“เซ็นทรัล ทำ” โครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล เดินหน้าสนับสนุนงาน Melody Of Life ครั้งที่ 17 ภายใต้แนวคิด ‘MUSIC FOR TOMORROW’ เทศกาลดนตรีใจกลางเมืองที่เชื่อมทั้งดนตรี ศิลปะ และการดูแลสิ่งแวดล้อมไว้ด้วยกัน
คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล ผู้ดำเนินโครงการ ‘เซ็นทรัล ทำ’ และผู้บริหารค่ายเพลง SPICYDISC กล่าวถึงการสนับสนุนงาน Melody Of Life ครั้งที่ 17 เทศกาลดนตรีใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุด และจัดต่อเนื่องมายาวนานที่สุดของประเทศไทย สะท้อนแนวคิดการสร้างความสุขจากเสียงเพลงควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งหวังใช้พลังของดนตรี เชื่อมโยงทั้งเยาวชน ศิลป วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านแนวคิด ‘MUSIC FOR TOMORROW’ เพื่อร่วมสร้างแพลตฟอร์มทางดนตรี ที่ใช้พลังของเสียงเพลงสร้างการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความยั่งยืน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสู่โลกที่ดีกว่า

ทั้งนี้ ‘เซ็นทรัล ทำ’ มุ่งขับเคลื่อนการจัดงานสู่เป้าหมาย Carbon Neutral ผ่านการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้จัดงาน ผู้ร่วมงาน และทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการมีส่วนร่วมการลงมือทำของทุกคนในการดูแลโลก เพื่อเป้าหมายในการจัดงานที่ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยทุกกิจกรรม จะถูกประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Footprint) ภายในงานทั้งหมด แล้วนำมาชดเชยให้ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเท่ากับศูนย์ โดยให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตั้งแต่ต้นทาง ควบคู่กับการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการสนับสนุนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวผ่านโครงการ “Plant Together ชวนปลูก เพิ่มพื้นที่สีเขียวไปด้วยกัน”

“ดนตรีสามารถเป็นตัวกลางที่สามารถเข้าถึงคนทุกกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ และเป็นตัวเชื่อมโยงไปสู่ทุกเรื่องได้ ทั้งเยาวชน ศิลปะ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งตลอดการจัดงานที่ผ่านมาได้รับการตอบรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้เข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปีล่าสุดมีคนร่วมงานกว่า 5 แสนคน และมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมในบูธต่างๆ รอบงานกว่า 2 แสนคน ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างการรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีการคำนวณและชดเชยการปล่อยคาร์บอนจากการจัดงาน เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยประเมินการปล่อยคาร์บอนที่เกิดจากงานจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (TCO2e) ซึ่งสัดส่วนใหญ่ราว 60% จะมาจากการเดินทาง ขณะเดียวกันภายในงานจะสนับสนุนการแยกและจัดการขยะอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อเพิ่มการดูดซับคาร์บอน รวมทั้งการจัดซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยคาร์บอนส่วนเกินเพื่อให้การจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้มีความเป็นกลางทางคาร์บอนได้ในที่สุด”

สำหรับงาน Melody Of Life ปีที่ผ่านมา สามารถรวบรวมและคัดแยกขยะได้รวม 2,081.07 กิโลกรัม หรือกว่า 2 ตัน แบ่งเป็นขยะรีไซเคิลไม่ได้ 1,424.68 กิโลกรัม (68.5%) เศษอาหาร 458.7 กิโลกรัม (22%) ขวด PET 134.1 กิโลกรัม (6.4%) และขยะรีไซเคิล 63.59 กิโลกรัม (3.1%) โดยขยะรีไซเคิลไม่ได้ถูกส่งไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง
ส่วนภาพรวมในการจัดงานครั้งที่ 17 นี้ คาดว่าจะมีปริมาณขยะในระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา หรือประมาณ 2.1 ตัน ภายในงานจึงจัดให้มี จุดคัดแยกขยะอย่างชัดเจน 4 จุด พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านการแยกขยะคอยให้คำแนะนำ เพื่อให้ขยะแต่ละประเภทได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด และเพิ่มโอกาสในการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง ควบคู่กับการลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น รวมทั้งการส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ใช้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุหมุนเวียน ทั้ง Reuse และ Recycle สำหรับเวที ฉาก หรืออุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ ที่นำมาใช้ภายในงาน ไปจนถึงการจัดกิจกรรม และเวิร์กชอปตามโซนต่างๆ ภายในงานที่สอดคล้องกับ Sustainability Lifestyle อาทิ Eco Exibition Art , Eco Market รวมทั้งการมีพื้นที่ให้นักศึกษาหรือเยาวชนได้แสดงออกความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ เพื่อสามารถต่อยอดโอกาสหรืออาชีพจริงในอนาคตได้ เป็นต้น

นอกจากนี้ เซ็นทรัล ทำ ยังสนับสนุนโครงการ Plant Together ชวนปลูก เพิ่มพื้นที่สีเขียวไปด้วยกัน” เปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ผ่านการบริจาคเพื่อปลูกต้นไม้ในราคาเพียงต้นละ 50 บาท โดยรายได้จากการบริจาคทั้งหมดสมทบทุนเข้ามูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อม ผู้สนใจสามารถร่วมปลูกต้นไม้และเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลโลกได้ที่ Tham-dee.com/plant-together เพื่อนำไปปลูกต้นไม้ร่วมกับกรุงเทพมหานคร สร้างกำแพงต้นไม้กันฝุ่น PM2.5 ช่วยดูดซับคาร์บอน ลดโลกร้อน เกิดความหลากหลายทางชีวภาพและสร้างรายได้ให้ชุมชนผู้เพาะกล้าไม้ ให้มีอาชีพ รวมทั้งสนับสนุนวิถีคนเมืองให้รักพื้นที่สีเขียวอีกด้วย

“Melody Of Life เป็นเทศกาลดนตรีรักษ์โลกที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน และเราอยากให้ทุกครั้งที่ทุกคนมาร่วมงาน ไม่ได้มีเพียงความสุขจากเสียงเพลงเท่านั้น แต่ยังได้มีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมด้วย แนวคิด Carbon Neutral เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญที่เราต้องการผลักดัน โดยเริ่มจากสิ่งที่ทุกคนสามารถร่วมกันทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการลดการใช้ทรัพยากร การคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง หรือการสนับสนุนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวผ่านโครงการ Plant Together เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกคน และทุกการลงมือทำสามารถสร้างคุณค่าให้กับสิ่งแวดล้อมได้” คุณพิชัย กล่าวทิ้งท้าย

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความสุขจากเสียงเพลง พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งแวดล้อม ในงาน Melody Of Life ครั้งที่ 17 ได้ในวันที่ 16 – 18 ตุลาคม 2569 ได้ตั้งแต่เที่ยงวันเป็นต้นไป ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมขับเคลื่อนเทศกาลดนตรีที่ชวนทุกคนมาร่วมสร้างความทรงจำดี ๆ ควบคู่กับการใส่ใจโลก และส่งต่อพื้นที่สีเขียวให้กับคนรุ่นต่อไปด้วยกัน






