<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สังคมคาร์บอนต่ำ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 29 Jun 2026 16:39:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>สังคมคาร์บอนต่ำ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จาก &#8216;โลกเดือด&#8217; สู่ &#8216;ทางรอด&#8217; กับ &#8216;Green Mission by Chula x GULF ปี 3&#8217; โค้งสุดท้าย! ชวนน้องๆ เยาวชนเปลี่ยนไอเดียเป็นนวัตกรรม ชิงทุนกว่า 1 แสนบาท สมัครถึง 3 ก.ค. นี้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/green-mission-by-chula-x-gulf-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2026 16:38:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CBiS]]></category>
		<category><![CDATA[Chula x GULF]]></category>
		<category><![CDATA[DCCE]]></category>
		<category><![CDATA[Green Leaders]]></category>
		<category><![CDATA[Green Mission]]></category>
		<category><![CDATA[Green Mission by Chula x GULF]]></category>
		<category><![CDATA[Green Mission by Chula x GULF ปีที่ 3]]></category>
		<category><![CDATA[GULF]]></category>
		<category><![CDATA[Resilient LAB]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[คิดเพื่อบ้านเรา]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณัฐวิญญ์ ชวเลิศพรศิยา]]></category>
		<category><![CDATA[นลิน เศกใจเสือ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปฐม ชัยพฤกษทล]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42797</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์สิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ได้ก้าวข้ามจาก​ &#8216;โลกร้อน (Global Warming)&#8216; เข้าสู่ยุค &#8216;โลกเดือด (Global Boiling)&#8217; อย่างเต็มตัว และเป็นสัญญาณเตือนว่า​ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือเป็นเรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นวิกฤตที่สัมผัสได้จริง และกำลังสร้างความเจ็บปวดให้กับทุกคนในปัจจุบัน ข้อมูลจากเวทีเสวนา &#8216;Resilient LAB: บูรณาการความคิด แก้วิกฤตภูมิอากาศ เพื่ออนาคตบ้านเราที่มั่นคงและยั่งยืน&#8217; ในงานเปิดโครงการ &#8216;Green Mission by Chula x GULF ภารกิจรักษ์ยั่งยืน ปีที่ 3&#8242; ภายใต้แนวคิด Resilient LAB: คิดเพื่อบ้านเรา เปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่​ร่วมเปลี่ยนพลังความคิดให้กลายเป็นทางรอดของชุมชน ซึ่งงานนี้มีผู้เชี่ยวชาญมาร่วมแชร์อินไซต์ เจาะลึกสถานการณ์ พร้อมให้แนวทางสำคัญในการสร้างนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน คุณนลิน เศกใจเสือ นักวิชาการเผยแพร่ชำนาญการ กองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) ​ฉายภาพสถานการณ์ภัยพิบัติแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยว่า​สภาพอากาศในปัจจุบันมีความแปรปรวนสูงและคาดเดาได้ยาก เช่นภาคเหนือ ต้องเผชิญ​คลื่นความร้อน และวิกฤตฝุ่นควันจากไฟป่าที่รุนแรงขึ้น หลายพื้นที่ในภาคอีสาน​ต้องประสบกับปัญหาภัยแล้งที่ทวีความรุนแรง รวมถึงปรากฏการณ์ Heat Wave ที่ไม่ปกติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/green-mission-by-chula-x-gulf-2026/">จาก &#8216;โลกเดือด&#8217; สู่ &#8216;ทางรอด&#8217; กับ &#8216;Green Mission by Chula x GULF ปี 3&#8217; โค้งสุดท้าย! ชวนน้องๆ เยาวชนเปลี่ยนไอเดียเป็นนวัตกรรม ชิงทุนกว่า 1 แสนบาท สมัครถึง 3 ก.ค. นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สถานการณ์สิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ได้ก้าวข้ามจาก​ &#8216;<strong>โลกร้อน (</strong><strong>Global Warming)</strong><strong>&#8216;</strong> เข้าสู่ยุค &#8216;<strong>โลกเดือด (</strong><strong>Global Boiling)&#8217;</strong><strong> </strong>อย่างเต็มตัว และเป็นสัญญาณเตือนว่า​ <strong>ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (</strong><strong>Climate Change)</strong> ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือเป็นเรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นวิกฤตที่สัมผัสได้จริง และกำลังสร้างความเจ็บปวดให้กับทุกคนในปัจจุบัน</p>
<p><span id="more-42797"></span></p>
<p>ข้อมูลจากเวทีเสวนา <strong>&#8216;</strong><strong>Resilient LAB: </strong><strong>บูรณาการความคิด แก้วิกฤตภูมิอากาศ เพื่ออนาคตบ้านเราที่มั่นคงและยั่งยืน&#8217;</strong> ในงานเปิดโครงการ &#8216;<strong>Green Mission by Chula x GULF </strong><strong>ภารกิจรักษ์ยั่งยืน ปีที่ </strong><strong>3&#8242; </strong>ภายใต้แนวคิด <strong>Resilient LAB: </strong><strong>คิดเพื่อบ้านเรา </strong>เปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่​ร่วมเปลี่ยนพลังความคิดให้กลายเป็นทางรอดของชุมชน ซึ่งงานนี้มีผู้เชี่ยวชาญมาร่วมแชร์อินไซต์ เจาะลึกสถานการณ์ พร้อมให้แนวทางสำคัญในการสร้างนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน</p>
<p><strong>คุณนลิน เศกใจเสือ นักวิชาการเผยแพร่ชำนาญการ กองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (</strong><strong>DCCE) </strong>​ฉายภาพสถานการณ์ภัยพิบัติแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยว่า​สภาพอากาศในปัจจุบันมีความแปรปรวนสูงและคาดเดาได้ยาก เช่นภาคเหนือ ต้องเผชิญ​คลื่นความร้อน และวิกฤตฝุ่นควันจากไฟป่าที่รุนแรงขึ้น หลายพื้นที่ในภาคอีสาน​ต้องประสบกับปัญหาภัยแล้งที่ทวีความรุนแรง รวมถึงปรากฏการณ์ Heat Wave ที่ไม่ปกติ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42800 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/นางสาวนลิน-เศกใจเสือ-นักวิชาการเผยแพร่ชำน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2569 ที่ผ่านมา จ.ขอนแก่น มีอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 39-42 องศาเซลเซียส แต่ที่มากไปกว่านั้นคือ ‘ดัชนีความร้อน (Heat Index)’ หรือความรู้สึกร้อนจริงพุ่งสูงถึง 45-52 องศาเซลเซียส เนื่องจากความชื้นในอากาศสูง ซึ่งอันตรายต่อกลุ่มเปราะบางมาก โดยเฉพาะ เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ขณะที่ภาคกลาง มีความเสี่ยงสูงจากปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่เริ่มได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนจากสภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ส่วนภาคใต้ เผชิญกับ ‘เรนบอมบ์ (Rain Bomb)’ คือ ฝนตกหนักมากในระยะเวลาสั้น ๆ อย่างรุนแรง ทำให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ถือเป็นอุทกภัยที่รุนแรงที่สุด&#8221;</em></p>
<p>นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกยังแสดงความกังวลต่อปรากฏการณ์ <strong>‘ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño)’</strong> ที่ทำให้อุณหภูมิในมหาสมุทรแปซิฟิกอุ่นขึ้นผิดปกติ 1.5-2 องศาเซลเซียส ซึ่งมหาสมุทรเปรียบเสมือนเครื่องปรับอากาศของโลก เมื่อเครื่องรวน ระบบนิเวศทั้งหมดจึงได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คือ การเปลี่ยนบทบาทของคนไทยจากผู้รอคอยการชดเชยหลังเกิดภัย ให้กลายเป็นผู้รู้เท่าทันความเสี่ยง และลุกขึ้นมาปรับตัว ซึ่งเชื่อว่าน้อง ๆ เยาวชนไม่ใช่แค่ผู้รับชะตากรรมในอนาคต แต่คือพลังสำคัญที่จะเปลี่ยนโลกตั้งแต่วันนี้<strong> </strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42801 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/นายปฐม-ชัยพฤกษทล-ผู้จัดการอาวุโส-TGO.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณปฐม ชัยพฤกษทล ผู้จัดการอาวุโส สำนักรับรองธุรกิจคาร์บอนต่ำ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ </strong><strong>TGO</strong> กล่าวว่า ​การลดก๊าซเรือนกระจกเริ่มต้นได้จากตัวเรา แต่สิ่งแรก​ต้องรู้ก่อนว่า​แต่ละวันเราปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาเท่าไหร่ ผ่านกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินทาง หรือการใช้ไฟฟ้า ปัจจุบันมี Zero Carbon ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันช่วยคำนวณและแนะแนวทางลดการปล่อยคาร์บอนได้</p>
<p>ทั้งนี้ ประเทศไทยตั้งเป้าบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 โดยเน้นการพัฒนา​เทคโนโลยีการลดการปล่อยก๊าซ รวมทั้ง​การใช้พลังงานหมุนเวียน ที่ยังคงมีข้อจำกัดเรื่องเสถียรภาพ จึงเริ่มมีการนำระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่เข้ามาช่วย ในระดับท้องถิ่น หลายเทศบาลเริ่มขับเคลื่อนแผนลดก๊าซเรือนกระจกผ่านวิธีพื้นฐานแต่ได้ผลสูง คือ การเปลี่ยนหลอดไฟประหยัดพลังงานและการเพิ่มพื้นที่สีเขียว นี่คือเทคโนโลยีที่ถูกที่สุดในการดูดกลับคาร์บอน และในอนาคต ‘คาร์บอนเครดิต’ จากพื้นที่ป่าไม้จะมีมูลค่าสูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Negative Emission Technology ที่จะเข้ามาช่วยดึงก๊าซเรือนกระจกออกจากชั้นบรรยากาศให้ต่ำกว่าระดับที่ปล่อยไป”</p>
<p><em>“อยากให้น้อง ๆ มองว่า ปัญหานี้มัน ‘สัมผัสติดเนื้อหนัง’ เราตลอดเวลา อย่ามองว่าเราเป็นแค่คนตัวเล็ก ๆ วันนี้เราสามารถเริ่มทำสิ่งยิ่งใหญ่ร่วมกันได้ และอย่ามองเพื่อน ๆ เป็นคู่แข่ง แต่พวกเราคือ ‘พันธมิตร (Alliance)’ ที่จะมาร่วมมือกันรักษาโลกไม่ให้อุณหภูมิเฉลี่ยสูงเกินเป้าหมาย 1.5 องศาเซลเซียส เพราะถ้าเกินกว่านั้นโลกจะกลายเป็นผู้ป่วยที่รักษาไม่ได้อีกต่อไป</em>”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42801 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/นายปฐม-ชัยพฤกษทล-ผู้จัดการอาวุโส-TGO.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.ณัฐวิญญ์ ชวเลิศพรศิยา ที่ปรึกษาสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (</strong><strong>CBiS)</strong> ได้ให้คำแนะนำแก่นักคิดรุ่นใหม่เพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม โดยเน้นย้ำเรื่อง <strong>‘การคิดเชิงระบบ (System Thinking)’</strong> เพื่อป้องกันไม่ให้การแก้ปัญหาจุดหนึ่ง กลายเป็นการย้ายปัญหาไปอีกจุดหนึ่ง พร้อมให้แนวทาง 3 ข้อสำคัญ ในการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ต้องประกอบด้วย</p>
<p>1. <strong>หาให้เจอ</strong> ต้องรู้ว่าใครคือผู้ได้รับผลกระทบ แยกแยะให้ออกระหว่าง <strong>ลูกค้า </strong>และ <strong>ผู้ใช้</strong> และดูว่าพวกเขาต้องการนวัตกรรมนั้นจริงๆ หรือไม่</p>
<p><strong>2. คิดให้ครบ </strong>มองให้ครบลูป (Loop) วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ เช่น แผงโซลาร์เซลล์หรือแบตเตอรี่เมื่อพังแล้วจะไปไหน เหมือนในอดีตที่เราใช้ถุงกระดาษแล้วเปลี่ยนมาใช้พลาสติก เพราะมองว่ากระดาษใช้ทรัพยากรจำนวนมาก แต่สุดท้ายวันนี้เราก็ต้องวนกลับมาแก้ปัญหาพลาสติกด้วยถุงกระดาษ เพราะคิดไม่ครบลูป</p>
<p><strong>3. หาจุดคานงัด (</strong><strong>Leverage Point)</strong> ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการคิดเชิงระบบ เมื่อเราลงมือแก้เพียงจุดเดียวแล้วจะสร้างผลกระทบเชิงบวกขนาดใหญ่ และทำให้นวัตกรรมนั้นแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น</p>
<p><em><strong>“นวัตกรรมที่ดีและยั่งยืนต้องตอบโจทย์ </strong><strong>3 </strong><strong>ด้าน คือ ต้องเป็นมิตรกับผู้ใช้ แก้ปัญหาได้จริง และต้องเลี้ยงตัวเองได้ในระยะยาว ที่สำคัญคือ อย่ากลัวที่จะลงมือทำ อย่าคิดอยู่บนกระดาษอย่างเดียว จงกล้าที่จะทดลอง เพราะบางครั้งความผิดพลาดเพียงหนึ่งเรื่อง อาจกลายเป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลกที่ยิ่งใหญ่ เหมือนจุดกำเนิดของ </strong><strong>‘</strong><strong>โพสต์-อิท (</strong><strong>Post-it)’ </strong></em><strong><em>ที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดของการประดิษฐ์กาวที่ไม่ติดแน่น แต่กลายเป็นนวัตกรรมที่มีประโยชน์ต่อคนทั้งโลก”</em> ดร.ณัฐวิญญ์ </strong>กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42798 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Green-Mission-by-Chula-x-GULF-_3_10.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ถึงเวลาแล้วที่เยาวชนคนรุ่นใหม่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนพลังความคิดให้กลายเป็นทางรอดของชุมชน กับ <strong>Green Mission by Chula x GULF </strong><strong>ปีที่ </strong><strong>3</strong> ภายใต้แนวคิด <strong>Resilient LAB: </strong><strong>คิดเพื่อบ้านเรา </strong>ซึ่งเกิดจากความตั้งใจของ <strong>บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>GULF</strong> และ <strong>คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> เพื่อเปิดโอกาสให้น้องๆ ระดับมัธยมปลายทั่วประเทศ มาร่วมกันคิด มาร่วมมองหาปัญหาในชุมชนหรือ &#8216;<strong>บ้านของเราเอง&#8217;</strong> แล้วเปลี่ยนเป็นนวัตกรรมล้ำๆ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชนอย่างยั่งยืน ชิงทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท</p>
<p>และที่พิเศษไปกว่านั้น ในปีนี้ GULF ยกระดับความเข้มข้นด้วยการสนับสนุนทุนต่อยอด เพื่อเปลี่ยน <strong>ไอเดียบนกระดาษ</strong> ของน้องๆ ให้กลายเป็น <strong>นวัตกรรม </strong>ที่นำไปใช้งานได้จริง เพื่อสร้าง <strong>Green Leaders</strong> รุ่นใหม่ที่มีทักษะการลงมือทำจริง และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</p>
<p>สำหรับน้องๆ ที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ ทีมละ 4 คน ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม 2569 นี้เท่านั้น! สมัครผ่าน <a href="https://www.eng.chula.ac.th/th/59429" target="_blank" rel="noopener">Google Form</a> โดยศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ <a href="https://www.eng.chula.ac.th" target="_blank" rel="noopener">eng.chula.ac.th</a> หรือสอบถามรายละเอียดโทร: 086-522-3844 พร้อมติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของโครงการได้ที่ Facebook: <a href="https://www.facebook.com/GULFSPARK.TH/" target="_blank" rel="noopener">GULF Spark</a> และ TikTok: <a href="https://www.tiktok.com/@GULFspark" target="_blank" rel="noopener">@GULFspark</a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42802 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Green-Mission-by-Chula-x-GULF-_3_06.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/green-mission-by-chula-x-gulf-2026/">จาก &#8216;โลกเดือด&#8217; สู่ &#8216;ทางรอด&#8217; กับ &#8216;Green Mission by Chula x GULF ปี 3&#8217; โค้งสุดท้าย! ชวนน้องๆ เยาวชนเปลี่ยนไอเดียเป็นนวัตกรรม ชิงทุนกว่า 1 แสนบาท สมัครถึง 3 ก.ค. นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มมิตรผลสร้างสถิติใหม่ คว้าผลประเมินด้านความยั่งยืน S&#038;P Global 2025​ ด้วยคะแนนสูงสุด ครองตำแหน่งผู้ผลิตน้ำตาลอย่างยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/mitr-phol-world-first-csa-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2026 12:47:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Corporate Sustainability Assessment]]></category>
		<category><![CDATA[CSA]]></category>
		<category><![CDATA[Mitr Phol]]></category>
		<category><![CDATA[Mitr Phol Group]]></category>
		<category><![CDATA[Mitr Phol Oasis]]></category>
		<category><![CDATA[S&P Global]]></category>
		<category><![CDATA[S&P Global 2025​]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มมิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจน้ำตาล]]></category>
		<category><![CDATA[นะโม ตัดสด]]></category>
		<category><![CDATA[บรรเทิง ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[มิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41294</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มมิตรผล ผู้นำด้านการพัฒนาเพื่อสร้างความยั่งยืนจากภาคเกษตร ตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกด้านความยั่งยืน จากผลการประเมิน Corporate Sustainability Assessment (CSA) ประจำปี 2025 ด้วยการครองตำแหน่ง ผู้ผลิตน้ำตาลอย่างยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก โดยได้รับคะแนนสูงสุดในกลุ่มผู้ผลิตน้ำตาลทั่วโลกที่เข้าร่วมการประเมิน และยังเป็นคะแนนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของกลุ่มมิตรผลนับตั้งแต่เริ่มเข้าร่วมการประเมินในปี 2018 นอกจากนี้ยังได้รับการจัดอันดับผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก ในกลุ่ม Top 5% ของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร (Food Products Industry) จากบริษัทที่เข้าร่วมการประเมินกว่า 9,200 แห่ง ครอบคลุม 59 อุตสาหกรรมทั่วโลกในปี 2025 สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ที่มุ่งยกระดับ &#8216;ระบบการเกษตรและอาหารที่มั่นคง&#8217; ควบคู่การส่งเสริมเกษตรกรให้ร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนในประเทศไทยและทั่วโลก คุณบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า การพัฒนาองค์กรด้วยมาตรฐานระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของให้องค์กรให้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน เป็นเป้าหมายที่กลุ่มมิตรผลให้ความสำคัญและดำเนินงานมาโดยตลอด &#8220;ผลการประเมินจาก S&#38;P Global ครั้งล่าสุดนี้ กลุ่มมิตรผลได้รับคะแนนสูงสุดจากเข้าร่วมประเมินมา 7 ปี เป็นผลจากการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน และลงมือปฏิบัติจริงจากทุกภาคส่วน รวมถึงเกษตรกรคู่ค้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/mitr-phol-world-first-csa-2025/">กลุ่มมิตรผลสร้างสถิติใหม่ คว้าผลประเมินด้านความยั่งยืน S&#038;P Global 2025​ ด้วยคะแนนสูงสุด ครองตำแหน่งผู้ผลิตน้ำตาลอย่างยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กลุ่มมิตรผล ผู้นำด้านการพัฒนาเพื่อสร้างความยั่งยืนจากภาคเกษตร ตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกด้านความยั่งยืน จากผลการประเมิน Corporate Sustainability Assessment (CSA) ประจำปี 2025 ด้วยการครองตำแหน่ง <strong>ผู้ผลิตน้ำตาลอย่างยั่งยืนอันดับ </strong><strong>1</strong><strong> ของโลก</strong> โดยได้รับคะแนนสูงสุดในกลุ่มผู้ผลิตน้ำตาลทั่วโลกที่เข้าร่วมการประเมิน และยังเป็นคะแนนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของกลุ่มมิตรผลนับตั้งแต่เริ่มเข้าร่วมการประเมินในปี 2018</p>
<p><span id="more-41294"></span></p>
<p>นอกจากนี้ยังได้รับการจัดอันดับผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก ในกลุ่ม Top 5% ของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร (Food Products Industry) จากบริษัทที่เข้าร่วมการประเมินกว่า 9,200 แห่ง ครอบคลุม 59 อุตสาหกรรมทั่วโลกในปี 2025 สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ที่มุ่งยกระดับ <strong>&#8216;ระบบการเกษตรและอาหารที่มั่นคง&#8217;</strong> ควบคู่การส่งเสริมเกษตรกรให้ร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนในประเทศไทยและทั่วโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41296 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Mitr1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>คุณบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล</strong> กล่าวว่า การพัฒนาองค์กรด้วยมาตรฐานระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของให้องค์กรให้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน เป็นเป้าหมายที่กลุ่มมิตรผลให้ความสำคัญและดำเนินงานมาโดยตลอด</p>
<p><em>&#8220;ผลการประเมินจาก S&amp;P Global ครั้งล่าสุดนี้ กลุ่มมิตรผลได้รับคะแนนสูงสุดจากเข้าร่วมประเมินมา 7 ปี เป็นผลจากการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน และลงมือปฏิบัติจริงจากทุกภาคส่วน รวมถึงเกษตรกรคู่ค้า และลูกค้าของเราด้วย นับเป็นการผลักดันให้องค์กรได้ก้าวสู่มาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากล โปร่งใส และมีมาตรฐานเช่นเดียวกับบริษัทจดทะเบียนชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์ และบริษัทชั้นนำของโลก&#8221;</em></p>
<p><strong>ทั้งนี้ กลุ่มมิตรผลให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อโลก เพื่อตอกย้ำความเป็นเลิศด้านสิ่งแวดล้อม </strong>พร้อมสะท้อนความมุ่งมั่นสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านผลลัพธ์สำคัญ ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41298 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Mitr4.jpg" alt="" width="1200" height="1200" /></p>
<p><strong>&#8211; ขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน</strong> – มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2030 และ Net Zero ภายในปี 2050 ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการบริหารจัดการคาร์บอนด้วยระบบติดตาม วัดผล และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำให้แก่ผู้บริโภค โดยล่าสุดกลุ่มมิตรผลได้รับการรับรอง Carbon footprint Product กว่า 73 ผลิตภัณฑ์ และ Carbon Footprint Reduction อีก 13 ผลิตภัณฑ์อีกด้วย</p>
<p><strong>&#8211; บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อโลกที่ยั่งยืน </strong>– ตั้งเป้าใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 100% ภายในปี 2030 เดินหน้าความร่วมมือกับพันธมิตรตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งความร่วมมือกับลูกค้าในการส่งมอบผลิตภัณฑ์น้ำเชื่อมและน้ำตาลผ่านการขนส่งด้วยรถบรรทุกถัง (Tank Car) ซึ่งช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกสำหรับผลิตภัณฑ์ไปได้กว่า 300 ล้านถุง และยังร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนในการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41299 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Mitr3.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>&#8211; สร้างความมั่นคงของทรัพยากรน้ำ เสริมพลังเกษตรกรผ่านโครงการ </strong><strong>Mitr Phol Oasis</strong> &#8211; พัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่กว่า<strong>1 </strong><strong>ล้านลูกบาศก์เมตร</strong> เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยในพื้นที่ ซึ่งครอบคลุม <strong>4 </strong><strong>โครงการ ในจังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ และสุพรรณบุรี</strong> สนับสนุนพื้นที่ปลูกอ้อยกว่า <strong>22,000 </strong><strong>ไร่</strong> ช่วยเพิ่มผลผลิตและรายได้ <strong>3,000</strong><strong>–</strong><strong>6,000 </strong><strong>บาท/ไร่</strong> และลดต้นทุนค่าน้ำ <strong>3,500 </strong><strong>บาท/ไร่/ปี</strong> พร้อมนำน้ำจากกระบวนการกลับมาใช้ใหม่ได้เฉลี่ย <strong>3,000 </strong><strong>ลูกบาศก์เมตรต่อวัน</strong></p>
<p><strong>&#8211; ขับเคลื่อนการตัดอ้อยสดและพลังงานหมุนเวียนจากภาคเกษตรไทย </strong><strong>&#8211; </strong>สนับสนุนการตัดอ้อยสดผ่านแคมเปญ &#8216;<strong>นะโม ตัดสด&#8217;</strong> ควบคู่โครงการรับซื้อใบอ้อย เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าชีวมวลพร้อมสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกร โดยปัจจุบันมีปริมาณอ้อยสดเข้าสู่โรงงานมากกว่า 96% และมีการรับซื้อใบอ้อยต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 สร้างพลังงานสะอาดจากภาคเกษตรไทย และเป็นองค์กรต้นแบบในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลที่เติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>สนับสนุนชุมชนเข้มแข็ง </strong><strong>: </strong><strong>มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและชุมชนตามแนวทางร่วมอยู่ ร่วมเจริญ </strong></p>
<ul>
<li><strong>ส่งเสริมศักยภาพเกษตรกร </strong>ผ่าน “มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม” แนวทางการบริหารจัดการไร่อ้อยสมัยใหม่ที่ผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก ช่วยเกษตรกรยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้ ควบคู่กับการดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ให้เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว</li>
<li><strong>นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่</strong><strong>ตอบโจทย์ด้านสุขภาพของผู้บริโภค</strong> – ด้วยการบริหารจัดการที่โปร่งใส ตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิตที่สะอาด ปลอดภัยได้ และได้รับมาตรฐานระดับสากล เพื่อส่งมอบมือสิ่งที่ดีและคุ้มค่าที่สุดให้กับลูกค้าและผู้บริโภค โดยได้พัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำตาลเพื่อสุขภาพ เช่น Low Cal Sugar Blend และ LOW GI Natural Cane Sugar ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการบริโภคอย่างเหมาะสม</li>
<li><strong>สนับสนุนการสร้างโอกาสที่เท่าเทียม </strong>&#8211; เคารพต่อสิทธิมนุษยชน ให้ความสำคัญต่อความหลากหลายอย่างเท่าเทียม เพื่อให้ทุกคนสามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน โดยกลุ่มมิตรผลได้คว้ารางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชนดีเด่น ระดับ Gold ประจำปี พ.ศ.2568 จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และรางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณระดับเกียรติยศ องค์กรสนับสนุนการจ้างงานคนพิการ ประจำปี พ.ศ.2568 จากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41297 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Mitr2.jpg" alt="" width="424" height="600" /></p>
<p>และอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้คือ <strong>การยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน</strong> ผ่านโครงการกำกับดูแลที่ชัดเจน นโยบายจริยธรรมทางธุรกิจที่เข้มแข็ง และการเปิดเผยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p>ผลการประเมินจาก S&amp;P Global ในปี 2025 นี้นับเป็นสิ่งยืนยันว่ากลุ่มมิตรผลได้สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตที่ยั่งยืน ผ่านการลงมือทำอย่างจริงจัง การผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยี และพลังความมุ่งมั่นของบุคลากร ตลอดจนความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำบทบาทของกลุ่มมิตรผลในฐานะองค์กรชั้นนำระดับโลกที่มุ่งสร้างคุณค่าให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDG Goals) ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/mitr-phol-world-first-csa-2025/">กลุ่มมิตรผลสร้างสถิติใหม่ คว้าผลประเมินด้านความยั่งยืน S&#038;P Global 2025​ ด้วยคะแนนสูงสุด ครองตำแหน่งผู้ผลิตน้ำตาลอย่างยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>OR ขับเคลื่อนระบบนิเวศดิจิทัลสู่ความยั่งยืน โชว์นวัตกรรม EV Station PluZ – blueplus+ – PTT Lubricants ในงาน Sustainable Spark by PTT Group 2026   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/or-innovation-in-sustainable-spark-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 18 Jan 2026 17:16:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[blueplus+]]></category>
		<category><![CDATA[Digital]]></category>
		<category><![CDATA[EV Station PluZ]]></category>
		<category><![CDATA[OR]]></category>
		<category><![CDATA[OR เติมโอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[PTT Group]]></category>
		<category><![CDATA[PTT Lubricants]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Spark by PTT Group 2026]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39542</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาส มุ่งมั่นในการสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนผ่านแนวคิด “OR เติมโอกาส” ร่วมแสดงศักยภาพในงาน Sustainable Spark by PTT Group 2026 ณ สยามพารากอน นำเสนอกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ที่ไม่ใช่เพียงแค่การนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่แฝงนวัตกรรมไว้ในกระบวนการทางธุรกิจ เพื่อสร้างพื้นที่แห่งโอกาสให้แก่ผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เติบโตไปพร้อมกันอย่างแข็งแกร่ง 1. EV Station PluZ : โครงสร้างพื้นฐานเพื่อสังคมคาร์บอนต่ำ มุ่งมั่นขยายเครือข่ายสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมการเดินทางทั่วประเทศ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและส่งเสริมการเดินทางที่มีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปัจจุบันเปิดให้บริการจุดชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าแล้วกว่า 1,300 แห่ง พร้อมยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน EV Station PluZ ที่ช่วยในการวางแผนเดินทางและจัดการการชาร์จได้อย่างสะดวก สบาย นอกจากนี้ ภายในงานยังเปิดพื้นที่ Business Matching เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่มียานยนต์ไฟฟ้าและต้องการใช้งานสถานีชาร์จสาธารณะ หรือติดตั้งเครื่องชาร์จใช้งานภายในพื่นที่องค์กร รวมถึงเจ้าของพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่สามารถร่วมขยายเครือข่ายพลังงานสะอาดไปด้วยกัน 2. blueplus+ : [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/or-innovation-in-sustainable-spark-2026/">OR ขับเคลื่อนระบบนิเวศดิจิทัลสู่ความยั่งยืน โชว์นวัตกรรม EV Station PluZ – blueplus+ – PTT Lubricants ในงาน Sustainable Spark by PTT Group 2026   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (</strong><strong>OR) </strong>ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาส มุ่งมั่นในการสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนผ่านแนวคิด “<strong>OR เติมโอกาส</strong>” ร่วมแสดงศักยภาพในงาน Sustainable Spark by PTT Group 2026 ณ สยามพารากอน</p>
<p><span id="more-39542"></span></p>
<p>นำเสนอกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ที่ไม่ใช่เพียงแค่การนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่แฝงนวัตกรรมไว้ในกระบวนการทางธุรกิจ เพื่อสร้างพื้นที่แห่งโอกาสให้แก่ผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เติบโตไปพร้อมกันอย่างแข็งแกร่ง</p>
<p><strong>1. EV Station PluZ : </strong><strong>โครงสร้างพื้นฐานเพื่อสังคมคาร์บอนต่ำ</strong></p>
<p>มุ่งมั่นขยายเครือข่ายสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมการเดินทางทั่วประเทศ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและส่งเสริมการเดินทางที่มีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปัจจุบันเปิดให้บริการจุดชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าแล้วกว่า 1,300 แห่ง พร้อมยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน EV Station PluZ ที่ช่วยในการวางแผนเดินทางและจัดการการชาร์จได้อย่างสะดวก สบาย นอกจากนี้ ภายในงานยังเปิดพื้นที่ Business Matching เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่มียานยนต์ไฟฟ้าและต้องการใช้งานสถานีชาร์จสาธารณะ หรือติดตั้งเครื่องชาร์จใช้งานภายในพื่นที่องค์กร รวมถึงเจ้าของพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่สามารถร่วมขยายเครือข่ายพลังงานสะอาดไปด้วยกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39545 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/S__53551555.jpg" alt="" width="1200" height="793" /></p>
<p><strong>2. blueplus+ : </strong><strong>นิยามใหม่ของสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล </strong></p>
<p>เปลี่ยนผ่านจากบัตรสมาชิกแบบเดิมสู่ Digital Lifestyle Platform ที่เชื่อมโยงทุกแบรนด์ในเครือ OR เช่น PTT Station, Café Amazon, FIT Auto, ก๊าซหุงต้ม ปตท., blueplus+ wallet เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ โดยใช้ Data Intelligence มอบสิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นที่ตรงใจผู้บริโภคยุคใหม่ ช่วยให้ทุกการใช้จ่าย การสะสมคะแนนและแลกสิทธิประโยชน์เป็นเรื่องที่คุ้มค่าและสะดวกสบายผ่านสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว และเปิดตัว Feature ใหม่ล่าสุด แลกคะแนน blue point แทนเงินสด กด Redeem ในแอปพลิเคชัน ได้ทันที ผู้สนใจสามารถสมัครสมาชิก blueplus+ ได้ผ่านแอปพลิเคชัน blueplus+ และเว็บไซต์ www.blueplus.com</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39546 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/S__53551556.jpg" alt="" width="1200" height="976" /></p>
<p><strong>3. </strong><strong>PTT Lubricants : </strong><strong>นวัตกรรม</strong> <strong>Automate Storage and Retrieval System</strong></p>
<p>นำเสนอความล้ำสมัยของ PTT Lubricants Distribution Center ศูนย์กระจายสินค้าอัจฉริยะพื้นที่กว่า 24,000 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิด Smart factory Smart Supply Chain โดยการนำเทคโนโลยี Digital เชื่อมโยงตลอดทั้ง Supply Chain และเทคโนโลยี Automated Storage and Retrieval System (ASRS) มาช่วยบริหารจัดการผลิตภัณฑ์หล่อลื่น เป็นไปอย่างมีประสทธิภาพตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ สามารถจัดเก็บสินค้าได้มากกว่า 12,000 พาเลท จัดจ่ายสินค้าได้สูงสุด 263 ล้านลิตรต่อปี ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ (99.99%)  สอดคล้องกับแนวคิด &#8220;The Moving Innovation&#8221; และเป็นหัวใจสำคัญของห่วงโซ่อุปทานหล่อลื่น ที่พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39547 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/S__53551557.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><br />
การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ OR ไม่เพียงแต่นำเสนอเทคโนโลยี แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงการนำ “จุดแข็งและขีดความสามารถ” มาต่อยอดให้เกิดคุณค่าแก่สังคม พร้อมร่วมมือกับ คู่ค้า และพันธมิตร เพื่อสร้างการเติบโตและเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจที่ยั่งยืน</p>
<p>OR เชื่อมั่นว่าความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จริง เมื่อทุกภาคส่วนเติบโตไปพร้อมกัน เราจึงพร้อมเปิดรับทุกโอกาสในการสร้างความร่วมมือ ทั้งบน Physical และ Digital Platform เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศแห่งความยั่งยืนนี้ให้ขยายวงกว้างออกไปอย่างไม่สิ้นสุด และมุ่งสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และการเดินทางสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/or-innovation-in-sustainable-spark-2026/">OR ขับเคลื่อนระบบนิเวศดิจิทัลสู่ความยั่งยืน โชว์นวัตกรรม EV Station PluZ – blueplus+ – PTT Lubricants ในงาน Sustainable Spark by PTT Group 2026   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดูแล &#8216;สิ่งแวดล้อม&#8217; ให้เหมือน ดูแลสุขภาพ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/banpu-decarb-festival/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Jan 2026 07:21:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[Decarb Festival]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Envi]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental]]></category>
		<category><![CDATA[Integrated]]></category>
		<category><![CDATA[LowCarbon]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[POWER GREEN]]></category>
		<category><![CDATA[PowerGreenCamp]]></category>
		<category><![CDATA[PowerGreenCamp20]]></category>
		<category><![CDATA[Science]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ดีค้าบ]]></category>
		<category><![CDATA[ดีค้าบเฟสติวัล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สินนท์ ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[เพาเวอร์กรีน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39316</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;การดูแล สิ่งแวดล้อม ก็เหมือนกับการดูแล สุขภาพ ของเราเอง เพราะไม่ว่าเราจะทำงานอย่างหนัก เพื่อหาเงินให้ได้มากแค่ไหน แต่สุดท้าย เราต้องเจ็บป่วย หรือไม่อยู่แล้ว ก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร เช่นเดียวกับการทำ ธุรกิจ ถ้านึกถึงแค่การทำให้ ยอดขาย เติบโต โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสภาพ​แวดล้อมเลย แต่ในอนาคตข้างหน้า ไม่มีโลกให้อยู่แล้ว ถ้าถึงวันนั้น แล้วเราทุกคนจะทำอย่างไร?&#8221;คำกล่าวของ คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) บนเวที​เสวนา &#8216;เชื่อมโยงภารกิจสู่สังคมคาร์บอนต่ำ: รัฐ-การศึกษา-เอกชน&#8217; ภายในกิจกรรม &#8216; Decarb Festival ลดคาร์บอนให้โลกคูลล์&#8217; โครงการค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพาเวอร์กรีน ปีที่ 20 PowerGreen Camp ซึ่ง​ถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญ ในการช่วยผลักดันให้เด็กและเยาวชนไทยใส่ใจและตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ความรู้ และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนอย่างสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำบนเวทีสัมมนา คุณสินนท์ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงภารกิจ Decarbonization ของ บ้านปู เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net zero ภายในปี 2050 และลดการปลดปล่อยคาร์บอนภายในธุรกิจลง 20% ภายในปี 2030 ผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยี และการเปลี่ยนผ่านสู่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/banpu-decarb-festival/">ดูแล &#8216;สิ่งแวดล้อม&#8217; ให้เหมือน ดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>&#8220;การดูแล <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สิ่งแวดล้อม</span></strong> ก็เหมือนกับการดูแล <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สุขภาพ</span> ของเราเอง เพราะไม่ว่าเราจะทำงานอย่างหนัก เพื่อหาเงินให้ได้มากแค่ไหน แต่สุดท้าย เราต้องเจ็บป่วย หรือไม่อยู่แล้ว ก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร เช่นเดียวกับการทำ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ธุรกิจ</span> ถ้านึกถึงแค่การทำให้ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ยอดขาย</span> เติบโต โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสภาพ​แวดล้อมเลย แต่ในอนาคตข้างหน้า ไม่มีโลกให้อยู่แล้ว ถ้าถึงวันนั้น แล้วเราทุกคนจะทำอย่างไร?&#8221;</em><br class="html-br" /><span id="more-39316"></span><br class="html-br" />คำกล่าวของ<strong> คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) บนเวที​เสวนา <strong>&#8216;เชื่อมโยงภารกิจสู่สังคมคาร์บอนต่ำ: รัฐ-การศึกษา-เอกชน&#8217; ภายในกิจกรรม &#8216; <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarb</span> Festival ลดคาร์บอนให้โลกคูลล์&#8217;</strong> โครงการค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพาเวอร์กรีน ปีที่ 20 <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><span class="xt0psk2"><span class="xjp7ctv">PowerGreen Camp</span></span></span> ซึ่ง​ถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญ ในการช่วยผลักดันให้เด็กและเยาวชนไทยใส่ใจและตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ความรู้ และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนอย่างสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สังคมคาร์บอนต่ำ</span><br class="html-br" /><br class="html-br" />บนเวทีสัมมนา คุณสินนท์ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงภารกิจ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarbonization</span> ของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">บ้านปู</span> เพื่อบรรลุเป้าหมาย<strong> <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Net zero</span></strong> ภายในปี 2050 และลดการปลดปล่อยคาร์บอนภายในธุรกิจลง 20% ภายในปี 2030 ผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยี และการเปลี่ยนผ่านสู่ New Energy เนื่องจากอุตสาหกรรมด้านพลังงานถือเป็นภาคส่วนสำคัญในฐานะต้นทางการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนของธุกิจต่างๆ พร้อมทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Renewable</span><br class="html-br" /><br class="html-br" />ซึ่งที่ผ่านมา บ้านปูมีความพยายาม​ในการขับเคลื่อนเรื่องของ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พลังงานสะอาด</span> อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ New Energy ทั้งโซลาร์ฟาร์ม แบตเอตรี่ รวมไปถึงพลังงานนิวเคลียร์ หรือไฮโดรเจน ซึ่งถือเป็นแหล่งพลังงานแห่งอนาคต ที่สามารถช่วยรักษาศักยภาพในการเปลี่ยนผ่าน โดยยังคงรักษาสมดุลในเรื่องของความมีเสถียรภาพ และราคาพลังงานเอาไว้ได้<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะเดียวกัน ก็ถือเป็นความท้าทายสำคัญของบ้านปู และภาคเอกชนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ในการหาแนวทางสำหรับใช้​ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่าน ในการพัฒนาและลงทุนด้านพลังงานสะอาด ผ่านการลงทุนเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสามารถสร้างแหล่งพลังงานใหม่ขึ้นมาได้ทันเวลา​ตามแผนการเปลี่ยนผ่าน พร้อมทั้งรักษาระดับราคาไว้ไม่ให้สูงมากจนเกินไป ​<br class="html-br" /><br class="html-br" />ดังนั้น ​ความชัดเจนของนโยบายในการเปลี่ยนผ่านระดับประเทศ จึงมีความสำคัญ รวมทั้งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้ง​ภาครัฐ ภาคการศึกษา และเอกชน เพื่อการขับเคลื่อนร่วมกันได้อย่างแน่นแฟ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/banpu-decarb-festival/">ดูแล &#8216;สิ่งแวดล้อม&#8217; ให้เหมือน ดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Thai SCP ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ขับเคลื่อน &#8216;การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน&#8217; สานพลังสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 พร้อมดัน &#8216;ตลาดสีเขียว&#8217; ให้เกิดขึ้นจริง   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/thai-scp-achieving-sustainable-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Dec 2025 08:21:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[EIA]]></category>
		<category><![CDATA[GPP]]></category>
		<category><![CDATA[Green Public Procurement]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SDG 12]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Thai SCP Network]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวภาครัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[การบริโภคที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิจารย์ สิมาฉายา]]></category>
		<category><![CDATA[ธนัญชัย วรรณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทรานันท์ ทองประพาฬ]]></category>
		<category><![CDATA[สนธิสัญญาพลาสติกโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38953</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ Thai SCP Network ร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) จัดงานประชุมวิชาการประจำปี 2568 ภายใต้หัวข้อ“การเติบโตที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมการผลิตและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ”  (Achieving Sustainable Growth through Innovations in Responsible Production and Consumption Practices) ระดมสมองภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยและเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ทันต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และวิกฤตโลกเดือด ณ กรมควบคุมมลพิษ คุณภัทรานันท์ ทองประพาฬ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ประธานในพิธี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ &#8216;การส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนไทยผ่านการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน&#8217; โดยระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยได้แสดงความมุ่งมั่นการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ จึงได้​ปรับเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ให้เร็วขึ้น 15 ปี จากปี 2065  เป็นภายในปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/thai-scp-achieving-sustainable-growth/">Thai SCP ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ขับเคลื่อน &#8216;การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน&#8217; สานพลังสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 พร้อมดัน &#8216;ตลาดสีเขียว&#8217; ให้เกิดขึ้นจริง   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ </strong><strong>Thai SCP Network </strong><strong>ร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และ </strong><strong>สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ </strong><strong>(สอวช.) จัดงานประชุมวิชาการประจำปี </strong><strong>2568 </strong><strong>ภายใต้หัวข้อ</strong>“การเติบโตที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมการผลิตและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ<strong>” </strong> (<strong>Achieving Sustainable Growth through Innovations in Responsible Production and Consumption Practices</strong><strong>)</strong></p>
<p><span id="more-38953"></span></p>
<p><strong>ระดมสมองภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยและเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ทันต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (</strong><strong>SDGs) </strong><strong>และวิกฤตโลกเดือด ณ กรมควบคุมมลพิษ</strong></p>
<p><strong>คุณภัทรานันท์ ทองประพาฬ</strong> รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ประธานในพิธี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ <strong>&#8216;</strong><strong>การส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนไทยผ่านการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน&#8217;</strong> โดยระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยได้แสดงความมุ่งมั่นการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ จึงได้​ปรับเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ให้เร็วขึ้น 15 ปี จากปี 2065  เป็นภายในปี 2050 ซึ่งถือเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38954 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/คุณภัทรานนท์-ทองประพาฬ-รองเลขาธิการฯ-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังได้มอบนโยบายเร่งด่วนเรื่อง<strong> Zero Food Waste</strong> หรือการจัดการขยะอาหารให้เป็นศูนย์ นำร่องในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และเตรียมพิจารณามาตรการทางกฎหมายเพื่อเชื่อมโยงการจัดการขยะอาหารเข้าสู่ระบบ EIA สำหรับโครงการขนาดใหญ่ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับสังคมไทย โดยเชื่อมั่นว่าวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของรัฐบาลกับการผนึกพลังขับเคลื่อนที่เข้มแข็งจากเครือข่าย Thai SCP จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เกิดการผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบ สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยได้อย่างแท้จริง”</em></p>
<p><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong> ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในฐานะประธาน Thai SCP Network กล่าวว่า การขยับเป้าหมาย Net zero ของประเทศไทยเร็วขึ้นจากเดิม 15 ปี จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อสามารถบรรรลุเป้าหมาย และต้องสอดคล้องไปด้วยกัน​ทั้งภาคการผลิตและการบริโภค ซึ่งทางสมาคมฯ มีการทำงานร่วมทุกฝ่ายตลอดทั้งห่วงโซ่ โดยในภาคการผลิต ได้ประสานกับผู้ผลิตทั้งในภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตร และภาคบริการ รวมทั้งในส่วนผู้บริโภคที่พยายามผลักดันและส่งเสริม​ตลาดสีเขียวให้เติบโตทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสินค้าที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยังสนับสนุนการขับเคลื่อนความยั่งยืนตามเป้าหมายที่ 12 (SDG12) ซึ่งเป็นเสมือนตัวกลางเชื่อมโยงทุกมิติ ​หากสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้จากระดับรากฐาน​ จะส่งผลโดยตรงต่อการลดโลกร้อนและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38955 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ดร.วิจารย์-สิมาฉายา-ประธาน-Thaiscp.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบัน Thai SCP Network ได้ยกระดับโครงสร้างจากเครือข่ายจิตอาสาสู่การเป็น <strong>สมาคม​</strong> อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเป็นกลไกกลาง เพื่อเชื่อมโยงนวัตกรรมระดับโลกสู่การปฏิบัติในพื้นที่ อาทิ ​การร่วมมือกับสถาบันยุทธ์ศาสตร์สิ่งแวดล้อมโลก (Institute for Global Environmental Strategies: IGES) ประเทศญี่ปุ่น ขับเคลื่อนโครงการ<b> &#8216;</b>บูรณาการจัดการทรัพยากรพันธมิตรการท่องเที่ยวยั่งยืนกระบี่เพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน<strong>&#8216;</strong> (<strong>Krabi Sustainable Tourism Partnerships for Integrated Resource Management toward Sustainable Development Goals) </strong>จังหวัดกระบี่ และการเชื่อมโยงเครือข่ายระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APSCP)&#8221;</em></p>
<p>นอกจากนี้ สมาคมฯ วางทิศทางการขับเคลื่อนในอนาคตเพื่อมุ่งผลักดันนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง โดยล่าสุดได้ผนึกกำลังลงนาม MOU ร่วมกับ <strong>กรมบัญชีกลาง กรมควบคุมมลพิษ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก</strong> เพื่อขับเคลื่อนมาตรการ <strong>การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวภาครัฐ (</strong><strong>Green Public Procurement)</strong> อย่างเป็นรูปธรรม โดยร่วมมือกับภาครัฐในการกำหนดทิศทางการข้อบังคับสำหรับการสร้างตลาดสีเขียวให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อกระตุ้นให้ภาคอุตสาหกรรมเร่งปรับตัวสู่การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม <em><strong>ประกอบกับการนำความคิดเห็นและประเด็น​จากการประชุมคร้ังนี้ เพื่อนำไปสรุปเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้กับทางภาครัฐ เพื่อวางกรอบแนวทางเพื่อสร้างระบบนิเวศในประเทศไทยที่ตอบโจทย์การผลิตและการบริโภคอย่างรับผิดชอบตามเป้าหมาย SDG12 ต่อไป </strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38956 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ภาพประกอบ-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พร้อมกันนี้ภายในงาน <strong>คุณธนัญชัย วรรณสุข</strong> รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้บรรยายพิเศษเรื่อง ​<strong>&#8216;สนธิสัญญาพลาสติกโลก และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทย&#8217;</strong> โดยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ไทยต้องปรับตัวตามกติกาโลก ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนภายใต้ แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 &#8211; 2570) มีเป้าหมายท้าทายสำคัญ คือ การนำขยะพลาสติกเป้าหมายกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลให้ได้ 100% ภายในปี 2570 รวมถึงการลดปริมาณขยะพลาสติกที่จะนำไปฝังกลบ และป้องกันขยะพลาสติกหลุดรอดลงสู่ทะเล ผ่านมาตรการส่งเสริมการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ (Eco-design) และการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้นในอนาคต</p>
<p>งานประชุมครั้งนี้ยังอัดแน่นด้วยเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ทั้งการบรรยายพิเศษจาก สอวช. และสภาอุตสาหกรรมฯ รวมถึงเวที <strong>TED Talk</strong> ที่นำเสนอนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน อาทิ<strong> พลาสติกยั่งยืน</strong> จากกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ​, <strong>อากาศสะอาด</strong> จากสภาลมหายใจกรุงเทพฯ และ<strong> ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่</strong> จากเครือข่ายเยาวชน GYBN รวมทั้งมีการแบ่งห้องย่อยระดมความคิดเห็นใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ <strong>กลุ่มการบริโภคที่ยั่งยืน</strong> และ <strong>กลุ่มการผลิตที่ยั่งยืน </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38958 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ภาพประกอบ-4-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ความสำเร็จของการประชุมในวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ตอกย้ำว่า การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (</strong><strong>SDG 12) </strong><strong>เป็นทางรอดของประเทศไทยในการรับมือกับวิกฤตโลกเดือด โดยสมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ </strong><strong>Thai SCP </strong><strong>พร้อมยืนหยัดทำหน้าที่เป็นที่แข็งแกร่งในการเชื่อมโยงนโยบายระดับประเทศสู่นวัตกรรมและการปฏิบัติในระดับพื้นที่ เพื่อผนึกกำลังภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนให้ก้าวไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับลูกหลานไทยในอนาคตได้อย่างมั่นคง </strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/thai-scp-achieving-sustainable-growth/">Thai SCP ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ขับเคลื่อน &#8216;การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน&#8217; สานพลังสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 พร้อมดัน &#8216;ตลาดสีเขียว&#8217; ให้เกิดขึ้นจริง   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำความรู้จัก ‘โรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) แบบครบวงจร’ ​ที่ GC สร้าง Value จาก Waste  เปลี่ยน ‘น้ำมันพืชใช้แล้ว’ เป็น ‘พลังงานสะอาด’ เพื่อการบินสีเขียว พร้อมต่อยอดสู่ ‘วัสดุแห่งอนาคต’</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/gc-biorefinery-thailand-first-comercial-saf-producer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Oct 2025 04:08:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Chemicals]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Plastics]]></category>
		<category><![CDATA[Biorefinery]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC Chemistry for Better Living]]></category>
		<category><![CDATA[GC StandOut]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[การบินสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ท้องฟ้าคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[​วัสดุยั่งยืนแห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีภัณฑ์ชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีการผลิต Co-processing]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แตกต่างอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37103</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อทั้งโลกกำลังขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) เพื่อ​สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนโดยไม่ส่งผลกระทบเชิงลบทั้งต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม​ ​ทำให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ มุ่งเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี​ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ​โดยเฉพาะอุตสาหกรรม​ High Carbon Emission หรือกลุ่มที่มีการปล่อยคาร์บอนในระดับสูง ที่ต่างพัฒนาเทคโนโลยีลดคาร์บอน (Decarbonization) พร้อม​​วางโรดแม็พลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (​Net Zero) เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการบรรลุสู่เป้าหมายที่วางไว้อย่างจริงจัง เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งเป็นหนึ่ง​อุตสาหกรรมที่ถูกมองว่ามีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง โดย ICAO (องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ) ระบุปริมาณ​คาร์บอนที่เกิดจากอุตสาหกรรมการบินในปี 2562 มีมากถึง 920 ล้านตัน หรือ​ 2-2.5% ของปริมาณคาร์บอนทั่วโลก จึงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ถูกคาดหวังให้แสดงความรับผิดชอบและมีส่วนร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืน​ควบคู่ไปกับการช่วยแก้ปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ‘โรงกลั่นชีวภาพ’ หรือ Biorefinery ​ผลิต SAF สำเร็จรายแรกของไทย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ในฐานะผู้นำ​ธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเดินหน้ากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนสู่ ธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ (High Value [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/gc-biorefinery-thailand-first-comercial-saf-producer/">ทำความรู้จัก ‘โรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) แบบครบวงจร’ ​ที่ GC สร้าง Value จาก Waste  เปลี่ยน ‘น้ำมันพืชใช้แล้ว’ เป็น ‘พลังงานสะอาด’ เพื่อการบินสีเขียว พร้อมต่อยอดสู่ ‘วัสดุแห่งอนาคต’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อทั้งโลกกำลังขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) เพื่อ​สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนโดยไม่ส่งผลกระทบเชิงลบทั้งต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม​ ​ทำให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ มุ่งเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี​ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-37103"></span></p>
<p>​โดยเฉพาะอุตสาหกรรม​ High Carbon Emission หรือกลุ่มที่มีการปล่อยคาร์บอนในระดับสูง ที่ต่างพัฒนาเทคโนโลยีลดคาร์บอน (Decarbonization) พร้อม​​วางโรดแม็พลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (​Net Zero) เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการบรรลุสู่เป้าหมายที่วางไว้อย่างจริงจัง</p>
<p>เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งเป็นหนึ่ง​อุตสาหกรรมที่ถูกมองว่ามีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง โดย <strong>ICAO (</strong><strong>องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ)</strong> ระบุปริมาณ​คาร์บอนที่เกิดจากอุตสาหกรรมการบินในปี 2562 มีมากถึง 920 ล้านตัน หรือ​ 2-2.5% ของปริมาณคาร์บอนทั่วโลก จึงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ถูกคาดหวังให้แสดงความรับผิดชอบและมีส่วนร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืน​ควบคู่ไปกับการช่วยแก้ปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ</p>
<p><strong>‘</strong><strong>โรงกลั่นชีวภาพ</strong><strong>’ </strong><strong>หรือ </strong><strong>Biorefinery</strong><strong> ​ผลิต </strong><strong>SAF</strong><strong> สำเร็จรายแรกของไทย </strong></p>
<p><strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ <strong>GC</strong> ในฐานะผู้นำ​ธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเดินหน้ากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนสู่<strong> ธุรกิจมูลค่าสูง</strong><strong>–</strong><strong>คาร์บอนต่ำ (</strong><strong>High Value &amp; Low Carbon Business)</strong>​ เป็นผู้บุกเบิกการผลิต <strong>‘</strong><strong>เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน</strong><strong>’</strong><strong> (</strong><strong>SAF: Sustainable Aviation Fuel)</strong> หรือ เรียกให้เข้าใจกันง่ายๆ ว่า <strong>&#8216;น้ำมันเครื่องบิน&#8217;</strong> ที่ผลิตได้จากแหล่งพลังงานชีวภาพต่างๆ ​รวมไปถึงน้ำมันพืชใช้แล้ว หรือ <strong>UCO (Used Cooking Oil)</strong> ที่ทาง GC ได้ศึกษาและพบว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมและตรงกับความต้องการใช้งานของกลุ่มสายการบินมากที่สุด เพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบร่วมกับน้ำมันดิบ แทนการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิลเพียงอย่างเดียว ซึ่งสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานทั่วไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37104 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/GC-6-Refinery_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ <strong><em>GC </em></strong><strong><em>สามารถ​​ผลิต </em></strong><strong><em>SAF </em></strong><strong><em>ได้สำเร็จ​​เป็นรายแรกของไทยและมี​สายการบิน​​นำไปใช้เชิงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว</em></strong> ​ภายใต้การรับรองมาตรฐานระดับสากลทั้ง <strong>ISCC CORSIA</strong> ซึ่งเป็นมาตรฐานความยั่งยืนที่ยอมรับในอุตสาหกรรมการบิน และ <strong>ISCC Plus</strong> สำหรับการใช้วัตถุดิบชีวภาพและวัสดุหมุนเวียนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน</p>
<p>ความพิเศษและแตกต่าง​ของ <strong>SAF</strong> ​ที่ผลิตโดย GC อยู่ที่ต้นทางและเทคโนโลยีการผลิต เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์จาก <strong>‘</strong><strong>โรงกลั่นชีวภาพ (</strong><strong>Biorefinery) </strong><strong>แบบครบวงจร</strong><strong>’</strong> ที่ใช้องค์ความรู้และความชำนาญด้านการกลั่นมา​พัฒนาต่อยอดโรงกลั่นเดิมให้สามารถ​​ผลิต SAF ได้ โดยไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ จึง​ทำให้ธุรกิจมีต้นทุนที่ต่ำกว่า​​และช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันได้มากขึ้น รวมทั้งใช้เวลาดำเนิน​การไม่นาน ส่งผลให้โรงกลั่นชีวภาพ <strong>Biorefinery</strong> ​สามารถเดินหน้าเปิดให้บริการ​รองรับการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมา</p>
<p><strong>ต่อยอดระบบนิเวศจาก</strong><strong> SAF </strong><strong>สู่​วัสดุยั่งยืนแห่งอนาคต </strong></p>
<p>โรงกลั่นชีวภาพ​แห่งนี้ ไม่เพียงรองรับการผลิต​พลังงานสะอาดอย่าง SAF เท่านั้น แต่ GC ยังเลือกใช้ <strong>‘</strong><strong>เทคโนโลยีการผลิตร่วมแบบ </strong><strong>Co-processing’ </strong>และสร้างให้ทั้งระบบการผลิตมีความเชื่อมโยงกัน ​ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้ได้ Bio-Naphtha ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลผลิตของกระบวนการกลั่น และสามารถนำมาต่อยอด​เป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตวัสดุแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเคมีภัณฑ์ชีวภาพ (Bio-Chemicals) หรือพลาสติกชีวภาพ (Bio-Plastics) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับ​เทรนด์โลกในยุคความยั่งยืนได้เป็นอย่างดี ด้วยวัสดุคุณภาพสูงและ​คงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37105 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Sustainable-Material.jpg" alt="" width="1200" height="703" /></p>
<p><strong><em>โรงกลั่นชีวภาพ </em></strong><strong><em>Biorefinery </em></strong><strong><em>ของ </em></strong><strong><em>GC </em></strong><strong><em>ถือเป็นโรงงานแห่งแรก​ของประเทศที่สามารถผลิต </em></strong><strong><em>SAF </em></strong><strong><em>เชิงพาณิชย์ได้ และยังเป็นโรงงานเพียงแห่งเดียวที่สามารถผลิตได้ทั้งพลังงานสะอาด เคมีภัณฑ์ชีวภาพ และพลาสติกชีวภาพ​ ภายในโรงงานเดียวกันและจากกระบวนการเดียวกัน รวมทั้ง​ทุกผลิตภัณฑ์ที่โรงกลั่นแห่งนี้ผลิตได้ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง และยังเป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ</em></strong></p>
<p>​นอกจากนี้ โรงกลั่นฯ นี้​​ยังช่วยส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เนื่องจากการใช้วัตถุดิบต้นทางจากของเสียในครัวเรือนอย่างน้ำมันพืชใช้แล้ว มาผสมกับน้ำมันดิบ เพื่อเข้าสู่กระบวนการแปรรูป จนได้ผลิตภัณฑ์พลังงาน​สะอาดหรือ​วัสดุยั่งยืนแห่งอนาคต​​ ที่ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะและผลกระทบ​จากการทิ้งที่ไม่ถูกวิธี ยังลดการใช้พลังงานฟอสซิลและลดการสร้างก๊าซเรือนกระจก ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงตลอดทั้ง Ecosystem ​​ที่ได้นำ​ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดไปใช้ ​พร้อมสร้างอาชีพและรายได้ให้ผู้คนเพิ่มมากขึ้น จากการเก็บน้ำมันพืชใช้แล้วภายในครัวเรือนไปจำหน่ายเพื่อส่งต่อเป็นวัตถุดิบให้​โรงกลั่นฯ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37109 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/SAF-pilot.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดย GC ยังได้ส่งเสริมการจัดตั้ง <strong>Community Waste Hub</strong> ร่วมกับชุมชนใน จ.ระยอง เพื่อเพิ่มความสามารถในการจัดเก็บน้ำมันพืชใช้แล้วเพื่อมาป้อนเป็นวัตถุดิบ​สำหรับการผลิตได้อย่างเพียงพ​อ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มรายได้ให้คนในชุมชน นับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในชุมชนให้ดีขึ้นด้วย</p>
<p>เทคโนโลยีการผลิตแบบ Co-processing ​นี้ ยังสามารถรองรับการใช้วัสดุการเกษตรในกลุ่มพลังงาน อาทิ ​มันสำปะหลัง ปาล์ม​​ หรืออ้อย มาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเพื่อทดแทนการใช้น้ำมันพืชใช้แล้วได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นแนวทางช่วย​ลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่า​​เพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อช่วยเหลือและสร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรกรภายใน​ประเทศเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง</p>
<p><strong>เร่งขยายพันธมิตร ​แนวร่วม</strong><strong> ‘</strong><strong>ท้องฟ้าคาร์บอนต่ำ</strong><strong>’</strong></p>
<p>สำหรับแผนขับเคลื่อนธุรกิจในกลุ่มพลังงานสะอาด ​เบื้องต้น​โรงกลั่น Biorefinery แบบครบวงจรของ GC สามารถผลิต SAF ในเฟสแรกได้ 6 ล้านลิตรต่อปี หรือราว 5,000 ตัน และจะขยายเพิ่มเติมอีก 4 เท่า เป็น 24 ล้านลิตรต่อปี หรือ 25,000 ตัน ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอน​ได้ถึง 15,000 ตันต่อปีในระยะแรก และเพิ่มเป็น 60,000 ตันต่อปีในระยะที่สอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37107 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/BA-SAF-2.jpg" alt="" width="1188" height="601" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37108 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/TG-SAF.jpg" alt="" width="1600" height="805" /></p>
<p>​​หนึ่งบทพิสูจน์ความสำเร็จคือ การผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรใน Ecosystem เพื่อนำ SAF ที่ผลิตได้ ไปใช้ในเที่ยวบินเชิงพาณิชย์จริงเป็นครั้งแรกของประเทศไทย นำร่องโดย <strong>สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส</strong> รวมทั้งการลงนามเพิ่มเติมกับ <strong>การบินไทย</strong> เพื่อนำ SAF ไปผสมในเชื้อเพลิงอากาศยานสำหรับเที่ยวบินทั้งในประเทศและต่างประเทศ ​และอีกหนึ่งพันธมิตรสำคัญอย่าง <strong>โออาร์</strong>​ (บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)) ที่เข้ามา​ช่วยขยายตลาดและพัฒนาเครือข่ายการจัดจำหน่าย​ SAF เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพื่อร่วมสร้างท้องฟ้าคาร์บอนต่ำ และจะทำให้ทุกการเดินทางของทุกคนช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อโลก ขณะที่​แนวโน้ม​การเปลี่ยนผ่านกฎระเบียบด้านการบิน ที่จะกำหนดให้มีการใช้ SAF จากภาคสมัครใจไปสู่ภาคบังคับ จะกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตลาดสามารถเติบโตเพิ่มขึ้นได้อย่างก้าวกระโดด จากการใช้ SAF อย่างแพร่หลายมาก​ขึ้น ​รวมทั้งผลกระทบจากอุตสาหกรรมการบินที่มีต่อโลกก็จะลดลงได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน</p>
<p>ส่วน​ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มวัสดุยั่งยืน ซึ่งเป็นการต่อยอด​ Bio-Naphtha ​ที่ได้มาจากกระบวนการผลิตภายในโรงกลั่น ปัจจุบันสามารถนำมา​ผลิต​ทั้งเคมีภัณฑ์ชีวภาพและพลาสติกชีวภาพ ​ที่ผู้บริโภค​มักใช้กันอย่างแพร่หลายอยู่แล้วในชีวิตประจำวันเช่นกัน ​โดยได้เริ่ม​​เดินหน้าผลิต​เชิงพาณิชย์แล้ว​ 3 กลุ่ม ได้แก่</p>
<p><strong>Bio-Propylene</strong> หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ภาชนะ บรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติกแข็ง ของเล่นเด็ก และชิ้นส่วนยานยนต์</p>
<p><strong>Bio-Butadiene (Bio-BD)</strong> ที่มักใช้ในอุตสาหกรรมยางรถยนต์และรองเท้ากีฬา</p>
<p>และ <strong>Bio-PTA</strong> (Purified Terephthalic Acid) สำหรับใช้ผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์และขวดพลาสติก PET</p>
<p>นอกจากนี้ ​​ยังสามารถต่อยอดสู่เคมีภัณฑ์และพลาสติกชีวภาพอื่นๆ ได้อีกหลายชนิด หากตลาดมีความพร้อมและมีความต้องการ​​มากขึ้นในอนาคตก็สามารถเดินหน้าผลิตได้ทันที เช่น <strong>Bio-PE</strong> สำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ ขวด เครื่องใช้ในครัวเรือน และฟิล์มพลาสติก <strong>Bio-Propylene Oxide </strong>สำหรับอุตสาหกรรมโฟมเบาะรถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ และฉนวน <strong>Bio-Phenol</strong> สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล และ​ <strong>Bio-Benzene</strong> สำหรับอุตสาหกรรมพลังงาน เคมีภัณฑ์ขั้นต้น และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ซึ่งวัสดุชีวภาพเหล่านี้เป็น​ที่ต้องการอย่างสูงในตลาดโลก สะท้อนให้เห็นศักยภาพของโรงกลั่น Biorefinery แบบครบวงจรของ GC ที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างยืดหยุ่นและหลากหลาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37106 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/GC-6-Refinery_1-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เห็นได้ชัดว่า การพัฒนาโรงกลั่นชีวภาพ หรือ Biorefinery ของ GC ไม่​​​เพียงสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ GC แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญในการ​พัฒนาอุตสาหกรรมการบินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินคาร์บอนต่ำในภูมิภาคอาเซียน​ ขณะเดียวกัน​ยังต่อยอด​​มูลค่าเพิ่มให้วัตถุดิบทางการเกษตร และของเหลือใช้ในครัวเรือน พร้อมส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนตามแนวทาง Circular Economy สอดคล้องกับทิศทางของโลกที่​​ขับเคลื่อนสู่ยุคคาร์บอนต่ำ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในความเป็นผู้นำของ GC​ ที่มองเห็นโอกาสเติบโตจากการสร้างนวัตกรรมที่แตกต่าง ​ส่งมอบโซลูชันเคมีภัณฑ์ครบวงจร ที่คาร์บอนต่ำแต่มีมูลค่าสูง ​ พร้อม​สร้างสรรค์​โลกอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืนสำหรับทุกคนได้อย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/gc-biorefinery-thailand-first-comercial-saf-producer/">ทำความรู้จัก ‘โรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) แบบครบวงจร’ ​ที่ GC สร้าง Value จาก Waste  เปลี่ยน ‘น้ำมันพืชใช้แล้ว’ เป็น ‘พลังงานสะอาด’ เพื่อการบินสีเขียว พร้อมต่อยอดสู่ ‘วัสดุแห่งอนาคต’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;จากบ้านสู่โลก&#8217; เคทีซีผนึก​พันธมิตร​​โซลาร์รูฟ​ เปิดแคมเปญ &#8216;เซฟคุณ เซฟโลก&#8217; ดึง​ภาคครัวเรือนร่วมสร้างระบบนิเวศพลังงานสะอาด ​ดันประเทศบรรลุเป้าหมายลดคาร์บอน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/ktc-fit-talk-solar-rooftop-campaign/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 30 Aug 2025 10:22:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[GULF]]></category>
		<category><![CDATA[GULF1]]></category>
		<category><![CDATA[HomePro]]></category>
		<category><![CDATA[KTC]]></category>
		<category><![CDATA[KTC FIT Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[ONNEX by SCG]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SD]]></category>
		<category><![CDATA[solar cell]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Rooftop]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[จารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐสิทธิ์ สุนทราณู]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอสซีจี ลีฟวิง แอนด์ เฮาส์ซิง โซลูชัน จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[รักพงศ์ อรุณวัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[อำนวยพร ประกอบนพเก้า]]></category>
		<category><![CDATA[เกริก ยิ้มพรพิพัฒน์ผล]]></category>
		<category><![CDATA[เคทีซี]]></category>
		<category><![CDATA[เซฟคุณ เซฟโลก]]></category>
		<category><![CDATA[แลกเก่าเพื่อโลกใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[โฮมโปร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35891</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคทีซี ขับเคลื่อน​ตลาดโซลาร์รูฟภาค​ครัวเรือน ผ่านแคมเปญ &#8216;เซฟคุณ เซฟโลก‘ ผนึกพันธมิตรผู้ให้บริการโซลาร์รูฟ​​ 20-25 ราย ร่วมมอบสิทธิประโยชน์ เพื่อ​​กระตุ้นคนไทยเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด​ภายในบ้านได้มากขึ้น ​ทั้งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และสนับสนุนมาตรการ Decarbonization ของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และบรรลุเป้าหมาย Net zero คุณณัฐสิทธิ์ สุนทราณู ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต หมวดบ้านและเฟอร์นิเจอร์ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี (KTC) เปิดเผยว่า เคทีซี เปิดแคมเปญ &#8216;เซฟคุณ เซฟโลก&#8217; ​เพื่อสนับสนุนนโยบายการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของภาครัฐ ด้วยการส่งเสริมให้สมาชิกผู้ถือบัตรเคทีซี สามารถติดตั้งโซลาร์รูฟ​ได้สะดวกมากขึ้น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงพลังงานสะอาด พร้อม​ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านค่าไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง​ คาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมแคมเปญอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีลูกค้าใช้บริการในหมวดนี้อยู่ที่ราว 200 ราย วงเงินรวมกว่าสิบล้านบาท ซึ่งการเติบโตอาจจะยังไม่สูงมากนัก เพราะส่วนใหญ่ยังชะลอดูความชัดเจน​นโยบายสนับสนุนภาครัฐ ในการ​​นำค่าใช้จ่ายจากการติดตั้ง​ไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งเชื่อว่าหลังมีความชัดเจนจะผลักดันให้ยอดใช้จ่ายในกลุ่มนี้เติบโตได้เพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด ​&#8221;​เคทีซี​มุ่งมั่น​ส่งเสริม​ระบบนิเวศพลังงานสะอาดสำหรับครัวเรือน ทั้งการ​ช่วยให้สมาชิกเข้าถึง และรับความรู้ความเข้าใจในการเลือกการติดตั้งโซลาร์รูฟได้ง่ายขึ้น พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านการเงิน ด้วยทางเลือกผ่อนชำระ 0% [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/ktc-fit-talk-solar-rooftop-campaign/">&#8216;จากบ้านสู่โลก&#8217; เคทีซีผนึก​พันธมิตร​​โซลาร์รูฟ​ เปิดแคมเปญ &#8216;เซฟคุณ เซฟโลก&#8217; ดึง​ภาคครัวเรือนร่วมสร้างระบบนิเวศพลังงานสะอาด ​ดันประเทศบรรลุเป้าหมายลดคาร์บอน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เคทีซี ขับเคลื่อน​ตลาดโซลาร์รูฟภาค​ครัวเรือน ผ่านแคมเปญ<strong> &#8216;เซฟคุณ เซฟโลก‘</strong> ผนึกพันธมิตรผู้ให้บริการโซลาร์รูฟ​​ 20-25 ราย ร่วมมอบสิทธิประโยชน์ เพื่อ​​กระตุ้นคนไทยเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด​ภายในบ้านได้มากขึ้น ​ทั้งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และสนับสนุนมาตรการ Decarbonization ของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และบรรลุเป้าหมาย Net zero</p>
<p><span id="more-35891"></span></p>
<p><strong>คุณณัฐสิทธิ์ สุนทราณู</strong> ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต หมวดบ้านและเฟอร์นิเจอร์ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี (KTC) เปิดเผยว่า เคทีซี เปิดแคมเปญ <strong>&#8216;เซฟคุณ เซฟโลก&#8217; ​</strong>เพื่อสนับสนุนนโยบายการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของภาครัฐ ด้วยการส่งเสริมให้สมาชิกผู้ถือบัตรเคทีซี สามารถติดตั้งโซลาร์รูฟ​ได้สะดวกมากขึ้น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงพลังงานสะอาด พร้อม​ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านค่าไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง​ คาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมแคมเปญอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีลูกค้าใช้บริการในหมวดนี้อยู่ที่ราว 200 ราย วงเงินรวมกว่าสิบล้านบาท ซึ่งการเติบโตอาจจะยังไม่สูงมากนัก เพราะส่วนใหญ่ยังชะลอดูความชัดเจน​นโยบายสนับสนุนภาครัฐ ในการ​​นำค่าใช้จ่ายจากการติดตั้ง​ไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งเชื่อว่าหลังมีความชัดเจนจะผลักดันให้ยอดใช้จ่ายในกลุ่มนี้เติบโตได้เพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35894 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/KTC-FIT-Talk-19_4.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><em>​&#8221;​เคทีซี​มุ่งมั่น​ส่งเสริม​ระบบนิเวศพลังงานสะอาดสำหรับครัวเรือน ทั้งการ​ช่วยให้สมาชิกเข้าถึง และรับความรู้ความเข้าใจในการเลือกการติดตั้งโซลาร์รูฟได้ง่ายขึ้น พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านการเงิน ด้วยทางเลือกผ่อนชำระ 0% เครดิตเงินคืน และคูปองส่วนลด รวมถึงการสนับสนุนสิทธิพิเศษสำหรับสินค้าวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและบริการประหยัดพลังงาน เพื่อให้ครัวเรือนสามารถร่วมพัฒนาความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อสังคมและโลกของเราในระยะยาว พร้อมท้ังช่วย​สร้างภาพลักษณ์และการจดจำแบรนด์ในฐานะ​ผู้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อเป็น Top of Mind สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป สามารถนึกถึงเคทีซีได้เป็นแบรนด์แรกอีกด้วย รวมไปถึงเป้าหมายสำคัญที่มากกว่านั้นคือ การส่งเสริมคุณค่าเชิงบวกที่ยั่งยืน เพราะบ้านที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัว และยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมสู่คาร์บอนต่ำ&#8221;</em></p>
<p>สำหรับ​ข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในหมวดบ้านและเฟอร์นิเจอร์ซึ่งครอบคลุมโซลาร์รูฟในภาพรวมช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีแนวโน้ม​เติบโตสูงขึ้น 3% โดยคาดว่าจะเติบโตเพิ่มเป็น 6% ภายใน​สิ้นปีนี้</p>
<p>เคทีซียังมุ่งมั่น​​สร้างความตระหนักรู้ ​​ และส่งเสริม​​ให้ผู้บริโภคเร่อง​เปลี่ยนผ่านมาสู่การใช้พลังงานสะอาด​​​มากขึ้น ผ่านการจัด<strong>เสวนา</strong><strong> KTC FIT Talk </strong><strong>ครั้งที่ </strong><strong>19 </strong><strong>ในหัวข้อ &#8216;</strong><strong>Power from Home, Power for the Future&#8217; </strong>โดยร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐอย่างกระทรวงพลังงาน รวมทั้งผู้ให้บริการโซลาร์รูฟทั้ง SCG, GULF และ HomePro ร่วมฉายมุมมอง การใช้พลังงานสะอาดและการบริหารทรัพยากรในครัวเรือนอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ เพื่อ​ตอบโจทย์ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) รวมทั้งช่วยลดค่าใช้จ่าย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (1,000 ตัน CO₂e เทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 70,000 ต้น) พร้อมสร้างพื้นที่สีเขียวและช่วยดูดซับคาร์บอนในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35897 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/นางสาวจารุวรรณ-พิพัฒน์พุทธพันธ์-นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ-หัวหน้ากลุ่มติดตามและป.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณจารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์ </strong>นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มติดตามและประเมินผล กองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กล่าวว่า  ประเทศไทยวางเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 และเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 50% ภายในปี 2037 การมีส่วนร่วมของภาคครัวเรือนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทุกบ้านคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาความยั่งยืนวันนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่ ‘ควรทำ’ แต่เป็นสิ่งที่ ‘ต้องทำ’ เพื่อให้ประเทศไทยมีพลังงานที่มั่นคง ภายใต้ต้นทุนที่แข่งขันได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกครัวเรือน</p>
<p><em>&#8220;นโยบายด้านพลังงานของรัฐจำเป็นต้องเดินคู่ไปกับเป้าหมายสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ สร้างประโยชน์ร่วมกันทั้งประเทศตั้งแต่ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ ไปจนถึงชุมชนท้องถิ่น ซึ่งภาครัฐพร้อมเดินหน้าสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟ (Solar Roof) ในครัวเรือนอย่างครบมิติ ทั้งการยกระดับมาตรฐานการติดตั้งและความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกด้านกระบวนการอนุญาต การผลักดันเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม โดยเฉพาะมาตรการลดหย่อนภาษีส่วนบุคคลเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายผู้บริโภค ไปจนถึงการสร้างองค์ความรู้ให้ช่างและผู้บริโภค”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35898 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/นางสาวอำนวยพร-ประกอบนพเก้า-กรรมการผู้จัดการ-GULF1-และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่-ธุรกิ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณอำนวยพร ประกอบนพเก้า </strong>กรรมการผู้จัดการ GULF1 และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ GULF ในเครือบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) กล่าวว่า ความยั่งยืน คือแกนยุทธศาสตร์ที่กัลฟ์​ให้ความสำคัญ เพราะทุกเมกะวัตต์ที่เพิ่มขึ้นจากพลังงานสะอาด จะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อภาคครัวเรือนและธุรกิจที่ได้ใช้ไฟอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดย GULF มุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้ได้มากกว่า​​ 40% ของกำลัง       การผลิตไฟฟ้ารวมภายในปี พ.ศ. 2578 และมุ่งสู่เป้าหมาย Net zero ภายในปี พ.ศ. 2593</p>
<p><em>&#8220;ทาง GULF1 และแบรนด์โซลาร์บ้านครบวงจร ‘วันอาทิตย์’ ​มีแผนงานที่ชัดเจนในการทำให้พลังงานสะอาดอย่างโซลาร์รูฟท็อปเป็นเรื่องที่ ‘ตัดสินใจง่าย’ สำหรับทุกครัวเรือน มีจุดเด่นเรื่องความปลอดภัยและงานติดตั้งที่ได้มาตรฐาน ผู้ใช้งานสามารถดูข้อมูลการประหยัดไฟได้แบบเรียลไทม์ แบรนด์ ‘วันอาทิตย์’ ไม่ได้เป็นแค่โซลาร์บ้าน แต่เป็นโซลูชั่นที่จะช่วยเติมความสุขให้กับทุกคนในครอบครัวที่ได้ทำกิจกรรรมร่วมกันได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับค่าไฟ เพื่อให้ทุกวันที่อยู่บ้านเหมือน ‘วันอาทิตย์’ หรือ ‘วันครอบครัว’ นั่นเอง พร้อมทั้ง​ได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลาย เช่น AIS เพื่อขยายช่องทางการเข้าถึงลูกค้าผ่าน AIS Shop ทั่วประเทศ รวมไปถึงเคทีซี พันธมิตรด้านการเงินที่แข็งแกร่ง นำเสนอทางเลือกในการชำระเงินที่หลากหลาย ทำให้การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมีความคุ้มค่าในระยะยาว สะท้อนความมุ่งมั่นของเราใน  การส่งมอบโซลาร์รูฟท็อปที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และคุ้มค่าสำหรับทุกคน”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35896 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/นายเกริก-ยิ้มพรพิพัฒน์ผล-Smart-Residential-Director-บริษัท-เอสซีจี-ลีฟวิง-แอนด์-เฮาส์ซิง-โซลูชัน-จำกัด.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณเกริก ยิ้มพรพิพัฒน์ผล </strong>Smart Residential Director บริษัท เอสซีจี ลีฟวิง แอนด์ เฮาส์ซิง โซลูชัน จำกัด กล่าวว่า ​SCG มีวิสัยทัศน์ชัดเจนในการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 และยึดหลัก ESG เป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจ เราไม่เพียงพัฒนาโซลูชันเพื่อภาคอุตสาหกรรม แต่ยังมุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนให้กับทุกครอบครัวในระดับบ้านพักอาศัย ความยั่งยืนวันนี้ไม่ใช่เรื่องสวยหรูอีกต่อไป แต่คือโครงสร้างต้นทุนใหม่ของบ้าน วัสดุและระบบที่ประหยัดพลังงานช่วยลดค่าไฟลงได้จริง พร้อมยกระดับคุณภาพอากาศและ ความสบายในระยะยาว เราจึงพัฒนาวัสดุที่ลดการถ่ายเทความร้อน ควบคู่กับระบบโซลาร์และการจัดการพลังงาน เพื่อให้เจ้าของบ้านเห็นผลการประหยัดได้ตั้งแต่เดือนแรกที่ใช้งาน​</p>
<p><em><strong>&#8220;ONNEX by SCG</strong> ​เป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ทั้งด้านพลังงานและสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น <strong>SCG Solar Roof</strong> ที่ช่วยผลิตไฟฟ้าใช้เอง <strong>ONNEX Active Air Flow</strong> ที่ระบายความร้อนและทำให้บ้านเย็นสบายขึ้น และ <strong>ONNEX Active Air Quality</strong> ที่เติมอากาศสะอาด กรองฝุ่นและมลพิษเพื่อสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย และเพื่อให้เจ้าของบ้านสะดวกที่สุด เรามี <strong>Smart Living plus application</strong> แอปเดียวที่รวมเอาทุกอุปกรณ์ของ Onnex เข้าด้วยกัน เหมือนมีผู้ช่วยคอยดูแลบ้าน ทำให้การอยู่อาศัยทั้งสบายขึ้น ฉลาดขึ้น และมั่นใจได้มากขึ้น ทั้งหมดนี้คือแนวทางที่ SCG เชื่อมั่นว่า บ้าน Smart ไม่ได้หมายถึงเพียงการมีอุปกรณ์ทันสมัย แต่คือการสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ อยู่สบายขึ้น ฉลาดขึ้น และมีความสุขมากขึ้น และในขณะเดียวกันก็ช่วยลดคาร์บอน สร้างความยั่งยืน และก้าวไปสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ร่วมกัน”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35899 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/นายรักพงศ์-อรุณวัฒนา-ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ-กลุ่มนักลงทุนสัมพันธ์-กลยุทธ์และความย.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณรักพงศ์ อรุณวัฒนา </strong>ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มนักลงทุนสัมพันธ์ กลยุทธ์และความยั่งยืนองค์กร บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร​ กล่าวว่า<strong>​​ </strong>ความยั่งยืนไม่ใช่กิจกรรมเสริม แต่เป็นกลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจสินค้าและบริการเรื่องบ้านแบบครบวงจร โดยพฤติกรรมผู้บริโภคไทยกำลังเปลี่ยนจาก ‘รับรู้’ สู่ ‘เลือกซื้ออย่างมีจิตสำนึก’ มากขึ้น ไม่เพียงแต่ให้ความสนใจในเรื่องราคาหรือคุณภาพสินค้าเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงคุณค่าและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม แม้ราคาและความคุ้มค่ายังคงเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ลูกค้าจำนวนมากพร้อมสนับสนุนแบรนด์ที่มีนโยบายด้าน Circular Economy และ ESG ที่ชัดเจน โดยวางเป้าหมายบรรลุ Net Zero ภายในปี 2050 และขับเคลื่อน Lifetime Eco-System เพื่อส่งมอบคุณค่าแห่งการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนตลอดช่วงอายุของการใช้งานสินค้าและบริการ เพื่อสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า (Better Living) ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกซื้อสินค้า ออกแบบ ติดตั้ง ซ่อมแซม รีโนเวท ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อยกระดับความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน</p>
<p><em>&#8220;โฮมโปรยังดูแล​จัดการสินค้าเก่าที่ไม่ใช้แล้วจากบ้านลูกค้า​เพื่อนำไปจัดการ​อย่างถูกวิธี ภายใต้โครงการ &#8216;<strong>แลกเก่าเพื่อโลกใหม่&#8217;</strong> เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็น ‘สะพาน’ เชื่อมผู้ผลิตที่ต้องการพัฒนาสินค้ารุ่นใหม่กับผู้บริโภคที่ต้องการเปลี่ยนของเก่าอย่างคุ้มค่าและจัดการอย่างถูกวิธี  ปัจจุบันโฮมโปรรับเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ไม่ใช้แล้วกลับมากว่า 300,000 ชิ้น เพื่อ​นำไปจัดการ​อย่างถูกวิธี และนำกลับมาผลิตเป็น &#8216;สินค้ารักษ์โลก หรือ Circular Products&#8217;  โดยมีแผนขยายไลน์สินค้ารักษ์โลก ร่วมกับพันธมิตรหลายหลายแบรนด์ชั้นนำ เพิ่มรายการสินค้าที่สามารถนำมาแลกได้มากกว่าเดิมถึง 8,000 รายการ เพื่อผลักดันให้ Circular Economy เป็นเรื่องที่ทำได้จริงในทุกบ้าน ตลอด 2 ปีที่ผ่านมามีลูกค้านำของเก่ามาแลกมากกว่า 300,000 ชิ้น คิดเป็นสัดส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้ามากกว่า 80% พร้อมตั้งเป้าให้สินค้ารักษ์โลกมีสัดส่วน 20% ของยอดขายภายในปี 2030”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35895 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/นายณัฐสิทธิ์-สุนทราณู-ผู้บริหารสูงสุด-ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต-เคทีซี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณณัฐสิทธิ์ </strong>ยังร่วมตอกย้ำนโยบายและมุมมอง​การทำ SD ของเคทีซีว่า​ เคทีซีมุ่งขับเคลื่อนกลยุทธ์และการดำเนินงานเพื่อตอบสนองความต้องการและรูปแบบการบริโภคที่เปลี่ยนแปลง ควบคู่การบูรณาการแนวคิดเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกกระบวนการดำเนินงาน โดยยึดหลักการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบเชิงลบและสร้างคุณค่าในระยะยาว เพื่อส่งเสริมให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมในทุกมิติ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; ด้าน </strong><strong>Environment (E)</strong> เคทีซีเข้าร่วมโครงการ “Care the Bear” ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อเนื่อง และสามารถลดการปล่อยก๊าซ CO₂ ได้มากกว่า 110,000 Kg.CO₂e ในปี 2022 เพียงปีเดียว เทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 12,000 ต้น ผ่านการลดการใช้กระดาษและพลาสติกในการประชุมผู้ถือหุ้น โดยปัจจุบันได้มีปรับเปลี่ยนการประชุมเป็นรูปแบบออนไลน์แทน ขณะเดียวกันยังเดินหน้า ดิจิทัลโซลูชัน อย่าง E-Application, E-Statement, E-Coupon และ E-Payment ที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรพร้อมอำนวยความสะดวกแก่สมาชิก</p>
<p><strong>&#8211; ด้าน </strong><strong>Social (S)</strong> เคทีซีผลักดันความหลากหลายและการมีส่วนร่วม (DEI) ผ่านเวที “Beyond Rainbow” ที่เปิดพื้นที่ให้ธุรกิจและแรงงานไทยตระหนักถึงบทบาทของ LGBTQ+ และสร้างความเท่าเทียมเชิงนโยบายและปฏิบัติ</p>
<p>&#8211; <strong>ด้าน </strong><strong>Governance (G)</strong> บริษัทได้ยกระดับโครงสร้างด้วยการจัดตั้ง Audit, Corporate Governance, and Sustainability Committee เพื่อดูแลการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส รับผิดชอบ และยังได้รับการประเมิน ESG Rating ระดับ AAA จากตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อเนื่อง รวมถึงเป็นสมาชิก ESG100 มากว่า 9 ปี ยืนยันถึงความจริงจังด้านธรรมาภิบาล</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/ktc-fit-talk-solar-rooftop-campaign/">&#8216;จากบ้านสู่โลก&#8217; เคทีซีผนึก​พันธมิตร​​โซลาร์รูฟ​ เปิดแคมเปญ &#8216;เซฟคุณ เซฟโลก&#8217; ดึง​ภาคครัวเรือนร่วมสร้างระบบนิเวศพลังงานสะอาด ​ดันประเทศบรรลุเป้าหมายลดคาร์บอน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title> TOA เดินหน้า Net Zero เต็มสูบ ผ่านการรับรอง CFO ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งองค์กรได้สำเร็จต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ตอกย้ำผู้นำ GREEN MISSION ตัวจริง พร้อมสร้างอนาคตให้โลกอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/toa-certified-cfo-6th-consecutive-year/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Jul 2025 03:05:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[CFO]]></category>
		<category><![CDATA[CFP]]></category>
		<category><![CDATA[CFR]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[green energy]]></category>
		<category><![CDATA[Green Mission]]></category>
		<category><![CDATA[Green Production]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon Society]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[TOA]]></category>
		<category><![CDATA[TOA Go Green]]></category>
		<category><![CDATA[TOA Green Mission]]></category>
		<category><![CDATA[TOA Greenovation]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ทีโอเอ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34781</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA เดินหน้าองค์กรสู่ Net Zero อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับประกาศนียบัตร “เครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization : CFO)” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยมี คุณวิภาดา นาคไพรัช ผู้อำนวยการสายงาน SHE &#38; Quality Management and Sustainability เป็นตัวแทนรับมอบจาก ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และมี ดร.ณัฐริกา วายุภาพ นิติพน รองผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก มาร่วมด้วย ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือ TIJ ความสำเร็จนี้ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญของ TOA ในการผลักดันนโยบาย “GREEN MISSION” อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรสีเขียวอย่างยั่งยืน ตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำจนถึงปลายน้ำที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้จริงทั้งทางตรงและทางอ้อม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/toa-certified-cfo-6th-consecutive-year/"> TOA เดินหน้า Net Zero เต็มสูบ ผ่านการรับรอง CFO ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งองค์กรได้สำเร็จต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ตอกย้ำผู้นำ GREEN MISSION ตัวจริง พร้อมสร้างอนาคตให้โลกอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>TOA</strong> เดินหน้าองค์กรสู่ Net Zero อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับประกาศนียบัตร <strong>“เครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (</strong><strong>Carbon Footprint for Organization : CFO)” </strong><strong>ต่อเนื่องเป็นปีที่ </strong><strong>6</strong></p>
<p><span id="more-34781"></span></p>
<p>โดยมี <strong>คุณวิภาดา นาคไพรัช</strong> ผู้อำนวยการสายงาน SHE &amp; Quality Management and Sustainability เป็นตัวแทนรับมอบจาก <strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong> ประธานกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และมี <strong>ดร.ณัฐริกา วายุภาพ นิติพน</strong> รองผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก มาร่วมด้วย ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือ TIJ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34783 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/TOA-3.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ความสำเร็จนี้ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญของ TOA ในการผลักดันนโยบาย <strong>“GREEN MISSION”</strong> อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรสีเขียวอย่างยั่งยืน ตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำจนถึงปลายน้ำที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้จริงทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน อาทิ กระบวนการผลิต การใช้พลังงาน การขนส่ง การจัดการของเสีย จนไปถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์รักษ์โลก ที่ผ่านการรับรองฉลากลดโลกร้อน (CFR) รวม 133 ผลิตภัณฑ์ และได้รับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) รวม 320 ผลิตภัณฑ์ ถือเป็นบริษัทผู้ผลิตสีรักษ์โลกที่ผ่านการรับรองผลิตภัณฑ์คาร์บอนฟุตพริ้นท์มากที่สุดในตลาดสีทาอาคารและวัสดุก่อสร้าง</p>
<p>TOA มุ่งขับเคลื่อนตามแผนนโยบาย GREEN MISSION ประกอบด้วย 7 กลยุทธ์หลัก ที่ถูกนำไปปรับใช้ในทุกมิติของการดำเนินงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิขององค์กรให้เป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050โดยประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก ผ่านกลยุทธ์สำคัญ 2 ประการ ได้แก่ <strong>Green Production</strong> เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการใช้เชื้อเพลิงในยานพาหนะ การลดการรั่วไหลของสารทำความเย็นในระบบต่างๆ รวมถึง <strong>Green Energy</strong> เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ลดความเสี่ยงในการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และลดการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอย่างยั่งยืน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตและปฏิบัติการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34784 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/TOA2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การได้รับเครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรเป็นปีที่ 6 ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นและความสำเร็จของ TOA ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ความพยายามดังกล่าวไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเสี่ยงในการดำเนินงานระยะยาว แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายว่า <strong>“TOA </strong><strong>คือผู้นำในอุตสาหกรรมสีและวัสดุก่อสร้างรักษ์โลก ที่พร้อมเคียงข้างทุกคนในการปกป้องบ้าน ดูแลสิ่งแวดล้อม และร่วมสร้างโลกแห่งอนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง</strong><strong>”</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/toa-certified-cfo-6th-consecutive-year/"> TOA เดินหน้า Net Zero เต็มสูบ ผ่านการรับรอง CFO ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งองค์กรได้สำเร็จต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ตอกย้ำผู้นำ GREEN MISSION ตัวจริง พร้อมสร้างอนาคตให้โลกอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CKPower เผยปี 2567 กวาดรายได้ 10,789 ล้านบาท  EBITDA โตแข็งแกร่ง คาดปี 2568 เติบโตต่อเนื่องจากปัจจัยฤดูกาล   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/ckpower-performance-2024-and-direction-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 02 Mar 2025 07:42:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Electricity]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Security]]></category>
		<category><![CDATA[Kind Neighbor]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership for Life]]></category>
		<category><![CDATA[Performance]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[ความมั่นคงทางพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพรินต์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32154</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ในปี 2567 CKPower มีรายได้รวม 10,789 ล้านบาท มีกำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงิน ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 5,554 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.0 จากปีก่อน สะท้อนความมั่นคงของกระแสเงินสดของบริษัท แม้จะเผชิญกับวิกฤติการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภาวะอัตราดอกเบี้ยที่ผันผวนและอยู่ในระดับสูง ด้านกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท อยู่ที่ 1,345 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 8.0 สาเหตุหลักมาจากส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากบริษัทร่วมลดลง และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบางซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง หนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ EBITDA ของบริษัทเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง คือ รายได้จากการขายไฟฟ้าของ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2  จำกัด (NN2) ที่เพิ่มขึ้น ร้อยละ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/ckpower-performance-2024-and-direction-2025/">CKPower เผยปี 2567 กวาดรายได้ 10,789 ล้านบาท  EBITDA โตแข็งแกร่ง คาดปี 2568 เติบโตต่อเนื่องจากปัจจัยฤดูกาล   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ในปี 2567 CKPower มีรายได้รวม 10,789 ล้านบาท มีกำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงิน ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 5,554 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.0 จากปีก่อน สะท้อนความมั่นคงของกระแสเงินสดของบริษัท แม้จะเผชิญกับวิกฤติการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภาวะอัตราดอกเบี้ยที่ผันผวนและอยู่ในระดับสูง</p>
<p><span id="more-32154"></span></p>
<p>ด้านกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท อยู่ที่ 1,345 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 8.0 สาเหตุหลักมาจากส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากบริษัทร่วมลดลง และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบางซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง</p>
<p>หนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ EBITDA ของบริษัทเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง คือ รายได้จากการขายไฟฟ้าของ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2  จำกัด (NN2) ที่เพิ่มขึ้น ร้อยละ 25.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำในช่วงต้นปี 2567 และปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในระหว่างปี 2567 ที่มากกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากปรากฎการณ์ลานีญา (La Niña) ที่ทำให้ NN2 สามารถประกาศความพร้อมจ่ายไฟฟ้าได้มากขึ้น โดยในปี 2567 NN2 สามารถทำกำไรสุทธิได้สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์อีกด้วย</p>
<p><strong>นายธนวัฒน์</strong> กล่าวว่า คาดว่าในครึ่งปีแรกของปี 2568 แม้จะเป็นช่วงฤดูแล้ง แนวโน้มผลการดำเนินงานคาดว่าจะดีกว่าปี 2567 จากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 มีปริมาณน้ำที่สูงกว่าปีก่อน ทำให้ NN2 สามารถประกาศความพร้อมจ่ายไฟฟ้าเดือนมกราคม ได้มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณร้อยละ 5 สอดรับกับทิศทางของปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ซึ่งในเดือนมกราคม ปี 2568 มีปริมาณสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนจากอิทธิพลของปรากฎการณ์ลานีญา ที่ยังคงมีอิทธิพลต่อเนื่องมาในปี 2568 โดย XPCL สามารถขายไฟฟ้าในเดือนมกราคมได้มากกว่าปีก่อนประมาณร้อยละ 23</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32156 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/PIC-01-CKP-FY-2024-Performance.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>อีกทั้ง โครงการไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ สำหรับผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าให้กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ในระยะแรกจำนวน 3 โครงการ  กำลังการผลิตติดตั้ง 7.0 MW ก็มีความคืบหน้าการก่อสร้างในระยะแรก ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2567 อยู่ที่ร้อยละ 65 ซึ่งเป็นไปตามแผน โดยเริ่มผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้แล้ว 1 โครงการเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2567 และจะทยอยแล้วเสร็จครบทุกโครงการในช่วงไตรมาส 2 ปี 2568 นับเป็นก้าวสำคัญสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนของไทย</p>
<p>ฐานะการเงินของ CKPower ยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.86 เท่า เพิ่มขึ้น 0.18 เท่าจากปีก่อน ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.52 เท่า สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคาดว่าแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกา และของประเทศไทย ประกอบกับการไถ่ถอนหุ้นกู้มูลค่า 1,400 ล้านบาทของ NN2 ในปีที่ผ่านมา จะช่วยลดภาระทางการเงินของ CKPower ไปได้อีกพอสมควร ทั้งนี้บริษัทจะยังคงติดตามการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและบริหารจัดการหนี้สินระยะยาวให้มีสัดส่วนที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32157 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/PIC-04-CKP-FY-2024-Performance.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><strong>นายธนวัฒน์</strong> กล่าวว่า CKPower มุ่งมั่นขับเคลื่อนการเติบโตผ่านการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำประเทศไทยก้าวสู่ สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน บริษัทได้รับการรับรองและรางวัลจากองค์กรชั้นนำทั้งในประเทศและระดับสากล อาทิ SET ESG Ratings ระดับ &#8220;AAA&#8221; จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ESG100 บริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุน สถาบันไทยพัฒน์ , คะแนนการกำกับดูแลกิจการ (CG Score) ระดับดีเลิศ (Excellent) จาก สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และรางวัล AREA จากองค์กรพัฒนาเอกชนชั้นนำที่ส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการที่มีความรับผิดชอบในเอเชีย เป็นต้น โดยการดำเนินงานดังกล่าวขับเคลื่อนผ่านกลยุทธ์สู่ความยั่งยืน <strong>&#8220;C-K-P&#8221;</strong> ประกอบไปด้วย<strong> C – ไฟฟ้าสะอาด (Clean Electricity)</strong> มุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งหมดภายในปี 2586 และเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน มากกว่า 95% ภายในปีเดียวกัน รวมถึงเดินหน้าสู่ Net Zero ภายในปี 2593 ,<strong> K – เพื่อนบ้านที่ดี (Kind Neighbor)</strong> สนับสนุนการเคารพสิทธิมนุษยชนและชุมชน โดยดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบจริยธรรม ไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมส่งเสริมคุณภาพชีวิตชุมชนผ่านการพัฒนาพลังงานสะอาดและโครงการด้านสังคมและ  <strong>P – พันธมิตรที่ยั่งยืน (Partnership for Life)</strong> ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่าน การขยายฐานลูกค้าและการเติบโตในภูมิภาคเอเชีย ควบคู่กับ การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล มาเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ด้วยวิสัยทัศน์และกลยุทธ์นี้ CKPower พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/ckpower-performance-2024-and-direction-2025/">CKPower เผยปี 2567 กวาดรายได้ 10,789 ล้านบาท  EBITDA โตแข็งแกร่ง คาดปี 2568 เติบโตต่อเนื่องจากปัจจัยฤดูกาล   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เบเยอร์ ประกาศพันธกิจ Net Zero Mission พร้อมเปิดตัว &#8216;Paint CO2Cal&#8217; แอปฯคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการใช้สีทาอาคารรายแรกในไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/beger-annouced-net-zero-mission-and-launch-paint-co2cal/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Sep 2024 12:12:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[beger]]></category>
		<category><![CDATA[CO2 Calculator]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Wellness Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[Future WE Future WORLD]]></category>
		<category><![CDATA[Green Building]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero Mission]]></category>
		<category><![CDATA[Paint Beger Paint The World Green]]></category>
		<category><![CDATA[Paint CO2 Cal]]></category>
		<category><![CDATA[The 2024 Global Status Report for Buildings and Construction]]></category>
		<category><![CDATA[UNEP]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมสี]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์เชิด จามีกรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สีนวัตกรรม รักษ์โลก รักคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[สีรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[สีเบเยอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เบเยอร์คูล]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29124</guid>

					<description><![CDATA[<p>เบเยอร์ จับมือ 60 พันธมิตรสายอสังหาฯ ประกาศพันธกิจ &#8220;Net Zero Mission&#8221; พร้อมเปิดตัว &#8220;Paint CO2Cal&#8221; แอปฯคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการใช้สีทาอาคารรายแรกในไทย ชูแนวคิดมุ่งพัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืนด้วย “นวัตกรรมสีเขียว” ข้อมูลจากการรายงาน &#8220;The 2024 Global Status Report for Buildings and Construction&#8221; โดย UNEP ระบุว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคการก่อสร้างคิดเป็น 1 ใน 5 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก มากไปกว่านั้น ในปี 2565 การก่อสร้างอาคารยังใช้พลังงานโลกกว่า 34% ที่สำคัญในปีเดียวกัน การก่อสร้างอาคารมีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สูงกว่า 37% ดังนั้น หากภาคธุรกิจไม่เร่งปรับตัว อุณหภูมิโลกจะมีโอกาสสูงขึ้น ตามการคาดการณ์ของสหประชาชาติ ​เบเยอร์ (Beger) ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมสีที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากว่า 6 ทศวรรษ จึงมุ่งมั่นและเดินหน้า​พัฒนาและส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้นวัตกรรมสีที่รักษ์โลก ภายใต้แนวคิด &#8220;Eco-Wellness Innovation&#8221; หรือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/beger-annouced-net-zero-mission-and-launch-paint-co2cal/">เบเยอร์ ประกาศพันธกิจ Net Zero Mission พร้อมเปิดตัว &#8216;Paint CO2Cal&#8217; แอปฯคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการใช้สีทาอาคารรายแรกในไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เบเยอร์</strong> <strong>จับมือ </strong><strong>60 </strong><strong>พันธมิตรสายอสังหาฯ ประกาศพันธกิจ</strong><strong> &#8220;</strong><strong>Net Zero Mission</strong><strong>&#8221; </strong><strong>พร้อมเปิดตัว </strong><strong>&#8220;</strong><strong>Paint CO<sub>2</sub>Cal</strong><strong>&#8221; </strong><strong>แอปฯคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการใช้สีทาอาคารรายแรกในไทย</strong> <strong>ชูแนวคิดมุ่งพัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืนด้วย </strong><strong>“</strong><strong>นวัตกรรมสีเขียว</strong><strong>”</strong></p>
<p><span id="more-29124"></span></p>
<p>ข้อมูลจากการรายงาน <strong>&#8220;</strong><strong>The </strong><strong>2024</strong><strong> Global Status Report for Buildings and Construction</strong><strong>&#8221; </strong>โดย UNEP ระบุว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคการก่อสร้างคิดเป็น 1 ใน 5 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก มากไปกว่านั้น ในปี 2565 การก่อสร้างอาคารยังใช้พลังงานโลกกว่า 34% ที่สำคัญในปีเดียวกัน การก่อสร้างอาคารมีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สูงกว่า 37%</p>
<p>ดังนั้น หากภาคธุรกิจไม่เร่งปรับตัว อุณหภูมิโลกจะมีโอกาสสูงขึ้น ตามการคาดการณ์ของสหประชาชาติ ​เบเยอร์ (Beger) ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมสีที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากว่า 6 ทศวรรษ จึงมุ่งมั่นและเดินหน้า​พัฒนาและส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้นวัตกรรมสีที่รักษ์โลก ภายใต้แนวคิด &#8220;<strong>Eco-Wellness Innovation</strong>&#8221; หรือ <strong>สีนวัตกรรม รักษ์โลก รักคุณ</strong> พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเป็นแกนกลาง​สำคัญ​ร่วมกับพันธมิตร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงและร่วมสร้างการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจสู่ความยั่งยืนในทุกห่วงโซ่อุปทาน​​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29127 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/5-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้วยความสำคัญดังกล่าว จึงได้เดินหน้าจัดงาน<strong> “Future WE, Future WORLD” เ</strong>พื่อปักธงประกาศ &#8220;<strong>Net Zero Mission</strong>&#8221; ร่วมกับพันธมิตรด้านอสังหาริมทรัพย์กว่า 60 องค์กร และมอบประกาศเกียรติคุณให้​นักพัฒนา พร้อมกันนี้ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารบริษัทชั้นนำจากภาคอสังหาฯ ร่วมฉายภาพวิสัยทัศน์ ที่สำคัญยังได้เปิดตัว &#8220;<strong>Paint CO<sub>2</sub>Cal&#8221;</strong> แอปฯคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการใช้สีทาอาคารรายแรกในไทย พร้อมเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจมุ่งสร้างสังคมคาร์บอนต่ำให้กับประเทศไทย</p>
<p><strong>ดร</strong><strong>.</strong><strong>วรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ กล่าวว่า</strong> การจัดงาน “Future WE, Future WORLD” จัดขึ้นเป็นครั้งแรกโดยมีหมุดหมายที่สำคัญในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และข้อมูลที่สำคัญให้กับพันธมิตรในมิติของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมผ่านผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามาจากนวัตกรรมของเบเยอร์ ตามกรอบแนวคิด <strong>&#8220;Eco-Wellness Innovation</strong>&#8221; เพื่อสร้างสีที่รักษ์โลกและสร้างสรรค์พื้นที่ที่น่าอยู่สำหรับทุกคน  ล่าสุด ได้ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลพัฒนา <strong>&#8220;</strong><strong>Paint CO<sub>2</sub>Cal</strong><strong>&#8221; </strong><strong>หรือ แอปพลิเคชันที่สามารถคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการใช้สีทาอาคารของสีเบเยอร์คูลมากกว่า</strong><strong> 1</strong><strong>,</strong><strong>200 </strong><strong>เฉดสี</strong> <strong>ถือเป็นรายแรกในอุตสาหกรรมสีทาอาคารของไทย </strong><strong>ถือเป็นการสร้าง</strong><strong>มิติใหม่ให้กับอุตสาหกรรม และขานรับต่อการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจบนกรอบพื้นฐานเทรนด์ของผู้บริโภคได้อย่างเท่าทันและสอดรับกับเป้าหมายโลก</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29126 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/6-3.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>ดร</strong><strong>.</strong><strong>วรวัฒน์</strong> กล่าวต่อว่า ได้เชิญชวนพันธมิตรภาคอสังหาริมทรัพย์กว่า 60 องค์กร ร่วมกันประกาศเจตนารมย์  &#8220;<strong>Net Zero Mission</strong>&#8221; โดยได้รับเกียรติตัวแทนผู้บริหารจาก 10 องค์กร ​ด้านอสังหาริมทรัพย์ร่วมฉายภาพทิศทาง เทรนด์ วิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อม​มอบสัญลักษณ์ <strong>“Carbon Footprint”</strong> ให้​กลุ่มพันธมิตรที่ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน เพื่อสร้างต้นแบบและแรงบันดาลใจให้กับเครือข่ายทางธุรกิจได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมาเบเยอร์ได้มีการจัดตั้ง <strong>&#8220;Net Zero Innovation &amp; Solution Center&#8221;</strong> เพื่อเป็นศูนย์กลางให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมก่อสร้างทั้งห่วงโซ่อุปทานมาพัฒนาโครงการต้นแบบในการสร้างธุรกิจคาร์บอนต่ำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29128 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/1-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ที่สำคัญงานดังกล่าวถือเป็น <strong>Net Zero Event </strong><strong>หรือการจัดกิจกรรมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยได้รับการรับรองจาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก </strong><strong>(</strong><strong>องค์การมหาชน</strong><strong>) </strong><strong>หรือ อบก</strong><strong>.</strong> ​สอดรับกับแนวคิดของเบเยอร์ในการเป็นผู้นำ <strong>&#8220;สีนวัตกรรมรักษ์โลก&#8221;</strong> ​และเป็นเวทีที่เป็นจุดเริ่มต้นและจุดเชื่อมโยงที่สำคัญในการเดินหน้าสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ที่สามารถหวังผลในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรมภายในปี 2593</p>
<p><strong>คุณพงษ์เชิด จามีกรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ </strong>กล่าวว่า สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจ ภายใต้ยุทธศาสตร์ <strong>&#8220;Paint Beger, Paint The World Green&#8221;</strong> เบเยอร์ยังมุ่งพัฒนาสินค้าควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับในวงกว้างอย่าง<strong> &#8220;เบเยอร์คูล&#8221;</strong> ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญในการค้นคว้าและวิจัยในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดสู่การส่งมอบนวัตกรรมสีทาบ้านเพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีในการอยู่อาศัยและเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างการเปลี่ยนผ่านในภาคอุตสาหกรรมเพื่อร่วมสร้างอาคารรักษ์โลกหรือ <strong>&#8220;Green Building&#8221;</strong> ในห่วงโซ่อุปทานทางธุรกิจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29129 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/8-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจต่อจากนี้ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการต่อยอดในการหาเครื่องมือจากเทคโนโลยีที่สำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ลูกค้า คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในการดำเนินธุรกิจ ขณะที่ในมิติของการขยายตลาด เตรียมเพิ่มโอกาสในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การสร้างประสบการณ์ใหม่ในกลุ่มสินค้าสีนวัตกรรมรักษ์โลก การสร้างการรับรู้แบรนด์ เพื่อเข้าถึงลูกค้าในทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายครอบคลุมในทุกช่องทางเพื่อให้เบเยอร์เป็นแกนกลางที่สำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ หรือ Net Zero ในทุกห่วงโซ่อุปทานทางธุรกิจอย่างยั่งยืน สอดรับกับพันธกิจที่สำคัญของเบเยอร์ในการเป็นผู้นำสีนวัตกรรมที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม&#8221; <strong>นายพงษ์เชิด </strong>กล่าวเสริม</p>
<p>ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://www.beger.co.th/th/" target="_blank" rel="noopener">https://www.beger.co.th/th/</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/beger-annouced-net-zero-mission-and-launch-paint-co2cal/">เบเยอร์ ประกาศพันธกิจ Net Zero Mission พร้อมเปิดตัว &#8216;Paint CO2Cal&#8217; แอปฯคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการใช้สีทาอาคารรายแรกในไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
