<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SD-ers &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/category/sd-ers/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 20 Jul 2026 04:09:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>SD-ers &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>AVATR เสริมภาพลักษณ์แบรนด์ระดับโลก คว้า “จางหลิงเฮ่อ” ในฐานะ Global Brand Ambassador</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/avatr-zhang-linghe-global-brand-ambassador/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Jul 2026 04:09:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[AVATR]]></category>
		<category><![CDATA[AVATR Global Brand Ambassador]]></category>
		<category><![CDATA[AVATR Technology]]></category>
		<category><![CDATA[AVATR THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[AVATR x Zhang Linghe]]></category>
		<category><![CDATA[Global Brand Ambassador]]></category>
		<category><![CDATA[Zhang Linghe]]></category>
		<category><![CDATA[จางหลิงเฮ่อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43200</guid>

					<description><![CDATA[<p>AVATR ยนตรกรรมไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียมลักชัวรี สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัว  “จางหลิงเฮ่อ” (Zhang Linghe) นักแสดงซูเปอร์สตาร์ หนึ่งในพระเอกจีนรุ่นใหม่ที่มาแรงที่สุดแห่งปี 2026 ขึ้นดำรงตำแหน่ง Global Brand Ambassador ของ AVATR อย่างเป็นทางการ สะท้อนวิสัยทัศน์ของ แบรนด์ในการผสานนวัตกรรม เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความงดงามเหนือกาลเวลาเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ การจับมือระหว่างจางหลิงเฮ่อและ AVATR ไม่ใช่เพียงความร่วมมือระหว่างแบรนด์กับแบรนด์แอมบาสเดอร์ แต่เป็นการสะท้อนตัวตนและปรัชญาที่สอดคล้องกัน ทั้งความสง่างามอันเรียบง่าย ความมั่นใจที่ไม่จำเป็นต้องแสดงออกอย่างฉูดฉาด และความสุขุมที่มาพร้อมวิสัยทัศน์ ซึ่งเป็นคุณค่าที่ AVATR ยึดถือและต้องการถ่ายทอดสู่ผู้บริโภคทั่วโลก อีกทั้งยังสะท้อนผ่านตัวตนของจางหลิงเฮ่อได้อย่างเป็นธรรมชาติ ด้าน จางหลิงเฮ่อ Global Brand Ambassador of AVATR ได้เผยถึงความรู้สึกว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็น Global Brand Ambassador ของ AVATR แบรนด์ที่สะท้อนความงดงามของการออกแบบ เทคโนโลยีล้ำสมัย และความประณีตในทุกรายละเอียด หากให้นิยาม AVATR เพียงคำเดียว ผมขอเลือกคำว่า &#8216;Composed&#8217; เพราะสำหรับผม การเดินทางที่แท้จริง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/avatr-zhang-linghe-global-brand-ambassador/">AVATR เสริมภาพลักษณ์แบรนด์ระดับโลก คว้า “จางหลิงเฮ่อ” ในฐานะ Global Brand Ambassador</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>AVATR ยนตรกรรมไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียมลักชัวรี สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัว<strong>  “จางหลิงเฮ่อ”</strong> (Zhang Linghe) นักแสดงซูเปอร์สตาร์ หนึ่งในพระเอกจีนรุ่นใหม่ที่มาแรงที่สุดแห่งปี 2026 <strong>ขึ้นดำรงตำแหน่ง </strong><strong>Global Brand Ambassador </strong><strong>ของ </strong><strong>AVATR </strong><strong>อย่างเป็นทางการ สะท้อนวิสัยทัศน์ของ แบรนด์ในการผสานนวัตกรรม เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความงดงามเหนือกาลเวลาเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่</strong></p>
<p><span id="more-43200"></span></p>
<p>การจับมือระหว่างจางหลิงเฮ่อและ AVATR ไม่ใช่เพียงความร่วมมือระหว่างแบรนด์กับแบรนด์แอมบาสเดอร์ แต่เป็นการสะท้อนตัวตนและปรัชญาที่สอดคล้องกัน ทั้งความสง่างามอันเรียบง่าย ความมั่นใจที่ไม่จำเป็นต้องแสดงออกอย่างฉูดฉาด และความสุขุมที่มาพร้อมวิสัยทัศน์ ซึ่งเป็นคุณค่าที่ AVATR ยึดถือและต้องการถ่ายทอดสู่ผู้บริโภคทั่วโลก อีกทั้งยังสะท้อนผ่านตัวตนของจางหลิงเฮ่อได้อย่างเป็นธรรมชาติ</p>
<p>ด้าน จางหลิงเฮ่อ Global Brand Ambassador of AVATR ได้เผยถึงความรู้สึกว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็น Global Brand Ambassador ของ AVATR แบรนด์ที่สะท้อนความงดงามของการออกแบบ เทคโนโลยีล้ำสมัย และความประณีตในทุกรายละเอียด หากให้นิยาม AVATR เพียงคำเดียว ผมขอเลือกคำว่า &#8216;Composed&#8217; เพราะสำหรับผม การเดินทางที่แท้จริง คือการก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ ความสบายใจ และความสง่างามในทุกช่วงเวลา”</p>
<p>ติดตามชมภาพแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟและกิจกรรมมากมายของ จางหลิงเฮ่อ และ AVATR ได้ตลอดทั้งปีนี้ที่ <a href="https://web.facebook.com/AVATR.TH" target="_blank" rel="noopener">facebook.com/AVATR.TH</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/avatr-zhang-linghe-global-brand-ambassador/">AVATR เสริมภาพลักษณ์แบรนด์ระดับโลก คว้า “จางหลิงเฮ่อ” ในฐานะ Global Brand Ambassador</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปลี่ยนผ่านสู่ตลาดสินค้า &#8216;คาร์บอนต่ำ&#8217; โอกาสสินค้าเกษตรและอาหารของไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/low-carbon-food-and-agriculture/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 14:31:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Food and Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Thai SCP Network]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับตัว]]></category>
		<category><![CDATA[พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าเกษตรและอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรและอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนผ่าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39305</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; คุณพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย วิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ในกลุ่มธุรกิจเกษตรและอาหารของประเทศไทย ในการประชุมวิชาการเพื่อขับเคลื่อน &#8216;การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน&#8216; จัดโดยสมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย)​ (Thai SCP Network) โดยมองว่า การค้าขายสินค้าเกษตรและอาหาร ในอนาคต ผู้ซื้อจะไม่ได้ถามเราว่า &#8216;ราคาเท่าไหร่&#8217; แต่จะเปลี่ยนมาถามเราว่าสินค้านี้มี &#8216;คาร์บอนเท่าไหร่&#8217; แทนขณะที่ความพร้อมของประเทศไทย ตอนนี้ยังเน้นการค้าขายเชิงปริมาณเป็นหลัก แต่​หลายประเทศในภูมิภาคเริ่มมีการทำตลาดสินค้าคาร์บอนต่ำได้แล้ว ดังนั้น หากประเทศไทยไม่ปรับตัวอาจทำให้เสียโอกาสในอนาคตได้นอกจากนี้ รูปแบบการดำเนินงานของประเทศไทยเพื่อเปลี่ยนผ่านเรื่องเหล่านี้ อาจจะยังโฟกัสไม่ตรงจุดมากนัก เพราะเน้น​การขับเคลื่อนด้วยกฎหมาย หรือกฏเกณฑ์ทางการค้าและภาษี ​โดยไม่มีแนวทางการปรับตัวหรือเปลี่ยนผ่านให้ผู้ผลิตหรือเกษตรกรจากต้นทางโดยเฉพาะ​ในกลุ่มอาหารสัตว์​และปศุสัตว์ที่ต้องถือว่าเป็นกลุ่มที่มีห่วงโซ่ยาวที่สุดของประเทศ&#8220;สิ่งที่เกิดขึ้นนับเป็นปัญหาสำคัญทางสังคม และจะเชื่อมโยง​มาเป็นปัญหาเศรษฐกิจในที่สุด จึงต้องแก้ไขด้วยแนวทางทางเศรษฐกิจ การไปบอกให้เกษตรกรเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ห้ามเผา​ ​แต่ตอบไม่ได้ว่า จะรับซื้อผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างไร หรือต้นทุนการผลิตที่ต้องแบกรับจะมากขึ้นอย่างไร หากตอบสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ก็ยากที่จะได้ความร่วมมือหรือเปลี่ยนผ่านไปสู่จุดที่ต้องการได้สำเร็จ เหมือนการจะให้รถม้าวิ่งได้ ต้องวางม้าไว้หน้ารถลาก ไม่ใช้วางรถลากไว้หน้าม้า เพราะสุดท้ายแล้วจะไม่สามารถทำให้เกิดการขับเคลื่อนได้อย่างที่ตั้งไว้จริง&#8221;ดังนั้น หากประเทศไทยอยากขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริงและมีประสิทธิภาพ ต้องเข้าไปแก้ปัญหาด้วยเศรษฐกิจตั้งแต่​ฐานราก หากมีดีมานด์สินค้าคาร์บอนต่ำต้องทำให้ระบบการผลิตเป็นคาร์บอนต่ำ ด้วยการ​ลงไปทำงานและพัฒนาร่วมกับเกษตรกรหรือกลุ่มธุรกิจต้นน้ำต่างๆ ตั้งแต่ต้นทาง ​ทั้งการให้ความรู้ พัฒนาเทคโนโลยีรวมทั้งการลงทุน เพื่อสร้างกระบวนการทำงานร่วมกัน​ และสามารถทำให้ทุกข้อต่อภายในห่วงโซ่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปได้อย่างสอดคล้องกันทั้งซัพพลายเชนที่สำคัญ ภาครัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามาเป็นแกนกลางสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง เพราะหากมีการวาง นโยบาย ในการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน ​จะนำมาซึ่งงบประมาณที่ใช้สำหรับการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆแต่หากรัฐบาลไม่เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้ และไม่มีนโยบายและงบประมาณเพื่อใช้ในก​ารเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืน จะกระทบทั้งต่อสังคม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/low-carbon-food-and-agriculture/">เปลี่ยนผ่านสู่ตลาดสินค้า &#8216;คาร์บอนต่ำ&#8217; โอกาสสินค้าเกษตรและอาหารของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><strong>คุณพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล</strong> นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย วิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนผ่านสู่<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> ในกลุ่มธุรกิจเกษตรและอาหารของประเทศไทย ในการประชุมวิชาการเพื่อขับเคลื่อน &#8216;<strong>การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน</strong>&#8216; จัดโดยสมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย)​ (Thai SCP Network)</p>
<p><span id="more-39305"></span></p>
<p>โดยมองว่า การค้าขาย<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สินค้า<strong>เกษตรและอาหาร</strong></span> ในอนาคต ผู้ซื้อจะไม่ได้ถามเราว่า <em>&#8216;ราคาเท่าไหร่&#8217;</em> แต่จะเปลี่ยนมาถามเราว่าสินค้านี้มี <em>&#8216;<strong>คาร์บอนเท่าไหร่&#8217;</strong></em> แทน<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่ความพร้อมของ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ประเทศไทย</span> ตอนนี้ยังเน้นการค้าขายเชิงปริมาณเป็นหลัก แต่​หลายประเทศในภูมิภาคเริ่มมีการทำตลาดสินค้าคาร์บอนต่ำได้แล้ว ดังนั้น หากประเทศไทยไม่ปรับตัวอาจทำให้เสียโอกาสในอนาคตได้<br class="html-br" /><br class="html-br" />นอกจากนี้ รูปแบบการดำเนินงานของประเทศไทยเพื่อเปลี่ยนผ่านเรื่องเหล่านี้ อาจจะยังโฟกัสไม่ตรงจุดมากนัก เพราะเน้น​การขับเคลื่อนด้วยกฎหมาย หรือกฏเกณฑ์ทางการค้าและภาษี ​โดยไม่มีแนวทางการปรับตัวหรือเปลี่ยนผ่านให้ผู้ผลิตหรือเกษตรกรจากต้นทางโดยเฉพาะ​ในกลุ่มอาหารสัตว์​และปศุสัตว์ที่ต้องถือว่าเป็นกลุ่มที่มีห่วงโซ่ยาวที่สุดของประเทศ<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;สิ่งที่เกิดขึ้นนับเป็นปัญหาสำคัญทางสังคม และจะเชื่อมโยง​มาเป็นปัญหาเศรษฐกิจในที่สุด จึงต้องแก้ไขด้วยแนวทางทางเศรษฐกิจ การไปบอกให้เกษตรกรเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ห้ามเผา​ ​แต่ตอบไม่ได้ว่า จะรับซื้อผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างไร หรือต้นทุนการผลิตที่ต้องแบกรับจะมากขึ้นอย่างไร หากตอบสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ก็ยากที่จะได้ความร่วมมือหรือเปลี่ยนผ่านไปสู่จุดที่ต้องการได้สำเร็จ เหมือนการจะให้รถม้าวิ่งได้ ต้องวางม้าไว้หน้ารถลาก ไม่ใช้วางรถลากไว้หน้าม้า เพราะสุดท้ายแล้วจะไม่สามารถทำให้เกิดการขับเคลื่อนได้อย่างที่ตั้งไว้จริง&#8221;</em><br class="html-br" /><br class="html-br" />ดังนั้น หากประเทศไทยอยากขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริงและมีประสิทธิภาพ ต้องเข้าไปแก้ปัญหาด้วยเศรษฐกิจตั้งแต่​ฐานราก หากมีดีมานด์สินค้าคาร์บอนต่ำต้องทำให้ระบบการผลิตเป็นคาร์บอนต่ำ ด้วยการ​ลงไปทำงานและพัฒนาร่วมกับเกษตรกรหรือกลุ่มธุรกิจต้นน้ำต่างๆ ตั้งแต่ต้นทาง ​ทั้งการให้ความรู้ พัฒนาเทคโนโลยีรวมทั้งการลงทุน เพื่อสร้างกระบวนการทำงานร่วมกัน​ และสามารถทำให้ทุกข้อต่อภายในห่วงโซ่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปได้อย่างสอดคล้องกันทั้งซัพพลายเชน<br class="html-br" /><br class="html-br" />ที่สำคัญ ภาครัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามาเป็นแกนกลางสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง เพราะหากมีการวาง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">นโยบาย</span> ในการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน ​จะนำมาซึ่งงบประมาณที่ใช้สำหรับการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ<br class="html-br" /><br class="html-br" />แต่หากรัฐบาลไม่เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้ และไม่มีนโยบายและงบประมาณเพื่อใช้ในก​ารเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืน จะกระทบทั้งต่อสังคม เศรษฐกิจ การส่งออก ​การลงทุน รวมทั้งไม่มีผู้เข้ามาลงทุนในประเทศ สุดท้ายประเทศไทย​จะไม่สามารถขายสินค้าได้ และอาจต้องสูญเสียตลาดส่งออกต่างๆ ที่มีอยู่ไปในที่สุด เพราะไม่สามารถตอบคำถามสำคัญของตลาดได้ว่า <em>&#8216;สินค้านี้มีคาร์บอนเท่าไหร่ ไม่ใช่ราคาเท่าไหร่&#8217;</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/low-carbon-food-and-agriculture/">เปลี่ยนผ่านสู่ตลาดสินค้า &#8216;คาร์บอนต่ำ&#8217; โอกาสสินค้าเกษตรและอาหารของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเข้าถึงแหล่งทุน ปัจจัยสำคัญขับเคลื่อน &#8216;Green Transition&#8217; เปลี่ยนผ่านสู่ &#8216;ธุรกิจคาร์บอนต่ำ&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/green-transition-to-low-carbon-business/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 14:19:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonReduction]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonRemoval]]></category>
		<category><![CDATA[CIMB THAI]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Gren Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Low Emission]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Transitions]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ซีไอเอ็มบี ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เจสัน ลี]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39302</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน Green Transition ของภาคธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น ธุรกิจคาร์บอนต่ำ คือความสามารถในการเข้าถึงแหล่งทุน ขณะที่หนึ่งนโยบายสำคัญของภาคการเงินประเทศไทย คือ​การสนับสนุนกลุ่มลูกค้าธุรกิจให้เพิ่มประสิทธิภาพในการลดคาร์บอน Decarbonization เพื่อเปลี่ยนผ่านการดำเนิน​​ธุรกิจจาก Less Brown ไปสู่​ Green Economy สำหรับธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) มีแนวทางสนับสนุนการขับเคลื่อน ความยั่งยืน ของกลุ่มลูกค้าธุรกิจผ่านกลยุทธ์ Sustainability360 ที่มีเป้าหมายช่วยลูกค้าธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน แบบ One Stop Solutionsโดยเฉพาะด้านการลดคาร์บอนเพื่อสามารถรักษาศักยภาพการแข่งขันในยุคที่โลกมุ่งแก้ปัญหาสภาพอากาศ และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 คุณเจสัน ลี ผู้บริหารฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) กล่าวถึงเป้าหมายธนาคารที่นำร่องโฟกัส​สนับสนุนการลดคาร์บอนใน 3 กลุ่มสำคัญที่มี​การปล่อยคาร์บอนในระดับสูง หรือจัดเป็นกลุ่ม High Emissions ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า, น้ำมันและก๊าซ รวมทั้งการผลิตปูนซีเมนต์ ขณะที่​ในปีใหม่นี้มีแผนแผนขยายเซ็กเตอร์เพิ่มเติมอีก1 กลุ่ม ​ซึ่งยังเน้นในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และจัดอยู่ในกลุ่ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/green-transition-to-low-carbon-business/">การเข้าถึงแหล่งทุน ปัจจัยสำคัญขับเคลื่อน &#8216;Green Transition&#8217; เปลี่ยนผ่านสู่ &#8216;ธุรกิจคาร์บอนต่ำ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div dir="auto"></div>
<div class="xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs x126k92a">
<div dir="auto">ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Green Transition</span></strong> ของภาคธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น <strong>ธุรกิจคาร์บอนต่ำ</strong> คือความสามารถในการเข้าถึงแหล่งทุน</div>
</div>
<p><span id="more-39302"></span></p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ขณะที่หนึ่งนโยบายสำคัญของภาคการเงินประเทศไทย คือ​การสนับสนุนกลุ่มลูกค้าธุรกิจให้เพิ่มประสิทธิภาพในการลดคาร์บอน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarbonization</span> เพื่อเปลี่ยนผ่านการดำเนิน​​ธุรกิจจาก Less Brown ไปสู่​ Green Economy</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">สำหรับธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) มีแนวทางสนับสนุนการขับเคลื่อน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> ของกลุ่มลูกค้าธุรกิจผ่านกลยุทธ์ Sustainability360 ที่มีเป้าหมายช่วยลูกค้าธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน แบบ One Stop Solutionsโดยเฉพาะด้านการลดคาร์บอนเพื่อสามารถรักษาศักยภาพการแข่งขันในยุคที่โลกมุ่งแก้ปัญหาสภาพอากาศ และมุ่งสู่เป้าหมาย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Net Zero 2050</span></div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>คุณเจสัน ลี</strong> ผู้บริหารฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) กล่าวถึงเป้าหมายธนาคารที่นำร่องโฟกัส​สนับสนุนการลดคาร์บอนใน 3 กลุ่มสำคัญที่มี​การปล่อยคาร์บอนในระดับสูง หรือจัดเป็นกลุ่ม High Emissions ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า, น้ำมันและก๊าซ รวมทั้งการผลิตปูนซีเมนต์ ขณะที่​ในปีใหม่นี้มีแผนแผนขยายเซ็กเตอร์เพิ่มเติมอีก1 กลุ่ม ​ซึ่งยังเน้นในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และจัดอยู่ในกลุ่ม High Emissions เช่นเดิม</div>
<div dir="auto">​</div>
<div dir="auto">การช่วยภาคธุรกิจลดคาร์บอนของ <strong>CIMB Thai</strong> จะเน้นที่ธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลัก เพื่อโฟกัสการลดคาร์บอนในขอบเขตที่เป็นสโคป 1 และ 2 เป็นสำคัญ แม้ว่าความเข้าใจในเรื่องของปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ที่เกิดขึ้นภายในห่วงโซ่ธุรกิจ สัดส่วนการสร้างปริมาณคาร์บอนส่วนใหญ่มักจะเกิดจากสโคปที่ 3 หรือเกิดขึ้นภายในซัพพลายเชนของธุรกิจ โดยมีสัดส่วนเกินครึ่ง โดยในบางอุตสาหกรรมคาร์บอนในสโคป 3​ อาจสูงไปจนถึง 80-90% เลยทีเดียว</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ขณะที่มุมมองของ <strong>คุณเจสัน ลี</strong> มองว่า ในการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนนั้น ธุรกิจทุกรายจะเริ่มจากการลดคาร์บอนภายในธุรกิจของตัวเองก่อน หรือเริ่มจากการลดในสโคป 1 และ 2 ขณะที่สโคป 3 จะเป็นตัวเลขที่นำมาบันทึกเพื่อจัดทำบัญชีคาร์บอนของภาคธุรกิจ แต่ในการขับเคลื่อนเพื่อลดปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ในภาพรวมของประเทศ จะนับจากสโคป 1 และ 2 เท่านั้น แต่ไม่ได้นำสโคป 3 มาคำนวณด้วย เพราะจะเกิดการนับซ้ำในระบบ (Double Counting) และทำให้ปริมาณไม่ตรงกับความเป็นจริง</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ทั้งนี้ เนื่องจากการปล่อยคาร์บอนที่แท้จริงจะเกิดขึ้นในช่วงสโคป 1 และ 2 เท่านั้น จากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก โดยเฉพาะภาคธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีคาร์บอนฟุตพรินท์จากการใช้พลังงานและไฟฟ้าในปริมาณสูง หากสามารถลดการปลดปล่อย โดยเฉพาะการลด​แบบ Removal ที่สามารถลดปริมาณการ​ปล่อยได้​ตั้งแต่ต้นทาง​ จะทำให้สามารถสร้างผลกระทบในการช่วยแก้ไขวิกฤตสภาพอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ​</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">&#8220;การคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์สโคป 3 จะมีบทบาทในการวิเคราะห์พอร์ตโฟลิโอองค์กรของภาคธุรกิจเป็นหลัก แต่ปริมาณในสโคป 1 และ 2 คือปริมาณคาร์บอนที่มีการปลดปล่อยออกมาจริงๆ และเป็นต้นเหตุสำคัญของวิกฤตสภาพอากาศ ​ดังนั้น การโฟกัสให้ธุรกิจขนาดใหญ่เปลี่ยนผ่านได้ จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญหากทุกธุรกิจให้ความสำคัญที่จะ​ขับเคลื่อนแผนการลดคาร์บอนของตนเองอย่างจริงจัง ปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ในสโคป 3 ก็จะลดน้อยลงได้อย่างอัตโนมัติ&#8221;</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">CIMB Thai</span> </strong>มองว่า แนวทางการขับเคลื่อนที่ธนาคารวางนโยบายไว้นั้น นอกจากการช่วยภาคธุรกิจไทยให้สามารถเปลี่ยนผ่านเพื่อแข่งขันได้ ยังช่วยเพิ่มศักยภาพและเร่งสปีดประเทศไทยในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net zero 2050 ได้เพิ่มมากขึ้นด้วย จากช่วงที่ผ่านมา ประสิทธิภาพในการลดคาร์บอนโดยภาพรวมของประเทศยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/green-transition-to-low-carbon-business/">การเข้าถึงแหล่งทุน ปัจจัยสำคัญขับเคลื่อน &#8216;Green Transition&#8217; เปลี่ยนผ่านสู่ &#8216;ธุรกิจคาร์บอนต่ำ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เทรดคาร์บอน &#8216;โทเคน&#8217; ไม่ได้ช่วย ลดโลกร้อน ?</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/ttb-quote-tokenization/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 14:14:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonNeutraul]]></category>
		<category><![CDATA[Currency]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Digital]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[REC]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[TMBThanachart]]></category>
		<category><![CDATA[Token]]></category>
		<category><![CDATA[Tokenization]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[ttb]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทีเอ็มบีธนชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ตัณฑเกษม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โทเคน]]></category>
		<category><![CDATA[โทเคนดิจิทัล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39308</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; &#8220;เราต้องเริ่มมองการพัฒนาจากพื้นฐานก่อน มองที่การสนับสนุนโครงสร้างที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง ไม่ใช่มองข้ามขั้นไปที่เรื่องของการเทรดโดยไม่เชื่อมโยงกับพื้นฐาน เพราะไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นคนละเรื่อง กลายเป็นเพียงการพัฒนา &#8216;คาร์บอนคอยน์&#8217; เพื่อมาใช้ในการเก็งกำไรเท่านั้น โดยไม่ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรให้โลกนี้ดีขึ้น​​&#8221; มุมมองของ คุณปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาติ หรือ TTB ​ที่มีต่อการนำเทคโนโลยี Tokenization หรือการแปลงมูลค่าสินทรัพย์ที่ได้จากกระบวนการลดก๊าซเรือนกระจก Decarbonization ให้อยู่ในรูปแบบ​ &#8216;โทเคนดิจิทัล&#8217;ไม่ว่าจะเป็น คาร์บอนเครดิต , REC หรือใบรับรองการใช้ไฟฟ้าจาก พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate) รวมทั้งสิทธิ์ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Allowance) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์​คุณปิติ กล่าวว่า ttb ยังไม่มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ในแผน และมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะพิจารณา รวมทั้งยังมองว่าเป็นคนละประเด็นกับการลงทุนเพื่อช่วยขับเคลื่อนการ​ปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ลดน้อยลง&#8220;ประเด็นนี้เป็น 2 เรื่องที่ไม่ได้เชื่อมโยงกันเลย แต่อาจทำให้คนเข้าใจได้ว่า การเทรดคาร์บอนโทเคนจะช่วยลด โลกร้อน ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วกลับให้ผลที่ตรงข้ามกัน ยิ่งเทรดโลกยิ่งร้อน เพราะการเทรดต้องใช้พลังงานสูงมาก&#8221;คุณปิติ ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า เราต้องเริ่มมองการพัฒนาจากพื้นฐานก่อน มองที่การสนับสนุนโครงสร้างที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง ไม่ใช่มองข้ามขั้นไปที่เรื่องของการเทรดโดยไม่เชื่อมโยงกับพื้นฐาน เพราะเป็นคนละเรื่อง ไม่อย่างนั้นจะเป็นเพียงการพัฒนา คาร์บอนคอยน์ เพื่อมาใช้ในการเก็งกำไร​เท่านั้น โดยไม่ได้ช่วยเปลี่ยนอะไรให้โลกดีขึ้นเลย&#8220;เราต้องมองเรื่องนี้ไปที่ &#8216;แก่น&#8217; ไม่ใช่​ &#8216;เปลือก&#8217; เพราะหากไม่พิจารณาให้ดี แล้วมุ่งพัฒนา​แค่เปลือกจะทำให้เกิดความ​สับสน หรืออาจจะเกิดความตื่นเต้นที่สามารถทำให้เรื่องนี้ให้สำเร็จได้ แต่ผลที่ได้กลับไม่สามารถแก้ปัญหา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/ttb-quote-tokenization/">เทรดคาร์บอน &#8216;โทเคน&#8217; ไม่ได้ช่วย ลดโลกร้อน ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><em>&#8220;เราต้องเริ่มมองการพัฒนาจากพื้นฐานก่อน มองที่การสนับสนุนโครงสร้างที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง ไม่ใช่มองข้ามขั้นไปที่เรื่องของการเทรดโดยไม่เชื่อมโยงกับพื้นฐาน เพราะไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นคนละเรื่อง กลายเป็นเพียงการพัฒนา &#8216;คาร์บอนคอยน์&#8217; เพื่อมาใช้ในการเก็งกำไรเท่านั้น โดยไม่ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรให้โลกนี้ดีขึ้น​​&#8221;</em></p>
<p><span id="more-39308"></span></p>
<p>มุมมองของ <strong>คุณปิติ ตัณฑเกษม</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ทีเอ็มบีธนชาติ</span> หรือ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">TTB</span> ​ที่มีต่อการนำเทคโนโลยี <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Tokenization</span></strong> หรือการแปลงมูลค่าสินทรัพย์ที่ได้จากกระบวนการลดก๊าซเรือนกระจก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarbonization</span> ให้อยู่ในรูปแบบ​ <strong>&#8216;โทเคนดิจิทัล&#8217;</strong><br class="html-br" /><br class="html-br" />ไม่ว่าจะเป็น <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คาร์บอนเครดิต</span> , <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">REC</span> หรือใบรับรองการใช้ไฟฟ้าจาก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พลังงานหมุนเวียน</span> (Renewable Energy Certificate) รวมทั้งสิทธิ์ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Allowance</span>) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>คุณปิติ</strong> กล่าวว่า ttb ยังไม่มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ในแผน และมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะพิจารณา รวมทั้งยังมองว่าเป็นคนละประเด็นกับการลงทุนเพื่อช่วยขับเคลื่อนการ​ปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ลดน้อยลง<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;ประเด็นนี้เป็น 2 เรื่องที่ไม่ได้เชื่อมโยงกันเลย แต่อาจทำให้คนเข้าใจได้ว่า การเทรดคาร์บอนโทเคนจะช่วยลด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">โลกร้อน</span> ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วกลับให้ผลที่ตรงข้ามกัน ยิ่งเทรดโลกยิ่งร้อน เพราะการเทรดต้องใช้พลังงานสูงมาก&#8221;</em><br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>คุณปิติ</strong> ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า เราต้องเริ่มมองการพัฒนาจากพื้นฐานก่อน มองที่การสนับสนุนโครงสร้างที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง ไม่ใช่มองข้ามขั้นไปที่เรื่องของการเทรดโดยไม่เชื่อมโยงกับพื้นฐาน เพราะเป็นคนละเรื่อง ไม่อย่างนั้นจะเป็นเพียงการพัฒนา <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คาร์บอนคอยน์</span> เพื่อมาใช้ในการเก็งกำไร​เท่านั้น โดยไม่ได้ช่วยเปลี่ยนอะไรให้โลกดีขึ้นเลย<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;เราต้องมองเรื่องนี้ไปที่ &#8216;แก่น&#8217; ไม่ใช่​ &#8216;เปลือก&#8217; เพราะหากไม่พิจารณาให้ดี แล้วมุ่งพัฒนา​แค่เปลือกจะทำให้เกิดความ​สับสน หรืออาจจะเกิดความตื่นเต้นที่สามารถทำให้เรื่องนี้ให้สำเร็จได้ แต่ผลที่ได้กลับไม่สามารถแก้ปัญหา หรือเปลี่ยนแปลงอะไรที่แก่นได้เลย สิ่งสำคัญคือ การสร้างความเข้าใจ และผลักดันให้เกิดการลงทุนเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านและสร้างผลลัพธ์คือ การลดคาร์บอนฟุตพรินท์ได้จริง&#8221;</em><br class="html-br" /><br class="html-br" />ประกอบกับหากมองที่ผลสัมฤทธิ์ในการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน เราก็มีระบบกลางที่มีหลักเกณฑ์​ มีความน่าเชื่อถือ ผ่านการเทรดหุ้น ในรูปแบบ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Centralize</span> โดยการควบคุมของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว จึงไม่เห็นด้วยนักกับการที่ต้อง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decentralize</span> เพื่อต้องการบรรลุเป้าหมาย​ในสิ่งเดียวกัน แถมยังต้องใช้พลังงานมากมายในการดำเนินการ รวมทั้งอาจไม่ได้มีส่วน​ช่วย​ให้เกิดการแก้ปัญหาได้จริง<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่สังคมเอง ก็อาจจะ​โฟกัสอยู่แค่การนำเสนอ &#8216;เปลือก&#8217; ในหลากหลายรูปแบบ ​โดยไม่ได้หันกลับไปมองที่แก่นของเรื่องที่ถูกจุดอย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/ttb-quote-tokenization/">เทรดคาร์บอน &#8216;โทเคน&#8217; ไม่ได้ช่วย ลดโลกร้อน ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>WHA คาดรายได้จากฝั่ง Green Business ขยับแตะ 1,500 ล้านบาท ในสิ้นปี 2025 นี้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/wha-green-business/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 14:09:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Circularity]]></category>
		<category><![CDATA[Commitment]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Green Construction]]></category>
		<category><![CDATA[Green Mobility]]></category>
		<category><![CDATA[Green กินได้]]></category>
		<category><![CDATA[Mobilix]]></category>
		<category><![CDATA[Nature]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable energy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[SustainableGrowth]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Reduction 3R]]></category>
		<category><![CDATA[Water Conservation Program]]></category>
		<category><![CDATA[WHA]]></category>
		<category><![CDATA[WHA Group]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[จรีพร จารุกรสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ดับบลิวเอชเอ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39311</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; เพราะเชื่อว่าการขับเคลื่อนเรื่องของ ความยั่งยืน ไม่ใช่การเพิ่ม ต้นทุน แต่ถือเป็นการลงทุนของธุรกิจ ซึ่งธรรมชาติของการลงทุน จะต้องให้ ผลตอบแทน กลับมา ในระยะยาว โดยผลตอบแทนอาจจะอยู่ในรูปของต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลงในภาพรวม หรือโอกาสในการสร้างรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น จากการมีโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นภายใน Operation เพราะสุดท้ายแล้ว การทำธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีความสามารถในการสร้าง กำไร ให้ได้มุมมองของ คุณจูน -จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)​ WHA Groupพร้อมฉายภาพให้เห็น &#8216;ผลตอบแทน&#8217;​ จากกความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนของ​ WHA Group ในรูปแบบของการ​สร้างรายได้ให้ธุรกิจที่แตะหลักพันล้านบาทได้แล้ว จากผลกำไรทั้งกรุ๊ปรวมกว่า 4,500 ล้านบาท นอกเหนือจากประสิทธิภาพในการลดต้นทุน และการขับเคลื่อนสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ที่สามารถบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน CarbonNeutrality ได้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2021พร้อมทั้งโอกาสเติบโตที่ยังอยู่ในระดับสูงทั้งจากดีมานด์ และศักยภาพในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และโซลูชั่นที่รองรับการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน และเป้าหมายสู่ Net Zero ของภาคธุรกิจ ทำให้เชื่อว่ารายได้ที่มาจากกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในฟาก Green จะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 ล้านบาท​ ภายในสิ้นปี 2025 นี้โดยหลังจาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/wha-green-business/">WHA คาดรายได้จากฝั่ง Green Business ขยับแตะ 1,500 ล้านบาท ในสิ้นปี 2025 นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะเชื่อว่าการขับเคลื่อนเรื่องของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> ไม่ใช่การเพิ่ม <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ต้นทุน</span> แต่ถือเป็นการลงทุนของธุรกิจ ซึ่งธรรมชาติของการลงทุน จะต้องให้ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ผลตอบแทน</span> กลับมา ในระยะยาว โดยผลตอบแทนอาจจะอยู่ในรูปของต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลงในภาพรวม หรือโอกาสในการสร้างรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น จากการมีโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นภายใน Operation</p>
<p><span id="more-39311"></span></p>
<p>เพราะสุดท้ายแล้ว การทำธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีความสามารถในการสร้าง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">กำไร</span> ให้ได้<br class="html-br" /><br class="html-br" />มุมมองของ <strong>คุณจูน -จรีพร จารุกรสกุล</strong> ประธานคณะกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)​ <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">WHA Group</span></strong><br class="html-br" /><br class="html-br" />พร้อมฉายภาพให้เห็น <em>&#8216;ผลตอบแทน&#8217;</em>​ จากกความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนของ​ WHA Group ในรูปแบบของการ​สร้างรายได้ให้ธุรกิจที่แตะหลักพันล้านบาทได้แล้ว จากผลกำไรทั้งกรุ๊ปรวมกว่า 4,500 ล้านบาท นอกเหนือจากประสิทธิภาพในการลดต้นทุน และการขับเคลื่อนสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ที่สามารถบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">CarbonNeutrality</span> ได้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2021<br class="html-br" /><br class="html-br" />พร้อมทั้งโอกาสเติบโตที่ยังอยู่ในระดับสูงทั้งจากดีมานด์ และศักยภาพในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และโซลูชั่นที่รองรับการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน และเป้าหมายสู่ Net Zero ของภาคธุรกิจ ทำให้เชื่อว่ารายได้ที่มาจากกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในฟาก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Green</span> จะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 ล้านบาท​ ภายในสิ้นปี 2025 นี้<br class="html-br" /><br class="html-br" />โดยหลังจาก <strong>WHA Group</strong> ประกาศ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Mission</span> เพื่อบรรลุเป้าหมาย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Net zero</span> ในปี 2050 พร้อมวางกลยุทธ์ขับเคลื่อนเพื่อมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการทำ Digital Transformation เพื่อเพิ่มศักยภาพและความพร้อมให้องค์กร พร้อมประกาศ Commitment องค์กร เพื่อเติบโตควบคู่ไปกับการสร้าง Positive Impact และวางเป้าหมายไว้ทั้งระยะสั้นในปี 2030 ที่ต้องการลด Emission 42% จากปีฐาน 2021 , ส่งเสริม Green Procurement 50% รวมทั้งการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่​ให้ได้ 70%<br class="html-br" /><br class="html-br" />รวมทั้งเป้าหมายระยะยาวในปี 2050 ทั้งการบรรลุ Net zero ทั้ง 3 สโคป การสร้าง Circularity Ecosystem ภายในธุรกิจ รวมทั้งการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ พร้อมทั้งลดการใช้น้ำจากแหล่งน้ำ​ธรรมชาติให้ได้ทั้ง 100%<br class="html-br" /><br class="html-br" />หลังวางเป้าหมาย​ชัดเจน ก็นำมาสู่การจัดกระบวนทัพและวางกลยุทธ์ให้สามารถบรรลุเป้าหมาย ผ่านการขับเคลื่อน 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ทั้งกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ กลุ่มนิคมอุตสากรรม กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค รวมทั้งธุรกิจใหม่อย่าง Mobilix เพื่อรองรับ Green Logistics รวมทั้งกลุ่มพัมนาดิจิทัลโซลูชั่นส์ ​ซึ่งปัจจุบันกลุ่มธุรกิจใหม่เพื่อรองรับการเติบโตที่​ยั่งยืน มีการเติบโตที่แข็งแรงและสามารถสร้างรายได้ ควบคู่ไปกับการลด Carbon Emission จากการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ<br class="html-br" /><br class="html-br" />ไม่ว่าจะเป็น <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Mobilix</span></strong> ที่ปี 2024 ที่ผ่านมา มีจำนวนรถ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">EV</span> ให้บริการในแพลตฟอร์มแล้ว 330 คัน สร้างรายได้แล้ว 132 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มรถเป็นกว่า 2 หมื่นคันในปี 2029 ซึ่งคาดว่าจะสามารถลด Emisison ลงได้ถึง 2,800 ตันคาร์บอนเทียบเท่า<br class="html-br" /><br class="html-br" />ส่วนกลุ่ม <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Renewable Energy</span></strong> สามารถผลิตไฟฟ้าได้แล้ว 437 เมกะวัตต์​ สร้างรายได้ 493 ล้านบาท และคาดจะเพิ่มเป็น 1,200 เมกะวัตต์ ซึ่งช่วยลด Emission ได้มากกว่า 6.1 หมื่นตันคาร์บอน ขณะที่สามารถบำบัดและบริหารจัดการน้ำในปีที่ผ่านมาได้กว่า 7.64 ล้านลูกบาศก์เมตร สร้างรายได้ 303 ล้านบาท และคาดว่าจะทำได้เพิ่มเป็น 24.25 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเทียบเป็นปริมาณที่ให้คนนำไปใช้ได้มากกว่า 2.15 แสนคน<br class="html-br" /><br class="html-br" />นอกจากนี้ ยังมีโอกาสใหม่ๆ ที่อยู่ระหว่างศึกษา หรือรอโอกาสเติบโตและเป็น New Engine ใหม่ให้องค์กรได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากคาร์บอนเครดิต การต่อยอดจากการบริหารจัดการแบตเตอรี่เก่า จากฟลีทรถขนส่ง EV รวมทั้งพลังงานสะอาดที่จะเดินหน้าต่อเนื่อง พร้อมทั้งศึกษาเรื่องของพลังงานิวเคลียร์ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">SMR</span> และการจัดเก็บคาร์บอน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">CCUS</span> ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกับพันธมิตร หรือรอให้ต้นทุนทางเทคโนโลยีปรับตัวลดลงเพื่อเข้าไปลงทุน เพิ่ม​โอกาสเติบโตได้มากขึ้นในอนาคต<br class="html-br" /><br class="html-br" />สำหรับ​แนวทางที่ <strong>WHA</strong> จะใช้ในการขับเคลื่อนเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมแห่งความยั่งยืน จะโฟกัสผ่าน 5 ด้าน คือ Green Mobility, Water Conservation Program , Waste Reduction By 3R , Green Construction และ Decarbonization เพื่อสามารถต่อยอดและสร้างรากฐานทีแข็งแกร่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/wha-green-business/">WHA คาดรายได้จากฝั่ง Green Business ขยับแตะ 1,500 ล้านบาท ในสิ้นปี 2025 นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พรุ่งนี้โลกจะร้อนกว่านรก อุณหภูมิ New High ใน 5 ปีข้างหน้า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/new-high-global-warming/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 13:55:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Bangchak]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Bleaching]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonMarket]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[CMC]]></category>
		<category><![CDATA[coral]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[GlobalBoiling]]></category>
		<category><![CDATA[GlobalWarming]]></category>
		<category><![CDATA[LowCarbon]]></category>
		<category><![CDATA[Marine]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[NewHigh]]></category>
		<category><![CDATA[Quotes]]></category>
		<category><![CDATA[Science]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[ThonThamrongnawasawat]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ธรณ์ธำรงนาวาสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปะการัง]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอกขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อนธรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[โลกเดือด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39501</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; “ผมทำงานด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลมาตลอดชีวิต ​ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะต้องมาเจอปะการัง 99% ฟอกขาวและกำลังจะตาย อุณหภูมิในทะเลที่สูงเกือบ​ 40 องศาฯ ไม่ต่างจากอยู่ในบ่อออนเซ็น ทำให้ปะการังทนไม่ไหวจนฟอกขาวและค่อยๆ ตายไปจนหมด และเร็วเกินกว่าที่คาดคิดไว้&#8221; คำกล่าวของ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์  นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ และอาจารย์ภาควิชา วิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บรรยายพิเศษหัวข้อ &#8216;Warmer Than in Hell พรุ่งนี้โลกจะร้อนยิ่งกว่านรก&#8217; ในงาน READY, SET, NET, ZERO with Carbon Markets Club ​อ.ธรณ์ มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ เลยจุดของการกลับไปแก้ไขแล้ว ​ทั้งอุณหภูมิโลกที่สูงเป็นประวัติการณ์ จนเลยเส้นความกังวลของคนทั้งโลกมาแล้ว และคาดว่าภายใน 5 ปีข้างหน้านี้จะเกิดอุณหภูมิ New High ได้อีกอย่างน้อย 1 ปีเป็นอย่างต่ำปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากมายด์เซ็ตรวมทั้งการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจแบบผิดๆ รวมทั้​งการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น​การขับเคลื่อนกิจกรรม CSR ต่างๆ หรือความพยายามในการสร้างจิตสำนึก การรณรงค์ดูแลสิ่งแวดล้อมต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/new-high-global-warming/">พรุ่งนี้โลกจะร้อนกว่านรก อุณหภูมิ New High ใน 5 ปีข้างหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><em>“ผมทำงานด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลมาตลอดชีวิต ​ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะต้องมาเจอปะการัง 99% ฟอกขาวและกำลังจะตาย อุณหภูมิในทะเลที่สูงเกือบ​ 40 องศาฯ ไม่ต่างจากอยู่ในบ่อออนเซ็น ทำให้ปะการังทนไม่ไหวจนฟอกขาวและค่อยๆ ตายไปจนหมด และเร็วเกินกว่าที่คาดคิดไว้&#8221;</em></p>
<p><span id="more-39501"></span><br class="html-br" />คำกล่าวของ <strong>ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์</strong>  นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ และอาจารย์ภาควิชา วิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บรรยายพิเศษหัวข้อ &#8216;Warmer Than in Hell พรุ่งนี้โลกจะร้อนยิ่งกว่านรก&#8217; ในงาน READY, SET, NET, ZERO with Carbon Markets Club ​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>อ.ธรณ์</strong> มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ เลยจุดของการกลับไปแก้ไขแล้ว ​ทั้งอุณหภูมิโลกที่สูงเป็นประวัติการณ์ จนเลยเส้นความกังวลของคนทั้งโลกมาแล้ว และคาดว่าภายใน 5 ปีข้างหน้านี้จะเกิดอุณหภูมิ <strong>New High</strong> ได้อีกอย่างน้อย 1 ปีเป็นอย่างต่ำ<br class="html-br" /><br class="html-br" />ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากมายด์เซ็ตรวมทั้งการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจแบบผิดๆ รวมทั้​งการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น​การขับเคลื่อนกิจกรรม CSR ต่างๆ หรือความพยายามในการสร้างจิตสำนึก การรณรงค์ดูแลสิ่งแวดล้อมต่างๆ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นในวันนี้สะท้อนถึงความล้มเหลวที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่ความพยายามเปลี่ยนผ่านมาสู่ระบบเศรษฐกิจที่เป็น Low Carbon หากทำอย่างจริงจังก็อาจจะเริ่มส่งผลในอีก 30-40 ปีข้างหน้า ซึ่งอาจจะช้าเกินไปแล้ว ​​<br class="html-br" /><br class="html-br" />ส่วนการขับเคลื่อนเพื่อ​แก้ปัญหาสภาพอากาศในปัจจุบันว่า ​​​ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี หรือการวางกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนต่างๆ ที่เชื่อว่าจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจต่างๆ ​ให้ความสำคัญกับการวางแผน​ วางนโนบายหรือ​กลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อน และ​สร้างตัวชี้วัด สร้าง KPI เพื่อเช็คว่าทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ โดยลืมคิดไปว่าการดูแลรักษาโลกไม่ใช่การทำขัอสอบให้ผ่าน ไม่เหมือนการเรียนในระบบที่เรียนไปแล้ว สอบผ่านจะได้เลื่อนชั้นจนจบและรับปริญญาตามสเตป แต่ปัญหามีความซับซ้อนและผลกระทบที่เกิดขึ้นตลอดทั้งห่วงโซ่ และต้องเข้าไป​ดูแลมากกว่าแค่เรื่องการลดคาร์บอน การลดก๊าซเรือนกระจก ​<br class="html-br" /><br class="html-br" />เพราะอากาศร้อน โลกที่ร้อนขึ้น​ ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องทั้ง​ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัญหาการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งในแต่ละประเทศ หรือระหว่างประเทศ ความอดอยาก ทำให้เกิดการต่อสู้ดิ้นรนพยายามเอาชีวิตรอด ซึ่งคนอาจไม่ได้ตายจากการที่โลกร้อน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือสาเหตุสำคัญของความไม่ปกติที่จะเกิดขึ้นไปทั่วทั้งโลก​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;ตอนนี้เหมือนเราตกกระทะทองแดงแล้ว แต่อาจจะยังไม่มิดหัว และเลือกที่จะไม่มองปัญหาที่เกิดขึ้นรอบตัว แต่​หันไปมองสิ่งสวยงามอย่างกระต่ายในดวงจันทร์แทน เป็นเหมือนการปลอบใจตัวเอง ว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าเราเดินตามแผน เดินตามไทม์ไลน์ ทำตามโพรเซสต่างๆ แล้ว จะช่วยให้โลกดีขึ้น ​แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่ภาคธุรกิจทำ แม้จะ​เป็นสิ่งที่ดี ที่ควรทำ​​ แต่การทำช่วยแก้ปัญหาได้รอบด้านจริงหรือไม่ หรือทำแค่ต้องการเพียงรายงาน​ SD Report เท่านั้น เพราะแม้ว่าทุกบริษัทจะมีคะแนนความยั่งยืนในระดับสูง ได้เรตติ้งแบบ AAA แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะมาการันตีว่าโลกจะดีขึ้น หรือชีวิตในอนาคตของลูกหลานจะดีขึ้นได้จริง&#8221;​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/new-high-global-warming/">พรุ่งนี้โลกจะร้อนกว่านรก อุณหภูมิ New High ใน 5 ปีข้างหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>RATCH GROUP ชู 3 สมดุล ขับเคลื่อน &#8216;Energy Transition&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/ratch-group-energy-transition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 13:52:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Battery]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Fossil]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[PowerGenerators]]></category>
		<category><![CDATA[PowerSecurity]]></category>
		<category><![CDATA[Ratch Group]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[SolarPower]]></category>
		<category><![CDATA[StorageSystem]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[WindPower]]></category>
		<category><![CDATA[นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอสซิล]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39491</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; ในฐานะผู้อยู่ในธุรกิจผลิตไฟฟ้า ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม High Emission และได้ชื่อว่าเป็นภาคส่วนที่มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในสัดส่วนที่สูง ทำให้ผู้ประกอบการ​อุตสาหกรรมกลุ่ม Power &#38; Energy ​ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกับ RATCH GROUP ที่มีแผนขับเคลื่อนองค์กรสู่ความ​เป็นกลางทางคาร์บอน Carbon Neutrality ภายในปี 2050 ​โดยมีแผนเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด หรือ Renewable เป็น 70% ภายในอีก 3-4 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีสัดส่วนพลังงานสะอาดอยู่ที่กว่า 20% ​คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มราช กรุ๊ป จะพยามยามลดพอร์ตฟอสซิลให้ลดลง และเพิ่มการลงทุนในกลุ่มพลังงานทดแทน ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม รวมทั้งการลงทุน​กลุ่มแบตเตอรี่ เพื่อเพิ่มศักยภาพ Storage System ลดความผันผวนด้านความมั่นคงทางพลังงาน จากแหล่งพลังงานจากธรรมชาติที่มีความไม่แน่นอนสูง ภายใต้​เงินลงทุนรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท สำหรับทุกประเทศทั้งในไทย ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/ratch-group-energy-transition/">RATCH GROUP ชู 3 สมดุล ขับเคลื่อน &#8216;Energy Transition&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>ในฐานะผู้อยู่ในธุรกิจผลิตไฟฟ้า ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม High Emission และได้ชื่อว่าเป็นภาคส่วนที่มีการปลดปล่อย<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ก๊าซเรือนกระจก</span> ในสัดส่วนที่สูง</p>
<p><span id="more-39491"></span><br class="html-br" />ทำให้ผู้ประกอบการ​อุตสาหกรรมกลุ่ม Power &amp; Energy ​ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น<br class="html-br" /><br class="html-br" />เช่นเดียวกับ<strong> RATCH GROUP</strong> ที่มีแผนขับเคลื่อนองค์กรสู่ความ​เป็นกลางทางคาร์บอน <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Carbon Neutrality</span> </strong>ภายในปี 2050 ​โดยมีแผนเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด หรือ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Renewable</span> เป็น 70% ภายในอีก 3-4 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีสัดส่วนพลังงานสะอาดอยู่ที่กว่า 20% ​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มราช กรุ๊ป จะพยามยามลดพอร์ตฟอสซิลให้ลดลง และเพิ่มการลงทุนในกลุ่มพลังงานทดแทน ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม รวมทั้งการลงทุน​กลุ่มแบตเตอรี่ เพื่อเพิ่มศักยภาพ Storage System ลดความผันผวนด้านความมั่นคงทางพลังงาน จากแหล่งพลังงานจากธรรมชาติที่มีความไม่แน่นอนสูง ภายใต้​เงินลงทุนรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท สำหรับทุกประเทศทั้งในไทย ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ซึ่งการลงทุน​ช่วงเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดนี้ จะสอดคล้องกับทิศทาง นโยบาย และความเร่งด่วนของแต่ละประเทศที่เข้าไปลงทุน แต่เชื่อว่าโดยภาพรวมจะลดพอร์ตในกลุ่มฟอสซิลลงได้ตามโรดแม็พ<br class="html-br" /><br class="html-br" />อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อน <strong>Energy Transition</strong> มี 3 <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">pillars</span> ที่ต้องคำนึงถึง ทั้งเรื่อง ความมั่นคงทางพลังงาน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และต้นทุนในการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งต้องมีความสมดุลกันทั้ง 3 ด้าน จึงจะสามารถขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ<br class="html-br" /><br class="html-br" />เพราะหากจะคำนึงถึงแต่ประเด็นสิ่งแวดล้อม แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาดทั้งหมด แต่ไฟติดๆ ดับๆ หรือต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่ราคาแพงมาก ก็ไม่สามารถมีใครพร้อมที่จะลงทุนได้ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความมั่นคง หรือ Energy Security ถือว่ามีความสำคัญมากที่สุด เพราะถือเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศ และยังเป็นอีกหนึ่งจุดที่ช่วยดึงดูดการลงทุน ดึงดูดเม็ดเงินเข้ามาพัฒนาประเทศ และสะท้อนความสามารถทางการแข่งขันของประเทศนั้นๆ ด้วยเช่นกัน<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;ก่อนหน้านี้บริบทในเรื่องของสิ่งแวดล้อม อยู่ที่การไม่สร้างมลภาวะมากเ​กินมาตรฐาน แต่เมื่อบริบทในปัจจุบันและมาตรฐานได้ถูกยกระดับมากขึ้น การปล่อย Carbon Emission ซึ่งเป็นเรื่องที่มาคู่กับการผลิตไฟฟ้ากลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกมีความกังวล และมีการยกระดับเพื่อควบคุมปริมาณการปลดปล่อยซึ่งกระทบต่อ​อุตสาหกรรม​ แต่ก็ถือเป็น​ความท้าทายใหม่ที่ผู้อยู่ในอุตสาหกรรมทุกรายต้องสามารถสร้างให้เกิดความสมดุลขึ้นมาให้ได้ในสุด&#8221;​​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/ratch-group-energy-transition/">RATCH GROUP ชู 3 สมดุล ขับเคลื่อน &#8216;Energy Transition&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดูแล &#8216;สิ่งแวดล้อม&#8217; ให้เหมือน ดูแลสุขภาพ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/banpu-decarb-festival/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Jan 2026 07:21:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[Decarb Festival]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Envi]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental]]></category>
		<category><![CDATA[Integrated]]></category>
		<category><![CDATA[LowCarbon]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[POWER GREEN]]></category>
		<category><![CDATA[PowerGreenCamp]]></category>
		<category><![CDATA[PowerGreenCamp20]]></category>
		<category><![CDATA[Science]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ดีค้าบ]]></category>
		<category><![CDATA[ดีค้าบเฟสติวัล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สินนท์ ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[เพาเวอร์กรีน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39316</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;การดูแล สิ่งแวดล้อม ก็เหมือนกับการดูแล สุขภาพ ของเราเอง เพราะไม่ว่าเราจะทำงานอย่างหนัก เพื่อหาเงินให้ได้มากแค่ไหน แต่สุดท้าย เราต้องเจ็บป่วย หรือไม่อยู่แล้ว ก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร เช่นเดียวกับการทำ ธุรกิจ ถ้านึกถึงแค่การทำให้ ยอดขาย เติบโต โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสภาพ​แวดล้อมเลย แต่ในอนาคตข้างหน้า ไม่มีโลกให้อยู่แล้ว ถ้าถึงวันนั้น แล้วเราทุกคนจะทำอย่างไร?&#8221;คำกล่าวของ คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) บนเวที​เสวนา &#8216;เชื่อมโยงภารกิจสู่สังคมคาร์บอนต่ำ: รัฐ-การศึกษา-เอกชน&#8217; ภายในกิจกรรม &#8216; Decarb Festival ลดคาร์บอนให้โลกคูลล์&#8217; โครงการค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพาเวอร์กรีน ปีที่ 20 PowerGreen Camp ซึ่ง​ถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญ ในการช่วยผลักดันให้เด็กและเยาวชนไทยใส่ใจและตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ความรู้ และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนอย่างสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำบนเวทีสัมมนา คุณสินนท์ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงภารกิจ Decarbonization ของ บ้านปู เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net zero ภายในปี 2050 และลดการปลดปล่อยคาร์บอนภายในธุรกิจลง 20% ภายในปี 2030 ผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยี และการเปลี่ยนผ่านสู่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/banpu-decarb-festival/">ดูแล &#8216;สิ่งแวดล้อม&#8217; ให้เหมือน ดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>&#8220;การดูแล <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สิ่งแวดล้อม</span></strong> ก็เหมือนกับการดูแล <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สุขภาพ</span> ของเราเอง เพราะไม่ว่าเราจะทำงานอย่างหนัก เพื่อหาเงินให้ได้มากแค่ไหน แต่สุดท้าย เราต้องเจ็บป่วย หรือไม่อยู่แล้ว ก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร เช่นเดียวกับการทำ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ธุรกิจ</span> ถ้านึกถึงแค่การทำให้ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ยอดขาย</span> เติบโต โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสภาพ​แวดล้อมเลย แต่ในอนาคตข้างหน้า ไม่มีโลกให้อยู่แล้ว ถ้าถึงวันนั้น แล้วเราทุกคนจะทำอย่างไร?&#8221;</em><br class="html-br" /><span id="more-39316"></span><br class="html-br" />คำกล่าวของ<strong> คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) บนเวที​เสวนา <strong>&#8216;เชื่อมโยงภารกิจสู่สังคมคาร์บอนต่ำ: รัฐ-การศึกษา-เอกชน&#8217; ภายในกิจกรรม &#8216; <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarb</span> Festival ลดคาร์บอนให้โลกคูลล์&#8217;</strong> โครงการค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพาเวอร์กรีน ปีที่ 20 <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><span class="xt0psk2"><span class="xjp7ctv">PowerGreen Camp</span></span></span> ซึ่ง​ถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญ ในการช่วยผลักดันให้เด็กและเยาวชนไทยใส่ใจและตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ความรู้ และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนอย่างสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สังคมคาร์บอนต่ำ</span><br class="html-br" /><br class="html-br" />บนเวทีสัมมนา คุณสินนท์ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงภารกิจ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarbonization</span> ของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">บ้านปู</span> เพื่อบรรลุเป้าหมาย<strong> <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Net zero</span></strong> ภายในปี 2050 และลดการปลดปล่อยคาร์บอนภายในธุรกิจลง 20% ภายในปี 2030 ผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยี และการเปลี่ยนผ่านสู่ New Energy เนื่องจากอุตสาหกรรมด้านพลังงานถือเป็นภาคส่วนสำคัญในฐานะต้นทางการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนของธุกิจต่างๆ พร้อมทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Renewable</span><br class="html-br" /><br class="html-br" />ซึ่งที่ผ่านมา บ้านปูมีความพยายาม​ในการขับเคลื่อนเรื่องของ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พลังงานสะอาด</span> อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ New Energy ทั้งโซลาร์ฟาร์ม แบตเอตรี่ รวมไปถึงพลังงานนิวเคลียร์ หรือไฮโดรเจน ซึ่งถือเป็นแหล่งพลังงานแห่งอนาคต ที่สามารถช่วยรักษาศักยภาพในการเปลี่ยนผ่าน โดยยังคงรักษาสมดุลในเรื่องของความมีเสถียรภาพ และราคาพลังงานเอาไว้ได้<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะเดียวกัน ก็ถือเป็นความท้าทายสำคัญของบ้านปู และภาคเอกชนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ในการหาแนวทางสำหรับใช้​ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่าน ในการพัฒนาและลงทุนด้านพลังงานสะอาด ผ่านการลงทุนเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสามารถสร้างแหล่งพลังงานใหม่ขึ้นมาได้ทันเวลา​ตามแผนการเปลี่ยนผ่าน พร้อมทั้งรักษาระดับราคาไว้ไม่ให้สูงมากจนเกินไป ​<br class="html-br" /><br class="html-br" />ดังนั้น ​ความชัดเจนของนโยบายในการเปลี่ยนผ่านระดับประเทศ จึงมีความสำคัญ รวมทั้งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้ง​ภาครัฐ ภาคการศึกษา และเอกชน เพื่อการขับเคลื่อนร่วมกันได้อย่างแน่นแฟ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/banpu-decarb-festival/">ดูแล &#8216;สิ่งแวดล้อม&#8217; ให้เหมือน ดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สะท้อนมุมมอง CSR ผ่านละคร &#8216;หวานรักต้องห้าม&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/csr-quote-in-sweetest-taboo-ch3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Jan 2026 07:12:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Corporate]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[CSV]]></category>
		<category><![CDATA[Development]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[MikePanitan]]></category>
		<category><![CDATA[Mikey]]></category>
		<category><![CDATA[MikeyPanitan]]></category>
		<category><![CDATA[Responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[SD]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[TheSweetestTaboo]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเอสอาร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปณิธาน บุตรแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ภีรนีย์ คงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ละคร]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[หวานรักต้องห้าม]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[แมท ภีรนีย์ คงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ไมกี้]]></category>
		<category><![CDATA[ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39319</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนึ่งมุมมองเกี่ยวกับการทำโครงการเพื่อสังคม หรือ CSRที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถ่ายทอด ผ่านเนื้อหาในละครเรื่องล่าสุดของทาง ช่อง3 อย่าง หวานรักต้องห้าม ไว้ได้อย่างน่าสนใจ พร้อมเส้นเรื่องในละครที่สอดคล้องกับบริบทของสังคมปัจจุบัน ที่สื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน รวมทั้งอิทธิพลในการชี้นำสังคมของบรรดา Content Creator ที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก​โดยเฉพาะประเด็นการสร้างคอนเทนต์สายบุญ ของเหล่าแม่ค้าออนไลน์ที่กำลังเป็นประเด็นที่สังคมกำลังจับตา ซึ่งละคร &#8216;หวานรักต้องห้าม&#8216; ได้ถ่ายทอดมิตินี้ ผ่านตัวละคร &#8216;ผกามาลิน&#8216; รับบทโดย แมท ภีรนีย์ คงไทย แม่ค้าออนไลน์ที่สร้างรายได้หลักหลายล้านในแต่ละวันจากการไลฟ์ขายของ และเลือกที่จะทำโครงการ CSR ที่หลากหลายกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ ​เพราะถือว่าเป็นการตอบแทนสังคม ​ขณะที่ ​&#8217;คธา&#8217; นักศึกษา Activist ผู้เคลื่อนไหวกิจกรรมทางสังคม​ รับบทโดย ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว ต่อต้านวิธีการดังกล่าว และมองว่าเป็นการทำบุญเพื่อคอนเทนต์ ฉวยโอกาสในการประชาสัมพันธ์จากกลุ่มผู้ด้อยโอกาส และ​เป็นการซ้ำเติมปัญหาให้สังคมโดยตัวละคร &#8216;คธา&#8217; ได้พูดถึงมุมมองในการทำโครงการเพื่อสังคมไว้ได้อย่างน่าสนใจว่า&#8220;โครงการต่างๆ ที่ไม่ได้มาจากความต้องการของชุมชนจริงๆ สุดท้ายแล้วก็ไม่มี ความยั่งยืน หรือการเลือกที่จะไปบริจาคเงินให้โรงพยาบาล โรงเรียน ​หรือการไปเดินแจกเงินตามบ้านในชุมชนแออัด ซึ่งสุดท้ายก็ตอบไม่ได้ว่าจะให้ไปได้ถึงเมื่อไหร่ เพราะคนทำ CSR อาจจะมองว่าเป็นการทำเพื่อให้ได้บุญ ได้ช่วยเหลือคนอื่น แต่สุดท้ายแล้ว เป็นการทำเพราะเป็นเรื่องทางการตลาด การที่เรามีผู้ติดตามจำนวนมาก สิ่งที่เราทำสามารถส่งผลต่อความคิดของผู้คน เราจึงควรทำอะไรให้มากกว่านี้&#8221;Quote ด้านบน​ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/csr-quote-in-sweetest-taboo-ch3/">สะท้อนมุมมอง CSR ผ่านละคร &#8216;หวานรักต้องห้าม&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หนึ่งมุมมองเกี่ยวกับการทำ<strong>โครงการเพื่อสังคม </strong>หรือ<strong> <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">CSR</span></strong>ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถ่ายทอด ผ่านเนื้อหาในละครเรื่องล่าสุดของทาง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ช่อง3</span> อย่าง <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">หวานรักต้องห้าม</span></strong> ไว้ได้อย่างน่าสนใจ</p>
<p><span id="more-39319"></span><br class="html-br" />พร้อมเส้นเรื่องในละครที่สอดคล้องกับบริบทของสังคมปัจจุบัน ที่สื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน รวมทั้งอิทธิพลในการชี้นำสังคมของบรรดา Content Creator ที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก​<br class="html-br" /><br class="html-br" />โดยเฉพาะประเด็นการสร้างคอนเทนต์สายบุญ ของเหล่าแม่ค้าออนไลน์ที่กำลังเป็นประเด็นที่สังคมกำลังจับตา ซึ่งละคร <strong>&#8216;หวานรักต้องห้าม</strong>&#8216; ได้ถ่ายทอดมิตินี้ ผ่านตัวละคร &#8216;<strong>ผกามาลิน</strong>&#8216; รับบทโดย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">แมท ภีรนีย์</span> คงไทย แม่ค้าออนไลน์ที่สร้างรายได้หลักหลายล้านในแต่ละวันจากการไลฟ์ขายของ และเลือกที่จะทำโครงการ CSR ที่หลากหลายกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ ​เพราะถือว่าเป็นการตอบแทนสังคม ​<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่ ​&#8217;<strong>คธา&#8217;</strong> นักศึกษา Activist ผู้เคลื่อนไหวกิจกรรมทางสังคม​ รับบทโดย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ไมกี้ ปณิธาน</span> บุตรแก้ว ต่อต้านวิธีการดังกล่าว และมองว่าเป็นการทำบุญเพื่อคอนเทนต์ ฉวยโอกาสในการประชาสัมพันธ์จากกลุ่มผู้ด้อยโอกาส และ​เป็นการซ้ำเติมปัญหาให้สังคม<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>โดยตัวละคร &#8216;คธา&#8217; ได้พูดถึงมุมมองในการทำโครงการเพื่อสังคมไว้ได้อย่างน่าสนใจว่า</strong><br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;โครงการต่างๆ ที่ไม่ได้มาจากความต้องการของชุมชนจริงๆ สุดท้ายแล้วก็ไม่มี <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> หรือการเลือกที่จะไปบริจาคเงินให้โรงพยาบาล โรงเรียน ​หรือการไปเดินแจกเงินตามบ้านในชุมชนแออัด ซึ่งสุดท้ายก็ตอบไม่ได้ว่าจะให้ไปได้ถึงเมื่อไหร่ เพราะคนทำ CSR อาจจะมองว่าเป็นการทำเพื่อให้ได้บุญ ได้ช่วยเหลือคนอื่น แต่สุดท้ายแล้ว เป็นการทำเพราะเป็นเรื่องทางการตลาด การที่เรามีผู้ติดตามจำนวนมาก สิ่งที่เราทำสามารถส่งผลต่อความคิดของผู้คน เราจึงควรทำอะไรให้มากกว่านี้&#8221;</em><br class="html-br" /><br class="html-br" /><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Quote</span> ด้านบน​ สะท้อนให้เห็นปัญหาในการขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคมในปัจจุบัน ที่บางครั้งไม่ตอบโจทย์ ไม่สอดคล้องกับความต้องการหรือปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละพื้นที่ ทำให้เสียงบประมาณโดยไม่ได้สร้างประโยชน์ที่แท้จริง เช่น สิ่งที่ตัวละครผกามาลินทำในพื้นที่ เช่น การไปสร้างเรือนปลูกผักออแกนิกส์ไว้บนดอย แต่สุดท้ายกลับถูกทิ้งร้าง เพราะชาวบ้านคุ้นเคยกับการปลูกแบบวิธีดั้งเดิมมากกว่า หรือการไปติดตั้งโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ชายแดน แต่ขาดคนดูแลทำให้เสียและไม่สามารถใช้งานได้จริง รวมทั้งโครงการปลูกต้นไม้แต่สุดท้ายปล่อยให้ต้นไม้ทั้งหมดตายไปเพราะไม่มีคนคอยดูแล เป็นตัวอย่างของการทำ CSR ที่ไม่ถูกต้อง เพราะนอกจากไม่สร้างให้เกิดประโยชน์แล้ว แต่กลับสร้างภาระกลายเป็นปัญหาให้กับคนในพื้นที่ในที่สุดด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/csr-quote-in-sweetest-taboo-ch3/">สะท้อนมุมมอง CSR ผ่านละคร &#8216;หวานรักต้องห้าม&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เส้นทางสู่ “เน็ต ซีโร่” ของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/01/road-to-net-zero-of-healthcare-industry/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jan 2024 08:14:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Healthcare]]></category>
		<category><![CDATA[Healthcare Without Harm]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider Electric]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[ขอบเขตความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ชไนเดอร์ อิเล็คทริค]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การอนามัยโลก]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เฮลธ์แคร์]]></category>
		<category><![CDATA[แดเนียล การ์เซียร์ กิล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23317</guid>

					<description><![CDATA[<p>อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ หรือ เฮลธ์แคร์ คือหนึ่งในภาคส่วนที่มีการใช้พลังงานมากที่สุด คิดเป็น 7% ของการปล่อยคาร์บอนทั้งหมด ซึ่งโรงพยาบาลมีการใช้พลังงานและน้ำในปริมาณมาก อีกทั้งยังสร้างของเสียจำนวนมากเช่นกัน สอดคล้องกับการศึกษาจาก Healthcare Without Harm ที่ชี้ว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเฮลธ์แคร์ เทียบเท่าอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิทั่วโลกที่ 4.4% โดยสหรัฐอเมริกา จีน และยุโรป คิดเป็น 56% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ทั้งหมดทั่วโลก องค์การอนามัยโลก ประเมินว่าค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการใช้พลังงานตามสถานพยาบาลต่างๆ มีแต่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ภายในห้าปีข้างหน้า เมื่อพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโรงพยาบาลพบว่า 25% เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน ฉะนั้นการลดพลังงานจึงช่วยสร้างประสิทธิภาพด้านการเงินที่ดีขึ้นได้ทันที สิ่งสำคัญสำหรับองค์กรด้านการดูแลสุขภาพ คือการพัฒนาและนำกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาใช้ นอกจากจะช่วยให้บรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงปารีสแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานได้ นอกเหนือจากคำมั่นสัญญาเหล่านี้ องค์กรทางคลินิกบางแห่งอย่าง Doctors for the Environment Australia ยังสนับสนุนความมุ่งมั่นเหล่านี้อย่างจริงจัง อีกทั้งเรียกร้องให้หลายองค์กรออกมาแสดงความมุ่งมั่นเรื่องการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ให้ได้ภายในปี 2040 โดยมีเป้าหมายตามระยะเวลาที่กำหนด คือการลดคาร์บอนให้ได้ 80% ภายในปี 2030 ทำความเข้าใจเกี่ยวกับขอบเขตของความยั่งยืน Greenhouse Gas [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/road-to-net-zero-of-healthcare-industry/">เส้นทางสู่ “เน็ต ซีโร่” ของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><em>อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ หรือ เฮลธ์แคร์ คือหนึ่งในภาคส่วนที่มีการใช้พลังงานมากที่สุด คิดเป็น </em></strong><strong><em>7% </em></strong><strong><em>ของการปล่อยคาร์บอนทั้งหมด ซึ่งโรงพยาบาลมีการใช้พลังงานและน้ำในปริมาณมาก อีกทั้งยังสร้างของเสียจำนวนมากเช่นกัน </em></strong></p>
<p><span id="more-23317"></span></p>
<p><strong><em>สอดคล้องกับการศึกษาจาก </em></strong><strong><em>Healthcare Without Harm </em></strong><strong><em>ที่ชี้ว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเฮลธ์แคร์ เทียบเท่าอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิทั่วโลกที่ </em></strong><strong><em>4.4% </em></strong><strong><em>โดยสหรัฐอเมริกา จีน และยุโรป คิดเป็น </em></strong><strong><em>56% </em></strong><strong><em>ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ทั้งหมดทั่วโลก</em></strong></p>
<p>องค์การอนามัยโลก ประเมินว่าค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการใช้พลังงานตามสถานพยาบาลต่างๆ มีแต่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ภายในห้าปีข้างหน้า</p>
<p><strong>เมื่อพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโรงพยาบาลพบว่า 25% เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน</strong> ฉะนั้นการลดพลังงานจึงช่วยสร้างประสิทธิภาพด้านการเงินที่ดีขึ้นได้ทันที</p>
<p>สิ่งสำคัญสำหรับองค์กรด้านการดูแลสุขภาพ คือการพัฒนาและนำกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาใช้ นอกจากจะช่วยให้บรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงปารีสแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานได้</p>
<p>นอกเหนือจากคำมั่นสัญญาเหล่านี้ องค์กรทางคลินิกบางแห่งอย่าง Doctors for the Environment Australia ยังสนับสนุนความมุ่งมั่นเหล่านี้อย่างจริงจัง อีกทั้งเรียกร้องให้หลายองค์กรออกมาแสดงความมุ่งมั่นเรื่องการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ให้ได้ภายในปี 2040 โดยมีเป้าหมายตามระยะเวลาที่กำหนด คือการลดคาร์บอนให้ได้ 80% ภายในปี 2030</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23340 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Pic_Healthcare_TH-2.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>ทำความเข้าใจเกี่ยวกับขอบเขตของความยั่งยืน</strong></p>
<p><strong>Greenhouse Gas Protocol</strong> ซึ่งเป็นมาตรฐานการทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกสำหรับทั้งภาครัฐและเอกชน ได้นิยามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน 3 ขอบเขต (Scope) ด้วยกัน โดยอิงจากความเป็นเจ้าของและระดับของการควบคุมการปล่อยก๊าซ</p>
<p>สำหรับอุตสาหกรรมภาคการดูแลสุขภาพ สอดคล้องตาม <strong>Healthcare Without Harm</strong> การกระจายการปล่อยก๊าซคาร์บอนในขอบเขตความยั่งยืนทั้งหมดได้แก่</p>
<p><strong>Scope 1</strong> คือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการเผาไหม้ฟอสซิลโดยตรง (เช่นก๊าซธรรมชาติหรือเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะตัวเอง) คิดเป็น 17% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเฮลธ์แคร์ทั่วโลก</p>
<p><strong>Scope 2</strong> การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากแหล่งพลังงานที่ซื้อมา (ไฟฟ้า ระบบทำความร้อนและทำความเย็นส่วนกลาง ไอน้ำ และ ฯลฯ) คิดเป็นอีก 12% ขึ้นอยู่กับการสร้างไฟฟ้าจากกริด</p>
<p><strong>Scope 3</strong> การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากซัพพลายเชนในภาคอุตสาหกรรมดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนที่มีนัยสำคัญที่สุดของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดอยู่ที่ 71% ซึ่งการปล่อยก๊าซใน Scope 3 ยังเป็นส่วนที่ติดตาม ตรวจสอบและกำจัดได้ยากที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับ scope ย่อยต่างๆ เช่นการเดินทางเพื่อธุรกิจ การขนส่งพนักงานและผู้เยี่ยมชม รวมถึงการปล่อยก๊าซจากการลงทุน ซื้อหรือเช่าอุปกรณ์ต่างๆ</p>
<p>องค์กรภาคอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ทั้งหมด กำลังพัฒนาและนำแผนงานมาใช้ในการบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดใน 3 scope ที่ว่า โดยกลยุทธ์เหล่านี้ประกอบด้วยการดำเนินงานโดยตรงในส่วนของกิจกรรมที่ช่วยสร้างประสิทธิภาพด้านพลังงานในระยะสั้น ถึงระยะกลาง ตลอดจนระยะยาว เช่นการจัดการวงจรของสินทรัพย์ แผนการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และแผนจัดซื้อพลังงาน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-23341 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Pic_Healthcare_TH-1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>บรรลุ “เน็ต ซีโร่” ด้วยการบริหารจัดการพลังงานเชิงรุก</strong></p>
<p><strong>กลยุทธ์การบริหารจัดการพลังงานในเชิงรุก</strong> ให้แนวทางในการรับมือกับความท้าทายในการบริหารจัดการพลังงาน และเป็นหัวใจหลักของเส้นทางสู่ความยั่งยืนในองค์กร การบริหารจัดการพลังงานในเชิงรุก คือแนวทางที่ใช้นวัตกรรมสร้างความยั่งยืนโดยเน้นถึงความจำเป็นด้านการดำเนินการและการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง และประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักด้วยกัน</p>
<p><strong>การจัดซื้อและจัดหา</strong> ได้แก่องค์ประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพด้านภาษี การพัฒนางบประมาณ และการคาดการณ์เกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ โดยการดำเนินงานด้านเฮลธ์แคร์ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง การบริหารความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยมุ่งเน้นเพื่อให้บรรลุความยืดหยุ่นด้านโครงสร้างพื้นฐานและประสิทธิภาพด้านการดำเนินงาน</p>
<p><strong>ประสิทธิภาพและการวิเคราะห์</strong> ได้แก่การดำเนินงานหลักที่เกี่ยวกับการประเมินการใช้พลังงาน การวัดปริมาณและการวิเคราะห์พลังงาน การผสานรวมระบบควบคุมและระบบอัตโนมัติ รวมถึงการให้การรับรองด้านประสิทธิภาพพลังงาน ซึ่งนับเป็นเรื่องปกติมากขึ้นที่สถานพยาบาลทั่วไปต่างมองหาแนวทางเพื่อให้ได้รับการรับรองด้านประสิทธิภาพผ่านเครื่องมือต่างๆ เช่น Green Star และ NABERS สำหรับโรงพยาบาล นอกจากนี้ ยังมีการนำระบบวิเคราะห์ข้อมูล และ AI มาใช้ในการระบุเพื่อดูว่าการดำเนินงานส่วนใดที่ยังไม่ได้ประสิทธิภาพเพียงพอ รวมถึงใช้ออกแบบกลยุทธ์ด้านระบบอัตโนมัติ เพื่อให้ระบบโครงสร้างมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p><strong>ความยั่งยืน</strong> ยังรวมถึงกิจกรรมหลักอื่นๆ อย่าง การออกรายงานเกี่ยวกับคาร์บอน การใช้เทคโนโลยีสะอาด การติดตั้งแหล่งพลังงานหมุนเวียน แหล่งผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ (DER) และการบริหารจัดการทรัพยากรจากแหล่งที่มาทั้งหมด เช่น พลังงาน น้ำ หรือวัสดุก่อสร้าง ซึ่งองค์กรภาคการดูแลสุขภาพมีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสร้างแหล่งพลังงานหมุนเวียน และแนวทางในด้านไมโครกริด เพื่อช่วยลดคาร์บอนและสนับสนุนการใช้ไฟฟ้าในระบบโครงสร้าง โดยส่วนอื่นๆ ที่ต้องมุ่งเน้นคือการติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกครอบคลุมทั้ง 3 scope เริ่มจากการวิเคราะห์การใช้พลังงานโดยตรง ตามด้วยการวิเคราะห์ผลกระทบด้านความยั่งยืนของซัพพลายเชนอย่างละเอียด</p>
<p>การบริหารจัดการพลังงานเชิงรุก ไม่ใช่กระบวนการที่ทำครั้งเดียวจบ แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำตลอดและต้องอาศัยความมีส่วนร่วมและการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง องค์กรด้านเฮลธ์แคร์สามารถส่งเสริมเรื่องความยั่งยืนได้ด้วยการปรับปรุงแนวทางการบริหารจัดการพลังงานในองค์กรให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องได้เช่นกัน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-23339 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Pic_Healthcare_TH-3.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ในฐานะผู้นำที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในเรื่องการสร้างความยั่งยืน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จึงอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการช่วยให้องค์กรด้านการดูแลสุขภาพ บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ด้วย<a href="https://www.se.com/th/th/work/campaign/innovation/overview.jsp" target="_blank" rel="noopener">แพลตฟอร์ม EcoStruxure™</a> และ<a href="https://www.se.com/th/th/work/services/field-services/" target="_blank" rel="noopener">การบริการจาก ชไนเดอร์ อิเล็คทริค</a> ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตร ทั้งการประสานงานและการให้บริการด้านคำปรึกษา ซึ่งสามารถออกแบบกลยุทธ์ด้านการบริหารจัดการพลังงานในเชิงรุกได้อย่างเหมาะสม เพื่อแก้ปัญหาด้วยการลดการปล่อยคาร์บอนในองค์กรเฮลธ์แคร์ ครอบคลุมทั้ง 3 ขอบเขต<a href="https://www.se.com/th/th/work/services/sustainability-business/energy-management-sustainability-services.jsp" target="_blank" rel="noopener">เพื่อความยั่งยืน</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>บทความโดย : แดเนียล การ์เซียร์ กิล ดูแลด้านสถาปัตยกรรม IoT โซลูชั่น ชไนเดอร์ อิเล็คทริค</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/road-to-net-zero-of-healthcare-industry/">เส้นทางสู่ “เน็ต ซีโร่” ของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
