เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน ตอกย้ำแนวคิด Sustainable Experience Destination พื้นที่พักผ่อนสีเขียวริมทะเลแห่งใหม่ เปิด ‘คาเฟ่สวนสนลอย’ และทุกวันเสาร์ที่สองของเดือนยังจัด ‘ตลาดนัดชุมชนในโรงแรม’ ตอบโจทย์การท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าในระยะยาว ทั้งมิติของสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และการเชื่อมโยงการเติบโตร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
สำหรับชื่อ ‘สวนสนลอย’ สามารถสะท้อนถึงความเชื่อมโยงกับธรรมชาติและพื้นที่ได้อย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นชื่อถนนที่ร้านตั้งอยู่ ซึ่งเชื่อมระหว่างชะอำและหัวหิน และเป็นพื้นที่ชุมชนชาวประมงพื้นบ้าน สะท้อนภาพการผสมผสานการออกแบบเพื่อรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศไว้ และให้คาเฟ่แห่งนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สีเขียวที่มีความอุดมสมบูรณ์ ตามแนวทางความยั่งยืนแลัการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างเป็นมิตร

คุณอัษฎางค์ สุขวิเศษ ผู้จัดการทั่วไป เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน เปิดเผยว่า ทางโรงแรมจัดสรรพื้นที่ราว 1 ไร่ จากพื้นที่โรงแรมรวม 7 ไร่ สำหรับพัฒนา ‘คาเฟ่สวนสนลอย‘ เพื่อให้เป็นพื้นที่สีเขียวและแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของชะอำ-หัวหิน และอยากให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านเส้นทางนี้ต้องแวะพักผ่อน ด้วยบรรยากาศความเป็นธรรมชาติที่เงียบสงบ ร่มรื่น ริมทะเล จากจุดเด่นของพื้นที่ ด้วยต้นไทรคู่ขนาดใหญ่ อายุกว่า 80 ปี ให้ทั้งความสวยงาม และสร้างร่มเงา เหมาะสำหรับการเป็นอีกหนึ่งจุดแวะพักและเช็คอินสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านเส้นทางชะอำ -หัวหิน รวมทั้งรองรับแขกที่มาพักภายในโรงแรมซึ่งมีทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของโรงแรม


“ไม่เพียงความสวยงามของพื้นที่ และความใกล้ชิดธรรมชาติแล้ว คาเฟ่แห่งนี้ยังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนความยั่งยืน ทั้งการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงทั้งวิถีธรรมชาติ วิถีชุมชน รวมทั้งยังส่งเสริมการสร้างอาชีพ และรายได้เพิ่มให้ผู้คนในชุมชน ทั้งการออกแบบร้านให้มีความโปร่งโล่ง เพื่อลดการใช้พลังงาน การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์กาแฟ และวัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิกเพื่อทำเมนูอาหารและเครื่องดื่มภายในคาเฟ่ รวมทั้งการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบโจทย์การทำธุรกิจอย่างยั่งยืนได้ครบทุกมิติ”


นอกจากนี้ ทุกวันเสาร์ที่สองของทุกเดือน ทางรีสอร์ทยังเปิดพื้นที่เป็น ‘ตลาดนัดชุมชนสวนสนลอย’ เพิ่มโอกาสให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ ไปจนถึงช่างฝีมือในท้องถิ่น มีพื้นที่สำหรับจำหน่ายสินค้าหรือผลผลิตของตัวเองเพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวเพชรบุรีอย่างใกล้ชิด ผ่านสินค้าชุมชนหลากหลายกว่า 40 ร้านค้า ในราคาจับต้องได้ง่าย เต็มพื้นที่ราว 1 ไร่นี้ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ขนม ผลไม้ท้องถิ่น ไปจนถึงเสื้อผ้า เครื่องประดับ ที่สะท้อนศิลปะ และงานช่างฝีมือ เพื่อสะท้อนภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของท้องถิ่นได้อีกทางหนึ่ง โดยร้านค้าในพื้นที่ตลาดจะเริ่มตั้งและมีความคึกคักในช่วงบ่ายๆ ราว 16.00 น. ถึงช่วงเวลาประมาณ 21.00 น.



“ร้านค้าที่เข้ามาขายของ จะเสียค่าพื้นที่เพียงร้านละ 50 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลพื้นที่ รวมทั้งบริหารจัดการขยะต่างๆ ซึ่งไม่เพียงแค่เปิดโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ แต่ยังรวมถึงพนักงานของโรงแรม ก็สามารถลงทะเบียน เพื่อจองพื้นที่เปิดร้านได้ด้วยเช่นกัน โดยการจัดสรรพื้นที่จะพยายามเน้นให้มีร้านค้าที่มีสินค้าหลากหลายประเภท ไม่ซ้ำซ้อนกัน รวมทั้งเงื่อนไขให้ทุกร้านค้า ต้องใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก และให้ความสำคัญเรื่องของการแยกขยะภายในพื้นที่ตลาด รวมทั้งกิจกรรมเวิร์คช้อป ทำป้ายชื่อร้านจากวัสดุรักษ์โลก เพื่อลดปริมาณการใช้พลาสติกภายในพื้นที่”


เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน ยังมุ่งมั่นยกระดับการให้บริการภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน STGs ระดับ 5 ดาว พร้อมขับเคลื่อนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง อาทิ Bike for Good, Please Reuse Me และ My Green Day นอกจากนี้ รีสอร์ทยังมีการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อลดการใช้น้ำ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงระบบประหยัดพลังงานภายในพื้นที่รีสอร์ท เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างสมดุลระหว่างการให้บริการ การดูแลทรัพยากร และการเติบโตในระยะยาว


ท้ังนี้ การขับเคลื่อน ‘ความยั่งยืน’ ของเซ็นทาราสะท้อนความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน ภายใต้แนวทาง ‘เซ็นทรัล ทำ’ (Central Tham) ของบริษัทแม่อย่างกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน ท้องถิ่น ผ่านการสนับสนุนผู้ผลิตในพื้นที่ การเลือกใช้วัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ และการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมทุกมิติ เพื่อให้โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา สามารถส่งเสริมได้ทั้งการท่องเที่ยวที่อบอุ่น มีความหมาย และเติบโตไปพร้อมกับชุมชนได้ในระยะยาว








