<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%94%E0%B8%A3-%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C-%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%B5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Jun 2026 12:16:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จากภูเขาหัวโล้น สู่ &#8216;โมเดลเรียนรู้ความยั่งยืน&#8217; 38 ปี โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ต้นแบบที่ยังมีลมหายใจด้านสิ่งแวดล้อมของไทย สู่สายตาชาวโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/doitung-global-sustainable-development-role-model/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 11:41:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[DoiTung]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luan]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[MFLF]]></category>
		<category><![CDATA[SE]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คนกับป่า]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยตุง]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42224</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวันที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ &#8216;โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย&#8217; โดย มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตอกย้ำบทบาทต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย อีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่สะท้อนว่า การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้สำเร็จต้องทำทั้งระบบ ตั้งแต่การแก้ปัญหาเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของคน การสร้างอาชีพ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงการทำให้ชุมชนมีส่วนร่วมในอนาคตของพื้นที่ตนเอง ตลอดระยะเวลาเกือบสี่ทศวรรษ ดอยตุงเปลี่ยนจากพื้นที่ภูเขาหัวโล้นที่เคยเผชิญปัญหาการปลูกพืชเสพติด การทำไร่เลื่อนลอย และการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ สู่พื้นที่ป่าที่ฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์กว่า 90% ผ่านการจัดสรรพื้นที่ให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างสมดุล ควบคู่กับการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดการขยะไม่ให้ไปสู่บ่อฝังกลบ การดูแลน้ำ การใช้พลังงานทดแทนและลดต้นทุน การนำของเหลือจากการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ การพัฒนาคาร์บอนเครดิตเพื่อสร้างประโยชน์ให้ชุมชน และการปลูกฝังเยาวชนให้เป็นผู้ดูแลทรัพยากรรุ่นต่อไป จนโครงการพัฒนาดอยตุงฯ กลายเป็น &#8216;โมเดลความยั่งยืน&#8217; เป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และเป็นต้นแบบการพัฒนาที่มีคณะศึกษาดูงานทั้งจากไทยและต่างประเทศเดินทางมาเรียนรู้หลายพันคนต่อปี  พร้อมต่อยอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากพื้นที่สู่การเป็นที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนให้กับองค์กรต่าง ๆ ที่ต้องการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในบริบทของตนเอง ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี ผู้อำนวยการด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่า บทเรียนสำคัญของดอยตุงคือ ถ้าเราต้องการรักษาป่า เราต้องเข้าใจชีวิตของคนที่อยู่กับป่า การอนุรักษ์ที่ยั่งยืนไม่ใช่การห้ามคนใช้ทรัพยากรทั้งหมด แต่คือการออกแบบให้คนใช้ทรัพยากรอย่างพอดี มีระบบ มีความรับผิดชอบ และเห็นประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว วันนี้งานสิ่งแวดล้อมของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/doitung-global-sustainable-development-role-model/">จากภูเขาหัวโล้น สู่ &#8216;โมเดลเรียนรู้ความยั่งยืน&#8217; 38 ปี โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ต้นแบบที่ยังมีลมหายใจด้านสิ่งแวดล้อมของไทย สู่สายตาชาวโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในวันที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ <strong>&#8216;โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย&#8217;</strong> โดย <strong>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> ตอกย้ำบทบาทต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย</p>
<p><span id="more-42224"></span></p>
<p>อีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่สะท้อนว่า การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้สำเร็จต้องทำทั้งระบบ ตั้งแต่การแก้ปัญหาเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของคน การสร้างอาชีพ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงการทำให้ชุมชนมีส่วนร่วมในอนาคตของพื้นที่ตนเอง</p>
<p>ตลอดระยะเวลาเกือบสี่ทศวรรษ ดอยตุงเปลี่ยนจากพื้นที่ภูเขาหัวโล้นที่เคยเผชิญปัญหาการปลูกพืชเสพติด การทำไร่เลื่อนลอย และการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ สู่พื้นที่ป่าที่ฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์กว่า 90% ผ่านการจัดสรรพื้นที่ให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างสมดุล ควบคู่กับการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดการขยะไม่ให้ไปสู่บ่อฝังกลบ การดูแลน้ำ การใช้พลังงานทดแทนและลดต้นทุน การนำของเหลือจากการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ การพัฒนาคาร์บอนเครดิตเพื่อสร้างประโยชน์ให้ชุมชน และการปลูกฝังเยาวชนให้เป็นผู้ดูแลทรัพยากรรุ่นต่อไป</p>
<p><em><strong>จนโครงการพัฒนาดอยตุงฯ กลายเป็น &#8216;โมเดลความยั่งยืน&#8217; เป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และเป็นต้นแบบการพัฒนาที่มีคณะศึกษาดูงานทั้งจากไทยและต่างประเทศเดินทางมาเรียนรู้หลายพันคนต่อปี</strong>  </em>พร้อมต่อยอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากพื้นที่สู่การเป็นที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนให้กับองค์กรต่าง ๆ ที่ต้องการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในบริบทของตนเอง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42225 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี ผู้อำนวยการด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ</strong> กล่าวว่า บทเรียนสำคัญของดอยตุงคือ ถ้าเราต้องการรักษาป่า เราต้องเข้าใจชีวิตของคนที่อยู่กับป่า การอนุรักษ์ที่ยั่งยืนไม่ใช่การห้ามคนใช้ทรัพยากรทั้งหมด แต่คือการออกแบบให้คนใช้ทรัพยากรอย่างพอดี มีระบบ มีความรับผิดชอบ และเห็นประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว วันนี้งานสิ่งแวดล้อมของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การฟื้นป่า แต่ขยายไปสู่การจัดการขยะ น้ำ พลังงาน คาร์บอน ความหลากหลายทางชีวภาพ และการสร้างเยาวชนในพื้นที่ให้เข้าใจคุณค่าของทรัพยากร เพราะสิ่งแวดล้อมจะยั่งยืนได้จริง ก็ต่อเมื่อชุมชนเป็นเจ้าของการเปลี่ยนแปลงนั้นด้วยตนเอง<strong> </strong></p>
<p><strong>&#8211; คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างเข้าใจ</strong> <strong>ระบบนิเวศกลับคืน</strong> ความสำเร็จของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ เกิดจากการจัดสรรการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างชัดเจน ทั้งป่าอนุรักษ์ ป่าเศรษฐกิจ ป่าใช้สอย พื้นที่ทำกิน และที่อยู่อาศัย เพื่อให้ชุมชนมีอาชีพ รายได้ และบทบาทในการดูแลทรัพยากร เมื่อคนมีทางเลือกในการดำรงชีวิต แรงกดดันต่อป่าธรรมชาติจึงลดลง และระบบนิเวศสามารถฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42226 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/3.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ความหลากหลายทางชีวภาพคือหลักฐานสำคัญของป่าที่กลับมามีชีวิต </strong>โครงการพัฒนาดอยตุงฯ จึงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และติดตามข้อมูลในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งพืช สัตว์ป่า แหล่งน้ำ และระบบนิเวศโดยรอบ เพื่อใช้เป็นฐานในการวางแผนดูแลพื้นที่ให้คน ป่า และทรัพยากรธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้ในระยะยาว</p>
<p><strong>&#8211; การจัดการขยะภายในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ</strong> ยึดหลักขยะต้องไม่จบที่บ่อฝังกลบ ทำให้ไม่มีขยะสู่บ่อฝังกลบตั้งแต่ปี 2561 แม้เป็นพื้นที่ที่มีทั้งสำนักงาน โรงงาน ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงแรม แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน โรงเรียน และรองรับนักท่องเที่ยวปีละประมาณ 500,000 ถึง 600,000 คน โดยมีขยะที่ต้องบริหารจัดการประมาณ 102.4 ตันต่อปี หลักการสำคัญคือการแยกขยะตั้งแต่ต้นทางออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ ขยะรีไซเคิล ขยะย่อยสลายได้ ขยะอันตราย ขยะทั่วไป ขยะติดเชื้อ และขยะอื่น ๆ ก่อนนำไปจัดการตามลักษณะของขยะแต่ละประเภท เช่น นำกลับมาใช้ใหม่ ทำเป็นอาหารสัตว์ ส่งต่อให้บริษัทที่ได้รับอนุญาต หรือนำไปใช้เป็นพลังงาน แนวทางนี้ช่วยเปลี่ยนขยะให้เป็นทรัพยากรที่จัดการได้ครบวงจร และยังขยายผลไปสู่ชุมชนในพื้นที่ 29 หมู่บ้าน เพื่อให้ครัวเรือน โรงเรียน และชุมชนลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42227 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/4-re.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>&#8211; ด้านการจัดการน้ำ</strong> โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ดำเนินงานตั้งแต่การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การบำบัด การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ และการติดตามคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ เช่น สำนักงานกรุงเทพฯ ดอยตุง ตลอดจนศูนย์ผลิตและจำหน่ายงานมือ โรงย้อม โรงกระดาษสา และพื้นที่แปลงแมคคาเดเมีย รวมถึงการกำจัดสีในน้ำทิ้งจากกระบวนการย้อม และนำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับมาใช้ในกิจกรรมที่เหมาะสม ช่วยลดการใช้น้ำใหม่ ลดภาระต่อแหล่งน้ำธรรมชาติ และทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเดินหน้าไปพร้อมกับการดูแลระบบนิเวศต้นน้ำ</p>
<p><strong>&#8211; ด้านพลังงาน</strong> โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ใช้พลังงานทดแทนและมาตรการอนุรักษ์พลังงานให้เหมาะกับลักษณะงานของแต่ละพื้นที่ ตั้งแต่การติดตั้งโซลาร์เซลล์ การใช้ระบบแก๊สซิไฟเออร์จากถ่านไม้ไผ่ที่ได้จากไม้ไผ่ตายขุยในป่าไผ่ การใช้ระบบน้ำร้อนจากชีวมวลในกระบวนการต้ม ฟอก และย้อมผ้า รวมถึงการผลิตไบโอดีเซลเพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งหมดนี้ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รวมประมาณ 163.3 tCO2e ต่อปี และลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้กว่า 1.46 ล้านบาทต่อปี สะท้อนว่า การลดคาร์บอนเริ่มได้จากการใช้ทรัพยากรในพื้นที่อย่างเหมาะสม และวัดผลให้ชัดเจนทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและต้นทุน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42228 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/6-re.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><strong>&#8211; ผลิตภัณฑ์จากเศรษฐกิจหมุนเวียน ภายใต้แบรนด์ดอยตุง (</strong><strong>DoiTung)</strong> คืออีกตัวอย่างของการเปลี่ยนของเหลือจากการผลิตให้กลับมาเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าโดยนำเศษวัสดุจากงานหัตถกรรม สิ่งทอ เซรามิก กาแฟ และแมคคาเดเมียกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ทั้งในรูปแบบสินค้า ส่วนผสมในกระบวนการผลิต และพลังงานชีวมวล ขณะเดียวกันน้ำเสียจากโรงย้อมยังผ่านการบำบัดและนำกลับมาใช้ประโยชน์</p>
<p><em>&#8220;แนวทางนี้ทำให้ DoiTung ได้รับการรับรองมาตรฐานและฉลากด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อมหลายรายการ ทั้งโครงการประเมินการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนขององค์กร (Circular Economy Performance Assessment System หรือ CEPAS) จากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่, มาตรฐานระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับธุรกิจ (Circular Economy Management System for Business หรือ CEMS) จากบูโร เวอริทัส, มาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 จาก CCQM (Con Cert Quality Management GmbH), ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product หรือ CFP) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) สำหรับผ้าพันคอและกาแฟที่ได้รับการขึ้นทะเบียน และฉลากผลิตภัณฑ์หมุนเวียน Circular Mark จากมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สำหรับกาแฟแคปซูล เป็นต้น&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42230 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/10-re.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>คาร์บอนเครดิตต้องกลับไปสร้างประโยชน์ให้ชุมชน</strong> มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ พัฒนาคาร์บอนเครดิตเพื่อเปลี่ยนคุณค่าของป่าที่ชุมชนร่วมดูแลให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และเป็นแรงจูงใจในการอนุรักษ์ระยะยาว โดยพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ จำนวน 57,480 ไร่ ได้ขึ้นทะเบียนภายใต้โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย หรือ Thailand Voluntary Emission Reduction Program (T-VER) และสามารถสร้างคาร์บอนเครดิตได้ 419,513 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) พร้อมต่อยอดองค์ความรู้สู่โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อขยายการทำงานร่วมกับป่าชุมชนทั่วประเทศ</p>
<p><strong>&#8211; เยาวชนคือกำลังสำคัญของการดูแลทรัพยากรในอนาคต</strong> โครงการพัฒนาดอยตุงฯ สร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้คนรุ่นใหม่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ Science Fair นิทรรศการพลังงานและสิ่งแวดล้อม กิจกรรม <strong>&#8216;พลังงานทดแทน สร้างอนาคตคาร์บอนต่ำ&#8217;</strong> และ <strong>เครือข่ายดอยตุง Young Guardians</strong> ซึ่งเป็นเครือข่ายเยาวชนในพื้นที่ที่ร่วมเรียนรู้ ลงมือทำ และสื่อสารเรื่องสิ่งแวดล้อมในชุมชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42229 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/11-re.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>จากภูเขาหัวโล้นสู่พื้นที่ป่าที่ฟื้นคืน จากชุมชนที่เคยขาดโอกาสสู่ชุมชนที่มีอาชีพและมีส่วนร่วมดูแลทรัพยากร ดอยตุงจึงเป็น <strong>&#8216;ต้นแบบมีชีวิต&#8217;</strong> ที่ยืนยันว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริง เมื่อคนกับธรรมชาติเติบโตไปด้วยกันอย่างสมดุลในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/doitung-global-sustainable-development-role-model/">จากภูเขาหัวโล้น สู่ &#8216;โมเดลเรียนรู้ความยั่งยืน&#8217; 38 ปี โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ต้นแบบที่ยังมีลมหายใจด้านสิ่งแวดล้อมของไทย สู่สายตาชาวโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ยกทีมเยือน​ COP30 บราซิล ชู Local Best Practice ​&#8217;ดอยตุงโมเดล&#8217; เชื่อมโยงคน​ ธรรมชาติ และเทคโนโลยี ช่วยดูแลได้ทั้ง Climate และ Nature ​ต้นแบบขับเคลื่อนโลก​สู่ Net Zero อย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/mae-fah-luang-foundation-in-cop30/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2025 11:03:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Climate and Nature]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Collective Capitalism]]></category>
		<category><![CDATA[COP30]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[Nature-based Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สุภัชญา เตชะชูเชิด]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[รัมภ์รดา นินนาท]]></category>
		<category><![CDATA[สมิทธิ หาเรือนพืชน์]]></category>
		<category><![CDATA[หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38344</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นำทีมผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 (COP30) เวทีสำคัญของการกำหนดทิศทางโลกด้าน Climate และ Nature ระหว่างวันที่ 10 ถึง 21 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ณ เมืองเบเล็ง รัฐปารา ประเทศบราซิล โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในหลายเวทีของ UNFCCC และ Thailand Pavilion พร้อมยกบทเรียนจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย และพื้นที่ป่าชุมชนของไทยขึ้นสู่การสนทนาเชิงนโยบายระดับสากล สะท้อนแนวทางการพัฒนาที่เชื่อมโยงคน ชุมชน ธรรมชาติ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม ตอกย้ำบทบาทขององค์กรไทยที่นำประสบการณ์จากพื้นที่จริงไปเชื่อมโยงสู่การออกแบบแนวนโยบายระดับโลก และย้ำว่า การแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศและการอนุรักษ์ธรรมชาติจะเกิดผลอย่างยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อ เริ่มจากคนและชุมชนที่เป็นเจ้าของพื้นที่ คุ้มครองสิทธิในที่ดิน ใช้เทคโนโลยีและกลไกทางการเงินที่โปร่งใสเพื่อเสริมพลัง และเปิดพื้นที่ให้องค์ความรู้จากภาคสนามมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของโลกบนฐานความร่วมมือระหว่างประเทศที่ยั่งยืนและเท่าเทียม หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวในหลายเวทีสำคัญของการประชุม ทั้ง &#8216;Tokenization: [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/mae-fah-luang-foundation-in-cop30/">มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ยกทีมเยือน​ COP30 บราซิล ชู Local Best Practice ​&#8217;ดอยตุงโมเดล&#8217; เชื่อมโยงคน​ ธรรมชาติ และเทคโนโลยี ช่วยดูแลได้ทั้ง Climate และ Nature ​ต้นแบบขับเคลื่อนโลก​สู่ Net Zero อย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> โดย <strong>หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล</strong> เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นำทีมผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 (COP30) เวทีสำคัญของการกำหนดทิศทางโลกด้าน Climate และ Nature ระหว่างวันที่ 10 ถึง 21 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ณ เมืองเบเล็ง รัฐปารา ประเทศบราซิล</p>
<p><span id="more-38344"></span></p>
<p><strong>โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ</strong> ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในหลายเวทีของ UNFCCC และ Thailand Pavilion พร้อมยกบทเรียนจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย และพื้นที่ป่าชุมชนของไทยขึ้นสู่การสนทนาเชิงนโยบายระดับสากล สะท้อนแนวทางการพัฒนาที่เชื่อมโยงคน ชุมชน ธรรมชาติ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38346 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/3-Re.jpg" alt="" width="1000" height="668" /></p>
<p>ตอกย้ำบทบาทขององค์กรไทยที่นำประสบการณ์จากพื้นที่จริงไปเชื่อมโยงสู่การออกแบบแนวนโยบายระดับโลก และย้ำว่า การแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศและการอนุรักษ์ธรรมชาติจะเกิดผลอย่างยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อ เริ่มจากคนและชุมชนที่เป็นเจ้าของพื้นที่ คุ้มครองสิทธิในที่ดิน ใช้เทคโนโลยีและกลไกทางการเงินที่โปร่งใสเพื่อเสริมพลัง และเปิดพื้นที่ให้องค์ความรู้จากภาคสนามมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของโลกบนฐานความร่วมมือระหว่างประเทศที่ยั่งยืนและเท่าเทียม</p>
<p><strong>หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ</strong> กล่าวในหลายเวทีสำคัญของการประชุม ทั้ง &#8216;<strong>Tokenization: Decentralizing Carbon Market&#8217; </strong> และ <strong>&#8216;Connecting the Dots from Ground Action to Global Commitments Through High Integrity Climate and Nature Implementation&#8217; </strong>ว่า โลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจคาร์บอนสูงไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะเกิดผลได้จริงก็ต่อเมื่อ <strong>&#8216;คนและชุมชน&#8217;</strong> เป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนผ่าน โดยเน้นย้ำว่า <strong><em>หัวใจของ Climate และ Nature ไม่ใช่เทคโนโลยีหรือกลไกทางการเงิน แต่คือผู้คนแนวหน้าที่อยู่กับป่า ทำเกษตร และดูแลระบบนิเวศ  ส่วนเทคโนโลยีควรถูกใช้เพื่อให้โลกมองเห็นและเคารพในคุณค่าของพวกเขาอย่างเป็นธรรม</em></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38347 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/4.jpg" alt="" width="1000" height="668" /></p>
<p><em>&#8220;ตลาดคาร์บอนในอนาคตควรเปิดกว้าง โปร่งใส และเข้าถึงได้ในระดับประชาชน โดยเทคโนโลยีอย่าง tokenization และ blockchain จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือ ทำให้การซื้อขายคาร์บอนเครดิตเกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ และตรวจสอบได้ว่ามูลค่าที่เกิดขึ้นไหลกลับสู่ชุมชนผู้ดูแลป่าอย่างเป็นธรรม  เพราะสุดท้ายแล้วหากคาร์บอนเครดิตกลายเป็นเพียงสินทรัพย์ในตลาด โดยที่ชุมชนไม่ได้รับประโยชน์ โลกก็จะยังติดอยู่ในระบบเศรษฐกิจที่ไม่เท่าเทียมเช่นเดิม”</em></p>
<p>​ขณะที่มุมในเชิงนโยบาย ได้เสนอให้ภาครัฐพิจารณาปรับบางส่วนของงบประมาณด้านพลังงานหรือการอุดหนุนอุตสาหกรรม ไปสนับสนุนการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นการลงทุนที่มีต้นทุนต่ำกว่าแต่สร้างผลกระทบเชิงบวกได้สูงกว่า พร้อมเน้นแนวคิด <strong>&#8216;Collective Capitalism&#8217;</strong> หรือทุนนิยมที่เห็นคุณค่าร่วมระหว่างคน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม <strong>โดย​ต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการใช้ทุนเพื่อผลกำไร มาเป็นการใช้ทุนเพื่อสร้างคุณค่าให้สังคมและธรรมชาติร่วมกัน</strong></p>
<p><strong>หม่อมหลวงดิศปนัดดา</strong> ยังกล่าวถึงบทบาทของเยาวชน โดยมองว่าเสียงของคนรุ่นใหม่กำลังมีอิทธิพลสูงขึ้น ทั้งในฐานะผู้บริโภคและผู้กำหนดทิศทางเศรษฐกิจ ​ขณะที่เรากำลังตัดสินอนาคตของคนที่ยังไม่เกิด ดังนั้น งานด้านสิ่งแวดล้อมจึงต้องคิดข้ามรุ่น ต้องลงมือทำให้เร็ว และต้องเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38348 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/6.รัมภ์รดา-นินนาท-หัวหน้าสายงานความยั่งยืน-.jpg" alt="" width="1000" height="750" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณรัมภ์รดา นินนาท หัวหน้าสายงานความยั่งยืน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ</strong> ร่วมแลกเปลี่ยนในเวที &#8216;Forests, Agriculture and the Green Economy of the Global South&#8217; เพื่อนำเสนอกรณีศึกษาจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ พื้นที่ชายแดนไทยกับเมียนมาที่เคยเผชิญความยากจนและการบุกรุกป่า แต่สามารถฟื้นฟูป่าและสร้างรายได้ให้ชุมชนได้อย่างมั่นคง โดยกล่าวว่า <em>“ดอยตุงพิสูจน์แล้วว่าการฟื้นฟูป่าจะยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อคนในพื้นที่มีทางเลือกทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าเดิม และองค์ความรู้จากพื้นที่จริงคือสิ่งที่ประเทศกำลังพัฒนาสามารถแบ่งปันให้โลกได้  รวมทั้ง​ความร่วมมือของประเทศในกลุ่มกำลังพัฒนาเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวจากฐานราก&#8221;​ </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38349 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/8.jpg" alt="" width="1000" height="750" /></p>
<p><strong>คุณสมิทธิ หาเรือนพืชน์ หัวหน้าสายงาน </strong><strong>Nature based Solutions </strong><strong>และโครงการพิเศษมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ</strong> เปิดเผยผ่านเวที &#8216;Market Opportunities and Strategies&#8217; และ &#8216;Case Study of Tropical Forest Conservation&#8217; ว่า ความยั่งยืนเกิดขึ้นได้เมื่อชุมชนมีอาชีพมั่นคง สินค้าเกษตรได้มาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และมีความร่วมมือระยะยาวกับภาคเอกชน โดยมองว่า หากต้องการ​​ให้ป่าอยู่ได้ยาวนาน ต้องทำให้คนที่อยู่กับป่ามองเห็นอนาคตของตัวเองได้ยาวไม่แพ้กัน พร้อมเสนอการใช้ข้อมูลจากดาวเทียมและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างความโปร่งใสในการจัดการไฟป่าและโครงการคาร์บอนเครดิตของชุมชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38350 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/9.ดร.ธนพงศ์-ดวงมณี-กลาง.jpg" alt="" width="1000" height="668" /></p>
<p><strong>ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี ผู้อำนวยการด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ</strong> ร่วมแลกเปลี่ยนในเวที &#8216;Carbon Accounting 2.0: Accelerating Transparency and Trust on the Road to Net Zero 2050&#8217; โดยชี้ให้เห็นว่า การทำ Carbon Accounting ที่เชื่อถือได้ต้องอาศัยข้อมูลจากพื้นที่จริงและการมีส่วนร่วมของชุมชน เพราะหากระบบบัญชีคาร์บอนเริ่มต้นโดยไม่มีเสียงและข้อมูลจากพื้นที่จริง ต่อให้แบบจำลองซับซ้อนเพียงใดก็สร้างความเชื่อมั่นไม่ได้ พร้อมอธิบายว่า การเชื่อมโยงข้อมูลระดับชุมชนเข้ากับมาตรฐานระดับประเทศจะช่วยยกระดับความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของกลไก Carbon Accounting ของไทยบนเส้นทาง Net Zero</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38351 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/11.ดร.สุภัชญา-เตชะชูเชิด-ซ้ายสุด.jpg" alt="" width="1000" height="667" /></p>
<p>ปิดท้ายด้วย <strong>ดร.สุภัชญา เตชะชูเชิด ผู้เชี่ยวชาญด้าน Nature based Solutions มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ</strong> เข้าร่วมเวที &#8216;Local Experiences in Land Regularization for the Promotion of Sustainable Development&#8217; โดยย้ำว่าสิทธิในที่ดินคือ &#8216;กระดุมเม็ดแรก&#8217; ของการพัฒนา หากไม่จัดการให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ชุมชนจะขาดความมั่นคงและไม่สามารถวางแผนระยะยาวได้ ดังนั้น การคุยเรื่อง Climate และ Nature โดยไม่คุยเรื่องสิทธิในที่ดิน เท่ากับเรายังไม่ได้ติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก​​ พร้อมยกตัวอย่างแนวทาง​โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ที่โมเดลความสำเร็จ เกิดขึ้นจากการทำข้อตกลงร่วมกับชุมชนเพื่อแบ่งเขตป่าและพื้นที่ทำกิน ช่วยให้ชาวบ้านวางแผนปลูกพืชระยะยาวและใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38352 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/13-RE.jpg" alt="" width="750" height="1000" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/mae-fah-luang-foundation-in-cop30/">มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ยกทีมเยือน​ COP30 บราซิล ชู Local Best Practice ​&#8217;ดอยตุงโมเดล&#8217; เชื่อมโยงคน​ ธรรมชาติ และเทคโนโลยี ช่วยดูแลได้ทั้ง Climate และ Nature ​ต้นแบบขับเคลื่อนโลก​สู่ Net Zero อย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มธุรกิจ TCP จัดงานประชุมด้านความยั่งยืน ร่วมปลุกพลัง &#8216;ลงมือปฏิบัติ&#8217; เปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ Net Zero   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/09/tcp-sustainability-forum-2023-net-zero-transition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Sep 2023 12:17:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero Transition...From Commitment to Action]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[TCP Sustainability Forum 2023]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ TCP]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มมิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืนของประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero จากพันธสัญญาสู่การปฏิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิรไท สันติประภพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวงษ์ อารีรัชชกุล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ. ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[สราวุฒิ อยู่วิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[สุปราณี กำปงซัน]]></category>
		<category><![CDATA[อิสระ ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21256</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มธุรกิจ TCP จัดงานประชุมด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้แนวคิด “Net Zero Transition&#8230;From Commitment to Action” หรือ “การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero จากพันธสัญญาสู่การปฏิบัติ” ปลุกพลังอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เร่งลงมือหนุนประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero เพื่อวันที่ดีกว่า สัญญาณเตือนและทิศทางระดับประเทศ ปัจจุบัน ประเทศไทยถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศอันดับที่ 9 จาก 180 ประเทศทั่วโลกที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้น ทั้งภาคอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว เกษตรกรรม และกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ จึงมีความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ นอกจากนี้ ยังมีกฎระเบียบทางการค้าใหม่ๆ ระดับโลกที่ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นอีกบททดสอบหนึ่งสำหรับภาคธุรกิจ เปลี่ยนจากการดำเนินการโดยสมัครใจไปสู่ข้อกำหนดที่เป็นทางการร่วมกัน ทั้งนี้ รายงานล่าสุดของธนาคารโลก (2022) แนะนำทางออกให้ไทยเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจหรือ GDP เติบโตขึ้น 1.2% จากปีฐาน หรือเพิ่มขึ้น 0.1-0.2% ต่อปีภายในปี 2030 และมีโอกาสสร้างงานได้ถึง 160,000 ตำแหน่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/tcp-sustainability-forum-2023-net-zero-transition/">กลุ่มธุรกิจ TCP จัดงานประชุมด้านความยั่งยืน ร่วมปลุกพลัง &#8216;ลงมือปฏิบัติ&#8217; เปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ Net Zero   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กลุ่มธุรกิจ TCP จัดงานประชุมด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้แนวคิด <strong>“Net Zero Transition&#8230;From Commitment to Action”</strong> หรือ “<strong>การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero จากพันธสัญญาสู่การปฏิบัติ</strong>” ปลุกพลังอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เร่งลงมือหนุนประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero เพื่อวันที่ดีกว่า</p>
<p><span id="more-21256"></span></p>
<p><strong>สัญญาณเตือนและทิศทางระดับประเทศ</strong></p>
<p>ปัจจุบัน ประเทศไทยถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศอันดับที่ 9 จาก 180 ประเทศทั่วโลกที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้น ทั้งภาคอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว เกษตรกรรม และกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ จึงมีความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ นอกจากนี้ ยังมีกฎระเบียบทางการค้าใหม่ๆ ระดับโลกที่ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นอีกบททดสอบหนึ่งสำหรับภาคธุรกิจ เปลี่ยนจากการดำเนินการโดยสมัครใจไปสู่ข้อกำหนดที่เป็นทางการร่วมกัน</p>
<p>ทั้งนี้ รายงานล่าสุดของธนาคารโลก (2022) แนะนำทางออกให้ไทยเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจหรือ GDP เติบโตขึ้น 1.2% จากปีฐาน หรือเพิ่มขึ้น 0.1-0.2% ต่อปีภายในปี 2030 และมีโอกาสสร้างงานได้ถึง 160,000 ตำแหน่ง</p>
<p>“คำถามที่เป็นหัวใจหลักของการประชุม <strong>TCP Sustainability Forum</strong> ในปีนี้คือ ไทยจะเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero และรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตได้อย่างไร” <strong>คุณสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ </strong><strong>TCP </strong>เผยถึงที่มาและความตั้งใจในการจัดงาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21257 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SDForum03_นายสราวุฒิ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong> </strong><strong>เร่งระดมพลังอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม</strong></p>
<p>แนวคิดหลักของการประชุมด้านความยั่งยืน<strong> TCP Sustainability Forum 2023</strong> จึงเป็นเรื่องของ <strong>“การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero จากพันธสัญญาสู่การปฏิบัติ”</strong> ที่เน้นความสำคัญของการลงมือปฏิบัติในแต่ละภาคส่วน ทั้งนักธุรกิจ นักคิด และนักปฏิบัติ ที่มาร่วมระดมสมองและแบ่งปันข้อมูลและแนวทางปฏิบัติที่เป็นประโยชน์กับการพัฒนานวัตกรรม กลยุทธ์ ตลอดจนแผนงานการดำเนินธุรกิจเพื่อการเปลี่ยนผ่าน</p>
<p><strong>ดร.วิรไท สันติประภพ</strong><strong> </strong><strong>ประธานกรรมการบริหาร</strong><strong> </strong><strong>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> กล่าวว่า “การทำธุรกิจเพื่อความยั่งยืนในปัจจุบันต้องไม่มองแบบการทำ CSR ที่เราคุ้นเคยในอดีต เรื่องความยั่งยืนเป็นเรื่องกลยุทธ์ของธุรกิจ ต้องปรับรูปแบบการทำธุรกิจให้เท่าทันกับความท้าทายและความคาดหวังของสังคม ไม่เบียดเบียนสังคม และสร้างปัญหาให้กับคนรุ่นต่อไป ธุรกิจใดที่ทำเรื่องความยั่งยืนได้เป็นรูปธรรม จะเห็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันได้เหนือคู่แข่งแบบ “ธุรกิจชนะและสังคมวัฒนา” ไปพร้อมกัน ในทางตรงกันข้าม ธุรกิจที่ไม่ใส่ใจเรื่องความยั่งยืนอย่างจริงจัง จะเปิดความเสี่ยงทางธุรกิจหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ หรือความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21258 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SDForum05_ดร.วิรไท.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจ </strong><strong>TCP</strong><strong> พร้อมเดินทางสู่เป้าหมาย</strong><strong> Net Zero </strong><strong>ร่วมกัน</strong></p>
<p>“สำหรับกลุ่มธุรกิจ TCP โจทย์ของเราไม่ได้มองการเปลี่ยนผ่านไปสู่ Net Zero เท่านั้น แต่ต้องการรวมพลังภาคส่วนต่างๆ เปลี่ยนพันธสัญญาไปให้ถึงการ “ลงมือปฏิบัติ” เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง มากกว่านั้นคือการสร้าง “อัตราเร่ง” โดยจากนี้ต้องมีความชัดเจนในการเดินทางไปสู่การปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ รวมถึงประเทศไทยที่ประกาศเป้าหมาย Net Zero ในปี 2065” <strong>นายสราวุฒิ </strong>กล่าว และเสริมว่า</p>
<p>“กลุ่มธุรกิจ TCP มีวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero สำหรับธุรกิจ คือ การเปลี่ยน mindset เปลี่ยนวิธีทำธุรกิจ “เป็นตัวเราที่ดีกว่าเดิม” เราไม่ได้แข่งกับคนอื่นแต่เป็นการแข่งกับตัวเอง เราพยายามมองหาจุดร่วมระหว่างสิ่งที่จะต้องเปลี่ยนและตัวเราว่าจะพาตัวเองไปในทิศทางไหน โจทย์คือทำอย่างไรให้ธุรกิจเติบโตไปได้ ควบคู่กับการลดผลกระทบเชิงลบและเพิ่มผลกระทบเชิงบวกให้กับสิ่งแวดล้อมและสังคม ภายใต้เป้าหมายใหญ่ “<strong>ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า</strong>” โดยมีเป้าหมายย่อยและแผนงานรองรับ รวมถึงประเมินผลการทำงานและปรับทิศการทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อการเปลี่ยนผ่าน”</p>
<p>กลุ่มธุรกิจ TCP เดินหน้า “<strong>ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า</strong>” ให้ความสำคัญกับการปลุกพลังห่วงใยสิ่งแวดล้อม (Caring) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลัก โดยได้กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21263 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SDForum07.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&#8211; เศรษฐกิจหมุนเวียน: ภายในปี 2024 ตั้งเป้าพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สามารถรีไซเคิลได้ 100% และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งการลดความหนาของกระป๋องอะลูมิเนียม การลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วและขวดพลาสติกเพื่อลดการใช้ทรัพยากร</p>
<p>&#8211; ความเป็นกลางทางคาร์บอน: ตั้งเป้าบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 จากทุกกระบวนการทำงานในธุรกิจทั้งในไทยและต่างประเทศ</p>
<p>&#8211; การจัดการน้ำอย่างยั่งยืน: ตั้งเป้าลดการใช้ทรัพยากรน้ำ และคืนน้ำกลับสู่ธรรมชาติและชุมชนให้มากกว่าน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิต (Net Water Positive) ภายในปี 2030</p>
<p>สำหรับการประชุม TCP Sustainability Forum 2023 แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่</p>
<p><strong>1. การเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืนของประเทศไทย</strong><strong>:</strong> ปาฐกถาพิเศษ โดย<strong> ดร.วิรไท สันติประภพ</strong> ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปูภาพรวมสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือในการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่ Net Zero ทั้งระดับนโยบาย และการปรับตัวของภาคธุรกิจและประชาชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21259 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SDForum06-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2. มุมมองเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน (</strong><strong>Circular Economy) </strong><strong>การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม (</strong><strong>Climate Positive)</strong>: วงเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองต่อเศรษฐกิจหมุนเวียน แนวทางการปรับตัวขององค์กร และภาคธุรกิจจะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านได้อย่างไร จาก <strong>คุณสราวุฒิ อยู่วิทยา</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP, <strong>คุณอิสระ ว่องกุศลกิจ</strong> ประธานกิตติมศักดิ์ กลุ่มมิตรผล และ<strong>คุณธนวงษ์ อารีรัชชกุล</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC</p>
<p>พร้อมด้วยปาฐกถามองแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงเปลี่ยนผ่าน ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กฎระเบียบการค้า และภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ โดย <strong>ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย</strong> หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)</p>
<p><strong>3. ความท้าทายในการขับเคลื่อนให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (</strong><strong>Circular Economy) </strong><strong>การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม (</strong><strong>Climate Positive) </strong><strong>ในประเทศไทย</strong><strong>:</strong> เท่าทันความท้าทายต่างๆ ที่จะต้องเผชิญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย จากผู้เชี่ยวชาญ 2 ท่าน ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21261 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SDForum09_ดร.บริพัตร.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&#8211; ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Impact) โดย <strong>ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์</strong> ประธานมูลนิธิโลกสีเขียว อัปเดต 3 วิกฤตหลักที่โลกกำลังเผชิญ เรียนรู้แบบจำลองการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สร้างผลกระทบต่อประเทศไทย และรับฟังแนวทางที่ประเทศไทยจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p>&#8211; การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับสถานการณ์น้ำในประเทศไทย โดย <strong>ผศ. ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า</strong> หัวหน้าศูนย์เฝ้าระวังอุทกภัยเพื่อนพึ่งภาฯ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มองอนาคตของสถานการณ์น้ำ เอลนีโญและผลกระทบจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมรับฟังแนวการบริหารจัดการน้ำและแนวทางการปรับตัวรับมือความเสี่ยง สำหรับภาคเอกชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21260 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SDForum10ผศ.-ดร.สิตางศุ์-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ปิดท้ายด้วย วงเสวนาเรื่อง <strong>ความท้าทายในการขับเคลื่อนให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (</strong><strong>Circular Economy) </strong><strong>การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม (</strong><strong>Climate Positive) </strong><strong>ในประเทศไทย</strong> อภิปรายถึงสถานการณ์เศรษฐกิจหมุนเวียน โอกาสและอุปสรรคสำหรับประเทศไทยในปัจจุบัน แลกเปลี่ยนเรื่องกลไกคาร์บอนเครดิต โมเดลนำร่องเศรษฐกิจหมุนเวียน และบทเรียนจากพื้นที่ที่ใช้คาร์บอนเครดิตในงานพัฒนา โดย <strong>ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี</strong> ผู้อำนวยการด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์, <strong>ดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี</strong> นักวิจัย สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ <strong>คุณสุปราณี กำปงซัน</strong> หัวหน้าแผนงานประเทศไทย องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN)</p>
<p><em>“เชื่อว่างาน TCP Sustainability Forum 2023 จะปลุกพลังและเป็นแรงบันดาลใจในการลงมือทำ เพื่อให้เป้าหมายความยั่งยืนที่เรามีร่วมกันนั้นเป็นไปได้ และทันต่อการรับมือความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศที่เป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก มาเริ่มกันตั้งแต่วันนี้ เพื่อวันที่ดีกว่าไปด้วยกัน”</em> คุณสราวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/tcp-sustainability-forum-2023-net-zero-transition/">กลุ่มธุรกิจ TCP จัดงานประชุมด้านความยั่งยืน ร่วมปลุกพลัง &#8216;ลงมือปฏิบัติ&#8217; เปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ Net Zero   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
