<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โคจิ ยาไน &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%88%E0%B8%B4-%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Jan 2025 09:33:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>โคจิ ยาไน &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ยูนิโคล่ ขับเคลื่อนพันธกิจระดับโลก ‘The Heart of LifeWear’ ส่งต่อพลังแห่งเสื้อผ้า มอบฮีทเทค 1 ล้านชิ้น ช่วยกลุ่มเปราะบางและผู้ประสบภัยทั่วโลก ด้านประเทศไทย ร่วมบริจาค 15,000 ชิ้น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/uniqlo-the-heart-of-lifewear-mission/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Jan 2025 09:33:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[AIRism]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[HEATTECH]]></category>
		<category><![CDATA[LifeWear]]></category>
		<category><![CDATA[RE.UNIQLO]]></category>
		<category><![CDATA[RE.UNIQLO ‘Warmth for All’]]></category>
		<category><![CDATA[The Heart of LifeWear]]></category>
		<category><![CDATA[Uniqlo]]></category>
		<category><![CDATA[What makes life better?]]></category>
		<category><![CDATA[บริจาคเสื้อผ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังแห่งเสื้อผ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยหนาว]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิกระจกเงา]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิบ้านร่มไทร]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิโคล่]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิโคล่ (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[วันเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[วันเด็กแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ฮีทเทค]]></category>
		<category><![CDATA[แอริซึ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[โคจิ ยาไน]]></category>
		<category><![CDATA[โยชิทาเกะ วาคากุวะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31287</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลอดกว่า 40 ปี ​ยูนิโคล่ มุ่งมั่นส่งมอบพลังแห่งเสื้อผ้า ผ่านปรัชญา LifeWear เพื่อตอกย้ำความสำคัญของเสื้อผ้าที่​เป็นได้มากกว่าแค่แฟชั่นสำหรับ​สวมใส่เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ ‘เสื้อผ้า’ ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์ทุกคน ไม่ต่างจากอาหาร ที่อยู่อาศัย หรือยารักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ยูนิโคล่จึงพิถีพิถัน​​ผลิตเสื้อผ้าคุณภาพดีในราคาจับต้องได้ เพื่อให้ผู้คนทั่วโลก​สามารถเข้าถึงการสวมใส่เสื้อผ้าที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น​ รวมทั้งริเริ่ม​แนวคิดใหม่ๆ สำหรับการผลิตเสื้อผ้า​​ เพื่อมีส่วนช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อีกทางหนึ่ง พร้อมทั้งเปิดตัวโครงการเพื่อสังคมระดับโลกครั้งใหม่อย่าง ‘The Heart of LifeWear’  โดยมีเป้าหมาย​บริจาค​เสื้อผ้า​ฮีทเทคกันหนาว 1 ล้านชิ้น​ ​เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ผู้ที่ต้องการทั่วโลก ซึ่งเป็นการต่อยอดมาจากการตั้งคำถามของยูนิโคล่ว่า ‘What makes life better?’ หรือ ‘อะไรที่จะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้น?’ พร้อมค้นหาว่าแบรนด์จะสามารถทำกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมเพื่อช่วยเหลือสังคมผ่านปรัชญาไลฟ์แวร์ (LifeWear) ได้อย่างไรบ้าง ในโอกาสดำเนินงานครบรอบ 40 ปี ของยูนิโคล่ โดยเริ่มขับเคลื่อนในปี 2567 ที่ผ่านมา มร.โคจิ ยาไน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส บริษัท ฟาสต์ รีเทลลิ่ง จำกัด ในฐานะบริษัทแม่ของยูนิโคล่​ กล่าวว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/uniqlo-the-heart-of-lifewear-mission/">ยูนิโคล่ ขับเคลื่อนพันธกิจระดับโลก ‘The Heart of LifeWear’ ส่งต่อพลังแห่งเสื้อผ้า มอบฮีทเทค 1 ล้านชิ้น ช่วยกลุ่มเปราะบางและผู้ประสบภัยทั่วโลก ด้านประเทศไทย ร่วมบริจาค 15,000 ชิ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ตลอดกว่า 40 ปี <strong>​ยูนิโคล่ </strong>มุ่งมั่นส่งมอบพลังแห่งเสื้อผ้า ผ่านปรัชญา <strong>LifeWear</strong> เพื่อตอกย้ำความสำคัญของเสื้อผ้าที่​เป็นได้มากกว่าแค่แฟชั่นสำหรับ​สวมใส่เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ <strong>‘เสื้อผ้า’</strong> ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์ทุกคน ไม่ต่างจากอาหาร ที่อยู่อาศัย หรือยารักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ</p>
<p><span id="more-31287"></span></p>
<p>ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ยูนิโคล่จึงพิถีพิถัน​​ผลิตเสื้อผ้าคุณภาพดีในราคาจับต้องได้ เพื่อให้ผู้คนทั่วโลก​สามารถเข้าถึงการสวมใส่เสื้อผ้าที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น​ รวมทั้งริเริ่ม​แนวคิดใหม่ๆ สำหรับการผลิตเสื้อผ้า​​ เพื่อมีส่วนช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อีกทางหนึ่ง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31294 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/The-Heart-of-LifeWear_Chiang-Rai-25.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พร้อมทั้งเปิดตัวโครงการเพื่อสังคมระดับโลกครั้งใหม่อย่าง ‘<strong>The Heart of LifeWear’</strong>  โดยมีเป้าหมาย​บริจาค​เสื้อผ้า​ฮีทเทคกันหนาว 1 ล้านชิ้น​ ​เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ผู้ที่ต้องการทั่วโลก ซึ่งเป็นการต่อยอดมาจากการตั้งคำถามของยูนิโคล่ว่า <strong>‘What makes life better?’</strong> หรือ <strong>‘อะไรที่จะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้น?’</strong> พร้อมค้นหาว่าแบรนด์จะสามารถทำกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมเพื่อช่วยเหลือสังคมผ่านปรัชญาไลฟ์แวร์ (LifeWear) ได้อย่างไรบ้าง ในโอกาสดำเนินงานครบรอบ 40 ปี ของยูนิโคล่ โดยเริ่มขับเคลื่อนในปี 2567 ที่ผ่านมา</p>
<p><strong>มร.โคจิ ยาไน </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส บริษัท ฟาสต์ รีเทลลิ่ง จำกัด ในฐานะบริษัทแม่ของยูนิโคล่​ กล่าวว่า ​เป้าหมายสำคัญของการเปิดตัวโครงการ <strong>‘</strong><strong>The Heart of LifeWear’</strong> เพื่อมุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้ชีวิตของผู้คนได้มากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางทั่วโลกที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอน และต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้ง การกดขี่ข่มเหง ​ภัยธรรมชาติ หรือบางกลุ่มที่ต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัย หรือใช้ชีวิตอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันมีผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นอยู่กว่า 120 ล้านคนทั่วโลก</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-31295 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/The-Heart-of-LifeWear_Chiang-Rai-15.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>รวมทั้งผู้คนจำนวนมากที่ต้องใช้ชีวิตในสถานการณ์ที่ยากลำบาก โดยเฉพาะยุคที่โลกมีปัญหาวิกฤตสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเช่นในปัจจุบัน โดยหลายพื้นที่ต้องประสบ​ภัยธรรมชาติ ทั้งอุทกภัยน้ำท่วม ไฟป่า หรือสภาพอากาศหนาวเย็น ซึ่งพื้นที่เปราะบางเหล่านี้มักจะขาดแคลน​เสื้อผ้า​และเสื้อผ้ากันหนาวเป็นจำนวนมาก โดย​การบริจาคของยูนิโคล่จะ​​คำนึงถึงสภาพอากาศในแต่ละพื้นที่​เป็นสำคัญ จึง​ได้บริจาคทั้งไอเทมในกลุ่ม​​ฮีทเทค (HEATTECH) เพื่อเพิ่มความอบอุ่น และแอริซึ่ม (AIRism) ที่มีน้ำหนักเบาและมีคุณสมบัติในการระบายอากาศที่ดีเยี่ยม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-31293 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/The-Heart-of-LifeWear_Chiang-Rai-9-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ยูนิโคล่ ประเทศไทย ร่วมบริจาคฮีทเทค </strong><strong>15,000</strong><strong> ชิ้น </strong></p>
<p>สำหรับยูนิโคล่ ประเทศไทย ได้ร่วมขับเคลื่อนโครงการระดับโลกอย่าง ‘<strong>The Heart of LifeWear’</strong> เช่นกัน โดยได้​มอบไอเทมฮีทเทคจำนวน 15,000 ตัว ผ่านความร่วมมือกับ 2 พันธมิตร คือ <strong>มูลนิธิบ้านร่มไทร </strong>และ<strong> มูลนิธิกระจกเงา</strong> แห่งละ 7,500 ตัว เพื่อดำเนินการส่งมอบความอบอุ่นและห่วงใยไปยังกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งมีปัญหาสภาพอากาศหนาวเย็นกว่าภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศไทย และยังเต็มไปด้วย​กลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็กชาติพันธุ์ หรือกลุ่มผู้ลี้ภัยพลัดถิ่น รวมทั้งการมีปัญหาขาดแคลน​เสื้อกันหนาว ทำให้ผู้คนและเด็กๆ ในพื้นที่ต้องประสบความยากลำบากจากการเจ็บป่วย หรือแม้กระทั่งเสียชีวิตจากสภาพอากาศหนาวเย็นซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกๆ ปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31291 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/The-Heart-of-LifeWear_Chiang-Rai-24.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>มร.โยชิทาเกะ วาคากุวะ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ยูนิโคล่ ประเทศไทย ร่วมสานต่อ​ The Heart of LifeWear ด้วยการส่งมอบฮีทเทค​​ 15,000 ชิ้น ให้​ผู้ประสบภัยหนาว ผ่านมูลนิธิบ้านร่มไทร เพื่อความอบอุ่นแก่ผู้ที่อยู่ห่างไกลใน อ. อมก๋อย จ. เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลบนดอย โดยได้เริ่มส่งมอบมาตั้งแต่ปลายปี 2567 ​และล่าสุดในช่วงเทศกาลวันเด็ก ​เดือนมกราคม 2568 นี้ ทีมผู้บริหาร รวมทั้งพนักงานจิตอาสา ยูนิโคล่ ประเทศไทย ได้ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านเหมืองแดง ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา เพื่อมอบฮีทเทคจากโครงการ​ The Heart of LifeWear และเสื้อผ้าจากโครงการ <strong>RE.UNIQLO ‘Warmth for All’</strong> เพื่อมาร่วมเติมเต็มเสื้อผ้ากันหนาวให้​เด็กๆ ในพื้นที่กว่า 1,200 คน เพื่อร่วมมอบรอยยิ้มและความอบอุ่นให้เด็กๆ ในพื้นที่ เนื่องจากเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มเป็นสิ่งจำเป็นและมีความต้องการอย่างมากในช่วงฤดูหนาวนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31290 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/The-Heart-of-LifeWear_Chiang-Rai-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“​การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้มอบทั้งฮีทเทคและเสื้อผ้าให้แก่เด็กๆ ​​​เพื่อมอบ​รอยยิ้มและความอบอุ่นจาก​ยูนิโคล่ ประเทศไทย พร้อมทั้งกิจกรรมเติมเต็มความสุขและความฝัน ผ่านการ์ดข้อความรูปหัวใจที่ให้เด็กๆ ร่วมเขียนความรู้สึก รวมทั้งถ่ายทอดความฝันในอนาคต เพื่อเป็นอีกหนึ่ง​กำลังใจและแรงบันดาลใจในการก้าวตามความฝัน​ เพื่อบรรลุผลสำเร็จได้ในอนาคต รวมทั้งการผนึกโครงการ</em><strong><em> RE.UNIQLO ‘Warmth for All’ </em></strong><em>อีกหนึ่งความมุ่งมั่นในการ​ใช้งานเสื้อผ้าให้เกิดคุณค่าสูงสุด​ผ่านการ </em><em>Reuse </em><em>และ </em><em>Recycle </em><em>โดยเฉพาะการรณรงค์เพิ่มปริมาณการ​​บริจาคเสื้อผ้าเด็กที่ค่อนข้างขาดแคลนให้เพิ่มมากขึ้นและเพียงพอต่อความต้องการของเด็กๆ ในกลุ่มเปราะบางที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งหลังการขับเคลื่อนทำให้มีปริมาณเสื้อผ้าและเสื้อกันหนาวของเด็กเพิ่มมากขึ้น โดยทางยูนิโคล่ ประเทศไทย​​ มีระบบการบริหารจัดการเสื้อผ้าที่ได้รับบริจาคอย่างครบวงจร ทั้งการตั้งจุดรับบริจาค การคัดแยกประเภท การทำความสะอาด​ รวมทั้งการตรวจสอบคุณภาพเพื่อมั่นใจได้ถึงคุณภาพของ​เสื้อผ้าที่นำไปส่งต่อ และตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการร่ว</em><em>ม​​ส่งต่อพลังแห่งเสื้อผ้าให้แก่ผู้ต้องการอย่างแท้จริง อันเป็นพันธกิจหลักของยูนิโคล่ในการช่วยเหลือสังคมและชุมชนต่างๆ ทั่วโลกอย่างแท้จริง</em><em>”</em> มร.โยชิทาเกะ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31289 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/The-Heart-of-LifeWear_Chiang-Rai-30.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรมด้านความยั่งยืนของยูนิโคล่ ประเทศไทย พร้อมทั้งโครงการ <strong>The Heart of LifeWear</strong> และ <strong>RE.UNIQLO ‘Warmth for All’</strong> ได้ที่ https://www.uniqlo.com/th/th/news/category/10/</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/uniqlo-the-heart-of-lifewear-mission/">ยูนิโคล่ ขับเคลื่อนพันธกิจระดับโลก ‘The Heart of LifeWear’ ส่งต่อพลังแห่งเสื้อผ้า มอบฮีทเทค 1 ล้านชิ้น ช่วยกลุ่มเปราะบางและผู้ประสบภัยทั่วโลก ด้านประเทศไทย ร่วมบริจาค 15,000 ชิ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องนโยบาย &#8216;ฟาสต์ รีเทลลิ่ง&#8217; บริษัทแม่ยูนิโคล่ เร่งเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลธุรกิจไร้ขยะเต็มตัว พร้อมใช้วัตถุดิบยั่งยืนและตรวจสอบได้ตลอดห่วงโซ่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/fasr-retailing-move-forward-to-sustainabilty-throughout-suooly-chain/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Dec 2024 12:17:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Appareal]]></category>
		<category><![CDATA[Fast Retailing]]></category>
		<category><![CDATA[Inventory]]></category>
		<category><![CDATA[LifeWear]]></category>
		<category><![CDATA[LifeWear = a New Industry]]></category>
		<category><![CDATA[PEACE FOR ALL]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain Management]]></category>
		<category><![CDATA[The Heart of LifeWear]]></category>
		<category><![CDATA[Uniqlo]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเสื้อผ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาสต์ รีเทลลิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิโคล่]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[โคจิ ยาไน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31083</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟาสต์ รีเทลลิ่ง (Fast Retailing) บริษัทแม่ยูนิโคล่ ประกาศขับเคลื่อนปรัชญา LifeWear = a New Industry ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจให้เชื่อมโยงกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน ต่อยอดข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากลูกค้ากว่าปีละ 30 ล้านคนทั่วโลก สู่การพัฒนาสินค้าให้​ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค มุ่งสู่โมเดลธุรกิจที่สามารถผลิต ขนส่ง ​และจัดจำหน่ายในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ไปจนถึงสามารถ​​ส่งมอบได้ตามเวลาที่ลูกค้าต้องการได้อย่างแท้จริง ​ช่วยป้องกันการก่อขยะที่ไม่จำเป็น มุ่งสู่การเป็นธุรปิจที่ไร้ขยะได้อย่างสมบูรณ์แบบ มร.โคจิ ยาไน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส บริษัท ฟาสต์ รีเทลลิ่ง จำกัด กล่าวถึงเป้าหมายการขับเคลื่อนธุรกิจของฟาสต์ รีเทลลิ่ง จากนี้ไปว่า จะมุ่งเน้นผลิตและขายเฉพาะสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริง​ๆ ​​​ผ่านการจัดการด้าน Supply Chain Management ให้สามารถดูแลได้ทั้งสิ่งแวดล้อมรวมทั้งเรื่องของสิทธิมนุษยชน โดยที่ผ่านมาได้ขับเคลื่อนหลายโครงการเพื่อสังคม เช่น เสื้อยืดการกุศล PEACE FOR ALL หรือ The Heart of LifeWear ซึ่งแจกเสื้อยืดเนื้อผ้า HEATTECH และ AIRism ให้กลุ่มเปราะบาง ทั้ง​ผู้อพยพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/fasr-retailing-move-forward-to-sustainabilty-throughout-suooly-chain/">ส่องนโยบาย &#8216;ฟาสต์ รีเทลลิ่ง&#8217; บริษัทแม่ยูนิโคล่ เร่งเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลธุรกิจไร้ขยะเต็มตัว พร้อมใช้วัตถุดิบยั่งยืนและตรวจสอบได้ตลอดห่วงโซ่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ฟาสต์ รีเทลลิ่ง (Fast Retailing) </strong>บริษัทแม่ยูนิโคล่ ประกาศขับเคลื่อนปรัชญา <span style="font-weight: 400;"><strong>LifeWear = a New Industry</strong> ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจให้เชื่อมโยงกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน ต่อยอดข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากลูกค้ากว่าปีละ 30 ล้านคนทั่วโลก สู่การพัฒนาสินค้าให้​ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค มุ่งสู่โมเดลธุรกิจที่สามารถผลิต ขนส่ง ​และจัดจำหน่ายในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ไปจนถึงสามารถ​​ส่งมอบได้ตามเวลาที่ลูกค้าต้องการได้อย่างแท้จริง ​ช่วยป้องกันกา</span>รก่อขยะที่ไม่จำเป็น มุ่งสู่การเป็นธุรปิจที่ไร้ขยะได้อย่างสมบูรณ์แบบ</p>
<p><span id="more-31083"></span></p>
<p><strong>มร.</strong><b>โคจิ ยาไน</b> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส บริษัท ฟาสต์ รีเทลลิ่ง จำกัด กล่าวถึงเป้าหมายการขับเคลื่อนธุรกิจของฟาสต์ รีเทลลิ่ง จากนี้ไปว่า จะมุ่งเน้นผลิตและขายเฉพาะสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริง​ๆ ​​​ผ่านการจัดการด้าน Supply Chain Management ให้สามารถดูแลได้ทั้งสิ่งแวดล้อมรวมทั้งเรื่องของสิทธิมนุษยชน โดยที่ผ่านมาได้ขับเคลื่อนหลายโครงการเพื่อสังคม เช่น เสื้อยืดการกุศล <strong>PEACE FOR ALL</strong> หรือ<strong> The Heart of LifeWear</strong> ซึ่งแจกเสื้อยืดเนื้อผ้า <strong>HEATTECH</strong> และ<strong> AIRism</strong> ให้กลุ่มเปราะบาง ทั้ง​ผู้อพยพ เด็ก และผู้ประสบภัยพิบัติไปแล้วกว่า 1 ล้านตัว พร้อม​ขยายผลโครงการ​ผ่านความร่วมมือกับ​พันธมิตรและลูกค้า รวมถึงหน่วยธุรกิจที่กระจายไปทั่วโลกในการสนับสนุนชุมชนโดยรอบในแต่ละพื้นที่ ผ่านการ​จัดกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยการใช้พลังทั้งจากผลิตภัณฑ์ ร้านค้าช่องทางจำหน่าย พนักงาน และเครือข่ายทั่วโลก​​เพื่อมีส่วนสร้างชีวิตที่มั่นคงและสงบสุขให้แก่ผู้คนทั่วโลก</p>
<p>ทั้งนี้ การขับเคลื่อน​โครงการต่างๆ ของฟาสต์ รีเทลลิ่ง เพื่อมุ่งสู่​เป้าหมายความยั่งยืน ตามแผนปี 2030 ภายในปีงบประมาณ 2024 ที่ผ่านมา (สิ้นสุด ส.ค. 2024) ประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31086 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Re-Koji-YANAI-Senior-Executive-Officer-Fast-Retailing.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b>การพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์​​ และ Product Mix ​ ให้ตอบโจทย์ลูกค้า </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; จากการรวบรวมความคิดเห็น​​ลูกค้า (Voice of Customer) ​มากถึง 31.4 ล้านข้อคิดเห็นจากทั่วโลก รวมทั้งคำแนะนำจากช่องทางขายต่างๆ รวมทั้งคำแนะนำที่มีต่อพนักงานหน้าร้าน ตลอดปีงบประมาณ 2024 เพื่อมาต่อยอด</span><span style="font-weight: 400;">ในการพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งได้จัดทำแพลทฟอร์ม <strong>“Management Cockpit”</strong> ขึ้นตั้งแต่ปี 2566 โดยมีวัตถุประสงค์ในการบูรณาการข้อมูลเพื่อการบริหารงานโดยเฉพาะ เปิดทางให้เสียงสะท้อนของลูกค้าได้รับการรับฟังและนำเสนอเป็นภาพที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินธุรกิจทั่วโลกของบริษัทฯ แบบเรียลไทม์ เพื่อการปรับตัวและตอบสนองที่รวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าที่เคย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ความคิดเห็นจากลูกค้าช่วยให้ ฟาสต์ รีเทลลิ่ง พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่มาแล้วมากมาย อาทิ ผ้าถักแบบใหม่ “Souffle Yarn Knit” ที่ได้รับการจดลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทฯ แล้ว รวมถึงเสื้อชั้นในที่ปรับให้ใช้งานได้ดีขึ้น ตลอดจนนวัตกรรมอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกางเกงผ้าถักลายนูนที่ซักได้ หรือ PUFFTECH ซึ่งล้วนแล้วแต่สร้างสรรค์มาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211;  จากการให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของลูกค้าทำให้คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์​อยู่ในระดับสูง โดย​คอลเลคชัน Spring/Summer และ Fall/Winter ได้รับคะแนน 4.5 จาก 5 ขณะที่มีแบบผลิตภัณฑ์หลักที่จำหน่ายได้ทั่วโลก​และสร้างรายได้หลักให้</span>แก่ฟาสต์ รีเทลลิ่ง มีมากกว่า 50 แบบ ในปีงบประมาณล่าสุด ซึ่งสูงขึ้นถึง 3 เท่า จากเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีที่เริ่มมี​โครงการ<span style="font-weight: 400;">อาริอาเกะ หรือโครงการ</span>​ปฏิรูปธุรกิจ ​</p>
<p>&#8211; ฟาสต์ รีเทลลิ่ง  สามารถลดหรือป้องกันการผลิตสินค้า​ที่ไม่จำเป็น​ ตลอดจนค่อยๆ พัฒนาการดำเนินธุรกิจแบบที่เน้นผลิตเฉพาะสิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุดเท่านั้น รวมทั้งการปรับขยายหมวดผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับการใช้งานได้ตลอดทั้งปีและสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น เช่น การคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ แ<span style="font-weight: 400;">ทนที่จะเน้นผลิตสินค้าตามฤดูกาลแบบดั้งเดิม เป็นต้น เพื่อไม่ให้เกิดขยะขึ้นในธุริจ หรือการก้าวเข้าสู่โมเดลธุรกิจแบบไร้ขยะได้อย่างเต็มตัว</span></p>
<p><b>บริหารระบบผลิตและโลจิสติกส์ที่เน้นผลิต ขนส่ง และขายเฉพาะสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ในเวลาที่เหมาะสมและปริมาณที่ตรงตามความต้องการที่สุด </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนาระบบคาดการณ์ความต้องการ พร้อม​วางแผนจำหน่ายให้แม่นยำมากขึ้น รวมทั้ง​​​การประสานงานอย่างใกล้ชิดกับฝ่ายผลิตเพื่อ​ปรับแผนการผลิตตามความต้องการได้รายสัปดาห์ เพื่อลดปริมาณการ</span>สต็อกวัตถุดิบที่จำเป็นอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับการผลิตแม้เวลาที่ได้รับแจ้งล่วงหน้าจะสั้นลง</p>
<p>&#8211; ด้านโลจิสติกส์ ฟาสต์ รีเทลลิ่งจับมือกับพันธมิตรด้านการขนส่งเพื่อขับเคลื่อนให้การจัดส่งไวขึ้น และประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้นแม้เวลาที่ได้รับแจ้งล่วงหน้าจะสั้นลงด้วยเช่นกัน รวมทั้ง<span style="font-weight: 400;">ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติช่วยให้สามารถจัดส่งผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นให้ร้านค้าได้ตามปริมาณที่ต้องการ ถือเป็นการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารสินค้าคงคลังสู่ระดับสูงสุด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31087 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Re-Koji-YANAI-Dai-TANAKA-Satomi-MATSUZAKI-and-Yukihiro-NITTA-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เร่งขับเคลื่อนความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่​</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีงบประมาณ 2023 ​ที่ผ่านมา ฟาสต์ รีเทลลิ่ง สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ 69.4% ในส่วนของร้านค้าหรือสำนักงาน​ เมื่อเทียบกับปีฐาน 2019 โดยวางเป้าหมายในปี 2030 ที่ตั้งใจจะลดให้ได้ 90% พร้อมเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนได้แล้ว 67.6% จากเป้าหมาย 100% ในปี 2030</span></p>
<p>รวมทั้งการขยาย <span style="font-weight: 400;">RE.UNIQLO STUDIO ที่เปิดตัวในปี 2022 ได้ขยายแล้วรวม 51 แห่ง ใน 22 ประเทศทั่วโลก (ณ เดือน ต.ค. 2024) โดยตั้งเป้าขยายให้ได้ 60 แห่ง ภายในสิ้นปี 2024 รวมทั้งเริ่ม</span>ทดลองโมเดลขายเสื้อผ้ามือสองในญี่ปุ่น โดยมีสาขา​ที่เริ่มบุกเบิกการให้บริการนี้ คือ ร้าน UNIQLO Setagaya Chitosedai และ UNIQLO Tenjin รวมทั้งการขยายมาสู่ UNIQLO Maebashi Minami IC ในช่วงปลายปี 2023</p>
<p>ในส่วนของ Supply Chain สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้แล้ว 10% โดยคาดว่าจากนี้ไปจะสามารถเพิ่มอัตราเร่งการลดการปลดปล่อยลงได้เพิ่มมากขึ้น จากการเปลี่ยนอุปกรณ์ในโรงงาน และเพิ่มวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยปัจจุบันมีการใช้วัสดุที่เป็น Low Carbon Emission เช่น วัสดุรีไซเคิล ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นเป็น​ 18.2% จาก 8.5% ในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มโพลีเอสเตอร์ ที่มี​สัดส่วนการใช้วัตถุดิบจากวัสดุรีไซเคิล​สูงถึง​ 47.4%  โดย<span style="font-weight: 400;">เครื่องแบบทางการของคณะกรรมการโอลิมปิกและพาราลิมปิกแห่งชาติสวีเดน ถือเป็นเสื้อผ้าชุดแรกที่ผลิตจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล จากวัตถุดิบรีไซเคิลที่ยูนิโคล่จัดเก็บเอง ซึ่งปัจจุบัน ฟาสต์ รีเทลลิ่ง กำลังเดินหน้าทำการวิจัยและพัฒนาระบบรีไซเคิลเสื้อผ้าเก่าเพื่อผลิตเสื้อผ้าใหม่โดยตรงอย่างจริงจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ยังเดินหน้าขยายเครือข่าย “<strong>วัสดุยั่งยืน” </strong></span><span style="font-weight: 400;">ตลอดจนคำนึงถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้น้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ สิทธิมนุษยชนและสวัสดิการสัตว์ในทุกกิจกรรมของบริษัทฯ  โดยได้เริ่มจัดทำกรอบการดำเนินงานใหม่เพื่อกำหนดมาตรฐานสำหรับวัสดุแต่ละชนิดทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ สำหรับปีงบประมาณใหม่ โดยการจัดทำมาตรฐานสำหรับฝ้ายเสร็จสิ้นแล้วและจะนำไปใช้ในการผลิตตั้งแต่ปีงบประมาณ 2026 เป็นต้นไป  พร้อมทั้งได้ประกาศให้ฝ้ายช่วยฟื้นฟูดินเป็นวัสดุเพื่อความยั่งยืนตั้งแต่ปีงบประมาณนี้เป็นต้นไป</span></p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) สำหรับวัตถุดิบที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิต โดยจะเริ่มนำร่องในกลุ่มฝ้าย ก่อนจะขยายการยกระดับไปสู่วัตถุดิบชนิดอื่นๆ เช่น ​แคชเมียร์หรือ<span style="font-weight: 400;">ขนสัตว์  พร้อมทั้งการจัดทำหลากหลายโครงการเพื่อสร้างความร่วมมือระยะยาวกับโรงงานต้นน้ำ อาทิ โรงงานเส้นด้าย โดยได้เริ่มตรวจสอบที่มาแคชเมียร์ย้อนกลับ สำหรับผลิตภัณฑ์แคชเมียร์ทั้งหมดตั้งแต่คอลเลคชันฤดูกาล 2024 Fall/Winter เป็นต้นไป ด้วยการตรวจสถานที่ล้างและปั่นเส้นใยเป็นระยะๆ ซึ่งปัจจุบันกำลังจัดทำกรอบการดำเนินงานในลักษณะเดียวกันกับผลิตภัณฑ์ที่ทำจากขนสัตว์ด้วย </span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/fasr-retailing-move-forward-to-sustainabilty-throughout-suooly-chain/">ส่องนโยบาย &#8216;ฟาสต์ รีเทลลิ่ง&#8217; บริษัทแม่ยูนิโคล่ เร่งเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลธุรกิจไร้ขยะเต็มตัว พร้อมใช้วัตถุดิบยั่งยืนและตรวจสอบได้ตลอดห่วงโซ่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฟาสต์ รีเทลลิ่ง เร่งยกระดับ LifeWear จากปรัชญาขององค์กรสู่มาตรฐานใหม่ของทั้งอุตสาหกรรม วางแนวทางสร้างสมดุลในธุรกิจเครื่องแต่งกายเติบโตอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/11/fast-retailing-uplift-lifewear-to-new-industry-standardize/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Nov 2023 10:24:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Fast Retailing]]></category>
		<category><![CDATA[LifeWear]]></category>
		<category><![CDATA[LifeWear = a New Industry]]></category>
		<category><![CDATA[RE.UNIQLO]]></category>
		<category><![CDATA[RE.UNIQLO STUDIO]]></category>
		<category><![CDATA[Uniqlo]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเสื้อผ้า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ฟาสต์ รีเทลลิ่ง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาสต์ รีเทลลิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิโคล่]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องแต่งกาย]]></category>
		<category><![CDATA[โคจิ ยาไน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22199</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ขับเคลื่อนแนวคิด LifeWear = a New Industry เพื่อประกาศความตั้งใจในการยกระดับปรัชญา Lifewear ให้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของทั้งอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพื่อสร้างซัพพลายเชนที่นำไปสู่​การเติบโตได้อย่างยั่งยืนตลอดทั้ง Ecosystem ฟาสต์ รีเทลลิ่ง (Fast Retailing) บริษัทแม่ของยูนิโคล่ ขับเคลื่อนแนวคิด LifeWear = a New Industry  เพื่อใช้เป็นแนวทางสร้างสมดุลระหว่างความยั่งยืนกับการเติบโตของธุรกิจ ​​พร้อมร่วมส่งเสริมสังคมที่ยั่งยืน ด้วยการสร้าง​​​ระบบและกระบวนการทำงานที่มีความชัดเจนได้มากขึ้น รวมถึงสามารถ​ควบคุมตัวแปรต่างๆ ​ทั้งระบบ​ซัพพลายเชนได้อย่างแท้จริง ตั้งแต่การผลิตไป​จนถึง​​หลังการขาย  ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนที่สร้างความมั่นคงให้เกิดขึ้นตลอดทั้งซัพพลายเชน ​และสามารถ​ส่งมอบความยั่งยืนได้มากขึ้น ผ่าน​ความร่วมมืออันแข็งแกร่งในระยะยาวกับผู้ผลิตเสื้อผ้าและวัตถุดิบต่างๆ ได้ทั้งอีโคซิสเต็ม แนวคิดนี้ทำให้ ฟาสต์ รีเทลลิ่ง สามารถบริหารระบบซัพพลายเชนทั้งหมดได้ดีขึ้น สามารถควบคุมขั้นตอนการผลิตทั้งหมดได้โดยตรงตั้งแต่ คุณภาพ การจัดซื้อ การผลิต สิ่งแวดล้อม และสิทธิพื้นฐานของแรงงาน​ โดยหลังจากเห็นภาพรวมระบบซัพพลายเชนตั้งแต่สินค้าที่เสร็จสมบูรณ์ไปจนถึงขั้นตอนของวัถตุดิบ ทางบริษัทเริ่มรวมธุรกิจระหว่างพาร์ทเนอร์ที่ได้รับเลือกจำนวนหนึ่ง รวมถึงแผนการในอนาคตเรื่องการสรรหาวัตถุดิบจากฟาร์มหรือไร่ปศุสัตว์ ขณะเดียวกัน ยังได้ยกระดับแนวคิด RE.UNIQLO เพื่อส่งเสริมการนำเสื้อผ้ายูนิโคล่มารีไซเคิลและนำกลับมาใช้อีกครั้ง จากการเปิดตัวเสื้อดาวน์ขนเป็ดรีไซเคิลในปี 2563 ซึ่งทางบริษัทยังคงเดินหน้าเพื่อการพัฒนาสินค้ารีไซเคิลอื่นๆ จากเสื้อผ้าที่ทำด้วยผ้าแคชเมียร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/fast-retailing-uplift-lifewear-to-new-industry-standardize/">ฟาสต์ รีเทลลิ่ง เร่งยกระดับ LifeWear จากปรัชญาขององค์กรสู่มาตรฐานใหม่ของทั้งอุตสาหกรรม วางแนวทางสร้างสมดุลในธุรกิจเครื่องแต่งกายเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ขับเคลื่อนแนวคิด <strong>LifeWear = a New Industry</strong> เพื่อประกาศความตั้งใจในการยกระดับปรัชญา Lifewear ให้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของทั้งอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพื่อสร้างซัพพลายเชนที่นำไปสู่​การเติบโตได้อย่างยั่งยืนตลอดทั้ง Ecosystem</p>
<p><span id="more-22199"></span></p>
<p><strong>ฟาสต์ รีเทลลิ่ง (Fast Retailing)</strong> บริษัทแม่ของยูนิโคล่ ขับเคลื่อนแนวคิด <strong>LifeWear = a New Industry </strong> เพื่อใช้เป็นแนวทางสร้างสมดุลระหว่างความยั่งยืนกับการเติบโตของธุรกิจ ​​พร้อมร่วมส่งเสริมสังคมที่ยั่งยืน ด้วยการสร้าง​​​ระบบและกระบวนการทำงานที่มีความชัดเจนได้มากขึ้น รวมถึงสามารถ​ควบคุมตัวแปรต่างๆ ​ทั้งระบบ​ซัพพลายเชนได้อย่างแท้จริง ตั้งแต่การผลิตไป​จนถึง​​หลังการขาย  ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนที่สร้างความมั่นคงให้เกิดขึ้นตลอดทั้งซัพพลายเชน ​และสามารถ​ส่งมอบความยั่งยืนได้มากขึ้น ผ่าน​ความร่วมมืออันแข็งแกร่งในระยะยาวกับผู้ผลิตเสื้อผ้าและวัตถุดิบต่างๆ ได้ทั้งอีโคซิสเต็ม</p>
<p>แนวคิดนี้ทำให้ ฟาสต์ รีเทลลิ่ง สามารถบริหารระบบซัพพลายเชนทั้งหมดได้ดีขึ้น สามารถควบคุมขั้นตอนการผลิตทั้งหมดได้โดยตรงตั้งแต่ คุณภาพ การจัดซื้อ การผลิต สิ่งแวดล้อม และสิทธิพื้นฐานของแรงงาน​ โดยหลังจากเห็นภาพรวมระบบซัพพลายเชนตั้งแต่สินค้าที่เสร็จสมบูรณ์ไปจนถึงขั้นตอนของวัถตุดิบ ทางบริษัทเริ่มรวมธุรกิจระหว่างพาร์ทเนอร์ที่ได้รับเลือกจำนวนหนึ่ง รวมถึงแผนการในอนาคตเรื่องการสรรหาวัตถุดิบจากฟาร์มหรือไร่ปศุสัตว์ ขณะเดียวกัน ยังได้ยกระดับแนวคิด <strong>RE.UNIQLO</strong> เพื่อส่งเสริมการนำเสื้อผ้ายูนิโคล่มารีไซเคิลและนำกลับมาใช้อีกครั้ง จากการเปิดตัวเสื้อดาวน์ขนเป็ดรีไซเคิลในปี 2563 ซึ่งทางบริษัทยังคงเดินหน้าเพื่อการพัฒนาสินค้ารีไซเคิลอื่นๆ จากเสื้อผ้าที่ทำด้วยผ้าแคชเมียร์ ผ้าวูล และผ้าฝ้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22204 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Lifewear.jpg" alt="" width="1617" height="1208" /></p>
<p><strong>คุณโคจิ ยาไน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส บริษัท ฟาสต์ รีเทลลิ่ง จำกัด กล่าวว่า <em>“เรามีความรับผิดชอบต่อสินค้าทุกชิ้นผ่านปรัชญา LifeWear  ทั้งการผลิต ​การพัฒนาสินค้า และขั้นตอนหลังการขาย เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าของเรา สามารถใช้งานได้ยาวนานและตอบโจทย์ โดยหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนความมุ่งมั่นได้​ชัดเจนคือ การเปิดตัวโปรเจกต์นำร่องร้านค้าเสื้อผ้ามือสอง ภายใต้ความ​​ร่วมมือกับลูกค้าของเรา ชุมชนท้องถิ่น และพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ​เพื่อร่วมกันยกระดับความเป็นไปได้ของ LifeWear ในฐานะผู้สร้างธุรกิจที่ส่งเสริมชีวิตของผู้คนและสังคมทั่วโลก”</em></p>
<p>สำหรับความคืบหน้าในการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของฟาสต์ รีเทลลิ่ง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่วางไว้ในปี​งบประมาณ 2573 ​มีดังต่อไปนี่</p>
<p><strong>ด้านการพัฒนาสินค้า </strong></p>
<p>มุ่งเน้นการ​​ใช้วัสดุที่​ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับต่ำ โดยตั้งเป้าในปี 2573 ต้องใช้เส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลให้ได้ 50%  ซึ่งปัจจุบันใช้อยู่ในสัดส่วน 30% ขณะที่ภาพรวมในการใช้วัตถุดิบรีไซเคิลในกระบวนการผลิตเสื้อผ้าทั้งหมดอยู่ที่ 8.5% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 3.4%</p>
<p>โดยในปี 2566 นี้ สินค้าฮีทเทค (HEATTECH) และแอริซึ่ม (AIRism) ​ได้เริ่มใช้​เส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลและไนลอนมาผลิตเป็นครั้งแรก โดยยังคงคุณสมบัติเชิงฟังก์ชันนัลของสินค้าไว้ได้อย่างครบถ้วน ​และมีความนุ่มสบาย ​รวมทั้งเสื้อตัวนอก PUFFTECH ที่ทำด้วยเส้นใยโพลีเอสเตอร์ รีไซเคิล รวมทั้งเสื้อยืดกราฟิก UT บางรุ่นยังทำมาจากเส้นใยฝ้ายรีไซเคิลด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22209 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Uniqlo-Pop-Up-2nd-hand-.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>การขยาย​​แนวคิด LifeWear  </strong></p>
<p>ยูนิโคล่ ​​ได้ขยายแนวคิด <strong>RE.UNIQLO เ</strong>พื่อส่งเสริมการนำเสื้อผ้ายูนิโคล่มารีไซเคิลและนำกลับมาใช้อีกครั้ง​ โดยในปีนี้มีโปรเจกต์นำร่อง​การเปิดตัวเสื้อผ้ายูนิโคล่มือสอง ซึ่งเปิดเป็นป๊อพอัพสโตร์ให้บริการช่วงสั้นๆ ไปเมื่อ 11- 22 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ​​ที่สาขาฮาราจูกุ ​ประเทศญี่ปุ่น</p>
<p>ส่วนการขยาย <strong>RE.UNIQLO STUDIO</strong> ที่​เปิดตัวครั้งแรกในลอนดอน เมื่อเดือนกันยายน 2565 เพื่อให้บริการด้านการซ่อมแซมและปรับโฉมเสื้อผ้า ได้เดินหน้าขยายสาขาเพิ่มเติมไปทั่วโลก จนถึงเดือนกันยายน 2566 มีบริการนี้อยู่ ​35 แห่ง ใน 16 ประเทศ  รวมทั้งยังมีแนวคิด​พัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อเพิ่มแนวทางให้สามารถเพิ่มการรีไซเคิลเส้นใยจากเสื้อผ้าได้มากขึ้น โดยขยายมาสู่กลุ่มผ้าแคชเมียร์ ผ้าวูล และผ้าฝ้ายจากสินค้าของยูนิโคล่ที่รวบรวมจากร้านสาขา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22206 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Supply-Chain.jpg" alt="" width="1200" height="573" /></p>
<p><strong>มิติด้านการผลิต</strong></p>
<p>เร่ง​จัดทำระบบการบริหารครบวงจรสำหรับซัพพลายเชนของบริษัท เพื่อ​สามารถควบคุมขั้นตอนการผลิตทั้งหมดได้โดยตรง ตั้งแต่คุณภาพ การจัดซื้อ การผลิต สิ่งแวดล้อม และสิทธิพื้นฐานของแรงงาน รวมทั้งยังสามารถตรวจสอบการได้มาของวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการตัดเย็บได้ตลอดทั้งกระบวนการอีกด้วย</p>
<p>ทั้งนี้ ​​สินค้าคอลเลคชั่น​ฤดูร้อน/ฤดูใบไม้ร่วง 2566 ที่เปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2566 ​สามารถระบุซัพพลายเออร์ตามขั้นตอนการผลิตเส้นใย ซึ่งผลิตจากแหล่งที่เชื่อถือได้และมีความร่วมมือในระยะยาวเพื่อผลิตสินค้าผ้าฝ้ายของยูนิโคล่ และในอนาคต ฟาสต์ รีเทลลิ่ง วางแผนที่จะขยายแนวคิดเดียวกันนี้ไปยังซัพพลายเออร์สำหรับวัสดุอื่นๆ</p>
<p>พร้อมกันนี้ได้ขยายฐานการผลิตและ​เพิ่มกำลัง​ผลิตในโรงงานหลักที่จีน รวมถึงเพิ่มอัตราส่วน​สินค้าที่ผลิตจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน โดยอัตราการผลิตในประเทศอินโดนีเซียและเวียดนามเพิ่มสูงกว่า 50% นอกจากนี้ ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ได้วางแผนเพิ่มกำลังการผลิตภายในประเทศในพื้นที่ที่ธุรกิจของบริษัทกำลังเติบโต เช่น อินเดีย</p>
<p>ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ยังได้​จัดทำระบบเพื่อสามารกำหนดและตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบและสถานที่ผลิตตลอดทั้งซัพพลายเชน เพื่อความสามารถในการควบคุมการจัดหาวัตถุดิบทั้งหมด โดยเริ่มต้นใช้​กับฝ้าย และจะนำระบบนี้ไปใช้กับวัสดุอื่นๆ ด้วย รวมทั้งในอนาคต จะร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในเพื่อสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึง​ฟาร์ม ไร่ปศุสัตว์ หรือโรงงานต่างๆ รวมทั้งในกลุ่มเส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล จะ​กำหนดผู้ผลิตและมาตรฐานคุณภาพของเกล็ดและเม็ดพลาสติก เพื่อควบคุมคุณภาพ ความโปร่งใส และความปลอดภัยของแหล่งผลิตให้อยู่ในระดับสูงสุด</p>
<p>โดยได้มีการสรุป <strong>Production Partner Code of Conduct</strong> กับผู้ผลิตเส้นใย สำหรับสินค้าผ้าฝ้ายของยูนิโคล่ในฤดูใบไม้ผลิปี 2566 การตรวจสอบทั่วไปสำหรับผู้ผลิตเส้นใยรายหลักดำเนินการจนถึงเดือนสิงหาคม 2566 โดยเริ่มใช้มาตรการเดียวกันนี้กับผู้ผลิตเส้นโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล และซึ่งอยู่ในระยะเริ่มต้น</p>
<p>ตั้งแต่ปี 2566 ยูนิโคล่และ GU เริ่มเผยข้อมูลประเทศผู้ผลิตของแต่ละสินค้าผ่านเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ ในบางประเทศ และมีแผนที่จะขยายความคิดริเริ่มนี้ไปยังตลาดอื่นๆ อีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22205 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/1-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เป้าหมายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</strong></p>
<p><strong> จาก​สาขาและสำนักงาน (Scope1) </strong></p>
<p>ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ตั้งเป้าหมายในการลดระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHC) จากการใช้พลังงานในร้านสาขาและสำนักงานให้ได้ 90% ภายในปีงบประมาณ 2573  จากฐานในปีงบประมาณ 2562 โดยจนถึงปี 2565 สามารถลดลงได้ถึง 45.7%</p>
<p>นอกจากนี้ ตั้งเป้าการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% สำหรับร้านสาขาของทั้งกลุ่ม และสำนักงานทั่วโลกภายในปีงบประมาณ 2573  โดยล่าสุดในปีงบประมาณ 2565 ได้ดำเนินการไปแล้ว 42.4 %</p>
<p><strong>จากซัพพลายเชน (Scope 2-3 )</strong></p>
<p>ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ตั้งเป้าหมายในการลดระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHC) ให้สอดคล้องกับการผลิตวัตถุดิบ การผลิตเนื้อผ้า และการตัดเย็บสินค้าของยูนิโคล่ และ GU ให้ได้ 20% ภายในปีงบประมาณ 2573  จากฐานในปีงบประมาณ 2562 ​โดยปี 2565 ทีผ่านมา สามารถลดระดับการปล่อยก๊าซได้ 6.2% โดย ฟาสต์ รีเทลลิ่งจะเดินหน้าร่วมมือกับโรงงานพาร์ทเนอร์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว</p>
<p><strong>การริเริ่มด้านความหลากหลายทางชีวภาพ</strong></p>
<p>ฟาสต์ รีเทลลิ่ง เผยแพร่นโยบายการอนุรักษ์ความหลากหลายทางธรรมชาติของกลุ่มฟาสต์ รีเทลลิ่ง (Fast Retailing Group Biodiversity Conservation Policy) บริษัทมีความต้องการบรรลุเป้าหมายเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพเชิงบวกซึ่งเชื่อมโยงกับห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท (Value Chain) ในระยะยาว</p>
<p>ฟาสต์ รีเทลลิ่ง จัดทำแบบประเมินเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณเกี่ยวกับผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และความเสี่ยงด้านการพึ่งพาในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ซึ่งระบุถึงผลกระทบสำคัญของการใช้ที่ดินเพื่อการผลิตผ้าแคชเมียร์ ผ้าวูล และผ้าฝ้าย</p>
<p>สำหรับผ้าแคชเมียร์ ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ร่วมมือกับนักวิจัยจาก University of the Ryukyus ประเทศญี่ปุ่น ในการใช้ดาวเทียมเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสถานะของผลผลิตจากไร่ปศุสัตว์ที่ผลิตขนแพะแคชเมียร์ให้กับยูนิโคล่ โดยบุคลากรแผนกความยั่งยืนได้เยี่ยมชมไร่ปศุสัตว์ และทำการสำรวจภาคสนาม</p>
<p>สำหรับผ้าวูล ฟาสต์ รีเทลลิ่ง วางแผนที่จะดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับผ้าแคชเมียร์  นอกจากนี้ บริษัทกำลังศึกษาเกี่ยวกับการนำเกษตรแบบหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้กับผ้าฝ้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22207 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/UNIQLO-Thailand-Sustainability-2023-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>กิจกรรมเพื่อสังคม</strong></p>
<p>ในปีงบประมาณ 2566 ฟาสต์ รีเทลลิ่ง สนับสนุนเงินจำนวน 5.4 พันล้านเยน เพื่อสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม รวมถึงจัดหาเสื้อผ้าจำนวน 1.13 ล้านชิ้น โดยมีจำนวนผู้ที่ได้รับประโยชน์จากกิจกรรมนี้ถึง 1.82 ล้านคน</p>
<p>ในเดือนกันยายน 2565 ฟาสต์ รีเทลลิ่ง เปิดตัวโปรเจกต์เพื่อสนับสนุนการดำรงชีพโดยร่วมมือกับ UNHCR เพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยหญิงชาวโรฮิงญาในบังกลาเทศ โดยดำเนินการฝึกทักษะการตัดเย็บให้กับผู้หญิงประมาณ 350 คน ได้สำเร็จในเดือนสิงหาคม 2566 นอกจากนี้ สิ่งของบรรเทาทุกข์อาทิ ผ้าอนามัยแบบซักได้กว่า 2 ล้านชิ้น และชุดชั้นในผู้หญิงกว่า 430,000 ชิ้นถูกผลิตขึ้นเพื่อแจกจ่ายไปยังแคมป์ผู้ลี้ภัย ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ตั้งเป้าหมายในการอบรมให้กับผู้หญิงจำนวน 1,000 คนให้เสร็จสิ้นภายในปี 2568 เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีผลิตภัณฑ์ด้านสุขอนามัยที่เพียงพอต่อความต้องการของผู้หญิงในแคมป์ผู้ลี้ภัย</p>
<p>มูลนิธิฟาสต์ รีเทลลิ่ง ยังได้จับมือกับ Philanthropy Asia Alliance ในเดือนกันยายนปี 2566 โดยมูลนิธิวางแผนจะสนับสนุนเงินจำนวน 25 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในระยะเวลามากกว่า 10 ปี เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ การศึกษา และสาธารณสุขในทวีปเอเชีย ซึ่งมูลนิธิยังเปิดตัวโปรแกรมทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนต่างชาติในเวียดนาม โดยนักเรียนกลุ่มแรกจำนวน 6 คนจะเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2566</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/fast-retailing-uplift-lifewear-to-new-industry-standardize/">ฟาสต์ รีเทลลิ่ง เร่งยกระดับ LifeWear จากปรัชญาขององค์กรสู่มาตรฐานใหม่ของทั้งอุตสาหกรรม วางแนวทางสร้างสมดุลในธุรกิจเครื่องแต่งกายเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยูนิโคล่ฉลองครบรอบ 1 ปี ของโปรเจกต์เสื้อยืดการกุศล PEACE FOR ALL พร้อมลวดลายใหม่ 4 แบบ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/anniversary-of-uniqlo-peace-for-all-collection/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Jul 2023 04:25:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[LifeWear]]></category>
		<category><![CDATA[New Design]]></category>
		<category><![CDATA[PEACE FOR ALL]]></category>
		<category><![CDATA[Plan International)]]></category>
		<category><![CDATA[Save the Children]]></category>
		<category><![CDATA[UNHCR]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาสต์ รีเทลลิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิโคล่]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริมสันติภาพของโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การช่วยเหลือเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อยืดการกุศล]]></category>
		<category><![CDATA[โคจิ ยาไน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19982</guid>

					<description><![CDATA[<p>กำไร 100% จากโปรเจกต์นี้ถูกส่งมอบให้กับองค์กรการกุศลระดับนานาชาติ โดยบริจาคเงินแล้วกว่า 2.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (78 ล้านบาท) เพื่อกิจกรรมส่งเสริมสันติภาพ ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลก เปิดตัวดีไซน์ใหม่ 4 แบบของ โปรเจกต์เสื้อยืดการกุศล PEACE FOR ALL ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยคอลเลคชันล่าสุดนี้มาพร้อมกับลวดลายกราฟิกใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อโปรเจกต์นี้โดยเฉพาะ จากเหล่านักสร้างสรรค์หลายท่านอย่าง ช่างภาพไดโดะ โมริยามะ, ฟรานเซสโก ริสโซ ครีเอทีฟไดเรคเตอร์แบรนด์ Marni, จูเลียน โอปี้ ศิลปิน รวมถึงฮารุกะ อายาเสะ นักแสดงและแอมบาสเดอร์ไลฟ์แวร์ของยูนิโคล่ ยูนิโคล่เปิดตัว PEACE FOR ALL โปรเจกต์เสื้อยืดเพื่อส่งเสริมสันติภาพของโลก เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2565 โดยฟาสต์ รีเทลลิง บริษัทแม่ของยูนิโคล่ ได้บริจาคกำไร 100% จากการขายเสื้อยืดนี้ (โดยมีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 20% ของราคาขาย) ให้แก่องค์กรเพื่อการช่วยเหลือระดับนานาชาติ 3 แห่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/anniversary-of-uniqlo-peace-for-all-collection/">ยูนิโคล่ฉลองครบรอบ 1 ปี ของโปรเจกต์เสื้อยืดการกุศล PEACE FOR ALL พร้อมลวดลายใหม่ 4 แบบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กำไร 100% จากโปรเจกต์นี้ถูกส่งมอบให้กับองค์กรการกุศลระดับนานาชาติ โดยบริจาคเงินแล้วกว่า 2.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (78 ล้านบาท) เพื่อกิจกรรมส่งเสริมสันติภาพ</p>
<p><span id="more-19982"></span></p>
<p>ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลก เปิดตัวดีไซน์ใหม่ 4 แบบของ โปรเจกต์เสื้อยืดการกุศล PEACE FOR ALL ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยคอลเลคชันล่าสุดนี้มาพร้อมกับลวดลายกราฟิกใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อโปรเจกต์นี้โดยเฉพาะ จากเหล่านักสร้างสรรค์หลายท่านอย่าง ช่างภาพไดโดะ โมริยามะ, ฟรานเซสโก ริสโซ ครีเอทีฟไดเรคเตอร์แบรนด์ Marni, จูเลียน โอปี้ ศิลปิน รวมถึงฮารุกะ อายาเสะ นักแสดงและแอมบาสเดอร์ไลฟ์แวร์ของยูนิโคล่</p>
<p>ยูนิโคล่เปิดตัว PEACE FOR ALL โปรเจกต์เสื้อยืดเพื่อส่งเสริมสันติภาพของโลก เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2565 โดยฟาสต์ รีเทลลิง บริษัทแม่ของยูนิโคล่ ได้บริจาคกำไร 100% จากการขายเสื้อยืดนี้ (โดยมีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 20% ของราคาขาย) ให้แก่องค์กรเพื่อการช่วยเหลือระดับนานาชาติ 3 แห่ง ที่ให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมกับกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากความยากจน การกีดกัน ความรุนแรง และความขัดแย้ง โดยการบริจาคจะถูกจัดสรรอย่างเท่ากันให้แก่ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) องค์การช่วยเหลือเด็ก (Save the Children) และองค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล (Plan International) ผ่านตัวแทนของแต่ละองค์กรในประเทศญี่ปุ่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-19984" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/2-11-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /> <img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-19985" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/3-12-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-19988" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/1-14-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /> <img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-19989" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/4-9-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></p>
<p>ปัจจุบัน เสื้อยืด PEACE FOR ALL ได้รับความร่วมมือด้านการออกแบบจากบุคคลที่มีชื่อเสียงทั่วโลก 27 คน ซึ่งมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในเรื่องของสันติภาพ ไม่ว่าจะเป็น ทาดาโอะ อันโดะ สถาปนิกชื่อดัง, ฮารูกิ มุราคามิ นักเขียน, โรเจอร์ เฟดเดอร์เรอร์ นักเทนนิสระดับตำนาน เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เสื้อยืด PEACE FOR ALL จำหน่ายได้ถึง 1,073,687 ตัว และสามารถรวบรวมเงินเพื่อการบริจาคได้ถึง 78,972,077 บาท (หรือมากกว่า 2.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนของวันที่ 3 เมษายน 2566 ที่ 1 ดอลลาร์ = 132.96 เยน) องค์กรเพื่อการช่วยเหลือระดับนานาชาติทั้งสามแห่งได้รับการจัดสรรเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง ภัยธรรมชาติ ในประเทศต่างๆ เช่น ยูเครน ซูดาน เวียดนาม และบังกลาเทศ</p>
<p><strong>โคจิ ยาไน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสของ ฟาสต์ รีเทลลิ่ง กล่าวว่า “พวกเราริเริ่มโปรเจกต์ PEACE FOR ALL ในปีที่ผ่านมาเพราะพวกเราเชื่อว่า ไลฟ์แวร์ (LifeWear) ของยูนิโคล่ มีพลังของเสื้อผ้า เพื่อปกป้องผู้คน เพิ่มสีสันในชีวิต และส่งเสริมสังคม ผมรู้สึกเป็นเกียรติและซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับการสนับสนุนจากทุกท่าน รวมถึงยอดการบริจาคที่เราสามารถรวบรวมได้เป็นจำนวนมาก พวกเราหวังว่าจะได้ร่วมมือกับทีม นักสร้างสรรค์ท่านอื่นๆ เพื่อแผ่ขยายและเดินหน้าโปรเจกต์นี้ต่อไป”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/anniversary-of-uniqlo-peace-for-all-collection/">ยูนิโคล่ฉลองครบรอบ 1 ปี ของโปรเจกต์เสื้อยืดการกุศล PEACE FOR ALL พร้อมลวดลายใหม่ 4 แบบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
