<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รีแบรนด์ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 03 May 2025 12:17:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.8</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>รีแบรนด์ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เบื้องหลัง &#8216;มะขามสารัช&#8217; ต้นตำรับมะขามจี๊ดจ๊าด​ กับการรีแบรนด์ รุก​ตลาดครั้งใหญ่​รอบ 50 ปี และเป้าหมายที่มากกว่าแค่ยอดขายเติบโต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/sarach-tamarind-first-rebrand-in-50-years/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 03 May 2025 12:17:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Branding]]></category>
		<category><![CDATA[Case Study]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Rebrand]]></category>
		<category><![CDATA[Sarach]]></category>
		<category><![CDATA[Sarach Tamarind]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[กรณีศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สารัช มาร์เก็ตติ้ง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[มะขาม]]></category>
		<category><![CDATA[มะขามจี๊ดจ๊าด]]></category>
		<category><![CDATA[มะขามสารัช]]></category>
		<category><![CDATA[มะขามเพชรบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[มะขามแปรรูป]]></category>
		<category><![CDATA[รีแบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภาลักษณ์ กมลธรไท]]></category>
		<category><![CDATA[สารัช กมลธรไท]]></category>
		<category><![CDATA[เพชรบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเอ็มอี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33233</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เมื่อ​แบรนด์ SME ​สามารถปั้น Hero Products ให้ได้ใจคนทั่วประเทศได้สำเร็จ  แต่ขณะเดียวกัน ความสำเร็จดังกล่าวก็​เป็นหนึ่งใน Pain point สำคัญของแบรนด์​ด้วยเช่นกัน เมื่อ​แบรนด์มะขามแปรรูปต้นตำรับจากเมืองเพชรบูรณ์ หรือจะเรียกว่าเป็นเจ้าแรกของประเทศไทยก็ว่าได้ อย่าง &#8216;มะขามสารัช&#8217; ที่บุกเบิกตลาด​มะขามแปรรูปมากว่า 50 ปี ซึ่งต้องถือว่านานกว่าอายุของแบรนด์มะขามสารัชเสียอีก เนื่องจากผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่าง คุณแม่หมู &#8211;  ศุภาลักษณ์ กมลธรไท ได้นำชื่อลูกชายอย่าง คุณแฟลช &#8211;  สารัช กมลธรไท มาตั้งเป็นชื่อแบรนด์ในปี 2525 ซึ่งเป็นปีที่ลูกชายเกิดนั่นเอง ความสำเร็จของ &#8216;มะขามสารัช&#8217; ในการสร้างให้ตลาดมะขามแปรรูปเป็นที่คุ้นเคยของคนไทย ยกระดับจากการเป็นสินค้าเกษตร  ​ให้กลายมาเป็นสินค้าในกลุ่ม Snack ที่ทำให้รับประทานได้บ่อยและง่ายขึ้น ด้วยรสชาติที่หลากหลาย จนขยายช่องทางจากร้านค้าทั่วไป ตามงานวัดหรืองานเทศกาลต่างๆ มาสู่โมเดิร์นเทรดอย่างห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อต่างๆ ได้สำเร็จ เมื่อ Hero Products สร้าง Pain point ให้แบรนด์  &#8216;มะขามสารัช&#8217; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/sarach-tamarind-first-rebrand-in-50-years/">เบื้องหลัง &#8216;มะขามสารัช&#8217; ต้นตำรับมะขามจี๊ดจ๊าด​ กับการรีแบรนด์ รุก​ตลาดครั้งใหญ่​รอบ 50 ปี และเป้าหมายที่มากกว่าแค่ยอดขายเติบโต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เมื่อ​แบรนด์ SME ​สามารถปั้น Hero Products ให้ได้ใจคนทั่วประเทศได้สำเร็จ  แต่ขณะเดียวกัน ความสำเร็จดังกล่าวก็​เป็นหนึ่งใน Pain point สำคัญของแบรนด์​ด้วยเช่นกัน</p>
<p><span id="more-33233"></span></p>
<p>เมื่อ​แบรนด์มะขามแปรรูปต้นตำรับจากเมืองเพชรบูรณ์ หรือจะเรียกว่าเป็นเจ้าแรกของประเทศไทยก็ว่าได้ อย่าง <strong>&#8216;มะขามสารัช&#8217; </strong>ที่บุกเบิกตลาด​มะขามแปรรูปมากว่า 50 ปี ซึ่งต้องถือว่านานกว่าอายุของแบรนด์มะขามสารัชเสียอีก เนื่องจากผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่าง <strong>คุณแม่หมู &#8211;  ศุภาลักษณ์ กมลธรไท</strong> ได้นำชื่อลูกชายอย่าง <strong>คุณแฟลช &#8211;  สารัช กมลธรไท</strong> มาตั้งเป็นชื่อแบรนด์ในปี 2525 ซึ่งเป็นปีที่ลูกชายเกิดนั่นเอง</p>
<p>ความสำเร็จของ &#8216;<strong>มะขามสารัช&#8217;</strong> ในการสร้างให้ตลาดมะขามแปรรูปเป็นที่คุ้นเคยของคนไทย <strong>ยกระดับจากการเป็นสินค้าเกษตร  ​ให้กลายมาเป็นสินค้าในกลุ่ม Snack ที่ทำให้รับประทานได้บ่อยและง่ายขึ้น ด้วยรสชาติที่หลากหลาย</strong> จนขยายช่องทางจากร้านค้าทั่วไป ตามงานวัดหรืองานเทศกาลต่างๆ มาสู่โมเดิร์นเทรดอย่างห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อต่างๆ ได้สำเร็จ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33235 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/คุณสุภาลักษณ์-กมลธรไท-และคุณสารัช-กมลธรไท.1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เมื่อ Hero Products สร้าง Pain point ให้แบรนด์ </strong></p>
<p>&#8216;มะขามสารัช&#8217; เติบโตแบบก้าวกระโดด​​เป็นเท่าตัว เมื่อสามารถยึดเชลฟ์ในร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ มีสาขากระจายทั่วประเทศใน​​ปี 2547 รวมทั้งอีกหนึ่ง Success S​tory ของแบรนด์ ในฐานะผู้คิดค้นสูตร &#8216;<strong>มะขามจี๊ดจ๊าด</strong>&#8216; ที่หลายคนติดใจในรสชาติ ที่จัดจ้าน จี๊ดจ๊าดสมชื่อ โดยเฉพาะเวลาต้องการความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า หรือยามที่ต้องการให้ร่างกายตื่นตัว จากความง่วง หรืออาการเหนื่อยล้า​ได้เป็นอย่างดี</p>
<p><strong>​สูตรมะขามจี๊ดจ๊าด</strong> เริ่มทำตลาดในปี 2551 เมื่อมะขามสารัชต้องการ​​ขยายพอร์ตสินค้าในกลุ่มมะขามเปรี้ยวเพิ่มเติม และประสบความสำเร็จจนทำให้สินค้าได้รับความนิยมไปทั่วทั้งประเทศ กลายเป็นสินค้าสำคัญที่สร้างรายได้​ราวครึ่งหนึ่งของยอดขาย​ พร้อมทั้งติด Top 3 Best Seller ในช่องทางคอน​วีเนียนสโตร์​​ช่วงที่บุกตลาดด้วย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-33236 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/มะขามจี๊ดจ๊าด-แบรนด์สารัช.2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ปัจจุบันเฉพาะสินค้าในกลุ่มมะขามจี๊ดจ๊าดมีสินค้าถึง 10 SKUs ในหลากหลายรสชาติ และยังเป็นสินค้าขายดีของแบรนด์มาจนถึงปัจจุบัน แต่ขณะเดียวกันเมื่อสินค้าเป็นที่นิยมในตลาด ก็เป็นธรรมดาที่จะเกิดการแข่งขันที่รุนแรงตามมา แต่การแข่งขันที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่การแข่งขันด้านการตลาด ลดแลกแจกแถม ขยายช่องทางจำหน่าย หรือการทำโปรโมชั่นทั่วไป แต่เป็นการเกิดขึ้นของแบรนด์ใหม่ในตลาด ที่มีชื่อแบรนด์เหมือนกับชื่อสูตรมะขามจี๊ดจ๊าด ​ซึ่งเป็นสินค้าฮีโร่สำคัญของสารัช นำมาซึ่ง Pain point ​ในการสื่อสารของลูกค้า เมื่อต้องการซื้อมะขามจี๊ดจ๊าด ว่าเป็นการเรียกชื่อสูตรมะขามของสารัช หรือเป็นการเรียกชื่อแบรนด์อื่นๆ ​ในตลาดกันแน่</p>
<p><strong>คุณศุภาลักษณ์ กมลธรไท</strong> ผู้ก่อตั้งแบรนด์และกรรมการผู้จัดการ และ​ <strong>คุณสารัช กมลธรไท</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท สารัช มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวถึงอินไซต์เกี่ยวกับความสับสนที่ผู้บริโภคมีต่อสูตรมะขามจี๊ดจ๊าด ของสารัช จากผล​สำรวจรายกลุ่มที่ทางแบรนด์ได้รับรู้มา พบว่า ผู้บริโภค 80% รู้จักสินค้ามะขามจี๊ดจ๊าด จากแพกเกจ กระปุก และรสชาติ แต่จำชื่อแบรนด์ไม่ได้ มีเพียง 20% เท่านั้น ที่รู้จักและจดจำชื่อแบรนด์</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-33234 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/คุณสุภาลักษณ์-กมลธรไท-และคุณสารัช-กมลธรไท.3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อินไซต์สำคัญดังกล่าว ประกอบกับความสับสนของผู้บริโภคในตลาด​ที่มีมาหลายปี นำมาสู่การรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ  50 ปี ของ <strong>&#8216;มะขามสารัช</strong>&#8216; เพื่อทำให้แบรนด์มีความแข็งแกร่ง เป็นที่จดจำของผู้บริโภค รวมทั้งปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้มีความทันสมัย และใกล้ชิดกับผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น​  โดยเฉพาะการจดจำชื่อแบรนด์มะขามสารัช ​ในฐานะต้นตำรับมะขามจี๊ดจ๊าด</p>
<p><em>&#8220;ที่ผ่านมา เราให้ความสำคัญในการพัฒนาสินค้าให้ถูกใจผู้บริโภค ​ขยายช่องทางจำหน่าย รวมทั้งการดูแลบริหารวัตถุดิบและกำลังผลิตให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด ทำให้ไม่ได้โฟกัสเรื่องการสร้างแบรนดิ้งมากนัก จนปัจจุบันเริ่มมีการพัฒนาทั้งเทคโนโลยี นวัตกรรม รวมทั้งการขยายเครือข่ายทั้งด้านวัตถุดิบ ประสิทธิภาพในการผลิต รวมทั้งกำลังการผลิตที่มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับรับรู้ถึง Pain point ในตลาด ทำให้ปีนี้จะเป็นปีสำคัญของมะขามสารัช เพื่อทำให้แบรนด์มีความแข็งแรง สามารถสร้างการจดจำ และ​เข้าถึงผู้คนในวงกว้างได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น &#8220;​  </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33237 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/สารัช-กมลธรไท-กรรมการผู้จัดการ-บริษัท-สารัช-มาร์เก็ตติ้ง-จำกัด.5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เร่งสร้าง Branding​ พร้อมผลักดันมะขามเพชรบูรณ์สู่เวทีโลก</strong></p>
<p>สำหรับแผน​การสร้าง Branding ที่แข็งแรง ภายใต้งบการตลาดไม่ตำ่กว่า 20 ล้าน สำหรับใช้ในการสื่อสารแบรนด์ เพื่อตอกย้ำความเป็นต้นตำรับ<strong>​ &#8216;มะขามเพชรบูรณ์&#8217; </strong> ​ผ่านแคมเปญมะขามสารัชยืนหนึ่ง พร้อม <em><strong>สร้างภาพจำผ่านพรีเซ็นเตอร์ ที่เลือกใช้ผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่างคุณศุภาลักษณ์ มาปรับภาพลักษณ์ให้มีความสดใส ทันสมัย และสร้างการจดจำ</strong></em> รวมทั้งการออกแบบโลโก้ สารัช พร้อมสัญลักษณ์มะขาม เพื่อใช้ในการสื่อสารแบรนด์ในทุกช่องทาง รวมทั้งการจัดแพกเกจพิเศษมะขามจี๊ดจ๊าด ​เพื่อกระตุ้นการขายในช่องทางต่างๆ ทั้งร้านสะดวกซื้อ โมเดิร์นเทรด และช่องทางออนไลน์  ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33239 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/สารัช-ฮิลล์.1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะเดียวกันยังเดินหน้าเพิ่มการรับรู้ให้​กับทั้ง 4 แบรนด์ในเครือ ได้แก่ <strong>สารัช</strong> (SARACH TAMARIND) จับกลุ่มตลาดแมส ผ่านสินค้ามะขามแปรรูปที่หลากหลายทั้งมะขามคลุก มะขามแก้ว และมะขามจี๊ดจ๊าด ​ เป็นต้น,  <strong>Alisa</strong> มุ่งไปที่กลุ่ม Youngster กลุ่มสาวสมัยใหม่ เน้นเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในยุคดิจิทัล <strong>ASHIRA SAN</strong> เป็นแบรนด์ลูกของสารัชที่เติมความสนุก เพิ่มอรรถรสในการกิน และ <strong>SARACH GOLD</strong> เป็นแบรนด์มะขามระดับพรีเมี่ยม เพื่อสามารถขยายสินค้าให้ครอบคลุมได้ครบทุกกลุ่มเป้าหมาย</p>
<p>โดยปัจจุบัน สารัชทำตลาดทั้งในประเทศและส่งออก ภายใต้กำลังผลิตสินค้าไม่ต่ำกว่า 7 ล้านชิ้นต่อปี  หรือราว 6-8 แสนชิ้นต่อเดือน และปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ในแต่ละปีจำนวนหลายพันตัน เพื่อรองรับทั้งการทำตลาดในประเทศ ซึ่งเป็นตลาดหลักราว 80% และ 20% สำหรับการส่งออก ในรูปแบบ OEM ทั้งในออสเตรเลีย อเมริกา ยุโรป ตะวันนออกกลาง รวมทั้งในแถวอาเซียน โดยมียอดขายในแต่ละปีหลักร้อยล้านบาท พร้อมทั้งเป้าเติบโตเพิ่มขึ้นในปีนี้ราว 20-30%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33240 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/มะขามสารัช-8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;อีกหนึ่งความแตกต่างของมะขามสารัช ที่จะตอกย้ำมากขึ้น เพื่อตอกย้ำถึงคุณภาพและสร้างความแตกต่างให้แบรนด์จากคู่แข่ง คือการเลือกใช้วัตถุดิบในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GI ทำให้แบรนด์สามารถผลิตมะขามแปรรูปที่มีรสชาติเอกลักษณ์เฉพาะของมะขามเพชรบูรณ์แท้  พร้อมส่งต่ออาชีพ และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ได้ให้เกษตรกรสวนมะขาม​​ทั้งมะขามหวาน และมะขามเปรี้ยว ภายในเครือข่ายไม่ต่ำกว่าหมื่นราย ที่นอกจากการรับซื้อวัตถุดิบแล้ว ยังให้ความสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้  และนวัตกรรมในการปลูกแบบมะขามต้นเตี้ย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ทำให้มีรายได้มากขึ้น โดยเฉพาะการขยายไร่มะขามที่ได้รับรอง GI เพื่อสร้างชื่อเสียงให้มะขามเพชรบูรณ์เป็นที่ยอมรับไปได้ทั่วโลก &#8220;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33242 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/มะขามสารัช-12.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากธุรกิจในกลุ่มมะขามแปรรูปแล้ว ในอนาคต สารัช มาร์เก็ตติ้ง ยังมีแผน Diversify ธุรกิจเพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้แก่ธุรกิจ ​โดยโฟกัสการขยายในกลุ่มธุรกิจที่สอดคล้องกับเทรนด์และไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค รวมทั้งยังเป็นช่องทางให้สามารถรองรับผลิตภัณฑ์ในเครือที่จะทำตลาดเพิ่มเติมในอนาคตได้</p>
<p>โดยมองโอกาสจาก 3 ธุรกิจ  ได้แก่ 1. กลุ่มธุรกิจอาหารที่มีความแข็งแรงในระดับหนึ่งแล้ว และเตรียมขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้ามากมากขึ้น</p>
<p>2. กลุ่มธุรกิจที่พัก เพื่อรองรับตลาดท่องเที่ยวซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีโอกาสขยายตัวในอนาคต โดยมีแผนจะพัฒนาเป็นที่พักแบบยั่งยืน ที่ส่งเสริม Green Energy ทั้งการติดตั้งโซลาร์เซลล์  หรือจุดชาร์จ EV เพื่อให้บริการผู้เข้าพัก รวมทั้งการใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่เป็นสินค้าภายในเครือ เพื่อสอดรับกับเทรนด์ด้านความยั่งยืน</p>
<p>3. กลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือสกินแคร์ เพื่อช่วยดูแลให้มีสุขภาพที่ดีได้แบบองค์รวมช่วยให้มี​อายุยืนยาว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรง และผู้คนให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสารัชมีศัดยภาพในการขยายตลาดนี้ด้วยเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33238 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/หน้าร้านมะขามสารัช-แม่สนม-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;เป้าหมายสูงสุดของสารัช ไม่ใช่แค่การเติบโตของยอดขาย แต่สิ่งที่เราภูมิใจที่สุด คือ การเป็นตัวแทนในการนำพาแบรนด์ของคนเพชรบูรณ์ให้คนทั่วทั้งประเทศได้รู้จัก ไปจนถึงการขยายไปสู่ตลาดโลก ได้มีส่วนช่วยพัฒนาบ้านเกิด มีโอกาสสร้างรายได้​จากการทำธุรกิจ มาช่วยทำให้ชีวิตของคนในพื้นที่ดีขึ้น  ช่วยให้พนักงานและเกษตรกรในเครือข่ายของเรามีชีวิตมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีโอกาสได้ทำหลายๆ สิ่ง เพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีคืนกลับสู่สังคมเพชรบูรณ์  ช่วยทำให้เพชรบูรณ์กลายเป็นเมืองที่มีชื่อเสียง มีคนอยากเข้ามาเที่ยว และได้รับการยอมรับ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่เราอยากให้เกิดขึ้นมากกว่าแค่การมียอดขายทางธุรกิจที่เติบโตขึ้นเพียงอย่างเดียว&#8221;</em> ​คุณศุภาลักษณ์ และ คุณสารัช กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/sarach-tamarind-first-rebrand-in-50-years/">เบื้องหลัง &#8216;มะขามสารัช&#8217; ต้นตำรับมะขามจี๊ดจ๊าด​ กับการรีแบรนด์ รุก​ตลาดครั้งใหญ่​รอบ 50 ปี และเป้าหมายที่มากกว่าแค่ยอดขายเติบโต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภารกิจสร้าง Fair Gmae อัศวิน &#8216;ม้าขาว&#8217; ​รีแบรนด์รอบ 30 ปี มุ่งเซ็ตมาตรฐาน​ใหม่ &#8216;ราคา&#8217; ​​ถ่านอัลคาไลน์​ประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/white-horse-realkaline-set-new-pricing-standard/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Aug 2024 12:01:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Branding]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Fair Game]]></category>
		<category><![CDATA[Fair trade]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Pricing]]></category>
		<category><![CDATA[Pricing Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Realkaline]]></category>
		<category><![CDATA[Set standard]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[WHITE HORSE]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐพล วิไลพรรัตนา]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดถ่านไฟฉาย]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่านไฟฉาย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โกศลอุตสาหกรรม จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ม้าขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ม้าขาวเรียลคาไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[รีแบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[อัลคาไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[แมงกานีส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28048</guid>

					<description><![CDATA[<p>มุมมองจากหนึ่งใน Players ของตลาดอย่าง &#8216;ม้าขาว&#8217; ซึ่งปัจจุบันน่าจะเป็นแบรนด์ผู้ผลิตถ่านไฟฉายของคนไทยเพียงรายเดียวที่ยังคงเหลืออยู่ในขณะนี้ และมองว่าประเทศไทยเป็นเพียงตลาดเดียวในโลกที่มีโครงสร้างราคาถ่านไฟฉาย​ โดยเฉพาะ &#8216;ถ่านอัลคาไลน์&#8217; บิดเบือนไปจากความเป็นจริง ทำให้ปัจจุบันคนไทยต้องใช้ถ่านอัลคาไลน์ ในราคาที่แพงกว่าตลาดอื่นๆ อย่างยุโรปหรืออเมริกาถึง 3 เท่า ​ซึ่งเชื่อว่านี่เป็นหนึ่งใน Pain Point ของผู้บริโภคคนไทยจำนวนหนึ่งเช่นกัน แต่ด้วย​ทางเลือกที่ไม่มีมากนัก จากความแข็งแกร่งของแบรนด์ผู้นำ​ตลาดถ่านไฟฉายในประเทศไทย ที่ครองมาร์เก็ตแชร์สูงถึง 80-90%  ทำให้สามารถกำหนดโครงสร้างราคาตลาดให้เป็นไปตามต้องการได้ ทำให้ Last Man Standing ของแบรนด์ไทยในตลาดถ่านไฟฉายอย่าง &#8216;ม้าขาว&#8217; ที่หยุดทำตลาดไปกว่า 30 ปี หวนกลับมารีแบรนด์เพื่อทำตลาดใหม่อีกครั้งพร้อมเป้าหมายสำคัญคือ การเซ็ตมาตรฐาน​โครงสร้างราคาถ่านไฟฉายของไทยให้สมเหตุสมผลมากขึ้น โดยหวังว่าจะทำให้ราคาถ่านอัลคาไลน์ลดลงได้ราว 60% ควบคู่ไปกับการผลักดันการใช้งานได้เพิ่มมากขึ้น ขณะที่มูลค่าตลาดถ่านไฟฉายในประเทศไทยจะลดลงจาก 5 พันล้านบาท เหลือ 3 พันล้านบาท ภายในปี 2570 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า คุณณัฐพล วิไลพรรัตนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกศลอุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายถ่านไฟฉายแบรนด์คนไทยอย่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/white-horse-realkaline-set-new-pricing-standard/">ภารกิจสร้าง Fair Gmae อัศวิน &#8216;ม้าขาว&#8217; ​รีแบรนด์รอบ 30 ปี มุ่งเซ็ตมาตรฐาน​ใหม่ &#8216;ราคา&#8217; ​​ถ่านอัลคาไลน์​ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มุมมองจากหนึ่งใน Players ของตลาดอย่าง <strong>&#8216;ม้าขาว&#8217;</strong> ซึ่งปัจจุบันน่าจะเป็นแบรนด์ผู้ผลิตถ่านไฟฉายของคนไทยเพียงรายเดียวที่ยังคงเหลืออยู่ในขณะนี้ และมองว่าประเทศไทยเป็นเพียงตลาดเดียวในโลกที่มีโครงสร้างราคาถ่านไฟฉาย​ โดยเฉพาะ <strong>&#8216;ถ่านอัลคาไลน์&#8217;</strong> บิดเบือนไปจากความเป็นจริง</p>
<p><span id="more-28048"></span></p>
<p>ทำให้ปัจจุบันคนไทยต้องใช้ถ่านอัลคาไลน์ ในราคาที่แพงกว่าตลาดอื่นๆ อย่างยุโรปหรืออเมริกาถึง 3 เท่า ​ซึ่งเชื่อว่านี่เป็นหนึ่งใน Pain Point ของผู้บริโภคคนไทยจำนวนหนึ่งเช่นกัน แต่ด้วย​ทางเลือกที่ไม่มีมากนัก จากความแข็งแกร่งของแบรนด์ผู้นำ​ตลาดถ่านไฟฉายในประเทศไทย ที่ครองมาร์เก็ตแชร์สูงถึง 80-90%  ทำให้สามารถกำหนดโครงสร้างราคาตลาดให้เป็นไปตามต้องการได้</p>
<p>ทำให้ Last Man Standing ของแบรนด์ไทยในตลาดถ่านไฟฉายอย่าง &#8216;<strong>ม้าขาว&#8217;</strong> ที่หยุดทำตลาดไปกว่า 30 ปี หวนกลับมารีแบรนด์เพื่อทำตลาดใหม่อีกครั้งพร้อมเป้าหมายสำคัญคือ การเซ็ตมาตรฐาน​โครงสร้างราคาถ่านไฟฉายของไทยให้สมเหตุสมผลมากขึ้น โดยหวังว่าจะทำให้ราคาถ่านอัลคาไลน์ลดลงได้ราว 60% ควบคู่ไปกับการผลักดันการใช้งานได้เพิ่มมากขึ้น ขณะที่มูลค่าตลาดถ่านไฟฉายในประเทศไทยจะลดลงจาก 5 พันล้านบาท เหลือ 3 พันล้านบาท ภายในปี 2570 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28054 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/2-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณณัฐพล วิไลพรรัตนา </strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกศลอุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายถ่านไฟฉายแบรนด์คนไทยอย่าง &#8216;<strong>ม้าขาว&#8217; (WHITE HORSE)</strong> เปิดเผยโครงสร้างตลาดถ่านไฟฉายในประเทศไทย มีผู้นำเป็นแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นซึ่งครองตลาดส่วนใหญ่ 80-90% ที่เหลือเป็นแบรนด์ของยุโรป อเมริกา จีน ราว 10% ขณะที่แบรนด์ไทยมีส่วนแบ่งเพียงแค่ 1% เท่าน้ัน โดยม้าขาวเป็นแบรนด์ไทยเพียงรายเดียวที่อยู่ในตลาดมากว่า 60 ปี ขณะที่แบรนด์อื่นๆ ที่เคยทำตลาดมาก่อนหน้าค่อยๆ ถอนตัวออกจากตลาด หลังการเข้ามาบุกตลาดของแบรนด์ต่างประเทศ และสามารถทำการตลาดจนแบรนด์มีความแข็งแรง และเป็นหนึ่งตลาดที่ผู้นำมี Brand Loyalty ที่ค่อนข้างแข็งแรงอย่างมาก  ​</p>
<p>การรีแบรนด์ของม้าขาวในครั้งนี้ มาพร้อมสินค้าเรือธงคือ <strong>&#8216;ม้าขาวเรียลคาไลน์&#8217; (Realkaline)</strong> เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคในตลาดถ่านอัลคาไลน์ ด้วยจุดแข็งคือคุณภาพที่เทียบเท่าแบรนด์ต่างประเทศและแบรนด์ผู้นำตลาด แต่วางราคาจำหน่ายที่ต่ำกว่าราว 60% เพื่อต้องการ Set Standard ตลาดถ่านไฟฉายของไทย ให้กับมาอยู่ในจุดที่สมเหตุสมผล เนื่องจากมองว่า <em><strong>โครงสร้างด้านราคาในปัจจุบันมีความบิดเบือน และแพงเกินไป เป็นการซ้ำเติมภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้บริโภคคนไทย ประกอบกับเทคโนโลยีการผลิตที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง​มาก ทำให้สามารถขายในราคาที่สมเหตุสมผลได้มากขึ้น​กว่าที่เป็นอยู่  </strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28053 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/INFO1.jpg" alt="" width="1200" height="679" /></p>
<p><em>&#8220;สิ่งสำคัญคือการ Educate ตลาด ผ่านการให้ข้อมูลจากแบรนด์ พร้อมทั้งทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสได้ทดลองใช้ <strong>&#8216;​ม้าขาวเรียลคาไลน์&#8217;</strong> ซึ่งคุณภาพไม่แตกต่างจากแบรนด์ที่มีอยู่ เพราะใช้มาตรฐานเดียวกับโรงงานของบริษัทที่มีการผลิตเพื่อส่งออกไปทำตลาดในใกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ขณะที่ราคาถูกกว่า ทำให้ผู้บริโภคคนไทยมีเงินเหลือในกระเป๋าเพิ่มมากขึ้น โดยจำหน่ายในราคาพิเศษ 2 แพ็ก เพียง 30 บาท 4 แพ็ค 55 บาท  </em><em>ซึ่งราคาไม่แตกต่างจากถ่านแมงกานีสของแบรนด์ต่างประเทศที่ทำตลาดอยู่ เชื่อว่าหากผู้บริโภคมีโอกาสได้ทดลองใช้ และรับรู้ได้ถึงคุณภาพที่ไม่แตกต่าง จะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมในการซื้อ จากการยึดติดจากแบรนด์มาเป็นแบรนด์ที่มีความคุ้มค่ากว่า ทำให้สุดท้ายแล้ว อาจจะทำให้โครงสร้างด้านราคาในตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ในที่สุด&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28055 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/INFO2.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p>หากภารกิจของม้าขาวสำเร็จ นอกจากโครงสร้างราคาตลาดถ่านอัลคาไลน์ในประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป เชื่อว่าสัดส่วนการใช้ถ่านอัลคาไลน์ในประเทศก็จะเพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วนในตลาดราว 20-30% ขณะที่​ตลาดส่วนใหญ่กว่า​ 70% ยังเป็นกลุ่มแมงกานีส เนื่องจาก ระดับราคาที่แตกต่างกันมาก แต่หากมีแบรนด์อัลคาไลน์ที่มีราคาใกล้เคียงแมงกานีสมากขึ้น ก็เชื่อว่าจะทำให้สัดส่วนการใช้งานอัลคาไลน์เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกับในหลายๆ ตลาด เช่นในยุโรป หรือ อเมริกาที่สัดส่วนกว่า 80-90% เป็นตลาดอัลคาไลน์เกือบทั้งหมดแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28049 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/4-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ม้าขาววางเป้าหมายหลังการรีแบรนด์ และ Educated ตลาด ด้วยการมีส่วนแบ่งในตลาดที่คาดว่าจะลดลงจาก 5 พันล้านบาท เหลือ 3 พันล้านบาท ที่ราว 10% หรือมียอดขายได้กว่า 300 ล้านบาท ผ่านช่องทางขายสำคัญคือ ออนไลน์ เพื่อสามารถใช้กลยุทธ์ Story Telling เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าอยากทดลองใช้และสามารถสั่งซื้อผ่านออนไลน์ได้ทันที รวมทั้งการทำโปรโมชั่นร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อลดกำแพงด้านราคาจัดส่ง ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกำแพงสำคัญ ควบคู่ไปกับช่องทางออฟไลน์ผ่านร้านค้าปลีกอย่างเจ้เล้ง ศูนย์หนังสือจุฬา หรือช่องทางร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งการมีรถ Cash Van ที่ทำหน้าที่กระจายสินค้าไปยังช่องทางร้านโชว์ห่วยทั่วประเทศเพื่อให้สินค้าสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ครอบคลุมทั่วประเทศมากที่สุด</p>
<p>นอกจากนี้ <strong>ถ่านไฟฉายม้าขาว ยังสามารถก้าวข้ามจากการที่เคยถูกมองว่าเป็นสินค้ามีพิษ มาเป็นหนึ่งสินค้า Green Product ตามมาตรฐานของยุโรป</strong> ​โดยผลิตขึ้นในโรงงานในประเทศจีนซึ่งได้มาตรฐานระดับ ​<strong>World Class Factory</strong> และสามารถส่งออกไปจำหน่ายได้ทั่วโลกรวมทั้งในยุโรปและอเมริกา​​ <strong>จากการพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตทำให้ถ่านม้าขาวไม่มีส่วนประกอบของโลหะหนัก ขณะที่บรรจุภัณฑ์ต่างๆ ก็มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong> เช่น การใช้กระดาษจากป่าปลูกโดยไม่มีการตัดไม้ทำลายป่า (FSC) ส่วนที่เป็นพลาสติกก็จะใช้มาตรฐาน PET Grade ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่ม Food Grade ที่ไม่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง และสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 100% จึงนับเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีการผลิตตามกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นหนึ่งสินค้ารักษ์โลกได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งในอนาคตมีแนวคิดการจัดการถ่านหลังการใช้งานของผู้บริโภค มาต่อยอดในเชิงแบรนดิ้ง หรือการทำ CSR เช่น การทำเป็นชิ้นงานศิลปะที่เชื่อมโยงกับแบรนด์ม้าขาว เพื่อนำมาตั้งไว้ตามสถานที่ต่างๆ หรือนำมาประกอบเป็นโครงสร้างในการทำโต๊ะเรียนให้โรงเรียนต่างๆ เป็นต้น ซึ่งยังเป็นเพียงแนวคิดที่ต้องมีการศึกษาแนวทางในการปฏิบัติต่อไปในอนาคต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28051 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Standard-.jpg" alt="" width="1200" height="678" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/white-horse-realkaline-set-new-pricing-standard/">ภารกิจสร้าง Fair Gmae อัศวิน &#8216;ม้าขาว&#8217; ​รีแบรนด์รอบ 30 ปี มุ่งเซ็ตมาตรฐาน​ใหม่ &#8216;ราคา&#8217; ​​ถ่านอัลคาไลน์​ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“เคอรี่ เอ็กซ์เพรส” เตรียมเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น KEX หลัง SF Express เป็นผู้ถือหุ้นรายใหม่ พร้อมพลิกธุรกิจสู่การเติบโต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/kerry-express-rebrands-as-kex/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 May 2024 00:03:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Kerry]]></category>
		<category><![CDATA[KEX]]></category>
		<category><![CDATA[Rebrand]]></category>
		<category><![CDATA[SF Express]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ถือหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[รีแบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เคอรี่ เอ็กซ์เพรส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26130</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากกรณีที่มีการแพร่กระจายข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในหลายช่องทางการสื่อสาร ทางบริษัทฯ จึงขอชี้แจงว่า บริษัทฯ ยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติ และอยู่ในระหว่างขั้นตอนการปรับเปลี่ยนชื่อให้อยู่ภายใต้แบรนด์ใหม่ “KEX” ทั้งนี้ หนึ่งในการปรับเปลี่ยนที่สำคัญภายใต้ทิศทางการดำเนินงานหลังจากมีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นเป็น SF Express* ผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในจีนและเอเชียนั้น คือ การรีแบรนด์จากชื่อ “Kerry” เป็น “KEX” ภายในระยะเวลา 9 เดือนนับจากนี้ “ภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น บริษัทฯ และ SF ได้ดำเนินการร่วมกันอย่างแข็งขันในการกำหนดกลยุทธ์ของบริษัทฯ หลายประการ เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างราบรื่น และสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตในอนาคต โดยหนึ่งในนั้น คือ การปรับเปลี่ยนเครื่องหมายการค้า ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเรา นับจากวันนี้จะเริ่มมีการทยอยเปลี่ยนชื่อและเครื่องหมายการค้า ภายใต้แบรนด์ใหม่ “KEX” ทั่วประเทศ ทั้งที่จุดบริการ รวมถึงสื่อโฆษณาต่างๆจะโดดเด่นมากขึ้น” บริษัทฯ มั่นใจเป็นแบรนด์เบอร์หนึ่งในเรื่องคุณภาพ และเป็นแบรนด์แรกที่ลูกค้านึกถึง  เรามุ่งมั่นพัฒนาสร้างนวัตกรรมรูปแบบใหม่ๆ เพื่อครอบคลุมความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด และจะยืนหยัดให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมจัดส่งพัสดุด่วนทั่วไทย” อเล็กซ์ อึ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/kerry-express-rebrands-as-kex/">“เคอรี่ เอ็กซ์เพรส” เตรียมเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น KEX หลัง SF Express เป็นผู้ถือหุ้นรายใหม่ พร้อมพลิกธุรกิจสู่การเติบโต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากกรณีที่มีการแพร่กระจายข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในหลายช่องทางการสื่อสาร ทางบริษัทฯ จึงขอชี้แจงว่า <strong>บริษัทฯ ยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติ และอยู่ในระหว่างขั้นตอนการปรับเปลี่ยนชื่อให้อยู่ภายใต้แบรนด์ใหม่ </strong><strong>“KEX”</strong></p>
<p><span id="more-26130"></span></p>
<p>ทั้งนี้ หนึ่งในการปรับเปลี่ยนที่สำคัญภายใต้ทิศทางการดำเนินงานหลังจากมีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นเป็น SF Express* ผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในจีนและเอเชียนั้น คือ การรีแบรนด์จากชื่อ “Kerry” เป็น “KEX” ภายในระยะเวลา 9 เดือนนับจากนี้</p>
<p>“ภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น บริษัทฯ และ SF ได้ดำเนินการร่วมกันอย่างแข็งขันในการกำหนดกลยุทธ์ของบริษัทฯ หลายประการ เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างราบรื่น และสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตในอนาคต โดยหนึ่งในนั้น คือ การปรับเปลี่ยนเครื่องหมายการค้า ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเรา นับจากวันนี้จะเริ่มมีการทยอยเปลี่ยนชื่อและเครื่องหมายการค้า ภายใต้แบรนด์ใหม่ “KEX” ทั่วประเทศ ทั้งที่จุดบริการ รวมถึงสื่อโฆษณาต่างๆจะโดดเด่นมากขึ้น”</p>
<p>บริษัทฯ มั่นใจเป็นแบรนด์เบอร์หนึ่งในเรื่องคุณภาพ และเป็นแบรนด์แรกที่ลูกค้านึกถึง  เรามุ่งมั่นพัฒนาสร้างนวัตกรรมรูปแบบใหม่ๆ เพื่อครอบคลุมความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด และจะยืนหยัดให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมจัดส่งพัสดุด่วนทั่วไทย” อเล็กซ์ อึ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/kerry-express-rebrands-as-kex/">“เคอรี่ เอ็กซ์เพรส” เตรียมเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น KEX หลัง SF Express เป็นผู้ถือหุ้นรายใหม่ พร้อมพลิกธุรกิจสู่การเติบโต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
