บทสรุป COP30 เมืองเบเล็ง ประเทศบราซิล ที่จบลงไปแล้วนั้น มีความเคลื่อนไหวสำคัญเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน Energy Transitions แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในการเจรจาเพื่อยุติการใช้ เชื้อเพลิงฟอสซิล อย่างเป็นรูปธรรม แต่ประเทศเจ้าภาพอย่างบราซิล สามารถจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่านเพื่อรับมือสภาพอากาศ 2 ฉบับ ได้แก่
1. แผนเศรษฐกิจปลอดฟอสซิลอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม (fossil-fuel transition roadmap)
2. แผนป่าไม้และสภาพภูมิอากาศ (forest-climate/deforestation roadmap)
พร้อมทั้งความร่วมมมือขับเคลื่อนระดับโลก ในมิติต่างๆ เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ประกอบด้วย
1. ความร่วมมือจากทั่วโลก เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
– เร่งแผนเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil
- Belem 4X Pledge เพิ่มการใช้เชื้อเพลิงยั่งยืน 4 เท่า ภายในปี 2035 ทั้งไฮโดรเจน เชื้อเพลิงชีวภาพ และเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์
- ร่วมผลักดัน ‘ปฏิญญาเบเล็งเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว’
- แผนขับเคลื่อนโครงข่ายไฟฟ้าสีเขียวระดับโลก และในระดับภูมิภาค
– ด้านธรรมชาติและอาหาร Naturebased , Landuse
- ปกป้องป่าเขตร้อนผ่าน ‘กองทุนเพื่อป่าเขตร้อนตลอดกาล’ (TFFF : Tropical Forest Forever Facility)
- เปิดตัวข้อตกลงด้านการถือครองที่ดินระหว่างรัฐบาล (ILTC : Intergovernmental Land Tenure Commitment )
- ผลักดันการพัฒนาภูมิทัศน์แบบฟื้นฟู (Regenerative Landscapes) พื้นที่ 210 ล้านเฮกตาร์ 110 ประเทศ ภายในปี 2030
- ส่งเสริมการเกษตรยุคใหม่ สร้างกลไกเร่งลดก๊าซเรือนกระจก และมลพิษทางการเกษตรที่เป็นอันตราย
– กลไกคาร์บอนเครดิต (Carbon credit)
- สร้างมาตรฐานร่วมกันในการเชื่อมโยงระบบการซื้อขายคาร์บอนเครดิต
- เสนอราคาคาร์บอนเครดิตขั้นต่ำ (floor price) จากป่าไม้เขตร้อนผ่านโครงการ TFFF
2. การสนับสนุนทางการเงิน เพื่อรับมือและปรับตัว (Green Finance)
- ลงทุน 1 ล้านล้าน USD ภายในปี 2030 เพื่อเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดและระบบกักเก็บพลังงาน รองรับโครงข่ายไฟฟ้าสีเขียว
- ลงทุนในประเทศกำลังพัฒนา 1.4 แสนล้าน USD โครงการอุตสาหกรรมสะอาด และ 1.5 แสนล้าน USD เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 3 เท่า ภายในปี 2030
- ช่วยเหลือทางการเงินปีละ 1.3 ล้านล้าน USD แก่ประเทศกำลังพัฒนา ช่วยเรื่องการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัว
- ตั้งกองทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (Adaptation Fund ) รวบรวมเงิน 1,500 ล้าน USD สนับสนุนการปรับตัวใน 108 ประเทศ เพื่อช่วยชีวิตผู้คน ดูแลธรรมชาติ และสร้างระบบป้องกันภัยพิบัติ
- ตั้งหน่วยงานกลางทั้งระดับประเทศและภูมิภาค เพื่อประสานงานให้ความช่วยเหลื่อ และดึงดูดการลงทุนด้านสภาพภูมิอากาศ
3. ประเทศไทย ขยับเป้าหมาย ‘Net Zero 2050’ Thailand Roadmap NDC
- ประเทศไทยขยับเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 เร็วขึ้น 15 ปี
- ตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 152 ล้านตัน CO2e ภายในปี 2035 หรือลดลง 47% จากปี 2019
- คาดต้องใช้ Green Finance จากต่างประเทศกว่า 7,000 ล้าน USD หรือคิดเป็น 30% ของเม็ดเงินที่ต้องใช้เพื่อเปลี่ยนผ่านทั้งหมด โดยเฉพาะการพัฒนา เทคโนโลยี ที่ต้องใช้วิทยาการและการลงทุนสูง
โดยตัวอย่างโครงการสำหรับการลงทุนในช่วงเปลี่ยนผ่าน อาทิ เทคโนโลยีไฮโดรเจนในภาคการผลิตไฟฟ้าและอุตสาหกรรม Battery Energy Storage System (BESS) , เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS), โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors: SMR), การผลิตปูนซีเมนต์แบบปล่อยคาร์บอนต่ำ, เทคโนโลยีการกำจัดของเสียและสารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการปลูกข้าวแบบปล่อยคาร์บอนต่ำ เป็นต้น






