หลังการกลับเข้ามารับตำแหน่งในสมัยที่ 2 ของ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ภายใต้วิสัยทัศน์ การพัฒนา กรุงเทพมหานคร ให้เป็น เมืองน่าอยู่ มี สิ่งแวดล้อม ที่ดี และมี คุณภาพชีวิต ที่ยั่งยืน
นำมาสู่การติดตามนโนบายการพัฒนาที่เคยวางแนวทางไว้ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนโนบายเร่งด่วน 100 วัน ซึ่งแบ่งงานตาม 4 กลุ่มยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย ด้านระบบ ด้านเศรษฐกิจ ด้านเมือง และ ด้านคน
โดยเฉพาะการติดตามนโยบายสำคัญ ‘ด้านสิ่งแวดล้อม‘ ที่มุ่งเน้นการดำเนินงานผ่าน 3 มิติ ได้แก่ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ยกระดับการจัดการขยะ และด้านการจัดการมลพิษ เพื่อรับมือฝุ่น PM2.5
พร้อมการจัดทำคู่มือปฏิบัติงานมาตรฐาน ( SOP : Standard Operating Procedure) บูรณาการความร่วมมือ ติดตามผล เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเห็นผลจริง เพื่อให้เกิดการทำงานอย่างบูรณาการ และสามารถบรรลุเป้าหมายได้ตามกรอบเวลา
1. ด้านการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และพื้นที่สาธารณะ
– ตั้งเป้าหมายปลูกต้นไม้เพิ่ม 1 แสนต้น ภายในระยะเวลา 100 วัน โดยมอบหมายทั้ง 50 เขต ทำการปลูกเขตละ 2,000 ต้น และสำนักสิ่งแวดล้อม 5,000 ต้น
– แนวทางการปลูก เน้นตามภายภาพพื้นที่ เกาะกลางถนน/ ทางเท้า พร้อมระบบติดตาม tree.bangkok.go.th
- 22 เขตใหญ่ สัดส่วนการปลูก เน้นไม้ยืนต้น 75% ไม้พุ่ม 25% เพื่อดูดซับคาร์บอน
- 21 เขตเล็ก/สวนน้อย สัดส่วนการปลูก เน้นไม้ยืนต้น 40% ไม้พุ่ม 60% เพื่อดักฝุ่นและสร้างร่มเงา
- 7 เขตเล็ก/สวนมาก เน้นปลูกไม้พุ่ม 100% เพื่อปรับภูมิทัศน์
โดยที่ผ่านมา กทม. ปลูกต้นไม้แล้วกว่า 2.6 ล้านต้น เป็นไม้ยืนต้นกว่า 1.5 ล้านต้น ไม้พุ่ม 9.4 แสนต้น ไม้เลื้อย/ ไม้เถา 1.8 แสนต้น ทั้งจากสำนักงานเขต สำนักสิ่งแวดล้อม หน่วยงานในสังกัด รวมทั้งร่วมกับภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน (ข้อมูล ณ 25 ก.ค. 69 )
– เร่งดำเนินการฟื้นฟูระบบนิเวศ การพัฒนาทางเดินสีเขียว การดูแลต้นไม้ใหญ่ การขยายพื้นที่สวนสาธารณะและพื้นที่ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง (Pet Friendly Park)
– วางมาตรการลดผลกระทบภาวะเกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island) เช่น การขยายห้องหลบร้อน และการเพิ่มพื้นที่ร่มเงา
2. จัดการขยะต้นทาง (Bangkok Reduce – Reuse)
– แบนโฟม 100% : ห้ามใช้และจำหน่ายบรรจุภัณฑ์โฟม ในโรงเรียนและหน่วยงานสังกัด กทม.
– Green Event Protocol : บังคับใช้มาตรการจัดงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ กทม.
– ศูนย์ขยะชุมชน & อาสาสมัคร : จัดตั้งศูนย์จัดการขยะ อาสาสมัครชักลาก (ซอยแคบ) และอาสาสมัครไม่เทรวมดูแลจุดแยกขยะ
– สงครามสู้หนู : ตัดวงจรอาหารหนู บังคับใช้แนวทาง ‘ทิ้ง 1 ชม. เก็บ 1 ชม.’ บนถนนนำร่อง
3. ปรับมาตรการรับมือฝุ่น PM2.5
– ตรวจควันดำรถราชการ กทม. ให้ผ่านเกณฑ์ 100% และเพิ่มความถี่การล้างถนน/ดูดฝุ่น/ฉีดล้างใบไม้
– รณรงค์บำรุงรักษาเครื่องยนต์และลงทะเบียน “บัญชีสีเขียว (Green List)” เพื่อรับสิทธิ์การวิ่งในเขตมลพิษต่ำ (LEZ) ช่วงวิกฤตฝุ่น
นอกจากนี้ กทม. ยังเร่งผลักดันการขับเคลื่อนพร้อมติดตามการดำเนินงานตามนโยบาย ‘Quick Win’ เพื่อบรรลุกรอบ 100 วัน ที่ตั้งไว้ โดยได้จัดตั้งระบบ สารวัตรสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติงานภายใต้มาตรฐานเดียวกัน อาทิ
– จัดทำคู่มือปฏิบัติงานมาตรฐาน SOP (Standard Operating Procedure) โดยมีขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน ตั้งแต่การวางแผน ตรวจสอบ บังคับใช้กฎหมาย รายงานผล และติดตามแก้ไขปัญหา เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานครมีความรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
– กำหนดตัวชี้วัด KPI มาตรฐาน ทิศทาง เป้าหมายเพื่อร่วมมืออย่างบูรณาการ และแก้ไขปัญหาได้จริง
– วางระบบติดตามผลดิจิทัล พื่อความแม่นยำในการตรวจสอบและประเมินผล พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลและระบบดิจิทัลของทั้ง 50 เขต เพื่อติดตามการทำงานอย่างต่อเนื่อง






