<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 04 May 2025 02:26:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เอสไอจีจับมืออำพลฟูดส์ เปิดตัวนวัตกรรมขวดกระดาษขนาดพกพา DomeMini (โดมมินิ) ครั้งแรกของไทย นำร่องบรรจุภัณฑ์ V-FIT</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/sig-unveils-domemini-with-ampol-food/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 04 May 2025 01:45:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Ampol Food]]></category>
		<category><![CDATA[Food & Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[FSC- Certified]]></category>
		<category><![CDATA[SIG]]></category>
		<category><![CDATA[SIG DomeMini]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[V-FIT]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดกระดาษ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.เกรียงศักดิ์ เทพผดุงพร]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำนมข้าวออร์แกนิก]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์กระดาษ]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์พร้อมดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ลดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[วัชรพงศ์ อึงศรีสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[วีฟิต]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[อำพลฟูดส์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสไอจี]]></category>
		<category><![CDATA[โดมมินิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33246</guid>

					<description><![CDATA[<p>อำพลฟูดส์ (Ampol Food) ผู้นำนวัตกรรมในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม เลือกใช้ขวดกระดาษ (SIG DomeMini) ของเอสไอจี เพื่อบรรจุเครื่องดื่มน้ำนมข้าวออร์แกนิก V-FIT ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่เปิดตัวขวดกระดาษสำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในขนาดพกพา รวมถึงเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของอำพลฟูดส์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่ให้ความสะดวกควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมและความยั่งยืน บรรจุภัณฑ์รูปแบบใหม่นี้ สอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยวัสดุหลักของขวดกระดาษเอสไอจีนี้  เป็นกระดาษจากป่าปลูกที่ออกแบบมาเพื่อการ รีไซเคิลและได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์กรพิทักษ์ป่าไม้ (FSC-Certified) ควบคู่กับการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ตัวบรรจุภัณฑ์ได้รับการออกแบบให้มีการใช้กระดาษอย่างมีประสิทธิภาพมีน้ำหนักเบาและประหยัดพื้นที่ ขวดกระดาษจากเอสไอจีจึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์ชนิดอื่นอย่างเช่น ขวดพลาสติก การเลือกใช้ขวดกระดาษของเอสไอจีบรรจุเครื่องดื่มน้ำนมข้าวออร์แกนิก V-FIT ช่วยให้อำพลฟูดส์สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีรูปลักษณ์ทันสมัย โดดเด่น เหมาะสมกับการใช้งาน ด้วยฝาขวดขนาดใหญ่ที่ด้านบน ทำให้สามารถเปิดและปิดได้อย่างสะดวก สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีความเร่งรีบแต่ยังห่วงใยใส่ใจสุขภาพ ดร.เกรียงศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการอำพลฟูดส์ กล่าวว่า &#8220;อำพลฟูดส์เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม  เรามุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมของผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอควบคู่กับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ เครื่องดื่มน้ำนมข้าวออร์แกนิก V-FIT นอกจากจะมีการออกแบบที่สวยงาม โดดเด่น สะดุดตา แตกต่างจากบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่นแล้ว ขวดกระดาษของเอสไอจียังนับเป็นก้าวสำคัญสู่การพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน เพื่อให้ผู้บริโภคที่ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมมีทางเลือกในการบริโภคสินค้าในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และยังสามารถเก็บรักษาคุณค่าของเครื่องดื่ม ควบคู่กับความสะดวกในการพกพาและการบริโภคอีกด้วย” ขวดกระดาษของเอสไอจีเป็นนวัตกรรมของบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากกระดาษ โดยยังคงจุดเด่นในรูปแบบขวดที่ให้ความสะดวกสบายในการดื่ม และบรรจุภัณฑ์ผลิตจากกระดาษแข็งที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์กรพิทักษ์ป่าไม้ ( FSC- Certified) ช่วยลดการใช้พลาสติกแต่ยังคงความสะดวกสบายในการพกพาไว้เช่นเดิม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/sig-unveils-domemini-with-ampol-food/">เอสไอจีจับมืออำพลฟูดส์ เปิดตัวนวัตกรรมขวดกระดาษขนาดพกพา DomeMini (โดมมินิ) ครั้งแรกของไทย นำร่องบรรจุภัณฑ์ V-FIT</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อำพลฟูดส์</strong> (Ampol Food) ผู้นำนวัตกรรมในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม เลือกใช้ขวดกระดาษ (SIG DomeMini) ของเอสไอจี เพื่อบรรจุเครื่องดื่มน้ำนมข้าวออร์แกนิก V-FIT</p>
<p><span id="more-33246"></span></p>
<p>ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่เปิดตัวขวดกระดาษสำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในขนาดพกพา รวมถึงเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของอำพลฟูดส์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่ให้ความสะดวกควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมและความยั่งยืน</p>
<p>บรรจุภัณฑ์รูปแบบใหม่นี้ สอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยวัสดุหลักของขวดกระดาษเอสไอจีนี้  เป็นกระดาษจากป่าปลูกที่ออกแบบมาเพื่อการ รีไซเคิลและได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์กรพิทักษ์ป่าไม้ (FSC-Certified) ควบคู่กับการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ตัวบรรจุภัณฑ์ได้รับการออกแบบให้มีการใช้กระดาษอย่างมีประสิทธิภาพมีน้ำหนักเบาและประหยัดพื้นที่ ขวดกระดาษจากเอสไอจีจึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์ชนิดอื่นอย่างเช่น ขวดพลาสติก</p>
<p>การเลือกใช้ขวดกระดาษของเอสไอจีบรรจุเครื่องดื่มน้ำนมข้าวออร์แกนิก V-FIT ช่วยให้อำพลฟูดส์สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีรูปลักษณ์ทันสมัย โดดเด่น เหมาะสมกับการใช้งาน ด้วยฝาขวดขนาดใหญ่ที่ด้านบน ทำให้สามารถเปิดและปิดได้อย่างสะดวก สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีความเร่งรีบแต่ยังห่วงใยใส่ใจสุขภาพ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33248" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/ดร.เกรียงศักดิ์-เทพผดุงพร-กรรมการผู้จัดการอำพลฟูดส์-.jpg" alt="" width="533" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.เกรียงศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการอำพลฟูดส์</strong> กล่าวว่า <em>&#8220;อำพลฟูดส์เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม  เรามุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมของผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอควบคู่กับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ เครื่องดื่มน้ำนมข้าวออร์แกนิก </em><em>V-FIT </em><em>นอกจากจะมีการออกแบบที่</em><em>สวยงาม โดดเด่น สะดุดตา แตกต่างจากบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่นแล้ว ขวดกระดาษของเอสไอจียังนับเป็นก้าวสำคัญสู่การพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน เพื่อให้ผู้บริโภคที่ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมมีทางเลือกในการบริโภคสินค้าในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และยังสามารถเก็บรักษาคุณค่าของเครื่องดื่ม ควบคู่กับความสะดวกในการพกพาและการบริโภคอีกด้วย</em><em>”</em></p>
<p>ขวดกระดาษของเอสไอจีเป็นนวัตกรรมของบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากกระดาษ โดยยังคงจุดเด่นในรูปแบบขวดที่ให้ความสะดวกสบายในการดื่ม และบรรจุภัณฑ์ผลิตจากกระดาษแข็งที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์กรพิทักษ์ป่าไม้ ( FSC- Certified) ช่วยลดการใช้พลาสติกแต่ยังคงความสะดวกสบายในการพกพาไว้เช่นเดิม ขวดกระดาษนี้ผลิตออกมา 2 ขนาด คือ ขนาด 200 มล. และ 250 มล. โดยเครื่องดื่มน้ำนมข้าวออร์แกนิก V-FIT มีวางจำหน่ายแล้วตามร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศไทย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-33249" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/นายวัชรพงศ์-อึงศรีสวัสดิ์-ผู้อำนวยการเขตประเทศไทย-ลาว-พม่าและกัมพูชา-เอสไอจี-.jpg" alt="" width="533" height="800" /></p>
<p><strong>คุณวัชรพงศ์ อึงศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการเขตประเทศไทย ลาว พม่าและกัมพูชา เอสไอจี</strong> กล่าวว่า <em>&#8220;ตลาดผลิตภัณฑ์พร้อมดื่มของไทยกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงเป็นโอกาสสำหรับขวดกระดาษของเอสไอจีในการเป็นทางเลือกที่ดีของแบรนด์ที่ต้องการลดใช้ขวดพลาสติก บรรจุภัณฑ์จากกระดาษเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนมากขึ้น ขวดกระดาษภายใต้ชื่อ โดมมินิ (</em><em>DomeMini) </em><em>ของเอสไอจีผลิตขึ้นจากกระดาษจากป่าปลูก จึงสอดคล้องกับกระแสรักษ์โลกที่แบรนด์ต่างๆ หันมาใช้บรรจุภัณฑ์จากกระดาษทดแทนบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพื่อนำเสนอทางเลือกใหม่ให้กับผู้ผลิตและผู้บริโภค ทั้งนี้ขวดกระดาษของเอสไอจีสามารถลดการใช้พลาสติกลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ความร่วมมือของเอสไอจีกับอำพลฟูดส์ ในครั้งนี้จึงเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ ด้วยการนำเสนอทางเลือกของบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนมากขึ้นในประเทศไทย”</em></p>
<p>เครื่องบรรจุเครื่องดื่มปลอดเชื้อ SIG DomeMini 12 Aseptic  สามารถบรรจุเครื่องดื่มที่มีความเร็วสูงสุดถึง 12,000 ชิ้นต่อชั่วโมง บรรจุผลิตภัณฑ์ได้ถึง 7 ขนาด ตั้งแต่ขนาด 180-350 มิลลิลิตรในเครื่องเดียว และยังสามารถปรับเปลี่ยนขนาดในการบรรจุได้อย่างสะดวกรวดเร็วในเวลาเพียง 15 นาที  จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการบรรจุได้เป็นอย่างดี และให้ความคุ้มค่าต่อการลงทุนที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-33250" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/น้ำนมข้าว-V-FIT-ในเครื่องบรรจุปลอดเชื้อของเอสไอจี.jpg" alt="" width="600" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/sig-unveils-domemini-with-ampol-food/">เอสไอจีจับมืออำพลฟูดส์ เปิดตัวนวัตกรรมขวดกระดาษขนาดพกพา DomeMini (โดมมินิ) ครั้งแรกของไทย นำร่องบรรจุภัณฑ์ V-FIT</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ คัดสรรสินค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อผู้บริโภคและโลกที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/central-group-responsible-sourcing-for-sustainability/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Feb 2025 05:25:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Brown Thomas]]></category>
		<category><![CDATA[CENTEL]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[CGCW Organic Farm]]></category>
		<category><![CDATA[CPN]]></category>
		<category><![CDATA[CRC]]></category>
		<category><![CDATA[de Bijenkorf]]></category>
		<category><![CDATA[Healthiful]]></category>
		<category><![CDATA[Hug The Earth]]></category>
		<category><![CDATA[Kadewe]]></category>
		<category><![CDATA[Responsible Sourcing]]></category>
		<category><![CDATA[Salad Factory]]></category>
		<category><![CDATA[กระบวนการผลิตที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดซื้ออย่างมีความรับผิดชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[คาเดเว]]></category>
		<category><![CDATA[จริงใจ ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ดี แบนคอร์ฟ]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[บราวน์ โทมัส]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) ​]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[สลัดแฟคทอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ฮักโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เฮลธิฟูล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32074</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณเคยสงสัยไหมว่า สินค้าที่คุณใช้ทุกวันมาจากที่ไหน และส่งผลกระทบต่อโลกและชุมชนรอบตัวเราอย่างไร? กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับคำถามนี้อย่างจริงจัง เราจึงมุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจค้าปลีกด้วยแนวทาง Responsible Sourcing หรือการจัดหาอย่างมีความรับผิดชอบ ที่ไม่เพียงแค่คัดสรรสินค้าคุณภาพ แต่ยังใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตลอดระยะเวลากว่า 78 ปีของการดำเนินธุรกิจ เพื่อมุ่งรักษาสมดุลของการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า ในยุคที่ผู้บริโภคทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ในฐานะองค์กรผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกและบริการระดับโลก จึงมุ่งปรับตัวและดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคม เราเน้นกระบวนการจัดหาสินค้าอย่างรับผิดชอบ โดยเลือกใช้วัตถุดิบที่ยั่งยืน ลดการสร้างของเสียจากการผลิต และนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงส่งเสริมการบริโภคที่ตระหนักถึงผลกระทบต่อธรรมชาติและชุมชน โดยเป้าหมายของเราคือการสร้างคุณค่าทางธุรกิจที่เป็นมิตรต่อโลก พร้อมผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้บริษัทในเครือได้แก่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC, บริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN และบริษัท เซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/central-group-responsible-sourcing-for-sustainability/">กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ คัดสรรสินค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อผู้บริโภคและโลกที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คุณเคยสงสัยไหมว่า สินค้าที่คุณใช้ทุกวันมาจากที่ไหน และส่งผลกระทบต่อโลกและชุมชนรอบตัวเราอย่างไร</strong><strong>? </strong><strong>กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับคำถามนี้อย่างจริงจัง เราจึงมุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจค้าปลีกด้วยแนวทาง </strong><strong>Responsible Sourcing </strong><strong>หรือการจัดหาอย่างมีความรับผิดชอบ ที่ไม่เพียงแค่คัดสรรสินค้าคุณภาพ แต่ยังใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ </strong><strong>ตลอดระยะเวลากว่า 78 ปีของการดำเนินธุรกิจ เพื่อมุ่งรักษาสมดุลของการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-32074"></span></p>
<p><strong>พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล</strong> กล่าวว่า ในยุคที่ผู้บริโภคทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น <strong>กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ</strong> ในฐานะองค์กรผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกและบริการระดับโลก จึงมุ่งปรับตัวและดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคม เราเน้นกระบวนการจัดหาสินค้าอย่างรับผิดชอบ โดยเลือกใช้วัตถุดิบที่ยั่งยืน ลดการสร้างของเสียจากการผลิต และนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงส่งเสริมการบริโภคที่ตระหนักถึงผลกระทบต่อธรรมชาติและชุมชน โดยเป้าหมายของเราคือการสร้างคุณค่าทางธุรกิจที่เป็นมิตรต่อโลก พร้อมผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32076 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/01.คุณพิชัย-จิราธิวัฒน์-กรรมการบริหาร-กลุ่ม.jpg" alt="" width="403" height="604" /></p>
<p>นอกจากนี้บริษัทในเครือได้แก่ <strong>บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>CRC</strong>, <strong>บริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>CPN</strong><strong> และบริษัท เซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>CENTEL/</strong><strong>เซ็นทารา</strong> ได้มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างระบบการจัดหาอย่างมีประสิทธิภาพและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม มีการคัดเลือกสินค้าอย่างเข้มงวด ครอบคลุมทั้งคุณภาพ ความปลอดภัย และผลกระทบต่อระบบนิเวศ โดยคำนึงถึง <strong>ความปลอดภัยต่อผู้บริโภค กระบวนการผลิตที่ยั่งยืน บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก การรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ตลอดจนส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน</strong></p>
<p><strong>บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>CRC</strong>  ผู้นำธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งชั้นนำของไทยในเครือกลุ่มเซ็นทรัล มีปรัชญาในการดำเนินธุรกิจที่เรียกว่า <strong>“</strong><strong>CRC Care”</strong> ซึ่งเป็น Commitment ที่จะดูแลและยกระดับทุกภาคส่วนให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืนทั้งอีโคซิสเต็ม และนับเป็นองค์กร   ค้าปลีกรายแรกของประเทศไทยที่เข้าร่วม <strong>โครงการฮักโลก กับหอการค้าไทย</strong> โดยผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าที่มีฉลากรักษ์โลกได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น เพียงแค่สังเกต สัญลักษณ์โครงการ <strong>“ฮักโลก”</strong> (Hug The Earth) ซึ่งเป็นรูปมือกำลังโอบกอดโลก สื่อถึงความใส่ใจต่อโลกอย่างยั่งยืน ถูกรวบรวมไว้ในพื้นที่จำหน่ายหรือจุดแสดงสินค้าของห้างสรรพสินค้าและร้านค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล อาทิ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล โรบินสัน ซูเปอร์สปอร์ต ซีเอ็มจี ท็อปส์ โก โฮลเซลล์ ไทวัสดุ เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท บีทูเอส เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32077 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/10.สินค้าที่เข้าร่วมโครงการ-ฮักโลก.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong><u>โครงการเด่นของ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ </u></strong><strong><u>CRC</u></strong><u>  </u><strong><u>ได้แก่</u></strong></p>
<p>&#8211; ร้าน <strong>เฮลธิฟูล “</strong><strong>Healthiful” </strong>โซนสนับสนุนสินค้าอินทรีย์และสินค้าเพื่อสุขภาพ ที่ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล โดยมีการจัดหมวดสินค้าภายใต้ชื่อ “Healthiful” สาขาแรกที่เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ตั้งแต่ปี 2563 เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์อินทรีย์และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอื่น ๆ โดยสินค้าในหมวด Healthiful ได้ผ่านการประเมินตามเกณฑ์ ได้แก่ ใบรับรองคุณภาพโดยองค์การอาหารและยา ซึ่งช่วยรับรองคุณภาพการผลิต, มีประโยชน์ต่อสุขภาพและสร้างเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของผู้บริโภค, เป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกเพื่อสุขภาพ, เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้มีข้อจำกัดทางสุขภาพ เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้บริโภคที่ต้องการบริโภคอาหารที่ปราศจากกลูเตน ผงชูรส วัตถุุกันเสีย คอเลสเตอรอล นมเนย หรือแล็กโทส รวมถึงผู้บริโภคที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีระดับโซเดียม ไขมัน หรือนํ้าตาลน้อยด้วย, เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ที่อยากส่งเสริมสุขภาพโดยองค์รวม อันประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์เสริมสร้างสารอาหาร และผลิตภัณฑ์แคลอรี่ต่ำ เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32079 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/08.ร้าน-เฮลธิฟูล-Healthiful.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p><strong>&#8211; จริงใจ ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต</strong> ตลาดรูปแบบใหม่ที่ กลุ่มเซ็นทรัล นำโดย บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ริเริ่มขึ้น และเปิดดำเนินการครั้งแรกเมื่อปี 2561 ที่ท็อปส์ มาร์เก็ต เซ็นทรัล อุดรธานี โดยมีความตั้งใจสร้างให้เป็นแหล่งรวม ผัก ผลไม้ปลอดภัย ปลอดสารพิษ และของดีประจำจังหวัด ซึ่งได้รวบรวมผลผลิตคุณภาพดีจากเกษตรกรท้องถิ่น ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบให้ได้มาตรฐานจนได้สินค้าคุณภาพดีพร้อมวางจำหน่ายให้ทุกคนได้เลือกซื้อ อีกทั้งตลาดจริงใจยังเป็นเสมือนแหล่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชนที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน  ปัจจุบัน <strong>จริงใจ ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต เปิดให้บริการที่ท็อปส์ จำนวน 32 แห่ง ทั่วประเทศ</strong> <strong>รวมกว่า 5,000 รายการ ให้การสนับสนุนเกษตรกรกว่า 11,000 ครัวเรือน และสร้างรายได้ให้แก่เกษตกรรวมกว่า 250 ล้านบาท</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32085 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/06.จริงใจ-ฟาร์มเมอร์-มาร์เก็ต.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>บริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>CPN </strong>ผู้นำเบอร์หนึ่งอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน และผู้พัฒนาศูนย์การค้าเซ็นทรัล, โครงการที่พักอาศัย, อาคารสำนักงาน และโรงแรมทั่วประเทศ พัฒนาธุรกิจด้วยโมเดลการขับเคลื่อนองค์กรธุรกิจโดยกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน (Purpose-Driven Business Model) ในการสร้างคุณค่าและความหมายต่อลูกค้า สังคม และโลก ตอบสนองต่อเป้าหมายขององค์กร “Imagining better futures for all” เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีให้กับสังคม และยังขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโต ผ่านการสร้างอาชีพ สนับสนุนสินค้า และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ผู้ประกอบการร้านค้าทั้งรายใหญ่ และรายเล็ก ตลอดจนนักลงทุนทั้งไทย และต่างชาติ สู่การสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับผู้คน</p>
<p><strong><u>โครงการเด่นบริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ </u></strong><strong><u>CPN </u></strong><strong><u>ได้แก่</u></strong></p>
<p>&#8211; ให้การ <strong>สนับสนุนผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยและท้องถิ่น </strong>ให้ยังคงสามารถเปิดร้านค้าปลีกแบบโมเดิร์นเทรดได้จํานวน5,886 ร้านค้า       ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่ร้อยละ 2 เมื่อเทียบขนาดพื้นที่พบว่ามีการจัดสรรให้เพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 4 จากปี 2566 เป็นไปตามกลยุทธ์ความยั่งยืนในการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและท้องถิ่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32081 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/11.เซ็นทรัลพัฒนามอบพื้นที่ค้าขาย-ให้งานจริ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; มอบพื้นที่ค้าขาย </strong>ทั้งแบบถาวร และชั่วคราวในรูปแบบของตลาด อาทิ การส่งเสริมสินค้าวิถีไทย สไตล์ใหม่ และสินค้าท้องถิ่น ผ่านโซน Hug Thai ที่เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัล เชียงใหม่, ตลาดจริงใจ ฟาร์มเมอร์มาร์เก็ตในหลายสาขา ซึ่งช่วยเหลือเกษตรกรได้กว่า 40,000 ราย 10,200ครัวเรือน และสร้างรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชนท้องถิ่นกว่า 300 ล้านบาท</p>
<p><strong>&#8211; เปลี่ยนผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในศูนย์การค้าทั่วประเทศ</strong> เป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกไร้สารเคมี จากปฐม ออร์แกนิก ลิฟวิ่ง ที่ใส่ใจต่อสุขภาวะที่ดีของลูกค้าทุกเพศทุกวัย พร้อมส่งต่อผ่านการบริจาค 3 % จากยอดขายตลอดทั้งปี ให้มูลนิธิสังคมสุขใจ เพื่อขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ต่อไป</p>
<p><strong>&#8211; กระบวนการจัดซื้อ และจัดหาเชิงกลยุทธ์</strong> คือ การปรับเปลี่ยนใช้กระดาษทิชชู่แบบ Center Pull ซึ่งช่วยควบคุมปริมาณการใช้งานต่อครั้งอย่างเหมาะสม โดยมีการให้ข้อมูลป้อนกลับผู้ผลิตเพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของลูกค้าในการช่วยลดขยะกระดาษทิชชู่ และติดตั้งเครื่องเป่ามือคุณภาพสูง Dyson Airblade ซึ่งมีตัวกรอง HEPA ดักจับ 99.95% ของอนุภาคขนาดเล็กถึง 0.1 ไมครอน ทำให้มือแห้งด้วยลมสะอาด อย่างรวดเร็วและประหยัดพลังงาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32082 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/13.โครงการฟาร์มผักออร์แกนิก-CGCW-Organic-Farm.jpg" alt="" width="1200" height="866" /></p>
<p><strong>บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>CENTEL/</strong><strong>เซ็นทารา  </strong>ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้สินค้าและบริการจากผู้ผลิตท้องถิ่น สนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลากรับรองด้านสิ่งแวดล้อม และดำเนินงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน</p>
<p><strong><u>โครงการเด่นของ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ </u></strong><strong><u>CENTEL/</u></strong><strong><u>เซ็นทารา  ได้แก่</u></strong></p>
<p><strong>&#8211; โครงการฟาร์มผักออร์แกนิก </strong><strong>CGCW Organic Farm</strong> จากสนามเทนนิสเก่า บริเวณชั้น 26 ของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์พื้นที่ประมาณ 1,300 ตรม. ปรับเปลี่ยนเป็นฟาร์มผักออร์แกนิค มีโต๊ะปลูกผัก 52 ตัว สำหรับปลูกผัก 23 ชนิดตามความต้องการใช้งงาน อาทิ        ผักสลัด เช่น กรีนโอ๊ก เรดโอ๊ก กรีนคอส เรดคอส เรดบัตตาเวีย ผักสวนครัวอื่นๆ อย่าง คะน้าฮ่องกง บ๊อกฉ่อย เคล อิตาเลี่ยน เบซิล มะเขือเทศ โรสแมรี่ มะนาว พริกขี้หนู พริกสเปน และมีดอกไม้กินได้เพื่อใช้ในโรงแรม พร้อมพื้นที่ทำปุ๋ยหมักจากเศษผัก ผลไม้และกากกาแฟ <strong>ผลผลิตผักออร์แกนิคจากฟาร์มผักลอยฟ้าในปี 2567 ที่ผ่านมา รวมทั้งสิ้น 3,777 กิโลกรัม</strong> <strong>ปริมาณขยะอาหาร เศษผักผลไม้นำมาทำปุ๋ยในฟาร์ม 9,729 กิโลกรัม</strong> ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1.6 tCo2e  ปัจจุบันโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา <strong>จำนวน </strong><strong>22</strong><strong> แห่ง มีแปลงผักสวนครัวและสมุนไพร</strong> (Organic Vegetable &amp; Herb Garden) เพื่อใช้ในโรงแรม  นอกจากนี้โรงแรมเลือกส่งเสริมและสนับสนุนการเลือกซื้อสินค้าที่เป็นต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการรับรองมาตราฐานด้านความยั่งยืน อาทิ กระดาษชำระ ชา กาแฟ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟ้ฟ้า เคมีภัณฑ์ สีและสเปรย์ อุปกรณ์เครื่องใช้ทั่วไป ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในห้องน้ำ เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32084 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/14.ร้าน-สลัดแฟคทอรี่-Salad-Factory.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; สลัดแฟคทอรี่ (</strong><strong>Salad Factory</strong>) ภายใต้การบริหารงานโดย บริษัท กรีนฟู้ด แฟคทอรี่ และ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) เป็นร้านสลัดที่เสิร์ฟความอร่อยจากเมนูเพื่อสุขภาพที่หลากหลาย ให้ผู้บริโภคได้รับประทานผักจากแหล่งผลิตอาหารที่ดี โดยมุ่งเน้นการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง สดใหม่ ปลอดสารพิษ ส่งตรงจากฟาร์มสู่จานอาหารของคุณ มีการนำเสนอเมนูที่หลากหลาย ทั้งสลัด อาหารคลีน และเมนูเพื่อสุขภาพอื่นๆ ที่อร่อยและดีต่อร่างกาย อีกทั้งยังมีการ<strong>จัดซื้อผักออแกนิคจากชุมชน 170</strong><strong>,</strong><strong>837 กก ต่อปี รวมไปถึงมีเมนูอาหาร </strong><strong>Vegan </strong><strong>ทั้งหมด 45 รายการ คิดเป็น 15% ของเมนูทั้งหมด</strong></p>
<p>ไม่เพียงแค่ธุรกิจในประเทศไทย <strong>ห้างสรรพสินค้าในเครือกลุ่มเซ็นทรัลในยุโรป</strong> ก็ให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมเช่นกัน มุ่งมั่นคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาจำหน่าย เพื่อส่งเสริมการบริโภคที่ยั่งยืน</p>
<p><strong>ห้างสรรพสินค้าบราวน์ โทมัส (</strong><strong>Brown Thomas)</strong> The Sustainable Edit คือการคัดสรรผลิตภัณฑ์ในหมวดแฟชั่น, ความงาม, ของใช้ในบ้าน และอาหาร ซึ่งผ่านเกณฑ์ความยั่งยืนที่เข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นได้รับการตรวจสอบตามเกณฑ์ที่กำหนด และมีหลักฐานประกอบก่อนที่จะถูกคัดเลือกเข้าสู่ The Sustainable Edit  กระบวนการนี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจ โดยรู้ว่าผลิตภัณฑ์ใน The Sustainable Edit ได้รับการตรวจสอบและผ่านมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ การคัดเลือกผลิตภัณฑ์มีจำหน่ายทั้งในร้านค้า รวมถึงบนเว็บไซต์และแอปสะสมแต้มของ Brown Thomas และ Arnotts</p>
<p><strong>ห้างสรรพสินค้า ดี แบนคอร์ฟ (</strong><strong>de Bijenkorf)</strong>  เป็นสมาชิกของ <strong>Sustainable Apparel Coalition (SAC)</strong> องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มุ่งส่งเสริมความเท่าเทียมและความยั่งยืนในอุตสาหกรรมแฟชั่น และยังใช้ <strong>Worldly Brand &amp; Retail Module (BRM)</strong> ซึ่งเป็นแบบประเมินด้านความยั่งยืนสำหรับแบรนด์และผู้ประกอบการค้าปลีก เพื่อวัดผลและติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ดี แบนคอร์ฟ ดำเนินการประเมิน BRM เป็นประจำทุกปี เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสและมุ่งพัฒนาให้ได้คะแนนที่ดีขึ้น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในทุกมิติ</p>
<p><strong>ห้างสรรพสินค้า คาเดเว </strong><strong>(KaDeWe)</strong> คัดสรรแบรนด์สินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน B Corp ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากลที่มอบให้กับองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง การรับรองนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างผลกระทบเชิงบวกในทุกมิติ ทั้ง การกำกับดูแลกิจการ การดูแล พนักงาน การพัฒนา ชุมชน การรักษา สิ่งแวดล้อม และการให้ความสำคัญกับลูกค้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32083 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/16.ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าปลอดภัย.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ</strong> เชื่อมั่นว่า การดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจและรับผิดชอบต่อโลกคือหัวใจสำคัญที่จะนำพาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต เราจึงตั้งใจสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกผ่านสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้าสร้างสังคมที่ทุกฝ่ายเติบโตร่วมกันอย่างแท้จริง โดยมีผู้บริโภคและชุมชนเป็นส่วนสำคัญในการร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/central-group-responsible-sourcing-for-sustainability/">กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ คัดสรรสินค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อผู้บริโภคและโลกที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นีเวีย ครีม ตลับน้ำเงินในตำนาน เปลี่ยนแพกเกจเป็นอลูมิเนียมรีไซเคิล 80% เร่งเป้าลด Emission จากบรรจุภัณฑ์ 8,000 ตัน ในปี 2568</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/nivea-cream-change-to-low-emisson-packaging/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Oct 2024 13:17:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Beiersdorf]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[NIVEA]]></category>
		<category><![CDATA[NIVEA Cream]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[นีเวีย]]></category>
		<category><![CDATA[นีเวีย ครีม]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สุภสิตา ไกรศรี]]></category>
		<category><![CDATA[ไบเออร์สด๊อรฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29930</guid>

					<description><![CDATA[<p>นีเวีย ครีม ผลิตภัณฑ์ Iconic ของแบรนด์นีเวีย ปรับโฉมรักษ์โลก เปลี่ยนวัตถุดิบผลิตแพกเกจตลับมาใช้อลูมิเนียมรีไซเคิล 80% อีกก้าวสำคัญในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ต่อยอดความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน พร้อมตั้งเป้าหมาย​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากบรรจุภัณฑ์ตลับครีมให้ได้ 8,000 ตัน ในปี 2568 ​​ เป็นเวลากว่าหนึ่งศตวรรษที่ นีเวีย ครีม ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในการฟื้นฟูและปกป้องผิวพรรณ ทำให้ภาพของ​ครีมตลับน้ำเงินเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคคุ้นเคยและอยู่เหนือกาลเวลามาทุกยุคทุกสมัย ​โดยที่ผ่านมาได้มีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาสินค้าให้มีความร่วมสมัยอยู่เสมอ ขณะที่โลกหมุนสู่ยุคแห่งความยั่งยืน ความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของนีเวีย ครีม ก็ได้ขับเคลื่อนให้สอดรับกับกระแสโลก ด้วยการปรับเปลี่ยนวัตถุดิบในการผลิตบรรจุภัณฑ์มาเป็นการใช้อลูมิเนียมรีไซเคิล​ 80% ​พร้อมรีเฟรชแบรนด์และโลโก้ให้มีความทันสมัยและสีสันสดใสมากยิ่งขึ้น โดยรักษาไว้ซึ่งคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทั้งเนื้อครีมและกลิ่นที่มีความเฉพาะตัวที่ผู้บริโภคคุ้นเคย​ คุณสุภสิตา ไกรศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์นีเวีย ภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า นีเวีย ครีม ตลับใหม่​ ผลิตจากอลูมิเนียมรีไซเคิล 80% สะท้อนความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนและ​ลดฟุตพรินต์ในการจัดการกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดยการนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน (Carbon Emission) ได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อม​ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนอีกด้วย &#8220;การเปลี่ยนผ่าน​นี้เป็นอีกบทพิสูจน์ถึงความตั้งใจแน่วแน่ในการดูแลสิ่งแวดล้อม และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในประเทศไทย ซึ่งเป็น​หนึ่งในตลาดที่ผู้บริโภคกระตือรือร้น ใส่ใจ และรักษ์โลก พร้อมจุดประกาย​สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/nivea-cream-change-to-low-emisson-packaging/">นีเวีย ครีม ตลับน้ำเงินในตำนาน เปลี่ยนแพกเกจเป็นอลูมิเนียมรีไซเคิล 80% เร่งเป้าลด Emission จากบรรจุภัณฑ์ 8,000 ตัน ในปี 2568</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นีเวีย ครีม ผลิตภัณฑ์ Iconic ของแบรนด์นีเวีย ปรับโฉมรักษ์โลก เปลี่ยนวัตถุดิบผลิตแพกเกจตลับมาใช้อลูมิเนียมรีไซเคิล 80% อีกก้าวสำคัญในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ต่อยอดความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน พร้อมตั้งเป้าหมาย​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากบรรจุภัณฑ์ตลับครีมให้ได้ 8,000 ตัน ในปี 2568 ​​</p>
<p><span id="more-29930"></span></p>
<p>เป็นเวลากว่าหนึ่งศตวรรษที่ นีเวีย ครีม ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในการฟื้นฟูและปกป้องผิวพรรณ ทำให้ภาพของ​ครีมตลับน้ำเงินเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคคุ้นเคยและอยู่เหนือกาลเวลามาทุกยุคทุกสมัย ​โดยที่ผ่านมาได้มีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาสินค้าให้มีความร่วมสมัยอยู่เสมอ</p>
<p>ขณะที่โลกหมุนสู่ยุคแห่งความยั่งยืน ความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของนีเวีย ครีม ก็ได้ขับเคลื่อนให้สอดรับกับกระแสโลก ด้วยการปรับเปลี่ยนวัตถุดิบในการผลิตบรรจุภัณฑ์มาเป็นการใช้อลูมิเนียมรีไซเคิล​ 80% ​พร้อมรีเฟรชแบรนด์และโลโก้ให้มีความทันสมัยและสีสันสดใสมากยิ่งขึ้น โดยรักษาไว้ซึ่งคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทั้งเนื้อครีมและกลิ่นที่มีความเฉพาะตัวที่ผู้บริโภคคุ้นเคย​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29932 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/1-15.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณสุภสิตา ไกรศรี</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์นีเวีย ภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า นีเวีย ครีม ตลับใหม่​ ผลิตจากอลูมิเนียมรีไซเคิล 80% สะท้อนความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนและ​ลดฟุตพรินต์ในการจัดการกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดยการนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน (Carbon Emission) ได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อม​ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนอีกด้วย</p>
<p><em>&#8220;การเปลี่ยนผ่าน​นี้เป็นอีกบทพิสูจน์ถึงความตั้งใจแน่วแน่ในการดูแลสิ่งแวดล้อม และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในประเทศไทย ซึ่งเป็น​หนึ่งในตลาดที่ผู้บริโภคกระตือรือร้น ใส่ใจ และรักษ์โลก พร้อมจุดประกาย​สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ดูแลผิวคุณภาพสูงพร้อมความใส่ใจด้านความยั่งยืน เพื่อมีส่วนในการปกป้องโลกใบนี้สู่คนรุ่นต่อไป ผ่านการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากอลูมิเนียมรีไซเคิล 80% เป็นครั้งแรก ตอกย้ำ​​เจตนารมณ์การขับเคลื่อน​พันธกิจด้านความยั่งยืน พร้อม​​​ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในบรรจุภัณฑ์ โดยตั้งเป้าลด Emission จากบรรจุภัณฑ์ให้ได้ 8,000 ตันภายในปี 2568&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29933 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/6-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้ทำการปรับโฉมใหม่ของ​บรรจุภัณฑ์​​​นีเวีย ครีม ทั้งการใช้ตัวอักษรโลโก้ให้มีความเพรียวบางลง และโทนสีฟ้าที่สว่างขึ้น เพื่อให้ดูทันสมัยและสดใสกว่าเดิม ในฐานะผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ได้รับความไว้วางใจมาตลอดจากรุ่นสู่รุ่น และ​เป็นที่ยอมรับด้านประสิทธิภาพด้านการดูแลและปกป้องผิวได้เป็นอย่างดี ​พร้อมกักเก็บความชุ่มชื้น และเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิวด้วยไฮโดรไลปิดตามธรรมชาติ ที่ผู้ใช้ทั่วโลกต่างยืนยันความน่าเชื่อถือของสูตรที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยคงความสุขภาพดีและความงามของผิวอย่างไม่เปลี่ยนแปลง แม้จะเผชิญกับสภาวะที่ท้าทาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29934 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/2-11.jpg" alt="" width="599" height="710" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/nivea-cream-change-to-low-emisson-packaging/">นีเวีย ครีม ตลับน้ำเงินในตำนาน เปลี่ยนแพกเกจเป็นอลูมิเนียมรีไซเคิล 80% เร่งเป้าลด Emission จากบรรจุภัณฑ์ 8,000 ตัน ในปี 2568</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดตัวอีโคแพ็คเกจจิ้งสำหรับเนื้อสัตว์รายแรกของไทย ชูบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกย่อยสลายได้ 100% เดินหน้าตามโรดแมป Net Zero 2050</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/tpos-1st-supermarket-launch-eco-packaging/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 May 2024 09:21:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Green & Sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[Green & Sustainable Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Tops]]></category>
		<category><![CDATA[Tops Food Hall]]></category>
		<category><![CDATA[Tops Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ท็อปส์]]></category>
		<category><![CDATA[ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล]]></category>
		<category><![CDATA[สเตฟาน คูม]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรค้าปลีกสีเขียวที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อีโคแพ็คเกจจิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล รีเทล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25958</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เร่งเดินหน้าภารกิจสร้างโลกยั่งยืน เปิดตัวบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกสำหรับเนื้อสัตว์ นำร่องใช้สำหรับโซนเนื้อสัตว์แช่เย็น ชูจุดเด่นคงรสชาติ ความสด และ ปลอดภัย โดยเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตเจ้าแรกในไทย ที่ใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงผลิตจากเยื่อพืชธรรมชาติ ย่อยสลายไว ทดแทนการใช้พลาสติก ซึ่งนำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ตามเจตนารมย์ Green &#38; Sustainable ของเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำความเป็นผู้นำแห่งอุตสาหกรรมค้าปลีกด้านอาหารด้วยวิสัยทัศน์แห่งอนาคต ที่ดำเนินธุรกิจโดยใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยเชื่อว่าลูกค้าทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนพลังแห่งความยั่งยืนร่วมกัน วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ท็อปส์ และท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ที่เข้าร่วมรายการ นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ท็อปส์ มีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคน ด้วยการพัฒนาสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ ทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของเราคือการปรับใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก โดยล่าสุดได้เปิดตัวนวัตกรรมโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนสำหรับกลุ่มสินค้าเนื้อหมูและไก่ ผลิตจากเยื่อพืชธรรมชาติ 100% สามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้ภายใน 45 วัน เพื่อทดแทนการใช้พลาสติก ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมความยั่งยืน เข้ามาปรับใช้ในกระบวนการการดำเนินธุรกิจเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิต พร้อมส่งเสริมให้ผู้บริโภคได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์โลกที่น่าอยู่ ตามเจตนารมณ์ของเซ็นทรัล รีเทล ในการเป็นต้นแบบองค์กรค้าปลีกสีเขียวที่ยั่งยืน หรือ Green &#38; Sustainable Retail พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/tpos-1st-supermarket-launch-eco-packaging/">ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดตัวอีโคแพ็คเกจจิ้งสำหรับเนื้อสัตว์รายแรกของไทย ชูบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกย่อยสลายได้ 100% เดินหน้าตามโรดแมป Net Zero 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="x_MsoNormal" style="text-align: left;" align="center"><span lang="TH">ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เร่งเดินหน้าภารกิจสร้างโลกยั่งยืน เปิดตัวบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกสำหรับเนื้อสัตว์ นำร่องใช้สำหรับโซนเนื้อสัตว์แช่เย็น ชูจุดเด่นคงรสชาติ ความสด และ ปลอดภัย </span></p>
<p align="center"><span id="more-25958"></span></p>
<p class="x_MsoNormal" style="text-align: left;" align="center"><span lang="TH">โดยเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตเจ้าแรกในไทย ที่ใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงผลิตจากเยื่อพืชธรรมชาติ ย่อยสลายไว ทดแทนการใช้พลาสติก ซึ่งนำไปสู่การลดการปล่อย</span><span lang="TH">ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (</span>Net Zero) <span lang="TH">ภายในปี 2050 ตามเจตนารมย์<strong> </strong></span><strong>Green &amp; Sustainable </strong><span lang="TH">ของเซ็นทรัล รีเทล </span><span class="x_gmail-normaltextrun"><span lang="TH">ตอกย้ำความเป็นผู้นำแห่งอุตสาหกรรมค้าปลีกด้านอาหารด้วยวิสัยทัศน์แห่งอนาคต ที่ดำเนินธุรกิจโดยใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยเชื่อว่าลูกค้าทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนพลังแห่งความยั่งยืนร่วมกัน วางจำหน่ายแล้ววันนี้ </span></span><span lang="TH">ที่ท็อปส์ และท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ที่เข้าร่วมรายการ</span></p>
<p align="center"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25963 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/4.นายสเตฟาน-คูม-ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-กลุ่มฟู้ด-เซ็นทรัล-รีเทล_.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b><span lang="TH">นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล</span></b><b><span lang="TH"> </span></b><span lang="TH">กล่าวว่า</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">“</span><span class="x_gmail-normaltextrun"><span lang="TH">ท็อปส์ มีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคน ด้วยการพัฒนาสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ ทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของเราคือการปรับใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก โดยล่าสุดได้เปิดตัว</span></span><span lang="TH">นวัตกรรมโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนสำหรับกลุ่มสินค้าเนื้อหมูและไก่ ผลิตจากเยื่อพืชธรรมชาติ </span>100<span lang="TH">% สามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้ภายใน </span>45 <span lang="TH">วัน เพื่อทดแทนการใช้พลาสติก ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมความยั่งยืน เข้ามาปรับใช้</span><span class="x_gmail-normaltextrun"><span lang="TH">ในกระบวนการการดำเนินธุรกิจเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิต </span></span><span lang="TH">พร้อมส่งเสริมให้ผู้บริโภคได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์โลกที่น่าอยู่ ตามเจตนารมณ์ของเซ็นทรัล รีเทล ในการเป็นต้นแบบองค์กรค้าปลีกสีเขียวที่ยั่งยืน หรือ </span><strong>Green &amp; Sustainable Retail</strong><span lang="TH"> พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (</span>Net Zero) <span lang="TH">ภายในปี </span>2050<span lang="TH">”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25964 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/6.ท็อปส์-ในเครือเซ็นทรัล-รีเทล-เปิดตัวอีโคแพ็คเกจจิ้ง.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><span lang="TH">สำหรับการเปิดตัวบรรจุภัณฑ์รูปแบบใหม่นี้ นับเป็นครั้งแรกของซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศไทย</span><span lang="TH">ที่ได้นำบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกมาใช้บรรจุสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ ซึ่งสามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์ ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อสัตว์ป่าจากขยะพลาสติก <em><strong>โดยบรรจุภัณฑ์ </strong></em></span><em><strong>1 <span lang="TH">ชิ้น สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 6</span>4<span lang="TH"> กรัม ปัจจุบัน</span><span lang="TH">ท็อปส์ ได้ริเริ่มการเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มสินค้าเนื้อหมูและไก่รวมจำนวน </span>14 <span lang="TH">รายการ ที่ท็อปส์ และ </span></strong></em><span lang="TH"><em><strong>ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ที่เข้าร่วมรายการ</strong></em> ก่อนเตรียมขยายการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ไปยังกลุ่มสินค้าเนื้อวัวและเนื้อแกะ รวมถึงการวางจำหน่ายในท็อปส์ เดลี่ โดยตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า </span>3<span lang="TH"> ตัน </span><span lang="TH">คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า </span><span lang="TH">ภายในปี </span>2024</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25962 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/7.บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกบรรจุสินค้าเชอร์รี่สด.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><span class="x_gmail-normaltextrun"><span lang="TH">ทั้งนี้ ท็อปส์ ได้ให้ความสำคัญกับแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อมจากต้นทางสู่ปลายทาง โดยได้ริเริ่มการนำนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกมาใช้บรรจุสินค้าเชอร์รี่สด ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ภายใน </span></span><span class="x_gmail-normaltextrun">45 <span lang="TH">วัน ทำจากของเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ฟางข้าว ชานอ้อย และผักตบชวา เป็นต้น ฝากล่องทำมาจากพลาสติกใส </span>PET<span lang="TH"> รีไซเคิลได้ </span>100<span lang="TH">% การันตีความปลอดภัยต่อสุขภาพ โดยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปแล้วมากกว่า </span>11 <span lang="TH">ตัน </span></span><span lang="TH">คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า </span><span class="x_gmail-normaltextrun"><span lang="TH">นับตั้งแต่การเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก</span></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25965 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/1.ท็อปส์-ในเครือเซ็นทรัล-รีเทล-เปิดตัวอีโคแพ็คเกจจิ้ง.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><span class="x_gmail-normaltextrun"><span lang="TH">ท็อปส์ จะยังคงเดินหน้าขยายแผนการปรับใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกับผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ อีกในอนาคต โดยในเบื้องต้น ตั้งเป้าช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกสำหรับเชอร์รี่สด รวมถึงผลิตภัณฑ์ประเภทเนื้อสัตว์ รวมทั้งสิ้นประมาณ </span></span><span class="x_gmail-normaltextrun">45 <span lang="TH">ตัน </span></span><span lang="TH">คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า </span><span class="x_gmail-normaltextrun"><span lang="TH">ตลอดปี </span></span><span class="x_gmail-normaltextrun">2024<span lang="TH"> นี้</span></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/tpos-1st-supermarket-launch-eco-packaging/">ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดตัวอีโคแพ็คเกจจิ้งสำหรับเนื้อสัตว์รายแรกของไทย ชูบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกย่อยสลายได้ 100% เดินหน้าตามโรดแมป Net Zero 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มมิตรผล ชูคอนเซ็ปต์ “Redefine The Future” โชว์โฉมแพ็กเกจรักษ์โลก พร้อมยกทัพเสิร์ฟผลิตภัณฑ์นวัตกรรมรักษ์โลก ตอกย้ำความเป็นผู้นำการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/05/mitr-phol-join-thaifex-anuga-asia-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 May 2023 09:42:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CaneX]]></category>
		<category><![CDATA[Freshy]]></category>
		<category><![CDATA[Meat Avatar]]></category>
		<category><![CDATA[Mitr Phol]]></category>
		<category><![CDATA[Mitr Phol Group]]></category>
		<category><![CDATA[PlaneX]]></category>
		<category><![CDATA[Plant-based Protein]]></category>
		<category><![CDATA[Priva]]></category>
		<category><![CDATA[Redefine The Future]]></category>
		<category><![CDATA[ThaiFex-Anuga Asia 2023]]></category>
		<category><![CDATA[Vallex]]></category>
		<category><![CDATA[VAVA]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มมิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตาล]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[อ้อย]]></category>
		<category><![CDATA[ไซรัป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18772</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มมิตรผล ผู้นำด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก ร่วมจัดแสดงบูธนิทรรศการภายใต้คอนเซ็ปต์ “Redefine The Future” ในงาน THAIFEX &#8211; Anuga Asia 2023 พลิกโฉมดีไซน์ผลิตภัณฑ์น้ำตาล ตอบรับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ ด้วยภาพลักษณ์ที่ทันสมัย ใส่ใจและเลือกใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนอันดับ 2 ของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร ที่จัดอันดับโดย S&#38;P Globalพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง คุณผรินทร์ อมาตยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการตลาด กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า “สำหรับบูธ THAIFEX ในปีนี้ เราต้องการนำเสนอผลิตภัณฑ์และแนวทางการพัฒนาของกลุ่มมิตรผลที่มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืน ด้วยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่ออนาคต จึงเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์  “Redefine The Future” สะท้อนผ่านการพลิกโฉมแพ็กเกจผลิตภัณฑ์น้ำตาลทรายแบบถุงให้มีความโมเดิร์นมากขึ้น โดยนำ “อ้อย” มาเป็นสัญลักษณ์ เพื่อสื่อถึงความเป็นธรรมชาติ รวมถึงการนำเสนอขวดน้ำตาลรักษ์โลกดีไซน์ใหม่ ที่เน้นความสะดวกในการใช้ พร้อมรูปลักษณ์ทรงเหลี่ยม เรียบง่าย มินิมอล สามารถนำมาใช้ซ้ำได้มากกว่าเป็นแค่ขวดน้ำตาลธรรมดาทั่วไป โดยบรรจุภัณฑ์น้ำตาลมิตรผลทั้ง 2 รูปแบบ ผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบรับกับเทรนด์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน” การเปลี่ยนโฉมแพ็กเกจผลิตภัณฑ์ของน้ำตาลมิตรผลดังกล่าว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/05/mitr-phol-join-thaifex-anuga-asia-2023/">กลุ่มมิตรผล ชูคอนเซ็ปต์ “Redefine The Future” โชว์โฉมแพ็กเกจรักษ์โลก พร้อมยกทัพเสิร์ฟผลิตภัณฑ์นวัตกรรมรักษ์โลก ตอกย้ำความเป็นผู้นำการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กลุ่มมิตรผล</strong> ผู้นำด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก ร่วมจัดแสดงบูธนิทรรศการภายใต้คอนเซ็ปต์ <strong>“</strong><strong>Redefine The Future</strong><strong>” </strong>ในงาน <strong>THAIFEX </strong><strong>&#8211; </strong><strong>Anuga Asia </strong><strong>2023 </strong>พลิกโฉมดีไซน์ผลิตภัณฑ์น้ำตาล ตอบรับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ ด้วยภาพลักษณ์ที่ทันสมัย ใส่ใจและเลือกใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนอันดับ 2 ของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร ที่จัดอันดับโดย S&amp;P Globalพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง</p>
<p><span id="more-18772"></span></p>
<p><strong>คุณผรินทร์ อมาตยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการตลาด กลุ่มมิตรผล </strong>กล่าวว่า <em>“สำหรับบูธ </em><em>THAIFEX </em><em>ในปีนี้ เราต้องการนำเสนอผลิตภัณฑ์และแนวทางการพัฒนาของกลุ่มมิตรผลที่มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืน ด้วยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่ออนาคต จึงเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์  <strong>“</strong></em><strong><em>Redefine The Future</em></strong><em><strong>”</strong> สะท้อนผ่านการพลิกโฉมแพ็กเกจผลิตภัณฑ์น้ำตาลทราย</em><em>แบบถุงให้มีความโมเดิร์นมากขึ้น </em><em>โดยนำ </em><em>“</em><em>อ้อย</em><em>” </em><em>มาเป็นสัญลักษณ์ เพื่อสื่อถึงความเป็นธรรมชาติ </em><em>รวมถึงการนำเสนอขวดน้ำตาลรักษ์โลกดีไซน์ใหม่ ที่เน้นความสะดวกในการใช้ พร้อมรูปลักษณ์ทรงเหลี่ยม เรียบง่าย มินิมอล สามารถนำมาใช้ซ้ำได้มากกว่าเป็นแค่ขวดน้ำตาลธรรมดาทั่วไป โดยบรรจุภัณฑ์น้ำตาลมิตรผลทั้ง </em><em>2</em><em> รูปแบบ ผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบรับกับเทรนด์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน</em><em>”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18776 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/6_ขวดน้ำตาลรักษ์โลกดีไซน์ใหม่.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การเปลี่ยนโฉมแพ็กเกจผลิตภัณฑ์ของน้ำตาลมิตรผลดังกล่าว ช่วยยกระดับภาพลักษณ์และสื่อสารถึงผู้บริโภคให้มั่นใจในคุณภาพของน้ำตาลมิตรผล ตอกย้ำถึงการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อส่งมอบผลผลิตจากน้ำอ้อยธรรมชาติ 100% ไม่ใส่สารฟอกขาว พร้อมกรรมวิธีการผลิตที่ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด นำส่วนที่เหลือจากกระบวนการผลิตน้ำตาลมาต่อยอดเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับอ้อยตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18773 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/5_แพ็กเกจผลิตภัณฑ์น้ำตาลทรายโฉมใหม่.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในปีนี้ บูธของกลุ่มมิตรผลยังมีไฮไลท์พิเศษด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Freshy ไซรัปผสมน้ำและเนื้อผลไม้น้องใหม่ มาเติมความสดชื่นคลายร้อน พร้อมเสิร์ฟความหวานเข้มข้น หอมชื่นใจจากน้ำและเนื้อผลไม้แท้ ตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ของไทยพร้อมช่วยสร้างโอกาสให้แก่ร้านค้าต่าง ๆ ในการสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่ม หรือเสริมความอร่อยรูปแบบใหม่ให้กับเมนูขนมหวานมากมายหลากหลายรูปแบบ เพราะมีให้เลือกลิ้มลองมากถึง 7 กลิ่น ได้แก่ ลิ้นจี่, สตรอว์เบอร์รี, บลูเลมอน, แอปเปิ้ล, มะม่วง,กีวี, และส้ม ภายในงานยังมีกิจกรรมสร้างสรรค์เมนูปั่นและอิตาเลี่ยนโซดาสุดฮิตให้คู่ค้าและผู้บริโภคได้ลองชิมกว่า 1,500 แก้วต่อวัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18779 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/7_เปิดตัว-Freshy-ไซรัปผสมน้ำและเนื้อผลไม้น้องใหม่.jpg" alt="" width="504" height="756" /></p>
<p>นอกจากนี้ กลุ่มมิตรผลยังยกขบวนผลิตภัณฑ์ในเครือที่คิดค้นและพัฒนาด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาจัดแสดง เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นสู่เป้าหมายแห่งความยั่งยืนอีกมากมาย อาทิ</p>
<p>&#8211; ผลิตภัณฑ์น้ำแร่ธรรมชาติ <strong>VAVA </strong>ที่มาจากแหล่งน้ำใต้ชั้นหินธรรมชาติแห่งผืนป่าเขาใหญ่ หนึ่งในมรดกโลกทางธรรมชาติ (UNESCO World Heritage) ที่มีรสชาติดื่มง่าย การันตีด้วยรางวัล Superior Taste Award 3 ดาว<br />
จากประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นรางวัลรสชาติน้ำยอดเยี่ยม ตัดสินโดยนักชิมน้ำจากทั่วโลก มาพร้อมกับดีไซน์ที่มีความทันสมัยเป็นเอกลักษณ์ จนคว้ารางวัลชนะเลิศด้านดีไซน์จากเวทีระดับโลก พร้อมเป็นน้ำดื่มแบรนด์ไทยแบรนด์แรกที่มุ่งสู่การเป็น Carbon Neutral</p>
<p>&#8211; ผลิตภัณฑ์ FOS ภายใต้แบรนด์ <strong>Vallex </strong>สำหรับการใช้ในระดับอุตสาหกรรม และแบรนด์ <strong>Priva </strong>สำหรับผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่อุดมไปด้วยจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติกส์ ช่วยสร้างความสมดุลของระบบทางเดินอาหาร สามารถบริโภคหรือนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในอาหาร เครื่องดื่ม อาหารเสริม และอาหารสัตว์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18774 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/13_PlaneX-และ-CaneX.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&#8211; ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ <strong>PlaneX</strong> เม็ดพลาสติกที่สลายตัวได้ทางชีวภาพ (Compostable Compound) และแบรนด์ <strong>CaneX</strong> บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ (Compostable Food Packaging) เช่น ช้อน ส้อม มีด จากแป้งมันสำปะหลัง และหลอดจากชานอ้อย</p>
<p>&#8211; ผลิตภัณฑ์ทดแทนเนื้อสัตว์ (Plant-based Protein) ภายใต้แบรนด์ <strong>Meat Avatar</strong> ที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายด้วยโปรตีนจากพืช เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และกำลังเป็นเทรนด์อาหารที่น่าจับตามอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18775 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/14_Meat-Avatar.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“จากผลิตภัณฑ์</em><em>ทั้งหมดของกลุ่มมิตรผลที่จัดแสดงในงาน </em><em>THAIFEX </em><em>ครั้งนี้ คู่ค้าและผู้บริโภคของเราจะได้สัมผัสถึงภาพลักษณ์ ประสบการณ์จากผลิตภัณฑ์และมุมมองใหม่ ๆ ของกลุ่มมิตรผล ความพร้อมจะเปลี่ยนแปลงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ก้าวทันโลกอยู่เสมอ รวมถึงศักยภาพในการขับเคลื่อนภาคเกษตรและอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตสู่อนาคตแห่งความยั่งยืนที่เราร่วมสร้างสรรค์ไปด้วยกัน” </em>คุณผรินทร์ กล่าวปิดท้าย</p>
<p>สำหรับผู้ที่สนใจเยี่ยมชม ลิ้มลองผลิตภัณฑ์ใหม่ และผลิตภัณฑ์นวัตกรรมรักษ์โลกจากกลุ่มมิตรผล สามารถพบกันได้ที่มหกรรมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่และครบวงจรที่สุดในภูมิภาคเอเชีย THAIFEX &#8211; Anuga Asia 2023 ณ บูธหมายเลข 2-U01 ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 23-26 พฤษภาคม 2566 (วันเจรจาธุรกิจ) และวันที่ 27 พฤษภาคม 2566 (วันจำหน่ายปลีก)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/05/mitr-phol-join-thaifex-anuga-asia-2023/">กลุ่มมิตรผล ชูคอนเซ็ปต์ “Redefine The Future” โชว์โฉมแพ็กเกจรักษ์โลก พร้อมยกทัพเสิร์ฟผลิตภัณฑ์นวัตกรรมรักษ์โลก ตอกย้ำความเป็นผู้นำการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอส แอนด์ พี เปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์ 3 รสชาติใหม่ และขนมไหว้พระจันทร์ชุดมงคลแห่งปี พร้อมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกนำกลับมารีไซเคิลได้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/08/s-and-p-launched-moon-cake-2022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Aug 2022 01:20:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[mooncake]]></category>
		<category><![CDATA[S&P]]></category>
		<category><![CDATA[กำธร ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมไหว้พระจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ของขวัญจากพระจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ประเวศวุฒิ ไรวา]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทรา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[มณีสุดา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[วิทูร ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[อรรถ ประคุณหังสิต]]></category>
		<category><![CDATA[อาจารย์คฑา ชินบัญชร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=13566</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ของขวัญจากพระจันทร์” 3 รสชาติใหม่ ได้แก่ ขนมไหว้พระจันทร์ไส้โคโค่นัทคัสตาร์ดลาวา ขนมไหว้พระจันทร์ไส้พุทราจีนและชาหอมหมื่นลี้ และขนมไหว้พระจันทร์ไส้มอคค่าอัลมอนด์ พร้อมกันนี้ได้เปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์ชุดมงคลแห่งปี ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดขนมไหว้พระจันทร์ โดยมี ภัทรา ศิลาอ่อน ประธานกรรมการ ประเวศวุฒิ ไรวา รองประธานกรรมการ วิทูร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กำธร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการผลิต มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร และอรรถ ประคุณหังสิต ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการธุรกิจ S&#38;P พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ อาจารย์คฑา ชินบัญชร มาร่วมพูดคุยเผยเคล็ดลับไหว้พระจันทร์รับพลังบวก ณ S&#38;P Hall สุขุมวิท 26 อรรถ ประคุณหังสิต ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการธุรกิจ S&#38;P กล่าวถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ในปีนี้ว่า “เอส แอนด์ พี เป็นผู้นำในตลาดขนมไหว้พระจันทร์โดยมีขนมไหว้พระจันทร์หลากหลายรสชาติถึง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/s-and-p-launched-moon-cake-2022/">เอส แอนด์ พี เปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์ 3 รสชาติใหม่ และขนมไหว้พระจันทร์ชุดมงคลแห่งปี พร้อมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกนำกลับมารีไซเคิลได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;"><strong>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)</strong> นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ของขวัญจากพระจันทร์” 3 รสชาติใหม่ ได้แก่ ขนมไหว้พระจันทร์ไส้โคโค่นัทคัสตาร์ดลาวา ขนมไหว้พระจันทร์ไส้พุทราจีนและชาหอมหมื่นลี้ และขนมไหว้พระจันทร์ไส้มอคค่าอัลมอนด์ พร้อมกันนี้ได้เปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์ชุดมงคลแห่งปี ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดขนมไหว้พระจันทร์ </span></p>
<p><span id="more-13566"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โ</span><span style="font-weight: 400;">ดยมี </span><b>ภัทรา ศิลาอ่อน ประธานกรรมการ ประเวศวุฒิ ไรวา รองประธานกรรมการ วิทูร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กำธร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการผลิต มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร และอรรถ ประคุณหังสิต ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการธุรกิจ S&amp;P </b><span style="font-weight: 400;">พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ </span><b>อาจารย์คฑา ชินบัญชร</b><span style="font-weight: 400;"> มาร่วมพูดคุยเผยเคล็ดลับไหว้พระจันทร์รับพลังบวก ณ S&amp;P Hall สุขุมวิท 26</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13568 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/sp.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b>อรรถ ประคุณหังสิต ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการธุรกิจ S&amp;P</b><i><span style="font-weight: 400;"> กล่าวถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ในปีนี้ว่า “เอส แอนด์ พี เป็นผู้นำในตลาดขนมไหว้พระจันทร์โดยมีขนมไหว้พระจันทร์หลากหลายรสชาติถึง 16 รสชาติ (21 ไส้) สำหรับปีนี้เราเปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์เปลือกสี 3 รสชาติใหม่ ได้แก่ ขนมไหว้พระจันทร์ไส้โคโค่นัทคัสตาร์ดลาวา ขนมไหว้พระจันทร์ไส้พุทราจีนและชาหอมหมื่นลี้ และขนมไหว้พระจันทร์ไส้มอคค่าอัลมอนด์</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า พิเศษปีนี้เอส แอนด์ พี จำหน่ายขนมไหว้พระจันทร์ชุดมงคลแห่งปี ได้แก่ 1. ขนมไหว้พระจันทร์ชุดมั่งคั่ง ราคาชุดละ 488 บาท 2. ขนมไหว้พระจันทร์ชุดมั่งมี ราคาชุดละ 488 บาท 3. ขนมไหว้พระจันทร์ชุดโชคลาภ ราคาชุดละ 498 บาท 4. ขนมไหว้พระจันทร์ชุดหมอนทองมงคล ราคาชุดละ 528 บาท ซึ่งแต่ละชุดได้คัดสรรขนมไหว้พระจันทร์รสชาติขายดีและมีความหมายมงคล อย่างไรก็ตามเอส แอนด์ พี ยังคงพัฒนาคุณภาพขนมไหว้พระจันทร์ไส้ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ไส้หมอนทองล้วน / ไข่1 / ไข่2 ไส้หมอนทองแมคคาเดเมีย ไส้หมอนทองเจ ไส้บัวล้วน / ไข่1 ไส้โหงวยิ้งล้วน / ไข่1 / ไข่2 ไส้แปดเซียน ไส้งาดำ ไส้บัวทองแมคคาเดเมียไข่1 ไส้บัวทองไข่เค็มลาวา                     ไส้มัตฉะเรดบีน ไส้อินทผาลัมธัญพืช ไส้ส้มช็อกโกแลตลาวา และไส้หมูฮ่องเต้ซอส XO </span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">เทศกาลไหว้พระจันทร์ถือเป็นแคมเปญใหญ่ของปี 2022 ปีนี้เอส แอนด์ พี ตั้งเป้าการจำหน่ายขนมไหว้พระจันทร์เพิ่มขี้นอีก 50% จากปี 2021 ภายใต้กลยุทธ์ดังนี้ </span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">1. เปิดพรีออเดอร์ รับส่วนลด 20% เมื่อลูกค้าสั่งจองขนมไหว้พระจันทร์ล่วงหน้า จำนวน 4 ชิ้นขึ้นไป ตั้งแต่วันนี้-31 สิงหาคม 2565 ผ่าน Call Center S&amp;P Delivery โทร.1344 </span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">2. มีบริการจัดส่งโดยบริษัทขนส่งชั้นนำทั่วประเทศ เพิ่มความสะดวกและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน มั่นใจได้ว่าขนมไหว้พระจันทร์เอส แอนด์ พี จะไปถึงผู้บริโภคได้อย่างปลอดภัย </span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">3. จัดจำหน่ายขนมไหว้พระจันทร์ให้กับกลุ่มลูกค้าคอร์เปอร์เรท ต่อที่ 1 รับส่วนลด 20% เมื่อซื้อขนมไหว้พระจันทร์ 50 ชิ้นขึ้นไป ต่อที่ 2 เมื่อซื้อครบ 250 ชิ้น รับขนมไหว้พระจันทร์เพิ่มอีก 10 ชิ้น (ยกเว้น 3 ไส้ใหม่) ลูกค้าให้การตอบรับและมียอดการสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง </span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">4. ร่วมมือกับพันธมิตร ได้แก่ GrabFood และ Lineman เพื่อสร้างการรับรู้แคมเปญ พร้อมมอบส่วนลดพิเศษเพื่อผนึกกำลังกระตุ้นยอดขายอีกทางหนึ่ง”</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13569 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/sp5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b>มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวเพิ่มเติมว่า</span><b><i> “</i></b><i><span style="font-weight: 400;">ในส่วนของการออกแบบบรรจุภัณฑ์กล่องขนมไหว้พระจันทร์ ยังคงสัญลักษณ์ความเป็นมงคลโดยใช้ภาพหญิงสาวชาวจีนเป็นตัวแทนเทพธิดาพระจันทร์ มอบพลังเสือและมังกร คือสัญลักษณ์แห่งความสมดุล นอกจากนี้ยังมีสัตว์มงคล คือ  </span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8211; เสือขาว สัญลักษณ์เรื่องพลังอำนาจ การคุ้มครองและหนุนนำให้ชีวิตรุ่งเรือง (ไป๋หู่) รวมถึงเสือยังเป็นสัญลักษณ์ประจำปี 2565 </span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8211; มังกร เป็นตัวแทนความสุข โชคลาภ สุขภาพ และอายุที่ยั่งยืน </span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">สำหรับบรรจุภัณฑ์ถุงกระดาษ ปีนี้เอส แอนด์ พี ตั้งใจออกแบบบรรจุภัณฑ์รูปแบบพิเศษให้มีลวดลายสวยงามทั้ง 2 ด้าน ด้านหน้าสีแดงมีลวดลายมังกร ด้านหลังสีทองลายเสือ พร้อมเจาะรูกลมตรงกลาง เมื่อใส่กล่องขนมไหว้พระจันทร์บรรจุ 4 ชิ้น สามารถมองเห็นลวดลายของกล่องขนมไหว้พระจันทร์ที่อยู่ด้านใน เหมาะสำหรับเป็นของฝากที่มีคุณค่าในเทศกาลอันเป็นมงคล นอกจากนี้ เอส แอนด์ พี ยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม บรรจุภัณฑ์ขนมไหว้พระจันทร์สามารถนำกลับมารีไซเคิลใหม่ได้ เป็นการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภค”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไฮไลท์ภายในงานร่วมพูดคุยกับแขกรับเชิญพิเศษ</span><b> อาจารย์คฑา ชินบัญชร </b><span style="font-weight: 400;">ที่จะมาแนะนำเคล็ดลับไหว้พระจันทร์รับพลังบวก การเลือกของไหว้ การจัดโต๊ะไหว้ และการขอพร </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">พร้อมนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษ! เมื่อซื้อขนมไหว้พระจันทร์ เอส แอนด์ พี ในวันพุธ ลด 20% (ยกเว้นสาขาในสนามบิน) และสมาชิก S&amp;P Card รับส่วนลด 10%</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">เมื่อซื้อขนมไหว้พระจันทร์</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">และขนมไหว้พระจันทร์ชุดมงคลแห่งปีตลอดช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์นี้ </span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13570 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/sp4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/s-and-p-launched-moon-cake-2022/">เอส แอนด์ พี เปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์ 3 รสชาติใหม่ และขนมไหว้พระจันทร์ชุดมงคลแห่งปี พร้อมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกนำกลับมารีไซเคิลได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>LION ประกาศเลิกใช้พลาสติกผลิตใหม่ ภายในปี 2050 จับมือ SCGC พัฒนา 3 เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก  </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/08/lion-x-scgc-transform-packaging-to-be-more-ecofriendly/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Aug 2022 06:51:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Lion]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Recyclable]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Reduce]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC GREEN POLYMER]]></category>
		<category><![CDATA[virgin plastic]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวงษ์ อารีรัชชกุล]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกผลิตใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ลดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[สมศักดิ์ ศรีสอาดรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[เปา]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี เคมิคอลส์]]></category>
		<category><![CDATA[ไลอ้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ไลอ้อน ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=13197</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไลอ้อน ประเทศไทย ผลักดันนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ ประกาศยกเลิกการใช้พลาสติกผลิตใหม่ (virgin plastic) ในบรรจุภัณฑ์ ภายในปี 2050 ล่าสุดจับมือ SCGC เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับโลกด้วยโซลูชั่น 3 ด้าน นำร่อง เปิดตัวขวดผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำ ‘เปา’ ใช้พลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงชนิดไร้กลิ่น (High Quality Odorless PCR) ตอกย้ำความเป็นบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก นายสมศักดิ์ ศรีสอาดรักษ์ ผู้จัดการบริหารธุรกิจสหพัฒน์ ฝ่ายการตลาด บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯให้ความสำคัญกับระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดทิศทางในการบริหารธุรกิจภายใต้การนำ “เทคโนโลยีเพื่อสุขภาวะในทุกภารกิจ” มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ตามนโยบายของไลอ้อนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ และยกเลิกการใช้พลาสติกผลิตใหม่ (virgin plastic) ในบรรจุภัณฑ์ ภายในปี 2050 ล่าสุด ไลอ้อน (ประเทศไทย) ได้ร่วมมือกับ เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ เอสซีจีซี (SCGC) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/lion-x-scgc-transform-packaging-to-be-more-ecofriendly/">LION ประกาศเลิกใช้พลาสติกผลิตใหม่ ภายในปี 2050 จับมือ SCGC พัฒนา 3 เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก  </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ไลอ้อน ประเทศไทย ผลักดันนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ ประกาศยกเลิกการใช้พลาสติกผลิตใหม่ (</strong><strong>virgin plastic) </strong><strong>ในบรรจุภัณฑ์ ภายในปี </strong><strong>2050 </strong><strong>ล่าสุดจับมือ </strong><strong>SCGC </strong><strong>เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับโลกด้วยโซลูชั่น 3 ด้าน</strong> <strong>นำร่อง เปิดตัวขวดผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำ ‘เปา’ ใช้พลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงชนิดไร้กลิ่น (</strong><strong>High Quality Odorless PCR)</strong> <strong>ตอกย้ำความเป็นบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก </strong><span id="more-13197"></span></p>
<p><strong>นายสมศักดิ์ ศรีสอาดรักษ์ ผู้จัดการบริหารธุรกิจสหพัฒน์ ฝ่ายการตลาด บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด </strong>เปิดเผยว่า บริษัทฯให้ความสำคัญกับระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดทิศทางในการบริหารธุรกิจภายใต้การนำ <strong>“เทคโนโลยีเพื่อสุขภาวะในทุกภารกิจ”</strong> มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ตามนโยบายของไลอ้อนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ และยกเลิกการใช้พลาสติกผลิตใหม่ (<strong>virgin plastic</strong>) ในบรรจุภัณฑ์ ภายในปี 2050</p>
<p>ล่าสุด ไลอ้อน (ประเทศไทย) ได้ร่วมมือกับ เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ เอสซีจีซี (SCGC) เพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก นำร่องด้วยบรรจุภัณฑ์ชนิดขวดของผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำ ‘เปา’ และบรรจุภัณฑ์ทั้งชนิดขวดและซองของครีมอาบน้ำ ‘โชกุบุสซึ’ ด้วยโซลูชันพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจากเอสซีจีซี กรีน พอลิเมอร์ (SCGC GREEN POLYMER™) โดยมุ่งเน้นปรับใช้วัสดุที่ดีต่อโลก นำร่องด้วยขวดผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำ ‘เปา’ ที่ใช้พลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงชนิดไร้กลิ่น (High Quality Odorless PCR)</p>
<p>นับเป็นการเปิดตัวครั้งแรกเพื่อตอบโจทย์บรรจุภัณฑ์ของสินค้าที่ต้องการเน้นกลิ่นหอมโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังได้พัฒนาบรรจุภัณฑ์ครีมอาบน้ำ ‘โชกุบุสซึ’ ทั้งชนิดขวดที่ปรับลดการใช้วัสดุ และชนิดถุงเติมที่ปรับมาใช้วัสดุที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ เป็นการช่วยลดขยะ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศได้ โดยยังคงคุณสมบัติที่ดีของบรรจุภัณฑ์อย่างครบถ้วนและ โดยบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดได้ผ่านการทดสอบคุณภาพแล้ว ซึ่งจะเริ่มวางจำหน่ายโดยเริ่มจากบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกชนิดขวดก่อนตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป และยังมีแผนที่จะขยายไปสู่บรรจุภัณฑ์สินค้าอื่น ๆ ของไลอ้อนต่อไปในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13201 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/LION-SCGC.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>ด้านนายธนวงษ์ อารีรัชชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ </strong><strong>SCGC</strong> เปิดเผยว่า เป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และยังเป็นการเปิดตัวเป็นครั้งแรกของเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงชนิดไร้กลิ่น (High Quality Odorless PCR) ที่ SCGC ได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้เหมาะกับบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าที่ต้องการชูคุณสมบัติเรื่องกลิ่นโดยเฉพาะ และยังเป็นการลดปริมาณขยะลงไปพร้อมๆ กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p>ทั้งนี้ ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกของไลอ้อนร่วมกับ SCGC ได้มีการใช้โซลูชั่นพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจาก<strong> SCGC GREEN POLYMER</strong><sup>TM</sup> ทั้งสิ้น 3 ด้าน ได้แก่ <strong>(1) REDUCE</strong> การลดการใช้เม็ดพลาสติกลง ด้วยเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี SMX™ ที่ช่วยให้ลดการใช้เม็ดพลาสติกในการผลิตขวด โดยยังคงความแข็งแรงไว้เช่นเดิม <strong>(2) RECYCLABLE</strong> การออกแบบเพื่อให้รีไซเคิลได้ โดยร่วมพัฒนากับพันธมิตรทางธุรกิจอย่างครบวงจรในการเลือกสรรนวัตกรรมพลาสติกที่เหมาะสมกับความต้องการ เป็น Recyclable Packaging Solution เพื่อเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์แบบอ่อนตัว (flexible packaging) ให้สามารถรีไซเคิลได้ และ <strong>(3) RECYCLE</strong> เป็นโซลูชันที่การนำพลาสติกใช้แล้วในครัวเรือนมารีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ช่วยลดปริมาณขยะ และลดการใช้ทรัพยากร นอกจากนี้แล้ว SCGC GREEN POLYMERTM ยังมีโซลูชันด้าน <strong>RENEWABLE</strong> พัฒนาพลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และพลาสติกจากทรัพยากรหมุนเวียน ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/lion-x-scgc-transform-packaging-to-be-more-ecofriendly/">LION ประกาศเลิกใช้พลาสติกผลิตใหม่ ภายในปี 2050 จับมือ SCGC พัฒนา 3 เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก  </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;มาม่า&#8217; รับ &#8216;ต้นทุนราคา&#8217; เป็นกำแพงสำคัญในการเปลี่ยนไปใช้บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/07/cost-is-big-challenge-mama-change-to-eco-friendly-packaging/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Jul 2022 09:55:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Eco Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[MAMA]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[TFMAMA]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป]]></category>
		<category><![CDATA[พันธ์ พะเนียงเวทย์]]></category>
		<category><![CDATA[มาม่า]]></category>
		<category><![CDATA[มาม่าคัพ]]></category>
		<category><![CDATA[มาม่าซอง]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=12702</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เวลาไปเที่ยวที่ไหน โดยเฉพาะสถานที่ตามธรรมชาติ แล้วมองไปเห็นขยะจากซองหรือถ้วย “มาม่า”​ ถูกทิ้งอยู่ตามชายทะเล น้ำตก หรือตามป่าเขาต่างๆ แม้เราจะไม่ได้เป็นคนทิ้งขยะพวกนั้น แต่ในฐานะผู้ผลิตเราปฏิเสธไม่ได้ว่า เราเป็นหนึ่งในผู้สร้างขยะ เพราะต้นทางของขยะเหล่านี้ล้วนมาจากเราทั้งสิ้น เรื่องนี้จึงกลายโจทย์ใหญ่ที่ผู้ผลิตต้องกลับมาคิดต่อ ว่าจะมีวิธีไหนบ้าง ที่สามารถช่วยลดจำนวนขยะจากบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ไม่ให้เหลือตกค้างในธรรมชาติได้อีก” จากความรู้สึกของ คุณพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการสำนักกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ​ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายใหญ่ของประเทศอย่าง “มาม่า” ​สะท้อนถึง​การรับรู้​และยอมรับว่าการดำเนินธุรกิจของตัวเองนั้นมีส่วนในการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากการเป็นผู้ผลิตสินค้าและบรรจุภัณฑ์ของมาม่า ทั้งแบบซองและแบบคัพ ที่มีปริมาณการผลิตในแต่ละปีสำหรับรองรับตลาดในประเทศไม่น้อยกว่า 2 พันล้านชิ้นเลยทีเดียว การมองหาโซลูชันที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถดึงขยะบรรจุภัณฑ์เหล่านี้ กลับคืนมายังต้นทางได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด​ จึงเป็นหนึ่งแนวทางที่ทางไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์กำลังเร่งศึกษา เพื่อให้สามารถขยายผลต่อยอดการแปลง​ขยะจาก Waste ให้สามารถสร้าง Value ได้มากกว่าแค่การเป็นขยะที่ถูกทิ้งไว้เฉยๆ เช่น การนำไปเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตสินค้าต่างๆ หรือใช้เป็นเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิต ​ ซึ่งหนึ่งในโมเดลใหม่อย่าง มาม่าช็อป ที่ได้นำร่องเปิดตัวไปในงานสหกรุ๊ปแฟร์ที่ผ่านมา ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการเข้าไปช่วยเก็บขยะบรรจุภัณฑ์ของมาม่าตามแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้อีกทางหนึ่งด้วยเช่นกัน “ก่อนหน้านี้ เราเคยมีการจับฉลากชิงโชคจากซองและคัพมาม่า ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีในการได้บรรจุภัณฑ์กลับคืนมาจำนวนมาก แต่ด้วยข้อกฎหมายที่หมิ่นเหม่กับการเล่นพนัน ทำให้ไม่สามารถจัดแคมเปญในลักษณะดังกล่าวได้อีก จึงต้องมาคิดหาแนวทางใหม่ที่จะได้รับความร่วมมือจากผู้บริโภคเช่นนี้อีก ซึ่งปัจจุบันบริษัทในเครือมีการจัดรายการนำบรรจุภัณฑ์มาแลกพ้อยท์สะสม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/cost-is-big-challenge-mama-change-to-eco-friendly-packaging/">&#8216;มาม่า&#8217; รับ &#8216;ต้นทุนราคา&#8217; เป็นกำแพงสำคัญในการเปลี่ยนไปใช้บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“เวลาไปเที่ยวที่ไหน โดยเฉพาะสถานที่ตามธรรมชาติ แล้วมองไปเห็นขยะจากซองหรือถ้วย “มาม่า”​ ถูกทิ้งอยู่ตามชายทะเล น้ำตก หรือตามป่าเขาต่างๆ แม้เราจะไม่ได้เป็นคนทิ้งขยะพวกนั้น แต่ในฐานะผู้ผลิตเราปฏิเสธไม่ได้ว่า เราเป็นหนึ่งในผู้สร้างขยะ เพราะต้นทางของขยะเหล่านี้ล้วนมาจากเราทั้งสิ้น เรื่องนี้จึงกลายโจทย์ใหญ่ที่ผู้ผลิตต้องกลับมาคิดต่อ ว่าจะมีวิธีไหนบ้าง ที่สามารถช่วยลดจำนวนขยะจากบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ไม่ให้เหลือตกค้างในธรรมชาติได้อีก”</p>
<p><span id="more-12702"></span></p>
<p>จากความรู้สึกของ <strong>คุณพันธ์ พะเนียงเวทย์</strong> ผู้จัดการสำนักกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ​ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายใหญ่ของประเทศอย่าง “มาม่า” ​สะท้อนถึง​การรับรู้​และยอมรับว่าการดำเนินธุรกิจของตัวเองนั้นมีส่วนในการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากการเป็นผู้ผลิตสินค้าและบรรจุภัณฑ์ของมาม่า ทั้งแบบซองและแบบคัพ ที่มีปริมาณการผลิตในแต่ละปีสำหรับรองรับตลาดในประเทศไม่น้อยกว่า 2 พันล้านชิ้นเลยทีเดียว</p>
<p>การมองหาโซลูชันที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถดึงขยะบรรจุภัณฑ์เหล่านี้ กลับคืนมายังต้นทางได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด​ จึงเป็นหนึ่งแนวทางที่ทางไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์กำลังเร่งศึกษา เพื่อให้สามารถขยายผลต่อยอดการแปลง​ขยะจาก Waste ให้สามารถสร้าง Value ได้มากกว่าแค่การเป็นขยะที่ถูกทิ้งไว้เฉยๆ เช่น การนำไปเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตสินค้าต่างๆ หรือใช้เป็นเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิต ​ ซึ่งหนึ่งในโมเดลใหม่อย่าง มาม่าช็อป ที่ได้นำร่องเปิดตัวไปในงานสหกรุ๊ปแฟร์ที่ผ่านมา ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการเข้าไปช่วยเก็บขยะบรรจุภัณฑ์ของมาม่าตามแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้อีกทางหนึ่งด้วยเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12708 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/MAMA3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>“ก่อนหน้านี้ เราเคยมีการจับฉลากชิงโชคจากซองและคัพมาม่า ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีในการได้บรรจุภัณฑ์กลับคืนมาจำนวนมาก แต่ด้วยข้อกฎหมายที่หมิ่นเหม่กับการเล่นพนัน ทำให้ไม่สามารถจัดแคมเปญในลักษณะดังกล่าวได้อีก จึงต้องมาคิดหาแนวทางใหม่ที่จะได้รับความร่วมมือจากผู้บริโภคเช่นนี้อีก ซึ่งปัจจุบันบริษัทในเครือมีการจัดรายการนำบรรจุภัณฑ์มาแลกพ้อยท์สะสม เพื่อนำไปเป็นส่วนลดแลกซื้อสินค้าได้ ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าจำนวนหนึ่ง”</p>
<p>หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไม “มาม่า” ไม่เลือกวิธีเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ หรือการหันมาใช้พลาสติกชีวภาพที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า และน่าจะเป็นการแก้ปัญหาจากต้นทางได้จริงๆ ซึ่ง คุณพันธ์ ยอมรับว่า ไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่จะต้องเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 2-3 เท่าตัวได้ เนื่องจากปัจจุบันมีการแบกรับต้นทุนทางธุรกิจค่อนข้างหนักมากอยู่แล้ว  แต่แนวทางดังกล่าวก็เป็นหนึ่งในโซลูชันที่มาม่ากำลังจะทำเช่นเดียวกัน แต่จะเริ่มนำร่องในกลุ่มตลาดสำหรับส่งออก และในตลาดพรีเมียมเท่านั้น ที่อาจจะเริ่มเห็นได้ในปีหน้า แต่ในเชิงการเข้ามาช่วยแก้ไขปัญเรื่องผลกระทบของบรรจุภัณฑ์ต่อสิ่งแวดล้อมนั้น อาจจะยังไม่มีผลมากนัก เพราะสัดส่วนของสินค้าพรีเมียมในตลาดอยู่ที่ไม่เกิน 10% เท่านั้น</p>
<p>&#8220;ปัจจุบันเทคโนโลยีในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมยังไม่สามารถมาทำให้ต้นทุนอยู่ในจุดที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจได้ โดยเฉพาะสเกลใหญ่ในตลาดแมสของมาม่าแบบซอง และแบบคัพ ​ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถแบกรับต้นทุนเหล่านี้ได้ เนื่องจาก มาม่า เป็นหนึ่งในสินค้าควบคุมที่มีการกำหนดราคาจำหน่าย ไม่สามารถปรับขึ้นให้สะท้อนกับต้นทุนที่แท้จริงได้ ขณะที่ผู้ประกอบการเองก็ต้องแบกรับต้นทุนในส่วนอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้สามารถส่งมอบได้ทั้งสินค้าที่มีคุณภาพ มีความอร่อย ดีต่อสุขภาพ และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ปรับราคาขึ้นได้ ทำให้บริหารจัดการได้ค่อนข้างลำบาก แต่ที่ผ่านมา มาม่าให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคมมาโดยตลอด สะท้อนได้จากริเริ่มเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์จากถ้วยพลาสติกมาเป็นถ้วยกระดาษ  เพื่อลดการใช้ปริมาณพลาสติกในบรรจุภัณฑ์ลง​ ตั้งแต่เมื่อราว 20 กว่าปีที่แล้ว&#8221;​</p>
<figure id="attachment_12711" aria-describedby="caption-attachment-12711" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-12711 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/MAMA1.jpg" alt="" width="1200" height="907" /><figcaption id="caption-attachment-12711" class="wp-caption-text">Credit : Facebook Pun Paniangvait</figcaption></figure>
<p>อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ วางแนวทางในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญจากการเริ่มขับเคลื่อนจากภายใน ด้วยการสร้างความตระหนักถึงผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อมให้แก่พนักงานกว่า 6,000 คน เพื่อขับเคลื่อนจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งสามารถทำได้จริง จากการปลูกฝังภายในองค์กรและถ่ายทอดไปสู่ครอบครัวและคนรอบข้าง เช่น การคัดแยกขยะภายในองค์กร หรือภายในโรงงานทั่วประเทศ ที่สามารถช่วยลดขยะได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจจะได้ผลกว่าการขับเคลื่อนแคมเปญใหญ่ๆ แต่ไม่มีการทำต่อเนื่อง เพราะไม่ได้สร้างให้เกิดความตระหนักที่แท้จริง</p>
<p>ขณะเดียวกันได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาแนวทางในการลดคาร์บอนจากกระบวนการผลิต และการนำขยะที่ผลิตและจำหน่ายออกไปกลับเข้ามาสู่ต้นทาง ​รวมทั้งหากเทคโนโลยีด้านบรรจุภัณฑ์สามารถพัฒนาได้จนถึงจุดที่ผู้ประกอบการรับได้ คงมีการปรับเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อมอย่างแน่นอน ​เพราะเป็นหนึ่งในแนวทางการขับเคลื่อนภายใต้ความยั่งยืน ทั้งการดูแลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคไปพร้อมกัน โดยล่าสุดได้มีการเปิดตัวสูตรลดโซเดียมลง 32-43% เพื่อตอกย้ำแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบเช่นเดียวกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12707 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/less-sodium-1.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/cost-is-big-challenge-mama-change-to-eco-friendly-packaging/">&#8216;มาม่า&#8217; รับ &#8216;ต้นทุนราคา&#8217; เป็นกำแพงสำคัญในการเปลี่ยนไปใช้บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การขับเคลื่อนบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน ไทยยังล้าหลังโลก 10-15 ปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/05/painpoint-to-drive-sustainable-packaging-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 May 2022 09:18:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยรัตน์​ จินานันท์​]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[หงส์ไทยบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11832</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้กระแสเรื่องของความยั่งยืนกำลังเป็นเทรนด์ที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจ ทั้งแบรนด์ รวมถึงผู้บริโภคที่เริ่มตระหนักถึงเรื่องของการดูแลสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์​ที่เริ่มเห็นการออกมาขับเคลื่อนรณรงค์ให้ลดการใช้โฟมหรือพลาสติกลง และหันมาใช้วัสดุจากกระดาษหรือไบโอพลาสติกมากขึ้นเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อโลกให้น้อยที่สุด แต่ในมุมของผู้ประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรมแพกเกจจิ้งเอง กลับมองเห็นความท้าทายหลายอย่างกับการที่ประเทศไทยจะก้าวไปสู่จุดที่มีการใช้ Sustainable Packaing  ได้อย่างแพร่หลายไปในระดับแมสเหมือนหลายๆ ประเทศในยุโรป ถึงแม้ว่าตัวผู้ผลิตจะมีความพร้อมในเรื่องเทคโนโลยีการผลิต ขณะที่ธุรกิจ แบรนด์ หรือแม้แต่เอสเอ็มอีบางกลุ่ม รวมไปถึงผู้บริโภคเองก็เริ่มมีความตระหนักที่อยากจะดูแลสิ่งแวดล้อม แต่ด้วยต้นทุนที่ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับพลาสติกหรือโฟม ทำให้ตลาดยังไม่สามารถขยายตัวในวงกว้างได้ เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่สามารถแบกรับไหว แม้เทรนด์จะเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี แต่สัดส่วนในการใช้เมื่อเทียบกับตลาดแพกเกจจิ้งภาพใหญ่ยังถือว่าเล็กมาก และการเติบโตส่วนใหญ่ยังเติบโตมาจากฝั่งของโฟมเป็นหลัก คุณชัยรัตน์​ จินานันท์​ กรรมการบริหาร หงส์ไทยบรรจุภัณฑ์ ผู้ผลิตและออกแบบบรรจุภัณฑ์กระดาษมากว่า 40 ปี ให้ข้อมูลว่า พัฒนาการด้านบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทยยังตามหลังประเทศที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้สำเร็จแล้วอย่างในยุโรปถึงกว่า 10-15 ปี โดยปัญหาใหญ่ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ คือ การไม่ได้รับการสนับสนุนในเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม เช่น ไม่มีการลดภาษีเพื่อช่วยเหลือทั้งในฝั่งผู้ผลิต หรือผู้ประกอบการที่เลือกใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก โดยทุกวันนี้การนำเข้ากระดาษเพื่อมาทำบรรจุภัณฑ์ต้องเสียภาษีนำเข้า 3-5% ขณะที่การนำเข้าเม็ดพลาสติกกลับไม่ต้องเสียภาษี หรือแม้แต่การเข้าถึงสินเชื่อในกลุ่ม Green Industry ที่ยังมองไม่ครอบคลุมมาถึงธุรกิจบรรจุภัณฑ์​​ ส่วนใหญ่จะเน้นให้สินเชื่อในกลุ่มของพลังงานทดแทน หรือในลักษณะของการติดตั้งโซลาร์เซลล์​เป็นหลัก ​ &#8220;ปัจจุบันภาครัฐมีเพียงการรณรงค์การขอความร่วมมือ หรือแม้แต่การเริ่มบังคับเพื่อเลิกใช้พลาสติกแบบคร้ังเดียวทิ้ง แต่ไม่ได้มีมาตรการสนับสนุนหรือช่วยเหลืออะไรให้กับทั้งผู้ผลิต หรือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มใหญ่ที่มีการใช้งานเช่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/05/painpoint-to-drive-sustainable-packaging-in-thailand/">การขับเคลื่อนบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน ไทยยังล้าหลังโลก 10-15 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม้กระแสเรื่องของความยั่งยืนกำลังเป็นเทรนด์ที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจ ทั้งแบรนด์ รวมถึงผู้บริโภคที่เริ่มตระหนักถึงเรื่องของการดูแลสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์​ที่เริ่มเห็นการออกมาขับเคลื่อนรณรงค์ให้ลดการใช้โฟมหรือพลาสติกลง และหันมาใช้วัสดุจากกระดาษหรือไบโอพลาสติกมากขึ้นเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อโลกให้น้อยที่สุด</p>
<p><span id="more-11832"></span></p>
<p>แต่ในมุมของผู้ประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรมแพกเกจจิ้งเอง กลับมองเห็นความท้าทายหลายอย่างกับการที่ประเทศไทยจะก้าวไปสู่จุดที่มีการใช้ Sustainable Packaing  ได้อย่างแพร่หลายไปในระดับแมสเหมือนหลายๆ ประเทศในยุโรป ถึงแม้ว่าตัวผู้ผลิตจะมีความพร้อมในเรื่องเทคโนโลยีการผลิต ขณะที่ธุรกิจ แบรนด์ หรือแม้แต่เอสเอ็มอีบางกลุ่ม รวมไปถึงผู้บริโภคเองก็เริ่มมีความตระหนักที่อยากจะดูแลสิ่งแวดล้อม แต่ด้วยต้นทุนที่ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับพลาสติกหรือโฟม ทำให้ตลาดยังไม่สามารถขยายตัวในวงกว้างได้ เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่สามารถแบกรับไหว แม้เทรนด์จะเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี แต่สัดส่วนในการใช้เมื่อเทียบกับตลาดแพกเกจจิ้งภาพใหญ่ยังถือว่าเล็กมาก และการเติบโตส่วนใหญ่ยังเติบโตมาจากฝั่งของโฟมเป็นหลัก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11853 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/HF2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>คุณชัยรัตน์​ จินานันท์​ </strong>กรรมการบริหาร หงส์ไทยบรรจุภัณฑ์ ผู้ผลิตและออกแบบบรรจุภัณฑ์กระดาษมากว่า 40 ปี ให้ข้อมูลว่า พัฒนาการด้านบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทยยังตามหลังประเทศที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้สำเร็จแล้วอย่างในยุโรปถึงกว่า 10-15 ปี โดยปัญหาใหญ่ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ คือ การไม่ได้รับการสนับสนุนในเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม เช่น ไม่มีการลดภาษีเพื่อช่วยเหลือทั้งในฝั่งผู้ผลิต หรือผู้ประกอบการที่เลือกใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก โดยทุกวันนี้การนำเข้ากระดาษเพื่อมาทำบรรจุภัณฑ์ต้องเสียภาษีนำเข้า 3-5% ขณะที่การนำเข้าเม็ดพลาสติกกลับไม่ต้องเสียภาษี หรือแม้แต่การเข้าถึงสินเชื่อในกลุ่ม Green Industry ที่ยังมองไม่ครอบคลุมมาถึงธุรกิจบรรจุภัณฑ์​​ ส่วนใหญ่จะเน้นให้สินเชื่อในกลุ่มของพลังงานทดแทน หรือในลักษณะของการติดตั้งโซลาร์เซลล์​เป็นหลัก ​</p>
<p>&#8220;ปัจจุบันภาครัฐมีเพียงการรณรงค์การขอความร่วมมือ หรือแม้แต่การเริ่มบังคับเพื่อเลิกใช้พลาสติกแบบคร้ังเดียวทิ้ง แต่ไม่ได้มีมาตรการสนับสนุนหรือช่วยเหลืออะไรให้กับทั้งผู้ผลิต หรือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มใหญ่ที่มีการใช้งานเช่น ในกลุ่มสตรีทฟู้ดส์ หรือร้านขายอาหารตามสั่งต่างๆ ซึ่งขายอาหารในราคาไม่แพง แต่หากต้องมาแบกรับค่าแพกเกจ ก็อาจจะต้องผลักภาระไปให้กับผู้บริโภค เช่น การคิดค่าแพกเกจเพิ่มเติมสำหรับการห่อกลับบ้านเพิ่มเติม ประกอบกับความแตกต่างของกล่องโฟมที่ราคาใบละ 40 สตางค์ ขณะที่กล่องกระดาษ ราคาอยู่ที่ 1.40 บาท หรือกล่องชานอ้อยเพิ่มไปเป็น 2.40 บาท ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้และส่วนใหญ่ยังคงเลือกใช้ภาชนะกล่องโฟมที่ราคาถูกกว่าหลายเท่าตัว&#8221;​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11859 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/HF3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ด้วยข้อจำกัดต่างๆ ทำให้การขับเคลื่อนการใช้ Sustainable Packaging ในปัจจุบันของไทย ยังคงอยู่ในกลุ่ม Niche Markrt ​ จากแบรนด์ใหญ่ๆ เป็นหลัก เนื่องจากมีความสามารถในการจ่าย รวมทั้งมีการขับเคลื่อนนโยบายมาจากทางฝั่งของโกลบอล ​แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงการใช้ในเชิงภาพลักษณ์ที่ราวๆ 20-30% ของแพกเกจทั้งหมด ยังไม่สามารถเปลี่ยนทั้ง 100% ได้ รวมถึงกลุ่ม SME ที่อยากเจาะตลาดผู้บริโภคในกลุ่มพรีเมียมที่ให้ความสำคัญในเรื่องเหล่านี้​ ซึ่งเทียบกับภาพรวมตลาดในเชิงปริมาณแล้วยังมีสัดส่วนไม่ถึง 10%</p>
<p>ส่วนสาเหตุที่ในต่างประเทศสามารถขับเคลื่อนเหล่านี้ได้สำเร็จ มาจากปัจจัยหลักที่รัฐบาลในประเทศนั้นให้การสนบัสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งในแง่ของการลดภาษีทั้งผู้ผลิต และผู้ใช้ หรือแม้แต่การกำหนดช่องว่างในการ​คิดค่าบริหารจัดการขยะจากวัสดุในกลุ่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และวัสดุจากโฟมหรือพลาสติกที่มีความแตกต่างกัน เพื่อจูงใจให้มีการหันมาใช้วัสดุที่ดีต่อโลกมากขึ้น ขณะที่ภาคประชนเองก็ยินดีที่จะจ่ายเพื่อแลกกับการได้ดูแลโลก ส่วนประเทศไทยยังไม่มีการบริหารจัดการในเรื่องเหล่านี้ ขณะที่การตระหนักก็มีลักษณะเหมือนเป็นกระแสที่ไม่จริงจัง เช่น การรณรงค์ใช้หลอดกระดาษเพื่อทดแทนพลาสติก เพื่อต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล แม้เริ่มเห็นมีผู้ผลิตหลายรายทำหลอดกระดาษออกมา แต่เมื่อไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ ก็ควรมีการพัฒนาต่อยอดเพื่อให้ใช้งานด้ดีข้ึน ทั้งๆ ที่ภาครัฐมีหน่วยงานที่สามารถวิจัยและพัฒนาที่สามารถต่อยอดการใช้งานอย่างจริงจังได้ แต่กลับไม่มีการดำเนินการเพื่อสานต่อและยังมีการใช้หลอดพลาสติกกันแพร่หลายเช่นเดิม ซึ่งถือเป็นเครื่องสะท้อนที่ชัดเจนถึงการไม่ได้ขับเคลื่อนมิติเหล่านี้อย่างจริงจัง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11852 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/HF1.jpg" alt="" width="1200" height="670" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/05/painpoint-to-drive-sustainable-packaging-in-thailand/">การขับเคลื่อนบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน ไทยยังล้าหลังโลก 10-15 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>3 ร้านเดลิเวอรี่ชื่อดัง ชี้เทรนด์ Eco-packaging มาแรง แถมราคาต้นทุนลดลง 50 %</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/02/trend-eco-packaging/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Feb 2022 13:13:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[DezpaX]]></category>
		<category><![CDATA[Eco Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=10961</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการ Work from home มีการขนส่งทั้งอาหาร พัสดุ สินค้า ฯลฯ มากขึ้น เป็นผลให้ ปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มสูง ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างปี 2562 (ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19) มีอัตรา การสร้างขยะพลาสติกเฉลี่ย 96 กรัม/คน/วัน ในขณะที่ปี 2563 เฉลี่ยอยู่ที่ 134 กรัม/คน/วัน เพิ่มขึ้นกว่า 40%* นี่เป็นเหตุผลที่ภาครัฐและภาคธุรกิจหันมาสนใจประเด็นบรรจุภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมหรือ Eco-packaging มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารยังคงมีภาพจำเรื่องข้อจำกัดเรื่องต้นทุน และคุณสมบัติของบรรจุภัณฑ์ที่อาจ ไม่สามารถใส่อาหารได้ทุกประเภท วันนี้เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ Eco-packaging ก้าวหน้าขึ้น มีต้นทุนที่ถูกลงกว่าเมื่อก่อน บทความนี้จึงสรุปบทเรียน 3 เคสจริงของร้านอาหารเดลิเวอรีบน LINE MAN หลังใช้แพ็กเกจรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้ เจ้าของร้านอาหารอื่นๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้ Sizzler Sizzler หนึ่งในร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของเมนูอาหารสไตล์ตะวันตก ทั้งสเต๊ก ซีฟู้ด และสลัด ได้ตื่นตัวและ ปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/02/trend-eco-packaging/">3 ร้านเดลิเวอรี่ชื่อดัง ชี้เทรนด์ Eco-packaging มาแรง แถมราคาต้นทุนลดลง 50 %</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">จากสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการ Work from home มีการขนส่งทั้งอาหาร พัสดุ สินค้า ฯลฯ มากขึ้น เป็นผลให้ ปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มสูง ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างปี 2562 (ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19) มีอัตรา การสร้างขยะพลาสติกเฉลี่ย 96 กรัม/คน/วัน ในขณะที่ปี 2563 เฉลี่ยอยู่ที่ 134 กรัม/คน/วัน เพิ่มขึ้นกว่า 40%* นี่เป็นเหตุผลที่ภาครัฐและภาคธุรกิจหันมาสนใจประเด็นบรรจุภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมหรือ Eco-packaging มากขึ้น</span></h4>
<p><span id="more-10961"></span><br />
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารยังคงมีภาพจำเรื่องข้อจำกัดเรื่องต้นทุน และคุณสมบัติของบรรจุภัณฑ์ที่อาจ ไม่สามารถใส่อาหารได้ทุกประเภท วันนี้เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ Eco-packaging ก้าวหน้าขึ้น มีต้นทุนที่ถูกลงกว่าเมื่อก่อน บทความนี้จึงสรุปบทเรียน 3 เคสจริงของร้านอาหารเดลิเวอรีบน LINE MAN หลังใช้แพ็กเกจรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้ เจ้าของร้านอาหารอื่นๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้</p>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>Sizzler</strong></span></h4>
<p>Sizzler หนึ่งในร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของเมนูอาหารสไตล์ตะวันตก ทั้งสเต๊ก ซีฟู้ด และสลัด ได้ตื่นตัวและ ปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว ปัจจุบัน Sizzler ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก เป็นสัดส่วน 90% ของบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด</p>
<figure id="attachment_10963" aria-describedby="caption-attachment-10963" style="width: 480px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10963" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/P-1-1.jpg" alt="" width="480" height="308" /><figcaption id="caption-attachment-10963" class="wp-caption-text">กรีฑากร ศิริอัฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด (Sizzler)</figcaption></figure>
<p>กรีฑากร ศิริอัฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด (Sizzler) เล่าว่า “Eco-packaging ที่แบรนด์ เลือกใช้มีทั้งบรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษ (Fiber–Based Packaging) ที่ทำมาจากเส้นใยคุณภาพ มีความคงทนสูง สามารถนำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟได้ ซึ่งเรานำมาใช้เพื่อบรรจุสเต๊ก นอกจากนี้ยังมีกล่องกระดาษคราฟท์สำหรับบรรจุภัณฑ์ Sizzler to go ที่มีคุณสมบัติทนน้ำสลัด และคงสภาพในตู้เย็นได้ 1-2 วัน”</p>
<p>“บรรจุภัณฑ์ที่ดีที่สุดคือบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับจุดประสงค์การใช้งานมากที่สุด การเลือกบรรจุภัณฑ์ต้องคำนึงถึงการ สร้างประสบการณ์ในการสั่งอาหารที่ดีให้กับลูกค้า โดยยึดจากพฤติกรรมของลูกค้าเป็นหลัก เช่น เมนูสเต๊ก เมื่อลูกค้า ต้องการสั่งไปทานที่บ้าน บรรจุภัณฑ์ที่เราใช้ต้องมีความแข็งแรงคงทนเพื่อให้สามารถเข้าไมโครเวฟได้” ปัจจุบัน Eco-packaging พัฒนาคุณภาพ ราคาที่ถูกลง รวมถึงรองรับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น โดย DezpaX สตาร์ทอัพ ผู้ให้บริการ Packaging Solutions ด้านอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรจากเอสซีจี ได้ให้คำแนะนำกับ Sizzler และ ร้านอาหารมือใหม่อีกมากมายเพื่อหาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุดกับการใช้งานของแต่ละร้าน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10964 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/P-2-1.jpg" alt="" width="494" height="401" /></p>
<p>“เราไม่จำเป็นต้องดีดนิ้วแล้วเปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียว เส้นทางบรรจุภัณฑ์ Eco-friendly ยังมีโอกาสพัฒนาได้อีกมาก เราสามารถเปลี่ยนทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งถึงวันที่ความต้องการใช้พลาสติกน้อยลง และใช้ Eco-packaging มากขึ้น จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอีกขั้น” กรีฑากรกล่าว</p>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>Phoenix Lava</strong></span></h4>
<p>ร้านซาลาเปาไส้ไหล Phoenix Lava เป็นอีกหนึ่งร้านที่ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วนถึง 80% โดยปริญญ์ สุขสมิทธิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ฟีนิกซ์ ลาวา จำกัด เล่าว่า “กระดาษรองซาลาเปามีราคาขึ้นอยู่กับความหนาของกระดาษ ด้วยความที่ซาลาเปาของเราเป็นไส้ลาวา มีความหนักกว่าซาลาเปาไส้อื่นๆ จึงต้องใช้กระดาษที่หนาประมาณ 325-350 แกรม ในขณะที่ซาลาเปาทั่วไป ใช้อยู่ที่ 250-300 แกรม”</p>
<figure id="attachment_10965" aria-describedby="caption-attachment-10965" style="width: 455px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10965" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/P-3-1.jpg" alt="" width="455" height="478" /><figcaption id="caption-attachment-10965" class="wp-caption-text">ปริญญ์ สุขสมิทธิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ฟีนิกซ์ ลาวา จำกัด</figcaption></figure>
<p>บรรจุภัณฑ์ของ Phoenix Lava มีการพัฒนาร่วมกับ DezpaX โดยให้ความสำคัญกับการคงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ด้วย “กล่องบรรจุภัณฑ์ซาลาเปาต้องเก็บความร้อนไว้ได้นานที่สุด รวมถึงต้องมีคุณสมบัติลดการเกิดไอน้ำภายในกล่อง เราจึงใช้ วิธีการเคลือบด้วยวัสดุแบบฟู้ดเกรด ส่วนเมนูทอดที่ต้องใช้กล่องที่มีคุณสมบัติระบายความร้อน สามารถใช้บรรจุภัณฑ์ แบบ Eco-packaging ที่หาซื้อได้ทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องหนา เพราะอาจทำให้แป้งเกิดการออกซิเดชัน ส่งผลให้ของทอด ไม่แข็งตัวได้”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10966 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/P-4.jpg" alt="" width="488" height="325" /></p>
<p>“ปัจจุบันนี้ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่าย ด้วยราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ ทำให้เราเห็นหลายร้านหันมาใช้กันมากขึ้น ในอนาคต เรื่องของกฎหมายการบังคับใช้พลาสติกคงจะเกิดขึ้นและเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ประกอบการร้านอื่นๆ อาจเริ่มต้น จากการทดลองเปลี่ยนสินค้าเพียง 1-2 ชิ้น จากสินค้าทั้งหมดให้เป็น Eco-packaging ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี” ปริญญ์ กล่าวสรุป</p>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>เผ็ดมาร์ค</strong></span></h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10967 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/P-5.jpg" alt="" width="478" height="447" /></p>
<p>ร้านอาหารเมนูขวัญใจคนไทยอย่างกะเพราจากร้านเผ็ดมาร์คที่มีระดับความเผ็ดแบบ “เผ็ดมาก” จนกลายเป็นรสชาติ เอกลักษณ์ที่ลูกค้าพูดถึง ร้านมียอดขายหลักมาจากการเดลิเวอรีกว่า 80% แทน กิตติเดช วิมลรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้ง ร้านเผ็ดมาร์ค ด้วยแพชชั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อม ตั้งใจออกแบบและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับเดลิเวอรีที่ช่วยลดขยะ หรือสร้างมลพิษให้สิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด</p>
<p>“เผ็ดมาร์ค ใช้เวลากว่า 1 ปี ในการวางแผน ปรับสูตร รวมไปถึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ร่วมกับ DezpaX เพื่อพัฒนาดีไซน์ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ Eco-packaging มีต้นทุนที่สูงกว่าพลาสติกในระดับหนึ่ง เผ็ดมาร์คยินดีลดกำไรลง 2-3 บาท ต่อออร์เดอร์ เลือกใช้ Eco-packaging สำหรับส่งเดลิเวอรีทาง LINE MAN และช่องทางอื่นๆ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10968 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/P-6.jpg" alt="" width="511" height="340" /></p>
<p>“การเริ่มต้นที่ดี คือ การเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนเท่าที่สามารถทำได้ โดยไม่รบกวนต้นทุนของธุรกิจจนเกินไป เพราะการ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ เรียกว่าเป็นการช่วยสิ่งแวดล้อมที่ง่ายที่สุด ทำได้ง่ายกว่าการเก็บขยะจาก ท้องทะเล” แทนสรุป</p>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>DezpaX “Food Packaging Solutions partner”</strong></span></h4>
<p>ปัจจุบันมีการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์มีการวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์วงการฟู้ดเดลิเวอรีมากขึ้น การผลิตที่มากขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง นำมาสู่ราคาสินค้าต่ำลงมากถึง 50% ภายในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นทางเลือกใหม่ให้กับร้านอาหารได้ดียิ่งขึ้น</p>
<p>ปฐมพงศ์ ดีปัญญา CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง DezpaX.com เปิดเผยว่า “จากปี 2564 มีแนวโน้มผู้สั่งซื้อบรรจุภัณฑ์ จากกระดาษและเยื่อธรรมชาติจาก DezpaX เพิ่มมากขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในตลาดใช้บรรจุภัณฑ์โฟม ลดลงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นพัฒนาการที่ดีมากสำหรับร้านอาหารในประเทศไทย“</p>
<p>จากเทคโนโลยีการผลิตและนวัตกรรมการออกแบบ ทำให้บรรจุภัณฑ์จากเยื่อธรรมชาติ 100% มีความแข็งแรงเพียงพอ สามารถเรียงซ้อนเมื่อขนส่งเดลิเวอรีและสามารถย่อยสลายในบ่อขยะฝังกลบภายใน 90 วัน อีกทั้งปัจจุบันบรรจุภัณฑ์ จากพลาสติกที่สามารถ reuse หรือ recycle ได้ เช่น พลาสติกแบบ PET ที่ใช้ผลิตแก้วน้ำ และ ขวดน้ำ, พลาสติกแบบ LDPE ที่ใช้ผลิตถุงพลาสติกชั้นเดียวหรือฉลากขวดน้ำ หรือพลาสติกแบบ PP ที่ใช้ผลิตกล่องอาหารที่สามารถนำเข้า ไมโครเวฟได้ เป็นต้น ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับร้านอาหาร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10969 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/P-7.jpg" alt="" width="496" height="337" /></p>
<p>“ ในอนาคตอันใกล้ จากนโยบายของภาครัฐ และการ ตื่นตัวของผู้บริโภค จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดย DezpaX พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์กับทุกร้าน เหมือนดังเช่น เผ็ดมาร์ค, Sizzler, Phoenix Lava และร้านอื่นๆ ในการสร้าง ไอเดียและพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งาน ราคา และเอกลักษณ์ของร้านอาหาร” ปฐมพงศ์ กล่าว</p>
<p>การที่ผู้ประกอบการร้านอาหารเริ่มตื่นตัวหันมาใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกในทุกวันนี้ ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่ดี ทำให้ราคาของ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยภายใน 5 ปีที่ผ่านมามีต้นทุนที่ลดลงประมาณ 50% เพราะมีอัตรา การผลิตที่เพิ่มมากขึ้น เช่น กล่องเยื่อชานอ้อยจากเดิมราคาประมาณ 3 บาท ปัจจุบันราคาลดลงเหลือ 2 บาท รวมถึงมี วัสดุใหม่ๆ เข้ามาทดแทนเพื่อลดต้นทุน เช่น แก้วกาแฟ 16oz ที่มีต้นกำเนิดจากพืชต่างๆ จากเดิมที่ราคาประมาณ 3.2 บาท ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ในการใช้แก้วกาแฟ BIOMAT 16oz ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเช่นเดียวกัน ในราคา ต้นทุนประมาณ 2 บาท เป็นต้น โดย LINE MAN ในฐานะผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรียังมุ่งมั่นสนับสนุนร้านค้าในการใช้ บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกต่อไปในอนาคต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/02/trend-eco-packaging/">3 ร้านเดลิเวอรี่ชื่อดัง ชี้เทรนด์ Eco-packaging มาแรง แถมราคาต้นทุนลดลง 50 %</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
