Dialogue

มหาวิทยาลัย Yale เปิดเผยรายงาน ‘Yale Environmental Performance Index 2026’ Top 20 ประเทศผู้นำ การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม จาก 177 ประเทศทั่วโลก

 

เมื่อวิกฤติสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องที่น่ากังวลไปทั่วโลก ทำให้หลายประเทศเดินหน้าเร่งแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมีความก้าวหน้าการดำเนินการในแต่ละมิติ ทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งการปกป้องระบบนิเวศ


มหาวิทยาลัย Yale เปิดเผยรายงาน ‘Yale Environmental Performance Index 2026′ อัพเดทดัชนีวัดผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม จาก 177 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปี ตั้งแต่ปี 2002 และเผยแพร่ต่อสาธารณะผ่าน The Guardian

โดยผลการประเมินดัชนีในปีนี้ พบว่า เอสโตเนีย ลักเซมเบิร์ก และสหราชอาณาจักร เป็นประเทศ 3 อันดับแรก ที่มีความคืบหน้าการดำเนินงานมากที่สุด

ขณะที่ ญี่ปุ่น ถือเป็นประเทศหนึ่งเดียวในเอเชีย ที่ติดอันดับอยู่ใน Top20 ท่ามกลางประเทศในลิสต์ 20 อันดับแรก ซึ่งเป็นประเทศที่อยู่ในทวีปยุโรปทั้งหมด ส่วนประเทศที่มีพัฒนาค่อยข้างล่าช้า ในส่วนท้ายตารางยังคงอยู่ในทวีปเอเชีย ซึ่งมี ลาว เป็นประเทศที่อยู่อันดับสุดท้ายของการประเมินครั้งนี้

สำหรับ 20 ประเทศผู้นำ ที่ได้รับการประเมินสูงสุดในครั้งนี้  ประกอบด้วย

1. เอสโตเนีย : 75 คะแนน
2. ลักเซมเบิร์ก : 74 คะแนน
3. สหราชอาณาจักร : 72 คะแนน
4. ฟินแลนด์ : 71 คะแนน
5. เนเธอร์แลนด์ : 71คะแนน
6. เยอรมนี : 70 คะแนน
7. ฝรั่งเศส : 70 คะแนน
8. นอร์เวย์ : 69 คะแนน
9. สวีเดน : 69 คะแนน
10. ออสเตรีย : 67 คะแนน
11. เดนมาร์ก : 67 คะแนน
12. สเปน : 66 คะแนน
13. กรีซ : 66 คะแนน
14. สโลวีเนีย : 65 คะแนน
15. สวิตเซอร์แลนด์ : 64 คะแนน
16. ญี่ปุ่น : 63 คะแนน
17. เช็กเกีย : 63 คะแนน
18. โปรตุเกส : 63 คะแนน
19. สโลวาเกีย : 62 คะแนน
20. ไอร์แลนด์ : 62 คะแนน

พร้อมประเทศ 5 อันดับคะแนนรั้งท้าย ประกอบด้วย ลาว อยู่ในอันดับ 177 ด้วยคะแนนเพียง 22 คะแนน ตามมาด้วยอินเดีย 23 คะแนน รวมทั้งบังคลาเทศ, สาธารณรัฐมาลี และเวียดนาม ที่ได้ 24 คะแนนเท่ากัน

ด้านความก้าวหน้าของ ประเทศไทย มีพัฒนาการดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยอยู่ในอันดับที่ 74 ด้วยคะแนน 44 คะแนน ขยับขึ้นจากอันดับ 90 จากการประเมินครั้งก่อนหน้าในปี 2024

ทั้งนี้ การประเมินประเทศต่างๆ ครั้งนี้ มองผ่านตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อม 47 ปัจจัย ตั้งแต่ความสำเร็จในการลดมล​พิษในอากาศและน้ำ ไปจนถึงความยั่งยืนของป่าไม้ การประมง และพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งรวมถึง​​มาตรการในการทำการเกษตรอย่างยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบ เช่น การใช้สารกำจัดศัตรูพืชหรือสารอันตรายต่างๆ และกระบวนการที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น

ด้านผลการประเมินโดยภาพรวม ​รายงานแสดงให้เห็นว่ามีความก้าวหน้าในระยะยาวในการลดอันตรายด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น น้ำดื่มที่ไม่ปลอดภัยและมลพิษที่ก่อให้เกิดฝนกรด แม้ว่าทั่วโลกยังคงล่าช้าในการตอบสนองต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ โดยมีเพียงไม่กี่ประเทศที่กำลังดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยมีความตื่นตัวต่อความร้ายแรงของภัยคุกคามจากสภาพภูมิอากาศ จากการที่หลายพื้นที่กำลังเผชิญปัญหาคลื่นความร้อนร้ายแรงที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา