<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%89%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B0/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 19 Jan 2023 23:08:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.10</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ความจริงอีกด้าน​! MIT เผยดาร์กไซด์รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ใช้พลังงานในระบบประมวลผลสูงกว่า Facebook ทั่วโลก  7-10 เท่า แถมสร้างคาร์บอนเท่าอาร์เจนติน่าทั้งประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/01/the-dark-side-of-self-car-driving/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Jan 2023 22:03:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[autonomous vehicles]]></category>
		<category><![CDATA[carbon emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Effect]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[Massachusetts Institute of Technology]]></category>
		<category><![CDATA[MIT]]></category>
		<category><![CDATA[​Self-driving car]]></category>
		<category><![CDATA[Soumya Sudhakar]]></category>
		<category><![CDATA[Tesla]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาสภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16761</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาคขนส่งมีส่วนในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ราว 30% ของปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั้งโลก ขณะที่ 72% ของคาร์บอนที่ปล่อยออกมานั้น เกิดมาจากกการเผาผลาญพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล​ กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของค่ายรถยนต์ต่างๆ ในการมองหาวิธีช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนเพื่อให้การขับขี่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การพัฒนา รถยนต์ไฟฟ้าขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Self-driving car) เป็นอีกหนึ่งโซลูชันที่ได้รับความสนใจอย่างมาก​ โดยปัจจุบันมีการใช้งานรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติมากกว่า 30 ล้านคันทั่วโลก และคาดว่าจะเติบโตทวีคูณในอนาคต เนื่องจากค่ายรถยนต์หลายค่าย รวมถึง Tesla ได้ใช้เม็ดเงินมหาศาลสำหรับการลงทุนเพื่อพัฒนารถยนต์ประเภทดังกล่าว แต่อีกด้านหนึ่ง จากการศึกษาของนักวิจัยจาก MIT (Massachusetts Institute of Technology) ​พบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของรถยนต์ไฟฟ้า เพราะหากมีการใช้งานรถกลุ่มนี้ในวงกว้างมากขึ้น จะสามารถปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณมากต่อปีจนเกินความสามารถในการควบคุมได้​ ​ซึ่งอาจจะมากกว่าปริมาณคาร์บอนที่อาร์เจนตินาทั้งประเทศปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศรวมกันในปัจจุบัน หรือเทียบเท่าได้กับการทำงานของระบบศูนย์ข้อมูลต่างๆ ของทั้งโลกรวมกันเสียอีก   Soumya Sudhakar หนึ่งในทีมวิจัยได้แสดงความกังวลว่า รถยนต์อัตโนมัติเหล่านนี้ จะกลายเป็น “ปัญหาใหญ่” ที่ส่งผลกระทบต่อปัญหาสภาพอากาศ เนื่องจากการขับเคลื่อนของรถยนต์อัตโนมัติ​ จะต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนกล้องในตัวและควบคุมอัลกอริธึมในการขับขี่ ซึ่งหากในอนาคตมีการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าอัตโนมัติในวงกว้างขึ้น คอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมการขับขี่ก็จะผลิตก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมาก เทียบเท่ากับการปล่อยมลพิษทั่วโลกราว 0.3% โดยมีปริมาณเท่ากับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของประเทศอาร์เจนตินาทั้งประเทศอีกด้วย ทั้งนี้ ทีมวิจัยได้ทดลองผ่าน​แบบจำลองรถยนต์อัตโนมัติ​ 1 พันล้านคัน ​ใช้ระยะเวลาขับขี่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/the-dark-side-of-self-car-driving/">ความจริงอีกด้าน​! MIT เผยดาร์กไซด์รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ใช้พลังงานในระบบประมวลผลสูงกว่า Facebook ทั่วโลก  7-10 เท่า แถมสร้างคาร์บอนเท่าอาร์เจนติน่าทั้งประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ภาคขนส่งมีส่วนในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ราว 30% ของปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั้งโลก ขณะที่ 72% ของคาร์บอนที่ปล่อยออกมานั้น เกิดมาจากกการเผาผลาญพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล​ กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของค่ายรถยนต์ต่างๆ ในการมองหาวิธีช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนเพื่อให้การขับขี่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p>
<p><span id="more-16761"></span></p>
<p>การพัฒนา <strong>รถยนต์ไฟฟ้าขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Self-driving car)</strong> เป็นอีกหนึ่งโซลูชันที่ได้รับความสนใจอย่างมาก​ โดยปัจจุบันมีการใช้งานรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติมากกว่า 30 ล้านคันทั่วโลก และคาดว่าจะเติบโตทวีคูณในอนาคต เนื่องจากค่ายรถยนต์หลายค่าย รวมถึง Tesla ได้ใช้เม็ดเงินมหาศาลสำหรับการลงทุนเพื่อพัฒนารถยนต์ประเภทดังกล่าว</p>
<div class="" data-block="true" data-editor="8sngd" data-offset-key="4gbir-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="4gbir-0-0"><span data-offset-key="4gbir-0-0">แต่อีกด้านหนึ่ง จากการศึกษาของนักวิจัยจาก MIT (Massachusetts Institute of Technology) ​พบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของรถยนต์ไฟฟ้า เพราะหากมีการใช้งานรถกลุ่มนี้ในวงกว้างมากขึ้น จะสามารถปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณมากต่อปีจนเกินความสามารถในการควบคุมได้​ ​ซึ่งอาจจะมากกว่าปริมาณคาร์บอนที่อาร์เจนตินาทั้งประเทศปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศรวมกันในปัจจุบัน หรือเทียบเท่าได้กับการทำงานของระบบศูนย์ข้อมูลต่างๆ ของทั้งโลกรวมกันเสียอีก</span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="8sngd" data-offset-key="e3fmr-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="e3fmr-0-0" data-auto-logging-id="f39d8d2dd11d04c"><span data-offset-key="e3fmr-0-0"> </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="8sngd" data-offset-key="9072l-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="9072l-0-0" data-auto-logging-id="f26fcf3544abbe8"><span data-offset-key="9072l-0-0"><strong>Soumya Sudhakar </strong>หนึ่งในทีมวิจัยได้แสดงความกังวลว่า รถยนต์อัตโนมัติเหล่านนี้ จะกลายเป็น “ปัญหาใหญ่” ที่ส่งผลกระทบต่อปัญหาสภาพอากาศ เนื่องจากการขับเคลื่อนของรถยนต์อัตโนมัติ​ จะต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนกล้องในตัวและควบคุมอัลกอริธึมในการขับขี่ ซึ่งหากในอนาคตมีการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าอัตโนมัติในวงกว้างขึ้น คอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมการขับขี่ก็จะผลิตก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมาก เทียบเท่ากับการปล่อยมลพิษทั่วโลกราว 0.3% โดยมีปริมาณเท่ากับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของประเทศอาร์เจนตินาทั้งประเทศอีกด้วย</span></div>
</div>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16778 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Self-Car2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<div class="" data-block="true" data-editor="8sngd" data-offset-key="89rah-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="89rah-0-0" data-auto-logging-id="f741735a81944c"><span data-offset-key="89rah-0-0">ทั้งนี้ ทีมวิจัยได้ทดลองผ่าน​แบบจำลองรถยนต์อัตโนมัติ​ 1 พันล้านคัน ​ใช้ระยะเวลาขับขี่ 1 ชั่วโมงต่อวัน​ ขับเคลื่อนด้วยคอมพิวเตอร์กำลังไฟ 840 วัตต์ พบว่า พลังงานที่ส่งไปเลี้ยงคอมพิวเตอร์ให้ทำงานจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า 200 ล้านตันต่อปี ​ มีการใช้พลังงานเพื่อประมวลผลระบบขับขี่อัจฉริยะ (deep neural networks processing) ในการจากการประมวลผลภาพจากกล้องทั้งคัน ที่น่าจะมีราว 10 ตัว ถึงกว่า​ 21.6 ล้านล้านครั้งในแต่ละวัน ซึ่งมากกว่าการประมวลผลจากการทำงานของศูนย์ข้อมูล Facebook ทุกแห่งทั่วโลก ที่มีการประมวลผลรวมกันราว 2-3 ล้านล้านครั้งในแต่ละวัน หรือสูงกว่าราว 7-10 เท่า</span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="8sngd" data-offset-key="1sfmi-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="1sfmi-0-0"><span data-offset-key="1sfmi-0-0"> </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="8sngd" data-offset-key="7nlgh-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="7nlgh-0-0"><span data-offset-key="7nlgh-0-0">ทั้งนี้ นักวิจัยมองว่าการปรับปรุงประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ต่างๆ จะเป็นวิธีที่จะช่วยป้องกันการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อาจมีมากเกินที่จะควบคุมได้  โดยทีมวิจัยยังพบอีกว่า กว่า 90% ของสถานการณ์จำลอง รถยนต์แต่ละคันต้องใช้พลังงานในการประมวลผลน้อยกว่า 1.2 กิโลวัตต์ ​เพื่อป้องกันการปล่อยมลพิษไม่ให้เพิ่มสูงขึ้น โดยหาก 95% ของทั่วโลกมีการใช้รถยนต์อัตโนมัติ ภายในปี 2050 การพัฒนาประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์จะต้องเกิดเร็วขึ้นในทุก ๆ 1.1 ปี เพื่อรักษาระดับการปล่อยก๊าซมลพิษให้อยู่ต่ำกว่าระดับดังกล่าว  แต่ก็อาจจะต้องแลกกับความแม่นยำของระบบที่อาจจะลดลง และสุดท้ายก็จะกระทบต่อความปลอดภัยในการขับขี่ได้เช่นกัน​</span><b></b></div>
</div>
<p>นักวิจัย กล่าวทิ้งท้ายว่า <em>“เรากำลังหวังว่าผู้คนจะคิดถึงการปล่อยมลพิษและประสิทธิภาพของคาร์บอนเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญในการพิจารณาการออกแบบรถยนต์ การใช้พลังงานของรถยนต์อัตโนมัติเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ไม่ใช่เพื่อยืดอายุแบตเตอรี่เท่านั้น แต่เพื่อความยั่งยืนด้วยนั่นเอง”</em></p>
<p><a href="https://www.euronews.com/green/2023/01/16/driverless-cars-the-dark-side-of-autonomous-vehicles-that-no-ones-talking-about" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://news.mit.edu/2023/autonomous-vehicles-carbon-emissions-0113" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/the-dark-side-of-self-car-driving/">ความจริงอีกด้าน​! MIT เผยดาร์กไซด์รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ใช้พลังงานในระบบประมวลผลสูงกว่า Facebook ทั่วโลก  7-10 เท่า แถมสร้างคาร์บอนเท่าอาร์เจนติน่าทั้งประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
