แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ถูกคาดการณ์ว่าจะทรงตัวและเติบโตได้ไม่มากนัก สอดคล้องไปกับการขยายตัวของ GDP ประเทศ แต่ปีที่ผ่านมา SCG HOME Online สามารถเติบโตได้ถึง 20% สวนทางภาพรวมตลาดที่โตได้ราว 1-2% เท่านั้น
พร้อมเชื่อมั่นว่าในสิ้นปีนี้จะรักษาการเติบโตได้ไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมาไว้ที่ 20% จากจุดแข็งในการเป็น One-Stop Home Solution ที่รวมทุกความต้องการเรื่องบ้านไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ตั้งแต่การสร้างบ้าน ต่อเติม ซ่อมแซม ปรับปรุง ไปจนถึงการยกระดับไลฟ์สไตล์ในการอยู่อาศัย (Smart Living)
คุณนพพร กีรติบรรหาร Executive Vice President – B2C Sales บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด กล่าวว่า การเติบโตของ SCG HOME มาจากกลุ่มลูกค้าที่ต้องการซ่อมแซม ขยาย และปรับปรุงบ้านเป็นหลัก โดยยอดขาย 70% มาจากการให้บริการโซลูชั่น และ 30% มาจากการขายสินค้าและบริการต่างๆ ซึ่งกลุ่มที่มีการเติบโตสูงที่สุด คืองานปรับปรุงซ่อมแซมหลังคา ที่มีสัดส่วน 30% หรือเกือบ 1 ใน 3 ของการให้บริการโซลูชั่นทั้งหมดผ่านแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะโซลูชั่นที่ให้บริการมากที่สุดในปีที่ผ่านมาคือ การบริการติดตั้งโซลาร์เซลล์ หรือ SCG Solar Roof Solutions จากการตอบรับนโยบายชดเชยภาษีของรัฐบาล และการปรับขึ้นของค่าพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งกระแสการเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อม (Green Transition) ทำให้เจ้าของบ้านติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่เป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้น

“ดีมานด์จากเจ้าของบ้านในการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้าสูงถึง 8 เท่า เทียบกับช่วงก่อนหน้าที่จะมีการประกาศนโยบายทางภาษี จากที่เคยมีลูกค้าติดต่อให้ประเมินการติดตั้งหน้างานราว 100 ราย เพิ่มเป็น 800 รายในปีที่ผ่านมา ประกอบกับการให้บริการในรูปแบบโซลูชั่นเพิ่มเติม ทั้งบริการ Solar FIX นวัตกรรมการติดตั้งที่ไม่เจาะหลังคา เพื่อป้องกันการรั่วซึม หรือดีไซน์การเดินสายไฟที่คำนึงถึงความเรียบร้อยและสวยงาม รวมทั้งบริการระบบ Dahboard อัจฉริยะ ที่สามารถคำนวณและรายงานปริมาณไฟฟ้าที่สร้างได้ การลดคาร์บอนที่ทำได้ รวมทั้งการติดตามประสิทธิภาพการใช้งานระบบต่างๆ ภายในบ้านได้ต่อเนื่องและเรียลไทม์ ซึ่งความโดดเด่นในความสามารถพัฒนาโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ลูกค้า รวมทั้งกระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยหนุนสำคัญทำให้ลูกค้าตอบรับและผลักดันให้ธุรกิจยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่องสวนทางจากตลาดที่ไม่มีการเติบโตมากนัก”
เติบโตผ่าน 3S : Solution, Smart Service ,Supply Chain
สำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจของ SCG HOME Online ในปีนี้ ยังตอกย้ำจุดแข็งในการเป็น One-Stop Home Solution และกลยุทธ์ O2O Ecosystem สะท้อนความเป็นผู้นำการให้บริการแบบ Omnichannel ที่เชื่อมโยงการให้บริการทั้งออนไลน์ และออฟไลน์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ และ Lifestyle Journey ของผู้บริโภคในปัจจุบัน ผ่านแนวคิด 3S ประกอบด้วย
Solution : เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นช่าง ผู้รับเหมา หรือเจ้าของบ้าน ที่ต้องการมากกว่าแค่การมีสินค้า แต่ยังมองหาทั้งไอเดีย รวมทั้งการให้บริการต่างๆ ที่ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการคิด สร้าง ปรับปรุง ต่อเติม ขยาย หรือยกระดับไลฟ์สไตล์ โดยรวบรวมบริการเรื่องบ้านไว้กว่า 6 หมวดหมู่ 135 โซลูชั่น เพื่อรองรับความต้องการต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน และตอบโจทย์ Customer Lifetime Value เพื่อเป็นคำตอบเรื่องบ้านได้ผ่านบริการต่างๆ ทั้งงานซ่อมปรับปรุงทั่วไป เพื่อรองรับผู้สูงอายุภายในบ้าน เพื่อประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน เพื่อดูแลสภาพอากาศและสุขภาพภายในบ้าน รวมทั้งรองรับสมาร์ทลิฟวิ่ง เป็นต้น

Smart Service : การพัฒนา AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้า ผ่านการพัฒนาระบบ Chat&Shop ด้วย ‘โฮมมี่’ ผู้ช่วยเอไอ ที่ให้บริการใน SCG HOME Application และ Line OA เพื่อตอบคำถาม ข้อสงสัย ให้ข้อมูลสินค้าและบริการ รวมทั้งช่วยแก้ปัญหาด้านการบริการต่างๆ ไปจนถึงช่วยนำเสนอไอเดียในเรื่องที่ลูกค้าต้องการ เพื่ออำนวยความสะดวกและความพึงพอใจที่มากขึ้นให้แก่ลูกค้า ที่ปัจจุบันมีผู้เข้าเยี่ยมชมช่องทางออนไลน์กว่า 4 ล้านครั้ง รวมทั้งการให้บริการแก่สมาชิก SCG Home ที่ปัจจุบันมีกว่า 3 แสนราย และส่วนใหญ่จัดเป็น Active Users
Supply Chain : การผนึกช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ผ่าน 4 แพลตฟอร์มหลักของ SCG HOME ไม่ว่าจะเป็น SCG HOME Online, SCG HOME Experience Flagship Store, สาขาร้าน SCG HOME รวมทั้งร้านผู้แทนจำหน่าย Housing Expert ที่มีเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วประเทศ และได้ขยายการให้บริการที่เชื่อมโยงกันทั้งออนไลน์และออฟไลน์รวมกว่า 62 แห่ง เพื่อสามารถให้บริการลูกค้าได้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ รวมทั้งสามารถส่งมอบสินค้าหรือบริการต่างๆ แก่ลูกค้าได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด จากเครือข่ายที่มีอยู่ เพื่อรองรับประสบการณ์ Shopping Journey ได้ตลอดกระบวนการ ตั้งแต่ก่อนตัดสินใจใช้บริการ การมองหาไอเดีย ตลดจนส่งมอบบริการถึงสถานที่ได้อย่างสมบูรณ์ ภายในระยะเวลาที่กำหนด รวมท้ังช่วยบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ปัจจุบันผู้บริโภคมีความคาดหวังต่อการซื้อสินค้าเพื่อบ้านที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ไม่ได้มองเพียงเรื่องราคาเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับความสะดวกในการค้นหาสินค้า ความชัดเจนของข้อมูล ความน่าเชื่อถือของผู้จำหน่าย ความรวดเร็วในการจัดส่ง และการได้รับบริการที่ครบวงจร โดยเฉพาะเจ้าของบ้าน ผู้รับเหมา และช่างมืออาชีพที่ต้องการลดขั้นตอนการจัดหาวัสดุ เพื่อให้การก่อสร้างหรือซ่อมแซมสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการให้บริการทั้งหมดได้ภายในจุดเดียว ซึ่ง SCG HOME Online สามารถตอบโจทย์ผ่านการเชื่อมต่อการสั่งซื้อออนไลน์เข้ากับเครือข่ายจัดส่งและร้านค้าพันธมิตรทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถจัดส่งสินค้าได้จากจุดที่อยู่ใกล้ลูกค้ามากที่สุด ลดระยะเวลาการขนส่ง โดยเฉพาะวัสดุก่อสร้างและสินค้าขนาดใหญ่ ช่วยให้การก่อสร้าง ซ่อมแซม และต่อเติมบ้านดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง”

จัดแคมเปญ ‘เติมบ้านคุ้ม ลุ้นรับทอง’ กระตุ้นยอดตามเป้าหมาย
คุณนพพร กล่าวต่อว่า การพัฒนาแพลตฟอร์มของ SCG HOME Online ไม่เพียงมุ่งเน้นการเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าออนไลน์ แต่ต้องการสร้าง Ecosystem ด้านการซื้อสินค้าและบริการให้บ้าน ที่สามารถเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จำหน่าย พันธมิตรด้านบริการ และลูกค้าเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับประสบการณ์การทำบ้านให้สะดวก ครบวงจร และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น พร้อมเดินหน้าพัฒนาความร่วมมือกับพันธมิตรทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านสินค้า บริการ และสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าในอนาคต โดยเชื่อว่า การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ไม่ได้เกิดจากการมีสินค้าหลากหลายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมาพร้อมการบริการที่มีคุณภาพ การจัดส่งที่รวดเร็ว เทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวก และเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ซึ่งทั้งหมดจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้ SCG HOME Online ก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์สด้านบ้านที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร
ทั้งนี้ สินค้าที่รวบรวมไว้บนแพลตฟอร์ม SCG HOME Online จากแบรนด์ชั้นนำทั้งวัสดุก่อสร้าง สินค้าตกแต่งบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ SCG, COTTO, UNIX, Tiger, TOPPRO, DOS, QCon, Shinkolite, Hisense, Xiaomi, Banala, Homefittools, Minima, A.X Fireplaces, Restar, ไบโอนิค, Restar, SMEG, Haier, Lamina, Beger และแบรนด์ชั้นนำอีกมากมาย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าแท้ที่ได้มาตรฐาน พร้อมรับสิทธิประโยชน์จากพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้ง ธนาคารกสิกรไทย, บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส, บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด, บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด, ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ PTT Blue Card รวมถึงสามารถสะสมคะแนน SCG Family Plus+ และ SCG HOME Star เพื่อนำไปแลกรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้อีกด้วย

พร้อมกันนี้ เพื่อขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ต่อเนื่อง SCG HOME Online ยังได้จัดแคมเปญ ‘เติมบ้านคุ้ม ลุ้นรับทอง’ ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 – 15 พฤศจิกายน 2569 มอบสิทธิ์ลุ้นรับทองคำและของรางวัลรวมกว่า 100 รางวัล สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าและบริการผ่าน SCG HOME Online โดยยิ่งซื้อยิ่งได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลเพิ่มขึ้น ลูกค้าสามารถร่วมรายการได้ผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM, SCGHOME Application และบริการ Chat-to-Shop บน LINE Official Account ของ SCGHOME ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยเชื่อว่าจะทำให้ยอดทราฟฟิกที่เข้ามาในแพลตฟอร์มเติบโตได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว พร้อมทั้งผลักดันให้เกิดการเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้






