<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ตลาดอียู &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%B9/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 30 Oct 2026 14:56:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ตลาดอียู &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;ศูนย์วิจัยกสิกรไทย&#8217; เปิดผลศึกษา EU PPWR กระทบต้นทุนภาคธุรกิจและเศรษฐกิจไทย พร้อม 3 แนวทาง สร้างโอกาสแข่งขันในช่วงเปลี่ยนผ่าน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/10/kresearch-discover-eu-ppwr-impact-thai-exporters/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Oct 2026 14:56:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[eco-design]]></category>
		<category><![CDATA[EU]]></category>
		<category><![CDATA[K Research]]></category>
		<category><![CDATA[Packaging and Packaging Waste Regulation]]></category>
		<category><![CDATA[packaging waste.]]></category>
		<category><![CDATA[PPWR]]></category>
		<category><![CDATA[Regulation]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Design]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[ThaiCBN]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand PPWR Consortium]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand PPWR Stronger Together]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. กฤตย์ สีตะธนี]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดอียู]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ผนึกกำลังไทย รับมือ PPWR]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[สหภาพยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=45523</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ฉายภาพผลกระทบของ PPWR ต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจไทย พร้อมแนวทาง​​การปรับตัวของผู้ประกอบการไทย และผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ รวมท้ัง​แนวทางในการสร้างโอกาสของผู้ประกอบการไทย​ที่อยู่ภายในซัพพลายเชนในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน ข้อมูลจาก​งาน &#8216;Thailand PPWR Stronger Together: ผนึกกำลังไทย รับมือ PPWR&#8217; โดย เครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศประเทศไทย (ThaiCBN )ธนาคารกสกิรไทย ผนึก Thailand PPWR Consortium เพื่อมุ่งสร้างความเข้าใจและเปิดมุมมองการปรับตัวของธุรกิจไทยสู่ตลาดสหภาพยุโรป ทั้งนี้ การเริ่มบังคับใช้ กฎระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ (Packaging and Packaging Waste Regulation) ของสหภาพยุโรป หรือ &#8216;EU PPWR&#8217; ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานการส่งออกของไทย เนื่องจากสินค้าไทยส่วนใหญ่จำเป็นต้องใช้บรรจุภัณฑ์ในการขนส่งและจัดจำหน่าย ​ดร.กฤตย์ สีตะธนี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กฎหมาย PPWR ​ครอบคลุมบรรจุภัณฑ์ทุกประเภทในทุกอุตสาหกรรม ไม่ได้จำกัดเฉพาะพลาสติกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเหล็ก กระดาษ แก้ว และวัสดุอื่นๆ ที่ใช้ในการห่อหุ้มหรือขนส่งสินค้าเข้าสู่สหภาพยุโรป แต่พลาสติกถือเป็นสัดส่วนใหญ่ในตลาดส่งออกบรรจุภัณฑ์ ที่มีมูลค่ากว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/10/kresearch-discover-eu-ppwr-impact-thai-exporters/">&#8216;ศูนย์วิจัยกสิกรไทย&#8217; เปิดผลศึกษา EU PPWR กระทบต้นทุนภาคธุรกิจและเศรษฐกิจไทย พร้อม 3 แนวทาง สร้างโอกาสแข่งขันในช่วงเปลี่ยนผ่าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="" data-block="true" data-editor="fdkf7" data-offset-key="9c6qq-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="9c6qq-0-0"><strong><span class="_5zk7" spellcheck="false" data-offset-key="9c6qq-0-0">ศูนย์วิจัยกสิกรไทย</span></strong><span data-offset-key="9c6qq-1-0"> ฉายภาพผลกระทบของ </span><strong><span class="_5zk7" spellcheck="false" data-offset-key="9c6qq-2-0">PPWR</span></strong><span data-offset-key="9c6qq-3-0"> ต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจไทย พร้อมแนวทาง​​การปรับตัวของผู้ประกอบการไทย และผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ รวมท้ัง​แนวทางในการสร้างโอกาสของผู้ประกอบการไทย​ที่อยู่ภายในซัพพลายเชนในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน</span></div>
</div>
<p><span id="more-45523"></span></p>
<div class="" data-block="true" data-editor="fdkf7" data-offset-key="1g746-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="1g746-0-0"><span data-offset-key="1g746-0-0">ข้อมูลจาก​งาน <strong>&#8216;Thailand PPWR Stronger Together: ผนึกกำลังไทย รับมือ PPWR&#8217;</strong> โดย </span><span data-offset-key="1g746-2-0"><strong>เครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศประเทศไทย (<span class="_5zk7" spellcheck="false" data-offset-key="1g746-1-0">ThaiCBN</span> )</strong></span><span class="_5zk7" spellcheck="false" data-offset-key="1g746-3-0"><span data-offset-key="1g746-3-0">ธนาคารกสกิรไทย</span></span><span data-offset-key="1g746-4-0"> ผนึก <strong>Thailand PPWR Consortium</strong> เพื่อมุ่งสร้างความเข้าใจและเปิดมุมมองการปรับตัวของธุรกิจไทยสู่ตลาดสหภาพยุโรป</span></div>
</div>
<div data-offset-key="1g746-0-0"></div>
<div data-offset-key="1g746-0-0">
<p>ทั้งนี้ การเริ่มบังคับใช้ <strong>กฎระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ (Packaging and Packaging Waste Regulation)</strong> ของสหภาพยุโรป หรือ <strong>&#8216;EU PPWR&#8217;</strong> ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานการส่งออกของไทย เนื่องจากสินค้าไทยส่วนใหญ่จำเป็นต้องใช้บรรจุภัณฑ์ในการขนส่งและจัดจำหน่าย</p>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="fdkf7" data-offset-key="b7b3k-0-0">
<div data-offset-key="b7b3k-0-0"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45525 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/K-Krit.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></div>
<div data-offset-key="b7b3k-0-0"></div>
<div data-offset-key="b7b3k-0-0"><strong>​ดร.กฤตย์ สีตะธนี</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กฎหมาย PPWR ​ครอบคลุมบรรจุภัณฑ์ทุกประเภทในทุกอุตสาหกรรม ไม่ได้จำกัดเฉพาะพลาสติกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเหล็ก กระดาษ แก้ว และวัสดุอื่นๆ ที่ใช้ในการห่อหุ้มหรือขนส่งสินค้าเข้าสู่สหภาพยุโรป แต่พลาสติกถือเป็นสัดส่วนใหญ่ในตลาดส่งออกบรรจุภัณฑ์ ที่มีมูลค่ากว่า 2,900 ล้านบาทต่อปี โดยเป็นบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่กว่า 1,900 ล้านบาท และมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง</div>
</div>
<p>ขณะที่ <em><strong>การส่งออกสินค้าจากประเทศไทยไป EU โดยรวมมีมูลค่าราว 3 หมื่นล้านยูโร (หรือราว 9 แสนล้านบาท) โดยสินค้าส่งออกหลักเป็นกลุ่มเครื่องจักร (Machine &amp; Appliances) ที่เกือบ 6 แสนล้านบาท และในจำนวนสินค้าส่งออกทั้งหมด​นี้มีส่วนที่เป็นบรรจุภัณฑ์ผูกติดไปกับสินค้าส่งออกราว 2% หรือประมาณ  2 หมื่นล้านบาทต่อปี  </strong></em></p>
<p>ทั้งนี้ จากการที่กฎหมาย PPWR ของยุโรป เริ่มประกาศใช้มาตั้งแต่ 12 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา สิ่งที่ผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทยต้องเริ่มดำเนินการแล้ว​คือ การเตรียมเอกสารสำแดงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Technical Documentation หรือ เอกสารเชิงเทคนิค และ EU Declaration o f Conformity (EU DoC) หรือใบสำแดงรับรองความสอดคล้องตามมาตรฐานที่  EU ระบุไว้ สำหรับบรรจุภัณฑ์ทุกชิ้นที่จะมีการนำเข้าไปสู่สหภาพยุโรป ​</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-45526 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/PPWR1.jpg" alt="" width="1200" height="691" /></p>
<p>ส่วนเฟสต่อไป <strong>หลังจากปี 2028 หรืออีก 2 ปีขึ้นไป จะขยายการบังคับใช้ไปถึงสัดส่วนช่องว่างระหว่าง​สินค้าภายในบรรจุภัณฑ์ (Empty Space Rules)</strong> จนถึงเฟสสุดท้าย<strong> หลังจากปี 2030 เป็นต้นไป จะขยายผลมาตรการบังคับใช้อย่าง​เข้มงวด</strong> ซึ่งครอบคลุมทั้งเรื่องของการเพิ่มสัดส่วนของ​วัสดุรีไซเคิล <strong>(Recycle Content) </strong>โดยบรรจุภัณฑ์พลาสติกจะต้องมีสัดส่วนพลาสติกรีไซเคิล (PCR) 30-35%  รวมทั้งการควบคุมไปจนถึงขั้นตอนของการดีไซน์บรรจุภัณฑ์ ที่ต้องออกแบบให้รองรับ​การรีไซเคิลได้<strong> (Design for Recycling) </strong>เช่น การใช้วัสดุ Mono-material พร้อมทั้งการลดขนาดบรรจุภัณฑ์ให้มีความเหมาะสมกับสินค้าเพื่อลดปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์ฟุ่มเฟือย <strong>(Minimization)  </strong></p>
<p>สำหรับการประเมินการปรับตัวและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการ ภายหลัง PPWR เริ่มต้นบังคับใช้ในเฟสแรกนี้  ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการจะแตกต่างกันไปตามปความซับซ้อนของบรรจุภัณฑ์ โดยแบ่งได้ 3 ระดับ</p>
<p><strong>&#8211; Retain + Document</strong> : หากเป็นสินค้าที่มีโครงสร้างมาตรฐานคงเดิม ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนอะไรมาก เช่น PET จะเป็นกลุ่มที่สามารถปรับตัวได้ง่าย และไม่ส่งผลต่อต้นทุนมากนัก ส่วนใหญ่จะเน้นการดำเนินงานและการเตรียมเอกสาร ประเมินค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นราว 1 -3 หมื่นบาทต่อรายการ และกระทบมาร์จิ้นที่ราว 0.1 -0.6%</p>
<p><strong>&#8211; Modify :</strong> กลุ่มที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น เพิ่มเม็ดพลาสติกรีไซเคิลผสมกับพลาสติกใหม่ ตามสัดส่วน 30% ทำให้ต้นทุนปรับเพิ่มจากส่วนต่างของ Virgin Plastic ที่มีราคา 24 -42 บาทต่อกิโลกรัม มาใช้​ Recycled Plastic ซึ่งแพงกว่า โดยราคาเพิ่มเป็น 35 -55  บาทต่อกิโลกรัม และต้นทุนโดยรวมจะปรับเพิ่ม 0.7-1.1%</p>
<p><strong>&#8211; </strong><span dir="auto"><strong>Redesign / Re-engineer :</strong> หรือกลุ่มที่ต้องมีการออกแบบใหม่ทั้งหมด เช่น บรรจุภัณฑ์ในกลุ่มอาหาร หรืออิเล็กทรอนิกส์ที่มีการใช้วัสดุหลายชั้น มาเป็น Mono material เพื่อให้รีไซเคิลได้ ซึ่งอาจต้องมีการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้มีความยั่งยืน และจะกระทบต้นทุนสูงสุดที่ 1.4-2.2% </span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-45527 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/PPWR2.jpg" alt="" width="1200" height="688" /></p>
<p><em>&#8220;จากการประเมินผลกระทบต้นทุนโดยรวมที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจทั้งปีที่ราว 2.2-3.9% ขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจและความสามารถในการปรับตัวของผู้ประกอบการ รวมทั้งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับแต่ละอุตสาหกรรมจะแตกต่างกันไปตามความหลากหลายในการใช้ โดยประเมินว่า <strong>อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์จะได้รับผลกระทบสูงสุด ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออก EU สูงถึง 59% จากตลาดส่งออกไทย &#8211; อียู ส่วนอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร เป็นกลุ่มที่มีความซับซ้อนในการปรับตัวสูงที่สุด เนื่องจากมีการใช้บรรจุภัณฑ์ที่หลากหลายรูปแบบ</strong> ทั้งขวดพลาสติก ถาดอาหาร ไปจนถึงฟิล์มยืด รวมทั้งยังมีข้อกำหนดเรื่องความปลอดภัยในการสัมผัสอาหารมาเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึง จึงต้องคำนึงถึงกฎหมายฉบับอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ทำให้กระบวนการในการ Redesign มีความซับซ้อนและใช้เวลาในการเตรียมการนาน&#8221;</em> <strong>​</strong>ดร.กฤตย์ ประเมินเพิ่มเติม</p>
<p><strong>ยุทธศาสตร์การปรับตัวของผู้ประกอบการไทย  </strong></p>
<p>ผู้ประกอบการไทย จำเป็นต้องมีการปรับตัวเพื่อดำเนินการตามกฎระเบียบที่ระบุไว้อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการจัดทำและสามารถแสดงเอกสาร Technical Documentation​ และ EU Declaration of Conformity ได้ทันทีเมื่อถูกร้องขอ เพราะในปัจจุบันได้มีการบังคับใช้ในส่วนนี้แล้ว ทำให้คู่ค้าหรือผู้นำเข้ามีสิทธิเรียกตรวจเอกสารได้ และต้องสามารถจัดส่งข้อมูลได้ภายใน 10 วัน รวมทั้งการสำรวจบรรจุภัณฑ์ที่มีอยู่ในพอร์ตโฟลิโอ เพื่อจัดประเภทความซับซ้อนในการปรับตัว และสามารถดำเนินการเพื่อ​การเปลี่ยนผ่าน และการประเมินต้นทุนที่เกิดขึ้น เพื่อสามารถเจรจาต่อรองกับคู่ค้าและสามารถชดเชยภาระต้นทุนที่ต้องแบกรับเพิ่มขึ้นได้</p>
<p>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังมองว่า​ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านข้อบังคับตาม PPWR นี้ ​ผู้ประกอบการไทยจะสามารถสร้างโอกาสจากตลาดได้จาก 3 แนวทาง ต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. Service Play :</strong> เน้นการบริการและเอกสาร ผู้ประกอบการที่ผ่านเกณฑ์ในช่วงแรกนี้แล้ว (Retain + Document) ให้เพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้วยความเร็วในการให้บริการ การตอบสนองข้อมูล การจัดทำเอกสารอย่างรวดเร็วและถูกต้อง ซึ่งสามารถกลายเป็นจุดขายที่เหนือคู่แข่งได้​ และช่วย​บริหารความเสี่ยงให้ลูกค้าได้</p>
<p><strong>2. Volume Play : </strong>เน้นปริมาณและซัพพลายเชน สำหรับกลุ่มที่ต้องเปลี่ยนวัตถุดิบ (Modify) ต้องเริ่มปรับโคงสร้าง​ด้านซัพพลายเชน ​ร่วมกับคู่ค้า เช่น ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล เพื่อเตรียมขยายสเกลการผลิตให้พร้อมรองรับการ​ใช้สัดส่วนวัตถุดิบรีไซเคิลที่ต้องเพิ่มขึ้นในอนาคต</p>
<p><strong>3. Specialist Play :</strong> เน้นนวัตกรรมและการออกแบบ สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อนและต้อง Redesign ต้องตอกย้ำบทบาทในการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Eco-design การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ Mono material ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน EU โดยมีความแข็งแรงที่ช่วยสามารถปกป้องสินค้าได้สูง หรือ​ช่วยยืดอายุอาหารได้ดีขึ้นในกลุ่ม Food Packaging ซึ่งจะมีส่วนช่วยสร้างอัตรากำไรให้ผู้ประกอบการในระยะยาวได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45528 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/PPWR4.jpg" alt="" width="1200" height="704" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/10/kresearch-discover-eu-ppwr-impact-thai-exporters/">&#8216;ศูนย์วิจัยกสิกรไทย&#8217; เปิดผลศึกษา EU PPWR กระทบต้นทุนภาคธุรกิจและเศรษฐกิจไทย พร้อม 3 แนวทาง สร้างโอกาสแข่งขันในช่วงเปลี่ยนผ่าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
