<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บัณฑูร ล่ำซำ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B8%B9%E0%B8%A3-%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B8%8B%E0%B8%B3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Oct 2018 08:00:44 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>บัณฑูร ล่ำซำ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Kbankออกหุ้นกู้ Sustainability Bond มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯหนุนสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/10/kbank-sustainability-bond/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Oct 2018 07:59:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[International Capital Market Association: ICMA]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Bond]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บัณฑูร ล่ำซำ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมตลาดทุนระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=4548</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารกสิกรไทยออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน มูลค่ารวม 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นธนาคารแรกของไทยและภูมิภาคอาเซียน ที่เน้นปล่อยสินเชื่อให้แก่โครงการที่เป็นประโยชน์ในด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม หวังยกระดับตลาดทุนไทยและภูมิภาค ส่งเสริมการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศชาติและโลกไปด้วยกัน &#160; บัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยได้นำแนวคิดด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Development) ทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มาใช้เป็นรากฐานในกระบวนการทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยล่าสุด ธนาคารกสิกรไทยได้ออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) มูลค่ารวม 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เสนอขายแก่นักลงทุนในต่างประเทศทั้งจำนวน นับเป็นการออกหุ้นกู้เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนเป็นธนาคารแรกของไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวจะนำมาใช้สนับสนุนสินเชื่อให้แก่โครงการที่เป็นประโยชน์ในด้านสิ่งแวดล้อม และสังคม สอดคล้องตามหลักเกณฑ์มาตรฐานสากลที่กำหนดโดยสมาคมตลาดทุนระหว่างประเทศ (International Capital Market Association: ICMA) และหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนอาเซียน (ASEAN Capital Markets Forum: ACMF) &#160; หุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนของธนาคารกสิกรไทย เป็นหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน อัตราดอกเบี้ยลอยตัว อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย LIBOR บวกด้วยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย 0.95% อายุ 5 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/10/kbank-sustainability-bond/">Kbankออกหุ้นกู้ Sustainability Bond มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯหนุนสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">ธนาคารกสิกรไทยออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน มูลค่ารวม 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นธนาคารแรกของไทยและภูมิภาคอาเซียน ที่เน้นปล่อยสินเชื่อให้แก่โครงการที่เป็นประโยชน์ในด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม หวังยกระดับตลาดทุนไทยและภูมิภาค ส่งเสริมการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศชาติและโลกไปด้วยกัน</span></h4>
<p><span id="more-4548"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>บัณฑูร ล่ำซำ</strong> ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยได้นำแนวคิดด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Development) ทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มาใช้เป็นรากฐานในกระบวนการทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยล่าสุด ธนาคารกสิกรไทยได้ออก<strong>หุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond)</strong> มูลค่ารวม 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เสนอขายแก่นักลงทุนในต่างประเทศทั้งจำนวน</p>
<p>นับเป็นการออกหุ้นกู้เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนเป็นธนาคารแรกของไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวจะนำมาใช้สนับสนุนสินเชื่อให้แก่โครงการที่เป็นประโยชน์ในด้านสิ่งแวดล้อม และสังคม สอดคล้องตามหลักเกณฑ์มาตรฐานสากลที่กำหนดโดย<strong>สมาคมตลาดทุนระหว่างประเทศ (International Capital Market Association: ICMA)</strong> และ<strong>หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนอาเซียน (ASEAN Capital Markets Forum: ACMF) </strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_4549" aria-describedby="caption-attachment-4549" style="width: 406px" class="wp-caption alignleft"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-4549 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/10/Kbank.jpg" alt="" width="406" height="541" /><figcaption id="caption-attachment-4549" class="wp-caption-text">บัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย เ</figcaption></figure>
<p>หุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนของธนาคารกสิกรไทย เป็นหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน อัตราดอกเบี้ยลอยตัว อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย LIBOR บวกด้วยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย 0.95% อายุ 5 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2566 เปิดจำหน่ายให้แก่นักลงทุนสถาบันต่างประเทศทั้งจำนวน ผ่านธนาคารกสิกรไทย สาขา เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน มี BNP PARIBAS ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการออกหุ้นกู้ (Sustainability Bond Framework Structuring Advisor) และผู้จัดการจัดจำหน่าย (Sole Lead Manager) และมีบริษัท Sustainalytics ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยอิสระต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพในด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล (Environmental Social and Governance หรือ ESG) ทำหน้าที่ให้ความเห็น (Second Party Opinion) ต่อรายงานกรอบหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond Framework)</p>
<p><strong>บัณฑูร</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จจากการจัดจำหน่ายหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนในครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนแนวความคิดของธนาคารด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน รวมถึงสะท้อนความสามารถของธนาคารในการสร้างสมดุลระหว่างการกำหนดผลตอบแทนควบคู่กับการกำหนดนโยบายของหุ้นกู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามมาตรฐานสากล เป็นที่ยอมรับจากนักลงทุนสถาบันในวงกว้างที่ให้ความเชื่อมั่นต่อธนาคาร <strong>จึงสามารถจัดจำหน่ายหุ้นกู้หมดอย่างรวดเร็วภายในเวลา 1 วัน</strong> ทั้งนี้ ธนาคารเชื่อมั่นว่าการออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนครั้งแรกนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดมาตรฐานใหม่ในตลาดทุนของประเทศและภูมิภาค นำไปสู่การนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มอบผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ลงทุนควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศชาติและโลกไปด้วยกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยดำเนินธุรกิจบนรากฐานของการเป็นธนาคารแห่งความยั่งยืนภายใต้การบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม มีธรรมมาภิบาลที่ดี สร้างความสมดุล ในทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ธนาคารสามารถรักษามาตรฐานความยั่งยืนระดับโลกได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนีแห่งความยั่งยืน Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ทั้งในระดับโลก (World) และกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) 2018 เป็นปีที่สามติดต่อกัน เป็นธนาคารแห่งแรกในไทยและภูมิภาคอาเซียน และได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิก ดัชนี FTSE4Good Emerging Index 3 ปีติดต่อกันด้วย</p>
<p>ในระดับประเทศ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้คัดเลือกให้ธนาคารอยู่ใน “รายชื่อหุ้นยั่งยืน” (Thailand Sustainability Investment: THSI List) ประจำปี 2561 และเป็นหนึ่งใน 45 บริษัทที่ได้รับคัดเลือกอยู่ในดัชนีความยั่งยืน SET THSI Index ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย นอกจากนี้ ธนาคารยังได้รับการรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับศูนย์ (Carbon Neutral) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) นับเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกและแห่งเดียวในไทยที่ได้รับการรับรอง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/10/kbank-sustainability-bond/">Kbankออกหุ้นกู้ Sustainability Bond มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯหนุนสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บัณฑูร ล่ำซำ “ถ้าไม่ฝันให้ไกล เราจะติดอยู่ในโลกแคบๆ แบบเดิม ซึ่งไม่มีวันชนะ”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/02/banthoon-nan-sandbox/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 03 Feb 2018 14:52:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Nan Sandbox]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[น่าน]]></category>
		<category><![CDATA[บัณฑูร ล่ำซำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=1625</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใต้เรือนบ้านเจ้าสัวยามเย็น คือเวทีพูดคุยที่บัณฑูรจะชี้แจงการทำงานแบบ Nan Sandbox (น่านSandbox ) กับผู้นำชุมชนทั้ง 99 ตำบลของจังหวัด แก้ปัญหาทำกินที่มีผลกระทบต่อป่าต้นน้ำ เมื่อชี้แจงได้ข้อตกลงกลาง จะค่อยๆ แก้ปัญหาทำงานต่อไป บัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เล่าถึงการพูดคุยกับ ผู้บริหารท้องถิ่น และผู้นำชุมชน ช่วงเวลาเย็นๆ ว่า มาจากการตัดสินของคณะกรรมการการขับเคลื่อนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งมีการทดลองการแก้ไขในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย ที่น่านก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ได้รับการอนุมัติในการที่จะแก้ปัญหาป่าต้นน้ำน่าน เกิดภูเขาหัวโล้น ซึ่งเป็นปัญหาคาราคาซังมาโดยตลอด โดยมีคณะทำงานพิเศษ ดึงเอาเจ้าหน้าที่รัฐทุกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาทำงานเป็นทีมกับคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาพิเศษ มีนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาพิจารณา “ขณะนี้ต้องบอกว่าป่าต้นน้ำน่านหายไปแล้ว 28% ป่าน่านเป็นป่าใหญ่ที่สุดของประเทศไทย พื้นที่ที่ถูกกฎหมายในจังหวัดน่านมีน้อยมาก ทุกคนก็ติดอยู่ในป่าสงวนซึ่งมีถึง 85% มานานแล้ว เพราะเวลาไม่มีที่ทำกินก็ไปตัดป่า เพราะฉะนั้นเป็นความสูญเสียทุกฝ่าย และก็ใช่ว่าจะได้รายได้อะไรมากมาย ส่วนใหญ่เป็นการปลูกข้าวโพด ซึ่งไม่ได้รายได้มาก แต่สิ่งที่แลกไปคือ ป่าชั้น 1 ของประเทศไทย อันนี้ต้องหาทางว่า ทำอย่างไรป่าก็กลับมาคืนได้จำนวนหนึ่ง และประชาชนมีวิธีการทำมาหากินที่ดีขึ้นกว่าเดิม จะได้ไม่มีความกดดันที่จะไปตัดป่าสงวน” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/02/banthoon-nan-sandbox/">บัณฑูร ล่ำซำ “ถ้าไม่ฝันให้ไกล เราจะติดอยู่ในโลกแคบๆ แบบเดิม ซึ่งไม่มีวันชนะ”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4>ใต้เรือนบ้านเจ้าสัวยามเย็น คือเวทีพูดคุยที่บัณฑูรจะชี้แจงการทำงานแบบ Nan Sandbox (น่านSandbox ) กับผู้นำชุมชนทั้ง 99 ตำบลของจังหวัด แก้ปัญหาทำกินที่มีผลกระทบต่อป่าต้นน้ำ เมื่อชี้แจงได้ข้อตกลงกลาง จะค่อยๆ แก้ปัญหาทำงานต่อไป</h4>
<p><span id="more-1625"></span></p>
<p><strong>บัณฑูร ล่ำซำ</strong> ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เล่าถึงการพูดคุยกับ ผู้บริหารท้องถิ่น และผู้นำชุมชน ช่วงเวลาเย็นๆ ว่า มาจากการตัดสินของคณะกรรมการการขับเคลื่อนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งมีการทดลองการแก้ไขในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย ที่น่านก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ได้รับการอนุมัติในการที่จะแก้ปัญหาป่าต้นน้ำน่าน เกิดภูเขาหัวโล้น ซึ่งเป็นปัญหาคาราคาซังมาโดยตลอด โดยมีคณะทำงานพิเศษ ดึงเอาเจ้าหน้าที่รัฐทุกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาทำงานเป็นทีมกับคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาพิเศษ มีนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาพิจารณา</p>
<p><strong><em>“ขณะนี้ต้องบอกว่าป่าต้นน้ำน่านหายไปแล้ว 28% ป่าน่านเป็นป่าใหญ่ที่สุดของประเทศไทย พื้นที่ที่ถูกกฎหมายในจังหวัดน่านมีน้อยมาก ทุกคนก็ติดอยู่ในป่าสงวนซึ่งมีถึง 85% มานานแล้ว เพราะเวลาไม่มีที่ทำกินก็ไปตัดป่า เพราะฉะนั้นเป็นความสูญเสียทุกฝ่าย และก็ใช่ว่าจะได้รายได้อะไรมากมาย ส่วนใหญ่เป็นการปลูกข้าวโพด ซึ่งไม่ได้รายได้มาก แต่สิ่งที่แลกไปคือ ป่าชั้น 1 ของประเทศไทย อันนี้ต้องหาทางว่า ทำอย่างไรป่าก็กลับมาคืนได้จำนวนหนึ่ง และประชาชนมีวิธีการทำมาหากินที่ดีขึ้นกว่าเดิม จะได้ไม่มีความกดดันที่จะไปตัดป่าสงวน”</em></strong></p>
<h5><span style="color: #008000;"><strong>บทสนทนาเริ่มต้นอธิบายถึง “โจทย์”</strong></span></h5>
<p><strong>บัณฑูร :</strong> เมื่อ 5 เดือนที่แล้วที่เชิญมา แล้วผมบอกว่า มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะยอมให้ใช้รูปแบบการบริหารป่านต้นน้ำน่าน พร้อมๆ กับการแก้ปัญหาการทำมาหากินของจังหวัดน่านในภาคเกษตร ซึ่งป่าก็ต้องรักษา ปากท้องประชาชนถ้าไม่รักษาทุกอย่างก็ล้มหมด ถ้าจะมารอประกันพืชไร่ ก็ไม่ใช่ชีวิตจริง ไม่อยากทำอย่างนั้น</p>
<p>ไม่อยากเล่นเกมส์เล็ก ไม่อยากให้คิดแค่เล็กๆ อยากให้คิดใหญ่ เป็นพื้นที่ที่คนมีชีวิตที่ดี มีอนาคตที่ดีสำหรับลูกหลานในการทำมาหากิน และรักษาความยั่งยืนของธรรมชาติ ของนิเวศน์วิทยาที่มีคุณูปการของความเป็นไปต่อดินฟ้าอากาศในประเทศด้วย อยากตั้งโจทย์อย่างนี้</p>
<p>คำถาม ที่เขาอนุมัติให้ทำ ทำอะไร คือขั้นแรก ถ้าประชาชนทั้งจังหวัดทำการเกษตรแล้วผิดกฎหมายทั้งหมดเลย ย่อมเป็นภาวะที่รับไม่ได้ อันสืบเนื่องมาจาก การประกาศว่าเป็นป่าสงวนเมื่อ 40-50 ปีที่แล้ว ก็ติดอยู่กับความไม่ถูกต้องที่ตัวเองไม่ได้ทำ และไม่รู้จะโทษใคร เพราะประกาศแล้ว อยู่ดีๆ จะไปยกเลิกคงทำไม่ได้ และประชาชนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะติดกฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐไม่ปฏิบัติตามกฎหมายก็ผิดอีก</p>
<figure id="attachment_1634" aria-describedby="caption-attachment-1634" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-1634 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/02/SD-Thailand-Nan-Sandbox-2.jpg" alt="" width="500" height="375" /><figcaption id="caption-attachment-1634" class="wp-caption-text">โจทย์ที่ต้องตอบ และควรจะต้องลงมือทำ</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>ข้อเสนอคือว่า เราต้องพบกันครึ่งทางระหว่าง รัฐ และประชาชน คือมีพื้นที่กลับมาปลูกให้เป็นป่าได้บ้าง แต่มีสิทธิ์ที่จะทำมาหากินในป่าสงวนในรูปแบบที่แตกต่างกันไป โดยการไม่ปลูกข้าวโพด ไม่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว เพราะ 2 อย่างเมื่อคำนวนตัวเลขออกมาแล้วอยู่ไม่ได้ ชีวิตมันอยู่ไม่ได้ ในที่ที่มีที่จำกัดแบบนี้ เราจะทำเกษตรชั้นต่ำ อยู่ไม่ได้ เราต้องไปหา โลกนี้มีอะไรที่น่าสนใจมากกว่านี้เยอะ อย่าคิดอับจนอยู่แค่นี้ อย่าคิดเพิ่มแค่ 5% 10% ต้องคิดเพิ่มเป็นเท่าตัว คิดเพิ่มเป็นหลายๆ เท่าตัว เพราะคณิตศาสตร์ของชีวิตบีบอย่างนั้น</p>
<p>ก็ต้องคิดต่อว่า ถ้าแค่ต่อ 1 ไร่ ของที่ที่มีจำกัดนี้ ถ้าเราสร้างรายได้ต่อไร่ต่อหัวของประชาชนไม่ได้ เราก็ไม่มีวันชนะ อย่าบอกว่าทำไม่ได้ เพราะมันมีที่ใดๆในโลกนี้ที่หินแบบนี้ หรือหินมากกว่านี้ มันทำได้มาแล้ว</p>
<p><strong>สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ตกลงกันใหม่ว่า จัดสรรสิทธิในการทำกิน แต่การที่ป่าสงวนน่านถูกทำลายไป 28 % จะไม่เอากลับมาปลูกคืนเลยนี่ รัฐบาลรับไม่ได้ ผมพูดแทนรัฐบาลก่อนเลย มันต้องมีตัวเลขตรงกลาง ที่รัฐบาลจะพูดได้ว่าเขาก็ได้ป่าคืนมา แต่ประชาชนก็ได้สิทธิ์ในการทำมาหากิน จะไม่มีใครผิดกฎหมายอีกต่อไป เซ็ทซีโร่ เริ่มต้นใหม่ ตกลงใหม่ และถูกกฎหมาย รัฐบาลมีหน้าที่ไปแก้กฎกติกาต่างๆ เมื่อรับตัวเลขกลางที่ตกลงกันได้</strong></p>
<p>เราต้องมีตัวเลขที่รัฐบาลรับได้ ผมยังไม่รู้ว่าตัวเลขนั้นคืออะไร ยังไม่คุยตัวเลข แค่มองว่า หากไม่พบกันครึ่งทางก็ไม่มีวันเจรจากันได้ ตัวเลขจึงเป็นตุ๊กตา ไม่รู้ทำได้หรือไม่</p>
<p>ตุ๊กตาก็คือว่า ใน 28% คือ 18 +10 % สีเหลืองกับสีแดง ซึ่งตอนนี้เป็นเขาหัวโล้นแล้ว เปลี่ยนเป็นป่ากลับไปสัก 18% ได้ไหม ไม่ใช่ปลูกข้าวโพด แต่ต้องปลูกอะไรที่อยู่ใต้ต้นไม้ได้ มีพื้นที่ทำกิน อันนี้หาได้ ในโลกนี้มันมี ไม่เช่นนั้นคนอยู่ไม่ได้</p>
<p>ส่วนอีก 10% สีแดงก็เป็นป่าสงวน แต่ว่าไม่ต้องปลูกเป็นต้นไม้ใหญ่ แต่เป็นที่ๆ ปลูกพืชอะไรได้ แต่เมื่อที่จำกัดเช่นนี้ จะไปปลูกพืชชั้นต่ำไม่ได้</p>
<p><strong>นอกจากนี้ เราจะคำนวนตัวเลขที่ได้จากต่อไร่ต่อคนซึ่งไม่พอกิน เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงเราหาอย่างอื่น เพราะมีองค์ความรู้ในโลกนี้ที่จะช่วยได้ แต่ถ้าไม่ฝันให้ไกล เราจะติดอยู่ในโลกแคบๆ แบบเดิม ซึ่งไม่มีวันชนะ เอาเป็นว่า เมื่อจัดสรรใหม่ เราจะไปเอาอะไรที่ได้มาปลูกในพื้นที่ที่เล็กลงไป แต่ก่อให้เกิดรายได้ที่อยู่ได้ มันยังมีกระบวนการวิทยาศาสตร์ การแปรรูป ฯลฯ</strong></p>
<h5><span style="color: #008000;"><strong>บทสนทนามาถึงเรื่อง “ค่าชดเชย และที่มาของเงิน”</strong></span></h5>
<p><strong>บัณฑูร :</strong> เรื่องเงินชดเชย เป็นเรื่องธรรมชาติอยู่แล้ว เพราะอยู่ดีๆ จะให้เขาหยุดปลูกในสิ่งที่เขาปลูกทำมาหากินอยู่เลี้ยงชีวิตอยู่ แล้วเขาเอาอะไรกิน เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว มันต้องมีเงินมาช่วยขั้นหนึ่ง และซื้อเวลาที่จะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นที่สร้างสรรค์กว่า ในพื้นที่ที่น้อยลงไปกว่าเดิม</p>
<p><strong>โดยที่มาของเงินสำหรับเรื่องนี้ ไม่ใช่เงินงบประมาณของรัฐบาล ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เพราะที่มาของเงินเพื่อช่วยเรื่องแบบนี้ในโลกสามารถหาได้แหล่งทุนได้หลายกองทุน เช่นกองทุนสีเขียวต่างๆ ซึ่งต้องศึกษา</strong></p>
<figure id="attachment_1632" aria-describedby="caption-attachment-1632" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-1632 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/02/SD-Thailand-Nan-Sandbox3.jpg" alt="" width="500" height="667" /><figcaption id="caption-attachment-1632" class="wp-caption-text">บรรยากาศใต้เรือนเจ้าสัว ได้สนทนา แลกเปลี่ยนมุมมองเตรียมตัวเพื่อให้เกิด น่าน Sandbox</figcaption></figure>
<h5><span style="color: #008000;"><strong>บทสนทนาสุดท้าย “ตอบชุมชน 99 ตำบล”</strong></span></h5>
<p><strong>ตัวแทนชุมชน :</strong> ในพื้นที่ผมเป็นห่วง แต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน เปอร์เซนต์ที่ทำกินไม่เหมือนกันคือที่บุกรุก มีอีกข้อที่อยากเรียนถามด้วยว่า ในประเด็นนี้เราคุยกัยเฉพาะป่าสงวนแห่งชาติ หรือรวมอุทยานด้วย</p>
<p><strong>บัณฑูร :</strong> ตัวเลข 100% ของป่าสงวนต้องถือว่ารวมอุทยานแห่งชาติด้วย สีเหลืองเราทำงานอยู่ในพื้นที่นั้นได้ แต่ต้องขอว่าให้มีต้นไ้ม้สูงๆ</p>
<p><strong>ตัวแทนชุมชน :</strong> ครับสีเหลืองคือสิ่งที่เราทำงานได้ แต่วันนี้หากไม่คุยถึงพืชตัวใหม่ที่จะเข้ามาปลูกแทนข้าวโพดได้จะลำบากพอสมควร ถ้าราคาข้าวโพดยังดีขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปในอนาคต อันนี้ก็เป็นห่วงนิดนึง</p>
<p><strong>บัณฑูร :</strong> ราคาข้าวโพดดีขึ้นเหรอ ?</p>
<p><strong>ตัวแทนชุมชน :</strong> ตอนนี้เริ่มดีขึ้น ก็เป็นห่วงนิดๆ</p>
<p><strong>บัณฑูร :</strong> อะไร ? ดีขึ้นแค่นี้ดีใจแล้ว&#8230;โอ้ย&#8230;อะไรจะคิดเล็กแบบนี้</p>
<p><strong>ตัวแทนชุมชน :</strong> แต่ว่าในโอกาสหน้า ถ้ามีพืชตัวใหม่ ก็น่าจะอุ่นใจได้ และเราพร้อมจะสนับสนุน แต่เราห่วงในพื้นที่ ถ้าเราจะให้เดินแบบเร็ววัน กลัวว่าจะยาก</p>
<p><strong>บัณฑูร :</strong> ตอนนี้เรายังทำเหมือนเดิมทุกอย่างนะ จนกระทั่งเราได้ข้อตกลง เริ่มคิดใหม่</p>
<p><strong>ตัวแทนชุมชน :</strong> ผมเห็นว่า เราไม่ชัดเจนว่าเราจะวางอะไรให้ชาวบ้าน ชาวบ้านเขาพร้อมเขาก็ไม่อยากอยู่ในป่าเหมือนกัน แต่วันนี้ 99 ตำบลเราน่าจะมาหารูปแบบทำแบบที่ท่านบัณฑูรพูด ปลูกต้นไม้ต้นใหญ่ก็มีอยู่เยอะในพื้นที่ เราน่าจะไปหาต้นแบบที่เขาทำอยู่ มีสวนมีป่า แล้วเอาต้นแบบตรงนั้นมาวางรูปแบบระดับตำบล แล้วเรานำเสนอดูในพื้นที่ ว่าจะเกิดอุปสรรค ปัญหาอะไร ชาวบ้านมีความคิดเห็นอย่างไรในเวทีต่อไป ผมคิดอย่างนั้นนะ</p>
<p>ถ้าเอาวิธีนี้คงไม่เสร็จ เพราะเป็นข้อเสนอ แล้วไปหารูปแบบ แต่ละพื้นที่ และเอาแต่ละพื้นที่ 28% เราจะทำอย่างไรให้เกิดป่า ส่วนที่ชาวบ้านต้องการ ทุกวันนี้นะครับ ผมพูดตรงๆ นะครับว่า ตัวหนี้สิ้น เท่านั้นแหละครับ หนี้สินกับป่า เราแค่บอกว่า เอาหนี้สิ้นคุณไป แล้วเอาป่าคืนมาทั้งหมด อย่างนี้ชาวบ้านก็ยอม และอีกหลายอย่าง กฎหมายบางตัว เรื่องการปลูกไ้ม้สักไม้ประดู่ 13 ชนิดเอาไปปลูกที่ป่า ก็ไม่ให้ปลูก ถ้าเราปลูกคืนหมดเลยก็ให้เขารักษาป่า 5 ปี 10 ปีป่าใหญ่ ก็คืนให้เขาไป แล้วชดเชยให้ชาวบ้านที่เขารักษาป่าที่อยู่ตรงนี้ ผมว่าถ้าเรา มีข้อเสนออย่างนี้ ชาวบ้านก็ได้ค่ารักษา และป่าก็คืนทั้งหมด ผมเชื่อแน่ว่าชาวบ้านเข้าใจ แต่วันนี้เรายังหารูปแบบไม่ได้ว่า เราจะไปทำอย่างไรกับชาวบ้าน ถ้าเราหารูปแบบ 99 ตำบล ข้อมูลชัดเจน ผมเชื่อแน่ว่าชาวบ้านไม่มีปัญหาอยู่แล้ว</p>
<p>แต่วันนี้ขนาดพื้นที่บ้านผมอยู่ตรงที่ชลประทานน้ำมีตลอด กลางทุ่งนา ก็น่าจะปลูกผักหรืออะไรก็ได้ แต่ก็ปลูกข้าวโพดอีก อันนี้คือชาวบ้านไง ชาวบ้าน เพราะฉะนั้นวันนี้หากเราหารูปแบบ 99 ตำบล ผมเชื่อแน่ว่าชัดเจนครับ</p>
<p><strong>บัณฑูร :</strong> หนี้สิน บันทึกด้วยนะครับ จะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหา</p>
<p><strong>ตัวแทนชุมชน :</strong> สำหรับพื้นที่ของผม พร้อมยื่นเลยครับ</p>
<p><em>“รูปแบบที่ผมทำครั้งนี้เป็นครั้งแรก เพราะมีคณะทำงานที่รวมเอาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยตัวแทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีส่วนจะต้องไปแก้ปัญหาป่าต้นน้ำ รวมอยูในคณะเดียวกัน แล้วคุยกับชาวบ้านทั้งจังหวัดพร้อมๆ กัน นี่เป็นรูปแบบที่ไม่เคยเกิดมาก่อน ถ้าสำเร็จคือประชารัฐเลย เพราะประชาชนและรัฐบาลตกลงกันได้ และตกลงกันได้ทั้งจังหวัด ในการจัดสรรสิทธิ์พื้นที่ทำกินในพื้นที่ ซึ่งจริงๆ ของจังหวัดน่านเป็นโจทย์คณิตศาสตร์ที่ยากที่สุด เพราะ 85% ของพื้นที่จังหวัดน่านเป็นป่าสงวน และเป็นป่าต้นน้ำด้วย”</em></p>
<figure id="attachment_1631" aria-describedby="caption-attachment-1631" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1631 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/02/SD-Thailand-Nan-Sandbox4.jpg" alt="" width="500" height="375" /><figcaption id="caption-attachment-1631" class="wp-caption-text">เมื่อปี 2558 บัณฑูร ล่ำซำ และศุภชัย เจียรวนนท์ ร่วมปลูกป่าน่าน ในผืนที่ที่ชุมชนคืนพื้นที่ทำกินที่ใช้ปลูกข้าวโพดให้ป่าสงวน ซึ่งระหว่างทางไม่ว่าจะมองไปด้านใดก็เต็มไปด้วย ข้าวโพด ข้าวโพด และข้าวโพด</figcaption></figure>
<p>บัณฑูร กล่าวในท้ายที่สุดว่า ตั้งแต่ที่เข้ามาที่น่านถึงวันนี้ที่มีงานนี้เกิดขึ้นขึ้นเพิ่งถือเป็นการเดินขึ้นบันไดขั้นที่ 1 ประตูเปิดให้ทำ เมื่อก่อนไม่มีทางทำได้ เพราะเขาไม่เปิดให้ทำ ที่ผ่านมาเป็นเรื่องการศึกษา วิเคราะห์ว่าทำไมเหตุการณ์เป็นอย่างนี้ ทำไมป่าต้นน้ำน่านสูญเสียไปเรื่อยๆ หายไป 28% ใน 28 ปีที่ผ่านมา ทำไมถึงแก้ไม่ตก ตอนนี้วิเคราะห์โจทย์แล้วเสนอรัฐบาล ก็ให้ลองดู</p>
<p><em><strong>“ตอบไม่ได้ว่าจะสำเร็จไหม เพราะไม่เคยทำมาก่อน เรายังไม่ตอบว่าจะขึ้นไปขั้นสูงสุดเมื่อไหร่ เพราะหากตกลงกันไม่ได้ตรงกลาง เราก็ไม่ต้องขึ้นไปขั้น 2 ก็ต้องจบเลิก แต่ก็หวังว่า 3-6 เดือนจะเกิดอะไรขึ้นมาบ้างเพราะทุกคนแข่งกับเวลาด้วยกันทั้งนั้น”</strong></em></p>
<p><strong>ข่าวเกี่ยวข้อง</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://sdthailand.com/2018/04/lemon-farm-organic-pgs/" target="_blank" rel="noopener">เลิกปลูกข้าวโพดที่น่าน อยู่ได้ไหม? มีรายได้จากผักอินทรีย์กว่า 5 หมื่นบาท/เดือน</a></li>
<li><a href="https://sdthailand.com/2018/02/scg-raknam/" target="_blank" rel="noopener">คงบุญโชติ กลิ่นฟุ้ง “ชุมชนมีรายได้ 18 ล้านบาทปีที่แล้วเพราะบริหารน้ำตามงานวิจัยท้องถิ่น”</a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/02/banthoon-nan-sandbox/">บัณฑูร ล่ำซำ “ถ้าไม่ฝันให้ไกล เราจะติดอยู่ในโลกแคบๆ แบบเดิม ซึ่งไม่มีวันชนะ”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
