<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พฤติกรรม &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 12 Dec 2025 06:58:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>พฤติกรรม &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เปิด 10 เทรนด์โลก ธุรกิจ &#8216;อาหารและเครื่องดื่ม&#8217; ปี 2026  เมื่อผู้บริโภค ไม่ได้ต้องการแค่ &#8216;อิ่ม&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/food-and-beverage-trend-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 06:58:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Behavior]]></category>
		<category><![CDATA[ConsumerTrends]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[Food Trends]]></category>
		<category><![CDATA[Food Trends 2026]]></category>
		<category><![CDATA[FoodBeverage]]></category>
		<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[Innova Market Insights]]></category>
		<category><![CDATA[InnovaMarket]]></category>
		<category><![CDATA[Insights]]></category>
		<category><![CDATA[Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Top Food & Beverage Trend 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Trends]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์อาหาร 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38643</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อมูลจาก Innova Market Insights เปิดเผย &#8216;Top Food &#38; Beverage Trend 2026&#8216; รายงานแนวโน้ม &#8216;อาหารและเครื่องดื่ม&#8217; ประจำปี 2026 สะท้อนให้เห็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อน อุตสาหกรรมอาหาร ในปีหน้า ทั้งนี้ พบ 4 นวัตกรรมสำคัญ ซึ่งถือเป็นเสาหลักในการผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรม ประกอบด้วย ประโยชน์ต่อสุขภาพ ความเพลิดเพลิน ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ราคาที่สามารถจับต้องได้ ขณะที่แรงขับเคลื่อนระดับโลก​ พร้อมทั้งการคาดการณ์เทรนด์ประจำปี ผ่านการวิจัยผู้บริโภค และการติดตามการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่​อย่างต่อเนื่อง สามารถสรุป 10 เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มของโลกที่น่าสนใจ ในปี 2026 ได้ ต่อไปนี้ 1. Powerhouse Protein : ความเชื่อมโยงที่ชัดเจนขึ้นระหว่าง &#8216;ความต้องการโปรตีน&#8216; และประเด็นเรื่องสุขภาพ โดยพบว่า กว่าครึ่งของผู้บริโภคทั่วโลกพยายามเพิ่มโปรตีนในอาหารอย่างจริงจัง รวมทั้งการมองหาฟังก์ชันนัลในแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยความต้องการแตกต่างและหลากหลาย เพื่อสร้างจุดเด่นในตลาดที่มีการแข่งขันสูง โดย​ครอบคลุมไปถึงแหล่งที่มาของโปรตีนด้วย 2. Gut Health Hub [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/food-and-beverage-trend-2026/">เปิด 10 เทรนด์โลก ธุรกิจ &#8216;อาหารและเครื่องดื่ม&#8217; ปี 2026  เมื่อผู้บริโภค ไม่ได้ต้องการแค่ &#8216;อิ่ม&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ข้อมูลจาก Innova Market Insights เปิดเผย &#8216;<strong>Top Food &amp; Beverage Trend 2026</strong>&#8216; รายงานแนวโน้ม <strong>&#8216;อาหารและเครื่องดื่ม&#8217;</strong> ประจำปี 2026 สะท้อนให้เห็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">อุตสาหกรรมอาหาร</span> ในปีหน้า</div>
</div>
<p><span id="more-38643"></span>ทั้งนี้ พบ 4 นวัตกรรมสำคัญ ซึ่งถือเป็นเสาหลักในการผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรม ประกอบด้วย</p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<ul>
<li dir="auto">ประโยชน์ต่อสุขภาพ</li>
<li dir="auto">ความเพลิดเพลิน</li>
<li dir="auto">ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม</li>
<li dir="auto">ราคาที่สามารถจับต้องได้</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ขณะที่แรงขับเคลื่อนระดับโลก​ พร้อมทั้งการคาดการณ์เทรนด์ประจำปี ผ่านการวิจัยผู้บริโภค และการติดตามการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่​อย่างต่อเนื่อง สามารถสรุป 10 เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มของโลกที่น่าสนใจ ในปี 2026 ได้ ต่อไปนี้</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>1. Powerhouse <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Protein</span> </strong>: ความเชื่อมโยงที่ชัดเจนขึ้นระหว่าง &#8216;ความต้องการ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">โปรตีน</span>&#8216; และประเด็นเรื่อง<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สุขภาพ</span> โดยพบว่า กว่าครึ่งของผู้บริโภคทั่วโลกพยายามเพิ่มโปรตีนในอาหารอย่างจริงจัง รวมทั้งการมองหาฟังก์ชันนัลในแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยความต้องการแตกต่างและหลากหลาย เพื่อสร้างจุดเด่นในตลาดที่มีการแข่งขันสูง โดย​ครอบคลุมไปถึงแหล่งที่มาของโปรตีนด้วย</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>2. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Gut</span> Health Hub :</strong> ความตระหนักว่า <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สุขภาพลำไส้</span> คือ ประตูสู่สุขภาวะที่ดีแบบ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">องค์รวม</span> สุขภาพของลำไส้ไม่ได้มีผลแค่ระบบย่อยอาหารแต่คือสุขภาพร่างกายทั้งหมด​รวมถึงเรื่องของจิตใจด้วย ทำให้​ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หันมาส่งเสริมสุขภาพลำไส้แบบองค์รวมมากขึ้น และ​ให้ความสำคัญกับอาหารโปรไบโอติก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Probiotic</span> และ พรีไบโอติก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Prebiotic</span> เพิ่มมากขึ้น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>3. Layers of Delight</strong> : สภาพแวดล้อมปัจจุบันที่ท้าทายและตึงเครียดมากขึ้น ทำให้ผู้คนมองหา <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ประสบการณ์</span> ที่ล้ำลึกและดื่มด่ำได้มากขึ้น ทั้งจากโมเมนต์ ความรู้สึก หรือสุขภาพ ผ่านองค์ประกอบ เนื้อสัมผัส และสูตรอาหาร เพื่อ​สร้างช่วงเวลาที่น่าจดจำ สร้างอารมณ์ พร้อมทั้งการสนับสนุนสุขภาพ หรือความน่าสนใจจากเรื่องราวและสูตรอาหาร</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>4. Beverages with Purpose</strong> : นวัตกรรมเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ลึกและหลากหลายขึ้น ตอบโจทย์ได้ทั้ง Functional รสชาติ และความสดชื่น เช่น น้ำมะพร้าวรสชาติกลมกล่อมที่มาพร้อมอิเล็กโทรไลต์เพื่อความชุ่มชื้น หรือนมปรุงแต่งรสที่มีแคลเซียมและโปรตีนสูง​​</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>5. Authentic Plant-Based :</strong> การเปลี่ยนผ่าน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Plantbased</span> จากการเลียนแบบโปรตีนสัตว์ เป็นการให้โปรตีนจากพืชตามธรรมชาติ และผ่านการแปรรูปให้น้อยที่สุด เพราะผลิตภัณฑ์จากพืชมีศักยภาพในการสร้างจุดเด่นจากตัวเอง แทนที่จะเป็นเพียงสิ่งทดแทนอาหารอื่นๆ ประกอบกับผู้บริโภคให้ความสำคัญกับแหล่งโปรตีนตามธรรมชาติมากขึ้น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>6. Made for Moments :</strong> การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมตามโอกาสต่างๆ ทั้งการตอบโจทย์โมเมนต์ ​ขนาด หรือรูปแบบบรรจุภัณฑ์ เช่น Single-Serve สำหรับการบริโภคแบบครั้งเดียว หรือ Multi-Serve ที่สามารถแบ่งการรับประทานได้หลายครั้ง โดยนวัตกรรมที่อิงตามโอกาสกำลังเติบโตเพิ่มมากขึ้น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>7. Worth Every Bite :</strong> นำเสนอ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คุณค่า</span> และ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความคุ้มค่า</span> ของผลิตภัณฑ์ที่สามารถจับต้องได้ มากกว่าแค่ราคาถูก แต่คุ้มค่าในยุคเศรษฐกิจกดดัน ความสามารถในการดึงดูดและรักษาผู้บริโภคจากการผสมผสานระหว่างราคาที่เหมาะสมและการเข้าถึงได้ง่ายกลายเป็นหัวใจสำคัญในปัจจุบัน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>8. Mind Balance</strong> : คุณสมบัติในการสร้างความสมดุลทั้งด้านจิตใจ สุขภาวะ การให้พลังงาน บรรเทาความตึงเครียด และบำรุงสมอง สะท้อนภาวะที่ตึงเครียดในยุคปัจจุบัน และผู้บริโภคหันมาพึ่งพาอาหาร/เครื่องดื่มที่สามารถส่งผลด้านสุขภาพจิตได้ตามธรรมชาติ</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>9. Crafting Tradition :</strong> ตอกย้ำมรดกทางวัฒนธรรม พร้อมสะท้อนตัวตนและคุณค่าดั้งเดิม เพื่อสื่อสารถึงความคุ้นเคยสู่ผู้บริโภค ผ่านการใช้สูตรอาหารดั้งเดิมตามวัฒนธรรมของตัวเอง เช่น อาหารประจำถิ่น หรือผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นและไม่เหมือนใคร</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>10. Justified Choices :</strong> <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> ยังคงช่วยดึงดูดการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภค การ​ตัดสินใจเลือกอาหารและเครื่องดื่มอย่างรับผิดชอบ สะท้อนความโปร่งใส ให้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน สนับสนุนท้องถิ่น ตระหนักถึงความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์ ที่เชื่อมโยงให้เห็นพันธกิจในการใส่ใจโลก เกษตรกร สัตว์ป่า และชุมชน</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/food-and-beverage-trend-2026/">เปิด 10 เทรนด์โลก ธุรกิจ &#8216;อาหารและเครื่องดื่ม&#8217; ปี 2026  เมื่อผู้บริโภค ไม่ได้ต้องการแค่ &#8216;อิ่ม&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Watsons Online Birthday Sale เผยอินไซต์ที่น่าสนใจของนักชอปไทย Gen Z ลงทุนสกินแคร์หนัก กันแดด-ลิป ติดท๊อปค้นหา</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/watsons-online-birthday-sale/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Jun 2025 09:46:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Shopping]]></category>
		<category><![CDATA[Top Search Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Watsons]]></category>
		<category><![CDATA[Watsons Online Birthday Sale]]></category>
		<category><![CDATA[กันแดด]]></category>
		<category><![CDATA[นักช้อป]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ลิปสติก]]></category>
		<category><![CDATA[สกินแคร์หนัก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34076</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของไทย จัดหนักแคมเปญ Watsons Online Birthday Sale มหกรรมชอปออนไลน์ต่อเนื่อง 10 วัน 10 คืนเต็ม ที่ไม่เพียงแค่ปล่อยโปรแรง แต่ยังจับอินไซต์นักชอปไทยช่างคลิก พร้อมเบื้องหลังตะกร้าชอป ไม่ใช่แค่ของลดราคา แต่มีกิมมิกลับยอดนิยมของคนทั้งประเทศซ่อนอยู่เพียบ เจาะ Insight by Age Group แต่ละวัยเลือกชอปอะไร พบว่าสุขภาพและความงามที่ดีไม่จำกัดอายุ เริ่มด้วย Gen Z อายุต่ำกว่า 20 ปี ให้ความสำคัญกับสกินแคร์และเครื่องสำอางอย่างจริงจัง เพราะรู้ว่าการลงทุนกับผิวตั้งแต่วันนี้ คือการลงทุนกับตัวเองในอนาคต ครอบคลุมทั้งรูปลักษณ์และสุขภาพ ขณะที่กลุ่มวัยทำงาน อายุ 21–45 ปี ให้ความสำคัญกับทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลและเครื่องสำอาง ที่น่าสนใจพบว่า 15% ให้ความสนใจในการซื้อสินค้าเพื่อสุขภาพและอาหารเสริมซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในสุขภาพในชีวิตประจำวันอย่างสมดุล ขณะเดียวกัน กลุ่ม Middle Age อายุ 46–55 ปี ก็ยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลผิวอย่างลึกซึ้ง ผ่านผลิตภัณฑ์กลุ่มเวชสำอาง  (Derma Skincare) สะท้อนให้เห็นว่าเทรนด์การดูแลตัวเองไม่ใช่แค่เรื่องของวัยหนุ่มสาว แต่กลายเป็นพฤติกรรมที่ทรงอิทธิพลในทุกช่วงวัย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/watsons-online-birthday-sale/">Watsons Online Birthday Sale เผยอินไซต์ที่น่าสนใจของนักชอปไทย Gen Z ลงทุนสกินแคร์หนัก กันแดด-ลิป ติดท๊อปค้นหา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วัตสัน</strong> ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของไทย จัดหนักแคมเปญ <strong>Watsons Online Birthday Sale </strong>มหกรรมชอปออนไลน์ต่อเนื่อง 10 วัน 10 คืนเต็ม ที่ไม่เพียงแค่ปล่อยโปรแรง แต่ยังจับอินไซต์นักชอปไทยช่างคลิก พร้อมเบื้องหลังตะกร้าชอป ไม่ใช่แค่ของลดราคา แต่มีกิมมิกลับยอดนิยมของคนทั้งประเทศซ่อนอยู่เพียบ</p>
<p><span id="more-34076"></span></p>
<p><strong>เจาะ </strong><strong>Insight by Age Group </strong><strong>แต่ละวัยเลือกชอปอะไร </strong></p>
<p>พบว่าสุขภาพและความงามที่ดีไม่จำกัดอายุ เริ่มด้วย Gen Z อายุต่ำกว่า 20 ปี ให้ความสำคัญกับสกินแคร์และเครื่องสำอางอย่างจริงจัง เพราะรู้ว่าการลงทุนกับผิวตั้งแต่วันนี้ คือการลงทุนกับตัวเองในอนาคต ครอบคลุมทั้งรูปลักษณ์และสุขภาพ ขณะที่กลุ่มวัยทำงาน อายุ 21–45 ปี ให้ความสำคัญกับทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลและเครื่องสำอาง ที่น่าสนใจพบว่า 15% ให้ความสนใจในการซื้อสินค้าเพื่อสุขภาพและอาหารเสริมซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในสุขภาพในชีวิตประจำวันอย่างสมดุล ขณะเดียวกัน กลุ่ม Middle Age อายุ 46–55 ปี ก็ยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลผิวอย่างลึกซึ้ง ผ่านผลิตภัณฑ์กลุ่มเวชสำอาง  (Derma Skincare) สะท้อนให้เห็นว่าเทรนด์การดูแลตัวเองไม่ใช่แค่เรื่องของวัยหนุ่มสาว แต่กลายเป็นพฤติกรรมที่ทรงอิทธิพลในทุกช่วงวัย</p>
<p>สำหรับแบรนด์ที่ครองใจนักชอปจากทุกสาย ทั้งสกินแคร์ บิวตี้ และผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ได้แก่ L&#8217;oreal Cerave, In2it, Eucerin, Anessa และ สินค้าตราวัตสัน</p>
<p><strong>Top Search Trend </strong><strong>เพราะคนไทยไม่ลังเลกับไอเทมนี้ </strong></p>
<p><strong>“กันแดด”</strong> ยืนหนึ่งยอดการค้นหา สะท้อนว่าคนไทยให้ความสำคัญกับการปกป้องผิวจากทุกสภาวะอากาศ ส่วน “ลิป” ตามมาติดๆ เพราะ เติมลุคสดใสได้ทันที ใช้ได้ทุกวัน และสินค้าเกี่ยวกับการป้องกันและดูแลสุขภาพ ก็ยังติดโผการค้นหาเนื่องจากความกังวลกับ Covid-19 ที่กลับมาอีกครั้ง ทำให้คนยังต้องมีติดบ้านไว้เสมอ ทั้งเพื่อความอุ่นใจ และรับผิดชอบต่อคนรอบข้างพิสูจน์ว่าการดูแลตัวเองเป็นเรื่องที่คนไทยไม่เคยละเลย.</p>
<p><strong>เวลาสุดพีค และจังหวัดของแชมป์นักชอป </strong></p>
<p>ไพรม์ไทม์ยอดนิยมในการชอปออนไลน์สูงสุดตอนเวลา 21.00 น. สะท้อนถึงเทรนด์และพฤติกรรมของนักชอปยุคปัจจุบันที่ชอบ “ชอปก่อนนอน” เพราะเป็นช่วงเวลาที่หลายคนได้เวลาพักผ่อนหลังเลิกงานหรือภารกิจประจำวัน เป็นโมเมนต์ส่วนตัวที่ได้ใช้เวลาเลือกของที่ชอบในราคาที่ใช่ จึงไม่แปลกใจที่ “ก่อนนอน” จะกลายเป็นเวลาทองของการชอป!</p>
<p>ซึ่งจังหวัดที่เป็นแชมป์นักชอปในครั้งนี้ได้แก่ กรุงเทพฯ ตามด้วย นนทบุรี เชียงใหม่ และขอนแก่น ตามลำดับชี้ให้เห็นว่าตลาดนอกเมืองใหญ่กำลังเติบโตและมีพลังซื้อไม่แพ้เมืองหลวง</p>
<p>ทั้งหมดนี้สะท้อนพฤติกรรมที่ชัดเจนของนักชอปไทยยุคใหม่ ที่ไม่ได้ซื้อเพียงเพราะราคาถูกหรือโปรแรงเท่านั้น แต่เป็นการชอปอย่างมีเป้าหมาย รู้ตัว รู้ใจ และรู้จักดูแลตัวเองมากขึ้น ส่งผลให้เรื่องสุขภาพ ความงาม และความคุ้มค่า เป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์สำคัญที่อยู่ในทุกจังหวะชีวิต จนกลายเป็นหัวใจสำคัญของการชอปปิงยุคใหม่ที่น่าจับตามอง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/watsons-online-birthday-sale/">Watsons Online Birthday Sale เผยอินไซต์ที่น่าสนใจของนักชอปไทย Gen Z ลงทุนสกินแคร์หนัก กันแดด-ลิป ติดท๊อปค้นหา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ม.หอการค้า เปิด Poll พฤติกรรมใช้จ่ายวันมาฆบูชา และวาเลนไทน์​ 2568 คาดเงินสะพัด​ 5,200 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/insight-thai-consumers-in-valentines-and-makhabucha-day/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2025 11:59:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[UTCC]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ม.หอการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มาฆบูชา]]></category>
		<category><![CDATA[รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย]]></category>
		<category><![CDATA[วาเลนไทน์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สำรวจ]]></category>
		<category><![CDATA[หอการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[อาจารย์วาทิตร รักษ์ธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อาจารย์อุมากมล สุนทรสุรัติ]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31829</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยพฤติกรรมการใช้จ่ายและทัศนะของประชาชนในช่วงวันวาเลนไทน์ และมาฆบูชา คาดจะมีเงินสะพัดรวม 2 เทศกาลราว 5,200 ล้านบาท รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ อาจารย์อุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พร้อมด้วย อาจารย์วาทิตร รักษ์ธรรม ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,250 คน ทั่วประเทศ พบพฤติกรรมการใช้จ่ายและทัศนะของประชาชนในช่วงวันวาเลนไทน์ และมาฆบูชา  โดยคาดว่าจะมีเงินสะพัดรวมทั้ง 2 เทศกาลราว 5,200 ล้านบาท โดยจำนวนเงินสะพัดในวันมาฆบูชา  2,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.81% ส่วนวันวาเลนไทน์ จะมีเงินสะพัดเกือบ 2,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7.2% โดยพฤติกรรมคนไทยในช่วงวันมาฆบูชา พบว่า แม้ภาพรวมผู้บริโภคส่วนใหญ่ ยัง​ระมัดระวังในการใช้จ่าย แต่ช่วงเทศกาลวันมาฆบูชาจะ​​มีเม็ดเงินหมุนเวียนประมาณ 2,500 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 4 ปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/insight-thai-consumers-in-valentines-and-makhabucha-day/">ม.หอการค้า เปิด Poll พฤติกรรมใช้จ่ายวันมาฆบูชา และวาเลนไทน์​ 2568 คาดเงินสะพัด​ 5,200 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยพฤติกรรมการใช้จ่ายและทัศนะของประชาชนในช่วงวันวาเลนไทน์ และมาฆบูชา คาดจะมีเงินสะพัดรวม 2 เทศกาลราว 5,200 ล้านบาท</strong></p>
<p><span id="more-31829"></span></p>
<div dir="auto"><strong>รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย</strong> อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ <strong>อาจารย์อุมากมล สุนทรสุรัติ</strong> ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พร้อมด้วย <strong>อาจารย์วาทิตร รักษ์ธรรม</strong> ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,250 คน ทั่วประเทศ พบพฤติกรรมการใช้จ่ายและทัศนะของประชาชนในช่วงวันวาเลนไทน์ และมาฆบูชา  โดยคาดว่าจะมีเงินสะพัดรวมทั้ง 2 เทศกาลราว 5,200 ล้านบาท โดยจำนวนเงินสะพัดในวันมาฆบูชา  2,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.81% ส่วนวันวาเลนไทน์ จะมีเงินสะพัดเกือบ 2,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7.2%</div>
<div dir="auto"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31831 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Makha-Resize.jpg" alt="" width="960" height="1200" /></div>
<p><strong>โดยพฤติกรรมคนไทยในช่วงวันมาฆบูชา </strong>พบว่า แม้ภาพรวมผู้บริโภคส่วนใหญ่ ยัง​ระมัดระวังในการใช้จ่าย แต่ช่วงเทศกาลวันมาฆบูชาจะ​​มีเม็ดเงินหมุนเวียนประมาณ 2,500 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 4 ปี หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด – 19 คลี่คลายลง ​ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้น​​ 2.8% แต่ยังเป็นการขยายตัวในระดับต่ำกว่าปี 2560 ที่มีมูลค่าการจับจ่ายใช้สอยอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท และส่วนใหญ่เกิดจากกิจกรรมทำบุญมากกว่าการจับจ่ายใช้สอยในการเดินทางท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นวันหยุดกลางสัปดาห์เงินสะพัดจากการการท่องเที่ยวจึงไม่คึกคัก</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีหนึ่งในอินไซต์ที่น่าสนใจของพฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงมาฆบูชาปีนี้ ที่มีถึงราว 1 ใน 4 (25.5%) ที่มองว่า บรรยากาศจะคึกคัดน้อยลงกว่าเดิม ขณะที่ผู้ที่มองว่าคึกคักมากขึ้น 23.4% และคึกคักเท่าเดิม 51.1% โดยมีสัดส่วนเท่ากับผู้ที่วางแผนว่าจะไปไหว้พระทำบุญในวันมาฆบูชา ขณะที่อีก 35.1% ตอบว่าจะไม่ไป และ 13.8%  ที่ยังไม่แน่ใจ</p>
<p>ทั้งนี้ สาเหตุหลักๆ ของผู้ที่ตอบว่าจะไม่ไปทำบุญไหว้พระในวันมาฆบูชาปีนี้ ส่วนใหญ่ (38.5%) ให้เหตุผลว่า อยากพักผ่อนอยู่บ้าน ขณะที่มีถึง 1 ใน 5 (20.5%) กังวลปัญหาฝุ่น PM2.5  รวมทั้งบางส่วนที่กังวลเรื่องโรคติดต่อ (10.7%) ต้องการประหยัด (10.1%)​ และกังวลต่อสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดี (7.1%)</p>
<p>ขณะที่ 5 อันดับ สำหรับการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลมาฆบูชา พบว่า  ส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมทางศาสนา โดยอันดับ 1 เป็นการไปเวียนเทียน 52.8% ด้วยงบประมาณ​เฉลี่ย 274.8 บาท, ตามมาด้วย ตักบาตร 50.7% ​งบประมาณเฉลี่ย 234.5 บาท,  ทำบุญ 42.8% ด้วยงบประมาณเฉลี่ย  694.3 บาท ตามมาด้วยกิจกรรม​ปล่อยนก ปล่อยปลา ไถ่ชีวิตสัตว์ 33.4%  ด้วยงบเฉลี่ย​​ 399.2 บาท และซื้อสังฆภัณฑ์ 30.8%  ด้วยงบเฉลี่ย ​698.3 บาท ​</p>
<p><strong>สำหรับเทศกาลวันวาเลนไทน์</strong> ปี 2568 พบว่า วาเลนไทน์ปีนี้ ตรงกับวันศุกร์ และต่อเนื่องวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทำให้ภาพรวมผู้บริโภคส่วนใหญ่ เชื่อว่าบรรยากาศปีนี้จะคึกคักเหมือนกับปีที่ผ่านมา และสามารถเร่งการจับจ่ายใช้สอยได้ ทำให้มูลค่าการใช้จ่ายสูงขึ้นโดยขยายตัว 7.2% ซึ่งถือเป็นการขยายตัวที่สูง และมีมูลค่าการใช้จ่ายเงินสะพัดโดยรวมอยู่ที่ 2,699.65 ล้านบาท หรือ ราว 2,700 ล้านบาท นับว่าสูงสุดนั้บตั้งแต่ปี 63 เป็นต้นมา</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-31830 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Valentines-Resize.jpg" alt="" width="960" height="1200" /></p>
<p>โดยมีค่าใช้จ่ายโดยรวมเฉลี่ยต่อคน อยู่ที่ 2,287.34 บาท สูงสุดในรอบ 6 ปี  และค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนเฉพาะซื้อของสำหรับมอบให้คู่รัก จำแนกตาม Gen พบว่า เฉลี่ยรวมอยู่ที่ 1,201.54 บาทต่อคน โดย Gen X มากสุดเฉลี่ย 1,663.15 บาทต่อคน รองลงมาเป็น GenY 1,238.09 บาทต่อคน และGenZ 617.95 บาทต่อคน</p>
<p><strong>สำหรับ 5 อันดับ แผนการใช้จ่ายช่วงวันวาเลนไทน์ ได้แก่</strong>​  ไปทานข้าวนอกบ้าน 46.8% ด้วยงบประมาณเฉลี่ย 1,529.38 บาท , ซื้อของขวัญ​​ 38.6% ​ด้วยงบเฉลี่ย 1,464.86 บาท, ​ไปเดินห้าง 30.0%  งบ​เฉลี่ย 1,200.05 บาท, ​​ ซื้อดอกไม้ 21.9% งบ​เฉลี่ย 267.59 บาท และไป​ดูหนัง 12.9%  ด้วยงบเฉลี่ย  507.86 บาท</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/insight-thai-consumers-in-valentines-and-makhabucha-day/">ม.หอการค้า เปิด Poll พฤติกรรมใช้จ่ายวันมาฆบูชา และวาเลนไทน์​ 2568 คาดเงินสะพัด​ 5,200 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Gen Z ไทย ผู้นำช้อปปิ้งเชิงกลยุทธ์ของเอเชีย 86% ค้นหาข้อมูลก่อนซื้อ แต่เลือกแบรนด์ที่ให้ราคาดีกว่า แถม​เป็นผู้ทรงอิทธิพลตัวจริงในการซื้อของครัวเรือน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/niq-spendz-highlight-genz-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Aug 2024 13:08:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Consumers]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[NielsenIQ]]></category>
		<category><![CDATA[NIQ]]></category>
		<category><![CDATA[NIQ Spend Z]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[Spend Z]]></category>
		<category><![CDATA[Trend]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรมการซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิทัศน์ด้านการค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[เจนเนอเรชัน]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28422</guid>

					<description><![CDATA[<p>NielsenIQ (NIQ) บริษัทวิจัยผู้บริโภคชั้นนำของโลกด้านข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค เปิดเผย​ข้อมูลจากรายงาน NIQ Spend Z ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ประชากร Gen Z ในประเทศไทย เป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมการใช้จ่ายซื้อของเชิงกลยุทธ์มากที่สุดในเอเชีย ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเทรนด์ของผู้บริโภคและพลวัตของตลาด ด้วยพฤติกรรมที่เน้นไปทางด้านการค้นคว้าหาข้อมูลและให้ความสำคัญกับราคา ประชากรกลุ่มนี้จึงมีอิทธิพลต่อการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ด้านการค้าปลีกในประเทศไทยและทั่วโล​ก กลุ่มประชากรวัยนี้ได้ก้าวขึ้นมาเป็นเจเนอเรชั่นที่ใหญ่ขึ้นและมีอำนาจทางการเงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกก็มีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลของ World Data Lab คาดว่า ประชากร Gen Z จะเป็นคนกลุ่มเดียวที่มีจำนวนถึง 2 พันล้านคน ซึ่งคิดเป็น 25% ของประชากรโลก และคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ. 2577 ประชากร Gen Z ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะกลายเป็นกลุ่มที่มีส่วนสนับสนุนด้านการใช้จ่ายทั้งหมดของครัวเรือน ซึ่งมีมูลค่าการใช้จ่ายมากกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เจาะอินไซต์ Gen Z ชาวไทย รายงานของ NIQ ยังชี้ให้เห็นว่า กลุ่มผู้บริโภค Gen Z ชาวไทย 86% จะศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/niq-spendz-highlight-genz-thailand/">Gen Z ไทย ผู้นำช้อปปิ้งเชิงกลยุทธ์ของเอเชีย 86% ค้นหาข้อมูลก่อนซื้อ แต่เลือกแบรนด์ที่ให้ราคาดีกว่า แถม​เป็นผู้ทรงอิทธิพลตัวจริงในการซื้อของครัวเรือน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>NielsenIQ (NIQ)</strong> บริษัทวิจัยผู้บริโภคชั้นนำของโลกด้านข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค เปิดเผย​ข้อมูลจากรายงาน <strong>NIQ Spend Z</strong> ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ประชากร Gen Z ในประเทศไทย เป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมการใช้จ่ายซื้อของเชิงกลยุทธ์มากที่สุดในเอเชีย</p>
<p><span id="more-28422"></span></p>
<p>ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเทรนด์ของผู้บริโภคและพลวัตของตลาด <em><strong>ด้วยพฤติกรรมที่เน้นไปทางด้านการค้นคว้าหาข้อมูลและให้ความสำคัญกับราค</strong><strong>า</strong></em> ประชากรกลุ่มนี้จึงมีอิทธิพลต่อการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ด้านการค้าปลีกในประเทศไทยและทั่วโล​ก</p>
<p>กลุ่มประชากรวัยนี้ได้ก้าวขึ้นมาเป็นเจเนอเรชั่นที่ใหญ่ขึ้นและมีอำนาจทางการเงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกก็มีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลของ World Data Lab คาดว่า <em><strong>ประชากร Gen Z จะเป็นคนกลุ่มเดียวที่มีจำนวนถึง 2 พันล้านคน ซึ่งคิดเป็น 25% ของประชากรโลก และคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ. 2577 ประชากร Gen Z ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะกลายเป็นกลุ่มที่มีส่วนสนับสนุนด้านการใช้จ่ายทั้งหมดของครัวเรือน ซึ่งมีมูลค่าการใช้จ่ายมากกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ</strong></em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-28424 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/1-5.jpg" alt="" width="1200" height="628" /></p>
<p><strong>เจาะอินไซต์ Gen Z ชาวไทย</strong></p>
<p>รายงานของ NIQ ยังชี้ให้เห็นว่า <em><strong>กลุ่มผู้บริโภค Gen Z ชาวไทย 86% จะศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของผู้บริโภคชาวเอเชียกลุ่มวัยเดียวกันที่ 71%</strong>  </em>และมักจะฟังคำแนะนำจากอินฟลูเอนเซอร์และกลุ่มเพื่อนของตน โดย 75% จะพึ่งพาแหล่งข้อมูลเหล่านี้เพื่อช่วยในการตัดสินใจ</p>
<p>นอกจากนี้ 42% ​​จะชอบซื้อของบนช่องทางโซเชียลมีเดีย อาทิ ผ่านการคลิกลิงก์จากช่องทางของอินฟลูเอนเซอร์ การซื้อผ่านแอป ผ่านช่องทางโฆษณาออนไลน์ และช่องทางการไลฟ์สดขายของ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์การซื้อของคนกลุ่มนี้</p>
<p><strong>พร้อมยังพบว่า &#8216;ราคา&#8217; เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของประชากร Gen Z ชาวไทย</strong> <em><strong>โดย 71% ยินดีที่จะเปลี่ยนแบรนด์เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีกว่า เมื่อเทียบกับ 67% ของประชากรกลุ่มวัยเดียวกันทั่วเอเชีย  </strong></em></p>
<p>ส่วน 68% ยังคงใช้เว็บไซต์และแอปในการเปรียบเทียบราคาอยู่เสมอ ​แสดงให้เห็นถึงแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการซื้อของพวกเขา <em><strong>เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยในเอเชียแปซิฟิก ประชากร Gen Z ในประเทศไทยมักจะแสดงถึงการใช้แนวทางเชิงกลยุทธ์ได้ดีกว่าอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสำหรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่รอบรู้และคำนึงถึงราคา</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28423 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/2-5.jpg" alt="" width="1200" height="629" /></p>
<p>หากต้องการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มนี้ ธุรกิจต่างๆ จะต้องปรับตัวให้เข้ากับนิสัยการซื้อที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของคนกลุ่มนี้ เช่น</p>
<p>&#8211;  นำเสนอข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่โปร่งใสและมีรายละเอียดเพื่อตอบสนองความต้องการด้านการวิจัยของผู้บริโภค</p>
<p>&#8211; เสนอโปรแกรมสะสมคะแนนและข้อเสนอพิเศษซึ่งสามารถช่วยป้องกันการเปลี่ยนแบรนด์ของลูกค้าได้</p>
<p>&#8211;  ปรับแต่งกลยุทธ์การตลาดเพื่อดึงดูดผู้ซื้อที่ให้ความสำคัญต่อการวิจัย</p>
<p>&#8211; ใช้ประโยชน์จากโซเชียลมีเดีย อินฟลูเอนเซอร์ และคำแนะนำจากกลุ่มเพื่อน ก็สามารถสร้างความไว้วางใจและขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจได้</p>
<p>นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญถึงความถูกต้อง ความยั่งยืน และผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจในด้านสุขภาพมากขึ้น  หรือ​ลงทุนในนวัตกรรมที่สอดคล้องกับความชอบของคนกลุ่มนี้  ทั้งการ​เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใส่ใจด้านสุขภาพ เพื่อสามารถปรับแต่งผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ให้เชื่อมโยง​กับกลุ่มผู้บริโภคที่มีอิทธิพลเหล่านี้ และจะช่วยรับประกันความภักดีต่อแบรนด์และความสำเร็จของแบรนด์ในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28425 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/3-6.jpg" alt="" width="1200" height="629" /></p>
<p>ความมุ่งมั่นของผู้บริโภครุ่นใหม่ในประเทศไทยในการค้นคว้าหาข้อมูลอย่างละเอียด คำนึงถึงราคา และความมีอิทธิพลต่อครัวเรือน ทำให้พวกเขากลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงพลวัตของตลาด เนื่องจาก <em><strong>อิทธิพลของพวกเขาได้ขยายออกไปไกลมากเกินกว่าการซื้อของส่วนตัว จนส่งผลต่อการตัดสินใจในการซื้อของสำหรับของครอบครัว</strong></em> ธุรกิจต่างๆ จึงต้องปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เพื่อการเติบโตในภูมิทัศน์ที่มีการแข่งขันสูง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม นิสัยการซื้อของเชิงกลยุทธ์ของประชากร Gen Z ในประเทศไทยไม่ได้เปลี่ยนแปลงแค่ภาคค้าปลีกเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่จะกำหนดอนาคตของตลาดในภาพรวม​อีกด้วย</p>
<p>สามารถดาวน์โหลดรายงาน Spend Z ได้ฟรีที่  <a href="http://h.nniq.co/o0gz50T3E5w" target="_blank" rel="noopener">http://h.nniq.co/o0gz50T3E5w</a>.</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/niq-spendz-highlight-genz-thailand/">Gen Z ไทย ผู้นำช้อปปิ้งเชิงกลยุทธ์ของเอเชีย 86% ค้นหาข้อมูลก่อนซื้อ แต่เลือกแบรนด์ที่ให้ราคาดีกว่า แถม​เป็นผู้ทรงอิทธิพลตัวจริงในการซื้อของครัวเรือน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘สิ่งแวดล้อม-มลภาวะ’ ครองแชมป์ความกังวลสูงสุดของคนไทย 74% มองว่าส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ปรับพฤติกรรม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/marketbuzzz-release-thais-care-environmental-problem/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 May 2024 11:02:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[5 อันดับแรกของความกังวลต่อสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[Marketbuzzz]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ประภาภรณ์ ติวยานนท์ มงคลวนิช]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[มร.แกรนท์ บาร์โทลี่]]></category>
		<category><![CDATA[มลภาวะ]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[มาร์เก็ตบัซซ์]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม-มลภาวะ]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26037</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลสำรวจจากมาร์เก็ตบัซซ์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยให้เห็นว่า ‘สิ่งแวดล้อม-มลภาวะ’ ยังคงเป็นความกังวลอันดับหนึ่งของประชาชน โดยครองแชมป์ปัญหาที่คนไทยกังวลมากที่สุดในปี 2567 การสำรวจนี้จัดทำต่อเนื่องทุกปีตั้งแต่ปี 2562 โดยสอบถามประชาชนไทยเกี่ยวกับ &#8220;5 อันดับแรกของความกังวลต่อสาธารณะ&#8221; โดยผลการสำรวจล่าสุดในปี 2567 มีผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 1,000 คน ในเดือนเมษายน 2567 พบว่า สิ่งแวดล้อมยังคงติดอันดับสิ่งที่คนไทยกังวลมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 30 ของผู้ตอบแบบสอบถาม รองลงมาคือเรื่องของค่าครองชีพ คิดเป็นร้อยละ 28 ของผู้ตอบแบบสอบถาม ซึ่งทั้งสองหัวข้อนี้ก็เป็นสิ่งที่คนไทยกังวลมากที่สุดจากการสำรวจในปี 2566 เช่นกัน โดยการสำรวจนี้อยู่ในบริบทที่เกี่ยวกับความกังวลหลักๆ ของประชาชนที่มีต่อประเทศ ซึ่งรวมถึงการทุจริตคอร์รัปชั่นของหน่วยงานรัฐ, งานสาธารณสุข, การจราจร, อาชญากรรมและสภาพเศรษฐกิจโดยรวม จากผลสำรวจปี 2567 ชี้ให้เห็นว่าความกังวลของคนไทยด้านสิ่งแวดล้อมยังทวีความรุนแรงขึ้น สูงถึงร้อยละ 74 และรู้สึกว่า สิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิต ซึ่งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 62 ในปี 2565 ยิ่งไปกว่านั้น ประชาชนร้อยละ 37 ยังมีความกังวลอีกว่า สภาพแวดล้อมจะเลวร้ายลงไปอีกในอีก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/marketbuzzz-release-thais-care-environmental-problem/">‘สิ่งแวดล้อม-มลภาวะ’ ครองแชมป์ความกังวลสูงสุดของคนไทย 74% มองว่าส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ปรับพฤติกรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผลสำรวจจากมาร์เก็ตบัซซ์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยให้เห็นว่า ‘สิ่งแวดล้อม-มลภาวะ’ ยังคงเป็นความกังวลอันดับหนึ่งของประชาชน โดยครองแชมป์ปัญหาที่คนไทยกังวลมากที่สุดในปี 2567</strong></p>
<p><span id="more-26037"></span></p>
<p>การสำรวจนี้จัดทำต่อเนื่องทุกปีตั้งแต่ปี 2562 โดยสอบถามประชาชนไทยเกี่ยวกับ &#8220;<strong>5 อันดับแรกของความกังวลต่อสาธารณะ&#8221;</strong> โดยผลการสำรวจล่าสุดในปี 2567 มีผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 1,000 คน ในเดือนเมษายน 2567 พบว่า<strong> สิ่งแวดล้อมยังคงติดอันดับสิ่งที่คนไทยกังวลมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 30 ของผู้ตอบแบบสอบถาม</strong> รองลงมาคือเรื่องของค่าครองชีพ คิดเป็นร้อยละ 28 ของผู้ตอบแบบสอบถาม ซึ่งทั้งสองหัวข้อนี้ก็เป็นสิ่งที่คนไทยกังวลมากที่สุดจากการสำรวจในปี 2566 เช่นกัน โดยการสำรวจนี้อยู่ในบริบทที่เกี่ยวกับความกังวลหลักๆ ของประชาชนที่มีต่อประเทศ ซึ่งรวมถึงการทุจริตคอร์รัปชั่นของหน่วยงานรัฐ, งานสาธารณสุข, การจราจร, อาชญากรรมและสภาพเศรษฐกิจโดยรวม</p>
<p><strong>จากผลสำรวจปี 2567 ชี้ให้เห็นว่าความกังวลของคนไทยด้านสิ่งแวดล้อมยังทวีความรุนแรงขึ้น สูงถึงร้อยละ 74 และรู้สึกว่า สิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิต ซึ่งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 62 ในปี 2565 ยิ่งไปกว่านั้น ประชาชนร้อยละ 37 ยังมีความกังวลอีกว่า สภาพแวดล้อมจะเลวร้ายลงไปอีกในอีก 5 ปีข้างหน้า</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26041 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/Concern1.jpg" alt="" width="1200" height="679" /></p>
<p><strong>แม้จะมีความกังวล แต่กลับพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง</strong> ขณะที่พฤติกรรมที่ร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่พบมากที่สุด คือ ไม่สนับสนุนการซื้อขาย/บริโภคสินค้าของป่า ของลักลอบหรือผิดกฎหมาย (ร้อยละ 37) รองลงมาคือ การลดการใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (ร้อยละ 34) และการใช้ถุงและบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ (ร้อยละ 33) ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างจริงจังในการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งยังมีช่องว่างให้รณรงค์และส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างยั่งยืนต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26038 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/Marketbuzzz.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>มร.แกรนท์ บาร์โทลี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมาร์เก็ตบัซซ</strong> กล่าวว่า ในบรรดาความกังวลของประชาชนนั้น ปัญหาสิ่งแวดล้อม และค่าครองชีพที่สูงขึ้นยังคงเป็นความกังวลหลักของประเทศไทย แม้ว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมจะครองอันดับหนึ่ง แต่การเลือกใช้สินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวันกลับเป็นเรื่องที่ท้าทายมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องพยายามสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกเพื่อให้ประชาชนมีวิถีชีวิตที่ยั่งยืนมากขึ้น</p>
<p>ผลการสำรวจยังเผยว่า ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญมากขึ้นสำหรับภาคธุรกิจ โดยจะเห็นว่ามีบริษัทหรือองค์กรที่ให้ความร่วมมือและให้การสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมจำนวนมากขึ้น โดยในปีนี้ มีถึง 4 บริษัทที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นองค์กรที่ให้การสนับสนุนและมีส่วนร่วมเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมในระดับเกินกว่า 40% ได้แก่ ทรู, ปตท, ซัมซุง และเอไอเอส</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26042 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/Concern2.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p><strong>มร.แกรนท์ </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า &#8220;ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า คนไทยมีความคิดเห็นที่หลากหลายเกี่ยวกับผู้รับผิดชอบหลักในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ประชาชนคาดหวังให้รัฐบาลมีบทบาทสำคัญ แต่ในขณะเดียวกัน ประชาชนเองก็มีความรับผิดชอบร่วมด้วยเช่นกัน โดยคาดหวังให้ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม สิ่งที่ชัดเจนคือ คนไทยต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงและพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนั้น&#8221;</p>
<p>ผลการสำรวจยังระบุว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่คนไทยกังวลมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ภาวะโลกร้อน (ร้อยละ 30) มลภาวะทางอากาศ (ร้อยละ 27) และการเปลี่ยนแปลงของอากาศ/อุณหภูมิ (ร้อยละ 22) สำหรับสาเหตุของปัญหามลภาวะทางอากาศ คนไทยมีความเห็นที่หลากหลาย โดยสาเหตุ 5 อันดับแรก ได้แก่ ควันจากท่อไอเสียในการใช้รถยนต์ (ร้อยละ 30) การเผาขยะหรือผลิตผลทางการเกษตร (ร้อยละ 26) การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากโฟมหรือพลาสติก (ร้อยละ 23)  สารเคมีที่ใช้ในการก่อสร้าง รวมถึงฝุ่น ควันต่างๆ (ร้อยละ 22) และการเผาไหม้เชื้อเพลิง จากถ่านหิน น้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติ (ร้อยละ 21)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26040 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/tu.jpg" alt="" width="514" height="771" /></p>
<p><strong>ผศ.ดร.ประภาภรณ์ ติวยานนท์ มงคลวนิช คณบดีวิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</strong> กล่าวว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่คนไทยตระหนักถึงภัยคุกคามจากภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมลภาวะต่อชีวิตที่พวกเรากำลังเผชิญมากขึ้น แม้ว่าต้องเผชิญกับความท้าทายอื่นๆ อีกมากมายก็ตาม งานวิจัยส่วนใหญ่ของวิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะมุ่งเน้นไปที่การทำความเข้าใจ ความท้าทายต่างๆ ผ่านสาขาวิชาที่หลากหลายและมุ่งเน้นให้ความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนให้กับนักศึกษา ซึ่งจะเป็นผู้นำในอนาคตของประเทศไทย ให้พวกเขามีส่วนร่วมในการรณรงค์และผลักดันเรื่องสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน”</p>
<p><strong>ผศ.ดร.ประภาภรณ์ </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า &#8220;ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า แม้จะมีความตระหนักสูง แต่ยังคงมีช่องว่างระหว่างความตระหนักกับการลงมือปฏิบัติ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องแก้ไข เราควรพิจารณาแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมให้บุคคลและองค์กรต่างๆ เลือกทางเลือกที่ยั่งยืนได้อย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่สุดคือ ทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบในการปกป้องสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับนโยบายของภาครัฐ ดังนั้น ไม่สายเกินไปที่เราจะมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้ เราทุกคนจะได้รับประโยชน์ร่วมกัน ทั้งนี้ต่างฝ่ายควรทำหน้าที่ของตัวเองเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&#8221;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/marketbuzzz-release-thais-care-environmental-problem/">‘สิ่งแวดล้อม-มลภาวะ’ ครองแชมป์ความกังวลสูงสุดของคนไทย 74% มองว่าส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ปรับพฤติกรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SHEconomy เทรนด์ตัวแม่ โอกาสจากโลกเศรษฐกิจที่ถูกขับเคลื่อนด้วยผู้หญิง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/03/krungthai-compass-zoom-in-sheconomy-mega-global-trend/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Mar 2023 10:34:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Krungthai COMPASS]]></category>
		<category><![CDATA[Purchasing]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[SHEconomy]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[​เมกะเทรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจที่ถูกขับเคลื่อนโดยผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสทางธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17699</guid>

					<description><![CDATA[<p>SHEconomy หรือ เศรษฐกิจที่ถูกขับเคลื่อนโดยผู้หญิง เป็นอีกหนึ่งเมกะเทรนด์ที่กำลังมาแรง โดยคาดว่าในปี 2573 อำนาจการใช้จ่ายของผู้หญิงทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 63.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 1.8 ล้านล้านบาท) จากในปี 2565 อยู่ที่ 39.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 1.1 ล้านล้านบาท) หรือ ขยายตัวเฉลี่ยปีละราว 6%CAGR ทั้งนี้  เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจของโลก ทำให้ผู้หญิงกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่น่าจับตามอง ส่งผลให้หลายธุรกิจให้ความสนใจที่จะเจาะตลาดกลุ่มผู้หญิงมากขึ้น ข้อมูลจากบริษัท Accenture เผยว่า ผู้หญิงชาวจีนมีค่าใช้จ่ายในการบริโภคเฉลี่ยปีละ 10 ล้านล้านหยวน (50 ล้านล้านบาท) ซึ่งถือเป็นมูลค่าการบริโภคที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลก หรือเกือบเท่ากับตลาดค้าปลีกของประเทศอังกฤษ เยอรมนี และฝรั่งเศส รวมกัน ทำให้ตลาดสินค้าสำหรับผู้หญิงมีความน่าสนใจมากขึ้น ขณะที่ The Economist Intelligence Unit ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากสหรัฐฯ พบว่า กำลังซื้อของผู้หญิงทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตจากในปี 2557 ซึ่งอยู่ที่ 18 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดไปอยู่ที่ราว 46 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/krungthai-compass-zoom-in-sheconomy-mega-global-trend/">SHEconomy เทรนด์ตัวแม่ โอกาสจากโลกเศรษฐกิจที่ถูกขับเคลื่อนด้วยผู้หญิง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SHEconomy </strong>หรือ เศรษฐกิจที่ถูกขับเคลื่อนโดยผู้หญิง เป็นอีกหนึ่งเมกะเทรนด์ที่กำลังมาแรง โดยคาดว่าในปี 2573 อำนาจการใช้จ่ายของผู้หญิงทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 63.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 1.8 ล้านล้านบาท) จากในปี 2565 อยู่ที่ 39.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 1.1 ล้านล้านบาท) หรือ ขยายตัวเฉลี่ยปีละราว 6%CAGR</p>
<p><span id="more-17699"></span></p>
<p>ทั้งนี้  เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจของโลก ทำให้ผู้หญิงกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่น่าจับตามอง ส่งผลให้หลายธุรกิจให้ความสนใจที่จะเจาะตลาดกลุ่มผู้หญิงมากขึ้น</p>
<p>ข้อมูลจากบริษัท Accenture เผยว่า ผู้หญิงชาวจีนมีค่าใช้จ่ายในการบริโภคเฉลี่ยปีละ 10 ล้านล้านหยวน (50 ล้านล้านบาท) ซึ่งถือเป็นมูลค่าการบริโภคที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลก หรือเกือบเท่ากับตลาดค้าปลีกของประเทศอังกฤษ เยอรมนี และฝรั่งเศส รวมกัน ทำให้ตลาดสินค้าสำหรับผู้หญิงมีความน่าสนใจมากขึ้น</p>
<p>ขณะที่ The Economist Intelligence Unit ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากสหรัฐฯ พบว่า <strong>กำลังซื้อของผู้หญิงทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตจากในปี 2557 ซึ่งอยู่ที่ 18 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดไปอยู่ที่ราว 46 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2573 หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 6.0%  </strong>จากปัจจัยสนับสนุนคือ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17703 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/She-millenial.jpg" alt="" width="1200" height="543" /></p>
<p>1) ตลาดผู้หญิงในกลุ่ม Millennials ที่มีกำลังซื้อสูงและกล้าใช้จ่าย</p>
<p>โดย Populationpyramid ชี้ให้เห็นว่า ในปี 2565 ผู้หญิงในกลุ่ม Millennials หรือผู้หญิงที่อยู่ในช่วงวัยทำงาน (ช่วงอายุ 27-42 ปี) มีจำนวน 1,180 ล้านคน สัดส่วน 29.8% ของประชากรผู้หญิงทั้งโลก และคาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 1,511 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 35.5% ของประชากรผู้หญิงทั้งหมดของโลก ในปี 2573  ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพหนุนให้การใช้จ่ายโดยรวมของผู้หญิงทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น</p>
<p>เช่นเดียวกับผู้หญิงกลุ่ม Millennials ของไทยในปี 2565 อยู่ที่ราว 9.2 ล้านคน หรือคิดเป็น 25.0% ของประชากรผู้หญิงทั้งหมดของไทย และคาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 11.4 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 30.6% ของประชากรผู้หญิงทั้งหมดของไทย ในปี 2573</p>
<p>2) บทบาทของผู้หญิงที่เด่นชัดขึ้นในตลาดแรงงาน ทำให้สามารถสร้างรายได้ได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีต</p>
<p><strong>ปัจจุบันผู้หญิงมีโอกาสในการเข้าถึงทางการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น ส่งผลให้ผู้หญิงมีการเข้าสู่ตลาดแรงงานเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการทำงานในระดับบริหารที่นำมาซึ่งรายได้และอำนาจในการใช้จ่ายที่มากขึ้น </strong>สะท้อนจากผลการสำรวจของ Fortune 2022 ซึ่งเป็นนิตยสารธุรกิจชื่อดังระดับโลกจากประเทศสหรัฐฯ พบว่า จำนวนผู้หญิงที่ทำงานในระดับผู้บริหารของโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ ผลการศึกษาของของสำนักนโยบายและแผน สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์กรมหาชน) หรือ OKMD ที่คาดว่าในปี 2568 จะมีผู้ประกอบการที่เป็นผู้หญิงและสามารถสร้างงานใหม่ที่เกิดจากธุรกิจ SME กว่า 9.7 ล้านตำแหน่งทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลให้รายได้โดยรวมของผู้หญิงอยู่ที่ราว 34 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ และส่งผลต่อเนื่องไปสู่การจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มขึ้นไปอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17704 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ChairWomen.jpg" alt="" width="1000" height="782" /></p>
<p><a href="#_ftnref1" name="_ftn1"></a></p>
<p>3) ผู้หญิงมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจและกำหนดการจับจ่ายใช้สอยในครัวเรือนมากขึ้น</p>
<p><strong>ผู้หญิงเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญในการหารายได้เข้าสู่ครัวเรือนมากกว่าในอดีต อีกทั้งยังได้รับการยอมรับให้เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจและกำหนดการใช้จ่ายในครัวเรือน </strong>โดย​ Frost &amp; Sullivan พบว่า ผู้หญิงมีอำนาจในการตัดสินใจใช้จ่ายในครอบครัวมากถึง 85% ของรายได้ทั้งหมดของครอบครัว ขณะที่รายได้ของผู้หญิงทั่วโลกในปี 2565 อยู่ที่ราว 29.0 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ก็สามารถมีอำนาจในการใช้จ่ายซึ่งรวมไปถึงการใช้จ่ายทั้งหมดภายในครอบครัวอยู่ที่ราว 39.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดว่าในปี 2573 รายได้ของผู้หญิงทั่วโลกจะสูงไปถึง 46.0 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอำนาจการใช้จ่ายที่ราว 63.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17705 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/purchase-Power.jpg" alt="" width="1000" height="782" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17706 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/forcast-Purchase-.jpg" alt="" width="1000" height="799" /></p>
<p>ขณะที่ <strong>Krungthai COMPASS</strong> มองว่า สินค้าที่สามารถต่อยอดให้สอดรับกับเทรนด์ <strong>SHEconomy</strong> ได้เป็นกลุ่มแรกๆ ได้แก่ อาหารฟังก์ชันหรืออาหารเพื่อสุขภาพ  อาหารสัตว์เลี้ยง เครื่องประดับ และสมุนไพร พร้อมแนะนำให้ผู้ประกอบการไทย ศึกษาทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้หญิงที่ไม่หยุดนิ่ง เพื่อต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่สอดรับกับเทรนด์ ESG  โดยเฉพาะในตลาด E-Commerce  และให้ความสำคัญกับบริการหลังการขาย รวมทั้งสร้างความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญหรือ Startup ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสจาก เทรนด์ SHEconomy ดังกล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17707 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/total-Maket.jpg" alt="" width="1000" height="843" /></p>
<p>ซึ่งมีหนึ่งในข้อมูลสนับสนุนจาก Cotton Incorporated’s 2012 Environment (2012) พบว่า ผู้หญิงมีความเต็มใจจะจ่ายสำหรับสินค้าเสื้อผ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าผู้ชาย สอดคล้องกับผลการสำรวจจาก National survey (2022) ชี้ว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มการใช้จ่ายให้กับสินค้าหรือบริษัทที่มุ่งเน้นความยั่งยืน โดยเฉพาะผู้หญิงในกลุ่มอายุ 18-34 ปี</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/krungthai-compass-zoom-in-sheconomy-mega-global-trend/">SHEconomy เทรนด์ตัวแม่ โอกาสจากโลกเศรษฐกิจที่ถูกขับเคลื่อนด้วยผู้หญิง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คนไทย 80% เผชิญปัญหาสุขภาพจิต ทั้งเหงา ซึมเศร้า ไม่มั่นใจ นอนไม่หลับ ผู้บริโภคมองหาโซลูชั่นส์ด้าน Mental Health จากแบรนด์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/07/mintel-mental-health-thai-consumers-trend/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Jul 2022 11:09:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Brand]]></category>
		<category><![CDATA[Consumer Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[Mental Health]]></category>
		<category><![CDATA[Mintel]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[Trend]]></category>
		<category><![CDATA[การบำบัดผู้ป่วยซึมเศร้า]]></category>
		<category><![CDATA[ซึมเศร้า]]></category>
		<category><![CDATA[นอนไม่หลับ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาสุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[มินเทล]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัยผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[เครียด]]></category>
		<category><![CDATA[เหงา]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=13107</guid>

					<description><![CDATA[<p>Mintel (มินเทล)  เผยผลสำรวจผู้บริโภคชาวไทย ผ่านอินเตอร์เน็ต อายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 2,000 ราย ช่วงระยะ 6 เดือน ก่อนเดือนกุมภาพันธ์​  2565 พบว่า  ผู้บริโภคคนไทยประมาณ 8 ใน 10 ต่างประสบปัญหาทางด้านสุขภาพจิต โดยปัญหาที่พบ  3 ​อันดับแรก คือ  ความเครียด (46%) นอนไม่หลับ (32%) และวิตกกังวล (28%)​ ซึ่งสภาพจิตใจของคนไทยถดถอยลงจากผลกระทบที่ยืดเยื้อของสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งส่งผลให้พวกเขาเกิดความหงุดหงิดและความรู้สึกท้อแท้ นอกจากนี้ ผลวิจัยยังพบว่า ผู้บริโภคแต่ละเพศ และแต่ละช่วงวัยต่างเผชิญกับความท้าทายด้านสุขภาพจิตที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้ &#8211; Gen Z คือกลุ่มวัยที่รู้สึกโดดเดี่ยวที่สุด ผู้บริโภค Gen-Z โดยเฉพาะ ช่วงอายุระหว่าง 18-24 ปี จะกังวลต่อเรื่องของการทำงานและการเรียนมากถึง 48%  รวมทั้งปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นความท้าทายด้านสุขภาพจิต เช่น แรงกดดันจากเพื่อน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/mintel-mental-health-thai-consumers-trend/">คนไทย 80% เผชิญปัญหาสุขภาพจิต ทั้งเหงา ซึมเศร้า ไม่มั่นใจ นอนไม่หลับ ผู้บริโภคมองหาโซลูชั่นส์ด้าน Mental Health จากแบรนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>Mintel (มินเทล)  เผยผลสำรวจผู้บริโภคชาวไทย ผ่านอินเตอร์เน็ต อายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 2,000 ราย ช่วงระยะ 6 เดือน ก่อนเดือนกุมภาพันธ์​  2565 พบว่า  ผู้บริโภคคนไทยประมาณ 8 ใน 10 ต่างประสบปัญหาทางด้านสุขภาพจิต</p>
<p><span id="more-13107"></span></p>
<p>โดยปัญหาที่พบ  3 ​อันดับแรก คือ  ความเครียด (46%) นอนไม่หลับ (32%) และวิตกกังวล (28%)​ ซึ่งสภาพจิตใจของคนไทยถดถอยลงจากผลกระทบที่ยืดเยื้อของสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งส่งผลให้พวกเขาเกิดความหงุดหงิดและความรู้สึกท้อแท้</p>
<p>นอกจากนี้ ผลวิจัยยังพบว่า ผู้บริโภคแต่ละเพศ และแต่ละช่วงวัยต่างเผชิญกับความท้าทายด้านสุขภาพจิตที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>&#8211; Gen Z </strong><strong>คือกลุ่มวัยที่รู้สึกโดดเดี่ยวที่สุด</strong></p>
<p>ผู้บริโภค Gen-Z โดยเฉพาะ ช่วงอายุระหว่าง 18-24 ปี จะกังวลต่อเรื่องของการทำงานและการเรียนมากถึง 48%  รวมทั้งปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นความท้าทายด้านสุขภาพจิต เช่น แรงกดดันจากเพื่อน 33% และจากโซเชียลมีเดีย 25%  ทั้งยังพบว่า คนวัยนี้ยังมีความรู้สึกโดดเดี่ยวสูงกว่ากลุ่มอื่น ที่ระดับ 38% เมื่อเทียบกับกลุ่มคนที่อายุมากกว่า เช่น Millennials  (ตอนต้น ช่วงอายุ 32-40 ปี ) ที่รู้สึกโดดเดี่ยวราว 26%  และ Gen X ​(อายุ 41-56 ปี) ที่มีสัดส่วน 15%</p>
<p><strong>คุณวิลาสิณี  ศิริบูรณ์พิพัฒนา</strong> นักวิเคราะห์อาวุโสด้านการวิจัยไลฟ์สไตล์ ประจำ Mintel Reports Thailand กล่าวว่า มากกว่าหนึ่งในสามของผู้บริโภคชาวไทยรุ่นใหม่ในกลุ่มตัวอย่าง ระบุว่า พวกเขาขาดความมั่นใจในตนเอง และมีสภาวะทางจิตใจบางอย่าง เช่น การนับถือตนเองต่ำ อาการซึมเศร้า และความวิตกกังวล สภาวะเหล่านี้เกิดจากการสร้างภาพชีวิตที่ “สมบูรณ์แบบ” บนโซเชียลมีเดีย จากการได้เห็นบุคคลที่พวกเขาชื่นชอบ อินฟลูเอนเซอร์ หรือคนที่พวกเขารู้จักมีในสิ่งที่พวกเขาไม่มี ก่อให้เกิดความกดดันที่จะต้องใช้ชีวิตให้ได้ตามมาตรฐานที่ผู้อื่นวางไว้ แบรนด์ต่างๆ สามารถช่วยเหลือประชากรกลุ่มที่มีอายุน้อยนี้ได้ ด้วยแคมเปญที่ผลักดันและส่งเสริมให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกพึงพอใจในตนเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13109 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/Attitudes-towards-Mental-Health_Graph.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>ผู้หญิงเครียดกว่าผู้ชาย</strong></p>
<p>เกือบหนึ่งในสาม หรือ 31%​ ของผู้หญิงไทย ช่วงอายุ 18-34 ปี กล่าวว่า พวกเขารู้สึกหมดไฟ เมื่อเทียบกับชายในวัยเดียวกัน ที่มีความรู้สึกเช่นนี้ราว 17% เนื่องจาก ผู้หญิงให้ความสำคัญกับงาน/การศึกษา  ความไม่แน่นอนในการวางแผนอนาคต และสถานการณ์/ความรับผิดชอบทางการเงิน   จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตของผู้บริโภคกลุ่มนี้</p>
<p>“ผู้หญิงอายุ 18-34 ปี มีแนวโน้มที่จะต้องรับมือและรับผิดชอบกับงานบ้าน สร้างความมั่นคงในหน้าที่การงาน และคำนึงถึงการแต่งงานใช้ชีวิตคู่  เนื่องจากพวกเธอต้องการรักษาสมดุลในชีวิตและมีสุขภาพที่ดี ทั้งทางกายและทางใจ แบรนด์ต่าง ๆ สามารถวางผู้บริโภคกลุ่มนี้เป็นเป้าหมายได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่มีไลฟ์สไตล์ที่ยุ่งหรือวุ่นวายตลอดเวลา ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และการบริการที่จะช่วยบรรเทาความเครียดทางด้านจิตใจ และช่วยให้พวกเธอสามารถทำกิจกรรมเพื่อให้มีสุขภาพที่ดีได้” คุณไข่มุกกล่าวต่อ</p>
<p><strong>ทุกกลุ่มอายุมีปัญหาเรื่องนอนไม่หลับ</strong></p>
<p>ผลวิจัยยังระบุว่าการนอนหลับล้วนส่งผลต่อคนไทยไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุใด ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในชีวิตที่มีความตึงเครียดได้ โดยสำหรับในช่วงวัยต่าง ๆ แล้ว ประมาณ 35% ของ Gen Z และ Millennial จะมีอาการนอนไม่หลับ ในขณะที่ Gen X อยู่ที่ 28%</p>
<p>ผลที่ได้สะท้อนว่าไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุเท่านั้นที่ประสบปัญหานอนไม่หลับ แต่เป็นปัญหาของทุกวันโดยปัจจัยเหล่านี้อาจเกิดจาก มาตรการการอยู่บ้านทำให้ผู้คนไม่สามารถแยกชีวิตส่วนตัวกับชีวิตการทำงาน หรือการเรียนออกจากกันได้อย่างชัดเจน ทำให้เกิดความเครียดและนอนไม่หลับมากขึ้น</p>
<p><strong>ผู้บริโภคมองหาแบรนด์ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาด้านสุขภาพจิต</strong></p>
<p>ทั้งจากปัญหาเรื่องความกังวลต่อสุขภาพจิต หรือปัญหาการนอนไม่หลับ ทำให้แบรนด์ต่างๆ พยายามหานวัตกรรมหรือโซลูชันส์ที่เข้ามาช่วยแก้ Painpoint ดังกล่าว เช่น การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สามารถตรวจจับรูปแบบการนอน และให้ประโยชน์ด้านสุขภาพอื่นๆ ได้</p>
<p>แต่ถึงแม้ว่าจะมีคนไทยจำนวนมากขึ้นที่ประสบปัญหาสุขภาพจิต แต่การเข้าถึงบริการและข้อมูลด้านสุขภาพจิตยังไม่ดีมากนัก โดย​ 3 ใน 4 ​หรือ 76%​ มองว่า ควรจะมีการพูดคุยเรื่องสุขภาพจิตในพื้นที่สาธารณะให้มากขึ้นกว่าเดิม</p>
<p>“ผู้บริโภคมีความคาดหวังสูงขึ้นจากแบรนด์ ในการมีความเข้าใจเรื่องปัญหาสุขภาพจิต  และมองว่าแบรนด์จำเป็นต้องแสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจ และเข้าใจมิติทางด้านจิตใจของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ประกอบกับ​ความสำคัญของโซเชียลมีเดียที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้บริโภคส่วนใหญ่กว่า 3 ใน 4 จึงมองว่า ช่องทางดังกล่าวเป็นช่องทางที่เหมาะสมในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เล็งเห็นถึงคุณค่าทางด้านจิตใจ ​และหากแบรนด์ที่สามารถตอบโจทย์มิติเหล่านี้ได้ ก็จะเป็นแบรนด์ที่ได้ใจผู้บริโภคได้เพิ่มมากขึ้น&#8221;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/mintel-mental-health-thai-consumers-trend/">คนไทย 80% เผชิญปัญหาสุขภาพจิต ทั้งเหงา ซึมเศร้า ไม่มั่นใจ นอนไม่หลับ ผู้บริโภคมองหาโซลูชั่นส์ด้าน Mental Health จากแบรนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
