“บางจาก”รวมพลัง”เอสซีจี-อินโดรามา”ผุดโครงการ”รักษ์ ปัน สุข” ใช้แนวคิด CE ลดขยะพลาสติก

วิกฤตขยะในเมืองไทยเดินมาถึงจุดที่ทุกฝ่ายต้องมาผนึกกำลังกันทำงานเหมือนโครงการ ”รักษ์ ปัน สุข” ที่บางจาก-เอสซีจี-อินโดรามา ช่วยกันลดขยะพลาสติกจากขวด PETและแกลลอนน้ำมันที่ใช้แล้ว เพื่อเข้าสู่แนวคิดเศรษฐกิจหมนุเวียน ( Circular Economy) สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ด้

 

ผู้บริหารระดับสูงจาก 3 พันธมิตร ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงในโครงการ “รักษ์ ปัน สุข” เพื่อนำขยะพลาสติกมารีไซเคิล

จากข้อมูลกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมระบุว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ประเทสไทยมีขยะพลาสติกเฉลี่ยปีละ 2 ล้านตัน แต่นำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้เพียงปีละ 5 แสนตัน แนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาคือ ระบบเศรษฐกิจหมนุเวียน ( Circular Economy) ที่เน้นการใช้ทรัพยาการอย่างมีคุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ใช้เท่าที่จำเป็นและหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ในกระบวนการผลิต จึงป็นที่มาของโครงการ “รักษ์ ปัน สุข “ เพื่อลดขยะพลาสติกโดย บางจาก ร่วมมือกับ 2 พันธมิตรคือ เอสซีจีและ อินโดรามา จัดทำโครงการนี้ขึ้นมา

ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือในโครงการฯ ว่า “เรื่องขยะเป็นรื่องใหญ่ที่ใครคนใดคนหนึ่งจะทำเองไม่ได้ และถือเป็นแนวโน้มของโลกที่เราจะต้องทำงานร่วมกัน ตามหลักปรัชญาหลักของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economyการร่วมมือครั้งนี้จะช่วยผลักดันเรื่องของขยะให้ลดลงได้มากพอสมควร”

 

ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)

 

ความร่วมมือทั้ง 3 องค์กรนี้จะผ่านกระบวนการทางธุรกิจของทั้ง 3 บริษัท คือ

Greenovative Lube Packaging นวัตกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่บางจากฯและเอสซีจี ร่วมกันพัฒนาและนำมาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยบางจากฯจะรวบรวมแกลลอนน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้แล้วจากสถานีบริการน้ำมันบางจากและศูนย์บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่น FURIO Care เพื่อนำไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกชนิดพิเศษที่พัฒนาสูตรโดยเอสซีจี โดยมีเป้าหมายช่วยลดขยะแกลลอนน้ำมันหล่อลื่นได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 1 ล้านใบ

 

 

ด้าน ศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ Vice President – Polyolefins and Vinyl Business ธุรกิจเคมีคอลส์ เอสซีจี กล่าวว่า “ โครงการ Greenovative Lube Packaging ถือเป็นมิติใหม่ของการพัฒนาโมเดลการจัดการบรรจุภัณฑ์แกลลอนน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว นับเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มต่าตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่นอกจากจะช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในกระบวนการผลิตแล้วยังช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน โดยเอสซีจีได้นำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเพอลิเมอร์หรือพลาสติกในการศึกษาและพัฒนาสูตรการทำเมล็ดพลาสติกชนิดพิเศษและวิธีการผลิตให้คงคุณสมบัติและประสิทธิภาพเทียบเท่าแกลลอนน้ำมันหล่อลื่นตามมาตรฐานของบางจาก”

ส่วน บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด ผู้ผลิตขวด PET รายใหญ่ ได้ร่วมมือกับบางจาก โดยให้สถานีบริการน้ำมันบางจากเป็นจุดรวมขวดน้ำดื่ม PET นำไปจำหน่ายให้กับอินโดรามาฯเพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นเส้นใย เพื่อใช้ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่นเสื้อผ้า โดยมีเป้าหมายลดขยะพลาสติกขวด PET ได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 10 ล้านขวด

 

 

วิพิน กุมาร์ รองประธานอาวุโส ด้านการตลาด ผลิตภัณฑ์ PET บริษัทอินโดรามาฯกล่าวว่า “ ในฐานะที่อินโดรามาเป็นผู้ผลิตขวด PET เราตระหนักดีถึงภาระกิจที่จะต้องจัดเก็บผลิตภัณฑ์และนำมารีไวเคิลอย่างถูกต้อง ซึ่งPET เป็นพลาสติกที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ 100 % นำมาทำมาป็นเส้นใยเส้นด้ายเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และทางบริษัทหวังว่าในอนาคตรัฐบาลไทยจะอนุญาตให้นำเมล็ดพลาสติก PET รีไซเคิลมาใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม และหวังว่าความร่วมมือในโครงการนี้จะช่วยเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนถึงความจำเป็นของการรีไซเคิล และการคัดแยก จัดเก็บอย่างถูกวิธีเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน”

ทังนี้ในระยะแรกของโครงการฯมีแผนจะทยอยเปิดจุดรวบรวมและรับบริจาคขวดน้ำดื่มPET และแกลลอนน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 100 แห่ง โดยรายได้จากโครงการจะนำไปมอบให้องค์กรสาธารณประโยชน์ต่อไป

Stay Connected
Latest News