชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยกระบวนการนี้จะไม่มีขยะไปสู่หลุมฝังกลบ หรือ Zero Waste to Landfill การดำเนินการทั้งหมดได้รับการตรวจสอบโดยระบบวงจรปิด โดยใช้เทคโนโลยี RFID เพื่อติดตามรถบรรทุกทั้งหมดภายในโรงงาน ทำให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยและการควบคุมในระดับสูงสุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28614 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/4.jpg" alt="" width="1200" height="786" /></p>
<p><em>“เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับความไว้วางใจจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์อีกครั้ง การจัดการทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ตั้งแต่การขนย้ายไปจนถึงการทำลายให้สิ้นสภาพถือเป็นความรับผิดชอบที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง กระบวนการทำลายได้ดำเนินการอย่างรัดกุม ซึ่งถือเป็นปีที่ 5 ที่เรามีส่วนร่วมในปฏิบัติการสำคัญครั้งนี้”</em> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อินทรี อีโคไซเคิล กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/insee-ecocycle-energy-recovery-zero-waste-to-landfill/">อินทรี อีโคไซเคิล สานต่อ &#8216;Energy Recovery&#8217; ทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำความเป็นผู้นำจัดการของเสียอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครั้งแรกของโลก เมิร์ซ เอสเธติกส์ ผนึก Green Partners เปลี่ยนขยะจากหัตถการความงาม (Aesthetics Waste) เป็น &#8216;น้องมานะ&#8217; กล่องอเนกประสงค์รักษ์โลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/merz-aesthetics-set-zero-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Aug 2024 13:17:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[​ บริษัท เคอรี่ โลจิสติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[Aesthetics Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Beauty]]></category>
		<category><![CDATA[Kerry Logistics]]></category>
		<category><![CDATA[Merz Aesthetic Set Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Merz Aesthetics]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[Post Consumer Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Qualy]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle Day]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ชนัมภ์ ชวนิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[น้องมานะ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท รีไซเคิลเดย์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[เภสัชกรหญิง กิตติวรรณ รัตนจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[เมิร์ซ เอสเธติกส์]]></category>
		<category><![CDATA[เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์ควอลี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27928</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย (Merz Aesthetics) เปิดตัวโครงการ “Merz Aesthetics Set Zero Aesthetics Waste” ครั้งแรกของโลก ในการเปลี่ยนขยะจากหัตถการความงาม (Aesthetics Waste) เป็น &#8216;น้องมานะ&#8217; กล่องอนกเประสงค์อัพไซเคิล จากหัว Ultherapy Transducer เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายในการลดขยะฝังกลบ​ให้เป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) โครงการนี้เป็นการผนึกความร่วมมือกับคลินิกคู่ค้าที่รับผลิตภัณฑ์ของเมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ไปให้บริการลูกค้าภายในคลีนิก โดยมี 12 แบรนด์นำร่องที่เข้าร่วมโครงการ และพันธมิตรที่เข้ามาช่วยดำเนินการในส่วนของการจัดการ Waste Management ​เพื่อช่วยผลักดันความยั่งยืน ได้แก่ บริษัท รีไซเคิลเดย์ จำกัด, แบรนด์ควอลี่ และ บริษัท เคอรี่ โลจิสติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการทำหน้าที่รับคืนและจัดการขยะที่เกิดจากหัตถการความงามของเมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย เช่น หัว Ultherapy [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/merz-aesthetics-set-zero-waste/">ครั้งแรกของโลก เมิร์ซ เอสเธติกส์ ผนึก Green Partners เปลี่ยนขยะจากหัตถการความงาม (Aesthetics Waste) เป็น &#8216;น้องมานะ&#8217; กล่องอเนกประสงค์รักษ์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย (Merz Aesthetics) </strong>เปิดตัวโครงการ “<strong>Merz Aesthetics Set Zero Aesthetics Waste</strong>” ครั้งแรกของโลก ในการเปลี่ยนขยะจากหัตถการความงาม (Aesthetics Waste) เป็น <strong>&#8216;น้องมานะ&#8217;</strong> กล่องอนกเประสงค์อัพไซเคิล จากหัว Ultherapy Transducer เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายในการลดขยะฝังกลบ​ให้เป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill)</p>
<p><span id="more-27928"></span></p>
<p>โครงการนี้เป็นการผนึกความร่วมมือกับคลินิกคู่ค้าที่รับผลิตภัณฑ์ของเมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ไปให้บริการลูกค้าภายในคลีนิก โดยมี 12 แบรนด์นำร่องที่เข้าร่วมโครงการ และพันธมิตรที่เข้ามาช่วยดำเนินการในส่วนของการจัดการ Waste Management ​เพื่อช่วยผลักดันความยั่งยืน ได้แก่ บริษัท รีไซเคิลเดย์ จำกัด, แบรนด์ควอลี่ และ บริษัท เคอรี่ โลจิสติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการทำหน้าที่รับคืนและจัดการขยะที่เกิดจากหัตถการความงามของเมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย เช่น หัว Ultherapy Transducer และกล่องบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดแยก และนำไปจัดการอย่างถูกวิธี</p>
<p><strong>เภสัชกรหญิง กิตติวรรณ รัตนจันทร์</strong> ผู้บริหารสูงสุดบริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย และสิงคโปร์ กล่าวว่า ​องค์กรมีจุดยืน  ‘Merz Aesthetics WORK for Sustainability’ เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะการจัดการขยะที่เกิดจากหัตถการความงาม (Aesthetics Waste)  ซึ่งตลอดระยะเวลา 9 ปี  เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ได้จัดจำหน่ายเวชภัณฑ์เสริมความงามที่ผลิตและนำเข้าจากทวีปยุโรป โดยเฉพาะหัวเครื่องมือ Ultherapy Transducer ที่ใช้แล้ว หาก​นำมาเรียงต่อกันจะมีความสูงถึง 3,900 เมตร หรือเทียบเท่าความสูงของหอไอเฟล 12 หอต่อกัน ​รวมทั้งกล่องบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ที่มีหนักรวมกัน 18 ตัน หรือเท่ากับน้ำหนักช้างแอฟริกาที่โตเต็มวัยถึง 3 ตัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27933 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Kittiwan-Rattanachandr-Vice-President-of-Merz-Aesthetics-Singapore-and-Thailand-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;แนวโน้มปริมาณ Waste ต่างๆ คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นตามการเติบโตของตลาดความงาม ทั้งจากจำนวนสาขาคลินิกรวมทั้งจำนวนผู้บริโภคที่เข้ามาใช้บริการ เป็นที่มาของการขับเคลื่อนโครงการ​​ <strong>Merz Aesthetics Set Zero Aesthetics Waste </strong>เพื่อต้องการจัดการขยะจากอุตสาหกรรมความงามและช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลก ที่มีการนำ Aesthetics Waste มาบริหารจัดการในรูปแบบการรีไซเคิล และอัพไซเคิลให้​เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ขณะที่ใน Global ก็ให้ความสำคัญต่อ Waste Management แต่เป็นในรูปแบบของการเก็บกลับเพื่อนำไปทำลายเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้อง ​เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย จึงถือเป็นผู้บุกเบิกโมเดลและสร้างมาตรฐานใหม่ในการจัดการขยะจากหัตถการความงามเพื่อลดปริมาณขยะ​ไปสู่หลุมฝังกลบให้เป็นศูนย์ได้ในที่สุด&#8221; </em></p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อนโครงการ Merz Aesthetics Set Zero Aesthetics Waste จะดำเนินการใน 3 กระบวนการ คือ <strong>“เก็บกลับ ปรับโฉม ส่งคืนคุณ”</strong> โดยมี Green Partners ที่ดูแลในแต่ละกระบวนการทั้งการเข้าไปรับคืนสินค้าจากคลินิคแต่ละแห่ง เพื่อนำมาคัดแยกตามประเภทของวัสดุ เนื่องจากเครื่องมือแพทย์เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบ​ซับซ้อน และประกอบด้วยวัสดุหลากหลายประเภท รวมทั้งยังมีส่วนที่เป็นแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งหากมีการจัดการที่ไม่ถูกต้อง อาจจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้เพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องอาศัยการขับเคลื่อนจากพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญด้าน​การคัดแยกขยะ เพื่อสามารถนำส่งกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด</p>
<p><b> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27929 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Merz-Aesthetics-Set-Zero-Aesthetics-Waste-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></b></p>
<p><strong>&#8220;น้องมานะ&#8221;​ ถังอัพไซเคิลจาก Aestetics Waste </strong></p>
<p>ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากโครงการ Merz Aesthetics Set Zero Aesthetics Waste  คือ <strong>ถังอเนกประสงค์ “มานะ”</strong> ที่ผลิตจากการนำวัสดุในส่วนที่เป็นพลาสติกของเครื่องมือ Ultherapy Transducer ที่ใช้แล้ว มาอัพไซเคิล โดยการออกแบบดีไซน์ของแบรนด์ควอลี่ ที่มีความเชี่ยวชาญในการนำความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดวัสดุเหลือใช้ให้กลับมามีคุณค่าใหม่ได้อีกครั้ง ซึ่งถังอเนกประสงค์นี้ สามารถนำไปใช้งานได้หลายประเภท ทั้งเป็นกระถางปลูกต้นไม้ ถังใส่ขยะ หรือกล่องใส่ทิชชู ​ เป็นต้น โดยถังมานะที่ผลิตขึ้นมานี้ จะถูกนำส่งกลับไปให้คลินิกคู่ค้า ที่ได้ส่งคืน Aesthetics Waste มาเข้าร่วมโครงการ เพื่อนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้ใหม่อีกคร้ัง ขณะที่​วัสดุประเภทอื่นๆ ก็จะถูกนำไปจัดการตามกระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกต้อง ภายใต้การจัดการของรีไซเคิลเดย์</p>
<p>ปัจจุบัน​มีแบรนด์คลินิกสีเขียวที่เข้าร่วมโครงการ Merz Aesthetics Set Zero Aesthetics Waste แล้วราว 22 ​คลินิก​ จากช่วงก่อนเปิดตัวโครงการมีผู้เข้าร่วม​ 12 คลินิก​​​ ​ซึ่งเป็นคลินิกชั้นนำของประเทศที่มีการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง และได้มีการเก็บกลับขยะจากการดำเนินงาน ทั้งในส่วนของหัว Ultherapy Transducer มากกว่า 1,936 หัว และบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ที่นำไปรีไซเคิลได้มากกว่า 131 กิโลกรัม ซึ่งช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์ได้แล้ว​ 787 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ ในช่วงนำร่องโครงการ ​พร้อมทั้งได้​จัดทำเว็บไซต์ติดตามผลการดำเนินงานของโครงการนี้ที่ www.merzaestheticssetzerowaste.com</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27937 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Kittiwan-Rattanachandr-Vice-President-of-Merz-Aesthetics-Singapore-and-Thailand-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ คาดว่าภายในปี 2570 เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ​จะสามารถขยายความร่วมมือกับคลินิกคู่ค้าสีเขียวได้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 180 แห่ง เพื่อช่วย​ลดคาร์บอนฟุตพรินต์จากขยะที่เกิดจากหัตถการความงามได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 9,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมช่วยจุดประกายให้อุตสาหกรรมความงามต่างๆ หันมาใส่ใจในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แม้ว่ากลุ่มอุตสาหกรรมความงามอาจจะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายแรกๆ ที่ผู้บริโภคคาดหวังให้ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเหมือนกับหลายๆ อุตสาหกรรที่การดำเนินธุรกิจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรงก็ตาม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27932 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Merz-Aesthetics-Set-Zero-Aesthetics-Waste-6.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>คุณชนัมภ์ ชวนิชย์</strong> ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท รีไซเคิลเดย์ จำกัด กล่าวว่า <em>“รีไซเคิลเดย์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการลดและจัดการขยะจากหัตถการความงามอย่างยั่งยืนของ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย โดยเราจะนำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่ยาวนานในด้านการจัดการและรีไซเคิลขยะมาตรฐานสากล มาช่วยผลักดันให้ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย บรรลุเป้าหมายความยั่งยืนได้ในอนาคต” ​</em></p>
<p><strong>คุณธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์</strong> นักออกแบบและผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ควอลี่ กล่าวว่า <em>“แนวคิดความยั่งยืนเป็นหลักการสำคัญของควอลี่ในการพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนไปพร้อมกับการรักษ์โลก จึงเป็นที่มาของถังอเนกประสงค์ “มานะ” ซึ่งผลิตมาจากหัว Ultherapy Transducer ที่ใช้แล้วจากพาร์ทเนอร์คลินิกต่างๆ ของเมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย นำมาผ่านกระบวนการ upcycle ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งและยังสามารถนำไปใช้ได้ประโยชน์จริงในชีวิตประจำวัน”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27930 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Merz-Aesthetics-Set-Zero-Aesthetics-Waste-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/merz-aesthetics-set-zero-waste/">ครั้งแรกของโลก เมิร์ซ เอสเธติกส์ ผนึก Green Partners เปลี่ยนขยะจากหัตถการความงาม (Aesthetics Waste) เป็น &#8216;น้องมานะ&#8217; กล่องอเนกประสงค์รักษ์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
