Top StoriesTrending

บ้านปู ปักหมุดพื้นที่ยุทธศาสตร์ ขยาย BESS เพิ่มเสถียรภาพระบบ​พลังงาน​ รับดีมานด์ดาต้าเซ็นเตอร์ AI เติบโตทั่วโลก

เจาะลึกโครงการ BESS ภายใต้กลุ่มธุรกิจ Power+ ของบ้านปู มอบพลังงานมั่นคง ตอบโจทย์ดีมานด์ดาต้าเซ็นเตอร์โลกยุค AI พร้อมทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ เดินหน้าปักหมุดในพื้นที่ยุทธศาสตร์ต่อเนื่อง

การมีระบบพลังงานที่มีเสถียรภาพถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยี AI และดาต้าเซ็นเตอร์เติบโต ส่งผลให้แนวโน้มการใช้พลังงานทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ไม่เพียงมองเห็นการเติบโตของดีมานด์ในการใช้พลังงานที่จะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังเห็นถึงความจำเป็นในการมีระบบกักเก็บพลังงานที่มีเสถียรภาพสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษา​ความมั่นคงทางพลังงาน เพื่อให้สามารถมีพลังงานไฟฟ้าใช้ได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งต้องสามารถเชื่อมโยงเข้ากับระบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อตอบโจทย์อีกหนึ่งวาระสำคัญทั้งของโลกและขององค์กรในการขับเคลื่อนสู่ Net Zero ได้ตามเป้าหมาย

BESS ฐานกำลังสำคัญ​ สร้างเสถียรภาพระบบพลังงาน

นำมาสู่การลงทุนใน ‘ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่’ (BESS : Battery Energy Storage System) โดยการใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ในการเก็บพลังงานที่มาจากแหล่งพลังงานที่หลากหลายโดยเฉพาะจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนต่างๆ (Renewable) เพื่อสะสมพลังงานในช่วงที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ในปริมาณมาก และสำรองไว้สำหรับจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในช่วงที่มีความต้องการใช้งานสูง​ โดยอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจ Power+ หรือกลุ่มธุรกิจ​ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ของบ้านปู ซึ่งได้เริ่มนำร่องโครงการแรกมาตั้งแต่ปี 2564 ในประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะทยอยเพิ่มการลงทุนในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่องทั้งในจีน ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา ​

หากมองโอกาสของตลาด BESS ​นับเป็นอีกหนึ่ง​​ตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีอัตราการเติบโตในระดับสูง โดย​มูลค่าตลาดทั่วโลกในปี 2567 ​มีมูลค่าสูงถึง 54,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง​​ 36% สะท้อนบทบาทสำคัญของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ที่เป็นตัวช่วยสำคัญในการ​เสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านมาสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนรวมถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น​ต่อเนื่อง ให้ยังสามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างมีเสถียรภาพ เพื่อรักษาศักยภาพของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต

ปัจจุบันบ้านปู ขยายการลงทุน BESS ​จนถึงปัจจุบัน​รวมทั้งสิ้นจำนวน 8 โครงการ ครอบคลุมทั้งที่เปิดดำเนินการแล้ว และอยู่ระหว่างพัฒนา กระจายใน 4 ประเทศหลัก รวมกำลังการผลิตมากกว่า 2,100 เมกะวัตต์ชั่วโมง และมีทิศทางขยายการลงทุนในตลาดที่มีศักยภาพ เพื่อสนับสนุนระบบพลังงานสะอาดที่พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวและตอบโจทย์เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

การขยายการลงทุนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Energy Symphonics ภายใต้กลุ่มธุรกิจ Power+ ซึ่งมุ่งดำเนินธุรกิจด้านพลังงานไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ในลักษณะแพลตฟอร์มธุรกิจไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (Power Pure-play Platform) ครอบคลุมห่วงโซ่ธุรกิจไฟฟ้าครบวงจร ผสานการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพื้นฐาน โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน และพลังงานหมุนเวียน เข้ากับระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) และการซื้อขายไฟฟ้า (Energy Trading) เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานของลูกค้ากลุ่มธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) และธุรกิจกับภาครัฐ (B2G) และดาต้าเซ็นเตอร์ได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ

ขยายพอร์ตโฟลิโอ ปักหมุด 4 พื้นที่ยุทธศาสตร์ 

บ้านปูมุ่งขยายธุรกิจ BESS ในตลาดที่เอื้ออำนวย ทั้งการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ตลาดไฟฟ้าที่เปิดเสรี และการสนับสนุนเชิงนโยบายจากภาครัฐ และในทุกตลาดถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคตได้อย่างแข็งแกร่ง รวมทั้งเตรียมเปิดทยอยเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย

จีน : ผ่านการลงทุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ Jinhu Qianfeng ที่ติดตั้ง BESS เพื่อบริหารการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งมีความผันผวนตามช่วงเวลา โดยเฉพาะในช่วงที่มีการผลิตไฟฟ้าสูงในเวลากลางวัน BESS จึงเข้ามาช่วยปรับสมดุลระหว่างปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้กับความต้องการใช้ไฟฟ้า คาดว่าโครงการ Jinhu Qianfeng จะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2569

ออสเตรเลีย : โครงการ Wooreen และ โครงการ Kerang อยู่ระหว่างพัฒนา คาดว่าจะเปิดดำเนินการครึ่งหลังของปี 2570

ญี่ปุ่น : บ้านปูได้ก้าว​​สู่การเป็นผู้เล่นรายหลักระดับสาธารณูปโภค (Utility-Scale) ด้วยโครงการ Iwate Tono ซึ่งได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว และโครงการ Aizu โครงการ Tsuno รวมถึง โครงการ Kamigumi-Tokyo ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2571 โดยโครงการ Kamigumi-Tokyo ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกรุงโตเกียว (Tokyo Metropolitan Government) โครงการทั้งหมดดำเนินงานในรูปแบบตลาดไฟฟ้าเสรี (Merchant Market) และสร้างรายได้จากการซื้อขายพลังงาน (Energy Arbitrage) การให้บริการในตลาดสมดุลพลังงาน (Balancing Market) และตลาดกำลังการผลิต (Capacity Market) พร้อมใช้ระบบบริหารจัดการพลังงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

สหรัฐอเมริกา : หมุดหมายล่าสุด และเป็น BESS แห่งแรกของบ้านปูในสหรัฐอเมริกา ผ่าน โครงการ Megamouth ในเมืองฮิวสตัน ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีความต้องการพลังงานในระดับสูง และมีมาร์เก็ตไซส์ของ BESS ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศรวมทั้งมีการ​เติบโตอย่างรวดเร็ว

สำหรับโครงการ Megamouth มีขนาดกำลังผลิต 100 เมกะวัตต์ และความจุพลังงาน 200 เมกะวัตต์ชั่วโมง เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของ CenterPoint Energy และดำเนินงานในตลาดไฟฟ้าเสรี ERCOT โดยการลงทุนครั้งนี้ช่วยเติมเต็มห่วงโซ่ธุรกิจไฟฟ้าของบ้านปูในสหรัฐฯ ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้า การกักเก็บพลังงาน ไปจนถึงการซื้อขายไฟฟ้า

คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการเดินหน้าขยายการลงทุน BESS ของบ้านปูอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งการสร้างการเติบโตผ่านรายได้​จากการบริหารจัดการราคาพลังงานในแต่ละช่วงเวลา เช่น การซื้อไฟฟ้าในช่วงราคาต่ำและจำหน่ายในช่วงราคาสูง (Energy Arbitrage) และการให้บริการเสริมเพื่อสนับสนุนเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า (Ancillary Services) รวมทั้งยังมีข้อได้เปรียบจากความสามารถในการผสานพลังร่วมกับสินทรัพย์อื่น ๆ ในห่วงโซ่คุณค่าด้านพลังงานของบ้านปู เช่น โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS) และธุรกิจซื้อขายพลังงาน เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการดำเนินงานของแต่ละสินทรัพย์ เช่น การบริหารต้นทุนและสร้างรายได้ หรือการควบคุมความเสถียรของระบบไฟฟ้า ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการพลังงาน และรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์และภาคธุรกิจ

 “การขยายการลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ของบ้านปูในประเทศยุทธศาสตร์ต่างๆ คือก้าวสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารพอร์ตโฟลิโอพลังงานของบ้านปู​ให้สอดรับกับเทรนด์พลังงานอนาคต เราเดินหน้าสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของพลังงานหมุนเวียนและความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ควบคู่กับการนำเทคโนโลยี AI มาเสริมศักยภาพด้านการบริหารจัดการพลังงานแบบเรียลไทม์ อีกทั้งการผสานพลังร่วมกับสินทรัพย์ที่มีอยู่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและขยายโอกาสในการสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน บ้านปูจึงมั่นใจว่าการลงทุนใน BESS ไม่เพียงตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่ยังเป็นฐานสำคัญในการสร้างมูลค่าและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนในระยะยาว”  คุณสินนท์ กล่าวทิ้งท้าย