<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%87%E0%B8%A1-%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%84/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 14 Mar 2023 10:42:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค ส่งซีรีส์ฉลากสินค้าที่ยั่งยืน ผ่านโซลูชันฟิล์มชนิดบางประสิทธิภาพสูง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/03/upm-raflatac-labeling-a-smarter-future-beyond-fossils/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 10:42:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-friendly Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Label]]></category>
		<category><![CDATA[labeling a smarter future beyond fossils]]></category>
		<category><![CDATA[Lite film labelling solutions]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชั่นฟิล์มชนิดบาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17622</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับทางเลือกในการบริโภคเพื่อความยั่งยืนมากขึ้น โดยพบว่า ผู้บริโภค 77% มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการซื้อสินค้าของพวกเขา และ 64% ยินดีที่จะจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่ยั่งยืน (อ้างอิง : GreenPrint’s 2022 Business of Sustainability Index )  รวมไปถึงการยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่ม สำหรับสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนด้วย ส่งผลให้เจ้าของแบรนด์ต่างๆ ​จำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจ ทั้งมิติในเรื่องสภาพภูมิอากาศ หรือแนวทางในการใช้พลังงานหมุนเวียน รวมถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนให้มากขึ้น ​ซึ่งรวมไปถึงการพัฒนาฉลากสินค้าให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย เนื่องจากฉลากสินค้าถือเป็นส่วนหนึ่งของบรรจุภัณฑ์เช่นกัน ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค จึงมุ่งมั่นการพัฒนาฉลากสินค้าที่ยั่งยืน ตามสโลแกน​ labeling a smarter future beyond fossils ​เพื่อนำเสนอทางเลือกที่ช่วยสนับสนุนให้อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และเจ้าของแบรนด์ต่างๆ เปลี่ยนมาใช้วัสดุทางเลือก ที่มีความยั่งยืนมากขึ้น พร้อมเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจด้วย โดยหนึ่งใน​โซลูชันสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาจากยูพีเอ็ม ราฟลาแทค  เพื่อมีส่วนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ การพัฒนาโซลูชั่นฟิล์มชนิดบาง (Lite film labelling solutions) เป็นหนึ่งทางเลือกเพื่อสนับสนุนให้แบรนด์มุ่งสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน จากการลดปริมาณและ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โซลูชันฟิล์มชนิดบางนี้ สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  (Carbon footprint) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/upm-raflatac-labeling-a-smarter-future-beyond-fossils/">ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค ส่งซีรีส์ฉลากสินค้าที่ยั่งยืน ผ่านโซลูชันฟิล์มชนิดบางประสิทธิภาพสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับทางเลือกในการบริโภคเพื่อความยั่งยืนมากขึ้น โดยพบว่า ผู้บริโภค 77% มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการซื้อสินค้าของพวกเขา และ 64% ยินดีที่จะจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่ยั่งยืน (อ้างอิง : GreenPrint’s 2022 Business of Sustainability Index )  รวมไปถึงการยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่ม สำหรับสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนด้วย</p>
<p><span id="more-17622"></span></p>
<p>ส่งผลให้เจ้าของแบรนด์ต่างๆ ​จำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจ ทั้งมิติในเรื่องสภาพภูมิอากาศ หรือแนวทางในการใช้พลังงานหมุนเวียน รวมถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนให้มากขึ้น ​ซึ่งรวมไปถึงการพัฒนาฉลากสินค้าให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย เนื่องจากฉลากสินค้าถือเป็นส่วนหนึ่งของบรรจุภัณฑ์เช่นกัน</p>
<p><strong>ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค</strong> จึงมุ่งมั่นการพัฒนาฉลากสินค้าที่ยั่งยืน ตามสโลแกน​ <strong>labeling a smarter future beyond fossils</strong> ​เพื่อนำเสนอทางเลือกที่ช่วยสนับสนุนให้อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และเจ้าของแบรนด์ต่างๆ เปลี่ยนมาใช้วัสดุทางเลือก ที่มีความยั่งยืนมากขึ้น พร้อมเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจด้วย</p>
<p>โดยหนึ่งใน​โซลูชันสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาจากยูพีเอ็ม ราฟลาแทค  เพื่อมีส่วนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ การพัฒนา<strong>โซลูชั่นฟิล์มชนิดบาง (Lite film labelling solutions)</strong> เป็นหนึ่งทางเลือกเพื่อสนับสนุนให้แบรนด์มุ่งสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน จากการลดปริมาณและ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17675 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/pack-food5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โซลูชันฟิล์มชนิดบางนี้ สามารถช่วย<strong>ลด</strong><strong>การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  (</strong><strong>Carbon footprint)</strong> จากออกแบบเพื่อให้ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุด โดยการเลือกใช้วัสดุที่บางลงแต่ยังคงคุณภาพไว้ ทั้งประสิทธิภาพในการใช้งาน และประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อเทียบกับฟิล์มรุ่นปกติที่หนากว่า เนื่องจากใช้วัตถุดิบฟอสซิลและพลังงานในการผลิตที่น้อยกว่า</p>
<p>โซลูชันฟิล์มชนิดบางยังช่วย<strong>เพิ่ม</strong><strong>ประสิทธิภาพใน</strong><strong>การผลิต</strong> ลดระยะเวลาในการสั่งและรอสินค้า จากการลดความถี่และระยะเวลาในการหยุดเครื่องเพื่อเปลี่ยนม้วนระหว่างการผลิต ​ทำให้ผลิตสินค้าได้ตามเป้าหมาย นอกจากนี้ ยังช่วย<strong>เพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน </strong>เพราะช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างในห้องเก็บของเพื่อใช้ในการเก็บวัสดุอื่นๆ และสินค้าที่ผลิตเสร็จแล้ว ทั้งยังลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์และการขนส่งได้ จากการใช้ฟิล์มฉลากสินค้าที่บางลง จึงได้ม้วนที่ยาวขึ้น นอกเหนือจากนั้น ฉลากอาหารในโซลูชันฟิล์มชนิดบางของยูพีเอ็ม ราฟลาแทค ยัง<strong>สอดคล้องตามข้อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร</strong>อีกด้วย</p>
<p>นวัตกรรมใหม่นี้สามารถนำไปใช้งานกับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย หนึ่งในตัวอย่างคือ <strong>PE 65</strong> ฟิล์มชนิดที่มีความยืดหยุ่นสูง รุ่นที่บางที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ฟิล์ม PE สำหรับทำฉลากสินค้าของยูพีเอ็ม ราฟลาแทค โดยฟิล์มที่บางกว่ารุ่นมาตรฐาน PE 85 นี้ มีความยืดหยุ่นตัวสูง และต้านทานน้ำ น้ำมัน และสารเคมีได้ดี ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับบรรจุภัณฑ์ หรือหลอดที่มีการบีบใช้งาน ในกลุ่มสินค้า สำหรับของใช้ภายในบ้านหรือของใช้ส่วนบุคคลก็ได้เช่นกัน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-17672 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/pack-food2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ฟิล์มชนิดบางคือ <strong>Raflex Pro</strong> ที่รวมเอาคุณสมบัติการใช้งานที่ดีเยี่ยมของฟิล์ม PE และ PP ไว้ด้วยกัน เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการทั้งความยืดหยุ่น และรูปลักษณ์ที่ดึงดูดใจบนชั้นวางสินค้า <strong>Raflex Pro</strong> มีคุณสมบัติด้านความยืดหยุ่นเช่นเดียวกับฟิล์ม PE เหมาะสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่มีความโค้งมน และบรรจุภัณฑ์ที่มีการบีบใช้งาน โดยยังมีความใสมากเหมือนกับฟิล์ม PP ซึ่ง Raflex Pro ยังมีความบางมากเป็นพิเศษ จึงช่วยเพิ่มกำลังการผลิตได้ เพราะมีจำนวนฉลากต่อม้วนเพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถช่วยลดระยะเวลาหยุดเครื่องระหว่างการผลิตเพื่อเปลี่ยนม้วนฟิล์ม โดยเพิ่มกำไรให้กับกระบวนการผลิตฉลาก และขั้นตอนการติดฉลาก รวมทั้งลดภาระด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างมาก</p>
<p>กลุ่มผลิตภัณฑ์ <strong>PE Lite</strong> ถือเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน ที่จะช่วยให้ผู้ผลิตฉลาก สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์สินค้าที่ต้องการวัสดุที่ยั่งยืนได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อเลือกใช้ฟิล์ม PE Lite ที่มีความบางกว่าฟิล์ม PE แบบเดิม เจ้าของแบรนด์สินค้าก็สามารถเป็นผู้นำ ด้านฉลากสินค้าที่ยั่งยืนได้ โดยช่วยสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ไปพร้อมกับเพิ่มกำลังการผลิต</p>
<p>เมื่อนำมาใช้งานร่วมกับกาว RP37 และกระดาษรองหลังที่ได้มาตรฐาน FSC<sup>TM</sup> (FSC-C012530) จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ สำหรับการบรรจุอาหาร ของใช้ภายในบ้าน และของใช้ส่วนบุคคล โดยฟิล์ม PE Lite ของยูพีเอ็ม ราฟลาแทคจะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ พร้อมตอบสนองอุปสงค์ของตลาดที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นในเรื่องการลดการใช้ทรัพยากร</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-17673 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/pack-food3.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>อีกหนึ่งตัวอย่างคือผลิตภัณฑ์ <strong>PP Food</strong> ของยูพีเอ็ม ราฟลาแทค ที่ช่วยให้การตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ฉลาก ที่ปลอดภัยและยั่งยืนได้ง่ายขึ้น ด้วย<strong>การเคลือบผิววัสดุเกรดสำหรับอาหาร</strong> จึงสามารถใช้งานได้อย่าง สอดคล้องตามมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร มีประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ในการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งยังช่วยลดความจำเป็นด้านคลังเก็บสินค้าและทำให้กระบวนการพิมพ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีโซลูชันฟิล์มชนิดบางที่มีประสิทธิภาพสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารอื่น ๆ อีก เช่น <strong>Polyprint lite</strong> ซึ่งใช้ร่วมกับกาว RH9S โดยพื้นผิวของ Polyprint lite มีลักษณะมันเงาและรองรับการพิมพ์ด้วยเครื่องอิงค์เจ็ต ได้อย่างดีเยี่ยม มีความเสถียร มีขนาดคงที่ และรูปลักษณ์ที่สวยงาม พร้อมคุณสมบัติความทนทานเป็นเลิศ และต้านทานทั้งความชื้น น้ำ ไขหรือน้ำมัน ซึ่งทำให้ฟิล์มชนิดนี้เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับบรรจุภัณฑ์อาหาร</p>
<p>การเปลี่ยนวัสดุจากชนิดหนึ่งมาเป็นอีกชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะจากชนิดหนามาเป็นชนิดบาง อาจพบปัญหาได้ สำหรับโรงพิมพ์ และเจ้าของแบรนด์ แต่โซลูชั่นฟิล์มชนิดบางของยูพีเอ็ม ราฟลาแทค มีประสิทธิภาพ การใช้งานที่เชื่อถือได้ในหลากหลายการใช้งาน ช่วยสร้างความยั่งยืนไปพร้อมกับรักษามาตรฐานคุณภาพระดับสูงของแบรนด์เอาไว้ ด้วยการทำให้ทุกขั้นตอนในวงจรการผลิตมีความยั่งยืน ทำให้ยูพีเอ็ม ราฟลาแทคสามารถนำเสนอโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไปพร้อมกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17676 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/pack-food6.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค จึงขอเชิญชวนผู้ผลิตฉลากสินค้า เจ้าของแบรนด์ ซัพพลายเออร์วัตถุดิบ และผู้มีอิทธิพล ทางความคิดต่าง ๆ ร่วมมือกัน เพื่อเปลี่ยนนวัตกรรมให้กลายเป็นโซลูชันชั้นเยี่ยม และเพิ่มโอกาสการแข่งขัน เราจะสามารถบรรลุถึงเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ยอดเยี่ยมได้ก็ด้วยความร่วมมือกันเท่านั้น และการผนึก กำลังของเหล่าพันธมิตรผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความมุ่งมั่นคือแนวทางเดียวที่เราจะสามารถนำพาโลกของเราไปสู่ future beyond fossil ได้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/upm-raflatac-labeling-a-smarter-future-beyond-fossils/">ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค ส่งซีรีส์ฉลากสินค้าที่ยั่งยืน ผ่านโซลูชันฟิล์มชนิดบางประสิทธิภาพสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Ocean Action Label ฉลากรักษ์โลก ผลิตจากขยะทะเล ในระยะ 50 กม. จากชายฝั่ง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/06/ocean-action-label-from-plastic-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Jun 2022 09:57:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Label]]></category>
		<category><![CDATA[Ocean Action Label]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[UPM Raflatac]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Plastics Oceans]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=12529</guid>

					<description><![CDATA[<p>ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค ผู้นำทางด้านการผลิตฉลากสินค้าแนวใหม่ที่ยั่งยืน เปิดตัว Ocean Action Label  ฉลากสินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน เพื่อต่อสู้กับมลพิษจากพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่งทะเลเป็นครั้งแรกของโลก ทั้งนี้ มีข้อมูลว่า มลพิษจากพลาสติกจำนวนมหาศาลถูกทิ้งลงในมหาสมุทรของเราทุกวัน โดยแต่ละปีมีปริมาณพลาสติกเพิ่มขึ้นเกือบ 13 ล้านตันต่อปี หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% ทุกปี  หากจะให้เห็นภาพที่ชัดขึ้น คือ การที่มีรถบรรทุกขยะพลาสติกมาเต็มคันรถแล้วเทลงไปในทะเลทุกนาที และหากไม่หยุดยั้ง คาดว่าในปี 2593 จะมีปริมาณขยะพลาสติกมากกว่าปลาในทะเลเสียอีก ประกอบกับ พื้นที่ของมหาสมุทรครอบคลุมพื้นผิวโลกถึงกว่า 71% การปกป้องมหาสมุทร จึงเป็นการปกป้องระบบนิเวศ ธรรมชาติ และโลกทั้งใบด้วยเช่นกัน จึงจำเป็นต้องมีหาทางป้องกันการการรั่วไหลของขยะพลาสติกลงสู่มหาสมุทรตั้งแต่ต้นทาง นำมาสู่การต่อยอดการกำจัดขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่งทะเล ด้วยการนำมาผลิตเป็น Ocean Action Label ​โดยวิธีการจัดการขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่งทะเล (Ocean Bound Plastic, OBP)  ในระยะ 50 กม.  และการรับรองมาตรฐานขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่งทะเล (OBPCert.) ได้ให้คำจำกัดความว่า “มีความเสี่ยงที่จะลอยสู่ทะเล” โดยนวัตกรรมวัสดุฉลากสินค้าชนิดใหม่นี้เกิดจากความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดของพันธมิตรในห่วงโซ่คุณค่าของผลิตภัณฑ์ โดยมีการคาดการณ์ว่า ขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่งทะเลมีจำนวนมากถึง 80% ของจำนวนขยะพลาสติกทั้งหมดในทะเล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/ocean-action-label-from-plastic-waste/">Ocean Action Label ฉลากรักษ์โลก ผลิตจากขยะทะเล ในระยะ 50 กม. จากชายฝั่ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค</strong> ผู้นำทางด้านการผลิตฉลากสินค้าแนวใหม่ที่ยั่งยืน เปิดตัว Ocean Action Label  ฉลากสินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน เพื่อต่อสู้กับมลพิษจากพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่งทะเลเป็นครั้งแรกของโลก</p>
<p><span id="more-12529"></span></p>
<p>ทั้งนี้ มีข้อมูลว่า มลพิษจากพลาสติกจำนวนมหาศาลถูกทิ้งลงในมหาสมุทรของเราทุกวัน โดยแต่ละปีมีปริมาณพลาสติกเพิ่มขึ้นเกือบ 13 ล้านตันต่อปี หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% ทุกปี  หากจะให้เห็นภาพที่ชัดขึ้น คือ การที่มีรถบรรทุกขยะพลาสติกมาเต็มคันรถแล้วเทลงไปในทะเลทุกนาที และหากไม่หยุดยั้ง คาดว่าในปี 2593 จะมีปริมาณขยะพลาสติกมากกว่าปลาในทะเลเสียอีก ประกอบกับ พื้นที่ของมหาสมุทรครอบคลุมพื้นผิวโลกถึงกว่า 71% การปกป้องมหาสมุทร จึงเป็นการปกป้องระบบนิเวศ ธรรมชาติ และโลกทั้งใบด้วยเช่นกัน จึงจำเป็นต้องมีหาทางป้องกันการการรั่วไหลของขยะพลาสติกลงสู่มหาสมุทรตั้งแต่ต้นทาง</p>
<p>นำมาสู่การต่อยอดการกำจัดขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่งทะเล ด้วยการนำมาผลิตเป็น Ocean Action Label ​โดยวิธีการจัดการขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่งทะเล (Ocean Bound Plastic, OBP)  ในระยะ 50 กม.  และการรับรองมาตรฐานขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่งทะเล (OBPCert.) ได้ให้คำจำกัดความว่า “มีความเสี่ยงที่จะลอยสู่ทะเล” โดยนวัตกรรมวัสดุฉลากสินค้าชนิดใหม่นี้เกิดจากความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดของพันธมิตรในห่วงโซ่คุณค่าของผลิตภัณฑ์</p>
<p>โดยมีการคาดการณ์ว่า ขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่งทะเลมีจำนวนมากถึง 80% ของจำนวนขยะพลาสติกทั้งหมดในทะเล แต่ปัจจุบันมีขยะพลาสติกแค่ประมาณ 10% เท่านั้นที่ได้รับการรีไซเคิล ​ส่วนที่เหลือได้ถูกฝังกลบ เผา และกระจายออกไปสู่ธรรมชาติหรือทะเล การสร้างตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ทำจากขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่งทะเล เป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ องค์การสหประชาชาติเล็งเห็นถึงความจำเป็นที่มากขึ้นของการรีไซเคิลขยะพลาสติก และได้ร่างสนธิสัญญาโลก เพื่อจัดการมลพิษพลาสติกในปี 2564 เพื่อหาวิธีการที่ยังยืน และเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์มากขึ้นในการรีไซเคิลขยะพลาสติกที่เกิดจากผู้บริโภค</p>
<p><strong>Eliisa Laurikainen</strong> ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ของยูพีเอ็ม ราฟลาแทค กล่าวว่า “Ocean Action Label คือนวัตกรรมวัสดุฉลากสินค้าชนิดใหม่ล่าสุดของ beyond fossil journey ไม่เพียงแต่จะช่วยป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกออกไปสู่ทะเล แต่นวัตกรรมนี้ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้เจ้าของแบรนด์บรรลุเป้าหมายในการใช้บรรจุภัณฑ์จากวัสดุรีไซเคิลอีกด้วย Ocean Action Label นั้นง่ายต่อการใช้งาน และสามารถทดแทนที่วัสดุเดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติม ผลิตขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องสำอางโดยเฉพาะ และวัสดุนี้มีประสิทธิภาพเหมือนกันกับฉลากสินค้าทั่วไปที่ทำจากวัสดุ fossil-based ซึ่งเหมาะสำหรับใช้กับสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) เช่น ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม&#8221;​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12530 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Label-Ocean1.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p>สำหรับวิธีการผลิตฉลากรักษ์โลกจากขยะทะเลชิ้นนี้นั้น หลังจากการเก็บและแยกขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่ง บริษัท HHI จะใช้วิธีการรีไซเคิลทางเคมีในการเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นน้ำมันไพโรไลซิส ในขั้นตอนต่อมา บริษัท ซาบิก จะนำน้ำมันไพโซไลซิสมาผลิตเป็นเม็ดพลาสติก PP คุณภาพสูง และหลังจากนั้น บริษัทผลิตฟิล์มพลาสติก แทกลีฟ อินดัสทรีส์ จะนำเม็ดพลาสติกไปผลิตเป็นฟิล์ม ก่อนที่ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค จะนำฟิล์มมาผลิตเป็นฉลากสินค้าในขั้นตอนสุดท้าย</p>
<p><strong>Lada Kurelec</strong> ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจ PP, PET, PS, PVC, PU และอีลาสโตเมอร์ สำหรับสินค้าปิโตรเคมี ของ ซาบิก กล่าวว่า “เราภูมิใจนำเสนอทางเลือกที่มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้นแก่ลูกค้าของเรา ด้วยการรีไซเคิลขยะพลาสติกก่อนที่จะกระจายออกสู่ทะเลและแม่น้ำ ฉลากสินค้าเหล่านี้มีส่วนผสมของขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่งที่ได้จากโครงการ TRUCIRCLE™ ซึ่งเป็นCircular Solution ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดขยะพลาสติก ลดการใช้ fossil-based และปกป้องโลกของเรา”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/ocean-action-label-from-plastic-waste/">Ocean Action Label ฉลากรักษ์โลก ผลิตจากขยะทะเล ในระยะ 50 กม. จากชายฝั่ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
