เซ็นทรัลพัฒนา ตั้งงบ 400 ล้าน พัฒนาชุมชน​ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ผนึก ททท. สร้าง Sustainable Tourism Ecosystem​ ปั้นเมืองรอง ดันเที่ยวไทยบูมทั่วประเทศ

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ผู้นำเบอร์หนึ่งอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ Imagining better futures for all  ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึกกำลังสร้าง “Sustainable Tourism Ecosystem” ชูจุดแข็งศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศเป็นเดสติเนชั่น ทั้งจุดเริ่มต้นและจุดหมายปลางทาง ส่งเสริมการท่องเที่ยวคุณภาพและยั่งยืน

พร้อมเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวกับชุมชน ​​จับมือ​ Local Agency และสตาร์ทอัพท่องเที่ยว ร่วมกันออกแบบเส้นทางท่องเที่ยว และดึงดูดให้ไปสัมผัสประสบการณ์ “เที่ยวไทยถึงถิ่น เที่ยวได้ทั้งปี” (GO LOCAL, LOVE LOCAL) เตรียมนำร่องเฟสแรก 4 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช, อยุธยา, อุบลราชธานี และจันทบุรี

ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “เซ็นทรัลพัฒนา มุ่งสร้าง Sustainability ในหลายมิติ โดยใช้จุดแข็งด้าน Place Making พัฒนาโครงการและพื้นที่แห่งอนาคตครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งนอกจากช่วยสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจเชื่อมโยงกันเป็น The Ecosystem for All ที่แข็งแกร่งแล้ว ยังคำนึงถึงการเติบโตของทุกฝ่ายไปด้วยกัน รวมไปถึงชุมชนและสังคมในทุกที่ที่โครงการของเราไปตั้งอยู่ทั่วประเทศอีกด้วย

การขยายธุรกิจทั่วประเทศของซีพีเอ็นช่วยส่งเสริม Local Wealth และกระจายรายได้สู่ระดับชุมชน อีกทั้งยังส่งเสริม Local Essence & Local Tourism ดังเช่นการเปิดแคมเปญ ‘เที่ยวไทยถึงถิ่น เที่ยวได้ทั้งปี’ ในครั้งนี้ โดยย้ำบทบาทของเซ็นทรัลพัฒนา ที่เข้าถึงชุมชนอย่างแท้จริง เราเชื่อว่าเป็นการสร้าง Pride of Local Citizens ทำให้คนรักบ้านเกิด สามารถที่จะมีรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวของจังหวัดตัวเอง” ดร. ณัฐกิตติ์ กล่าว

ทั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนา ได้วางแผนสนับสนุนด้าน Community Development and Local Wealth โดยเตรียมงบสำหรับพัฒนาชุมชนและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นราว  400 ล้านบาทต่อปี โดยหนึ่งในกลยุทธ์ที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนคือ​ “Sustainable Tourism Ecosystem” ภายใต้ 3 แนวคิด ได้แก่

Retail-Led Tourism: ชูศูนย์การค้าเป็นเดสติเนชั่นสร้างเครือข่ายท่องเที่ยวชุมชน

– การเป็น Center of Life ของจังหวัด ศูนย์การค้ายังทำหน้าที่เชื่อมโยง ชุมชน อาชีพ และการท่องเที่ยวไว้ด้วยกัน พร้อมด้วยแผนขยายธุรกิจโรงแรมครอบคลุม 27 จังหวัดใน 5 ปี ซึ่งจะช่วยเติมเต็ม Tourism Ecosystem ของท้องถิ่น

– รองรับการทำกิจกรรมต่างๆ ทั้ง Shop-Eat-Play-Stay พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด โดยติดตั้ง EV Charging Station แล้ว 495 ช่องจอด มากที่สุดและเป็นเบอร์หนึ่งในกลุ่มศูนย์การค้าของไทย

– การเปิดตัวแคมเปญ ‘เที่ยวไทยถึงถิ่น เที่ยวได้ทั้งปี’ GO LOCAL, LOVE LOCAL เน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ โดยใช้จุดแข็งในฐานะที่เราเป็นศูนย์กลางของแต่ละเมืองและจังหวัด เรามีเครือข่ายทั้งผู้ประกอบการ, ชุมชน, หน่วยงานภาครัฐ อย่างเช่นการจับมือกับททท. รวมไปถึงสตาร์ทอัพและเอเจนซี่ท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วย Connect the dot เชื่อมโยงทุกฝ่ายได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

Cross-Region Model: ส่งเสริมการท่องเที่ยวข้ามถิ่นข้ามภาค โดยใช้เครือข่ายศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศในการโปรโมท สร้างมูลค่าเพิ่ม High Value กระตุ้นนักท่องเที่ยวให้มีการใช้จ่ายต่อทริปมากขึ้น กระจายรายได้สู่ชุมชน

– ตอบโจทย์การท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ อาทิ Micro Tourism หรือการเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ, การเที่ยวแบบ Long Stay ซึ่งการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับชุมชน สามารถดึงนักท่องเที่ยวให้ไปสัมผัสประสบการณ์ถึงถิ่น สอดคล้องกับแนวคิด Community-Based Tourism (หรือ CBT)

– ตอบโจทย์เทรนด์การท่องเที่ยวใหม่ๆ อาทิ ‘Sustain to Regain’ ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ การเรียนรู้และเข้าใจวัฒนธรรม วิถีชีวิตท้องถิ่น เข้าถึงธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็ใส่ใจและมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน และ ‘Work from Anywhere’ การท่องเที่ยวพร้อมการทำงานในกลุ่มอาชีพ Digital Nomad พบว่าคนต้องการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในการทำงาน ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ช่วยให้สร้างสรรค์งานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

National Soft Power: ดึง DNA เมืองรอง จับมือท้องถิ่นสร้างอีเว้นท์ดึงดูดตลอดปี

– ศูนย์การค้าเซ็นทรัลมีแนวคิดรากฐานที่ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่นหรือ Local Essence ให้โดดเด่น นำเอาจุด Landmark Attractions ของจังหวัดมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบโครงการ เพื่อเป็นการช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวของจังหวัด

– พร้อมขานรับนโยบาย Soft Power 5F ของททท. ได้แก่ Food, Fashion, Fight, Festival และ Film โดยสร้าง Signatures Events ประจำแต่ละภาคที่สอดคล้องกับประเพณีและ ชูคุณค่าผลิตภัณฑ์จังหวัด

– นำอีเว้นท์ระดับประเทศและระดับโลก กระจายไปตามสาขาทั่วประเทศ อาทิ Global Festivals: สงกรานต์ (ปั้นสงกรานต์ไทยโด่งดังทั่วโลก), Pride Month (ดันไทยเป็นเดสติเนชั่นจัดงาน World Pride 2028), เคาท์ดาวน์ – ย้ำความสำเร็จเซ็นทรัลเวิลด์ Times Square of Asia และจัดงานเคาท์ดาวน์ยิ่งใหญ่ทั่วประเทศ; Local Signatures: ริเริ่มนำเอกลักษณ์มาจัดงานประจำจังหวัด เช่น งานเทศกาลทุเรียน, งานกินปู, เทศกาลสีสันกาสะลอง เชียงราย, Pattaya Bikini Run, Samui Neon Run; และ New Events: Thailand’s Coffee Hub (นำความสำเร็จที่เซ็นทรัลเวิลด์ไปจัดที่เซ็นทรัล จันทบุรี โดยประสบความสำเร็จล้นหลาม จับกลุ่ม Gen Y รุ่นใหม่ มี Spending Power และ Hobby ชื่นชอบกาแฟ Specialty), และจัดงาน Craft Cocoa เป็นครั้งแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์

คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ และ ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา

ด้าน  คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า  “นอกจากการสร้างประสบการณ์อันทรงคุณค่าให้นักท่องเที่ยวแล้ว ททท. ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยการพัฒนาต่อยอดจาก Sustainable Development Goals หรือ SDGs สู่ Sustainable Tourism Goals หรือ STGs ซึ่งการทำงานโดยการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรอย่างเช่นกลุ่มเซ็นทรัลนี้ จะสามารถช่วยลดความเหลื่อมล้ำ สร้างงานสร้างรายได้ แก้ไขปัญหาความยากจน อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงการส่งเสริมประเด็นความเท่าเทียมทางเพศ โดยใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการพัฒนาและขับเคลื่อนความยั่งยืนดังกล่าว”

“ในนามของททท. ขอขอบคุณที่เซ็นทรัลพัฒนาให้ความสำคัญและสนใจที่จะร่วมนำความยั่งยืนมาสู่พื้นที่ท่องเที่ยวภายใต้โครงการ ‘เที่ยวไทยถึงถิ่น เที่ยวได้ทั้งปี’ หรือ Go Local, Love Local โดยจากการบูรณาการความร่วมมือแบบ Partnership 360 นี้ จะผลักดันให้ ททท. สามารถบรรลุเป้าหมายการตลาดที่จะกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยได้ไม่น้อยกว่า 135 ล้านคน-ครั้ง ทั้งจะได้ร่วมกันขับเคลื่อนความยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งชาวบ้าน ชุมชนท่องเที่ยว ผู้ประกอบการชุมชน ร้านค้า ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า โดยความร่วมมือในการสร้างบรรยากาศการเดินทาง และรังสรรค์ประสบการณ์การเดินทางที่น่าจดจำให้แก่นักท่องเที่ยวของเราต่อไป”  คุณฐาปนีย์กล่าว

สำหรับแคมเปญ “เที่ยวไทยถึงถิ่น เที่ยวได้ทั้งปี” GO LOCAL, LOVE LOCAL ปั้นเมืองรองให้โดดเด่น ผลักดันและโปรโมทการท่องเที่ยวท้องถิ่น จะเริ่มนำร่องที่จังหวัด นครศรีธรรมราช – ดื่มด่ำเสน่ห์แห่ง ‘ธรรมะ-ธรรมชาติ-วัฒนธรรม’ ที่ไม่ธรรมดา โปรโมท ‘ธรรมะ’ แลนด์มาร์กที่สายมูต้องไม่พลาด, ‘ธรรมชาติ’ สุดอันซีน เห็นแล้วต้องอยากแชร์ให้โลกรู้, และ ‘วัฒนธรรม’ สัมผัสไลฟ์สไตล์ของคนท้องถิ่นแบบอินไซด์ เที่ยวถึงถิ่น เช็คโปรโมชั่นถึงที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครศรี ชวนเอ็นจอยโลคอล แค่เช็กอินก็ฟินแล้ว เพียงซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวกับ Go Local Love Local ​ลุ้นรับ E-Voucher จำนวน 10 รางวัล รวมกว่า 30,000 บาท ข้อมูลเพิ่มเติม https://campaign.centralpattana.co.th/LocalTourism/

พิเศษสุดกับงาน 7th Year Celebrity Party ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครศรี ในวันศุกร์ที่ 30 ก.ค. 66 เวลา 15.00-20.00 น. พบกับเซเลบริตี้ร่วมงานเลี้ยงพรมแดง พลาดไม่ได้กับไฮไลท์ของงานจับรางวัลผู้โชคดีลุ้นเป็นเจ้าของรถ EV สุดหรู Ora Good Cat มูลค่า 828,500 บาท พร้อมพบกับกิจกรรมความบันเทิงส่งมอบความฟินกับศิลปินดังที่จะมา Meet & Greet กันแบบใกล้ชิด ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. – 31 ก.ค. 66

นอกจากนี้ เตรียมพบกับเส้นทาง GO LOCAL, LOVE LOCAL อีก 3 จังหวัด ได้แก่ อยุธยา – ท่องเที่ยวกรุงเก่าด้วยมุมมองใหม่ได้อรรถรส สัมผัสเมืองมรดกโลก, ไหว้พระทำบุญชมโบราณสถาน, สายคาเฟ่-สายกิน ฟินของอร่อย และท่องเที่ยวสไตล์วิถีชุมชน,  อุบลราชธานี – สัมผัสเสน่ห์กับ 4 แสงแห่งดินแดนอีสานใต้ ได้แก่ แสงแรกยามรุ่งอรุณ, แสงธรรมจากเกจิอาจารย์ดัง, แสงเทียนแห่งประเพณีสุดงดงาม, และแสงอาทิตย์สุดล้ำเพื่อพลังงานสะอาด​ และ จันทบุรี – อินและฟินกับเมืองท่องเที่ยวเนื้อหอมแห่งภาคตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นดื่มด่ำความงดงามแห่งธรรมชาติสุดหลากหลาย, เต็มอิ่มกับผลไม้เลื่องชื่อเมืองจันท์ และมนต์เสน่ห์ชุมชนริมน้ำสุดคลาสสิก

Stay Connected
Latest News

บี.กริม เพาเวอร์ เผยผลประกอบการปี 2566 เติบโตแข็งแกร่ง เดินหน้าขับเคลื่อนความเป็นผู้นำด้านพลังงาน รุกเพิ่มกำลังการผลิต ขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียน พร้อมตอกย้ำความเป็นเลิศด้านความยั่งยืน