<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กล่องเครื่องดื่ม &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 28 Jul 2026 13:31:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>กล่องเครื่องดื่ม &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เจาะตลาด &#8216;ไฟเบอร์ซีเมนต์&#8217; จากเยื่อกระดาษรีไซเคิล &#8216;เต็ดตรา แพ้ค&#8217; ผนึกพันธมิตร​ เพิ่มดีมานด์ระบบ Circularity จากกล่องเครื่องดื่มใช้แล้ว​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/tetra-pak-sustainability-report-fy25/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Jul 2026 13:31:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[sustainability report]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Tetra Pak]]></category>
		<category><![CDATA[Tetra Pak Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[กระเบื้องโอฬาร]]></category>
		<category><![CDATA[กฤษณ์  เกรียวสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[กล่องเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กฤษณ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิญญา ศิลสุภดล]]></category>
		<category><![CDATA[รายงานความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[สมยศ วัฒน์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โอฬาร]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟเบอร์ซีเมนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43400</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญ​เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศการเก็บกลับวัดสุในกลุ่ม &#8216;กล่องเครื่องดื่ม&#8217; ในประเทศไทย สำหรับบริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด และมองเห็นการเติบโตของความร่วมมือภายใน Ecosystem นี้ได้อย่างชัดเจน จากในช่วงเริ่มต้นความร่วมมือของเครือข่ายเมื่อกว่า ​​5 ปีก่อนหน้า สามารถเก็บรวบรวมกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วได้ไม่ถึง 20 ตัน แต่ตัวเลขล่าสุดในปีที่ผ่านมา สามารถจัดเก็บเพื่อนำกล่องเครื่องดื่มหลังการบริโภคเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้รวมทั้งสิ้น 1,364 ตัน และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ จะสามารถจัดเก็บได้เพิ่มเป็นมากกว่า 2,000 ตัน คุณปฏิญญา ศิลสุภดล ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความสำเร็จในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทย (Circular Economy) มาจากความร่วมมือกันอย่างบูรณาการของทุกภาคส่วนภายในภาคีเครือข่าย ทั้งภาคเอกชน ภาคชุมชน และภาครัฐ โดยเฉพาะการทำให้จุดเริ่มต้นสำคัญอย่างการสร้างระบบที่ทำให้การเก็บกลับมีความสะดวก เพื่อช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคให้เกิดการเก็บและคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อสร้าง​ต้นทางของกระบวนการในการรวบรวม และได้มาซึ่งวัสดุสำหรับนำเข้าสู่ระบบรีไซเคิล เพื่อนำไปแปรรูปใช้ซ้ำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่าเพิ่มทางธุรกิจได้อีกครั้งแทนการเป็นขยะที่หลุมฝังกลบ &#8220;หลายวัสดุในประเทศไทยอย่างแก้ว หรืออะลูมิเนียม มีตลาดและระบบรีไซเคิลที่แข็งแรง ทำให้ระบบ Circularity ในกลุ่มวัสดุเหล่านี้ ขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่อง แต่ใน วัสดุบางประเภท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/tetra-pak-sustainability-report-fy25/">เจาะตลาด &#8216;ไฟเบอร์ซีเมนต์&#8217; จากเยื่อกระดาษรีไซเคิล &#8216;เต็ดตรา แพ้ค&#8217; ผนึกพันธมิตร​ เพิ่มดีมานด์ระบบ Circularity จากกล่องเครื่องดื่มใช้แล้ว​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญ​เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศการเก็บกลับวัดสุในกลุ่ม <strong>&#8216;กล่องเครื่องดื่ม&#8217;</strong> ในประเทศไทย สำหรับบริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด และมองเห็นการเติบโตของความร่วมมือภายใน Ecosystem นี้ได้อย่างชัดเจน</p>
<p><span id="more-43400"></span></p>
<p>จากในช่วงเริ่มต้นความร่วมมือของเครือข่ายเมื่อกว่า ​​5 ปีก่อนหน้า สามารถเก็บรวบรวมกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วได้ไม่ถึง 20 ตัน แต่ตัวเลขล่าสุดในปีที่ผ่านมา สามารถจัดเก็บเพื่อนำกล่องเครื่องดื่มหลังการบริโภคเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้รวมทั้งสิ้น 1,364 ตัน และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ จะสามารถจัดเก็บได้เพิ่มเป็นมากกว่า 2,000 ตัน</p>
<p><strong>คุณปฏิญญา ศิลสุภดล </strong>ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความสำเร็จในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทย (Circular Economy) มาจากความร่วมมือกันอย่างบูรณาการของทุกภาคส่วนภายในภาคีเครือข่าย ทั้งภาคเอกชน ภาคชุมชน และภาครัฐ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43407 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/S__389464283.jpg" alt="" width="467" height="700" /></p>
<p>โดยเฉพาะการทำให้จุดเริ่มต้นสำคัญอย่างการสร้างระบบที่ทำให้การเก็บกลับมีความสะดวก เพื่อช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคให้เกิดการเก็บและคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อสร้าง​ต้นทางของกระบวนการในการรวบรวม และได้มาซึ่งวัสดุสำหรับนำเข้าสู่ระบบรีไซเคิล เพื่อนำไปแปรรูปใช้ซ้ำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่าเพิ่มทางธุรกิจได้อีกครั้งแทนการเป็นขยะที่หลุมฝังกลบ</p>
<p><em>&#8220;หลายวัสดุในประเทศไทยอย่างแก้ว หรืออะลูมิเนียม มีตลาดและระบบรีไซเคิลที่แข็งแรง ทำให้ระบบ Circularity ในกลุ่มวัสดุเหล่านี้ ขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่อง แต่ใน <strong>วัสดุบางประเภท เช่น กล่องเครื่องดื่ม ตลาดยังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งต้องอาศัยทั้งเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์ และความพยายามที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อทำให้ระบบสามารถขับเคลื่อนและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง</strong> ซึ่งเต็ดตรา แพ้ค และเครือข่ายพันธมิตรได้มุ่งมั่นในการผลักดันให้เกิดระบบนิเวศที่แข็งแรงในกลุ่มกล่องเครื่องดื่มอย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำงานร่วมกับกลุ่มต้นน้ำ อย่างชุมชน หรือร้านรับซื้อของเก่าเพื่อเพิ่มอัตราการเก็บกลับกล่องเครื่องดื่ม การทำงานร่วมกับผู้ประกอบการในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์เยื่อกระดาษรีไซเคิลที่ตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มผู้ประกอบการในตลาด​ ไปจนถึงการขยายตลาด​เชิงพาณิชย์มารองรับ​การใช้งานเยื่อกระดาษรีไซเคิลที่สามารถผลิตได้​ภายในกระบวนการรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม&#8221;</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43408 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/S__389464290.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>สร้างดีมานด์ใหม่ ขยายตลาด​สู่กลุ่มไฟเบอร์ซีเมนต์ </strong></p>
<p>การพัฒนาของตลาดเยื่อกระดาษรีไซเคิลจากกล่องเครื่องดื่มในประเทศไทยเริ่มมีโอกาสเติบโตได้มากขึ้น จากก่อนหน้ามักจะเป็นดีมานด์ที่อยู่ใน​กลุ่มผลิตภัณฑ์กระดาษในหมวดหมู่ต่างๆ อาทิ กลุ่มกระดาษอนามัย  กระดาษบรรจุภัณฑ์ หรือกระดาษขึ้นรูป สำหรับใช้เพื่อกันกระแทกสินค้าต่างๆ เป็นต้น</p>
<p>ล่าสุดสามารถขยายอุตสาหกรรมมาสู่กลุ่มวัสดุก่อสร้างได้แล้ว จากการนำไปเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิต <strong>&#8216;ไฟเบอร์ซีเมนต์&#8217;</strong> หรือผลิตภัณฑ์กลุ่มไม้ฝา ไม้สังเคราะห์ และซีเมนต์บอร์ด ของบริษัท กฤษณ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ ที่มีฐานลูกค้ากระจายอยู่ในกว่า 10 ประเทศ ทำให้โอกาสของเยื่อกระดาษรีไซเคิลขยายตัวได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43406 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/S__389464270.jpg" alt="" width="467" height="700" /></p>
<p><strong>คุณกฤษณ์  เกรียวสกุล</strong> ผู้บริหาร บริษัท กฤษณ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ จำกัด ผู้ผลิตกระเบื้องโอฬารซึ่งดำเนินธุรกิจมานานกว่า 60 ปีให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า บริษัทใช้เยื่อกระดาษรีไซเคิลทดแทนการนำเข้าเยื่อกระดาษใหม่จากเดิมที่ต้อง​นำเข้าจากต่างประเทศที่ราว 30% โดยนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์กลุ่มไฟเบอร์ซีเมนต์ได้ถึงกว่า 90% ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ผลิตได้ และสามารถเพิ่มสัดส่วนการใช้เยื่อกระดาษซีเมนต์เพื่อทดแทนเส้นใยใหม่ได้มากกว่า 20 -30% และมีแผนพัฒนาเพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้เยื่อกระดาษรีไซเคิลให้เพิ่มมากขึ้นได้อีกในอนาคต</p>
<p><em><strong>&#8220;คุณภาพของเส้นใยกระดาษรีไซเคิลจากกล่องเครื่องดื่มสามารถทดแทนเส้นใยใหม่ที่นำเข้าจากต่างประเทศได้ เพราะมีลักษณะเส้นใยยาวเหมือนกัน ทำให้มีความเหนียวและทนทาน​ได้เช่นเดียวกัน</strong> รวมทั้งการทำงานอย่างใกล้ชิดของผู้พัฒนาทำให้มั่นใจได้ทั้งคุณภาพ​ รวมทั้งความต่อเนื่องในการส่งวัตถุดิบเพื่อป้อนการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในอนาคตมีแผนที่จะเพิ่มการใช้งานในผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้น เพื่อมีส่วนช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและคาร์บอนต่ำ พร้อมมีส่วนช่วยต่อยอดคุณค่าให้แก่วัสดุที่มาจากบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วให้มีการใช้งานเชิงพาณิชย์ได้เพิ่มมากขึ้น&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43411 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/S__389464317.jpg" alt="" width="467" height="700" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณ</strong><strong>สมยศ วัฒน์พานิช </strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทย จำกัด ในฐานะตัวกลางในระบบ Circularity ด้วยกระบวนการรีไซเคิลเพื่อเปลี่ยนกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วให้กลายเป็นวัสดุใหม่ที่นำไปต่อยอดสร้างคุณค่าใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า <strong>การมีกล่องเครื่องดื่มเข้ามาช่วยเติมซัพพลายให้วัสดุรีไซเคิล เพื่อเป็นต้นทางในการออกแบบวัตถุดิบที่ตอบโจทย์การใช้งานของตลาดหรือภาคธุรกิจได้เพิ่มมากขึ้น</strong> รวมทั้งการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานและความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละอุตสาหกรรม ทำให้ช่วยพัฒนาระบบ Circularity ของประเทศไทยให้มีความแข็งแรงเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ด้าน <strong>คุณปฏิญญา </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า <strong>ปริมาณความต้องการใช้เยื่อกระดาษในประเทศไทยโดยรวมอยู่ที่ราว 10 ล้านตันต่อปี ซึ่งรวมทั้งเส้นใยในทุกประเภท หากเราสามารถพัฒนาคุณภาพเส้นใยรีไซเคิลให้สามารถทดแทนในตลาดต่างๆ ได้มากขึ้น จะทำให้เกิดดีมานด์ใหม่ๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตในอนาคตได้อีกมาก</strong> ขณะที่การรองรับปริมาณซัพพลายจากกล่องเครื่องดื่ม​ ประเทศไทยถือว่ามีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการรีไซเคิลที่ก้าวหน้า และสามารถเป็นปลายทางเพื่อรองรับปริมาณกล่องเครื่องดื่มจากหลายประเทศที่มีกฎหมายการจัดเก็บบรรจุภัณฑ์ (EPR) ในแต่ละภูมิภาค ซึ่งจะช่วยสร้างสมดุลในการบริหารปริมาณวัตถุดิบได้อีกทางหนึ่ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43410 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/S__389464306.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong> ความคืบหน้า &#8216;เต็ดต้า แพ้ค&#8217; ขับเคลื่นน​ความยั่งยืน 2568 </strong></p>
<p>นอกจากการเป็นเสาหลักสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและคาร์บอนต่ำ แล้ว &#8216;<strong>เต็ดตร้า แพ้ค&#8217;</strong> ยังเปิดเผย<strong>รายงาน​ความยั่งยืนประจำปี 2568 (FY25) </strong>โดยระบุ​ความคืบหน้าและความสำเร็จ​สำคัญด้านต่างๆ ดังนี้</p>
<p>&#8211; การลดการปลดปล่อยคาร์บอนในการดำเนินธุรกิจทั่วโลก (Scope 1,2) รวม 56% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนได้แล้ว 97% และคาดว่าจะทำได้ 100% ภายในปี 2030  ขณะที่การลด HGHG ภายในห่วงโซ่ธุรกิจ (Scope3) ลดลงได้ 34% หรือลดลงได้แล้ว 1 ใน 3 ส่วนในประเทศไทย อยู่ระหว่างการส่งข้อมูลเพื่อประเมินการปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์องค์กร (CFO) และการจัดทำแผน Net Zero Pathway เพื่อเป็นแนวทางหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43404 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Report1.jpg" alt="" width="1200" height="579" /></p>
<p>&#8211; ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์มูลค่าประมาณ 100 ล้านยูโร (ราว 3,700 ล้านบาท) เพื่อยกระดับความยั่งยืนของบรรจุภัณฑ์เต็ตตรา แพ้ค โดยการลงทุนดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนา ชั้นปกป้อง (Barrier) ที่ทำจากกระดาษสำหรับบรรจุภัณฑ์น้ำผลไม้เป็นครั้งแรกของโลก (Fiber-based Barrier)  ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ถึง 43% เมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์ปลอดเชื้อที่ใช้ชั้นอะลูมิเนียมฟอยล์และพอลิเมอร์จากเชื้อเพลิงฟอสซิล</p>
<p>&#8211; เดินหน้าผลักดันการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในระบบอาหาร ด้วยการลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Industrial Development Organization &#8211; UNIDO) ภายในงานการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ (COP30) เพื่อเร่งขยายการพัฒนาและประยุกต์ใช้นวัตกรรมด้านระบบอาหารที่ยั่งยืน</p>
<p>&#8211; สนับสนุนโครงการโภชนาการในโรงเรียนใน 52 ประเทศ โดยสนับสนุนการจัดส่งนมและเครื่องดื่มในกล่องเต็ตตรา แพ้คให้แก่เด็กกว่า 68 ล้านคน เพิ่มจากปี 2567 ถึง 2 ล้านคน ในอีก 3 ประเทศ</p>
<p>&#8211;  จัดทำการทบทวนเชิงลึกเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่มีความสำคัญตลอดห่วงโซ่คุณค่า</p>
<p>&#8211; ขยายการดำเนินงานด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศผ่านโครงการ Araucaria Conservation Project โดยในปี 2568 เพียงปีเดียว ได้เพิ่มพื้นที่ฟื้นฟูกว่า 1,600 เฮกตาร์ ส่งผลให้พื้นที่ทั้งหมดที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าภายในปีเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43405 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Report2.jpg" alt="" width="960" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ยังมีความก้าวหน้า​สำคัญในปีที่ผ่านมา คือการเปิดตัวเครื่องมือประเมินความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและธรรมชาติแบบบูรณาการในปี 2568 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจด้านการลงทุน รวมถึงเสริมสร้างระบบอาหารที่มีประสิทธิภาพและมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น</p>
<p>โดยผลการประเมินช่วยระบุประเด็นความเสี่ยงและโอกาสที่ควรให้ความสำคัญ เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นของการดำเนินงานและห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท พร้อมกำหนดแผนดำเนินงานสำหรับแต่ละประเด็นอย่างเป็นรูปธรรม  พร้อมทั้ง​ปรับปรุงกรอบการดำเนินงานด้านธรรมชาติ (Approach to Nature Framework) ให้สอดคล้องกับองค์ความรู้และบริบทของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดและปรับปรุงเป้าหมายในประเด็นสำคัญ เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ ​ยังเปิดตัวและพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันทั้งในระดับโลกและระดับท้องถิ่น เพื่อช่วยให้ลูกค้าลดการใช้สาธารณูปโภค วัสดุ และพลังงานได้มากที่สุด โดยยึดแนวคิด ต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน (Total Cost of Ownership: TCO) ซึ่งคำนึงถึงต้นทุนของอุปกรณ์ตลอดทั้งวงจรชีวิต มากกว่าการพิจารณาเพียงต้นทุนเริ่มต้น นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัว Tetra Pak® Factory OS™ ระบบอัตโนมัติและระบบนิเวศดิจิทัลยุคใหม่ ที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะแบบโมดูลาร์ซึ่งสามารถขยายการใช้งานได้ตามความต้องการ เข้ากับความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านอุตสาหกรรมและเครื่องจักร เพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าใจและลดการสูญเสียในกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43409 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/S__389464297.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;สำหรับประเทศไทยได้ขับเคลื่อนความยั่งยืนที่สอดคล้องกับภาพของโกลบอล รวมทั้งมุ่งมั่นทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อสนับสนุนระบบนิเวศคาร์บอนต่ำที่แข็งแรง รวมทั้ง​ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเฉพาะการผลักดันข้อกฎหมายสำคัญอย่าง ร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อสนับสนุนการใช้วัสดุอย่างยั่งยืน เพราะยังมีหลายวัสดุที่ยังสามารถต่อยอดการพัฒนาวิจัยเพื่อนำมาสร้างคุณค่าเพิ่มใหม่ๆ ได้มากขึ้น หากมีข้อกฎหมายมาช่วยผลักดันอย่างเป็นระบบ หรือแม้แต่ในบางวัสดุ​ อาทิ แก้ว หรืออะลูมิเนียม​ ที่อาจจะแข็งแรงและเติบโตอยู่แล้วในปัจจุบัน แต่หากในอนาคตเกิดความเสี่ยงต่างๆ ขึ้น ก็จะมีกลไกในการเข้ามาช่วยอุดหนุน เพื่อให้ระบบ Circularity ยังขับเคลื่อนต่อไปได้ตามปกติ ซึ่งในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ความร่วมมือในทุกภาคส่วนมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่สามารถเกิดได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่งแต่ต้องเกิดจากการขับเคลื่อนร่วมกันทั้งระบบนิเวศ&#8221;</em> คุณปฏิญญา กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/tetra-pak-sustainability-report-fy25/">เจาะตลาด &#8216;ไฟเบอร์ซีเมนต์&#8217; จากเยื่อกระดาษรีไซเคิล &#8216;เต็ดตรา แพ้ค&#8217; ผนึกพันธมิตร​ เพิ่มดีมานด์ระบบ Circularity จากกล่องเครื่องดื่มใช้แล้ว​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
