<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โซล่าร์รูฟ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9f/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 27 Jul 2026 11:16:26 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.10</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>โซล่าร์รูฟ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;โซลาร์รูฟท็อป&#8217; ดันธุรกิจรีโนเวทบ้านเติบโตสวนตลาดอสังหาฯ &#8216;SCG HOME Online&#8217; วางกลยุทธ์ 3S ตอกย้ำผู้นำ One-Stop Home Solution พร้อมส่งแคมเปญดันยอดครึ่งปีหลัง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/scg-home-online-one-stop-home-solution/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jul 2026 10:55:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[3S]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[Home Solution]]></category>
		<category><![CDATA[O2O Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[One-Stop Home Solution]]></category>
		<category><![CDATA[scg cement-building materials]]></category>
		<category><![CDATA[SCG HOME Online]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Solar Roof Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Service]]></category>
		<category><![CDATA[Solar FIX]]></category>
		<category><![CDATA[Solution]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดซ่อมแซมบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[นพพร กีรติบรรหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[รีโนเวท]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<category><![CDATA[เติมบ้านคุ้ม ลุ้นรับทอง]]></category>
		<category><![CDATA[โซล่าร์รูฟ]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43384</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ถูกคาดการณ์ว่าจะทรงตัวและเติบโตได้ไม่มากนัก สอดคล้องไปกับการขยายตัวของ GDP ประเทศ  แต่ปีที่ผ่านมา SCG HOME Online สามารถเติบโตได้ถึง 20% สวนทางภาพรวมตลาดที่โตได้ราว 1-2% เท่านั้น พร้อมเชื่อมั่นว่าในสิ้นปีนี้จะรักษาการเติบโตได้ไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมาไว้ที่ 20% จากจุดแข็งในการเป็น One-Stop Home Solution ที่รวมทุกความต้องการเรื่องบ้านไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ตั้งแต่การสร้างบ้าน ต่อเติม ซ่อมแซม ปรับปรุง ไปจนถึงการยกระดับไลฟ์สไตล์ในการอยู่อาศัย (Smart Living)  ​ คุณนพพร กีรติบรรหาร  Executive Vice President &#8211; B2C Sales บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด กล่าวว่า  การเติบโตของ SCG HOME มาจากกลุ่มลูกค้าที่ต้องการซ่อมแซม ขยาย และปรับปรุงบ้านเป็นหลัก โดยยอดขาย 70% มาจากการให้บริการโซลูชั่น และ 30% มาจากการขายสินค้าและบริการต่างๆ ซึ่งกลุ่มที่มีการเติบโตสูงที่สุด คืองานปรับปรุงซ่อมแซมหลังคา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/scg-home-online-one-stop-home-solution/">&#8216;โซลาร์รูฟท็อป&#8217; ดันธุรกิจรีโนเวทบ้านเติบโตสวนตลาดอสังหาฯ &#8216;SCG HOME Online&#8217; วางกลยุทธ์ 3S ตอกย้ำผู้นำ One-Stop Home Solution พร้อมส่งแคมเปญดันยอดครึ่งปีหลัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ถูกคาดการณ์ว่าจะทรงตัวและเติบโตได้ไม่มากนัก สอดคล้องไปกับการขยายตัวของ GDP ประเทศ  แต่ปีที่ผ่านมา<strong> SCG HOME Online</strong> สามารถเติบโตได้ถึง 20% สวนทางภาพรวมตลาดที่โตได้ราว 1-2% เท่านั้น</p>
<p><span id="more-43384"></span></p>
<p>พร้อมเชื่อมั่นว่าในสิ้นปีนี้จะรักษาการเติบโตได้ไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมาไว้ที่ 20% จากจุดแข็งในการเป็น<strong> One-Stop Home Solution</strong> ที่รวมทุกความต้องการเรื่องบ้านไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ตั้งแต่การสร้างบ้าน ต่อเติม ซ่อมแซม ปรับปรุง ไปจนถึงการยกระดับไลฟ์สไตล์ในการอยู่อาศัย (Smart Living)  ​</p>
<p><strong>คุณนพพร กีรติบรรหาร  </strong>Executive Vice President &#8211; B2C Sales บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด กล่าวว่า  การเติบโตของ SCG HOME มาจากกลุ่มลูกค้าที่ต้องการซ่อมแซม ขยาย และปรับปรุงบ้านเป็นหลัก โดยยอดขาย 70% มาจากการให้บริการโซลูชั่น และ 30% มาจากการขายสินค้าและบริการต่างๆ ซึ่งกลุ่มที่มีการเติบโตสูงที่สุด คืองานปรับปรุงซ่อมแซมหลังคา ที่มีสัดส่วน 30% หรือเกือบ 1 ใน 3 ของการให้บริการโซลูชั่นทั้งหมดผ่านแพลตฟอร์ม ​​โดยเฉพาะโซลูชั่นที่ให้บริการมากที่สุดในปีที่ผ่านมาคือ การบริการติดตั้งโซลาร์เซลล์ หรือ <strong>SCG Solar Roof Solutions </strong>จากการตอบรับนโยบายชดเชยภาษีของรัฐบาล และการปรับขึ้นของค่าพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งกระแสการเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อม (Green Transition) ​ ทำให้เจ้าของบ้านติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่เป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43388 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/คุณนพพร-กีรติบรรหาร-บนเวที-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ดีมานด์จากเจ้าของบ้านในการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้าสูงถึง 8 เท่า เทียบกับช่วง​ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศนโยบายทางภาษี จากที่เคยมีลูกค้าติดต่อให้ประเมินการติดตั้งหน้างานราว 100 ราย เพิ่มเป็น 800 รายในปีที่ผ่านมา ประกอบกับการให้บริการในรูปแบบโซลูชั่นเพิ่มเติม ทั้งบริการ <strong>Solar FIX</strong> นวัตกรรมการติดตั้งที่ไม่เจาะหลังคา เพื่อป้องกันการรั่วซึม หรือดีไซน์การเดินสายไฟที่คำนึงถึงความเรียบร้อยและสวยงาม ​รวมทั้งบริการ​ระบบ Dahboard อัจฉริยะ ที่สามารถคำนวณและรายงานปริมาณไฟฟ้าที่สร้างได้ การลดคาร์บอนที่ทำได้ รวมทั้งการติดตามประสิทธิภาพ​การใช้งานระบบต่างๆ ภายในบ้านได้ต่อเนื่องและเรียลไทม์ ซึ่งความโดดเด่นในความสามารถพัฒนาโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ลูกค้า รวมทั้งกระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยหนุนสำคัญทำให้ลูกค้า​ตอบรับและผลักดันให้ธุรกิจยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่องสวนทางจากตลาดที่ไม่มีการเติบโตมากนัก&#8221;  </em></p>
<p><strong>เติบโตผ่าน 3S :</strong> <strong>Solution, Smart Service ,Supply Chain </strong></p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจของ <strong>SCG HOME Online</strong> ในปีนี้ ยัง​​ตอกย้ำจุดแข็งในการเป็น <strong>One-Stop Home Solution  </strong>และกลยุทธ์ <strong>O2O Ecosystem</strong> สะท้อนความเป็นผู้นำการให้บริการแบบ Omnichannel ที่เชื่อมโยงการให้บริการทั้งออนไลน์ และออฟไลน์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ และ Lifestyle Journey ของผู้บริโภคในปัจจุบัน ผ่านแนวคิด <strong>3S</strong> ประกอบด้วย</p>
<p><strong>Solution :</strong> เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นช่าง ผู้รับเหมา หรือเจ้าของบ้าน ที่ต้องการมากกว่าแค่การมีสินค้า แต่ยังมองหาทั้งไอเดีย รวมทั้งการให้บริการต่างๆ ที่ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการคิด สร้าง ปรับปรุง ต่อเติม ขยาย หรือยกระดับไลฟ์สไตล์ โดยรวบรวมบริการเรื่องบ้านไว้กว่า 6 หมวดหมู่ 135 โซลูชั่น เพื่อรองรับความต้องการต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน และ​ตอบโจทย์ Customer Lifetime Value เพื่อเป็นคำ​ตอบเรื่องบ้านได้ผ่านบริการต่างๆ ทั้งงานซ่อมปรับปรุงทั่วไป เพื่อรองรับผู้สูงอายุภายในบ้าน เพื่อประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน  เพื่อดูแลสภาพอากาศและสุขภาพภายในบ้าน รวมทั้งรองรับสมาร์ทลิฟวิ่ง เป็นต้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43385 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/แชทกับโฮมมี่.png" alt="" width="838" height="618" /></p>
<p><strong>Smart Service</strong> : การพัฒนา AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้า ผ่านการพัฒนาระบบ Chat&amp;Shop ด้วย <strong>&#8216;โฮมมี่&#8217;</strong> ผู้ช่วยเอไอ ที่ให้บริการใน SCG HOME Application และ Line OA เพื่อตอบคำถาม ข้อสงสัย ให้ข้อมูลสินค้าและบริการ รวมทั้งช่วยแก้ปัญหาด้านการบริการต่างๆ ไปจนถึงช่วยนำเสนอไอเดียในเรื่องที่ลูกค้าต้องการ เพื่ออำนวยความสะดวกและความพึงพอใจที่มากขึ้นให้แก่ลูกค้า ที่ปัจจุบันมีผู้เข้าเยี่ยมชมช่องทางออนไลน์กว่า 4 ล้านครั้ง รวมทั้งการให้บริการแก่สมาชิก SCG Home ที่ปัจจุบันมีกว่า 3 แสนราย และส่วนใหญ่จัดเป็น Active Users</p>
<p><strong> Supply Chain</strong> :  การผนึกช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ผ่าน 4 แพลตฟอร์มหลักของ SCG HOME ไม่ว่าจะเป็น SCG HOME Online, SCG HOME Experience Flagship Store, สาขาร้าน SCG HOME ​รวมทั้งร้านผู้แทนจำหน่าย Housing Expert  ที่มีเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วประเทศ  และได้ขยายการให้บริการที่เชื่อมโยงกันทั้งออนไลน์และออฟไลน์​รวมกว่า 62  แห่ง เพื่อสามารถให้บริการลูกค้าได้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ รวมทั้งสามารถ​ส่งมอบสินค้าหรือบริการต่างๆ แก่ลูกค้าได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด จาก​เครือข่ายที่มีอยู่ เพื่อรองรับประสบการณ์ Shopping  Journey ได้ตลอดกระบวนการ ตั้งแต่ก่อนตัดสินใจใช้บริการ การมองหาไอเดีย ตลดจนส่งมอบบริการถึงสถานที่ได้อย่างสมบูรณ์  ภายในระยะเวลาที่กำหนด รวมท้ังช่วยบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบันผู้บริโภคมีความคาดหวังต่อการซื้อสินค้าเพื่อบ้านที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ไม่ได้มองเพียงเรื่องราคาเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับความสะดวกในการค้นหาสินค้า ความชัดเจนของข้อมูล ความน่าเชื่อถือของผู้จำหน่าย ความรวดเร็วในการจัดส่ง และการได้รับบริการที่ครบวงจร โดยเฉพาะเจ้าของบ้าน ผู้รับเหมา และช่างมืออาชีพที่ต้องการลดขั้นตอนการจัดหาวัสดุ เพื่อให้การก่อสร้างหรือซ่อมแซมสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการให้บริการทั้งหมดได้ภายในจุดเดียว​ ซึ่ง SCG HOME Online สามารถตอบโจทย์ผ่านการเชื่อมต่อการสั่งซื้อออนไลน์เข้ากับเครือข่ายจัดส่งและร้านค้าพันธมิตรทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถจัดส่งสินค้าได้จากจุดที่อยู่ใกล้ลูกค้ามากที่สุด ลดระยะเวลาการขนส่ง โดยเฉพาะวัสดุก่อสร้างและสินค้าขนาดใหญ่ ช่วยให้การก่อสร้าง ซ่อมแซม และต่อเติมบ้านดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง&#8221;</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43386 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/ภาพร่วมกับกลุ่มคู่ค้าทางธุรกิจ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>จัดแคมเปญ &#8216;เติมบ้านคุ้ม ลุ้นรับทอง&#8217;  กระตุ้นยอดตามเป้าหมาย</strong></p>
<p><strong>คุณนพพร</strong> กล่าวต่อว่า การพัฒนาแพลตฟอร์มของ SCG HOME Online ไม่เพียงมุ่งเน้นการเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าออนไลน์ แต่ต้องการสร้าง Ecosystem ด้านการซื้อสินค้าและบริการให้บ้าน ที่สามารถเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จำหน่าย พันธมิตรด้านบริการ และลูกค้าเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับประสบการณ์การทำบ้านให้สะดวก ครบวงจร และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น พร้อมเดินหน้าพัฒนาความร่วมมือกับพันธมิตรทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านสินค้า บริการ และสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าในอนาคต โดยเชื่อว่า การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ไม่ได้เกิดจากการมีสินค้าหลากหลายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมาพร้อมการบริการที่มีคุณภาพ การจัดส่งที่รวดเร็ว เทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวก และเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ซึ่งทั้งหมดจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้ SCG HOME Online ก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์สด้านบ้านที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร</p>
<p>ทั้งนี้ สินค้าที่รวบรวมไว้บนแพลตฟอร์ม SCG HOME Online จากแบรนด์ชั้นนำทั้งวัสดุก่อสร้าง สินค้าตกแต่งบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ SCG, COTTO, UNIX, Tiger, TOPPRO, DOS, QCon, Shinkolite, Hisense, Xiaomi, Banala, Homefittools, Minima, A.X Fireplaces, Restar, ไบโอนิค, Restar, SMEG, Haier, Lamina, Beger และแบรนด์ชั้นนำอีกมากมาย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าแท้ที่ได้มาตรฐาน พร้อมรับสิทธิประโยชน์จากพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้ง ธนาคารกสิกรไทย, บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส, บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด, บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด, ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ PTT Blue Card รวมถึงสามารถสะสมคะแนน SCG Family Plus+ และ SCG HOME Star เพื่อนำไปแลกรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้อีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43387 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/ภาพร่วมกับแบรนด์ชั้นนำ-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พร้อมกันนี้ เพื่อขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ต่อเนื่อง SCG HOME Online ยังได้จัดแคมเปญ <strong>&#8216;เติมบ้านคุ้ม ลุ้นรับทอง&#8217;</strong> ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 &#8211; 15 พฤศจิกายน 2569 มอบสิทธิ์ลุ้นรับทองคำและของรางวัลรวมกว่า 100 รางวัล สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าและบริการผ่าน SCG HOME Online โดยยิ่งซื้อยิ่งได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลเพิ่มขึ้น ลูกค้าสามารถร่วมรายการได้ผ่านเว็บไซต์ <a href="https://www.scghome.com/" target="_blank" rel="noopener">SCGHOME.COM</a>, SCGHOME Application และบริการ Chat-to-Shop บน LINE Official Account ของ SCGHOME ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยเชื่อว่าจะทำให้ยอดทราฟฟิกที่เข้ามาในแพลตฟอร์มเติบโตได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว พร้อมทั้งผลักดันให้เกิดการเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ​</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/scg-home-online-one-stop-home-solution/">&#8216;โซลาร์รูฟท็อป&#8217; ดันธุรกิจรีโนเวทบ้านเติบโตสวนตลาดอสังหาฯ &#8216;SCG HOME Online&#8217; วางกลยุทธ์ 3S ตอกย้ำผู้นำ One-Stop Home Solution พร้อมส่งแคมเปญดันยอดครึ่งปีหลัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บางกอกเคเบิ้ล หนุน &#8216;ไอออน เอนเนอร์ยี&#8217; เบอร์หนึ่งโซลาร์รูฟที่อยู่อาศัย เดินเครื่องเต็มสูบรับดีมานด์พลังงานสะอาดจากมาตรการลดภาษีบุคคลธรรมดา ขยายตลาดโซลาร์ถึงหน้าบ้าน   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/bangkok-cable-expand-solar-roof-portfolio/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Aug 2025 05:01:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Cable]]></category>
		<category><![CDATA[BCC]]></category>
		<category><![CDATA[ION Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Solar EPC]]></category>
		<category><![CDATA[Solar PPA]]></category>
		<category><![CDATA[solar roof]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Tech]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บางกอกเคเบิ้ล]]></category>
		<category><![CDATA[พงศภัค นครศรี]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พีรกานต์ มานะกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[โซล่าร์รูฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35252</guid>

					<description><![CDATA[<p>บางกอกเคเบิ้ล เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจร ส่ง “ไอออน เอนเนอร์ยี่” ลุยตลาดโซลาร์รูฟสำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป โชว์พอร์ตแกร่งเบอร์ 1 โซลาร์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ อาทิ แสนสิริ, ศุภาลัย, เอสซี แอสเสท และ เอพี (ไทยแลนด์) ในการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในโครงการที่อยู่อาศัยหลากหลายประเภททั่วประเทศ รวมกว่า 6,000 หลัง สะท้อนถึงความน่าเชื่อถือ มาตรฐานคุณภาพ และความเชี่ยวชาญในฐานะผู้นำตลาดโซลาร์สำหรับภาคที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง พร้อมชูจุดแข็งบริการติดตั้งครบวงจร รับแรงหนุนมาตรการลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาบ้านติดโซลาร์ สูงสุด 200,000 บาท ดึงดูดผู้บริโภคให้เข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น ช่วยลดค่าไฟและภาษีในคราวเดียว ตั้งเป้ากวาดยอดติดตั้งครึ่งปีหลังทะลุ 1,500 หลังคาเรือน นายพงศภัค นครศรี ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) ผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าขยายพอร์ตฟอลิโอธุรกิจพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดจากธุรกิจสายไฟฟ้าที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว สู่การสร้างโซลูชันครบวงจรด้านพลังงานไฟฟ้าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตอบโจทย์เมกะเทรนด์ด้านพลังงานสะอาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในประเทศและภูมิภาค ล่าสุด บริษัทเตรียมส่งบริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/bangkok-cable-expand-solar-roof-portfolio/">บางกอกเคเบิ้ล หนุน &#8216;ไอออน เอนเนอร์ยี&#8217; เบอร์หนึ่งโซลาร์รูฟที่อยู่อาศัย เดินเครื่องเต็มสูบรับดีมานด์พลังงานสะอาดจากมาตรการลดภาษีบุคคลธรรมดา ขยายตลาดโซลาร์ถึงหน้าบ้าน   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บางกอกเคเบิ้ล </strong><strong>เดินหน้า</strong><strong>ขยายพอร์ตธุรกิจพลังงาน</strong><strong>สะอาด</strong><strong>ครบวงจร ส่ง “ไอออน เอนเนอร์ยี่” </strong><strong>ลุย</strong><strong>ตลาดโซลาร์รูฟ</strong><strong>สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป </strong><strong>โชว์พอร์ตแกร่งเบอร์ </strong><strong>1 </strong><strong>โซลาร์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-35252"></span></p>
<p><strong> อาทิ แสนสิริ</strong><strong>, </strong><strong>ศุภาลัย</strong><strong>, </strong><strong>เอสซี แอสเสท และ เอพี</strong><strong> (</strong><strong>ไทยแลนด์</strong><strong>) </strong><strong>ในการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในโครงการที่อยู่อาศัยหลากหลายประเภททั่วประเทศ รวมกว่า</strong><strong> 6,000 </strong><strong>หลัง สะท้อนถึงความน่าเชื่อถือ มาตรฐานคุณภาพ และความเชี่ยวชาญในฐานะผู้นำตลาดโซลาร์สำหรับภาคที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง </strong><strong>พร้อมชูจุดแข็งบริการติดตั้งครบวงจร </strong><strong>รับแรงหนุนมาตรการลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาบ้านติดโซลาร์ สูงสุด </strong><strong>200,000 </strong><strong>บาท </strong><strong>ดึงดูดผู้บริโภคให้เข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น ช่วยลดค่าไฟและภาษีในคราวเดียว </strong><strong>ตั้งเป้ากวาด</strong><strong>ยอดติดตั้ง</strong><strong>ครึ่งปีหลัง</strong><strong>ทะลุ </strong><strong>1</strong><strong>,500 </strong><strong>หลัง</strong><strong>คาเรือน</strong></p>
<p><strong>นายพงศภัค นครศรี ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด</strong> หรือ <strong>Bangkok Cable (BCC)</strong> ผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าขยายพอร์ตฟอลิโอธุรกิจพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดจากธุรกิจสายไฟฟ้าที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว สู่การสร้างโซลูชันครบวงจรด้านพลังงานไฟฟ้าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตอบโจทย์เมกะเทรนด์ด้านพลังงานสะอาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในประเทศและภูมิภาค ล่าสุด บริษัทเตรียมส่งบริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ION Energy) บริษัทในเครือ เดินหน้ารุกตลาดโซลาร์รูฟสำหรับบ้านทั่วไปอย่างเต็มรูปแบบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35253 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/001.นายพงศภัค-นครศรี-ประธานเจ้าหน้าที่สายงา.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>“เรามองว่าตลาดโซลาร์รูฟมีศักยภาพสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อภาครัฐออกมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุด 200,000 บาทสำหรับบ้านที่ติดตั้งโซลาร์รูฟ ทำให้ความต้องการของผู้บริโภคขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณสนับสนุนมาตรการนี้ไว้ราว 20,200 ล้านบาท และตั้งเป้าให้มีครัวเรือนเข้าร่วมโครงการกว่า 90,000 หลังภายใน 2 ปี ION Energy มีจุดแข็งจากประสบการณ์ติดตั้งโซลาร์รูฟให้แก่โครงการที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ การให้ ION Energy ลงมาเล่นตลาดบ้านทั่วไปเพิ่มเติม จึงเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และช่วยส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท” นายพงศภัค กล่าว</p>
<p>ที่ผ่านมา ION Energy ดำเนินธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ <strong>1.</strong><strong>การลงทุนติดตั้งโซลาร์ฟรีผ่านสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (</strong><strong>Solar </strong><strong>PPA)</strong> ให้แก่กลุ่มลูกค้าเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม อาทิ โรงแรมเดอะ สแตนดาร์ด หัวหิน, โรงงานผลิตโก๋แก่ และบริษัทในเครือ ปตท.  <strong>2.</strong><strong>การรับเหมาจัดหาและติดตั้งแผงโซลาร์แบบขายขาด</strong><strong> (Solar </strong><strong>EPC)</strong> สำหรับลูกค้าในภาคที่อยู่อาศัยและการพาณิชย์ เช่น โรงงานในกลุ่ม SCGP, สาขาธนาคารกสิกรไทย (KBank) และธนาคารออมสิน (GSB) ทั่วประเทศ รวมถึงโครงการที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่และบ้านพักอาศัยทั่วไป โดยใช้อุปกรณ์คุณภาพสูง อาทิ สายไฟของบางกอกเคเบิ้ล (BCC) ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับระบบโซลาร์อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ <strong>3.</strong><strong>เทคโนโลยีด้านพลังงานอัจฉริยะ (</strong><strong>Solar Tech</strong><strong>) </strong>ผ่านแพลตฟอร์มบริหารจัดการพลังงานที่ออกแบบและพัฒนาโดย ION Energy เอง รองรับการเชื่อมต่อกับอินเวอร์เตอร์จากผู้ผลิตชั้นนำหลากหลายแบรนด์ และสามารถผสานการทำงานร่วมกับระบบของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เช่น PLUS เพื่อมอบประสบการณ์ใช้งานที่ไร้รอยต่อ (seamless experience) ให้แก่ผู้อยู่อาศัย พร้อมความสามารถในการติดตามและบริหารการใช้พลังงานของบ้านแต่ละหลังแบบเรียลไทม์ ปัจจุบัน ION Energy มียอดติดตั้งโซลาร์รูฟสะสมแล้วกว่า 80 เมกะวัตต์ ครอบคลุมทั้งภาคที่อยู่อาศัย ธุรกิจ และอุตสาหกรรมทั่วประเทศ</p>
<p>ด้าน <strong>นายพีรกานต์ มานะกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด</strong> <strong>หรือ </strong><strong>ION Energy</strong> ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร เปิดเผยว่า ตลาดโซลาร์รูฟในปัจจุบันมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ประกอบการรายใหม่ก้าวเข้าสู่ตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนถึงความสนใจของภาคประชาชนและภาคธุรกิจต่อพลังงานสะอาดที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศด้านพลังงานหมุนเวียน (CASE for SEA) ได้ประเมินว่า ศักยภาพของตลาดโซลาร์รูฟภาคครัวเรือนในประเทศไทยอาจสูงถึง 9,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2037 ซึ่งคิดเป็นมูลค่าตลาดรวมกว่า 360,000 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าตลาดยังมีโอกาสในการเติบโตอีกมหาศาล และเป็นจังหวะสำคัญที่ทุกภาคส่วนควรร่วมกันขับเคลื่อน เพื่อสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนทั้งในระดับเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35254 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/002.นายพีรกานต์-มานะกิจ-ประธานเจ้าหน้าที่บร.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยยังขาดความรู้ความเข้าใจในหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้งโซลาร์รูฟ ไม่ว่าจะเป็นระบบการทำงาน ขนาดการติดตั้งที่เหมาะสม ความแตกต่างของอุปกรณ์ในท้องตลาด ไปจนถึงประโยชน์ที่แท้จริงที่ผู้ใช้จะได้รับ รวมถึงรายละเอียดของมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น สิทธิ์การลดหย่อนภาษีที่จะประกาศใช้ในอนาคตอันใกล้ ด้วยประสบการณ์อันแข็งแกร่งของ ION Energy ในการติดตั้งโซลาร์รูฟให้แก่โครงการที่อยู่อาศัยของบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ บริษัทจึงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะเบอร์หนึ่งด้านโซลาร์รูฟภาคที่อยู่อาศัย ที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำเลือกใช้ อาทิ แสนสิริ ศุภาลัย เอสซี แอสเสท และเอพี (ไทยแลนด์) โดยมีผลงานติดตั้งแล้วมากกว่า 6,000 หลังคาเรือนทั่วประเทศ สะท้อนถึงมาตรฐานคุณภาพและความเชื่อมั่นจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ</p>
<p>“เรามีความพร้อมในทุกมิติ ทั้งทีมงานเทคนิคที่มีประสบการณ์สูง เทคโนโลยีที่ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการ ตลอดจนองค์ความรู้ด้านโซลาร์ที่เรามุ่งมั่นส่งต่อให้ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เราเชื่อว่ามาตรการจากภาครัฐที่ประกาศใช้ในปีนี้ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยเร่งการเติบโตของตลาดโซลาร์รูฟอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือน ซึ่งถือเป็นมาตรการเชิงบวกที่ช่วยกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานสะอาดได้มากขึ้น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เปิดโอกาสให้กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงน้อยสามารถติดตั้งโซลาร์รูฟได้มากขึ้น อีกทั้งยังส่งผลบวกต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดโดยรวม ทั้งในด้านการผลิต การติดตั้ง การจ้างงาน และบริการหลังการขาย ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน” นายพีรกานต์ กล่าว</p>
<p>เพื่อรองรับดีมานด์ที่กำลังขยายตัว บริษัทเตรียมวางแผนการตลาดเชิงรุกควบคู่กับการให้บริการหลังการขายแบบครบวงจร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มที่เริ่มติดตั้งโซลาร์รูฟเป็นครั้งแรก อาทิ การให้คำปรึกษาฟรีถึงหน้าบ้าน ฟรีสำรวจหน้างาน ฟรีประเมินการใช้ไฟ รวมถึงบริการหลังการขายที่รวดเร็วถึงหน้าบ้าน พร้อมตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มบ้านพักอาศัยให้ได้ถึง 20% ภายในปีนี้ และคาดว่าจะได้รับคำสั่งซื้อมากกว่า 1,500 หลังคาเรือนในช่วงครึ่งปีหลัง ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://www.ionenergy.ai/" target="_blank" rel="noopener">https://www.ionenergy.ai/</a></p>
<p>ION Energy เชื่อมั่นว่า ความแข็งแกร่งของทีมงาน เทคโนโลยี และมาตรฐานคุณภาพที่ได้รับการยอมรับ ประกอบกับการสนับสนุนสำคัญจากบางกอกเคเบิ้ล จะเป็นแรงหนุนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน และก้าวขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานสะอาดของไทยได้ในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35256 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/004.ตัวอย่างโครงการบ้านจัดสรรติดโซลาร์-โดย-IO.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>สำหรับ <strong>บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด</strong> หรือ <strong>Bangkok Cable (BCC)</strong> เป็นผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย ก่อตั้งในปี พ.ศ.2507 ให้บริการครอบคลุม 7 กลุ่มการใช้งาน ได้แก่ 1.ระบบผลิตและส่งพลังงานไฟฟ้า (Transmission) 2.ระบบจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า (Distribution) 3.ระบบไฟฟ้าภายในบ้านพักและอาคาร (Construction and Building) 4.ระบบขนส่งและคมนาคม (Transportation and Mobility) 5.ระบบไฟฟ้าในโรงงาน และภาคอุตสาหกรรม (Industrial) 6.พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) และ 7.ระบบไฟฟ้าในรถยนต์ (Automotive) เพื่อสร้างความปลอดภัยและขับเคลื่อนเมืองสู่อนาคต ปัจจุบัน มีลูกค้าโครงการขนาดใหญ่ของทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวนมากที่ใช้สายไฟฟ้าของบางกอกเคเบิ้ล อาทิ โครงการวัน แบงค็อก (One Bangkok) สนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 โครงการสายไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าสายสีชมพู โครงการรถไฟทางคู่สายตะวันออก และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำ เขื่อนอุบลรัตน์ นอกจากนี้ บริษัท มีส่วนสนับสนุนโครงการ ASEAN Power Grid โดยเฉพาะโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนหลวงพระบาง (Luang Prabang Hydropower Project) ในประเทศลาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/bangkok-cable-expand-solar-roof-portfolio/">บางกอกเคเบิ้ล หนุน &#8216;ไอออน เอนเนอร์ยี&#8217; เบอร์หนึ่งโซลาร์รูฟที่อยู่อาศัย เดินเครื่องเต็มสูบรับดีมานด์พลังงานสะอาดจากมาตรการลดภาษีบุคคลธรรมดา ขยายตลาดโซลาร์ถึงหน้าบ้าน   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘เอสซีจี โซลาร์รูฟ โซลูชัน’ ตอกย้ำแนวทาง ESG บุกตลาดหลังคาโซลาร์ ช่วยประหยัดค่าไฟ60% ต่อเดือน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/04/scg-solar-roof-hybrid-official-launch/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Apr 2022 06:30:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable energy]]></category>
		<category><![CDATA[Residential Solar Market]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[โซล่าร์รูฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ใหม่ SCG Solar Roof]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11195</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เอสซีจี โซลาร์รูฟ โซลูชัน” จับมือ 3 กลุ่มพาร์ทเนอร์ศักยภาพสร้างจุดแข็ง ย้ำพร้อมนำเสนอโซลูชันใหม่ SCG Solar Roof ระบบ Hybrid ตอบสนองเทรนด์ความต้องการลดค่าไฟของคนยุคปัจจุบัน ทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้ไฟฟ้าจากระบบโซลาร์ได้ทั้งวันทั้งคืน พร้อมเดินเกมรุกขยายตลาดเจาะกลุ่ม Residential Solar Market เพิ่มขึ้น 300% นิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี เปิดเผยว่า “เอสซีจี”มุ่งมั่นในการใช้เทคโนโลยี เพื่อพัฒนานวัตกรรมสินค้า บริการ และโซลูชัน ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของลูกค้า ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เราได้นำแนวทางเรื่องมาตรฐานการดำเนินธุรกิจระดับโลก อย่าง ESG (Environmental, Social and Governance) เป็นกรอบการพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันใหม่ๆ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs (Sustainable Development Goals) ของสหประชาชาติ เพื่่อสร้างสรรค์โซลูชันและคุณภาพชีวิตที่ดีในวันนี้ และส่งต่อโลกที่ดียิ่งขึ้นให้คนรุ่นต่อไป ยิ่งปัจจุบันมนุษย์มีความต้องการและความใกล้ชิดเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้น ดังนั้น เรายิ่งต้องจำเป็นพัฒนานวัตกรรมสินค้า บริการ และโซลูชันเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่มากขึ้นได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุม” ธงชัย โสภณ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/04/scg-solar-roof-hybrid-official-launch/">‘เอสซีจี โซลาร์รูฟ โซลูชัน’ ตอกย้ำแนวทาง ESG บุกตลาดหลังคาโซลาร์ ช่วยประหยัดค่าไฟ60% ต่อเดือน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">“เอสซีจี โซลาร์รูฟ โซลูชัน” จับมือ 3 กลุ่มพาร์ทเนอร์ศักยภาพสร้างจุดแข็ง ย้ำพร้อมนำเสนอโซลูชันใหม่ SCG Solar Roof ระบบ Hybrid ตอบสนองเทรนด์ความต้องการลดค่าไฟของคนยุคปัจจุบัน ทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้ไฟฟ้าจากระบบโซลาร์ได้ทั้งวันทั้งคืน พร้อมเดินเกมรุกขยายตลาดเจาะกลุ่ม Residential Solar Market เพิ่มขึ้น 300%</span></h4>
<p><span id="more-11195"></span></p>
<p>นิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี เปิดเผยว่า “เอสซีจี”มุ่งมั่นในการใช้เทคโนโลยี เพื่อพัฒนานวัตกรรมสินค้า บริการ และโซลูชัน ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของลูกค้า ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เราได้นำแนวทางเรื่องมาตรฐานการดำเนินธุรกิจระดับโลก อย่าง ESG (Environmental, Social and Governance) เป็นกรอบการพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันใหม่ๆ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs (Sustainable Development Goals) ของสหประชาชาติ เพื่่อสร้างสรรค์โซลูชันและคุณภาพชีวิตที่ดีในวันนี้ และส่งต่อโลกที่ดียิ่งขึ้นให้คนรุ่นต่อไป ยิ่งปัจจุบันมนุษย์มีความต้องการและความใกล้ชิดเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้น ดังนั้น เรายิ่งต้องจำเป็นพัฒนานวัตกรรมสินค้า บริการ และโซลูชันเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่มากขึ้นได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุม”</p>
<figure id="attachment_11196" aria-describedby="caption-attachment-11196" style="width: 488px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-11196" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/SCG-1.jpg" alt="" width="488" height="325" /><figcaption id="caption-attachment-11196" class="wp-caption-text">นิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี</figcaption></figure>
<p>ธงชัย โสภณ Head of Housing Products Business บริษัท เอสซีจี รูฟฟิ่ง จำกัด กล่าวว่าภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้หลายองค์กรต่างเลือกใช้การทำงานแบบไฮบริด หรือเน้นการทำงานแบบWork from Home มากขึ้น แน่นอนว่าส่งผลโดยตรงกับการเพิ่มปริมาณการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ทำให้หลายคนต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานและไลฟ์สไตล์ หรือหาโซลูชันเพื่อลดค่าใช้จ่ายและประหยัดการใช้พลังงาน &#8220;เอสซีจี โซลาร์รูฟ โซลูชัน&#8221; ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมระบบหลังคาโซลาร์<br />
สำหรับกลุ่มงานบ้านและที่อยู่อาศัย มีความมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีและผนึกความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยดำเนินการภายใต้กลยุทธ์ “Partnership Integration” เพื่อสะท้อนภาพผู้นำผ่านการนำจุดแข็งด้านเทคโนโลยีมาผสานเข้ากับการสร้างสรรค์นวัตกรรมสู่การเป็นโซลูชันพลังงานสะอาดที่มีประสิทธิภาพสูง</p>
<p>ล่าสุดร่วมมือกับ 3 กลุ่มพาร์ทเนอร์ เพื่อร่วมพัฒนาและยกระดับมาตรฐานของระบบหลังคาโซลาร์ในประเทศไทยขึ้นไปอีกระดับ ด้านเทคโนโลยี ได้ร่วมมือกับ หัวเว่ย (Huawei) เพื่อนำที่สุดของนวัตกรรมแบตเตอรี่มาเพิ่มความสามารถในการกักเก็บพลังงานไฟฟ้าเพื่อให้สามารถใช้พลังงานไฟฟ้าได้ในช่วงเวลากลางคืน และร่วมมือกับ เอนเฟส เอ็นเนอร์จี้ (Enphase Energy) ผู้นำด้านเทคโนโลยีไมโครอินเวอร์เตอร์ (Microinverter) สหรัฐอเมริกา ร่วมนำเอาเทคโนโลยีไมโครอินเวอร์เตอร์ มาช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของระบบโซลาร์ให้ดียิ่งขึ้น ด้านไฟแนนซ์ ได้ร่วมมือกับ สถาบันการเงินชั้นนำของประเทศไทย เพื่อเพิ่มทางเลือกและความคุ้มค่าด้านต่างๆ ให้กับลูกค้า เพื่อเปิดรับประสบการณ์ที่เหนือชั้น และเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น รวมถึงการเป็นพันธมิตรกับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการดำเนินการขออนุญาตให้รวดเร็วมากขึ้น</p>
<figure id="attachment_11198" aria-describedby="caption-attachment-11198" style="width: 554px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-11198" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/SCG-2.jpg" alt="" width="554" height="369" /><figcaption id="caption-attachment-11198" class="wp-caption-text">ธงชัย โสภณ Head of Housing Products Business บริษัท เอสซีจี รูฟฟิ่ง จำกัด</figcaption></figure>
<p>&#8220;เอสซีจี โซลาร์รูฟ โซลูชัน” แบ่งเป็นกลุ่ม B2B (SME) 70% และ B2C 30% โดยตั้งเป้าหมายเป็นผู้นำด้าน Residential Solar Market อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการนำเสนอโซลูชันที่หลากหลายเพื่อตอบความต้องการของลูกค้า  โดยนำเสนอโซลูชันใหม่ “SCG Solar Roof ระบบ Hybrid” ทางเลือกใหม่ที่มาตอบโจทย์เจ้าของบ้านและไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคปัจจุบัน ที่มองหาวิธีการใช้พลังงานไฟฟ้าให้คุ้มค่าทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน รวมถึงให้ความสนใจในเรื่องของพลังงานสะอาดมากขึ้น โดย “SCG Solar Roof ระบบ Hybrid” เป็นการผสานข้อดีของระบบ On grid ที่ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้ในช่วงเวลากลางวัน ผสานเข้ากับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่จะกักเก็บไฟฟ้าเพื่อให้สามารถนำมาใช้ได้ในช่วงเวลากลางคืน ทำให้สามารถใช้ไฟฟ้าได้ฟรีๆ ทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน และสามารถเป็นระบบไฟฉุกเฉินสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าสำคัญของบ้านได้</p>
<p>ธงชัย กล่าวต่อไปว่า “เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในการตัดสินใจด้านความคุ้มค่า เราจึงได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินชั้นนำต่างๆ ของประเทศไทย ร่วมจัดทำข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้สนใจ “SCG Solar Roof ระบบ Hybrid” อาทิ ธนาคารกสิกรไทย มอบโปรโมชันแพ็กเกจพิเศษ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า ได้แก่ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ และดอกเบี้ย 0% 3 เดือนแรก รวมถึงส่วนลดพิเศษสูงสุด 70,000 บาท และ Tops E-voucher 2,000 บาท รวมทั้ง ยังมีหลากหลายแพ็กเกจให้เลือกจากสถาบันการเงินอื่นๆ อาทิ UOB, TISCO เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึง<br />
การติดตั้ง SCG Solar Roof ในพื้นที่ต่างๆ ผ่านความร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ในพื้นที่ต่างๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-11197 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/SCG-3.jpg" alt="" width="506" height="285" /></p>
<p>และสุดท้าย บริษัทฯ ยังมีการให้บริการการติดตั้ง ดูแลครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษา การออกแบบโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ และติดตั้งอย่างมืออาชีพ พร้อมบริการหลังการขาย “ไร้กังวล” มีการตรวจสอบสภาพความพร้อมของหลังคาก่อนการติดตั้ง (Roof Health Check) เพื่อให้มั่นใจว่าหลังคาพร้อมติดตั้งโซลาร์รูฟ นอกจากนี้ ยังติดตั้งโซลาร์รูฟ โดยไม่ต้องเจาะหลังคาด้วยนวัตกรรม Solar FIX ไม่เสี่ยงรั่ว สิทธิบัตรเฉพาะเอสซีจีเท่านั้น “สินค้าคุณภาพ” แผงโซลาร์ Tier 1 รับประกันตัวแผงโซลาร์ และประสิทธิภาพการผลิตไฟนาน 25 ปี ในส่วนของอินเวอร์เตอร์ (ระบบแปลงไฟ) รับประกัน 10 ปี “สะดวก” ดำเนินการขออนุญาตติดตั้งโซลาร์ให้ทั้งกระบวนการ และสามารถติดตามการผลิตไฟและค่าไฟที่ประหยัดได้แบบ Real Time ผ่านทางแอปฯ “บริการหลังการขาย” ให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า เอสซีจี โซลาร์รูฟ โซลูชันพร้อมอยู่ดูแลและเคียงข้างไปตลอดระยะเวลารับประกัน 25 ปี“</p>
<p>“ทั้งนี้ ด้วยความมุ่งมั่นในการนำเสนอโซลูชันให้กับกลุ่มลูกค้า จะสามารถผลักดันให้ ‘เอสซีจี โซลาร์รูฟ โซลูชัน’เติบโตด้วยยอดขายมากขึ้น 300% โดยเราเชื่อมั่นว่า SCG Solar Roof ระบบ Hybrid จะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นและจะเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ช่วยและสามารถเพิ่มยอดขายในกลุ่มหลังคาโซลาร์ หรือคิดสัดส่วนที่ 20% ของกลุ่มบ้านพักอาศัย ได้อย่างแน่นอน” ธงชัย กล่าวสรุป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/04/scg-solar-roof-hybrid-official-launch/">‘เอสซีจี โซลาร์รูฟ โซลูชัน’ ตอกย้ำแนวทาง ESG บุกตลาดหลังคาโซลาร์ ช่วยประหยัดค่าไฟ60% ต่อเดือน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
