<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เครื่องสำอาง &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 15 May 2025 10:32:26 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>เครื่องสำอาง &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บู๊ทส์ เปิดตัว 3 แบรนด์บิวตี้ไอคอนจากอังกฤษ บูสต์ลุคสวยฉ่ำ 3 สไตล์สำหรับเมกอัพเลิฟเวอร์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/boots-cosmetics-for-makeup-lover/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 May 2025 10:32:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Best-Selling Beauty Brands]]></category>
		<category><![CDATA[Boots]]></category>
		<category><![CDATA[Boots Cosmetics]]></category>
		<category><![CDATA[Boots Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[บู๊ทส์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บู๊ทส์ รีเทล (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33551</guid>

					<description><![CDATA[<p>บู๊ทส์ ประเทศไทย ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามชั้นนำระดับโลก เปิดตัว 3 แบรนด์บิวตี้ไอคอนจากอังกฤษ 17. / Soap &#38; Glory  / No7 Pro Artist คอลเลคชั่นใหม่ที่มาเสิร์ฟความแกลมให้สาวกเมกอัพแบบ 3 คาแรกเตอร์ เลือกความสวยสไตล์คุณให้สวยฉ่ำไม่ซ้ำใคร  คุณรัตติกาล เงาเงิน Brand Manager ผลิตภัณฑ์ Boots Cosmetics บู๊ทส์ รีเทล ประเทศไทย เปิดเผยว่า “บู๊ทส์เป็นจุดหมายปลายทางแห่งความงาม เป็นแหล่งรวมผลิตภัณฑ์บิวตี้แบรนด์ดังของอังกฤษ นอกจากกลุ่มสกินแคร์ที่โดดเด่นแล้ว บู๊ทส์ยังมีเมกอัพไอเท็มแบรนด์ดังของอังกฤษที่สาวกความงามสามารถช็อปปิ้งได้จบครบที่เดียวเพื่อบูสต์บิวตี้ได้ที่ร้านบู๊ทส์ จากความสำเร็จในการเปิดตัวที่อังกฤษ ล่าสุดบู๊ทส์ ประเทศไทย ได้อิมพอร์ต 3 แบรนด์บิวตี้ไอคอนจากอังกฤษ 17. / Soap &#38; Glory / No7 Pro Artist คอลเลคชั่นใหม่ ซึ่งถือเป็นแบรนด์ยอดนิยมของสาวๆ อังกฤษ และยังเป็น Best-Selling Beauty [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/boots-cosmetics-for-makeup-lover/">บู๊ทส์ เปิดตัว 3 แบรนด์บิวตี้ไอคอนจากอังกฤษ บูสต์ลุคสวยฉ่ำ 3 สไตล์สำหรับเมกอัพเลิฟเวอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บู๊ทส์ ประเทศไทย </strong>ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามชั้นนำระดับโลก <strong>เปิดตัว 3 แบรนด์บิวตี้ไอคอนจากอังกฤษ 17. / </strong><strong>Soap &amp; Glory </strong><strong> </strong><strong>/ No</strong><strong>7 </strong><strong>Pro Artist </strong>คอลเลคชั่นใหม่ที่มาเสิร์ฟความแกลมให้สาวกเมกอัพแบบ 3 คาแรกเตอร์ เลือกความสวยสไตล์คุณให้สวยฉ่ำไม่ซ้ำใคร<strong> </strong><span id="more-33551"></span></p>
<p><strong>คุณรัตติกาล เงาเงิน </strong><strong>Brand Manager </strong><strong>ผลิตภัณฑ์ </strong><strong>Boots Cosmetics </strong><strong>บู๊ทส์ รีเทล ประเทศไทย</strong> เปิดเผยว่า “บู๊ทส์เป็นจุดหมายปลายทางแห่งความงาม เป็นแหล่งรวมผลิตภัณฑ์บิวตี้แบรนด์ดังของอังกฤษ นอกจากกลุ่มสกินแคร์ที่โดดเด่นแล้ว บู๊ทส์ยังมีเมกอัพไอเท็มแบรนด์ดังของอังกฤษที่สาวกความงามสามารถช็อปปิ้งได้จบครบที่เดียวเพื่อบูสต์บิวตี้ได้ที่ร้านบู๊ทส์ จากความสำเร็จในการเปิดตัวที่อังกฤษ ล่าสุดบู๊ทส์ ประเทศไทย ได้อิมพอร์ต 3 แบรนด์บิวตี้ไอคอนจากอังกฤษ 17. / Soap &amp; Glory / No7 Pro Artist คอลเลคชั่นใหม่ ซึ่งถือเป็นแบรนด์ยอดนิยมของสาวๆ อังกฤษ และยังเป็น Best-Selling Beauty Brands ในร้านบู๊ทส์ ที่เหมาะกับสาวๆ แต่ละสไตล์และสกิลการแต่งหน้า รวมถึงราคาสบายกระเป๋า ให้เลือกช็อปได้ตามใจชอบ”</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33553 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Boots3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“ลูกค้าสามารถมาช็อปเครื่องสำอาง 17. / Soap &amp; Glory / No7 Pro Artist ที่ไลน์อัพมาแบบครบเซ็ทกว่า 78 ผลิตภัณฑ์ มีครบครันทั้งฟาวน์เดชัน ผลิตภัณฑ์สำหรับคิ้วและดวงตา บลัชออน และลิป ที่บู๊ทส์เสิร์ฟทุกลุคให้คุณสนุกกับการแต่งหน้าได้ทุกวัน และยังสามารถปรึกษาเรื่องเฉดสีและทิปส์การแต่งหน้าจากพนักงานผู้เชี่ยวชาญของบู๊ทส์ได้อีกด้วย”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/boots-cosmetics-for-makeup-lover/">บู๊ทส์ เปิดตัว 3 แบรนด์บิวตี้ไอคอนจากอังกฤษ บูสต์ลุคสวยฉ่ำ 3 สไตล์สำหรับเมกอัพเลิฟเวอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลอรีอัล กรุ๊ป เติบโต 5.1% ยอดขาย 4.348 หมื่นล้านยูโร ใช้พลังงานหมุนเวียนในสถานประกอบการแล้ว 100% ติดทำเนียบ ESG ระดับโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/loreal-group-2024-annual-results/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Mar 2025 00:01:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Beauty]]></category>
		<category><![CDATA[EcoVadis]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[L’oreal]]></category>
		<category><![CDATA[Loreal Group]]></category>
		<category><![CDATA[Loreal Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Miu Miu]]></category>
		<category><![CDATA[Nicolas Hieronimus]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[นิโคลา ฮิโรนิมุส]]></category>
		<category><![CDATA[ลอรีอัล กรุ๊ป ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เวชสำอาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32213</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลอรีอัล กรุ๊ป ปิดปี 2567 อย่างแข็งแกร่งในสภาวะตลาดที่ท้าทาย ยอดขาย​ 4.348 หมื่นล้านยูโร เติบโต 5.1% โดย 3 ใน 4 กลุ่มธุรกิจ เติบโตสูงกว่าตลาดทั้งในแง่มูลค่าและปริมาณ ด้านแบรนอ์ลา โรช-โพเซย์ ก้าวสู่แบรนด์สกินแคร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก พร้อมตอกย้ำภาพผู้นำด้านความยั่งยืน​ ด้วย​รางวัลแพลตตินัมจาก EcoVadis ซึ่งจัดอันดับให้ลอรีอัลอยู่ในกลุ่ม 1% ของบริษัทที่ดีที่สุดในโลกในด้านผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม มร. นิโคลา ฮิโรนิมุส (Nicolas Hieronimus) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลอรีอัล กล่าวว่า ลอรีอัลเติบโตที่แข็งแกร่งและทั่วถึงที่ 5.1% โดยเติบโตแซงหน้าตลาดความงามโลกอีกครั้งหนึ่ง หากไม่นับเอเชียเหนือ ซึ่งยังคงมีความท้าทายในจีน ปี 2567 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เราได้วางรากฐานสำหรับการเติบโตในอนาคต ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถด้านการตลาดและการวิจัยและพัฒนาด้วย AI และเทคโนโลยี พัฒนาการประสานงานด้านไอที ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความยืดหยุ่นของอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน &#8220;เรายังปรับปรุงพอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่อง ​ดด้วยการซื้อลิขสิทธิ์ Miu Miu และแบรนด์ Dr.G ของเกาหลี และเข้าถือหุ้นส่วนน้อยใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/loreal-group-2024-annual-results/">ลอรีอัล กรุ๊ป เติบโต 5.1% ยอดขาย 4.348 หมื่นล้านยูโร ใช้พลังงานหมุนเวียนในสถานประกอบการแล้ว 100% ติดทำเนียบ ESG ระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ลอรีอัล กรุ๊ป ปิดปี 2567 อย่างแข็งแกร่งในสภาวะตลาดที่ท้าทาย ยอดขาย​ 4.348 หมื่นล้านยูโร เติบโต 5.1% โดย 3 ใน 4 กลุ่มธุรกิจ เติบโตสูงกว่าตลาดทั้งในแง่มูลค่าและปริมาณ ด้านแบรนอ์ลา โรช-โพเซย์ ก้าวสู่แบรนด์สกินแคร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก</p>
<p><span id="more-32213"></span></p>
<p>พร้อมตอกย้ำภาพผู้นำด้านความยั่งยืน​ ด้วย​รางวัลแพลตตินัมจาก <strong>EcoVadis </strong>ซึ่งจัดอันดับให้ลอรีอัลอยู่ในกลุ่ม <strong>1%</strong> ของบริษัทที่ดีที่สุดในโลกในด้านผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม</p>
<p><strong>มร. นิโคลา</strong> <strong>ฮิโรนิมุส</strong><strong> (</strong><strong>Nicolas Hieronimus) </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลอรีอัล กล่าวว่า ลอรีอัลเติบโตที่แข็งแกร่งและทั่วถึงที่ 5.1% โดยเติบโตแซงหน้าตลาดความงามโลกอีกครั้งหนึ่ง หากไม่นับเอเชียเหนือ ซึ่งยังคงมีความท้าทายในจีน ปี 2567 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เราได้วางรากฐานสำหรับการเติบโตในอนาคต ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถด้านการตลาดและการวิจัยและพัฒนาด้วย AI และเทคโนโลยี พัฒนาการประสานงานด้านไอที ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความยืดหยุ่นของอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน</p>
<p><em>&#8220;เรายังปรับปรุงพอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่อง ​ดด้วยการซื้อลิขสิทธิ์ Miu Miu และแบรนด์ Dr.G ของเกาหลี และเข้าถือหุ้นส่วนน้อยใน Galderma บริษัทเวชภัณฑ์โรคผิวหนังจากสวิตเซอร์แลนด์เพื่อใช้ความเชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังและชีววิทยาของผิว และใน Amouage แบรนด์น้ำหอมระดับไฮเอนด์ในกลุ่มอาหรับ สิ่งนี้จะช่วยให้เราสามารถก้าวไปข้างหน้าได้เร็วขึ้นและไกลขึ้นในการพิชิตพื้นที่ความงามใหม่ๆ ทางภูมิศาสตร์ ประชากร และเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูง ซึ่งนำเสนอนวัตกรรมความงามที่ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์เพื่อผู้บริโภคในอนาคต&#8221;</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-32218" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Kerastase-Elixir.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p>สำหรับแนวโน้มตลาดความงามโลกในปี 2568 มีทิศทางที่ดี โดยลอรีอัล​มั่นใจว่าจะเติบโตแซงหน้าตลาด และบรรลุการเติบโตของยอดขายและกำไรอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าการเติบโตจะเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้รับการสนับสนุนจากแผนกระตุ้นความงามของเรา ซึ่งจะขับเคลื่อนด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าตื่นเต้น และการสนับสนุนแบรนด์อย่างต่อเนื่อง</p>
<h4>สรุปผลการดำเนินงานตามแผนก</h4>
<p><strong>&#8211; แผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพเติบโตอย่างแข็งแกร่ง</strong><strong>ที่</strong> <strong>5.3%</strong></p>
<p>แซงหน้าตลาดผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ ด้วยแรงหนุนจากโมเมนตัมที่แข็งแกร่งในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับพรีเมียม และกลยุทธ์ออมนิแชนเนลที่ประสบความสำเร็จ พร้อมการเติบโตที่โดดเด่นทั้งในอีคอมเมิร์ซและช่องทางจำหน่ายแบบคัดสรร <em>เคเรสตาส </em><em>(</em><em>Kérastase</em><em>)</em> ยังคงรักษาการเติบโตในระดับสองหลักอย่างแข็งแกร่ง กลายเป็นแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดของแผนก <em>ลอรีอัล โปรเฟสชันแนล </em><em>(</em><em>L’Oréal Professionnel)</em>  ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง แผนกยังคงดำเนินการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนโดยเริ่มต้นจากการผลักดันบรรจุภัณฑ์แบบเติม (ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรมที่โดดเด่น เช่น <em>เพรมิแยร์ </em><em>(Première) </em>โดย <em>เคราตาส</em>, และ <em>แอ็บโซลูท รีแพร์ โมเลคิวลาร์ </em><em>(</em><em>Absolut Refill)</em> และยืนยันตำแหน่งผู้นำใน Beauty Tech ด้วยการเปิดตัว <em>แอร์ไลท์ โปร </em><em>(AirLight Pro)</em> เครื่องเป่าผมประหยัดพลังงานด้วยแสงอินฟาเรดที่ปฏิวัติวงการ</p>
<p><strong>&#8211; แผนกผลิตภัณฑ์อุปโภคเติบโต </strong><strong>5.4%</strong></p>
<p>การเติบโตมีความสมดุลทั้งด้านมูลค่าและปริมาณแบบผสมผสาน โดยแผนกยังคงสานต่อกลยุทธ์ในการยกระดับการเข้าถึงผู้บริโภคและการพัฒนาสินค้าให้อยู่ในระดับพรีเมียม แบรนด์หลักทั้ง 4 แบรนด์มีการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยที่ <em>ลอรีอัล ปารีส </em><em>(</em><em>L’Oréal Paris)</em> ยังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอีกครั้งในปีนี้ โดยเฉพาะในโซนยุโรปและตลาดเกิดใหม่ ที่ยอดเยี่ยมพอที่จะชดเชยผลประกอบการที่อ่อนตัวลงในสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งทั้งสองตลาดได้รับผลกระทบในทางลบจากภาวะการเติบโตของตลาดที่อ่อนตัวลง ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมคึกคักเป็นพิเศษ นำโดย<em>ลอรีอัล ปารีส </em>ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเป็นหมวดหมู่ที่เติบโตเร็วเป็นอันดับสอง เครื่องสำอางได้รับประโยชน์จากการเปิดตัวมาสคาร่า<em>พาโนรามา</em> <em>(Panorama)</em> ของ<em>ลอรีอัล ปารีส</em> ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก เช่นแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในช่วงครึ่งหลังของปีที่แข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์รุ่น<em>เทดดี้ </em><em>(Teddy)</em> โดย <em>เมย์เบลลีน นิวยอร์ก </em><em>(</em><em>Maybelline New York)</em><strong> </strong></p>
<p><strong>&#8211; แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูงมีการเติบโตที่ระดับ </strong><strong>2.7%</strong></p>
<p>ในปี 2567 แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูงตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกในตลาดความงามลักชัวรี่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น การเติบโตแข็งแกร่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสมดุลในแต่ละภูมิภาคที่เพิ่มมากขึ้น หากไม่นับรวมเอเชียเหนือ แผนกนี้เติบโตอย่างน่าประทับใจในอัตราเลขสองหลัก โดยมีอเมริกาเหนือเป็นภูมิภาคที่ขับเคลื่อนการเติบโตที่ใหญ่ที่สุด จนก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในตลาดความงามชั้นสูงได้เป็นครั้งแรก แผนกยังคงเน้นการสร้างความสมดุลระหว่างกลุ่มผลิตภัณฑ์ ในกลุ่มน้ำหอม การเติบโตต่อเนื่องเป็นผลจากความสำเร็จระดับโลกทั้งในกลุ่มน้ำหอมผู้หญิง <em>พาราด๊อกซ์ </em><em>(</em><em>Paradoxe) </em>โดย<em>พราด้า (</em><em>Prada),</em> <em>บอร์น อิน โรมา (</em><em>Born in Roma)</em> โดย <em>วาเลนติโน่ (</em><em>Valentino)</em>, <em>ลิ</em><em>เบรอ (</em><em>Libre) </em>โดย <em>อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ (</em><em>Yves Saint Laurent)</em>  และน้ำหอมผู้ชาย <em>สตรองเกอร์ วิธ ยู (</em><em>Stronger with You)</em> โดย <em>อาร์มานี่</em> <em>(Armani)</em>, <em>วอนเต็ด (</em><em>Wanted)</em> โดย<em>อัซซาโร่ (</em><em>Azzaro)</em>, <em>โปโล </em><em>67 (Polo 67)</em> โดย <em>ราล์ฟ ลอเรน</em> <em>(</em><em>Ralph Lauren)</em>, <em>มายเซลฟ์ (</em><em>MYSLF)</em> โดย <em>อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ </em>การเติบโตของเครื่องสำอางเร่งตัวขึ้นด้วยแรงหนุนจากความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของ <em>อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ </em>ทั้งในตลาดตะวันตกและจีน ขับเคลื่อนโดยผลิตภัณฑ์หลักอย่าง <em>อีฟส์ แซงต์ โลรองต์  เลิฟชายน์ </em><em>(</em><em>YSL Loveshine) </em>และ <em>ทูช เอคลาต์ </em><em>(</em><em>Touche Eclat)</em> ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว <em>เอสอป </em><em>(</em><em>Aesop)</em>, <em>ทาคามิ (</em><em>Takami)</em>  และ <em>ยูธ ทู เดอะ พีเพิล </em><em>(</em><em>Youth to the People</em>) ได้ดำเนินกลยุทธ์การขยายตลาดทั่วโลกด้วยผลลัพธ์ที่น่าพอใจอย่างยิ่ง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-32219 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Lancome-Genifique.jpg" alt="" width="1000" height="1000" /></p>
<p><strong>แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางเติบโตอย่างโดดเด่นที่ระดับ </strong><strong>9.8%</strong></p>
<p>แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางมียอดขายทะลุ 7 พันล้านยูโรเป็นครั้งแรก โดยเติบโตแซงหน้าตลาดเวชสำอางโลก ซึ่งยังคงคึกคักแม้จะมีการชะลอตัวลงบ้าง แผนกเติบโตในทุกภูมิภาค โดยมีโมเมนตัมที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษในตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาค SAPMENA และยุโรป ทั้งยังมีผลประกอบการที่เหนือกว่าตลาดอย่างมีนัยสำคัญในเอเชียเหนือ และเติบโตนำหน้าตลาดในอเมริกาเหนือ</p>
<p>ในส่วนของแบรนด์ ลา โรช-โพเซย์ (La Roche-Posay) มีส่วนสนับสนุนการเติบโตของแผนกธุรกิจนี้มากที่สุด โดยได้รับแรงสนับสนุนอย่างมากจากยุโรปและอเมริกาเหนือ ที่มารับไม้ต่อจาก เซราวี (CeraVe) ด้วยแรงหนุนจากความสำเร็จอย่างมากของ เมลา บีทรี (Mela B3) ทำให้ ลา โรช-โพเซย์ กลายเป็นแบรนด์สกินแคร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลกในทุกช่องทาง แม้ว่าจะมีผลประกอบการในระดับทรงตัวในสหรัฐอเมริกา แต่ เซราวี ก็ทำยอดขายก็ได้ทะลุ 2 พันล้านยูโร ซึ่งขับเคลื่อนด้วยการขยายตลาดต่างประเทศด้วยผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมในตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน SAPMENA จีน และบราซิล ซึ่งเซราวีเป็นผู้บุกเบิกตลาดของแผนก</p>
<h4>ทั้งนี้ หากสรุปตามภูมิภาค ยุโรป เติบโต 8.2 %,​ อเมริกาเหนือ เติบโต 5.5%,  เอเชียเหนือ หดตัว 3.2%,  <strong>ลาตินอเมริกา</strong> <strong>เติบโต</strong><strong> 11.0% </strong><strong>ภูมิภาค </strong><strong>SAPMENAอฃ (เอเชียแปซิฟิกใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ) &#8211; SSA(</strong><strong>เแอฟริกาใต้ซาฮารา) เติบโต </strong><strong>12.3%</strong><strong><sup>1</sup></strong></h4>
<p>ภูมิภาค SAPMENA มีการเติบโตอย่างทั่วถึง ครอบคลุมทุกหมวดหมู่และทุกแผนก ด้วยแรงหนุนเชิงบวกจากการเติบโตของมูลค่าและปริมาณแบบผสมผสาน ประเทศที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ได้แก่ ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ไทย ซาอุดีอาระเบีย เวียดนาม และอินเดีย</p>
<p>แผนกเวชสำอางมีการเติบโตแข็งแกร่งที่สุด ขับเคลื่อนโดยการเติบโตอย่างโดดเด่นของ <em>เซราวี </em>และความสำเร็จของ <em>เมลา บีทรี</em> จาก <em>ลาโรช-โพเซย์</em> กลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูงยังคงรักษาจังหวะการเติบโตเลขสองหลัก ขับเคลื่อนโดย <em>อีฟส์ แซงต์ โลรองต์  </em>และ <em>พราด้า</em> เป็นหลัก หมวดหมู่ที่มีความคึกคักมากที่สุด ได้แก่ น้ำหอมและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว โดยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวได้รับแรงหนุนจากแผนกเวชสำอางและผลิตภัณฑ์อุปโภค การเติบโตของผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมทั้งในตลาดแมสและระดับมืออาชีพได้รับแรงหนุนจากกลยุทธ์การพัฒนาสินค้าให้อยู่ในระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง ช่องทางออนไลน์ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ โดยเฉพาะในซาอุดิอาระเบีย อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p>ส่วนในภูมิภาค SSA (แอฟริกาใต้ซาฮารา) สร้างสถิติยอดขายสูงสุดอีกครั้ง โดยทุกประเทศและทุกแผนกเติบโตในระดับเลขสองหลัก ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมีความคึกคักมากที่สุด ตามมาด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและน้ำหอม และมีแผนกผลิตภัณฑ์อุปโภคและแผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32215 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/1.-MINNIE-GI-DLE-3CE-Asia-Ambassador.jpg" alt="" width="667" height="1000" /></p>
<h5>ลอรีอัล กรุ๊ป ในประเทศไทย</h5>
<p>สำหรับประเทศไทย บริษัทฯ ยังสามารถครองความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดความงาม โดยได้รับแรงหนุนจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว โดยมีแบรนด์ การ์นิเย่ ยังคงเป็นแบรนด์สกินแคร์อันดับหนึ่งของประเทศ และมีลอรีอัล ปารีส และ เซราวี อยู่ในท๊อป 5 ในส่วนเมคอัพ มีเมย์เบลลีน นิวยอร์ค ยึดตำแหน่งแบรนด์เมคอัพอันดับหนึ่ง ในส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมมีเคเรสตาสครองอันดับ 1 ในตลาดพรีเมียม</p>
<p>นอกจากนั้น ลอรีอัล ประเทศไทย ยังมีการปรับให้พอร์ตโฟลิโอแบรนด์เข้มแข็งขึ้น โดยนำแบรนด์ 3CE แบรนด์เมคอัพเกาหลีอันดับ 1 ของโลก มาภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2568 เพื่อปลุกตลาดเมคอัพ เช่นเดียวกับแผนกความงามชั้นสูงที่จะมีการนำแบรนด์เอสอปมาอยู่ภายใต้การดูแลช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 นี้ และแบรนด์ต่างๆ ได้เตรียมนำผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมประสิทธิภาพและนวัตกรรมที่น่าสนใจมาให้ผู้บริโภคชาวไทยเผื่อผลักดันตลาดในทุกๆ กลุ่มผลิตภัณฑ์</p>
<p><strong>ผลงานด</strong><strong>้</strong><strong>านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล </strong></p>
<ul>
<li>ในเดือนพฤศจิกายน ภูมิภาค SAPMENA ประกาศความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ในสถานประกอบการ ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ (SAPMENA) รวมทั้งประเทศไทยในสิ้นปี 2566 ครอบคลุมโรงงาน ศูนย์กระจายสินค้า สำนักงาน และศูนย์วิจัยและนวัตกรรมทั้งหมดภายในภูมิภาค ก่อนกำหนดในปี 2028</li>
<li>ลอรีอัลได้รับรางวัลแพลตตินัมจาก <strong>EcoVadis </strong>ซึ่งจัดอันดับให้ลอรีอัลอยู่ในกลุ่ม <strong>1%</strong> ของบริษัทที่ดีที่สุดในโลกในด้านผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/loreal-group-2024-annual-results/">ลอรีอัล กรุ๊ป เติบโต 5.1% ยอดขาย 4.348 หมื่นล้านยูโร ใช้พลังงานหมุนเวียนในสถานประกอบการแล้ว 100% ติดทำเนียบ ESG ระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BLC มองแนวโน้ม 4Q2567 สดใสเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน เร่งวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่  พร้อมโชว์กลยุทธ์สร้างการเติบโต ในงาน Opportunity Day</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/blc-opportunity-day-forecast-4q2567/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Nov 2024 04:16:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BLC]]></category>
		<category><![CDATA[Opportunity Day]]></category>
		<category><![CDATA[Re-Brand]]></category>
		<category><![CDATA[บมจ. บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ภก.สมชัย พิสพหุธาร]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30531</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถือเป็นบริษัทที่ทำผลการดำเนินงานเติบโตทุกไตรมาสมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ บมจ. บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค หรือ BLC ผู้นำธุรกิจวิจัย พัฒนา ผลิตและจัดจำหน่าย ยาแผนปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพครบวงจรของไทย ล่าสุด ‘ภก.สมชัย พิสพหุธาร’ ประธานเจ้าหน้าที่สายบัญชีและการเงิน ได้นำเสนอข้อมูลใน Opportunity Day โชว์ผลงานงวด 9 เดือน ปี 2567 เติบโตโดดเด่นทั้งรายได้และกำไรสุทธิ ประเมินผลการดำเนินงาน 4Q2567 มีแนวโน้มที่ดี หลังจากเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน พร้อมโชว์กลยุทธ์สร้างการเติบโตผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอาง รวมทั้งเดินหน้าขยายตลาดทั้งในประเทศผ่านการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและขยายตลาดในต่างประเทศ อาทิ ลาว และฮ่องกง เป็นต้น ผสานรวมกับกลยุทธ์การ Re-Brand เพื่อขยายฐานลูกค้า และเพิ่มความหลากหลายของกลุ่มผลิตภัณฑ์ ร่วมกับการเดินหน้าสร้าง Brand Awareness อย่างต่อเนื่อง ด้วยการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เรียกได้ว่าสร้างการเติบโตอย่างไม่มีหยุด งานนี้ผู้ถือหุ้นสบายใจหายห่วง&#8230;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/blc-opportunity-day-forecast-4q2567/">BLC มองแนวโน้ม 4Q2567 สดใสเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน เร่งวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่  พร้อมโชว์กลยุทธ์สร้างการเติบโต ในงาน Opportunity Day</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถือเป็นบริษัทที่ทำผลการดำเนินงานเติบโตทุกไตรมาสมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ <strong>บมจ. บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค หรือ </strong><strong>BLC</strong> ผู้นำธุรกิจวิจัย พัฒนา ผลิตและจัดจำหน่าย ยาแผนปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์สมุนไพร</p>
<p><span id="more-30531"></span></p>
<p>ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพครบวงจรของไทย ล่าสุด <strong>‘</strong><strong>ภก.สมชัย พิสพหุธาร</strong><strong>’</strong> ประธานเจ้าหน้าที่สายบัญชีและการเงิน ได้นำเสนอข้อมูลใน Opportunity Day โชว์ผลงานงวด 9 เดือน ปี 2567 เติบโตโดดเด่นทั้งรายได้และกำไรสุทธิ ประเมินผลการดำเนินงาน 4Q2567 มีแนวโน้มที่ดี หลังจากเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน พร้อมโชว์กลยุทธ์สร้างการเติบโตผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอาง รวมทั้งเดินหน้าขยายตลาดทั้งในประเทศผ่านการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและขยายตลาดในต่างประเทศ อาทิ ลาว และฮ่องกง เป็นต้น ผสานรวมกับกลยุทธ์การ Re-Brand เพื่อขยายฐานลูกค้า และเพิ่มความหลากหลายของกลุ่มผลิตภัณฑ์ ร่วมกับการเดินหน้าสร้าง Brand Awareness อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ด้วยการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เรียกได้ว่าสร้างการเติบโตอย่างไม่มีหยุด งานนี้ผู้ถือหุ้นสบายใจหายห่วง&#8230;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/blc-opportunity-day-forecast-4q2567/">BLC มองแนวโน้ม 4Q2567 สดใสเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน เร่งวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่  พร้อมโชว์กลยุทธ์สร้างการเติบโต ในงาน Opportunity Day</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>JSP เปิด”แคร์ซูติก” รับวิจัย-ผลิต เครื่องสำอาง-อาหารเสริมคนและสัตว์มาตรฐานส่งออก ปฏิวัติวงการพ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์ มีแบรนด์ตัวเองเริ่มต้นเพียง 1 แสนบาท</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/jsp-caresutic-innovation-center-for-oem-servic/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Jul 2023 03:51:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[caresutic]]></category>
		<category><![CDATA[JSP]]></category>
		<category><![CDATA[OEM]]></category>
		<category><![CDATA[ค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<category><![CDATA[บมจ. โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[รับจ้างผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิชัย แดงประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเสริม]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเอ็มอี]]></category>
		<category><![CDATA[แคร์ซูติก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19784</guid>

					<description><![CDATA[<p>บมจ. โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี คิคออฟเดินเครื่องผลิตโรงงานใหม่ “แคร์ซูติก” อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จุดพลุวงการแม่ค้าออนไลน์ วงการ MSMEs คึกคักอีกรอบ ด้วยไลน์ผลิตมาตรฐาน GMP ขนาดเล็กลง สำหรับผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริมสำหรับคน และอาหารเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยง-ปศุสัตว์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มแม่ค้าออนไลน์ เน็ตไอดอล และกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางขนาดย่อมและรายย่อย ให้ก้าวสู่การเป็นเจ้าของแบรนด์ได้อย่างง่ายดายด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 1 แสนบาท ดูแลผู้ประกอบการตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาไปสู่การผลิตสินค้าจริง ล่าสุดผู้ประกอบการกว่า 20 ราย เข้าพูดคุยเพื่องานงานวิจัยแล้ว และเริ่มเดินเครื่องผลิตแล้วในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา สร้างการรับรู้รายได้ให้ JSP ทันที มั่นใจบริษัทใหม่สร้างเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจไทยได้มาก เหตุช่วยลดการนำเข้าที่มีราคาแพง โดยเฉพาะกลุ่มอาหารเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน และปศุสัตว์ นายสิทธิชัย แดงประเสริฐ บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP ผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนา ผลิตและจำหน่าย ยาแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบครบวงจร เปิดเผยว่าล่าสุด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/jsp-caresutic-innovation-center-for-oem-servic/">JSP เปิด”แคร์ซูติก” รับวิจัย-ผลิต เครื่องสำอาง-อาหารเสริมคนและสัตว์มาตรฐานส่งออก ปฏิวัติวงการพ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์ มีแบรนด์ตัวเองเริ่มต้นเพียง 1 แสนบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บมจ. โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี </strong>คิคออฟเดินเครื่องผลิตโรงงานใหม่ “แคร์ซูติก” อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จุดพลุวงการแม่ค้าออนไลน์ วงการ MSMEs คึกคักอีกรอบ ด้วยไลน์ผลิตมาตรฐาน GMP ขนาดเล็กลง สำหรับผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริมสำหรับคน และอาหารเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยง-ปศุสัตว์</p>
<p><span id="more-19784"></span></p>
<p>เพื่อตอบโจทย์กลุ่มแม่ค้าออนไลน์ เน็ตไอดอล และกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางขนาดย่อมและรายย่อย ให้ก้าวสู่การเป็นเจ้าของแบรนด์ได้อย่างง่ายดายด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 1 แสนบาท ดูแลผู้ประกอบการตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาไปสู่การผลิตสินค้าจริง ล่าสุดผู้ประกอบการกว่า 20 ราย เข้าพูดคุยเพื่องานงานวิจัยแล้ว และเริ่มเดินเครื่องผลิตแล้วในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา สร้างการรับรู้รายได้ให้ JSP ทันที มั่นใจบริษัทใหม่สร้างเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจไทยได้มาก เหตุช่วยลดการนำเข้าที่มีราคาแพง โดยเฉพาะกลุ่มอาหารเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน และปศุสัตว์</p>
<p><strong>นายสิทธิชัย แดงประเสริฐ</strong> บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP ผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนา ผลิตและจำหน่าย ยาแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบครบวงจร เปิดเผยว่าล่าสุด JSP ได้เดินเครื่องผลิตในบริษัทลูกแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ “แคร์ซูติก” ถือหุ้นโดย JSP 100% ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านอินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ ที่มีทั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา รวมถึงรับจ้างผลิต (OEM) ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องสำอาง รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับคน และสำหรับสัตว์ ที่ครอบคลุมทั้งสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน เช่น สุนัข และแมว และสัตว์ในการเลี้ยงสำหรับการทำปศุสัตว์ เช่น หมู ไก่ เป็นต้น เพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการกลุ่มขนาดกลางขนาดย่อมและรายย่อย (MSMEs ) แม่ค้าออนไลน์ เน็ตไอดอล รวมถึงบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจและต้องการเป็นเจ้าของแบรนด์ด้วยตัวเอง ด้วยเงินลงทุนที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยเริ่มต้นเพียง 1 แสนบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19789 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/JSP5.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>สำหรับบริษัทแคร์ซูติก เป็นบริษัทที่มีกระบวนการผลิตได้มาตรฐาน GMP มีกำลังการผลิตเล็กกว่าไลน์ผลิตของ JSP เพื่อจับกลุ่มผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ต้องการลองตลาด โดยไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินลงทุนเข้ามาเป็นจำนวนมากในขั้นแรก ซึ่งการที่เรามีบริการ OEM ในขนาดที่กะทัดรัดลงนี้จะทำให้ผู้ประกอบการเหล่านี้ ไม่นำเงินทุนมาจมในการผลิตจำนวนมาก จึงสามารถนำเงินทุนที่เหลือไปทำการตลาด และพัฒนาบริการด้านอื่นๆได้ จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้เร็วขึ้น ซึ่งจากการสำรวจของ JSP พบว่าปัจจุบันเทรนด์ของตลาดอีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างรวดเร็วถึงแม้ว่าสถานการณ์โควิดคลี่คลายแล้วแต่พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนมาสู่ออนไลน์มากขึ้น โดยตลาดยังคาดการณ์ว่าในปีนี้มูลค่าของอีคอมเมิร์ซน่าจะเติบโตได้อีก 15-20% จากปัจจุบันที่มีอยู่กว่า 4 แสนล้านบาท และจะเติบโตต่อเนื่องทุกปี</p>
<p>จากสัญญาณการเติบโตนี้ทำให้ JSP ต้องการเข้ามาร่วมสร้างระบบนิเวศของธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยให้เติบโตได้อย่างมีคุณภาพและเป็นไปได้ง่ายขึ้น จึงได้ต่อยอดจุดแข็งที่เป็นผู้ให้บริการด้านการผลิตและจำหน่ายยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากว่า 70 ปี ส่งต่อให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ด้วยการแตกไลน์ผ่านบริษัทลูก ซึ่งล่าสุดมีผู้ประกอบการ MSMEs เข้ามาขอคำปรึกษาและอยู่ระหว่างการร่วมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้วประมาณ 20 ราย โดยเครื่องจักรของ แคร์ซูติกมีความพร้อมเดินกำลังการผลิตได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/2566 และจะสร้างการรับรู้รายได้ให้กับ JSP ทันที</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19786 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/JSP2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>อย่างไรก็ดีในส่วนของบริการด้านวิจัยผลิตภัณฑ์นั้น หากผู้ประกอบการสนใจต้องเข้ามาพูดคุยแต่เนิ่นๆ เนื่องจากในขั้นตอนของการพัฒนาสินค้าแต่ละแบรนด์จะต้องผ่านขั้นตอนการวิจัยก่อนจะไปสู่ขั้นตอนการผลิตจริง ซึ่งในส่วนนี้จะใช้เวลาอย่างต่ำ 3 เดือน และจะต้องขอใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูและ เช่น อย. สำหรับเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับคน รวมถึงขออนุญาตจากกรมปศุสัตว์สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับสัตว์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19787 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/JSP3.jpg" alt="" width="1200" height="890" /></p>
<p>สำหรับการเปิดให้บริการของ “แคร์ซูติก” ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ประกอบการหน้าใหม่เท่านั้น แต่ยังช่วยลดการนำเข้า โดยในส่วนของแคร์ซูติก จะให้บริการทั้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสัตว์ทั้งประเภททั่วไป เช่น คอลลาเจน แคลเซียม น้ำมันปลา และอื่นๆ สำหรับสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน เพื่อให้มีสุขภาพที่ดี มีขนที่เงางาม นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกส์สำหรับดูแลสัตว์ป่วย เช่น ฟ้าทะลายโจรสำหรับปศุสัตว์ไก่ เพื่อป้องกันไข้หวัดนก ขมิ้นชันสำหรับปศุสัตว์หมู เพื่อ ป้องกันเกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจ เป็นต้น ซึ่งประเด็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกส์สำหรับปศุสัตว์นี้ถือว่าได้รับความสนใจมากเพราะเป็นครั้งแรกที่จะนำสมุนไพรสำหรับสัตว์มาผลิตโดยโรงงานที่ได้มาตรฐานรองรับระดับสากล จากเดิมที่จะมีการใช้เฉพาะกิจการภายในของแต่ละกิจการเท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างโอกาสสำหรับผู้ประกอบการปศุสัตว์ที่ต้องการนำสมุนไพรสำหรับสัตว์ที่ใช้ในกิจการภายใน ยกระดับสู่สินค้าเพื่อการพาณิชย์ได้อย่างดี</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/jsp-caresutic-innovation-center-for-oem-servic/">JSP เปิด”แคร์ซูติก” รับวิจัย-ผลิต เครื่องสำอาง-อาหารเสริมคนและสัตว์มาตรฐานส่งออก ปฏิวัติวงการพ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์ มีแบรนด์ตัวเองเริ่มต้นเพียง 1 แสนบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โอกาสของประเทศไทย จากเทรนด์ Bio Based Beauty ​ในตลาดเครื่องสำอาง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/05/thailand-opportunity-from-bio-based-beauty/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 May 2023 09:58:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bio Based Beauty]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Krungthai COMPASS]]></category>
		<category><![CDATA[Millennial]]></category>
		<category><![CDATA[SHE]]></category>
		<category><![CDATA[กระแสความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงไทยคอมพาส]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18395</guid>

					<description><![CDATA[<p>การที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับ​ ESG ทำให้ธุรกิจเครื่องสำอางต้องปรับตัว และผู้ประกอบการ​เครื่องสำอางบางส่วนได้พัฒนาผลิตภัณฑ์โดยใช้วัตถุดิบที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ​ หรือ Bio Based Beauty เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ Bio Based Beauty คือ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ผลิตโดยใช้วัตถุดิบธรรมชาติ เช่น พืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์ เพื่อทดแทนวัตถุดิบดั้งเดิมที่ได้มาจากผลิตภัณฑ์ ปิโตรเลียม  ทำให้ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสารมลพิษอื่นๆ ในกระบวนการผลิต ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม ท้ังยังเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคที่มีอาการแพ้หรือระคายเคืองจากผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากสารเคมีสังเคราะห์ได้ด้วย Krungthai COMPASS ประเมินว่า มูลค่าตลาดเครื่องสำอางทั่วโลกในปี 2565 อยู่ที่ราว 2.62 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ​ และคาดว่าจะเติบโตไปอยู่ที่ราว 3.64 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2573 หรือ​เติบโตเฉลี่ยต่อปี​ 4.2% ขณะที่โอกาสการเติบโตของตลาด Bio Based Beauty  ของไทย ในปี 2573 จะมีมูลค่าอยู่ที่ราว 21,664 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 13.0%  หรือคิดเป็น 6.7% [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/05/thailand-opportunity-from-bio-based-beauty/">โอกาสของประเทศไทย จากเทรนด์ Bio Based Beauty ​ในตลาดเครื่องสำอาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับ​ ESG ทำให้ธุรกิจเครื่องสำอางต้องปรับตัว และผู้ประกอบการ​เครื่องสำอางบางส่วนได้พัฒนาผลิตภัณฑ์โดยใช้วัตถุดิบที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ​ หรือ <strong>Bio Based Beauty</strong> เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์</p>
<p><span id="more-18395"></span></p>
<p>ทั้งนี้ <strong>Bio Based Beauty</strong> คือ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ผลิตโดยใช้วัตถุดิบธรรมชาติ เช่น พืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์ เพื่อทดแทนวัตถุดิบดั้งเดิมที่ได้มาจากผลิตภัณฑ์ ปิโตรเลียม  ทำให้ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสารมลพิษอื่นๆ ในกระบวนการผลิต ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม ท้ังยังเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคที่มีอาการแพ้หรือระคายเคืองจากผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากสารเคมีสังเคราะห์ได้ด้วย</p>
<p><strong>Krungthai COMPASS </strong>ประเมินว่า มูลค่าตลาดเครื่องสำอางทั่วโลกในปี 2565 อยู่ที่ราว 2.62 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ​ และคาดว่าจะเติบโตไปอยู่ที่ราว 3.64 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2573 หรือ​เติบโตเฉลี่ยต่อปี​ 4.2% ขณะที่โอกาสการเติบโตของตลาด Bio Based Beauty  ของไทย ในปี 2573 จะมีมูลค่าอยู่ที่ราว 21,664 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 13.0%  หรือคิดเป็น 6.7% ของมูลค่าตลาดเครื่องสำอางโดยรวมในประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ราว 3.23 แสนล้านบาท  โดยมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโต ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18420 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/thai-market.jpg" alt="" width="1200" height="442" /></p>
<p><strong>1.  กำลังซื้อที่มีแนวโน้มเพิ่มข้ึนของผู้บริโภคผู้หญิง โดยเฉพาะในกลุ่ม Millennial ที่มีกำลังซื้อสูงกว่าวัยอื่นๆ</strong> โดยกลุ่ม Millennial  ของผู้หญิงไทย มีจำนวนราว 11.4 ล้านคน หรือ​ 30.6% ของประชากรผู้หญิงทั้งประเทศ  พร้อมทั้งมีการประเมินค่าใช้จ่ายในการซื้อผลิตความงาม​ Bio Based Beauty ในปี 2573 จะอยู่ที่ 26,394 บาทต่อปี สูงกว่าผลิตภัณฑ์ความงามทั่วไปซึ่งอยู่ที่ราว 21,995 บาทต่อปี ถึง 20%  (จากการศึกษาของ The Economist Intelligence Unit)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18421 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Millenial-Female.jpg" alt="" width="1200" height="718" /></p>
<p><strong>2. พฤติกรรมการบริโภคสินค้าของผู้หญิงที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</strong> โดยเฉพาะตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม สะท้อนจาก ผลสำรวจของ PowerReviews (2021) ​เกี่ยวกับทัศนคติและพฤติกรรมการซื้อที่มีต่อสินค้าความงามของหญิงชาวอเมริกัน ชี้ให้เห็นว่า กว่า 3 ใน 4 ของผู้หญิงต้องการซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นอย่างยั่งยืนและเป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม และ 69% ของผู้หญิงสนใจจะซื้อผลิตภัณฑ์ความงามที่มาจาก ธรรมชาติเพิ่มขึ้น 10% จากปี 2020 สอดคล้องกับงานศึกษาของ Grand View Research ที่พบว่า ส่วนแบ่งตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อความงามที่มีส่วนผสม ทั้งหมดจากธรรมชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 6.1% ในปี 2565 เป็น 7.2% ในปี 2573</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18422 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Behavior-SHE.jpg" alt="" width="1000" height="863" /></p>
<p><strong>3. เทคโนโลยีในการผลิตที่ ก้าวหน้ามากยิ่งข้ึน</strong> ซึ่งจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการผลักดันให้ตลาดนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดด เช่น เทคโนโลยีสกัดแบบเข้มข้น (Supercritical Fluid Extraction), ระบบกักเก็บสารสำคัญด้วยเทคโนโลยีห่อหุ้มระดับนาโน (NanoEncapsulation)  หรือ สารจากการหมักเพื่อความงาม (Fermented Beauty) โดยการใช้ เทคโนโลยีการหมักสารสกัดจากพืชหรือสารสกัดจากธรรมชาติ เป็นต้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม Krungthai COMPASS ยังประเมินว่า การผลิต Bio Based Beauty ในไทย จะ สามารถเพิ่มอัตรากำไรสุทธิให้กับภาคธุรกิจได้ โดยช่วยให้ผู้ผลิตมีอัตรากำไรเฉลี่ย​ 15% สูงกว่าอตัรากำไรสุทธิเฉลี่ยของการผลิตเครื่องสำอางทั่วไปซึ่งอยู่ที่ 5%  แม้ว่า​ต้นทุนราคาวัตถุดิบ Bio Based Beauty อาจจะสูงกว่าต้นทุน​วัตถุดิบเครื่องสำอางทั่วไป 12%  ขณะที่ผู้ประกอบการผลิต Bio Based Beauty สามารถปรับราคาขายได้สูงกว่าราคาเครื่องสำอาง​ทั่วไปราว 20%</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความพร้อมในการยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไปสู่ตลาด Bio Based Beauty ได้ เนื่องจาก ไทยเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรสำคัญเป็นลำดับต้นๆ ของโลก อีกทั้งภาครัฐให้การสนับสนุน เนื่องจากเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ผ่านการให้สิทธิพิเศษด้านการลงทุน ผู้ประกอบการจึงควรปรับตัวรับโอกาส ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่ม ให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืน รวมทั้งศึกษามาตรฐานการรับรองของฉลากและสัญลักษณ์บนเครื่องสำอางต่างๆ เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ ไม่ผ่านการทดลองกับสัตว์ (Cruelty-Free) การค้าที่เป็นธรรม (Fair Trade) และการประเมินรอยเท้าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Footprint) เป็นต้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/05/thailand-opportunity-from-bio-based-beauty/">โอกาสของประเทศไทย จากเทรนด์ Bio Based Beauty ​ในตลาดเครื่องสำอาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อาลีบาบา &#8211; ลอรีอัล จับมือลุยตลาดเครื่องสำอางในจีน​มูลค่ากว่า 8.7 พันล้าน USD สร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมความงามที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/alibaba-group-signing-agreement-with-loreal-set-standard-of-low-carbon-in-cosmetic-industry/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 22 Apr 2023 10:17:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Alibaba Group]]></category>
		<category><![CDATA[Cosmetic]]></category>
		<category><![CDATA[Cosmetic Supply chain]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[L’oreal]]></category>
		<category><![CDATA[Set standard]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดและการศึกษาผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ลอรีอัล]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[อาลีบาบา กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[แดเนียล จาง]]></category>
		<category><![CDATA[โลจิสติกส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18276</guid>

					<description><![CDATA[<p>อาลีบาบา กรุ๊ป (Alibaba Group) ลงนามความร่วมมือในกรอบระยะเวลา 3 ปีกับบริษัทเครื่องสำอางรายใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง ลอรีอัล (L’Oréal) เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมความงามของจีน แดเนียล จาง ประธานและซีอีโอของอาลีบาบา และ ฌอง-ปอล อากอน (Jean-Paul Agon) ประธานของลอรีอัล ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อสร้างมาตรฐานความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้คาร์บอนต่ำ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการสร้างโซลูชันเศรษฐกิจหมุนเวียนที่วัดผลได้ ในอุตสาหกรรมความงามและการดูแลร่างกายของจีน ซึ่งมีมูลค่าถึง 8.7 พันล้านดอลลาร์ ​โดยความร่วมมือนี้จะดำเนินไปจนถึงปี 2568 นี้ ​ “การพัฒนาที่ยั่งยืนได้กลายเป็นฉันทามติและพันธสัญญาข้ามพรมแดนของนานาประเทศ และยังเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างทุกบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม” แดเนียล จาง  กล่าวก่อนพิธีลงนามกับลอรีอัลที่กรุงปักกิ่ง ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างอาลีบาบาและลอรีอัล จะทำงานร่วมกันใน 3 ด้าน ได้แก่ สินค้าคาร์บอนต่ำ โลจิสติกส์ การตลาดและการศึกษาผู้บริโภค ตามบันทึกข้อตกลง โดยทั้งสองจะพยายามทำให้ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมความงามเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ตั้งแต่คลังสินค้า บรรจุภัณฑ์ การกระจายสินค้า ไปจนถึงการรีไซเคิล ตลอดจนสนับสนุนวิถีชีวิตที่ยั่งยืนของผู้บริโภค ข้อตกลงดังกล่าวสร้างขึ้นจากความพยายามก่อนหน้านี้ของลอรีอัลและอาลีบาบา เพื่อส่งเสริมการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งสองได้ลงนามในข้อตกลงตั้งแต่ปี 2561 เพื่อใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของลอรีอัลที่จำหน่ายในจีน โดยในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว อาลีบาบาได้ร่วมมือกับบริษัทผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อออกคำแนะนำเกี่ยวกับการส่งเสริมการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งคำแนะนำนี้ได้เสนอแนวทางของแบรนด์ต่าง ๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/alibaba-group-signing-agreement-with-loreal-set-standard-of-low-carbon-in-cosmetic-industry/">อาลีบาบา &#8211; ลอรีอัล จับมือลุยตลาดเครื่องสำอางในจีน​มูลค่ากว่า 8.7 พันล้าน USD สร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมความงามที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อาลีบาบา กรุ๊ป (Alibaba Group</strong><strong>)</strong> ลงนามความร่วมมือในกรอบระยะเวลา 3 ปีกับบริษัทเครื่องสำอางรายใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง <strong>ลอรีอัล (</strong><strong>L’Oréal</strong><strong>)</strong> เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมความงามของจีน</p>
<p><span id="more-18276"></span></p>
<p><strong>แดเนียล จาง</strong> <strong>ประธานและซีอีโอของอาลีบาบา</strong> และ <strong>ฌอง-ปอล อากอน (</strong><strong>Jean-Paul Agon</strong><strong>)</strong> <strong>ประธานของลอรีอัล</strong> ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อสร้างมาตรฐานความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้คาร์บอนต่ำ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการสร้างโซลูชันเศรษฐกิจหมุนเวียนที่วัดผลได้ ในอุตสาหกรรมความงามและการดูแลร่างกายของจีน ซึ่งมีมูลค่าถึง 8.7 พันล้านดอลลาร์ ​โดยความร่วมมือนี้จะดำเนินไปจนถึงปี 2568 นี้ ​</p>
<p><em>“การพัฒนาที่ยั่งยืนได้กลายเป็นฉันทามติและพันธสัญญาข้ามพรมแดนของนานาประเทศ และยังเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างทุกบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม”</em> <strong>แดเนียล จาง</strong>  กล่าวก่อนพิธีลงนามกับลอรีอัลที่กรุงปักกิ่ง</p>
<p>ทั้งนี้ <strong>ความร่วมมือระหว่างอาลีบาบาและลอรีอัล จะทำงานร่วมกันใน 3 ด้าน ได้แก่ สินค้าคาร์บอนต่ำ โลจิสติกส์ การตลาดและการศึกษาผู้บริโภค</strong> ตามบันทึกข้อตกลง โดยทั้งสองจะพยายามทำให้ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมความงามเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ตั้งแต่คลังสินค้า บรรจุภัณฑ์ การกระจายสินค้า ไปจนถึงการรีไซเคิล ตลอดจนสนับสนุนวิถีชีวิตที่ยั่งยืนของผู้บริโภค</p>
<p>ข้อตกลงดังกล่าวสร้างขึ้นจากความพยายามก่อนหน้านี้ของลอรีอัลและอาลีบาบา เพื่อส่งเสริมการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งสองได้ลงนามในข้อตกลงตั้งแต่ปี 2561 เพื่อใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของลอรีอัลที่จำหน่ายในจีน</p>
<p>โดยในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว อาลีบาบาได้ร่วมมือกับบริษัทผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อออกคำแนะนำเกี่ยวกับการส่งเสริมการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งคำแนะนำนี้ได้เสนอแนวทางของแบรนด์ต่าง ๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ ส่งเสริมความคิดริเริ่มด้านสิ่งแวดล้อมและแนวทางสู่ผลสำเร็จด้านโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จนถึงปัจจุบัน มีบริษัท 24 แห่งเข้าร่วมโครงการ รวมถึงลอรีอัลและดานอน (Danone) กลุ่มบริษัทผู้ผลิตภัณฑ์อาหารข้ามชาติจากฝรั่งเศส</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/alibaba-group-signing-agreement-with-loreal-set-standard-of-low-carbon-in-cosmetic-industry/">อาลีบาบา &#8211; ลอรีอัล จับมือลุยตลาดเครื่องสำอางในจีน​มูลค่ากว่า 8.7 พันล้าน USD สร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมความงามที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
