ด้วยมุมมองภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้ ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ไม่แน่นอน และผันผวนต่อเนื่อง ทำให้กลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มเดอะมอลล์จากนี้ จะเน้นไปที่การรักษาทราฟฟิกและกระตุ้นยอดขาย ด้วยการตลาดที่แม่นยำ ทั้งการตีโจทย์จากอินไซต์ลูกค้า รวมทั้งการครีเอทอีเวนท์ที่สร้างสรรค์และแม่นยำเพื่อและสร้างอิมแพ็คได้เพิ่มมากขึ้น
คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหาร เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์, เอ็มควอเทียร์ เอ็มสเฟียร์ เอ็มโพเรียม และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ กล่าวว่า ปี 2026 นี้ ยังเต็มไปด้วยความท้าทาย และไม่แน่นอนรอบด้าน ทั้งสถานการณ์และภาวะเศรษฐกิจโลก รวมทั้งปัจจัยภายในประเทศทั้งเศรษฐกิจ และการเมือง ไปจนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและคาดเดาได้ยาก ประกอบกับกำลังซื้อโดยภาพรวมที่ลดลง ทำให้การทำธุรกิจในไตรมาสแรกค่อนข้างยากและเหนื่อยเพิ่มมากขึ้น
ขณะที่ในส่วนของเดอะมอลล์ กรุ๊ป จะเน้นการเพิ่มทราฟฟิคหรือจำนวนผู้เข้ามาใช้บริการ และการใช้เวลาภายในศูนย์ให้เพิ่มมากขึ้น ผ่านการทำความเข้าใจอินไซต์กลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างแม็กเน็ตในการดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ทั้งจากร้านค้าที่ได้รับความนิยม หรือการจัดอีเวนท์ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำและสร้างอิมแพ็คได้มากขึ้น รวมทั้งการมีโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจ เพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อได้เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ หนึ่งเทรนด์สำคัญของผู้บริโภคที่ช่วยขับเคลื่อนกำลังซื้อในธุรกิจค้าปลีกได้ดี ได้แก่ เทรนด์ด้านสุขภาพ (Health & Longevity) ทำให้ผู้บริโภคให้ความสนใจในการดูแลตัวเอง การออกกำลังกาย เพื่อตอบโจทย์การมีสุขภาพที่ดีและมีชีวิตที่ยืนยาว ส่งผลให้สินค้าในกลุ่มกีฬา ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์ออกกำลังกาย สมาร์ทวอช ไปจนถึงร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ยังคงเติบโต และส่งผลต่อการคัดเลือกร้านค้าหรือแบรนด์เพื่อสามารถตอบโจทย์อินไซต์ผู้บริโภคได้ตรงจุด
ขณะที่แนวทางในการจัดอีเวนท์ของกลุ่มเดอะมอลล์ในปีนี้ จะเน้นรูปแบบกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่มากขึ้น ทั้งการผนึกกำลังกับพันธมิตร รวมทั้งการให้ความสำคัญกับ Story หรือเรื่องราวในการขับเคลื่อนแคมเปญ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อตอกย้ำการเป็น Lifestyle Destination ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างโมเมนต์ ทั้งความตื่นเต้น ความประทับใจ สัมผัสได้ถึงความผูกพัน การเป็นสถานที่ที่มีความคุ้นเคย เต็มไปด้วยความรัก และสร้างความสุขให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการได้เสมอ โดยจำนวนอีเวนท์ที่มีอาจจะไม่ได้เพิ่มมากขึ้น แต่ให้ความสำคัญกับคอนเซ็ปต์ การสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย และการสร้างผลลัพธ์ได้อย่างมีกลยุทธ์ เพื่อรับมือกับภาวะกำลังซื้อหดตัวซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้

“โดยอีเวนท์สำคัญของกลุ่มเดอะมอลล์ในช่วงไตรมาสแรกนี้ คือ กิจกรรมในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งถือเป็นเทศกาลสำคัญของกลุ่มครอบครัว ซึ่งเป็นทาร์เก็ตสำคัญของกลุ่มเดอะมอลล์ และเป็นหนึ่งอีเวนท์สำคัญช่วงเฉลิมฉลองในเทศกาลสำคัญเช่นเดียวกับช่วงปีใหม่ โดยในปีนี้จัดขึ้นระหว่าง 30 มกราคม – 4 มีนาคม 2569 ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026 : มะเมียทะยานไกล ม้าไฟมหาเฮง‘ เพื่อสร้างโมเมนต์ความอบอุ่นระหว่างครอบครัว ช่วงเวลาในการพบปะญาติมิตร การเตรียมของไหว้ รับประทานอาหารร่วมกัน ใช้ชีวิต ท่องเที่ยวและเฉลิมฉลองร่วมกัน โดยมีศูนย์การค้าของกลุ่มเดอะมอลล์ เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว พร้อมสินค้าไหว้ และอาหารมงคล รวมทั้งกิจกรรมที่ครบถ้วน สำหรับรองรับช่วงเทศกาล โดยชูความโดดเด่นและผสมผสานทั้งวัฒนธรรม ความเชื่อ การท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งนอกจากกลุ่มคนไทยเชื้อสายจีนในประเทศแล้ว ยังยกระดับการจัดอีเวนท์เพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเฉลิมฉลองในช่วงเวลาดังกล่าว โดยตั้งเป้าเป็น Chinese Festive Destinationที่สามารถมอบประสบการณ์ให้ผู้มาเยือนได้อย่างครบถ้วนและมีความหมายทั้งวัฒนธรรม ความเชื่อ และการท่องเที่ยว เพื่อให้เทศกาลตรุษจีนเป็นมากกว่าเทศกาลการค้า แต่เป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวกลับมาใช้ชีวิตร่วมกัน โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มคนเข้ามาใช้บริการได้ไม่ต่ำกว่า 15%” คุณวรลักษณ์ กล่าวทิ้งท้าย






