PR News

“วิมุต” จับมือ “พฤกษา” ผสานพลัง Synergy ปั้นโมเดลดูแลสุขภาพเชิงรุก เชื่อม Healthcare Ecosystem สู่บ้านและชุมชน รับเทรนด์สังคมสูงวัยและภาวะโรค NCDs ที่เพิ่มขึ้น

“โรงพยาบาลวิมุต” เดินหน้าต่อยอดความร่วมมือกับ “พฤกษา” ผู้นำอสังหาริมทรัพย์ไทย ขยายบทบาทการดูแลสุขภาพเชิงรุก จากโรงพยาบาลสู่บ้านและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกิจกรรม “Well Care @Home” ตอกย้ำทิศทางการขับเคลื่อนธุรกิจของวิมุตในปี 2569 ภายใต้กลยุทธ์การสร้างความเป็นเลิศทางการตลาดและความร่วมมือกับพันธมิตร

เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพ ต่อยอดระบบนิเวศด้านสุขภาพ และสร้างมูลค่าทางธุรกิจในระยะยาว รับโจทย์สังคมสูงวัยและการเติบโตของสุขภาพเชิงป้องกัน โดยใช้จุดแข็งของทั้งสององค์กรเชื่อม “การอยู่อาศัย” เข้ากับ “การดูแลสุขภาพ” ให้ใกล้ชีวิตประจำวันมากขึ้น

ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยมีประชากร อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มีมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั่วประเทศ ในขณะที่วัยเด็กและวัยแรงงานลดลงเรื่อย ๆ หากสถานการณ์โครงสร้างของประชากรไทย ยังคงเป็นเช่นนี้ ในอนาคตประเทศไทยอาจเข้าสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” (Super aged society) เมื่อมีประชากร อายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด ขณะที่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ยังคงเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต 74% ของทั้งหมดในประเทศ หรือราว 400,000 คนต่อปี และสร้างภาระทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี คิดเป็น 9.7% ของ GDP ยิ่งตอกย้ำว่าการนำบริการสุขภาพเชิงป้องกันออกไปสู่บ้าน ครอบครัว และชุมชน ไม่ใช่เพียงการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ผู้บริโภค แต่เป็นทิศทางสำคัญของการพัฒนาระบบสุขภาพและการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาวด้วย

ความร่วมมือระหว่างวิมุตและพฤกษาในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการจัดกิจกรรมร่วมกัน แต่เป็นการต่อยอดศักยภาพของทั้งสององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม โดยพฤกษามีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยและความเข้าใจพฤติกรรมการใช้ชีวิตของลูกค้า ขณะที่วิมุตมีความแข็งแกร่งด้านการแพทย์ การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และการพัฒนาบริการสุขภาพสมัยใหม่ เมื่อนำจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมาเชื่อมต่อกัน จึงช่วยขยายบทบาทของการดูแลสุขภาพจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วย ไปสู่การสร้างสุขภาวะเชิงรุกที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้คนได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว วิมุตได้นำบริการและองค์ความรู้ด้านสุขภาพออกไปสู่พื้นที่อยู่อาศัยจริง ผ่านกิจกรรมที่ออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และการดูแลคนทุกช่วงวัยในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพ คัดกรองความเสี่ยงด้านสุขภาพเบื้องต้น ตรวจค่าน้ำตาลในเลือด ให้คำปรึกษาโดยนักกำหนดอาหาร และแพทย์ การให้ความรู้ด้านสุขภาพ และพัฒนาการเด็ก การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การเข้าถึงบริการผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล การปรึกษาแพทย์ออนไลน์ ตลอดจนกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมสมดุลการใช้ชีวิต ซึ่งสะท้อนแนวคิดการทำให้ “สุขภาพ” เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน มากกว่าจะจำกัดอยู่เพียงภายในโรงพยาบาล

นายแพทย์นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือกับพฤกษาในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมร่วมกัน แต่เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของวิมุตในปีนี้ ในการขยายระบบนิเวศด้านสุขภาพจากโรงพยาบาลสู่บ้านและชุมชน เราต้องการทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องใกล้ตัว เข้าถึงง่าย และเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยอาศัยจุดแข็งของทั้งวิมุตและพฤกษามาต่อยอดเป็นประสบการณ์สุขภาพที่มีความหมายต่อผู้บริโภค และสร้างคุณค่าร่วมทางธุรกิจในระยะยาว”

วิมุตมองว่า ทิศทางของธุรกิจเฮลท์แคร์ในปัจจุบันไม่สามารถยึดอยู่กับโมเดลการรักษาในโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องขยายไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การสร้างความรู้ให้ประชาชนดูแลตนเองได้ดีขึ้น และการพัฒนาช่องทางบริการที่เข้าถึงง่ายขึ้นในทุกช่วงของการใช้ชีวิต แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับบทบาทของวิมุตในฐานะพันธมิตรด้านการดูแลสุขภาพและสุขภาวะ ที่พร้อมอยู่เคียงข้างผู้คนตั้งแต่การป้องกัน การดูแลเบื้องต้น ไปจนถึงการเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง

นายแพทย์นิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “วันนี้ผู้บริโภคไม่ได้มองหาเพียงโรงพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย แต่ต้องการระบบดูแลสุขภาพที่เชื่อมโยงได้จริงกับการใช้ชีวิต วิมุตจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนา Ecosystem ที่เชื่อมโรงพยาบาล เทคโนโลยี การดูแลเชิงป้องกัน และการอยู่อาศัยเข้าไว้ด้วยกัน ความร่วมมือกับพฤกษาจึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยต่อยอดการดูแลสุขภาพจากโรงพยาบาลไปสู่บ้าน ครอบครัว และชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ในมิติเชิงธุรกิจ ความร่วมมือรูปแบบนี้ยังมีความหมายมากกว่าการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ เพราะช่วยเพิ่มจุดเชื่อมต่อใหม่ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในชุมชน สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภค และเพิ่มการรับรู้เรื่องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ขณะเดียวกันยังสอดรับกับโจทย์เชิงโครงสร้างของประเทศ ทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านประชากร ภาระโรค และต้นทุนทางเศรษฐกิจจากปัญหาสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้แนวคิด “Lifetime Well-Living อยู่ดี…ทั้งชีวิต” ของพฤกษา โฮลดิ้ง ความร่วมมือระหว่างวิมุตและพฤกษาในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเชื่อมธุรกิจเฮลท์แคร์กับที่อยู่อาศัยเข้าหากัน แต่เป็นการแปลงวิสัยทัศน์ร่วมให้เกิดเป็นประสบการณ์จริงสำหรับผู้บริโภค ผ่านการทำให้ “บ้าน” เป็นมากกว่าพื้นที่อยู่อาศัย และทำให้ “สุขภาพ” เป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน ตอกย้ำบทบาทของวิมุตในฐานะผู้ให้บริการสุขภาพที่พร้อมขยายการดูแลจาก “การรักษา” ไปสู่ “การป้องกัน” และจาก “โรงพยาบาล” ไปสู่ “ชีวิตประจำวัน” อย่างไร้รอยต่อ