<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ขยะ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 16 Aug 2026 11:14:23 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ขยะ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“ขอ ขวด ของเรา” เปลี่ยนขวด PET ใช้แล้วเป็นผลิตภัณฑ์มีคุณค่า GULF ส่งต่อ “วัฒนธรรมองค์กรสีเขียว” ร่วมคัดแยกขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/08/gulf-kor-khuad-khong-rao/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 16 Aug 2026 11:14:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[GULF]]></category>
		<category><![CDATA[PET]]></category>
		<category><![CDATA[Upcyclin]]></category>
		<category><![CDATA[กัลฟ์]]></category>
		<category><![CDATA[กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดพลาสติก PET]]></category>
		<category><![CDATA[ขอ ขวด ของเรา]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมองค์กรสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[วัดจากแดง]]></category>
		<category><![CDATA[สิตมน รัตนาวะดี]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43768</guid>

					<description><![CDATA[<p>“พลาสติก” เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก ด้วยคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกสบายและการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ แต่ขณะเดียวกัน การบริโภคและใช้พลาสติกปริมาณมหาศาล โดยขาดการบริหารจัดการอย่างเหมาะสมได้สร้าง “ขยะ” ที่เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อม จากรายงานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ระบุว่า การใช้พลาสติกต่อหัวในคนไทย (Plastic per capita) อยู่ในระดับสูง เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ แต่ในปี 2565 ขยะพลาสติกของไทยมีอัตราการรีไซเคิลเพียง 12% และยังคาดว่าจะมีการใช้พลาสติกเพิ่มขึ้นราว 50% ระหว่างปี 2565 – 2593 อีกด้วย เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน โดยเริ่มตั้งแต่ “ต้นทาง” บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF จึงเดินหน้าสร้างวัฒนธรรมองค์กรสีเขียว ชวนพนักงานร่วมคัดแยกขวดน้ำพลาสติก PET เพื่อนำไปเพิ่มมูลค่าและสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ (Upcycling) ในโครงการ “ขอ ขวด ของเรา” ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 หลังประสบความสำเร็จจากการคัดแยกขวดน้ำพลาสติก PET และฝาขวดในพื้นที่สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ ซึ่งนำไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/gulf-kor-khuad-khong-rao/">“ขอ ขวด ของเรา” เปลี่ยนขวด PET ใช้แล้วเป็นผลิตภัณฑ์มีคุณค่า GULF ส่งต่อ “วัฒนธรรมองค์กรสีเขียว” ร่วมคัดแยกขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“พลาสติก” เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก ด้วยคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกสบายและการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ แต่ขณะเดียวกัน การบริโภคและใช้พลาสติกปริมาณมหาศาล โดยขาดการบริหารจัดการอย่างเหมาะสมได้สร้าง “ขยะ” ที่เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><span id="more-43768"></span></p>
<p>จากรายงานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ระบุว่า การใช้พลาสติกต่อหัวในคนไทย (Plastic per capita) อยู่ในระดับสูง เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ แต่ในปี 2565 ขยะพลาสติกของไทยมีอัตราการรีไซเคิลเพียง 12% และยังคาดว่าจะมีการใช้พลาสติกเพิ่มขึ้นราว 50% ระหว่างปี 2565 – 2593 อีกด้วย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43772 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/10-Photo_Article_Kor-Khuad-Khong-Rao.jpg" alt="" width="1200" height="675" /><br />
เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน โดยเริ่มตั้งแต่ “ต้นทาง” <strong>บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>GULF</strong> จึงเดินหน้าสร้างวัฒนธรรมองค์กรสีเขียว ชวนพนักงานร่วมคัดแยกขวดน้ำพลาสติก PET เพื่อนำไปเพิ่มมูลค่าและสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ (Upcycling) ในโครงการ <strong>“ขอ ขวด ของเรา” </strong>ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 หลังประสบความสำเร็จจากการคัดแยกขวดน้ำพลาสติก PET และฝาขวดในพื้นที่สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ ซึ่งนำไป Upcycling ผลิตเป็นสื่อการเรียนรู้รักษ์โลกสำหรับเด็ก มอบให้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนทั่วประเทศ กว่า 300 ชุด</p>
<p>GULF ได้ขยายผลโครงการฯ “ขอ ขวด ของเรา” ปีที่ 2 ไปยังโรงไฟฟ้าในพื้นที่ภาคตะวันออก จำนวน 7 แห่ง โดยตั้งแต่เดือนมกราคม &#8211; กรกฎาคม 2569 สามารถคัดแยกขวดน้ำพลาสติก PET และฝาขวดได้กว่า 1,183 กิโลกรัม โดยได้นำไปมอบให้วัดจากแดง เพื่อนำไป Upcycling เป็นผ้าไตรจีวร ผ้าห่ม เสื้อผ้า และของใช้ต่าง ๆ ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 2.48 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e)</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43771 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/03-Photo_Article_Kor-Khuad-Khong-Rao.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายสิตมน รัตนาวะดี ผู้อำนวยการฝ่ายการวางแผนด้านกลยุทธ์ </strong><strong>GULF </strong>เล่าถึงแนวคิดของโครงการฯ ว่า “โครงการ “ขอ ขวด ของเรา” ส่งเสริมให้พนักงาน GULF เริ่มต้นดูแลสิ่งแวดล้อมจากพฤติกรรมง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันและยั่งยืน ด้วยการคัดแยกขยะขวดน้ำ PET เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการนำขยะเข้าสู่กระบวนการบริหารจัดการอย่างถูกต้อง และนำไป Upcycling เป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน เมื่อมีการคัดแยกของเหลือใช้อย่างถูกต้อง ก็จะช่วยลดภาระต่อสิ่งแวดล้อมและทำให้ทรัพยากรถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า”</p>
<p>“ในปีนี้ GULF ได้ขยายโครงการฯ จากสำนักงานใหญ่ไปยังพื้นที่โรงไฟฟ้าของกลุ่มในภาคตะวันออก สามารถรวบรวมขวด PET ใช้แล้วจำนวน 1,183  กิโลกรัม กลับเข้าสู่กระบวนการ Upcycling ผ่านความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบใหม่ เพื่อเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีประโยชน์ มีดีไซน์ และมีมูลค่าหรือคุณภาพสูงกว่าเดิม โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และนับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการฯ ในปี 2568 สามารถคัดแยกขวด PET ได้รวม 1,637 กิโลกรัม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 3.42 คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) สะท้อนให้เห็นว่า การปลูกฝังวัฒนธรรมการคัดแยกและจัดการขยะอย่างถูกต้องภายในองค์กร เมื่อดำเนินการอย่างต่อเนื่องและขยายผลในวงกว้าง สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43773 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/05-Photo_Article_Kor-Khuad-Khong-Rao.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“ภูมิใจมากที่มีส่วนร่วมกับโครงการฯ แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ อย่างการคัดแยกขยะในชีวิตประจำวัน เพราะเราได้รู้ว่าปลายทางของขวด PET ที่คัดแยกไปไหนและเกิดประโยชน์อย่างไร ถ้าเราส่งต่อพฤติกรรมนี้ไปเรื่อย ๆ ก็เชื่อว่าจะเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ช่วยปลูกฝังจิตสำนึกการดูแลสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง” <strong>หนึ่งในพนักงานจากออฟฟิศภาคตะวันออกของกลุ่ม </strong><strong>GULF </strong>เล่าถึงความรู้สึกที่ได้เข้าร่วมโครงการฯ ปีที่ 2</p>
<p>ขณะที่ <strong>พนักงาน </strong><strong>GULF </strong><strong>อีกคน</strong>สะท้อนว่า “โครงการ “ขอ ขวด ของเรา” เป็นกิจกรรมที่ดี เพราะส่งเสริมให้เห็นความสำคัญของการคัดแยกขยะมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่พนักงานก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อยู่แล้ว การได้มาเห็นกระบวนการคัดแยกขยะตั้งแต่     ต้นทาง จนถึงการ Upcycling ทำให้เรามองเห็นอย่างชัดเจนว่า พนักงานในองค์กรทุกคนสามารถทำประโยชน์ให้สังคม สิ่งแวดล้อม และโลกได้อย่างยั่งยืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43774 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/08-Photo_Article_Kor-Khuad-Khong-Rao.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน<strong> พระมหาประนอม ธัมมาลังกาโร เจ้าอาวาสวัดจากแดง </strong>ในฐานะศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะต้นแบบ กล่าวถึงความร่วมมือที่มีมาอย่างต่อเนื่องว่า “วัดจากแดงและ GULF ร่วมมือนำขวด PET มา Upcycling เป็นผลิตภัณฑ์หลายประเภท โดยนำขวดน้ำมาผลิตเป็นเสื้อผ้า ผ้าห่ม เป็นต้น ส่วนฝาขวดนำมาผลิตเป็นพวงกุญแจที่ระลึกในโอกาสต่าง ๆ ซึ่งสร้างประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ถ้าเรามองของเหลือใช้เป็นขยะ ก็ต้องหาที่ทิ้ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ถ้าเรามองเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตสิ่งของ ก็จะเกิดประโยชน์ทั้งแก่ตนเอง ทางโลก และทางธรรม”</p>
<p>“นอกจากการช่วยกันจัดการ “ขยะภายนอก” ด้วยการคัดแยกและนำกลับมาใช้ประโยชน์แล้ว ทุกคนสามารถฝึกจัดการ “ขยะในใจ” ควบคู่กันไป ทั้งความโกรธ ความน้อยใจ หรือความยึดติด ผ่านการฝึกสติ เมตตา การให้ และความเพียร เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีทั้งต่อตนเองและสังคม” <strong>เจ้าอาวาสวัดจากแดง </strong>ฝากคติธรรมทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43769 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/01-Photo_Article_Kor-Khuad-Khong-Rao.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/gulf-kor-khuad-khong-rao/">“ขอ ขวด ของเรา” เปลี่ยนขวด PET ใช้แล้วเป็นผลิตภัณฑ์มีคุณค่า GULF ส่งต่อ “วัฒนธรรมองค์กรสีเขียว” ร่วมคัดแยกขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิด​ภารกิจ &#8216;Quick Win&#8217; กทม. นโยบา​​ยด้านสิ่งแวดล้อม เร่งด่วน 100 วัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/08/bma-environmental-quick-win-policy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Aug 2026 04:43:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[BMA]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental]]></category>
		<category><![CDATA[pollution]]></category>
		<category><![CDATA[Quality of Living]]></category>
		<category><![CDATA[Quick Win]]></category>
		<category><![CDATA[SOP]]></category>
		<category><![CDATA[Standard Operating Procedure]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ชัชชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ชัชชาติ สิทธิพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบบาน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[สารวัตรสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อมดี]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43695</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; หลังการกลับเข้ามารับตำแหน่งในสมัยที่ 2 ของ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ภายใต้วิสัยทัศน์ การพัฒนา กรุงเทพมหานคร ให้เป็น เมืองน่าอยู่ มี สิ่งแวดล้อม ที่ดี และมี คุณภาพชีวิต ที่ยั่งยืน นำมาสู่การติดตามนโนบายการพัฒนาที่เคยวางแนวทางไว้ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนโนบายเร่งด่วน 100 วัน ซึ่งแบ่งงานตาม 4 กลุ่มยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย ด้านระบบ ​ด้านเศรษฐกิจ ด้านเมือง และ ​ด้านคนโดยเฉพาะการติดตามนโยบายสำคัญ &#8216;ด้านสิ่งแวดล้อม&#8216; ​ที่มุ่งเน้นการดำเนินงานผ่าน 3 มิติ ได้แก่ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ​ยกระดับการจัดการขยะ และด้านการจัดการมลพิษ เพื่อรับมือฝุ่น PM2.5 พร้อมการจัดทำคู่มือปฏิบัติงานมาตรฐาน ( SOP : Standard Operating Procedure) บูรณาการความร่วมมือ ติดตามผล เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเห็นผลจริง เพื่อให้เกิดการทำงานอย่างบูรณาการ ​และสามารถบรรลุเป้าหมายได้ตามกรอบเวลา1. ด้านการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และพื้นที่สาธารณะ&#8211; ตั้งเป้าหมายปลูกต้นไม้เพิ่ม 1 แสนต้น ภายในระยะเวลา 100 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/bma-environmental-quick-win-policy/">เปิด​ภารกิจ &#8216;Quick Win&#8217; กทม. นโยบา​​ยด้านสิ่งแวดล้อม เร่งด่วน 100 วัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: left;">หลังการกลับเข้ามารับตำแหน่งในสมัยที่ 2 ของ <strong>คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์</strong> ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ภายใต้วิสัยทัศน์ การพัฒนา <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">กรุงเทพมหานคร</span> ให้เป็น <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">เมืองน่าอยู่</span> มี <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สิ่งแวดล้อม</span> ที่ดี และมี <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คุณภาพชีวิต</span> ที่ยั่งยืน</p>
<p><span id="more-43695"></span></p>
<p>นำมาสู่การติดตามนโนบายการพัฒนาที่เคยวางแนวทางไว้ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนโนบายเร่งด่วน 100 วัน ซึ่งแบ่งงานตาม 4 กลุ่มยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย ด้านระบบ ​ด้านเศรษฐกิจ ด้านเมือง และ ​ด้านคน<br class="html-br" /><br class="html-br" />โดยเฉพาะการติดตามนโยบายสำคัญ<strong> &#8216;ด้านสิ่งแวดล้อม</strong>&#8216; ​ที่มุ่งเน้นการดำเนินงานผ่าน 3 มิติ ได้แก่ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ​ยกระดับการจัดการขยะ และด้านการจัดการมลพิษ เพื่อรับมือฝุ่น PM2.5</p>
<p>พร้อมการจัดทำคู่มือปฏิบัติงานมาตรฐาน ( <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">SOP</span> : Standard Operating Procedure) บูรณาการความร่วมมือ ติดตามผล เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเห็นผลจริง เพื่อให้เกิดการทำงานอย่างบูรณาการ ​และสามารถบรรลุเป้าหมายได้ตามกรอบเวลา<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>1. ด้านการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และพื้นที่สาธารณะ</strong><br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; ตั้งเป้าหมายปลูกต้นไม้เพิ่ม 1 แสนต้น ภายในระยะเวลา 100 วัน โดยมอบหมายทั้ง​ 50 เขต ทำการปลูกเขตละ 2,000 ต้น และสำนักสิ่งแวดล้อม 5,000 ต้น<br class="html-br" />&#8211; แนวทางการปลูก เน้นตามภายภาพพื้นที่ ​เกาะกลางถนน/ ทางเท้า พร้อมระบบติดตาม <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><a class="x1i10hfl xjbqb8w x1ejq31n x18oe1m7 x1sy0etr xstzfhl x972fbf x10w94by x1qhh985 x14e42zd x9f619 x1ypdohk xt0psk2 x3ct3a4 xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x16tdsg8 x1hl2dhg xggy1nq x1a2a7pz xkrqix3 x1sur9pj x1fey0fg x1s688f" role="link" href="https://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Ftree.bangkok.go.th%2F%3Ffbclid%3DIwcGRvZgFleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFRSHFZWU5yUmdpVXRVS1I4c3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHpyfofWmkB5X1CHCcQiSFqPPL5E6-hn5smWuZGwlWhtFdVNE3V0wSxqHAR12_aem_YYO72CVOJ1ZQs9uhIvp1xw&amp;h=AUAwUOpOQZlyxhUJjfXWBY_xxPFN7Xhu1xjmQRESqPu2FN_geeVC-SYFvA9vxxklhx85S1PT6MTDUGSH4aX1SWDhPB1TBUaF6xv1JtPSD3mcRq3OZuZg1h13QNMweG5mB5mcDLdHvzMrMVRd&amp;__tn__=-UK*F&amp;c[0]=AUD_6jPogYxN54sncBTBmmdN322m-b8zbsewoU_dEyq1tx5Mawdrr8e331pc4F8uIXm39ib0a5Wp6Ohl2W0e0d3sViIctVICVy34H8zdHT0HB8atZod5nIr0Ltved7FkM8roz-U6r8QgZ3ln9j4W3d8qqwWslC-3FmRcbgNv3JviFjkPIGJRWe53rO-GqTW1vHCJHUVIrsTlyRpUwJU2FrA-5A" target="_blank" rel="nofollow noopener noreferrer">tree.bangkok.go.th</a></span></p>
<ul>
<li> 22 เขตใหญ่ สัดส่วนการปลูก เน้นไม้ยืนต้น 75% ไม้พุ่ม 25% เพื่อดูดซับคาร์บอน</li>
<li>21 เขตเล็ก/สวนน้อย สัดส่วนการปลูก เน้นไม้ยืนต้น 40% ไม้พุ่ม 60% เพื่อดักฝุ่นและสร้างร่มเงา</li>
<li>7 เขตเล็ก/สวนมาก เน้นปลูกไม้พุ่ม 100% เพื่อปรับภูมิทัศน์</li>
</ul>
<p>โดยที่ผ่านมา กทม. ปลูกต้นไม้แล้วกว่า 2.6 ล้านต้น เป็นไม้ยืนต้นกว่า 1.5 ล้านต้น ไม้พุ่ม 9.4 แสนต้น ไม้เลื้อย/ ไม้เถา 1.8 แสนต้น ทั้งจากสำนักงานเขต สำนักสิ่งแวดล้อม หน่วยงานในสังกัด รวมทั้งร่วมกับภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน (ข้อมูล ณ 25 ก.ค. 69 )<br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; เร่งดำเนินการฟื้นฟูระบบนิเวศ การพัฒนาทางเดินสีเขียว การดูแลต้นไม้ใหญ่ การขยายพื้นที่สวนสาธารณะและพื้นที่ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง (Pet Friendly Park)<br class="html-br" />&#8211; วางมาตรการลดผลกระทบภาวะเกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island) เช่น การขยายห้องหลบร้อน และการเพิ่มพื้นที่ร่มเงา<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>2. จัดการขยะต้นทาง (Bangkok Reduce &#8211; Reuse)</strong><br class="html-br" />&#8211; แบนโฟม 100% : ห้ามใช้และจำหน่ายบรรจุภัณฑ์โฟม ในโรงเรียนและหน่วยงานสังกัด กทม.<br class="html-br" />&#8211; Green Event Protocol : บังคับใช้มาตรการจัดงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ กทม.<br class="html-br" />&#8211; ศูนย์ขยะชุมชน &amp; อาสาสมัคร : จัดตั้งศูนย์จัดการขยะ อาสาสมัครชักลาก (ซอยแคบ) และอาสาสมัครไม่เทรวมดูแลจุดแยกขยะ<br class="html-br" />&#8211; สงครามสู้หนู : ตัดวงจรอาหารหนู บังคับใช้แนวทาง ‘ทิ้ง 1 ชม. เก็บ 1 ชม.’ บนถนนนำร่อง<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>3. ปรับมาตรการรับมือฝุ่น PM2.5  </strong><br class="html-br" />&#8211; ตรวจควันดำรถราชการ กทม. ให้ผ่านเกณฑ์ 100% และเพิ่มความถี่การล้างถนน/ดูดฝุ่น/ฉีดล้างใบไม้<br class="html-br" />&#8211; รณรงค์บำรุงรักษาเครื่องยนต์และลงทะเบียน &#8220;บัญชีสีเขียว (Green List)&#8221; เพื่อรับสิทธิ์การวิ่งในเขตมลพิษต่ำ (LEZ) ช่วงวิกฤตฝุ่น<br class="html-br" /><br class="html-br" />นอกจากนี้ กทม. ยังเร่งผลักดันการขับเคลื่อนพร้อมติดตามการดำเนินงานตามนโยบาย <strong>&#8216;Quick Win&#8217;</strong> เพื่อบรรลุกรอบ 100 วัน ที่ตั้งไว้ ​โดยได้จัดตั้งระบบ <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สารวัตรสิ่งแวดล้อม</span></strong> เพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติงานภายใต้มาตรฐานเดียวกัน อาทิ<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>&#8211; จัด​​ทำคู่มือปฏิบัติงานมาตรฐาน SOP (Standard Operating Procedure)</strong> โดยมีขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน ตั้งแต่การวางแผน ตรวจสอบ บังคับใช้กฎหมาย รายงานผล และติดตามแก้ไขปัญหา เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานครมีความรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>&#8211; กำหนดตัวชี้วัด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">KPI</span></strong> มาตรฐาน ทิศทาง เป้าหมายเพื่อร่วมมืออย่างบูรณาการ และแก้ไขปัญหาได้จริง<br class="html-br" /><strong>&#8211; วางระบบติดตามผลดิจิทัล</strong> พื่อความแม่นยำในการตรวจสอบและประเมินผล พร้อม​เชื่อมโยงข้อมูลและระบบดิจิทัลของทั้ง 50 เขต เพื่อติดตามการทำงานอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/bma-environmental-quick-win-policy/">เปิด​ภารกิจ &#8216;Quick Win&#8217; กทม. นโยบา​​ยด้านสิ่งแวดล้อม เร่งด่วน 100 วัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยกระดับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า สู่มาตรฐานและกลไกขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน &#8216;Driving Circularity Ecosystem&#8217;   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/saleng-and-junk-shop-driving-circularity-ecosystem/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 May 2026 10:27:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Circularity]]></category>
		<category><![CDATA[Circularity Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Driving Circularity Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[Junk Shop]]></category>
		<category><![CDATA[PPP Plastics]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Saleng]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[กรมควบคุมมลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ซาเล้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิจารย์ สิมาฉายา]]></category>
		<category><![CDATA[ทวีชัย เจียรนัยขจร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[บพข.]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.จินตวัฒน์ ไชยชนะวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านรับซื้อของเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะต้นทาง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41627</guid>

					<description><![CDATA[<p>หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สมาคมความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน (PPP Plastics) และ สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า พร้อมด้วยองค์กรภาคธุรกิจในฐานะองค์กรภาคเครือข่าย ร่วมขับเคลื่อนงานยกระดับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า เพื่อเซ็ตมาตรฐานและวางกรอบ &#8216;กลไกสำคัญสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน&#8217; ความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งยกระดับมาตรฐานของซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า​​ทุกมิติ ทั้งด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย วิชาชีพ การดำเนินธุรกิจ และสิ่งแวดล้อม  รวมถึง​เพิ่มอัตราการรีไซเคิล อันเป็นกลไกสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาขยะของประเทศไทย บนพื้นฐาน​การจัดการขยะอย่างยั่งยืนตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้ง​ระดับนโยบายและการปฏิบัติเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมโยงสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circularity Ecosystem) ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยและนายกสมาคม PPP Plastics กล่าวถึงที่มาและความสำคัญของโครงการว่า ​หนึ่งในปัญหามลพิษด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความท้าทายในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน คือ ปัญหาขยะและการจัดการขยะ ถ้าหากไม่มีระบบจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพและเพียงพอจะทำให้มีขยะหลุดรอด​สู่สิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศบนบกและระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึง ห่วงโซ่อาหารและชีวิตมนุษย์ &#8220;ทางออกสำคัญใน​การแก้ไขปัญหาขยะอย่างยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในบริบทของสังคมไทย  คือ การรับและเก็บวัสดุรีไซเคิล โดยซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งเป็นหนึ่งกลไกสำคัญ​ที่ช่วยการเก็บวัสดุใช้แล้วให้กลับเข้าสู่ระบบ เพื่อเชื่อมโยงระบบรวบรวมวัสดุรีไซเคิลและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้รับทุนวิจัยจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/saleng-and-junk-shop-driving-circularity-ecosystem/">ยกระดับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า สู่มาตรฐานและกลไกขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน &#8216;Driving Circularity Ecosystem&#8217;   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.)</strong> ร่วมกับ<strong> สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong> <strong>สมาคมความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน (PPP Plastics)</strong> และ <strong>สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า</strong> พร้อมด้วยองค์กรภาคธุรกิจในฐานะองค์กรภาคเครือข่าย ร่วมขับเคลื่อนงานยกระดับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า เพื่อเซ็ตมาตรฐานและวางกรอบ <strong>&#8216;กลไกสำคัญสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน&#8217;</strong></p>
<p><span id="more-41627"></span></p>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งยกระดับมาตรฐานของซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า​​ทุกมิติ ทั้งด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย วิชาชีพ การดำเนินธุรกิจ และสิ่งแวดล้อม  รวมถึง​เพิ่มอัตราการรีไซเคิล อันเป็นกลไกสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาขยะของประเทศไทย บนพื้นฐาน​การจัดการขยะอย่างยั่งยืนตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้ง​ระดับนโยบายและการปฏิบัติเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมโยงสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circularity Ecosystem)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41629 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ดร.วิจารย์-2-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา </strong>ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยและนายกสมาคม PPP Plastics กล่าวถึงที่มาและความสำคัญของโครงการว่า ​หนึ่งในปัญหามลพิษด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความท้าทายในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน คือ <strong>ปัญหาขยะและการจัดการขยะ</strong> ถ้าหากไม่มีระบบจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพและเพียงพอจะทำให้มีขยะหลุดรอด​สู่สิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศบนบกและระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึง ห่วงโซ่อาหารและชีวิตมนุษย์</p>
<p><em>&#8220;ทางออกสำคัญใน​การแก้ไขปัญหาขยะอย่างยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในบริบทของสังคมไทย  คือ การรับและเก็บวัสดุรีไซเคิล โดยซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งเป็นหนึ่งกลไกสำคัญ​ที่ช่วยการเก็บวัสดุใช้แล้วให้กลับเข้าสู่ระบบ เพื่อเชื่อมโยงระบบรวบรวมวัสดุรีไซเคิลและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้รับทุนวิจัยจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) และการสนับสนุนจากองค์กรภาคีเครือข่ายต่างๆ ให้ดำเนินงานโครงการวิจัย &#8216;<strong>โครงการยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า&#8217;</strong> พร้อมดำเนินการพัฒนาระบบฐานข้อมูลการลงทะเบียนซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า และการยกระดับมาตรฐาน​​ซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า​ทุกมิติ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการรีไซเคิล ในการ​นำองค์กรความรู้​จากการฝึกอบรมนำไปใช้​ต่อยอด​การประกอบอาชีพ ในฐานะกลไกสำคัญในการนำวัสดุรีไซเคิลคุณภาพดี หมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเพื่อจัดการขยะอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความเชื่อมโยงสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circularity Ecosystem) ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม&#8221;</em></p>
<p><strong>รศ.ดร.จินตวัฒน์ ไชยชนะวงศ์</strong> ที่ปรึกษาแผนงานเศรษฐกิจหมุนเวียน หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.)  กล่าวว่า เศรษฐกิจหมุนเวียน ถือเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยจากระบบ Linear Economy ไปสู่ระบบที่เน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านบทบาทหลัก  คือ<strong> 1) การให้ทุนวิจัยและพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ 2) การสร้าง Circular Supply Chain 3) การขับเคลื่อนมาตรฐานและกฎระเบียบ 4) การสร้างโมเดลธุรกิจใหม่</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41630 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/รศ.ดร.จินตวัฒน์-1-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>บพข.​ มุ่งเน้นการเปลี่ยนขยะเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่า ผ่าน​การขับเคลื่อน Circular Economy Ecosystem ผ่านโครงการต่างๆ เช่น</p>
<p><strong>&#8211; Smart Recycling Hub </strong>: สนับสนุนการสร้างศูนย์บริหารจัดการขยะอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีคัดแยกและเชื่อมโยงเครือข่ายจัดการวัสดุรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ</p>
<p><strong>&#8211; PMUC Zero Burn to Earn (เลิกเผา เป๋าตุง) :</strong> สร้าง Ecosystem และส่งเสริมเทคโนโลยีเปลี่ยนเศษวัสดุทางการเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรแทนการเผาที่สร้างมลพิษ</p>
<p><strong>&#8211; การสนับสนุนกลุ่มซาเล้ง :</strong> ยกระดับมาตรฐานอาชีพและนำระบบดิจิทัลมาช่วยบริหารจัดการต้นทางขยะ เพื่อดึงกลุ่มซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ยั่งยืน</p>
<p><em>&#8220;บพข. ​ไม่ได้เป็นเพียงผู้สนับสนุนทุนวิจัย แต่ทำหน้าที่เป็น <strong>&#8216;ตัวเชื่อม&#8217;  </strong>ระหว่างภาคนโยบาย ภาควิชาการ และภาคธุรกิจ โดยไม่ได้เน้นเพียงเรื่องรักษ์โลก แต่ยังเป็นการช่วย​เพิ่ม​​ความสามารถทางการแข่งขันให้ธุรกิจและประเทศไปพร้อมกัน&#8221;</em></p>
<p><strong>ตั้งเป้า ปี 2027 บรรจุภัณฑ์เป้าหมายเข้าระบบรีไซเคิล 100% </strong></p>
<p><strong>คุณทวีชัย เจียรนัยขจร</strong> ผู้อำนวยการส่วนลดและใช้ประโยชน์ของเสีย กรมควบคุมมลพิษ บรรยายพิเศษ​หัวข้อ <strong>National Framework on Building Circularity Ecosystem </strong> กล่าวว่า ​​กรอบการทำงานระดับชาติเพื่อการสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน <strong>มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานนอกระบบให้เข้ามาเป็นเครือข่ายศูนย์รวบรวมและคัดแยกขยะ (MRF) ที่มีมาตรฐาน เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบความรับผิดชอบที่ขยายเพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (EPR) ภาคบังคับ </strong>หวังแก้ปัญหาวิกฤตขยะบรรจุภัณฑ์ที่ปัจจุบันมีจุดรั่วไหลและถูกกำจัดทิ้งสูงถึง 75% พร้อมผลักดันเป้าหมายระดับชาติในการนำบรรจุภัณฑ์เป้าหมายเข้าสู่ระบบรีไซเคิลอย่างสมบูรณ์ 100% ภายในปี 2027 เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนร่วมกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41631 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/นายทวีชัย-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการ​เสวนาหัวข้อ &#8216;<strong>Driving Circularity Ecosystem&#8217;</strong> โดย องค์กรภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าให้มีความครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเชื่อมโยงสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circularity Ecosystem)</p>
<p><strong>คุณวีระ ขวัญเลิศจิตต์</strong> ผู้อำนวยการบริหารสมาคมความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติก และขยะอย่างยั่งยืน (PPP Plastics) กล่าวว่า ความคุ้นเคยในการใช้​ทรัพยากร​แล้ว​ทิ้ง หรือ เศรษฐกิจเชิงเส้น (Linear)​ สิ่งที่ตามมาคือจำนวนขยะที่มากมาย เมื่อขาดการบริหารจัดการที่เหมาะสมจึงสั่งสมจนเป็นปัญหา นำมาสู่แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)  ด้วยการหมุนเวียน​ทรัพยากรในการใช้ให้เกิด​ประโยชน์สูงสุดเพื่อช่วยแก้ไขปัญหา</p>
<p><em>&#8220;​การขับเคลื่อน Circular Economy ​มี​หลายภาคส่วนที่เกี่ยวช้อง และแต่ละภาคส่วนก็มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ หลายภาคส่วนก็มีการบริหารจัดการจากภาครัฐและภาคธุรกิจอย่างเป็นระบบ ขณะที่ซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าซึ่งเป็นหน่วยป้อน (Feeder) นำวัตถุดิบเข้าสู่ระบบหมุนเวียน​ ซึ่ง​มีความสำคัญ ดังนั้น การยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า​จะช่วยให้ผู้ประกอบอาชีพธุรกิจรีไซเคิลไทยมีความรู้ มีรายได้เพิ่ม และมีส่วนร่วมในระบบนิเวศอย่างมีประสิทธิภาพ”</em></p>
<p><strong>คุณพิรุณ เหมะรักษ์</strong> ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง กล่าวว่า อบจ.ระยอง เดินหน้ายกระดับ &#8216;<strong>ระยองโมเดล: พลิกวิกฤตขยะสู่ต้นแบบระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน&#8217;</strong> (Circular Economy Ecosystem) มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการแปรรูปขยะมูลฝอยเป็นเชื้อเพลิงทดแทน (Refuse Derived Fuel: RDF) การผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิง RDF โดยการทำงานแบบบูรณาการระหว่าง ภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อลดปริมาณการฝังกลบให้เป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41633 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/เสวนาหัวข้อ-Driving-Circularity-Ecosystem-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณฉัตรณพัฒน์ เทียนมงคล</strong> เลขาธิการสมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า กล่าวว่า ได้ร่วมกับพันธมิตรสร้างระบบขึ้นทะเบียนซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าที่มีความน่าเชื่อถือ และนำสมาชิกที่ขึ้นทะเบียนมายกระดับเพื่อเป็นนักจัดเก็บเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนได้จริง มีระบบบริหารจัดการทั้งด้านซอฟแวร์และการจัดการหน้างานจริง ที่สามารถขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชนในการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายที่ยั่งยืน ตอบโจทย์ความต้องการสังคม ชุมชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างเพื่อเชื่อมโยง​ทุกฝ่ายที่สนใจ​ร่วมขับเคลื่อน​ด้วยกัน สร้างความน่าเชื่อถือในอาชีพ ผลักดันการสร้างคุณภาพชีวิตและสวัสดิการต่างๆ ให้​คนทำงาน ทำอาชีพนี้ พร้อมเกิดผู้ร่วมอุดมการณ์รายใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><em>&#8220;วันนี้เรามีคนทิ้งมากกว่าคนเก็บหลายเท่าตัว แต่ในอนาคตอาจจะเกิดภาพคนมาสมัครขึ้นทะเบียนขอเป็นซาเล้งนักจัดเก็บขยะเพื่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากก็ได้”</em></p>
<p><strong>Thailand Flagship: Smart Recycling Hub Project</strong></p>
<p>โครงการ <strong>Thailand Flagship : Smart Recycling Hub Project</strong> เป็นหนึ่ง Best Practice โครงการนำร่องระดับประเทศที่มุ่งยกระดับระบบการจัดการขยะและรีไซเคิลพลาสติกแบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ปัญหาขยะที่ยังไม่ได้รับการคัดแยกและนำกลับมาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ <strong>คุณคงศักดิ์ ดอกบัว </strong>ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สถาบันพลาสติก กล่าวว่า​ โครงการนี้มุ่งพัฒนาศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนครบวงจร (Material Recover Facilities; MRF) ให้เป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจหมุนเวีย และ​​​เพิ่มอัตราการคัดแยกและมูลค่าของพลาสติกรีไซเคิล โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง</p>
<p><em>&#8220;<strong>สำหรับกรุงเทพมหานคร โครงการนำร่องในเขตหนองแขม ​โดยรองรับขยะประมาณ 100 ตันต่อวัน</strong> พร้อมสนับสนุนการลดการฝังกลบ ผ่านการส่งเสริมการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ทั้งนี้ <strong>คาดว่าจะช่วยลดปริมาณขยะที่ไม่ได้รับการจัดการได้ประมาณ 14,600 ตันต่อปี และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากขยะราว 140 ล้านบาทต่อปี</strong> อีกทั้งยังสามารถพัฒนาเป็นต้นแบบเพื่อขยายผลในรูปแบบเครือข่าย MRF เพื่อยกระดับระบบจัดการขยะของประเทศในระยะยาว”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41628 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/คุณมยุรี-อรุณวรานนท์-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณมยุรี อรุณวรานนท์</strong> ผู้จัดการโครงการเครือข่ายองค์กรความร่วมมือจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน หรือ PRO-Thailand Network กล่าวว่า PRO-Thailand Network เป็นกลุ่มความร่วมมือโดยสมัครใจที่นำโดยภาคอุตสาหกรรม ก่อตั้งขึ้นในปี 2562 เพื่อริเริ่มการขับเคลื่อนให้เกิดการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน โดยยึดหลักการขยายความรับผิดชอบไปยังผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR) ในประเทศไทย</p>
<p>โดยได้รับ​การสนับสนุนจากบริษัทสมาชิกซึ่งได้แก่ บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด, บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอสไอจี คอมบิบล็อก จำกัด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด</p>
<p><em>&#8220;ระหว่างปี 2563 ถึง 2568 เครือข่ายฯ ได้ให้การสนับสนุนการคัดแยกและรวบรวมบรรจุภัณฑ์ประเภทขวดพลาสติก PET กว่า 71,500 ตัน กล่อง UHT กว่า 2,400 ตัน และซองพลาสติกประเภท flexible และ Multi-Layer Packaging: MLP กว่า 2,800 ตัน ภายใต้โครงการนำร่องส่งเสริมการเก็บรวบรวมบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค โดยในปี 2568 โครงการฯ ได้ทำการทดลองรีไซเคิลซองพลาสติกประเภท flexible และ Multi-Layer Packaging: MLP ด้วยวิธี mechanical recycling เป็นครั้งแรกได้ถึง 100 ตัน​​ ภายใต้ความร่วมมือจากผู้คัดแยก ร้านรับซื้อรายย่อยและร้านรวบรวบวัสดุรีไซเคิลขนาดใหญ่กว่า 700 รายทั่วประเทศ&#8221;</em></p>
<p>เครือข่าย PRO-Thailand Network ยังเป็นหนึ่งในหน่วยงานภาคเอกชนหลักในคณะกรรมการขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์ตามหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR) ในประเทศไทย พร้อมทั้งทำงานร่วมกับพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง​ภาครัฐและเอกชนในการพัฒนากฎหมายการจัดการบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41634 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ภาพร้านรับซื้อของเก่า-1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>พัฒนาระบบฐานข้อมูลและระบบลงทะเบียน </strong></p>
<p><strong>คุณอัคคภพ จันทรศรีวงศ์</strong> ฝ่ายบริหารด้านเทคโนโลยี สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ &#8216;<strong>การพัฒนาระบบฐานข้อมูลและระบบลงทะเบียนสำหรับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า&#8217;</strong> โดยระบุว่า​ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลและระบบลงทะเบียนสำหรับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในการจัดเก็บ ค้นหา และบริหารจัดการข้อมูลสมาชิกอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และทันสมัย เพื่อช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถมองเห็นภาพรวมการบริหารงานในระดับพื้นที่ได้อย่างชัดเจน พร้อมมุ่งยกระดับศักยภาพและมาตรฐานการดำเนินงาน ผ่านการบันทึกข้อมูลด้านขยะอย่างละเอียดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เป็นมาตรฐานมากยิ่งขึ้น</p>
<p><em>&#8220;ระบบนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลขยะทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อบูรณาการเป็นฐานข้อมูลกลาง (Big Data) ระดับประเทศที่จะช่วยสนับสนุนการวางแผนจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป”</em></p>
<p>นอกจากนี้ โครงการยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า ยังได้มีการจัดทำ <strong>คู่มือหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า </strong>นำเสนอข้อมูลโดย <strong>คุณภิญญดา เจริญสิน</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายเครือข่ายสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย  กล่าวว่า การพัฒนาคู่มือหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อให้ผู้ประกอบกิจการธุรกิจรีไซเคิลได้รับความรู้ ความเข้าใจ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย วิชาชีพ การดำเนินธุรกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาศักยภาพให้เกิดการยกระดับมาตรฐานของซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าให้กลายเป็นหนึ่งในกลไกหลักสำคัญในการนำวัสดุรีไซเคิลคุณภาพดีหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบให้เกิดการจัดการขยะอย่างยั่งยืน”</p>
<p><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong> ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้นำเสนอ <strong>ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อยกระดับมาตรฐานให้กับผู้ประกอบการธุรกิจรีไซเคิลไทยอย่างยั่งยืน</strong>​ โดยมอง​ว่า ​ผู้ประกอบการธุรกิจรีไซเคิลไทยทั้งกลุ่มซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าเป็นฟันเฟืองกลไกที่สำคัญในระดับเชิงพื้นที่ในแต่ละท้องถิ่นของประเทศ ในการจัดเก็บและรวบรวมวัสดุรีไซเคิลนำกลับเข้าสู่ระบบการผลิต และถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<p><em>&#8220;การจะขับเคลื่อนกลุ่ม Informal Sector ทั้งกลุ่มซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างเป็นระบบและได้มาตรฐานจำเป็นต้องมีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าทั้งในระดับนโยบาย กฎระเบียบ มาตรการ ข้อบังคับของระดับประเทศ และระดับท้องถิ่นให้มีความสอดคล้องและรองรับต่อการทำงานระดับปฎิบัติการเชิงพื้นที่ได้จริงและเป็นรูปธรรม&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41636 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ภาพประกอบ-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​การสร้างระบบ​ลงทะเบียนซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าที่เชื่อมโยงกันในระดับประเทศ ช่วยให้เกิดการรับรองสถานะและขึ้นทะเบียนวิชาชีพให้​ผู้ประกอบการธุรกิจรีไซเคิล เพื่อมี​ระบบที่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบ เพื่อเข้าถึงแหล่งความรู้ แหล่งเงินทุน และเทคโนโลยีที่เอื้อประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพ​อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึง​การพัฒนาองค์ความรู้และความเข้าใจในการประกอบอาชีพ เพื่อยกระดับทักษะแรงงานในการคัดแยกวัสดุรีไซเคิลให้มีประสิทธิภาพ​ ผ่าน &#8216;มาตรการจูงใจทางการเงินและภาษี&#8217; สำหรับผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง เพื่อสร้างมาตรฐานวิชาชีพที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ในระยะยาว เพื่อสร้างกลไกขับเคลื่อนสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/saleng-and-junk-shop-driving-circularity-ecosystem/">ยกระดับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า สู่มาตรฐานและกลไกขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน &#8216;Driving Circularity Ecosystem&#8217;   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จาก &#8216;บ้าน&#8217; สู่ &#8216;คอนโดมิเนียม&#8217; TEI ผนึก กรุงเทพมหานคร ต่อยอด &#8216;คอนโดนี้ ไม่เทรวม&#8217; สร้างต้นแบบ &#8216;คัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง&#8217; ร่วมวางระบบจัดการขยะในเมืองอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/tei-join-household-waste-sorting-in-condominium/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Feb 2026 07:05:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Best Practice]]></category>
		<category><![CDATA[BMA]]></category>
		<category><![CDATA[depa]]></category>
		<category><![CDATA[Pilot Project]]></category>
		<category><![CDATA[Pilot Project for Household Waste Sorting in Bangkok Condominiums]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Sorting]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[คอนโดนี้ ไม่เทรวม]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิจารย์ สิมาฉายา]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านนี้ไม่เทรวม]]></category>
		<category><![CDATA[พรพรหม วิกิตเศรษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก ประจำประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งเดนมาร์ก]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะในคอนโด]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่เทรวม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40089</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบัน &#8216;ปัญหาขยะ&#8217; เป็น​สาเหตุสำคัญของการเกิดมลพิษ (Pollution) ซึ่งเป็น 1 ใน 3 วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ ร่วมกับปัญหาสภาพอากาศ (Climate Change) และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Loss) ซึ่งทั้งสามปัญหานี้ล้วนเชื่อมโยงกันและยังเป็นความท้าทายสำคัญที่ทั่วโลกกำลังร่วมมือกันเพื่อหาทางออก โดยเฉพาะ​ &#8216;การจัดการขยะในเขตเมือง&#8217; ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผู้คนอาศัยอยู่รวมกันจำนวนมากและหนาแน่น ซึ่ง​​ส่วนใหญ่จะเป็นการอาศัยอยู่ในอาคารหรือตึกสูง ทำให้การบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นทางมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น เพื่อป้องกันการปนเปื้อน และส่งผล​ให้ปริมาณขยะในเขตเมืองเพิ่มมากขึ้น นำมาสู่​ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบทุกมิติตามมา ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม รวมทั้ง​คุณภาพชีวิตของประชาชน จาก &#8216;บ้านนี้ ไม่เทรวม&#8217; สู่ &#8216;คอนโดนี้ ไม่เทรวม&#8217; ปัญหาที่เกิดขึ้น จึงเป็นที่มาของ ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ของ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (กทม.), องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งเดนมาร์ก (DEPA), สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก ประจำประเทศไทย และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ที่ต่างมีบทบาทสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาขยะและการจัดการขยะทั้งในเชิงระดับนโยบายและการปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อน &#8216;โครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานคร&#8217; โดยมีเป้าหมายในการสร้างต้นแบบระบบการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพสำหรับคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานคร​ ตามนโยบาย &#8216;ไม่เทรวม&#8217; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/tei-join-household-waste-sorting-in-condominium/">จาก &#8216;บ้าน&#8217; สู่ &#8216;คอนโดมิเนียม&#8217; TEI ผนึก กรุงเทพมหานคร ต่อยอด &#8216;คอนโดนี้ ไม่เทรวม&#8217; สร้างต้นแบบ &#8216;คัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง&#8217; ร่วมวางระบบจัดการขยะในเมืองอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบัน <strong>&#8216;ปัญหาขยะ&#8217;</strong> เป็น​สาเหตุสำคัญของการเกิดมลพิษ (Pollution) ซึ่งเป็น 1 ใน 3 วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ ร่วมกับปัญหาสภาพอากาศ (Climate Change) และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Loss) ซึ่งทั้งสามปัญหานี้ล้วนเชื่อมโยงกันและยังเป็นความท้าทายสำคัญที่ทั่วโลกกำลังร่วมมือกันเพื่อหาทางออก</p>
<p><span id="more-40089"></span></p>
<p>โดยเฉพาะ​ <strong>&#8216;การจัดการขยะในเขตเมือง&#8217;</strong> ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผู้คนอาศัยอยู่รวมกันจำนวนมากและหนาแน่น ซึ่ง​​ส่วนใหญ่จะเป็นการอาศัยอยู่ในอาคารหรือตึกสูง ทำให้การบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นทางมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น เพื่อป้องกันการปนเปื้อน และส่งผล​ให้ปริมาณขยะในเขตเมืองเพิ่มมากขึ้น นำมาสู่​ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบทุกมิติตามมา ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม รวมทั้ง​คุณภาพชีวิตของประชาชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40100 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/ภาพประกอบ-บรรยากาศแถลงข่าว-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>จาก &#8216;บ้านนี้ ไม่เทรวม&#8217; สู่ &#8216;คอนโดนี้ ไม่เทรวม&#8217;</strong></p>
<p>ปัญหาที่เกิดขึ้น จึงเป็นที่มาของ <strong>ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ </strong>ของ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ <strong>สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (กทม.), องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งเดนมาร์ก (DEPA), สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก ประจำประเทศไทย และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong> ที่ต่างมีบทบาทสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาขยะและการจัดการขยะทั้งในเชิงระดับนโยบายและการปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน</p>
<p>พร้อมขับเคลื่อน <strong>&#8216;โครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานคร&#8217; </strong>โดยมีเป้าหมายในการสร้างต้นแบบระบบการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพสำหรับคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานคร​ ตามนโยบาย <strong>&#8216;ไม่เทรวม&#8217;</strong> และตามข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการขยะฉบับใหม่ ของ กทม. ​พร้อมทั้งต่อยอดผลการดำเนินงานของโครงการฯ เพื่อนำไปสู่การ​ขยายผลไปยัง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร และพื้นที่อื่นๆ รวมถึงภูมิภาคอาเซียน เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานการจัดการขยะอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40101 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/ดร.-วิจารย์-สิมาฉายา-ผู้อำนวยการสถาบันสิ่ง.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong> ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวถึงความร่วมมือในโครงการว่า แม้ประเทศไทยได้​กำหนดให้เรื่องของ <strong> &#8216;การบริหารจัดการขยะ&#8217;</strong> (Waste Management) เป็น &#8216;<strong>วาระแห่งชาติ&#8217;</strong> ในหลายโอกาส แต่ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถ​ขับเคลื่อนให้สามารถก้าวข้าม และเกิดการแก้ปัญหาได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ปริมาณขยะมูลฝอยในภาพรวมทั้งประเทศยังสูงถึงกว่า 27-28 ล้านตันต่อปี และมีเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี ทำให้มีโอกาสที่ขยะ​จะไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง​และหลุดรอดมาสร้างอันตราย เกิด​มลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้คนในสังคมได้</p>
<p><em>&#8220;สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม และมีการทำงานเพื่อส่งเสริมด้านการจัดการขยะอย่างยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้เข้ามาสนับสนุนและเป็น​ที่ปรึกษาในโครงการนำร่องครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางในคอนโดมิเนียมของกรุงเทพมหานคร เพื่อความถูกต้องทั้งในการคัดแยก การจัดเก็บ การบริหารจัดการทั้งในเชิงนโยบายและในพื้นที่ โดยมีคอนโดมิเนียมนำร่อง 10 โครงการ จาก  2 เขต คือ เขตคลองเตย จำนวน 5 โครงการ และเขตวัฒนา จำนวน 5 โครงการ เพื่อ​นำ​​ข้อมูลที่ได้มา​วางแผนพัฒนาการบริหารจัดการขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมให้มีประสิทธิภาพ ​​สอดคล้องกับนโยบาย &#8216;<strong>ไม่เทรวม&#8217;</strong> ​และ​ข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการขยะฉบับใหม่ของกรุงเทพฯ  เพื่อ​มุ่งเน้นให้มีการลดขยะได้ตั้งแต่ต้นทาง ตั้งแต่การคัดแยก การจัดเก็บ การบริหารจัดการ การส่งเสริมการนำกลับมาใช้ใหม่ และการรีไซเคิล ซึ่งมีการนำแผนนโยบายไปสู่แผนการปฏิบัติอย่างมีเป้าหมาย &#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40102 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/พรพรหม-วิกิตเศรษฐ์.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณพรพรหม วิกิตเศรษฐ์</strong> ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบัน กทม. ต้องแบกรับภาระ​การจัดการมูลฝอยกว่า 9,000 ตันต่อวัน และต้องใช้งบประมาณในการจัดการขยะที่สูงมาก หากสามารถลดปริมาณขยะลงได้ จะสามารถนำงบที่ลดลงไปสร้างประโยชน์​ในมิติอื่นๆ เช่น ด้านการศึกษา หรือสาธารณสุขได้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยลดปริมาณขยะในภาพรวมลงได้ โดยเฉพาะ 50% ของปริมาณขยะที่เกิดขึ้นเป็นขยะอาหาร การแยกจากต้นทางจะช่วยลดการปนเปื้อน และนำขยะประเภทอื่นๆ ไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ทั้งขยะทั่วไปที่สามารถนำไปทำเชื้อเพลิงอุตสาหกรรม หรือขยะรีไซเคิลที่มีมูลค่า และสามารถนำกลับเข้า​ระบบรีไซเคิลเพื่อลดการใช้ทรัพยากรใหม่ลงได้</p>
<p><em>&#8220;กทม. ขับเคลื่อนการแยกขยะตั้งแต่ต้นทางอย่างจริงจัง ผ่านนโยบาย <strong>&#8216;ไม่เทรวม&#8217;</strong> พร้อมยกระดับมาตรการสู่การบังคับใช้ ข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยฉบับใหม่ พ.ศ. 2568 ที่ยึดหลักสากล <strong>&#8216;ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย&#8217;</strong> (Polluter Pays Principle) เพื่อใช้กลไกทางเศรษฐศาสตร์สร้างแรงจูงใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยครัวเรือนที่คัดแยกขยะจะเสียค่าธรรมเนียมน้อยลง ส่วนผู้ไม่คัดแยกจะต้องชำระในอัตราที่สูงกว่า 3 เท่า พร้อมเริ่มโครงการ <strong>&#8216;บ้านนี้ไม่เทรวม แยกขยะลดค่าธรรมเนียม&#8217;</strong> ที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดี รวมทั้ง​มีคอนโดมิเนียมจำนวนมากแสดงความจำนงเข้าร่วม แต่ที่ผ่านมายังขาดระบบและแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับโครงสร้างอาคารสูง โ<strong>ครงการความร่วมมือครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว</strong> เพื่อ​สร้างโมเดลต้นแบบการจัดการขยะที่หลากหลายและยืดหยุ่น ให้คอนโดมิเนียมอื่นๆ ทั่วกรุงเทพฯ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ง่าย  และต่อยอดสู่การขยายผลให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต รวมทั้งเป็นมาตรฐานในการขยายต่อไปยังพื้นที่อื่นๆ รวมถึงภูมิภาคอาเซียนเพื่อร่วมกันฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม สร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน และคืนสมดุลให้โลกอย่างยั่งยืน”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40103 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/re-Eight-Thonglor-Residence-.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ศึกษา &#8216;เดนมาร์ก โมเดล&#8217; สร้าง Best Practice ขยายผล ​</strong></p>
<p>การขับเคลื่อนโครงการนำร่องครั้งนี้ เป็น​ส่วนหนึ่งของ <em><strong>ค</strong><strong>วามร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย – เดนมาร์ก (SSC) ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนและการจัดการขยะ</strong> </em>โดยเดนมาร์ก เป็นหนึ่งประเทศต้นแบบที่มีศักยภาพสูง ด้านการ​บริการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถลดขยะจากครัวเรือนได้อย่างเป็นระบบ ​ประชาชนภายในประเทศมีการแยกขยะพื้นฐานในชีวิตประจำวันมากถึง 10 ประเภท ทำให้สามารถนำเศษวัสดุหลังการบริโภคเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้มากถึง 50% และมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนเป็น 60% ภายในปี 2030</p>
<p>ขณะเดียวกัน สิ่งที่ช่วย​ส่งเสริมให้การคัดแยกตั้งแต่ต้นทางในเดนมาร์กประสบความสำเร็จ มาจากการออกแบบระบบให้ง่าย ไม่ซับซ้อน สามารถเข้าถึงจุดรับแยกขยะได้ง่าย และความพร้อมของพื้นที่และการจัดวางถังขยะเพื่อรองรับการแยกขยะได้โดยสะดวก รวมทั้งการสื่อสารอย่างชัดเจน และเข้าใจง่าย และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ เพื่อให้ประชาชนชาวเดนมาร์กเข้าใจได้ตรงกันทั้งประเทศ รวมทั้งสามารถต่อยอดความสำเร็จ จากการใช้ภาพสัญลักษณ์​ จากระดับประเทศ ไปสู่การขยายผลในสหภาพยุโรป  เพื่อใช้งานร่วมกันทั้งภูมิภาคยุโรป เป็นตัวอย่างความสำเร็จในการเปลี่ยน &#8216;โครงการนำร่อง&#8217; ในวันนี้ สู่การสร้าง &#8216;มาตรฐาน&#8217; ในอนาคต​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40104 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/ภาพ-Eight-Thonglor-Residence-1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ส่วนแนวทางการขับเคลื่อนในประเทศไทยนั้น <strong>ดร.วิจารย์ </strong>ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จะนำร่องในคอนโดมิเนียม 10 โครงการ จากเขตคลองเตย และวัฒนา ประกอบด้วย 1. นิติบุคคลอาคารชุด ดิ เอ็มโพริโอ เพลส, 2. อาคารชุด ไอดิโอคิว สุขุมวิท 36 , 3. สิริ แอท สุขุมวิท , 4. นิติบุคคลอาคารชุด ไอดีโอ มอร์ฟ 38 คอนโดมิเนียม, 5) นิติบุคคลอาคารชุด ไซมิส สุขุมวิท 48, 6. 15 สุขุมวิท เรสซิเดนเซส, 7. Eight Thonglor Residences , 8. โครงการอาคารชุด โนเบิล บี เทอร์ตี้ทรี , 9. นิติบุคคลอาคารชุด เดอะเบส และ 10. เดอะ รูม สุขุมวิท 69</p>
<p>พร้อมด้วยองค์กรภาคีเครือข่ายจากภาคส่วนต่างๆ ร่วมประกาศเจตนารมณ์แสดงออกถึงความร่วมมือในการทำงานเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขยายผลไปยัง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร และพื้นที่อื่นๆ เพื่อ​ยกระดับมาตรฐาการจัดการขยะอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40105 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/ภาพประกอบ-ลงพื้นที่คอนโด-สิริ-แอท-สุขุมวิท-เขตคลองเตย-1-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;คณะทำงานได้ทำการ​ลงสำรวจพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลรูปแบบการบริหารจัดการขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียม ทั้งข้อมูลปริมาณขยะ และรูปแบบสถานที่จากทั้ง 10 โครงการ ซึ่งมีความแตกต่างกันไป โดยจาก​ข้อมูลพบว่า ปริมาณขยะที่พบมากที่สุดในถังขยะทั่วไปของทั้ง 10 โครงการ ได้แก่ 1. ขยะอาหาร  มีสัดส่วน 33.8% , 2. กระดาษที่เลอะหรือเปื้อน 14.7%, 3. ขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง 9% , 4.พลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้ 8.5%  และ 5. แก้ว 6.8%  ซึ่งในจำนวนนี้ สามารถแยกประเภทเป็น &#8216;ขยะทั่วไป&#8217; ได้มากที่สุด  41% รองลงมาคือขยะอาหาร 35% ขยะรีไซเคิล 21% และขยะอันตราย 3% ตามลำดับ&#8221;</em></p>
<p>ทั้งนี้ ​จากการลงพื้นที่ <strong>โครงการได้ออกแบบการจัดการขยะมูลฝอยในคอนโดมิเนียมแต่ละแห่งอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการเดินหน้าสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ</strong> เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้อยู่อาศัยรวมทั้งผู้ดูแลโครงการ ผ่านการพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ที่ชัดเจน เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง รวมทั้งการช่วยดูแลการจัดพื้นที่ส่วนกลางเพื่อรองรับขยะแต่ละประเภทได้อย่างเหมาะสม ทั้งจุดทิ้งขยะประจำชั้น หรือส่วนคัดแยกสำหรับขยะแต่ละประเภท ทั้งขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล ขยะอาหาร ​ขยะอันตราย รวมทั้งการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสามารถแยกบริหารจัดการขยะแต่ละประเภทอย่างเหมาะสมและปลอดภัย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40106 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/re-องค์กรภาคีเครือข่าย-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนเพื่อบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบและยั่งยืนนั้น ไม่สามารถ​ขับเคลื่อนให้สำเร็จได้จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น นำมาสู่ <em><strong>การประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันจาก​ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างต้นแบบการจัดการขยะอย่างยั่งยืนตามนโยบายและแผนการจัดการมูลฝอยของกรุงเทพฯ</strong> </em>ทั้งคอนโดมิเนียมนำร่องทั้ง 10 โครงการ รวมทั้งหน่วยงาน และผู้ประกอบการภายในระบบนิเวศด้านการบริหารจัดการขยะในแต่ละประเภท เพื่อขับเคลื่อนโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>พร้อมขยายผลทั้งในเชิงนโยบายและพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มการมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะที่ต้นทาง เพิ่มปริมาณวัสดุ​กลับเข้าสู่ระบบ​รีไซเคิล ลดปริมาณขยะที่ต้องถูกส่งกำจัดในปลายทาง และสร้างสิ่งแวดล้อมของเมืองที่ยั่งยืน ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)  รวมทั้งการสร้างจุดเริ่มต้นสำคัญเพื่อขับเคลื่อน &#8216;กรุงเทพมหานคร&#8217; สู่การเป็นผู้นำด้านการจัดการขยะอย่างยั่งยืนได้ในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40126 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Thai-Brochure-Page-2.jpg" alt="" width="1200" height="849" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/tei-join-household-waste-sorting-in-condominium/">จาก &#8216;บ้าน&#8217; สู่ &#8216;คอนโดมิเนียม&#8217; TEI ผนึก กรุงเทพมหานคร ต่อยอด &#8216;คอนโดนี้ ไม่เทรวม&#8217; สร้างต้นแบบ &#8216;คัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง&#8217; ร่วมวางระบบจัดการขยะในเมืองอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถอดรหัส &#8216;วิชชุลดา&#8217; Social Upcycle Artist สร้างอิมแพคที่ยั่งยืน เปลี่ยน &#8216;ผู้ชม&#8217; ให้กลายเป็น &#8216;คอมมูนิตี้&#8217; ที่ต้องการสร้างโลกที่ดีกว่า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/wishulada-social-upcycle-artist/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Nov 2025 15:00:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Artist]]></category>
		<category><![CDATA[ASEAN SOAR Together]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[FROM WASTE TO WEALTH]]></category>
		<category><![CDATA[passion]]></category>
		<category><![CDATA[Social Upcycle Artist]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycle]]></category>
		<category><![CDATA[WISHULADA]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[วิชชุลดา]]></category>
		<category><![CDATA[วิชชุลดา ปันธนวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะเปลี่ยนโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์เพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ไอเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38004</guid>

					<description><![CDATA[<p> ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถทำแพชชั่นให้เป็นอาชีพได้ แต่ คุณเอ๋-วิชชุลดา ปันธนวงศ์ เจ้าของแบรนด์และช่อง Wishulada สามารถทำได้และทำได้อย่างโดดเด่น นี่คือหนึ่งในแบรนด์ไทยที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมในวงกว้าง จากความรักในงานศิลปะและความตระหนักในปัญหาสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การก่อตั้ง WISHULADA ที่เปลี่ยนขยะให้กลายเป็นสิ่งมีคุณค่า และสร้างอิมแพคให้โลกใบนี้น่าอยู่ยิ่งขึ้นผ่านงานศิลปะในสไตล์เฉพาะตัว วิชชุลดาไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็น Social Upcycle Artist หรือศิลปินที่สร้างมูลค่าใหม่ให้กับสิ่งที่ถูกทิ้งร้าง แต่ยังเติบโตต่อในฐานะแบรนด์ผู้สร้างคอนเทนต์และผลิตภัณฑ์บน TikTok Shop ขยายพื้นที่การทำงานจากแกลเลอรีสู่หน้าจอมือถือ ดึงศักยภาพและพลังครีเอทีฟมาสร้างประสบการณ์ให้ผู้ชมนับล้านคนบนแพลตฟอร์ม ทำให้ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลโลกใบนี้ร่วมกันได้ ไม่เพียงแต่สร้างอิมแพคในระดับท้องถิ่น WISHULADA ยังได้เป็นตัวแทนธุรกิจไทยในเวทีสากล ผ่านโครงการ ASEAN SOAR Together ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง TikTok Shop มูลนิธิอาเซียน และ สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญที่สนับสนุนแบรนด์จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เข้าถึงผู้ชมและผู้ซื้อในภูมิภาค ทำให้ผลงานศิลปะและแนวคิดด้านความยั่งยืนของแบรนด์ถูกส่งต่อไปในระดับอินเตอร์ ขยายอิทธิพลและแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในวงกว้าง พร้อมย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะแหล่งธุรกิจสร้างสรรค์ที่ผสานศิลปะและความรับผิดชอบต่อสังคมได้อย่างลงตัว มองโลกแบบวิชชุลดา &#8220;ไม่มีอะไรไร้ค่า แม้แต่ขยะ&#8221; ผลักดัน Circular Economy การสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมในระดับมหภาคนั้นไม่ง่ายเลย จากรายงาน From Waste To Wealth จัดทำโดยสภาธุรกิจสหภาพยุโรป-อาเซียน และสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/wishulada-social-upcycle-artist/">ถอดรหัส &#8216;วิชชุลดา&#8217; Social Upcycle Artist สร้างอิมแพคที่ยั่งยืน เปลี่ยน &#8216;ผู้ชม&#8217; ให้กลายเป็น &#8216;คอมมูนิตี้&#8217; ที่ต้องการสร้างโลกที่ดีกว่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b> </b>ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถทำแพชชั่นให้เป็นอาชีพได้ แต่ <strong>คุณเอ๋-วิชชุลดา ปันธนวงศ์</strong> เจ้าของแบรนด์และช่อง <a href="https://www.tiktok.com/@wishulada.a" target="_blank" rel="noopener"><strong>Wishulada</strong></a> สามารถทำได้และทำได้อย่างโดดเด่น นี่คือหนึ่งในแบรนด์ไทยที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมในวงกว้าง จากความรักในงานศิลปะและความตระหนักในปัญหาสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การก่อตั้ง <strong>WISHULADA</strong> ที่เปลี่ยนขยะให้กลายเป็นสิ่งมีคุณค่า และสร้างอิมแพคให้โลกใบนี้น่าอยู่ยิ่งขึ้นผ่านงานศิลปะในสไตล์เฉพาะตัว</p>
<p><span id="more-38004"></span></p>
<p>วิชชุลดาไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็น <strong>Social Upcycle Artist</strong> หรือศิลปินที่สร้างมูลค่าใหม่ให้กับสิ่งที่ถูกทิ้งร้าง แต่ยังเติบโตต่อในฐานะแบรนด์ผู้สร้างคอนเทนต์และผลิตภัณฑ์บน <strong>TikTok Shop</strong> ขยายพื้นที่การทำงานจากแกลเลอรีสู่หน้าจอมือถือ ดึงศักยภาพและพลังครีเอทีฟมาสร้างประสบการณ์ให้ผู้ชมนับล้านคนบนแพลตฟอร์ม ทำให้ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลโลกใบนี้ร่วมกันได้</p>
<p>ไม่เพียงแต่สร้างอิมแพคในระดับท้องถิ่น WISHULADA ยังได้เป็นตัวแทนธุรกิจไทยในเวทีสากล ผ่านโครงการ <a href="https://newsroom.tiktok.com/msmes-tiktokshop-th?lang=th-TH" target="_blank" rel="noopener"><strong>ASEAN SOAR Together </strong></a>ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง TikTok Shop มูลนิธิอาเซียน และ สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญที่สนับสนุนแบรนด์จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เข้าถึงผู้ชมและผู้ซื้อในภูมิภาค ทำให้ผลงานศิลปะและแนวคิดด้านความยั่งยืนของแบรนด์ถูกส่งต่อไปในระดับอินเตอร์ ขยายอิทธิพลและแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในวงกว้าง พร้อมย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะแหล่งธุรกิจสร้างสรรค์ที่ผสานศิลปะและความรับผิดชอบต่อสังคมได้อย่างลงตัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38010 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/287344172_1702337613444844_643301850847054775_n.jpg" alt="" width="1200" height="797" /></p>
<p><strong>มองโลกแบบวิชชุลดา &#8220;ไม่มีอะไรไร้ค่า แม้แต่ขยะ&#8221; ผลักดัน </strong><strong>Circular Economy </strong></p>
<p>การสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมในระดับมหภาคนั้นไม่ง่ายเลย จากรายงาน <a href="https://globalcompact-th.com/uploadedfiles/filemanager/source/EU-ABC-EPR-Report-2025-1_250821_104936.pdf" target="_blank" rel="noopener">From Waste To Wealth</a> จัดทำโดยสภาธุรกิจสหภาพยุโรป-อาเซียน และสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน เผยว่าจนถึงวันนี้ภูมิภาคอาเซียนยังคงติดหล่มปัญหาการจัดการขยะ <strong>มีขยะพลาสติกกว่าหนึ่งล้านตันทั่วโลกรั่วไหลสู่มหาสมุทรในแต่ละปี และกว่าครึ่งของจำนวนนี้มาจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจในอาเซียน</strong> ซึ่งเกิดจากการขยายตัวของเมืองที่รวดเร็วขึ้น และแนวโน้มการบริโภคที่สูงขึ้น</p>
<p>ปัญหาขยะเป็นแรงผลักดันแนวคิด <strong>Circular Economy </strong>ที่ใช้ในการทำงานจนถึงวันนี้ และพิสูจน์ได้ว่าธุรกิจที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยลดปริมาณของเสียให้น้อยที่สุด และทำให้วัสดุสามารถกลับมาใช้ใหม่สามารถขับเคลื่อนกลไกเศรษฐกิจในระบบได้จริง จากการมองเห็น &#8216;<strong>มูลค่าของขยะ&#8217;</strong> ที่เกิดขึ้นทุกวันจากระบบธุรกิจ การอุปโภคและบริโภค</p>
<p><em>&#8220;งานของเราไม่ได้จบแค่การสร้างงานศิลปะเท่านั้น เรากำลังส่งเสียงไปถึงทุกคน ให้ได้เห็นปริมาณวัสดุเหลือใช้มากมายจากในชุมชนที่ถูกนำกลับมา upcycle โดยการนำวัสดุเหลือใช้หรือขยะมาดัดแปลงให้กลายเป็น ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์และไอเดียใหม่ ๆ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการแปรรูปทางอุตสาหกรรมที่ซับซ้อน เช่น นำขวดน้ำเก่ามาทำเป็นกระถางต้นไม้&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38005 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/409839102_925819769304378_2686277231579418920_n.jpg" alt="" width="1200" height="870" /></p>
<p><strong>ขยะ </strong><strong>12,800 </strong><strong>กก. กลายเป็นงานศิลปะลดคาร์บอน สร้างรายได้ </strong><strong>6.5 </strong><strong>ล้านบาท สู่ </strong><strong>7 </strong><strong>ชุมชน พิสูจน์ </strong><strong>&#8216;</strong><strong>ศิลปะเปลี่ยนโลกได้จริง</strong><strong>&#8216;</strong></p>
<p><em>&#8220;ในเชิงปฏิบัติ การลงมือทำของเราสามารถแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้จริง และยังดึงผู้คน คอมมูนิตี้มากมายที่อินกับเรื่องนี้เหมือนกัน มาช่วยกันทำจนสเกลงาน และอิมแพคที่ได้มันค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ​ ไม่ว่าจะเป็น <strong>Wire Puller</strong> มือพลาสติกยักษ์ที่สร้างจากขยะพลาสติกของแบรนด์ดังที่เก็บมาได้ หรือการคอแลปกับลัคชูรีแบรนด์สร้างโซฟาจากเศษผ้า ผลงานชิ้นต่าง ๆ ทำให้หลายองค์กรสามารถมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นได้จริง&#8221;</em></p>
<p>ถึงวันนี้งาน Wishulada ได้รีไซเคิลขยะไปแล้วกว่า <strong>12,800 </strong><strong>กิโลกรัม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ </strong><a href="https://vt.tiktok.com/ZSDnNPw1Q/" target="_blank" rel="noopener"><strong>มากกว่า </strong><strong>70,875 </strong><strong>กก.</strong></a> <strong>คาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่า </strong>สร้างรายได้กว่า 6.5 ล้านบาท (ในช่วงปี 2019 – 2024) กระจายสู่ 7 ชุมชนท้องถิ่นที่ทำงานร่วมกัน พิสูจน์<strong> &#8216;Real Impact, Real Change&#8217; </strong></p>
<p><strong>ขับเคลื่อนสังคมด้วยขยะ &#8211; </strong><strong>&#8216;</strong><strong>ศิลปะ</strong><strong>&#8216; </strong><strong>ที่เป็นจริงได้ในโลกทุนนิยม</strong></p>
<p><em>&#8220;เอ๋เรียนจบจากคณะศิลปกรรม ก็อยากจะใช้งานศิลปะ ความเป็นอาร์ต ความเป็นคราฟท์มาสร้างการเปลี่ยนแปลงในมิติของสังคม ชุมชน จากที่ทำหนึ่งคน ก็ค่อยๆ มีทีมเพิ่มเข้ามา ตอนนี้เราจดเป็น social enterprise ดำเนินกิจกรรมไปพร้อมกับจัดเก็บข้อมูลต่างๆ เช่น จำนวน carbon footprint ที่ลดลงและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกิจกรรม, อัตราการจ้างงานชุมชน ฯลฯ ส่งรายงานตามรูปแบบบริษัทที่ไม่ปันผลกำไร 100%&#8221;</em></p>
<p>สิ่งที่ถูกนิยามว่า <strong>ขยะ </strong>กว่า 40 ประเภทต่างเคยผ่านมือทีมงานวิชชุลดามาแล้ว มีทั้งที่อยู่ในรูปแบบ pre-consumer waste หรือวัสดุเหลือใช้จากการผลิต และ post-consumer waste วัสดุที่เหลือจากการใช้งานแล้ว โดยวัสดุทุกประเภทจะถูกนำไปใช้โดยคงสภาพเดิมไว้ให้มากที่สุด ไม่ผ่านการย้อมสีหรือพ่นอะไรลงไปในวัสดุ</p>
<p>เมื่อจบงานก็จะสามารถถอดแยกส่วนและนำวัสดุเหล่านั้นมาหมุนเวียนใช้ซ้ำอีกหลายๆ ครั้ง (upcycle) จนสุดกระบวนการ หากวัสดุหมดความสวยงามไปแล้ว ก็จะนำไป recycle นำวัสดุมาหลอมให้กลายเป็นสิ่งใหม่ เช่น ขวด ฝา ฯลฯ ซึ่งได้รับความยินยอมและเซ็นสัญญาตกลงกับทางแบรนด์ให้สามารถรื้อถอนไปได้ งานเราก็จะอยู่ในระบบ circular economy หมุนเวียนไม่รู้จบ</p>
<p><em>&#8220;อย่างชิ้นงาน installation art ที่ทำจากขวดพลาสติก ใช้กรรไกรตัดให้กลายเป็นดอกไม้เล็กๆ นำเอามาประกอบเป็นหุ่นโดยใช้ลวดยึดทำให้ติดกันเพื่อความคงทนและปลอดภัย ไม่ได้ใช้กาวใดๆ เพราะจะกระทบกับวัสดุเมื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38006 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/167549321_1403146460030629_6563433809770142573_n.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>แต่ก็มีบางชิ้นที่ติดตั้งไว้เป็นระยะเวลาหลายปี หนึ่งในผลงานที่เธอภูมิใจนำเสนอคือซีรีส์ <strong>“Sustainable Map”</strong> แผนที่จากฝาขวดพลาสติกซึ่งเก็บจากแต่ละย่านในกรุงเทพฯ มาเรียงต่อกันเป็นแผนที่ที่สวยงามเหมือนมองลงมาจากท้องฟ้า และต่อยอดให้เป็นแผนที่ที่ใช้งานได้มากขึ้นโดยการติด <strong>QR Code</strong> ไว้บนแผนที่เพื่อให้ผู้คนสามารถสแกนและเดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารท้องถิ่น หรือโรงแรมในย่านนั้นๆ ได้ เป็นการผสานงานศิลปะเข้ากับมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว</p>
<p>วิชชุลดาร่วมเดินทางไปพร้อมกับแบรนด์ที่ต้องการเติบโตอยู่ในสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย 90% เป็นลูกค้าต่างชาติ ที่มาพร้อมโจทย์และวัสดุเหลือใช้จากแบรนด์ ก่อนจะนำมาคิดต่อว่าจะทำออกมารูปแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะหรืองานออกแบบดีไซน์ต่างๆ ทำให้มีลายเซ็นของวิชชุลดาและยังสามารถวัดผลสำเร็จได้จริง</p>
<p><strong>ศิลปะที่คิดตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และผลลัพท์ที่วัดผลได้</strong></p>
<p><em>&#8220;เราพยายามทำให้เห็นว่างานศิลปะถูกแทรกอยู่ในทุกมิติ พ่วงด้วยประเด็นสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นเราสามารถเข้าได้กับทุกแบรนด์ พิสูจน์ให้เห็นว่าศิลปะมีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ และศิลปินสามารถเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ&#8221;</em></p>
<p>คุณเอ๋ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ในทุกโปรเจกต์ มีการชั่งน้ำหนักและคำนวณว่าในแต่ละชิ้นงานใช้ขยะประเภทใดไปบ้าง จำนวนเท่าไหร่ และใช้คนทำงานไปทั้งหมดกี่คน ก็จะมีสูตรในการคำนวณต่างๆ เพื่อแสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า<strong>งานของเธอไม่ได้สร้างขยะเพิ่ม แต่กลับช่วยลดขยะ และสร้างมูลค่ากลับคืนสู่สังคม</strong></p>
<p>อีกหนึ่งความท้าทาย คือการถ่ายทอดแนวคิด Circular Economy สร้างความเชื่อมั่นให้กับคนในชุมชนว่าพวกเขาสามารถทำรายได้จากงานที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และสามารถทำงานร่วมกันกับศิลปินได้ถึงแม้ว่าจะไม่เคยอยู่ในแวดวงศิลปะมาก่อนก็ตาม พร้อมเปิดโอกาสให้<strong>ช่วยออกแบบและต่อยอดไอเดีย</strong>ร่วมกับวิชชุลดา นับเป็นการแลกเปลี่ยนและเชื่อมั่นในความคิดสร้างสรรค์ของกันและกัน</p>
<p>ความสำเร็จของวิชชุลดาเกิดจากการ<strong>ทำงานกับชุมชนบนพื้นฐานของความสมัครใจ</strong> และการสร้าง &#8216;<strong>งานที่เป็นอาชีพ&#8217;</strong> ให้กับพวกเขา อย่างผลงานโซฟาที่ทำจากริมผ้าใช้แล้ว นำมาถักทอใหม่ก็เป็นฝีมือชาวบ้านในสมุทรสาคร ซึ่งนอกจากจะเป็นงานศิลปะที่ช่วยโลกแล้ว ยังเป็นรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับพวกเขาได้ทุกเดือน ทั้งนี้ ชุมชนแต่ละแห่งมีหน่วยตรวจสอบคุณภาพ (QC) ประจำอยู่แล้ว เพื่อรักษามาตรฐานของวิชชุลดา ปัจจุบันวิชชุลดาทำงานร่วมกับชุมชนในสมุทรสาคร ชัยนาท สุรินทร์ นครปฐม และกำลังจะขยายไปที่ชุมชนสระแก้วรวมถึงจังหวัดอื่นๆ อีกมากมาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38007 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/DSCF0569.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ถึงเวลางานศิลปะเพื่อสิ่งแวดล้อมต้องเป็นที่รู้จัก และโตต่อบนโลกโซเชียล</strong></p>
<p>พลังของวิดีโอคอนเทนต์บน TikTok คือคำตอบสำหรับปี 2025 และต่อๆ ไป ด้วยผู้ใช้ที่มากถึง<a href="https://newsroom.tiktok.com/thanks-a-billion?lang=th-TH" target="_blank" rel="noopener"> 1 พันล้านคนทั่วโลก </a>และแฮชแท็กที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเช่น <a href="https://www.tiktok.com/tag/Sustainability?is_from_webapp=1&amp;sender_device=pc" target="_blank" rel="noopener">#Sustainability</a> ที่มีมากกว่าเจ็ดแสนครั้ง และ <a href="https://www.tiktok.com/tag/climatechange?is_from_webapp=1&amp;sender_device=pc" target="_blank" rel="noopener">#ClimateChange</a> ที่มียอดวิวถึง 7.8 พันล้านครั้ง ในปี 2024 ระบบอัลกอริทึมที่นำเรื่องราวไปยังผู้ชมหลากหลายช่วงวัย จนเรื่องสิ่งแวดล้อมกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้ชมโดยไม่รู้ตัว</p>
<p><em>&#8220;TikTok คือแพลตฟอร์มที่มากกว่าความสนุก ยังเป็นอีกช่องทางในการสื่อสารประเด็นเชิงสังคม และสิ่งแวดล้อมได้ดี เป็นอะไรที่เราอยากลอง explore กับกลุ่มผู้ชมที่กว้างขึ้น จากการที่ได้ลองทำคลิปวิดีโอสั้น คอนเทนต์เข้าถึงกลุ่มคนดูใหม่ๆ เช่น Gen Z มากขึ้น เมื่อก่อนเราจะมุ่งเน้นไปที่ B2B 90% ตอนนี้ก็เริ่มสนใจ B2C ด้วย เราก็มองว่า เป็นอีกพาร์ทนึงที่ทําให้คนรู้จัก แล้วก็เข้าใจวิชชุลดามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเบื้องหลังการทำงาน และโปรดักส์ที่เรา on shelf ใน TikTok Shop ทำให้ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38008 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/DSC03286.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><strong>ถอดสมการตลาดวิชชุลดา: ลุย </strong><strong>TikTok </strong><strong>ยังไงให้ยังมีลายเซนต์วิชชุลดา</strong><strong>?</strong></p>
<p><em>กดสูตร </em><strong><em>Customer value-driven impact</em></strong> <em>การตลาดที่เทิร์นการบริโภคเป็นพลังขับเคลื่อนสังคม</em></p>
<p>แม้ว่า TikTok จะเป็นแหล่งรวมเทรนด์และความบันเทิง แต่ผู้ชมในปี 2025 ลึกซึ้งและมองหาอะไรที่มากกว่านั้น แพลตฟอร์มที่ส่ง value content ไปถึงผู้ชมมากขึ้น และยังคงมีความเป็นตัวตนอยู่ในนั้น ตรงกับสูตร &#8220;คอนเทนต์&#8221; กับ &#8220;ผลิตภัณฑ์&#8221; ของวิชชุลดา</p>
<p>ในเชิงคอนเทนต์ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะเห็นเบื้องหลังการทำงาน วงการ upcycling และลูกค้าเห็นชัดเจนว่าจะ<strong> &#8216;</strong><strong>ได้อะไร จากวิชชุลดา&#8217; และ &#8216;ให้อะไร กับสังคม&#8217;</strong></p>
<p>ในเชิงผลิตภัณฑ์ <strong>ทุกสินค้าจากแบรนด์จะมีเพียงชิ้นเดียวบนโลก และมี </strong><strong>identity </strong><strong>ของมัน </strong>ทำให้สินค้ามีเสน่ห์ในตัวเอง รวมถึงการช่วยโลกให้น่าอยู่ขึ้นก็ทำให้สินค้าเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38009" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/796200-1024x1024.jpg" alt="" width="700" height="700" /></p>
<p><strong>เทคนิคเปลี่ยน </strong><strong>vision </strong><strong>เป็น </strong><strong>action : </strong><strong>เปลี่ยนผู้ชมเป็น &#8216;ลูกค้า&#8217; ที่ต้องการสร้างโลกที่ดีกว่า</strong></p>
<p><strong>เปลี่ยนจาก &#8216;ผู้ตามกระแส&#8217; เป็น &#8216;ผู้สร้างคุณค่า&#8217;</strong></p>
<p>ไม่ตามเทรนด์แบบผิวเผิน เพราะคลิปที่จะปังและสร้าง value ให้แบรนด์ได้จะต้องมีความเป็นตัวเองด้วยอย่างชัดเจน การที่เรากำลังนำเสนอคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์ ให้แรงบันดาลใจ หรือความรู้เฉพาะทางอย่างสม่ำเสมอ จะถูกยกสถานะให้เป็น <strong>&#8216;Content of Value&#8217;</strong> ซึ่งหมายถึงการเข้าถึงผู้ชมได้มากขึ้นหลายเท่าตัว</p>
<p><strong>สิ่งที่ &#8216;เชี่ยวชาญ&#8217; คืออาวุธลับบนแพลตฟอร์ม</strong></p>
<p><strong>&#8216;</strong><strong>ศิลปะจากขยะ&#8217;</strong> และ &#8216;<strong>เศรษฐกิจหมุนเวียน&#8217;</strong> คือความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวที่จะทำให้วิชชุลดาแตกต่างและโดดเด่นกว่าใคร คุณเอ๋เลือกที่จะไม่โชว์เฉพาะงานที่เสร็จแล้ว แต่เลือกโชว์ <strong>&#8216;</strong><strong>วิธีการ</strong><strong>&#8216; </strong>เปลี่ยนขยะให้กลายเป็นงานศิลปะ โชว์ผลลัพธ์การลดขยะที่จับต้องได้ และการทำงานกับชุมชนในรูปแบบวิดีโอสั้น ขณะเดียวกันก็ทำให้เป็นเรื่องใกล้ตัว กระตุ้นผู้ชมเพื่อให้รู้สึกอยากเข้ามามีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงนี้</p>
<p><strong>TikTok Shop </strong><strong>มากกว่าแพลตฟอร์มการขาย สู่การเป็น </strong><strong>Networking Platform </strong><strong>แห่งโอกาสที่ทำให้แบรนด์รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเรา สู่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืน</strong></p>
<p>นอกเหนือจากการนำเสนอผลงานศิลปะเพื่อสิ่งแวดล้อม คุณเอ๋ยังสร้างสรรค์วิดีโอคอนเทนต์หลากหลายมิติเพื่อให้ผู้ชมเข้าใจบทบาทการขับเคลื่อน Social Enterprise ที่ใช้กลไกการตลาดเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก (<strong>Value-Driven Marketing</strong>) โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม มากกว่าการมุ่งเน้นผลกำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว และค่อยๆ เปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นผู้บริโภคที่มีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น</p>
<p><em>&#8220;เอ๋สร้างคลิปสั้นเล่าเรื่องราวของเราผ่านทุกขั้นตอนการสร้างสรรค์ผลงาน เมื่อลูกค้าเข้ามาดูและได้รู้ที่มาที่ไป เข้าใจคอนเซปต์การทำงาน และเห็นผลลัพธ์ที่วัดได้อย่างชัดเจน พวกเขาจึงเกิดความเชื่อมั่นในแนวทางการช่วยโลกผ่านงานศิลปะมากขึ้น ส่งผลให้วิชชุลดาได้รับโอกาสในการทำงานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานนิทรรศการ งาน product design หรืองาน art installation ทุกผลงานล้วนส่งต่อพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38011 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/DSC03308.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><strong>TikTok Shop </strong><strong>เสริมพลังแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก ผ่านแคมเปญ </strong><strong>ASEAN SOAR</strong></p>
<p>วิชชุลดาคว้าตำแหน่งในท็อปลิสต์ของ <strong>ASEAN SOAR</strong> (South East Asia Opportunity And Reach) แคมเปญระดับภูมิภาคที่ TikTok Shop จัดขึ้นเพื่อยกย่องแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจและพิสูจน์ศักยภาพในการเติบโตสู่ตลาดโลกผ่านอีคอมเมิร์ซ โดยมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน และเปลี่ยนความภาคภูมิใจในผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้เป็นโอกาสทางธุรกิจระหว่างประเทศ</p>
<p>ในฐานะตัวแทนประเทศไทย วิชชุลดาโดดเด่นด้วย <strong>หัวใจ</strong> ของการ &#8216;<strong>สร้างสรรค์&#8217; </strong>และ &#8216;<strong>ให้คืนสังคม&#8217; </strong> บนแพลตฟอร์ม TikTok Shop และยังพิสูจน์ให้เห็นว่าธุรกิจท้องถิ่นไทยสามารถขยายฐานลูกค้าไปทั่วโลกได้จริงผ่านพลังของอีคอมเมิร์ซ และการเข้าถึงจากผู้บริโภคทั่วทุกมุมโลก</p>
<p>TikTok Shop ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างตำแหน่งของวิชชุลดาในฐานะแบรนด์เพื่อสังคมเท่านั้น แต่ยังมีส่วนยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมและการประกอบการที่ยั่งยืนในอาเซียน ความสำเร็จของวิชชุลดาเป็นต้นแบบที่แสดงให้เห็นว่า ศิลปะเพื่อสิ่งแวดล้อมและโซลูชัน on-app อีคอมเมิร์ซบน TikTok สามารถผสานกันเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ทั้งในด้านรายได้และความรับผิดชอบต่อสังคมโลก</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/wishulada-social-upcycle-artist/">ถอดรหัส &#8216;วิชชุลดา&#8217; Social Upcycle Artist สร้างอิมแพคที่ยั่งยืน เปลี่ยน &#8216;ผู้ชม&#8217; ให้กลายเป็น &#8216;คอมมูนิตี้&#8217; ที่ต้องการสร้างโลกที่ดีกว่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยยูเนี่ยน จับมือพันธมิตรใช้โดรนและ AI แก้ปัญหาขยะพลาสติกและอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งในท้องทะเล</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/tu-collab-arri-to-recover-ghost-gear/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Nov 2025 14:07:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Aerial Recon & Recovery Initiative]]></category>
		<category><![CDATA[ARRI]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Ocean Clean Up]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Responsible Sourcing]]></category>
		<category><![CDATA[Sea Change 2030]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Union]]></category>
		<category><![CDATA[TU]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ธันยา กาญจนรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ประมง]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[อดัม เบรนนัน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[อุปกรณ์ประมง]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37877</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ผลิตอาหารทะเลชั้นนำของโลก ได้ร่วมมือกับโครงการ Aerial Recon &#38; Recovery Initiative (ARRI) เพื่อใช้เทคโนโลยีโดรนและปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอในการค้นหาและกำจัดขยะพลาสติกทางทะเลที่อันตรายที่สุดประเภทหนึ่ง ได้แก่ อุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในทะเล (Ghost Gear) จากน่านน้ำชายฝั่งบริเวณเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจระดับโลกของไทยยูเนี่ยน ภายใต้กลยุทธ์ SeaChange® 2030 ที่ตั้งเป้าในการลดการรั่วไหลของพลาสติกลงสู่มหาสมุทรให้ได้ 1,500 ตัน ภายในปี พ.ศ. 2573 โดยผสานความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยนเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยของ ARRI เพื่อช่วยปกป้องระบบนิเวศทางทะเลที่เปราะบาง ความร่วมมือนี้ต่อยอดจากโครงการต่าง ๆ ของไทยยูเนี่ยนที่มุ่งจัดการปัญหามลพิษจากขยะพลาสติกในหลายพื้นที่ เช่น การร่วมมือกับ Second Life องค์กรเพื่อสังคมที่มีเป้าหมายในการสร้างกลุ่มคนที่เก็บรวบรวมและรีไซเคิลขยะพลาสติกในชุมชนภาคใต้ของประเทศไทย การทำงานร่วมกับ Seven Clean Seas ผ่านโครงการ HIPPO (High Impact Plastic Pollution remOver) ให้การสนับสนุนการดำเนินงานเรือเก็บขยะพลังงานแสงอาทิตย์ ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณวัดจากแดง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/tu-collab-arri-to-recover-ghost-gear/">ไทยยูเนี่ยน จับมือพันธมิตรใช้โดรนและ AI แก้ปัญหาขยะพลาสติกและอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งในท้องทะเล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> หนึ่งในผู้ผลิตอาหารทะเลชั้นนำของโลก ได้ร่วมมือกับโครงการ <strong>Aerial Recon &amp; Recovery Initiative (ARRI)</strong> เพื่อใช้เทคโนโลยีโดรนและปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอในการค้นหาและกำจัดขยะพลาสติกทางทะเลที่อันตรายที่สุดประเภทหนึ่ง ได้แก่ อุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในทะเล (Ghost Gear) จากน่านน้ำชายฝั่งบริเวณเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี</p>
<p><span id="more-37877"></span></p>
<p>ความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจระดับโลกของไทยยูเนี่ยน ภายใต้กลยุทธ์<strong> SeaChange® 2030</strong> ที่ตั้งเป้าในการลดการรั่วไหลของพลาสติกลงสู่มหาสมุทรให้ได้ 1,500 ตัน ภายในปี พ.ศ. 2573 โดยผสานความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยนเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยของ ARRI เพื่อช่วยปกป้องระบบนิเวศทางทะเลที่เปราะบาง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37879 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TU-x-WPN-1-Re.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p>ความร่วมมือนี้ต่อยอดจากโครงการต่าง ๆ ของไทยยูเนี่ยนที่มุ่งจัดการปัญหามลพิษจากขยะพลาสติกในหลายพื้นที่ เช่น การร่วมมือกับ Second Life องค์กรเพื่อสังคมที่มีเป้าหมายในการสร้างกลุ่มคนที่เก็บรวบรวมและรีไซเคิลขยะพลาสติกในชุมชนภาคใต้ของประเทศไทย การทำงานร่วมกับ Seven Clean Seas ผ่านโครงการ HIPPO (High Impact Plastic Pollution remOver) ให้การสนับสนุนการดำเนินงานเรือเก็บขยะพลังงานแสงอาทิตย์ ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณวัดจากแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อดักจับขยะในแม่น้ำ ช่วยลดปริมาณขยะในบริเวณดังกล่าว และร่วมป้องกันปัญหาขยะไหลออกสู่ท้องทะเลรวมถึงการจัดกิจกรรมเก็บขยะทั่วโลกที่ระดมพนักงานและพันธมิตรของไทยยูเนี่ยนให้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>มร.อดัม เบรนนัน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มลพิษทางทะเลจากขยะพลาสติกมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะใช้แนวทางเดิม ๆ รับมือได้ ด้วยการผสานเทคโนโลยีโดรนและเอไออันล้ำสมัยของ ARRI เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนของไทยยูเนี่ยน เรากำลังลงมือแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อลดภัยคุกคามที่คงอยู่ยาวนานที่สุดในมหาสมุทร และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกเพื่อมุ่งฟื้นฟูสุขภาพของมหาสมุทร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37880 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TU-x-ARRI-2.jpg" alt="" width="1200" height="901" /><br />
<strong>ใช้เทคโนโลยีเพื่อค้นหาและกำจัดอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในทะเล</strong></p>
<p>อุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในทะเล (Ghost Gear) ถือเป็นขยะทางทะเลที่สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง เพราะเป็นกับดักของสัตว์น้ำ ทำลายแนวปะการัง และคุกคามทรัพยากรประมงและวิถีชีวิตชายฝั่ง เนื่องจากขยะประเภทนี้สามารถลอยอยู่ในทะเลโดยไม่ถูกพบเห็นเป็นเวลาหลายปี การค้นหาและเก็บกู้จึงเป็นเรื่องท้าทายมาโดยตลอด โครงการระยะเวลา 6 เดือนระหว่างไทยยูเนี่ยนและ ARRI นี้จะใช้เทคโนโลยีโดรนและเอไอเพื่อตรวจสอบและระบุพิกัดของเครื่องมือเหล่านี้ ตลอดพื้นที่กว่า 12 ตารางกิโลเมตรรอบเกาะพะงัน ซึ่งเป็นพื้นที่อุดมไปด้วยแนวปะการังและหญ้าทะเล เพื่อทำการเก็บและนำไปรีไซเคิลต่อไป</p>
<p>ARRI ใช้โดรนติดกล้องที่สามารถบันทึกภาพทุก 2 วินาที ทำให้ได้ภาพถ่ายความละเอียดสูงนับพันภาพ จากนั้นจะนำภาพเหล่านี้เข้าสู่ระบบเอไอที่พัฒนาโดย ARRI ซึ่งถูกฝึกให้สามารถระบุอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในทะเลได้โดยเฉพาะ ช่วยให้สามารถระบุตำแหน่งขยะและดำเนินการเก็บกู้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37881 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TU-x-ARRI-24.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p>วัสดุที่เก็บได้จะถูกชั่งน้ำหนัก คัดแยก และนำไปรีไซเคิลอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนและฟื้นฟูถิ่นอาศัยทางทะเลที่สำคัญ ในระหว่างโครงการนี้ ARRI และไทยยูเนี่ยนคาดว่าจะสามารถเก็บขยะได้ไม่น้อยกว่า 3,230 กิโลกรัม ซึ่งจะช่วยปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศชายฝั่งโดยตรง</p>
<p><strong>ดร. ธันยา กาญจนรักษ์</strong> ผู้อำนวยการโครงการ ARRI กล่าวว่า เทคโนโลยีของเราช่วยให้สามารถตรวจสอบพื้นที่มหาสมุทรขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำสูงสุด ทำให้ทีมสามารถกำหนดเป้าหมายในการเก็บกู้ในจุดที่มีผลกระทบมากที่สุด การร่วมมือกับไทยยูเนี่ยนทำให้เราสามารถขยายขอบเขตการทำงาน มีส่วนร่วมกับชุมชนมากขึ้น และสร้างวิธีแก้ปัญหาระยะยาวต่อวิกฤตอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในท้องทะเลได้​</p>
<p>โครงการนี้ยังมุ่งเน้นการป้องกัน โดย ARRI ทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นและชาวประมงเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในท้องทะเล ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการให้ความรู้และการร่วมมือกัน เพื่อให้ชาวประมงทิ้งอุปกรณ์ที่ชำรุดอย่างถูกวิธีป้องกันการปล่อยลงสู่ทะเล ซึ่งจะช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องเก็บกู้ในอนาคตและเสริมสร้างท้องทะเลที่อุดมสมบูรณ์ในระยะยาว โครงการนี้ยังสนับสนุนพันธกิจของไทยยูเนี่ยนที่มุ่งสร้าง “การมีสุขภาพที่ดีและท้องทะเลที่อุดมสมบูรณ์” (Healthy Living, Healthy Oceans) เพื่อให้ระบบนิเวศทางทะเลสามารถคงอยู่เพื่อผู้คนและโลกของเรา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37882 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TU-x-ARRI-20-Re.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p>ในภาคใต้ของประเทศไทย ไทยยูเนี่ยนยังร่วมมือกับ Second Life เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับชุมชนเกาะและชายฝั่งในการเก็บและรีไซเคิลพลาสติก เพื่อเปลี่ยนของเสียให้เป็นรายได้และวัสดุที่กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง</p>
<p>ในกรุงเทพฯ ไทยยูเนี่ยนร่วมมือกับ Seven Clean Seas เพื่อเก็บขยะพลาสติกจากแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนที่จะไหลลงสู่อ่าวไทย<br />
ไทยยูเนี่ยนยังคงระดมพนักงานและพันธมิตรทั่วโลก ทั้งในทวีปเอเชีย ยุโรป แอฟริกา และอเมริกาเหนือ เพื่อร่วมกันรับผิดชอบในการปกป้องมหาสมุทร</p>
<p>นอกจากนี้ ไทยยูเนี่ยนยังทำงานผ่านพันธมิตรระดับโลก เช่น Global Ghost Gear Initiative (GGGI) และ International Seafood Sustainability Foundation (ISSF) เพื่อสร้างความรับผิดชอบและนวัตกรรมของอุตสาหกรรมในการลดขยะทางทะเลและการประมงอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37883 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TU-x-SecondLife-1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>“ความท้าทายนี้ยิ่งใหญ่มาก แต่ความก้าวหน้ามาจากการร่วมมือกัน นับตั้งแต่โดรนและเอไอ ไปจนถึงการเก็บขยะจากแม่น้ำและการรีไซเคิลแบบหมุนเวียน โครงการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงพลังของการทำงานร่วมกันระหว่างภาคอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ และชุมชนในการแก้ปัญหาขยะพลาสติกในมหาสมุทร”</em> มร.​เบรนนัน กล่าวเพิ่มเติม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/tu-collab-arri-to-recover-ghost-gear/">ไทยยูเนี่ยน จับมือพันธมิตรใช้โดรนและ AI แก้ปัญหาขยะพลาสติกและอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งในท้องทะเล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องสถานการณ์ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; พร้อมเป้าหมายขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ &#8216;Zero Food Waste&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/zero-food-waste-roadmap/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 26 Oct 2025 17:25:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Consumption]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Food Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[FoodLoss]]></category>
		<category><![CDATA[FoodSecurity]]></category>
		<category><![CDATA[FoodWaste]]></category>
		<category><![CDATA[FoodWasteManagement]]></category>
		<category><![CDATA[info]]></category>
		<category><![CDATA[Responsible]]></category>
		<category><![CDATA[Roadmap]]></category>
		<category><![CDATA[SurplusFood]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[UN SDG Goals]]></category>
		<category><![CDATA[WorldFoodDay]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ความมั่นคงทางอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37472</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; ปี 2567 ประเทศไทยมีขยะอาหารกว่า 10.1 ล้านตัน/ปี หรือ 154 กิโลกรัม/คน/ปี สัดส่วนขยะอาหาร คิดเป็น 36.79% หรือราว 1 ใน 3 ของปริมาณมูลฝอยทั้งประเทศ 40% ยังรับประทานได้ และ 60% ไม่สามารถรับประทานได้ แหล่งกำเนิด สำคัญของ ขยะอาหาร ประกอบด้วย ตลาดสด มีปริมาณขยะอาหารถึง 77.26% จากปริมาณมูลฝอยโดยรวมที่เกิดขึ้น​ ห้าง/ร้าน มีปริมาณขยะอาหาร 54.94% สำนักงาน มีปริมาณขยะอาหาร 41.41% คอนโดมิเนียม มีปริมาณขยะอาหาร 40.98% โรงแรม มีปริมาณขยะอาหาร 37.03% วัด มีปริมาณขยะอาหาร 35.82% ครัวเรือน มีปริมาณขยะอาหาร 35.29% สถานศึกษา มีปริมาณขยะอาหาร 30.48% นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการจัดการ Food Waste ในประเทศไทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/zero-food-waste-roadmap/">ส่องสถานการณ์ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; พร้อมเป้าหมายขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ &#8216;Zero Food Waste&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>ปี 2567 ประเทศไทยมีขยะอาหารกว่า 10.1 ล้านตัน/ปี หรือ 154 กิโลกรัม/คน/ปี สัดส่วนขยะอาหาร คิดเป็น 36.79% หรือราว 1 ใน 3 ของปริมาณมูลฝอยทั้งประเทศ 40% ยังรับประทานได้ และ 60% ไม่สามารถรับประทานได้</p>
<p><span id="more-37472"></span></p>
<p><strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">แหล่งกำเนิด</span> สำคัญของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ขยะอาหาร</span> ประกอบด้วย</strong></p>
<ul>
<li>ตลาดสด มีปริมาณขยะอาหารถึง 77.26% จากปริมาณมูลฝอยโดยรวมที่เกิดขึ้น​</li>
<li>ห้าง/ร้าน มีปริมาณขยะอาหาร 54.94%</li>
<li>สำนักงาน มีปริมาณขยะอาหาร 41.41%</li>
<li>คอนโดมิเนียม มีปริมาณขยะอาหาร 40.98%</li>
<li>โรงแรม มีปริมาณขยะอาหาร 37.03%</li>
<li>วัด มีปริมาณขยะอาหาร 35.82%</li>
<li>ครัวเรือน มีปริมาณขยะอาหาร 35.29%</li>
<li>สถานศึกษา มีปริมาณขยะอาหาร 30.48%</li>
</ul>
<p><br class="html-br" />นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการจัดการ Food Waste ในประเทศไทย มีสาเหตุสำคัญ ต่อไปนี้</p>
<p>1. ขาดฐานข้อมูลปริมาณขยะอาหารจากแต่ละภาคส่วน<br class="html-br" />2. การเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค (การบริโภค &#8211; การทิ้ง)<br class="html-br" />3. ไม่มีแนวปฏิบัติ ป้องกัน ลด และใช้ประโยชน์ขยะอาหารจากแหล่งกำเนิด<br class="html-br" />4. การบริจาคและส่งต่ออาหารส่วนเกินไม่ครอบคลุมทั้งประเทศ<br class="html-br" />5. ขาดแรงจูงใจ เครื่องมือ กลไก ให้ภาคธุรกิจปรับเปลี่ยนแนวปฏิบัติ ขณะที่เทคโนโลยียังมีราคาแพง<br class="html-br" />6. ไม่มีระบบคัดแยกขยะ ขาดระบบการจัดเก็บ และรายงานข้อมูลขยะอาหาร<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>เส้นทางสู่ Zero Food Waste</strong></p>
<p>ประเทศไทย ได้มีการจัดทำโรดแม็พจัดการขยะอาหาร (พ.ศ.2566 &#8211; 2573) โดยวางเป้าหมายให้สอดคล้องกับ UN SDG Goals ในเป้าหมาย 12.3 ด้านการผลิตและบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Consumption &amp; Production) โดยโฟกัสมิติลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร โดยได้กำหนด​แผนขับเคลื่อน ออกเป็น 2 ระยะ คือ</p>
<ul>
<li>ระยะที่ 1 การพัฒนารูปแบบการลดขยะอาหาร (พ.ศ.2566-2570) ตั้งเป้าลดปริมาณอาหารจากแหล่งกำเนิดขยะให้น้อยลงกว่า 25% ในปี 2570</li>
<li>ระยะที่ 2 การขยายผลการลดขยะอาหาร (พ.ศ.2571-2573) ตั้งเป้าลดปริมาณอาหารจากแหล่งกำเนิดขยะให้น้อยกว่า 50% ในปี 2573</li>
</ul>
<p>โดยในแต่ละปี ได้กำหนดมาตรการสำคัญ เพื่อสามารถขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย​ที่วางไว้ ไว้ดังนี้</p>
<p><br class="html-br" /><strong>ปี 2566</strong></p>
<ul>
<li>ป้องกัน ลด จัดการขยะอาหารในภาคผู้จำหน่าย/ผู้ประกอบการ</li>
<li>ปรับพฤติกรรมผู้บริโภค แนวปฏิบัติผู้จำหน่าย/ผู้ประกอบการ ลดขยะอาหาร</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2567</strong></p>
<ul>
<li>ผลักดันให้ประชาชนคัดแยกขยะอาหาร</li>
<li>ผลักดันระบบคัดแยก เก็บขนขยะแบบแยกประเภท</li>
<li>จัดระบบการจัดการขยะมูลฝอย ณ สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2568</strong></p>
<ul>
<li>พัฒนาระบบข้อมูลขยะอาหาร</li>
<li>พัฒนาแพลตฟอร์มเครือข่าย Networking</li>
<li>พัฒนารูปแบบ Business to Business Model</li>
<li>สร้างระบบ Food Waste Knowledge Hub</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2569-2570</strong></p>
<ul>
<li>พัฒนานวัตกรรมการจัดการขยะอาหารสำหรับผู้ประกอบการและชุมชน</li>
<li>สร้างเครือข่ายการจัดการและใช้ประโยชน์ขยะอาหาร</li>
<li>สร้างกลไกแรงจูงใจด้านการเงินหรือภาษีผู้จำน่ายและผู้ประกอบการ</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2571-2573 <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Goal</span></strong></p>
<ul>
<li>ประกาศ Zero Food Waste ณ แหล่งกำเนิด</li>
<li>เพิ่มเครือข่ายการนำอาหารส่วนเกินไปใช้ประโยชน์</li>
</ul>
<p>​<br class="html-br" />อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมความตระหนักรู้ในเรื่องของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">การบริโภคที่ยั่งยืน</span> เป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถช่วยลดปริมาณขยะอาหารจากแหล่งกำเนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ​ ซึ่งสามารถปลูกฝังได้ผ่านแนวทาง ต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>บริโภคอย่างพอเพียงและมีสติ ซื้อเท่าที่จำเป็น</li>
<li>เข้าถึงข้อมูลที่โปร่งใส ฉลากสิ่งแวดล้อม วันหมดอายุ คุณค่าอาหาร</li>
<li>พฤติกรรมผู้บริโภคใหม่ หนุนสินค้าท้องถิ่น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</li>
<li>การมีส่วนร่วมของสังคม วัฒนธรรมแบ่งปัน Food Sharing/Food Bank</li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/zero-food-waste-roadmap/">ส่องสถานการณ์ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; พร้อมเป้าหมายขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ &#8216;Zero Food Waste&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>4 มาตรการ 10 เครื่องมือ ประเทศไทย เร่งเป้าหมายจัดการ &#8216;ขยะพลาสติก&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/plastic-waste-management-roadmap-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Sep 2025 04:26:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Data Base]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[Garbage]]></category>
		<category><![CDATA[Marine]]></category>
		<category><![CDATA[Ocean Garbage]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic Waste Management Roadmap]]></category>
		<category><![CDATA[PlasticWaste]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Recycling]]></category>
		<category><![CDATA[single-use plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[จัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ทช.]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องมือ]]></category>
		<category><![CDATA[โรดแม็พ]]></category>
		<category><![CDATA[โรดแม็พจัดการขยะพลาสติก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36536</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; ข้อมูลจาก &#8216;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&#8217; (ทช.)  ระบุข้อมูลปี 2566 พบว่า ประเทศไทย มี ขยะทะเล 30,239-45,358 ตัน ซึ่งยังคงติด Top10 พื้นที่ที่พบขยะทะเลมากที่สุดของโลก แม้ว่าอันดับอาจจะขยับลง แต่ปริมาณขยะ​กลับเพิ่มมากขึ้น โดยประเภทหลักของ ‘ขยะทะเล’ ส่วนใหญ่ที่พบคือ ขยะพลาสติก&#8211; ปัญหาที่เกิดขึ้นนำมาสู่การวางโรดแม็พจัดการขยะพลาสติก เพื่อลดปริมาณการเกิดและตกค้างของขยะในทะเล พร้อมทั้งสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้ ตามหลัก Circular Economy&#8211; ปัจจุบันประเทศไทยกำลังขับเคลื่อน โรดแม็พจัดการขยะพลาสติก อยู่ในแผนระยะที่ 2 โดยตั้งเป้าปี 2570 ต้องบรรลุ 3 ประเด็น ต่อไปนี้1. การลดปริมาณขยะพลาสติกเป้าหมายไปสู่หลุมฝังกลบ ทั้ง 100%โดยกลุ่มพลาสติกเป้าหมาย ประกอบด้วย o ถ้วย/แก้ว พลาสติกo ขวดพลาสติกo ถุงพลาสติกหูหิ้วo บรรจุภัณฑ์ฟิล์มพลาสติกชั้นเดียวo ฝาขวด2. นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเป้าหมายดังกล่าว เข้าสู่ระบบรีไซเคิล ให้ได้ทั้ง 100%3. ลดปริมาณขยะพลาสติกที่มีโอกาสหลุดรอดลงสู่ทะเล 50%กำหนด 4 มาตรการลดขยะ &#8216;ต้นทางถึงปลายทาง’ มาตรการที่ 1 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/plastic-waste-management-roadmap-2/">4 มาตรการ 10 เครื่องมือ ประเทศไทย เร่งเป้าหมายจัดการ &#8216;ขยะพลาสติก&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>ข้อมูลจาก<strong> &#8216;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&#8217;</strong> (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ทช.) </span> ระบุข้อมูลปี 2566 พบว่า ประเทศไทย มี <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ขยะทะเล</span> 30,239-45,358 ตัน ซึ่งยังคงติด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Top10</span> พื้นที่ที่พบขยะทะเลมากที่สุดของโลก</p>
<p><span id="more-36536"></span><br class="html-br" />แม้ว่าอันดับอาจจะขยับลง แต่ปริมาณขยะ​กลับเพิ่มมากขึ้น โดยประเภทหลักของ ‘ขยะทะเล’ ส่วนใหญ่ที่พบคือ <strong>ขยะพลาสติก</strong><br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; ปัญหาที่เกิดขึ้นนำมาสู่การวางโรดแม็พจัดการขยะพลาสติก เพื่อลดปริมาณการเกิดและตกค้างของขยะในทะเล พร้อมทั้งสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้ ตามหลัก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Circular Economy</span><br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; ปัจจุบันประเทศไทยกำลังขับเคลื่อน โรดแม็พจัดการขยะพลาสติก อยู่ในแผนระยะที่ 2 โดยตั้งเป้าปี 2570 ต้องบรรลุ 3 ประเด็น ต่อไปนี้<br class="html-br" /><br class="html-br" />1. การลดปริมาณขยะพลาสติกเป้าหมายไปสู่หลุม<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ฝังกลบ</span> ทั้ง 100%<br class="html-br" />โดยกลุ่มพลาสติกเป้าหมาย ประกอบด้วย</p>
<p>o ถ้วย/แก้ว พลาสติก<br class="html-br" />o ขวดพลาสติก<br class="html-br" />o ถุงพลาสติกหูหิ้ว<br class="html-br" />o บรรจุภัณฑ์ฟิล์มพลาสติกชั้นเดียว<br class="html-br" />o ฝาขวด<br class="html-br" /><br class="html-br" />2. นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเป้าหมายดังกล่าว เข้าสู่ระบบ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">รีไซเคิล</span> ให้ได้ทั้ง 100%<br class="html-br" />3. ลดปริมาณขยะพลาสติกที่มีโอกาสหลุดรอดลงสู่ทะเล 50%<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>กำหนด 4 มาตรการลดขยะ &#8216;ต้นทางถึงปลายทาง’</strong></p>
<p>มาตรการที่ 1 : การผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม : ผ่านการจัดกลุ่มและกำหนดประเภทผลิตภัณฑ์พลาสติกเพื่อการนำกลับมารีไซเคิล พร้อมเพิ่มแรงจูงใจ (Incentive) สำหรับสินค้า E<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">co design</span><br class="html-br" /><br class="html-br" />มาตรการที่ 2 : การลดขยะพลาสติกในขั้นตอนการบริโภค : เพื่อลดการใช้ในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น เช่น ลดการให้พลาสติกใช้แล้วทิ้ง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Single Use</span> Plastic ​รณรงค์การใช้ภาชนะแบบใช้ซ้ำ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Reuse</span> หรือบริการ Refill Station<br class="html-br" /><br class="html-br" />มาตรการที่ 3 : การจัดการขยะพลาสติกหลังการบริโภค : ส่งเสริมการ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">แยกขยะ</span> เพื่อลดการปนเปื้อน พร้อมเพิ่มศักยภาพธุรกิจหรือระบบที่เชื่อมโยงการรวบรวม คัดแยก และรีไซเคิล เช่น ​รถเร่ ซาเล้ง ร้านรับซื้อของเก่า คนเก็บขยะ หรือธุรกิจอัพไซเคิลต่างๆ<br class="html-br" /><br class="html-br" />มาตรการที่ 4 : การจัดการขยะพลาสติกในทะเล : วางระบบป้องกัน จัดเก็บ และจัดการ​ขยะบนพื้นที่เกาะ ​​นักท่องเที่ยว รวมทั้งเครื่องมือประมง เพื่อป้องกันการ​หลุดรอดลงสู่ทะเล<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>นำเสนอ 10 เครื่องมือ ลดขยะพลาสติก</strong></p>
<p>1. รูปแบบการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">EPR</span>)<br class="html-br" />2. มาตรฐานผลิตภัณฑ์พลาสติก (ภาคบังคับ)<br class="html-br" />3. หลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติ การออกแบบผลิตภัณฑ์<br class="html-br" />4. สัญลักษณ์ประเภทผลิตภัณฑ์พลาสติก (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Eco Mark</span>)<br class="html-br" />5. มาตรฐานและระบบการรับรองวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิล (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">PCR</span> Mark)<br class="html-br" />6. มาตรฐานและคุณลักษณะเศษพลาสติก<br class="html-br" />7. Digital Platform Recycle เพื่อเป็นตลาดกลาง (Recycle market place) ภาคธุรกิจรีไซเคิล<br class="html-br" />8. รายการสินค้าสีเขียว ในระบบการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว<br class="html-br" />9. ผลงานวิจัยและพัฒนาตามหัวข้อที่กำหนด<br class="html-br" />10. ฐาน<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ข้อมูล</span> พลาสติกของประเทศ (ฐานข้อมูลกลาง) <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Data Base</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/plastic-waste-management-roadmap-2/">4 มาตรการ 10 เครื่องมือ ประเทศไทย เร่งเป้าหมายจัดการ &#8216;ขยะพลาสติก&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>10 ประเทศผู้นำ แห่งการ &#8216;รีไซเคิล&#8217; ขวดพลาสติก PET</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/top-countries-leading-pet-recycling/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Sep 2025 15:54:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[CircularEconomy]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[PETBottle]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[PlasticWaste]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[SingleusePlastic]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycle]]></category>
		<category><![CDATA[WasteManagement]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36317</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มมากขึ้นทุกปี ขณะที่ความตระหนักและ​​ร่วมมือ เพื่อลดและเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง Singleuse ยังอยู่ในอัตราต่ำ รวมทั้งยังมีการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกมากเกินความจําเป็น ทำให้​ขยะพลาสติกบางส่วนหลุดรอดลงสู่แหล่งน้ำและทะเล ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในทะเล&#8211; ภาพรวมทั่วโลกพบว่า มีปริมาณขยะพลาสติกที่ถูกรวบรวมเพื่อนำไปรีไซเคิล​เพียง 9% ของขยะพลาสติกทั้งหมด &#8211; ที่เหลืออีก 91% ถูกนำเข้าสู่กระบวนการฝังกลบ เผาทำลาย หรือกลายเป็นขยะในสิ่งแวดล้อม &#8211; คาดการณ์ปริมาณพลาสติกในปัจจุบันกว่า 8-14 ล้านตัน ถูกทิ้งลงในมหาสมุทรทุกปี ประกอบกับการจัดการขยะพลาสติกในอัตราที่ต่ำกว่าเกณฑ์ ส่งผลให้แต่ละปีมีสัตว์ทะเลถูกสังเวยจากมลพิษพลาสติกกว่า 1 ล้านตัว &#8211; หากทั่วโลกสามารถนำขวด PET มาใช้ซ้ำได้จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 94.4 กิโลกรัมต่อปีเลยทีเดียว &#8211; อุตสาหกรรมรีไซเคิลขวดพลาสติกทั่วโลก มีมูลค่าประมาณ 4,047 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2022 และคาดว่าจะเติบโตต่อปี (CAGR) 5.3% ตั้งแต่ปี 2023 &#8211; 2031 ทำให้มูลค่าเพิ่มขึ้นจนถึง 6,451 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในสิ้นปี 203110 ประเทศผู้นำการรีไซเคิลขวด PET 1. เยอรมนี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/top-countries-leading-pet-recycling/">10 ประเทศผู้นำ แห่งการ &#8216;รีไซเคิล&#8217; ขวดพลาสติก PET</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มมากขึ้นทุกปี ขณะที่ความตระหนักและ​​ร่วมมือ เพื่อลดและเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Singleuse</span> ยังอยู่ในอัตราต่ำ รวมทั้งยังมีการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกมากเกินความจําเป็น ทำให้​ขยะพลาสติกบางส่วนหลุดรอดลงสู่แหล่งน้ำและทะเล ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในทะเล<br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; ภาพรวมทั่วโลกพบว่า มีปริมาณขยะพลาสติกที่ถูกรวบรวมเพื่อนำไปรีไซเคิล​เพียง 9% ของขยะพลาสติกทั้งหมด</p>
<p>&#8211; ที่เหลืออีก 91% ถูกนำเข้าสู่กระบวนการฝังกลบ เผาทำลาย หรือกลายเป็นขยะในสิ่งแวดล้อม</p>
<p>&#8211; คาดการณ์ปริมาณพลาสติกในปัจจุบันกว่า 8-14 ล้านตัน ถูกทิ้งลงในมหาสมุทรทุกปี ประกอบกับการจัดการขยะพลาสติกในอัตราที่ต่ำกว่าเกณฑ์ ส่งผลให้แต่ละปีมีสัตว์ทะเลถูกสังเวยจากมลพิษพลาสติกกว่า 1 ล้านตัว</p>
<p>&#8211; หากทั่วโลกสามารถนำขวด PET มาใช้ซ้ำได้จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 94.4 กิโลกรัมต่อปีเลยทีเดียว</p>
<p>&#8211; อุตสาหกรรม<strong>รีไซเคิล</strong>ขวดพลาสติกทั่วโลก มีมูลค่าประมาณ 4,047 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2022 และคาดว่าจะเติบโตต่อปี (CAGR) 5.3% ตั้งแต่ปี 2023 &#8211; 2031 ทำให้มูลค่าเพิ่มขึ้นจนถึง 6,451 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในสิ้นปี 2031<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>10 ประเทศผู้นำการรีไซเคิลขวด PET </strong><br class="html-br" /><br class="html-br" />1. เยอรมนี ​: มีอัตราการรีไซเคิลขวด PET ​98%<br class="html-br" />2. นอร์เวย์ : มีอัตราการรีไซเคิลขวด PET 97%<br class="html-br" />3. ญี่ปุ่น : มีอัตราการรีไซเคิลขวด PET​ 77%<br class="html-br" />4. ฝรั่งเศส : มีอัตราการรีไซเคิลขวด PET ​58.2%<br class="html-br" />5. สหราชอาณาจักร : มีอัตราการรีไซเคิลขวด PET 57.6%<br class="html-br" />6. เกาหลีใต้ : มีอัตราการรีไซเคิลขวด PET 54.4%<br class="html-br" />7. อิตาลี : มีอัตราการรีไซเคิลขวด PET 45%<br class="html-br" />8. ออสเตรเลีย : มีอัตราการรีไซเคิลขวด PET 31.8%<br class="html-br" />9. สหรัฐ : มีอัตราการรีไซเคิลขวด PET 29.3%<br class="html-br" />10. แคนาดา : มีอัตราการรีไซเคิลขวด PET 9%<br class="html-br" /><br class="html-br" />ส่วนประเทศไทย มีปริมาณขยะมูลฝอย​ราว 26.95 ล้านตัน ในปี 2023 ​ซึ่ง​สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้เพียง 9.31 ล้านตัน และยังพบการคัดแยกขยะจากชุมชนและครัวเรือนไม่เป็นไปตามเป้า ทำให้การรวบรวมขยะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Circular Economy</span> ทำได้แค่บางส่วน หรือสามารถนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ซ้ำได้ในอัตราที่ยังต่ำอยู่<br class="html-br" /><br class="html-br" /><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">กรมควบคุมมลพิษ</span> จึงได้จัดทําแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 –2570) เพื่อขับเคลื่อนการดําเนินงานการจัดการขยะพลาสติก โดยตั้งเป้าให้ปริมาณขยะพลาสติกเป้าหมาย ​เช่น ขวดพลาสติก ฝาขวด และถุงพลาสติกหูหิ้ว​ เข้าสู่ระบบฝังกลบขยะลดลง 100% และผลิตภัณฑ์พลาสติกเป้าหมายเข้าสู่ระบบรีไซเคิล 100% รวมถึงลดปริมาณขยะพลาสติกที่มีโอกาสหลุดรอดลงสู่ทะเล 50% ภายในปี 2570</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/top-countries-leading-pet-recycling/">10 ประเทศผู้นำ แห่งการ &#8216;รีไซเคิล&#8217; ขวดพลาสติก PET</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่อง 8 ไอเดียสินค้า &#8216;ไม่สวย แต่ช่วยโลกได้&#8217; เปลี่ยน Waste สู่ Value พร้อม​อิมแพ็คเชิงบวกที่มากกว่าแค่ &#8216;ลดขยะ&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/ugly-products-turn-waste-into-value-and-impact/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Sep 2025 07:13:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[creativity]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[idea]]></category>
		<category><![CDATA[Mi Terro]]></category>
		<category><![CDATA[PRETTY UGLY BAG]]></category>
		<category><![CDATA[Qualy]]></category>
		<category><![CDATA[Qualy Design]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Tlejourn]]></category>
		<category><![CDATA[Tops]]></category>
		<category><![CDATA[Tops Daily]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[กระเป๋ารักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเลจร]]></category>
		<category><![CDATA[นกหวีดพารอด]]></category>
		<category><![CDATA[พระสติ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36089</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อนึกถึงคำว่า &#8216;ขยะ&#8217; ภาพในหัวของใครหลายคน​คงสะท้อนออกมา​ในมิติเชิงลบแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพกองขยะที่มีแต่ความสกปรก กลิ่นเหม็น แหล่งกำเนิดของเชื้อโรค และยังเป็นต้นตอของหลายๆ ปัญหา ทั้งสุขภาพ คุณภาพชีวิต  แหล่งเสื่อมโทรมในสังคม รวมไปถึงวาระสำคัญระดับโลกอย่างปัญหาโลกร้อนและผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่ทุกฝ่ายกำลังพยายามแก้ไขกันอย่างเร่งด่วน แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง สิ่งที่หลายคนเคย​มองว่าเป็น &#8216;ขยะ&#8217; หาก​แต่ในความเป็นจริงอาจเป็นเพียง​การมองไม่รอบด้านมากพอ เพราะเมื่อเปลี่ยนมามุมมองใหม่ เราอาจจะพบแค่ &#8216;กองวัสดุ&#8217; ที่ยังไม่ได้มีการหยิบมาต่อยอดเพื่อสร้างให้เกิดประโยชน์ในรูปแบบใหม่ๆ หรือตัดสินจากวิธีการเดิมๆ ความคิดเดิมๆ นึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของเสีย ของไม่มีประโยชน์ หรือ​หน้าตาที่ไม่สวยงาม ไม่ตรง​ Beauty Standard ตามมาตรฐานเดิมๆ จึง​ถูกจัดกลุ่ม จัดประเภทว่าเป็นของเสีย ​ของตกเกรด ​​ขายไม่ได้ จนต้องทิ้งไป และสุดท้ายก็จะไปกองรวมกันที่หลุมฝังกลบ หรือ​เผาทำลาย  กลายเป็นการเพิ่ม​ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซ้ำเติมโลกมากเข้าไปอีก ขณะที่ความเชื่อใหม่ของโลก ใน​ยุคที่มุ่ง​ขับเคลื่อนสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน กลับมองว่า​ &#8216;ไม่ควรมีอะไรในโลกที่ต้องกลายเป็นขยะ&#8217; เพียงแค่การให้ความสำคัญเข้าไปบริหารจัดการ ตามแนวคิด &#8216;Waste to Value&#8217; เพื่อเปลี่ยนจากขยะ​ เปลี่ยนจากความน่ารังเกียจ ความไม่สวยงาม มาสู่การสร้างให้เกิดคุณค่าใหม่ ทำให้ของทุกชิ้นกลับมามีประโยชน์ได้อีกครั้ง เช่นเดียวกับ 8 ไอเดียสร้างสรรค์ ต่อไปนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/ugly-products-turn-waste-into-value-and-impact/">ส่อง 8 ไอเดียสินค้า &#8216;ไม่สวย แต่ช่วยโลกได้&#8217; เปลี่ยน Waste สู่ Value พร้อม​อิมแพ็คเชิงบวกที่มากกว่าแค่ &#8216;ลดขยะ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อนึกถึงคำว่า<strong> &#8216;ขยะ&#8217;</strong> ภาพในหัวของใครหลายคน​คงสะท้อนออกมา​ในมิติเชิงลบแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพกองขยะที่มีแต่ความสกปรก กลิ่นเหม็น แหล่งกำเนิดของเชื้อโรค และยังเป็นต้นตอของหลายๆ ปัญหา ทั้งสุขภาพ คุณภาพชีวิต  แหล่งเสื่อมโทรมในสังคม รวมไปถึงวาระสำคัญระดับโลกอย่างปัญหาโลกร้อนและผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่ทุกฝ่ายกำลังพยายามแก้ไขกันอย่างเร่งด่วน</p>
<p><span id="more-36089"></span></p>
<p>แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง สิ่งที่หลายคนเคย​มองว่าเป็น <strong>&#8216;ขยะ&#8217;</strong> หาก​แต่ในความเป็นจริงอาจเป็นเพียง​การมองไม่รอบด้านมากพอ เพราะเมื่อเปลี่ยนมามุมมองใหม่ เราอาจจะพบแค่ <strong>&#8216;กองวัสดุ&#8217;</strong> ที่ยังไม่ได้มีการหยิบมาต่อยอดเพื่อสร้างให้เกิดประโยชน์ในรูปแบบใหม่ๆ หรือตัดสินจากวิธีการเดิมๆ ความคิดเดิมๆ นึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของเสีย ของไม่มีประโยชน์ หรือ​หน้าตาที่ไม่สวยงาม ไม่ตรง​ Beauty Standard ตามมาตรฐานเดิมๆ จึง​ถูกจัดกลุ่ม จัดประเภทว่าเป็นของเสีย ​ของตกเกรด ​​ขายไม่ได้ จนต้องทิ้งไป และสุดท้ายก็จะไปกองรวมกันที่หลุมฝังกลบ หรือ​เผาทำลาย  กลายเป็นการเพิ่ม​ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซ้ำเติมโลกมากเข้าไปอีก</p>
<p>ขณะที่ความเชื่อใหม่ของโลก ใน​ยุคที่มุ่ง​ขับเคลื่อนสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน กลับมองว่า​ <em><strong>&#8216;ไม่ควรมีอะไรในโลกที่ต้องกลายเป็นขยะ&#8217;</strong> </em>เพียงแค่การให้ความสำคัญเข้าไปบริหารจัดการ ตามแนวคิด <strong>&#8216;Waste to Value&#8217; </strong>เพื่อเปลี่ยนจากขยะ​ เปลี่ยนจากความน่ารังเกียจ ความไม่สวยงาม มาสู่การสร้างให้เกิดคุณค่าใหม่ ทำให้ของทุกชิ้นกลับมามีประโยชน์ได้อีกครั้ง</p>
<p>เช่นเดียวกับ <strong>8 ไอเดียสร้างสรรค์</strong> ต่อไปนี้ ​ที่ทำให้สิ่งที่เคยเข้าใจว่าเป็น &#8216;ขยะ&#8217; กลับมาสร้างคุณค่าและเกิดประโยชน์ ผ่านการ​​ต่อยอดแนวคิด พัฒนาโมเดลธุรกิจหรือมุมมองใหม่ๆ ไปจนถึงการนำนวัตกรรมต่างๆ ม​าช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับคุณภาพชีวิต และเพิ่มโอกาสให้ผู้คนและสังคมโดยรอบ​ พร้อมส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปพร้อมกัน​ โดยไม่ได้มองแค่การทำให้โลก Zero Waste หรือปลอดขยะเท่านั้น แต่ยังขับเคลื่อนผลกระทบเชิงบวกในหลากหลายมิติ​ตามมาด้วย​</p>
<p><strong>1. ทะเลจร : ​รองเท้าคู่ใหม่ จาก​ขยะทะเล</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36092 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Tlejorn5.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>การเปลี่ยนทัศนคติและมุมมอง เพื่อเปลี่ยน​<strong> &#8216;ขยะ&#8217;</strong> ​เป็น <strong>&#8216;วัตถุดิบ&#8217;</strong> ​​นำไปสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ให้เกิดประโยชน์ได้อีกครั้ง ภายใต้ความร่วมมือ​ขององค์กรไม่แสวงหากำไรในพื้นที่ปัตตานีอย่าง <strong>กลุ่มทะเลจร </strong>และ <strong>Trash Hero Thailand </strong>เพื่อช่วยกัน​​ลด​​ขยะ​​ทะเล ซึ่งประเทศไทยได้ชื่อว่ามีปริมาณขยะทะเลสูงสุดเป็นอันดับ 6 ของโลก​ ไม่ว่าจะเป็นขวดพลาสติก ถุงพลาสติก แห อวน ไฟแช็ค รวมทั้งรองเท้า​ที่มักลอยมาตามทะเลเช่นกัน</p>
<p>นำมาสู่ไอเดียในการนำขยะรองเท้าจากทะเล มาอัพไซเคิลเป็นรองเท้าแตะคู่ใหม่ในชื่อ <strong><em>&#8216;ทะเลจร&#8217; </em></strong>เพื่อช่วยลดปริมาณขยะในทะเลพร้อมทั้งการสื่อสารและสร้างความตระหนักต่อปัญหาขยะทะเลไปพร้อมกัน​<strong><em>โดยขยะรองเท้าจากทะเล 10 ข้าง จะนำมาผลิตเป็นรองเท้าทะเลจรคู่ใหม่ได้ 1 คู่</em></strong> ด้วยดีไซน์แบบ Mosaic Color สร้างอัตลักษณ์สะท้อนความเป็น Circular Product พร้อมเครื่องหมายรับรองการสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่าง Circular Mark ซึ่งประโยชน์ของทะเลจร นอกจากช่วยลดปริมาณขยะในทะเลแล้ว ยังช่วยสร้างงาน สร้างทักษะอาชีพ พร้อมแบ่งปันรายได้จากการจำหน่ายให้แก่​ชาวบ้านในพื้นที่ รวมทั้งนำไปสนับสนุนกิจกรรมเก็บขยะทะเลของ Trash Hero  และกิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆ ต่อไป</p>
<p><strong>2. Pretty Ugly Bag : ​​​กระเป๋าช้อปปิ้งรักษ์โลก จากป้ายไวนิลเก่า </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36100 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Re3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>จาก​ป้ายไวนิลสื่อสารแคมเปญการตลาดของ <strong>ท็อปส์ (Tops) </strong>ที่หน้าร้าน <strong>&#8216;ท็อปส์ เดลี่&#8217;</strong> ของ​เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทลในเครือเซ็นทรัล รีเทล ซึ่งปกติจะถูกปลดออก และไม่ได้มีหน้าที่ใดๆ ให้ต้องใช้งานอีกต่อไป​หลังแคมเปญต่างๆ สิ้นสุดลง ซึ่งในแต่ละปีจะมีปริมาณป้ายไวนิลเก่าไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นชิ้นต่อปี​ กลายเป็นโจทย์สำคัญให้​เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ในการเปลี่ยนจากสิ่งที่กำลังจะกลายเป็นขยะพลาสติก ที่​ไปซ้ำเติมปัญหาสภาพอากาศของโลก ให้กลับมามีประโยชน์และดีต่อโลกได้ใหม่อีกครั้ง</p>
<p>กระเป๋าช้อปปิ้งรักษ์โลก <strong>&#8216;Pretty Ugly Bag&#8217;</strong> จึงเป็นคำตอบที่ลงตัว ด้วยการอัพไซเคิลจากขยะ ที่หลายคนอาจมองว่าไม่สวย ไม่มีประโยชน์ และถูกเก็บไว้แบบทิ้งขว้าง​ บางชิ้นเก่า สกปรก เปรอะเปื้อน เพราะไม่ได้รับการดูแล และรอเวลาในการนำไปทำลาย มาสู่การเป็นไอเท็มคู่กายนักช้อปยุคใหม่ ในคอนเซ็ปต์ <em><strong>&#8216;ไม่สวย แต่ช่วยโลกได้&#8217; </strong></em>พร้อมดีไซน์แบบหนึ่งเดียวในโลก ที่ไม่มีใครเหมือน และยังเป็นไอคอนิก​สะท้อนความรักษ์โลก พร้อมคุณสมบัติที่แข็งแรง ทนทาน และความเป็นเอกลักษณ์  ที่สำคัญคือ การได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมไปได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อซื้อกระเป๋าใบนี้เพียงครั้งเดียว​ และใช้งานจนกระเป๋า​ชำรุด​ ทางท็อปส์ยังเปิดโอกาสให้นำกระเป๋าไปเปลี่ยน​ใหม่ แบบฟรีๆ ได้ตลอดชีวิต เท่ากับเพิ่มการมีส่วนร่วมจากลูกค้าและผู้บริโภคให้ช่วยกันลดขยะพลาสติกเพื่อสร้างผลกระทบได้มากขึ้นแบบทวีคูณ</p>
<p><strong>3. </strong><strong>Ugly Veggies Thailand : ผักออแกนิกส์ตกเกรด แต่ประโยชน์เต็มเปี่ยม </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36094 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/vgly-veggies6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การต่อยอดเทคโนโลยี เพื่อช่วยแก้ปัญหา พร้อม​เพิ่มโอกาสและช่องทางสร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรกร​ เมื่อโครงการ <strong>Ugly Veggies Thailand</strong> ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้าไปสนับสนุนและยกระดับสู่ <strong>Smart Farming</strong> ให้กลุ่มชุมชนเกษตรกรอำเภอกระนวน จ.ขอนแก่น และพบ Pain point ในการผลิตพืชผักออแกนิกส์เพื่อจำหน่าย แต่สามารถส่งขายให้ตลาดได้เพียง 50-70% ​ส่วนที่เหลืออีกกว่า 30% จะถูกคัดออก เพราะไม่ได้มาตรฐานที่ตลาดต้องการ ไม่ว่าจะเป็นจากขนาด หรืออาจจะมีรูปร่างไม่สวยงาม เพราะเป็นการปลูกตามธรรมชาติ และไม่ได้ใช้สารเคมี ​ซึ่งผลผลิตที่ไม่สามารถขายได้ เป็นโอกาสในการนำไปสู่การเกิดขยะอาหาร หรือ Food Waste ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญของโลกเช่นกัน</p>
<p>Ugly Veggies Thailand ได้พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเป็น <strong>Online Marketplace</strong> และรวบรวมผักออแกนิกส์ตกเกรดจากกลุ่มเกษตรกรที่มี Certificate หรือใบรับรอง Organic เพื่อการันตีความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัย นำ <strong>&#8216;ผักไม่สวย แต่มีคุณภาพ&#8217;</strong> มาสร้างตลาดผักออแกนิกส์ออนไลน์ เป็น Community ให้​เกษตรกร​​และลูกค้า​ สามารถหาซื้อผักคุณภาพดี ราคาประหยัด​ และเต็มไปด้วยคุณภาพไม่ต่างจากที่ขายในห้าง เพียงแต่อาจจะมีรูปร่างไม่สวยงาม ​รวมทั้งยังมีผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากผักออแกนิกส์ที่ให้คุณประโยชน์ต่างๆ เช่น ไฟเบอร์ โพรไบโอติค หรือพรีไบโอติก เพื่อขับเคลื่อนสู่​ <strong>Zero Food Waste</strong> ด้วยการต่อยอดผักที่เหลือจากการขายและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กลุ่มเกษตรกรได้มากขึ้น ซึ่งหากขับเคลื่อนได้ตามเป้าหมาย 100% จะสามารถลดขยะ​ทางการเกษตรจากครัวเรือนให้ลดลงได้ถึง 5.6 ตันต่อปี</p>
<p><strong>4.  Mi Terro : ​ Limitless Milk Shirt &#8216;เสื้อยืด&#8217; จากนมหมดอายุ </strong></p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36112 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Mi-terro4.jpg" alt="" width="1200" height="786" /></strong></p>
<p><strong>Mi Terro (มีเทอร์โร)</strong> เป็นธุรกิจสตาร์ทอัพด้านไบโอเทคโนโลยี จากสหรัฐอเมริกา พัฒนานวัตกรรม​การสกัดเส้นใยชีวภาพ จากนมหมดอายุ เพื่อผลิต เสื้อยืด <strong>Limitless Milk Shirt</strong> โดยรวบรวมนม​จากฟาร์มปศุสัตว์รวมทั้งจากร้านขายของชำต่างๆ  เพื่อนำมาผลิตเป็นเสื้อยืดแฟชั่นรักษ์โลก ซึ่งถือเป็นความสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่ ทั้งการ​ช่วยลดปริมาณขยะอาหารที่มีอยู่ทั่วโลกกว่า 1, 300 ล้านตันต่อปี โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมนม ที่มีปริมาณ​กว่า 128 ล้านตันต่อปี และเป็นสาเหตุของการเกิดก๊าซเรือนกระจกแต่ละปีกว่า 3,300 ล้านตัน รวมทั้งยังเพิ่มทางเลือกในการมีวัสดุสิ่งทอที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>Limitless Milk Shirt ใช้นวัตกรรม &#8216;Pro-Act&#8217; (Protein Activation) เพื่อสกัดให้ได้โปรตีนเคซีนออกมา และนำมาเข้ากระบวนการ​ Dynamic Flow Shear Spinning เพื่อปั่นให้เป็นเส้นใยสำหรับต่อยอดใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยเส้นใยที่ได้จะมีความนุ่มกว่าผ้าฝ้ายถึง 3 เท่า ป้องกันแบคทีเรีย ระบายอากาศ​ ​​สวมใส่สบาย ​และยังใช้น้ำในกระบวนการผลิตน้อยกว่าผ้าฝ้ายทั่วไปถึง 60% รวมทั้งยังมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ​เพราะเส้นใยที่ได้สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดไมโครพลาสติกสะสมอยู่ในสภาพแวดล้อม</p>
<p><strong>5. Nike Grind Dumbbells : ดัมเบล​จาก Footwear Waste ของไนกี้ </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36096 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Dumbell1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ดัมเบลออกกำลังกายรุ่นพิเศษของไนกี้ ที่เกิดจากการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ในกระบวนการผลิตรองเท้าของไนกี้ โดยผลิต​จากแผ่นยางไนกี้กรายด์ ‘<strong>Nike Grind Rubbe</strong>&#8216; ที่เกิดจากการอัพไซเคิลแผ่นยาง หนัง โฟม ผ้า และเทอร์โมพลาสติก หรือการรับคืนรองเท้าเก่าเพื่อมาแยกชิ้นส่วนและนำเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นแผ่น​ Nike Grind และต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลกในหลากหลายกลุ่ม ทั้งอุปกรณ์กีฬา แฟชั่น หรือแม้แต่เฟอร์จิเนอร์ต่างๆ ร่วมกับ​พันธมิตรของ​ไนกี้</p>
<p>โดย Nike Grind Dumbbells มีส่วนผสมจาก Footwear Waste อย่างน้อย 20% ตามขนาดแต่ละชิ้น รวมทั้งวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทาน แต่ปลอดภัยเพราะทำจากยาง พร้อมดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ในแต่ละชิ้น แต่มีความสดใสตามกลิ่นอายคอลเลกชั่นของไนกี้ พร้อม​​ตอกย้ำสโลแกน<strong> Just Do It​​​</strong> สะท้อน​เอกลักษณ์​ในการ<strong>ก้าวข้ามขีดจำกัด จากเรื่องของกีฬา และไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงการตอบโจทย์ในเรื่องของความยั่งยืนได้ด้วย</strong> จึงไม่เพียงแค่การพัฒนา​ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการ​ออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ และยังสร้างความแตกต่างผ่านการมีส่วนช่วยลดขยะให้โลกใบนี้ไปพร้อมกันด้วย ​</p>
<p><strong>6. KUBOTA x GREYHOUND ORIGINAL สตรีทแฟชั่นจากฟางข้าว</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36097 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Kubota-Greyhound-.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p>ราว 20% ของพื้นที่เพาะปลูกในไทย หรือกว่า 65 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ปลูกข้าว ทำให้ประเทศไทยมีปริมาณ &#8216;ฟางข้าว&#8217; เหลือหลังเก็บเกี่ยวจำนวนมาก ขณะที่กระบวนการกำจัดมักใช้วิธีเผา สร้างมลภาวะทางอากาศ ฝุ่นPM2.5 รวมทั้งยังสร้างก๊าซเรือนกระจก สาเหตุของปัญหาโลกร้อน</p>
<p>นำมาสู่ความร่วมมือของ 2 ผู้นำใน 2 อุตสาหกรรม อย่างสยามคูโบต้า และเกรฮาวด์ ในโปรเจ็กต์ <strong>KUBOTA x GREYHOUND ORIGINAL &#8216;Turn waste to Agri-Wear&#8217; </strong>​ซึ่งเป็นครั้งแรกในวงการแฟชั่น ที่นำ Agri-Waste หรือวัสดุเหลือใช้​ ทั้งฟางข้าว 20% ​รังไหม​ 20% และ​ผ้าฝ้าย​ 60% มาทอเป็นผ้าสำหรับ​ออกแบบในคอลเล็กชั่นใหม่ ​ดีไซน์แบบสตรีทแฟชั่น ที่เป็น Unisex และ​เป็น Eco Fashion เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดทั้งวงจรชีวิตของสินค้า ตามแนวทาง Sustainable Fashion</p>
<p><strong>7. พระสติ -นกหวีดพารอด ผนวก &#8216;ศรัทธา&#8217; และ &#8216;ความยั่งยืน&#8217;</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36099 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Qualy-.jpg" alt="" width="1200" height="635" /></p>
<p><strong>Qualy (ควอลี่)​</strong> แบรนด์ที่มุ่งมั่นในการขับเคลื่อน Circular Economy โดยใช้พลังของความคิดสร้างสรรค์ ​ต่อยอดการลดวัสดุเหลือใช้ โดยเฉพาะขยะพลาสติก พัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์ต่างๆที่แปลกใหม่ เพื่อกระตุ้นแนวคิดเรื่อง​ความยั่งยืน โดยเฉพาะการนำเรื่องของ <strong>&#8216;ความศรัทธา&#8217;</strong> ​มาช่วยขับเคลื่อน ผ่านการจัดสร้าง <strong>&#8216;พระสติ&#8217; พระเครื่องจากมวลสารรีไซเคิล</strong> ด้วยคำจำกัดความว่า <strong>&#8216;มวลสารแห่งความยั่งยืน</strong>&#8216; เพื่อเป็นกุศโลบาย ผนวกกลยุทธ์ Story Telling เพื่อสื่อสารเรื่องการ &#8216;แยกขยะ&#8217; ให้ช่วยเพิ่มการรับรู้ในวงกว้าง และเปิดตัวในงาน Bangkok Design Week 2022 ​โดย TCDC ซึ่งประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะ​การได้รับความสนใจและถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมจากการมีผู้นำขยะพลาสติกมาบริจาค ซึ่งเป็นการส่งเสริมความเข้าใจในการแยกประเภทขยะได้อีกทางหนึ่งด้วย</p>
<p>ซึ่งปีนี้ทาง Qualy ได้ต่อยอดแนวความสำเร็จผ่านการดีไซน์ <strong>&#8216;นกหวีดพารอด&#8217;</strong> ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก &#8216;<strong>พระรอด&#8217; </strong>ซึ่งมีพุทธคุณเรื่องความแคล้วคลาดปลอดภัย เช่นเดียวกับนกหวีดซึ่งเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ช่วยเหลือ ​กลายเป็น​ &#8216;นกหวีดพารอด&#8217; <strong>เครื่องรางแห่งความรอดปลอดภัย</strong> ที่มาพร้อมเสียงเตือนภัย และแรงศรัทธาแห่งความยั่งยืน รวมทั้งวัสดุจากต้นทางที่มีส่วนช่วยปกป้องโลกจาก​ปริมาณขยะพลาสติกต่างๆ ด้วย</p>
<p><strong>8. เฟอร์นิเจอร์จากซากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ช่วยลดขยะอิเล็กทรอนิกส์</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36098 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Scooter.jpg" alt="" width="1200" height="671" /></p>
<p><strong>สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า</strong> หนึ่งในพาหนะที่กลุ่มประเทศนอร์ดิกส์นิยม เพราะความสะดวกและมีมุมมองว่าดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อไม่ได้ใช้งานแล้ว ซากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ จัดเป็นหนึ่งกลุ่ม<strong> &#8216;ขยะอิเล็กทรอนิกส์&#8217;</strong> เพราะมีแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งานและไม่สามารถเปลี่ยนใหม่ได้ จึงถูกทิ้งเป็นเศษขยะและกลายเป็นปัญหาของสังคมในเมือง</p>
<p>กลุ่มนักออกแบบชาวสวีเดน​ จึงสร้างสรรค์คอลเลคชั่น <strong>E-metabolism</strong> นำเอาชิ้นส่วนซากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่เก็บได้จากคลองในเมืองท่าสำคัญอย่าง Malmö  และนำชิ้นส่วนมาสร้างประโยชน์ใหม่ เพื่อเป็นการกำจัดขยะในแม่น้ำสายสำคัญ และ​<strong>นำวัสดุกลับเข้าสู่วงจร​​การสร้างประโยชน์ใช้สอยใหม่ ด้วยการนำมาทำเป็น​เครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ</strong> เช่น โคมไฟ แจกัน เตาย่างบาร์บีคิว เก้าอี้ หรือกระถางต้นไม้ โดยเชื่อมโยงชิ้นส่วนต่างๆ เข้ากับเทคโนโลยีการพิมพ์  3 มิติ และ​​ได้นำไปจัดแสดงในงาน<strong> Southern Sweden Design Days</strong> ​นอกจากนำเสนอไอเดียยัง​ช่วยกระตุ้นความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมได้ด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/ugly-products-turn-waste-into-value-and-impact/">ส่อง 8 ไอเดียสินค้า &#8216;ไม่สวย แต่ช่วยโลกได้&#8217; เปลี่ยน Waste สู่ Value พร้อม​อิมแพ็คเชิงบวกที่มากกว่าแค่ &#8216;ลดขยะ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
