บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2026 ภายใต้แนวคิด ‘Driven for Tomorrow’ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวในกรอบจำกัด แต่ศุภาลัยพร้อมเดินหน้าธุรกิจอย่างแข็งแรงและมั่นคง ทั้งจากการเพิ่มโครงการใหม่ๆ การพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ เพื่อให้มีเครื่องยนต์ในการเติบโตได้มากขึ้น
ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยยึดแนวทาง ‘Green Operation’ หรือ ‘ปฏิบัติการสีเขียว’ ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญและดำเนินการมาโดยตลอด ผ่าน 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่ Comprehensive Design, Material Selection, Smart Energy, Waste Management และ Green Space
พร้อมมุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้องค์กรเพื่อการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย โดยไม่สร้างต้นทุนหรือภาระที่เพิ่มขึ้นในอนาคต รวมทั้งการดูแลโลกและสังคม ตามกรอบ ESG โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจตามปกติ (BAU) ลงได้ 40% ภายในปี 2030 และมุ่งสู่องค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050

เติบโตต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญโจทย์ยาก
ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมาตลาดอสังหาริมทรัพย์หดตัวลงกว่าครึ่งหนึ่ง และถือเป็นการเติบโตต่ำที่สุดในรอบ 20 ปีเลยทีเดียว ขณะที่สถานการณ์ในปีนี้ ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงมองเห็นสัญญาณบวกอยู่ แต่ตลาดเองก็ยังเต็มไปด้วยโจทย์ยากและความท้าทายรอบด้านเช่นกัน ทั้งสภาพเศรษฐกิจที่แม้จะยังเติบโตได้แต่ก็อยู่ในทิศทางที่ชะลอตัวลง ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มต่ำลง และดอกเบี้ยนโยบายเริ่มมีทิศทางผ่อนคลายมากขึ้น
แต่อีกด้านหนึ่ง ระดับหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในเกณฑ์ที่สูง ทำให้กำลังซื้อและความสามารถในการกู้ ต้องบริหารอย่างระมัดระวัง ทำให้บริษัท ‘ต้องแม่น’ ในการบริหารธุรกิจอย่างดีในทุกมิติ ทั้งด้านสินค้า ทำเล ราคา การดูแลหลังการขาย และฐานะทางการเงินของบริษัทฯ เพื่อเสริมความมั่นคงในระยะยาว ควบคู่กับการเสริมโครงสร้างธุรกิจผ่านการบริหารพอร์ตสินค้า การพัฒนาโครงการในจังหวัดที่มีศักยภาพ รวมถึงการยกระดับสินค้าและบุคลากรในองค์กร เพื่อสนับสนุนการเติบโตที่มีคุณภาพและยั่งยืน

ด้าน คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าให้ปีนี้เป็น Year of Strength เพื่อการขับเคลื่อนและเติบโตบนพื้นฐานที่พร้อมมากกว่าเดิม พร้อมกำหนดเป้าหมายผ่าน 3 ตัวชี้วัดสำคัญ ประกอบด้วย การตั้งเป้าหมายยอดขาย 3 หมื่นล้านบาท, มูลค่าโครงการเปิดใหม่ในปีนี้ 3.5 หมื่นล้านบาท และงบในการซื้อที่ดิน 8 พันล้านบาท เพื่อสร้างความต่อเนื่องของพอร์ตโครงการ โดยมีแผนเปิดโครงการใหม่รวม 28 โครงการ ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ทั้งโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียม พร้อมเป้าหมายในการรับรู้รายได้รวมกว่า 2.7 หมื่นล้านบาท
ศุภาลัยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน การพัฒนา Growth Engine ที่หลากหลาย ทั้งธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดหลักอย่างออสเตรเลียที่เติบโตได้มากกว่า 370% และคาดว่าสัดส่วนรายได้จะเพิ่มเป็น 1 ใน 3 ของพอร์ต หรือประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท รวมทั้ง การขยายไปสู่ธุรกิจและการให้บริการใหม่ๆ ทั้งธุรกิจเช่าอาคารสำนักงาน และเซอร์วิสอพาร์ทเมนต์ พร้อมทั้ง การลงทุนในธุรกิจคลังสินค้าและโลจิสติกส์ ที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ราวต้นปีหน้า ทำให้ศุภาลัยสามารถกระจายความเสี่ยงจากฐานธุรกิจที่หลากหลาย รวมทั้งความสามารถในการบริหารต้นทุนและเสถียรภาพทางการเงิน เพื่อรักษาความสมดุล และสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องได้ในระยะยาว
“ศุภาลัยตั้งเป้าการเติบโตในปีนี้ทั้งในประเทศไทย และออสเตรเลียรวมกันที่ 4.5 หมื่นล้านบาท พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน 3 เสาหลัก ทั้งเรื่องของคุณภาพสินค้า มาตรฐานการก่อสร้าง และบริการหลังการขายที่เข้าถึงได้ง่าย เพื่อทำให้ลูกค้ามีความสบายใจและเชื่อมั่น ตั้งแต่การตัดสินใจซื้อตลอดจนเมื่อเข้ามาอยู่อาศัย พร้อมช่วยให้เกิดการบอกต่อเพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน ตามทิศทางที่จะใช้ขับเคลื่อนแบรนด์ในปีนี้ คือ ‘Supalai Inspire Aesthetics of Life’ ที่มุ่งออกแบบคุณภาพชีวิตซึ่งมั่นใจได้ตั้งแต่วันแรกและยืนระยะอยู่ได้นาน” ดร. ประทีป กล่าว

โตแบบ ‘ยั่งยืน’ ไม่สร้างต้นทุนให้อนาคต
สิ่งสำคัญในการสร้างการเติบโตของศุภาลัย ไม่ได้มุ่งเน้นการเติบโตเพียงมิติเรื่องของตัวเลขเท่านั้น แต่เป็นการสร้างให้ธุรกิจเติบโต ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชน ผ่านแนวคิด ‘Sustainability Driven’ และถือเป็นรากฐานสำคัญของ Driven for Tomorrow ภายใต้กรอบ ‘เติบโตโดยไม่สร้างต้นทุนให้อนาคต’ แต่คำนึงถึงผลกระทบระยะยาวต่อสิ่งแวดล้อม ผู้อยู่อาศัย ผู้มีส่วนได้เสีย และความสามารถในการแข่งขันของบริษัท โดยเป้าหมายสำคัญ คือ ‘การพัฒนาที่ต้องไม่สร้างภาระ หรือเป็นการลดโอกาสของคนในรุ่นถัดไป’
คุณกิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า ศุภาลัยให้ความสำคัญเรื่อง ‘ความยั่งยืน’ มาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำธุรกิจตลอด 37 ปีที่ผ่านมา เพื่อมุ่งมั่นการเป็นผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยที่ดี ควบคู่ไปกับการสร้างสังคมที่ดี ปลอดภัย และอบอุ่น ตามหลักปรัชญา ‘S-P-L’ ซึ่งประกอบไปด้วย Superiority : เน้นความเป็นเลิศในด้านสินค้า บริการและการจัดการที่ดี, Profitability : คำนึงถึงผลประโยชน์สำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ผู้รับเหมา คู่ค้าและสังคม และ Longevity : ประกอบธุรกิจอย่างยั่งยืนและมั่นคง

จากสิ่งที่ศุภาลัยได้ดำเนินการอยู่แล้วในปัจจุบัน ขั้นต่อไปคือการ “ขยาย” งานด้านความยั่งยืนให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เป็นระบบ และต่อเนื่องในระยะยาว บริษัทจึงได้กำหนดแนวทางการทำงาน พร้อมจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่จะลงมือทำเพิ่มเติมอย่างชัดเจน เพื่อให้การพัฒนาเติบโตไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อมเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
Green Operations
ศุภาลัยมุ่งยกระดับกระบวนการทำงานภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเน้นการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการสูญเสีย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน
Green Procurement
บริษัทให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับคู่ค้าและพันธมิตร เพื่อขยายแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมไปตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การคัดเลือกวัสดุ การจัดซื้อจัดจ้าง ไปจนถึงการบริหารจัดการกระบวนการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดมาตรฐานที่ดีร่วมกัน
Green Development Standards
สำหรับศุภาลัย “ความเป็น Green” ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นมาตรฐานพิเศษ แต่เป็น “มาตรฐานปกติ” ของการพัฒนาโครงการ ทุกโครงการของศุภาลัยจะดำเนินอยู่บนกรอบเดียวกัน ทั้งด้านการจัดการก่อสร้าง การเลือกใช้วัสดุ และการออกแบบโครงการ โดยทำให้แนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานตามปกติ เพื่อให้การลดการใช้พลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกโครงการ
Expansion of Clean Energy Use
ศุภาลัยเดินหน้าเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับองค์กรและภายในโครงการ เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในระยะยาว
Green Space & Reforestation
บริษัทมุ่งเพิ่มพื้นที่สีเขียว และสนับสนุนการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมสมดุลของระบบนิเวศในระยะยาว สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่อาศัย พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

“ศุภาลัย ขับเคลื่อนความยั่งยืนแบบ Inside Out เริ่มจากคนภายในองค์กร ผ่านกระบวนการทำงานต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถส่งต่อทั้งความสุขและการมีคุณภาพชีวิตที่ดีไปสู่ลูกบ้านและสังคมภายนอกได้ในที่สุด รวมทั้ง ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่อยู่แล้วสบาย ปลอดภัย รวมทั้งประหยัดพลังงาน ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะในโครงการใดโครงการหนึ่ง แต่ได้ผสมผสานแนวคิดเหล่านี้เข้าไปในการดำเนินงานทุกมิติ และทุกโครงการที่ศุภาลัยได้พัฒนาขึ้น และได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งห่วงโซ่ภายใน Ecosystem ตั้งแต่กลุ่มผู้ออกแบบโครงการ กลุ่มซัพพลายเออร์ ผู้รับเหมาก่อสร้าง เพื่อให้ทุกโครงการของศุภาลัย เป็นโครงการที่มีความยั่งยืน”
อย่างไรก็ตาม แม้การพัฒนา Green Project ต่างๆ อาจจะมีต้นทุนที่มากกว่าการพัฒนาโครงการแบบเดิมๆ แต่ศุภาลัยก็เลือกที่ยึดถือแนวทางพัฒนาโครงการอย่างยั่งยืน เพราะในความเป็นจริงแล้ว คำว่า ‘ต้นทุน’ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเรื่องของตัวเงินเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย รวมไปถึงการรักษาความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ ที่การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนจะเข้ามามีบทบาท และกำลังจะกลายเป็นกติกาใหม่ทางธุรกิจเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
“การลงทุนเพื่อด้านความยั่งยืน หากทำเป็นกรณีพิเศษ หรือเฉพาะบางรายโครงการ อาจจะทำให้ผู้พัฒนาโครงการต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มมากขึ้น แต่หากสามารถผนวกอยู่ในทุกกระบวนการของธุรกิจ และสามารถสร้างความร่วมมือในการเปลี่ยนผ่านจาก Stakeholders ภายใน Ecosystem ก็จะทำให้เกิดความคุ้มค่าในระยะยาว ทั้งจากต้นทุนด้านพลังงานที่ลดลง หรือความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ยังเกิดความภาคภูมิใจ เมื่อธุรกิจที่ขับเคลื่อนมีส่วนช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้คนที่อยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง ซึ่งความสำเร็จในการขับเคลื่อนสะท้อนผ่านทั้งการเติบโตของยอดขายที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของลูกบ้านที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งใส่ใจเรื่องความยั่งยืนที่มีเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน”

ขับเคลื่อน ‘ความยั่งยืน’ ตามกรอบ ESG
สำหรับเป้าหมายในการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน ศุภาลัย ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจตามปกติ (BAU) ไว้เบื้องต้น 40% ภายในปี 2030 รวมทั้งขับเคลื่อนสู่การเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 ทั้งจากการลดก๊าซเรือนกระจกภายในธุรกิจ รวมทั้งการชดเชยการปล่อยคาร์บอน
ขณะเดียวกัน ยังเดินหน้าขับเคลื่อนความยั่งยืนตามกรอบ ESG (Environment, Social , Governance) ทั้งมิติสิ่งแวดล้อมผ่านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน รวมทั้งมิติชุมชน ผ่านโครงการ ‘ไทยเยี่ยม’ ด้วยการเข้าไปสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนจากกว่า 30 จังหวัดทั่วประเทศ ที่ทางศุภาลัยมีโครงการตั้งอยู่ เพื่อมีส่วนช่วยพัฒนาชุมชนและสังคมที่อยู่โดยรอบอย่างชัดเจนมากขึ้น
พร้อมทั้งช่วยยกระดับด้านธรรมาภิบาลในธุรกิจ ด้วยการพัฒนารูปแบบทำงานด้วย Data Driven ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ ‘The Data Frontier’ หรือ ศูนย์กลางข้อมูลขององค์กร (Central Brain) เพื่อวางกรอบ Data Governance ที่ชัดเจน ทำให้ข้อมูลจากทุกหน่วยงานสามารถเชื่อมโยงและใช้งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถยกระดับได้ทั้งความโปร่งใส และการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ช่วยลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มความคล่องตัว และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการช่วยพัฒนาประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าเพิ่มขึ้น จากการนำข้อมูลมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าผ่านแอปพลิเคชัน SABAI ที่เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่กว่า 35 ฟีเจอร์ อีกด้วย

การวางกรอบการเติบโตอย่างมีกลยุทธ์และยั่งยืน เป็นแก่นสำคัญที่ทำให้ ‘ศุภาลัย’ ยังสามารถรักษาการเติบโตไว้ได้อย่างต่อเนื่อง แม้อยู่ท่ามกลาง ‘โจทย์ยาก’ และความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะความมุ่งมั่นสำคัญที่ต้องการพัฒนาให้ธุรกิจมีความแข็งแกร่งมาจากภายใน พร้อมสามารถส่งต่อความสุขและประโยชน์ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ครบทุกมิติ เพื่อให้ทุกการขับเคลื่อน สะท้อนแนวคิด ‘Driven for Tomorrow’ ได้อย่างแท้จริง






