Tesco & Nestlé ได้ประโยชน์ใช้โปรตีนจากพืช

ความต้องการการบริโภคโปรตีนจากพืช ถือเป็นโอกาสของMerging Markets ที่บริษัทชั้นนำระดับโลกไม่ควรมองข้าม มีนักลงทุนรายใหญ่ผลักดันให้บริษัทต่างๆ ยกเลิกการนำโปรตีนจากสัตว์มาใช้

รายงานได้ระบุชัดถึงการขยายตัวของตลาดโปรตีนทางเลือก รวมถึง Impossible Burger ได้รับการขยายตลาดออกไปด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ร้อยละ 8.29 แะในอีก 4 ปีถัดไป จะทะลุเป้า 5.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ เพียงแค่ 18 เดือนหลังการปล่อยสินค้า Impossible Burger ได้ถูกจำหน่ายไปแล้วในกว่า 500 ร้านในสหรัฐอเมริกา และยังได้รับการลงทุนกว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากนักลงทุนสำคัญๆ ได้แก่ กองทุน Temasek จากสิงคโปร์ รวมถึงยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมเนื้อ Cargill และ Tyson Foods ที่ได้ประกาศการลงทุนสตาร์ทอัพเนื้อสัตว์ปลูก (Cutured Meat) ในนาม Memphis Meats

Sasja Beslik หัวหน้าฝ่ายกลุ่มการเงินที่ยั่งยืนแห่งบริษัท Nordea ได้กล่าวไว้ว่า

“โปรตีนที่ยั่งยืน เป็นปัญหาฉุกเฉินที่เกิดขึ้นเร็วในวงการอุตสาหกรรมอาหาร และยังมีความสำคัญต่อนักลงทุนระยะยาว ในการรับทราบถึงบริษัทที่ได้ร่วมลงทุนด้วยว่า มีความเข้าใจต่อความเสี่ยงและโอกาสหรือไม่ ข้อตกลงด้านโปรตีนที่ยั่งยืนขององค์กร FAIRR จะมีหน้าที่ในการนำเสนอข้อแนะนำทางปฏิบัติให้กับบริษัทต่างๆ ในการสร้างความแข็งแกร่งที่เพียงพอ ต่อการตอบสนองซัพพลายเชนอาหารที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป  การสร้างข้อตกลงช่วยให้เราก้าวไปอยู่ในตำแหน่งสูงสุดในการพัฒนาด้านนี้ เฉกเช่นกับการหาตัวตนของบริษัทอาหารที่ลงทุนเชิงรุกด้านการแก้ปัญหาเชิงนวัตกรรม”

รายงานจาก 16 ประเทศได้รับการประเมินด้านกลยุทธ์ทางธุรกิจ กระบวนการการตรวจสอบ ระดับการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค เพื่อสร้างความเข้าใจต่อประโยชน์ที่ได้รับจากอุปสงค์ของโปรตีนทางเลือกที่เพิ่มขึ้น ผลปรากฏให้เห็นว่า Nestlé และ Tesco เป็น 2 บริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงไปสู่โปรตีนทางเลือกจากพืช

ส่วน M&S, Nestlé และ Unilever เป็นเพียง 3 บริษัทที่ได้รับการวิเคราะห์ถึงการตั้งเป้าหมายในการเพิ่มกลุ่มโปรตีนทางเลือก ผลการวิเคราะห์ยังเน้นให้เห็นว่า บริษัททั้งหมดยังขาดกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับการตลาดและการส่งเสริมสินค้าประเภทโปรตีนทางเลือกในการขับเคลื่อนการขายสินค้าบนชั้นวางสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต

“ที่ Nestlé เราจำเป็นต้องมีมุมมองระยะยาวเพื่อจะทำเรื่องนี้ให้ประสบความสำเร็จ  เราต่างมีหน้าที่รับผิดชอบ และโอกาสในการกำหนดทิศทางของการผลิตที่ยั่งยืน และการบริโภคอาหารที่จะช่วยอนุรักษ์โลกของเราให้กับชนรุ่นหลัง รวมถึงการพัฒนาห่วงโซ่โปรตีนเป็นปัญหาที่มาพร้อมกับศักยภาพในการกำหนดพื้นฐานของชั้นวางสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตในอนาคต เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุน ที่ต้องการทำให้วันนี้ไปสู่เศรษฐกิจในอนาคต”

Duncan Polland ผู้ช่วยรองประธานฝ่าย Stakeholder Engagement in Sustainability ของบริษัท Nestlé กล่าวเสริม

นอกจาก Tesco และ Nestlé จะได้รับคำชมเชย จากการตั้งเป้าที่ชัดเจนในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทาน ที่มีปศุสัตว์เป็นส่วนประกอบในระดับสูงแล้ว Nestlé ยังได้รับการยอมรับในการตรวจสอบ  สัดส่วนการลงทุนด้านวิจัย และพัฒนา  ที่อุทิศให้กับการพัฒนาโปรตีนจากพืช และมีอัตราส่วนร้อยละของโปรตีนจากพืชเป็นส่วนประกอบสำคัญ

ในทางกลับกัน Costco และ Whole Foods ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความล้มเหลวในการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของนักลงทุนด้านข้อมูล โดย Costco ยักษ์ใหญ่ด้านการจำหน่ายเนื้อล้มเหลวต่อการยอมรับความหลากหลายของชนิดโปรตีน

ข้อตกลงด้านโปรตีนที่ยั่งยืนขององค์กร FAIRR ได้เปิดตัวครั้งแรกในเดือนกันยายน ปี 2016 และได้รับความร่วมมือจากบริษัทค้าปลีกและผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ รวมทั้งสิ้น 16 ราย โดยกลุ่มนักลงทุนที่หนุนแคมเปญครั้งนี้ ได้เพิ่มจำนวนจากนักลงทุนเพียง 40 ราย ที่บริหารเม็ดเงินจำนวน 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2016 เป็นจำนวน 57 ราย ด้วยเม็ดเงินกว่า 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในสินทรัพย์ AUM ทั้งนี้ กว่าร้อยละ 42 ของนักลงทุนที่สนับสนุนแคมเปญนี้มาจากสหรัฐอเมริกา

ที่มา..

sustainablebrands.com

ตัวอย่างของ Impossible Burger

Stay Connected
Latest News