Top StoriesTrending

แกร็บ ประเทศไทย ประเมิน​วิกฤต ‘ราคาน้ำมัน’ ใกล้ชิด พิจารณา Surcharge หากสถานการณ์ลากยาว ​วางแผนตั้งรับไม่ต่างโควิด ​เร่งส่งเสริม EV บรรเทาผลกระทบในอีโคซิสเต็ม

โรดแม็พ 'แกร็บ ประเทศไทย' ชูแนวคิด Winning with Purpose Together เติบโตต่อเนื่องในปี 2026 พร้อมประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมันใกล้ชิด และมุ่งส่งเสริมการใช้ EV เพื่อช่วยลดผลกระทบ

แกร็บ ประเทศไทย ​ทำการบ้านหนัก รับมือ ‘ราคาน้ำมันผันผวน’ ​​​ประเมินสถานการณ์เทียบเท่าวิฤตโควิด เร่งส่งเสริม​ Grab EV ต่อเนื่องบรรเทาผลกระทบ พร้อมแผนเพิ่มบริการ​ ขยายเซ็กเม้นต์ใหม่ สร้างการเติบโตต่อเนื่อง 

คุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยแผนรับมือต่อผลกระทบจากความผันผวนด้านราคาน้ำมันว่า อยู่ระหว่างการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าจะสามารถให้ความช่วยเหลือทั้งผู้ขับรถ ร้านค้า รวมทั้งผู้ใช้งานภายในอีโคซิสเต็มของแพลตฟอร์มได้อย่างสมดุล หลังได้ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นผ่านการสนับสนุนอินเซ็นทีฟให้ผู้ขับรถที่ใช้น้ำมันรวมกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งจะให้การช่วยเหลือถึงวันที่ 1 เมษายนนี้ ​แต่หลังจากนั้น หากผลกระทบยังลากยาวต่อเนื่อง อาจจะต้องกลับมาดูว่าจะมีการพิจารณาค่าธรรมเนียมราคาน้ำมันเพิ่มเติม (Surcharge ) หรือไม่อย่างไร เพราะไม่ใช่เพียงแค่น้ำมันในฝั่งคนขับ แต่ในส่วนของร้านค้าก็กระทบเช่นกัน ทั้งบรรจุภัณฑ์พลาสติก หรือราคาวัตถุดิบต่างๆ ที่ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างทำการบ้าน ซึ่งยังไม่สามารถประเมินได้ เพราะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้กระทบหรือเป็นการผลักภาระไปให้แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยประเมินการวางแผนเพื่อรับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ต่างจากช่วงที่เกิดวิกฤตโควิด​

“หนึ่งแนวทางสำคัญที่แกร็บจะดำเนินการเพื่อลดผลกระทบ คือ การเร่งส่งเสริมให้ผู้ขับภายในแพลตฟอร์มหันมาใช้รถ EV เพิ่มมากขึ้น ทั้งรถ 4 ล้อ และ 2 ล้อ เนื่องจากภาระส่วนต่างต้นทุนเชื้อเพลิงต่างกันราว 60-70% ​โดยทางแกร็บมีโปรแกรมส่งเสริมการใช้ EV ภายในแพลตฟอร์มทั้งรูปแบบการผ่อน การเช่า​ โดย​ทางแกร็บพยายามจะเพิ่มจำนวนพาร์ทเนอร์ในการเข้ามาให้บริการด้านสินเชื่อเช่าซื้อแก่คนขับภายในแพลตฟอร์มเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งพันธมิตร​ผู้ให้บริการจุดชาร์จไฟฟ้าเพิ่มเติม ซึ่งหลังจากเปิดโปรแกรมมาราว 3 ปี มีจำนวนยานพาหนะไฟฟ้ากว่า 1-2 หมื่นคัน ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งเติบโตโดยรวม​ขึ้นมากกว่า 10% และจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ประกอบกับการมีมาตรการเพื่อส่งเสริมการใช้รถ  EV ภายในแพลตฟอร์มเพิ่มมากขึ้น เชื่อว่าจะทำให้มีจำนวนรถ EV ให้บริการภายในแพลตฟอร์มเติบโตเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง” 

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังเต็มไปด้วยความท้าทายทั้งภาวะเศรษฐกิจ กำลังซื้อ รวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้าระหว่างประเทศ แต่ ‘แกร็บ ประเทศไทย’ ยังสามารถสร้างการเติบโตในมิติต่างๆ ได้ตลอด​ปีที่ผ่านมา รวมทั้งยังมีแผนเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ทั้งมิติ Performace , People และ Planet

คุณจันต์สุดา กล่าวถึงการเติบโตของแกร็บ ประเทศไทย ในปีที่ผ่านมา มี​​อัตราการใช้บริการ​โดยรวมเติบโตเพิ่มขึ้น 250%  ความถี่เฉลี่ยของการใช้บริการในแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น 19% การใช้จ่ายต่อเดือนเพิ่มขึ้น 8% ต่อคน และรายวันเพิ่มขึ้นถึง 37% ต่อคน ขณะที่การให้บริการของกลุ่มคนขับเพิ่มขึ้น 52% การเติบโตรายเดือนของร้านค้าเพิ่มขึ้น 13.5% รวมทั้งยอดการให้บริการทางการเงินเพิ่มขึ้น 40%

“การเติบโตสำคัญมาจากการใช้กลยุทธ์ Barbell Strategy ที่สามารถบาลานซ์บริการให้ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งกลุ่มที่มองหา Affordability และ Quality ทำให้มีบริการที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่า โดยเฉพาะบริการ Grab Saver ทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์เพื่อตอบโจทย์ภาวะเศรษฐกิจที่ทุกคนต้องรับเข็มขัด ควบคู่ไปกับการเพิ่มบริการพิเศษ สำหรับกลุ่มธุรกิจและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการคุณภาพในการให้บริการ ประกอบกับการมีแคมเปญและโปรโมชั่นต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยเฉพาะการเข้าร่วมอีเวนท์สำคัญของภาครัฐอย่างคนละครึ่งพลัส ที่มีร้านค้าในแพลตฟอร์มเข้ากว่า 4 หมื่นร้าน และยอดขายเติบโตได้กว่า 3 เท่า รวมทั้งหลายร้านสามารถรักษาการเติบโตต่อเนื่องแม้จบแคมเปญแล้ว”

สำหรับการขับเคลื่อนการเติบโตต่อเนื่องในปีนี้ จะขับเคลื่อนผ่านแนวคิด ‘Winning with Purpose Together’ ​พร้อมสานต่อกลยุท​​​ธ์ Barbell Strategy ต่อเนื่อง รวมทั้งการขยายบริการ รวมทั้งเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโตได้มากขึ้น โดยเฉพาะการเปิดตัว Friend of Grab อย่าง ‘น้องแอบิเกล’ ทำให้สามารถขยายฐานผู้ใช้งานได้ทุกกลุ่ม รวมทั้งการเพิ่มความแข็งแรงด้าน Brand’s Love ​สะท้อนผ่านการเติบโตของทราฟฟิกในแพลตฟอร์มที่เพิ่มขึ้นได้กว่า 2 หลัก ซึ่งส่งผลให้ยอดการใช้จ่ายภายในแพลตฟอร์มเติบโตขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ แกร็บเตรียมขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่ กลุ่มคนนอนดึก โดยได้เลือก ‘สเตฟาน ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์’ มาร่วมเป็นครอบครัว Friend of Grab คนล่าสุด เพื่อจับกลุ่มคอบอล ซึ่งเป็นฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่อีกกลุ่มหนึ่งของประเทศ ที่คาดว่าจะสามารถเข้าถึงคนไทยที่ดูบอลได้ราว 45 ล้านคน  รวมทั้งนำเสนอบริการพิเศษ​ทั้งในกลุ่ม Mobility และ Food ให้กลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง GrabForStudent เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ รวมทั้งฐาน Users ทั่วไป ผ่านการนำร่อง​​บริการนาโนไฟแนนซ์ Grab Quick Cash ซึ่งต่อยอดการให้บริการสินเชื่อเงินสดจากคนขับหรือร้านค้า มาสู่กลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป เพื่อเป็นทุนประกอบอาชีพ ด้วยวงเงินสูงสุด 2 หมื่นบาท และผ่อนจ่ายสูงสุด 6 เดือน ภายใต้แนวทางการให้สินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ หรือ Responsible Lending

ส่วนมิติ People และ Planet แกร็บ ประเทศไทย ยังมุ่งมั่นส่งเสริมความยั่งยืนและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคม ผ่านพันธกิจ GrabForGood  เพื่อ​สนับสนุนคนขับ-ไรเดอร์ และพาร์ทเนอร์ร้านค้าใน 3 ประเด็นหลัก ทั้งการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล , การพัฒนาศักยภาพเพื่อเพิ่มทักษะ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านการใช้ AI รวมทั้งขับเคลื่อนโครงการ GrabAcademy และการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบ

“แม้ช่วงที่อยู่ท่ามกลางความท้าทายรอบด้านทั้งภาวะเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น แต่แกร็บ ประเทศไทย ยังสามารถขับเคลื่อนความยั่งยืนได้ต่อเนื่อง เนื่องจากได้ผนวก Sustainability ให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตามปกติอยู่แล้ว ทำให้เป้าหมายในการสร้าง Positive Impace ทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อมสามารถขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริม Grab EV ที่นอกจากช่วยบรรเทาผลกระทบปัญหาราคาน้ำมัน ขณะเดียวกันก็​​ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมได้ด้วยเช่นกัน และในปีนี้มีแนวคิดขยายการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม ผ่าน​โครงการเพื่อโลกสีเขียว (Green Programme) ด้วยการนำเงินบริจาคจากผู้ใช้บริการไปซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยคาร์บอน รวมทั้งสนับสนุนการผลิตถ่านชีวภาพ (Biochar) เพิ่มเติม รวมทั้ง​​ริเริ่มโครงการใหม่อย่าง GrabFood ร้านรักษ์โลกพร้อมคัดแยก ที่จะร่วมกับ Trash Lucky ส่งเสริมให้พาร์ทเนอร์ร้านอาหารคัดแยกขยะและนำไปรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ” ​คุณจันต์สุดา กล่าวทิ้งท้าย