<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SD-ers &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/category/sd-ers/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 04 Feb 2026 14:31:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>SD-ers &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เปลี่ยนผ่านสู่ตลาดสินค้า &#8216;คาร์บอนต่ำ&#8217; โอกาสสินค้าเกษตรและอาหารของไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/low-carbon-food-and-agriculture/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 14:31:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Food and Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Thai SCP Network]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับตัว]]></category>
		<category><![CDATA[พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าเกษตรและอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรและอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนผ่าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39305</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; คุณพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย วิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ในกลุ่มธุรกิจเกษตรและอาหารของประเทศไทย ในการประชุมวิชาการเพื่อขับเคลื่อน &#8216;การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน&#8216; จัดโดยสมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย)​ (Thai SCP Network) โดยมองว่า การค้าขายสินค้าเกษตรและอาหาร ในอนาคต ผู้ซื้อจะไม่ได้ถามเราว่า &#8216;ราคาเท่าไหร่&#8217; แต่จะเปลี่ยนมาถามเราว่าสินค้านี้มี &#8216;คาร์บอนเท่าไหร่&#8217; แทนขณะที่ความพร้อมของประเทศไทย ตอนนี้ยังเน้นการค้าขายเชิงปริมาณเป็นหลัก แต่​หลายประเทศในภูมิภาคเริ่มมีการทำตลาดสินค้าคาร์บอนต่ำได้แล้ว ดังนั้น หากประเทศไทยไม่ปรับตัวอาจทำให้เสียโอกาสในอนาคตได้นอกจากนี้ รูปแบบการดำเนินงานของประเทศไทยเพื่อเปลี่ยนผ่านเรื่องเหล่านี้ อาจจะยังโฟกัสไม่ตรงจุดมากนัก เพราะเน้น​การขับเคลื่อนด้วยกฎหมาย หรือกฏเกณฑ์ทางการค้าและภาษี ​โดยไม่มีแนวทางการปรับตัวหรือเปลี่ยนผ่านให้ผู้ผลิตหรือเกษตรกรจากต้นทางโดยเฉพาะ​ในกลุ่มอาหารสัตว์​และปศุสัตว์ที่ต้องถือว่าเป็นกลุ่มที่มีห่วงโซ่ยาวที่สุดของประเทศ&#8220;สิ่งที่เกิดขึ้นนับเป็นปัญหาสำคัญทางสังคม และจะเชื่อมโยง​มาเป็นปัญหาเศรษฐกิจในที่สุด จึงต้องแก้ไขด้วยแนวทางทางเศรษฐกิจ การไปบอกให้เกษตรกรเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ห้ามเผา​ ​แต่ตอบไม่ได้ว่า จะรับซื้อผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างไร หรือต้นทุนการผลิตที่ต้องแบกรับจะมากขึ้นอย่างไร หากตอบสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ก็ยากที่จะได้ความร่วมมือหรือเปลี่ยนผ่านไปสู่จุดที่ต้องการได้สำเร็จ เหมือนการจะให้รถม้าวิ่งได้ ต้องวางม้าไว้หน้ารถลาก ไม่ใช้วางรถลากไว้หน้าม้า เพราะสุดท้ายแล้วจะไม่สามารถทำให้เกิดการขับเคลื่อนได้อย่างที่ตั้งไว้จริง&#8221;ดังนั้น หากประเทศไทยอยากขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริงและมีประสิทธิภาพ ต้องเข้าไปแก้ปัญหาด้วยเศรษฐกิจตั้งแต่​ฐานราก หากมีดีมานด์สินค้าคาร์บอนต่ำต้องทำให้ระบบการผลิตเป็นคาร์บอนต่ำ ด้วยการ​ลงไปทำงานและพัฒนาร่วมกับเกษตรกรหรือกลุ่มธุรกิจต้นน้ำต่างๆ ตั้งแต่ต้นทาง ​ทั้งการให้ความรู้ พัฒนาเทคโนโลยีรวมทั้งการลงทุน เพื่อสร้างกระบวนการทำงานร่วมกัน​ และสามารถทำให้ทุกข้อต่อภายในห่วงโซ่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปได้อย่างสอดคล้องกันทั้งซัพพลายเชนที่สำคัญ ภาครัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามาเป็นแกนกลางสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง เพราะหากมีการวาง นโยบาย ในการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน ​จะนำมาซึ่งงบประมาณที่ใช้สำหรับการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆแต่หากรัฐบาลไม่เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้ และไม่มีนโยบายและงบประมาณเพื่อใช้ในก​ารเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืน จะกระทบทั้งต่อสังคม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/low-carbon-food-and-agriculture/">เปลี่ยนผ่านสู่ตลาดสินค้า &#8216;คาร์บอนต่ำ&#8217; โอกาสสินค้าเกษตรและอาหารของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><strong>คุณพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล</strong> นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย วิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนผ่านสู่<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> ในกลุ่มธุรกิจเกษตรและอาหารของประเทศไทย ในการประชุมวิชาการเพื่อขับเคลื่อน &#8216;<strong>การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน</strong>&#8216; จัดโดยสมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย)​ (Thai SCP Network)</p>
<p><span id="more-39305"></span></p>
<p>โดยมองว่า การค้าขาย<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สินค้า<strong>เกษตรและอาหาร</strong></span> ในอนาคต ผู้ซื้อจะไม่ได้ถามเราว่า <em>&#8216;ราคาเท่าไหร่&#8217;</em> แต่จะเปลี่ยนมาถามเราว่าสินค้านี้มี <em>&#8216;<strong>คาร์บอนเท่าไหร่&#8217;</strong></em> แทน<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่ความพร้อมของ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ประเทศไทย</span> ตอนนี้ยังเน้นการค้าขายเชิงปริมาณเป็นหลัก แต่​หลายประเทศในภูมิภาคเริ่มมีการทำตลาดสินค้าคาร์บอนต่ำได้แล้ว ดังนั้น หากประเทศไทยไม่ปรับตัวอาจทำให้เสียโอกาสในอนาคตได้<br class="html-br" /><br class="html-br" />นอกจากนี้ รูปแบบการดำเนินงานของประเทศไทยเพื่อเปลี่ยนผ่านเรื่องเหล่านี้ อาจจะยังโฟกัสไม่ตรงจุดมากนัก เพราะเน้น​การขับเคลื่อนด้วยกฎหมาย หรือกฏเกณฑ์ทางการค้าและภาษี ​โดยไม่มีแนวทางการปรับตัวหรือเปลี่ยนผ่านให้ผู้ผลิตหรือเกษตรกรจากต้นทางโดยเฉพาะ​ในกลุ่มอาหารสัตว์​และปศุสัตว์ที่ต้องถือว่าเป็นกลุ่มที่มีห่วงโซ่ยาวที่สุดของประเทศ<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;สิ่งที่เกิดขึ้นนับเป็นปัญหาสำคัญทางสังคม และจะเชื่อมโยง​มาเป็นปัญหาเศรษฐกิจในที่สุด จึงต้องแก้ไขด้วยแนวทางทางเศรษฐกิจ การไปบอกให้เกษตรกรเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ห้ามเผา​ ​แต่ตอบไม่ได้ว่า จะรับซื้อผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างไร หรือต้นทุนการผลิตที่ต้องแบกรับจะมากขึ้นอย่างไร หากตอบสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ก็ยากที่จะได้ความร่วมมือหรือเปลี่ยนผ่านไปสู่จุดที่ต้องการได้สำเร็จ เหมือนการจะให้รถม้าวิ่งได้ ต้องวางม้าไว้หน้ารถลาก ไม่ใช้วางรถลากไว้หน้าม้า เพราะสุดท้ายแล้วจะไม่สามารถทำให้เกิดการขับเคลื่อนได้อย่างที่ตั้งไว้จริง&#8221;</em><br class="html-br" /><br class="html-br" />ดังนั้น หากประเทศไทยอยากขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริงและมีประสิทธิภาพ ต้องเข้าไปแก้ปัญหาด้วยเศรษฐกิจตั้งแต่​ฐานราก หากมีดีมานด์สินค้าคาร์บอนต่ำต้องทำให้ระบบการผลิตเป็นคาร์บอนต่ำ ด้วยการ​ลงไปทำงานและพัฒนาร่วมกับเกษตรกรหรือกลุ่มธุรกิจต้นน้ำต่างๆ ตั้งแต่ต้นทาง ​ทั้งการให้ความรู้ พัฒนาเทคโนโลยีรวมทั้งการลงทุน เพื่อสร้างกระบวนการทำงานร่วมกัน​ และสามารถทำให้ทุกข้อต่อภายในห่วงโซ่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปได้อย่างสอดคล้องกันทั้งซัพพลายเชน<br class="html-br" /><br class="html-br" />ที่สำคัญ ภาครัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามาเป็นแกนกลางสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง เพราะหากมีการวาง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">นโยบาย</span> ในการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน ​จะนำมาซึ่งงบประมาณที่ใช้สำหรับการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ<br class="html-br" /><br class="html-br" />แต่หากรัฐบาลไม่เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้ และไม่มีนโยบายและงบประมาณเพื่อใช้ในก​ารเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืน จะกระทบทั้งต่อสังคม เศรษฐกิจ การส่งออก ​การลงทุน รวมทั้งไม่มีผู้เข้ามาลงทุนในประเทศ สุดท้ายประเทศไทย​จะไม่สามารถขายสินค้าได้ และอาจต้องสูญเสียตลาดส่งออกต่างๆ ที่มีอยู่ไปในที่สุด เพราะไม่สามารถตอบคำถามสำคัญของตลาดได้ว่า <em>&#8216;สินค้านี้มีคาร์บอนเท่าไหร่ ไม่ใช่ราคาเท่าไหร่&#8217;</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/low-carbon-food-and-agriculture/">เปลี่ยนผ่านสู่ตลาดสินค้า &#8216;คาร์บอนต่ำ&#8217; โอกาสสินค้าเกษตรและอาหารของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเข้าถึงแหล่งทุน ปัจจัยสำคัญขับเคลื่อน &#8216;Green Transition&#8217; เปลี่ยนผ่านสู่ &#8216;ธุรกิจคาร์บอนต่ำ&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/green-transition-to-low-carbon-business/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 14:19:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonReduction]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonRemoval]]></category>
		<category><![CDATA[CIMB THAI]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Gren Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Low Emission]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Transitions]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ซีไอเอ็มบี ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เจสัน ลี]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39302</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน Green Transition ของภาคธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น ธุรกิจคาร์บอนต่ำ คือความสามารถในการเข้าถึงแหล่งทุน ขณะที่หนึ่งนโยบายสำคัญของภาคการเงินประเทศไทย คือ​การสนับสนุนกลุ่มลูกค้าธุรกิจให้เพิ่มประสิทธิภาพในการลดคาร์บอน Decarbonization เพื่อเปลี่ยนผ่านการดำเนิน​​ธุรกิจจาก Less Brown ไปสู่​ Green Economy สำหรับธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) มีแนวทางสนับสนุนการขับเคลื่อน ความยั่งยืน ของกลุ่มลูกค้าธุรกิจผ่านกลยุทธ์ Sustainability360 ที่มีเป้าหมายช่วยลูกค้าธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน แบบ One Stop Solutionsโดยเฉพาะด้านการลดคาร์บอนเพื่อสามารถรักษาศักยภาพการแข่งขันในยุคที่โลกมุ่งแก้ปัญหาสภาพอากาศ และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 คุณเจสัน ลี ผู้บริหารฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) กล่าวถึงเป้าหมายธนาคารที่นำร่องโฟกัส​สนับสนุนการลดคาร์บอนใน 3 กลุ่มสำคัญที่มี​การปล่อยคาร์บอนในระดับสูง หรือจัดเป็นกลุ่ม High Emissions ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า, น้ำมันและก๊าซ รวมทั้งการผลิตปูนซีเมนต์ ขณะที่​ในปีใหม่นี้มีแผนแผนขยายเซ็กเตอร์เพิ่มเติมอีก1 กลุ่ม ​ซึ่งยังเน้นในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และจัดอยู่ในกลุ่ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/green-transition-to-low-carbon-business/">การเข้าถึงแหล่งทุน ปัจจัยสำคัญขับเคลื่อน &#8216;Green Transition&#8217; เปลี่ยนผ่านสู่ &#8216;ธุรกิจคาร์บอนต่ำ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div dir="auto"></div>
<div class="xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs x126k92a">
<div dir="auto">ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Green Transition</span></strong> ของภาคธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น <strong>ธุรกิจคาร์บอนต่ำ</strong> คือความสามารถในการเข้าถึงแหล่งทุน</div>
</div>
<p><span id="more-39302"></span></p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ขณะที่หนึ่งนโยบายสำคัญของภาคการเงินประเทศไทย คือ​การสนับสนุนกลุ่มลูกค้าธุรกิจให้เพิ่มประสิทธิภาพในการลดคาร์บอน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarbonization</span> เพื่อเปลี่ยนผ่านการดำเนิน​​ธุรกิจจาก Less Brown ไปสู่​ Green Economy</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">สำหรับธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) มีแนวทางสนับสนุนการขับเคลื่อน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> ของกลุ่มลูกค้าธุรกิจผ่านกลยุทธ์ Sustainability360 ที่มีเป้าหมายช่วยลูกค้าธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน แบบ One Stop Solutionsโดยเฉพาะด้านการลดคาร์บอนเพื่อสามารถรักษาศักยภาพการแข่งขันในยุคที่โลกมุ่งแก้ปัญหาสภาพอากาศ และมุ่งสู่เป้าหมาย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Net Zero 2050</span></div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>คุณเจสัน ลี</strong> ผู้บริหารฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) กล่าวถึงเป้าหมายธนาคารที่นำร่องโฟกัส​สนับสนุนการลดคาร์บอนใน 3 กลุ่มสำคัญที่มี​การปล่อยคาร์บอนในระดับสูง หรือจัดเป็นกลุ่ม High Emissions ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า, น้ำมันและก๊าซ รวมทั้งการผลิตปูนซีเมนต์ ขณะที่​ในปีใหม่นี้มีแผนแผนขยายเซ็กเตอร์เพิ่มเติมอีก1 กลุ่ม ​ซึ่งยังเน้นในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และจัดอยู่ในกลุ่ม High Emissions เช่นเดิม</div>
<div dir="auto">​</div>
<div dir="auto">การช่วยภาคธุรกิจลดคาร์บอนของ <strong>CIMB Thai</strong> จะเน้นที่ธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลัก เพื่อโฟกัสการลดคาร์บอนในขอบเขตที่เป็นสโคป 1 และ 2 เป็นสำคัญ แม้ว่าความเข้าใจในเรื่องของปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ที่เกิดขึ้นภายในห่วงโซ่ธุรกิจ สัดส่วนการสร้างปริมาณคาร์บอนส่วนใหญ่มักจะเกิดจากสโคปที่ 3 หรือเกิดขึ้นภายในซัพพลายเชนของธุรกิจ โดยมีสัดส่วนเกินครึ่ง โดยในบางอุตสาหกรรมคาร์บอนในสโคป 3​ อาจสูงไปจนถึง 80-90% เลยทีเดียว</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ขณะที่มุมมองของ <strong>คุณเจสัน ลี</strong> มองว่า ในการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนนั้น ธุรกิจทุกรายจะเริ่มจากการลดคาร์บอนภายในธุรกิจของตัวเองก่อน หรือเริ่มจากการลดในสโคป 1 และ 2 ขณะที่สโคป 3 จะเป็นตัวเลขที่นำมาบันทึกเพื่อจัดทำบัญชีคาร์บอนของภาคธุรกิจ แต่ในการขับเคลื่อนเพื่อลดปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ในภาพรวมของประเทศ จะนับจากสโคป 1 และ 2 เท่านั้น แต่ไม่ได้นำสโคป 3 มาคำนวณด้วย เพราะจะเกิดการนับซ้ำในระบบ (Double Counting) และทำให้ปริมาณไม่ตรงกับความเป็นจริง</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ทั้งนี้ เนื่องจากการปล่อยคาร์บอนที่แท้จริงจะเกิดขึ้นในช่วงสโคป 1 และ 2 เท่านั้น จากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก โดยเฉพาะภาคธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีคาร์บอนฟุตพรินท์จากการใช้พลังงานและไฟฟ้าในปริมาณสูง หากสามารถลดการปลดปล่อย โดยเฉพาะการลด​แบบ Removal ที่สามารถลดปริมาณการ​ปล่อยได้​ตั้งแต่ต้นทาง​ จะทำให้สามารถสร้างผลกระทบในการช่วยแก้ไขวิกฤตสภาพอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ​</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">&#8220;การคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์สโคป 3 จะมีบทบาทในการวิเคราะห์พอร์ตโฟลิโอองค์กรของภาคธุรกิจเป็นหลัก แต่ปริมาณในสโคป 1 และ 2 คือปริมาณคาร์บอนที่มีการปลดปล่อยออกมาจริงๆ และเป็นต้นเหตุสำคัญของวิกฤตสภาพอากาศ ​ดังนั้น การโฟกัสให้ธุรกิจขนาดใหญ่เปลี่ยนผ่านได้ จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญหากทุกธุรกิจให้ความสำคัญที่จะ​ขับเคลื่อนแผนการลดคาร์บอนของตนเองอย่างจริงจัง ปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ในสโคป 3 ก็จะลดน้อยลงได้อย่างอัตโนมัติ&#8221;</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">CIMB Thai</span> </strong>มองว่า แนวทางการขับเคลื่อนที่ธนาคารวางนโยบายไว้นั้น นอกจากการช่วยภาคธุรกิจไทยให้สามารถเปลี่ยนผ่านเพื่อแข่งขันได้ ยังช่วยเพิ่มศักยภาพและเร่งสปีดประเทศไทยในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net zero 2050 ได้เพิ่มมากขึ้นด้วย จากช่วงที่ผ่านมา ประสิทธิภาพในการลดคาร์บอนโดยภาพรวมของประเทศยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/green-transition-to-low-carbon-business/">การเข้าถึงแหล่งทุน ปัจจัยสำคัญขับเคลื่อน &#8216;Green Transition&#8217; เปลี่ยนผ่านสู่ &#8216;ธุรกิจคาร์บอนต่ำ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เทรดคาร์บอน &#8216;โทเคน&#8217; ไม่ได้ช่วย ลดโลกร้อน ?</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/ttb-quote-tokenization/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 14:14:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonNeutraul]]></category>
		<category><![CDATA[Currency]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Digital]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[REC]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[TMBThanachart]]></category>
		<category><![CDATA[Token]]></category>
		<category><![CDATA[Tokenization]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[ttb]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทีเอ็มบีธนชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ตัณฑเกษม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โทเคน]]></category>
		<category><![CDATA[โทเคนดิจิทัล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39308</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; &#8220;เราต้องเริ่มมองการพัฒนาจากพื้นฐานก่อน มองที่การสนับสนุนโครงสร้างที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง ไม่ใช่มองข้ามขั้นไปที่เรื่องของการเทรดโดยไม่เชื่อมโยงกับพื้นฐาน เพราะไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นคนละเรื่อง กลายเป็นเพียงการพัฒนา &#8216;คาร์บอนคอยน์&#8217; เพื่อมาใช้ในการเก็งกำไรเท่านั้น โดยไม่ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรให้โลกนี้ดีขึ้น​​&#8221; มุมมองของ คุณปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาติ หรือ TTB ​ที่มีต่อการนำเทคโนโลยี Tokenization หรือการแปลงมูลค่าสินทรัพย์ที่ได้จากกระบวนการลดก๊าซเรือนกระจก Decarbonization ให้อยู่ในรูปแบบ​ &#8216;โทเคนดิจิทัล&#8217;ไม่ว่าจะเป็น คาร์บอนเครดิต , REC หรือใบรับรองการใช้ไฟฟ้าจาก พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate) รวมทั้งสิทธิ์ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Allowance) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์​คุณปิติ กล่าวว่า ttb ยังไม่มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ในแผน และมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะพิจารณา รวมทั้งยังมองว่าเป็นคนละประเด็นกับการลงทุนเพื่อช่วยขับเคลื่อนการ​ปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ลดน้อยลง&#8220;ประเด็นนี้เป็น 2 เรื่องที่ไม่ได้เชื่อมโยงกันเลย แต่อาจทำให้คนเข้าใจได้ว่า การเทรดคาร์บอนโทเคนจะช่วยลด โลกร้อน ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วกลับให้ผลที่ตรงข้ามกัน ยิ่งเทรดโลกยิ่งร้อน เพราะการเทรดต้องใช้พลังงานสูงมาก&#8221;คุณปิติ ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า เราต้องเริ่มมองการพัฒนาจากพื้นฐานก่อน มองที่การสนับสนุนโครงสร้างที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง ไม่ใช่มองข้ามขั้นไปที่เรื่องของการเทรดโดยไม่เชื่อมโยงกับพื้นฐาน เพราะเป็นคนละเรื่อง ไม่อย่างนั้นจะเป็นเพียงการพัฒนา คาร์บอนคอยน์ เพื่อมาใช้ในการเก็งกำไร​เท่านั้น โดยไม่ได้ช่วยเปลี่ยนอะไรให้โลกดีขึ้นเลย&#8220;เราต้องมองเรื่องนี้ไปที่ &#8216;แก่น&#8217; ไม่ใช่​ &#8216;เปลือก&#8217; เพราะหากไม่พิจารณาให้ดี แล้วมุ่งพัฒนา​แค่เปลือกจะทำให้เกิดความ​สับสน หรืออาจจะเกิดความตื่นเต้นที่สามารถทำให้เรื่องนี้ให้สำเร็จได้ แต่ผลที่ได้กลับไม่สามารถแก้ปัญหา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/ttb-quote-tokenization/">เทรดคาร์บอน &#8216;โทเคน&#8217; ไม่ได้ช่วย ลดโลกร้อน ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><em>&#8220;เราต้องเริ่มมองการพัฒนาจากพื้นฐานก่อน มองที่การสนับสนุนโครงสร้างที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง ไม่ใช่มองข้ามขั้นไปที่เรื่องของการเทรดโดยไม่เชื่อมโยงกับพื้นฐาน เพราะไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นคนละเรื่อง กลายเป็นเพียงการพัฒนา &#8216;คาร์บอนคอยน์&#8217; เพื่อมาใช้ในการเก็งกำไรเท่านั้น โดยไม่ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรให้โลกนี้ดีขึ้น​​&#8221;</em></p>
<p><span id="more-39308"></span></p>
<p>มุมมองของ <strong>คุณปิติ ตัณฑเกษม</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ทีเอ็มบีธนชาติ</span> หรือ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">TTB</span> ​ที่มีต่อการนำเทคโนโลยี <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Tokenization</span></strong> หรือการแปลงมูลค่าสินทรัพย์ที่ได้จากกระบวนการลดก๊าซเรือนกระจก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarbonization</span> ให้อยู่ในรูปแบบ​ <strong>&#8216;โทเคนดิจิทัล&#8217;</strong><br class="html-br" /><br class="html-br" />ไม่ว่าจะเป็น <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คาร์บอนเครดิต</span> , <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">REC</span> หรือใบรับรองการใช้ไฟฟ้าจาก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พลังงานหมุนเวียน</span> (Renewable Energy Certificate) รวมทั้งสิทธิ์ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Allowance</span>) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>คุณปิติ</strong> กล่าวว่า ttb ยังไม่มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ในแผน และมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะพิจารณา รวมทั้งยังมองว่าเป็นคนละประเด็นกับการลงทุนเพื่อช่วยขับเคลื่อนการ​ปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ลดน้อยลง<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;ประเด็นนี้เป็น 2 เรื่องที่ไม่ได้เชื่อมโยงกันเลย แต่อาจทำให้คนเข้าใจได้ว่า การเทรดคาร์บอนโทเคนจะช่วยลด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">โลกร้อน</span> ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วกลับให้ผลที่ตรงข้ามกัน ยิ่งเทรดโลกยิ่งร้อน เพราะการเทรดต้องใช้พลังงานสูงมาก&#8221;</em><br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>คุณปิติ</strong> ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า เราต้องเริ่มมองการพัฒนาจากพื้นฐานก่อน มองที่การสนับสนุนโครงสร้างที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง ไม่ใช่มองข้ามขั้นไปที่เรื่องของการเทรดโดยไม่เชื่อมโยงกับพื้นฐาน เพราะเป็นคนละเรื่อง ไม่อย่างนั้นจะเป็นเพียงการพัฒนา <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คาร์บอนคอยน์</span> เพื่อมาใช้ในการเก็งกำไร​เท่านั้น โดยไม่ได้ช่วยเปลี่ยนอะไรให้โลกดีขึ้นเลย<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;เราต้องมองเรื่องนี้ไปที่ &#8216;แก่น&#8217; ไม่ใช่​ &#8216;เปลือก&#8217; เพราะหากไม่พิจารณาให้ดี แล้วมุ่งพัฒนา​แค่เปลือกจะทำให้เกิดความ​สับสน หรืออาจจะเกิดความตื่นเต้นที่สามารถทำให้เรื่องนี้ให้สำเร็จได้ แต่ผลที่ได้กลับไม่สามารถแก้ปัญหา หรือเปลี่ยนแปลงอะไรที่แก่นได้เลย สิ่งสำคัญคือ การสร้างความเข้าใจ และผลักดันให้เกิดการลงทุนเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านและสร้างผลลัพธ์คือ การลดคาร์บอนฟุตพรินท์ได้จริง&#8221;</em><br class="html-br" /><br class="html-br" />ประกอบกับหากมองที่ผลสัมฤทธิ์ในการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน เราก็มีระบบกลางที่มีหลักเกณฑ์​ มีความน่าเชื่อถือ ผ่านการเทรดหุ้น ในรูปแบบ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Centralize</span> โดยการควบคุมของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว จึงไม่เห็นด้วยนักกับการที่ต้อง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decentralize</span> เพื่อต้องการบรรลุเป้าหมาย​ในสิ่งเดียวกัน แถมยังต้องใช้พลังงานมากมายในการดำเนินการ รวมทั้งอาจไม่ได้มีส่วน​ช่วย​ให้เกิดการแก้ปัญหาได้จริง<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่สังคมเอง ก็อาจจะ​โฟกัสอยู่แค่การนำเสนอ &#8216;เปลือก&#8217; ในหลากหลายรูปแบบ ​โดยไม่ได้หันกลับไปมองที่แก่นของเรื่องที่ถูกจุดอย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/ttb-quote-tokenization/">เทรดคาร์บอน &#8216;โทเคน&#8217; ไม่ได้ช่วย ลดโลกร้อน ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>WHA คาดรายได้จากฝั่ง Green Business ขยับแตะ 1,500 ล้านบาท ในสิ้นปี 2025 นี้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/wha-green-business/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 14:09:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Circularity]]></category>
		<category><![CDATA[Commitment]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Green Construction]]></category>
		<category><![CDATA[Green Mobility]]></category>
		<category><![CDATA[Green กินได้]]></category>
		<category><![CDATA[Mobilix]]></category>
		<category><![CDATA[Nature]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable energy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[SustainableGrowth]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Reduction 3R]]></category>
		<category><![CDATA[Water Conservation Program]]></category>
		<category><![CDATA[WHA]]></category>
		<category><![CDATA[WHA Group]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[จรีพร จารุกรสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ดับบลิวเอชเอ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39311</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; เพราะเชื่อว่าการขับเคลื่อนเรื่องของ ความยั่งยืน ไม่ใช่การเพิ่ม ต้นทุน แต่ถือเป็นการลงทุนของธุรกิจ ซึ่งธรรมชาติของการลงทุน จะต้องให้ ผลตอบแทน กลับมา ในระยะยาว โดยผลตอบแทนอาจจะอยู่ในรูปของต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลงในภาพรวม หรือโอกาสในการสร้างรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น จากการมีโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นภายใน Operation เพราะสุดท้ายแล้ว การทำธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีความสามารถในการสร้าง กำไร ให้ได้มุมมองของ คุณจูน -จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)​ WHA Groupพร้อมฉายภาพให้เห็น &#8216;ผลตอบแทน&#8217;​ จากกความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนของ​ WHA Group ในรูปแบบของการ​สร้างรายได้ให้ธุรกิจที่แตะหลักพันล้านบาทได้แล้ว จากผลกำไรทั้งกรุ๊ปรวมกว่า 4,500 ล้านบาท นอกเหนือจากประสิทธิภาพในการลดต้นทุน และการขับเคลื่อนสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ที่สามารถบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน CarbonNeutrality ได้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2021พร้อมทั้งโอกาสเติบโตที่ยังอยู่ในระดับสูงทั้งจากดีมานด์ และศักยภาพในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และโซลูชั่นที่รองรับการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน และเป้าหมายสู่ Net Zero ของภาคธุรกิจ ทำให้เชื่อว่ารายได้ที่มาจากกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในฟาก Green จะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 ล้านบาท​ ภายในสิ้นปี 2025 นี้โดยหลังจาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/wha-green-business/">WHA คาดรายได้จากฝั่ง Green Business ขยับแตะ 1,500 ล้านบาท ในสิ้นปี 2025 นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะเชื่อว่าการขับเคลื่อนเรื่องของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> ไม่ใช่การเพิ่ม <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ต้นทุน</span> แต่ถือเป็นการลงทุนของธุรกิจ ซึ่งธรรมชาติของการลงทุน จะต้องให้ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ผลตอบแทน</span> กลับมา ในระยะยาว โดยผลตอบแทนอาจจะอยู่ในรูปของต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลงในภาพรวม หรือโอกาสในการสร้างรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น จากการมีโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นภายใน Operation</p>
<p><span id="more-39311"></span></p>
<p>เพราะสุดท้ายแล้ว การทำธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีความสามารถในการสร้าง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">กำไร</span> ให้ได้<br class="html-br" /><br class="html-br" />มุมมองของ <strong>คุณจูน -จรีพร จารุกรสกุล</strong> ประธานคณะกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)​ <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">WHA Group</span></strong><br class="html-br" /><br class="html-br" />พร้อมฉายภาพให้เห็น <em>&#8216;ผลตอบแทน&#8217;</em>​ จากกความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนของ​ WHA Group ในรูปแบบของการ​สร้างรายได้ให้ธุรกิจที่แตะหลักพันล้านบาทได้แล้ว จากผลกำไรทั้งกรุ๊ปรวมกว่า 4,500 ล้านบาท นอกเหนือจากประสิทธิภาพในการลดต้นทุน และการขับเคลื่อนสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ที่สามารถบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">CarbonNeutrality</span> ได้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2021<br class="html-br" /><br class="html-br" />พร้อมทั้งโอกาสเติบโตที่ยังอยู่ในระดับสูงทั้งจากดีมานด์ และศักยภาพในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และโซลูชั่นที่รองรับการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน และเป้าหมายสู่ Net Zero ของภาคธุรกิจ ทำให้เชื่อว่ารายได้ที่มาจากกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในฟาก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Green</span> จะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 ล้านบาท​ ภายในสิ้นปี 2025 นี้<br class="html-br" /><br class="html-br" />โดยหลังจาก <strong>WHA Group</strong> ประกาศ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Mission</span> เพื่อบรรลุเป้าหมาย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Net zero</span> ในปี 2050 พร้อมวางกลยุทธ์ขับเคลื่อนเพื่อมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการทำ Digital Transformation เพื่อเพิ่มศักยภาพและความพร้อมให้องค์กร พร้อมประกาศ Commitment องค์กร เพื่อเติบโตควบคู่ไปกับการสร้าง Positive Impact และวางเป้าหมายไว้ทั้งระยะสั้นในปี 2030 ที่ต้องการลด Emission 42% จากปีฐาน 2021 , ส่งเสริม Green Procurement 50% รวมทั้งการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่​ให้ได้ 70%<br class="html-br" /><br class="html-br" />รวมทั้งเป้าหมายระยะยาวในปี 2050 ทั้งการบรรลุ Net zero ทั้ง 3 สโคป การสร้าง Circularity Ecosystem ภายในธุรกิจ รวมทั้งการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ พร้อมทั้งลดการใช้น้ำจากแหล่งน้ำ​ธรรมชาติให้ได้ทั้ง 100%<br class="html-br" /><br class="html-br" />หลังวางเป้าหมาย​ชัดเจน ก็นำมาสู่การจัดกระบวนทัพและวางกลยุทธ์ให้สามารถบรรลุเป้าหมาย ผ่านการขับเคลื่อน 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ทั้งกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ กลุ่มนิคมอุตสากรรม กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค รวมทั้งธุรกิจใหม่อย่าง Mobilix เพื่อรองรับ Green Logistics รวมทั้งกลุ่มพัมนาดิจิทัลโซลูชั่นส์ ​ซึ่งปัจจุบันกลุ่มธุรกิจใหม่เพื่อรองรับการเติบโตที่​ยั่งยืน มีการเติบโตที่แข็งแรงและสามารถสร้างรายได้ ควบคู่ไปกับการลด Carbon Emission จากการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ<br class="html-br" /><br class="html-br" />ไม่ว่าจะเป็น <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Mobilix</span></strong> ที่ปี 2024 ที่ผ่านมา มีจำนวนรถ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">EV</span> ให้บริการในแพลตฟอร์มแล้ว 330 คัน สร้างรายได้แล้ว 132 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มรถเป็นกว่า 2 หมื่นคันในปี 2029 ซึ่งคาดว่าจะสามารถลด Emisison ลงได้ถึง 2,800 ตันคาร์บอนเทียบเท่า<br class="html-br" /><br class="html-br" />ส่วนกลุ่ม <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Renewable Energy</span></strong> สามารถผลิตไฟฟ้าได้แล้ว 437 เมกะวัตต์​ สร้างรายได้ 493 ล้านบาท และคาดจะเพิ่มเป็น 1,200 เมกะวัตต์ ซึ่งช่วยลด Emission ได้มากกว่า 6.1 หมื่นตันคาร์บอน ขณะที่สามารถบำบัดและบริหารจัดการน้ำในปีที่ผ่านมาได้กว่า 7.64 ล้านลูกบาศก์เมตร สร้างรายได้ 303 ล้านบาท และคาดว่าจะทำได้เพิ่มเป็น 24.25 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเทียบเป็นปริมาณที่ให้คนนำไปใช้ได้มากกว่า 2.15 แสนคน<br class="html-br" /><br class="html-br" />นอกจากนี้ ยังมีโอกาสใหม่ๆ ที่อยู่ระหว่างศึกษา หรือรอโอกาสเติบโตและเป็น New Engine ใหม่ให้องค์กรได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากคาร์บอนเครดิต การต่อยอดจากการบริหารจัดการแบตเตอรี่เก่า จากฟลีทรถขนส่ง EV รวมทั้งพลังงานสะอาดที่จะเดินหน้าต่อเนื่อง พร้อมทั้งศึกษาเรื่องของพลังงานิวเคลียร์ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">SMR</span> และการจัดเก็บคาร์บอน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">CCUS</span> ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกับพันธมิตร หรือรอให้ต้นทุนทางเทคโนโลยีปรับตัวลดลงเพื่อเข้าไปลงทุน เพิ่ม​โอกาสเติบโตได้มากขึ้นในอนาคต<br class="html-br" /><br class="html-br" />สำหรับ​แนวทางที่ <strong>WHA</strong> จะใช้ในการขับเคลื่อนเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมแห่งความยั่งยืน จะโฟกัสผ่าน 5 ด้าน คือ Green Mobility, Water Conservation Program , Waste Reduction By 3R , Green Construction และ Decarbonization เพื่อสามารถต่อยอดและสร้างรากฐานทีแข็งแกร่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/wha-green-business/">WHA คาดรายได้จากฝั่ง Green Business ขยับแตะ 1,500 ล้านบาท ในสิ้นปี 2025 นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พรุ่งนี้โลกจะร้อนกว่านรก อุณหภูมิ New High ใน 5 ปีข้างหน้า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/new-high-global-warming/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 13:55:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Bangchak]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Bleaching]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonMarket]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[CMC]]></category>
		<category><![CDATA[coral]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[GlobalBoiling]]></category>
		<category><![CDATA[GlobalWarming]]></category>
		<category><![CDATA[LowCarbon]]></category>
		<category><![CDATA[Marine]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[NewHigh]]></category>
		<category><![CDATA[Quotes]]></category>
		<category><![CDATA[Science]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[ThonThamrongnawasawat]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ธรณ์ธำรงนาวาสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปะการัง]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอกขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อนธรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[โลกเดือด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39501</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; “ผมทำงานด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลมาตลอดชีวิต ​ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะต้องมาเจอปะการัง 99% ฟอกขาวและกำลังจะตาย อุณหภูมิในทะเลที่สูงเกือบ​ 40 องศาฯ ไม่ต่างจากอยู่ในบ่อออนเซ็น ทำให้ปะการังทนไม่ไหวจนฟอกขาวและค่อยๆ ตายไปจนหมด และเร็วเกินกว่าที่คาดคิดไว้&#8221; คำกล่าวของ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์  นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ และอาจารย์ภาควิชา วิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บรรยายพิเศษหัวข้อ &#8216;Warmer Than in Hell พรุ่งนี้โลกจะร้อนยิ่งกว่านรก&#8217; ในงาน READY, SET, NET, ZERO with Carbon Markets Club ​อ.ธรณ์ มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ เลยจุดของการกลับไปแก้ไขแล้ว ​ทั้งอุณหภูมิโลกที่สูงเป็นประวัติการณ์ จนเลยเส้นความกังวลของคนทั้งโลกมาแล้ว และคาดว่าภายใน 5 ปีข้างหน้านี้จะเกิดอุณหภูมิ New High ได้อีกอย่างน้อย 1 ปีเป็นอย่างต่ำปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากมายด์เซ็ตรวมทั้งการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจแบบผิดๆ รวมทั้​งการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น​การขับเคลื่อนกิจกรรม CSR ต่างๆ หรือความพยายามในการสร้างจิตสำนึก การรณรงค์ดูแลสิ่งแวดล้อมต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/new-high-global-warming/">พรุ่งนี้โลกจะร้อนกว่านรก อุณหภูมิ New High ใน 5 ปีข้างหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><em>“ผมทำงานด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลมาตลอดชีวิต ​ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะต้องมาเจอปะการัง 99% ฟอกขาวและกำลังจะตาย อุณหภูมิในทะเลที่สูงเกือบ​ 40 องศาฯ ไม่ต่างจากอยู่ในบ่อออนเซ็น ทำให้ปะการังทนไม่ไหวจนฟอกขาวและค่อยๆ ตายไปจนหมด และเร็วเกินกว่าที่คาดคิดไว้&#8221;</em></p>
<p><span id="more-39501"></span><br class="html-br" />คำกล่าวของ <strong>ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์</strong>  นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ และอาจารย์ภาควิชา วิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บรรยายพิเศษหัวข้อ &#8216;Warmer Than in Hell พรุ่งนี้โลกจะร้อนยิ่งกว่านรก&#8217; ในงาน READY, SET, NET, ZERO with Carbon Markets Club ​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>อ.ธรณ์</strong> มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ เลยจุดของการกลับไปแก้ไขแล้ว ​ทั้งอุณหภูมิโลกที่สูงเป็นประวัติการณ์ จนเลยเส้นความกังวลของคนทั้งโลกมาแล้ว และคาดว่าภายใน 5 ปีข้างหน้านี้จะเกิดอุณหภูมิ <strong>New High</strong> ได้อีกอย่างน้อย 1 ปีเป็นอย่างต่ำ<br class="html-br" /><br class="html-br" />ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากมายด์เซ็ตรวมทั้งการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจแบบผิดๆ รวมทั้​งการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น​การขับเคลื่อนกิจกรรม CSR ต่างๆ หรือความพยายามในการสร้างจิตสำนึก การรณรงค์ดูแลสิ่งแวดล้อมต่างๆ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นในวันนี้สะท้อนถึงความล้มเหลวที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่ความพยายามเปลี่ยนผ่านมาสู่ระบบเศรษฐกิจที่เป็น Low Carbon หากทำอย่างจริงจังก็อาจจะเริ่มส่งผลในอีก 30-40 ปีข้างหน้า ซึ่งอาจจะช้าเกินไปแล้ว ​​<br class="html-br" /><br class="html-br" />ส่วนการขับเคลื่อนเพื่อ​แก้ปัญหาสภาพอากาศในปัจจุบันว่า ​​​ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี หรือการวางกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนต่างๆ ที่เชื่อว่าจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจต่างๆ ​ให้ความสำคัญกับการวางแผน​ วางนโนบายหรือ​กลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อน และ​สร้างตัวชี้วัด สร้าง KPI เพื่อเช็คว่าทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ โดยลืมคิดไปว่าการดูแลรักษาโลกไม่ใช่การทำขัอสอบให้ผ่าน ไม่เหมือนการเรียนในระบบที่เรียนไปแล้ว สอบผ่านจะได้เลื่อนชั้นจนจบและรับปริญญาตามสเตป แต่ปัญหามีความซับซ้อนและผลกระทบที่เกิดขึ้นตลอดทั้งห่วงโซ่ และต้องเข้าไป​ดูแลมากกว่าแค่เรื่องการลดคาร์บอน การลดก๊าซเรือนกระจก ​<br class="html-br" /><br class="html-br" />เพราะอากาศร้อน โลกที่ร้อนขึ้น​ ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องทั้ง​ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัญหาการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งในแต่ละประเทศ หรือระหว่างประเทศ ความอดอยาก ทำให้เกิดการต่อสู้ดิ้นรนพยายามเอาชีวิตรอด ซึ่งคนอาจไม่ได้ตายจากการที่โลกร้อน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือสาเหตุสำคัญของความไม่ปกติที่จะเกิดขึ้นไปทั่วทั้งโลก​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;ตอนนี้เหมือนเราตกกระทะทองแดงแล้ว แต่อาจจะยังไม่มิดหัว และเลือกที่จะไม่มองปัญหาที่เกิดขึ้นรอบตัว แต่​หันไปมองสิ่งสวยงามอย่างกระต่ายในดวงจันทร์แทน เป็นเหมือนการปลอบใจตัวเอง ว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าเราเดินตามแผน เดินตามไทม์ไลน์ ทำตามโพรเซสต่างๆ แล้ว จะช่วยให้โลกดีขึ้น ​แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่ภาคธุรกิจทำ แม้จะ​เป็นสิ่งที่ดี ที่ควรทำ​​ แต่การทำช่วยแก้ปัญหาได้รอบด้านจริงหรือไม่ หรือทำแค่ต้องการเพียงรายงาน​ SD Report เท่านั้น เพราะแม้ว่าทุกบริษัทจะมีคะแนนความยั่งยืนในระดับสูง ได้เรตติ้งแบบ AAA แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะมาการันตีว่าโลกจะดีขึ้น หรือชีวิตในอนาคตของลูกหลานจะดีขึ้นได้จริง&#8221;​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/new-high-global-warming/">พรุ่งนี้โลกจะร้อนกว่านรก อุณหภูมิ New High ใน 5 ปีข้างหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>RATCH GROUP ชู 3 สมดุล ขับเคลื่อน &#8216;Energy Transition&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/ratch-group-energy-transition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 13:52:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Battery]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Fossil]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[PowerGenerators]]></category>
		<category><![CDATA[PowerSecurity]]></category>
		<category><![CDATA[Ratch Group]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[SolarPower]]></category>
		<category><![CDATA[StorageSystem]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[WindPower]]></category>
		<category><![CDATA[นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอสซิล]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39491</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; ในฐานะผู้อยู่ในธุรกิจผลิตไฟฟ้า ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม High Emission และได้ชื่อว่าเป็นภาคส่วนที่มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในสัดส่วนที่สูง ทำให้ผู้ประกอบการ​อุตสาหกรรมกลุ่ม Power &#38; Energy ​ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกับ RATCH GROUP ที่มีแผนขับเคลื่อนองค์กรสู่ความ​เป็นกลางทางคาร์บอน Carbon Neutrality ภายในปี 2050 ​โดยมีแผนเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด หรือ Renewable เป็น 70% ภายในอีก 3-4 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีสัดส่วนพลังงานสะอาดอยู่ที่กว่า 20% ​คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มราช กรุ๊ป จะพยามยามลดพอร์ตฟอสซิลให้ลดลง และเพิ่มการลงทุนในกลุ่มพลังงานทดแทน ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม รวมทั้งการลงทุน​กลุ่มแบตเตอรี่ เพื่อเพิ่มศักยภาพ Storage System ลดความผันผวนด้านความมั่นคงทางพลังงาน จากแหล่งพลังงานจากธรรมชาติที่มีความไม่แน่นอนสูง ภายใต้​เงินลงทุนรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท สำหรับทุกประเทศทั้งในไทย ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/ratch-group-energy-transition/">RATCH GROUP ชู 3 สมดุล ขับเคลื่อน &#8216;Energy Transition&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>ในฐานะผู้อยู่ในธุรกิจผลิตไฟฟ้า ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม High Emission และได้ชื่อว่าเป็นภาคส่วนที่มีการปลดปล่อย<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ก๊าซเรือนกระจก</span> ในสัดส่วนที่สูง</p>
<p><span id="more-39491"></span><br class="html-br" />ทำให้ผู้ประกอบการ​อุตสาหกรรมกลุ่ม Power &amp; Energy ​ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น<br class="html-br" /><br class="html-br" />เช่นเดียวกับ<strong> RATCH GROUP</strong> ที่มีแผนขับเคลื่อนองค์กรสู่ความ​เป็นกลางทางคาร์บอน <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Carbon Neutrality</span> </strong>ภายในปี 2050 ​โดยมีแผนเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด หรือ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Renewable</span> เป็น 70% ภายในอีก 3-4 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีสัดส่วนพลังงานสะอาดอยู่ที่กว่า 20% ​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มราช กรุ๊ป จะพยามยามลดพอร์ตฟอสซิลให้ลดลง และเพิ่มการลงทุนในกลุ่มพลังงานทดแทน ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม รวมทั้งการลงทุน​กลุ่มแบตเตอรี่ เพื่อเพิ่มศักยภาพ Storage System ลดความผันผวนด้านความมั่นคงทางพลังงาน จากแหล่งพลังงานจากธรรมชาติที่มีความไม่แน่นอนสูง ภายใต้​เงินลงทุนรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท สำหรับทุกประเทศทั้งในไทย ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ซึ่งการลงทุน​ช่วงเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดนี้ จะสอดคล้องกับทิศทาง นโยบาย และความเร่งด่วนของแต่ละประเทศที่เข้าไปลงทุน แต่เชื่อว่าโดยภาพรวมจะลดพอร์ตในกลุ่มฟอสซิลลงได้ตามโรดแม็พ<br class="html-br" /><br class="html-br" />อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อน <strong>Energy Transition</strong> มี 3 <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">pillars</span> ที่ต้องคำนึงถึง ทั้งเรื่อง ความมั่นคงทางพลังงาน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และต้นทุนในการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งต้องมีความสมดุลกันทั้ง 3 ด้าน จึงจะสามารถขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ<br class="html-br" /><br class="html-br" />เพราะหากจะคำนึงถึงแต่ประเด็นสิ่งแวดล้อม แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาดทั้งหมด แต่ไฟติดๆ ดับๆ หรือต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่ราคาแพงมาก ก็ไม่สามารถมีใครพร้อมที่จะลงทุนได้ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความมั่นคง หรือ Energy Security ถือว่ามีความสำคัญมากที่สุด เพราะถือเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศ และยังเป็นอีกหนึ่งจุดที่ช่วยดึงดูดการลงทุน ดึงดูดเม็ดเงินเข้ามาพัฒนาประเทศ และสะท้อนความสามารถทางการแข่งขันของประเทศนั้นๆ ด้วยเช่นกัน<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;ก่อนหน้านี้บริบทในเรื่องของสิ่งแวดล้อม อยู่ที่การไม่สร้างมลภาวะมากเ​กินมาตรฐาน แต่เมื่อบริบทในปัจจุบันและมาตรฐานได้ถูกยกระดับมากขึ้น การปล่อย Carbon Emission ซึ่งเป็นเรื่องที่มาคู่กับการผลิตไฟฟ้ากลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกมีความกังวล และมีการยกระดับเพื่อควบคุมปริมาณการปลดปล่อยซึ่งกระทบต่อ​อุตสาหกรรม​ แต่ก็ถือเป็น​ความท้าทายใหม่ที่ผู้อยู่ในอุตสาหกรรมทุกรายต้องสามารถสร้างให้เกิดความสมดุลขึ้นมาให้ได้ในสุด&#8221;​​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/ratch-group-energy-transition/">RATCH GROUP ชู 3 สมดุล ขับเคลื่อน &#8216;Energy Transition&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดูแล &#8216;สิ่งแวดล้อม&#8217; ให้เหมือน ดูแลสุขภาพ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/banpu-decarb-festival/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Jan 2026 07:21:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[Decarb Festival]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Envi]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental]]></category>
		<category><![CDATA[Integrated]]></category>
		<category><![CDATA[LowCarbon]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[POWER GREEN]]></category>
		<category><![CDATA[PowerGreenCamp]]></category>
		<category><![CDATA[PowerGreenCamp20]]></category>
		<category><![CDATA[Science]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ดีค้าบ]]></category>
		<category><![CDATA[ดีค้าบเฟสติวัล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สินนท์ ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[เพาเวอร์กรีน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39316</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;การดูแล สิ่งแวดล้อม ก็เหมือนกับการดูแล สุขภาพ ของเราเอง เพราะไม่ว่าเราจะทำงานอย่างหนัก เพื่อหาเงินให้ได้มากแค่ไหน แต่สุดท้าย เราต้องเจ็บป่วย หรือไม่อยู่แล้ว ก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร เช่นเดียวกับการทำ ธุรกิจ ถ้านึกถึงแค่การทำให้ ยอดขาย เติบโต โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสภาพ​แวดล้อมเลย แต่ในอนาคตข้างหน้า ไม่มีโลกให้อยู่แล้ว ถ้าถึงวันนั้น แล้วเราทุกคนจะทำอย่างไร?&#8221;คำกล่าวของ คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) บนเวที​เสวนา &#8216;เชื่อมโยงภารกิจสู่สังคมคาร์บอนต่ำ: รัฐ-การศึกษา-เอกชน&#8217; ภายในกิจกรรม &#8216; Decarb Festival ลดคาร์บอนให้โลกคูลล์&#8217; โครงการค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพาเวอร์กรีน ปีที่ 20 PowerGreen Camp ซึ่ง​ถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญ ในการช่วยผลักดันให้เด็กและเยาวชนไทยใส่ใจและตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ความรู้ และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนอย่างสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำบนเวทีสัมมนา คุณสินนท์ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงภารกิจ Decarbonization ของ บ้านปู เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net zero ภายในปี 2050 และลดการปลดปล่อยคาร์บอนภายในธุรกิจลง 20% ภายในปี 2030 ผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยี และการเปลี่ยนผ่านสู่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/banpu-decarb-festival/">ดูแล &#8216;สิ่งแวดล้อม&#8217; ให้เหมือน ดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>&#8220;การดูแล <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สิ่งแวดล้อม</span></strong> ก็เหมือนกับการดูแล <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สุขภาพ</span> ของเราเอง เพราะไม่ว่าเราจะทำงานอย่างหนัก เพื่อหาเงินให้ได้มากแค่ไหน แต่สุดท้าย เราต้องเจ็บป่วย หรือไม่อยู่แล้ว ก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร เช่นเดียวกับการทำ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ธุรกิจ</span> ถ้านึกถึงแค่การทำให้ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ยอดขาย</span> เติบโต โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสภาพ​แวดล้อมเลย แต่ในอนาคตข้างหน้า ไม่มีโลกให้อยู่แล้ว ถ้าถึงวันนั้น แล้วเราทุกคนจะทำอย่างไร?&#8221;</em><br class="html-br" /><span id="more-39316"></span><br class="html-br" />คำกล่าวของ<strong> คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) บนเวที​เสวนา <strong>&#8216;เชื่อมโยงภารกิจสู่สังคมคาร์บอนต่ำ: รัฐ-การศึกษา-เอกชน&#8217; ภายในกิจกรรม &#8216; <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarb</span> Festival ลดคาร์บอนให้โลกคูลล์&#8217;</strong> โครงการค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพาเวอร์กรีน ปีที่ 20 <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><span class="xt0psk2"><span class="xjp7ctv">PowerGreen Camp</span></span></span> ซึ่ง​ถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญ ในการช่วยผลักดันให้เด็กและเยาวชนไทยใส่ใจและตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ความรู้ และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนอย่างสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สังคมคาร์บอนต่ำ</span><br class="html-br" /><br class="html-br" />บนเวทีสัมมนา คุณสินนท์ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงภารกิจ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarbonization</span> ของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">บ้านปู</span> เพื่อบรรลุเป้าหมาย<strong> <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Net zero</span></strong> ภายในปี 2050 และลดการปลดปล่อยคาร์บอนภายในธุรกิจลง 20% ภายในปี 2030 ผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยี และการเปลี่ยนผ่านสู่ New Energy เนื่องจากอุตสาหกรรมด้านพลังงานถือเป็นภาคส่วนสำคัญในฐานะต้นทางการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนของธุกิจต่างๆ พร้อมทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Renewable</span><br class="html-br" /><br class="html-br" />ซึ่งที่ผ่านมา บ้านปูมีความพยายาม​ในการขับเคลื่อนเรื่องของ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พลังงานสะอาด</span> อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ New Energy ทั้งโซลาร์ฟาร์ม แบตเอตรี่ รวมไปถึงพลังงานนิวเคลียร์ หรือไฮโดรเจน ซึ่งถือเป็นแหล่งพลังงานแห่งอนาคต ที่สามารถช่วยรักษาศักยภาพในการเปลี่ยนผ่าน โดยยังคงรักษาสมดุลในเรื่องของความมีเสถียรภาพ และราคาพลังงานเอาไว้ได้<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะเดียวกัน ก็ถือเป็นความท้าทายสำคัญของบ้านปู และภาคเอกชนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ในการหาแนวทางสำหรับใช้​ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่าน ในการพัฒนาและลงทุนด้านพลังงานสะอาด ผ่านการลงทุนเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสามารถสร้างแหล่งพลังงานใหม่ขึ้นมาได้ทันเวลา​ตามแผนการเปลี่ยนผ่าน พร้อมทั้งรักษาระดับราคาไว้ไม่ให้สูงมากจนเกินไป ​<br class="html-br" /><br class="html-br" />ดังนั้น ​ความชัดเจนของนโยบายในการเปลี่ยนผ่านระดับประเทศ จึงมีความสำคัญ รวมทั้งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้ง​ภาครัฐ ภาคการศึกษา และเอกชน เพื่อการขับเคลื่อนร่วมกันได้อย่างแน่นแฟ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/banpu-decarb-festival/">ดูแล &#8216;สิ่งแวดล้อม&#8217; ให้เหมือน ดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สะท้อนมุมมอง CSR ผ่านละคร &#8216;หวานรักต้องห้าม&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/csr-quote-in-sweetest-taboo-ch3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Jan 2026 07:12:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Corporate]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[CSV]]></category>
		<category><![CDATA[Development]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[MikePanitan]]></category>
		<category><![CDATA[Mikey]]></category>
		<category><![CDATA[MikeyPanitan]]></category>
		<category><![CDATA[Responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[SD]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[TheSweetestTaboo]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเอสอาร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปณิธาน บุตรแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ภีรนีย์ คงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ละคร]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[หวานรักต้องห้าม]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[แมท ภีรนีย์ คงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ไมกี้]]></category>
		<category><![CDATA[ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39319</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนึ่งมุมมองเกี่ยวกับการทำโครงการเพื่อสังคม หรือ CSRที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถ่ายทอด ผ่านเนื้อหาในละครเรื่องล่าสุดของทาง ช่อง3 อย่าง หวานรักต้องห้าม ไว้ได้อย่างน่าสนใจ พร้อมเส้นเรื่องในละครที่สอดคล้องกับบริบทของสังคมปัจจุบัน ที่สื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน รวมทั้งอิทธิพลในการชี้นำสังคมของบรรดา Content Creator ที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก​โดยเฉพาะประเด็นการสร้างคอนเทนต์สายบุญ ของเหล่าแม่ค้าออนไลน์ที่กำลังเป็นประเด็นที่สังคมกำลังจับตา ซึ่งละคร &#8216;หวานรักต้องห้าม&#8216; ได้ถ่ายทอดมิตินี้ ผ่านตัวละคร &#8216;ผกามาลิน&#8216; รับบทโดย แมท ภีรนีย์ คงไทย แม่ค้าออนไลน์ที่สร้างรายได้หลักหลายล้านในแต่ละวันจากการไลฟ์ขายของ และเลือกที่จะทำโครงการ CSR ที่หลากหลายกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ ​เพราะถือว่าเป็นการตอบแทนสังคม ​ขณะที่ ​&#8217;คธา&#8217; นักศึกษา Activist ผู้เคลื่อนไหวกิจกรรมทางสังคม​ รับบทโดย ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว ต่อต้านวิธีการดังกล่าว และมองว่าเป็นการทำบุญเพื่อคอนเทนต์ ฉวยโอกาสในการประชาสัมพันธ์จากกลุ่มผู้ด้อยโอกาส และ​เป็นการซ้ำเติมปัญหาให้สังคมโดยตัวละคร &#8216;คธา&#8217; ได้พูดถึงมุมมองในการทำโครงการเพื่อสังคมไว้ได้อย่างน่าสนใจว่า&#8220;โครงการต่างๆ ที่ไม่ได้มาจากความต้องการของชุมชนจริงๆ สุดท้ายแล้วก็ไม่มี ความยั่งยืน หรือการเลือกที่จะไปบริจาคเงินให้โรงพยาบาล โรงเรียน ​หรือการไปเดินแจกเงินตามบ้านในชุมชนแออัด ซึ่งสุดท้ายก็ตอบไม่ได้ว่าจะให้ไปได้ถึงเมื่อไหร่ เพราะคนทำ CSR อาจจะมองว่าเป็นการทำเพื่อให้ได้บุญ ได้ช่วยเหลือคนอื่น แต่สุดท้ายแล้ว เป็นการทำเพราะเป็นเรื่องทางการตลาด การที่เรามีผู้ติดตามจำนวนมาก สิ่งที่เราทำสามารถส่งผลต่อความคิดของผู้คน เราจึงควรทำอะไรให้มากกว่านี้&#8221;Quote ด้านบน​ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/csr-quote-in-sweetest-taboo-ch3/">สะท้อนมุมมอง CSR ผ่านละคร &#8216;หวานรักต้องห้าม&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หนึ่งมุมมองเกี่ยวกับการทำ<strong>โครงการเพื่อสังคม </strong>หรือ<strong> <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">CSR</span></strong>ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถ่ายทอด ผ่านเนื้อหาในละครเรื่องล่าสุดของทาง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ช่อง3</span> อย่าง <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">หวานรักต้องห้าม</span></strong> ไว้ได้อย่างน่าสนใจ</p>
<p><span id="more-39319"></span><br class="html-br" />พร้อมเส้นเรื่องในละครที่สอดคล้องกับบริบทของสังคมปัจจุบัน ที่สื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน รวมทั้งอิทธิพลในการชี้นำสังคมของบรรดา Content Creator ที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก​<br class="html-br" /><br class="html-br" />โดยเฉพาะประเด็นการสร้างคอนเทนต์สายบุญ ของเหล่าแม่ค้าออนไลน์ที่กำลังเป็นประเด็นที่สังคมกำลังจับตา ซึ่งละคร <strong>&#8216;หวานรักต้องห้าม</strong>&#8216; ได้ถ่ายทอดมิตินี้ ผ่านตัวละคร &#8216;<strong>ผกามาลิน</strong>&#8216; รับบทโดย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">แมท ภีรนีย์</span> คงไทย แม่ค้าออนไลน์ที่สร้างรายได้หลักหลายล้านในแต่ละวันจากการไลฟ์ขายของ และเลือกที่จะทำโครงการ CSR ที่หลากหลายกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ ​เพราะถือว่าเป็นการตอบแทนสังคม ​<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่ ​&#8217;<strong>คธา&#8217;</strong> นักศึกษา Activist ผู้เคลื่อนไหวกิจกรรมทางสังคม​ รับบทโดย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ไมกี้ ปณิธาน</span> บุตรแก้ว ต่อต้านวิธีการดังกล่าว และมองว่าเป็นการทำบุญเพื่อคอนเทนต์ ฉวยโอกาสในการประชาสัมพันธ์จากกลุ่มผู้ด้อยโอกาส และ​เป็นการซ้ำเติมปัญหาให้สังคม<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>โดยตัวละคร &#8216;คธา&#8217; ได้พูดถึงมุมมองในการทำโครงการเพื่อสังคมไว้ได้อย่างน่าสนใจว่า</strong><br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;โครงการต่างๆ ที่ไม่ได้มาจากความต้องการของชุมชนจริงๆ สุดท้ายแล้วก็ไม่มี <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> หรือการเลือกที่จะไปบริจาคเงินให้โรงพยาบาล โรงเรียน ​หรือการไปเดินแจกเงินตามบ้านในชุมชนแออัด ซึ่งสุดท้ายก็ตอบไม่ได้ว่าจะให้ไปได้ถึงเมื่อไหร่ เพราะคนทำ CSR อาจจะมองว่าเป็นการทำเพื่อให้ได้บุญ ได้ช่วยเหลือคนอื่น แต่สุดท้ายแล้ว เป็นการทำเพราะเป็นเรื่องทางการตลาด การที่เรามีผู้ติดตามจำนวนมาก สิ่งที่เราทำสามารถส่งผลต่อความคิดของผู้คน เราจึงควรทำอะไรให้มากกว่านี้&#8221;</em><br class="html-br" /><br class="html-br" /><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Quote</span> ด้านบน​ สะท้อนให้เห็นปัญหาในการขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคมในปัจจุบัน ที่บางครั้งไม่ตอบโจทย์ ไม่สอดคล้องกับความต้องการหรือปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละพื้นที่ ทำให้เสียงบประมาณโดยไม่ได้สร้างประโยชน์ที่แท้จริง เช่น สิ่งที่ตัวละครผกามาลินทำในพื้นที่ เช่น การไปสร้างเรือนปลูกผักออแกนิกส์ไว้บนดอย แต่สุดท้ายกลับถูกทิ้งร้าง เพราะชาวบ้านคุ้นเคยกับการปลูกแบบวิธีดั้งเดิมมากกว่า หรือการไปติดตั้งโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ชายแดน แต่ขาดคนดูแลทำให้เสียและไม่สามารถใช้งานได้จริง รวมทั้งโครงการปลูกต้นไม้แต่สุดท้ายปล่อยให้ต้นไม้ทั้งหมดตายไปเพราะไม่มีคนคอยดูแล เป็นตัวอย่างของการทำ CSR ที่ไม่ถูกต้อง เพราะนอกจากไม่สร้างให้เกิดประโยชน์แล้ว แต่กลับสร้างภาระกลายเป็นปัญหาให้กับคนในพื้นที่ในที่สุดด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/csr-quote-in-sweetest-taboo-ch3/">สะท้อนมุมมอง CSR ผ่านละคร &#8216;หวานรักต้องห้าม&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เส้นทางสู่ “เน็ต ซีโร่” ของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/01/road-to-net-zero-of-healthcare-industry/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jan 2024 08:14:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Healthcare]]></category>
		<category><![CDATA[Healthcare Without Harm]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider Electric]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[ขอบเขตความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ชไนเดอร์ อิเล็คทริค]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การอนามัยโลก]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เฮลธ์แคร์]]></category>
		<category><![CDATA[แดเนียล การ์เซียร์ กิล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23317</guid>

					<description><![CDATA[<p>อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ หรือ เฮลธ์แคร์ คือหนึ่งในภาคส่วนที่มีการใช้พลังงานมากที่สุด คิดเป็น 7% ของการปล่อยคาร์บอนทั้งหมด ซึ่งโรงพยาบาลมีการใช้พลังงานและน้ำในปริมาณมาก อีกทั้งยังสร้างของเสียจำนวนมากเช่นกัน สอดคล้องกับการศึกษาจาก Healthcare Without Harm ที่ชี้ว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเฮลธ์แคร์ เทียบเท่าอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิทั่วโลกที่ 4.4% โดยสหรัฐอเมริกา จีน และยุโรป คิดเป็น 56% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ทั้งหมดทั่วโลก องค์การอนามัยโลก ประเมินว่าค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการใช้พลังงานตามสถานพยาบาลต่างๆ มีแต่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ภายในห้าปีข้างหน้า เมื่อพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโรงพยาบาลพบว่า 25% เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน ฉะนั้นการลดพลังงานจึงช่วยสร้างประสิทธิภาพด้านการเงินที่ดีขึ้นได้ทันที สิ่งสำคัญสำหรับองค์กรด้านการดูแลสุขภาพ คือการพัฒนาและนำกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาใช้ นอกจากจะช่วยให้บรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงปารีสแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานได้ นอกเหนือจากคำมั่นสัญญาเหล่านี้ องค์กรทางคลินิกบางแห่งอย่าง Doctors for the Environment Australia ยังสนับสนุนความมุ่งมั่นเหล่านี้อย่างจริงจัง อีกทั้งเรียกร้องให้หลายองค์กรออกมาแสดงความมุ่งมั่นเรื่องการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ให้ได้ภายในปี 2040 โดยมีเป้าหมายตามระยะเวลาที่กำหนด คือการลดคาร์บอนให้ได้ 80% ภายในปี 2030 ทำความเข้าใจเกี่ยวกับขอบเขตของความยั่งยืน Greenhouse Gas [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/road-to-net-zero-of-healthcare-industry/">เส้นทางสู่ “เน็ต ซีโร่” ของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><em>อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ หรือ เฮลธ์แคร์ คือหนึ่งในภาคส่วนที่มีการใช้พลังงานมากที่สุด คิดเป็น </em></strong><strong><em>7% </em></strong><strong><em>ของการปล่อยคาร์บอนทั้งหมด ซึ่งโรงพยาบาลมีการใช้พลังงานและน้ำในปริมาณมาก อีกทั้งยังสร้างของเสียจำนวนมากเช่นกัน </em></strong></p>
<p><span id="more-23317"></span></p>
<p><strong><em>สอดคล้องกับการศึกษาจาก </em></strong><strong><em>Healthcare Without Harm </em></strong><strong><em>ที่ชี้ว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเฮลธ์แคร์ เทียบเท่าอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิทั่วโลกที่ </em></strong><strong><em>4.4% </em></strong><strong><em>โดยสหรัฐอเมริกา จีน และยุโรป คิดเป็น </em></strong><strong><em>56% </em></strong><strong><em>ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ทั้งหมดทั่วโลก</em></strong></p>
<p>องค์การอนามัยโลก ประเมินว่าค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการใช้พลังงานตามสถานพยาบาลต่างๆ มีแต่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ภายในห้าปีข้างหน้า</p>
<p><strong>เมื่อพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโรงพยาบาลพบว่า 25% เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน</strong> ฉะนั้นการลดพลังงานจึงช่วยสร้างประสิทธิภาพด้านการเงินที่ดีขึ้นได้ทันที</p>
<p>สิ่งสำคัญสำหรับองค์กรด้านการดูแลสุขภาพ คือการพัฒนาและนำกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาใช้ นอกจากจะช่วยให้บรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงปารีสแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานได้</p>
<p>นอกเหนือจากคำมั่นสัญญาเหล่านี้ องค์กรทางคลินิกบางแห่งอย่าง Doctors for the Environment Australia ยังสนับสนุนความมุ่งมั่นเหล่านี้อย่างจริงจัง อีกทั้งเรียกร้องให้หลายองค์กรออกมาแสดงความมุ่งมั่นเรื่องการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ให้ได้ภายในปี 2040 โดยมีเป้าหมายตามระยะเวลาที่กำหนด คือการลดคาร์บอนให้ได้ 80% ภายในปี 2030</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23340 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Pic_Healthcare_TH-2.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>ทำความเข้าใจเกี่ยวกับขอบเขตของความยั่งยืน</strong></p>
<p><strong>Greenhouse Gas Protocol</strong> ซึ่งเป็นมาตรฐานการทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกสำหรับทั้งภาครัฐและเอกชน ได้นิยามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน 3 ขอบเขต (Scope) ด้วยกัน โดยอิงจากความเป็นเจ้าของและระดับของการควบคุมการปล่อยก๊าซ</p>
<p>สำหรับอุตสาหกรรมภาคการดูแลสุขภาพ สอดคล้องตาม <strong>Healthcare Without Harm</strong> การกระจายการปล่อยก๊าซคาร์บอนในขอบเขตความยั่งยืนทั้งหมดได้แก่</p>
<p><strong>Scope 1</strong> คือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการเผาไหม้ฟอสซิลโดยตรง (เช่นก๊าซธรรมชาติหรือเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะตัวเอง) คิดเป็น 17% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเฮลธ์แคร์ทั่วโลก</p>
<p><strong>Scope 2</strong> การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากแหล่งพลังงานที่ซื้อมา (ไฟฟ้า ระบบทำความร้อนและทำความเย็นส่วนกลาง ไอน้ำ และ ฯลฯ) คิดเป็นอีก 12% ขึ้นอยู่กับการสร้างไฟฟ้าจากกริด</p>
<p><strong>Scope 3</strong> การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากซัพพลายเชนในภาคอุตสาหกรรมดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนที่มีนัยสำคัญที่สุดของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดอยู่ที่ 71% ซึ่งการปล่อยก๊าซใน Scope 3 ยังเป็นส่วนที่ติดตาม ตรวจสอบและกำจัดได้ยากที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับ scope ย่อยต่างๆ เช่นการเดินทางเพื่อธุรกิจ การขนส่งพนักงานและผู้เยี่ยมชม รวมถึงการปล่อยก๊าซจากการลงทุน ซื้อหรือเช่าอุปกรณ์ต่างๆ</p>
<p>องค์กรภาคอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ทั้งหมด กำลังพัฒนาและนำแผนงานมาใช้ในการบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดใน 3 scope ที่ว่า โดยกลยุทธ์เหล่านี้ประกอบด้วยการดำเนินงานโดยตรงในส่วนของกิจกรรมที่ช่วยสร้างประสิทธิภาพด้านพลังงานในระยะสั้น ถึงระยะกลาง ตลอดจนระยะยาว เช่นการจัดการวงจรของสินทรัพย์ แผนการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และแผนจัดซื้อพลังงาน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-23341 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Pic_Healthcare_TH-1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>บรรลุ “เน็ต ซีโร่” ด้วยการบริหารจัดการพลังงานเชิงรุก</strong></p>
<p><strong>กลยุทธ์การบริหารจัดการพลังงานในเชิงรุก</strong> ให้แนวทางในการรับมือกับความท้าทายในการบริหารจัดการพลังงาน และเป็นหัวใจหลักของเส้นทางสู่ความยั่งยืนในองค์กร การบริหารจัดการพลังงานในเชิงรุก คือแนวทางที่ใช้นวัตกรรมสร้างความยั่งยืนโดยเน้นถึงความจำเป็นด้านการดำเนินการและการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง และประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักด้วยกัน</p>
<p><strong>การจัดซื้อและจัดหา</strong> ได้แก่องค์ประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพด้านภาษี การพัฒนางบประมาณ และการคาดการณ์เกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ โดยการดำเนินงานด้านเฮลธ์แคร์ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง การบริหารความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยมุ่งเน้นเพื่อให้บรรลุความยืดหยุ่นด้านโครงสร้างพื้นฐานและประสิทธิภาพด้านการดำเนินงาน</p>
<p><strong>ประสิทธิภาพและการวิเคราะห์</strong> ได้แก่การดำเนินงานหลักที่เกี่ยวกับการประเมินการใช้พลังงาน การวัดปริมาณและการวิเคราะห์พลังงาน การผสานรวมระบบควบคุมและระบบอัตโนมัติ รวมถึงการให้การรับรองด้านประสิทธิภาพพลังงาน ซึ่งนับเป็นเรื่องปกติมากขึ้นที่สถานพยาบาลทั่วไปต่างมองหาแนวทางเพื่อให้ได้รับการรับรองด้านประสิทธิภาพผ่านเครื่องมือต่างๆ เช่น Green Star และ NABERS สำหรับโรงพยาบาล นอกจากนี้ ยังมีการนำระบบวิเคราะห์ข้อมูล และ AI มาใช้ในการระบุเพื่อดูว่าการดำเนินงานส่วนใดที่ยังไม่ได้ประสิทธิภาพเพียงพอ รวมถึงใช้ออกแบบกลยุทธ์ด้านระบบอัตโนมัติ เพื่อให้ระบบโครงสร้างมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p><strong>ความยั่งยืน</strong> ยังรวมถึงกิจกรรมหลักอื่นๆ อย่าง การออกรายงานเกี่ยวกับคาร์บอน การใช้เทคโนโลยีสะอาด การติดตั้งแหล่งพลังงานหมุนเวียน แหล่งผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ (DER) และการบริหารจัดการทรัพยากรจากแหล่งที่มาทั้งหมด เช่น พลังงาน น้ำ หรือวัสดุก่อสร้าง ซึ่งองค์กรภาคการดูแลสุขภาพมีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสร้างแหล่งพลังงานหมุนเวียน และแนวทางในด้านไมโครกริด เพื่อช่วยลดคาร์บอนและสนับสนุนการใช้ไฟฟ้าในระบบโครงสร้าง โดยส่วนอื่นๆ ที่ต้องมุ่งเน้นคือการติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกครอบคลุมทั้ง 3 scope เริ่มจากการวิเคราะห์การใช้พลังงานโดยตรง ตามด้วยการวิเคราะห์ผลกระทบด้านความยั่งยืนของซัพพลายเชนอย่างละเอียด</p>
<p>การบริหารจัดการพลังงานเชิงรุก ไม่ใช่กระบวนการที่ทำครั้งเดียวจบ แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำตลอดและต้องอาศัยความมีส่วนร่วมและการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง องค์กรด้านเฮลธ์แคร์สามารถส่งเสริมเรื่องความยั่งยืนได้ด้วยการปรับปรุงแนวทางการบริหารจัดการพลังงานในองค์กรให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องได้เช่นกัน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-23339 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Pic_Healthcare_TH-3.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ในฐานะผู้นำที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในเรื่องการสร้างความยั่งยืน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จึงอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการช่วยให้องค์กรด้านการดูแลสุขภาพ บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ด้วย<a href="https://www.se.com/th/th/work/campaign/innovation/overview.jsp" target="_blank" rel="noopener">แพลตฟอร์ม EcoStruxure™</a> และ<a href="https://www.se.com/th/th/work/services/field-services/" target="_blank" rel="noopener">การบริการจาก ชไนเดอร์ อิเล็คทริค</a> ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตร ทั้งการประสานงานและการให้บริการด้านคำปรึกษา ซึ่งสามารถออกแบบกลยุทธ์ด้านการบริหารจัดการพลังงานในเชิงรุกได้อย่างเหมาะสม เพื่อแก้ปัญหาด้วยการลดการปล่อยคาร์บอนในองค์กรเฮลธ์แคร์ ครอบคลุมทั้ง 3 ขอบเขต<a href="https://www.se.com/th/th/work/services/sustainability-business/energy-management-sustainability-services.jsp" target="_blank" rel="noopener">เพื่อความยั่งยืน</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>บทความโดย : แดเนียล การ์เซียร์ กิล ดูแลด้านสถาปัตยกรรม IoT โซลูชั่น ชไนเดอร์ อิเล็คทริค</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/road-to-net-zero-of-healthcare-industry/">เส้นทางสู่ “เน็ต ซีโร่” ของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“Ugly Veggies” แพลตฟอร์มขาย “ผักไม่สวย แต่มีคุณภาพ” งานวิจัยเด่นจาก มข. ช่วยลดขยะอาหาร-สร้างรายได้ให้เกษตรกร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/ugly-veggies-thailand-platform-zero-hunger/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Oct 2023 08:23:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[KKU]]></category>
		<category><![CDATA[Organic]]></category>
		<category><![CDATA[Researcher]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Farming]]></category>
		<category><![CDATA[THE]]></category>
		<category><![CDATA[THE Impact Rankings 2023]]></category>
		<category><![CDATA[Times Higher Education]]></category>
		<category><![CDATA[Ugly Veggies]]></category>
		<category><![CDATA[Ugly Veggies Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ZERO HUNGER]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[คนกินปลอดภัย คนขายอยู่ได้]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ชวิศ เกตุแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[ผักออร์แกนิค]]></category>
		<category><![CDATA[ผักอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[ผักไม่สวย แต่มีคุณภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[มข.]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[วช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21823</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์ &#8216;ปัญหาขยะอาหาร&#8217; เป็นประเด็นที่ทุกประเทศกำลังร่วมกันแก้ไข โดยการผลักดันและประยุกต์เศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อบริหารจัดการและบูรณาการข้อมูลการลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร (Food loss and Food Waste) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นกลยุทธ์ที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ รวมถึงมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี &#8216;Ugly Veggies Thailand&#8217; เป็นอีกหนึ่งโครงการที่เข้ามา​ช่วยลดปัญหาดังกล่าว ผศ.ดร.ชวิศ เกตุแก้ว รองคณบดีฝ่ายกลยุทธ์ วิจัยและต่างประเทศ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้อำนวยการโครงการ “Ugly Veggies Thailand” กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของ “Ugly Veggies Thailand” ว่า วิทยาลัยนานาชาติฯ มีชุมชนเป้าหมาย คือ กลุ่มเกษตรกรอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ที่ได้เข้าไปช่วยสนับสนุนด้าน Smart Farming เมื่อศึกษาไประยะหนึ่ง จึงพบว่าชุมชนมี Pain Point คือผัก Organic หรือผักอินทรีย์ที่ผลิตออกมาเมื่อคัดผักที่มีมาตรฐานตามความต้องการของตลาดประมาณ 50-70 % แล้วจะเหลืออีก 30% ที่ทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ &#8220;โจทย์สำคัญที่เราต้องการขับเคลื่อน คือการ​สร้าง Zero Waste ในกระบวนการผลิตผักอินทรีย์ โดยไม่ได้คิดเพียงแค่ว่า​จะจัดการกับขยะจากผักที่ขายไม่ได้นี้อย่างไร แต่ยังมองหาวิธี​สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสิ่งเหลือใช้เหล่านี้ด้วย เพราะปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นได้กับเกษตรกรในกลุ่มอื่นๆ ด้วย ​ซึ่งหากเราสามารถสร้างประโยชน์จากกระบวนการผลิตผักอินทรีย์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/ugly-veggies-thailand-platform-zero-hunger/">“Ugly Veggies” แพลตฟอร์มขาย “ผักไม่สวย แต่มีคุณภาพ” งานวิจัยเด่นจาก มข. ช่วยลดขยะอาหาร-สร้างรายได้ให้เกษตรกร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สถานการณ์ <strong>&#8216;ปัญหาขยะอาหาร&#8217; </strong>เป็นประเด็นที่ทุกประเทศกำลังร่วมกันแก้ไข โดยการผลักดันและประยุกต์เศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อบริหารจัดการและบูรณาการข้อมูลการลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร (Food loss and Food Waste) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นกลยุทธ์ที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ รวมถึงมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี <strong>&#8216;</strong><strong>Ugly Veggies Thailand&#8217;</strong> เป็นอีกหนึ่งโครงการที่เข้ามา​ช่วยลดปัญหาดังกล่าว</p>
<p><span id="more-21823"></span></p>
<p><strong>ผศ.ดร.ชวิศ เกตุแก้ว รองคณบดีฝ่ายกลยุทธ์ วิจัยและต่างประเทศ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้อำนวยการโครงการ “</strong><strong>Ugly Veggies Thailand”</strong> กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของ <strong>“Ugly Veggies Thailand”</strong> ว่า วิทยาลัยนานาชาติฯ มีชุมชนเป้าหมาย คือ กลุ่มเกษตรกรอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ที่ได้เข้าไปช่วยสนับสนุนด้าน <strong>Smart Farming</strong> เมื่อศึกษาไประยะหนึ่ง จึงพบว่าชุมชนมี <strong>Pain Point</strong> คือผัก <strong>Organic</strong> หรือผักอินทรีย์ที่ผลิตออกมาเมื่อคัดผักที่มีมาตรฐานตามความต้องการของตลาดประมาณ 50-70 % แล้วจะเหลืออีก 30% ที่ทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21825 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/ผศ.ดร.ชวิศ.jpg" alt="" width="1200" height="671" /></p>
<p><strong>&#8220;โจทย์สำคัญที่เราต้องการขับเคลื่อน คือการ​สร้าง </strong><strong>Zero Waste </strong><strong>ในกระบวนการผลิตผักอินทรีย์ โดยไม่ได้คิดเพียงแค่ว่า​จะจัดการกับขยะจากผักที่ขายไม่ได้นี้อย่างไร แต่ยังมองหาวิธี​สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสิ่งเหลือใช้เหล่านี้ด้วย เพราะปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นได้กับเกษตรกรในกลุ่มอื่นๆ ด้วย ​ซึ่งหา</strong><strong>กเราสามารถสร้างประโยชน์จากกระบวนการผลิตผักอินทรีย์ ได้ตามเป้าหมาย 100 % จะช่วยลดขยะทางการเกษตรจากครัวเรือนให้ลดลงได้ถึง 5.6 ตันต่อปี&#8221;</strong></p>
<p>ทีมวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงเดินหน้าทำวิจัยโดยได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พัฒนา <strong>แพลตฟอร์ม “</strong><strong>Ugly Veggies”</strong> เพื่อเป็นช่องทางให้เกษตรที่มี Certificate หรือใบรับรองของ Organic การันตีความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัย นำ <strong>“</strong><strong>ผักไม่สวย แต่มีคุณภาพ”</strong> ที่เหลือจากการคัดเกรดส่งซูเปอร์มาเก็ต มาโพสต์ขายหน้าแผงออนไลน์ของตนเองได้ ทั้งในเว็บไซต์  <a href="https://uglyveggies.kku.ac.th/" target="_blank" rel="noopener">https://uglyveggies.kku.ac.th/</a> และ ​Line Official ที่ชื่อว่า “<strong>Ugly Veggies Thailand</strong>” (Line:<a href="https://kku.world/uglyveggies" target="_blank" rel="noopener"> https://kku.world/uglyveggies</a>)</p>
<p>โดยแพลตฟอร์ม <strong>Ugly Veggies Thailand </strong>จะเป็นตลาดผักออนไลน์ ทั้งเกษตรกรที่ต้องการขายผัก รวมทั้งลูกค้าที่ชื่นชอบผักออร์แกนิกส์สามารถหาซื้อผักคุณภาพดี ราคาประหยัด​ และเต็มไปด้วยคุณภาพไม่ต่างจากที่ขายในห้าง เพียงแต่อาจจะมีรูปร่างไม่สวยงาม เพราะกระบวนการปลูกตามธรรมชาติ ที่ไม่ได้ใช้สารเคมี อาจทำให้มีแมลงมากัดกินไป หรือขนาดไม่ได้ตามเกณฑ์บ้าง โดยมีผลิตภัณฑ์ท้ัง​ผักออร์แกนิคคุณภาพสูง, ผลไม้ และสินค้านวัตกรรมจากผักที่ถูกทิ้ง เช่น ผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ Jelly Joy ทำจากผักออร์แกนิคเสริมโพรไบโอติกและพรีไบโอติก ผ่านการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างเรียบร้อย สามารถเคี้ยวทานได้ เหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย และจะมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ตามมาอีกหลายอย่าง หรือลูกค้าสามารถเลือกร้านค้าเพื่อเข้าไปเลือกชมสินค้าได้ พร้อมสื่อสารกับผู้ค้าโดยตรง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21826 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/vgly-veggies2.jpg" alt="" width="1200" height="626" /></p>
<p><strong>“</strong><strong>วิทยาลัยนานาชาติฯ บริหารจัดการดูแลกระบวนการในแพลตฟอร์มทั้งหมด ตั้งแต่การพัฒนา ออกแบบ ดูแลระบบหลังบ้าน หน้าบ้าน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ​  </strong><strong>และสามารถซื้อสินค้าต่างๆ ได้โดยง่ายและสะดวก ​รวมทั้งอาจมีการช่วยจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อช่วยกระตุ้นการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม​ โดยเกษตรกรแต่ละรายสามารถเปิดร้าน เพื่อโพสต์ขาย และจัดส่งให้ลูกค้าได้ด้วยตัวเอง”</strong></p>
<p>ทั้งนี้ Ugly Veggies กำลังดำเนินการปรับเข้าสู่การเป็น Start Up ในส่วนของรายได้ที่เกิดขึ้นจากแพลตฟอร์มหรือค่า GP (Gross Profit) มีการคิดจากรายได้รวมของเกษตรกรแล้วหักค่าขนส่ง โดยเขียนโปรแกรมคำนวณไว้ในแพลตฟอร์มเรียบร้อยแล้วเหมือนกับระบบ Delivery ทั่วไป</p>
<p>จากการศึกษาและวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรักสุขภาพ และกลุ่มวัยกลางคนที่ทำอาหารเอง ซึ่งเป็นคุณแม่ที่ต้องการทำอาหารปลอดสารเคมีให้ลูก รวมถึงต้องการนำผักออร์แกนิคมาทำอาหารเพื่อดูแลผู้สูงอายุในบ้าน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ทีมวิจัยสามารถสร้างกลยุทธ์ทางธุรกิจในการออกแบบการขาย การสร้างแบรนด์ รวมถึงการตั้งราคาที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายเพื่อตอบโจทย์ &#8216;<strong>คนกินปลอดภัย คนขายอยู่ได้&#8217;</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21827 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/vgly-veggies7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม การทำวิจัยในครั้งนี้ นอกจากมีโจทย์สำคัญ คือ การช่วยเหลือสังคม พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมตามเป้าหมายของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งงานวิจัยนี้ช่วยแก้ปัญหา <strong>SDGs 2 – ZERO HUNGER</strong> ยุติความหิวโหย สร้างความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้คว้าอันดับ 1 ของประเทศในการจัดอันดับ <strong>THE Impact Rankings 2023 </strong><strong>ของ </strong><strong>Times Higher Education (THE)</strong> ในปี 2566 แล้ว ยังเป็นพื้นที่ให้นักวิจัยรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และเข้าใจปัญหาเชิงลึกของชุมชน นำไปสู่การขับเคลื่อนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่นด้วยความผูกพันและเป็นทางออกของสังคมต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21828 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/vgly-veggies.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>สำหรับเกษตรกรและลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง </strong>เฟซบุ๊ก  <a href="https://www.facebook.com/uglyveggiesthailand/" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/uglyveggiesthailand/</a> และ</p>
<p>อินสตราแกรม  <a href="https://www.instagram.com/uglyveggies.th/" target="_blank" rel="noopener">https://www.instagram.com/uglyveggies.th/</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/ugly-veggies-thailand-platform-zero-hunger/">“Ugly Veggies” แพลตฟอร์มขาย “ผักไม่สวย แต่มีคุณภาพ” งานวิจัยเด่นจาก มข. ช่วยลดขยะอาหาร-สร้างรายได้ให้เกษตรกร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
