<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ภัยคุกคาม &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 30 Jun 2023 11:42:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ภัยคุกคาม &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ดร.ธรณ์ ชี้ ปีหน้าอุณหภูมิโลกสูงแตะ 1.5 องศา ครั้งแรก พร้อมเจอวิกฤต 2 เด้ง &#8216;โลกร้อน+เอลนีโญ&#8217; ​ส่งผลแปรปรวนหนักขึ้น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/thon-thamrongnawasawat-road-to-decarbonization-the-series/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Jun 2023 10:50:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[‘Road to Decarbonization the Series]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Markets Club]]></category>
		<category><![CDATA[WMO]]></category>
		<category><![CDATA[World Meteorological Organization]]></category>
		<category><![CDATA[คลับรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสี่ยงจากปัญหาโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยคุกคาม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อุณหภูมิโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เอลนีโญ]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19511</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมชั้นแนวหน้าของประเทศ ได้บรรยายในหัวข้อ  ‘Road to Decarbonization the Series’ โอกาสครบรอบ 2 ปี  Carbon Markets Club คลับรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจกแห่งแรกของประเทศไทย ​โดยได้กล่าวว่า องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO :  World Meteorological Organization )​​ ระบุว่า ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา คือ 8 ปีที่โลกมีอากาศร้อนทุบสถิติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในปีหน้าจะเป็นปีแรกที่อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นจนไปแตะระดับ​ 1.5 องศา เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ จะเกิดผลกระทบขึ้นแบบ Double Effects เนื่องจาก มีทั้งอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นถึง 1.5 องศา รวมทั้งยังเป็นปีที่จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่จะทำให้อากาศทั้งโลกเพิ่มสูงขึ้นและแห้งแล้งมากขึ้น ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือน ก.ค. 2566 นี้เป็นต้นไป และสถานการณ์จะถึงจุดสูงสุดราวเดือน ธ.ค. 2566 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/thon-thamrongnawasawat-road-to-decarbonization-the-series/">ดร.ธรณ์ ชี้ ปีหน้าอุณหภูมิโลกสูงแตะ 1.5 องศา ครั้งแรก พร้อมเจอวิกฤต 2 เด้ง &#8216;โลกร้อน+เอลนีโญ&#8217; ​ส่งผลแปรปรวนหนักขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์</strong> นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมชั้นแนวหน้าของประเทศ ได้บรรยายในหัวข้อ  ‘<strong>Road to Decarbonization the Series’</strong> โอกาสครบรอบ 2 ปี  Carbon Markets Club คลับรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจกแห่งแรกของประเทศไทย</p>
<p><span id="more-19511"></span></p>
<p>​โดยได้กล่าวว่า <strong>องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก </strong>(WMO :  World Meteorological Organization )​​ ระบุว่า ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา คือ 8 ปีที่โลกมีอากาศร้อนทุบสถิติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในปีหน้าจะเป็นปีแรกที่อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นจนไปแตะระดับ​ 1.5 องศา เป็นครั้งแรก</p>
<p>นอกจากนี้ จะเกิดผลกระทบขึ้นแบบ Double Effects เนื่องจาก มีทั้งอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นถึง 1.5 องศา รวมทั้งยังเป็นปีที่จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่จะทำให้อากาศทั้งโลกเพิ่มสูงขึ้นและแห้งแล้งมากขึ้น ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือน ก.ค. 2566 นี้เป็นต้นไป และสถานการณ์จะถึงจุดสูงสุดราวเดือน ธ.ค. 2566 &#8211; ม.ค. 2567 ​​ ทำให้เกิดความแปรปรวนด้านสภาพอากาศมากยิ่งขึ้น และจะเป็นครั้งแรกที่มนุษย์สามารถสัมผัสได้ถึงผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่แท้จริงอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม ซึ่งจะมีความรุนแรงมากกว่าสิ่งที่ทุกคนเคยสัมผัสในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19513 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Thon5.jpg" alt="" width="1057" height="678" /></p>
<p><em>&#8220;ปีหน้าจะเป็นปีที่ผู้คนบนโลกเห็นผลกระทบและความแปรปรวนของภาวะโลกร้อนที่ชัดเจนขึ้นจากการที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้นถึง 1.5 องศา เป็นครั้งแรก ก่อนที่อุณหภูมิจะลดระดับลง แต่ก็จะสูงขึ้นมาแตะระดับนี้ใหม่อีกครั้งด้วยความถี่ที่บ่อย​ครั้งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้โลกจะเกิดความแปรปรวนมากขึ้น ทั้งจากอุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น ภัยแล้ง ไฟป่าที่รุนแรงยิ่งขึ้นจนทำให้การลงทุนเพื่อดับไฟสูงมากจนไม่คุ้มทุนที่จะดำเนินการจนต้องปล่อยให้ไฟดับลงไปเอง ส่วนอากาศร้อนที่ผู้คนรู้สึกว่าร้อนแล้ว จะร้อนขึ้นเรื่อยๆ  และจะส่งผลกระทบมากกว่าที่หลายปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน&#8221; </em></p>
<p>ดังนั้น ​<strong>ความเสี่ยงจากปัญหาโลกร้อน จึงไม่ใช่แค่ความเสี่ยงในเรื่องของสภาพภูมิอากาศ หรือเป็นแค่ปัญหาในเรื่องของสิ่งแวดล้อมเท่าน้ัน แต่ถือว่าเป็นภัยคุกคาม และเป็นความเสี่ยงของทั้งภาคเศรษฐกิจ การดำเนินธุรกิจในทุกกลุ่ม รวมทั้งความเสี่ยงในการลงทุนด้วย โดยเฉพาะภาระต้นทุนทางด้านพลังงานที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 20-30% เป็นอย่างน้อย และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคตอีกด้วย </strong></p>
<p>นอกจากนี้  ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่ค่อนข้างมาก ​ซึ่งอาจะไม่ใช่ในมุมของผลกระทบต่อ GDP ของประเทศ แต่กระทบโดยตรงต่อผู้คนในท้องถิ่นที่​เลี้ยงชีวิตด้วยการทำมาหากินในพื้นที่ เช่น ชาวประมง ที่ไม่สามารถจับสัตว์น้ำในระยะชายฝั่งได้ เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้สัตว์ทะเลหนีไปอยู่ในที่ลึกและไกลขึ้น รวมทั้งยังมีปัญหาปะการังฟอกขาวซ้ำซ้อนและตายลงในบริเวณกว้าง ขณะที่ไฟป่าก็ทำลายพืชพรรณต่างๆ ในป่า ทำให้ชาวบ้านขาดรายได้ ซึ่งคนกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและอาจจะยังไม่มีความเข้าใจหรือตระหนักต่อปัญหาเหล่านี้ได้มากนัก</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-19515 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/thon3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><em>&#8220;ขณะที่บทบาทในการช่วยเหลือต้องดำเนินการ 3 ส่วนคือ ลด รับ และปรับตัว ซึ่งในแง่ของการ​ลด มีความคืบหน้าอย่างมากจากการที่หลายๆ องค์กรเริ่มประกาศเป้าหมาย Net Zero หรือมีการตั้งบอร์ด SD หรือกลุ่มต่างๆ เพื่อดูแลด้านความยั่งยืนมากขึ้น ส่วนการรับและปรับตัว ยังเกิดขึ้นเป็นส่วนน้อย เพราะต้องขับเคลื่อนในระดับประเทศ ที่ต้องประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน วิเคราะห์ผลกระทบ ภาวะปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และจะบริหารความเสี่ยงอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะในระดับพื้นที่ ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ยังขาดความรู้และความเข้าใจเรื่องเหล่านี้  ต้องเข้าไปสร้างความตื่นตัว รับรู้ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ​ซึ่งการช่วยเหลือในเรื่องเหล่านี้ ต้องทำมากกว่าแค่การช่วยเหลือแบบง่ายๆ อย่างการบริจาคเงิน หรือทำโครงการต่างๆ โดยไม่มีการดูแลติดตาม แต่ต้องเป็นการช่วยที่ต้องใช้ความพยายาม ​ใช้เวลา ด้วยการสร้างองค์ความรู้ การพัฒนาเครื่องมือหรือกลไกพัฒนาต่างๆ ไม่ใช่แค่เข้าไปช่วยแล้วจบ แต่เป็นการช่วยที่ท้าทายความสามารถของผู้ให้การช่วยเหลือ และถือเป็นภาระหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่ต้องให้ความสำคัญในเรื่องเหล่านี้เช่นกัน&#8221;</em></p>
<p>ภาพ  : Facebook Thon Thamrongnawasawat</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/thon-thamrongnawasawat-road-to-decarbonization-the-series/">ดร.ธรณ์ ชี้ ปีหน้าอุณหภูมิโลกสูงแตะ 1.5 องศา ครั้งแรก พร้อมเจอวิกฤต 2 เด้ง &#8216;โลกร้อน+เอลนีโญ&#8217; ​ส่งผลแปรปรวนหนักขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เด็กไทยกำลังเผชิญภัยคุกคามจากปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยน &#8220;อีสาน -ใต้&#8221; พื้นที่เปราะบาง ความเสี่ยงสูงที่สุดของประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/thai-children-high-risk-impacts-of-climate-change/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Apr 2023 09:45:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[TDRI]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[การประเมินผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมต่อเด็กในประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[คยองซอน คิม]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เปราะบาง]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยคุกคาม]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยคุกคามเด็กไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยพิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิเซฟ]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตสภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การยูนิเซฟประจำประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17997</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็กในประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงสูงต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ นครศรีธรรมราช และนราธิวาส   โดยรายงานการศึกษาล่าสุดของยูนิเซฟ &#8220;การประเมินผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมต่อเด็กในประเทศไทย&#8221; ซึ่งจัดทำโดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และเป็น​รายงานฉบับแรกในประเทศไทย ที่ศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อเด็กเป็นการเฉพาะ ได้ระบุว่า ภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อเด็กในประเทศไทย คือ ภัยน้ำท่วม ภัยแล้ง และอากาศร้อนจัด  ซึ่งอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ การแพร่กระจายของเชื้อโรค และความไม่มั่นคงทางอาหาร ปัญหาดังกล่าวเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพ พัฒนาการ และความเป็นอยู่ของเด็ก ซึ่งมีความเปราะบางต่อภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากพวกเขามีระบบภูมิคุ้มกันและระบบประสาทที่อ่อนแอกว่า อีกทั้งยังต้องพึ่งพิงผู้ใหญ่ในเรื่องความปลอดภัยและความเป็นอยู่โดยรวม คุณคยองซอน คิม ผู้อำนวยการ องค์การยูนิเซฟประจำประเทศไทย กล่าวว่า ทุกวันนี้เราเห็นผลกระทบของน้ำท่วม ภัยแล้ง ฝุ่นมลพิษ และสภาพอากาศร้อนจัดในประเทศไทยอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาวะทั้งทางร่างกายและจิตใจของเด็ก และกระทบต่อพัฒนาการของเด็กในระยะยาว ทำให้เด็กๆ เสี่ยงที่จะไม่สบาย ขาดเรียน หรือเข้าไม่ถึงบริการต่าง ๆ ที่จำเป็น ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ การขาดสารอาหาร ความเครียด และความตื่นตระหนก หรือแม้กระทั่งการเสียชีวิตได้ เราอาจพูดได้ว่าภาวะเหล่านี้กำลังพรากอนาคตของเด็กๆ ไป อย่างไรก็ตาม แม้เรื่องนี้จะเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อสิทธิเด็ก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/thai-children-high-risk-impacts-of-climate-change/">เด็กไทยกำลังเผชิญภัยคุกคามจากปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยน &#8220;อีสาน -ใต้&#8221; พื้นที่เปราะบาง ความเสี่ยงสูงที่สุดของประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เด็กในประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงสูงต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ได้แก่ <strong>จังหวัดอุบลราชธานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ นครศรีธรรมราช และนราธิวาส  </strong></p>
<p><span id="more-17997"></span></p>
<p>โดยรายงานการศึกษาล่าสุดของยูนิเซฟ &#8220;<strong>การประเมินผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมต่อเด็กในประเทศไทย</strong>&#8221; ซึ่งจัดทำโดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และเป็น​รายงานฉบับแรกในประเทศไทย ที่ศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อเด็กเป็นการเฉพาะ ได้ระบุว่า ภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อเด็กในประเทศไทย คือ ภัยน้ำท่วม ภัยแล้ง และอากาศร้อนจัด  ซึ่งอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ การแพร่กระจายของเชื้อโรค และความไม่มั่นคงทางอาหาร</p>
<p>ปัญหาดังกล่าวเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพ พัฒนาการ และความเป็นอยู่ของเด็ก ซึ่งมีความเปราะบางต่อภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากพวกเขามีระบบภูมิคุ้มกันและระบบประสาทที่อ่อนแอกว่า อีกทั้งยังต้องพึ่งพิงผู้ใหญ่ในเรื่องความปลอดภัยและความเป็นอยู่โดยรวม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-18002 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Unicef-Dek2.jpg" alt="" width="1200" height="809" /></p>
<p><strong>คุณคยองซอน คิม ผู้อำนวยการ องค์การยูนิเซฟประจำประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ทุกวันนี้เราเห็นผลกระทบของน้ำท่วม ภัยแล้ง ฝุ่นมลพิษ และสภาพอากาศร้อนจัดในประเทศไทยอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาวะทั้งทางร่างกายและจิตใจของเด็ก และกระทบต่อพัฒนาการของเด็กในระยะยาว ทำให้เด็กๆ เสี่ยงที่จะไม่สบาย ขาดเรียน หรือเข้าไม่ถึงบริการต่าง ๆ ที่จำเป็น ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ การขาดสารอาหาร ความเครียด และความตื่นตระหนก หรือแม้กระทั่งการเสียชีวิตได้ เราอาจพูดได้ว่าภาวะเหล่านี้กำลังพรากอนาคตของเด็กๆ ไป</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้เรื่องนี้จะเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อสิทธิเด็ก ซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่สุดต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ แต่กลับยังไม่ได้รับความสนใจและการแก้ไขเท่าที่ควร</p>
<p>ทั้งนี้ เด็กแต่ละกลุ่มกำลังเผชิญผลกระทบจากวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน โดยเด็กจากครอบครัวยากจน เด็กในชนบท เด็กพิการ และเด็กโยกย้ายถิ่นฐาน คือกลุ่มที่มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบมากที่สุด</p>
<p>ขณะที่รายงานของยูนิเซฟเมื่อปี 2564 จัดให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 50 จาก 163 ประเทศที่เด็กมีความเสี่ยงสูงสุดต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  นอกจากนี้ รายงาน <em>The Coldest Year of the Rest of their Lives: Protecting Children from the Escalating Impacts of Heatwaves </em>ของยูนิเซฟ ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ชี้ให้เห็นว่า ในปี 2563 เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ในประเทศไทย จำนวน 10.3 ล้านคน หรือ​กว่า​ 75% ของเด็กทั่วประเทศต้องเผชิญคลื่นความร้อนที่เกิดบ่อยครั้งขึ้น และหากยังไม่มีการดำเนินการอย่างจริงจัง เด็กเกือบทุกคนในประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากคลื่นความร้อนสูงบ่อยครั้งขึ้นและยาวนานขึ้นภายในปี 2593</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18003 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Unicef-Dek1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยยูนิเซฟได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวไว้ดังนี้</p>
<p><strong>1. นโยบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต้องให้ความสำคัญกับเด็ก </strong>โดยต้องคำนึงถึงความต้องการของเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ และต้องมีมาตรการที่จะปกป้องพวกเขาจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อม</p>
<p><strong>2. ส่งเสริมความตระหนักรู้ ความรู้ และทักษะเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการดูแลสิ่งแวดล้อมให้แก่เด็ก ซึ่งรวมถึงกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา</strong> เพื่อให้พวกเขาเข้าใจว่ากำลังได้รับผลกระทบอย่างไร และจะมีส่วนช่วยบรรเทาปัญหาได้อย่างไร</p>
<p><strong>3. เสริมสร้างความเข้มแข็งและความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในชุมชนที่มีความเสี่ยงสูง</strong> ผ่านการเสริมสร้างความรู้และทักษะเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสนับสนุนการเตรียมความพร้อม การป้องกัน และการตอบสนองต่อภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาระบบเตือนภัยและเฝ้าระวังที่มีประสิทธิผลและทันต่อเหตุการณ์ ที่ทุกคนรวมทั้งเด็กในกลุ่มเปราะบางที่สุด สามารถเข้าถึงและปฏิบัติตามได้ง่าย</p>
<p><strong>4. สร้างพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วม</strong> ในการแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับวิธีการป้องกันและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชนของตัวเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18000 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Unicef-Dek4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยช่วงที่ผ่านมาเริ่มเห็นเวทีเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น เช่น</p>
<p>-ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 27 หรือ COP 27 ที่จัดขึ้นในประเทศอียิปต์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2022 เด็กและเยาวชนมีบทบาทสำคัญมากขึ้น โดยเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้มีพาวิลเลียนและเวทีถกเถียงในประเด็นนี้เป็นของตัวเอง ที่ซึ่งพวกเขาได้เรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายและภาคธุรกิจเพิ่มความมุ่งมั่นและลงมือปฏิบัติอย่างแท้จริงเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลก</p>
<p>&#8211; ยูนิเซฟ ประเทศไทย เองก็ได้เปิดตัว <strong>U-Report</strong> ซึ่งเป็นแชทบอทในแอพพลิเคชัน LINE ในเดือน พ.ย. 2022 ​ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แบ่งปันแนวคิดและแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อพวกเขา และ​จากการสำรวจความคิดเห็นเยาวชนจำนวน 517 คน เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พบว่า เกินครึ่งหนึ่งของเยาวชนที่ตอบแบบสอบถามบอกว่าพวกเขามีความรู้แค่ระดับพื้นฐานหรือแทบไม่มีความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเลย โดย 63% บอกว่าพวกเขาไม่รู้ว่าจะต้องรับมือภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศอย่างไร</p>
<p>&#8211; ในปี 2566 นี้ คณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติจะให้ข้อคิดเห็นทั่วไป (General Comment no.26) ด้านสิทธิเด็กและสิ่งแวดล้อม โดยเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอ้างอิงจากเสียงของเด็กและเยาวชนในชุมชนต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ข้อคิดเห็นทั่วไปนี้มุ่งเน้นให้รัฐบาลทั่วโลกมีมาตรฐานสากลในการปกป้องสิทธิเด็กจากผลกระทบของวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/thai-children-high-risk-impacts-of-climate-change/">เด็กไทยกำลังเผชิญภัยคุกคามจากปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยน &#8220;อีสาน -ใต้&#8221; พื้นที่เปราะบาง ความเสี่ยงสูงที่สุดของประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มเซ็นทรัล ผนึกธุรกิจในเครือ ชวนทำดี ช่วยผู้ป่วยมะเร็ง ในโครงการ Women Cancer</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/08/central-group-women-cancer-2022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Aug 2022 13:04:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[central]]></category>
		<category><![CDATA[Central Food hall]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[CMG]]></category>
		<category><![CDATA[CRC]]></category>
		<category><![CDATA[CRG]]></category>
		<category><![CDATA[Robinson]]></category>
		<category><![CDATA[Seper sport]]></category>
		<category><![CDATA[The 1]]></category>
		<category><![CDATA[Tops]]></category>
		<category><![CDATA[Women Cancer 2022]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[ซีอาร์จี]]></category>
		<category><![CDATA[บริจาคเส้นผม]]></category>
		<category><![CDATA[บุษบา จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยคุกคาม]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็งเต้านม]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล  เรสตอรองส์ กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล รีเทล]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัลกรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัลพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[เดอะวัน]]></category>
		<category><![CDATA[เพาเวอร์บาย]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Women Cancer]]></category>
		<category><![CDATA[ไทวัสดุ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=13191</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติพบว่า โรคมะเร็งเต้านม พบมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิง และมีผู้เสียชีวิตราว 4,800 คนต่อปี แต่หากตรวจพบไว รีบเข้าสู่กระบวนการรักษา จะลดโอกาสการเสียชีวิตได้ กลุ่มเซ็นทรัล  จึงมีความมุ่งมั่นเพื่อการรณรงค์ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งที่ขาดโอกาสทางการรักษา ให้เข้าถึงการรักษา ผ่าน โครงการ Women Cancer  ด้วยการเชิญชวนผู้สนใจสมทบทุนจัดซื้อ “เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์” ผ่านแคมเปญการตลาด หรือกล่องรับบริจาคภายในศูนย์การค้าและห้างร้านในเครือ ตั้งแต่วันนี้  ถึง 31 ต.ค. 65 คุณบุษบา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัล ผนึกกำลังบริษัทในเครือ ได้แก่ เซ็นทรัล รีเทล, เซ็นทรัลพัฒนา, เซ็นทรัล  เรสตอรองส์ กรุ๊ป,  และ เดอะวัน  ออกแคมเปญการตลาด Women Cancer 2022  เพื่อนำรายได้จากการจำหน่ายสินค้าจากเครือ ร่วมสมทบทุนจัดซื้อ เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อช่วยในการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งสำหรับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์  ตั้งแต่ 1 สิงหาคม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/central-group-women-cancer-2022/">กลุ่มเซ็นทรัล ผนึกธุรกิจในเครือ ชวนทำดี ช่วยผู้ป่วยมะเร็ง ในโครงการ Women Cancer</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติพบว่า โรคมะเร็งเต้านม พบมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิง และมีผู้เสียชีวิตราว 4,800 คนต่อปี แต่หากตรวจพบไว รีบเข้าสู่กระบวนการรักษา จะลดโอกาสการเสียชีวิตได้</p>
<p><span id="more-13191"></span></p>
<p>กลุ่มเซ็นทรัล  จึงมีความมุ่งมั่นเพื่อการรณรงค์ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งที่ขาดโอกาสทางการรักษา ให้เข้าถึงการรักษา ผ่าน <strong><em>โครงการ </em></strong><strong><em>Women Cancer</em></strong><em>  </em>ด้วยการเชิญชวนผู้สนใจสมทบทุนจัดซื้อ<strong> “เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์” ผ่านแคมเปญการตลาด หรือกล่องรับบริจาคภายในศูนย์การค้าและห้างร้านในเครือ ตั้งแต่วันนี้  ถึง </strong><strong>31 </strong><strong>ต</strong><strong>.</strong><strong>ค</strong><strong>. 65 </strong></p>
<p><strong>คุณบุษบา จิราธิวัฒน์ </strong>รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า <strong>กลุ่มเซ็นทรัล</strong> ผนึกกำลังบริษัทในเครือ ได้แก่ <strong>เซ็นทรัล รีเทล</strong>, <strong>เซ็นทรัลพัฒนา</strong>, <strong>เซ็นทรัล  เรสตอรองส์ กรุ๊ป</strong>,  และ <strong>เดอะวัน</strong>  ออกแคมเปญการตลาด <strong>Women Cancer 2022</strong>  เพื่อนำรายได้จากการจำหน่ายสินค้าจากเครือ ร่วมสมทบทุนจัดซื้อ <strong>เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ </strong>เพื่อช่วยในการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งสำหรับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์  ตั้งแต่ 1 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2565</p>
<p>ให้รายละเอียดเพิ่มเติม ถึงเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ขอเชิญชวนร่วมสมทบทุนจัดซื้อ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; เครื่องอัลตร้าซาวนด์เคลื่อนที่ </strong>มอบให้กับมูลนิธิถันยรักษ์ฯ</p>
<p><strong>&#8211; เครื่องติดตามสัญญาณชีพและการทำงานของหัวใจ</strong>, <strong>เครื่องควบคุมการให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ</strong> มอบให้กับศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลนครพิงค์</p>
<p><strong>&#8211; เครื่องตรวจและวิเคราะห์การทำงานของหัวใจ </strong>มอบให้กับโรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13193 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/CG-Cancer2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ สำหรับผู้สนใจต้องการ​ <strong>​บริจาคเส้นผม </strong>เพื่อคืนความมั่นใจให้ผู้ป่วยมะเร็งที่รักษาด้วยเคมีบำบัด ซึ่งมักมีผลข้างเคียงคือเส้นผมหลุดร่วง สามารถตัดผมสำหรับการบริจาค ส่งไปได้ที่​ <strong>“มูลนิธิจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่” </strong>เพื่อนำไปจัดทำ <strong>วิกผมแท้ </strong>สำหรับมอบให้กับหน่วยเคมีบำบัด โรงพยาบาลศิริราชต่อไป หรือสามารถ <strong>ร่วมสมทบทุนเพื่อทำวิกผม</strong> <strong>ผ่านกล่องบริจาคในร้าน Cut &amp; Curl &#8211; </strong><strong>คัท แอนด์ เคิร์ล จำนวน </strong><strong>6</strong><strong> สาขา ทั่วประเทศ ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล </strong> ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์ , เซ็นทรัล พระราม 2, เซ็นทรัล พระราม 9, เซ็นทรัล เวสต์เกต, เซ็นทรัล  อีสต์วิลล์, เซ็นทรัล ลาดพร้าว</p>
<p>สำหรับการจัดโปรโมชั่นของธุรกิจในเครือ เพื่อให้การสนับสนุนแคมเปญดังกล่าว ประกอบด้วย  (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่แต่ละแบรนด์กำหนด)  ได้แก่</p>
<p><strong>1. เซ็นทรัลและโรบินสัน</strong> มอบเงินบริจาคจากยอดขายในแคมเปญ MOM Campaign (เฉพาะแบรนด์ที่เข้าร่วมรายการ)</p>
<p><strong>2. ซูเปอร์สปอร์ต</strong> ทุกการซื้อสินค้าแบรนด์ S Sport ของผู้หญิง 1 ชิ้น  ทาง Supersports มอบเงินบริจาค 10 บาท</p>
<p><strong>3. ซีเอ็มจี</strong> ทุกการซื้อ Dyson Supersonic ที่ร่วมรายการ ใน Dyson Demo Store สาขาเซ็นทรัลเวิลด์, สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว เท่ากับบริจาค 100 บาท</p>
<p><strong>4. ท็อปส์</strong><strong>, </strong><strong>เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ </strong>ทุกการซื้อน้ำแร่ Solan de Cabras 1 ขวด มอบเงินบริจาค 5 บาท</p>
<p><strong>5. เพาเวอร์บาย</strong> เมื่อซื้อเครื่องซักผ้าฝาหน้าทุกรุ่น ที่ Power Buy ร่วมสมทบทุน 10 บาท</p>
<p><strong>6. ไทวัสดุ</strong> เมื่อซื้อสินค้าครบทุก 5,000 บาท ต่อใบเสร็จ ไทวัสดุร่วมมอบ 10 บาท</p>
<p><strong>7. ซีอาร์จี</strong> มอบเงินบริจาคสูงสุด 10 บาท ของยอดขายตามเมนูที่กำหนด จาก 12 แบรนด์ในเครือ ได้แก่ Yoshinoya, Pepper Lunch, Katsuya, Thai Terrace, AroiDee, Chabuton, Arigato, Ootoya, Tenya, Shinkanzen Sushi, Brown Café, Salad Factory</p>
<p><strong>8. The 1</strong> (เดอะวัน) บริจาคคะแนน เริ่มต้นที่ 10 point (800 point = 100 บาท)</p>
<p><strong>9. กล่องรับบริจาค</strong> บริเวณจุดแลกซื้อ, จุดประชาสัมพันธ์ หรือจุดชำระเงิน ในห้างร้านของเครือ กลุ่มเซ็นทรัล เช่น <strong>บีทูเอส</strong><strong>, </strong><strong>ออฟฟิศเมท</strong> หรือ <strong>ศูนย์การค้าเซ็นทรัล</strong> กว่า 225 จุดทั่วประเทศ</p>
<p><strong>10. บริจาคออนไลน์</strong> ผ่านเว็บไซต์ <strong>https://www.tham-dee.com/women-cancer-2022</strong></p>
<p>ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดโครงการ Women Cancer ทาง เฟสบุ๊ค CENTRAL GROUP หรือโซเชียลมีเดียของธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13194 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/CG-Cancer3.jpg" alt="" width="1080" height="1080" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/central-group-women-cancer-2022/">กลุ่มเซ็นทรัล ผนึกธุรกิจในเครือ ชวนทำดี ช่วยผู้ป่วยมะเร็ง ในโครงการ Women Cancer</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
