<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อินเดีย &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 31 Oct 2023 19:41:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.8</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>อินเดีย &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กลุ่มอินโดรามา​ เพิ่มโรงงานใหม่ในอินเดีย 3 แห่ง ขยายธุรกิจ &#8216;พลาสติก PET รีไซเคิล&#8217; ป้อนอุตสาหกรรมการผลิตที่ยั่งยืนกลุ่มยานยนต์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/11/indorama-ventures-invest-recycle-plastic-pet-in-india/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 Oct 2023 19:23:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Indorama Ventures]]></category>
		<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[อาลก โลเฮีย]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดรามา เวนเจอร์ส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22060</guid>

					<description><![CDATA[<p>การบริโภคพลาสติกของอินเดียเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะสูงถึง 20.89 ล้านตัน ในปี 2564-2565 และ 64 ล้านตันภายในปี 2576  ขณะเดียวกันปริมาณขยะพลาสติกก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยอินเดียผลิตขยะพลาสติกสูงถึง 8.9 ล้านตัน เมื่อปี 2565 และคาดการณ์เติบโตเฉลี่ยปีละ 11% ในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าจะเพิ่มเป็น 18.5 ล้านตันภายในปี 2571 ปัจจุบันมีสัดส่วนการรีไซเคิลขยะพลาสติกในอินเดียเพียง 30% ​เนื่องจากข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน และมีต้นทุนสูง จึงกลายเป็นโอกาสให้ธุรกิจรีไซเคิลและการจัดการขยะ โดยพบว่าอุตสาหกรรมรีไซเคิลพลาสติกในอินเดีย  มีแนวโน้มเติบโตสูงจากความตระหนักรู้ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบที่เป็นอันตรายของพลาสติกต่อสิ่งแวดล้อม การให้ความสำคัญกับวิถีชีวิตที่ยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการผลักดัน​อย่างจริงจังของรัฐบาล ทั้งนี้ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน)  ซึ่งดำเนินกิจการในอินเดียมาตั้งแต่ปี 2532 ด้วยการผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์ และเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ​ได้ขยายการ​ลงทุนในอินเดียเพิ่มเติมอีก 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือมากกว่า 5,250 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 USD [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/indorama-ventures-invest-recycle-plastic-pet-in-india/">กลุ่มอินโดรามา​ เพิ่มโรงงานใหม่ในอินเดีย 3 แห่ง ขยายธุรกิจ &#8216;พลาสติก PET รีไซเคิล&#8217; ป้อนอุตสาหกรรมการผลิตที่ยั่งยืนกลุ่มยานยนต์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การบริโภคพลาสติกของอินเดียเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะสูงถึง 20.89 ล้านตัน ในปี 2564-2565 และ 64 ล้านตันภายในปี 2576  ขณะเดียวกันปริมาณขยะพลาสติกก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยอินเดียผลิตขยะพลาสติกสูงถึง 8.9 ล้านตัน เมื่อปี 2565 และคาดการณ์เติบโตเฉลี่ยปีละ 11% ในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าจะเพิ่มเป็น 18.5 ล้านตันภายในปี 2571</p>
<p><span id="more-22060"></span></p>
<p>ปัจจุบันมีสัดส่วนการรีไซเคิลขยะพลาสติกในอินเดียเพียง 30% ​เนื่องจากข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน และมีต้นทุนสูง จึงกลายเป็นโอกาสให้ธุรกิจรีไซเคิลและการจัดการขยะ โดยพบว่าอุตสาหกรรมรีไซเคิลพลาสติกในอินเดีย  มีแนวโน้มเติบโตสูงจากความตระหนักรู้ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบที่เป็นอันตรายของพลาสติกต่อสิ่งแวดล้อม การให้ความสำคัญกับวิถีชีวิตที่ยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการผลักดัน​อย่างจริงจังของรัฐบาล</p>
<p>ทั้งนี้ <strong>บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน)</strong>  ซึ่งดำเนินกิจการในอินเดียมาตั้งแต่ปี 2532 ด้วยการผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์ และเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ​ได้ขยายการ​ลงทุนในอินเดียเพิ่มเติมอีก 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือมากกว่า 5,250 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 USD = 35 บาท) เพื่อ​สร้างโรงงานแห่งใหม่ สำหรับผลิตพลาสติกรีไซเคิล PET (polyethylene terephthalate) รวม 3 แห่ง ในเมืองฮัลเดีย​ รัฐเบงกอลตะวันตก, เมืองนาคปุระ รัฐมหาราษฏระ และเมืองปานิปัต​ รัฐหรยาณา</p>
<p><strong>คุณอาลก โลเฮีย</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อินโดรามา เวนเจอร์ส​ กล่าวว่า อินเดียเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าสนใจ จากเศรษฐกิจที่เติบโตต่อเนื่อง รวมถึงนโยบายสนับสนุนการลงทุนจากภาครัฐทั้งในเรื่องการผลิตและส่งออก โดยหนึ่งเป้าหมายหลักของบริษัทในการลงทุนขยายธุรกิจรีไซเคิลครั้งนี้ คือ การผลิตไนลอนและโพลีเอสเตอร์จากวัสดุรีไซเคิล สำหรับใช้เป็นส่วนประกอบผลิตถุงลมนิรภัยในรถยนต์ เพื่อป้อนอุตสาหกรรมยานยนต์ในอินเดียและเป็นฐานส่งออกไปต่างประเทศ รวมทั้งป้อนการผลิตวัสดุต่อเนื่องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ในอินเดีย เนื่องจากมีศักยภาพและเติบโตอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ซึ่งในปัจจุบันได้บรรลุข้อตกลงเพื่ออนุมัติให้ดำเนินธุรกิจ และครอบครองที่ดินสำหรับก่อสร้างโรงงานแล้ว โดยคาดว่าจะเริ่มการผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2026 โดย​โรงงานใหม่ทั้ง 3 แห่งนี้ จะเข้ามาเพิ่มกำลังการผลิตได้มากกว่ากำลังการผลิตในปัจจุบัน ที่มีการผลิตพลาสติกรีไซเคิล PET ได้ปีละ 800,000 ตัน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22088 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Indorama-Ventures-booth-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ก่อนหน้านี้ ทางกลุ่มอินโดรามาเพิ่งบรรลุเป้าหมายการรีไซเคิลขวด PET ​​จำนวน 1 แสนล้านขวด เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา และในปัจจุบันกลุ่มอินโดรามามีการลงทุนอยู่ใน 35 ประเทศ โดยมีเป้าหมาย​ลงทุนเพื่อขยายธุรกิจรีไซเคิลกว่า 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อรองรับอัตราการรีไซเคิลที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก</p>
<p>ข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงนิวเดลี</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/indorama-ventures-invest-recycle-plastic-pet-in-india/">กลุ่มอินโดรามา​ เพิ่มโรงงานใหม่ในอินเดีย 3 แห่ง ขยายธุรกิจ &#8216;พลาสติก PET รีไซเคิล&#8217; ป้อนอุตสาหกรรมการผลิตที่ยั่งยืนกลุ่มยานยนต์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชุบชีวิต &#8216;ส่าหรีเก่า&#8217; เพิ่มคุณค่าห่วงโซ่ความยั่งยืน พร้อมโอกาสแฟชั่นอินเดียแจ้งเกิดเวทีโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/10/upcycle-sari-to-value-chain-of-sustainable-fashion/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Oct 2022 11:35:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[I was a Sari]]></category>
		<category><![CDATA[Quality of life]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Sari]]></category>
		<category><![CDATA[Sari for Change]]></category>
		<category><![CDATA[Sari Knot Sari]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycle]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[วิสาหกิจชมุชน]]></category>
		<category><![CDATA[ส่าหรี]]></category>
		<category><![CDATA[อัพไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=15032</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชุดเสื้อผ้าประจำชาติอินเดียอย่าง &#8216;ส่าหรี&#8217; ซึ่งเป็นผ้าผืนยาวต่อเนื่องกว่า 6 หลา ​ซึ่งหญิงสาวชาวอินเดียทุกคนต้องเคยสวมใส่ ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน หรือตามโอกาสเทศกาลสำคัญต่างๆ และในบางครั้งเสื้อผ้าเหล่านี้ยังได้กลายเป็นมรดกตกทอดจากรุ่นแม่ไปสู่รุ่นลูกอีกด้วย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในปัจจุบันไม่ได้มีการใช้ประโยชน์จากส่าหรีมากเหมือนเมื่อก่อน มีเพียงการใส่ไปงานตามโอกาสต่างๆ ขณะที่บรรดาผู้หญิงยังคงซื้อส่าหรีเก็บไว้เป็นจำนวนมาก แต่ไม่สวมใส่บ่อยเหมือนคนรุ่นก่อนๆ ทำให้ผ้าส่าหรีที่ใช้ในโอกาสเพียงเล็กน้อย ถูกโยนทิ้งและจบลงในหลุมฝังกลบมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดมลภาวะในดินและอากาศ ทั้งนี้ คาดการณ์จำนวนส่าหรีที่มีอย่างมหาศาล เฉพาะแค่ตลาดส่าหรีในประเทศอินเดียเพียงแห่งเดียว ก็มีขนาดมูลค่าถึงปีละ 4 แสนล้านรูปี หรือกว่า 5 พันล้านดอลลาร์  และพบว่ามีการทิ้งชุดส่าหรีสูงถึงหลักพันรายการในแต่ละวัน ทำให้ผู้ประกอบการอย่าง Sari Knot Sari, I was a Sari​ และ Sari for Change พยายามมองหา​วิธีการนำผ้าส่าหรีเก่าของหญิงชาวอินเดียมาสร้างคุณค่าใหม่ เพื่อเพิ่มประโยชน์ในการใช้งานให้หลากหลายมากขึ้น​​ แทนการแขวนไว้ในตู้เฉยๆ หรือสุดท้ายจะกลายเป็นขยะแฟชั่นจำนวนมหาศาล รวมทั้งยังทำให้ส่าหรีเป็นที่รู้จักและสามารถขยายโอกาสในตลาดโลกได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำไปตัดเย็บเป็นผ้าคลุมไหล่ และชุดกิโมโน ตามสไตล์ของ Sari for Change ​ ขณะที่ Sari Knot Sari [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/upcycle-sari-to-value-chain-of-sustainable-fashion/">ชุบชีวิต &#8216;ส่าหรีเก่า&#8217; เพิ่มคุณค่าห่วงโซ่ความยั่งยืน พร้อมโอกาสแฟชั่นอินเดียแจ้งเกิดเวทีโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ชุดเสื้อผ้าประจำชาติอินเดียอย่าง<strong> &#8216;ส่าหรี&#8217;</strong> ซึ่งเป็นผ้าผืนยาวต่อเนื่องกว่า 6 หลา ​ซึ่งหญิงสาวชาวอินเดียทุกคนต้องเคยสวมใส่ ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน หรือตามโอกาสเทศกาลสำคัญต่างๆ</p>
<p><span id="more-15032"></span></p>
<p>และในบางครั้งเสื้อผ้าเหล่านี้ยังได้กลายเป็นมรดกตกทอดจากรุ่นแม่ไปสู่รุ่นลูกอีกด้วย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในปัจจุบันไม่ได้มีการใช้ประโยชน์จากส่าหรีมากเหมือนเมื่อก่อน มีเพียงการใส่ไปงานตามโอกาสต่างๆ</p>
<p>ขณะที่บรรดาผู้หญิงยังคงซื้อส่าหรีเก็บไว้เป็นจำนวนมาก แต่ไม่สวมใส่บ่อยเหมือนคนรุ่นก่อนๆ ทำให้ผ้าส่าหรีที่ใช้ในโอกาสเพียงเล็กน้อย ถูกโยนทิ้งและจบลงในหลุมฝังกลบมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดมลภาวะในดินและอากาศ</p>
<p>ทั้งนี้ คาดการณ์จำนวนส่าหรีที่มีอย่างมหาศาล เฉพาะแค่ตลาดส่าหรีในประเทศอินเดียเพียงแห่งเดียว ก็มีขนาดมูลค่าถึงปีละ 4 แสนล้านรูปี หรือกว่า 5 พันล้านดอลลาร์  และพบว่ามีการทิ้งชุดส่าหรีสูงถึงหลักพันรายการในแต่ละวัน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-15034 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/Sari2.jpg" alt="" width="1200" height="907" /></p>
<p>ทำให้ผู้ประกอบการอย่าง <strong>Sari Knot Sari, I was a Sari</strong>​ และ<strong> Sari for Change </strong>พยายามมองหา​วิธีการนำผ้าส่าหรีเก่าของหญิงชาวอินเดียมาสร้างคุณค่าใหม่ เพื่อเพิ่มประโยชน์ในการใช้งานให้หลากหลายมากขึ้น​​ แทนการแขวนไว้ในตู้เฉยๆ หรือสุดท้ายจะกลายเป็นขยะแฟชั่นจำนวนมหาศาล รวมทั้งยังทำให้ส่าหรีเป็นที่รู้จักและสามารถขยายโอกาสในตลาดโลกได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำไปตัดเย็บเป็นผ้าคลุมไหล่ และชุดกิโมโน ตามสไตล์ของ Sari for Change ​</p>
<p>ขณะที่ Sari Knot Sari ได้ทำงานร่วมกับทีมดีไซเนอร์ ในนิวเดลีเพื่อเปลี่ยนผ้าส่าหรีแบบเก่าให้เป็นแจ็กเก็ต เสื้อกั๊ก เสื้อปอนโช และหรือชุดเดรส  รวมไปถึง​กิจการเพื่อสังคมอย่าง I was a Sari ก็มีการนำผ้าส่าหรีเก่าไปตัดเย็บเป็นเป้สะพายหลัง ต่างหู หรือชุดไปงานเลี้ยง รวมไปถึงชุดนอนสำหรับลูกค้าในยุโรป</p>
<p>ที่สำคัญการนำผ้าส่าหรีเก่าไป Upcycle ในธุรกิจแฟชั่นยังสนับสนุนแนวทาง Sustainable Fashion เพราะลดการใช้ทรัพยากรใหม่ ทั้งลดการใช้น้ำที่มีการใช้ในอุตสาหกรรมแฟชั่นเฉลี่ยนกว่า 1.5 ล้านล้านลิตรในแต่ละปี รวมท้ังมีสัดส่วนในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ราว 10% ของการปล่อย CO2 ทั่วทั้งโลก ตามรายงานของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จัดตั้งขึ้นโดยสหประชาชาติ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-15035 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/sari3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้การนำผ้าส่าหรีเก่ามาใช้ประโยชน์อื่นๆ อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมอินเดีย เพราะก่อนหน้านี้มีการนำผ้าส่าหรีไปทำเป็นผ้าห่ม ปลอกหมอน ผ้าเช็ดจาน เสื้อคลุม กระโปรง สำหรับเด็ก หรือแม้แต่ไปทำผ้าอ้อมรวมทั้งสายไกวเปลสำหรับทารก  แต่การนำไปต่อยอดในวงการแฟชั่นทำให้เพิ่มโอกาสในการใช้งาน และสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังลดจำนวนขยะจากกลุ่มแฟชั่นได้อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p><strong>ปรียา โมฮัน</strong> ผู้ก่อตั้ง <strong>Sari Knot Sari</strong> ซึ่งเป็นชาวแคนาดาเชื้อสายอินเดียรุ่นที่สี่ ทำงานร่วมกับทีมดีไซเนอร์ในนิวเดลีเพื่อแปลงส่าหรีเก่าให้เป็นเสื้อผ้าชุดใหม่ และสวมใส่ได้หลากหลายโอกาสมากขึ้น​ มองว่า การต่อยอดในวงการปฟชั่น ทำให้ผ้าส่าหรี​สามารถส่งต่อวัฒนธรรมของอินเดียไปสู่โลกภายนอก เพราะสินค้าได้รับความสนใจจากร้านบูติกทั่วโลก ตั้งแต่ออสเตรเลีย อเมริกาเหนือ และยุโรปตะวันตก</p>
<p><strong>นิกิ โกเมซ</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ<strong> I was a Sari</strong> กล่าวว่า &#8220;การผลิตเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้จากผ้าส่าหรีทำให้ทุกคนมีโอกาสได้เพลิดเพลินกับภาพพิมพ์และสีสันที่สวยงามเหล่านี้ โดยไม่ต้องสวมส่าหรีจริงๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15033 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/Sari1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>รายา เอ็ดเวิร์ดส์</strong>  ผู้ก่อต้ัง <strong>Sari for Change</strong> ​กล่าวว่า พลเมืองโลกและผู้บริโภครุ่นใหม่ใส่ใจประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และใช้เป็นเหตุผลหนึ่งในการตัดสินใจซื้อ รวมทั้งข้อมูลที่มาที่ไปของสินค้าต่างๆ ซึ่งการนำส่าหรีเก่าของ Sari for Change มาใช้ ไม่ได้ช่วยแค่สิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยเหลือชุมชนและสนับสนุนกลุ่มช่างแรงงานฝีมือที่ทางแบรนด์ได้ว่าจ้างให้มาช่วยตัดเย็บเพื่อสร้างรายได้ รวมทั้งกลุ่มฝึกอบรมและจ้างงานในอินเดียอย่าง SETU Fair Trade ของอินเดียฝึกอบรมและจ้างช่างฝีมือมากกว่า 7,000 คนใน 16 รัฐของอินเดีย  ซึ่งส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่ยากจน ส่วนใหญ่ไม่รู้หนังสือ ถูกกดขี่ที่บ้าน และไม่มีทักษะในการหางานทำที่ไหนเลย แต่สามารถสร้างอาชีพเพื่อหารายได้เลี้ยงตัวเองได้จากการขับเคลื่อน Ecosystem ของผ้าส่าหรีเก่านี้</p>
<p><a href="https://asia.nikkei.com/Life-Arts/Arts/Old-saris-new-purpose-Upcycling-clothing-and-lives" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/upcycle-sari-to-value-chain-of-sustainable-fashion/">ชุบชีวิต &#8216;ส่าหรีเก่า&#8217; เพิ่มคุณค่าห่วงโซ่ความยั่งยืน พร้อมโอกาสแฟชั่นอินเดียแจ้งเกิดเวทีโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรีนพีซ เปิดผลศึกษา &#8216;มลพิษทางอากาศ&#8217; ชี้คนไทยทั้งประเทศ ได้รับ PM 2.5 สูงกว่า​ WHO แนะนำ แถมเกือบครึ่งประเทศเข้าไม่ถึงข้อมูลด้านคุณภาพอากาศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/09/greenpeace-open-the-inequity-air-research/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 11 Sep 2022 09:46:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Air Inequity]]></category>
		<category><![CDATA[Air Pollution]]></category>
		<category><![CDATA[Greenpeace]]></category>
		<category><![CDATA[PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[pollution]]></category>
		<category><![CDATA[WHO]]></category>
		<category><![CDATA[WHO Guideline]]></category>
		<category><![CDATA[กรีนพีซ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำจากมลพิษทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ตุรกี]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฟิลิปปินส์]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มาเลเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การอนามัยโลก]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[แอฟริกาใต้]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14483</guid>

					<description><![CDATA[<p>มลพิษทางอากาศ นับเป็นวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลก และเป็นความเสี่ยงด้านสุขภาพอันดับต้นๆ ของโลก เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของคนนับล้านคนในแต่ละปีทั่วโลก โดยภาระด้านสุขภาพมักจะตกอยู่กับประชากรในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง อากาศที่สะอาด ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความเท่าเทียมและเป็นธรรมที่ทุกคนควรเข้าถึงอากาศที่สะอาดได้สำหรับการหายใจ  แต่วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลกยังส่งผลกระทบต่อความเหลื่อมล้ำ ซึ่งกลุ่มเปราะบางมักเป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด​ กรีนพีซ ได้เผยแพร่รายงาน “ความแตกต่างใต้ท้องฟ้าเดียวกัน: ความเหลื่อมล้ำจากมลพิษทางอากาศ” หลังทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพอากาศและสถานการณ์มลพิษจาก PM 2.5 ใน 7 ประเทศ ประกอบด้วย อินเดีย มาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ตุรกี และแอฟริกาใต้ รายงานระบุว่า มลพิษทางอากาศเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงหรือร่างกายอ่อนแอ​ ได้แก่ เด็กทารก ผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 65 ปี และหญิงตั้งครรภ์ ที่มีแนวโน้มว่าจะได้รับมลพิษสูง หรือมีความยากลำบากในการเข้าถึงข้อมูลด้านมลพิษทางอากาศเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมดของประเทศ ขณะที่ผลการศึกษาในครั้งนี้ ได้ค้นพบประเด็นที่น่าสนใจ ได้แก่ &#8211; มากกว่า 99% ของประชากรในแต่ละประเทศที่ระบุไว้ในรายงาน ซึ่งคิดเป็นจำนวนมากกว่า 1 ใน 4 ของประชากรโลก ได้รับฝุ่น PM2.5 สูงเกินกว่าค่าแนะนำด้านคุณภาพอากาศขององค์การอนามัยโลก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/greenpeace-open-the-inequity-air-research/">กรีนพีซ เปิดผลศึกษา &#8216;มลพิษทางอากาศ&#8217; ชี้คนไทยทั้งประเทศ ได้รับ PM 2.5 สูงกว่า​ WHO แนะนำ แถมเกือบครึ่งประเทศเข้าไม่ถึงข้อมูลด้านคุณภาพอากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มลพิษทางอากาศ นับเป็นวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลก และเป็นความเสี่ยงด้านสุขภาพอันดับต้นๆ ของโลก เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของคนนับล้านคนในแต่ละปีทั่วโลก โดยภาระด้านสุขภาพมักจะตกอยู่กับประชากรในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง</p>
<p><span id="more-14483"></span></p>
<p>อากาศที่สะอาด ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความเท่าเทียมและเป็นธรรมที่ทุกคนควรเข้าถึงอากาศที่สะอาดได้สำหรับการหายใจ  แต่วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลกยังส่งผลกระทบต่อความเหลื่อมล้ำ ซึ่งกลุ่มเปราะบางมักเป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด​</p>
<p dir="ltr">กรีนพีซ ได้เผยแพร่รายงาน “ความแตกต่างใต้ท้องฟ้าเดียวกั<wbr />น: ความเหลื่อมล้ำจากมลพิ<wbr />ษทางอากาศ” หลังทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพอากาศและสถานการณ์มลพิษจาก PM 2.5 ใน 7 ประเทศ ประกอบด้วย อินเดีย มาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ตุรกี และแอฟริกาใต้</p>
<p dir="ltr">รายงานระบุว่า มลพิษทางอากาศเป็นปัจจัยเสี่<wbr />ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุ<wbr />ดต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสู<wbr />งหรือร่างกายอ่อนแอ​ ได้แก่ เด็กทารก ผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 65 ปี และหญิงตั้งครรภ์ ที่มีแนวโน้มว่<wbr />าจะได้รับมลพิษสูง หรือมีความยากลำบากในการเข้าถึ<wbr />งข้อมูลด้านมลพิษทางอากาศเมื่<wbr />อเทียบกับจำนวนประชากรทั้<wbr />งหมดของประเทศ</p>
<p>ขณะที่ผลการศึกษาในครั้งนี้ ได้ค้นพบประเด็นที่น่าสนใจ ได้แก่</p>
<p dir="ltr" role="presentation">&#8211; มากกว่า 99% ของประชากรในแต่ละประเทศที่ระบุ<wbr />ไว้ในรายงาน ซึ่งคิดเป็นจำนวนมากกว่า 1 ใน 4 ของประชากรโลก ได้รับฝุ่น PM2.5 สูงเกินกว่าค่าแนะนำด้านคุ<wbr />ณภาพอากาศขององค์การอนามัยโลก (WHO Guideline) เพิ่มขึ้นจากในปี 2562 ที่มีสัดส่วน 90% <em>(อ้างอิงจากผลกระทบด้านสุขภาพจากมลพิษทางอากาศ โดยมีการปรับค่ามลพิษในระดับต่ำกว่าที่เคยพิจารณามาก่อนที่ไม่เกิน 5  ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งหากได้รับฝุ่นเป็นเวลานาน แม้จะมีความเข้มข้นของค่ามลพิษต่ำ ก็เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยด้วยโรคที่สำคัญได้​)​</em></p>
<p dir="ltr" role="presentation">&#8211; อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มี<wbr />คุณภาพอากาศแย่ที่สุด โดยมีสัดส่วนผู้ที่ได้รับฝุ่น PM2.5 สูงกว่า WHO Guideline กำหนดไว้กว่า 5 เท่า ถึง 95% <em>(ความเข้มข้นมากกว่า 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ) และ  57% ที่ได้รับฝุ่น PM 2.5 สูงกว่า​ WHO Guideline </em>​ถึง 10 เท่า <em>(ความเข้มข้นมากกว่า 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ) </em>โดยเฉพาะกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่<wbr />ที่มีมลพิษทางอากาศสูงเมื่อเที<wbr />ยบกับจำนวนประชากรทั้งหมด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-14490 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Air-pollution-thai.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p dir="ltr" role="presentation">&#8211;  ประชากรทั้ง 100% ในประเทศไทย ได้รั<wbr />บฝุ่น PM2.5 มากกว่าที่​ WHO Guideline กำหนดไว้ แม้แต่ในจังหวัดที่มีฝุ่นน้อยที่สุดก็ตาม โดยมีถึง 44 จังหวัดทั่วประเทศ ที่มีปริมาณฝุ่น PM2.5 สูงกว่าที่ WHO Guideline กำหนดไว้ถึง 5 เท่า ซึ่งมากเป็นอันดับ 3 ของการศึกษาครั้งนี้ รองจาก อินเดีย และตุรกี</p>
<p dir="ltr" role="presentation">&#8211; ขณะที่เด็กทารกและผู้สูงอายุของไทย มีแนวโน้<wbr />มอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มี<wbr />ความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 สูงกว่า WHO Guideline กำหนดไว้ถึง 5 เท่า (ความเข้มข้นมากกว่า 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ซึ่งเด็กทารกทั้ง 100% ได้รับฝุ่น PM2.5 สูงกว่าที่ WHO Guideline กำหนดไว้</p>
<p dir="ltr" role="presentation">&#8211; ไม่เพียงแค่ความเสี่ยงจากการต้องเผชิญกับมลพิษเท่านั้น แต่ยังมีความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยประชากรมากกว่าครึ่งหนึ่งในเกือบทุกประเทศที่ศึ<wbr />กษาในรายงานนี้ รวมทั้งประเทศไทย (48%) ​ไม่สามารถเข้าถึงสถานีวัดคุ<wbr />ณภาพอากาศภายในรัศมี  25 กิโลเมตร โดยเฉพาะในอินเดีย ที่มากกว่า 70% ของประชากรทั้งหมดในประเทศไม่<wbr />สามารถเข้าถึงข้อมูลของสถานี<wbr />ตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในระยะรั<wbr />ศมี 25 กิโลเมตรได้</p>
<p dir="ltr"><strong>อวินาช ชันชาล ผู้จัดการฝ่ายงานรณรงค์ กรีนพีซ อินเดีย</strong> กล่าวว่า “รายงานฉบับนี้ ทำให้เห็นว่าสถานีตรวจวัดคุ<wbr />ณภาพอากาศของอินเดียมีจำนวนน้<wbr />อยจนน่าตกใจเมื่อพิ<wbr />จารณาจากขนาดของประเทศ การรายงานคุณภาพอากาศแบบเรี<wbr />ยลไทม์คือขั้นตอนแรกของการแก้<wbr />ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องดำเนิ<wbr />นการจัดทำระบบตรวจวัดคุ<wbr />ณภาพอากาศที่มีประสิทธิภาพทั่<wbr />วทั้งประเทศ และเผยแพร่ข้อมูลสู่<wbr />สาธารณะแบบเรียลไทล์ควบคู่ไปกั<wbr />บการแนะนำด้านสุขภาพ และมีระบบการแจ้งเตือน เช่น “การแจ้งเตือนสีแดง” สำหรับวันที่มีมลพิษทางอากาศสูง เพื่อให้ประชาชนสามารถปกป้องสุ<wbr />ขภาพของตัวเองได้ และกำหนดมาตรการให้ผู้ที่ปล่<wbr />อยมลพิษลดการปล่อยมลพิษเพื่อเป็<wbr />นการปกป้องสิ่งแวดล้อม”</p>
<p dir="ltr"><strong>เฉินหย่งเหริน  ผู้ประสานงานรณรงค์อาวุโส ฝ่ายงานรณรงค์ด้านมลพิ<wbr />ษทางอากาศทั่วโลก</strong> กล่าวว่า “การเข้าถึงข้อมูลด้านคุ<wbr />ณภาพอากาศ และการเข้าถึงอากาศสะอาดคือปั<wbr />ญหาของความเหลื่อมล้ำ ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงคือผู้ที่<wbr />ต้องการใช้ประโยชน์สูงสุ<wbr />ดจากการเข้าถึงข้อมูลด้านคุ<wbr />ณภาพอากาศ ซึ่งทุกคนควรมีสิทธิได้เข้าถึ<wbr />งอากาศสะอาดและสิ่งแวดล้อมที่ดี<wbr />  นโยบายของรัฐเพื่อให้<wbr />ประชาชนสามารถเข้าถึ<wbr />งอากาศสะอาดถือเป็นเรื่องเร่งด่<wbr />วนและสำคัญในการรักษาสิทธิขั้<wbr />นพื้นฐานของประชาชน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-14492 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Air-pollution.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ส่วนในประเทศไทย สถานีตรวจวัดคุ<wbr />ณภาพอากาศของภาครัฐในไทยยังมีน้<wbr />อยเมื่อเทียบกับประชากรทั้<wbr />งหมดของประเทศ ประชาชนในบางจังหวัดไม่<wbr />สามารถเข้าถึงข้อมูลจากสถานี<wbr />ตรวจวัดคุณภาพอากาศได้ในระยะรั<wbr />ศมี 25 กิโลเมตร มีประชากรเพียงร้อยละ 26.8 เท่านั้นที่พักอาศัยอยู่<wbr />ในระยะรัศมี 5 กิโลเมตร การรับรู้ข้อมูลด้านคุณภาพอากาศ ณ สถานที่และเวลาจริงจะช่วยให้<wbr />ประชาชนสามารถปกป้องสุขภาพตั<wbr />วเองได้ และหน่วยงานรัฐสามารถนำข้อมู<wbr />ลไปแก้ไขปัญหาด้านมลพิ<wbr />ษทางอากาศได้ตรงจุดมากขึ้น</p>
<p><strong>อัลลิยา เหมือนอบ </strong>ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านมลพิ<wbr />ษทางอากาศกรีนพีซ ประเทศไทย กล่าวว่า “เพื่อให้การแก้ปัญหามลพิ<wbr />ษทางอากาศของไทยมีประสิทธิ<wbr />ภาพและเป็นรูปธรรม รัฐบาลต้องประกาศใช้กฎหมายควบคุ<wbr />มการปล่อยฝุ่น PM2.5 จากปลายปล่องโรงงานอุตสาหกรรม และกฎหมายการรายงานและเปิดเผยข้<wbr />อมูลการปลดปล่อยและเคลื่อนย้<wbr />ายสารมลพิษ (Pollutant Release and Transfer Register หรือ PRTR) และระบุให้ฝุ่น PM2.5 อยู่ในรายชื่อสารที่ภาคอุ<wbr />ตสาหกรรมต้องรายงานข้อมูลการปล่<wbr />อยสู่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามามี<wbr />ส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และป้องกันสุขภาพประชาชนจากฝุ่น PM2.5 ได้”</p>
<p>ทั้งนี้ รายงาน “ความแตกต่างใต้ท้องฟ้<wbr />าเดียวกัน: ความเหลื่อมล้ำจากมลพิ<wbr />ษทางอากาศ” ในส่วนของประเทศไทย สามารถดูได้ที่ <a href="https://www.greenpeace.org/thailand/publication/24564/climate-airpollution-inequity-report/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.greenpeace.org/thailand/publication/24564/climate-airpollution-inequity-report/&amp;source=gmail&amp;ust=1662963731462000&amp;usg=AOvVaw2nlFcK99VBfyEc0LDsdRu6">https://www.greenpeace.org/<wbr />thailand/publication/24564/<wbr />climate-airpollution-inequity-<wbr />report/</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/greenpeace-open-the-inequity-air-research/">กรีนพีซ เปิดผลศึกษา &#8216;มลพิษทางอากาศ&#8217; ชี้คนไทยทั้งประเทศ ได้รับ PM 2.5 สูงกว่า​ WHO แนะนำ แถมเกือบครึ่งประเทศเข้าไม่ถึงข้อมูลด้านคุณภาพอากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
