<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คาร์บอน &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 02 Sep 2026 07:38:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.9</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>คาร์บอน &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ซีพี แอ็กซ์ตร้า เดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน รับเกียรติบัตรโครงการส่งเสริมการชดเชยคาร์บอนขององค์กร ตอกย้ำการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/cpaxtra-heading-to-carbon-nutrality/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Sep 2026 07:38:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint for Organization]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[CFO]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[V Green]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี แอ็กซ์ตร้า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วีกรีน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[แม็คโคร]]></category>
		<category><![CDATA[โลตัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43982</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่ง “แม็คโคร” และค้าปลีก “โลตัส” เดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยได้รับเกียรติบัตรจากการเข้าร่วม “โครงการส่งเสริมการชดเชยคาร์บอนขององค์กรเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (ระยะที่ 3)” ซึ่งจัดโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ร่วมกับศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกลยุทธ์ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (วีกรีน) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมได้รับใบรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) ซึ่งสะท้อนถึงอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรอย่างเป็นระบบ การเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการยกระดับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสริมสร้างองค์ความรู้และแนวทางในการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงพัฒนาระบบข้อมูลที่ช่วยให้บริษัทสามารถติดตาม วัดผล และบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้องค์กรภาคธุรกิจมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินและจัดทำข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร การวางแนวทางเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสนับสนุนให้องค์กรก้าวสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ความสำเร็จในครั้งนี้ตอกย้ำแนวทางการดำเนินธุรกิจของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ที่มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเดินหน้าลดผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/cpaxtra-heading-to-carbon-nutrality/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า เดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน รับเกียรติบัตรโครงการส่งเสริมการชดเชยคาร์บอนขององค์กร ตอกย้ำการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่ง “แม็คโคร” และค้าปลีก “โลตัส”</strong> เดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยได้รับเกียรติบัตรจากการเข้าร่วม “<strong>โครงการส่งเสริมการชดเชยคาร์บอนขององค์กรเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (ระยะที่ 3)</strong>” ซึ่งจัดโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ร่วมกับศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกลยุทธ์ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (วีกรีน) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมได้รับใบรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) ซึ่งสะท้อนถึงอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรอย่างเป็นระบบ</p>
<p><span id="more-43982"></span></p>
<p>การเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการยกระดับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสริมสร้างองค์ความรู้และแนวทางในการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงพัฒนาระบบข้อมูลที่ช่วยให้บริษัทสามารถติดตาม วัดผล และบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้องค์กรภาคธุรกิจมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินและจัดทำข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร การวางแนวทางเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสนับสนุนให้องค์กรก้าวสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43984 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CPAX2.jpg" alt="" width="527" height="700" /></p>
<p>ความสำเร็จในครั้งนี้ตอกย้ำแนวทางการดำเนินธุรกิจของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ที่มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเดินหน้าลดผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/cpaxtra-heading-to-carbon-nutrality/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า เดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน รับเกียรติบัตรโครงการส่งเสริมการชดเชยคาร์บอนขององค์กร ตอกย้ำการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปลี่ยนผ่านสู่ตลาดสินค้า &#8216;คาร์บอนต่ำ&#8217; โอกาสสินค้าเกษตรและอาหารของไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/low-carbon-food-and-agriculture/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 14:31:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Food and Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Thai SCP Network]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับตัว]]></category>
		<category><![CDATA[พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าเกษตรและอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรและอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนผ่าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39305</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; คุณพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย วิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ในกลุ่มธุรกิจเกษตรและอาหารของประเทศไทย ในการประชุมวิชาการเพื่อขับเคลื่อน &#8216;การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน&#8216; จัดโดยสมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย)​ (Thai SCP Network) โดยมองว่า การค้าขายสินค้าเกษตรและอาหาร ในอนาคต ผู้ซื้อจะไม่ได้ถามเราว่า &#8216;ราคาเท่าไหร่&#8217; แต่จะเปลี่ยนมาถามเราว่าสินค้านี้มี &#8216;คาร์บอนเท่าไหร่&#8217; แทนขณะที่ความพร้อมของประเทศไทย ตอนนี้ยังเน้นการค้าขายเชิงปริมาณเป็นหลัก แต่​หลายประเทศในภูมิภาคเริ่มมีการทำตลาดสินค้าคาร์บอนต่ำได้แล้ว ดังนั้น หากประเทศไทยไม่ปรับตัวอาจทำให้เสียโอกาสในอนาคตได้นอกจากนี้ รูปแบบการดำเนินงานของประเทศไทยเพื่อเปลี่ยนผ่านเรื่องเหล่านี้ อาจจะยังโฟกัสไม่ตรงจุดมากนัก เพราะเน้น​การขับเคลื่อนด้วยกฎหมาย หรือกฏเกณฑ์ทางการค้าและภาษี ​โดยไม่มีแนวทางการปรับตัวหรือเปลี่ยนผ่านให้ผู้ผลิตหรือเกษตรกรจากต้นทางโดยเฉพาะ​ในกลุ่มอาหารสัตว์​และปศุสัตว์ที่ต้องถือว่าเป็นกลุ่มที่มีห่วงโซ่ยาวที่สุดของประเทศ&#8220;สิ่งที่เกิดขึ้นนับเป็นปัญหาสำคัญทางสังคม และจะเชื่อมโยง​มาเป็นปัญหาเศรษฐกิจในที่สุด จึงต้องแก้ไขด้วยแนวทางทางเศรษฐกิจ การไปบอกให้เกษตรกรเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ห้ามเผา​ ​แต่ตอบไม่ได้ว่า จะรับซื้อผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างไร หรือต้นทุนการผลิตที่ต้องแบกรับจะมากขึ้นอย่างไร หากตอบสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ก็ยากที่จะได้ความร่วมมือหรือเปลี่ยนผ่านไปสู่จุดที่ต้องการได้สำเร็จ เหมือนการจะให้รถม้าวิ่งได้ ต้องวางม้าไว้หน้ารถลาก ไม่ใช้วางรถลากไว้หน้าม้า เพราะสุดท้ายแล้วจะไม่สามารถทำให้เกิดการขับเคลื่อนได้อย่างที่ตั้งไว้จริง&#8221;ดังนั้น หากประเทศไทยอยากขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริงและมีประสิทธิภาพ ต้องเข้าไปแก้ปัญหาด้วยเศรษฐกิจตั้งแต่​ฐานราก หากมีดีมานด์สินค้าคาร์บอนต่ำต้องทำให้ระบบการผลิตเป็นคาร์บอนต่ำ ด้วยการ​ลงไปทำงานและพัฒนาร่วมกับเกษตรกรหรือกลุ่มธุรกิจต้นน้ำต่างๆ ตั้งแต่ต้นทาง ​ทั้งการให้ความรู้ พัฒนาเทคโนโลยีรวมทั้งการลงทุน เพื่อสร้างกระบวนการทำงานร่วมกัน​ และสามารถทำให้ทุกข้อต่อภายในห่วงโซ่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปได้อย่างสอดคล้องกันทั้งซัพพลายเชนที่สำคัญ ภาครัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามาเป็นแกนกลางสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง เพราะหากมีการวาง นโยบาย ในการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน ​จะนำมาซึ่งงบประมาณที่ใช้สำหรับการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆแต่หากรัฐบาลไม่เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้ และไม่มีนโยบายและงบประมาณเพื่อใช้ในก​ารเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืน จะกระทบทั้งต่อสังคม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/low-carbon-food-and-agriculture/">เปลี่ยนผ่านสู่ตลาดสินค้า &#8216;คาร์บอนต่ำ&#8217; โอกาสสินค้าเกษตรและอาหารของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><strong>คุณพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล</strong> นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย วิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนผ่านสู่<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> ในกลุ่มธุรกิจเกษตรและอาหารของประเทศไทย ในการประชุมวิชาการเพื่อขับเคลื่อน &#8216;<strong>การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน</strong>&#8216; จัดโดยสมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย)​ (Thai SCP Network)</p>
<p><span id="more-39305"></span></p>
<p>โดยมองว่า การค้าขาย<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สินค้า<strong>เกษตรและอาหาร</strong></span> ในอนาคต ผู้ซื้อจะไม่ได้ถามเราว่า <em>&#8216;ราคาเท่าไหร่&#8217;</em> แต่จะเปลี่ยนมาถามเราว่าสินค้านี้มี <em>&#8216;<strong>คาร์บอนเท่าไหร่&#8217;</strong></em> แทน<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่ความพร้อมของ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ประเทศไทย</span> ตอนนี้ยังเน้นการค้าขายเชิงปริมาณเป็นหลัก แต่​หลายประเทศในภูมิภาคเริ่มมีการทำตลาดสินค้าคาร์บอนต่ำได้แล้ว ดังนั้น หากประเทศไทยไม่ปรับตัวอาจทำให้เสียโอกาสในอนาคตได้<br class="html-br" /><br class="html-br" />นอกจากนี้ รูปแบบการดำเนินงานของประเทศไทยเพื่อเปลี่ยนผ่านเรื่องเหล่านี้ อาจจะยังโฟกัสไม่ตรงจุดมากนัก เพราะเน้น​การขับเคลื่อนด้วยกฎหมาย หรือกฏเกณฑ์ทางการค้าและภาษี ​โดยไม่มีแนวทางการปรับตัวหรือเปลี่ยนผ่านให้ผู้ผลิตหรือเกษตรกรจากต้นทางโดยเฉพาะ​ในกลุ่มอาหารสัตว์​และปศุสัตว์ที่ต้องถือว่าเป็นกลุ่มที่มีห่วงโซ่ยาวที่สุดของประเทศ<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;สิ่งที่เกิดขึ้นนับเป็นปัญหาสำคัญทางสังคม และจะเชื่อมโยง​มาเป็นปัญหาเศรษฐกิจในที่สุด จึงต้องแก้ไขด้วยแนวทางทางเศรษฐกิจ การไปบอกให้เกษตรกรเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ห้ามเผา​ ​แต่ตอบไม่ได้ว่า จะรับซื้อผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างไร หรือต้นทุนการผลิตที่ต้องแบกรับจะมากขึ้นอย่างไร หากตอบสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ก็ยากที่จะได้ความร่วมมือหรือเปลี่ยนผ่านไปสู่จุดที่ต้องการได้สำเร็จ เหมือนการจะให้รถม้าวิ่งได้ ต้องวางม้าไว้หน้ารถลาก ไม่ใช้วางรถลากไว้หน้าม้า เพราะสุดท้ายแล้วจะไม่สามารถทำให้เกิดการขับเคลื่อนได้อย่างที่ตั้งไว้จริง&#8221;</em><br class="html-br" /><br class="html-br" />ดังนั้น หากประเทศไทยอยากขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริงและมีประสิทธิภาพ ต้องเข้าไปแก้ปัญหาด้วยเศรษฐกิจตั้งแต่​ฐานราก หากมีดีมานด์สินค้าคาร์บอนต่ำต้องทำให้ระบบการผลิตเป็นคาร์บอนต่ำ ด้วยการ​ลงไปทำงานและพัฒนาร่วมกับเกษตรกรหรือกลุ่มธุรกิจต้นน้ำต่างๆ ตั้งแต่ต้นทาง ​ทั้งการให้ความรู้ พัฒนาเทคโนโลยีรวมทั้งการลงทุน เพื่อสร้างกระบวนการทำงานร่วมกัน​ และสามารถทำให้ทุกข้อต่อภายในห่วงโซ่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปได้อย่างสอดคล้องกันทั้งซัพพลายเชน<br class="html-br" /><br class="html-br" />ที่สำคัญ ภาครัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามาเป็นแกนกลางสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง เพราะหากมีการวาง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">นโยบาย</span> ในการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน ​จะนำมาซึ่งงบประมาณที่ใช้สำหรับการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ<br class="html-br" /><br class="html-br" />แต่หากรัฐบาลไม่เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้ และไม่มีนโยบายและงบประมาณเพื่อใช้ในก​ารเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืน จะกระทบทั้งต่อสังคม เศรษฐกิจ การส่งออก ​การลงทุน รวมทั้งไม่มีผู้เข้ามาลงทุนในประเทศ สุดท้ายประเทศไทย​จะไม่สามารถขายสินค้าได้ และอาจต้องสูญเสียตลาดส่งออกต่างๆ ที่มีอยู่ไปในที่สุด เพราะไม่สามารถตอบคำถามสำคัญของตลาดได้ว่า <em>&#8216;สินค้านี้มีคาร์บอนเท่าไหร่ ไม่ใช่ราคาเท่าไหร่&#8217;</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/low-carbon-food-and-agriculture/">เปลี่ยนผ่านสู่ตลาดสินค้า &#8216;คาร์บอนต่ำ&#8217; โอกาสสินค้าเกษตรและอาหารของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เทรดคาร์บอน &#8216;โทเคน&#8217; ไม่ได้ช่วย ลดโลกร้อน ?</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/ttb-quote-tokenization/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 14:14:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonNeutraul]]></category>
		<category><![CDATA[Currency]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Digital]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[REC]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[TMBThanachart]]></category>
		<category><![CDATA[Token]]></category>
		<category><![CDATA[Tokenization]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[ttb]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทีเอ็มบีธนชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ตัณฑเกษม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โทเคน]]></category>
		<category><![CDATA[โทเคนดิจิทัล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39308</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; &#8220;เราต้องเริ่มมองการพัฒนาจากพื้นฐานก่อน มองที่การสนับสนุนโครงสร้างที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง ไม่ใช่มองข้ามขั้นไปที่เรื่องของการเทรดโดยไม่เชื่อมโยงกับพื้นฐาน เพราะไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นคนละเรื่อง กลายเป็นเพียงการพัฒนา &#8216;คาร์บอนคอยน์&#8217; เพื่อมาใช้ในการเก็งกำไรเท่านั้น โดยไม่ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรให้โลกนี้ดีขึ้น​​&#8221; มุมมองของ คุณปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาติ หรือ TTB ​ที่มีต่อการนำเทคโนโลยี Tokenization หรือการแปลงมูลค่าสินทรัพย์ที่ได้จากกระบวนการลดก๊าซเรือนกระจก Decarbonization ให้อยู่ในรูปแบบ​ &#8216;โทเคนดิจิทัล&#8217;ไม่ว่าจะเป็น คาร์บอนเครดิต , REC หรือใบรับรองการใช้ไฟฟ้าจาก พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate) รวมทั้งสิทธิ์ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Allowance) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์​คุณปิติ กล่าวว่า ttb ยังไม่มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ในแผน และมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะพิจารณา รวมทั้งยังมองว่าเป็นคนละประเด็นกับการลงทุนเพื่อช่วยขับเคลื่อนการ​ปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ลดน้อยลง&#8220;ประเด็นนี้เป็น 2 เรื่องที่ไม่ได้เชื่อมโยงกันเลย แต่อาจทำให้คนเข้าใจได้ว่า การเทรดคาร์บอนโทเคนจะช่วยลด โลกร้อน ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วกลับให้ผลที่ตรงข้ามกัน ยิ่งเทรดโลกยิ่งร้อน เพราะการเทรดต้องใช้พลังงานสูงมาก&#8221;คุณปิติ ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า เราต้องเริ่มมองการพัฒนาจากพื้นฐานก่อน มองที่การสนับสนุนโครงสร้างที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง ไม่ใช่มองข้ามขั้นไปที่เรื่องของการเทรดโดยไม่เชื่อมโยงกับพื้นฐาน เพราะเป็นคนละเรื่อง ไม่อย่างนั้นจะเป็นเพียงการพัฒนา คาร์บอนคอยน์ เพื่อมาใช้ในการเก็งกำไร​เท่านั้น โดยไม่ได้ช่วยเปลี่ยนอะไรให้โลกดีขึ้นเลย&#8220;เราต้องมองเรื่องนี้ไปที่ &#8216;แก่น&#8217; ไม่ใช่​ &#8216;เปลือก&#8217; เพราะหากไม่พิจารณาให้ดี แล้วมุ่งพัฒนา​แค่เปลือกจะทำให้เกิดความ​สับสน หรืออาจจะเกิดความตื่นเต้นที่สามารถทำให้เรื่องนี้ให้สำเร็จได้ แต่ผลที่ได้กลับไม่สามารถแก้ปัญหา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/ttb-quote-tokenization/">เทรดคาร์บอน &#8216;โทเคน&#8217; ไม่ได้ช่วย ลดโลกร้อน ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><em>&#8220;เราต้องเริ่มมองการพัฒนาจากพื้นฐานก่อน มองที่การสนับสนุนโครงสร้างที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง ไม่ใช่มองข้ามขั้นไปที่เรื่องของการเทรดโดยไม่เชื่อมโยงกับพื้นฐาน เพราะไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นคนละเรื่อง กลายเป็นเพียงการพัฒนา &#8216;คาร์บอนคอยน์&#8217; เพื่อมาใช้ในการเก็งกำไรเท่านั้น โดยไม่ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรให้โลกนี้ดีขึ้น​​&#8221;</em></p>
<p><span id="more-39308"></span></p>
<p>มุมมองของ <strong>คุณปิติ ตัณฑเกษม</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ทีเอ็มบีธนชาติ</span> หรือ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">TTB</span> ​ที่มีต่อการนำเทคโนโลยี <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Tokenization</span></strong> หรือการแปลงมูลค่าสินทรัพย์ที่ได้จากกระบวนการลดก๊าซเรือนกระจก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarbonization</span> ให้อยู่ในรูปแบบ​ <strong>&#8216;โทเคนดิจิทัล&#8217;</strong><br class="html-br" /><br class="html-br" />ไม่ว่าจะเป็น <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คาร์บอนเครดิต</span> , <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">REC</span> หรือใบรับรองการใช้ไฟฟ้าจาก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พลังงานหมุนเวียน</span> (Renewable Energy Certificate) รวมทั้งสิทธิ์ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Allowance</span>) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>คุณปิติ</strong> กล่าวว่า ttb ยังไม่มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ในแผน และมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะพิจารณา รวมทั้งยังมองว่าเป็นคนละประเด็นกับการลงทุนเพื่อช่วยขับเคลื่อนการ​ปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ลดน้อยลง<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;ประเด็นนี้เป็น 2 เรื่องที่ไม่ได้เชื่อมโยงกันเลย แต่อาจทำให้คนเข้าใจได้ว่า การเทรดคาร์บอนโทเคนจะช่วยลด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">โลกร้อน</span> ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วกลับให้ผลที่ตรงข้ามกัน ยิ่งเทรดโลกยิ่งร้อน เพราะการเทรดต้องใช้พลังงานสูงมาก&#8221;</em><br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>คุณปิติ</strong> ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า เราต้องเริ่มมองการพัฒนาจากพื้นฐานก่อน มองที่การสนับสนุนโครงสร้างที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง ไม่ใช่มองข้ามขั้นไปที่เรื่องของการเทรดโดยไม่เชื่อมโยงกับพื้นฐาน เพราะเป็นคนละเรื่อง ไม่อย่างนั้นจะเป็นเพียงการพัฒนา <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คาร์บอนคอยน์</span> เพื่อมาใช้ในการเก็งกำไร​เท่านั้น โดยไม่ได้ช่วยเปลี่ยนอะไรให้โลกดีขึ้นเลย<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;เราต้องมองเรื่องนี้ไปที่ &#8216;แก่น&#8217; ไม่ใช่​ &#8216;เปลือก&#8217; เพราะหากไม่พิจารณาให้ดี แล้วมุ่งพัฒนา​แค่เปลือกจะทำให้เกิดความ​สับสน หรืออาจจะเกิดความตื่นเต้นที่สามารถทำให้เรื่องนี้ให้สำเร็จได้ แต่ผลที่ได้กลับไม่สามารถแก้ปัญหา หรือเปลี่ยนแปลงอะไรที่แก่นได้เลย สิ่งสำคัญคือ การสร้างความเข้าใจ และผลักดันให้เกิดการลงทุนเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านและสร้างผลลัพธ์คือ การลดคาร์บอนฟุตพรินท์ได้จริง&#8221;</em><br class="html-br" /><br class="html-br" />ประกอบกับหากมองที่ผลสัมฤทธิ์ในการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน เราก็มีระบบกลางที่มีหลักเกณฑ์​ มีความน่าเชื่อถือ ผ่านการเทรดหุ้น ในรูปแบบ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Centralize</span> โดยการควบคุมของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว จึงไม่เห็นด้วยนักกับการที่ต้อง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decentralize</span> เพื่อต้องการบรรลุเป้าหมาย​ในสิ่งเดียวกัน แถมยังต้องใช้พลังงานมากมายในการดำเนินการ รวมทั้งอาจไม่ได้มีส่วน​ช่วย​ให้เกิดการแก้ปัญหาได้จริง<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่สังคมเอง ก็อาจจะ​โฟกัสอยู่แค่การนำเสนอ &#8216;เปลือก&#8217; ในหลากหลายรูปแบบ ​โดยไม่ได้หันกลับไปมองที่แก่นของเรื่องที่ถูกจุดอย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/ttb-quote-tokenization/">เทรดคาร์บอน &#8216;โทเคน&#8217; ไม่ได้ช่วย ลดโลกร้อน ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พรุ่งนี้โลกจะร้อนกว่านรก อุณหภูมิ New High ใน 5 ปีข้างหน้า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/new-high-global-warming/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 13:55:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Bangchak]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Bleaching]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonMarket]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[CMC]]></category>
		<category><![CDATA[coral]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[GlobalBoiling]]></category>
		<category><![CDATA[GlobalWarming]]></category>
		<category><![CDATA[LowCarbon]]></category>
		<category><![CDATA[Marine]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[NewHigh]]></category>
		<category><![CDATA[Quotes]]></category>
		<category><![CDATA[Science]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[ThonThamrongnawasawat]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ธรณ์ธำรงนาวาสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปะการัง]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอกขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อนธรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[โลกเดือด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39501</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; “ผมทำงานด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลมาตลอดชีวิต ​ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะต้องมาเจอปะการัง 99% ฟอกขาวและกำลังจะตาย อุณหภูมิในทะเลที่สูงเกือบ​ 40 องศาฯ ไม่ต่างจากอยู่ในบ่อออนเซ็น ทำให้ปะการังทนไม่ไหวจนฟอกขาวและค่อยๆ ตายไปจนหมด และเร็วเกินกว่าที่คาดคิดไว้&#8221; คำกล่าวของ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์  นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ และอาจารย์ภาควิชา วิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บรรยายพิเศษหัวข้อ &#8216;Warmer Than in Hell พรุ่งนี้โลกจะร้อนยิ่งกว่านรก&#8217; ในงาน READY, SET, NET, ZERO with Carbon Markets Club ​อ.ธรณ์ มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ เลยจุดของการกลับไปแก้ไขแล้ว ​ทั้งอุณหภูมิโลกที่สูงเป็นประวัติการณ์ จนเลยเส้นความกังวลของคนทั้งโลกมาแล้ว และคาดว่าภายใน 5 ปีข้างหน้านี้จะเกิดอุณหภูมิ New High ได้อีกอย่างน้อย 1 ปีเป็นอย่างต่ำปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากมายด์เซ็ตรวมทั้งการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจแบบผิดๆ รวมทั้​งการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น​การขับเคลื่อนกิจกรรม CSR ต่างๆ หรือความพยายามในการสร้างจิตสำนึก การรณรงค์ดูแลสิ่งแวดล้อมต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/new-high-global-warming/">พรุ่งนี้โลกจะร้อนกว่านรก อุณหภูมิ New High ใน 5 ปีข้างหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><em>“ผมทำงานด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลมาตลอดชีวิต ​ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะต้องมาเจอปะการัง 99% ฟอกขาวและกำลังจะตาย อุณหภูมิในทะเลที่สูงเกือบ​ 40 องศาฯ ไม่ต่างจากอยู่ในบ่อออนเซ็น ทำให้ปะการังทนไม่ไหวจนฟอกขาวและค่อยๆ ตายไปจนหมด และเร็วเกินกว่าที่คาดคิดไว้&#8221;</em></p>
<p><span id="more-39501"></span><br class="html-br" />คำกล่าวของ <strong>ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์</strong>  นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ และอาจารย์ภาควิชา วิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บรรยายพิเศษหัวข้อ &#8216;Warmer Than in Hell พรุ่งนี้โลกจะร้อนยิ่งกว่านรก&#8217; ในงาน READY, SET, NET, ZERO with Carbon Markets Club ​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>อ.ธรณ์</strong> มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ เลยจุดของการกลับไปแก้ไขแล้ว ​ทั้งอุณหภูมิโลกที่สูงเป็นประวัติการณ์ จนเลยเส้นความกังวลของคนทั้งโลกมาแล้ว และคาดว่าภายใน 5 ปีข้างหน้านี้จะเกิดอุณหภูมิ <strong>New High</strong> ได้อีกอย่างน้อย 1 ปีเป็นอย่างต่ำ<br class="html-br" /><br class="html-br" />ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากมายด์เซ็ตรวมทั้งการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจแบบผิดๆ รวมทั้​งการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น​การขับเคลื่อนกิจกรรม CSR ต่างๆ หรือความพยายามในการสร้างจิตสำนึก การรณรงค์ดูแลสิ่งแวดล้อมต่างๆ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นในวันนี้สะท้อนถึงความล้มเหลวที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่ความพยายามเปลี่ยนผ่านมาสู่ระบบเศรษฐกิจที่เป็น Low Carbon หากทำอย่างจริงจังก็อาจจะเริ่มส่งผลในอีก 30-40 ปีข้างหน้า ซึ่งอาจจะช้าเกินไปแล้ว ​​<br class="html-br" /><br class="html-br" />ส่วนการขับเคลื่อนเพื่อ​แก้ปัญหาสภาพอากาศในปัจจุบันว่า ​​​ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี หรือการวางกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนต่างๆ ที่เชื่อว่าจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจต่างๆ ​ให้ความสำคัญกับการวางแผน​ วางนโนบายหรือ​กลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อน และ​สร้างตัวชี้วัด สร้าง KPI เพื่อเช็คว่าทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ โดยลืมคิดไปว่าการดูแลรักษาโลกไม่ใช่การทำขัอสอบให้ผ่าน ไม่เหมือนการเรียนในระบบที่เรียนไปแล้ว สอบผ่านจะได้เลื่อนชั้นจนจบและรับปริญญาตามสเตป แต่ปัญหามีความซับซ้อนและผลกระทบที่เกิดขึ้นตลอดทั้งห่วงโซ่ และต้องเข้าไป​ดูแลมากกว่าแค่เรื่องการลดคาร์บอน การลดก๊าซเรือนกระจก ​<br class="html-br" /><br class="html-br" />เพราะอากาศร้อน โลกที่ร้อนขึ้น​ ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องทั้ง​ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัญหาการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งในแต่ละประเทศ หรือระหว่างประเทศ ความอดอยาก ทำให้เกิดการต่อสู้ดิ้นรนพยายามเอาชีวิตรอด ซึ่งคนอาจไม่ได้ตายจากการที่โลกร้อน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือสาเหตุสำคัญของความไม่ปกติที่จะเกิดขึ้นไปทั่วทั้งโลก​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;ตอนนี้เหมือนเราตกกระทะทองแดงแล้ว แต่อาจจะยังไม่มิดหัว และเลือกที่จะไม่มองปัญหาที่เกิดขึ้นรอบตัว แต่​หันไปมองสิ่งสวยงามอย่างกระต่ายในดวงจันทร์แทน เป็นเหมือนการปลอบใจตัวเอง ว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าเราเดินตามแผน เดินตามไทม์ไลน์ ทำตามโพรเซสต่างๆ แล้ว จะช่วยให้โลกดีขึ้น ​แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่ภาคธุรกิจทำ แม้จะ​เป็นสิ่งที่ดี ที่ควรทำ​​ แต่การทำช่วยแก้ปัญหาได้รอบด้านจริงหรือไม่ หรือทำแค่ต้องการเพียงรายงาน​ SD Report เท่านั้น เพราะแม้ว่าทุกบริษัทจะมีคะแนนความยั่งยืนในระดับสูง ได้เรตติ้งแบบ AAA แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะมาการันตีว่าโลกจะดีขึ้น หรือชีวิตในอนาคตของลูกหลานจะดีขึ้นได้จริง&#8221;​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/new-high-global-warming/">พรุ่งนี้โลกจะร้อนกว่านรก อุณหภูมิ New High ใน 5 ปีข้างหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดูแล &#8216;สิ่งแวดล้อม&#8217; ให้เหมือน ดูแลสุขภาพ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/banpu-decarb-festival/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Jan 2026 07:21:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[Decarb Festival]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Envi]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental]]></category>
		<category><![CDATA[Integrated]]></category>
		<category><![CDATA[LowCarbon]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[POWER GREEN]]></category>
		<category><![CDATA[PowerGreenCamp]]></category>
		<category><![CDATA[PowerGreenCamp20]]></category>
		<category><![CDATA[Science]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ดีค้าบ]]></category>
		<category><![CDATA[ดีค้าบเฟสติวัล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สินนท์ ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[เพาเวอร์กรีน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39316</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;การดูแล สิ่งแวดล้อม ก็เหมือนกับการดูแล สุขภาพ ของเราเอง เพราะไม่ว่าเราจะทำงานอย่างหนัก เพื่อหาเงินให้ได้มากแค่ไหน แต่สุดท้าย เราต้องเจ็บป่วย หรือไม่อยู่แล้ว ก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร เช่นเดียวกับการทำ ธุรกิจ ถ้านึกถึงแค่การทำให้ ยอดขาย เติบโต โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสภาพ​แวดล้อมเลย แต่ในอนาคตข้างหน้า ไม่มีโลกให้อยู่แล้ว ถ้าถึงวันนั้น แล้วเราทุกคนจะทำอย่างไร?&#8221;คำกล่าวของ คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) บนเวที​เสวนา &#8216;เชื่อมโยงภารกิจสู่สังคมคาร์บอนต่ำ: รัฐ-การศึกษา-เอกชน&#8217; ภายในกิจกรรม &#8216; Decarb Festival ลดคาร์บอนให้โลกคูลล์&#8217; โครงการค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพาเวอร์กรีน ปีที่ 20 PowerGreen Camp ซึ่ง​ถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญ ในการช่วยผลักดันให้เด็กและเยาวชนไทยใส่ใจและตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ความรู้ และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนอย่างสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำบนเวทีสัมมนา คุณสินนท์ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงภารกิจ Decarbonization ของ บ้านปู เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net zero ภายในปี 2050 และลดการปลดปล่อยคาร์บอนภายในธุรกิจลง 20% ภายในปี 2030 ผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยี และการเปลี่ยนผ่านสู่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/banpu-decarb-festival/">ดูแล &#8216;สิ่งแวดล้อม&#8217; ให้เหมือน ดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>&#8220;การดูแล <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สิ่งแวดล้อม</span></strong> ก็เหมือนกับการดูแล <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สุขภาพ</span> ของเราเอง เพราะไม่ว่าเราจะทำงานอย่างหนัก เพื่อหาเงินให้ได้มากแค่ไหน แต่สุดท้าย เราต้องเจ็บป่วย หรือไม่อยู่แล้ว ก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร เช่นเดียวกับการทำ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ธุรกิจ</span> ถ้านึกถึงแค่การทำให้ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ยอดขาย</span> เติบโต โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสภาพ​แวดล้อมเลย แต่ในอนาคตข้างหน้า ไม่มีโลกให้อยู่แล้ว ถ้าถึงวันนั้น แล้วเราทุกคนจะทำอย่างไร?&#8221;</em><br class="html-br" /><span id="more-39316"></span><br class="html-br" />คำกล่าวของ<strong> คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) บนเวที​เสวนา <strong>&#8216;เชื่อมโยงภารกิจสู่สังคมคาร์บอนต่ำ: รัฐ-การศึกษา-เอกชน&#8217; ภายในกิจกรรม &#8216; <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarb</span> Festival ลดคาร์บอนให้โลกคูลล์&#8217;</strong> โครงการค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพาเวอร์กรีน ปีที่ 20 <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><span class="xt0psk2"><span class="xjp7ctv">PowerGreen Camp</span></span></span> ซึ่ง​ถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญ ในการช่วยผลักดันให้เด็กและเยาวชนไทยใส่ใจและตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ความรู้ และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนอย่างสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สังคมคาร์บอนต่ำ</span><br class="html-br" /><br class="html-br" />บนเวทีสัมมนา คุณสินนท์ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงภารกิจ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarbonization</span> ของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">บ้านปู</span> เพื่อบรรลุเป้าหมาย<strong> <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Net zero</span></strong> ภายในปี 2050 และลดการปลดปล่อยคาร์บอนภายในธุรกิจลง 20% ภายในปี 2030 ผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยี และการเปลี่ยนผ่านสู่ New Energy เนื่องจากอุตสาหกรรมด้านพลังงานถือเป็นภาคส่วนสำคัญในฐานะต้นทางการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนของธุกิจต่างๆ พร้อมทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Renewable</span><br class="html-br" /><br class="html-br" />ซึ่งที่ผ่านมา บ้านปูมีความพยายาม​ในการขับเคลื่อนเรื่องของ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พลังงานสะอาด</span> อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ New Energy ทั้งโซลาร์ฟาร์ม แบตเอตรี่ รวมไปถึงพลังงานนิวเคลียร์ หรือไฮโดรเจน ซึ่งถือเป็นแหล่งพลังงานแห่งอนาคต ที่สามารถช่วยรักษาศักยภาพในการเปลี่ยนผ่าน โดยยังคงรักษาสมดุลในเรื่องของความมีเสถียรภาพ และราคาพลังงานเอาไว้ได้<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะเดียวกัน ก็ถือเป็นความท้าทายสำคัญของบ้านปู และภาคเอกชนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ในการหาแนวทางสำหรับใช้​ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่าน ในการพัฒนาและลงทุนด้านพลังงานสะอาด ผ่านการลงทุนเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสามารถสร้างแหล่งพลังงานใหม่ขึ้นมาได้ทันเวลา​ตามแผนการเปลี่ยนผ่าน พร้อมทั้งรักษาระดับราคาไว้ไม่ให้สูงมากจนเกินไป ​<br class="html-br" /><br class="html-br" />ดังนั้น ​ความชัดเจนของนโยบายในการเปลี่ยนผ่านระดับประเทศ จึงมีความสำคัญ รวมทั้งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้ง​ภาครัฐ ภาคการศึกษา และเอกชน เพื่อการขับเคลื่อนร่วมกันได้อย่างแน่นแฟ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/banpu-decarb-festival/">ดูแล &#8216;สิ่งแวดล้อม&#8217; ให้เหมือน ดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้หรือไม่ แค่กิน ก็สร้าง &#8216;คาร์บอนฟุตพรินท์&#8217; ให้กับโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/carbonfootprint-from-food-system/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 06:47:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Agricultural]]></category>
		<category><![CDATA[carbon emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Consumers]]></category>
		<category><![CDATA[emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Food System]]></category>
		<category><![CDATA[FoodProduction]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Livestock]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Low Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Our World in Data]]></category>
		<category><![CDATA[Plant-based]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Eating]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การกิน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพรินท์ส่วนบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38639</guid>

					<description><![CDATA[<p>รู้หรือไม่!!  แค่การกิน ก็ส่งผลต่อ สภาพอากาศ เพราะทุกคำจากอาหาร ที่เรากิน ล้วนมาพร้อม &#8216;คาร์บอนฟุตพรินท์&#8217; ให้โลก ‘การกิน’ กับ ‘โลกร้อน’ จึงเป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน เนื่องจากในกระบวนการ &#8216;การผลิตอาหาร&#8217; ทั้ง การเกษตร และ ปศุสัตว์ จำเป็น​ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ทั้งการ​ใช้น้ำ และที่ดินเพื่อ เพาะปลูก หรือ เลี้ยงสัตว์ รวมทั้งยังสร้างก๊าซมีเทน และกระทบต่อพื้นที่ป่าให้มีจำนวนลดลง ​ ทั้งนี้ 1 ใน 4 ของ ก๊าซเรือนกระจก ทั่วโลกมาจากอุตสาหกรรมอาหาร ตั้งแต่การผลิต การทำฟาร์ม การแปรรูป และการขนส่ง ดังนั้น การกินในชีวิตประจำวันของ ผู้บริโภค จึงส่งผลต่อปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง Climate Change อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะใน​ทุกกระบวนการมีการปล่อยคาร์บอน Carbon Emissions อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การเลือกชนิดของอาหารสำหรับ​การรับประทาน ก็​มีส่วน​​ช่วยลดผลกระทบได้อีกทางหนึ่ง เนื่องจาก ปริมาณ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/carbonfootprint-from-food-system/">รู้หรือไม่ แค่กิน ก็สร้าง &#8216;คาร์บอนฟุตพรินท์&#8217; ให้กับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div dir="auto"></div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">
<div dir="auto"><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">รู้หรือไม่!! </span> แค่<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">การกิน</span> ก็ส่งผลต่อ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สภาพอากาศ </span>เพราะทุกคำจาก<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">อาหาร</span> ที่เรากิน ล้วนมาพร้อม <strong>&#8216;คาร์บอนฟุตพรินท์&#8217;</strong> ให้โลก</div>
</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>‘การกิน</strong>’ กับ <strong>‘โลกร้อน</strong>’ จึงเป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน เนื่องจากในกระบวนการ &#8216;การผลิตอาหาร&#8217; ทั้ง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">การเกษตร</span> และ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ปศุสัตว์</span> จำเป็น​ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ทั้งการ​ใช้น้ำ และที่ดินเพื่อ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">เพาะปลูก</span> หรือ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">เลี้ยงสัตว์</span> รวมทั้งยังสร้างก๊าซมีเทน และกระทบต่อพื้นที่ป่าให้มีจำนวนลดลง ​</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ทั้งนี้ 1 ใน 4 ของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ก๊าซเรือนกระจก</span> ทั่วโลกมาจากอุตสาหกรรมอาหาร ตั้งแต่การผลิต การทำฟาร์ม การแปรรูป และการขนส่ง</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ดังนั้น การกินในชีวิตประจำวันของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ผู้บริโภค</span> จึงส่งผลต่อปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Climate Change</span> อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะใน​ทุกกระบวนการมีการปล่อยคาร์บอน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Carbon Emissions</span> อย่างต่อเนื่อง</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ขณะเดียวกัน การเลือกชนิดของอาหารสำหรับ​การรับประทาน ก็​มีส่วน​​ช่วยลดผลกระทบได้อีกทางหนึ่ง เนื่องจาก ปริมาณ Carbon Emissions ของอาหารแต่ละประเภทที่ปลดปล่อยออกมานั้นแตกต่างกัน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Our World in Data</span> </strong>ได้มีการจัดอันดับกลุ่มอาหารที่มีคาร์บอนฟุตพรินท์ต่ำ และสูง ​สำหรับเปรียบเทียบ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Emissions</span> ที่เกิดจากการผลิตอาหารแต่ละประเภท โดยการคำนวณตามปริมาณการสร้างคาร์บอนฟุตพรินท์ที่เกิดขึ้นจากการผลิตวัตถุดิบอาหารแต่ละประเภทในปริมาณ 1 กิโลกรัม</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>10 กลุ่มอาหาร คาร์บอนฟุตพรินท์สูง (High-Emission Foods)</strong> ประกอบด้วย</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">1. เนื้อวัว (จากฟาร์มโคเนื้อ) ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 99.48 กก.</div>
<div dir="auto">2. ดาร์กช็อกโกแลต ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 46.65 กก.</div>
<div dir="auto">3. เนื้อแกะ ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 39.72 กก.</div>
<div dir="auto">4. เนื้อวัว (จากฟาร์มโคนม) ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 33.3 กก.</div>
<div dir="auto">5. กาแฟ ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 28.53 กก.</div>
<div dir="auto">6. กุ้ง (จากฟาร์ม) ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 26.87 กก.</div>
<div dir="auto">7. ชีส ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 23.88 กก.</div>
<div dir="auto">8. ปลา (จากฟาร์ม) ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 13.63 กก.</div>
<div dir="auto">9. เนื้อหมู ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 12.31 กก.</div>
<div dir="auto">10. เนื้อไก่ (กลุ่มสัตว์ปีก) ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 9.87 กก.</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>5 กลุ่มอาหาร คาร์บอนฟุตพรินท์ต่ำ</strong> (Low-Emission Foods) ประกอบด้วย</div>
<div dir="auto">1. ผลไม้ตระกูลส้ม ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 0.39 กก.</div>
<div dir="auto">2. แอปเปิ้ล / พืชหัวใต้ดิน / ถั่วเปลือกแข็ง ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 0.43 กก.</div>
<div dir="auto">3. มันฝรั่ง ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 0.46 กก.</div>
<div dir="auto">4. หัวหอมและต้นหอม ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 0.5 กก.</div>
<div dir="auto">5. ผักตระกูลกะหล่ำ ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 0.51 กก.</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/carbonfootprint-from-food-system/">รู้หรือไม่ แค่กิน ก็สร้าง &#8216;คาร์บอนฟุตพรินท์&#8217; ให้กับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>How to กำจัด &#8216;Food Waste&#8217; สไตล์ญี่ปุ่น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/food-waste-management-in-japan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Sep 2025 15:55:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[ActionPlan]]></category>
		<category><![CDATA[BestPractice]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Engagement]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[FoodWaste]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Goals]]></category>
		<category><![CDATA[Household]]></category>
		<category><![CDATA[japan]]></category>
		<category><![CDATA[JapaneseStyle]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[Reduce]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Toyama]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ZeroFoodWaste]]></category>
		<category><![CDATA[กรณีศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[สูญเสียอาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36322</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศญี่ปุ่น เป็นหนึ่ง​ต้นแบบของประเทศที่มีศักยภาพในการจัดการ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; หรือ​ Food Waste โดยสามารถบรรลุเป้าหมายลดขยะอาหารในภาพรวมของทั้งประเทศได้เร็วกว่าแผนที่วางไว้ถึง 8 ปี แม้ว่าภาพรวมจะสามารถบรรลุความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย แต่ส่วนใหญ่เป็นการขับเคลื่อนจากภาคธุรกิจ เป็นหลัก ขณะที่​ ภาคครัวเรือน ยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากนัก ทำให้ต้องออกมาตรการเพื่อเร่งการลดขยะ โดยเฉพาะ Food Waste ในภาคครัวเรือนได้มากขึ้นสำหรับภาพรวมปริมาณขยะอาหารทั่วโลก โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ UNEP ได้ประเมินปริมาณอาหารเหลือทั้งในปี 2022 มีปริมาณรวมกว่า 1.05 พันล้านตัน ซึ่งกว่า 60% เกิดจากครัวเรือน และ สร้าง​ก๊าซเรือนกระจก 8-10% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกขณะที่​ปี 2022 ญี่ปุ่น สามารถลดปริมาณขยะอาหาร เหลือเพียง 4.72 ล้านตัน ซึ่งถือว่าสามารถขับเคลื่อน​ได้เร็วกว่าเป้าหมายถึง 8 ปี จากแผนที่ต้องการลด​ Food Waste ลงให้ได้ 50% ภายในปี 2030 จากฐานปี 2000 ที่มีปริมาณ Food Waste 9.8 ล้านตันปริมาณ​​ Food [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/food-waste-management-in-japan/">How to กำจัด &#8216;Food Waste&#8217; สไตล์ญี่ปุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ประเทศญี่ปุ่น</strong> เป็นหนึ่ง​ต้นแบบของประเทศที่มีศักยภาพในการจัดการ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; หรือ​ <strong>Food Waste</strong> โดยสามารถบรรลุเป้าหมายลดขยะอาหารในภาพรวมของทั้งประเทศได้เร็วกว่าแผนที่วางไว้ถึง 8 ปี</p>
<p><span id="more-36322"></span></p>
<p>แม้ว่าภาพรวมจะสามารถบรรลุความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย แต่ส่วนใหญ่เป็นการขับเคลื่อนจาก<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ภาคธุรกิจ</span> เป็นหลัก ขณะที่​ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ภาคครัวเรือน</span> ยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากนัก ทำให้ต้องออกมาตรการเพื่อเร่งการ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ลดขยะ</span> โดยเฉพาะ Food Waste ในภาคครัวเรือนได้มากขึ้น<br class="html-br" />สำหรับภาพรวมปริมาณขยะอาหารทั่วโลก โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">UNEP</span> ได้ประเมินปริมาณอาหารเหลือทั้งในปี 2022 มีปริมาณรวมกว่า 1.05 พันล้านตัน ซึ่งกว่า 60% เกิดจาก<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ครัวเรือน</span> และ สร้าง​<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ก๊าซเรือนกระจก</span> 8-10% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่​ปี 2022 ญี่ปุ่น สามารถลดปริมาณขยะอาหาร เหลือเพียง 4.72 ล้านตัน ซึ่งถือว่าสามารถขับเคลื่อน​ได้เร็วกว่าเป้าหมายถึง 8 ปี จากแผนที่ต้องการลด​ Food Waste ลงให้ได้ 50% ภายในปี 2030 จากฐานปี 2000 ที่มีปริมาณ Food Waste 9.8 ล้านตัน<br class="html-br" /><br class="html-br" />ปริมาณ​​ Food Waste ที่ลดลงเหลือ ​4.72 ล้านตัน ในปี 2022 มาจากทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือน ในอัตราเท่ากันที่ 50% หรือราว 2.36 ล้านตัน<br class="html-br" /><br class="html-br" />โดย​ภาคธุรกิจ (Business Food Waste ) ทำได้ค่อนข้างดี สามารถลด Food Waste ​มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ​จึงได้​ทำการขยับเป้าหมายเพิ่มเป็น 60% ภายในปี 2030<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่ ภาคครัวเรือน (Household Food Waste) ปริมาณขยะอาหาร​ 2.36 ล้านตัน ถือว่ายังสูงกว่าเป้าหมายที่ต้องลดลงให้เหลือ 2.16 ล้านตัน ซึ่งการล่าช้ากว่าแผนที่วางไว้ของภาคครัวเรือนนั้น ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจราว 40 ล้านล้านเยร หรือ 2.77 ​แสนล้านเหรียญสหรัฐ​ และสร้าง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Carbonfootprint</span> 10.46 ล้านตันCO2e<br class="html-br" /><br class="html-br" />ทั้งนี้ แผนที่ญี่ปุ่นนำมาใช้ เพื่อเร่งสปีดกาารลด Food Waste ในภาคครัวเรือน อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีหลากหลายและรอบด้าน เช่น<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>การปรับเป้าหมายใหม่ เพื่อลด Food Waste ได้มากขึ้น</strong></p>
<p>โดยในปี 2025 นี้ ​ญี่ปุ่นทำการปรับเป้าหมายลดขยะอาหาร ในภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นเป็น 60% ส่วนภาคครัวเรือน ยังอยู่ที่ 50% จากฐาน​ในปี 2000 เช่นเดิม<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>สร้างความร่วมมือด้าน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Food Loss,</span> <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Food Waste</span> มากขึ้น</strong></p>
<p>ผ่านความร่วมมือทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา โดยเฉพาะเป้าหมายในกลุ่ม ‘ครัวเรือน’<br class="html-br" />ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ และนโยบาย​​ส่งเสริมการลดการสูญเสียอาหาร สร้างความตระหนักรู้ ปรับแนวคิด เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมได้ทั้ง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><a class="x1i10hfl xjbqb8w x1ejq31n x18oe1m7 x1sy0etr xstzfhl x972fbf x10w94by x1qhh985 x14e42zd x9f619 x1ypdohk xt0psk2 x3ct3a4 xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x16tdsg8 x1hl2dhg xggy1nq x1a2a7pz xkrqix3 x1sur9pj xzsf02u x1s688f" role="link" href="https://www.facebook.com/hashtag/stakeholders?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZVQHJsLmkdE3WvNHjH7cHKbZ2gA-DwFmJs6OJShznfaCdL9f5EnhLIWDiliNlehmcH7Q5J3IkbbKURGChKySVk-967jN_5hbU9-QKb25NtsCQSZ2UGveaee6Yq8Y2h7opYybnwl3jyxdX2LirpefDxUbmlBUzHVyN7KbXAP5O57i-yhA7a8fQbe0P8TeFwR533daHzF729a2zC1EGDYjDbr9HLoyMAesjkTX0tA6k6pwQ&amp;__tn__=*NK*F" target="_blank" rel="noopener">#Stakeholders</a></span> ​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>กลยุทธ์ ‘Toyoma Food Loss Zero’</strong></p>
<p>โครงการต้นแบบของจังหวัด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">โทยามะ</span> สร้างแคมเปญให้ผู้บริโภคและธุรกิจร่วมมือลดขยะอาหาร<br class="html-br" />พรัอมพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ มุ่งช่วยลดขยะอาหารภายในครัวเรือน<br class="html-br" />พร้อมเพิ่มแนวทางดึงดูดคนรุ่นใหม่ แชร์วิดีโอส่งเสริมการให้ความรู้ รสมทั้งใช้มาสคอตให้เข้าถึงกลุ่มเด็กได้ง่ายขึ้น<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>เทคโนโลยี <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ตู้เย็นอัจฉริยะ</span></strong></p>
<p>ประเมินความสดวัตถุดิบ / ทำเครื่องหมายสินค้าที่ใกล้หมดอายุ<br class="html-br" />พัฒนา IoT เชื่อมต่อร้านค้าออนไลน์ เพื่อสั่งซื้ออย่างมีประสิทธิภาพ<br class="html-br" />เพิ่มบทบาทภาคเอกชน มีโครงการนำร่องช่วยลดปริมาณอาหารหมดอายุ ประเมินศักยภาพเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือพัฒนาแอปช่วยคิดเมนูลดขยะอาหารในครัวเรือน<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>ศึกษา ‘พฤติกรรมประชากร’ แต่ละช่วงวัย</strong></p>
<p>การเข้าใจ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">อินไซต์</span> และ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พฤติกรรม</span> ประชากรแต่ละช่วงวัย จะช่วยให้สามารถอออกแบบวิธีการ หรือวางรากฐาน พัฒนาแนวทางลดขยะอาหารในครัวเรือนในญี่ปุ่นได้ดียิ่งขึ้น โดยจากการศึกษา พบอินไซต์ของประชากรในวัยต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น</p>
<p>กลุ่ม​ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สูงวัย</span> (70 ปีขึ้นไป) จะสร้างขยะอาหารเฉลี่ย 46 กิโลกรัม/ คน มากกว่ากลุ่มอายุน้อย เกือบ 3 เท่า ที่สร้างเฉลี่ย 16.6 กิโลกรัม/คน</p>
<p>หรือกลุ่ม <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คนรุ่นใหม่</span> มักรับประทานอาหารนอกบ้านบ่อยกว่า, คนสูงอายุมักซื้ออาหารเน่าเสียง่ายมากกว่า รวมทั้งสาเหตุการทิ้งอาหารที่แตกต่างกัน เป็นต้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/food-waste-management-in-japan/">How to กำจัด &#8216;Food Waste&#8217; สไตล์ญี่ปุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Checklist กิจกรรมทำโลกร้อน ใน 1 วัน แต่ละคนสร้าง &#8216;Carbon Footprint&#8217; มากแค่ไหน ?</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/individual-carbon-footprint-measurement/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Sep 2025 15:53:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[#ClimateChange]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[FoodProduction]]></category>
		<category><![CDATA[Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Individual]]></category>
		<category><![CDATA[Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[Measurement]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Transportation]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36326</guid>

					<description><![CDATA[<p>คาร์บอนฟุตพริ้นท์ &#8216;Carbon Footprint&#8217; ไม่ได้เกิดจากการปลดปล่อย Carbon Emission ที่มาจากแค่ภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ หรือเกษตร เท่านั้น แต่ ไลฟ์สไตล์ ในชีวิตประจำวันของเราก็สร้าง ‘คาร์บอนฟุตพริ้นท์รายบุคคล’ ได้ด้วยเช่นกัน โดยพบค่าเฉลี่ยการสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์รายบุคคลทั่วโลก ในปี 2019 อยู่ที่ 6.9 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (TCO2e ) ต่อคนต่อปีส่วน​ในประเทศไทย ยังมีการปลดปล่อยที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก โดยมีค่าเฉลี่ย Emission รายบุคคลอยู่ที่ 4.2 TCO2e หรือมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยรวมกว่า 273 ล้าน TCO2e จากจำนวนคนไทยราว 65 ล้านคนแล้ว รู้หรือไม่ แต่ละกิจกรรมที่เราทำในแต่ละวันนั้น จะสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้มากแค่ไหน ไปลอง Checklist กันดูอาบน้ำ &#8211; แปรงฟัน &#8211; ถ้าอาบน้ำด้วยฝักบัว จะใช้น้ำเฉลี่ยไม่เกิน 20 ลิตรต่อครั้ง&#8211; หากล้างหน้าแบบเปิดน้ำทิ้งไปด้วย จะใช้น้ำถึง 18 ลิตรต่อครั้ง และหากทำต่อเนื่อง 1 ปี จะสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ถึง 5.2 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/individual-carbon-footprint-measurement/">Checklist กิจกรรมทำโลกร้อน ใน 1 วัน แต่ละคนสร้าง &#8216;Carbon Footprint&#8217; มากแค่ไหน ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>คาร์บอนฟุตพริ้นท์ <strong>&#8216;Carbon Footprint&#8217;</strong> ไม่ได้เกิดจากการปลดปล่อย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Carbon Emission</span> ที่มาจากแค่ภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ หรือเกษตร เท่านั้น แต่ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ไลฟ์สไตล์</span> ในชีวิตประจำวันของเราก็สร้าง ‘คาร์บอนฟุตพริ้นท์รายบุคคล’ ได้ด้วยเช่นกัน</p>
<p><span id="more-36326"></span><br class="html-br" />โดยพบค่าเฉลี่ยการสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์รายบุคคลทั่วโลก ในปี 2019 อยู่ที่ 6.9 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (TCO2e ) ต่อคนต่อปี<br class="html-br" /><br class="html-br" />ส่วน​ในประเทศไทย ยังมีการปลดปล่อยที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก โดยมีค่าเฉลี่ย Emission รายบุคคลอยู่ที่ 4.2 TCO2e หรือมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยรวมกว่า 273 ล้าน TCO2e จากจำนวนคนไทยราว 65 ล้านคน<br class="html-br" /><br class="html-br" />แล้ว <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">รู้หรือไม่</span> แต่ละกิจกรรมที่เราทำในแต่ละวันนั้น จะสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้มากแค่ไหน ไปลอง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Checklist</span> กันดู<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>อาบน้ำ &#8211; แปรงฟัน</strong></p>
<p>&#8211; ถ้าอาบน้ำด้วยฝักบัว จะใช้น้ำเฉลี่ยไม่เกิน 20 ลิตรต่อครั้ง<br class="html-br" />&#8211; หากล้างหน้าแบบเปิดน้ำทิ้งไปด้วย จะใช้น้ำถึง 18 ลิตรต่อครั้ง และหากทำต่อเนื่อง 1 ปี จะสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ถึง 5.2 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (KgCO2e)<br class="html-br" />&#8211; การแปรงฟันแบบมีแก้วใส่น้ำ ใช้น้ำ 0.51 ลิตรต่อครั้ง แต่หากเปิดน้ำไหลทิ้ง จะสิ้นเปลืองน้ำถึง 9 ลิตรต่อนาที<br class="html-br" />&#8211; หากมีการปล่อยน้ำทิ้งตอนแปรงฟัน วันละ 4 นาที นาน 1 ปี จะสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 10.4 KgCO2e<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>การผลิตอาหาร ในปริมาณ 1 กิโลกรัม</strong></p>
<p>&#8211; เนื้อวัว 1 กิโลกรัม สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 60 KgCO2e<br class="html-br" />&#8211; เนื้อหมู 1 กิโลกรัม สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 7 KgCO2e<br class="html-br" />&#8211; เนื้อไก่ 1 กิโลกรัม สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 6 KgCO2e<br class="html-br" />&#8211; ข้าว 1 กิโลกรัม สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 2.7 KgCO2e<br class="html-br" />&#8211; ถั่ว 1 กิโลกรัม สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 1 KgCO2e<br class="html-br" />&#8211; ชีสเบอร์เกอร์เนื้อ 1 ชิ้น มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 3.20 KgCO2e ส่วนซีซาร์สลัด มีเพียง 0.43 kgCO2e<br class="html-br" />&#8211; หากมีการสร้างขยะเศษอาหาร <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Foodwaste</span> 10 กิโลกรัม จะสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ถึง 25.3 KgCO2e<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>การเดินทาง</strong></p>
<p>การเดินทางโดยเครื่องบิน<br class="html-br" />&#8211; เที่ยวบินภายในประเทศ ไป-กลับ 1,000 กิโลเมตร จำนวน 6 ครั้งต่อปี สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 1.0398 TCO2e<br class="html-br" />&#8211; เดินทางในทวีปเอเชีย ไป-กลับ ไม่เกิน 10,000 กิโลเมตร จำนวน 2 ครั้งต่อปี สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 1.8046 TCO2e<br class="html-br" />&#8211; เดินทางไปยุโรป ไป-กลับ ไม่เกิน 18,000 กิโลเมตร 1 ครั้งต่อปี สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 2.0053 TCO2e<br class="html-br" />&#8211; การขับ​รถยนต์ส่วนตัว วันละ 50 กิโลเมตร สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 1.2256 TCO2e<br class="html-br" />&#8211; ขี่รถมอเตอร์ไซค์ วันละ 50 กิโลเมตร สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 0.4755 TCO2e<br class="html-br" />&#8211; ใช้รถโดยสารประจำทาง วันละ 50 กิโลเมตร สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 0.2568 TCO2e<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>เครื่องใช้ไฟฟ้า</strong></p>
<p>&#8211; การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า 1,000 kWh สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 499.9 KgCO2e<br class="html-br" />&#8211; พัดลมตั้งพื้น กำลังไฟ 45-75 วัตต์ หากเปิดวันละ 8 ชั่วโมง สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 0.18-0.30 KgCO2e<br class="html-br" />&#8211; แอร์ ใช้กำลังไฟ 680-3,300 วัตต์ สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 2.72-13.20 KgCO2e และหากเปิดแอร์ทุกวัน ภายใน 1 ปี จะสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 4.818 TCO2e</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/individual-carbon-footprint-measurement/">Checklist กิจกรรมทำโลกร้อน ใน 1 วัน แต่ละคนสร้าง &#8216;Carbon Footprint&#8217; มากแค่ไหน ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไม? &#8216;โปรตีนจากพืช&#8217;​ ถึงเป็นความยั่งยืนแห่งอนาคต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/plant-based/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Sep 2025 23:45:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[FoodSecurity]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[InfoGraphic]]></category>
		<category><![CDATA[Livestock]]></category>
		<category><![CDATA[MadreBrava]]></category>
		<category><![CDATA[Opportunity]]></category>
		<category><![CDATA[Plantbased]]></category>
		<category><![CDATA[Protein]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวโลก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ปศุสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารจากพืช]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[โปรตีนจากถั่ว]]></category>
		<category><![CDATA[โปรตีนจากพืช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36153</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากเทียบปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก GHG Emissions พบว่า การผลิตโปรตีนจากสัตว์มีปริมาณการปลดปล่อยสูงกว่า​​ &#8216;โปรตีนจากพืช&#8217; ​หลายเท่าตัว โดยอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์สร้าง GHG Emissions ​สัดส่วนถึง 15% ของการปลดปล่อยทั่วโลก รวมทั้งความคุ้มค่าในการใช้พื้นที่ เพราะการทำปศุสัตว์ที่กินพื้นที่ถึง 80% ของโลก แต่ผลิตอาหารให้มนุษย์ไม่ถึง 20%หรือหากเทียบการผลิตโปรตีนแต่ละชนิด ในปริมาณ 100 กรัม เช่น การผลิตเนื้อวัว จะสร้าง Emission เกือบ 50 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (KgCO2e) กุ้งเลี้ยงมากกว่า 18 KgCO2e หรือนมจากสัตว์ ปลดปล่อย 9.5 KgCO2e ขณะที่กลุ่มธัญพืช ปล่อย GHG เพียง 2.7 KgCO2e เต้าหู้ 1.98 KgCO2e หรือพืชตระกูลถั่วต่างๆ ปล่อยไม่ถึง 1 KgCO2e เป็นต้นขณะที่ &#8216;ประเทศไทย&#8217; มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางโปรตีนจากพืชของภูมิภาคได้ ผ่านการสร้างความหลากหลายของอาหารที่ให้โปรตีน ในฐานะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/plant-based/">ทำไม? &#8216;โปรตีนจากพืช&#8217;​ ถึงเป็นความยั่งยืนแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หากเทียบปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">GHG Emissions</span> พบว่า การผลิตโปรตีนจากสัตว์มีปริมาณการปลดปล่อยสูงกว่า​​ <strong>&#8216;โปรตีนจากพืช&#8217; </strong>​หลายเท่าตัว โดยอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์สร้าง GHG Emissions ​สัดส่วนถึง 15% ของการปลดปล่อยทั่วโลก รวมทั้งความคุ้มค่าในการใช้พื้นที่ เพราะการทำปศุสัตว์ที่กินพื้นที่ถึง 80% ของโลก แต่ผลิตอาหารให้มนุษย์ไม่ถึง 20%<br class="html-br" /><br class="html-br" />หรือหากเทียบการผลิตโปรตีนแต่ละชนิด ในปริมาณ 100 กรัม เช่น การผลิตเนื้อวัว จะสร้าง Emission เกือบ 50 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (KgCO2e) กุ้งเลี้ยงมากกว่า 18 KgCO2e หรือนมจากสัตว์ ปลดปล่อย 9.5 KgCO2e ขณะที่กลุ่มธัญพืช ปล่อย GHG เพียง 2.7 KgCO2e เต้าหู้ 1.98 KgCO2e หรือพืชตระกูลถั่วต่างๆ ปล่อยไม่ถึง 1 KgCO2e เป็นต้น<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่ &#8216;ประเทศไทย&#8217; มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางโปรตีนจากพืชของภูมิภาคได้ ผ่านการสร้างความหลากหลายของอาหารที่ให้โปรตีน ในฐานะ &#8216;ครัวของโลก&#8217; และการเร่งเปลี่ยนผ่านเพื่อส่งเสริมโปรตีนจากพืช เพื่อเพิ่มโอกาสทางการแข่งขันให้ประเทศ ทั้ง​การพัฒนาทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่​ยั่งยืนในประเทศไทย<br class="html-br" /><br class="html-br" />จึงจำเป็นต้องมีมาตรการเร่งด่วนเพื่อ​ส่งเสริมการขยายสัดส่วนโปรตีนจากพืชเพื่อทดแทนโปรตีนจากสัตว์ในระบบการผลิตของประเทศไทย ให้ได้​ 50% ภายในปี 2050 เพื่อนำมาซึ่งประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มในมิติต่างๆ ได้ต่อไปนี้<br class="html-br" /><br class="html-br" />• การสร้างมูลค่าเศรษฐกิจได้ถึง 1.3 ล้านล้านบาท<br class="html-br" />• เพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตัวเอง จากโอกาสในการสร้างงานได้สูงสุดถึง 1.15 ล้านตำแหน่ง ในกลุ่มอุตสาหกรรมโปรตีนจากพืช<br class="html-br" />• ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 35.5 ล้านตันต่อปี เทียบเท่าการลดจำนวนรถยนต์ 8.45 ล้านคันในสหรัฐอเมริกา<br class="html-br" />• ประหยัดพื้นที่การผลิตถึง 21,700 ตารางกิโลเมตร เทียบเท่ากับพื้นที่ของ จ.นครราชสีมา</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/plant-based/">ทำไม? &#8216;โปรตีนจากพืช&#8217;​ ถึงเป็นความยั่งยืนแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Guardian Glass เผยฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อม (EPD)  สำหรับผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/guardian-glass-certitied-environmental-product-declarations/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Apr 2025 16:23:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental Product Declarations]]></category>
		<category><![CDATA[EPD]]></category>
		<category><![CDATA[Guardian Glass]]></category>
		<category><![CDATA[กระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การ์เดียน กลาส]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลาก EPDs]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32673</guid>

					<description><![CDATA[<p>การ์เดียน กลาส หรือ Guardian Glass เผยฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ หรือ Environmental Product Declarations (EPDs) สำหรับผลิตภัณฑ์กระจกแผ่นเรียบ โดยครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์กระจกโฟลตใส กระจกโฟลตสีตัดแสง กระจกลามิเนต และกระจกเคลือบผิวแบบเปียก (กระจกเงา) ทั้งที่ผลิตในประเทศไทยและที่ผลิตในต่างประเทศ โดยฉลาก EPDs ใหม่นี้ ผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานภายนอกระดับโลกอย่าง (UL) ในการประเมินผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต เพื่อให้มั่นใจว่ารายงานด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ระบุใน EPDs เป็นไปตามมาตรฐานด้านความยั่งยืนระดับสากล ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้ กระจกโฟลต Guardian™ Clear กระจกโฟลต Guardian™ Light Green กระจกโฟลต Guardian™ Solar Management Glass กลุ่มผลิตภัณฑ์กระจกลามิเนต Guardian LamiGlass™ กระจกเงา Guardian UltraMirror™ กระจกเงา Guardian UltraMirror™ Plus กระจกเงา Guardian UltraMirror™ Life กระจกรถยนต์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/guardian-glass-certitied-environmental-product-declarations/">Guardian Glass เผยฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อม (EPD)  สำหรับผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การ์เดียน กลาส </strong>หรือ <strong>Guardian Glass</strong> เผยฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ หรือ Environmental Product Declarations (EPDs) สำหรับผลิตภัณฑ์กระจกแผ่นเรียบ โดยครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์กระจกโฟลตใส กระจกโฟลตสีตัดแสง กระจกลามิเนต และกระจกเคลือบผิวแบบเปียก (กระจกเงา) ทั้งที่ผลิตในประเทศไทยและที่ผลิตในต่างประเทศ</p>
<p><span id="more-32673"></span></p>
<p>โดยฉลาก EPDs ใหม่นี้ ผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานภายนอกระดับโลกอย่าง (UL) ในการประเมินผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต เพื่อให้มั่นใจว่ารายงานด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ระบุใน EPDs เป็นไปตามมาตรฐานด้านความยั่งยืนระดับสากล ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>กระจกโฟลต Guardian™ Clear</li>
<li>กระจกโฟลต Guardian™ Light Green</li>
<li>กระจกโฟลต Guardian™ Solar Management Glass</li>
<li>กลุ่มผลิตภัณฑ์กระจกลามิเนต Guardian LamiGlass™</li>
<li>กระจกเงา Guardian UltraMirror™</li>
<li>กระจกเงา Guardian UltraMirror™ Plus</li>
<li>กระจกเงา Guardian UltraMirror™ Life</li>
<li>กระจกรถยนต์ Guardian™ Clear</li>
<li>กระจกรถยนต์ Guardian™ Light Green</li>
<li>กระจกรถยนต์ Guardian™ Solar Management Glass ซึ่งกระจกรถยนต์เหล่านี้เป็นไปตามกฎรายการวัสดุสำหรับผลิตภัณฑ์ยานยนต์ (Automotive Product Category Rules หรือ PCRs) ซึ่งเป็นแนวทางการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของชิ้นส่วนยานยนต์และวัสดุที่ใช้ผลิตรถยนต์ อาทิ กระจกสำหรับยานยนต์ ตัวถังรถยนต์ แบตเตอรี่ และระบบพลังงาน อะไหล่และวัสดุอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์</li>
</ul>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-32675" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Samyan_Mitrtown.jpg" alt="" width="675" height="900" /></p>
<p>ฉลาก EPDs สำหรับกระจกโฟลตที่ใช้ในงานสถาปัตยกรรมและการออกแบบภายในเป็นไปตามแนวทางในการประเมินผลิตภัณฑ์ “Cradle-to-Gate (A1-A3)” ที่การประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ A1 – Raw Material Supply (การจัดหาวัตถุดิบ) A2 – Transport (การขนส่งวัตถุดิบ) จนถึง A3 – Manufacturing (กระบวนการผลิตเสร็จสิ้นและออกจากโรงงาน) ซึ่งดำเนินการตามมาตรฐาน ISO 21930 และกฎรายการวัสดุสำหรับผลิตภัณฑ์ในแถบอเมริกาเหนือ (North American PCRs) โดยมีค่าคาร์บอนที่มาจากวัสดุก่อสร้าง(Embodied Carbon)อยู่ที่ 9.97 กิโลกรัม CO₂e/ตร.ม. สำหรับกระจกหนา 4 มม.*</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-32678 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/UltraMirror-range.jpg" alt="" width="667" height="1000" /></p>
<p>สำหรับฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ของกระจกรถยนต์เป็นไปตามแนวทางในการประเมินผลิตภัณฑ์ “Cradle-to-Gate with Options (A1-A4, C1-C4)” ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงการออกจากโรงงาน (A1-A3) การขนส่งไปยังลูกค้า (A4) จากประเทศไทยไปยังออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ รวมถึงกระบวนการรื้อถอนและกำจัดผลิตภัณฑ์หลังสิ้นสุดอายุการใช้งาน (C1-C4) โดยพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่งสากล (Automotive &amp; Transport UN PCRs) ที่กำหนดค่าคาร์บอนที่มาจากวัสดุก่อสร้างรวมของกระจกยานยนต์หนา 4 มม. อยู่ที่ 12.3 กิโลกรัม CO₂e/ตร.ม. ซึ่งแบ่งเป็นค่าคาร์บอนที่มาจากวัสดุก่อสร้างจากกระบวนการ A1-A3 ที่ 10.02 กิโลกรัม CO₂e/ตร.ม. และผลกระทบจากการขนส่ง (A4) ไปยังออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เท่ากับ 2.16 กิโลกรัม CO₂e/ตร.ม.</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32676 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/ภาพประกอบข่าว_Guardian-Glass_03.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>นอกจากนี้ Guardian Glass ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ในเครื่องมือ Performance Calculator ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถคำนวณค่าคาร์บอนที่มาจากวัสดุก่อสร้าง(Embodied Carbon) สำหรับการเลือกใช้กระจกในรูปแบบต่าง ๆ โดยเครื่องมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Glass Analytics ที่จะช่วยจำลองคุณสมบัติทางความร้อน การส่องแสงของพื้นผิวกระจก รวมถึงชั้นเคลือบผิวกระจก สำหรับฟีเจอร์ใหม่ของ Performance Calculator สามารถประมาณการค่าคาร์บอนที่มาจากวัสดุก่อสร้างของกระจกในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ กระจกโฟลต (Float Glass) กระจกเคลือบ Sputter-Coated Glass และกระจกลามิเนต (Laminated Glass) ที่ผลิตโดย Guardian Glass ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอินเดีย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32679 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Sascha-Klengel-หัวหน้าฝ่ายขายของ-Guardian-Glass-ประจำภูมิภาค_.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>Sascha Klengel </strong><strong>หัวหน้าฝ่ายขายของ </strong><strong>Guardian Glass </strong><strong>ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก</strong> กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีที่ได้ยกระดับฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ฉบับใหม่ ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นต่อเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบแนวทางความยั่งยืนของบริษัทฯ ผ่านการให้ข้อมูลอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับค่าคาร์บอนที่มาจากวัสดุก่อสร้างของผลิตภัณฑ์กระจกของเรา ที่จะช่วยเพิ่มความเข้าใจและช่วยให้พาร์ทเนอร์ของเราเข้าถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เพิ่มการตัดสินใจเลือกใช้กระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ต่อสมรรถนะของรถยนต์ การออกแบบเปลือกอาคาร (Facade) และการออกแบบภายใน โดย EPDs ฉบับใหม่ของเราจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการก่อสร้างและยานยนต์อย่างยิ่ง”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32677 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/ภาพประกอบข่าว_Guardian-Glass_02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ EPDs สามารถค้นหาได้ที่ <a href="https://www.guardianglass.com/ap/en/tools-and-resources/product-certifications/product-declarations?utm_source=grd_digital_earned&amp;utm_medium=press_release&amp;utm_campaign=new_epds" target="_blank" rel="noopener">guardianglass.com/product-declarations</a> และผู้สนใจเครื่องมือจำลองคุณสมบัติของกระจก Glass Analytics และทดลองใช้ฟีเจอร์ Performance Calculator คำนวณค่าคาร์บอนที่มาจากวัสดุก่อสร้างผ่านฟีเจอร์ผ่าน Resource Hub บนเว็บไซต์ของ Guardian Glass ได้ที่ <a href="https://www.guardianglass.com/ap/en/tools-and-resources/resources/resource-hub?utm_source=grd_digital_earned&amp;utm_medium=press_release&amp;utm_campaign=carbon_calculator&amp;utm_content=resource_hub&amp;utm_term=ap-en" target="_blank" rel="noopener">guardianglass.com/resource-hub</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/guardian-glass-certitied-environmental-product-declarations/">Guardian Glass เผยฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อม (EPD)  สำหรับผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
