<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Zero Waste &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/zero-waste/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 18 Apr 2026 13:54:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Zero Waste &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ริน (Rynn) ระบบผลิตน้ำแร่ On-site รายแรกของไทย ชู Sustainovation รุกโมเดลรีฟิลน้ำดื่ม B2B เพิ่มอิมแพ็คธุรกิจ ​ดีทั้งสิ่งแวดล้อมพร้อมดูแลสุขภาพ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/rynn-sustainovation-mineral-preserved-water/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Apr 2026 13:54:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[B2B]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental]]></category>
		<category><![CDATA[Mineral Preserved Water]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Refill]]></category>
		<category><![CDATA[Rynn]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainovation]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำแร่]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท นาโนว่า จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บุญญเดช มิตรอุปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกรองน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบผลิตน้ำแร่ On-site]]></category>
		<category><![CDATA[ริน]]></category>
		<category><![CDATA[อนุสร โลหะพันธกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41255</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากประสบการณ์ทั้งในอุตสาหกรรมการบำบัดน้ำมากว่า 20 ปี รวมทั้งในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&#38;B) กว่า 10 ปี บริษัท นาโนว่า จำกัด  จึงได้ต่อยอดทั้งความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายธุรกิจที่มีอยู่ สร้างโอกาสจากช่องว่าง และ Painpoint ที่มองเห็นในธุรกิจ F&#38;B สู่การพัฒนา &#8216;น้ำแร่ริน&#8217; (Rynn) ระบบผลิตน้ำแร่แบบ​ On-site รายแรกในประเทศไทย ซึ่งสามารถผลิตได้ทั้งน้ำเแร่เย็นและน้ำแร่อุณหภูมิห้อง รวมถึงน้ำแร่อัดก๊าซ หรือสปาร์คกลิ้ง เพื่อนำร่องทำตลาดกลุ่มธุรกิจ (B2B) โดยใน 3 ปีแรกของธุรกิจ สามารถเจาะตลาดทั้งร้านอาหาร โรงแรม และโรงพยาบาล ได้รวมกว่า 300 ราย พร้อมเดินหน้าขยายลูกค้าใหม่เพิ่มเติมในปีนี้​รวม 200 ราย คุณอนุสร โลหะพันธกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ คุณบุญญเดช มิตรอุปถัมภ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท นาโนว่า จำกัด ผู้ให้บริการระบบและทำตลาดน้ำแร่ &#8216;ริน&#8217; (Rynn) ซึ่งเป็นระบบผลิตน้ำแร่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/rynn-sustainovation-mineral-preserved-water/">ริน (Rynn) ระบบผลิตน้ำแร่ On-site รายแรกของไทย ชู Sustainovation รุกโมเดลรีฟิลน้ำดื่ม B2B เพิ่มอิมแพ็คธุรกิจ ​ดีทั้งสิ่งแวดล้อมพร้อมดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากประสบการณ์ทั้งในอุตสาหกรรมการบำบัดน้ำมากว่า 20 ปี รวมทั้งในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&amp;B) กว่า 10 ปี บริษัท นาโนว่า จำกัด  จึงได้ต่อยอดทั้งความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายธุรกิจที่มีอยู่ สร้างโอกาสจากช่องว่าง และ Painpoint ที่มองเห็นในธุรกิจ F&amp;B</p>
<p><span id="more-41255"></span></p>
<p>สู่การพัฒนา &#8216;<strong>น้ำแร่ริน&#8217; (Rynn) ระบบผลิตน้ำแร่แบบ​ On-site รายแรกในประเทศไทย</strong> ซึ่งสามารถผลิตได้ทั้งน้ำเแร่เย็นและน้ำแร่อุณหภูมิห้อง รวมถึงน้ำแร่อัดก๊าซ หรือสปาร์คกลิ้ง เพื่อนำร่องทำตลาดกลุ่มธุรกิจ (B2B) โดยใน 3 ปีแรกของธุรกิจ สามารถเจาะตลาดทั้งร้านอาหาร โรงแรม และโรงพยาบาล ได้รวมกว่า 300 ราย พร้อมเดินหน้าขยายลูกค้าใหม่เพิ่มเติมในปีนี้​รวม 200 ราย</p>
<figure id="attachment_41261" aria-describedby="caption-attachment-41261" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-41261 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/1.jpg" alt="" width="1200" height="798" /><figcaption id="caption-attachment-41261" class="wp-caption-text">คุณบุญญเดช มิตรอุปถัมภ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง (ซ้าย) และ คุณอนุสร โลหะพันธกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ขวา) บริษัท นาโนว่า จำกัด</figcaption></figure>
<p><strong>คุณอนุสร โลหะพันธกิจ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ <strong>คุณบุญญเดช มิตรอุปถัมภ์</strong> ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท นาโนว่า จำกัด ผู้ให้บริการระบบและทำตลาดน้ำแร่ <strong>&#8216;ริน&#8217; (Rynn)</strong> ซึ่งเป็นระบบผลิตน้ำแร่ ณ จุดจำหน่าย (On-site) รายแรกของประเทศไทย เปิดเผยร่วมกันถึงแนวทาง​การทำตลาดของรินว่า ​มาจากความต้องการให้ธุรกิจที่พัฒนาขึ้นสามารถสร้างอิมแพ็ค​ใน 2 มิติสำคัญ ทั้ง​เรื่องสิ่งแวดล้อม และการดูแลสุขภาพของผู้บริโภค ผ่านการเข้าไปมีส่วนช่วยบริหารจัดการระบบน้ำดื่มภายในธุรกิจต่างๆ</p>
<p>โดยมิติสิ่งแวดล้อม ​ด้วยการบุกเบิกโมเดล​ Refill ​ในตลาดน้ำแร่ B2B เพื่อมีส่วนช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกภายในธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งคาดการณ์ว่ามีปริมาณขวดน้ำดื่มพลาสติกไม่ต่ำกว่า 6,000 ขวดต่อ​​เดือนภายในร้านอาหารหนึ่งแห่ง หรือในแต่ละปีจะมีปริมาณขยะขวดพลาสติกเกิดขึ้นภายใน​อุตสาหกรรม​เป็นปริมาณหลายตัน ขณะที่​ระบบ​บริหารจัดการขยะพลาสติกหลังการบริโภค เพื่อนำกลับสู่กระบวนการรีไซเคิลทั้งในประเทศไทย รวมทั้งทั่วโลก​ยังดำเนินการได้ในสัดส่วนที่น้อยมาก ​การมีระบบที่ช่วย​ลดปริมาณขยะได้ตั้งแต่ต้นทางจึงสามารถช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่า รวมทั้งยังมีผลกระทบจากปริมาณ​​คาร์บอนฟุตพรินท์ที่เกิดจากกระบวนการขนส่งน้ำจากโรงงานผลิตมาส่งให้ร้านค้าต่างๆ ที่อยู่ปลายทาง ดังนั้น หากมีระบบที่สามารถผลิตน้ำจากแหล่งจำหน่ายได้จะสามารถช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งจากปริมาณขยะพลาสติก และการปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ลงได้มากขึ้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41262 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/2-1.jpg" alt="" width="450" height="600" /></p>
<p>“<em>Rynn ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด Don’t Recycle, Refill โดยมุ่งลดการใช้บรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เปลี่ยนมาเป็นการผลิตน้ำดื่มแร่ On-site และใช้ขวดแก้วที่สามารถล้างและนำกลับมาใช้ซ้ำได้ ผ่านความร่วมมือกับโอเชียนกลาสในการพัฒนาขวดที่ใช้เนื้อแก้วในกระบวนการผลิตให้น้อยที่สุด พร้อมออกแบบปากขวดให้กว้างขึ้นเพื่อให้ทำความสะอาดได้ง่าย และใช้พลังงานในการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะจากพลาสติก รวมถึงลดภาระในกระบวนการรีไซเคิลที่ยังมีข้อจำกัดในทางปฏิบัติ&#8221;</em></p>
<p>มากไปกว่านั้น จากข้อมูลกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (2563) ระบุว่าน้ำดื่มบรรจุขวดขนาด 600 มิลลิลิตร 1 ขวด มีการปล่อยคาร์บอนประมาณ 80-150 กรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า แม้ปริมาณการปล่อยคาร์บอนต่อหน่วยจะไม่สูง แต่เมื่อพิจารณาจากปริมาณการบริโภคในระดับธุรกิจ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสามารถสะสมจนกลายเป็น Carbon Footprint ในระดับที่ไม่อาจมองข้าม โดยระบบของ Rynn เข้ามาช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากการขนส่งน้ำดื่มบรรจุขวด จากโรงงานมายังจุดใช้งาน สอดคล้องกับแนวทาง <strong>Zero Transportation, Zero Waste และ Zero Virus &amp; Zero Bacteria</strong> ที่บริษัทใช้เป็นกรอบในการดำเนินธุรกิจ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41264 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/4-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ส่วนมิติสุขภาพ น้ำดื่มที่ได้จากระบบการผลิตของรินจะเป็นนำ้แร่ ​จะดีต่อสุขภาพผู้บริโภคมากกว่า เนื่องจากการใช้ระบบกรองน้ำด้วยนาโนเทคโนโลยี ซึ่งไม่ได้กรองแร่ธาตุจากน้ำต้นทางออก ต่างจากระบบกรองทั่วไปที่ใช้ระบบ RO ทำให้​แร่ธาตุสำคัญต่างๆ ที่อยู่ภายในน้ำต้นทางถูกกรองออกไปทั้งหมด โดยน้ำรินถือเป็นรายเดียวที่ใช้ระบบการกรองแบบนาโนฟิลเตอร์ ที่สามารถรักษาแร่ธาตุสำคัญภายในน้ำไว้ได้ รวมทั้งการให้บริการที่ครบทั้งอีโคซิสเต็ม ตั้งแต่​การติดตั้ง การเช็คคุณภาพน้ำและ​การบริการบำรุงรักษาแบบรายเดือน  พร้อมทั้งการเปลี่ยนไส้กรองตามกำหนด เพื่อรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของน้ำดื่มให้เป็นไป​ตามมาตรฐาน​อยู่เสมอ​</p>
<p>การผลิตน้ำแร่ของริน​ ผลิตด้วยระบบ<strong> Mineral Preserved Water</strong> จึงยังคงคุณค่าของแร่ธาตุที่มีตามธรรมชาติ ​ควบคู่​กับการควบคุมมาตรฐาน ด้านความสะอาดและความปลอดภัย โดยสามารถกรองเชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรีย และสารอินทรีย์ที่ก่อให้เกิดกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ  โดย​คงแร่ธาตุธรรมชาติไว้ได้ประมาณ 80% รวมทั้งมีการออกแบบให้รองรับความแตกต่างของระบบน้ำประปาในบางพื้นที่ เช่น ปัญหาคลอรีนตกค้างจากถังพักน้ำ หรือสถานการณ์น้ำเค็มหนุนในบางช่วงเวลา เพื่อเพิ่มความมั่นใจในมาตรฐานน้ำดื่ม ลดความเสี่ยงจากคุณภาพของน้ำที่ไม่สม่ำเสมอในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้​ได้น้ำแร่ที่​คุณภาพสูง เหมาะสำหรับการใช้งานในธุรกิจบริการ ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำดื่ม รวมทั้งยังมีระบบผลิตน้ำสปาร์คกลิ้ง รองรับการใช้งานในร้านอาหารที่ต้องการเพิ่มความหลากหลายของเมนูเครื่องดื่มได้ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41266 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/5.jpg" alt="" width="403" height="600" /></p>
<p>สำหรับ​โมเดลการให้บริการของรินนั้น ประกอบด้วย 3 รูปแบบ ได้แก่ ระบบผลิตน้ำได้ 120 ลิตรต่อชั่วโมง​ ในอัตราค่าบริการเดือนละ 15,000 บาท ระบบผลิต 60 ลิตรต่อชั่วโมง ราคาเดือนละ 10,000 บาท และระบบผลิต 30 ลิตรต่อชั่วโมงราคา 8,000 บาท ซึ่งทุกโมเดลจะสามารถผลิตได้ทั้งน้ำแร่อุณหภูมิห้อง น้ำเย็น รวมทั้งน้ำแร่อัดก๊าซ หรือสปาร์คกลิ้ง​ รวมทั้งยังมีขวดแก้วสำหรับบรรจุน้ำเพื่อเสิร์ฟให้ลูกค้ารวม 60 ขวด ซึ่งธุรกิจที่ต้องการขวดเพิ่ม​ก็สามารถสั่งซื้อขวดเพิ่มเติมได้</p>
<p>โดยปัจจุบันลูกค้าราว 60-70% เลือกใช้โมเดล 120 ลิตร ​จากจำนวน​ลูกค้าปัจจุบันที่มีรวม 300 ราย ทั้งใน กทม. เชียงใหม่ และภูเก็ต ส่วนใหญ่ราว 80% เป็นกลุ่มร้านอาหาร ตามมาด้วยกลุ่มโรงแรม 15% และกลุ่มโรงพยาบาล 5% ​โดยในปีนี้ ตั้งเป้าขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่ตลาดองค์กร หรือบริษัทที่มีน้ำดื่มไว้บริการพนักงาน​ภายในองค์กร โดยตั้งเป้ามีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 200 ราย รวมเป็น 500 ราย พร้อมทั้งยังมีแผนขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่กลุ่มบ้านอยู่อาศัย เพื่อเข้าไปทดแทน​ระบบเครื่องกรองน้ำภายในบ้านแบบเดิมๆ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มทำตลาดได้ภายในปีหน้า</p>
<p><em>&#8220;นอกจากอิมแพ็คสำคัญทั้งในเรื่องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพแล้ว รินยังตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายในเชิงความคุ้มค่าทางธุรกิจ เพราะหากเทียบค่าบริการในแต่ละเดือนจะมีความคุ้มค่ามากกว่า​การซื้อน้ำดื่มแบบขวดเพื่อให้บริการลูกค้า โดยเฉพาะร้านอาหารทั่วไปที่จำหน่ายน้ำดื่มแบบขวดที่ราว 100 ขวดต่อวัน ซึ่งต้นทุนอยู่ที่ราว 4-5 บาทต่อขวด ขณะที่น้ำรินที่เสิร์ฟให้ลูกค้าเป็นน้ำแร่ หรือเป็นสปาร์คกลิ้ง ซึ่งเมื่อต้นทุนต่อขวดต่ำกว่าทางร้านก็สามารถจำหน่ายน้ำแร่ หรือสปาร์คกลิ้งให้ลูกค้าในราคาที่จับต้องได้มากขึ้น เพิ่มความประทับใจและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับร้านได้มากขึ้น ขณะเดียวกันยังลดภาระเรื่องพื้นที่สำหรับจัดเก็บสต๊อกน้ำดื่ม หรือพื้นที่ในตู้เย็นเพื่อนำไปแช่สินค้าประเภทอื่นได้เพิ่มขึ้น รวมไปถึงพื้นที่สำหรับจัดการขยะ​ขวดพลาสติกที่ช่วยให้ทางร้านสามารถลดภาระในเรื่องเหล่านี้​ออกไปได้ทั้งหมด&#8221;   </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41263 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/3-1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>นอกจากนี้  เพื่อตอกย้ำแนวคิด Sustainovation น้ำแร่ริน ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ เพื่อให้ลูกค้าสามารถคำนวณปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ที่ลดลงภายในธุรกิจ จากการเปลี่ยนมาใช้ระบบผลิตน้ำของริน โดยจะทำการติดตั้งมิเตอร์ภายในเครื่องผลิตน้ำแร่ เพื่อทราบปริมาณน้ำที่นำมาใช้ผลิตได้แบบ Real time และสามารถนำข้อมูลที่เก็บได้มาคำนวณกลับเป็นปริมาณ​คาร์บอนที่ลดลงภายใน​ธุรกิจ เมื่อเทียบกับการใช้น้ำบรรจุขวดแบบเดิมลงได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>โครงการนี้ ทางรินได้​รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ในการพัฒนาโครงการ Carbon Credit เพื่อสร้างระบบการวัดผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเทียบจากปริมาณน้ำดื่มบรรจุขวดขนาด 500 มล.​ เพื่อเป็นเกณฑ์​สำหรับการคำนวณปริมาณคาร์บอนที่ลดลงได้  โดย 1 ขวด (ปริมาณน้ำ  500 มล.) จะสามารถลดคาร์บอนประมาณ 0.1 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือหากลดได้ 10,000 ขวด (ปริมาณน้ำ 5,000,000 มล.) จะเทียบเท่า 1 ตันคาร์บอนได้ออกไซด์เทียบเท่า</p>
<p>การพัฒนาฟังก์ชันดังกล่าว เพื่อตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจที่มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนสู่ Net Zero ซึ่งสามารถนำปริมาณน้ำที่ใช้ผ่านระบบไปคำนวณ Positive Impact ในรายงานความยั่งยืน ทั้งปริมาณพลาสติกที่ลดลง การลดคาร์บอนฟุตพรินท์ขององค์กร หรือเทียบเป็นปริมาณการดูดซับคาร์บอนของต้นไม้ได้  ซึ่งทางรินได้นำร่องพัฒนาแดชบอร์ดส่วนกลางเพื่อรองรับข้อมูลรายงานปริมาณการใช้น้ำของบริษัทไว้แล้ว และจะเริ่มทยอยติดตั้งมิเตอร์เพื่อวัดปริมาณน้ำให้ลูกค้าแต่ละราย ภายในปีนี้  เพื่ออำนวยความสะดวกลูกค้าที่ต้องการข้อมูล เพื่อ​นำ​ไปต่อยอด​สำหรับการจัดทำรายงานความยั่งยืน หรือประเมินผลกระทบเชิงบวกที่แต่ละบริษัทสามารถขับเคลื่อนได้ต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41260 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/RYN-Lifestyle-.jpg" alt="" width="1200" height="871" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/rynn-sustainovation-mineral-preserved-water/">ริน (Rynn) ระบบผลิตน้ำแร่ On-site รายแรกของไทย ชู Sustainovation รุกโมเดลรีฟิลน้ำดื่ม B2B เพิ่มอิมแพ็คธุรกิจ ​ดีทั้งสิ่งแวดล้อมพร้อมดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>​ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ &#8216;ซีพี แอ็กซ์ตร้า&#8217; ผสาน ESG ​ขับเคลื่อน​ธุรกิจจริงทุกวันทั้งห่วงโซ่ เพิ่มโอกาสเติบโตลดความเสี่ยงระยะยาว </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/cp-axtra-integrated-esg-with-the-business/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Apr 2026 11:23:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Black Soldier Fly]]></category>
		<category><![CDATA[BSF]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[CP AXTRA]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[RDF]]></category>
		<category><![CDATA[Risk Management]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[กินได้ไม่ทิ้งกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสี่ยงองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี แอ็กซ์ตร้า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าป้ายเหลือง]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แม็คโคร]]></category>
		<category><![CDATA[แมลงโปรตีน BSF]]></category>
		<category><![CDATA[โลตัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41215</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนอาจเคยมองว่า ESG เป็นเพียงเรื่องของการรายงาน ภาพลักษณ์ หรือกิจกรรม CSR ที่ทำแล้วจบไป แต่ในความเป็นจริง ESG คือกรอบการดำเนินธุรกิจที่ตั้งอยู่บนคำถามสำคัญว่า &#8216;องค์กรของเราดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อทุกคนที่เกี่ยวข้องหรือไม่&#8217; เพราะธุรกิจไม่ได้เติบโตอย่างโดดเดี่ยว หากแต่ขับเคลื่อนด้วยความไว้วางใจของผู้ถือหุ้น แรงของพนักงาน ความร่วมมือจากคู่ค้า พันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนความสัมพันธ์กับชุมชน และทรัพยากรจากสิ่งแวดล้อม เมื่อทุกองค์ประกอบนี้ได้รับการดูแลอย่างสมดุล ESG จึงไม่ใช่เพียง &#8216;ความรับผิดชอบ&#8217; แต่คือรากฐานของการเติบโตอย่างมั่นคงและการลดความเสี่ยงขององค์กรในระยะยาว เวที World Economic Forum ปี 2026 ได้สะท้อนภาพชัดเจนว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่อาจแยกออกจากความยั่งยืนอีกต่อไป ทั้งสองต้องดำเนินไปพร้อมกันในฐานะกลไกเดียวกันของธุรกิจยุคใหม่ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า &#8216;จะทำ ESG หรือไม่&#8217; แต่คือ &#8216;จะผนวก ESG เข้ากับการดำเนินธุรกิจจริงได้อย่างไร&#8217; CP AXTRA : เมื่อ ESG เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนธุรกิจในทุกวัน บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP AXTRA ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกภายใต้แบรนด์แม็คโครและโลตัส เป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่สะท้อนการนำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/cp-axtra-integrated-esg-with-the-business/">​ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ &#8216;ซีพี แอ็กซ์ตร้า&#8217; ผสาน ESG ​ขับเคลื่อน​ธุรกิจจริงทุกวันทั้งห่วงโซ่ เพิ่มโอกาสเติบโตลดความเสี่ยงระยะยาว </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลายคนอาจเคยมองว่า ESG เป็นเพียงเรื่องของการรายงาน ภาพลักษณ์ หรือกิจกรรม CSR ที่ทำแล้วจบไป แต่ในความเป็นจริง ESG คือกรอบการดำเนินธุรกิจที่ตั้งอยู่บนคำถามสำคัญว่า <strong>&#8216;องค์กรของเราดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อทุกคนที่เกี่ยวข้องหรือไม่&#8217;</strong></p>
<p><span id="more-41215"></span></p>
<p>เพราะธุรกิจไม่ได้เติบโตอย่างโดดเดี่ยว หากแต่ขับเคลื่อนด้วยความไว้วางใจของผู้ถือหุ้น แรงของพนักงาน ความร่วมมือจากคู่ค้า พันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนความสัมพันธ์กับชุมชน และทรัพยากรจากสิ่งแวดล้อม</p>
<p>เมื่อทุกองค์ประกอบนี้ได้รับการดูแลอย่างสมดุล <em><strong>ESG จึงไม่ใช่เพียง &#8216;ความรับผิดชอบ&#8217; แต่คือรากฐานของการเติบโตอย่างมั่นคงและการลดความเสี่ยงขององค์กรในระยะยาว</strong> </em></p>
<p>เวที World Economic Forum ปี 2026 ได้สะท้อนภาพชัดเจนว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่อาจแยกออกจากความยั่งยืนอีกต่อไป ทั้งสองต้องดำเนินไปพร้อมกันในฐานะกลไกเดียวกันของธุรกิจยุคใหม่ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า &#8216;<em><strong>จะทำ ESG หรือไม่&#8217; แต่คือ &#8216;จะผนวก ESG เข้ากับการดำเนินธุรกิจจริงได้อย่างไร&#8217;</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41220 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ESG1.jpg" alt="" width="1200" height="810" /></p>
<p><strong>CP AXTRA : </strong><strong>เมื่อ </strong><strong>ESG </strong><strong>เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนธุรกิจในทุกวัน</strong></p>
<p><strong>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>CP AXTRA </strong>ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกภายใต้แบรนด์แม็คโครและโลตัส เป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่สะท้อนการนำ ESG มาผสานเข้ากับโมเดลธุรกิจอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การประกาศเจตนารมณ์ แต่คือการลงมือทำให้เป็นเนื้อเดียวกับธุรกิจ ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ</p>
<p><strong>ต้นน้ำ : ป้องกันไม่ให้ขยะเกิดขึ้นตั้งแต่แรก และลดต้นทุนที่ซ่อนอยู่</strong></p>
<p>แทนที่จะรอจัดการขยะที่ปลายทาง ซีพี แอ็กซ์ตร้า เริ่มต้นที่การออกแบบ โดยมองว่าสินค้าที่สูญเสียก่อนถึงมือลูกค้า ไม่ใช่แค่ขยะ แต่คือต้นทุนที่ไม่สร้างมูลค่า จึงร่วมมือกับผู้ผลิตเพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยืดอายุสินค้า พร้อมนำระบบ Demand Forecast มาคาดการณ์ความต้องการสั่งสินค้าในแต่ละสาขา อย่างแม่นยำ ลดการสต็อกเกินความจำเป็น ควบคู่กับระบบควบคุมอุณหภูมิและการแพคสินค้าที่รักษาคุณภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน ผลลัพธ์คือการลดของเสีย ควบคุมต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพของ Supply Chain ซึ่งสะท้อนโดยตรงต่อผลประกอบการในระยะสั้นและระยะยาว และท้ายที่สุดก็คือผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นนั่นเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41218 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ESG6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>กลางน้ำ : เปลี่ยนของที่ &#8216;เหลือ&#8217; ให้กลับมามีคุณค่า</strong></p>
<p>การใช้ระบบลดราคาป้ายเหลืองเพื่อช่วยเร่งการขาย และลดโอกาสเกิดขยะอาหารในสาขา ควบคู่ไปกับการจัดการอาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพดี ที่เหลือจากการจำหน่ายในแต่ละวัน ให้เป็นประโยชน์กับชุมชน โดยในช่วงบ่ายของทุกวัน อาหารส่วนเกินจะถูกคัดกรองคุณภาพอย่างละเอียด เพื่อส่งต่อผ่านโครงการ <strong>&#8216;กินได้ไม่ทิ้งกัน&#8217;</strong> ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของกลุ่มเปราะบาง และเพิ่มการเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพในสังคม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41222 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ESG7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ปลายน้ำ : ขยะทุกชิ้นมีปลายทางที่มีคุณค่า ไม่ใช่หลุมฝังกลบ</strong></p>
<p>ภายใต้โครงการ<strong> &#8216;ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน&#8217;</strong> บริษัทตั้งเป้าให้ของเสียทุกประเภทถูกจัดการอย่างเป็นระบบ โดยไม่จบที่หลุมฝังกลบ วัสดุรีไซเคิลได้ เช่น พลาสติกและลังกระดาษ ถูกนำกลับมาแปรรูปเป็นสินค้าที่มีประโยชน์ใหม่ เช่น ถุงขยะจากพลาสติกรีไซเคิล และกล่องพัสดุ ด้านขวดพลาสติกถูกพัฒนาเป็นเสื้อนักเรียนส่งต่อให้เด็กที่ขาดแคลนปีละกว่า 10,000 คน ส่วนขยะอาหารถูกนำไปใช้เลี้ยงสัตว์และต่อยอดด้วยนวัตกรรม <strong>แมลงโปรตีน BSF (Black Soldier Fly)</strong> เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ส่วนขณะที่ขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้จะถูกแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง<strong> RDF</strong> สำหรับภาคอุตสาหกรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41221 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ESG3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ปรัชญาที่อยู่เบื้องหลังทุกโครงการของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า คือการมองผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเป็นหุ้นส่วนของการเติบโต เมื่อสิ่งแวดล้อมและสังคมได้รับการดูแล นั่นคือ ความไว้วางใจจากทุกฝ่าย ที่เป็นรากฐานให้ธุรกิจอยู่ได้อย่างยาวนาน ซึ่งตลอดปีที่ผ่านมา ซีพี แอ็กซ์ตร้า ได้บริหารจัดการของเสียอย่างเป็นระบบตลอดห่วงโซ่ <em><strong>ทำให้สามารถลดปริมาณขยะที่นำไปฝังกลบได้กว่า 31,700 ตัน อีกทั้งยังสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนจากอาหารส่วนเกินและวัสดุรีไซเคิล คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจในการสนับสนุนเกษตรกรและชุมชน กว่า 65 ล้านบาท</strong> </em>ทั้งหมดนี้คือการสร้าง Circular Economy อย่างแท้จริง โดยซีพี แอ็กซ์ตร้า ตั้งเป้าที่จะบรรลุ Zero Waste to Landfill ภายในปี 2030</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41217 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ESG5.jpg" alt="" width="1200" height="807" /></p>
<p>สิ่งที่ทำให้แนวทางของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า โดดเด่น ไม่ใช่เพียงการดำเนินโครงการ แต่คือผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้และได้รับการยอมรับในระดับสากล ทั้งคะแนน S&amp;P Global CSA ที่ 88/100 อยู่ใน Top 5% ของโลกในกลุ่ม Food &amp; Staples Retailing และ SET ESG Ratings ระดับ AAA ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารความเสี่ยงและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p>สำหรับ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ESG จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่กิจกรรมสร้างภาพลักษณ์องค์กร แต่คือเนื้อเดียวกับการดำเนินธุรกิจในทุกวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมดูแลทั้งสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และความไว้วางใจนั่นเอง คือรากฐานของการเติบโตที่ยั่งยืน และหัวใจของธุรกิจที่สามารถเติบโตได้ในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/cp-axtra-integrated-esg-with-the-business/">​ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ &#8216;ซีพี แอ็กซ์ตร้า&#8217; ผสาน ESG ​ขับเคลื่อน​ธุรกิจจริงทุกวันทั้งห่วงโซ่ เพิ่มโอกาสเติบโตลดความเสี่ยงระยะยาว </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;อิฐบล็อกช่องลมจากเปลือกหอยแมลงภู่&#8217; นวัตกรรม Bio Responsive Block เปลี่ยน​ขยะประมง​สู่วัสดุก่อสร้างมูลค่าสูง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/bio-responsive-block/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Apr 2026 01:56:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bio Responsive Block]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Ecofriendly]]></category>
		<category><![CDATA[Green Construction]]></category>
		<category><![CDATA[Waste to Value]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะประมง]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[วิสาหกิจชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[อิฐบล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[อิฐบล็อกช่องลมจากเปลือกหอยแมลงภู่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40945</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;Bio Responsive Block อิฐบล็อกช่องลมจากเปลือกหอยแมลงภู่&#8217; ​อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ซึ่งต่อยอดมาจากวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกของ ผศ.ดร.รันดา อดุลเดชจรัส อาจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากการ​ศึกษาการสร้างมูลค่าเพิ่มให้​เปลือกหอยเชอรีและหอยแมลงภู่ในฐานะวัสดุก่อสร้าง เพื่อเปลี่ยน​ &#8216;ขยะ&#8217; จากชุมชนชาวประมง มาสู่วัสดุที่มีคุณค่าในทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ชุมชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วม โครงการวิจัย Bio Responsive Block ได้นำเปลือกหอยแมลงภู่ซึ่งเป็นขยะที่พบได้ตามชุมชนชาวประมงแนวชายฝั่งทะเลประเทศไทย ซึ่งถูกทิ้งไว้หลายปีและมีปริมาณการทิ้ง​สะสมอยู่นับล้านกิโลกรัม ขณะที่ภาคการก่อสร้างต่างพยายามพัฒนานวัตกรรมเพื่อให้ได้วัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ นำมาสู่การใช้ขยะจากเปลือกหอยมาแปรสภาพเป็นปูนขาว เพื่อทดแทนการใช้ปูนซิเมนต์ โดยได้เปลี่ยนกระบวนการในการแปรสภาพ จากที่ต้อง​นำเปลือกหอยไปเผาในอุณหภูมิสูงมาเป็นการใช้วิธีการบด เพื่อให้ชาวบ้านในชุมชนสามารถทำได้ รวมทั้งลดการปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการเผา และยังตอบโจทย์สำหรับการทำงานในระดับวิสาหกิจชุมชนอีกด้วย หัวใจของ Bio Responsive Block อยู่ที่การผสมระหว่างเปลือกหอยบดกับปูนเทอร์ราซโซ (Terrazzo) ที่แม้ว่าการบดอาจจะทำให้ผงปูนที่ได้ไม่บริสุทธิ์เท่าการเผา และใช้เวลามากกว่า แต่ขณะเดียวกันกลับทำให้ พื้นผิวของบล็อกมีความสวยงาม​เป็นเอกลัษณ์จากเปลือกหอยแมลงภู่สดที่มีสีเขียวเข้มและมีความแข็ง เมื่อผ่านการบดและนำมาผสมในสัดส่วนต่าง ๆ จะทำให้ผิวหน้าของบล็อกมีโทนสีตั้งแต่น้ำตาลอ่อนไปจนถึงน้ำตาลเข้มที่ดูเป็นธรรมชาติ  โดยส่วนผสมในอัตราส่วนที่เหมาะสม คือใช้เทอราซโซ่ไม่เกิน 30% เพื่อรักษาความแข็งแรงของโครงสร้างไว้ได้ สำหรับขั้นตอนการผลิต เริ่มจากรวบรวมเปลือกหอยจากชุมชน ล้างทำความสะอาด ตาก แล้วบดให้ละเอียดจนได้ผงคล้ายแป้ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/bio-responsive-block/">&#8216;อิฐบล็อกช่องลมจากเปลือกหอยแมลงภู่&#8217; นวัตกรรม Bio Responsive Block เปลี่ยน​ขยะประมง​สู่วัสดุก่อสร้างมูลค่าสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;Bio Responsive Block </strong><strong>อิฐบล็อกช่องลมจากเปลือกหอยแมลงภู่&#8217;</strong> ​อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ซึ่งต่อยอดมาจากวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกของ <strong>ผศ.ดร.รันดา </strong><strong>อดุลเดชจรัส อาจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย </strong></p>
<p><span id="more-40945"></span></p>
<p>จากการ​ศึกษาการสร้างมูลค่าเพิ่มให้​เปลือกหอยเชอรีและหอยแมลงภู่ในฐานะวัสดุก่อสร้าง เพื่อเปลี่ยน​ &#8216;ขยะ&#8217; จากชุมชนชาวประมง มาสู่วัสดุที่มีคุณค่าในทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ชุมชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วม</p>
<p>โครงการวิจัย <strong>Bio Responsive Block</strong> ได้นำเปลือกหอยแมลงภู่ซึ่งเป็นขยะที่พบได้ตามชุมชนชาวประมงแนวชายฝั่งทะเลประเทศไทย ซึ่งถูกทิ้งไว้หลายปีและมีปริมาณการทิ้ง​สะสมอยู่นับล้านกิโลกรัม ขณะที่ภาคการก่อสร้างต่างพยายามพัฒนานวัตกรรมเพื่อให้ได้วัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40949 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Bio-Block6.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>นำมาสู่การใช้ขยะจากเปลือกหอยมาแปรสภาพเป็นปูนขาว เพื่อทดแทนการใช้ปูนซิเมนต์ โดยได้เปลี่ยนกระบวนการในการแปรสภาพ จากที่ต้อง​นำเปลือกหอยไปเผาในอุณหภูมิสูงมาเป็นการใช้วิธีการบด เพื่อให้ชาวบ้านในชุมชนสามารถทำได้ รวมทั้งลดการปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการเผา และยังตอบโจทย์สำหรับการทำงานในระดับวิสาหกิจชุมชนอีกด้วย</p>
<p>หัวใจของ Bio Responsive Block อยู่ที่การผสมระหว่างเปลือกหอยบดกับปูนเทอร์ราซโซ (Terrazzo) ที่แม้ว่าการบดอาจจะทำให้ผงปูนที่ได้ไม่บริสุทธิ์เท่าการเผา และใช้เวลามากกว่า แต่ขณะเดียวกันกลับทำให้ พื้นผิวของบล็อกมีความสวยงาม​เป็นเอกลัษณ์จากเปลือกหอยแมลงภู่สดที่มีสีเขียวเข้มและมีความแข็ง เมื่อผ่านการบดและนำมาผสมในสัดส่วนต่าง ๆ จะทำให้ผิวหน้าของบล็อกมีโทนสีตั้งแต่น้ำตาลอ่อนไปจนถึงน้ำตาลเข้มที่ดูเป็นธรรมชาติ  โดยส่วนผสมในอัตราส่วนที่เหมาะสม คือใช้เทอราซโซ่ไม่เกิน 30% เพื่อรักษาความแข็งแรงของโครงสร้างไว้ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40950 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Bio-Block5.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>สำหรับขั้นตอนการผลิต เริ่มจากรวบรวมเปลือกหอยจากชุมชน ล้างทำความสะอาด ตาก แล้วบดให้ละเอียดจนได้ผงคล้ายแป้ง ผงที่ได้นำมาผสมกับปูนเทอร์ราซโซในสัดส่วนที่กำหนด ผสมน้ำ คลุกเคล้า เทหล่อลงแม่พิมพ์ รอแห้ง แกะออก แล้วขัดผิวด้วยมือ</p>
<p>ทั้งนี้ ตลอดสายการผลิตอิฐบล็อกช่องลม ใช้เพียงอุปกรณ์ที่หาได้ในครัวเรือน เพื่อให้คนใน​ชุมชนที่แม้ไม่เคยมีความรู้ด้านวัสดุมาก่อนก็สามารถทำได้ รวมทั้งมีการส่งต่อองค์ความรู้ให้แก่กัน เพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาเป็นวิสาหกิจชุมชนที่สามารถเปลี่ยนมุมมองต่อเปลือกหอย จากขยะสู่การเป็นวัตถุดิบที่มีค่าและสร้างมูลค่าให้ชุมชนได้</p>
<p>ทุกชิ้นส่วนของเปลือกหอยถูกใช้งานในหลายๆ กระบวนการ เปลือกหอยที่สวยงามจะถูกคัดออกมาสำหรับเป็นผิวหน้าของบล็อก ส่วนที่เหลือจะถูกบดเป็นผงผสมในเนื้อวัสดุ ซึ่งในอนาคตยังมีแผนผสมหินมงคลตามหลักฮวงจุ้ยเข้าไปในสูตรด้วย เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับสีและพลังงานของวัสดุ รวมท้ังช่วยเพิ่มมิติความหมายและคุณค่าเชิงสัญลักษณ์ให้​ผลิตภัณฑ์ได้อีกทางหนึ่ง</p>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40951 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Bio-Block1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></div>
<div></div>
<div>บล็อกช่องลม ยังตอบโจทย์ภูมิอากาศประเทศไทย ที่มีทั้งความร้อนและความชื้นสูงตลอดปี รูปแบบช่องลมของบล็อกจึงออกแบบมาให้อากาศไหลผ่านได้ ช่วยระบายความร้อนและเพิ่มการหมุนเวียนอากาศภายในอาคารโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบปรับอากาศ นอกจากนี้ Pattern ของช่องลมยังสร้างแสงและเงาที่ไหลเข้ามาในพื้นที่อย่างสวยงาม เพิ่มบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาให้กับสถาปัตยกรรม</div>
<div></div>
<div>การออกแบบอิฐบล็อกช่องลม เน้นไปที่การตกแต่ง (Interior Design) มากกว่าการรับแรงทางโครงสร้าง จึงเหมาะกับการใช้เป็น Highlight Wall หรือผนังเด่นในบ้านพักอาศัย รีสอร์ต คาเฟ หรืออาคารที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติและความยั่งยืน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ทั้งผนัง อาจเลือกเพียงจุดที่ต้องการเน้น หรือหากนำไปใช้ภายนอกอาคาร การเคลือบผิว (Coating) ที่เหมาะสมจะช่วยให้วัสดุทนต่อน้ำและแสงแดดได้ยาวนานยิ่งขึ้น</div>
<div></div>
<div>ในอนาคต ผศ.ดร.รันดา มีแนวคิด​เพิ่มเส้นใยธรรมชาติจากพืชท้องถิ่น เช่น เส้นใยต้นตาลหรือพืชอื่น ๆ เข้าไปในผนัง เพื่อเพิ่มคุณสมบัติฉนวนความร้อน ช่วยลดอุณหภูมิภายในอาคาร ซึ่งจะทำให้ตอบโจทย์เรื่องการประหยัดพลังงานในสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นได้ยิ่งขึ้น</div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40952 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Bio-Block3.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></div>
<div></div>
<div>การพัฒนางานวิจัยชิ้นนี้ จะสนับสนุนให้ชุมชนชาวประมงที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้หลายช่องทางพร้อมกัน ทั้งจากการขายหอยดองที่ทำอยู่แล้ว จากการแปรรูปเปลือกหอยเป็นผลิตภัณฑ์ และการเปิดรับนักท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ภาพในอนาคตที่อาจารย์เห็นคือชุมชนที่นักท่องเที่ยวสามารถมาเรียนรู้ตั้งแต่กระบวนการเลี้ยงหอยในทะเล การเก็บเกี่ยว การแปรรูปเนื้อหอย ไปจนถึงการทำผลิตภัณฑ์จากเปลือกหอยด้วยสองมือ นั่นคือการท่องเที่ยวเชิงการเรียนรู้ที่ให้ทั้งประสบการณ์และมีความหมายต่อสิ่งแวดล้อม</div>
<div></div>
<div><em>&#8220;โมเดลนี้สามารถขยายไปยังพื้นที่ชายฝั่งอื่น ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ เพราะแคลเซียมคาร์บอเนตไม่ได้มีแค่ในเปลือกหอยแมลงภู่ แต่ทั้งในหอยนางรม หอยเชอรี หรือหอยลายก็ล้วนมีศักยภาพเช่นเดียวกัน เราไม่ได้ออกแบบให้มันเป็น Case Study ของชุมชนเดียว แต่อยากให้มันเป็นแรงบันดาลใจที่โมเดลนี้สามารถทำได้ต่อไปในอนาคต&#8221; </em> ผศ. ดร.รันดา กล่าวทิ้งท้าย</div>
<div>​</div>
<div><strong>ข้อมูลโดย : ชินวัตร โพนเมืองหล้า</strong></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/bio-responsive-block/">&#8216;อิฐบล็อกช่องลมจากเปลือกหอยแมลงภู่&#8217; นวัตกรรม Bio Responsive Block เปลี่ยน​ขยะประมง​สู่วัสดุก่อสร้างมูลค่าสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วม ‘สระบุรีแซนด์บ็อกซ์’ โชว์ผู้นำด้านจัดการอาหารส่วนเกินและขยะ ร่วมสร้างต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/cp-axtra-join-saraburi-sandbox/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Jan 2026 05:06:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CP AXTRA]]></category>
		<category><![CDATA[Food Surplus]]></category>
		<category><![CDATA[Makro X Lotuss]]></category>
		<category><![CDATA[Saraburi Sandbox]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการอาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[กินได้ไม่ทิ้งกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี แอ็กซ์ตร้า]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีแอ็กซ์ตร้า เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ลดทิ้งสร้างค่า Axtra Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร เดชสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[สระบุรี เมืองคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สระบุรีแซนด์บ็อกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[แม็คโคร-โลตัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39651</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อ “อาหารส่วนเกิน” ไม่ใช่ขยะ แต่เป็นส่วนเติมเต็มที่ช่วยลดปัญหาการเข้าถึงอาหารคุณภาพ และช่วยขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร–โลตัส” เดินหน้าร่วมขับเคลื่อนโครงการ “สระบุรี เมืองคาร์บอนต่ำ” (Saraburi Sandbox) ผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน และชุมชน สร้างต้นแบบการจัดการอาหารส่วนเกินอย่างเป็นระบบ พร้อมโชว์ผลงานโครงการ Food Surplus (การจัดการอาหารส่วนเกิน) ที่สร้างคุณค่าทั้งต่อผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้เป้าหมายการลดขยะสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) ตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยนำองค์ความรู้ด้านค้าปลีกและโลจิสติกส์มาบริหารจัดการอาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพดีจากทุกสาขาของแม็คโคร-โลตัสในสระบุรี ส่งต่อสู่กลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาส สร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชนในพื้นที่ ควบคู่กับการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อม คุณศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การดำเนินโครงการ Food Surplus ภายใต้แนวคิด ‘สระบุรี เมืองคาร์บอนต่ำ (Saraburi [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/cp-axtra-join-saraburi-sandbox/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วม ‘สระบุรีแซนด์บ็อกซ์’ โชว์ผู้นำด้านจัดการอาหารส่วนเกินและขยะ ร่วมสร้างต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อ <strong>“อาหารส่วนเกิน”</strong> ไม่ใช่ขยะ แต่เป็นส่วนเติมเต็มที่ช่วยลดปัญหาการเข้าถึงอาหารคุณภาพ และช่วยขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน <strong>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “<strong>แม็คโคร–โลตัส</strong>” เดินหน้าร่วมขับเคลื่อนโครงการ “<strong>สระบุรี เมืองคาร์บอนต่ำ</strong>” (Saraburi Sandbox) ผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน และชุมชน สร้างต้นแบบการจัดการอาหารส่วนเกินอย่างเป็นระบบ</p>
<p><span id="more-39651"></span></p>
<p>พร้อมโชว์ผลงานโครงการ<strong> Food Surplus </strong>(การจัดการอาหารส่วนเกิน) ที่สร้างคุณค่าทั้งต่อผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้เป้าหมายการลดขยะสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) ตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยนำองค์ความรู้ด้านค้าปลีกและโลจิสติกส์มาบริหารจัดการอาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพดีจากทุกสาขาของแม็คโคร-โลตัสในสระบุรี ส่งต่อสู่กลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาส สร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชนในพื้นที่ ควบคู่กับการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39654 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/คุณศิริพร-เดชสิงห์.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณศิริพร เดชสิงห์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การดำเนินโครงการ Food Surplus ภายใต้แนวคิด ‘สระบุรี เมืองคาร์บอนต่ำ (Saraburi Sandbox)’ เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างซีพี แอ็กซ์ตร้า หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนในจังหวัดสระบุรี ขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ตามแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (NDC 3.0) ของประเทศไทย โดยซีพี แอ็กซ์ตร้าในฐานะผู้ส่งมอบอาหารส่วนเกิน ได้ส่งต่อวัตถุดิบอาหารที่ยังมีคุณภาพไปยังกลุ่มเปราะบางในความดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผ่านหน่วยงานในจังหวัดสระบุรีอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าวัตถุดิบอาหารยังคงคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค”</p>
<p>โดยตลอดระยะเวลา 6 เดือนของการดำเนินงานโครงการ <strong>Food Surplus</strong> ภายใต้สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ สามารถส่งต่ออาหารส่วนเกินจากสาขาจำนวน 38 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ 11 อำเภอของจังหวัดสระบุรี เฉลี่ยในแต่ละวันได้สาขาละ 84.5 กิโลกรัม หรือรวมปริมาณอาหารกว่า 15,643.80 กิโลกรัม ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้ถึง 3,760 คน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 8,909.60 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และคิดเป็นมูลค่าอาหารที่ส่งต่อกว่า 3.71 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39653 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/02-ซีพี-แอ็กซ์ตร้า-ร่วม-‘สระบุรีแซนด์บ็อกซ์.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในอนาคต ซีพี แอ็กซ์ตร้า มีแผนต่อยอดความสำเร็จของ “<strong>สระบุรีแซนด์บ็อกซ์</strong>” ขยายโมเดลการจัดการอาหารส่วนเกินไปยังจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ ลพบุรี นครนายก สระแก้ว และปราจีนบุรี เพื่อสร้างเครือข่าย Food Surplus ระดับภูมิภาค และร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตามแนวคิด “สระบุรี กินได้” นอกจากนี้ ยังนำอาหารส่วนเกินไปสนับสนุนเกษตรกรเพื่อนำไปเลี้ยงสัตว์และทำปุ๋ย ลดภาระค่าใช้จ่าย และยังลดการทิ้งขยะ (Non Food Waste) เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล เพื่อเข้าสู่เป้าหมายขยะสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ (<strong>Zero Waste to Landfill</strong>) ภายในปี 2030 และ Net Zero ภายในปี 2050 ภายใต้โครงการ “<strong>ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste</strong>”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/cp-axtra-join-saraburi-sandbox/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วม ‘สระบุรีแซนด์บ็อกซ์’ โชว์ผู้นำด้านจัดการอาหารส่วนเกินและขยะ ร่วมสร้างต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>S&#038;P ส่งต่อขวดพลาสติกหลังการบริโภค โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; มุ่งลดปัญหาขยะพลาสติก สร้างคุณค่าเป็น &#8216;เสื้อพนักงานS&#038;P ปี 2568&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/sandp-reduce-plastic-waste-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Jan 2026 15:46:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[PCR Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[rPET]]></category>
		<category><![CDATA[S&P]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycling]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดPET]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดนี้ไม่ใช้...เราขอนะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มณีสุดา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เอส แอนด์ พี]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39630</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกของ S&#38;P ที่​ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากลูกค้าและพนักงาน ในการ​ปรับพฤติกรรมด้านการแยกขยะ รณรงค์เก็บขวดพลาสติกใสหลังการบริโภค (PCR PET) เพื่อนำกลับเข้ากระบวนการรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างคุณค่าได้อีกครั้ง บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร สานต่อโครงการด้านสิ่งแวดล้อม &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; ภายใต้โครงการ &#8216;แยกขยะให้ถูกถัง ปลูกฝังจิตสำนึก&#8217; เพื่อรณรงค์และปรับพฤติกรรมการแยกขยะแก่พนักงาน นำขยะแต่ละประเภทไปกำจัดอย่างถูกวิธี โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; รวบรวมและส่งต่อขวดพลาสติกใสหลังการบริโภค เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแปลงเป็น &#8216;เสื้อพนักงาน S&#38;P ปี 2568&#8217; ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน นำทรัพยากรที่ไม่ใช้แล้วมาสร้างคุณค่าเป็นของชิ้นใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2563 เพื่อรณรงค์ลูกค้าและพนักงานเก็บขวดน้ำดื่มใช้แล้วหลังการบริโภค สำหรับส่งต่อไปรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และลดปัญหาขยะพลาสติก จากสำนักงาน โรงงานผลิตอาหาร โรงงานผลิตเบเกอรี่ S&#38;P และร้าน S&#38;P 10 จุดขาย จากนั้นบริษัทฯ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/sandp-reduce-plastic-waste-project/">S&#038;P ส่งต่อขวดพลาสติกหลังการบริโภค โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; มุ่งลดปัญหาขยะพลาสติก สร้างคุณค่าเป็น &#8216;เสื้อพนักงานS&#038;P ปี 2568&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โครงการ &#8216;<strong>ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; </strong>เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกของ S&amp;P ที่​ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากลูกค้าและพนักงาน ในการ​ปรับพฤติกรรมด้านการแยกขยะ รณรงค์เก็บขวดพลาสติกใสหลังการบริโภค (PCR PET) เพื่อนำกลับเข้ากระบวนการรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างคุณค่าได้อีกครั้ง</p>
<p><span id="more-39630"></span></p>
<p><strong>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)</strong> นำโดย <strong>คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร สานต่อ<strong>โครงการด้านสิ่งแวดล้อม &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; </strong>ภายใต้โครงการ &#8216;แยกขยะให้ถูกถัง ปลูกฝังจิตสำนึก&#8217; เพื่อรณรงค์และปรับพฤติกรรมการแยกขยะแก่พนักงาน นำขยะแต่ละประเภทไปกำจัดอย่างถูกวิธี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39632 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/1552352.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; รวบรวมและส่งต่อขวดพลาสติกใสหลังการบริโภค เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแปลงเป็น <strong>&#8216;เสื้อพนักงาน S&amp;P ปี 2568&#8217;</strong> ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน นำทรัพยากรที่ไม่ใช้แล้วมาสร้างคุณค่าเป็นของชิ้นใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด</p>
<p><strong>โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217;</strong> เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2563 เพื่อรณรงค์ลูกค้าและพนักงานเก็บขวดน้ำดื่มใช้แล้วหลังการบริโภค สำหรับส่งต่อไปรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และลดปัญหาขยะพลาสติก จากสำนักงาน โรงงานผลิตอาหาร โรงงานผลิตเบเกอรี่ S&amp;P และร้าน S&amp;P 10 จุดขาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39633 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/1552351.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>จากนั้นบริษัทฯ ได้ขยายจุดรับขวดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีจุดรับขวดของโครงการฯ รวมทั้งสิ้น 104 จุดขาย โดยส่งต่อขวดแก่โครงการ Youเทิร์น by GC พันธมิตรด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบัน S&amp;P ส่งต่อขวดพลาสติกแล้วทั้งสิ้น 13,160 กิโลกรัม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 13,410 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ได้ถึง 1,504 ต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39635 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/1552353.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับปี 2568 ขวดพลาสติกที่บริษัทฯ ส่งเข้ากระบวนการรีไซเคิล สามารถผลิตเป็น <strong>&#8216;</strong><strong>เสื้อพนักงาน</strong><strong>S&amp;P Upcycling </strong><strong>ปี </strong><strong>2568&#8242;</strong> เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการแยกขยะ ที่สามารถสร้างคุณค่าเป็นของชิ้นใหม่จากการหมุนเวียนทรัพยากรไม่ใช้แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดปัญหาโลกร้อน ตลอดจนเป็นการสร้างความภูมิใจแก่พนักงานด้วย</p>
<p><em>เอส แอนด์ พี ยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่ลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม อีกทั้งยังขอเป็นส่วนหนึ่งร่วมผลักดันให้เกิดการแยกขยะอย่างเป็นระบบ ลดขยะให้เป็นศูนย์ เพื่อสร้างโลกที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39634 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/1552350.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/sandp-reduce-plastic-waste-project/">S&#038;P ส่งต่อขวดพลาสติกหลังการบริโภค โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; มุ่งลดปัญหาขยะพลาสติก สร้างคุณค่าเป็น &#8216;เสื้อพนักงานS&#038;P ปี 2568&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งสู่ Zero Waste to Landfill ส่งต่อความยั่งยืน เพื่อโลกของเรา</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/cpaxtra-zero-waste-to-landfill/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jan 2026 08:04:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CP AXTRA]]></category>
		<category><![CDATA[Makro X Lotuss]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[กินได้ไม่ทิ้งกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีแอ็กซ์ตร้า เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[ลดทิ้งสร้างค่า]]></category>
		<category><![CDATA[ลดทิ้งสร้างค่า Axtra Zero Waste]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39475</guid>

					<description><![CDATA[<p>ซีพี แอ็กซ์ตร้า ยกระดับโมเดลจัดการขยะครบวงจร ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง บริหารจัดการอาหารส่วนเกินอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งต่ออาหารส่วนเกินไปที่ภาคเกษตรกร ส่งต่ออาหารคุณภาพดีให้กับชุมชน รวมถึงสัตว์ป่าที่สถานีเพาะเลี้ยง และส่งเสริมการนำขยะไปรีไซเคิลแบบ 100% มุ่งสู่การทิ้งขยะสู่หลุมฝังกลบให้เป็นศูนย์ ส่งต่อความยั่งยืน เพื่อโลกของเรา &#160; &#160;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/cpaxtra-zero-waste-to-landfill/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งสู่ Zero Waste to Landfill ส่งต่อความยั่งยืน เพื่อโลกของเรา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ซีพี แอ็กซ์ตร้า</strong> ยกระดับโมเดลจัดการขยะครบวงจร ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง บริหารจัดการอาหารส่วนเกินอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งต่ออาหารส่วนเกินไปที่ภาคเกษตรกร ส่งต่ออาหารคุณภาพดีให้กับชุมชน รวมถึงสัตว์ป่าที่สถานีเพาะเลี้ยง และส่งเสริมการนำขยะไปรีไซเคิลแบบ 100% มุ่งสู่การทิ้งขยะสู่หลุมฝังกลบให้เป็นศูนย์ ส่งต่อความยั่งยืน เพื่อโลกของเรา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/cpaxtra-zero-waste-to-landfill/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งสู่ Zero Waste to Landfill ส่งต่อความยั่งยืน เพื่อโลกของเรา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จับตา 6 เทรนด์ &#8216;ธุรกิจยั่งยืน&#8217; 2026</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/6-sustainability-trends-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 03 Jan 2026 08:39:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[BusinessTrends]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Green Mandate]]></category>
		<category><![CDATA[Green Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Longevity Economy]]></category>
		<category><![CDATA[MegaTrends]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Mobility]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[sustainability Trends]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[SustainableGrowth]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Trends]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39200</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2026 เป็นหนึ่ง จุดเปลี่ยน สำคัญของภาคธุรกิจ เพื่อสอดคล้องเป้าหมายประเทศไทยในการบรรลุ Net zero 2050 การดำเนินธุรกิจของทุกองค์กร จากนี้ จำเป็นต้องปรับตัว สู่ความยั่งยืน อย่างฉลาดขึ้น เขียวขึ้น และ เข้าใจมนุษย์มากขึ้น ผ่านการวางแผนและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน พร้อมจับตา 6 เทรนด์ ธุรกิจที่เข้ามามีบทบาทในการช่วยองค์กรขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืน ในปี 20261. SmartMobility / Green Solutions ใช้ดิจิทัลวิเคราะห์ ปรับปรุง ติดตามการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ เพิ่มการใช้รถ EV พัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะ สนับสนุนเส้นทางสีเขียว ช่วยธุรกิจลดต้นทุน ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม / ได้ประโยชน์ด้านภาษี 2. Green Mandate ESG ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็น ‘เงื่อนไขการค้า’ และเพิ่มโอกาสเข้าถึง GreenFinance ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวตามเป้าหมาย Net Zero 2050 เตรียมรับระบบ Emissions Trading System [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/6-sustainability-trends-2026/">จับตา 6 เทรนด์ &#8216;ธุรกิจยั่งยืน&#8217; 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปี 2026 เป็นหนึ่ง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">จุดเปลี่ยน</span> สำคัญของภาค<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ธุรกิจ</span> เพื่อสอดคล้องเป้าหมายประเทศไทยในการบรรลุ <strong>Net zero 2050</strong> การดำเนินธุรกิจของทุก<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">องค์กร</span> จากนี้ จำเป็นต้อง<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ปรับตัว</span> สู่<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> อย่างฉลาดขึ้น เขียวขึ้น และ เข้าใจมนุษย์มากขึ้น ผ่านการวางแผนและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน</p>
<p><span id="more-39200"></span></p>
<p>พร้อมจับตา <strong>6 เทรนด์ </strong>ธุรกิจที่เข้ามามีบทบาทในการช่วยองค์กรขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืน ในปี 2026<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>1. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">SmartMobility</span> / Green Solutions</strong></p>
<ul>
<li>ใช้ดิจิทัลวิเคราะห์ ปรับปรุง ติดตามการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ</li>
<li>เพิ่มการใช้รถ EV พัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะ สนับสนุนเส้นทางสีเขียว</li>
<li>ช่วยธุรกิจลดต้นทุน ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม / ได้ประโยชน์ด้านภาษี</li>
</ul>
<p><strong>2. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Green</span> Mandate</strong></p>
<ul>
<li><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ESG</span> ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็น ‘เงื่อนไขการค้า’ และเพิ่มโอกาสเข้าถึง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">GreenFinance</span></li>
<li>ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวตามเป้าหมาย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Net Zero 2050</span></li>
<li>เตรียมรับระบบ Emissions Trading System และภาษีคาร์บอน</li>
</ul>
<p><strong>3. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พลังงานสะอาด</span> และพลังงานหมุนเวียน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Renewable</span></strong></p>
<ul>
<li>การลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์ ลม และพลังงานทดแทนอื่น ๆ</li>
<li>ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarbonization</span></li>
</ul>
<p><strong>4. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ZeroWaste</span> &amp; <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Circular</span> Economy</strong></p>
<ul>
<li>ลดขยะและส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรในทุกขั้นตอน</li>
<li>ครอบคลุมตลอดการผลิตและการดำเนินงาน</li>
</ul>
<p><strong>5. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Longevity</span> Economy</strong></p>
<ul>
<li>อัตราการเกิดลดลง สัดส่วนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง</li>
<li>พัฒนาเทคโนโลยีด้านสุขภาพ และความปลอดภัย</li>
<li>ออกแบบสินค้า/บริการ เพื่อดูแลสุขภาพ และเพิ่มคุณภาพชีวิต</li>
</ul>
<p><strong>6. การมีส่วนร่วมของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พนักงาน</span> และ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ชุมชน</span></strong></p>
<ul>
<li>ส่งเสริมพฤติกรรมที่ยั่งยืน แยกขยะ ลดใช้พลาสติก</li>
<li>รณรงค์การใช้พลังงานสะอาด</li>
<li>จัดกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว</li>
</ul>
<p><strong>องค์กรควรเตรียมตัวอย่างไร ?</strong></p>
<p>แนวทางในการปรับตัวของภาคธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสเติบโตได้ในปี 2026 นี้ ประกอบด้วย</p>
<ul>
<li>วางแผนกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน พร้อมกำหนดเป้าหมายแต่ละมิติอย่างชัดเจน</li>
<li>สร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนการทำงานอย่างต่อเนื่อง</li>
<li>สื่อสาร สร้างความรับผิดชอบต่อสังคมให้แก่พนักงานและประชาชน</li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/6-sustainability-trends-2026/">จับตา 6 เทรนด์ &#8216;ธุรกิจยั่งยืน&#8217; 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;จาก 2 หมื่นตันต่อปีเป็นศูนย์&#8217; กลุ่มซีคอนฯ ปักหมุดศูนย์การค้า Zero Waste แห่งแรกของประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/seacon-group-thailand-first-zero-waste-retail/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 01 Nov 2025 10:46:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[RDF]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Seacon Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มศูนย์การค้าซีคอนฯ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะฝังกลบเป็นศูนย์]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ซีคอน บางแค]]></category>
		<category><![CDATA[ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พรต ซอโสตถิกุล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37633</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประกาศความสำเร็จการเป็น​ &#8216;ศูนย์การค้าแห่งแรกของประเทศไทย&#8217; ที่สามารถลดปริมาณขยะฝังกลบจากกว่า 2 หมื่นตันต่อปีให้กลายเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) ผ่านการจับมือร่วมกับพันธมิตรขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เพื่อส่งต่อขยะแต่ละประเภทให้นำไปสร้างประโยชน์ต่อแบบจับต้องได้ จนสามารถปักหมุดความสำเร็จในฐานะ &#8216;ศูนย์การค้า Zero Waste&#8217; ได้อย่างแท้จริง ดร.พรต ซอโสตถิกุล รองกรรมการผู้จัดการ สำนักปฏิบัติการ บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และซีคอน บางแค กล่าวถึงความสำเร็จครั้งสำคัญของโครงการ &#8216;Seacon Zero Waste : จากขยะ สู่พลังงาน สร้างอนาคตสะอาด&#8217; ในฐานะ &#8216;ศูนย์การค้าไทยรายแรก&#8217; ที่สามารถบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร ได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หลัง​เริ่มต้น​คัดแยกขยะอย่างจริงจังเมื่อราว 3 ปีก่อน สู่การเป็นต้นแบบด้านความยั่งยืน​ให้ทั้งกลุ่มศูนย์การค้า ภาครัฐ เอกชน ไปจนถึงภายในองค์กรและชุมชนต่างๆ พร้อมช่วยยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมให้อุตสาหกรรมค้าปลีกไทย โครงการ Seacon Zero Waste ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมค้าปลีก​ เพื่อลดขยะฝังกลบให้เหลือศูนย์อย่างยั่งยืนได้ทั้งระบบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/seacon-group-thailand-first-zero-waste-retail/">&#8216;จาก 2 หมื่นตันต่อปีเป็นศูนย์&#8217; กลุ่มซีคอนฯ ปักหมุดศูนย์การค้า Zero Waste แห่งแรกของประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประกาศความสำเร็จการเป็น​ <strong>&#8216;ศูนย์การค้าแห่งแรกของประเทศไทย&#8217;</strong> ที่สามารถลดปริมาณขยะฝังกลบจากกว่า 2 หมื่นตันต่อปีให้กลายเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) ผ่านการจับมือร่วมกับพันธมิตรขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เพื่อส่งต่อขยะแต่ละประเภทให้นำไปสร้างประโยชน์ต่อแบบจับต้องได้ จนสามารถปักหมุดความสำเร็จในฐานะ <strong>&#8216;ศูนย์การค้า Zero Waste&#8217;</strong> ได้อย่างแท้จริง</p>
<p><span id="more-37633"></span></p>
<p><strong>ดร.พรต ซอโสตถิกุล</strong> รองกรรมการผู้จัดการ สำนักปฏิบัติการ บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และซีคอน บางแค กล่าวถึงความสำเร็จครั้งสำคัญของโครงการ <strong>&#8216;Seacon Zero Waste : จากขยะ สู่พลังงาน สร้างอนาคตสะอาด&#8217; </strong>ในฐานะ <strong>&#8216;ศูนย์การค้าไทยรายแรก&#8217; ที่สามารถบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร ได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ</strong> หลัง​เริ่มต้น​คัดแยกขยะอย่างจริงจังเมื่อราว 3 ปีก่อน สู่การเป็นต้นแบบด้านความยั่งยืน​ให้ทั้งกลุ่มศูนย์การค้า ภาครัฐ เอกชน ไปจนถึงภายในองค์กรและชุมชนต่างๆ พร้อมช่วยยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมให้อุตสาหกรรมค้าปลีกไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37717 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/DSC06675.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p>โครงการ <strong>Seacon Zero Waste</strong> ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมค้าปลีก​ เพื่อลดขยะฝังกลบให้เหลือศูนย์อย่างยั่งยืนได้ทั้งระบบ ตั้งแต่การปลูกฝังค่านิยมให้พนักงาน – ร้านค้า การออกแบบพื้นที่แยกขยะที่ใช้งานง่ายสำหรับลูกค้า ไปจนถึงการแปรรูปขยะกลับมาเป็นทรัพยากรและพลังงาน ซึ่งไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยสร้างพฤติกรรมใหม่ให้สังคมเดินหน้าไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างแท้จริง และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)</p>
<p><em>&#8220;กลุ่มซีคอนฯ ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด โดย​​เป็นศูนย์การค้าที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ที่ผลิตจากแผงโซลาร์มากที่สุดในประเทศไทย ด้วยปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้รวมกันราว 10 .5 เมกะวัตต์ จากซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ราว 7 เมกะวัตต์ และซีคอน บางแคประมาณ 3.5 เมกะวัตต์​​ หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% จากปริมาณ​​ไฟฟ้าทั้งหมดที่ใช้ภายในศูนย์​ ​ช่วยลดค่าไฟฟ้าลงได้กว่า 40 ล้านบาทต่อปี ก่อนจะต่อยอดมาสู่การแยกขยะภายในศูนย์ เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องทิ้ง​สู่หลุมฝังกลบจากทั้ง 2 ศูนย์ ที่มีปริมาณรวมกัน​กว่า 2 หมื่นตันต่อปี แต่ปัจจุบันไม่มีปริมาณขยะที่ต้องทิ้งลงบ่อฝังกลบแล้ว ซึ่งนอกจากลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะของศูนย์แล้ว ยังสามารถช่วย กทม. ประหยัดงบประมาณ​​ในการจัดการขยะลงได้กว่า 20 ล้านบาทอีกด้วย&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37718 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/4-seacon-zero-waste.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p><strong>ปักหมุดศูนย์การค้า Zero Waste แห่งแรกของประเทศ</strong></p>
<p>ปัจจุบันทั้ง 2 ศูนย์ของกลุ่มซีคอนฯ ทั้งซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และซีคอน บางแค สามารถปักหมุดสู่ <strong>ศูนย์การค้า Zero Waste ได้อย่างเต็มรูปแบบ</strong> ผ่านการแยกและจัดการขยะ 3 ประเภทหลัก ร่วมกับพันธมิตรที่เชี่ยวชาญการ​จัดการขยะแต่ละประเภท ​โดยขยะส่วนใหญ่ราว <strong>50% เป็นกลุ่มขยะอินทรีย์และขยะอาหาร</strong> ได้ส่งมอบให้ทาง​มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ หรือ SOS Thailand เพื่อส่งต่อ​อาหารส่วนเกินให้ผู้ที่มีความต้องการนำไปใช้ประโยชน์ต่อ  ส่วนที่เป็นขยะเศษอาหาร ผักผลไม้ ได้ประสานงานผ่านเครือข่ายชุมชนโดยรอบ เพื่อนำไปให้เกษตรกรสำหรับเลี้ยงปลา หรือนำไปทำน้ำหมัก และปุ๋ยอินทรีย์เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์ในการทำเกษตร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37723 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/MG_0070.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมี <strong>ขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ เช่น พลาสติก ​กระดาษ ขวดแก้ว เหล็ก มีสัดส่วนประมาณ 10%</strong> ได้แยกประเภทและนำไปขายให้กับกลุ่มพันธมิตรที่เข้ามารับซื้อ เพื่อนำ​กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลตามระบบ ช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่ในการผลิตวัสดุแต่ละประเภทลงได้​​ <strong>ส่วนอีก 40% จะถูก​ส่งไปเป็นพลังงานเชื้อเพลิงอุตสาหกรรม (RDF)</strong> ​เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับโรงงานที่ต้องการเชื้อเพลิงพลังงานสูง</p>
<p>ทำให้ <strong>ขยะทั้งหมดของซีคอนฯ มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบทุกประเภท และไม่เหลือปริมาณที่ต้องนำไปฝังกลบโดยสมบูรณ์</strong> รวมทั้งยังสามารถลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บขยะจากเดิมที่มีค่าใช้จ่ายต่อเดือนประมาณ 6 หมื่น​บาท ซึ่งหากไม่มีการแยกขยะอาจจะต้องเสียในอัตราใหม่ตามที่ กทม. ปรับเพิ่มมาอยู่ที่ราวกว่า 2 แสนบาทต่อเดือน แต่ปัจจุบันซีคอนเสียค่า​จัดการขยะให้ กทม. ​ราว 5,000 บาทเท่านั้น สำหรับการจัดการขยะอันตรายต่างๆ เช่น หลอดไฟ หรือกระป๋องสี ซึ่งเป็นกลุ่มที่จำเป็นต้องมีการกำจัดอย่างปลอดภัยตามระบบ เพื่อป้องกันสารเคมี หรือสารพิษต่างๆ ​หลุดรอดปะปนไปใน​ธรรมชาติและเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37721 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/12-seacon-zero-waste.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p><em><strong>&#8220;การขับเคลื่อนโครงการมาตลอด 3 ปี ทำให้ซีคอนฯ สามารถลดปริมาณขยะฝังกลบได้มากกว่าปีละ 2 หมื่นตัน พร้อม​​ลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนลงได้ 2.4 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ถึง 2.5 แสนต้น</strong> ​​รวมทั้งสามารถต่อยอดการนำปริมาณขยะประเภทต่างๆ ไปใช้ประโยชน์ทดแทนการฝังกลบ ทั้งขยะอินทรีย์ 3.6 ล้านกิโลกรัม (หลังคัดแยกน้ำ และส่วนของอาหารที่ยังรับประทานได้) ขยะรีไซเคิล 1.7 แสนกิโลกรัม และขยะเชื้อเพลิง RDF 2.7 แสนกิโลกรัม ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวมาจากความร่วมมือของผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งร้านค้าและพนักงานภายในศูนย์ รวมทั้งลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ​ที่ให้ความร่วมมือคัดแยก​ขยะก่อนทิ้งตั้งแต่ต้นทาง&#8221;​ </em></p>
<p>ความสำเร็จในการดำเนินโครงการ​ เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน รวมถึงพันธมิตรด้านการจัดการขยะ อาทิ กรุงเทพมหานคร, กลุ่มบริษัท เบตเตอร์ กรุ๊ป, บริษัท อินโนเวสท์ จำกัด, บริษัท ส.พัฒนา เปเปอร์ จำกัด, บริษัท เวสท์บาย เดลิเวอรี่ จำกัด, มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ ตลอดจนเครือข่ายชุมชนโดยรอบ รวมถึงร้านค้าภายในศูนย์ฯ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37722 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/MG_0056.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p><strong>ดร. พรต</strong> เล่าถึงความท้าทายในการขับเคลื่อนโครงการช่วงแรก อยู่ที่การปรับ MIndset ของร้านค้าต่างๆ ให้เห็นถึงความสำคัญของการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง พร้อมทั้งจูงใจด้วยการจัดกิจกรรมสะสมแต้มเพื่อแลกของรางวัลพิเศษ รวมทั้งการมอบใบประกาศ ให้ทางร้านค้าต่างๆ ที่เข้าร่วมโปรแกรมคัดแยกขยะ ซึ่งเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ ให้ร้านได้อีกทางหนึ่ง เพื่อสร้างความร่วมมือและสร้างความต่อเนื่องในการปฏิบัติ จนนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ในที่สุด</p>
<p>ขณะที่ในส่วนของศูนย์เอง ก็มีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ต่างๆ ภายในศูนย์เพื่อรองรับการขับเคลื่อน เช่น เปลี่ยนถังขยะภายในศูนย์ ให้สามารถ​แยกประเภทของขยะที่จะทิ้ง​ รวมทั้งการเปลี่ยนกระดาษชำระภายในห้องน้ำให้​เป็นแบบย่อยสลายได้เพื่อสามารถทิ้งลงไปในชักโครก ​ช่วยลดปริมาณขยะ​กระดาษชำระที่มีกว่าวันละ 700- 800 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นขยะติดเชื้อ และไม่สามารถส่งไปผลิตเชื้อเพลิง RDF ได้ รวมไปถึงการมีนโยบายให้ร้านค้าภายในศูนย์ที่มีรวมกันกว่า 400 ร้าน ต้องมีการคัดแยกขยะและบริหารจัดการขยะภายในร้านได้อย่างเป็นระบบ เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37719 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/10-seacon-zero-waste.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เดินหน้าทำงานเชิงรุก มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก​​​</strong></p>
<p>หลังบรรลุ Milestones สำคัญ ทั้งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และลดปริมาณขยะฝังกลบเป็นศูนย์ <strong>การขับเคลื่อนของซีคอนฯ จากนี้ จะเน้นทำงานเชิงรุกมากขึ้น เพื่อเพิ่มการสร้างผลกระทบเชิงบวกจากการดำเนินธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น</strong> โดยในส่วนของ<strong>พลังงานสะอาดจะเพิ่มการลงทุนราว 50 ล้านบาท เพื่อติดตั้งแผงโซลาร์เพิ่มเติม </strong>ที่ซีคอน บางแคในปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่มการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดได้อีกราว 1-2 เมกะวัตต์</p>
<p><strong>รวมทั้งในอนาคต มีแผนลงทุนเพื่ออัพเกรด​ประสิทธิภาพของแผงโซลาร์ในการผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มมากขึ้น</strong> หลังใช้งานได้ราว 15 ปี เนื่องจากการพัฒนาของเทคโนโลยีในอนาคตที่ทำให้ต้นทุนการติดตั้งถูกลง และประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น เพื่อสามารถเพิ่มปริมาณการใช้พลังงานสะอาดภายในศูนย์ได้มากขึ้น ส่วนแผงที่ปลดระวางซึ่งยังมีความสามารถในการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดได้เป็นอย่างดี ก็สามารถนำไปสร้างประโยชน์ให้พื้นที่ห่างไกลอื่นๆ ที่มีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้า​เพื่อสร้างประโยชน์ได้อีกทางหนึ่ง ทั้งในมิติของการ​ส่งเสริมด้านการศึกษา หรือการส่งเสริมอาชีพให้คนในท้องถิ่น เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37720 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/DSC06594.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p>ขณะที่การพัฒนาด้านการจัดการขยะภายในศูนย์ <strong>จะเพิ่มประสิทธิภาพในการแยกขยะให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อสามารถเพิ่มสัดส่วนปริมาณขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้เพิ่มขึ้น</strong> และลดสัดส่วนขยะที่จะนำส่งไปเผาเป็นเชื้อเพลิง RDF ให้ลดน้อยลง เพื่อสร้างประโยชน์และสนับสนุน​​การขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนได้มากขึ้น พร้อมทั้งเดินหน้าขยายผลโครงการ Zero Waste ไปยังมิติอื่นในอนาคต เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ด้านความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมค้าปลีกไทย พร้อมบทพิสูจน์ความสำเร็จที่สามารถจับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการลดต้นทุนด้านพลังงานและการบริหารจัดการต่างๆ ภายในศูนย์ รวมทั้ง​ผลกระทบเชิงบวกจากการขับเคลื่อนโครงการ​ที่ถูกส่งต่อไปยังชุมชนรอบข้าง และผู้คนในสังคม</p>
<p>การขับเคลื่อนของกลุ่มศูนย์การค้าซีคอนฯ และพันธมิตรทุกฝ่าย สะท้อนให้เห็นว่า <em><strong> การขับเคลื่อนสู่ธุรกิจ &#8216;Zero Waste&#8217; นั้น ไม่ใช่เพียงแค่การมีนโยบายที่สวยหรู แต่ไม่สามารถขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นจริงได้ เพราะหากมีความุ่งมั่น และได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง</strong><strong>ในการดำเนินการอย่างจริงจังและเป็นระบบ ก็สามารถขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายและสามารถจับต้องผลลัพธ์และความสำเร็จที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม  </strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37724 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/2-seacon-zero-waste.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/seacon-group-thailand-first-zero-waste-retail/">&#8216;จาก 2 หมื่นตันต่อปีเป็นศูนย์&#8217; กลุ่มซีคอนฯ ปักหมุดศูนย์การค้า Zero Waste แห่งแรกของประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพี แอ็กซ์ตร้า จับมือพันธมิตร กทม. (BKK Food Bank) พม. และ SOS ส่งมอบมื้ออาหารดีๆ ให้กลุ่มเปราะบาง ตั้งเป้า 10 ล้านมื้อ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/cpaxtra-drives-bkk-food-bank/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Sep 2025 12:17:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[axtra zero waste]]></category>
		<category><![CDATA[BKK Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[CP AXTRA]]></category>
		<category><![CDATA[MakroXLotuss]]></category>
		<category><![CDATA[SOS]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[กินได้ไม่ทิ้งกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ชัชชาติ สิทธิพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี แอ็กซ์ตร้า]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีแอ็กซ์ตร้าเพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิ สโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ลดทิ้งสร้างค่า]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร เดชสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[แม็คโคร-โลตัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36522</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แม็คโคร-โลตัส เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร (BKK Food Bank), กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และมูลนิธิ สโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) เปิดตัวโครงการ “กินได้ไม่ทิ้งกัน” เพื่อส่งต่อสินค้าอาหารและวัตถุดิบที่ยังคงคุณภาพดีและไม่หมดอายุ ให้แก่ประชาชนในชุมชนและกลุ่มเปราะบางใน 50 เขตกรุงเทพมหานคร ตั้งเป้าหมายบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายครัวเรือน และสร้างโอกาสให้ผู้ที่ขาดแคลนสามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โครงการ ‘กินได้ไม่ทิ้งกัน’ เกิดจากความร่วมมือระหว่าง ซีพี แอ็กซ์ตร้า และ BKK Food Bank ของกรุงเทพมหานคร ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการกระจายอาหารไปยังชุมชนต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง ซึ่งสะท้อนเจตนารมณ์ของเราที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงผลประกอบการ แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของสังคมและชุมชนรอบข้าง โครงการนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหาร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/cpaxtra-drives-bkk-food-bank/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า จับมือพันธมิตร กทม. (BKK Food Bank) พม. และ SOS ส่งมอบมื้ออาหารดีๆ ให้กลุ่มเปราะบาง ตั้งเป้า 10 ล้านมื้อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แม็คโคร-โลตัส เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร (BKK Food Bank), กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และมูลนิธิ สโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) เปิดตัวโครงการ <strong>“</strong><strong>กินได้ไม่ทิ้งกัน</strong><strong>”</strong></p>
<p><span id="more-36522"></span></p>
<p>เพื่อส่งต่อสินค้าอาหารและวัตถุดิบที่ยังคงคุณภาพดีและไม่หมดอายุ ให้แก่ประชาชนในชุมชนและกลุ่มเปราะบางใน 50 เขตกรุงเทพมหานคร ตั้งเป้าหมายบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายครัวเรือน และสร้างโอกาสให้ผู้ที่ขาดแคลนสามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม</p>
<p><strong>นางศิริพร เดชสิงห์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โครงการ ‘กินได้ไม่ทิ้งกัน’ เกิดจากความร่วมมือระหว่าง ซีพี แอ็กซ์ตร้า และ BKK Food Bank ของกรุงเทพมหานคร ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการกระจายอาหารไปยังชุมชนต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง ซึ่งสะท้อนเจตนารมณ์ของเราที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงผลประกอบการ แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของสังคมและชุมชนรอบข้าง โครงการนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหาร และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ให้กับครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก และครอบครัวรายได้น้อย ทำให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36525 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/FoodBank4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์</strong> ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “BKK Food Bank เป็นโครงการที่กรุงเทพมหานครจัดทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง โดยรับบริจาคอาหารและสิ่งของจำเป็นไปกระจายในรูปแบบมินิมาร์ทที่ผู้รับสามารถเลือกเองได้ ปัจจุบันครอบคลุมทั้ง 50 เขต และมีระบบ BKK Food Bank Digital เพื่อความโปร่งใส สำหรับโครงการ ‘กินได้ไม่ทิ้งกัน’ ถือเป็นอีกภารกิจสำคัญในการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนและบริหารจัดการอาหารส่วนเกินให้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อมโยงสิ่งที่เหลือไปสู่สิ่งที่ขาด สร้าง ‘วงจรแห่งการแบ่งปัน’ ที่ยั่งยืน ผมภาคภูมิใจที่กรุงเทพมหานครได้มีส่วนร่วมในการบรรเทาความเดือดร้อนและลดปัญหาอาหารส่วนเกิน พร้อมขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจ เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดี สู่เมืองแห่งความยั่งยืนที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36526 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Foodbank1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โครงการ <strong>“</strong><strong>กินได้ไม่ทิ้งกัน</strong><strong>”</strong> ของซีพี แอ็กซ์ตร้า โดย แม็คโคร-โลตัส จะเป็นเหมือน “เพื่อนบ้านใจดี” ที่ช่วยแบ่งเบาภาระครัวเรือน โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง ครอบครัวรายได้น้อย และผู้สูงอายุ ที่นอกจากจะได้อาหารสดใหม่ที่ยังมีคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ครอบครัวยังได้ความสุขจากการมีอาหารรับประทานในทุกมื้อ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายมากเกินไป</p>
<p>อย่างไรก็ตาม โครงการ <strong>“กินได้ไม่ทิ้งกัน”</strong> นอกจากจะเป็นความร่วมมือกับ BKK Food Bank ของกรุงเทพมหานคร แล้ว ยังสะท้อนการบูรณาการพลังจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคประชาสังคม อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) โดยมีเป้าหมายสำคัญร่วมกันคือ การส่งต่ออาหารคุณภาพ สร้างรากฐานชุมชนที่แข็งแรงและยั่งยืน พร้อมตอกย้ำว่า ธุรกิจที่ยั่งยืน คือธุรกิจที่ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนไปพร้อมกับการเติบโตของเศรษฐกิจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36523 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/FoodBank2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับชุมชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ <strong>“กินได้ไม่ทิ้งกัน”</strong> สามารถติดต่อได้ที่ BKK FOOD BANK ผ่าน “ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม” ของสำนักงานเขตในพื้นที่ที่ชุมชนของท่านตั้งอยู่</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/cpaxtra-drives-bkk-food-bank/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า จับมือพันธมิตร กทม. (BKK Food Bank) พม. และ SOS ส่งมอบมื้ออาหารดีๆ ให้กลุ่มเปราะบาง ตั้งเป้า 10 ล้านมื้อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่อง 8 ไอเดียสินค้า &#8216;ไม่สวย แต่ช่วยโลกได้&#8217; เปลี่ยน Waste สู่ Value พร้อม​อิมแพ็คเชิงบวกที่มากกว่าแค่ &#8216;ลดขยะ&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/ugly-products-turn-waste-into-value-and-impact/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Sep 2025 07:13:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[creativity]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[idea]]></category>
		<category><![CDATA[Mi Terro]]></category>
		<category><![CDATA[PRETTY UGLY BAG]]></category>
		<category><![CDATA[Qualy]]></category>
		<category><![CDATA[Qualy Design]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Tlejourn]]></category>
		<category><![CDATA[Tops]]></category>
		<category><![CDATA[Tops Daily]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[กระเป๋ารักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเลจร]]></category>
		<category><![CDATA[นกหวีดพารอด]]></category>
		<category><![CDATA[พระสติ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36089</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อนึกถึงคำว่า &#8216;ขยะ&#8217; ภาพในหัวของใครหลายคน​คงสะท้อนออกมา​ในมิติเชิงลบแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพกองขยะที่มีแต่ความสกปรก กลิ่นเหม็น แหล่งกำเนิดของเชื้อโรค และยังเป็นต้นตอของหลายๆ ปัญหา ทั้งสุขภาพ คุณภาพชีวิต  แหล่งเสื่อมโทรมในสังคม รวมไปถึงวาระสำคัญระดับโลกอย่างปัญหาโลกร้อนและผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่ทุกฝ่ายกำลังพยายามแก้ไขกันอย่างเร่งด่วน แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง สิ่งที่หลายคนเคย​มองว่าเป็น &#8216;ขยะ&#8217; หาก​แต่ในความเป็นจริงอาจเป็นเพียง​การมองไม่รอบด้านมากพอ เพราะเมื่อเปลี่ยนมามุมมองใหม่ เราอาจจะพบแค่ &#8216;กองวัสดุ&#8217; ที่ยังไม่ได้มีการหยิบมาต่อยอดเพื่อสร้างให้เกิดประโยชน์ในรูปแบบใหม่ๆ หรือตัดสินจากวิธีการเดิมๆ ความคิดเดิมๆ นึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของเสีย ของไม่มีประโยชน์ หรือ​หน้าตาที่ไม่สวยงาม ไม่ตรง​ Beauty Standard ตามมาตรฐานเดิมๆ จึง​ถูกจัดกลุ่ม จัดประเภทว่าเป็นของเสีย ​ของตกเกรด ​​ขายไม่ได้ จนต้องทิ้งไป และสุดท้ายก็จะไปกองรวมกันที่หลุมฝังกลบ หรือ​เผาทำลาย  กลายเป็นการเพิ่ม​ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซ้ำเติมโลกมากเข้าไปอีก ขณะที่ความเชื่อใหม่ของโลก ใน​ยุคที่มุ่ง​ขับเคลื่อนสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน กลับมองว่า​ &#8216;ไม่ควรมีอะไรในโลกที่ต้องกลายเป็นขยะ&#8217; เพียงแค่การให้ความสำคัญเข้าไปบริหารจัดการ ตามแนวคิด &#8216;Waste to Value&#8217; เพื่อเปลี่ยนจากขยะ​ เปลี่ยนจากความน่ารังเกียจ ความไม่สวยงาม มาสู่การสร้างให้เกิดคุณค่าใหม่ ทำให้ของทุกชิ้นกลับมามีประโยชน์ได้อีกครั้ง เช่นเดียวกับ 8 ไอเดียสร้างสรรค์ ต่อไปนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/ugly-products-turn-waste-into-value-and-impact/">ส่อง 8 ไอเดียสินค้า &#8216;ไม่สวย แต่ช่วยโลกได้&#8217; เปลี่ยน Waste สู่ Value พร้อม​อิมแพ็คเชิงบวกที่มากกว่าแค่ &#8216;ลดขยะ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อนึกถึงคำว่า<strong> &#8216;ขยะ&#8217;</strong> ภาพในหัวของใครหลายคน​คงสะท้อนออกมา​ในมิติเชิงลบแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพกองขยะที่มีแต่ความสกปรก กลิ่นเหม็น แหล่งกำเนิดของเชื้อโรค และยังเป็นต้นตอของหลายๆ ปัญหา ทั้งสุขภาพ คุณภาพชีวิต  แหล่งเสื่อมโทรมในสังคม รวมไปถึงวาระสำคัญระดับโลกอย่างปัญหาโลกร้อนและผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่ทุกฝ่ายกำลังพยายามแก้ไขกันอย่างเร่งด่วน</p>
<p><span id="more-36089"></span></p>
<p>แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง สิ่งที่หลายคนเคย​มองว่าเป็น <strong>&#8216;ขยะ&#8217;</strong> หาก​แต่ในความเป็นจริงอาจเป็นเพียง​การมองไม่รอบด้านมากพอ เพราะเมื่อเปลี่ยนมามุมมองใหม่ เราอาจจะพบแค่ <strong>&#8216;กองวัสดุ&#8217;</strong> ที่ยังไม่ได้มีการหยิบมาต่อยอดเพื่อสร้างให้เกิดประโยชน์ในรูปแบบใหม่ๆ หรือตัดสินจากวิธีการเดิมๆ ความคิดเดิมๆ นึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของเสีย ของไม่มีประโยชน์ หรือ​หน้าตาที่ไม่สวยงาม ไม่ตรง​ Beauty Standard ตามมาตรฐานเดิมๆ จึง​ถูกจัดกลุ่ม จัดประเภทว่าเป็นของเสีย ​ของตกเกรด ​​ขายไม่ได้ จนต้องทิ้งไป และสุดท้ายก็จะไปกองรวมกันที่หลุมฝังกลบ หรือ​เผาทำลาย  กลายเป็นการเพิ่ม​ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซ้ำเติมโลกมากเข้าไปอีก</p>
<p>ขณะที่ความเชื่อใหม่ของโลก ใน​ยุคที่มุ่ง​ขับเคลื่อนสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน กลับมองว่า​ <em><strong>&#8216;ไม่ควรมีอะไรในโลกที่ต้องกลายเป็นขยะ&#8217;</strong> </em>เพียงแค่การให้ความสำคัญเข้าไปบริหารจัดการ ตามแนวคิด <strong>&#8216;Waste to Value&#8217; </strong>เพื่อเปลี่ยนจากขยะ​ เปลี่ยนจากความน่ารังเกียจ ความไม่สวยงาม มาสู่การสร้างให้เกิดคุณค่าใหม่ ทำให้ของทุกชิ้นกลับมามีประโยชน์ได้อีกครั้ง</p>
<p>เช่นเดียวกับ <strong>8 ไอเดียสร้างสรรค์</strong> ต่อไปนี้ ​ที่ทำให้สิ่งที่เคยเข้าใจว่าเป็น &#8216;ขยะ&#8217; กลับมาสร้างคุณค่าและเกิดประโยชน์ ผ่านการ​​ต่อยอดแนวคิด พัฒนาโมเดลธุรกิจหรือมุมมองใหม่ๆ ไปจนถึงการนำนวัตกรรมต่างๆ ม​าช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับคุณภาพชีวิต และเพิ่มโอกาสให้ผู้คนและสังคมโดยรอบ​ พร้อมส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปพร้อมกัน​ โดยไม่ได้มองแค่การทำให้โลก Zero Waste หรือปลอดขยะเท่านั้น แต่ยังขับเคลื่อนผลกระทบเชิงบวกในหลากหลายมิติ​ตามมาด้วย​</p>
<p><strong>1. ทะเลจร : ​รองเท้าคู่ใหม่ จาก​ขยะทะเล</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36092 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Tlejorn5.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>การเปลี่ยนทัศนคติและมุมมอง เพื่อเปลี่ยน​<strong> &#8216;ขยะ&#8217;</strong> ​เป็น <strong>&#8216;วัตถุดิบ&#8217;</strong> ​​นำไปสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ให้เกิดประโยชน์ได้อีกครั้ง ภายใต้ความร่วมมือ​ขององค์กรไม่แสวงหากำไรในพื้นที่ปัตตานีอย่าง <strong>กลุ่มทะเลจร </strong>และ <strong>Trash Hero Thailand </strong>เพื่อช่วยกัน​​ลด​​ขยะ​​ทะเล ซึ่งประเทศไทยได้ชื่อว่ามีปริมาณขยะทะเลสูงสุดเป็นอันดับ 6 ของโลก​ ไม่ว่าจะเป็นขวดพลาสติก ถุงพลาสติก แห อวน ไฟแช็ค รวมทั้งรองเท้า​ที่มักลอยมาตามทะเลเช่นกัน</p>
<p>นำมาสู่ไอเดียในการนำขยะรองเท้าจากทะเล มาอัพไซเคิลเป็นรองเท้าแตะคู่ใหม่ในชื่อ <strong><em>&#8216;ทะเลจร&#8217; </em></strong>เพื่อช่วยลดปริมาณขยะในทะเลพร้อมทั้งการสื่อสารและสร้างความตระหนักต่อปัญหาขยะทะเลไปพร้อมกัน​<strong><em>โดยขยะรองเท้าจากทะเล 10 ข้าง จะนำมาผลิตเป็นรองเท้าทะเลจรคู่ใหม่ได้ 1 คู่</em></strong> ด้วยดีไซน์แบบ Mosaic Color สร้างอัตลักษณ์สะท้อนความเป็น Circular Product พร้อมเครื่องหมายรับรองการสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่าง Circular Mark ซึ่งประโยชน์ของทะเลจร นอกจากช่วยลดปริมาณขยะในทะเลแล้ว ยังช่วยสร้างงาน สร้างทักษะอาชีพ พร้อมแบ่งปันรายได้จากการจำหน่ายให้แก่​ชาวบ้านในพื้นที่ รวมทั้งนำไปสนับสนุนกิจกรรมเก็บขยะทะเลของ Trash Hero  และกิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆ ต่อไป</p>
<p><strong>2. Pretty Ugly Bag : ​​​กระเป๋าช้อปปิ้งรักษ์โลก จากป้ายไวนิลเก่า </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36100 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Re3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>จาก​ป้ายไวนิลสื่อสารแคมเปญการตลาดของ <strong>ท็อปส์ (Tops) </strong>ที่หน้าร้าน <strong>&#8216;ท็อปส์ เดลี่&#8217;</strong> ของ​เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทลในเครือเซ็นทรัล รีเทล ซึ่งปกติจะถูกปลดออก และไม่ได้มีหน้าที่ใดๆ ให้ต้องใช้งานอีกต่อไป​หลังแคมเปญต่างๆ สิ้นสุดลง ซึ่งในแต่ละปีจะมีปริมาณป้ายไวนิลเก่าไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นชิ้นต่อปี​ กลายเป็นโจทย์สำคัญให้​เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ในการเปลี่ยนจากสิ่งที่กำลังจะกลายเป็นขยะพลาสติก ที่​ไปซ้ำเติมปัญหาสภาพอากาศของโลก ให้กลับมามีประโยชน์และดีต่อโลกได้ใหม่อีกครั้ง</p>
<p>กระเป๋าช้อปปิ้งรักษ์โลก <strong>&#8216;Pretty Ugly Bag&#8217;</strong> จึงเป็นคำตอบที่ลงตัว ด้วยการอัพไซเคิลจากขยะ ที่หลายคนอาจมองว่าไม่สวย ไม่มีประโยชน์ และถูกเก็บไว้แบบทิ้งขว้าง​ บางชิ้นเก่า สกปรก เปรอะเปื้อน เพราะไม่ได้รับการดูแล และรอเวลาในการนำไปทำลาย มาสู่การเป็นไอเท็มคู่กายนักช้อปยุคใหม่ ในคอนเซ็ปต์ <em><strong>&#8216;ไม่สวย แต่ช่วยโลกได้&#8217; </strong></em>พร้อมดีไซน์แบบหนึ่งเดียวในโลก ที่ไม่มีใครเหมือน และยังเป็นไอคอนิก​สะท้อนความรักษ์โลก พร้อมคุณสมบัติที่แข็งแรง ทนทาน และความเป็นเอกลักษณ์  ที่สำคัญคือ การได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมไปได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อซื้อกระเป๋าใบนี้เพียงครั้งเดียว​ และใช้งานจนกระเป๋า​ชำรุด​ ทางท็อปส์ยังเปิดโอกาสให้นำกระเป๋าไปเปลี่ยน​ใหม่ แบบฟรีๆ ได้ตลอดชีวิต เท่ากับเพิ่มการมีส่วนร่วมจากลูกค้าและผู้บริโภคให้ช่วยกันลดขยะพลาสติกเพื่อสร้างผลกระทบได้มากขึ้นแบบทวีคูณ</p>
<p><strong>3. </strong><strong>Ugly Veggies Thailand : ผักออแกนิกส์ตกเกรด แต่ประโยชน์เต็มเปี่ยม </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36094 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/vgly-veggies6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การต่อยอดเทคโนโลยี เพื่อช่วยแก้ปัญหา พร้อม​เพิ่มโอกาสและช่องทางสร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรกร​ เมื่อโครงการ <strong>Ugly Veggies Thailand</strong> ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้าไปสนับสนุนและยกระดับสู่ <strong>Smart Farming</strong> ให้กลุ่มชุมชนเกษตรกรอำเภอกระนวน จ.ขอนแก่น และพบ Pain point ในการผลิตพืชผักออแกนิกส์เพื่อจำหน่าย แต่สามารถส่งขายให้ตลาดได้เพียง 50-70% ​ส่วนที่เหลืออีกกว่า 30% จะถูกคัดออก เพราะไม่ได้มาตรฐานที่ตลาดต้องการ ไม่ว่าจะเป็นจากขนาด หรืออาจจะมีรูปร่างไม่สวยงาม เพราะเป็นการปลูกตามธรรมชาติ และไม่ได้ใช้สารเคมี ​ซึ่งผลผลิตที่ไม่สามารถขายได้ เป็นโอกาสในการนำไปสู่การเกิดขยะอาหาร หรือ Food Waste ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญของโลกเช่นกัน</p>
<p>Ugly Veggies Thailand ได้พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเป็น <strong>Online Marketplace</strong> และรวบรวมผักออแกนิกส์ตกเกรดจากกลุ่มเกษตรกรที่มี Certificate หรือใบรับรอง Organic เพื่อการันตีความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัย นำ <strong>&#8216;ผักไม่สวย แต่มีคุณภาพ&#8217;</strong> มาสร้างตลาดผักออแกนิกส์ออนไลน์ เป็น Community ให้​เกษตรกร​​และลูกค้า​ สามารถหาซื้อผักคุณภาพดี ราคาประหยัด​ และเต็มไปด้วยคุณภาพไม่ต่างจากที่ขายในห้าง เพียงแต่อาจจะมีรูปร่างไม่สวยงาม ​รวมทั้งยังมีผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากผักออแกนิกส์ที่ให้คุณประโยชน์ต่างๆ เช่น ไฟเบอร์ โพรไบโอติค หรือพรีไบโอติก เพื่อขับเคลื่อนสู่​ <strong>Zero Food Waste</strong> ด้วยการต่อยอดผักที่เหลือจากการขายและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กลุ่มเกษตรกรได้มากขึ้น ซึ่งหากขับเคลื่อนได้ตามเป้าหมาย 100% จะสามารถลดขยะ​ทางการเกษตรจากครัวเรือนให้ลดลงได้ถึง 5.6 ตันต่อปี</p>
<p><strong>4.  Mi Terro : ​ Limitless Milk Shirt &#8216;เสื้อยืด&#8217; จากนมหมดอายุ </strong></p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36112 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Mi-terro4.jpg" alt="" width="1200" height="786" /></strong></p>
<p><strong>Mi Terro (มีเทอร์โร)</strong> เป็นธุรกิจสตาร์ทอัพด้านไบโอเทคโนโลยี จากสหรัฐอเมริกา พัฒนานวัตกรรม​การสกัดเส้นใยชีวภาพ จากนมหมดอายุ เพื่อผลิต เสื้อยืด <strong>Limitless Milk Shirt</strong> โดยรวบรวมนม​จากฟาร์มปศุสัตว์รวมทั้งจากร้านขายของชำต่างๆ  เพื่อนำมาผลิตเป็นเสื้อยืดแฟชั่นรักษ์โลก ซึ่งถือเป็นความสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่ ทั้งการ​ช่วยลดปริมาณขยะอาหารที่มีอยู่ทั่วโลกกว่า 1, 300 ล้านตันต่อปี โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมนม ที่มีปริมาณ​กว่า 128 ล้านตันต่อปี และเป็นสาเหตุของการเกิดก๊าซเรือนกระจกแต่ละปีกว่า 3,300 ล้านตัน รวมทั้งยังเพิ่มทางเลือกในการมีวัสดุสิ่งทอที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>Limitless Milk Shirt ใช้นวัตกรรม &#8216;Pro-Act&#8217; (Protein Activation) เพื่อสกัดให้ได้โปรตีนเคซีนออกมา และนำมาเข้ากระบวนการ​ Dynamic Flow Shear Spinning เพื่อปั่นให้เป็นเส้นใยสำหรับต่อยอดใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยเส้นใยที่ได้จะมีความนุ่มกว่าผ้าฝ้ายถึง 3 เท่า ป้องกันแบคทีเรีย ระบายอากาศ​ ​​สวมใส่สบาย ​และยังใช้น้ำในกระบวนการผลิตน้อยกว่าผ้าฝ้ายทั่วไปถึง 60% รวมทั้งยังมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ​เพราะเส้นใยที่ได้สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดไมโครพลาสติกสะสมอยู่ในสภาพแวดล้อม</p>
<p><strong>5. Nike Grind Dumbbells : ดัมเบล​จาก Footwear Waste ของไนกี้ </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36096 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Dumbell1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ดัมเบลออกกำลังกายรุ่นพิเศษของไนกี้ ที่เกิดจากการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ในกระบวนการผลิตรองเท้าของไนกี้ โดยผลิต​จากแผ่นยางไนกี้กรายด์ ‘<strong>Nike Grind Rubbe</strong>&#8216; ที่เกิดจากการอัพไซเคิลแผ่นยาง หนัง โฟม ผ้า และเทอร์โมพลาสติก หรือการรับคืนรองเท้าเก่าเพื่อมาแยกชิ้นส่วนและนำเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นแผ่น​ Nike Grind และต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลกในหลากหลายกลุ่ม ทั้งอุปกรณ์กีฬา แฟชั่น หรือแม้แต่เฟอร์จิเนอร์ต่างๆ ร่วมกับ​พันธมิตรของ​ไนกี้</p>
<p>โดย Nike Grind Dumbbells มีส่วนผสมจาก Footwear Waste อย่างน้อย 20% ตามขนาดแต่ละชิ้น รวมทั้งวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทาน แต่ปลอดภัยเพราะทำจากยาง พร้อมดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ในแต่ละชิ้น แต่มีความสดใสตามกลิ่นอายคอลเลกชั่นของไนกี้ พร้อม​​ตอกย้ำสโลแกน<strong> Just Do It​​​</strong> สะท้อน​เอกลักษณ์​ในการ<strong>ก้าวข้ามขีดจำกัด จากเรื่องของกีฬา และไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงการตอบโจทย์ในเรื่องของความยั่งยืนได้ด้วย</strong> จึงไม่เพียงแค่การพัฒนา​ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการ​ออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ และยังสร้างความแตกต่างผ่านการมีส่วนช่วยลดขยะให้โลกใบนี้ไปพร้อมกันด้วย ​</p>
<p><strong>6. KUBOTA x GREYHOUND ORIGINAL สตรีทแฟชั่นจากฟางข้าว</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36097 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Kubota-Greyhound-.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p>ราว 20% ของพื้นที่เพาะปลูกในไทย หรือกว่า 65 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ปลูกข้าว ทำให้ประเทศไทยมีปริมาณ &#8216;ฟางข้าว&#8217; เหลือหลังเก็บเกี่ยวจำนวนมาก ขณะที่กระบวนการกำจัดมักใช้วิธีเผา สร้างมลภาวะทางอากาศ ฝุ่นPM2.5 รวมทั้งยังสร้างก๊าซเรือนกระจก สาเหตุของปัญหาโลกร้อน</p>
<p>นำมาสู่ความร่วมมือของ 2 ผู้นำใน 2 อุตสาหกรรม อย่างสยามคูโบต้า และเกรฮาวด์ ในโปรเจ็กต์ <strong>KUBOTA x GREYHOUND ORIGINAL &#8216;Turn waste to Agri-Wear&#8217; </strong>​ซึ่งเป็นครั้งแรกในวงการแฟชั่น ที่นำ Agri-Waste หรือวัสดุเหลือใช้​ ทั้งฟางข้าว 20% ​รังไหม​ 20% และ​ผ้าฝ้าย​ 60% มาทอเป็นผ้าสำหรับ​ออกแบบในคอลเล็กชั่นใหม่ ​ดีไซน์แบบสตรีทแฟชั่น ที่เป็น Unisex และ​เป็น Eco Fashion เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดทั้งวงจรชีวิตของสินค้า ตามแนวทาง Sustainable Fashion</p>
<p><strong>7. พระสติ -นกหวีดพารอด ผนวก &#8216;ศรัทธา&#8217; และ &#8216;ความยั่งยืน&#8217;</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36099 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Qualy-.jpg" alt="" width="1200" height="635" /></p>
<p><strong>Qualy (ควอลี่)​</strong> แบรนด์ที่มุ่งมั่นในการขับเคลื่อน Circular Economy โดยใช้พลังของความคิดสร้างสรรค์ ​ต่อยอดการลดวัสดุเหลือใช้ โดยเฉพาะขยะพลาสติก พัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์ต่างๆที่แปลกใหม่ เพื่อกระตุ้นแนวคิดเรื่อง​ความยั่งยืน โดยเฉพาะการนำเรื่องของ <strong>&#8216;ความศรัทธา&#8217;</strong> ​มาช่วยขับเคลื่อน ผ่านการจัดสร้าง <strong>&#8216;พระสติ&#8217; พระเครื่องจากมวลสารรีไซเคิล</strong> ด้วยคำจำกัดความว่า <strong>&#8216;มวลสารแห่งความยั่งยืน</strong>&#8216; เพื่อเป็นกุศโลบาย ผนวกกลยุทธ์ Story Telling เพื่อสื่อสารเรื่องการ &#8216;แยกขยะ&#8217; ให้ช่วยเพิ่มการรับรู้ในวงกว้าง และเปิดตัวในงาน Bangkok Design Week 2022 ​โดย TCDC ซึ่งประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะ​การได้รับความสนใจและถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมจากการมีผู้นำขยะพลาสติกมาบริจาค ซึ่งเป็นการส่งเสริมความเข้าใจในการแยกประเภทขยะได้อีกทางหนึ่งด้วย</p>
<p>ซึ่งปีนี้ทาง Qualy ได้ต่อยอดแนวความสำเร็จผ่านการดีไซน์ <strong>&#8216;นกหวีดพารอด&#8217;</strong> ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก &#8216;<strong>พระรอด&#8217; </strong>ซึ่งมีพุทธคุณเรื่องความแคล้วคลาดปลอดภัย เช่นเดียวกับนกหวีดซึ่งเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ช่วยเหลือ ​กลายเป็น​ &#8216;นกหวีดพารอด&#8217; <strong>เครื่องรางแห่งความรอดปลอดภัย</strong> ที่มาพร้อมเสียงเตือนภัย และแรงศรัทธาแห่งความยั่งยืน รวมทั้งวัสดุจากต้นทางที่มีส่วนช่วยปกป้องโลกจาก​ปริมาณขยะพลาสติกต่างๆ ด้วย</p>
<p><strong>8. เฟอร์นิเจอร์จากซากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ช่วยลดขยะอิเล็กทรอนิกส์</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36098 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Scooter.jpg" alt="" width="1200" height="671" /></p>
<p><strong>สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า</strong> หนึ่งในพาหนะที่กลุ่มประเทศนอร์ดิกส์นิยม เพราะความสะดวกและมีมุมมองว่าดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อไม่ได้ใช้งานแล้ว ซากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ จัดเป็นหนึ่งกลุ่ม<strong> &#8216;ขยะอิเล็กทรอนิกส์&#8217;</strong> เพราะมีแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งานและไม่สามารถเปลี่ยนใหม่ได้ จึงถูกทิ้งเป็นเศษขยะและกลายเป็นปัญหาของสังคมในเมือง</p>
<p>กลุ่มนักออกแบบชาวสวีเดน​ จึงสร้างสรรค์คอลเลคชั่น <strong>E-metabolism</strong> นำเอาชิ้นส่วนซากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่เก็บได้จากคลองในเมืองท่าสำคัญอย่าง Malmö  และนำชิ้นส่วนมาสร้างประโยชน์ใหม่ เพื่อเป็นการกำจัดขยะในแม่น้ำสายสำคัญ และ​<strong>นำวัสดุกลับเข้าสู่วงจร​​การสร้างประโยชน์ใช้สอยใหม่ ด้วยการนำมาทำเป็น​เครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ</strong> เช่น โคมไฟ แจกัน เตาย่างบาร์บีคิว เก้าอี้ หรือกระถางต้นไม้ โดยเชื่อมโยงชิ้นส่วนต่างๆ เข้ากับเทคโนโลยีการพิมพ์  3 มิติ และ​​ได้นำไปจัดแสดงในงาน<strong> Southern Sweden Design Days</strong> ​นอกจากนำเสนอไอเดียยัง​ช่วยกระตุ้นความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมได้ด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/ugly-products-turn-waste-into-value-and-impact/">ส่อง 8 ไอเดียสินค้า &#8216;ไม่สวย แต่ช่วยโลกได้&#8217; เปลี่ยน Waste สู่ Value พร้อม​อิมแพ็คเชิงบวกที่มากกว่าแค่ &#8216;ลดขยะ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
