<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ขยะพลาสติก &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 18 Jul 2026 07:00:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ขยะพลาสติก &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไทยยูเนี่ยน เดินหน้ากลยุทธ์ SeaChange® ผนึกกำลังพนักงาน พันธมิตร และอาสาสมัครทั่วโลก ร่วมเก็บขยะทะเลกว่า 8 ตัน วันมหาสมุทรโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/tu-beach-cleanup-world-ocean-day-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2026 07:00:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ICC]]></category>
		<category><![CDATA[International Coastal Cleanup]]></category>
		<category><![CDATA[Seachange®]]></category>
		<category><![CDATA[SeaChange® 2030]]></category>
		<category><![CDATA[source-to-sea]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Sea Watch Association]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Union]]></category>
		<category><![CDATA[TU]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วันมหาสมุทรโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมรักษ์ทะเลไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อดัม เบรนนัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43145</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก จัดกิจกรรมเก็บขยะเนื่องในวันมหาสมุทรโลก ประจำปี 2569 โดยสามารถเก็บขยะได้ทั้งสิ้น 8 ตัน ครอบคลุมพื้นที่ในภูมิภาคเอเชีย ยุโรป แอฟริกา และอเมริกาเหนือ ผ่านการรวมพลังพนักงานและอาสาสมัครเกือบ 200 คน จากบริษัทในเครือและแบรนด์ต่างๆ ของไทยยูเนี่ยนทั่วโลก โดยอาสาสมัครได้ร่วมลงพื้นที่เก็บขยะตามป่าชายเลน ชายหาด ท่าเรือ และแหล่งน้ำ กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของไทยยูเนี่ยนในการปกป้องระบบนิเวศทางทะเล ภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 ซึ่งเป็นกลยุทธ์ความยั่งยืนระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม โดยไทยยูเนี่ยนได้ตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณขยะพลาสติกที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำและมหาสมุทรให้ได้ 1,500 ตัน ภายในปี 2573 ในปีนี้ พื้นที่ที่เก็บขยะได้มากที่สุดคือเมืองเทมา ประเทศกานา ซึ่งอาสาสมัครจากไทยยูเนี่ยนได้ร่วมกับโรงพยาบาล Tema General Hospital ในการเก็บขยะจำนวนกว่า 5,300 กิโลกรัม ขณะที่กิจกรรมฟื้นฟูระบบนิเวศและเก็บขยะในพื้นที่ป่าชายเลน จังหวัดสมุทรสาคร สามารถป้องกันไม่ให้ขยะไหลลงสู่ทะเลได้เป็นจำนวน 2,455 กิโลกรัม นอกจากนี้ ไทยยูเนี่ยนยังได้จัดกิจกรรมดังกล่าวในอีกหลายประเทศทั่วโลก ได้แก่ เซเชลส์ เยอรมนี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/tu-beach-cleanup-world-ocean-day-2026/">ไทยยูเนี่ยน เดินหน้ากลยุทธ์ SeaChange® ผนึกกำลังพนักงาน พันธมิตร และอาสาสมัครทั่วโลก ร่วมเก็บขยะทะเลกว่า 8 ตัน วันมหาสมุทรโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก จัดกิจกรรมเก็บขยะเนื่องในวันมหาสมุทรโลก ประจำปี 2569 โดยสามารถเก็บขยะได้ทั้งสิ้น 8 ตัน ครอบคลุมพื้นที่ในภูมิภาคเอเชีย ยุโรป แอฟริกา และอเมริกาเหนือ ผ่านการรวมพลังพนักงานและอาสาสมัครเกือบ 200 คน จากบริษัทในเครือและแบรนด์ต่างๆ ของไทยยูเนี่ยนทั่วโลก โดยอาสาสมัครได้ร่วมลงพื้นที่เก็บขยะตามป่าชายเลน ชายหาด ท่าเรือ และแหล่งน้ำ</p>
<p><span id="more-43145"></span></p>
<p>กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของไทยยูเนี่ยนในการปกป้องระบบนิเวศทางทะเล ภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange<sup>®</sup> 2030 ซึ่งเป็นกลยุทธ์ความยั่งยืนระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม โดยไทยยูเนี่ยนได้ตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณขยะพลาสติกที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำและมหาสมุทรให้ได้ 1,500 ตัน ภายในปี 2573</p>
<p>ในปีนี้ พื้นที่ที่เก็บขยะได้มากที่สุดคือเมืองเทมา ประเทศกานา ซึ่งอาสาสมัครจากไทยยูเนี่ยนได้ร่วมกับโรงพยาบาล Tema General Hospital ในการเก็บขยะจำนวนกว่า 5,300 กิโลกรัม ขณะที่กิจกรรมฟื้นฟูระบบนิเวศและเก็บขยะในพื้นที่ป่าชายเลน จังหวัดสมุทรสาคร สามารถป้องกันไม่ให้ขยะไหลลงสู่ทะเลได้เป็นจำนวน 2,455 กิโลกรัม นอกจากนี้ ไทยยูเนี่ยนยังได้จัดกิจกรรมดังกล่าวในอีกหลายประเทศทั่วโลก ได้แก่ เซเชลส์ เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ สหราชอาณาจักร อิตาลี นอร์เวย์ และสหรัฐอเมริกา</p>
<p><strong>นายอดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสื่อสาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า &#8220;ปัญหาขยะพลาสติกในทะเลเป็นประเด็นระดับโลกที่ส่งผลกระทบกับทุกภาคส่วน และการรับมือกับปัญหาดังกล่าวนั้นไม่ใช่ความรับผิดชอบของคนใดคนหนึ่ง ซึ่งที่ไทยยูเนี่ยน นี่คือมาตรฐานที่เรายึดมั่นมาอย่างต่อเนื่องภายใต้กลยุทธ์ <strong>SeaChange<sup>®</sup> 2030</strong> กิจกรรมเก็บขยะในครั้งนี้สะท้อนความพยายามของเราในการเปลี่ยนคำมั่นสัญญาด้านความยั่งยืนให้เป็นการลงมือปฏิบัติจริง ขยะทุกกิโลกรัมที่เราสามารถกำจัดออกจากพื้นที่ป่าชายเลน ท่าเรือ หรือชายหาด คือการตัดวงจรไม่ให้ขยะเหล่านี้หลุดรอดลงสู่มหาสมุทรของเรา&#8221;</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43146 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/TU-Beach1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขยะทั้งหมดที่จัดเก็บได้จะถูกนำมาคัดแยกและบันทึกข้อมูลตามแนวทางของ International Coastal Cleanup (ICC) โดยขยะที่สามารถรีไซเคิลได้จะถูกส่งต่อให้แก่พันธมิตรด้านการจัดการขยะในพื้นที่เพื่อนำไปแปรรูป ส่วนขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้จะได้รับการกำจัดอย่างถูกวิธีผ่านช่องทางการจัดการขยะที่ได้รับการรับรอง</p>
<p>แนวคิดที่ว่าการมีส่วนร่วมของชุมชนคือหัวใจสำคัญในการร่วมแก้ปัญหาขยะพลาสติกในทะเล สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านการทำงานของไทยยูเนี่ยนร่วมกับชุมชนประมงชายฝั่งภาคใต้ โดยในพื้นที่จังหวัดสงขลาและพัทลุง บริษัทได้ร่วมมือกับสมาคมรักษ์ทะเลไทย (Thai Sea Watch Association) และชุมชนในท้องถิ่นกว่า 80 ครัวเรือน ในการดำเนินโครงการระยะเวลา 18 เดือน เพื่อขับเคลื่อนโมเดลธนาคารขยะชุมชนและกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันไม่ให้ขยะไหลลงสู่ทะเล โครงการนี้ถือเป็นภาพสะท้อนของแนวคิด &#8216;จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ&#8217; (source-to-sea) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของแนวทางการจัดการปัญหาขยะพลาสติกในมหาสมุทรอย่างยั่งยืนของไทยยูเนี่ยน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43148 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/TU-Beach3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>แนวคิด source-to-sea นี้ ยังเป็นแนวทางที่ไทยยูเนี่ยนนำมาใช้ในการดำเนินงานในส่วนต้นน้ำ เพื่อจัดการกับอุปกรณ์ประมง ซึ่งเป็นหนึ่งในขยะทะเลที่สร้างผลกระทบรุนแรงที่สุด องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ระบุว่า ในแต่ละปีมีอุปกรณ์ประมงที่สูญหายหรือถูกทิ้งลงสู่มหาสมุทร (ghost gear) ทั่วโลกมากถึง 1 ล้านตัน ปัญหาดังกล่าวจึงเป็นความท้าทายในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งไทยยูเนี่ยนได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการ Global Ghost Gear Initiative ตั้งแต่ปี 2561 และเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ร่วมก่อตั้ง International Seafood Sustainability Foundation (ISSF) เพื่อสนับสนุนความร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์และองค์กรพันธมิตร ในการยกระดับมาตรฐานอุปกรณ์ประมงและแนวปฏิบัติของเรือประมง</p>
<p>ภายใต้กลยุทธ์ <strong>SeaChange<sup>®</sup> 2030</strong> ไทยยูเนี่ยนยังคงขับเคลื่อนความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในการลดขยะพลาสติกในทะเล การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมทั้งการดำเนินงานของบริษัท การดำเนินงานในห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนชุมชนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารทะเล</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/tu-beach-cleanup-world-ocean-day-2026/">ไทยยูเนี่ยน เดินหน้ากลยุทธ์ SeaChange® ผนึกกำลังพนักงาน พันธมิตร และอาสาสมัครทั่วโลก ร่วมเก็บขยะทะเลกว่า 8 ตัน วันมหาสมุทรโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เบื้องหลังความนุ่มฟู &#8216;สกุชชี่&#8217; Fast Toy สุดฮิต และปลายทางที่บ่อฝังกลบ เพิ่มไมโครพลาสติกและขยะพลาสติกที่รีไซเคิลไม่ได้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/squishy-fast-toy-to-landfill/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Jul 2026 09:25:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[fast toy]]></category>
		<category><![CDATA[Social Listening]]></category>
		<category><![CDATA[squishy]]></category>
		<category><![CDATA[Zocial Eye]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ของเล่น]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิลไม่ได้]]></category>
		<category><![CDATA[สกุชชี่]]></category>
		<category><![CDATA[สคบ.]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อันตราย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42835</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า ของเล่นที่กลับมาได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน คงหนีไม่พ้น &#8216;สกุชชี่&#8217; (Squishy) เพราะไม่ว่าจะเปิดไปในแพลตฟอร์มใดในโซเชียลก็มักจะเป็นกระแสพูดถึง ข้อมูลจาก Social Listening ของ Zocial Eye โดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) ระหว่างวันที่ 1–24 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา พบว่า บนโซเชียลมีเดียในไทยมีการพูดถึงสกุชชี่มากกว่า 24,937 โพสต์ สร้าง Engagement กว่า 33.9 ล้านครั้ง โดยแพลตฟอร์มที่มีกระแสพูดถึงเป็นสัดส่วนมากถึง 85.8% หรือกว่า 29.1 ล้านครั้ง คือ Tiktok รวมทั้งร้านค้าที่วางขายกันทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ว่ากันว่า สกุชชี่ ช่วยคลายเครียดให้กับผู้เล่นได้จริง ช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ดึงความสนใจออกจากสิ่งเร้า ลดความวิตกกังวล จัดการความเครียด และเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ ปัจจุบัน พบว่า สกุชชี่มีราคาให้เลือกตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักพัน อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ออกมาแจ้งเตือนและแสดงความห่วงใยถึงผู้ปกครองให้เพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อของเล่นประเภท &#8216;สกุชชี่&#8217; (Squishy) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/squishy-fast-toy-to-landfill/">เบื้องหลังความนุ่มฟู &#8216;สกุชชี่&#8217; Fast Toy สุดฮิต และปลายทางที่บ่อฝังกลบ เพิ่มไมโครพลาสติกและขยะพลาสติกที่รีไซเคิลไม่ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า ของเล่นที่กลับมาได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน คงหนีไม่พ้น <strong>&#8216;สกุชชี่&#8217;</strong> (Squishy) เพราะไม่ว่าจะเปิดไปในแพลตฟอร์มใดในโซเชียลก็มักจะเป็นกระแสพูดถึง</p>
<p><span id="more-42835"></span></p>
<p>ข้อมูลจาก <strong>Social Listening ของ Zocial Eye</strong> โดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) ระหว่างวันที่ 1–24 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา พบว่า บนโซเชียลมีเดียในไทยมีการพูดถึงสกุชชี่มากกว่า 24,937 โพสต์ สร้าง Engagement กว่า 33.9 ล้านครั้ง โดยแพลตฟอร์มที่มีกระแสพูดถึงเป็นสัดส่วนมากถึง 85.8% หรือกว่า 29.1 ล้านครั้ง คือ Tiktok รวมทั้งร้านค้าที่วางขายกันทั้งออนไลน์และออฟไลน์</p>
<p>ว่ากันว่า สกุชชี่ ช่วยคลายเครียดให้กับผู้เล่นได้จริง ช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ดึงความสนใจออกจากสิ่งเร้า ลดความวิตกกังวล จัดการความเครียด และเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ ปัจจุบัน พบว่า สกุชชี่มีราคาให้เลือกตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักพัน</p>
<figure id="attachment_42849" aria-describedby="caption-attachment-42849" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-42849 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Re-shutterstock_2585267737.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-42849" class="wp-caption-text">Photo Credit : Number 24 x Shutterstock Thailand</figcaption></figure>
<p>อย่างไรก็ตาม <strong>สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค </strong>(สคบ.) ได้ออกมาแจ้งเตือนและแสดงความห่วงใยถึงผู้ปกครองให้เพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อของเล่นประเภท<strong> &#8216;สกุชชี่&#8217; (Squishy)</strong> โดยเฉพาะสินค้าลอกเลียนแบบ ไม่มียี่ห้อ และไม่มีแหล่งที่มาชัดเจน หลังมีกระแสข่าวจากต่างประเทศ พบว่า สินค้าบางส่วนอาจมีการปนเปื้อนสารเคมีอันตรายเกินเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กและเยาวชนได้</p>
<p>ขณะเดียวกัน จากการศึกษาของ สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งเดนมาร์ก (Danish Environmental Protection Agency) พบว่า สกุชชี่ โดยเฉพาะสินค้าเกรดต่ำที่ไม่ได้มาตรฐาน มีการปลดปล่อยสารเคมีในกลุ่มสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ออกมาในปริมาณที่สูงเกินมาตรฐาน สารเคมีที่ตรวจพบ ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; Dimethylformamide (DMF)</strong> อาจก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อดวงตา ระบบทางเดินหายใจ และส่งผลกระทบต่อตับหากสัมผัสเป็นเวลานาน</p>
<p><strong>&#8211; Toluene และ Phthalates</strong> สารเพิ่มความยืดหยุ่นในพลาสติก ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบประสาทและการเจริญเติบโตในเด็กเล็ก</p>
<p>ทั้งสองสารนี้อยู่บนผิว และในวัสดุสกุชชี่ โดยเฉพาะตัวที่มีน้ำหอม ยิ่งเป็นอันตรายหากตั้งทิ้งไว้ในห้องที่อากาศไม่ถ่ายเทนานๆ</p>
<figure id="attachment_42842" aria-describedby="caption-attachment-42842" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42842 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Squishy3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-42842" class="wp-caption-text">Photo Credit: Number 24 x Shutterstock Thailand</figcaption></figure>
<p><strong>สกุชชี่ (</strong><strong>squishy) ขยะพลาสติก กำจัดไม่ได้ ?</strong></p>
<p>นอกจากความกังวลในเรื่องสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพของผู้เล่นแล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความกังวล คือ ความนิยมของสกุชชี่ในปัจจุบัน ส่งผลให้การผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก และมีผู้ซื้อจำนวนมาก ในวันหนึ่ง สกุชชี่เหล่านี้ อาจกลายเป็นขยะที่สร้างปัญหาให้กับโลก</p>
<p><strong>สกุชชี่ ทำมาจากอะไร</strong></p>
<p><strong>รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ </strong>ได้อธิบายผ่าน เฟซบุ๊ก <a href="http://• https://www.facebook.com/JessadaDenduangboripant" target="_blank">Jessada Denduangboripant</a> เกี่ยวกับข้อคำถามที่ว่า<strong> &#8216;สกุชชี่&#8217; จะกลายเป็นปัญหาขยะพลาสติกหรือไม่ ?</strong> เนื่องจากทำจากวัสดุที่รีไซเคิลไม่ได้ พอเล่นกันจนเก่า จนเบื่อ ทิ้งไป จะไม่มีวิธีกำจัดที่เหมาะสม !?</p>
<p>จากที่ไปหาข้อมูลมา พบว่า สกุชชี่ ส่วนใหญ่ทำมาจากวัสดุหลัก ๆ 3 ประเภท คือ</p>
<p><strong>1. โพลียูรีเทนโฟม</strong> (Polyurethane Foam หรือ PU Foam) : นิยมใช้ทำสกุชชี่มากที่สุด (โดยเฉพาะพวกที่คล้ายขนมปัง หรือตุ๊กตาสัตว์) ตัวเนื้อโฟมจะมีโครงสร้างเซลล์เปิด คล้ายฟองน้ำขนาดเล็กจิ๋ว เมื่อเราบีบ อากาศจะถูกดันออก และเมื่อปล่อยมือ อากาศภายนอกจะค่อย ๆ ไหลกลับเข้าไป ทำให้มันค่อย ๆ คืนตัวอย่างช้า ๆ .. ในเกรดพรีเมียมบางแบรนด์ อาจผสม เมมโมรี่โฟม (Memory Foam) เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เนียนมือยิ่งขึ้น สกุชชี่พวกนี้จะไวต่อความชื้นมาก ไม่ควรนำไปซักหรือล้างน้ำ เพราะจะทำให้เนื้อโฟมเปื่อยยุ่ย และเกิดเชื้อราได้ง่าย</p>
<p><strong>2. ซิลิโคนนิ่ม</strong> (Food-Grade Silicone) : มักพบในสกุชชี่กลุ่มที่เป็นงานแฮนด์เมด (DIY) หรือสกุชชี่โมจิ &#8230; ให้ความรู้สึกเนียน นุ่ม เด้งมือ และบางสูตรจะมีความเหนียวหนึบเล็กน้อย วัสดุนี้ค่อนข้างปลอดภัยสูง ทำความสะอาดง่ายกว่าแบบโฟม และทนทาน ไม่เปื่อยยุ่ยง่าย</p>
<p><strong>3. ยาง </strong><strong>thermoplastic</strong> (TPR / TPE) : มักใช้ในสกุชชี่ประเภทที่เป็นเจลใส ๆ ยืดหยุ่นได้สูงมาก หรือสกุชชี่ประเภทที่ข้างในเป็นเนื้อเจล หรือเม็ดบีดส์ แล้วมีเปลือกหุ้ม มีความยืดหยุ่นสูงคล้ายยาง สามารถดึง ยืด หรือทุบได้แรงกว่าแบบโฟม เหมาะสำหรับของเล่นแนวคลายเครียด (Stress Balls)</p>
<p><strong>ดังนั้น จะเห็นว่า แม้ว่าสกุชชี่จะดูเหมือนเป็นของเล่นที่ใช้งานได้นาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันอาจจะมีอายุสั้น กำจัดยาก และสร้างปัญหากับสิ่งแวดล้อมได้ไม่แพ้กับขยะพลาสติกอื่นๆ </strong></p>
<figure id="attachment_42848" aria-describedby="caption-attachment-42848" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42848 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Squishy5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-42848" class="wp-caption-text">Photo Credit : Number 24 x Shutterstock Thailand</figcaption></figure>
<p><strong> </strong><strong>Fast Toy  มาไว ไปไว</strong></p>
<p><strong>รศ.ดร.เจษฎา </strong>อธิบายต่อไปว่า ประเด็นแรก  <strong>สกุชชี่ เป็นของเล่นแบบ fast toy</strong> ที่มาไว ไปไว ตามกระแสแฟชั่นความนิยมของเด็กๆ จึงทำให้เกิดกระแสการซื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และก็เลิกเล่นกลายเป็นขยะอย่างรวดเร็วตามไปด้วย</p>
<p>และเนื่องจากเวลาเด็กๆ เอาสกุชชี่มาเล่น ก็จะใช้การบีบ การดึง หรือบิดเล่นอย่างรุนแรง ทำให้พังได้ง่าย อายุการใช้งานสั้นกว่าของเล่นทั่วไป  เนื้อโฟมโพลียูรีเทน (PU) จะฉีกขาด เนื้อสีลอก หรือสะสมคราบสกปรก จนดำคล้ำภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์</p>
<p><strong><em>“อย่างที่อธิบายไปในเรื่อง วัสดุของสกุชชี่แล้วว่า เนื่องจากส่วนใหญ่จะทำจากโฟมพียู เลยทำให้เอาไปล้างน้ำบ่อยๆ ไม่ได้ พอสกปรกหรือพัง เลยมักจะถูกเอาไป &#8220;ทิ้ง&#8221; แล้วซื้อชิ้นใหม่ ซึ่งจะทำให้เกิดวงจรการสร้างขยะพลาสติก อย่างต่อเนื่อง ในปริมาณมาก”</em></strong></p>
<figure id="attachment_42840" aria-describedby="caption-attachment-42840" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42840 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Squisgy2.jpg" alt="" width="1200" height="756" /><figcaption id="caption-attachment-42840" class="wp-caption-text">Photo Credit : Number 24 x Shutterstock Thailand</figcaption></figure>
<p><strong>ขยะที่รีไซเคิลไม่ได้ </strong></p>
<p>ประเด็นที่สองที่ตามมา คือ<strong> พอทิ้งสกุชชี่ไป ก็ไม่สามารถเอากลับมารีไซเคิลดี ต้องกลายเป็นขยะฝังกลบเท่านั้น</strong> เนื่องจากวัสดุพวก โพลียูรีเทนโฟม (PU) และยาง TPR ที่ใช้ทำสกุชชี่ ส่วนใหญ่เป็นพลาสติกประเภท Thermosetting หรือพลาสติกที่มีการขึ้นรูปถาวร ไม่สามารถนำมาหลอมละลาย เพื่อรีไซเคิลใหม่ได้ (ไม่เหมือนพวกขวดน้ำพลาสติก ขวด PET)</p>
<p>ถึงจะใช้วิธีเอาไปฝังกลบ ก็เจอปัญหาของการที่เป็นวัสดุที่ย่อยสลายยากมากตามมาอีก ต้องใช้เวลาเดินทางหลายร้อยปี กว่าจะย่อยสลาย แถมแตกตัวเป็นชิ้นเล็ก ๆ กลายเป็นการสร้างไมโครพลาสติก (Microplastics) ตามมา  ปนเปื้อนลงสู่สิ่งแวดล้อม และกระจายเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร สัตว์ตัวเล็กๆ อาจกินเข้าไป และท้ายที่สุดก็ย้อนกลับมาสู่มนุษย์</p>
<p><strong>หรือถ้าบางคนบอกว่า งั้นเอาไปเผากำจัดทิ้งละกัน </strong>? ก็พบว่า ไม่ควรทำ เพราะถ้าขยะสกุชชี่ถูกกำจัดด้วยการเผา อย่างไม่ถูกวิธี เช่น เผาขยะกันง่ายๆ ทั่วไป สารโพลียูรีเทนนั้นจะปล่อยก๊าซพิษที่เป็นอันตรายร้ายแรง เช่น ก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์ (Hydrogen Cyanide) และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ออกมาได้</p>
<p><strong>สรุปว่า เราควรจะทำอย่างไรกันดี </strong><strong>? </strong></p>
<p>แน่นอนว่า คงไม่ต้องถึงขั้นห้ามเด็กๆ เล่นสกุชชี่ แต่ควรซื้อและเล่นอย่างเหมาะสม เช่น สอนให้เด็ก ๆ เล่นอย่างทะนุถนอม ไม่ดึงจนฉีกขาด และเก็บในที่แห้ง เพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานที่สุด เลือกซื้อสกุชชี่แบรนด์ที่มีคุณภาพ เนื้อทนทานแทนการซื้อของเลียนแบบราคาถูกที่อาจจะพังง่ายในไม่กี่วัน หรือถ้าเบื่อแล้ว ไม่ฮิตแล้ว แต่สภาพยังดีอยู่ ก็ทำการ reuse นำไปบริจาค ส่งต่อให้เด็กคนอื่นๆ จะช่วยกันลดขยะพลาสติกจากสกุชชีลงได้</p>
<p><strong>เลือกซื้อสกุชชี่อย่างไรให้ปลอดภัย </strong></p>
<p>คำแนะนำจาก สคบ. มีดังนี้</p>
<ul>
<li>เลือกซื้อสินค้าจากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ</li>
<li>ตรวจสอบฉลาก รายละเอียดผู้ผลิต/ผู้นำเข้า และคำเตือนก่อนซื้อ</li>
<li>หลีกเลี่ยงสินค้าราคาถูกผิดปกติ ไม่มียี่ห้อ หรือไม่ระบุแหล่งที่มา</li>
<li>หากพบสินค้าน่าสงสัย ควรหลีกเลี่ยง และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</li>
</ul>
<figure id="attachment_42841" aria-describedby="caption-attachment-42841" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42841 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Squishy4.jpg" alt="" width="1200" height="675" /><figcaption id="caption-attachment-42841" class="wp-caption-text">Photo Credit : Number 24 x Shutterstock Thailand</figcaption></figure>
<p>ทั้งนี้ ผู้บริโภคที่พบเห็นสินค้าไม่ปลอดภัยหรือต้องการร้องเรียน สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน GCC , Jessada Denduangboripant , Zocial Eye โดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) , shop-dek.com</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/squishy-fast-toy-to-landfill/">เบื้องหลังความนุ่มฟู &#8216;สกุชชี่&#8217; Fast Toy สุดฮิต และปลายทางที่บ่อฝังกลบ เพิ่มไมโครพลาสติกและขยะพลาสติกที่รีไซเคิลไม่ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากอวนผีสู่วัสดุตั้งต้นการพิมพ์สามมิติ จุฬาฯ พัฒนาต้นแบบนวัตกรรมรีไซเคิล เปลี่ยนขยะทะเลเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/chula-transform-ghost-nets-to-value-material/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Feb 2026 02:25:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[3D Printing]]></category>
		<category><![CDATA[Chula]]></category>
		<category><![CDATA[Chulalongkorn]]></category>
		<category><![CDATA[Chulalongkorn University]]></category>
		<category><![CDATA[Ghost Gear]]></category>
		<category><![CDATA[Ghost Nets]]></category>
		<category><![CDATA[innovation]]></category>
		<category><![CDATA[Material]]></category>
		<category><![CDATA[PETROMAT]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[การพิมพ์สามมิติ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณัฐพล ไร่สงัด]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ]]></category>
		<category><![CDATA[อวนประมง]]></category>
		<category><![CDATA[อวนผี]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นฟิลาเมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครพลาสติก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39976</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักวิจัยจุฬาฯ พลิกขยะอวนประมงให้เป็นเส้นฟิลาเมนต์สำหรับ 3D Printing มุ่งสู่การพัฒนานวัตกรรมวัสดุรีไซเคิลที่ใช้งานได้จริง ลดไมโครพลาสติก และส่งเสริมการรีไซเคิลอวน พร้อมวางรากฐานสู่โอกาสสร้างรายได้ใหม่ให้ชุมชนชาวประมงในอนาคตอย่างยั่งยืน ทุกครั้งที่เดินเล่นริมชายหาด นอกจากความงามของทะเลและสายลมเค็มที่พัดเอาความสดชื่นมาให้แล้ว สิ่งหนึ่งที่ ดร.ณัฐพล ไร่สงัด อาจารย์จากวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่อาจมองข้ามได้เลย คือขยะพลาสติกที่กระจัดกระจายอยู่ตามแนวชายฝั่ง ทั้งขวดน้ำ เศษถุงพลาสติก เศษผ้า ไปจนถึงชิ้นส่วนของของใช้ในชีวิตประจำวัน และที่สร้างผลกระทบมากที่สุดคืออวนประมงที่ถูกทิ้งและลอยเกยชายฝั่ง ซึ่งเรามักเรียกกันว่า “อวนผี” – หนึ่งในขยะที่ส่งผลร้ายต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างเงียบงัน แม้งานวิจัยหลักของ ดร.ณัฐพล จะมุ่งเน้นการพัฒนาวัสดุสำหรับการพิมพ์สามมิติเพื่อใช้งานทางการแพทย์และด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุไฮโดรเจลสำหรับงานสร้างเนื้อเยื่อ ไปจนถึงวัสดุยืดหยุ่นสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ แต่ด้วยความรักในท้องทะเลและความห่วงใยต่อความปลอดภัยของอาหารทะเล ดร.ณัฐพล ก็ไม่อาจปล่อยให้อวนผีลอยนวลอยู่ในทะเลหรือถูกทิ้งเกลื่อนตามชายหาดโดยไม่ลงมือทำอะไรเลย นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีพอลิเมอร์จึงริเริ่มโครงการ &#8216;การพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมรีไซเคิลไนลอนจากอวนประมงสำหรับเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ&#8217; โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (PETROMAT) และได้รับความอนุเคราะห์เม็ดพลาสติกไนลอนรีไซเคิลจากอวนประมง รวมถึงการร่วมมือในการวิจัยจากบริษัท อูเบะ เทคนิคอล เซ็นเตอร์ (เอเชีย) จำกัด ด้วยความหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นก้าวเล็ก ๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมการพิมพ์สามมิติ และมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาขยะทะเลอย่างยั่งยืน  “ในประเทศไทยมีการรีไซเคิลอวนประมงอยู่บ้างแล้ว โดยชาวบ้านขายอวนเก่าให้กับพ่อค้าที่รับซื้อเพื่อนำไป รีไซเคิล แต่ยังไม่มีการนำพลาสติกไนลอนจากอวนเหล่านี้มาใช้ในเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างการพิมพ์สามมิติ” ดร.ณัฐพล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/chula-transform-ghost-nets-to-value-material/">จากอวนผีสู่วัสดุตั้งต้นการพิมพ์สามมิติ จุฬาฯ พัฒนาต้นแบบนวัตกรรมรีไซเคิล เปลี่ยนขยะทะเลเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>นักวิจัยจุฬาฯ พลิกขยะอวนประมงให้เป็นเส้นฟิลาเมนต์สำหรับ 3</em><em>D Printing </em><em>มุ่งสู่การพัฒนานวัตกรรมวัสดุรีไซเคิลที่ใช้งานได้จริง ลดไมโครพลาสติก และส่งเสริมการรีไซเคิลอวน พร้อมวางรากฐานสู่โอกาสสร้างรายได้ใหม่ให้ชุมชนชาวประมงในอนาคตอย่างยั่งยืน</em></p>
<p><span id="more-39976"></span></p>
<p>ทุกครั้งที่เดินเล่นริมชายหาด นอกจากความงามของทะเลและสายลมเค็มที่พัดเอาความสดชื่นมาให้แล้ว สิ่งหนึ่งที่ <strong>ดร.ณัฐพล ไร่สงัด อาจารย์จากวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> ไม่อาจมองข้ามได้เลย คือขยะพลาสติกที่กระจัดกระจายอยู่ตามแนวชายฝั่ง ทั้งขวดน้ำ เศษถุงพลาสติก เศษผ้า ไปจนถึงชิ้นส่วนของของใช้ในชีวิตประจำวัน และที่สร้างผลกระทบมากที่สุดคืออวนประมงที่ถูกทิ้งและลอยเกยชายฝั่ง ซึ่งเรามักเรียกกันว่า <strong>“อวนผี”</strong> – หนึ่งในขยะที่ส่งผลร้ายต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างเงียบงัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39978 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/ดร.ณัฐพล-ไร่สงัด.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>แม้งานวิจัยหลักของ ดร.ณัฐพล จะมุ่งเน้นการพัฒนาวัสดุสำหรับการพิมพ์สามมิติเพื่อใช้งานทางการแพทย์และด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุไฮโดรเจลสำหรับงานสร้างเนื้อเยื่อ ไปจนถึงวัสดุยืดหยุ่นสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ แต่ด้วยความรักในท้องทะเลและความห่วงใยต่อความปลอดภัยของอาหารทะเล ดร.ณัฐพล ก็ไม่อาจปล่อยให้อวนผีลอยนวลอยู่ในทะเลหรือถูกทิ้งเกลื่อนตามชายหาดโดยไม่ลงมือทำอะไรเลย <strong>นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีพอลิเมอร์จึงริเริ่มโครงการ &#8216;การพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมรีไซเคิลไนลอนจากอวนประมงสำหรับเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ&#8217; โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (</strong><strong>PETROMAT) </strong><strong>และได้รับความอนุเคราะห์เม็ดพลาสติกไนลอนรีไซเคิลจากอวนประมง รวมถึงการร่วมมือในการวิจัยจากบริษัท อูเบะ เทคนิคอล เซ็นเตอร์ (เอเชีย) จำกัด ด้วยความหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นก้าวเล็ก ๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมการพิมพ์สามมิติ และมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาขยะทะเลอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><strong> </strong>“ในประเทศไทยมีการรีไซเคิลอวนประมงอยู่บ้างแล้ว โดยชาวบ้านขายอวนเก่าให้กับพ่อค้าที่รับซื้อเพื่อนำไป รีไซเคิล แต่ยังไม่มีการนำพลาสติกไนลอนจากอวนเหล่านี้มาใช้ในเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างการพิมพ์สามมิติ” ดร.ณัฐพล กล่าวถึงโอกาสในการพัฒนานวัตกรรม”</p>
<p><strong>อวนผี ภัยร้ายแห่งท้องทะเล</strong></p>
<p><strong>ดร.ณัฐพล</strong> อธิบายว่า <strong>&#8220;อวนผี&#8221;</strong> (Ghost Net) เป็นชื่อที่เรียกอวนประมงที่ถูกทิ้งและล่องลอยไปมาในมหาสมุทรโดยไร้ทิศทางเหมือนผี เมื่อลอยไปที่ใด ก็สร้างความเดือดร้อนให้กับสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่อยู่ตรงนั้น ซึ่งผลกระทบของอวนผีต่อระบบนิเวศทางทะเลนั้นรุนแรงกว่าที่หลายคนคิด</p>
<p><em>“เมื่ออวนประมงถูกทิ้งหรือหลุดหายลงสู่ทะเล มันยังคงทำหน้าที่ดักจับสัตว์ทะเลต่อไปเหมือนตอนถูกใช้งาน แต่ครั้งนี้จะไม่มีชาวประมงมาเก็บผลผลิต สัตว์ทะเลที่ติดอวนจึงมักไม่สามารถรอดชีวิตได้ เราอาจคุ้นตากับภาพเต่าทะเลหรือปลาที่พันติดอวนผ่านสื่อต่าง ๆ แต่ในความเป็นจริง เหล่านั้นเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของปัญหาที่เกิดขึ้นใต้ผืนน้ำเท่านั้น”</em></p>
<p>อีกส่วนของปัญหาจากอวนผีคือ <strong>“ไมโครพลาสติก”</strong> ซึ่งเป็นประเด็นที่กระทบต่อสุขภาพของสิ่งมีชีวิตทางทะเลและมนุษย์ ดร.ณัฐพลกล่าว</p>
<p><em>“อวนเหล่านี้เมื่อถูกแสงแดด คลื่น และสภาพแวดล้อมทางทะเลกัดกร่อนเป็นเวลานาน เส้นใยพลาสติกจะค่อย ๆ แตกตัวจนกลายเป็นไมโครพลาสติก ซึ่งสามารถกระจายสะสมอยู่ในน้ำทะเลและถูกกินโดยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอย่างแพลงก์ตอนหรือสัตว์น้ำวัยอ่อน ไมโครพลาสติกเหล่านี้จึงถูกส่งต่อและสะสมขึ้นเรื่อย ๆ ในห่วงโซ่อาหารจนถึงสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ และท้ายที่สุดอาจย้อนกลับมาสู่มนุษย์ผ่านการบริโภคอาหารทะเล”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39979 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Nets1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นวัตกรรมเพื่อระบบที่ยั่งยืนและทุกฝ่ายได้ประโยชน์  </strong></p>
<p>โครงการ <strong>&#8216;การพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมรีไซเคิลไนลอนจากอวนประมงสำหรับเทคโนโลยีสามมิติ&#8217;</strong> เริ่มดำเนินการเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (PETROMAT) พร้อมทั้งได้รับความอนุเคราะห์เม็ดพลาสติกไนลอนรีไซเคิลจากอวนประมง และความร่วมมือด้านงานวิจัยจากบริษัท อูเบะ เทคนิคอล เซ็นเตอร์ (เอเชีย) จำกัด ดร.ณัฐพลอธิบายถึงวัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย 3 ประการ ได้แก่</p>
<p><strong>ด้านวิชาการ</strong> การพัฒนาวัสดุชนิดใหม่จากพลาสติกรีไซเคิลให้สามารถใช้งานได้จริงในเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความรู้เชิงลึกทางด้านเคมีพอลิเมอร์ เนื่องจากพลาสติกที่รีไซเคิลมักมีคุณสมบัติที่แตกต่างไปจากพลาสติกใหม่ นักวิจัยจึงต้องปรับสูตรและเติมสารเติมแต่งต่าง ๆ เพื่อให้ได้เส้นฟิลาเมนต์ที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับผลิตภัณฑ์ทั่วไป</p>
<p><strong>ด้านสิ่งแวดล้อม</strong> การเปิดช่องทางใหม่ในการใช้งานพลาสติกรีไซเคิลจากอวนจะช่วยเพิ่มมูลค่าและความต้องการอวนเก่า ส่งผลให้มีการรีไซเคิลมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดปริมาณขยะในทะเล</p>
<p><strong>ด้านชุมชน</strong> โครงการนี้มุ่งหวังที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับชุมชนชาวประมง ในปัจจุบันอวนเก่ามักถูกส่งต่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล แต่หากชุมชนได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการแปรรูปเบื้องต้น เช่น การล้าง การตากแห้ง หรือการบดเบื้องต้น ชาวประมงก็จะสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุที่มีอยู่แล้ว และนำไปจำหน่ายในรูปแบบที่มีคุณภาพมากขึ้น</p>
<p>“ปัจจุบันแม้จะมีการรีไซเคิลอวนประมงอยู่บ้างแล้ว แต่การนำไปใช้งานยังค่อนข้างจำกัด การเปิดช่องทางใหม่ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติจะทำให้มีตลาดรองรับพลาสติกรีไซเคิลจากอวนมากขึ้น เมื่อมีตลาดที่แน่นอน ก็จะมีการเก็บรวบรวมอวนเก่ามากขึ้น ราคารับซื้อก็จะดีขึ้น ชาวประมงก็ได้รับประโยชน์มากขึ้น และ<strong>ที่สำคัญคือทะเลของเราก็จะสะอาดขึ้น สิ่งนี้คือเป้าหมายที่แท้จริงของโครงการ ไม่ใช่แค่การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่คือการสร้างระบบที่ยั่งยืนโดยทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งสิ่งแวดล้อม ชุมชน และภาคอุตสาหกรรม”</strong> ดร.ณัฐพลกล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39980 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2193224_0_0.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong> </strong><strong>กระบวนการแปรรูป จากขยะสู่นวัตกรรม</strong></p>
<p>การเปลี่ยนอวนประมงที่ถูกทิ้งให้กลายเป็นเส้นฟิลาเมนต์คุณภาพสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติไม่ใช่กระบวนการที่ทำได้ในทันที แต่ต้องผ่านการแปรรูปหลายขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเก็บอวนผีขึ้นจากทะเล    ไปจนถึงการผลิตเป็นเส้นฟิลาเมนต์พร้อมใช้งาน</p>
<p><strong>&#8211; ขั้นตอนแรก &#8211; การคัดแยกและทำความสะอาด</strong> เมื่อได้อวนมา สิ่งที่ต้องทำก่อนคือการแยกส่วนประกอบที่ไม่ต้องการออก เช่น ตะกั่ว ทุ่น โฟม เชือกอื่น ๆ รวมถึงเศษดิน ทราย หิน และเปลือกหอยที่ติดมากับอวน จากนั้นจึงนำไปล้างให้สะอาด ขั้นตอนนี้ถือเป็น “pain point” สำคัญ เพราะต้องใช้น้ำจำนวนมากและต้องการพื้นที่รองรับค่อนข้างมาก หากต้องการนำไปใช้จริงในระดับชุมชน จำเป็นต้องวางแผนเรื่องระบบน้ำและพื้นที่ล้างอย่างเหมาะสม</p>
<p><strong>&#8211; ขั้นตอนที่สอง &#8211; การสับบดและคัดขนาด</strong> เมื่ออวนแห้งและสะอาดแล้ว จะถูกนำเข้าสู่เครื่องสับหรือเครื่องบดให้มีขนาดเล็กลง จากนั้นคัดแยกให้ได้เกล็ดพลาสติกที่มีขนาดเหมาะสมต่อการหลอมในขั้นตอนถัดไป</p>
<p><strong>&#8211; ขั้นตอนที่สาม</strong> <strong>&#8211; การหลอมผสม </strong>อวนที่ถูกบดละเอียดแล้วจะถูกนำมาหลอมและผสมกับสารเติมแต่งต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติ จากนั้นจึงขึ้นรูปเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล</p>
<p><strong>&#8211; ขั้นตอนที่สี่ &#8211; การดึงเป็นเส้น</strong> เม็ดพลาสติกรีไซเคิลจะถูกหลอมอีกครั้งและรีดผ่านหัวดายให้เป็นเส้นยาว ก่อนเข้าสู่เครื่องดึงเพื่อให้ได้เส้นฟิลาเมนต์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางคงที่ประมาณ 1.75 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติชนิด Fused Deposition Modeling (FDM)</p>
<p>ดร.ณัฐพลอธิบายถึงเหตุผลที่ไม่ดึงเป็นเส้นตั้งแต่แรก แต่ต้องทำเป็นเม็ดก่อนว่า “อวนที่ได้มาในแต่ละครั้ง เราไม่รู้แหล่งที่มา ทำให้ไม่สามารถรู้ถึงคุณสมบัติของเส้นใย การทำเป็นเม็ดก่อนจะช่วยให้เราสามารถควบคุมคุณภาพและความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์สุดท้ายได้ดีมากขึ้น”</p>
<p><strong> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39982 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2193223_0_0.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></strong></p>
<p><strong>ฟิลาเมนต์และการพิมพ์สามมิติ โอกาสแห่งอนาคต</strong></p>
<p>เส้นฟิลาเมนต์คือเส้นพลาสติกที่ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติชนิด FDM (Fused Deposition Modeling) โดยเครื่องจะหลอมเส้นพลาสติกและพิมพ์ออกมาเป็นชั้น ๆ ตามแบบที่ออกแบบไว้ในคอมพิวเตอร์        จนกลายเป็นชิ้นงานสามมิติที่สมบูรณ์</p>
<p><strong>ดร.ณัฐพล </strong>ยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ว่า การใช้งานของเทคโนโลยีพิมพ์สามมิตินั้นหลากหลายมาก ตั้งแต่การทำของเล่น ของที่ระลึก ไปจนถึงการใช้งานในระดับอุตสาหกรรม โดยปัจจุบันหลายอุตสาหกรรมได้นำ 3D printing มาใช้เพื่อลดขั้นตอนการผลิต ลดต้นทุน และย่นระยะเวลาในการพัฒนาสินค้า เช่น การผลิตชิ้นงานตัวอย่างสำหรับทดสอบรูปทรง การทำแม่แบบสำหรับกระบวนการผลิตต่าง ๆ หรือการสร้างชิ้นส่วนเฉพาะทาง ที่ในอดีตต้องใช้เวลานานกว่าจะผลิตได้</p>
<p>สำหรับโครงการวิจัยนี้ ดร.ณัฐพลมีแผนจะนำวัสดุรีไซเคิลจากอวนประมงไปพัฒนาชิ้นงานต้นแบบในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นตลาดเฉพาะที่ต้องการวัสดุที่มีความแข็งแรงและน้ำหนักเบา นอกจากนี้ วัสดุที่ได้ยังสามารถต่อยอดเพื่อผลิตเป็นอุปกรณ์เสริม หรือชิ้นส่วนประกอบอื่น ๆ ในรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้อีกหลากหลายรูปแบบ ตามความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม</p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39981 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2193227_0_0.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></strong></p>
<p><strong>จุดเด่นของฟิลาเมนต์จากอวนรีไซเคิล</strong></p>
<p>ดร.ณัฐพลสรุปจุดเด่น 2 ประการที่ทำให้เส้นฟิลาเมนต์จากอวนรีไซเคิลมีความแตกต่างและโดดเด่นกว่าเส้น  ฟิลาเมนต์แบบอื่น ๆ</p>
<p><strong>จุดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม</strong> ผลิตภัณฑ์นี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเนื่องจากผลิตจากขยะที่ถูกทิ้งในทะเลไทย      การเพิ่มช่องทางการใช้งานพลาสติกรีไซเคิลจะช่วยเพิ่มความต้องการวัตถุดิบรีไซเคิล ส่งผลให้มีการเก็บรวบรวมและ   รีไซเคิลอวนเก่ามากขึ้น ในที่สุดจะส่งผลประโยชน์กลับไปยังชุมชนชาวประมงที่เป็นต้นทางของวัตถุดิบ</p>
<p><strong>จุดเด่นด้านเทคนิค</strong> ทีมวิจัยสามารถปรับเปลี่ยนสมบัติของเส้นฟิลาเมนต์ให้เหมาะสมกับการใช้งานที่ต้องการได้ แม้พลาสติกรีไซเคิลจะมีคุณสมบัติแตกต่างจากพลาสติกใหม่ แต่ด้วยการเติมสารเติมแต่งและการปรับสูตรอย่างเหมาะสม ก็สามารถทำให้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับเส้นฟิลาเมนต์จากวัสดุใหม่ได้ โดยเฉพาะในด้านความแข็งแรงเชิงกล และความสามารถในการขึ้นรูปด้วยเครื่องพิมพ์ 3D</p>
<p><strong>ก้าวข้ามความท้าทาย </strong></p>
<p>การพัฒนานวัตกรรมไม่ใช่เส้นทางที่ราบเรียบหรือง่ายดาย ตรงกันข้าม ดร.ณัฐพลกล่าวถึงความท้าทาย    หลัก ๆ 3 ประการที่ต้องฟันฝ่า</p>
<p><strong>การควบคุมคุณภาพ</strong> เป็นประเด็นสำคัญของงานวิจัยนี้ ดร.ณัฐพลอธิบายว่า อวนที่เก็บมาจากแต่ละพื้นที่มักมีความแตกต่างกันทั้งด้านอายุการใช้งาน ระดับการเสื่อมสภาพ และการปนเปื้อนของสิ่งสกปรกหรือโลหะหนัก ทำให้คุณสมบัติของวัตถุดิบไม่สม่ำเสมอ และยากต่อการนำไปพัฒนาเป็นวัสดุสำหรับงานวิศวกรรมโดยตรง ดังนั้น การเปลี่ยนอวนให้เป็น <strong>“เม็ดพลาสติกรีไซเคิล”</strong> จึงเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะช่วยให้สามารถควบคุมคุณภาพได้ดีขึ้น และทำให้สมบัติต่าง ๆ ของวัสดุมีความคงที่มากพอสำหรับการพัฒนาชิ้นงานต้นแบบ</p>
<p><strong>กระบวนการล้างทำความสะอาดอวน </strong>เป็นกระบวนการที่ต้องใช้น้ำจำนวนมากและพื้นที่กว้างขวาง ซึ่งอาจขัดแย้งกับหลักการรักษาสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ในอนาคตจึงต้องมีการพัฒนากระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและใช้ทรัพยากรน้อยลง</p>
<p><strong>การสร้างความเชื่อมั่นในตลาด</strong> แม้ผลิตภัณฑ์จะมีคุณภาพดี แต่การที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลอาจทำให้บางกลุ่มลูกค้ารู้สึกไม่มั่นใจ การแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยการทดสอบจริงกับผู้ใช้และการรับรองคุณภาพอย่างเป็นทางการ</p>
<p>แม้จะต้องรับมือกับความท้าทายหลายประการ แต่โครงการนี้ก็ยังสามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ดร.ณัฐพล กล่าวว่าความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน เริ่มจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (PETROMAT) ที่ให้ทุนสนับสนุนการวิจัย บริษัท อูเบะ เทคนิคอล เซ็นเตอร์ (เอเชีย) จำกัด ที่สนับสนุนเม็ดพลาสติกไนลอนรีไซเคิลจากอวนประมงและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีพลาสติก รวมถึงนักวิจัยร่วมโครงการจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่ร่วมพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต</p>
<p><em>“กระบวนการพัฒนานวัตกรรมต้องผ่านการทดลองและปรับปรุงอยู่หลายรอบ ทั้งการปรับพารามิเตอร์ในการทำเส้นฟิลาเมนต์ และปรับสารเติมแต่งให้สามารถทำเส้นได้ พร้อมทั้งต้องวิเคราะห์ถึงการใส่สารเติมแต่งให้เหมาะสม”</em> <strong>ดร.ณัฐพล </strong>กล่าวถึงข้อท้าทายในการวิจัย<em> &#8220;การสร้างนวัตกรรมที่ยั่งยืนต้องอาศัยความรู้และทักษะจากหลายสาขาวิชา ตั้งแต่เคมีพอลิเมอร์ วิศวกรรมวัสดุ ไปจนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์และการตลาด”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39983 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2193222_0.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>อนาคตใหม่ของอวนผี-รีไซเคิล</strong></p>
<p><strong>เฟสที่ 1 คือการพัฒนากระบวนการและสูตรการผลิต</strong> ซึ่งใช้เวลาประมาณ 6-10 เดือน เป้าหมายคือการสร้าง know-how ในการทำเม็ดพลาสติกและดึงเป็นเส้นฟิลาเมนต์ที่สามารถใช้งานได้จริง พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคเอกชนและหน่วยงานวิจัย</p>
<p><strong>เฟสที่ 2 คือการขยายกำลังการผลิตและทดสอบตลาด</strong> จะมีการสร้าง supply chain ที่สมบูรณ์ โดยอาจมีบริษัทเอกชนเป็นผู้จัดหาเม็ดพลาสติกรีไซเคิล จากนั้นทีมวิจัยจะนำมาผสมสารเติมแต่งตามสูตรที่พัฒนาขึ้นแล้วส่งต่อให้บริษัท OEM ที่มีความชำนาญในการดึงเส้นพลาสติก สุดท้ายจึงนำมาบรรจุหีบห่อและทดสอบตลาด เฟสนี้คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 4-5 เดือน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่พร้อมส่งให้ลูกค้าทดลองใช้และรับข้อมูลหรือความคิดเห็นเพื่อนำมาปรับปรุง</p>
<p><strong>เฟสที่ 3 คือการส่งผลกลับสู่ชุมชนและสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนที่สมบูรณ์</strong> เมื่อผลิตภัณฑ์ได้รับการตอบรับที่ดีในตลาด จะมีการพัฒนาโครงการลงสู่ชุมชนชาวประมงโดยตรง โดยถ่ายทอดองค์ความรู้และกระบวนการแปรรูปเบื้องต้นให้กับชุมชน เพื่อให้สามารถเพิ่มมูลค่าของอวนเก่าก่อนขาย</p>
<p><strong>ดร.ณัฐพล</strong> กล่าวว่านวัตกรรมชิ้นนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ไม่เพียงแต่ลดของเสียและมลพิษ แต่ยังสร้างมูลค่าเพิ่มในทุกขั้นตอนของวงจร</p>
<p>“งานนี้เป็นโอกาสที่จะสร้างผลกระทบได้จริง ไม่ใช่แค่ในห้องปฏิบัติการ แต่ออกไปถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อม”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39984 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2193225_0_0.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>ดร.ณัฐพล </strong>หวังว่าผลิตภัณฑ์จะเป็นที่สนใจ มีลูกค้านำไปใช้งานจริง เกิดประโยชน์จริง และสร้างผลกระทบ  เชิงบวกกลับมาให้กับสิ่งแวดล้อมในที่สุด</p>
<p><em>“ในระยะเริ่มต้น เราวางแผนที่จะพัฒนาตลาดภายในประเทศก่อน เนื่องจากเป็นโอกาสที่สามารถต่อยอดได้ทันทีและช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมในไทย หากผลิตภัณฑ์มีศักยภาพและได้รับการยอมรับในตลาดภายในประเทศแล้ว ค่อยพิจารณาขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศต่อไป ซึ่งการส่งออกจำเป็นต้องมีการคำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์และเอกสารประกอบต่าง ๆ เพื่อยืนยันถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม”</em></p>
<p>นอกจากเส้นฟิลาเมนต์ ดร.ณัฐพล ยังมองถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลจากอวนรีไซเคิล <em><strong>“เมื่อเรามีวัตถุดิบที่มีคุณภาพและมีระบบ supply chain ที่ดี เราก็สามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้อีกมากมาย ไม่จำกัดอยู่แค่เส้นฟิลาเมนต์สำหรับการพิมพ์สามมิติเท่านั้น”</strong></em></p>
<p>ณ ตอนนี้ เส้นฟิลาเมนต์จากอวนผีกำลังอยู่ในจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่ตลาด แต่หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ในอนาคตอันใกล้นี้ เราอาจจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่พิมพ์จากเส้นฟิลาเมนต์นี้ใช้งานอยู่รอบตัวเรา และที่สำคัญที่สุด ทะเลไทยของเราจะสะอาดขึ้น ปราศจากอวนผีที่คร่าชีวิตสัตว์ทะเลและก่อไมโครพลาสติกเพิ่มเข้ามาในห่วงโซ่อาหารที่เราบริโภค</p>
<p><strong>สำหรับผู้ที่สนใจนวัตกรรมรีไซเคิลไนลอนจากอวนประมงสำหรับเทคโนโลยีสามมิติ สามารถติดต่อได้โดยตรงที่ ดร.ณัฐพล ไร่สงัด วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือผ่านทางศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (</strong><strong>PETROMAT</strong><strong>) </strong></p>
<p><strong>เว็บไซต์</strong><strong>: </strong><a href="http://www.petromat.org/" target="_blank" rel="noopener"><strong>http://www.petromat.org/</strong></a></p>
<p><strong>อีเมล </strong><a href="mailto:nuttapol.r@chula.ac.th%20และ"><strong>nuttapol.r@chula.ac.th </strong><strong>และ</strong></a> <a href="mailto:petromat@chula.ac.th"><strong>petromat@chula.ac.th</strong></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/chula-transform-ghost-nets-to-value-material/">จากอวนผีสู่วัสดุตั้งต้นการพิมพ์สามมิติ จุฬาฯ พัฒนาต้นแบบนวัตกรรมรีไซเคิล เปลี่ยนขยะทะเลเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>S&#038;P ส่งต่อขวดพลาสติกหลังการบริโภค โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; มุ่งลดปัญหาขยะพลาสติก สร้างคุณค่าเป็น &#8216;เสื้อพนักงานS&#038;P ปี 2568&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/sandp-reduce-plastic-waste-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Jan 2026 15:46:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[PCR Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[rPET]]></category>
		<category><![CDATA[S&P]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycling]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดPET]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดนี้ไม่ใช้...เราขอนะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มณีสุดา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เอส แอนด์ พี]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39630</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกของ S&#38;P ที่​ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากลูกค้าและพนักงาน ในการ​ปรับพฤติกรรมด้านการแยกขยะ รณรงค์เก็บขวดพลาสติกใสหลังการบริโภค (PCR PET) เพื่อนำกลับเข้ากระบวนการรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างคุณค่าได้อีกครั้ง บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร สานต่อโครงการด้านสิ่งแวดล้อม &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; ภายใต้โครงการ &#8216;แยกขยะให้ถูกถัง ปลูกฝังจิตสำนึก&#8217; เพื่อรณรงค์และปรับพฤติกรรมการแยกขยะแก่พนักงาน นำขยะแต่ละประเภทไปกำจัดอย่างถูกวิธี โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; รวบรวมและส่งต่อขวดพลาสติกใสหลังการบริโภค เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแปลงเป็น &#8216;เสื้อพนักงาน S&#38;P ปี 2568&#8217; ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน นำทรัพยากรที่ไม่ใช้แล้วมาสร้างคุณค่าเป็นของชิ้นใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2563 เพื่อรณรงค์ลูกค้าและพนักงานเก็บขวดน้ำดื่มใช้แล้วหลังการบริโภค สำหรับส่งต่อไปรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และลดปัญหาขยะพลาสติก จากสำนักงาน โรงงานผลิตอาหาร โรงงานผลิตเบเกอรี่ S&#38;P และร้าน S&#38;P 10 จุดขาย จากนั้นบริษัทฯ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/sandp-reduce-plastic-waste-project/">S&#038;P ส่งต่อขวดพลาสติกหลังการบริโภค โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; มุ่งลดปัญหาขยะพลาสติก สร้างคุณค่าเป็น &#8216;เสื้อพนักงานS&#038;P ปี 2568&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โครงการ &#8216;<strong>ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; </strong>เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกของ S&amp;P ที่​ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากลูกค้าและพนักงาน ในการ​ปรับพฤติกรรมด้านการแยกขยะ รณรงค์เก็บขวดพลาสติกใสหลังการบริโภค (PCR PET) เพื่อนำกลับเข้ากระบวนการรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างคุณค่าได้อีกครั้ง</p>
<p><span id="more-39630"></span></p>
<p><strong>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)</strong> นำโดย <strong>คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร สานต่อ<strong>โครงการด้านสิ่งแวดล้อม &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; </strong>ภายใต้โครงการ &#8216;แยกขยะให้ถูกถัง ปลูกฝังจิตสำนึก&#8217; เพื่อรณรงค์และปรับพฤติกรรมการแยกขยะแก่พนักงาน นำขยะแต่ละประเภทไปกำจัดอย่างถูกวิธี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39632 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/1552352.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; รวบรวมและส่งต่อขวดพลาสติกใสหลังการบริโภค เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแปลงเป็น <strong>&#8216;เสื้อพนักงาน S&amp;P ปี 2568&#8217;</strong> ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน นำทรัพยากรที่ไม่ใช้แล้วมาสร้างคุณค่าเป็นของชิ้นใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด</p>
<p><strong>โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217;</strong> เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2563 เพื่อรณรงค์ลูกค้าและพนักงานเก็บขวดน้ำดื่มใช้แล้วหลังการบริโภค สำหรับส่งต่อไปรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และลดปัญหาขยะพลาสติก จากสำนักงาน โรงงานผลิตอาหาร โรงงานผลิตเบเกอรี่ S&amp;P และร้าน S&amp;P 10 จุดขาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39633 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/1552351.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>จากนั้นบริษัทฯ ได้ขยายจุดรับขวดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีจุดรับขวดของโครงการฯ รวมทั้งสิ้น 104 จุดขาย โดยส่งต่อขวดแก่โครงการ Youเทิร์น by GC พันธมิตรด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบัน S&amp;P ส่งต่อขวดพลาสติกแล้วทั้งสิ้น 13,160 กิโลกรัม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 13,410 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ได้ถึง 1,504 ต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39635 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/1552353.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับปี 2568 ขวดพลาสติกที่บริษัทฯ ส่งเข้ากระบวนการรีไซเคิล สามารถผลิตเป็น <strong>&#8216;</strong><strong>เสื้อพนักงาน</strong><strong>S&amp;P Upcycling </strong><strong>ปี </strong><strong>2568&#8242;</strong> เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการแยกขยะ ที่สามารถสร้างคุณค่าเป็นของชิ้นใหม่จากการหมุนเวียนทรัพยากรไม่ใช้แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดปัญหาโลกร้อน ตลอดจนเป็นการสร้างความภูมิใจแก่พนักงานด้วย</p>
<p><em>เอส แอนด์ พี ยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่ลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม อีกทั้งยังขอเป็นส่วนหนึ่งร่วมผลักดันให้เกิดการแยกขยะอย่างเป็นระบบ ลดขยะให้เป็นศูนย์ เพื่อสร้างโลกที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39634 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/1552350.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/sandp-reduce-plastic-waste-project/">S&#038;P ส่งต่อขวดพลาสติกหลังการบริโภค โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; มุ่งลดปัญหาขยะพลาสติก สร้างคุณค่าเป็น &#8216;เสื้อพนักงานS&#038;P ปี 2568&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ออมสิน ส่งเสริม &#8216;จักรวาฬแห่งการออม&#8217; เปิดตัวกระปุกออมสินวาฬน้อย &#8216;Save Money, Save Sea Life&#8217; ทำจากขยะพลาสติก ปลูกฝัง​วินัยทางการออมพร้อมหัวใจรักษ์โลก ในวันเด็กแห่งชาติ 2569</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/gsb-save-money-save-sea-life/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jan 2026 13:07:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Finance Literacy]]></category>
		<category><![CDATA[GSB]]></category>
		<category><![CDATA[GSB Society]]></category>
		<category><![CDATA[Save Money​ Save Sea Life]]></category>
		<category><![CDATA[กระปุกออมสิน]]></category>
		<category><![CDATA[กระปุกออมสินปลาวาฬ]]></category>
		<category><![CDATA[กระปุกออมสินวันเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[การออมเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[จักรวาฬแห่งการออม]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารออมสิน]]></category>
		<category><![CDATA[รักชาติไทย ใส่ใจโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง]]></category>
		<category><![CDATA[วันเด็ก 2569]]></category>
		<category><![CDATA[วันเด็กแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[วินัยทางการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ออมสิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39337</guid>

					<description><![CDATA[<p>ออมสิน ชวนเด็กไทยสัมผัสมหัศจรรย์ &#8216;จักรวาฬแห่งการออม&#8217; ในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี​ 2569 เปิดตัวกระปุกออมสินวาฬน้อย &#8216;Save Money, Save Sea Life&#8217; เน้นส่งเสริมการออมควบคู่รักษ์โลก เปิดจองสิทธิ์ฝากเงินรับกระปุก 5 – 8 ม.ค. 2569 ผ่านเว็บไซต์ / Line : GSB Society และแอป MyMo คุณ​ลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินมีบทบาทในการส่งเสริมการออมให้เด็กและเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละปีธนาคารมุ่งปลูกฝังวินัยการออมให้กับเด็กควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกด้านการช่วยเหลือสังคมและสิ่งแวดล้อม สำหรับวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 วันเสาร์ที่ 10 มกราคมนี้ ธนาคารจัดกิจกรรมภายใต้ “จักรวาฬแห่งการออม” ให้เด็กได้ร่วมผจญภัยในโลกใต้น้ำมหัศจรรย์กับปลาวาฬและผองเพื่อน ผ่านฐานกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่ผสานจินตนาการและความรู้ เพื่อจุดพลังการออมเงินและปลูกฝังหัวใจที่รักษ์ทะเล พร้อมจับมือกับหน่วยงานพันธมิตร ร่วมมอบความรู้ ความสนุก และของขวัญ อย่างคับคั่ง ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ พร้อมกันนี้ ธนาคารได้เปิดตัวกระปุกออมสินเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/gsb-save-money-save-sea-life/">ออมสิน ส่งเสริม &#8216;จักรวาฬแห่งการออม&#8217; เปิดตัวกระปุกออมสินวาฬน้อย &#8216;Save Money, Save Sea Life&#8217; ทำจากขยะพลาสติก ปลูกฝัง​วินัยทางการออมพร้อมหัวใจรักษ์โลก ในวันเด็กแห่งชาติ 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ออมสิน ชวนเด็กไทยสัมผัสมหัศจรรย์ &#8216;จักรวาฬแห่งการออม&#8217; ในวันเด็กแห่งชาติ</strong><strong> ประจำปี​ 2569 </strong><strong>เปิดตัวกระปุกออมสินวาฬน้อย &#8216;</strong><strong>Save Money, Save Sea Life&#8217; </strong><strong>เน้นส่งเสริมการออมควบคู่รักษ์โลก </strong><strong>เปิดจองสิทธิ์ฝากเงินรับกระปุก </strong><strong>5 – 8 </strong><strong>ม.ค. </strong><strong>2569 </strong><strong>ผ่านเว็บไซต์ / </strong><strong>Line : GSB Society </strong><strong>และแอป </strong><strong>MyMo</strong></p>
<p><span id="more-39337"></span></p>
<p><strong>คุณ​ลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน </strong>เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินมีบทบาทในการส่งเสริมการออมให้เด็กและเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละปีธนาคารมุ่งปลูกฝังวินัยการออมให้กับเด็กควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกด้านการช่วยเหลือสังคมและสิ่งแวดล้อม สำหรับวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 วันเสาร์ที่ 10 มกราคมนี้ ธนาคารจัดกิจกรรมภายใต้ <strong>“</strong><strong>จักรวาฬแห่งการออม”</strong> ให้เด็กได้ร่วมผจญภัยในโลกใต้น้ำมหัศจรรย์กับปลาวาฬและผองเพื่อน ผ่านฐานกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่ผสานจินตนาการและความรู้ เพื่อจุดพลังการออมเงินและปลูกฝังหัวใจที่รักษ์ทะเล พร้อมจับมือกับหน่วยงานพันธมิตร ร่วมมอบความรู้ ความสนุก และของขวัญ อย่างคับคั่ง ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39344 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/S__71278697.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พร้อมกันนี้ ธนาคารได้เปิดตัวกระปุกออมสินเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 <strong>&#8216;Save Money, </strong><strong>Save Sea Life&#8217;</strong> ผลิตจากวัสดุขยะพลาสติกชายฝั่งทะเล ออกแบบในรูปทรงปลาวาฬ สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลไทย สะท้อนแนวคิดว่าการหยอดเหรียญทีละเล็กละน้อย ไม่เพียงสร้างอนาคตทางการเงิน แต่ยังช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย โดยการผลิตกระปุกออมสินในครั้งนี้มีส่วนช่วยลดขยะพลาสติกได้ถึง <strong>18 </strong><strong>ตัน</strong> สนับสนุนการปกป้องระบบนิเวศทางทะเล สอดคล้องกับคำขวัญวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ว่า &#8216;<strong>รักชาติไทย ใส่ใจโลก&#8217;</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39345 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Re-1.jpg" alt="" width="1200" height="762" /></p>
<p>เด็กและเยาวชนที่สนใจกระปุกออมสินปลาวาฬ <strong>&#8216;</strong><strong>Save Money, Save Sea Life&#8217;</strong> สามารถลงทะเบียนจองสิทธิ์ฝากเงินเพื่อรับกระปุกออมสินได้ทางเว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือ Line Official : GSB Society หรือแอปพลิเคชัน MyMo ตั้งแต่วันที่ <strong>5 – 8 </strong><strong>มกราคม </strong><strong>2569</strong> โดยใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เยาว์ในการลงทะเบียน และฝากเงินตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป ในวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 ได้ที่สาขาธนาคารออมสินทั่วประเทศ แอป MyMo หรือเครื่องรับฝากเงินอัตโนมัติ (ADM) จากนั้นนำหลักฐานการลงทะเบียนฝากเงินมาติดต่อรับกระปุกออมสินได้ที่สาขาที่ลงทะเบียนไว้ จำนวน 1 ชิ้นต่อ 1 สิทธิ์ (ของมีจำนวนจำกัด) ตั้งแต่วันที่ 10 – 31 มกราคม 2569 ทั้งนี้ ธนาคารขอสงวนสิทธิ์สำหรับบัญชีเงินฝากหรือสลากออมสินที่มีชื่อผู้เยาว์ หรือเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์เท่านั้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39347 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/S__71278695.jpg" alt="" width="560" height="700" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/gsb-save-money-save-sea-life/">ออมสิน ส่งเสริม &#8216;จักรวาฬแห่งการออม&#8217; เปิดตัวกระปุกออมสินวาฬน้อย &#8216;Save Money, Save Sea Life&#8217; ทำจากขยะพลาสติก ปลูกฝัง​วินัยทางการออมพร้อมหัวใจรักษ์โลก ในวันเด็กแห่งชาติ 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถอดรหัส &#8216;วิชชุลดา&#8217; Social Upcycle Artist สร้างอิมแพคที่ยั่งยืน เปลี่ยน &#8216;ผู้ชม&#8217; ให้กลายเป็น &#8216;คอมมูนิตี้&#8217; ที่ต้องการสร้างโลกที่ดีกว่า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/wishulada-social-upcycle-artist/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Nov 2025 15:00:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Artist]]></category>
		<category><![CDATA[ASEAN SOAR Together]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[FROM WASTE TO WEALTH]]></category>
		<category><![CDATA[passion]]></category>
		<category><![CDATA[Social Upcycle Artist]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycle]]></category>
		<category><![CDATA[WISHULADA]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[วิชชุลดา]]></category>
		<category><![CDATA[วิชชุลดา ปันธนวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะเปลี่ยนโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์เพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ไอเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38004</guid>

					<description><![CDATA[<p> ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถทำแพชชั่นให้เป็นอาชีพได้ แต่ คุณเอ๋-วิชชุลดา ปันธนวงศ์ เจ้าของแบรนด์และช่อง Wishulada สามารถทำได้และทำได้อย่างโดดเด่น นี่คือหนึ่งในแบรนด์ไทยที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมในวงกว้าง จากความรักในงานศิลปะและความตระหนักในปัญหาสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การก่อตั้ง WISHULADA ที่เปลี่ยนขยะให้กลายเป็นสิ่งมีคุณค่า และสร้างอิมแพคให้โลกใบนี้น่าอยู่ยิ่งขึ้นผ่านงานศิลปะในสไตล์เฉพาะตัว วิชชุลดาไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็น Social Upcycle Artist หรือศิลปินที่สร้างมูลค่าใหม่ให้กับสิ่งที่ถูกทิ้งร้าง แต่ยังเติบโตต่อในฐานะแบรนด์ผู้สร้างคอนเทนต์และผลิตภัณฑ์บน TikTok Shop ขยายพื้นที่การทำงานจากแกลเลอรีสู่หน้าจอมือถือ ดึงศักยภาพและพลังครีเอทีฟมาสร้างประสบการณ์ให้ผู้ชมนับล้านคนบนแพลตฟอร์ม ทำให้ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลโลกใบนี้ร่วมกันได้ ไม่เพียงแต่สร้างอิมแพคในระดับท้องถิ่น WISHULADA ยังได้เป็นตัวแทนธุรกิจไทยในเวทีสากล ผ่านโครงการ ASEAN SOAR Together ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง TikTok Shop มูลนิธิอาเซียน และ สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญที่สนับสนุนแบรนด์จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เข้าถึงผู้ชมและผู้ซื้อในภูมิภาค ทำให้ผลงานศิลปะและแนวคิดด้านความยั่งยืนของแบรนด์ถูกส่งต่อไปในระดับอินเตอร์ ขยายอิทธิพลและแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในวงกว้าง พร้อมย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะแหล่งธุรกิจสร้างสรรค์ที่ผสานศิลปะและความรับผิดชอบต่อสังคมได้อย่างลงตัว มองโลกแบบวิชชุลดา &#8220;ไม่มีอะไรไร้ค่า แม้แต่ขยะ&#8221; ผลักดัน Circular Economy การสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมในระดับมหภาคนั้นไม่ง่ายเลย จากรายงาน From Waste To Wealth จัดทำโดยสภาธุรกิจสหภาพยุโรป-อาเซียน และสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/wishulada-social-upcycle-artist/">ถอดรหัส &#8216;วิชชุลดา&#8217; Social Upcycle Artist สร้างอิมแพคที่ยั่งยืน เปลี่ยน &#8216;ผู้ชม&#8217; ให้กลายเป็น &#8216;คอมมูนิตี้&#8217; ที่ต้องการสร้างโลกที่ดีกว่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b> </b>ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถทำแพชชั่นให้เป็นอาชีพได้ แต่ <strong>คุณเอ๋-วิชชุลดา ปันธนวงศ์</strong> เจ้าของแบรนด์และช่อง <a href="https://www.tiktok.com/@wishulada.a" target="_blank" rel="noopener"><strong>Wishulada</strong></a> สามารถทำได้และทำได้อย่างโดดเด่น นี่คือหนึ่งในแบรนด์ไทยที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมในวงกว้าง จากความรักในงานศิลปะและความตระหนักในปัญหาสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การก่อตั้ง <strong>WISHULADA</strong> ที่เปลี่ยนขยะให้กลายเป็นสิ่งมีคุณค่า และสร้างอิมแพคให้โลกใบนี้น่าอยู่ยิ่งขึ้นผ่านงานศิลปะในสไตล์เฉพาะตัว</p>
<p><span id="more-38004"></span></p>
<p>วิชชุลดาไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็น <strong>Social Upcycle Artist</strong> หรือศิลปินที่สร้างมูลค่าใหม่ให้กับสิ่งที่ถูกทิ้งร้าง แต่ยังเติบโตต่อในฐานะแบรนด์ผู้สร้างคอนเทนต์และผลิตภัณฑ์บน <strong>TikTok Shop</strong> ขยายพื้นที่การทำงานจากแกลเลอรีสู่หน้าจอมือถือ ดึงศักยภาพและพลังครีเอทีฟมาสร้างประสบการณ์ให้ผู้ชมนับล้านคนบนแพลตฟอร์ม ทำให้ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลโลกใบนี้ร่วมกันได้</p>
<p>ไม่เพียงแต่สร้างอิมแพคในระดับท้องถิ่น WISHULADA ยังได้เป็นตัวแทนธุรกิจไทยในเวทีสากล ผ่านโครงการ <a href="https://newsroom.tiktok.com/msmes-tiktokshop-th?lang=th-TH" target="_blank" rel="noopener"><strong>ASEAN SOAR Together </strong></a>ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง TikTok Shop มูลนิธิอาเซียน และ สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญที่สนับสนุนแบรนด์จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เข้าถึงผู้ชมและผู้ซื้อในภูมิภาค ทำให้ผลงานศิลปะและแนวคิดด้านความยั่งยืนของแบรนด์ถูกส่งต่อไปในระดับอินเตอร์ ขยายอิทธิพลและแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในวงกว้าง พร้อมย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะแหล่งธุรกิจสร้างสรรค์ที่ผสานศิลปะและความรับผิดชอบต่อสังคมได้อย่างลงตัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38010 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/287344172_1702337613444844_643301850847054775_n.jpg" alt="" width="1200" height="797" /></p>
<p><strong>มองโลกแบบวิชชุลดา &#8220;ไม่มีอะไรไร้ค่า แม้แต่ขยะ&#8221; ผลักดัน </strong><strong>Circular Economy </strong></p>
<p>การสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมในระดับมหภาคนั้นไม่ง่ายเลย จากรายงาน <a href="https://globalcompact-th.com/uploadedfiles/filemanager/source/EU-ABC-EPR-Report-2025-1_250821_104936.pdf" target="_blank" rel="noopener">From Waste To Wealth</a> จัดทำโดยสภาธุรกิจสหภาพยุโรป-อาเซียน และสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน เผยว่าจนถึงวันนี้ภูมิภาคอาเซียนยังคงติดหล่มปัญหาการจัดการขยะ <strong>มีขยะพลาสติกกว่าหนึ่งล้านตันทั่วโลกรั่วไหลสู่มหาสมุทรในแต่ละปี และกว่าครึ่งของจำนวนนี้มาจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจในอาเซียน</strong> ซึ่งเกิดจากการขยายตัวของเมืองที่รวดเร็วขึ้น และแนวโน้มการบริโภคที่สูงขึ้น</p>
<p>ปัญหาขยะเป็นแรงผลักดันแนวคิด <strong>Circular Economy </strong>ที่ใช้ในการทำงานจนถึงวันนี้ และพิสูจน์ได้ว่าธุรกิจที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยลดปริมาณของเสียให้น้อยที่สุด และทำให้วัสดุสามารถกลับมาใช้ใหม่สามารถขับเคลื่อนกลไกเศรษฐกิจในระบบได้จริง จากการมองเห็น &#8216;<strong>มูลค่าของขยะ&#8217;</strong> ที่เกิดขึ้นทุกวันจากระบบธุรกิจ การอุปโภคและบริโภค</p>
<p><em>&#8220;งานของเราไม่ได้จบแค่การสร้างงานศิลปะเท่านั้น เรากำลังส่งเสียงไปถึงทุกคน ให้ได้เห็นปริมาณวัสดุเหลือใช้มากมายจากในชุมชนที่ถูกนำกลับมา upcycle โดยการนำวัสดุเหลือใช้หรือขยะมาดัดแปลงให้กลายเป็น ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์และไอเดียใหม่ ๆ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการแปรรูปทางอุตสาหกรรมที่ซับซ้อน เช่น นำขวดน้ำเก่ามาทำเป็นกระถางต้นไม้&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38005 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/409839102_925819769304378_2686277231579418920_n.jpg" alt="" width="1200" height="870" /></p>
<p><strong>ขยะ </strong><strong>12,800 </strong><strong>กก. กลายเป็นงานศิลปะลดคาร์บอน สร้างรายได้ </strong><strong>6.5 </strong><strong>ล้านบาท สู่ </strong><strong>7 </strong><strong>ชุมชน พิสูจน์ </strong><strong>&#8216;</strong><strong>ศิลปะเปลี่ยนโลกได้จริง</strong><strong>&#8216;</strong></p>
<p><em>&#8220;ในเชิงปฏิบัติ การลงมือทำของเราสามารถแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้จริง และยังดึงผู้คน คอมมูนิตี้มากมายที่อินกับเรื่องนี้เหมือนกัน มาช่วยกันทำจนสเกลงาน และอิมแพคที่ได้มันค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ​ ไม่ว่าจะเป็น <strong>Wire Puller</strong> มือพลาสติกยักษ์ที่สร้างจากขยะพลาสติกของแบรนด์ดังที่เก็บมาได้ หรือการคอแลปกับลัคชูรีแบรนด์สร้างโซฟาจากเศษผ้า ผลงานชิ้นต่าง ๆ ทำให้หลายองค์กรสามารถมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นได้จริง&#8221;</em></p>
<p>ถึงวันนี้งาน Wishulada ได้รีไซเคิลขยะไปแล้วกว่า <strong>12,800 </strong><strong>กิโลกรัม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ </strong><a href="https://vt.tiktok.com/ZSDnNPw1Q/" target="_blank" rel="noopener"><strong>มากกว่า </strong><strong>70,875 </strong><strong>กก.</strong></a> <strong>คาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่า </strong>สร้างรายได้กว่า 6.5 ล้านบาท (ในช่วงปี 2019 – 2024) กระจายสู่ 7 ชุมชนท้องถิ่นที่ทำงานร่วมกัน พิสูจน์<strong> &#8216;Real Impact, Real Change&#8217; </strong></p>
<p><strong>ขับเคลื่อนสังคมด้วยขยะ &#8211; </strong><strong>&#8216;</strong><strong>ศิลปะ</strong><strong>&#8216; </strong><strong>ที่เป็นจริงได้ในโลกทุนนิยม</strong></p>
<p><em>&#8220;เอ๋เรียนจบจากคณะศิลปกรรม ก็อยากจะใช้งานศิลปะ ความเป็นอาร์ต ความเป็นคราฟท์มาสร้างการเปลี่ยนแปลงในมิติของสังคม ชุมชน จากที่ทำหนึ่งคน ก็ค่อยๆ มีทีมเพิ่มเข้ามา ตอนนี้เราจดเป็น social enterprise ดำเนินกิจกรรมไปพร้อมกับจัดเก็บข้อมูลต่างๆ เช่น จำนวน carbon footprint ที่ลดลงและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกิจกรรม, อัตราการจ้างงานชุมชน ฯลฯ ส่งรายงานตามรูปแบบบริษัทที่ไม่ปันผลกำไร 100%&#8221;</em></p>
<p>สิ่งที่ถูกนิยามว่า <strong>ขยะ </strong>กว่า 40 ประเภทต่างเคยผ่านมือทีมงานวิชชุลดามาแล้ว มีทั้งที่อยู่ในรูปแบบ pre-consumer waste หรือวัสดุเหลือใช้จากการผลิต และ post-consumer waste วัสดุที่เหลือจากการใช้งานแล้ว โดยวัสดุทุกประเภทจะถูกนำไปใช้โดยคงสภาพเดิมไว้ให้มากที่สุด ไม่ผ่านการย้อมสีหรือพ่นอะไรลงไปในวัสดุ</p>
<p>เมื่อจบงานก็จะสามารถถอดแยกส่วนและนำวัสดุเหล่านั้นมาหมุนเวียนใช้ซ้ำอีกหลายๆ ครั้ง (upcycle) จนสุดกระบวนการ หากวัสดุหมดความสวยงามไปแล้ว ก็จะนำไป recycle นำวัสดุมาหลอมให้กลายเป็นสิ่งใหม่ เช่น ขวด ฝา ฯลฯ ซึ่งได้รับความยินยอมและเซ็นสัญญาตกลงกับทางแบรนด์ให้สามารถรื้อถอนไปได้ งานเราก็จะอยู่ในระบบ circular economy หมุนเวียนไม่รู้จบ</p>
<p><em>&#8220;อย่างชิ้นงาน installation art ที่ทำจากขวดพลาสติก ใช้กรรไกรตัดให้กลายเป็นดอกไม้เล็กๆ นำเอามาประกอบเป็นหุ่นโดยใช้ลวดยึดทำให้ติดกันเพื่อความคงทนและปลอดภัย ไม่ได้ใช้กาวใดๆ เพราะจะกระทบกับวัสดุเมื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38006 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/167549321_1403146460030629_6563433809770142573_n.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>แต่ก็มีบางชิ้นที่ติดตั้งไว้เป็นระยะเวลาหลายปี หนึ่งในผลงานที่เธอภูมิใจนำเสนอคือซีรีส์ <strong>“Sustainable Map”</strong> แผนที่จากฝาขวดพลาสติกซึ่งเก็บจากแต่ละย่านในกรุงเทพฯ มาเรียงต่อกันเป็นแผนที่ที่สวยงามเหมือนมองลงมาจากท้องฟ้า และต่อยอดให้เป็นแผนที่ที่ใช้งานได้มากขึ้นโดยการติด <strong>QR Code</strong> ไว้บนแผนที่เพื่อให้ผู้คนสามารถสแกนและเดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารท้องถิ่น หรือโรงแรมในย่านนั้นๆ ได้ เป็นการผสานงานศิลปะเข้ากับมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว</p>
<p>วิชชุลดาร่วมเดินทางไปพร้อมกับแบรนด์ที่ต้องการเติบโตอยู่ในสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย 90% เป็นลูกค้าต่างชาติ ที่มาพร้อมโจทย์และวัสดุเหลือใช้จากแบรนด์ ก่อนจะนำมาคิดต่อว่าจะทำออกมารูปแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะหรืองานออกแบบดีไซน์ต่างๆ ทำให้มีลายเซ็นของวิชชุลดาและยังสามารถวัดผลสำเร็จได้จริง</p>
<p><strong>ศิลปะที่คิดตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และผลลัพท์ที่วัดผลได้</strong></p>
<p><em>&#8220;เราพยายามทำให้เห็นว่างานศิลปะถูกแทรกอยู่ในทุกมิติ พ่วงด้วยประเด็นสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นเราสามารถเข้าได้กับทุกแบรนด์ พิสูจน์ให้เห็นว่าศิลปะมีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ และศิลปินสามารถเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ&#8221;</em></p>
<p>คุณเอ๋ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ในทุกโปรเจกต์ มีการชั่งน้ำหนักและคำนวณว่าในแต่ละชิ้นงานใช้ขยะประเภทใดไปบ้าง จำนวนเท่าไหร่ และใช้คนทำงานไปทั้งหมดกี่คน ก็จะมีสูตรในการคำนวณต่างๆ เพื่อแสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า<strong>งานของเธอไม่ได้สร้างขยะเพิ่ม แต่กลับช่วยลดขยะ และสร้างมูลค่ากลับคืนสู่สังคม</strong></p>
<p>อีกหนึ่งความท้าทาย คือการถ่ายทอดแนวคิด Circular Economy สร้างความเชื่อมั่นให้กับคนในชุมชนว่าพวกเขาสามารถทำรายได้จากงานที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และสามารถทำงานร่วมกันกับศิลปินได้ถึงแม้ว่าจะไม่เคยอยู่ในแวดวงศิลปะมาก่อนก็ตาม พร้อมเปิดโอกาสให้<strong>ช่วยออกแบบและต่อยอดไอเดีย</strong>ร่วมกับวิชชุลดา นับเป็นการแลกเปลี่ยนและเชื่อมั่นในความคิดสร้างสรรค์ของกันและกัน</p>
<p>ความสำเร็จของวิชชุลดาเกิดจากการ<strong>ทำงานกับชุมชนบนพื้นฐานของความสมัครใจ</strong> และการสร้าง &#8216;<strong>งานที่เป็นอาชีพ&#8217;</strong> ให้กับพวกเขา อย่างผลงานโซฟาที่ทำจากริมผ้าใช้แล้ว นำมาถักทอใหม่ก็เป็นฝีมือชาวบ้านในสมุทรสาคร ซึ่งนอกจากจะเป็นงานศิลปะที่ช่วยโลกแล้ว ยังเป็นรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับพวกเขาได้ทุกเดือน ทั้งนี้ ชุมชนแต่ละแห่งมีหน่วยตรวจสอบคุณภาพ (QC) ประจำอยู่แล้ว เพื่อรักษามาตรฐานของวิชชุลดา ปัจจุบันวิชชุลดาทำงานร่วมกับชุมชนในสมุทรสาคร ชัยนาท สุรินทร์ นครปฐม และกำลังจะขยายไปที่ชุมชนสระแก้วรวมถึงจังหวัดอื่นๆ อีกมากมาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38007 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/DSCF0569.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ถึงเวลางานศิลปะเพื่อสิ่งแวดล้อมต้องเป็นที่รู้จัก และโตต่อบนโลกโซเชียล</strong></p>
<p>พลังของวิดีโอคอนเทนต์บน TikTok คือคำตอบสำหรับปี 2025 และต่อๆ ไป ด้วยผู้ใช้ที่มากถึง<a href="https://newsroom.tiktok.com/thanks-a-billion?lang=th-TH" target="_blank" rel="noopener"> 1 พันล้านคนทั่วโลก </a>และแฮชแท็กที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเช่น <a href="https://www.tiktok.com/tag/Sustainability?is_from_webapp=1&amp;sender_device=pc" target="_blank" rel="noopener">#Sustainability</a> ที่มีมากกว่าเจ็ดแสนครั้ง และ <a href="https://www.tiktok.com/tag/climatechange?is_from_webapp=1&amp;sender_device=pc" target="_blank" rel="noopener">#ClimateChange</a> ที่มียอดวิวถึง 7.8 พันล้านครั้ง ในปี 2024 ระบบอัลกอริทึมที่นำเรื่องราวไปยังผู้ชมหลากหลายช่วงวัย จนเรื่องสิ่งแวดล้อมกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้ชมโดยไม่รู้ตัว</p>
<p><em>&#8220;TikTok คือแพลตฟอร์มที่มากกว่าความสนุก ยังเป็นอีกช่องทางในการสื่อสารประเด็นเชิงสังคม และสิ่งแวดล้อมได้ดี เป็นอะไรที่เราอยากลอง explore กับกลุ่มผู้ชมที่กว้างขึ้น จากการที่ได้ลองทำคลิปวิดีโอสั้น คอนเทนต์เข้าถึงกลุ่มคนดูใหม่ๆ เช่น Gen Z มากขึ้น เมื่อก่อนเราจะมุ่งเน้นไปที่ B2B 90% ตอนนี้ก็เริ่มสนใจ B2C ด้วย เราก็มองว่า เป็นอีกพาร์ทนึงที่ทําให้คนรู้จัก แล้วก็เข้าใจวิชชุลดามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเบื้องหลังการทำงาน และโปรดักส์ที่เรา on shelf ใน TikTok Shop ทำให้ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38008 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/DSC03286.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><strong>ถอดสมการตลาดวิชชุลดา: ลุย </strong><strong>TikTok </strong><strong>ยังไงให้ยังมีลายเซนต์วิชชุลดา</strong><strong>?</strong></p>
<p><em>กดสูตร </em><strong><em>Customer value-driven impact</em></strong> <em>การตลาดที่เทิร์นการบริโภคเป็นพลังขับเคลื่อนสังคม</em></p>
<p>แม้ว่า TikTok จะเป็นแหล่งรวมเทรนด์และความบันเทิง แต่ผู้ชมในปี 2025 ลึกซึ้งและมองหาอะไรที่มากกว่านั้น แพลตฟอร์มที่ส่ง value content ไปถึงผู้ชมมากขึ้น และยังคงมีความเป็นตัวตนอยู่ในนั้น ตรงกับสูตร &#8220;คอนเทนต์&#8221; กับ &#8220;ผลิตภัณฑ์&#8221; ของวิชชุลดา</p>
<p>ในเชิงคอนเทนต์ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะเห็นเบื้องหลังการทำงาน วงการ upcycling และลูกค้าเห็นชัดเจนว่าจะ<strong> &#8216;</strong><strong>ได้อะไร จากวิชชุลดา&#8217; และ &#8216;ให้อะไร กับสังคม&#8217;</strong></p>
<p>ในเชิงผลิตภัณฑ์ <strong>ทุกสินค้าจากแบรนด์จะมีเพียงชิ้นเดียวบนโลก และมี </strong><strong>identity </strong><strong>ของมัน </strong>ทำให้สินค้ามีเสน่ห์ในตัวเอง รวมถึงการช่วยโลกให้น่าอยู่ขึ้นก็ทำให้สินค้าเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38009" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/796200-1024x1024.jpg" alt="" width="700" height="700" /></p>
<p><strong>เทคนิคเปลี่ยน </strong><strong>vision </strong><strong>เป็น </strong><strong>action : </strong><strong>เปลี่ยนผู้ชมเป็น &#8216;ลูกค้า&#8217; ที่ต้องการสร้างโลกที่ดีกว่า</strong></p>
<p><strong>เปลี่ยนจาก &#8216;ผู้ตามกระแส&#8217; เป็น &#8216;ผู้สร้างคุณค่า&#8217;</strong></p>
<p>ไม่ตามเทรนด์แบบผิวเผิน เพราะคลิปที่จะปังและสร้าง value ให้แบรนด์ได้จะต้องมีความเป็นตัวเองด้วยอย่างชัดเจน การที่เรากำลังนำเสนอคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์ ให้แรงบันดาลใจ หรือความรู้เฉพาะทางอย่างสม่ำเสมอ จะถูกยกสถานะให้เป็น <strong>&#8216;Content of Value&#8217;</strong> ซึ่งหมายถึงการเข้าถึงผู้ชมได้มากขึ้นหลายเท่าตัว</p>
<p><strong>สิ่งที่ &#8216;เชี่ยวชาญ&#8217; คืออาวุธลับบนแพลตฟอร์ม</strong></p>
<p><strong>&#8216;</strong><strong>ศิลปะจากขยะ&#8217;</strong> และ &#8216;<strong>เศรษฐกิจหมุนเวียน&#8217;</strong> คือความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวที่จะทำให้วิชชุลดาแตกต่างและโดดเด่นกว่าใคร คุณเอ๋เลือกที่จะไม่โชว์เฉพาะงานที่เสร็จแล้ว แต่เลือกโชว์ <strong>&#8216;</strong><strong>วิธีการ</strong><strong>&#8216; </strong>เปลี่ยนขยะให้กลายเป็นงานศิลปะ โชว์ผลลัพธ์การลดขยะที่จับต้องได้ และการทำงานกับชุมชนในรูปแบบวิดีโอสั้น ขณะเดียวกันก็ทำให้เป็นเรื่องใกล้ตัว กระตุ้นผู้ชมเพื่อให้รู้สึกอยากเข้ามามีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงนี้</p>
<p><strong>TikTok Shop </strong><strong>มากกว่าแพลตฟอร์มการขาย สู่การเป็น </strong><strong>Networking Platform </strong><strong>แห่งโอกาสที่ทำให้แบรนด์รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเรา สู่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืน</strong></p>
<p>นอกเหนือจากการนำเสนอผลงานศิลปะเพื่อสิ่งแวดล้อม คุณเอ๋ยังสร้างสรรค์วิดีโอคอนเทนต์หลากหลายมิติเพื่อให้ผู้ชมเข้าใจบทบาทการขับเคลื่อน Social Enterprise ที่ใช้กลไกการตลาดเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก (<strong>Value-Driven Marketing</strong>) โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม มากกว่าการมุ่งเน้นผลกำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว และค่อยๆ เปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นผู้บริโภคที่มีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น</p>
<p><em>&#8220;เอ๋สร้างคลิปสั้นเล่าเรื่องราวของเราผ่านทุกขั้นตอนการสร้างสรรค์ผลงาน เมื่อลูกค้าเข้ามาดูและได้รู้ที่มาที่ไป เข้าใจคอนเซปต์การทำงาน และเห็นผลลัพธ์ที่วัดได้อย่างชัดเจน พวกเขาจึงเกิดความเชื่อมั่นในแนวทางการช่วยโลกผ่านงานศิลปะมากขึ้น ส่งผลให้วิชชุลดาได้รับโอกาสในการทำงานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานนิทรรศการ งาน product design หรืองาน art installation ทุกผลงานล้วนส่งต่อพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38011 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/DSC03308.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><strong>TikTok Shop </strong><strong>เสริมพลังแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก ผ่านแคมเปญ </strong><strong>ASEAN SOAR</strong></p>
<p>วิชชุลดาคว้าตำแหน่งในท็อปลิสต์ของ <strong>ASEAN SOAR</strong> (South East Asia Opportunity And Reach) แคมเปญระดับภูมิภาคที่ TikTok Shop จัดขึ้นเพื่อยกย่องแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจและพิสูจน์ศักยภาพในการเติบโตสู่ตลาดโลกผ่านอีคอมเมิร์ซ โดยมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน และเปลี่ยนความภาคภูมิใจในผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้เป็นโอกาสทางธุรกิจระหว่างประเทศ</p>
<p>ในฐานะตัวแทนประเทศไทย วิชชุลดาโดดเด่นด้วย <strong>หัวใจ</strong> ของการ &#8216;<strong>สร้างสรรค์&#8217; </strong>และ &#8216;<strong>ให้คืนสังคม&#8217; </strong> บนแพลตฟอร์ม TikTok Shop และยังพิสูจน์ให้เห็นว่าธุรกิจท้องถิ่นไทยสามารถขยายฐานลูกค้าไปทั่วโลกได้จริงผ่านพลังของอีคอมเมิร์ซ และการเข้าถึงจากผู้บริโภคทั่วทุกมุมโลก</p>
<p>TikTok Shop ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างตำแหน่งของวิชชุลดาในฐานะแบรนด์เพื่อสังคมเท่านั้น แต่ยังมีส่วนยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมและการประกอบการที่ยั่งยืนในอาเซียน ความสำเร็จของวิชชุลดาเป็นต้นแบบที่แสดงให้เห็นว่า ศิลปะเพื่อสิ่งแวดล้อมและโซลูชัน on-app อีคอมเมิร์ซบน TikTok สามารถผสานกันเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ทั้งในด้านรายได้และความรับผิดชอบต่อสังคมโลก</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/wishulada-social-upcycle-artist/">ถอดรหัส &#8216;วิชชุลดา&#8217; Social Upcycle Artist สร้างอิมแพคที่ยั่งยืน เปลี่ยน &#8216;ผู้ชม&#8217; ให้กลายเป็น &#8216;คอมมูนิตี้&#8217; ที่ต้องการสร้างโลกที่ดีกว่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยยูเนี่ยน จับมือพันธมิตรใช้โดรนและ AI แก้ปัญหาขยะพลาสติกและอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งในท้องทะเล</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/tu-collab-arri-to-recover-ghost-gear/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Nov 2025 14:07:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Aerial Recon & Recovery Initiative]]></category>
		<category><![CDATA[ARRI]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Ocean Clean Up]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Responsible Sourcing]]></category>
		<category><![CDATA[Sea Change 2030]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Union]]></category>
		<category><![CDATA[TU]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ธันยา กาญจนรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ประมง]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[อดัม เบรนนัน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[อุปกรณ์ประมง]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37877</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ผลิตอาหารทะเลชั้นนำของโลก ได้ร่วมมือกับโครงการ Aerial Recon &#38; Recovery Initiative (ARRI) เพื่อใช้เทคโนโลยีโดรนและปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอในการค้นหาและกำจัดขยะพลาสติกทางทะเลที่อันตรายที่สุดประเภทหนึ่ง ได้แก่ อุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในทะเล (Ghost Gear) จากน่านน้ำชายฝั่งบริเวณเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจระดับโลกของไทยยูเนี่ยน ภายใต้กลยุทธ์ SeaChange® 2030 ที่ตั้งเป้าในการลดการรั่วไหลของพลาสติกลงสู่มหาสมุทรให้ได้ 1,500 ตัน ภายในปี พ.ศ. 2573 โดยผสานความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยนเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยของ ARRI เพื่อช่วยปกป้องระบบนิเวศทางทะเลที่เปราะบาง ความร่วมมือนี้ต่อยอดจากโครงการต่าง ๆ ของไทยยูเนี่ยนที่มุ่งจัดการปัญหามลพิษจากขยะพลาสติกในหลายพื้นที่ เช่น การร่วมมือกับ Second Life องค์กรเพื่อสังคมที่มีเป้าหมายในการสร้างกลุ่มคนที่เก็บรวบรวมและรีไซเคิลขยะพลาสติกในชุมชนภาคใต้ของประเทศไทย การทำงานร่วมกับ Seven Clean Seas ผ่านโครงการ HIPPO (High Impact Plastic Pollution remOver) ให้การสนับสนุนการดำเนินงานเรือเก็บขยะพลังงานแสงอาทิตย์ ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณวัดจากแดง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/tu-collab-arri-to-recover-ghost-gear/">ไทยยูเนี่ยน จับมือพันธมิตรใช้โดรนและ AI แก้ปัญหาขยะพลาสติกและอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งในท้องทะเล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> หนึ่งในผู้ผลิตอาหารทะเลชั้นนำของโลก ได้ร่วมมือกับโครงการ <strong>Aerial Recon &amp; Recovery Initiative (ARRI)</strong> เพื่อใช้เทคโนโลยีโดรนและปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอในการค้นหาและกำจัดขยะพลาสติกทางทะเลที่อันตรายที่สุดประเภทหนึ่ง ได้แก่ อุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในทะเล (Ghost Gear) จากน่านน้ำชายฝั่งบริเวณเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี</p>
<p><span id="more-37877"></span></p>
<p>ความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจระดับโลกของไทยยูเนี่ยน ภายใต้กลยุทธ์<strong> SeaChange® 2030</strong> ที่ตั้งเป้าในการลดการรั่วไหลของพลาสติกลงสู่มหาสมุทรให้ได้ 1,500 ตัน ภายในปี พ.ศ. 2573 โดยผสานความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยนเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยของ ARRI เพื่อช่วยปกป้องระบบนิเวศทางทะเลที่เปราะบาง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37879 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TU-x-WPN-1-Re.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p>ความร่วมมือนี้ต่อยอดจากโครงการต่าง ๆ ของไทยยูเนี่ยนที่มุ่งจัดการปัญหามลพิษจากขยะพลาสติกในหลายพื้นที่ เช่น การร่วมมือกับ Second Life องค์กรเพื่อสังคมที่มีเป้าหมายในการสร้างกลุ่มคนที่เก็บรวบรวมและรีไซเคิลขยะพลาสติกในชุมชนภาคใต้ของประเทศไทย การทำงานร่วมกับ Seven Clean Seas ผ่านโครงการ HIPPO (High Impact Plastic Pollution remOver) ให้การสนับสนุนการดำเนินงานเรือเก็บขยะพลังงานแสงอาทิตย์ ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณวัดจากแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อดักจับขยะในแม่น้ำ ช่วยลดปริมาณขยะในบริเวณดังกล่าว และร่วมป้องกันปัญหาขยะไหลออกสู่ท้องทะเลรวมถึงการจัดกิจกรรมเก็บขยะทั่วโลกที่ระดมพนักงานและพันธมิตรของไทยยูเนี่ยนให้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>มร.อดัม เบรนนัน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มลพิษทางทะเลจากขยะพลาสติกมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะใช้แนวทางเดิม ๆ รับมือได้ ด้วยการผสานเทคโนโลยีโดรนและเอไออันล้ำสมัยของ ARRI เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนของไทยยูเนี่ยน เรากำลังลงมือแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อลดภัยคุกคามที่คงอยู่ยาวนานที่สุดในมหาสมุทร และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกเพื่อมุ่งฟื้นฟูสุขภาพของมหาสมุทร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37880 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TU-x-ARRI-2.jpg" alt="" width="1200" height="901" /><br />
<strong>ใช้เทคโนโลยีเพื่อค้นหาและกำจัดอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในทะเล</strong></p>
<p>อุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในทะเล (Ghost Gear) ถือเป็นขยะทางทะเลที่สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง เพราะเป็นกับดักของสัตว์น้ำ ทำลายแนวปะการัง และคุกคามทรัพยากรประมงและวิถีชีวิตชายฝั่ง เนื่องจากขยะประเภทนี้สามารถลอยอยู่ในทะเลโดยไม่ถูกพบเห็นเป็นเวลาหลายปี การค้นหาและเก็บกู้จึงเป็นเรื่องท้าทายมาโดยตลอด โครงการระยะเวลา 6 เดือนระหว่างไทยยูเนี่ยนและ ARRI นี้จะใช้เทคโนโลยีโดรนและเอไอเพื่อตรวจสอบและระบุพิกัดของเครื่องมือเหล่านี้ ตลอดพื้นที่กว่า 12 ตารางกิโลเมตรรอบเกาะพะงัน ซึ่งเป็นพื้นที่อุดมไปด้วยแนวปะการังและหญ้าทะเล เพื่อทำการเก็บและนำไปรีไซเคิลต่อไป</p>
<p>ARRI ใช้โดรนติดกล้องที่สามารถบันทึกภาพทุก 2 วินาที ทำให้ได้ภาพถ่ายความละเอียดสูงนับพันภาพ จากนั้นจะนำภาพเหล่านี้เข้าสู่ระบบเอไอที่พัฒนาโดย ARRI ซึ่งถูกฝึกให้สามารถระบุอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในทะเลได้โดยเฉพาะ ช่วยให้สามารถระบุตำแหน่งขยะและดำเนินการเก็บกู้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37881 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TU-x-ARRI-24.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p>วัสดุที่เก็บได้จะถูกชั่งน้ำหนัก คัดแยก และนำไปรีไซเคิลอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนและฟื้นฟูถิ่นอาศัยทางทะเลที่สำคัญ ในระหว่างโครงการนี้ ARRI และไทยยูเนี่ยนคาดว่าจะสามารถเก็บขยะได้ไม่น้อยกว่า 3,230 กิโลกรัม ซึ่งจะช่วยปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศชายฝั่งโดยตรง</p>
<p><strong>ดร. ธันยา กาญจนรักษ์</strong> ผู้อำนวยการโครงการ ARRI กล่าวว่า เทคโนโลยีของเราช่วยให้สามารถตรวจสอบพื้นที่มหาสมุทรขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำสูงสุด ทำให้ทีมสามารถกำหนดเป้าหมายในการเก็บกู้ในจุดที่มีผลกระทบมากที่สุด การร่วมมือกับไทยยูเนี่ยนทำให้เราสามารถขยายขอบเขตการทำงาน มีส่วนร่วมกับชุมชนมากขึ้น และสร้างวิธีแก้ปัญหาระยะยาวต่อวิกฤตอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในท้องทะเลได้​</p>
<p>โครงการนี้ยังมุ่งเน้นการป้องกัน โดย ARRI ทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นและชาวประมงเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในท้องทะเล ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการให้ความรู้และการร่วมมือกัน เพื่อให้ชาวประมงทิ้งอุปกรณ์ที่ชำรุดอย่างถูกวิธีป้องกันการปล่อยลงสู่ทะเล ซึ่งจะช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องเก็บกู้ในอนาคตและเสริมสร้างท้องทะเลที่อุดมสมบูรณ์ในระยะยาว โครงการนี้ยังสนับสนุนพันธกิจของไทยยูเนี่ยนที่มุ่งสร้าง “การมีสุขภาพที่ดีและท้องทะเลที่อุดมสมบูรณ์” (Healthy Living, Healthy Oceans) เพื่อให้ระบบนิเวศทางทะเลสามารถคงอยู่เพื่อผู้คนและโลกของเรา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37882 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TU-x-ARRI-20-Re.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p>ในภาคใต้ของประเทศไทย ไทยยูเนี่ยนยังร่วมมือกับ Second Life เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับชุมชนเกาะและชายฝั่งในการเก็บและรีไซเคิลพลาสติก เพื่อเปลี่ยนของเสียให้เป็นรายได้และวัสดุที่กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง</p>
<p>ในกรุงเทพฯ ไทยยูเนี่ยนร่วมมือกับ Seven Clean Seas เพื่อเก็บขยะพลาสติกจากแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนที่จะไหลลงสู่อ่าวไทย<br />
ไทยยูเนี่ยนยังคงระดมพนักงานและพันธมิตรทั่วโลก ทั้งในทวีปเอเชีย ยุโรป แอฟริกา และอเมริกาเหนือ เพื่อร่วมกันรับผิดชอบในการปกป้องมหาสมุทร</p>
<p>นอกจากนี้ ไทยยูเนี่ยนยังทำงานผ่านพันธมิตรระดับโลก เช่น Global Ghost Gear Initiative (GGGI) และ International Seafood Sustainability Foundation (ISSF) เพื่อสร้างความรับผิดชอบและนวัตกรรมของอุตสาหกรรมในการลดขยะทางทะเลและการประมงอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37883 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TU-x-SecondLife-1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>“ความท้าทายนี้ยิ่งใหญ่มาก แต่ความก้าวหน้ามาจากการร่วมมือกัน นับตั้งแต่โดรนและเอไอ ไปจนถึงการเก็บขยะจากแม่น้ำและการรีไซเคิลแบบหมุนเวียน โครงการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงพลังของการทำงานร่วมกันระหว่างภาคอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ และชุมชนในการแก้ปัญหาขยะพลาสติกในมหาสมุทร”</em> มร.​เบรนนัน กล่าวเพิ่มเติม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/tu-collab-arri-to-recover-ghost-gear/">ไทยยูเนี่ยน จับมือพันธมิตรใช้โดรนและ AI แก้ปัญหาขยะพลาสติกและอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งในท้องทะเล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เซ็นทรัล ทำ สานต่อพลังรักษ์โลก ในงาน “Melody of Life 16” ชวนคนรุ่นใหม่ร่วมเปลี่ยนโลกด้วยการแยกขยะ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/cetral-group-melody-of-life-16/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Nov 2025 17:12:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[Central Tham]]></category>
		<category><![CDATA[Melody of Life 16]]></category>
		<category><![CDATA[Plant Together]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล ทำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37748</guid>

					<description><![CDATA[<p>เซ็นทรัล ทำ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลดนตรี “Melody of Life ครั้งที่ 16” เทศกาลดนตรีรักโลกที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Carbon Neutral) และมีการจัดการขยะอย่างจริงจัง ลดขยะสู่หลุมฝังกลบ  เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตที่สมดุลทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายในงาน เซ็นทรัล ทำ ได้จัดกิจกรรม สกรีนเสื้อโลโก้ศิลปิน เริ่มต้น ตัวละ 350 บาท แต่ถึงแม้งานจะจบลงไปแล้ว ผู้ที่สนใจยังสามารถร่วมกิจกรรมสกรีนเสื้อได้ที่ร้าน “กุ๊ด กุ๊ดส์” สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ และปีนี้พิเศษขึ้นอีกขั้น ทุกๆ การสกรีนเสื้อ 1 ตัว จะเท่ากับ บริจาคเงินปลูกต้นไม้ 7 ต้น กับโครงการ Plant Together   ซึ่งเป็นโครงการที่ตั้งใจชวนมาเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการ “ปลูกป่า” โดยสามารถร่วมกันปลูกได้ที่ Tham-dee.com/plant-together ต้นละ 50 บาท รายได้จากการบริจาคทั้งหมดสมทบทุนเข้ามูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมายที่จะนำร่องส่งเสริมการฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว รวมไปถึงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร บริเวณห้วยน้ำจำ ต.บัวใหญ่ อ.นาน้อย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/cetral-group-melody-of-life-16/">เซ็นทรัล ทำ สานต่อพลังรักษ์โลก ในงาน “Melody of Life 16” ชวนคนรุ่นใหม่ร่วมเปลี่ยนโลกด้วยการแยกขยะ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เซ็นทรัล ทำ</strong> ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลดนตรี “<strong>Melody of Life </strong><strong>ครั้งที่ 16</strong>” เทศกาลดนตรีรักโลกที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Carbon Neutral) และมีการจัดการขยะอย่างจริงจัง ลดขยะสู่หลุมฝังกลบ  เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตที่สมดุลทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</p>
<p><span id="more-37748"></span></p>
<p>ภายในงาน <strong>เซ็นทรัล ทำ</strong> ได้จัดกิจกรรม <strong>สกรีนเสื้อโลโก้ศิลปิน</strong> เริ่มต้น ตัวละ 350 บาท แต่ถึงแม้งานจะจบลงไปแล้ว ผู้ที่สนใจยังสามารถร่วมกิจกรรมสกรีนเสื้อได้ที่ร้าน “กุ๊ด กุ๊ดส์” สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ และปีนี้พิเศษขึ้นอีกขั้น ทุกๆ <strong><u>การสกรีนเสื้อ </u></strong><strong><u>1 </u></strong><strong><u>ตัว จะเท่ากับ บริจาคเงินปลูกต้นไม้ 7 </u></strong><strong><u>ต้น กับโครงการ Plant Together</u></strong>   ซึ่งเป็นโครงการที่ตั้งใจชวนมาเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการ “ปลูกป่า” <strong>โดยสามารถร่วมกันปลูกได้ที่ Tham-dee.com/plant-together </strong><strong>ต้นละ 50 </strong><strong>บาท</strong> รายได้จากการบริจาคทั้งหมดสมทบทุนเข้ามูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมายที่จะนำร่องส่งเสริมการฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว รวมไปถึงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร บริเวณห้วยน้ำจำ ต.บัวใหญ่ อ.นาน้อย จ.น่าน กลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ ตำบลบัวใหญ่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37753 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Central-Melody5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ เซ็นทรัล ทำ ยังร่วมกับพันธมิตรภาคส่วนต่าง ๆ ในการจัดตั้ง <strong>จุดคัดแยกขยะ </strong><strong>อย่างชัดเจนถึง 5 จุด มีผู้เชี่ยวชาญด้านการแยกขยะคอยชี้แนะ เพื่อให้ขยะทุกชิ้นถูกจัดการอย่างเหมาะสม</strong> เพื่อส่งเสริมการจัดการขยะภายในงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรณรงค์ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single-use Plastic) และกระตุ้นจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ร่วมงานกว่า 10,000 คน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37752" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Central-Melody4.jpg" alt="" width="400" height="600" /></p>
<p><strong>คุณพิชัย จิราธิวัฒน์</strong> <strong>กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล</strong> กล่าวว่า เซ็นทรัล ทำ เชื่อว่าการสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นต้องอาศัยพลังของทุกคน เราจึงมุ่งส่งต่อแนวคิดความยั่งยืนผ่านกิจกรรมที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เช่น Melody of Life ซึ่งดนตรีเป็นสื่อกลางที่ช่วยเชื่อมโยงคนในสังคมได้อย่างงดงาม กิจกรรมสกรีนเสื้อและการคัดแยกขยะในครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการลดขยะ แต่ยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนร่วมมือกันดูแลโลกของเรา”</p>
<p>การมีส่วนร่วมของ เซ็นทรัล ทำ ในงาน Melody of Life 16 ครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการ “<strong>สร้างสังคมแห่งความยั่งยืน</strong>” ผ่านการผสานพลังของ <strong>ดนตรี ศิลปะ และสิ่งแวดล้อม</strong> เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมาร่วมขับเคลื่อนโลกให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37750 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Central-Melody2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/cetral-group-melody-of-life-16/">เซ็นทรัล ทำ สานต่อพลังรักษ์โลก ในงาน “Melody of Life 16” ชวนคนรุ่นใหม่ร่วมเปลี่ยนโลกด้วยการแยกขยะ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TU ผนึกพันธมิตรจัดกิจกรรม &#8216;เก็บขยะป่าชายเลน&#8217; พร้อมขยายการขับเคลื่อนเชิงรุก เร่งเป้าหมาย &#8216;ลดปริมาณขยะทะเล&#8217; 1,500 ตัน ภายในปี 2030</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/thai-union-mission-ocean-plastic-reduction/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 28 Sep 2025 03:52:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ICC]]></category>
		<category><![CDATA[International Coastal Cleanup]]></category>
		<category><![CDATA[International Coastal Cleanup Day]]></category>
		<category><![CDATA[Ocean Plastic Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[SeaChange® 2030]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Union]]></category>
		<category><![CDATA[TU]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญจพร คู่สามารถ]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชายเลน]]></category>
		<category><![CDATA[พรภัสรา เอกกุล]]></category>
		<category><![CDATA[วันเก็บขยะชายหาดสากล]]></category>
		<category><![CDATA[อดัม เบรนนัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36770</guid>

					<description><![CDATA[<p>การลดปริมาณ​ขยะพลาสติกในทะเล (Ocean Plastic Reduction) ให้ได้ 1,500 ตัน ภายในปี 2030 เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ Thai Union ตามกลยุทธ์ SeaChange 2030 เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมายความยั่งยืนในทุกมิติ พร้อมตอกย้ำบทบาทในฐานะ​ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ล่าสุด กลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยน (Thai Union : TU) ได้ผนึกกำลังทั้งภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่น จ.สมุทรสาคร จัดกิจกรรมเก็บขยะในพื้นที่ป่าชายเลน เนื่องในวันเก็บขยะชายหาดสากล (International Coastal Cleanup Day) ณ ศูนย์เรียนรู้และปฏิบัติการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมหาชัยฝั่งตะวันออก ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อตอกย้ำการขับเคลื่อนภารกิจลดปริมาณขยะพลาสติกที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำและทะเล ​ กิจกรรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 200 คน ทั้งพนักงานของกลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยนที่มาจาก 11 ประเทศ ใน 4 ทวีป และพันธมิตรจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สมุทรสาครพัฒนาเมือง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง องค์การบริหารส่วนตำบลโคกขาม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/thai-union-mission-ocean-plastic-reduction/">TU ผนึกพันธมิตรจัดกิจกรรม &#8216;เก็บขยะป่าชายเลน&#8217; พร้อมขยายการขับเคลื่อนเชิงรุก เร่งเป้าหมาย &#8216;ลดปริมาณขยะทะเล&#8217; 1,500 ตัน ภายในปี 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การลดปริมาณ​ขยะพลาสติกในทะเล (Ocean Plastic Reduction) ให้ได้ 1,500 ตัน ภายในปี 2030 เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ Thai Union ตามกลยุทธ์ <strong>SeaChange 2030 </strong>เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมายความยั่งยืนในทุกมิติ พร้อมตอกย้ำบทบาทในฐานะ​ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก</p>
<p><span id="more-36770"></span></p>
<p>ล่าสุด <strong>กลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยน (Thai Union : TU)</strong> ได้ผนึกกำลังทั้งภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่น จ.สมุทรสาคร จัดกิจกรรมเก็บขยะในพื้นที่ป่าชายเลน เนื่องในวันเก็บขยะชายหาดสากล (International Coastal Cleanup Day) ณ ศูนย์เรียนรู้และปฏิบัติการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมหาชัยฝั่งตะวันออก ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อตอกย้ำการขับเคลื่อนภารกิจลดปริมาณขยะพลาสติกที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำและทะเล ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36774 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/GFP04642.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>กิจกรรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 200 คน ทั้งพนักงานของกลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยนที่มาจาก 11 ประเทศ ใน 4 ทวีป และพันธมิตรจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สมุทรสาครพัฒนาเมือง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง องค์การบริหารส่วนตำบลโคกขาม สำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสาคร สํานักงานวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสาคร และวงษ์พาณิชย์อำเภอบ้านแพ้ว พร้อมทั้งอาสาสมัครจากชุมชน โรงเรียน และกลุ่มอาสาในจังหวัดสมุทรสาคร โดยสามารถเก็บขยะได้ทั้งสิ้น 755 กิโลกรัม แบ่งออกเป็น ขยะพลาสติกกว่า 500 กิโลกรัม  ทั้ง​ถุงพลาสติก 302​ กก. ขวดพลาสติก 212  กก. ​โฟม​ 65​ กก. ขวดแก้ว 58 กก. ยางรถยนต์  30 กก. และ รองเท้า 26 กก. เป็นต้น</p>
<p>ทั้งนี้ ขยะที่เก็บได้จะถูกคัดแยกและจดบันทึกโดยเหล่าอาสาสมัครจากไทยยูเนี่ยนตามแนวทางของ International Coastal Cleanup (ICC) อันเป็นมาตรฐานสากลในการเก็บข้อมูลขยะทะเล ขยะที่สามารถรีไซเคิลได้และคัดแยกแล้ว จะนำไปแปรรูปโดย วงษ์พาณิชย์อำเภอบ้านแพ้ว ส่วนขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้จะถูกหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องนำไปแปรสภาพเป็นเชื้อเพลิง ภายใต้กระบวนการที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36775 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/GFP04644.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ยกระดับการทำงาน</strong><strong>เชิงรุก &#8216;ลดขยะพลาสติกในทะเล&#8217;</strong></p>
<p><strong>คุณอดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสื่อสารองค์กร</strong><strong> </strong><strong>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า​ ปัจจุบันมีขยะพลาสติกราว 200 ล้านตันลอยอยู่ในมหาสมุทร ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลและระบบนิเวศชายฝั่ง แต่เราเชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นได้ ภายใต้พันธกิจของไทยยูเนี่ยนในการลดขยะพลาสติกในทะเล ในปีที่ผ่านมาเราสามารถลดขยะพลาสติกจำนวน 234 ตันไม่ให้ปนเปื้อนสู่แม่น้ำลำคลองและมหาสมุทร กิจกรรมเก็บขยะป่าชายเลนในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงพลังของพนักงาน พันธมิตร และชุมชน ในการร่วมสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36772 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/0O6A1624.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน​ <strong>คุณปัญจพร คู่สามารถ</strong> Head of Corporate Communications และ <strong>คุณพรภัสรา เอกกุล</strong> ผู้จัดการแผนกฝ่ายการพัฒนาที่ยั่งยืนและกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า ​จัดกิจกรรมในปีนี้​ได้ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยขับเคลื่อนการ​บรรลุเป้าหมาย 1,500 ตัน ซึ่งหลังประกาศกลยุทธ์ SeaChange ในปี 2023 ที่ผ่านมา ปัจจุบันสามารถเก็บขยะทะเลได้รวมกันแล้ว 436 ตัน หรือราว 1 ใน 3 จากเป้าหมาย ซึ่งการขับเคลื่อนจากนี้ TU จะเพิ่มการขับเคลื่อนเชิงรุกมากขึ้น ทั้งการขยายพันธมิตร ขยายพื้นที่การดำเนินการ รวมทั้งการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บขยะได้มากยิ่งขึ้น</p>
<p><em>&#8220;ไทยยูเนี่ยนมุ่งมั่นการทำงานร่วมกับพันธมิตร เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกในทะเลมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจับมือกับกลุ่ม <strong>Second Life</strong> เพื่อทำงานร่วมกับคนในท้องถิ่นในการจัดเก็บขยะพลาสติกในทะเล โดยนำร่องพื้นที่ระนอง กระบี่ และพังงา และตั้งเป้าเก็บขยะพลาสติกในทะเลปีละ 220 ตัน โดยปีที่ผ่านมาสามารถจัดเก็บได้รวมกันกว่า 100 ตัน นอกจากนี้ ยังเป็นภาคเอกชนไทยรายแรกที่จับมือกับ <strong>Seven Clean Seas ​ส</strong>นับสนุนการติดตั้งเรือดักจับขยะ &#8216;ฮิปโป&#8217;ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณวัดจากแดง จ.สมุทรปราการ เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกก่อนที่จะ​​ไหลลงสู่ทะเล ซึ่งปีที่ผ่านมาสามารถเก็บขยะได้ 200 กิโลกรัม โดยในปีนี้มีแผนยกระดับมาสู่ปฏิบัติการ River Barier เพื่อวางแนวเก็บขยะบริเวณริมตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มเติม เพื่อสามารถเก็บขยะได้เพิ่มมากขึ้น&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36777 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/GFP04668.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ส่วน​​​ในปีนี้ TU เพิ่มแผน​ยกระดับการทำงานร่วมกับพันธมิตรเพิ่มเติม เพื่อเก็บขยะพลาสติกได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยร่วมมือกับ ARRI (Aerial Recon &amp; Recovery Initiative) ในการ​นำโดรนมาช่วยบินสำรวจเพื่อเข้าไปจัดเก็บขยะพลาสติกที่เกิดจากการทำประมง</strong> เช่น แห อวน หรืออุปกรณ์ประมงต่างๆ  ซึ่งเป็นขยะอีกหนึ่งประเภทที่มักจะถูกทิ้งไว้ในทะเล โดยนำร่องใน จ.สุราษฎร์ธานี พื้นที่เกาะพะงัน และเกาะพลวย พื้นที่ประมาณ 12 ตารางกิโลเมตร โดยใช้เวลาในการปฏิบัติการราว 6 เดือน พร้อม​​ตั้งเป้าเก็บกู้ขยะทะเลในกลุ่มอุปกรณ์ประมงจากโครงการได้ราว 3,000 กิโลกรัม หรือประมาณ 3 ตัน ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการจัดเก็บขยะพลาสติกในทะเลให้ถึง 1,500 ตัน ได้ตามเป้าหมาย</p>
<p><strong>ประกาศ Milestones ​ขับเคลื่อน SeaChange 2030</strong></p>
<p>นอกจาก ภารกิจในการลดปริมาณขยะทะเล 1,500 ตันแล้ว ภายใต้กลยุทธ์ SeaChange 2030  ยังมีอีก 2 เป้าหมายสำคัญทั้ง Ecosystem Restoration และ Corporate Citizenship โดยมุ่งขับเคลื่อนผ่าน​ระบบ​การจัดหาวัตถุดิบ รวมทั้งการผลิตและการกระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภคและชุมชนตลอดห่วงโซ่ ​แบ่งเป็น 11 ภารกิจ ตั้งแต่การมุ่งสู่ Net zero, การทำงานอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์, การทำประมงอย่างรับผิดชอบ,  เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างรับผิดชอบ, ทำเกษตรอย่างรับผิดชอบ, ฟื้นฟูระบบนิเวศ,  การมีระบบการผลิตที่เป็นเลิศ, พัฒนาบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน, ลดปริมาณขยะพลาสติกในทะเล, การดูแลโภชนาการและสุขภาพ และการเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36778 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/GFP04481.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยในปีที่ผ่านมา สามารถขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนในแต่ละมิติได้อย่างมีพัฒนาการที่ดี​ เช่น</p>
<p>&#8211; การทำประมงอย่างรับผิดชอบ โดย 98.9% ของปลาทูน่าที่จัดซื้อ ได้รับการันตีว่ามาจากการแหล่งประมงตามมาตรฐาน MSC หรือโครงการพัฒนาประมง (Fishery Improvement Program; FIPs) ซึ่งเพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อนหน้า</p>
<p>&#8211; 97% ของห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่าของบริษัท สามารถตรวจสอบ on-the-water monitoring ได้ และคาดว่าจะสามารถตรวจสอบได้ทั้ง 100% ​​ภายในสิ้น​ปีนี้ ​โดย​ปีที่ผ่านมาสามารถขับเคลื่อน​เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า  7%</p>
<p>&#8211; ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 ลง 21%</p>
<p>&#8211; โรงงานและศูนย์กระจายสินค้าของไทยยูเนี่ยนจำนวน 23 แห่ง จากทั้งหมด 32 แห่ง สามารถบรรลุเป้าหมายเรื่องการทำขยะฝังกลบเป็นศูนย์</p>
<p>&#8211; เปิดตัว &#8220;โครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในฟาร์มกุ้ง&#8221; (Lower Carbon Shrimp Program) ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตกุ้ง ในขอบเขตที่ 3</p>
<p>&#8211; ลดปริมาณขยะพลาสติกในแม่น้ำและมหาสมุทรได้ 234 ตัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36773 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/13586.jpg" alt="" width="1200" height="813" /></p>
<p>ยังมีความสำเร็จอื่นๆ ​จาก​การพัฒนาศักยภาพในการกระบวนการผลิต เพื่อสร้างอิมแพ็คที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน ที่ตั้งเป้าให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดสามารถรีไซเคิลได้ 100% โดยการออกแบบบรรจุภัณฑ์กระป๋อง ECOTWIST ที่ใช้นวัตกรรม SmartStrip ด้วยการนำ​กระป๋องมาวางต่อกันในแนวสูงและสามารถบิดออกจากกันได้ โดยไม่ต้องใช้พลาสติก (Shrink Wrap) ทำให้ลดปริมาณการใช้ลงได้มากถึง 65 ตันต่อปี รวมทั้งลดการใช้บรรจุภัณฑ์ลังกระดาษ 300 ตันต่อปี</p>
<p>ขณะที่น้ำหนักกระป๋องดีไซน์ใหม่ที่เล็กและเบาลง​ แต่บรรจุได้ในปริมาณเท่าเดิม ทำให้ลดการใช้​เหล็กได้กว่า 400 ตันต่อปี รวมทั้งช่วยลดปริมาณการใช้วัตถุดิบในส่วนประกอบในกระป๋อง เช่น น้ำมันทานะวัน น้ำแร่ น้ำเกลือ ซึ่งผู้บริโภคไม่นิยมรับประทานอยู่แล้ว​ ทำให้ลดการใช้ทรัพยากรลงได้กว่า 1,500 ตันต่อปี และกระป๋องสามารถนำไปรีไซเคิลได้ง่าย โดยไม่ต้องแยก​ SmartStrip® ออกจากกระป๋อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36779 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/S__16900155-Re.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>ความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน รวมทั้งการขยายความร่วมมือกับพันธมมิตรอย่างต่อเนื่อง ​ไม่เพียงตอกย้ำความมุ่งมั่นของไทยยูเนี่ยนในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อดูแลปกป้องแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลก</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/thai-union-mission-ocean-plastic-reduction/">TU ผนึกพันธมิตรจัดกิจกรรม &#8216;เก็บขยะป่าชายเลน&#8217; พร้อมขยายการขับเคลื่อนเชิงรุก เร่งเป้าหมาย &#8216;ลดปริมาณขยะทะเล&#8217; 1,500 ตัน ภายในปี 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มจพ. ร่วมกับ ซีพี ออลล์ เปิดโครงการวิจัยและพัฒนาตู้รับขวดพลาสติก ติดตั้ง “ตู้ ReBorn” ตู้รับขวดรักษ์โลก เพื่อผลิตเป็นเสื้อนักเรียนมอบให้กับนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/cpall-reborn-box-upcycling-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Sep 2025 04:44:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[CP ALL]]></category>
		<category><![CDATA[Reborn Box]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycling]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี ออลล์]]></category>
		<category><![CDATA[ตู้รับขวดรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปรางรัตน์ เกียรติทรงศักดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[มจพ.]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์ ดร.ธานินทร์ ศิลป์จารุ]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการวิจัยและพัฒนาตู้รับขวดพลาสติก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36676</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่ ประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ร่วมจัดกิจกรรมเปิด “โครงการวิจัยและพัฒนาตู้รับขวดพลาสติก”เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนและสังคมควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นางปรางรัตน์ เกียรติทรงศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ซีพี ออลล์ มีความรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้ประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ร่วมจัดกิจกรรมเปิด “โครงการวิจัยและพัฒนาตู้รับขวดพลาสติก” ในการติดตั้ง “ตู้ ReBorn” ตู้รับขวดรักษ์โลก ในครั้งนี้ ซีพี ออลล์ ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยความมุ่งมั่นที่จะร่วมพัฒนาชุมชนและสังคมควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้นโยบาย “เซเว่น โก กรีน” (7 Go Green) เพื่อสิ่งแวดล้อม 24 ชั่วโมง และ กลยุทธ์ 2 ลด ได้แก่ ลดพลาสติก และ ลดพลังงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/cpall-reborn-box-upcycling-project/">มจพ. ร่วมกับ ซีพี ออลล์ เปิดโครงการวิจัยและพัฒนาตู้รับขวดพลาสติก ติดตั้ง “ตู้ ReBorn” ตู้รับขวดรักษ์โลก เพื่อผลิตเป็นเสื้อนักเรียนมอบให้กับนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่ ประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ร่วมจัดกิจกรรมเปิด “<strong>โครงการวิจัยและพัฒนาตู้รับขวดพลาสติก</strong>”เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนและสังคมควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-36676"></span></p>
<p><strong>นางปรางรัตน์ เกียรติทรงศักดิ์</strong> รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ซีพี ออลล์ มีความรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้ประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ร่วมจัดกิจกรรมเปิด “<strong>โครงการวิจัยและพัฒนาตู้รับขวดพลาสติก</strong>” ในการติดตั้ง “<strong>ตู้ ReBorn</strong>” ตู้รับขวดรักษ์โลก ในครั้งนี้</p>
<p>ซีพี ออลล์ ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยความมุ่งมั่นที่จะร่วมพัฒนาชุมชนและสังคมควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้นโยบาย “เซเว่น โก กรีน” (7 Go Green) เพื่อสิ่งแวดล้อม 24 ชั่วโมง และ กลยุทธ์ 2 ลด ได้แก่ ลดพลาสติก และ ลดพลังงาน ของซีพี ออลล์ โดยมีเจตนารมณ์เพื่อมุ่งสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชน สังคมและประเทศชาติ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36679 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/ตู้Reborn-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ “<strong>โครงการวิจัยและพัฒนาตู้รับขวดพลาสติก</strong>” มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมเพื่อจัดการขยะอย่างยั่งยืน โดยทุกครั้งที่มีผู้นำขวดพลาสติกสะอาดมาใส่ที่ตู้รับขวด หรือ “<strong>ตู้ReBorn</strong>” จะได้รับการสะสมคะแนนเพื่อแลกเป็นของรางวัลที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่ร่วมโครงการตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าให้กับขวดพลาสติกหลังการบริโภคอีกด้วย ทั้งนี้ขวดพลาสติกที่ได้รับจากโครงการฯ ซีพี ออลล์ จะนำเข้าสู่กระบวนการ Upcycling นำไปผลิตเป็นเสื้อนักเรียนเพื่อมอบให้กับนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 7 แห่ง จำนวน 1,100 ตัว โดย “ตู้ ReBorn” ตู้รับขวดรักษ์โลก นี้จะนำไปติดตั้งใน 5 พื้นที่ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รังสิต) , มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน , ธารา สแควร์ และ อาคารซีพี ทาวเวอร์ (สีลม)</p>
<p>ด้าน <strong>ศาสตราจารย์ ดร.ธานินทร์ ศิลป์จารุ</strong> อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กล่าวถึงโครงการนี้ว่า ในนามของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ขอชื่นชมและขอบคุณทีมวิจัยและพัฒนาทุกคน ที่ทุ่มเททำงาน อย่างหนักด้วยความมุ่งมั่นและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นได้จริง เพราะโครงการนี้ไม่ใช่แค่การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ แต่เป็นการ ตอบโจทย์ความท้าทายที่สำคัญของสังคม นั่นก็คือ &#8220;ปัญหาขยะพลาสติก&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36678 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/ตู้Reborn-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“โลกของเรากำลังเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่รุนแรง และขยะพลาสติกคือหนึ่งในต้นตอสำคัญ โครงการนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่เราจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน &#8220;<strong>ตู้รับขวดพลาสติก</strong>&#8221; ที่พัฒนาขึ้นนี้ จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การแยกขยะเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคนและจะช่วยให้สามารถนำขวดพลาสติกกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยความเชื่อมั่นว่า &#8220;นวัตกรรม&#8221; ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ แต่ต้องเป็นนวัตกรรมที่สามารถสร้างคุณค่าและส่งผลดีต่อสังคมได้อย่างแท้จริง โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ ที่มุ่งมั่นในการเติบโตทางธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผมหวังว่าโครงการนี้จะจุดประกายให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป เพื่อสร้างสังคมที่ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษ์โลก และร่วมกันสร้างโลกที่น่าอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป”</p>
<p>“โครงการวิจัยและพัฒนาตู้รับขวดพลาสติก” ในการติดตั้ง “ตู้ ReBorn” ตู้รับขวดรักษ์โลก นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่มีคุณค่าและจะช่วยยกระดับการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผ่านนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในสังคม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของซีพี ออลล์ ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจในโอกาสนี้ ผลักดันและสนับสนุนโครงการฯ เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของประเทศต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36677 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/ตู้Reborn-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/cpall-reborn-box-upcycling-project/">มจพ. ร่วมกับ ซีพี ออลล์ เปิดโครงการวิจัยและพัฒนาตู้รับขวดพลาสติก ติดตั้ง “ตู้ ReBorn” ตู้รับขวดรักษ์โลก เพื่อผลิตเป็นเสื้อนักเรียนมอบให้กับนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
